สวัสดีค่ะ วันนี้เราจะพาผู้อ่านมาดูบ้านเดี่ยวในย่านที่ขยับเข้ามาใจกลางเมืองมากขึ้นอย่างโซนกรุงเทพกรีฑาค่ะ โดยทั่วไปแล้วเราจะเห็นว่าใจกลางเมืองมักจะถูกวางผังให้เป็นแหล่งงาน ย่านธุรกิจ สถานศึกษาและศูนย์การค้าเป็นส่วนใหญ่ ส่วนที่พักอาศัยนั้น มักจะเกิดขึ้นในรูปแบบของคอนโดมิเนียมมากกว่า เนื่องมาจากค่าที่ดินที่สูงขึ้น ดังนั้นถ้าใครที่มองหาที่อยู่อาศัยอย่างบ้าน ถ้าเลือกโครงการในเมืองก็อาจจะสูงลิ่ว ที่ดินน้อย และไม่มีตัวเลือกให้เปรียบเทียบสักเท่าไรนัก (เลือกไม่ได้) แต่ถ้าอยู่ชานเมือง ตัวเลือกก็จะเยอะขึ้นมาหน่อย แต่ว่าเวลาที่จะต้องใช้ในการเดินทางก็ย่อมมากขึ้นตาม ดังนั้น ในวันนี้เรามาดูทำเลที่กึ่งๆจะอยู่ในเมือง แต่ก็ยังไม่ถึงชานเมืองอย่างกรุงเทพกรีฑากันค่ะ ยิ่งในช่วงปีที่ผ่านมา ถนนศรีนครินทร์-ร่มเกล้าที่ตัดใหม่เปิดให้ใช้งาน ย่านนี้เลยเป็นย่านที่สามารถพัฒนาบ้านเดี่ยวบนที่ดินขนาดใหญ่ขึ้นกว่าในตัวเมืองได้ เรียกว่าใครที่อยากได้บ้านพร้อมที่ดิน ใช้เวลาประมาณ 15 นาทีเดินทางจากโซนนี้ไปยังแยกพระราม 9 – รามคำแหง ก็มาลองดูโครงการทำเลนี้ได้ และมีหลายโครงการให้เปรียบเทียบดูด้วย

ซึ่งในบทความนี้เราขอกำหนดเกณฑ์ของโครงการและแบบบ้านที่เลือกมา 3 ข้อ

  1. เป็นบ้านเดี่ยวที่ทางโครงการยังเปิดขายอยู่เท่านั้น
  2. ตั้งอยู่บนถนนกรุงเทพกรีฑาและถนนศรีนครินทร์-ร่มเกล้า ฝั่งที่ยังไม่เลยถนนวงแหวน-กาญจนาฯออกไป
  3. โครงการที่อยู่ฝั่งนี้จะเป็นโครงการที่ราคาบ้านเดี่ยวสูงกว่า 10 ล้านบาทแทบทั้งหมด ดังนั้น เราจึงขอตามหาบ้านในงบประมาณ 10-30 ล้านบาทนะคะ (ถ้าใครมีงบต่ำกว่านี้ แต่ยังชอบที่จะใช้ถนนศรีนครินทร์-ร่มเกล้าอยู่อาจจะต้องมองหาโครงการที่ข้ามถนนวงแหวน-กาญจนาฯไปแทน)

โครงการบ้านเดี่ยวในโซนกรุงเทพกรีฑา

สำหรับโครงการบ้านเดี่ยวบริเวณนี้ที่ยังเปิดขายอยู่จะมีทั้งหมด 7 โครงการค่ะ แต่ละโครงการถือว่าเป็นโครงการราคาสูง ยิ่งเป็นโครงการที่มีทางเข้า-ออกติดกับถนนกรุงเทพกรีฑาและถนนศรีนครินทร์-ร่มเกล้าด้วยแล้ว ราคาเริ่มต้นจะอยู่ที่ 20 ล้านบาทเลยค่ะ ส่วนโครงการที่ราคาเริ่มต้นในช่วง 10-15 ล้านบาท จะเป็นโครงการที่อยู่ในซอยและโครงการที่ติดถนนวงแหวน-กาญจนาภิเษกเลย ใครที่อยากเห็นโครงการระดับ Super Luxury อื่นๆคลิกอ่านโครงการที่เรามีรีวิวข้างล่างได้เลยค่ะ

โดยโครงการสำหรับคนที่มีงบ 10-30 ล้านบาทจะมีอยู่ 5 โครงการเท่านั้น แต่ละโครงการจะได้บ้านแบบไหนบ้างเราไปดูกันต่อเลยดีกว่า


โครงการเริ่มต้น 10 ล้านบาทขึ้นไป (High class – Luxury class)

โครงการที่อยู่ใน Segment นี้จะเป็นโครงการที่มีชื่อแบรนด์คุ้นหูอย่าง เศรษฐสิริ ของ แสนสิริ และ The City ของ AP ค่ะ โดยตัวบ้านจะเป็นบ้าน 2 ชั้นเป็นหลัก ลองไปดูรายละเอียดพร้อมรีวิวข้อดีข้อเสียแต่ละโครงการและแบบบ้านกันต่อเลยค่ะ

โครงการแรกที่เราจะพูดถึงคือ เศรษฐสิริ กรุงเทพกรีฑา 2 ค่ะ พอมีเลข 2 ห้อยท้าย นั่นก็แปลว่าต้องมีโครงการแรกแน่นอน โดยโครงการแรกก็จะมีที่ตั้งใกล้ๆกัน แต่ว่า Sold Out ไปแล้วค่ะ โดยโครงการแรกในปี 2016 ราคาจะเริ่มต้นที่ 8.39 ล้านบาท ซึ่งเป็นบ้านขนาด 165 ตร.ม. (ตอนนั้นถนนศรีนครินทร์-ร่มเกล้ายังสร้างไม่เสร็จ) สิ่งที่น่าสนใจคือปัจจุบัน ถนนศรีนครินทร์-ร่มเกล้าสร้างเสร็จแล้ว และบ้านในโซนนี้ราคาเริ่มต้นก็ขึ้นมามากกว่า 12 ล้านบาททุกโครงการแล้ว และขนาดบ้านก็มากกว่า 200 ตร.ม.ขึ้นไปหมดเลยค่ะ

ภาพรวมของโครงการ

เศรษฐสิริ กรุงเทพกรีฑา 2 ถือว่าเป็นโครงการที่มีขนาดใหญ่สุดในย่านนี้เลย เพราะขนาดที่ดินของโครงการอยู่ที่ 59 ไร่ครึ่ง(เกือบ 60 ไร่) ทำให้จำนวนยูนิตก็มากสุดอยู่ที่ 169 ยูนิตค่ะ แต่พอจำนวนยูนิตมาก จึงมีแบบบ้านให้เลือกเยอะขึ้น มีทั้งหมด 4 แบบ ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 12.99 ล้านบาท และเป็นโครงการเดียวที่ตัวผู้เขียนมองว่ามีแบบบ้านขนาด 400 ตร.ม.ขึ้นไป บนที่ดิน 100 ตร.วาขึ้นไป ในงบที่ต่ำกว่า 30 ล้านบาทนะคะ ในขณะที่โครงการอื่นๆถ้าอยู่ในงบเท่านี้ก็จะไม่มีขนาดที่ดินใหญ่เท่านี้ค่ะ

พื้นที่ส่วนกลางของโครงการ

Image 1/2
ภาพจำลองบรรยากาศ Clubhouse

ภาพจำลองบรรยากาศ Clubhouse

โครงการนี้ถือว่ามีส่วนกลางมาให้ใช้ครบครันนะคะ โดยจุดเด่นอีกอย่างของพื้นที่ส่วนกลางโครงการนี้คือ ทางเข้า-ออกโครงการ เศรษฐสิริ กรุงเทพกรีฑา 2 ทำทางเข้า-ออกเอาไว้ 2 ชั้น โดยมีระยะห่างระหว่างประตูที่เป็นไม้กั้นกระดก และรั้วบานเลื่อน ซึ่งสิ่งนี้เราจะไม่เจอในโครงการอื่นๆ ข้อดีคือช่วย Scan คนที่เข้า-ออกโครงการได้ดีขึ้นค่ะ ส่วนพื้นที่ส่วนกลางอื่นๆจะมีอาคาร Clubhouse ที่อยู่ตรงกับประตูทางเข้าโครงการพอดี รูปแบบการดีไซน์จะเรียกว่า Dynamic Architecture ให้เข้ากับซุ้มประตูทางเข้าด้วย ภายในจะมีทั้ง Fitness, สระว่ายน้ำ, Education Playground และ Co-Working Space ค่ะ

*เก็บค่าส่วนกลางที่ 55 บาทต่อตร.วานะคะ

แบบบ้านภายในงบประมาณ 30 ล้านบาท

ภายในโครงการ เศรษฐสิริ กรุงเทพกรีฑา 2 จะมีแบบบ้านทั้งหมด 4 แบบ แม้โครงการนี้จะเริ่มต้น 12.99 ล้านบาท แต่ว่าบ้านขนาดใหญ่สุดราคาเริ่มต้นยังไม่ถึง 30 ล้านบาท ดังนั้นเรามาดูแบบบ้าน ราคา และ ขนาดพื้นที่แต่ละแบบกันดีกว่า

ในบ้านแต่ละแบบราคาต่างกันแบบละเกือบ 5 ล้านบาทเลยค่ะ ซึ่งจะแตกต่างไปตามฟังก์ชันและขนาดพื้นที่ใช้สอย โดยที่จอดรถโครงการนี้จะจอดได้หลังละ 3 คันขึ้นไป ซึ่งเหมาะกับทำเลนี้ที่เน้นการใช้รถส่วนตัวเป็นหลัก และจำนวนห้องนอนที่เริ่มต้น 4 ห้องนอน ก็เหมาะกับครอบครัวขนาดกลางไปถึงใหญ่เลย เราไปดูผังกันต่อดีกว่าค่ะ จะได้รู้ว่าแบบไหนเหมาะกับใคร?

แบบบ้าน Cachet

Image 1/3
บ้าน 2 ชั้น Cachet

บ้าน 2 ชั้น Cachet

Cachet เป็นแบบบ้านขนาดเล็กที่สุดในโครงการ มีพื้นที่ใช้สอย 223 ตร.ม. บนที่ดิน 65-84 ตร.วา ความแตกต่างจะไม่มีห้องแม่บ้าน และมีลานซักล้างจะอยู่นอกตัวบ้าน (ในขณะที่แบบอื่นๆจะมีห้องแม่บ้าน และมีพื้นที่ซักล้างในร่ม) ดังนั้นแบบบ้านนี้จึงเหมาะกับครอบครัวที่ไม่มีแม่บ้านถาวร อาจจะเรียกมาทำความสะอาดเป็นรายอาทิตย์แทน สำหรับเรามองว่าบ้านแบบนี้ถ้าอยู่กันแบบพ่อแม่-ลูก 4 คนก็จะสบายๆหน่อย ห้องด้านล่างปรับเป็นห้องทำงานหรือห้องดูหนังได้ ส่วนห้องนอนเล็กอยู่ห้องละคนกำลังสบาย แต่ถ้านอน 2 คนในห้องนอนเล็กก็อาจจะอึดอัดหน่อยค่ะ สิ่งที่ชอบคือทุกห้องนอนชั้นบนจะมีห้องน้ำในตัวค่ะ

แบบบ้าน Luminary

Image 1/7
บ้าน 2 ชั้น Luminary

บ้าน 2 ชั้น Luminary

แบบ Luminary ถ้าเราดูจากจำนวนฟังก์ชันหลักจะเท่ากับแบบ Cachet เลยนะคะ แต่ว่าราคาต่างกัน 5 ล้านบาทนี่มีอะไรต่างกันบ้างเรามาดูผังพื้นกัน อันดับแรกที่เห็นเลยคือพื้นที่ใช้สอยและที่ดินเริ่มต้นที่ขนาดใหญ่ขึ้น พื้นที่ใช้สอย 273 ตร.ม. ที่ดิน 78 – 95 ตร.วา โดยบ้านแบบนี้จะเป็นบ้านที่หน้ากว้างมากขึ้น (มองจากด้านหน้าจะดูว่าบ้านใหญ่ค่ะ) ที่ชั้น 1 จะมีพื้นที่ซักล้างในร่ม และห้องแม่บ้านเพิ่มเข้ามา ส่วนชั้น 2 ห้องนอนแต่ละห้องก็จะมีขนาดใหญ่ขึ้น ห้องนอนเล็กวางเตียง Queen size – King size สบายๆ ทำให้นอน 2 คนก็ไม่อึดอัดเท่าแบบแรกแล้ว และห้องนอนใหญ่จะได้ห้องน้ำที่มีอ่างอาบน้ำค่ะ นอกจากนั้นที่ชั้น 2 จะมีพื้นที่ พักผ่อนเพิ่มขึ้นมา เป็นมุม Family gathering เล็กๆ เผื่อคุณแม่มีแขกต้อนรับที่ชั้นล่าง ลูกๆก็เล่นเกมส์กันที่ชั้นบนได้ค่ะ

ผังบ้านนี้สิ่งที่เราชอบคือชั้น 1 ส่วน Family area จะต่อเนื่องตั้งแต่หน้าบ้านไปถึงหลังบ้านเลย มี Pantry แยกออกมาจากครัวด้วย ทำให้ส่วนนี้จะโปร่งโล่งมากขึ้นค่ะ ส่วนตัวมองว่าบ้านแบบนี้เหมาะกับครอบครัวขนาดกลางถึงใหญ่ พ่อแม่ที่มีลูก 2-3 คน อาจจะมีคุณปู่คุณย่าอาศัยอยู่ด้วยค่ะ

แบบบ้าน Elite

Image 1/3
บ้าน 2 ชั้น Elite

บ้าน 2 ชั้น Elite

ขยับมาดูบ้านแบบ Elite ที่ราคาเริมต้นสูงกว่า 20 ล้านบาทกันแล้วนะคะ ซึ่งขนาดพื้นที่ใช้สอยก็จะมากขึ้นอยู่ที่ 357 ตร.ม. ที่ดินขนาด 92 – 141 ตร.วา บ้านแบบนี้เหมาะกับครอบครัวที่มีผู้สูงอายุอยู่ด้วยค่ะ เพราะที่ชั้น 1 จะมีห้องนอน 2 ห้อง โดยจะมีห้องหนึ่งที่มีห้องน้ำในตัว ขนาดก็พอกับการเข็น Wheel chair รอบๆเตียงนอน และห้องน้ำเป็นประตูบานเลื่อนซึ่งเหมาะกับการใช้งานค่ะ ส่วนชั้น 2 สิ่งที่มีมากกว่าแบบที่แล้วคือห้องอเนกประสงค์ที่เพิ่มมา พื้นที่ใช้งานแต่ละห้องก็จะได้ขนาดใหญ่ขึ้น สำหรับ Master Bedroom จะได้อ่างล้างหน้าแบบ His&Her ด้วยค่ะ

สิ่งที่ชอบสำหรับบ้านแบบนี้คือการออกแบบที่เหมาะกับการใช้งานของผู้สูงอายุนั่นเองค่ะ เช่นทางลาดจากที่จอดรถขึ้นสู่ตัวบ้าน และห้องนอนที่มีห้องน้ำในตัวอย่างที่บอกไป ดังนั้นสำหรับแบบนี้เรามองว่าเป็นบ้านที่ออกแบบไว้สำหรับ 3 Generation จริงๆ

แบบบ้าน Regal

Image 1/8
บ้าน 2 ชั้น Regal

บ้าน 2 ชั้น Regal

สำหรับบ้านแบบใหญ่ที่สุดของโครงการ Regal ส่วนตัวมองว่าเป็นบ้านแบบหนึ่งที่คุ้มค่าที่สุดในย่านนี้ด้วยค่ะ เพราะว่าเป็นบ้านที่มีพื้นที่ใช้สอยถึง 404 ตร.ม. บนที่ดิน 105 – 137 ตร.วา เรียกได้ว่าได้ทั้งขนาดที่ดินและพื้นที่ใช้สอย ในงบประมาณต่ำกว่า 30 ล้านบาทนะคะ

บ้านแบบนี้จุดเด่นคือได้ที่จอดรถ 4 คัน และห้องนอนแต่ละห้องคือใหญ่มากขึ้น (บางห้องนอนเล็กอย่างห้องนอน 2 กับห้องนอน 4 มีพื้นที่ Walk-in Closet ส่วนตัวด้วยนะคะ) เป็นบ้านที่เหมาะกับครอบครัวขนาดใหญ่จริงๆค่ะ

นอกจากแบบบ้านที่น่าสนใจแล้ว เศรษฐสิริ กรุงเทพกรีฑา 2 ยังมีนวัตกรรม”บ้านปลอดฝุ่น” และ “Cooliving Design Home” โดยการเลือกวัสดุเช่นกระจก Low-e, สีทาบ้านกันความร้อน และ Breeze Panel (ช่องระบายอากาศบริเวณประตูและหน้าต่าง ช่วยให้อากาศถ่ายเท และระบายความร้อนภายในตัวบ้าน) เป็นต้น

เข้าไปอ่านรีวิวเต็มได้ที่ > รีวิว เศรษฐสิริ กรุงเทพกรีฑา 2

สรุป

เศรษฐสิริ กรุงเทพกรีฑา 2 เป็นโครงการที่มีแบบบ้านให้เลือกหลากหลาย ในราคาประมาณ 13- 28 ล้านบาท มีพื้นที่ใช้สอยและที่ดินคุ้มค่าเมื่อเทียบกับโครงการอื่นๆในย่านนี้ แต่ว่าจะมีจำนวนยูนิตในโครงการที่เยอะกว่าโครงการอื่นๆมาก (โครงการอื่นมีไม่ถึง 100 ยูนิต แต่โครงการนี้มี 169 ยูนิต) ส่วนดีไซน์แบบบ้านที่จะเป็นแบบบ้านของแสนสิริ ในโครงการเศรษฐสิริอื่นๆก็จะเจอกับบ้านแบบนี้ เช่นกัน ซึ่งในย่านนี้จะมีแบบบ้านที่ดู Modern หรือการออกแบบที่หวือหวามากหลายๆโครงการ สำหรับบางคนอาจอยากได้บ้านที่ออกแบบพิเศษ ไม่เหมือนโครงการอื่นๆ ดังนั้น โครงการนี้จึงเหมาะกับครอบครัวขนาดกลางถึงใหญ่ที่เน้นพื้นที่ใช้สอยที่คุ้มค่าค่ะ


โครงการนี้เป็นโครงการใหม่จาก AP ที่กำลังจะมี Grand Opening ปลายเดือน มิถุนายน 2563 นี้ค่ะ

ภาพรวมของโครงการ

The City พระราม 9-กรุงเทพกรีฑา เป็นโครงการที่มีช่วงราคาที่ถูกที่สุดในย่านนี้เลยค่ะ จากแบบบ้านทั้งหมด 5 แบบ ราคาเริ่มต้นของแบบที่เล็กสุดกับแบบที่ใหญ่สุดจะอยู่ที่ 12 – 20 ล้านบาท (อยู่ใน Segment High class) และมีค่าส่วนกลางต่อตร.วาที่ต่ำสุดในย่านนี้เช่นกันคือ 45 บาทต่อตร.วา แต่ว่าข้อที่ด้อยกว่าโครงการอื่นคือทำเลที่ทางเข้า-ออกไม่ได้อยู่ติดกับถนนกรุงเทพกรีฑา หรือว่า ถนนศรีนครินทร์-ร่มเกล้านะคะ อยู่ติดกับถนนกาญจนาภิเษกแทน แต่ที่เราของนำโครงการนี้มารวมในบทความนี้เพราะว่าโครงการนี้จะยังคงตั้งอยู่ฝั่งกรุงเทพกรีฑา ทำให้ยังสามารถขับรถวนมาใช้งาน Community หรือว่าตลาดต่างๆที่โซนกรุงเทพกรีฑาได้สะดวกอยู่ค่ะ

พื้นที่ส่วนกลางของโครงการ

Image 1/8
Clubhouse อยู่ตำแหน่งเดียวกับซุ้มประตูทางเข้า

Clubhouse อยู่ตำแหน่งเดียวกับซุ้มประตูทางเข้า

โครงการ The City พระราม 9-กรุงเทพกรีฑา มีจำนวนยูนิตใกล้เคียงกับโครงการที่อยู่ระดับ Luxury class ในย่านนี้ แต่ว่าทำพื้นที่ส่วนกลางมาหลากหลายฟังก์ชันมากกว่าค่ะ ในโครงการที่เป็นบ้านจัดสรรส่วนใหญ่ เรามักจะเจอกับฟังก์ชันส่วนกลางที่มีแค่สระว่ายน้ำ ฟิตเนส สวน แต่โครงการนี้มีฟังก์ชันอื่นๆที่ดูสนุกสนานมากขึ้น เหมือนกับส่วนกลางของคอนโดเลยนะคะ มีพื้นที่ Co-working Space, Theater Room เป็นต้น แต่การดีไซน์หรือตัววัสดุต้องบอกว่าเป็นไปตามราคาบ้าน โครงการนี้อยู่ใน Segment High class แต่ถ้าเป็นโครงการระดับ Luxury ก็อาจจะมีการตกแต่งภายในและเลือกใช้วัสดุที่ดูหรูหรากว่านี้ค่ะ

แบบบ้านภายในงบประมาณ 30 ล้านบาท

โครงการนี้มีแบบบ้านให้เลือกทั้งหมด 5 แบบเลยค่ะ เลือกตามความต้องการได้เลย เช่น ปริมาณห้องนอนที่ต้องการ 4 หรือ 5 ห้องนอน หรือว่าต้องการที่จอดรถ 2 หรือ 3 คัน โครงการนี้ก็จะมีฟังก์ชันให้เลือกเยอะกว่าโครงการอื่นหน่อย คุณผู้อ่านลองนึกภาพความต้องการในใจแล้วลองเลื่อนลงไปดูแบบบ้านกันดูนะคะ ว่าใช่แบบที่ตามหารึเปล่า?

แบบบ้าน Prive

แบบนี้เป็นบ้านขนาดเริ่มต้นของโครงการค่ะ เป็นบ้านแบบเดียวที่ไม่มีห้องสำหรับแม่บ้าน ดังนั้น แบบนี้จึงเหมาะกับคนที่ไม่ต้องการแม่บ้านประจำนะคะ สำหรับคนที่ชอบบ้านแบบนี้ อาจจะเทียบกับบ้านขนาดเริ่มต้นของโครงการเศรษฐสิริเช่นกัน ซึ่งโครงการนี้จะเริ่มต้นที่ 12 ล้านบาท (ถูกกว่าเกือบ 1 ล้าน) แต่ว่าขนาดที่จอดรถจะเหลืออยู่ 2 คัน ดังนั้นการตัดสินใจเลือกก็อาจจะพิจารณาจากฟังก์ชันที่ต้องการแบบไหนตอบโจทย์ชีวิตมากกว่า กับดีไซน์บ้าน พื้นที่ส่วนกลาง ตำแหน่งโครงการเทียบกันดูได้ค่ะ

โดยสิ่งที่เราชอบสำหรับบ้านแบบนี้คือตำแหน่งห้องนอนที่อยู่ชั้นล่าง ที่จะอยู่ปีกบ้านคนละฝั่งกับพื้นที่ส่วนนั่งเล่นและรับประทานอาหาร ทำให้ถึงแม้เราจะใช้ห้องนี้เป็นห้องนอนก็จะได้รับความเป็นส่วนตัวอยู่ค่ะ ปาร์ตี้ดึกหน่อยก็ยังไม่รบกวนเท่ากับผังบ้านที่ส่วน Common Area อยู่หน้าห้องนอนชั้นล่างเลย และที่น่าสนใจคือชั้นสองจะมีพื้นที่ Family Area เล็กๆ เป็นมุมที่ครอบครัวสามารถมาใช้ร่วมกันได้ พื้นที่ส่วนนี้ก็จะ Private ขึ้นมาหน่อยค่ะ

แบบบ้าน Retreat

แบบต่อมาจะเป็นบ้านที่มีห้องแม่บ้านเพิ่มขึ้นมา อันที่จริงแล้วเรามองว่าถ้าครอบครัวไหนไม่มีแม่บ้านก็สามารถใช้ห้องนอนแม่บ้านเป็นห้องเก็บของได้ และห้องน้ำส่วน Service ก็จะเป็นฟังก์ชันสำหรับแม่บ้าน ชาวสวน หรือว่าช่างที่มาดูแลบ้านเราได้เลยค่ะ

สิ่งที่แตกต่างจากบ้านแบบแรกคือ Common Area ที่ชั้น 1 แบบ Prive จะยาวต่อเนื่องกัน แต่ว่า Retreat จะแยกกันค่ะ ดังนั้นจึงเหมาะกับคนที่ชอบพื้นที่เป็นสัดส่วน อาจจะวางแผนกั้นเป็นห้องปิดเพิ่มในภายหลังก็ได้ ส่วนพื้นที่ชั้น 2 แม้ฟังก์ชันจะเท่าเดิม แต่ว่าขนาดของแต่ละส่วนก็จะใหญ่ขึ้นค่ะ และ Family Area ที่เปลี่ยนมุมจากฝั่งหลังบ้านมาอยู่ด้านหน้าบ้านก็ทำให้สามารถเปิดมุมมองไปยังรอบๆได้กว้างขึ้นด้วย ส่วนราคาของบ้านแบบนี้เราไม่ได้ข้อมูลมานะคะ ใครสนใจโทรไปสอบถามกับทางโครงการได้เลยค่ะ

แบบบ้าน Spacious

บ้านแบบนี้จะเป็นบ้านที่มี 3 ที่จอดรถค่ะ และเป็นแบบบ้านที่มีพื้นที่ใช้สอยแต่ละฟังก์ชันใหญ่หมดเลย วางเตียง Queen Size ได้ทุกห้องนอน ใน Master Bedroom นอกจากความใหญ่ของห้องก็จะได้ห้องน้ำที่มีอ่างล้างหน้าแบบ His&Her และอ่างอาบน้ำที่พิเศษกว่าบ้านแบบ Retreat ค่ะ

Image 1/2
หน้าบ้านแบบ Spacious

หน้าบ้านแบบ Spacious

อีกจุดหนึ่งที่น่าสนใจคือ Space ภายในบ้านแบบนี้จะไม่ได้แยกชั้น 1 ขาดออกจากชั้น 2 ทั้งหมด แต่จะมีพื้นที่ส่วนทางเข้าหลักที่จัดเป็น Double Volume เชื่อมต่อพื้นที่นั่งเล่นของชั้น 1 และชั้น 2 ไว้ ทำให้บ้านดูทันสมัยมากขึ้นค่ะ

แบบบ้าน Verdant

Verdant เป็นแบบบ้านที่เหมาะกับคนที่ต้องการห้องอเนกประสงค์เยอะๆค่ะ เพราะการออกแบบของบ้านแบบนี้ต้องการให้ห้องนอนที่ออกแบบไว้ใช้เป็นห้องนอน (จัดให้มีห้องน้ำในตัวทุกห้อง) และมีห้องน้ำสำหรับแขกแยกออกมาอีกที่ชั้น 1 นอกจากนี้ ทั้งชั้น 1 และชั้น 2 จะมีพื้นที่ที่เปิดโล่งต่อเนื่องกัน กับพื้นที่ห้องอเนกประสงค์ที่กั้นแยกไว้ให้ด้วย ดังนั้น ความต้องการของคนที่ชอบบ้านแบบนี้จึงอาจชอบพื้นที่ส่วนตัวนอกจากห้องนอนมากหน่อย เช่น ห้องทำงานของคุณพ่อคุณแม่อยู่ชั้น 1 แยกกับห้องอ่านหนังสือของลูกที่ชั้น 2 และมีห้องรับแขกที่ต้อนรับญาติมิตรได้หลายคนไว้ใช้สังสรรค์ได้ แต่ก็มีห้องปิดเผื่อคุยธุระที่ต้องการความสงบจริงจัง ฟังก์ชันของบ้านแบบนี้ก็จะตอบโจทย์ครอบครัวที่ใช้บ้าน เป็นที่ทำงานด้วยค่ะ เผลอๆว่าหลังจากที่ใครหลายคน Work From Home นานๆ ก็อาจเพิ่งรู้ตัวว่าอยากได้ฟังก์ชันห้องปิดนอกเหนือจากห้องนอนได้นะคะ

แบบบ้าน Scenery

บ้านแบบใหญ่ที่สุดของโครงการ The City พระราม 9-กรุงเทพกรีฑา จะเริ่มต้นที่ 20 ล้านบาทค่ะ (แต่จะเปิดขายในเฟสต่อไปนะคะ) ซึ่งบ้านแบบ Scenery นี้จะเป็นบ้านที่ได้ถึง 5 ห้องนอน (4 ห้องนอนที่ชั้น 2 และ 1 ห้องนอนผู้สูงอายุที่ชั้น 1) ซึ่งบ้านนี้ก็จะมีการออกแบบที่เอื้อกับการใช้งาน Wheel Chair โดยเฉพาะ เช่นทางลาดจากที่จอดรถขึ้นมายังตัวบ้าน และห้องนอนชั้น 1 มีห้องน้ำที่ใช้ประตูบานเลื่อนเปิด-ปิด และพื้นที่ส่วนอาบน้ำที่มีที่นั่งให้ และนอกจากแบบที่เอื้อกับผู้สูงอายุแล้ว อีกสิ่งที่น่าสนใจคือมี Living area ฝั่งหน้าบ้านที่ออกแบบให้เป็นพื้นที่ Double Volume ขนาดใหญ่ เลยทำให้บ้านแบบนี้ดูแตกต่างจากแบบอื่นๆในโครงการค่ะ

เข้าไปอ่านรีวิวเต็มได้ที่ > รีวิว The City พระราม9-กรุงเทพกรีฑา

สรุป

The City พระราม 9-กรุงเทพกรีฑา เป็นอีกหนึ่งโครงการที่น่าสนใจนะคะ เพราะเป็นโครงการที่มีช่วงราคาถูกสุด มีแบบบ้านให้เลือกเยอะที่สุด พื้นที่ส่วนกลางหลากหลายสุด และราคาค่าส่วนกลางถูกสุด แต่ก็แลกกับทำเลที่ออกมาอยู่เลียบวงแหวนกาญจนาฯ แทนค่ะ


โครงการเริ่มต้น 20 ล้านบาทขึ้นไป (Luxury class)

สำหรับโครงการที่อยู่ในระดับ Luxury Class เป็นแบบบ้าน 3 ชั้น ดีไซน์ Modern ทั้งหมดเลย ขนาดพื้นที่ใช้สอย 300 ตร.ม.ขึ้นไป ส่วนฟังก์ชันการใช้งานก็ขึ้นอยู่กับความต้องการและจำนวนสมาชิกที่อยู่อาศัยนะคะ โดยส่วนใหญ่เราจะเจอโครงการที่ทำออกมา Luxury ด้วยพื้นที่เยอะๆ ตอบโจทย์ครอบครัวขนาดใหญ่ แต่บางครั้งครอบครัวขนาดกลางหรือขนาดเล็กก็ต้องการบ้านที่ Luxury ได้เหมือนกันค่ะ

โครงการ Luxury ติดถนนศรีนครินทร์-ร่มเกล้า(กรุงเทพกรีฑาตัดใหม่) ฝั่งขาออก โดย Asset Five

ภาพรวมของโครงการ

Vana Residence พระราม9-ศรีนครินทร์ เป็นโครงการที่อยู่ในระดับ Luxury แล้ว ซึ่งในโครงการระดับ Luxury เราจะไม่เจอแบบบ้านที่เหมือนกันในโครงการอื่นๆค่ะ ตรงนี้เราคิดว่าผู้ที่ซื้ออยู่อาศัยก็จะได้ความภูมิใจเรื่องดีไซน์บ้าน ภาคภูมิใจว่าบ้านไม่เหมือนใคร ตัวโครงการมีอยู่ทั้งหมด 69 ยูนิต และในระดับราคาที่สูงขึ้นนั้น ทำให้ได้บ้าน 3 ชั้น พื้นที่ใช้สอยของโครงการนี้จะเริ่มต้นที่ 400 ตร.ม.ซึ่งถือว่ามีขนาดใหญ่ค่ะ และที่น่าสนใจอีกอย่างคือทุกแบบบ้านในโครงการจะจอดรถได้ถึง 4 คันเลย

พื้นที่ส่วนกลางของโครงการ

สภาพภายในโครงการจะออกแบบมาเรียบร้อยสะอาดตาค่ะ เราชอบที่โครงการนี้จะเอาสายไฟลงดินทั้งหมด และมีการจัด Landscape ภายในที่ดูร่มรื่น

Image 1/2
Clubhouse สูง 2 ชั้น

Clubhouse สูง 2 ชั้น

ส่วนกลางของโครงการนี้จะมีตัว Clubhouse เป็นอาคารแยกออกมา 2 ชั้นอยู่ตรงกลางของโครงการ ซึ่งรูปแบบการดีไซน์เป็นสไตล์เดียวกันกับตัวบ้านค่ะ ส่วนฟังก์ชันส่วนกลางที่ให้ก็ถือว่าครอบตามมาตรฐาน ได้สระว่ายน้ำที่ยาว 25 เมตรด้วย ตรงนี้เราชอบที่รอบๆตัวสระจะมีพุ่มไม้โอบล้อม ช่วยให้ใช้งานได้ความเป็นส่วนตัวค่ะ

* ค่าส่วนกลางของโครงการนี้จะคิดที่ 100 บาทต่อตร.วา

แบบบ้านภายในงบประมาณ 30 ล้านบาท

Vana Residence พระราม9-ศรีนครินทร์  มีแบบบ้านให้เลือกทั้งหมด 3 แบบ เรียกว่า Type A,B,C เรียงลำดับตามขนาดใหญ่ไปเล็กค่ะ แต่ว่า Type A เป็นแบบบ้านขนาดใหญ่ที่สุดของโครงการ (492 ตร.ม.) จะราคาเริ่มต้นที่ 32 ล้านบาท ซึ่่งเกินงบประมาณที่เรากำหนดไว้ในบทความนี้ ส่วน Type B จะเป็นบ้านที่ราคาอยู่ที่ 25.9 ล้านบาทค่ะ และ Type C นั้นจะเป็นบ้านที่มีผังบ้านและหน้าตาเดียวกับ Type B เลยแต่ว่าขนาดพื้นที่ใช้สอยจะเล็กกว่า 20 ตร.ม. และไม่มีลิฟต์ (Type B มีลิฟต์) ดังนั้นเราขออธิบายฟังก์ชันใช้งานและดีไซน์รวมๆกันเลยนะคะ

แบบบ้าน Type B,C

เนื่องจากโครงการนี้เป็นบ้าน 3 ชั้น ระดับ Luxury เราจึงจะเห็นการออกแบบที่แตกต่างจากที่เคยเห็นมาหลายๆอย่าง เช่น ผังบ้านที่ออกแบบเป็นรูปตัว L , พื้นที่ส่วน Family area จะถูกนำไปไว้ที่ชั้น 2 (ส่วนนี้เหมือนเป็นหัวใจของบ้าน ที่ทุกคนมารวมกันเลยอยู่ในตำแหน่งกึ่งกลางของบ้านด้วย) ที่ชั้น 1 จะเป็นพื้นที่ส่วน Service อย่างห้องครัว ห้องแม่บ้าน พื้นที่ซักล้าง และจัดห้องนอนไว้ 1 ห้องสำหรับผู้สูงอายุ ส่วนห้องนอนที่อยู่ชั้น 2 จะแยกตัวจากพื้นที่ส่วน Family Area โดยมีโถงบันไดกั้นกลาง พื้นที่ส่วนพักผ่อนอย่างห้องนอนก็จะได้ความสงบเยอะขึ้นด้วย ส่วนที่ชั้น 3 ก็จะเป็นห้องนอนอีก 2 ห้อง ส่วนตัวชอบที่แบ่งพื้นที่ด้วยแนวคิดไม่ซับซ้อน แต่ใช้งานได้ลงตัวดีค่ะ และเป็นบ้านที่ออกแบบไว้สำหรับครอบครัว 3 Generation โดยเฉพาะเลย

Image 1/5
บ้าน 3 ชั้น ผังรูปตัว L ดีไซน์แปลกตา ไม่เหมือนกับโครงการอื่นๆ

บ้าน 3 ชั้น ผังรูปตัว L ดีไซน์แปลกตา ไม่เหมือนกับโครงการอื่นๆ

ลองดูบรรยากาศบ้านตัวอย่าง Type B กันค่ะ เราจะเห็นว่าดีไซน์บ้านจะเป็นแบบที่เราไม่เคยเห็นที่ไหนแน่ๆ และพื้นที่ใช้งานแต่ละส่วนดูกว้างขวางและโปร่งดีนะคะ

เข้าไปอ่านรีวิวเต็มได้ที่ > รีวิว Vana Residence พระราม 9 – ศรีนครินทร์

สรุป

Vana Residence พระราม9-ศรีนครินทร์  เป็นโครงการที่ผู้เขียนคิดว่าเหมาะกับครอบครัว 3 Generation โดดเด่นที่ดีไซน์บ้านออกแบบมาได้ดูสวยงามแปลกตาภายนอก ส่วนภายในพื้นที่แต่ละส่วนกว้างขวาง และดูโปร่งสบาย(เกิดจากความสูงของชั้น และหน้าต่างที่เน้นสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน) ฟังก์ชันใช้งานในบ้านเรียบง่าย ไม่ต้องมีห้องรับแขกหลายจุด แต่ว่าแต่ละพื้นที่ใช้งานได้ระยะยาว(ห้องนอนลูกก็สามารถอาศัยได้ตั้งแต่เล็กจนโต) Type B ราคา 25.9 ล้านบาท เหมาะกับครอบครัวที่ต้องการลิฟต์ในบ้าน ส่วน Type C ที่ไม่มีลิฟต์ ราคาจะลดลงมานะคะ(สอบถามเพิ่มเติมกับทางโครงการ)


Nirvana Beyond พระราม 9 – กรุงเทพกรีฑา ตำแหน่งที่ตั้งโครงการจะอยู่เกือบจะถึงถนนกาญจนาภิเษก ซึ่งพื้นที่บริเวณรอบๆนี้จะเป็นที่ดินของทาง Nirvana Daii มีแผนที่จะพัฒนาอีกในอนาคตค่ะ ดังนั้นถ้ามองเรื่องความได้เปรียบของที่ตั้ง ในกรณีที่เกิดโครงการรอบๆสามารถเป็น Mixed-use ได้ก็จะทำให้ตัวโครงการเองได้รับความสะดวกมากขึ้นด้วยนะคะ

ภาพรวมของโครงการ

โครงการนี้ มีทางเข้า-ออก อยู่ติดกับถนนใหญ่อย่างถนนศรีนครินทร์-ร่มเกล้า ฝั่งขาเข้าเมือง เป็นโครงการขนาดกลางๆ มี 85 ยูนิต โครงการนี้จะเป็นบ้านเดี่ยว 3 ชั้น ซึ่งจุดเด่นก็อยู่ที่แบบบ้านสไตล์ Natural Modern ของ Nirvana Daii ที่แม้หน้าตาบ้านจะดู Modern แต่พื้นที่ภายในสามารถเชื่อมต่อกับธรรมชาติ อย่าง แสงแดด ลมได้

พื้นที่ส่วนกลางของโครงการ

พื้นที่ส่วนกลางหลักจะอยู่ตรงกลางโครงการ เป็นอาคาร Clubhouse สูง 2 ชั้น สวน สระว่ายน้ำและสนามเด็กเล่น ยกระดับขึ้นมาจากพื้นถนนเล็กน้อย เพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับคนที่ใช้งานมากขึ้น ภายในก็จะมี Fitness, BBQ zone และ Meeting Room สิ่งที่น่าสนใจคือราคาค่าส่วนกลางที่คิดอยู่ที่ 50 บาทต่อตร.วา ในโครงการระดับ LUXURY ด้วยนะคะ

แบบบ้านภายในงบประมาณ 30 ล้านบาท

แบบบ้านของที่นี่จะมีอยู่ 3 แบบ ชื่อว่า Space, Mind และ Luxe หรือว่า S,M,L ตามลำดับ แต่ว่าแบบบ้านที่ราคาต่ำกว่า 30 ล้านบาทจะมีอยู่แบบเดียวคือแบบ Space ค่ะ ในตอนที่เราไปทำรีวิวมานจะเป็นบ้านเฟสแรกที่มีที่ดินเริ่มต้น 68.2 ตร.วา แต่ในเฟสปัจจุบันที่ขายนั้นที่ดินอยู่ที่ 57 ตร.วา จึงทำให้ราคาลดลงจากที่เคยรีวิวไว้มาอยู่ที่ 25 ล้านบาทค่ะ

แบบ Space พื้นที่ใช้สอยจะอยู่ที่ 300 ตร.ม. ประกอบไปด้วย 3 ห้องนอน, 3 ห้องน้ำ, 1 ห้องนั่งเล่น, 1 ห้องน้ำแบบ Powder Room, ห้อง Maid และ 2 ที่จอดรถ บ้านแบบนี้เหมาะกับครอบครัวขนาดเล็ก พ่อแม่ และลูก 2-4 คน พื้นที่ชั้น 1 เป็นส่วน Service และ Living Area พื้นที่ชั้น 2 เป็น Master Bedroom ทั้งชั้น ส่วนชั้น 3 จะเป็นห้องนอนเล็ก 2 ห้องค่ะ

สิ่งที่เราชอบในการออกแบบเลยคือ จากทางเข้าหลักจะเจอกับ Foyer เล็กๆ ลดระดับจากตัวบ้าน เป็นพื้นที่เก็บรองเท้าเหมือนในบ้านญี่ปุ่น ส่วนที่ชั้น 2 แม้จะเป็น Master Bedroom แต่ก็จะมีพื้นที่ Multi-Purpose ไว้ให้ ครอบครัวไหนอาจจะเป็นห้องนั่งเล่นอีกห้อง ที่ลูกๆสามารถมาใช้งานและใกล้ชิดพ่อแม่ได้ ส่วนชั้น 3 จะเป็นห้องนอนที่ทั้ง 2 ห้องได้ห้องขนาดใหญ่ มีระเบียงพักผ่อนในตัว

มาดูที่หน้าตาบ้านจะเห็นได้ว่าดู Modern และแตกต่างจากสามโครงการก่อนหน้าอยู่นะคะ ซึ่งตำแหน่งที่เป็นกระจกทางฝั่งหน้าบ้านก็จะไม่ได้จัดเป็นตำแหน่งของเตียงนอนเอาไว้ ทำให้บ้านที่อยู่ฝั่งตรงข้าม หรือใครที่เดินไปมาไม่สามารถมองเข้าไปเห็นได้ตรงๆด้วยค่ะ ถือว่าตอนออกแบบคิดเรื่อง Privacy ของผู้ใช้งานอยู่เหมือนกัน

เข้าไปอ่านรีวิวเต็มได้ที่ > รีวิว Nirvana BEYOND พระราม9 – กรุงเทพกรีฑา

สรุป

Nirvana Beyond พระราม 9 – กรุงเทพกรีฑา เป็นอีกหนึ่งโครงการระดับ Luxury ที่มีทางเข้า-ออกอยู่ติดกับถนนใหญ่ เหมาะกับครอบครัวขนาดเล็ก พ่อแม่-ลูก ที่มองหาบ้านแนวโมเดิร์นไว้อยู่อาศัย สำหรับโครงการนี้เรามองว่าราคาใกล้เคียงกับโครงการ Vana Residence นะคะ แต่ว่าถ้าอยากได้เรื่องพื้นที่ใช้สอย Vana อาจจะชนะไป แต่ว่า Nirvana จะมีดีไซน์ที่แตกต่าง ค่าส่วนกลางที่ถูกลง ตรงนี้ก็ขึ้นอยู่กับความชอบเรื่องดีไซน์ และความต้องการเรื่องพื้นที่ใช้สอยของแต่ละครอบครัวค่ะ


The Park Avenue Private ตั้งอยู่บนถนนกรุงเทพกรีฑาเดิม จุดเด่นของโครงการนี้คือตั้งอยู่ตรงกันข้ามกับสนามกอล์ฟ(อากาศน่าจะดีนะคะ)ซึ่งบ้านที่ขึ้นรอบๆสนามกอล์ฟหลังๆมานี่ก็จะเป็นโครงการระดับ Luxury ขึ้นไปทั้งหมดค่ะ นอกจากนี้จุดเด่นเรื่องทำเลอีกอย่างคือโครงการติดกับ Community Mall ที่มีชื่อว่า The Park ได้บรรยากาศมีห้างอยู่หน้าบ้านเลย

ภาพรวมของโครงการ

โครงการ The Park Avenue Private เป็นโครงการขนาดเล็ก มีเพียง 36 ยูนิต ซึ่งแบบบ้านจะเป็นบ้าน 3 ชั้นสไตล์โมเดิร์นค่ะ แน่นอนว่าโครงการขนาดเล็กก็จะมีข้อดีที่ความเป็นส่วนตัว แบบบ้านบางแบบก็มีแค่ 4 ยูนิตเท่านั้น(บ้านsize L) ทำให้บ้านที่เราอยู่ไม่ซ้ำใครแน่นอนค่ะ

พื้นที่ส่วนกลางของโครงการ

Image 1/2
พื้นที่ส่วนกลางจะมีสวนและอาคารที่เป็น Sale office ริมถนน

พื้นที่ส่วนกลางจะมีสวนและอาคารที่เป็น Sale office ริมถนน

เนื่องจากที่ดินของโครงการนี้มีขนาดเล็กกว่าโครงการอื่น รวมถึงจำนวนยูนิตพักอาศัยด้วย ทำให้พื้นที่ส่วนกลางของโครงการจริงๆมีแต่สวนและตัว Sale Office ที่อยู่ด้านหน้าโครงการริมถนนเท่านั้น แต่ว่าโครงการนี้มีข้อตกลงกับ W Fitness ใน Community Mall ที่อยู่ด้านหน้า ทำให้ลูกบ้านในโครงการสามารถเข้าไปใช้งาน Fitness นี้ได้ฟรี 5 ปี ภายในฟิตเนสมีสระว่ายน้ำ และเครื่องเล่นหลายอย่างครบครัน มีสนามแบดมินตัน สนามบาส หน้าผาจำลอง และสตูดิโอ pilates มวย (เล่นได้บางพื้นที่เท่านั้น) ซึ่งบ้านแต่ละหลังก็จะได้ 4-5 สิทธิ์  ตรงนี้เรามองว่าเป็นตัวเลือกให้ในอนาคตได้ว่าจะสมัครต่อ หรือไม่สมัครต่อแล้วแต่ความต้องการใช้งานเลยค่ะ ซึ่งค่าส่วนกลางของโครงการนี้จะเก็บที่ 120 บาทต่อตร.วา

แบบบ้านภายในงบประมาณ 30 ล้านบาท

ปัจจุบันบ้าน Type ใหญ่สุดหรือว่า L ของโครงการนี้ขายหมดเรียบร้อยแล้ว ส่วน Type M หรือบ้านขนาดกลาง จะมีราคาเริ่มต้นที่ 38 ล้านบาท พื้นที่ใช้สอย 439 ตร.ม. ดังนั้นบ้านที่ยังอยู่ภายใต้เงื่อนไข ไม่เกิน 30 ล้านบาทที่เรากำหนดไว้จะเป็นบ้านขนาดเล็กที่สุด Type S ชื่อว่า Snowberry ค่ะ

บ้านแบบ Snowberry เป็นบ้าน 3 ชั้น ขนาดพื้นที่ใช้สอย 354 ตร.ม. ที่ดินเริ่มต้น 64.7 ตร.วา ราคาเริ่มต้น 28 ล้านบาทค่ะ บ้านแบบนี้จะมีอยู่ 4 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ 3 ที่จอดรถ แต่จุดเด่นที่เราชอบของโครงการนี้เลยคือ Living Area ที่ออกแบบไว้ให้ 2 จุด อยู่ที่ชั้น 1 และชั้น 2 และทั้ง 2 จุดนี้เป็น Double Volume ค่ะ บรรยากาศที่ได้ฝ้าเพดานสูงก็จะทำให้พื้นที่ภายในโปร่ง สว่าง สามารถใช้ตอนรับแขกได้ทั้ง 2 จุดเลย

บ้านแบบนี้จะออกแบบไว้เพื่อรองรับครอบครัว 3 Generation มีห้องนอนผู้สูงอายุอยู่ที่ชั้น 1 ส่วนห้องนอนทุกห้องมีขนาดใหญ่ วางเตียงใหญ่ได้ มีพื้นที่สำหรับทำ Walk-in Closet ได้เป็นสัดส่วน และมีห้องน้ำในตัวค่ะ

Image 1/4
บ้าน Snowberry

บ้าน Snowberry

การออกแบบบ้านของที่นี่จะเป็นสไตล์ Tropical Modern ภายนอกจะดูโมเดิร์น และมีแผงกันแดดสีไม้เป็นจุดเด่น ส่วนภายในตัวบ้านได้วัสดุต่างๆที่เลือกใช้ดีเหมาะสมกับราคาเลยค่ะ

เข้าไปอ่านรีวิวเต็มได้ที่ > รีวิว The Park Avenue Private

สรุป

The Park Avenue Private เป็นโครงการที่เหมาะกับครอบครัว 3 Generation ที่ชอบความเป็นส่วนตัวจากยูนิตที่ไม่เยอะ และได้ความสะดวกสบายของ Community Mall ที่อยู่ข้างโครงการ ไม่เน้นการใช้งานพื้นที่ส่วนกลางค่ะ


และนี่ก็คือโครงการและแบบบ้านต่างๆที่ขายในช่วงงบประมาณ 10-30 ล้านบาท โซนกรุงเทพกรีฑา และ ศรีนครินทร์-ร่มเกล้านะคะ ผู้เขียนหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับคนที่กำลังมองหาบ้านในย่านนี้ และถ้าใครอยากให้รวบรวมบ้านเดี่ยวย่านไหนอีก Comment เพิ่มเติมกันมาได้เลยค่ะ

* ราคาที่นำมาลงในบทความเป็นราคาขายจากการสอบถามข้อมูลในช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2563 เท่านั้น ดังนั้นราคาอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ทุกเมื่อนะคะ