ทุบกระปุกซื้อคอนโดในตอนนี้เราจะพาทุกคนไปหาคอนโดตามคุณไกด์กันในย่าน “รามคำแหง” กันค่ะ ต้องบอกว่าย่านนี้ช่วงปลายปีที่แล้วมาจนถึงตอนนี้มีโครงการคอนโดเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเลยนะคะ นั่นก็เป็นเพราะว่าโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มที่กำลังก่อสร้างอยู่ ซึ่งคาดว่าจะเสร็จเฟสแรก ที่ตัดผ่านเส้นรามคำแหงนี้ในช่วงปี 65-66 ดังนั้นจึงค่อนข้างเป็นหนึ่งในทำเลเนื้อหอมสำหรับเหล่า Developer ผู้พัฒนาโครงการต่างๆ และสำหรับในแง่ผู้อยู่อาศัยล่ะ ความน่าสนใจก็ไม่แพ้กันนะ เพราะในย่านนี้เรายังสามารถหาซื้อคอนโดใกล้/ติดรถไฟฟ้าในราคาต่อตารางเมตรไม่ถึงแสนได้ รวมไปถึงเรื่องความอุดมสมบูรณ์ต่างๆ ค่อนข้างคึกคักเป็นทุนเดิม

และวันนี้คอนโดในย่านรามคำแหงจะมีโครงการไหนน่าสนใจ มีจุดเด่นจุดด้อยอะไรบ้าง และที่สำคัญคือโครงการไหนที่ตอบโจทย์คุณไกด์ แฟนรายการที่ส่งคำถามมาในครั้งนี้เราไปดูกันเลยค่ะ

ส่วนคุณผู้อ่านคนอื่นๆ ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยในย่าน รามคำแหง เช่นเดียวกับคุณลิฟต์ ก็สามารถอ่านข้อมูลทำเลและโครงการที่เราได้ลงรายละเอียดไว้ประกอบการพิจารณาตาม Reqiurement ตัวเองได้นะคะ หรือหากใครที่อยากจะให้ทางทีมเรามาวิเคราะห์โครงการให้ สามารถ Comment ผ่านบทความนี้ หรือจะเป็นใน Youtube / Facebook ได้เลยค่ะ 🙂


Requirement ของคุณไกด์

“ผมชื่อไกด์ เป็นอาจารย์อยู่ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง มีบ้านอยู่ที่ปทุมธานี เห็นว่ารถไฟฟ้าสายสีส้มกำลังก่อสร้างอยู่เลยสนใจคอนโด เพื่ออยู่เองและง่ายต่อการมาสอนด้วย ผมอยากได้เป็นคอนโดใหม่มือหนึ่ง และไม่ไกลรถไฟฟ้ามาก, เรียก Taxi ง่าย, มีงบ 2 ล้านปลายๆ ครับ รบกวนทีมงาน Thinkofliving แนะนำทีว่ามีโครงการอะไรที่น่าสนใจบ้างครับ”

สรุป Requirement

  • คอนโดมือ 1 ใกล้รถไฟฟ้า
  • ใกล้มหาวิทยาลัยรามคำแหง ไปทำงานสะดวก
  • งบประมาณ 2 ล้านปลายๆ (ไม่เกิน 3 ล้านบาท)


รถไฟฟ้าสายสีส้ม

รถไฟฟ้าสายสีส้มนี้เป็นสายรถไฟฟ้าที่ออกแบบมาเพื่อเชื่อมกรุงเทพฝั่งตะวันออกกับกรุงเทพฝั่งตะวันตกเข้าด้วยกัน โดยเส้นทางทั้งหมดจะยาวตั้งแต่มีนบุรีไปยังตลิ่งชันเลยค่ะ

ส่วนสำหรับย่านรามคำแหงนี้จะเป็น Phase แรกของสายสีส้มนะคะ เรียกว่า ช่วงศูนย์วัฒนธรรมฯ-มีนบุรี โดยเฟสนี้จะเริ่มต้นที่สถานีศูนย์วัฒนธรรมฯ​ ซึ่ง Interchange กับ MRT สายสีน้ำเงิน จากนั้นวิ่งมายังถนนพระราม 9 และเลี้ยวเข้ามาที่ถนนรามคำแหงผ่านเเยกลำสาลีซึ่งจะมีอีกหนึ่งสถานีที่ Interchange กับรถไฟฟ้าสายสีเหลือง หลังจากนั้นก็มุ่งหน้าไปยังมีนบุรีซึ่งเป็นสถานีสุดท้ายที่ Interchange กับรถไฟฟ้าสายสีชมพูค่ะ

ความอุดมสมบูรณ์

ส่วนเรื่องของความอุดมสมบูรณ์ใกล้ๆ เอาที่หลักๆในช่วงระหว่าง “แยกรามคำแหง” ไปจนถึง “แยกลำสาสี” ก็มีจะมีทั้ง Foodland, The Mall รามคำแหง ที่กำลังสร้างใหม่  มี BigC , ตลาดกกท., Makro, ตะวันนา และก็ The Mall บางกะปิ ซึ่งก็ถือว่าครบเครื่องเหมือนกัน

คอนโดที่พวกเราไปสำรวจกันให้กับคุณไกด์ในวันนี้นะคะ จะเป็นคอนโดมือหนึ่งทั้งหมด ที่อยู่ในระยะเดินไปรถไฟฟ้าไม่เกิน 400 เมตร และจะหาเป็นห้องที่อยู่ในงบของคุณไกด์คือสัก 2 ล้านปลายๆ ซึ่งหลังจากที่เราไปสำรวจกันมาแล้ว ปัจจุบันจะมีอยู่ทั้งหมด 5 โครงการด้วยกัน


1.ศุภาลัย เวอเรนด้า รามคำแหง

สำหรับทำเลโครงการนี้ถือว่าใกล้กับมหาวิทยาลัยรามคำแหงและการกีฬาแห่งประเทศไทยมากที่สุดนะคะ รวมไปถึงหน้าโครงการก็อยู่ติดกับรถไฟฟ้าสถานีราชมังคลาด้วย และความน่าสนใจของที่นี่อีกอย่าง คือลักษณะที่ดินโครงการที่ยาวมาก ด้านหน้าจะติดกับถนนรามคำแหง ไปจนถึงด้านหลังติดถนนหัวหมาก (ซอยรามคำแหง24) ทำให้ได้ทางเข้า-ออก 2 ทางเลย

ส่วนโครงการนี้จัดเป็นโครงการไซส์ใหญ่บนเนื้อที่ดิน 15 ไร่กว่า จำนวนยูนิตก็จะเยอะพอสมควรประมาณ 2,000 กว่ายูนิต โดยโครงการนี้คาดว่าจะแล้วเสร็จช่วงปี 2020 นะคะ

สำหรับ Facilities ที่นี่ให้มาเยอะและหลากหลาย โดยหลักๆ จะอยู่ที่ชั้น 6 ซึ่งเป็นชั้นบนสุดของที่จอดรถ และมีความยาวเชื่อมทั้ง 3 อาคาร ยกตัวอย่างก็จะมีสระยาว 28 ม. และมีโซนสวนน้ำสำหรับเด็กๆ ด้วย ส่วนชั้นบนสุดของแต่ละอาคาร จัด Sky Bar, Sky Lounge และ Co-Living Space ไว้ให้ชมวิวมุมสูงได้ด้วยและสุดท้ายด้วยความที่ที่ดินโครงการค่อนข้างยาว ตำแหน่งแต่ละอาคารก็มีผลในการเลือกอยู่เหมือนกันนะ

  • อาคาร A ที่อยู่ใกล้กับถนนรามคำแหงมากสุด จะเหมาะกับคนเน้นเดินทางเข้า-ออกรามคำแหง หรือใช้รถไฟฟ้านะ
  • อาคาร B ตำแหน่งตรงกลาง ได้เปรียบเรื่องการใช้ Facilities
  • ส่วนอาคาร C ใกล้ถนนหัวหมากด้านหลัง ได้เปรียบเรื่องการออกไปหาข้าวกินฝั่งหลังรามสะดวกไม่ต้องเดินไกล

ห้องพักอาศัยที่อยู่ในงบประมาณ

ห้องที่คุณไกด์ซื้อได้มีทั้งหมด 2 แบบนะคะ


ห้องซื้อมือ 1 จากโครงการ
Studio ขนาด 28 ตร.ม. ราคาเริ่มต้นปัจจุบัน ประมาณ 2.5 ล้าน (ส.ค. 62)

เป็นห้องขนาดเล็กสุดของโครงการและมีจำนวนมากที่สุด พื้นที่หน้าห้องส่วนแรกเป็นพื้นที่ครัวซึ่งเป็นครัวเปิด แต่ก็มีระยะที่สามารถกั้นผนังเพื่อทำเป็นครัวปิดได้ ห้องน้ำอยู่ทางหน้าห้องทำให้สะดวกต่อการใช้งาน ภายในห้องเป็นพื้นที่รวมกันระหว่างห้องนั่งเล่นและห้องนอนจึงเกิดเป็น Common area ขนาดใหญ่ ขาดก็แต่โต๊ะทานอาหารซึ่งอาจต้องนั่งทานที่โต๊ะหน้าทีวีแทน แม้จะเป็นห้องขนาดเล็กแต่ก็ยังมีพื้นที่อเนกประสงค์ข้างหน้าต่างเว้าเข้าไปเหมือนห้อง Type ใหญ่ๆ ที่สามารถจัดเป็นที่นั่งเล่นหรือทำงานอ่านหนังสือได้ดี มีแสงธรรมชาติเข้าได้ทั้งจากทางหน้าต่างและประตูระเบียงกระจกที่ยื่นยาวออกไปด้านนอก

ห้องนี้จึงเหมาะกับคนที่พักอาศัย 1 – 2 คน ที่ชอบห้องโปร่งโล่ง ใช้ชีวิตส่วนใหญ่ในห้องนอน ซึ่งยังมีมุมพักผ่อนและมุมอเนกประสงค์ส่วนตัวแยกออกเป็นสัดส่วนแต่ยังคงเชื่อมถึงและอยู่ในพื้นที่เดียวกัน รวมถึงไม่เน้นการทำอาหารหรือการทานอาหารบนห้อง

1 Bedroom ขนาด 35 ตร.ม. แต่โครงการมีการปรับราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 3.1 ล้าน แต่ถ้าเราไป ซื้อ re sale ต่อจากคนทั่วไปยังมีราคาต่ำกว่า3 ล้านให้ซื้อได้อยู่นะคะ

ห้องนี้เป็นห้องที่มีสัดส่วนในการใช้งานได้ดีกว่าห้องที่แล้วนะ หลักๆ คือ ได้ครัวปิดเหมาะกับการทำอาหาร มีพื้นที่รับประทานอาหารชัดเจน ห้องนอนเป็นส่วนตัวเพราะมีการกั้นด้วยประตูบานเลื่อนกระจกชัดเจน ทั้งนี้หากต้องการความเป็นส่วนตัวมากขึ้นก็สามารถติดตั้งม่านตรงประตูบานเลื่อนกระจกเองได้ ซึ่งทั้งนี้ก็ต้องเพิ่มงบประมาณขึ้นมาจากห้องที่แล้วอีกหน่อย และหาซื้อ Re-Sale ช่วงผ่อนดาวน์ ต่อจากเจ้าของแรกค่ะ

ส่วนรูปแบบการขายที่นี่จะมีให้เลือก 2 แบบ มาตรฐานจะเป็น Fully Furnished แต่หากต้องการตกแต่งเองเราสามารถเลือกเป็น Fully Fitted และจะได้รับส่วนลดแทนค่าเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวค่ะ

อ่านรีวิวฉบับเต็มโครงการ Supalai Veranda รามคำแหง (คลิกที่นี่)


2. Niche Mono รามคำแหง

ทำเลจะอยู่ติดถนนรามคำแหง และอยู่ติดกับรถไฟฟ้า MRT สถานีหัวหมาก 0 เมตร เรื่องความอุดมสมบูรณ์ใกล้ๆโครงการจะมี 7-11 อยู่ด้านหน้า และก็จะมีซอยข้างรพ.รามคำแหงที่เดินไปเพียง 70 เมตร ที่เป็นแหล่งรวมร้านค้าร้านอาหารตลอด 2 ข้างทางหลายร้านเลย ค่อนข้างคึกคักมาก

ส่วนที่หน้าสุดของโครงการเลยจะมีส่วน Shop แบ่งเป็น 9 ยูนิต ซึ่งยังไม่ได้ระบุว่าจะเป็นร้านรูปแบบไหนนะคะ และสำหรับรูปแบบโครงการนี้จะแปลกหน่อยเพราะว่าที่ดินใหญ่มากถึง 14 ไร่ครึ่ง และลักษณะแปลงที่เป็นรูปเส้นก๋วยเตี๋ยวยาวถึง 700 เมตร ทำให้การวางอาคารพักอาศัยจะเป็นตอนยาวเรียงกัน โดยที่นี่มีทั้งหมด 5 อาคาร ด้วยกัน 2 อาคารแรกที่ใกล้กับถนนรามจะเป็นอาคารสูง 37,30 ชั้น และ อีก 3 อาคารด้านในจะเป็น Low Rise 7 ชั้น รวมยูนิตทั้งหมด 1,698 ยูนิต โดยคาดว่าจะสร้างแล้วเสร็จในช่วงปลายปี 64 ค่ะ

แน่นอนนี่ถือเป็นโครงการขนาดใหญ่มากนะคะ ข้อดีก็คือเรื่องของ Facility ส่วนกลางที่เยอะมากๆ จุดหลักจะอยู่ที่ชั้น 6-7 ของอาคาร A-B ด้านหน้า มีการเชื่อมต่อกันทั้ง 2 อาคาร // มีสระว่ายน้ำ 2 สระ สระนึงเป็นแบบ Semi Outdoor 30m. และอีกสระเป็นไซส์ Olympic Size 50 เมตร มาเลยค่ะ

พวกฟิตเนสนี่มีห้องแยกเป็นเป็นโซนต่างๆ เยอะมาก และก็มี Co-Area ต่างๆทั้ง Living, Working, Lounge หรือถ้าอยากขึ้นไปดูวิวเมืองที่ดาดฟ้าจะมี Sky Lounge เป็นห้องแอร์ชมวิวได้ด้วย

ส่วนของโซน Lowrise ด้านหลัง ก็จะมีส่วนกลางแยกไว้ให้อีกชุดนึงด้วย ทั้งพวก สนามบาส, ฟุตซอล, สระว่ายน้ำ, สวนหย่อม แต่ว่าก็ยังไปใช้จุดหลักๆที่อาคารด้านหน้าได้ และคนที่เลือกอาคารด้านหลังไม่ต้องกังวลเรื่องเดินไกล เค้าจะมี Shuttle Bus 2 คันมาให้คอยไปส่งที่ด้านหน้าถนนใหญ่ให้ด้วย

ห้องพักอาศัยที่อยู่ในงบประมาณ

ส่วนห้องที่อยู่ในงบของโครงการนี้จะมี 4 แบบด้วยกัน

1 Bedroom ขนาด 28 ตร.ม. ราคาเริ่มต้นประมาณ 2.2 ล้านบาท ลักษณะการวางผังจัดว่าน่าสนใจทีเดียว ที่เราชอบเป็นพิเศษคือ ได้ครัวปิด มีระเบียงขนาดใหญ่ และห้องน้ำในห้องนอนที่มีการแยกส่วนโถสุขภัณฑ์และพื้นที่อาบน้ำด้วยประตูกั้นด้านในห้องน้ำอีกที ข้อดีสำหรับสามีภรรยา สามารถใช้ห้องน้ำร่วมกันได้เลย คนนึงอาบน้ำ คนนึงอาจจะทำธุระส่วนตัวไปได้ด้วย ซึ่งมันดีมากๆ ในช่วงเวลาเร่งด่วน รีบออกไปทำงาน

1 Bedroom ขนาด 31 ตร.ม. จะมี 2 Layout นะคะ ห้องนึงจะเป็นโซนครัวอยู่ด้านใน อีกห้องเป็นโซนครัวอยู่ด้านนอกติดกับระบียงแต่เป็นครัวปิดทั้งคู่ค่ะ โดยจะราคาเริ่มต้นประมาณ 2.5 ล้านบาท


 1 BedroomPlus ขนาด 34.90 ตร.ม. ที่จะมีห้องอเนกประสงค์แยกออกเหมาะเป็นห้องทำงานส่วนตัว โดยราคาเริ่มต้นประมาณ 2.8 ล้านบาท

และที่นี่ขายเป็นแบบ Fully Furnish คือให้เฟอร์นิเจอร์ Built-In และ เฟอร์ลอย ได้แอร์
ยกเว้นแต่เครื่องใช้ไฟฟ้านะคะ

อ่านรีวิวฉบับเต็มโครงการ Niche Mono รามคำแหง (คลิกที่นี่)


3.Knightsbridge คอลลาจ รามคำแหง

ทำเลโครงการนี้ตั้งอยู่หน้าปากซอยรามคำแหง 42 ซึ่งเป็นซอยที่เชื่อมไปยังหลังราม หรือรามคำแหง 24 ด้านหลังได้ และอยู่ห่างจากรถไฟฟ้าสถานีหัวหมากไปประมาณ 100 ม. รวมไปถึงไม่ไกลจากโรงพยาบาลรามคำแหงประมาณ 400 ม. เผื่อใครทำงานในรพ.ก็เดินง่ายไม่ต้องข้ามถนนค่ะ

โครงการนี้จัดเป็นโครงการแรกของ Origin ที่มาเปิดทำเลนี้โดยใช้แบรนด์ Knightsbridge มาเจาะกลุ่มลูกค้าระดับ Main นะคะ โดยรูปแบบโครงการจะนี้เป็น High Rise 25 ชั้น จำนวน 682 ยูนิต มาพร้อมคอนเสป Modern English ซึ่งเราจะเห็นการตกแต่งภายในที่มีความทันสมัยและยังดูหรูหราแนวอังกฤษด้วยค่ะ ซึ่งคาดว่าจะเสร็จช่วงปี 2020 หรือปีหน้านี้เอง

สำหรับ Facilities โครงการนี้วางไว้ที่ชั้น 1-2 แบบเชื่อมกันด้วยบันไดเวียนหลัก เพราะด้วยแนวคิดของทาง Origin ที่ต้องการให้ Facilities เชื่อมกัน เหมือนบ้านขนาดใหญ่นะ ดังนั้นพวกสระว่ายน้ำ Fitness Living Area ก็จะมาอยู่ที่ชั้น 2 ทั้งหมด ข้อดีก็คือได้เรื่องความสะดวกในการใช้งานดี แต่ก็แลกมากับวิวส่วนกลางที่ไม่ได้มุมสูงนะคะ

ห้องพักอาศัยที่อยู่ในงบประมาณ

สำหรับห้องที่นี่มีจุดเด่นอยู่คือได้ฝ้าเพดานสูง 3 ม. ตามเอกลักษณ์ของแบรนด์ Knightsbridge ทำให้ห้องโปร่งโล่งมากขึ้น ส่วนคุณไกด์ซื้อได้ในคอนโดนี้จะมีอยู่ 2 แบบด้วยกันคือ

Studio ขนาด 22.2 – 22.9 ตร.ม. ซึ่งปัจจุบันราคาเริ่มต้นจะอยู่ที่ 2.6 ล้านบาทนะคะลักษณะห้องเป็นสไตล์หน้าแคบลึกและวางฟังก์ชันของพื้นที่ครัวและห้องน้ำให้อยู่ด้านหน้าห้อง (ในอาคาร) เพื่อให้พื้นที่ส่วนเตียงนอนและพื้นที่นั่งเล่นได้วิวและแสงจากภายนอกได้ดี ทำให้ห้องดูโปร่งโล่งขึ้นมามากกว่าการวางฟังก์ชันครัวและห้องน้ำอยู่ด้านนอก

ส่วนครัวเค้าก็จัดออกมาได้เป็นสัดส่วน แม้ขนาดห้องไม่ได้ใหญ่มากแต่ก็ได้เป็นครัวปิดที่เหมาะกับการทำอาหารได้ดี แตกต่างจากห้อง Studio ปกติที่ไม่ได้กั้นประตูส่วนครัวมาให้ ในส่วนพื้นที่ห้องนอนถือว่าจัดมาให้ค่อนข้างใหญ่เมื่อเทียบกับขนาดพื้นที่ทั้งหมดในห้อง ดูกว้างขวางเดินได้รอบเตียง (5 ฟุต ตามห้องตัวอย่าง) ซึ่งดูเหมือนว่าแบบ 6 ฟุตก็ยังได้หากใครที่ต้องการนอนสบายมากขึ้น และมีมุมเล็กๆ ติดหต้าต่างที่สามารถวางโซฟา ทำเป็นมุมนั่งเล่นหรือจะจัดเป็นมุมทำงานก็ได้เช่นกัน

ที่น่าเสียดายของแปลนนี้ก็คือไม่มีพื้นที่รับประทานอาหาร แบบวางโต๊ะเก้าอี้ได้เป็นสัดส่วน เนื่องจากขนาดของพื้นที่ใช้สอยที่มีไม่มาก ซึ่งหากใครที่ต้องการพื้นที่รับประทานอาหารจริงจัง ก็อาจจะวางเตียงขนาด 5 ฟุตและขยับเตียงไปใกล้กับโซฟามากขึ้นหน่อย เพื่อให้มีพื้นที่ด้านข้างเตียงอีกฝั่งสามารถวางโต๊ะรับประทานอาหารขนาดเล็กได้

ส่วนอีกห้องเป็นห้อง 1 Bedroom ขนาด 26.4 ตร.ม. ห้องนี้มีขนาดพื้นที่ใช้สอยขยับขึ้นมาจากห้องที่แล้วอีกหน่อย ซึ่งเรามองว่าการจัดฟังก์ชันลงตัวมากกว่านะ หลักๆ คือได้ห้องนอนเป็นสัดส่วน ได้ครัวปิดที่ตำแหน่งอยู่ติดระเบียง ระบายอากาศต่างๆ ได้ดีกว่า รวมไปถึงมีพื้นที่ให้วางโต๊ะเก้าอี้จัดเป็นพื้นที่กินข้าวได้

สำหรับห้องนี้ทางโครงการขายหมดแล้ว แต่เรายังสามารถหาซื้อ Re-Sale ต่อจากบุคคลทั่วไปได้นะ โดยจากที่ดาไปดูมาก็มีประกาศขายกันอยู่ในราคาประมาณ 2.6 – 3 ล้านบาทค่ะ

อ่านรีวิวฉบับเต็มโครงการ Knightsbridge คอลลาจ รามคำแหง (คลิกที่นี่)


4.The Tree หัวหมาก

ตัวโครงการอยู่ฝั่งรามเลขคี่ ที่ใกล้กับแยกลำสาลี และมีจุดเด่นที่ติดทางเข้า The Mall บางกะปิ และอยู่ด้านหลังตะวันนากับ Makro โดยจะห่างจากสถานีลำสาลี ที่เป็น Interchange กับสายสีเหลืองด้วย ระยะทาง 400 ม. หรือมีอีกตัวเลือกนึงคือ ท่าเรือเดอะมอลล์บางกะปิ เผื่อวันไหนอยากจะเข้าใจกลางเมืองในช่วงเวลาเร่งด่วน ไม่ต้องเสียเวลารถติดได้ด้วยนะ

รูปแบบของโครงการเป็นคอนโด High Rise และ Low Rise ทั้งหมด 5 อาคาร จำนวน 590 ยูนิต สร้างอยู่บนที่ดินประมาณ 3 ไร่ครึ่ง และจอดรถได้ 46%(แบบไม่รวมจอดซ้อนคัน)
โดยคาดว่าจะสร้างแล้วเสร็จในช่วงปลายปี 63 ค่ะ

ที่อาคารด้านหน้าเป็นอาคารสูง 4 ชั้น สำหรับการอำนวยความต่างๆของลูกบ้าน มี 7-11 มาด้วยค่ะ แต่ละตึกมีการแยกล็อบบี้ส่วนตัวกันเลย และการจอดรถจะไปอยู่ที่อาคารด้านหลังทั้งหมด และมีประตูทางคนเดินออกได้ เผื่อไปขึ้นเรือด่วนแสนแสบ หรือไปเดอะมอลล์บางกะปิได้ด้วย

โครงการนี้เป็นเดียวใน 5 โครงการที่เราไปดูกันวันนี้ ที่เอาส่วนกลางหลักๆทั้งหมด ไปไว้ที่ชั้นบนๆที่ชั้น 30 และ 31 โดยที่ชั้น 30 เราสามารถเดินเชื่อมต่อกันได้ทั้งหมด มี ส่วนกลางที่เป็น Indoor ในห้องแอร์หลากหลาย ทั้งห้องดูหนัง, ห้องเด็กเล่น, Sky Lounge, O2 Lounge และ ส่วนสระว่ายที่ยาว 30m. ขึ้นไปอยู่ชั้นดาดฟ้า

**และจุดเด่นอีกอย่างของโครงการนี้ที่จะไม่พูดไม่ได้เลย คือ การแยกอาคารออกมาเป็น 3 ส่วนแบบนี้ และยูนิตรวมทั้งโครงการไม่เยอะมาก ทำให้แต่ละชั้นห้องนั้นออกมาเพียง 7 Unit/ชั้นเท่านั้นเอง และหลักส่วนใหญ่จะเป็นห้องแบบหน้ากว้างเกือบทั้งหมดด้วยค่ะ

ห้องพักอาศัยที่อยู่ในงบประมาณ

ส่วนห้องที่ซื้อได้ในโครงการนี้จะมี 2 แบบด้วยกัน

 Studio ขนาด 23 ตร.ม. ราคาเริ่มต้นประมาณ 2.4 ล้านบาท

ห้องนี้น่าสนใจตรงที่เป็นห้องขนาดเล็กแบบสตูดิโอที่ได้ครัวปิด สามารถทำอาหารหนักได้ระดับนึง ส่วนพื้นที่ตรงกลางนั้นเราสามารถจัดสรรพื้นที่เองได้อิสระนะ เพราะได้เป็นพื้นที่โล่ง มีผนังยาวต่อเนื่องด้านตรงข้ามเตียง ตรงนี้แนะนำให้ Built-in ชั้นวางของให้เต็มพื้นที่ของผนังเผื่อผนังส่วนนี้จะได้มีที่สำหรับเก็บของได้เต็มที่มากขึ้น

1 Bedroom ขนาด 26 ตร.ม. ที่มีจุดเด่นที่ห้องหน้ากว้างถึง 8 เมตร มีช่องแสงทุกส่วน ทำให้ห้องดูโปร่งโล่งสบายตา โดยจะราคาเริ่มต้นประมาณ 2.6 ล้านบาทค่ะ

รูปแบบการขายที่นี้ คือจะขายแบบห้องเปล่า ที่จะปูพื้นห้อง ติดวอลเปเปอร์ มีสุขภัณฑ์ในห้องน้ำ และมีเครื่องปรับอากาศมาให้ (ไม่ได้ชุดครัว)

อ่านรีวิวฉบับเต็มโครงการ The Tree หัวหมาก สเตชั่น (คลิกที่นี่)


5.Plum Condo ราม 60 อินเตอร์เชนจ์

โครงการนี้เป็นโครงการเดียวใน 5 โครงการที่เป็น Low Rise และไม่ได้อยู่ติดถนนใหญ่รามคำแหงนะคะ โดยที่ตั้งจะตั้งอยู่ในซอยรามคำแหง 60 หรือที่คนแถวนี้เรียกว่าซอยสวนสนที่มีช้างสามเศียรอยู่ด้านหน้า ซอยนี้มีความสำคัญคือเป็นซอยหลักที่คนแถวนี้ใช้วิ่งไปกรุงเทพกรีฑาด้านหลัง และมีความคึกคักสูง ทั้งร้านค้า ร้านอาหาร รวมไปถึงท่ารถสองแถวด้วย ส่วนรถไฟฟ้าที่ใกล้โครงการคือ สถานี interchange ลำสาลี ห่างไปประมาณ 380 ม. ค่ะ

โครงการนี้ปัจจุบันสร้างเสร็จพร้อมอยู่แล้วนะคะ ซึ่งรูปแบบโครงการนี้เป็น Low Rise ที่มีจำนวนยูนิตทั้งหมด 960 ยูนิต ก็ถือว่าเยอะระดับนึงเลยนะ แต่ทางโครงการก็ย่อยอาคารมา 8 อาคาร เพื่อให้จำนวนยูนิตแต่ละอาคารไม่มาก และยูนิตต่อชั้นสูงสุดที่ 18 ยูนิตค่ะ

ส่วน Facilities ที่นี่จัดไว้กระจายโซนนะคะ เพื่อให้ลูกบ้านใช้ได้ทั่วถึงกัน
โดยมีอยู่ที่อาคารด้านหน้าทางเข้า ที่มีร้านค้าให้ มี Co-Working Space และ Fitness ชั้นบน, อาคาร H มีสระว่ายน้ำ และอาคาร E-F ได้สระว่ายน้ำอีกจุด พร้อมกับห้อง Reading Lounge และห้องเด็กเล่นด้านใน

ห้องพักอาศัยที่อยู่ในงบประมาณ

ห้องที่ทางคุณไกด์ซื้อได้ของที่นี่มีทั้งหมด 3 แบบด้วยกันคือ

1 Bedroom 22.5 ตร.ม. ราคาปัจจุบันเริ่มต้นที่ เริ่มต้น 1.59 ล้านบาท

ผังห้องนี้เป็นผังที่ลงตัวมาก สำหรับห้องขนาดเล็กเพราะได้ฟังก์ชันการใช้งานครบ ห้องนอนกั้นด้วยประตูบานเลื่อนเป็นสัดส่วน และมีพื้นที่รับประทานอาหารเข้ามุมให้เรียบร้อย ขาดแต่ครัวจะไม่ใช่ครัวปิด ดังนั้นจะไม่ได้เหมาะกับคนที่ชอบทำอาหารกินเองเท่าไหร่นะ


1 Bedroom 26 ตร.ม. เริ่มต้น 1.93 ล้านบาท

ในขณะที่ขยับงบขึ้นมาอีกหน่อยเป็นห้อง 26 ตร.ม. จะได้ห้องนอนขนาดใหญ่ และกั้นด้วยประตูบานทึบ ไม่ใช่บานเลื่อน ดังนั้นเรื่องความเป็นส่วนตัวจะมีมากขึ้น

1 Bedroom Plus 34.5 เริ่มต้น 2.48 ล้านบาท ซึ่งในเมื่องบคุณไกด์ซื้อได้ถึงห้อง 1 Bedroom Plus เราก็แนะนำให้เลือกห้องนี้เพราะได้ห้องหน้ากว้างและพื้นที่ใช้สอยเยอะ ห้องอเนกประสงค์ถ้าไม่ทำเป็นห้องนอนก็สามารถปรับเป็นห้องทำงานส่วนตัวแทนได้นะ

อ่านรีวิวฉบับเต็มโครงการ Plum Condo ราม 60 Interchange (คลิกที่นี่)


ความคิดเห็นของนักวิเคราะห์อสังหาฯ จาก Think of Living

หลังจากไปดูโครงการทั้ง 5 โครงการ ชอบโครงการไหน และคิดว่าเหมาะสมกับคุณไกด์

The Tree หัวหมาก (ปั้น Pongpon V.)

ผมชอบหลายๆเรื่องในโครงการนี้นะ อาทิเช่น
1.ยูนิตรวมไม่เยอะ 590 ยูนิต น้อยสุดในทั้งหมด 5 โครงการนี้เลย อีกทั้งการแบ่งออกมาเป็น 3 ตึกนี้ทำให้ แต่ละอาคาร มียูนิตในชั้นนึงเพียง 7 ห้องเท่านั้นเอง
2. ห้องหน้ากว้าง ต้องบอกว่าการออกแบบห้องหน้ากว้างในไซส์เล็กๆอย่างพวก 20-30 ตร.ม. นั้นในตลาดไม่ค่อยมีบ่อยๆ เพราะไปขึ้นอยู่กับแปลงที่ดินที่ Dev ได้มาด้วย ห้อง 1 Bed 26 ตร.ม.ที่นี่ได้หน้ากว้าง 8 เมตรอันนี้เจ๋งมาก ผมชอบนะ
3. ส่วนกลาง เป็นโครงการเดียวที่เอา ส่วนกลางหลักๆไปไว้ชั้นบนสุด เดินเชื่อมกันได้ 3 ตึกและชมวิวได้ด้วย

พูดข้อดีไปแล้ว ทีนี้มาดูส่วนที่ต้องแลกกันนิดบ้างครับ ผมว่ามี 2 เรื่องนะ

1.เรื่องแรกคือ โครงการนี้ระยะเดินไปรถไฟฟ้าไกลสุด ในตัวเลือกที่หามาวันนี้ 400 เมตร จริงๆแล้วก็ยังเป็น ระยะที่เดินได้แหละครับ แต่ก็ยังดีที่สถานี ลำสาลี นั้นเป็น Interchange กับสายสีเหลืองได้ด้วย เผื่อวันไหนไปทางโซนรัชดาได้
2. อาคารจอดรถไปอยู่ที่ด้านหลังที่ดินโครงการ ก็คือถ้าใครอยู่อาคาร B หรือเดินมา 7-11 ที่อาคาร A ด้านหน้า อันนี้ผมว่ามีเหนื่อยหน่อยครับ

เรื่องราคาห้องที่ซื้อจะอยู่ราว 2.3-2.6 ล้าน แต่ต้องไปแต่งห้องอีกหน่อยผมว่าสักแสนนึงก็พออยู่ได้โดยรวมแล้ว ผมก็ถือว่าโครงการนี้ก็เป็นอีกตัวเลือกนึงที่น่าสนใจ และอาจจะเหมาะกับคุณไกด์ครับ

Supalai Veranda รามคำแหง (ดา Yada.S)

ดาเห็นด้วยกับพี่ปั้นนะ ที่เลือก The Tree หัวหมาก ในแง่ของโครงการและผังห้องจัดว่าเด่นทีเดียว และส่วนตัวดามองอีกโครงการด้วย ก็คือ Supalai Veranda รามคำแหง ค่ะ จุดเด่นโครงการนี้จะเป็นเรื่องทำเล

  • ด้านหน้าติดสถานีรถไฟฟ้าราชมังคลา นั่งไปสถานีเดียวถึงหน้าม.ราม หรือจริงๆ จะต่อรถสองแถว / วินมอเตอร์ไซค์ก็ง่าย
  • รวมไปถึงที่ดินที่ยาวเชื่อมถนนรามคำแหงด้านหน้าและซอยรามคำแหง 24 ด้านหลัง สะดวกในการใช้รถ และจริงๆ คือเดินไปซื้อกับข้าวหลังม.รามได้ง่ายเลย

Facilities เยอะและหลากหลาย
ต้องบอกว่าการได้ที่ดินไซส์ใหญ่กว่า 15 ไร่นี่ แน่นอนว่าที่ดินเยอะยูนิตก็จะเยอะตาม แต่ข้อดีของโครงการประเภทนี้ก็คือได้ Facilities ขนาดใหญ่ด้วย ซึ่งเราก็จะหาไม่ได้ในโครงการขนาดเล็ก หรือการแชร์ริ่งไม่มากนะคะ อย่างพื้นที่ส่วนกลางยาวเชื่อมกัน 3 อาคาร

ราคาและความคุ้มค่า
ถ้าเทียบระหว่างคอนโดติดถนนรามคำแหงในเรื่องราคา โครงการนี้เป็นโครงการจัดว่าราคาต่อตาราเมตรถูกที่สุดนะ ทำให้สามารถซื้อห้องไซส์ใหญ่ขนาด 35ตร.ม. ได้ ซึ่งดามองว่าเป็นไซส์ที่อยู่คนเดียวได้สบายๆ เลย


อ่านรีวิวเจาะลึกเพิ่มเติม : www.thinkofliving.com
ส่งเรื่องราวของคุณเพื่อให้เราช่วยหาคอนโดมาได้ที่ : www.facebook.com/ThinkOfLiving
ดูรายการย้อนหลังได้ที่ YouTube.com/ThinkofLiving (อย่าลืมกด Subscribe ด้วยน้า)[ทุบกระปุกซื้อคอนโด EP8 : ตามหาคอนโดย่านรามคำแหง ราคาไม่เกิน 3 ล้าน]
ติดต่อทีมงานรายการ คิด.เรื่อง.อยู่: thinkofliving@gmail.com
ติดต่อโฆษณาได้ที่ ฝ่ายขาย บริษัท คิดเรื่องอยู่ จำกัด: 02-618-8877

เขียนบทความโดย : Yada.s