รีวิวฉบับที่ 1915… บนถนนศรีนครินทร์ – ร่มเกล้า หรือว่าถนนกรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ถือว่าเป็นทำเลเปิดใหม่ที่มีบ้านเดี่ยวระดับ Luxury มาเปิดตัวค่อนข้างมาก สำหรับโครงการ Nirvana Beyond พระราม 9 – กรุงเทพกรีฑา นี้ ถือว่าเป็นบ้าน 3 ชั้น สไตล์ Natural Modern ที่การออกแบบเน้นความเป็นส่วนตัว และมีฟังก์ชันการใช้งานรูปแบบใหม่ที่ไม่ใช่แค่รูปทรงเหลี่ยมแบบเดิมๆ แต่มีการบิดเอียงของพื้นที่ใช้สอย ทำให้เกิดพื้นที่ใช้งานใหม่ๆเพิ่มขึ้น ส่วนขนาดพื้นที่ใช้สอยก็เริ่มต้นที่ 300 ตร.ม. ไปจนถึง 470 ตร.ม. รองรับการอยู่อาศัยถึง 3 Generations ในราคาเริ่มต้น 27 ล้านบาท เราไปดูรายละเอียดของโครงการนี้กันดีกว่าค่ะ

Fact @ 31 JULY 2019

  • Nirvana Beyond Rama 9 – Krungthep Kreetha (เนอวานา บียอนด์ พระราม 9 – กรุงเทพกรีฑา)
  • บริษัท เนอวานา ไดอิ จํากัด (มหาชน)
  • LUXURY – SUPER LUXURY CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment บ้านได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่บน : ถนนศรีนครินทร์ – ร่มเกล้า (ถ.กรุงเทพกรีฑาตัดใหม่) เขตสะพานสูง
  • เนื้อที่โครงการ 27 ไร่ จำนวน 85 ยูนิต
  • แบบ Space ที่ดิน 57 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 300 ตร.ม. 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ ราคาเริ่มต้น 27 ล้านบาท
  • แบบ Mind ที่ดิน 60 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 370 ตร.ม. 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 3 ที่จอดรถ ราคาเริ่มต้น 34 ล้านบาท
  • แบบ Luxe ที่ดิน 76 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 470 ตร.ม. 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 3 ที่จอดรถ ราคาเริ่มต้น 43 ล้านบาท
  • ราคาเริ่มต้น 27 ล้านบาท
  • โครงการเริ่มก่อสร้าง : 2561
  • คาดว่าแล้วเสร็จบางส่วน : 2563
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • โทร : 1787

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วค่ะ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างนะ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.751347, 100.686439
หรือคลิกที่นี่ : Google Map Nirvana Beyond พระราม 9 – กรุงเทพกรีฑา 

โครงการ Nirvana Beyond พระราม 9 – กรุงเทพกรีฑา ตั้งอยู่บนถนนศรีนครินทร์ – ร่มเกล้า หรือกรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ ซึ่งทำเลนี้ถือเป็นถนนเส้นใหม่ที่กำลังจะสร้างเสร็จในไม่ช้า สามารถใช้เชื่อมต่อจากพระราม 9ออกไปยังถนนร่มเกล้าซึ่งเป็นโซนตะวันออกของกรุงเทพได้

ตัวทำเลนี้ต้องขอบอกก่อนเลยว่าเป็นถนนตัดใหม่ ทำให้ถึงเเม้จะเป็นถนนใหญ่ แต่สองฝั่งข้างทางรอบๆยังเป็นทุ่งหญ้า ไม่ค่อยมีสิ่งปลูกสร้างเท่าไหร่นัก แต่เนื่องด้วยตัวถนนนี้เป็นพื้นที่ที่ขยายมาจากใจกลางเมือง สามารถเดินทางเชื่อมต่อเข้าไปยังตัวเมืองได้ง่ายผ่านเส้นพระราม 9 หรือศรีนครินทร์ ทำให้เริ่มมีการพัฒนาโครงการประเภทที่อยู่อาศัยมากขึ้น โดยเฉพาะโครงการประเภทบ้านแนวราบราคาสูงที่หลากหลาย Developer เริ่มจับจองที่ดินบริเวณนี้และพัฒนาโครงการกัน (เปรียบเทียบกับบ้านที่สร้างใจกลางเมืองจริงๆก็ราคาสูงโดดไปมากแล้ว)

ในแง่การเดินทาง จากโครงการจะมาเชื่อมต่อกับถนนกรุงเทพกรีฑา สามารถวิ่งไปถนนศรีนครินทร์ ซึ่งเป็นถนนหลักที่ตัดกับถนนเส้นสำคัญหลายสาย ทั้ง ถนนพัฒนาการ, ถนนพระราม 9, ถนนหัวหมาก, ถนนรามคำแหง, และ ถนนลาดพร้าว อีกทั้งไม่ไกลจากทางด่วนสามารถขึ้นทางด่วนศรีรัช เพื่อเชื่อมเข้าตัวเมืองชั้นใน เช่น เอกมัย , อโศก , พระราม 9 , ดินแดง หรือไปใช้ทางด่วนกรุงเทพ-ชลบุรีสายใหม่ เพื่อออกไปยังย่านบางนา, มีนบุรี, สุวรรณภูมิ, ฉะเชิงเทรา และ ชลบุรี ได้ ทำให้สะดวกทั้งในการเข้าตัวเมืองชั้นใน และ ออกนอกตัวเมืองได้

ส่วนวิธีการเดินทางอื่นๆที่ไม่ใช่รถส่วนตัวนั้นอาจจะต้องเรียกใช้บริการรถโดยสารผ่านทาง Application เท่านั้นนะคะ เนื่องจากถนนหน้าโครงการเป็นถนนตัดใหม่จริงๆ ทำให้ไม่ค่อยจะมีรถ Taxi ผ่านหน้าโครงการเท่าไหร่นัก ยิ่งเป็นรถสาธารณะอื่นๆนั้น ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลยค่ะ เพราะปัจจุบันยังไม่มีเลย แต่ในอนาคตนั้น จากหน้าโครงการสามารถเดินทางไปเชื่อมต่อรถไฟฟ้าได้ ทั้งสายสีเหลือง ที่สถานีศรีกรีฑา สายสีส้ม ที่สถานีลำสาลี และรถไฟฟ้า Airport Rail Link ที่สถานีหัวหมาก ซึ่งก็ยังช่วยอำนวยความสะดวกให้ได้บ้างเช่นกัน (เผื่อลูกบ้านคนไหนมีลูกที่ยังไม่สามารถขับรถเองได้ก็สามารถไปส่งยังรถไฟฟ้าต่างๆที่กล่าวมาได้ค่ะ)

ในแง่ของความอุดมสมบูรณ์ บริเวณนี้ถือว่ามีโรงเรียนนานาชาติ และมหาวิทยาลัยชั้นนำอยู่หลายแห่ง รวมไปถึงสามารถเข้าถึงโรงพยาบาลชื่อดังอย่างโรงพยาบาลรามคำแหง และโรงพยาบาลสมิติเวชได้ ส่วนเรื่องอาหารการกินส่วนใหญ่จะอยู่ในกรุงเทพกรีฑาเป็นหลัก จะมีคอมมูนิตี้มอลล์ The Park และ Tesco Lotus ที่สามารถเดินทางได้อย่างสะดวก หรือ จะเข้าไปในซอยกรุงเทพกรีฑาซอย 7 ซึ่งสามารถทะลุไปถนนรามคำแหงได้ ภายในซอยจะมี Max Value Kurve 7 และ Market Today

เส้นทางการเดินทาง

เส้นทางการเดินทางในครั้งนี้ เราจะลองมาจากทางถนนรามคำแหงกันนะคะ โดยจะเริ่มจากฝั่งขาออก เลี้ยวขวาที่ซอยรามคำแหง 26 หรือซอยหัวหมาก 28 (ซอยข้างโอสถสภาค่ะ) เข้ามาซอยนี้เพื่อที่จะออกไปยังถนนหัวหมาก สามารถเชื่อมต่อกับถนนกรุงเทพกรีฑาและไปเชื่อมต่อกับถนนศรีนครินทร์-ร่มเกล้าหรือถนนกรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ได้ ตรงไปเรื่อยๆจนเกือบจะถึงจุดตัดกับถนนกาญจนาภิเษกถึงจะกลับรถมาค่ะ โครงการ Nirvana Beyond พระราม 9 – กรุงเทพกรีฑา จะตั้งอยู่ริมถนนใหญ่ทางซ้ายมือเลย

เริ่มต้นที่ถนนรามคำแหงค่ะ พอเจอซอยรามคำแหง 26 ก็เลี้ยวขวาเข้าไปเลย แยกนี้มีสัญญาณจราจรอยู่ เลี้ยวง่าย ปลอดภัยค่ะ

พอเลี้ยวเข้ามาทางซ้ายมือเราจะเป็นบริษัท โอสถสภาตั้งยาวลึกเข้าไปจนสุดซอยเลย

ซอยนี้จะเชื่อมต่อกับซอยหัวหมาก28 ซึ่งพอสุดซอยเราก็จะเดินทางมายังเส้นถนนหัวหมากแล้ว ตรงนี้จะบังคับเลี้ยวซ้ายค่ะ ซึ่งเป็นเส้นทางที่เราจะใช้เดินทางนั่นเอง

เลี้ยวมาเราก็ตรงยาวโลดเลย

ตรงนี้จะมีจุดกลับรถให้เป็นระยะ พอกลับรถไปก็จะเป็นทางที่มุ่งหน้าไปยังถนนพระราม 9 ถ้าจะไป The Nine ที่เป็น Community mall ใช้ถนนทางนี้ก็ถือว่าสะดวกค่ะ

แต่ว่าเรายังตรงต่อไปนะคะ มุ่งหน้าไปทางถนนกรุงเทพกรีฑา หรือไปทางร่มเกล้า

ขึ้นสะพานขับมาตามทางเลย

พอลงสะพานมาตอนนี้เราจะมาอยู่ที่ถนนกรุงเทพกรีฑาแล้วค่ะ

เส้นทางของเรายังคงตรงไปนะคะ ให้เราตามป้ายถนนร่มเกล้าต่อ

ตรงนี้จะเป็นทางลอดไปในอุโมงค์ค่ะ

พ้นขึ้นมาจะเป็นถนนที่มีชื่อว่าถนนศรีนครินทร์ – ร่มเกล้า หรือว่าถนนกรุงเทพกรีฑาตัดใหม่

เนื่องจากเป็นถนนเส้นใหม่ ทำให้สองข้างทางตอนนี้ยังไม่มีสิ่งปลูกสร้างใดๆมากนัก แต่ก็ถือว่าเป็นถนนใหญ่ที่เชื่อมกรุงเทพฝั่งตะวันออกแบบลาดกระบัง, ร่มเกล้า ให้เข้ามาใจกลางเมืองกรุงเทพทางเส้นพระราม 9 ได้ง่าย

ขับต่อมาทางขวามือจะเจอกับโครงการในเครือ Nirvana อย่าง Nirvana Define ค่ะ พื้นที่บริเวณนี้เป็นของ Nirvana อยู่หลายแปลง ซึ่งในอนาคตทางบริษัทมีการวางแผนไว้ว่าจะสร้างเป็น Nirvana Township เป็นเมืองที่มีความพร้อมในตัวเอง ทั้ง Wellness , Mix Used Building มี Community Mall มี Office building เป็นต้น

เลย Nirvana Define มาก็จะเจอกับ Nirvana Beyond พระราม 9 – กรุงเทพกรีฑา ตั้งอยู่ทางขวามือเช่นกันค่ะ บริเวณนี้ยังไม่เจอที่กลับรถ เราต้องขับตรงไปอีกนิดเพื่อกลับรถมายังโครงการนะคะ

จุดกลับรถจะอยู่ก่อนแยกวงเเหวนกาญจนาภิเษก (ตัดกับถนนกรุงเทพกรีฑาตัดใหม่)

พอกลับรถมาก็ให้ชิดซ้ายไว้เลยค่ะ

ทางเข้าโครงการจะอยู่ทางซ้ายมือค่ะเลี้ยวเข้าไปเลย

สภาพแวดล้อมรอบๆโครงการ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

เนื่องจากทางเข้าโครงการนี้ตั้งอยู่ริมถนนศรีนครินทร์ – ร่มเกล้า ซึ่งเป็นถนนตัดใหม่ ทำให้พื้นที่บริเวณรอบๆโครงการยังเป็นที่ดินเปล่าเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะที่ดินรอบๆโครงการถือว่าเป็นพื้นที่ของ Nirvana หลายแปลง ในอนาคตบริเวณนี้มีแผนจะสร้างเป็น Nirvana Township มีหลากหลายโครงการและหลากหลายประเภทที่จะพัฒนาเช่น โครงการที่อยู่อาศัย, Mix-Used Building, โครงการ Wellness เป็นต้นค่ะ

  • ทิศเหนือ ติดกับที่ดินเปล่าและถนนศรีนครินทร์ – ร่มเกล้า
  • ทิศใต้ ติดกับที่อยู่อาศัยแนวราบ
  • ทิศตะวันออก ติดกับที่ดินเปล่า
  • ทิศตะวันตก ติดกับถนนสาธารณะไปเชื่อมต่อกับถนนกรุงเทพกรีฑาได้ และติดกับที่ดินเปล่า

ทิศเหนือ ติดกับถนนศรีนครินทร์ – ร่มเกล้า ฝั่งตรงข้ามเป็นที่ดินเปล่า

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • Tesco Lotus กรุงเทพกรีฑา ~ 1.7 กิโลเมตร
  • Unico Grande Golf Course ~ 3.3 กิโลเมตร
  • The Park Community Mall ~ 3.4  กิโลเมตร
  • Market Today ~ 3.9 กิโลเมตร
  • กรุงเทพกรีฑา สปอร์ตคลับ ~ 4.5 กิโลเมตร
  • โรงเรียนนานาชาติ Brighton College ~ 5.6 กิโลเมตร 
  • สถานีรถไฟฟ้า Airport Rail Link หัวหมาก ~ 6.7 กิโลเมตร
  • Max Value พัฒนาการ ~ 6.7 กิโลเมตร
  • มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ABAC หัวหมาก ~ 7 กิโลเมตร
  • โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ ~ 7.1 กิโลเมตร
  • โรงพยาบาลวิภาราม ~ 7.1 กิโลเมตร
  • โรงเรียนนานาชาติ Stamford ~ 7.2 กิโลเมตร
  • ราชมังคลากีฬาสถาน ~ 7.5 กิโลเมตร
  • มหาวิทยาลัยรามคำแหง ~ 7.7 กิโลเมตร
  • The Mall บางกะปิ ~ 9.1 กิโลเมตร
  • The Nine พระราม 9  ~ 10.4  กิโลเมตร
  • โรงเรียนอนุบาล International Montessori Center ~ 10.9 กิโลเมตร
  • โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เตรียมอุดมน้อมเกล้า ~ 10.7 กิโลเมตร


เจาะลึกตัวโครงการ

โครงการ Nirvana Beyond พระราม 9 – กรุงเทพกรีฑา เป็นโครงการบ้านเดี่ยวตั้งอยู่บนที่ดินขนาด 27 ไร่ มีจำนวนยูนิตทั้งหมด 85 ยูนิต โครงการนี้จะเริ่มขายทีละเฟสนะคะ โดยเฟสแรกจะมีอยู่ทั้งหมด 21 ยูนิต เริ่มเปิดขายกันไปเเล้ว ตัวทางเข้าโครงการจะอยู่ติดกับถนนศรีนครินทร์ – ร่มเกล้า ซึ่งเป็นถนนใหญ่เส้นตัดใหม่ ปัจจุบันยังไม่มีรถติดหรือรถจอแจมากนัก การที่ทางเข้าโครงการติดกับถนนใหญ่ก็จะได้ข้อดีที่การเดินทางสะดวกมากขึ้น ลูกหลานที่ยังขับรถเองไม่ได้ เมื่อเรียกใช้บริการรถสาธารณะก็จะไม่ต้องนั่งเข้าไปในซอยเปลี่ยวลึก พ่อแม่ก็อุ่นใจได้บ้างค่ะ แต่ถึงแม้ทางเข้าโครงการจะอยู่ติดกับถนนใหญ่ แต่ตัวบ้านจะอยู่ถัดลึกเข้ามา ทำให้บ้านจริงไม่ได้ใกล้กับถนนใหญ่จนเกินไป ซึ่งก็จะเลี่ยงเรื่องฝุ่น ควัน หรือมลพิษทั้งอากาศและเสียงจากถนนใหญ่ไปได้ ถนนภายในโครงการจะกว้างอยู่ที่ 9 และ 10 เมตร ถือว่าเป็นระยะที่รถสวนกันได้สะดวกค่ะ โครงการนี้มีการเดินสายไฟลงพื้น ทำให้ทัศนียภาพต่างๆภายในโครงการก็จะดูโล่งมากขึ้น และก็จะมีการเดิน Super High Speed จาก AIS ให้ในทุกพื้นที่ ทั้งตัวบ้านและพื้นที่ส่วนกลางด้วยค่ะ

ในส่วนของการวางตัวบ้าน บ้านแทบทุกหลังจะวางตัวบ้านหันหน้าไปทางทิศเหนือ-ใต้ และมีการคำนึงถึงเรื่องทิศทางลมเอาไว้ด้วยในการออกแบบช่องเปิดต่างๆในตัวบ้าน ทำให้ภายในบ้านสามารถถ่ายเทอากาศได้ค่อนข้างดี และการวางบ้านที่หันไปทางเดียวกันทั้งหมด(ไม่มีการสลับซ้าย-ขวา) จะช่วยให้บ้านเเต่ละหลังค่อนข้างได้ความเป็นส่วนตัว ลดการประชันหน้ากันจากบ้านข้างเคียงค่ะ ซึ่งเรื่องความเป็นส่วนตัวแต่สามารถใกล้ชิดกับธรรมชาติ ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ Nirvana ค่อนข้างให้ความสำคัญในการออกแบบนะคะ (เดี๋ยวเราจะไปอธิบายเพิ่มเติมกันที่ Part Product)

ในส่วนของพื้นที่ส่วนกลางจะจัดอยู่ตรงกลาง ทำให้บ้านทุกหลังสามารถมาใช้งานได้ไม่ไกลมาก ส่วนหนึ่งอาจจะด้วยโครงการนี้เป็นโครงการขนาดไม่ใหญ่มาก 85 ยูนิต ทำให้การมาใช้งานจะไม่ไกลและความหนาแน่ก็ไม่แออัดเท่าไหร่ค่ะ ในส่วนฟังก์ชันการใช้งานก็จะมีสระว่ายน้ำ , ตัว Clubhouse , พื้นที่สนามเด็กเล่น, สวน, Meeting Room, BBQ zone และ ฟิตเนส เดี๋ยวเราลองไปดูบรรยากาศทางเข้าโครงการและพื้นที่ส่วนกลางไปพร้อมๆกันนะคะ

จากถนนใหญ่จะเจอกับป้ายโครงการแบบนี้ก่อนค่ะ มีการออกแบบโดยใช้เส้นสายโค้งซ้อนกันเป็นชั้นทำให้เกิดมิติ ดูค่อนข้างโดดเด่นอยู่นะคะ นอกจากนี้ยังมีการเล่นกับลายพื้นถนนที่นำสายตาให้เข้าไปสู่ภายในโครงการ อีกสิ่งที่น่าสนใจคือการออกแบบทางเข้าที่มีการเล่นกัน Landscape ต้นไม้หลายๆแบบทำให้สองข้างทางเข้าโครงการดูแล้วค่อนข้างร่มรื่นดีค่ะ

เข้ามาข้างในตรงนี้เราจะเจอกับซุ้มประตูทางเข้าค่ะ การออกแบบยังคงเน้นเส้นสายโค้งๆ ซ้อนกัน จนเกิดเป็นดีไซน์ที่ดู Modern แปลกตา ดูค่อนข้างโดดเด่นอยู่นะคะ บริเวณหน้าซุ้มประตูทางเข้าจะมีน้ำพุอยู่ ซึ่งรถที่ขับเข้ามาสามารถวนออกไปจากโครงการได้เลย (ในกรณีที่มีรถเลี้ยวผิดเข้ามาก็ไม่ต้องให้พี่รปภ.เปิดประตูให้เข้าไปกลับรถด้านในโครงการ) ช่วยเพิ่มเรื่องความปลอดภัยได้ด้วย โดยทางเข้าจะอยู่ทางซ้าย ทางออกจะอยู่ทางขวามือค่ะ

ทางเข้าโครงการจะมีทั้งไม้กั้นกระดกและประตูเลื่อนอัตโนมัติค่ะ มีพี่รปภ.นั่งอยู่ตรงกลาง ระบบรักษาความปลอดภัยของโครงการนี้จะเลือกใช้ของ Secom ค่ะ

การเข้า-ออกของโครงการจะใช้เป็นระบบ RFID หรือ Bluetooth Access มีกล้องวงจรปิดติดตั้งที่ประตูทางเข้า

มาดูที่ Clubhouse กันต่อค่ะ พื้นที่ส่วนนี้จะยกระดับให้สูงขึ้นจากถนน และมีการออกแบบ Landscape รอบๆ ช่วยเพิ่มความ Privacy ให้กับผู้ที่มาใช้งานพื้นที่ส่วนกลางนี้ค่ะ

ตัวอาคารที่เป็น Clubhouse จะมีการออกแบบที่ใช้เส้นสายโค้งเช่นกัน เส้นสายนี้ก็จะต่อเนื่องไปตั้งแต่ผนังไปจนหลังคาค่ะ

สระว่ายน้ำของโครงการนี้จะมีขนาด 25×8 เมตร (รวมสระเด็กแล้ว) มีบางส่วนที่เล่นระดับความสูงสระโค้งซ้อนเป็นชั้นๆ เช่นเดียวกับดีไซน์ทางเข้าโครงการ ข้างๆสระจะมี Daybed ตั้งอยู่ เผื่อใครจะเอาผ้าเช็ดตัวมาวาง หรือจะนอนเล่นริมสระก็ได้ค่ะ

ถึงแม้ว่าพื้นที่ส่วนกลางจะอยู่ใกล้กับถนนหลักของโครงการแต่ก็มีการออกแบบ Landscape ที่เป็นต้นไม้ใหญ่และพื้นสนามหญ้าที่ช่วยพรางตาและกั้นระยะให้ผู้ที่ใช้งานสระว่ายน้ำนี้จากรถที่ขับผ่านไปมาได้

มุมนึงของพื้นที่ส่วนกลางจะเป็นสนามหญ้าเล็กๆ มีเครื่องเล่นให้เด็กเล็กเล่นอยู่ด้วยค่ะ พื้นที่ส่วนนี้อาจจะไม่ได้มีขนาดที่ใหญ่เท่าไหร่ อาจจะด้วยจำนวนยูนิตพักอาศัยที่ไม่มาก

ริมสระว่ายน้ำจะมีพื้นที่ส่วนที่เป็น BBQ zone สามารถมานั่งเล่นหรือจัดปาร์ตี้ริมสระว่ายน้ำได้

พื้นที่บริเวณนี้จะเป็นพื้นที่ในร่ม สามารถนั่งหลบแดดฝนได้นะคะ

ข้างๆกันจะมีพื้นที่สำหรับล้างตัวอยู่ มีให้ 2 จุด พื้นที่ตรงนี้จะหลบเข้าไปเล็กน้อย ส่วนทางขวามือจะเป็นห้องน้ำของพื้นที่ส่วนกลางค่ะ

เข้ามาดูที่ห้องน้ำชายกันก่อน ห้องน้ำติดแอร์นะคะ และมีการเลือกใช้วัสดุที่ดูหรูหราอยู่ อย่างเช่นกระเบื้องลายหินอ่อน และอ่างล้างมือแบบวางบนเคาน์เตอร์

อีกฝั่งจะเป็นห้องสุขาและห้องอาบน้ำอย่างละห้องค่ะ

ส่วนห้องน้ำหญิงก็จะมีดีไซน์เดียวกัน มีห้องสุขาและห้องอาบน้ำอย่างละห้อง อาจจะไม่ได้เตรียมพื้นที่ส่วนนี้ไว้เยอะมาก ด้วยจำนวนยูนิตที่ไม่มาก และลูกบ้านภายในโครงการอาจจะอยากไปอาบน้ำที่บ้านของตัวเองมากกว่า (ครีมอาบน้ำหรือครีมบำรุงผิวต่างๆก็จะพร้อมกว่ามาใช้งานที่พื้นที่ส่วนกลางค่ะ)

ทางขึ้นชั้นสองจะอยู่ทางด้านหลังนะคะ แต่ก่อนจะขึ้นไปชั้นล่างยังมีอีก 1 ห้องค่ะ ห้องนี้จะเป็นห้อง Meeting Room

ภายใน Meeting Room จะแบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ส่วนนะคะ

ส่วนแรกจะจัดเป็นชุดโซฟา เผื่อลูกบ้านคนไหนนัดแขกมาคุยงานแบบที่ไม่ต้องการให้เข้าไปในตัวบ้าน ก็สามารถมานั่งพูดคุยบริเวณนี้ได้ หรือจะมานั่งเล่นรอพลบค่ำก่อนว่ายน้ำก็ได้เช่นกันค่ะ มี WIFI ให้บริการ

อีกส่วนหนึ่งจะเป็นห้องประชุมขนาดใหญ่ รองรับได้ถึง 10 ที่นั่ง พื้นที่ส่วนนี้ก็คิดเอาไว้เผื่อลูกบ้านคนไหนเป็นผู้บริหาร อยากนัดประชุมก็สามารถนัดประชุมใหญ่ได้ที่นี่เลย มีจอไว้ให้พร้อม อาจจะต้องมีการเเจ้งทางนิติบุคคลไว้ก่อนใช้งานสักเล็กน้อย กันไว้เผื่อกรณีนัดชนกันค่ะ

ขึ้นมาที่ชั้น 2 กันบ้าง ส่วนนี้จะเป็นห้องนิติบุคคลตั้งอยู่ด้านในสุดและห้องฟิตเนสค่ะ

ตัวห้องฟิตเนสจะเป็นห้องกระจกล้อมรอบ ทำให้เปิดมุมมองไปยังสระว่ายน้ำที่อยู่ด้านหน้าได้ มีเครื่องเล่นให้ครบและหลากหลายค่ะ

เราชื่นชอบการออกแบบชายคาของ Clubhouse นะคะ เนื่องจากห้องฟิตเนสจะเป็นห้องที่มีกระจกล้อมรอบเกือบ 4 ด้านเลย แต่การออกแบบชายคาที่โค้งลงมา และการยื่นของชายคา ทำให้ภายในห้องฟิตเนสไม่ร้อนมากค่ะ

เมื่อมองลงไปก็จะได้วิวของสระว่ายน้ำแบบนี้ ออกกำลังกายไปมองเห็นสระว่ายน้ำ ต้นไม้ และท้องฟ้าค่ะ ถือว่าเป็นการใกล้ชิดธรรมชาติอย่างนึงในแบบ Modern Natural Design สไตล์ของ Nirvana

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • Private Lounge & Clubhouse
  • Fitness
  • Infinity Edge Swimming Pool & Kid pool 8×25 m.
  • POSH Garden
  • Meeting Room
  • ระบบ CCTV ที่ Main Gate และภายในโครงการ
  • Wi-Fi ฟรีที่คลับเฮ้าส์
  • Key Card Access ระยะไกล
  • เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง
  • ประตูรั้วโครงการแบบ รั้วกั้นไม้กระดก / ประตูบานเลื่อน
  • สัญญาณกันขโมย ระบบ Magnetic & Motion Sensor ทุกหลัง
  • ถนนหลักกว้าง 10 ม. และถนนภายในกว้าง 9 ม.


Product Walkthrough

แบบบ้านภายในโครงการนี้จะมีอยู่ 3 แบบ มีชื่อว่า Space, Mind และ Luxe จำง่ายๆคือ S,M,L ตามขนาดไซส์บ้านเลยค่ะ โดยทั้ง 3 แบบนี้จะเป็นแบบบ้านใหม่ทั้งหมดจากทาง NIRVANA ที่พัฒนามาจากแบบบ้านเดิมสไตล์ Natural Modern ที่ต้องการสร้างบ้านเดี่ยวรูปแบบ Modern ที่ผู้อยู่อาศัยสามารถอยู่อาศัยได้ความเป็นส่วนตัว และใกล้ชิดกับธรรมชาติ ซึ่งเมื่อเดือนที่ผ่านมาเราได้ทำบทความเกี่ยวกับบ้านสไตล์ Nirvana เอาไว้ ใครสนใจสามารถเข้าไปอ่านบทความ “เจาะลึกการออกแบบ ที่อยู่อาศัย สไตล์ NIRVANA” กันเพิ่มเติมได้นะคะ

ส่วนที่โครงการ Nirvana Beyond พระราม 9 – กรุงเทพกรีฑา นี้แบบบ้านใหม่จะมีจุดเด่นที่เห็นชัดเลยคือผังบ้านที่ถูกบิดมุมออกไป (สังเกตได้จากแปลน) ซึ่งการบิดองศาเช่นนี้ก็จะมีทั้งข้อดีและขอเสียอยู่นะคะ ข้อดีก็คือช่องเปิดที่หน้าบ้านเมื่อมองออกไป ระยะที่จะไปเจอกับบ้านฝั่งตรงข้ามก็จะไกลมากขึ้น และการวางผังบ้านที่ทำให้บ้านแต่ละหลังสามารถมองเยื้องกันได้ ตรงนี้ก็จะช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวและความสะดวกใจในการใช้งานฟังก์ชันที่อยู่ทางหน้าบ้านได้นะคะ นอกจากนี้การบิดผังอาคารยังทำให้เกิดพื้นที่ใหม่ๆที่แยกออกมาเป็นสัดส่วน ทำให้เกิดพื้นที่ใช้งานภายในตัวบ้านที่หลากหลายฟังก์ชันมากขึ้นค่ะ แต่ข้อเสียก็อาจจะเป็นเรื่องการเลือกเฟอร์นิเจอร์บางชิ้นที่จะต้องเข้ามุม ตรงนี้อาจจะต้องสั่งทำพิเศษขึ้นมาถ้าเป็นเฟอร์นิเจอร์ลอยตัว หรือทำ Built-in แทนนะคะ

สำหรับบ้านตัวอย่างที่เราจะพาไปดูวันนี้นั้นจะมีอยู่ 2 หลังค่ะ เป็นแบบ Mind และ Luxe ซึ่งเป็นแบบขนาดกลางและใหญ่ของโครงการนี้ แต่ก่อนจะไปดูผังและรายละเอียดต่างๆภายในตัวบ้าน เราอยากจะให้ดูหน้าบ้านของทั้ง 3 แบบเทียบกันก่อนซักนิด

และนี่คือหน้าตาของบ้านแบบใหม่จาก Nirvana ค่ะ โดยรูปลักษณ์ภายนอกจะเป็นสไตล์ Modern แต่จะไม่ดูแข็งจนเกินไปเพราะจะมีส่วนที่เลือกใช้วัสดุไม้มาช่วยลดทอนความเเข็งของรูปทรงเหลี่ยมไปได้บ้างค่ะ บ้านของ Nirvana นี้จะเป็นบ้านแบบสั่งสร้างได้ คือเราสามารถเลือก Customise บางส่วนของแบบบ้านได้ (แต่ต้องไม่ปรับเปลี่ยนฟังก์ชันหลักของบ้านทั้งหมดนะคะ) สิ่งที่เราสามารถสั่งได้ก็เช่น ที่จอดรถ ในกรณีที่เราเลือกแบบที่มีอยู่ 3 ที่จอดรถ แต่เรามีรถเพียงเเค่ 2 คัน ก็สามารถลดพื้นที่จอดรถลงแล้วเปลี่ยนเป็นสนามหญ้าเเทนได้ หรือในบางตำแหน่งที่ไม่มีปลั๊กไฟและงานระบบให้ แต่เมื่อเราออกแบบ interior ภายในบ้านแล้วต้องการ ก็สามารถบอกก่อนที่จะก่อสร้างบ้านได้ค่ะ ส่วนราคาค่าใช้จ่ายต่างๆอาจจะมีเพิ่มขึ้นเเล้วแต่กรณีไปนะคะ ตรงนี้อาจจะต้องถามกับทางโครงการเรื่องรายละเอียดและขั้นตอนต่างๆอีกครั้ง

มาเริ่มกันที่บ้านขนาดใหญ่ที่สุดของโครงการกันก่อนนะคะ บ้านแบบ LUXE นี้เท่าที่เห็นจาก Master Plan ขนาดที่ดินจะมากกว่า 100 ตร.วาแทบทั้งนั้น และมีพื้นที่ใช้สอยมากอยู่ที่ 470 ตร.ม. ฟังก์ชันใช้งานภายในบ้านจะมี 4 ห้องนอน, 4 ห้องน้ำ, 1 ห้องนั่งเล่น , 1 ห้องทานข้าว, 1 Powder room, 1 ห้องแม่บ้าน , 3 ที่จอดรถ และมี Inner Court กลางบ้านที่เกิดจากตัวบ้านที่วางเป็นรูปตัว C ค่ะ บ้าน Type นี้ ถือเป็นการพัฒนาขึ้นมาจากบ้านแบบเก่าๆ มีเพิ่มการบิดเอียงฟังก์ชันภายในบ้าน ทำให้เกิดพื้นที่หน้าตาแปลกใหม่ทั้งภายในบ้านและตัวอาคารภายนอกบ้าน (ยังเป็นบ้านที่เหมือนมีสถาปนิกมาออกแบบให้ แต่ได้ระบบรักษาความปลอดภัยและพื้นที่ส่วนกลางแบบหมู่บ้านจัดสรรอยู่) และเป็นแบบบ้านที่เน้นการเชื่อมต่อภายนอก-ภายใน และพื้นที่ใช้งานในแต่ละชั้น ให้สามารถมองเห็นกันและกันได้ด้วยค่ะ

มาดูที่ผังโครงการกันบ้างนะคะ บ้านแบบนี้เป็นบ้านขนาดใหญ่เลย สามารถอยู่ด้วยกันได้ 3 Generations ผู้สูงอายุที่ชั้นล่าง เข้า-ออก เดินทางได้สะดวก ในกรณีที่ต้องใช้ Wheelchair หรือเกิดเหตุฉุกเฉินอะไรก็สามารถเข้ามาช่วยเหลือได้ง่าย โดยทางเข้าบ้านจะมีอยู่ 2 ทางคือจากชั้น 1 และขึ้นไปยังชั้น 2 เลย โดยพื้นที่ของพ่อแม่หรือ Master Bedroom จะอยู่ที่ชั้น 2 ในกรณีที่มีเเขกมาบ้าน ก็ให้ขึ้นมาที่ชั้น 2 ได้เลย โดยไม่ต้องรบกวนผู้สูงอายุที่ใช้ชีวิตอยู่ที่ชั้น 1 แต่สำหรับครอบครัว ก็ยังมีพื้นที่รับประทานอาหารที่ชั้น 1 ที่ต้องลงมาทานพร้อมหน้าพร้อมตากัน ส่วนพื้นที่ชั้น 3 จะมีห้องนอนอยู่ 2 ห้องนอน เป็นห้องนอนเล็กที่ยังมีขนาดอยู่อาศัยสบาย มีพื้นที่พักผ่อนและมุมส่วนตัวภายในห้องนอน มีพื้นที่นั่งเล่นแยกแต่ละชั้น และพื้นที่ Common Area ที่ชั้น 2 และชั้นล่าง ดังนั้นในแง่การใช้งานของผู้อยู่อาศัย ก็จะมีพื้นที่ที่สามารถปฏิสัมพันธ์กับคนในครอบครัวได้ ในขณะที่ยังมีพื้นที่ส่วนตัวที่สามารถอยู่สบายภายในห้องนอนได้เช่นกัน

ในแง่การออกแบบพื้นที่บ้านหลังนี้จะมี inner court อยู่กลางบ้าน ทำให้พื้นที่ชั้น 1 และชั้น 2 ของบ้านมีมุมมองที่เปิดออกไปยังพื้นที่ตรงกลางที่สามารถจัดเป็นสวน ปลูกต้นไม้ หรือจะลงสระว่ายน้ำเล็กๆไว้กลางบ้านก็ได้ ส่วนพื้นที่ชั้น 3 จะมี Space เชื่อมต่อกับห้องนั่งเล่นที่ชั้น 2 ที่สูงแบบ Double Volume ช่วยให้การใช้งานมองเห็นกันได้ พ่อแม่รู้ว่าลูกอยู่ในห้องนอนหรือไม่ กลับบ้านหรือยัง? โดยที่ห้องนอนจะอยู่ดันไว้ในตำแหน่งด้านหลังบ้านแทบทั้งหมดเลยค่ะ ทำให้เมื่อมองจากหน้าบ้านเข้ามา ก็จะไม่เห็นพื้นที่ส่วนพักผ่อนที่ต้องการความเป็นส่วนตัวด้านใน

มาดูที่บ้านตัวอย่างกันเลยนะคะ ตอนนี้ยังไม่มีหน้าตาแบบรั้วทางเข้ามาให้ดูกัน เลยยังไม่แน่ใจว่าทางเข้าจะเป็นรั้วหน้าตาแบบไหน มีแยกทางเดินเท้ากับทางรถออกจากกันรึเปล่า? ใครสนใจโครงการนี้อาจจะต้องถามเรื่องนี้กับทางโครงการอีกที

ในส่วนของที่จอดรถ พื้นลานจอดรถจะปูกระเบื้องมาให้ ขนาดที่จอดรถจะอยู่ที่ 7.5×5 เมตร สามารถจอดได้ 3 คัน ตัวที่จอดรถจะแยกโครงสร้างกับตัวบ้านออกมา สำหรับบ้านไหนที่อยากต่อเติมหรือลดพื้นที่จอดรถก็สามารถทำได้หรือจะสั่งสร้างเป็นพิเศษก่อนที่จะสร้างได้เช่นกันค่ะ

ระบบรักษาความปลอดภัยของโครงการและภายในตัวบ้านจะเลือกใช้ของ SECOM ซึ่งเป็นบริษัทที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงเรื่องระบบรักษาความปลอดภัย อย่างรอบๆตัวบ้านก็จะติดตั้ง CCTV ให้ 2 จุด หน้าบ้าน 1 จุด และหลังบ้านอีก 1 จุด นอกจากนั้นก็จะมีติดตั้งระบบ Magnetic Sensor ให้ที่ชั้น 1 และ Motion Sensor ที่ชั้น 1 และ ชั้น 2 วิธีการทำงานก็คือ เมื่อมีความผิดปกติเกิดขึ้นภายในบ้าน สัญญาณจาก Sensor ต่างๆก็จะถูกส่งไปยังรปภ.ของโครงการและทาง SECOM หลังจากนั้นทางบริษัท SECOM ก็จะมีการโทรเช็คกับทางเจ้าของบ้านอีกทีว่ามีเหตุการณ์ผิดปกติเกิดขึ้นจริงหรือไม่ และก็ส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบอีกครั้งที่เกิดเหตุภายใน 30 นาที โดยค่าบริการของ SECOM นี้จะมีการคิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากค่าส่วนกลางนะคะ แต่ว่าในเบื้องต้นค่าบริการในส่วนนี้จะฟรี 1 ปีค่ะ

มาดูพื้นที่รอบๆบ้านกันบ้างค่ะ เดินผ่านที่จอดรถมาทางซ้ายมือ จะมีห้องเก็บของ ทางเข้าห้องครัวและห้องซักรีดทางด้านนี้

โดยก่อนที่จะเข้าไปในห้องจะมีพื้นยกระดับขึ้นมาปูด้วยกระเบื้องค่ะ

เดินมาทางด้านหลังจะเป็นทางเข้าห้องแม่บ้านค่ะ ซึ่งจะแยกออกจากตัวบ้านชัดเจน รอบๆบ้านก็จะมีการลงต้นไม้ให้บ้าง อาจจะไม่ตามบ้านตัวอย่างทั้งหมดนะคะ แต่บริเวณรั้วจะมีการปลูกต้นไทรอินโดให้ มีต้นกระโดนและต้นมะฮอกกานีให้อีก 3 ต้น

ข้างบ้านฝั่งที่จอดรถจะถูกจัดไว้เป็นพื้นที่ส่วน Service คือเป็นครัว เป็นห้อง Laundry ผนังด้านนั้นก็จะถูกออกแบบให้เป็นผนังทึบเป็นส่วนใหญ่ ส่วนฝั่งนี้ก็จะกลายเป็นคอร์ทกลางบ้าน มีการออกแบบหน้าต่างและช่องแสงมากขึ้นค่ะ

บริเวณคอร์ทกลางบ้านนี้ในบ้านจริงพื้นจะให้มาเป็นระเบียงไม้นะคะ และจะมีลำโพงของ BOSE ติดตั้งไว้ให้ด้วย สร้างบรรยากาศผ่อนคลายให้กับคนใช้งานส่วนนี้ได้ โดยพื้นที่ตรงนี้จะเป็นพื้นที่กึ่งกลางแจ้ง คือแม้จะอยู่ภายนอกอาคาร แต่ก็จะมีบางส่วนของตัวอาคารบังแดดให้ทางด้านบน ถือว่าเป็นการ Encloser หรือล้อมรอบพื้นที่เอาไว้ ไม่ให้กว้าง สว่าง ร้อน หรือโล่งมากจนเกินไป ผู้อยู่อาศัยยังสามารถมาใช้งาน ปลูกต้นไม้ หรือนั่งเล่นพักผ่อนได้ในช่วงเวลากลางวันค่ะ

ในกรณีที่เราจัดสวนหรือมีต้นไม้ใหญ่บริเวณนี้ก็จะเป็นการช่วยสร้างมุมมองให้กับภายในบ้าน จากพื้นที่ภายในบ้าน มีโอกาสมองออกมาเห็นพื้นที่สีเขียว และรับแสงสว่างได้เต็มที่ผ่านกระจกบานใหญ่ ในขณะที่ยังได้ความเป็นส่วนตัวจากบ้านข้างเคียง เนื่องจากการวางผังที่จะเอาบ้านหันด้านเดียวกันทั้งหมด(ไม่สลับฝั่งกัน)

ถัดออกมาเราจะเจอกับบันไดทางขึ้นชั้น 2 ค่ะ

บ้านแบบ LUXE นี้จะมีทางเข้าหลักอยู่ 2 ทาง เข้าทางชั้น 1 เหมือนทั่วไป กับขึ้นไปยังห้องนั่งเล่นหรือห้องรับแขกที่ชั้น 2 ได้เลยค่ะ การออกแบบเช่นนี้ ก็จะช่วยให้ผู้สูงอายุที่อยู่อาศัยที่ชั้น 1 ยังได้ความสงบ ไม่ถูกรบกวนจากแขกเหรื่อที่มาเยี่ยมบ้าน

ขึ้นมาที่ชั้น 2 จะเจอกับทางเข้าบ้านแบบนี้ค่ะ การออกแบบประตูหน้าต่างของที่นี่จะเลือกใช้กรอบบานของ TOSTEM รุ่น P7 ซึ่งทางโครงการขายเรามาว่าจะแข็งแรงทนทาน และมีคุณสมบัติที่ช่วยกันเสียงได้ดีกว่า TOSTEM รุ่นอื่นๆที่ใช้กัน ส่วนกระจกที่ใช้ จะเลือกใช้กระจกเขียวตัดแสง ซึ่งถือว่าเป็นสีที่ช่วยกรองความร้อนแต่ยังให้ความสว่างผ่านเข้ามาได้ค่อนข้างดี เมื่อเทียบกับกระจกสีตัดแสงสีอื่นๆ (อันนี้เราเรียนมานะ :))

มาดูที่ทางเข้าบ้านที่ชั้น 1 กันบ้างค่ะ ประตูทางเข้าจะทำมาจากโครงเหล็กบวกกับเรซิ่นลายไม้ ทำให้ตัวบานประตูมีความแข็งแรงไม่บวมน้ำ เหมาะกับการใช้งานภายนอก ส่วนตัวกลอนประตูจะติดตั้ง Digital Door Lock เอาไว้ให้ของ ALPHA สามารถเข้าออกได้ทั้ง กุญแจ, Keycard และ Password

เมื่อเข้ามาในตัวบ้าน เราจะเจอกับพื้นที่ Foyer เล็กๆที่ทางเข้าบ้านก่อนเลย พื้นที่ตรงนี้มีความเป็นญี่ปุ่นมากเลยค่ะ ทำให้คนที่เข้าออก สามารถเข้ามาถอดรองเท้า เก็บรองเท้าภายในบ้านได้ ฝุ่นผงจากรองเท้าก็จะไม่ปลิวเข้าไปยังพื้นที่ส่วนอื่นๆที่อยู่ด้านในด้วย ฝั่งนึงอาจจะจัดไว้เป็นตู้รองเท้าอีกฝั่งก็ยังสามารถวางม้านั่ง เผื่อนั่งใส่รองเท้า วางกระเป๋าหรือสัมภาระต่างๆระหว่างใส่รองเท้าก็ได้ค่ะ

เข้ามากันที่ตัวบ้านกันแล้วนะคะ ภายในบ้านมาตรฐานจะได้พื้นเป็นกระเบื้อง ส่วนผนังจะติด Wallpaper สีครีมเอาไว้ให้ ความสูงของฝ้าเพดานจะอยู่ที่ 2.65 เมตร บนฝ้าเพดานภายในตัวบ้านจะติดตั้งเครื่องกรองอากาศให้ สามารถกรองฝุ่นละอองได้ถึง 1 PM ค่ะ และบริเวณนี้จะติดตั้งลำโพงของ BOSE ไว้ให้ด้วยค่ะ

พื้นที่ส่วนแรกจะเป็นพื้นที่สำหรับรับประทานอาหาร เราสามารถจัดฟังก์ชันได้ตามใจชอบ ใครอยากเพิ่มมุมไหนเป็น Pantry อยากออกแบบ island หรือเคาน์เตอร์กลางบ้านก็ทำได้เช่นกันค่ะ โดยพื้นที่บริเวณนี้จะเปิดมุมมองเข้าสู่กลางบ้านเต็มที่เลย และถ้าเรามองผนังส่วนหน้าบ้านจะถูกออกแบบให้เป็นผนังทึบส่วนใหญ่ เพราะเป็นที่จอดรถซึ่งไม่ได้มีวิวที่สวยด้วย และก็ยังช่วยเพิ่มความ Private ให้กับคนที่อยู่ภายในบ้านค่ะ ส่วนที่เป็น inner court ตรงกลางบ้านจะเป็นพื้นที่กึ่งกลางเเจ้ง ทำให้แสงที่เข้ามายังตัวส่วนรับประทานอาหารนี้ไม่ได้เป็นแสงที่ส่องมาจากดวงอาทิตย์โดยตรง ช่วยกรองความร้อนที่เข้ามาภายในบ้านได้ในระดับนึง

สิ่งที่เราชอบอย่างนึงของพื้นที่ส่วนนี้คือ ไม่ได้ถูกออกแบบให้เป็นหน้าต่างหรือกระจกทั้งหมด แต่ยังมีพื้นที่ส่วนที่เป็นผนังทึบ สร้างพื้นที่ใช้งานได้มากขึ้น เช่นอาจจะทำเป็นเคาน์เตอร์ครัวแบบในบ้านตัวอย่าง จะจัดเป็นชั้นวางของทั้งหมด หรือจะเป็นผนังที่ติด TV เอาไว้ก็ได้ค่ะ

สุดห้องจะเป็นบันไดทางขึ้นชั้น 2 บริเวณหน้าบันไดจะมีห้องน้ำอยู่ 1 ห้อง

ห้องน้ำที่ส่วนนี้จะเป็นห้อง Powder Room เอาไว้รับแขกหรือใช้งานระหว่างวันค่ะ ด้านในกรุกระเบื้องทั้งพื้นและผนัง มีหน้าต่างสำหรับระบายอากาศและเป็นช่องแสง

เข้ามาตรงกลางบ้านส่วนนี้จะเป็นทางเดินไปยังฟังก์ชันอื่นๆของชั้น 1 ทางซ้ายมือจะเป็นส่วน Service อย่างครัวและ Laundry Room ตรงเข้าไปสุดทางเดินขวามือจะเป็นห้องนอน

มาดูที่ครัวกันก่อนค่ะ ครัวของที่นี่ดูค่อนข้างโปร่งเลยทีเดียว สามารถเข้าได้จากด้านข้างบ้าน กรณีที่ซื้อของสดมา แล้วไม่อยากให้เลอะเทอะส่วนอื่นๆของบ้านก็มาใช้ทางเข้าด้านข้างนี้ได้ ชุดเคาน์เตอร์ครัวของโครงการนี้จะใช้ของ RCD ค่ะ ตัวท๊อปเคาน์เตอร์จะเป็นหินควอทซ์

ฝั่งนึงจะเป็นพื้นที่สำหรับวางตู้เย็นและเป็นพื้นที่ล้างจาน ผนังด้านหลังจะกรุกระเบื้องให้ด้วย ช่วยให้ทำความสะอาดครัวได้ง่าย

ตัวอ่างล้างจานจะได้ของ TEKA เป็นสเตนเลส หัวก๊อกดึงออกมาได้ และมีพื้นที่พักน้ำอยู่ด้านข้างหลุม ดีไซน์แบบนี้ช่วยเรื่องน้ำที่เกาะอยู่ตามภาชนะหลังล้างก็จะไม่เลอะเทอะ เปียกไปทั้งเคาน์เตอร์และพื้นครัวด้วยค่ะ

มาดูที่อีกฝั่ง ด้านนี้จะก่อเคาน์เตอร์ให้เต็มผนังเลย จัดเป็นเตาและพื้นที่เตรียมอาหาร

เตาและเครื่องดูดควันให้มาของ  Gorenje

ช่องเก็บของต่างๆให้มาถือว่าเยอะเลยนะคะ ตุนเสบียงได้เต็มที่

ข้างๆเตามีพื้นที่บนเคาน์เตอร์สำหรับเตรียมอาหารได้เยอะเลยค่ะ

มาดูที่ห้องข้างๆกันบ้าง ตรงนี้จะให้มาเป็นห้องโล่งเปล่า เเต่มีการเดินระบบน้ำและไฟเอาไว้ให้ ดังนั้นห้องนี้เลยค่อนข้างเหมาะกับการทำเป็นห้องซักรีดค่ะ

เข้ามาในสุด มาดูส่วนที่เป็นห้องนอนกันบ้าง ห้องนอนที่ชั้นนี้สามารถเป็นห้องนอนของใครก็ได้ แต่ก็มี Details หลายๆอย่างที่ออกแบบไว้เพื่อผู้สูงอายุอยู่นะคะ

ภายในห้องนอนมีขนาดใหญ่เลยค่ะ 3.95×5.85 เมตร เลยทำให้สามารถจัดพื้นที่ใช้งานออกได้หลายส่วน อย่างเช่นกั้นพื้นที่หน้าห้องน้ำเป็นมุมแต่งตัว มีเคาน์เตอร์สำหรับนั่งทำงานได้

ภายในห้องนอนจะมีห้องน้ำส่วนตัว ประตูทางเข้าจะเป็นประตูบานเลื่อนค่ะ

ระดับของห้องน้ำและพื้นห้องนอนจะอยู่ที่ระดับเดียวกัน ไม่ให้เดินสะดุดได้ง่าย ยี่ห้อของอ่างล้างหน้าจะเป็นของ KASCH ชุดอุปกรณ์ต่างๆของ ROCA โถสุขภัณฑ์ของ INAX

ส่วน Shower จะเป็นของ Grohe ค่ะ มีหน้าต่างรับแสงและระบายอากาศเรียบร้อย

พื้นส่วนอาบน้ำจะลดระดับลง แต่จะมีการลดระดับแบบปาดเฉียงเอาไว้ ป้องกันการเดินสะดุด แต่ก็ยังสามารถช่วยไม่ให้น้ำที่เกิดจากการอาบน้ำไหลเลอะเปียกไปทั่วห้องน้ำ ทำให้เกิดอันตรายได้

มาดูส่วนที่นอนกันบ้างค่ะ บ้านนี้ถือว่าให้หน้าต่างมาเยอะอยู่นะคะ ภายในห้องนอนทุกห้องจะมีหน้าต่างอยู่ 2 ด้านผนัง ทำให้ Ventilation หรือการพัดผ่านของลมเดินทางได้ง่ายขึ้น สามารถอยู่อาศัยได้สบายแบบไม่ต้องเปิดแอร์ใช้งานตลอดวัน

ในบ้านตัวอย่างจะจัดเตียงนอนวางไว้กลางห้อง ซึ่งเราอาจจะปรับตามฟังก์ชันที่เราต้องการเองได้

ผนังส่วนที่อยู่ด้านนอกได้กระจกบานใหญ่ก็จริง แต่จะไม่ได้เป็นกระจกที่สูงจรดพื้น ทำให้เราสามารถจัดวางเฟอร์นิเจอร์ชิดกระจกได้ค่ะ อาจจะทำเป็นมุมโต๊ะทำงาน มองสวนได้เพลินๆ

ส่วนผนังด้านที่หันเข้าสู่คอร์ทกลางบ้านก็จะเป็นฝั่งที่เปิดเยอะหน่อย มีกระจกเข้ามุมด้วย คนที่อยู่ห้องนี้ เช้าๆตื่นมาก็สามารถเดินออกมาทำสวนเดินเล่นนอกบ้านได้เลย แต่ช่วงเวลากลางคืนที่ต้องการความเป็นส่วนตัวค่อยปิดม่านก็ได้ค่ะ

จากภายในห้องสามารถมองขึ้นไปยังส่วนนั่งเล่นที่ชั้น 2 ได้ ทำให้คนในบ้านยังสามารถรับรู้การมีอยู่ของคนอื่นๆภายในบ้านได้ เช่นกลางคืนมองลงมาเห็นว่าคุณปู่ยังไม่นอน หรือคุณย่ามองขึ้นไปเห็นว่าลูกหลานกลับบ้านมาเเล้ว

ขึ้นไปต่อกันที่ชั้น 2 กันนะคะ

โครงสร้างบันไดจะเป็นโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก ลูกนอนจะเป็นไม้ประสานปิดผิวด้วยวีเนียร์ค่ะ ที่ผนังบริเวณชานพักบันไดจะมีหน้าต่างให้แสงสว่างมายังทางเดินขึ้น-ลงบ้านด้วย

ขึ้นมาที่ชั้น 2 จะเจอกับพื้นที่นั่งเล่น/รับแขกกันก่อน สำหรับใครที่อยู่ชั้น 3 ก็เดินขึ้นบันไดต่อเนื่องไปได้เลย

พื้นที่ส่วนนี้ถือว่าเป็นไฮไลท์ของบ้านแบบ LUXE เลยก็ว่าได้ค่ะ เพราะส่วนนี้จะเป็นส่วนที่บิดผังพื้นออกมา และมีความสูงแบบ Double Volume ทำให้เกิดพื้นที่เเปลกตายังบริเวณนี้

จะเห็นได้ว่ากระจกค่อนข้างเยอะเลย แต่ก็ยังมีพื้นที่ส่วนผนังทึบอยู่และมีพื้นที่บางส่วนที่ไม่ได้เป็นฝ้าเพดานสูง สามารถจัดวางเฟอร์นิเจอร์ เช่น ทีวี โซฟา ชั้นวางของได้

ส่วนที่เป็นกระจกเข้ามุมทางหน้าบ้านก็เป็นพื้นที่ที่เปิดมุมมองเฉียงๆไปยังบ้านฝั่งตรงข้าม ไม่ได้ปะชันหน้ากันตรงๆ

ด้านข้างกระจกเข้ามุมนี้จะมีระเบียงซ่อนอยู่ค่ะ สามารถจัดมุมนั่งเล่นเล็กๆ หรือยืนตากอากาศได้

โถงกลางตรงนี้ถือว่าเป็นใจกลางของบ้านก็ว่าได้ เพราะเมื่อมองจากห้องนอนที่ชั้น 1 ขึ้นมาก็จะเห็นพื้นที่ตรงนี้ และจากพื้นที่ส่วนนี้ก็ยังสามารถมองขึ้นไปเห็นโถงหน้าห้องนอนที่ชั้น 3 ได้เช่นกันค่ะ

ที่ชั้น 2 ฝั่งด้านหลังบ้านจะถูกจัดเป็นห้อง Master Bedroom

ห้อง Master Bedroom จะเข้ามาที่ส่วนกลางห้องค่ะ ทางขวามือจะเป็นส่วนพักผ่อน ส่วนทางซ้ายมือจะเป็นห้องน้ำและ Walk-in Closet

พื้นที่ห้องนอนมีขนาด 3.95×6.85 เมตร ถือว่าเป็นขนาดที่ใหญ่เลยนะคะ จัดวางเตียงนอน มุมพักผ่อนส่วนตัวภายในได้

อย่างบ้านตัวอย่างก็จัดชุดโซฟาดูทีวีและมุมนั่งทำงานเล็กๆไว้ในห้องเลยค่ะ

และก็คล้ายกันกับห้องนอนที่อยู่ด้านล่าง ที่จะมีหน้าต่างอยู่ 2 ฝั่งผนังอากาศถ่ายเทได้สะดวก แต่สำหรับห้องนี้ฝั่งที่อยู่ทางซ้ายมือจะเป็นประตูออกไปยังระเบียงค่ะ

ฝั่งที่อยู่ inner court ก็จะได้เป็นกระจกขนาดใหญ่ เปิดมุมมองสู่สวนกลางบ้านในขณะที่ได้ความเป็นส่วนตัวเนื่องจากผนังที่ติดกับข้างบ้านเป็นผนังทึบ

สำหรับเครื่องปรับอากาศของโครงการนี้จะได้แอร์ของ Daikin หน้าตาเหมือนบ้านตัวอย่างทั้งหมดเลยค่ะ จะมีทั้งแบบ Conceal type แบบในห้องนอนนี้ มีแบบ Cassette type และมีแบบ Split type ค่ะ (แต่จะไม่ได้แอร์ในห้อง Walk-in Closet นะคะ)

มาดูที่ Walk-in Closet กันบ้าง ส่วนนี้จะมีหน้าต่างมาให้ 1 บานตามรูป

ดังนั้นภายในห้องเราจึงสามารถจัดเป็น Built-in ได้เต็มพื้นที่ พื้นที่ตรงนี้จะมีขนาด 4.7×4.85 เมตรค่ะ

หันไปที่อีกฝั่งจะเป็นห้องน้ำค่ะ Master Bathroom นี้จะได้ประตูทางเข้าเป็นกระจกนะคะ

พื้นที่ด้านในจะมีห้องอาบน้ำและห้องสุขาแยกออกไปเป็นสัดส่วน มีอ่าง His&Her และอ่างอาบน้ำให้มาค่ะ

อ่างอาบน้ำของแบบบ้านนี้จะเป็นอ่างอาบน้ำเเบบชิ้นเดียวตั้ง Stand Alone แบบนี้เลย

ส่วนอ่างล้างหน้าที่เป็น His&Her จะเป็นอ่างแบบฝังใต้เคาน์เตอร์ ด้านข้างจะมีปลั๊กไฟติดตั้งเอาไว้เผื่อใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในห้องน้ำ เช่น ไดร์เป่าผม

ภายในห้องน้ำของ Master Bathroom นี้จะติดตั้งลำโพงของ BOSE ไว้ให้อีกหนึ่งจุดด้วยค่ะ

ทั้งส่วนห้องสุขา และห้องอาบน้ำจะมีฉากกั้นติดตั้งเอาไว้ให้ เป็นของ Cristina และมีหน้าต่างทั้งสองห้องด้วยค่ะ พื้นที่ส่วนอาบน้ำของห้องนี้จะพิเศษขึ้นมาจากห้องอื่นๆตรงที่มี Rain Shower ให้มาด้วย

และโถสุขภัณฑ์แม้จะเป็นของ INAX เหมือนเดิมแต่จะเป็นระบบชำระล้างอัตโนมัติให้มาด้วยค่ะ

มาที่ชั้น 3 ของบ้านกันนะคะ บันไดทางขึ้นจะอยู่ข้างๆกับบันไดเดิมที่ขึ้นมาจากชั้น 1 ค่ะ ราวกันตกของโครงการนี้จะเป็นผนังทึบที่ก่อไม่สุดฝ้าเพดานทำให้เป็นราวจับและสามารถมองเห็นพื้นที่ส่วนกลางบ้านได้ด้วย

ขึ้นบันไดมาเราจะเจอกับระเบียงเล็กๆที่นำแสงสว่างเข้ามาภายในใจกลางบ้านและช่วยระบายอากาศบริเวณทางเดินหน้าห้องนอนที่ชั้น 3 ได้ด้วย ขนาดระเบียงก็ถือว่ากว้างอยู่นะคะ 4.3×2.6 เมตร สามารถจัดชุดเฟอร์นิเจอร์เล็กๆตรงนี้ได้

ในส่วนพื้นที่หน้าห้องนอน ก็สามารถจัดมุมนั่งเล่นหรือวางชุด Pantry เล็กๆเอาไว้ได้เหมือนกัน พื้นที่บริเวณนี้แม้จะอยู่กลางบ้าน แต่ก็จะมีเเสงสว่างจากผนังหน้าบ้านส่องเข้ามาทำให้บริเวณนี้ดูสว่างตลอดในช่วงเวลากลางวัน

มาดูที่ห้องนอนแรกทางซ้ายมือกันค่ะ ในบ้านจริงจะได้เป็นห้องเปล่า เราสามารถจัดพื้นที่ภายในห้องเองได้นะคะ อาจจะปรับพื้นที่ทำงานตรงนี้เป็นมุมตู้เสื้อผ้าเพิ่มเติมก็ได้

ห้องนี้ก็ยังเป็นห้องนอนที่ได้หน้าต่างอยู่ 2 ฝั่งของผนังเช่นเดิม

และเป็นห้องนอนที่ได้ระเบียงส่วนตัวภายในห้องด้วยค่ะ

พื้นที่หน้าห้องน้ำก็สามารถจัดเป็นตู้เสื้อผ้าหรือตู้เก็บของได้

ภายในห้องน้ำชนิดของสุขภัณฑ์ก็จะคล้ายๆเดิม แต่จะมีการเปลี่ยนลวดลายของกระเบื้องแตกต่างกันไปในแต่ละห้อง

มาดูที่ห้องในสุดกันบ้างค่ะ ห้องนี้ถือว่าเป็นอีกห้องโปรดของเราเลย เพราะอะไรไปดูกันค่ะ

พื้นที่ภายในห้องนี้ถือว่ามีขนาดใหญ่ สามารถจัดฟังก์ชันภายในเทียบกับ Master Bedroom ได้เลย เป็นห้องนอนที่คำนึงถึงอนาคต ในกรณีที่ลูกแต่งงานสร้างครอบครัวก็ไม่ต้องย้ายออกไปไหน สามารถอยู่อาศัยที่นี่ได้ เป็นห้องขนาดเผื่อโตที่แท้จริงค่ะ

พื้นที่ส่วนนึงเอาไว้วางเตียงนอนพักผ่อน

พื้นที่พักผ่อนจะอยู่ชิดระเบียงหน้าบ้านที่เป็นระเบียงภายใน

คือระเบียงตรงนี้นอกจากจะเป็นระเบียงของห้องนอนแล้วยังสามารถมองลงไปยังพื้นที่นั่งเล่นที่ชั้น 2 ได้ และเป็นระเบียงที่ออกมาใช้งานเวลากลางวันได้โดยไม่ร้อนเลยค่ะ เพราะมีหลังคาปกคลุม

วิวเมื่อมองลงไปจะเห็นแบบนี้ค่ะ พ่อแม่ที่ใช้งานชั้น 2 สามารถมองขึ้นมาเห็นได้ว่าลูกปิดไฟนอนรึยัง?

มองย้อนกลับมาภายในจะเห็นได้ว่าห้องนี้เป็นอีกห้องนึงที่มีการบิดองศาของผังพื้น

ทำให้พื้นที่ด้านในสุดของห้องดูแล้วแยกออกเป็นสัดส่วนจัดเป็นมุมทำงานก็ได้

หรือจะกั้นห้องแยกไว้เป็น Walk-in Closet โดยเฉพาะก็ได้ค่ะ

ส่วนห้องน้ำภายในก็จะมีฟังก์ชันครบและแยกส่วนเปียกส่วนแห้งเหมือนเดิม

แต่จะมีการเลือกลวดลายกระเบื้องที่เตกต่างออกไป

และที่ต่างกับห้อง Master Bedroom เลยจริงๆคือไม่มีอ่างอาบน้ำค่ะ จะให้มาเป็นฝักบัวอาบน้ำเท่านั้น อ้อ เราลืมบอกไป ระบบน้ำของห้องน้ำภายในโครงการนี้จะเดินท่อน้ำร้อนเอาไว้ให้นะคะ แต่จะไม่มีเครื่องทำน้ำร้อนให้มา อาจจะต้องซื้อมาติดตั้งเอาเอง ความแตกต่างของระบบน้ำเป็นอย่างไร เข้าไปอ่านเพิ่มเติมได้ที่  “เครื่องทำน้ำร้อนและเครื่องทำน้ำอุ่นแตกต่างกันอย่างไร?”


แบบต่อมาที่จะพาไปชมกันจะเป็นบ้านขนาดกลางของโครงการนี้ สำหรับแบบนี้จะมีที่ดินเริ่มต้นอยู่ที่ 60 ตร.วา แต่เท่าที่สังเกตดูส่วนใหญ่ที่ดินจะขนาดมากกว่า 80 ตร.วาเลยนะคะ และมีพื้นที่ใช้สอยอยู่ที่ 370 ตร.ม. ทำให้บ้านนี้มีฟังก์ชันการใช้งานคือ 4 ห้องนอน, 4 ห้องน้ำ, 1 ห้องนั่งเล่น, ห้องทานอาหาร, 1 ห้องแม่บ้าน และ 3 ที่จอดรถ สามารถอยู่อาศัยกันได้ 3 Generations เลยค่ะ

พอมาดูที่ผังบ้านจะสามารถแยกการใช้งานของแต่ละช่วงวัยกันได้ค่อนข้างชัด คือพ่อแม่หรือผู้สูงอายุ อาจจะอยู่ที่ชั้น 1 ห้อง Master Bedroom ครอบครองพื้นที่ของชั้น 2 ไปทั้งชั้นเลย แต่ยังมีพื้นที่ Void ที่สามารถมองลงมาจากห้องนอนมายังห้องนั่งเล่นที่ชั้น 1 ได้ ทำให้มีการเชื่อมต่อของพื้นที่ที่ชั้น 1 และชั้น 2 ส่วนชั้น 3 จะแบ่งเป็นห้องนอนเล็กอีก 2 ห้องค่ะ สิ่งที่น่าสนใจคือถ้าเราลองดูผังบ้านของโครงการนี้ทั้งหมด หน้าบ้านจะไม่ได้ออกแบบให้เปิดโล่งมากนักเหมือนกับบ้านเดี่ยวที่เรามักจะเห็นกันทั่วไป ซึ่ง Nirvana มักจะเอาฟังก์ชันที่เป็นห้องนอนไว้ด้านใน และเปิดมุมมองห้องนอนให้เข้ามายังสวนหรือ Court กลางบ้านมากกว่า แต่ใน Type นี้เราจะเจอกับตำแหน่งห้องนอนของ Master Bedroom ที่อยู่หน้าบ้านค่ะ แต่การเลือกขนาดของช่องเปิดหรือหน้าต่างที่อยู่ด้านหน้าบ้านนั้นจะเป็น Strip หรือระนาบเล็กยาว ทำให้ยังคงได้ความเป็นส่วนตัวให้กับห้องนอนนี้ด้วย แต่ยังได้แสงสว่างเข้ามาภายในห้องเช่นเดิมค่ะ

สำหรับบ้านนี้จะไม่มี Court กลางบ้าน แต่จะมีพื้นที่ห้องนั่งเล่นที่ชั้น 1 ถูกออกแบบไว้ให้มีความสูงแบบ double volume ช่องแสงขนาดใหญ่ด้านข้างนี้จะช่วยนำเเสงสว่างส่องไปยังกลางบ้านของทั้งชั้น 1 และ ชั้น 2 ในส่วนที่เป็นพื้นที่ทานอาหารเเละตรงกลางของห้อง Master bedroom ด้วยค่ะ

การออกแบบที่น่าสนใจอีกจุดนึงคือที่ชั้น 3 ค่ะ ตรงหน้าบ้านจะมีระเบียงขนาดใหญ่มากอยู่ทำให้ในแง่การใช้งานระเบียงนี้ไม่ใช่แค่การยืนตากลมหรือชมวิวเท่านั้น แต่ยังสามารถจัดวางเฟอร์นิเจอร์เช่นชุดโซฟาพักผ่อน Outdoor ได้ เผื่อวันไหนอากาศดีก็ออกมานั่งเล่น อ่านหนังสือ รับลม ทานขนมได้ค่ะ นอกจากระเบียงขนาดใหญ่เเล้ว ทางเดินหน้าห้องนอนยังออกแบบไว้ให้มีขนาดกว้าง กว้างพอที่จะจัดเป็นเคาน์เตอร์หรือวางตู้เย็น ทำเป็น Pantry เล็กๆได้ เพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตของสมาชิกที่อยู่ชั้น 3 เผื่อหิวน้ำ หรืออยากทานขนม อุ่นไมโครเวฟตอนไหนก็ไม่ต้องเดินลงไปถึงชั้นล่างได้ หรือบางครอบครัวอาจจะปรับให้เป็นชั้นวางของ หรือชั้นวางหนังสือก็ได้เช่นกันค่ะ

สำหรับบ้านแบบ MIND ยังเป็นบ้านที่ได้ที่จอดรถ 3 คันค่ะ ดีไซน์ รายละเอียด และขนาดจะเหมือนเดิมนะคะ ขนาดอยู่ที่ 5×7.5 เมตร

เช่นเดียวกับระบบรักษาความปลอดภัยของบ้านแบบ LUXE จะมี CCTV, Magnetic Sensor, Motion Sensor และ EV Ready Outlet เตรียมไว้ให้ที่จอดรถ รอบๆบ้านและภายในบ้าน

เดินดูรอบๆบ้านกันค่ะ บ้านของ Nirvana ด้านนึงจะถูกออกแบบให้เป็นผนังค่อนข้างทึบ ส่วนอีกด้านจะเปิดโล่ง ด้านนี้ที่เราเดินจะเป็นฝั่งที่ทึบค่ะ ส่วนต้นไม้ก็จะมีลงให้เช่นเดียวกับแบบบ้านใหญ่นะคะ

แบบ MIND นี้ห้องแม่บ้าน ทางเข้าครัว และพื้นที่ซักล้างจะถูกจัดเอาไว้ที่หลังบ้านค่ะ

จะมีพื้นซักล้างที่เตรียมงานระบบต่างๆเอาไว้ให้ สามารถวางเครื่องซักผ้าตรงนี้ได้

ด้านข้างฝั่งที่เปิดโล่งเป็นฝั่งที่มีระยะเว้นห่างจากกำแพงมากขึ้น (ความกว้างขึ้นอยู่กับขนาดที่ดินนะคะ) สามารถจัดเป็นมุมพักผ่อน Outdoor นั่งเล่นใกล้ชิดธรรมชาติได้

ทางเข้าหลักของบ้านจะมีอยู่ทางเดียวค่ะ อยู่หน้าบ้านเลย ดีไซน์ประตูจะเหมือนกันทุกแบบ ตัวบานเป็นโครงเหล็ก+เรซิ่นลายไม้ ติดตั้ง Digital Door Lock ให้

เข้ามาจะเจอกับพื้นที่ Foyer ก่อนเลย สำหรับบ้านนี้ Foyer จะมีขนาดใหญ่เลยค่ะอยู่ที่ 3.9×1.9 เมตร จัดพื้นที่เก็บของ เก็บรองเท้าเเยกออกเป็นสัดส่วน

ถัดเข้ามาเราจะเจอกับพื้นที่นั่งเล่นและพื้นที่รับแขกที่มีความสูงแบบ Double Volume พื้นที่ตรงนี้จะเปิดมุมมองไปยังด้านข้างของบ้าน และสามารถมองไปเห็นบริเวณทางเดินภายในห้อง Master Bedroom ที่ชั้น 2 ได้ด้วย

ชุดประตูหน้าต่างที่ใช้ภายในโครงการนี้จะเป็นของ TOSTEM ซึ่งมีระบบล็อกถึง 3 ชั้น

พื้นที่ส่วนรับแขกจะมีบรรยากาศที่โปร่งโล่ง และสามารถจัดชุดโซฟารับแขกขนาดใหญ่ได้เลยถึง 6 ที่นั่ง

ถัดเข้ามาจะเป็นส่วนรับประทานอาหารนะคะ บริเวณนี้จะติดตั้งลำโพงของ BOSE เอาไว้ให้ด้วย สามารถจัดพื้นที่ทานอาหารได้ 8-10 ที่นั่งเลย

หันไปทางซ้ายมือจะเป็นห้องครัว ถัดเข้าไปเป็นห้องน้ำที่ชั้นล่างและห้องนอนค่ะ

ชุดครัวที่ได้จะเป็นของ RCD เหมือนเดิมค่ะ

เตาและเครื่องดูดควันของ Gorenje

ผนังด้านหลังเคาน์เตอร์จะกรุกระเบื้องไว้ให้ มีหน้าต่างเอาไว้ระบายอากาศ กลิ่นและควันที่เกิดจากการทำอาหารภายในครัวได้

อ่างล้างจานได้เป็นของ TEKA ค่ะ

ที่น่าสนใจอีกสิ่งหนึ่งภายในห้องครัวคือประตูทางออกของครัว ที่จะได้ชุดประตูพร้อมมุ้งลวดของ TOSTEM ชุดนี้สามารถเลื่อนกระจกให้มาไว้ตรงกลาง เหลือพื้นที่ที่เป็นมุ้งลวดด้านบนและล่าง ให้อากาศสามารถหมุนวนเข้าออกภายในห้องครัวได้ ประตูแบบนี้จะติดตั้งไว้ให้ในครัวของบ้านทุกหลังเลยค่ะ

มาดูที่ห้องน้ำกันนะคะ วัสดุกรุพื้นและผนังจะได้เป็นกระเบื้อง สุขภัณฑ์จะมีของ KASCH, INAX, ROCA, GROHE และ Cristina เหมือนเดิมค่ะ

อ่างล้างหน้าจะมีดีไซน์ที่สามารถวางข้าวของขอบอ่างได้และมีตู้ Built-in เล็กๆใต้อ่าง

มาดูที่ห้องนอนกันบ้าง ห้องนี้จะมีขนาดอยู่ที่ 3.25×4.2 เมตร ในกรณีที่สมาชิกในบ้านมีไม่มาก เราสามารถปรับห้องนี้เป็นห้องทำงานแทนก็ได้นะคะ

ขึ้นไปยังชั้น 2 กันต่อค่ะ บริเวณทางขึ้นบ้านจะมีหน้าต่างอยู่ ช่วยเพิ่มความสว่างให้กับพื้นที่บริเวณบันไดด้วย นอกจากนี้ใต้บันไดยังมีพื้นที่เป็นห้องเก็บของเล็กๆอยู่ค่ะ

ลูกนอนบันไดจะใช้เป็นไม้ประสานปิดผิวด้วยวีเนียร์ ที่ชานพักบันไดของโครงการนี้จะไม่มีการทำเป็นชานพักสามเหลี่ยมเลยค่ะ ทำให้การใช้งานเดินขึ้นลงทำได้สะดวกและไม่อันตรายค่ะ

ขึ้นมาที่ชั้น 2 ชั้นนี้จะเป็นชั้นของ Master Bedroom ทั้งชั้นเลยค่ะ ส่วนปลายทางเดินข้างบันไดฝั่งที่อยู่หน้าบ้านจะมีระเบียงเล็กๆอยู่

ระเบียงนี้จะเข้า – ออกได้ 2 ทาง คือจากทางเดินข้างบันได กับจากห้องนอน Master Bedroom จัดเป็นมุมพักผ่อนเล็กๆได้

มาดูที่ห้องนอนใหญ่กันนะคะ เข้ามาในห้องเราจะเจอกับพื้นที่ตรงกลางห้อง ซ้ายมือเป็น Walk-in Closet ขวามือเป็นส่วนพักผ่อน

ไฮไลท์ของห้องนี้เลยคงเป็นทางเดินระหว่างพื้นที่ 2 ส่วนที่ฝั่งนึงเป็นผนังทึบ อีกฝั่งเป็นกระจกใสทั้งแนว เชื่อมต่อพื้นที่ห้องนั่งเล่นที่ชั้น 1 กับ Master Bedroom บริเวณทางเดินนี้ก็สามารถจัดเป็นมุมทำงานหรือตู้เก็บของ โชว์ของสะสมได้เช่นกัน

มาดูที่พื้นที่พักผ่อนกันบ้าง เดินเข้ามาจะเจอกับห้องโล่ง สามารถจัดมุมโซฟานั่งพักผ่อนส่วนตัวภายในห้องนอนได้ค่ะ

พื้นที่ส่วนนี้มีขนาดค่อนข้างใหญ่เลยค่ะอยู่ที่ 7.65×4 เมตร แบ่งพื้นที่เป็นเตียงนอน โซฟานั่งเล่น หรือมุมทำงานได้

สิ่งที่น่าสนใจของห้องนี้คือช่องเปิดหรือหน้าต่างที่ตรงกับหน้าบ้านจะถูกออกแบบให้เป็นแนวยาวเล็ก สามารถระบายอากาศและเป็นช่องแสงได้  ไม่ได้สร้างไว้เพื่อมองวิวนะคะ เพราะว่าผนังด้านนี้เป็นผนังที่อยู่หน้าบ้าน ช่วยป้องกันเรื่องมุมมองไม่ให้คนที่ผ่านไปมาหน้าบ้านหรือบ้านฝั่งตรงข้ามมองเข้ามาเห็นภายในห้องนอนที่ต้องการความเป็นส่วนตัวได้

ผนังส่วนที่ติดกับ Double Volume ของชั้น 1 ก็จะเป็นผนังทึบเช่นกัน เราจะเห็นได้ว่าการออกแบบผนังในห้องนอนนี้จะไม่ได้ออกแบบให้มีช่องเปิดมาก เพื่อความเป็นส่วนตัวและไม่ให้แสงสว่างที่ส่องเข้ามาภายในห้องนอนสว่างจ้ามากเกินไป

เดินไปดูอีกฝั่งกันบ้างค่ะ ด้านในจะเป็นพื้นที่ Walk-in Closet และห้องน้ำ

สำหรับ Walk-in Closet ของบ้านหลังนี้จะมีขนาด 6.55×4.25 เมตร มีหน้าต่างอยู่ 2 ฝั่งผนัง ลมสามารถพัดผ่านและอากาศถ่ายเทได้สะดวก

ด้านในสามารถจัดวางโต๊ะเครื่องแป้งและตู้เสื้อผ้าได้ค่อนข้างเยอะเลยค่ะ

มาดูที่ Master Bathroom กันค่ะ ห้องนี้ Standard ของอ่างล้างหน้าจะให้มา 1 ชุด แต่เราสามารถสั่งสร้างเป็นอ่างล้างหน้าแบบ His&Her ได้นะคะ

เคาน์เตอร์ที่ได้ก็จะได้ชุดใหญ่เลย มีพื้นที่วางของบนเคาน์เตอร์ค่อนข้างเยอะ ให้มาพร้อมกับกระจกเต็มบาน

พื้นที่ใต้เคาน์เตอร์มี Built-in ตู้เก็บของไว้ให้ ที่ห้องน้ำจะติดตั้งลำโพงของ BOSE เอาไว้ให้

ส่วนอ่างอาบน้ำจะเป็นแบบก่อ เข้ามุมพอดีกับพื้นที่พอดีค่ะ

เข้ามาด้านในสุดจะเป็นตำแหน่งของโถสุขภัณฑ์และห้องอาบน้ำ

โถสุขภัณฑ์จะได้เป็นระบบอัตโนมัติของ INAX

ห้องอาบน้ำจะเป็นฝักบัวพร้อม Rain Shower ของ Grohe พร้อมฉากกั้นกระจกของ Cristina

ขึ้นไปยังชั้นสุดท้ายของบ้านกันนะคะ ที่บริเวณบันไดจะมีการออกแบบช่องแสงไว้หลายจุดเลย ทำให้การใช้งานบันไดจะไม่มืด ในเวลากลางวันไม่ต้องเปิดไฟเลยก็ได้

ขึ้นมาที่ชั้น 3 จะมีห้องนอนอยู่ 2 ห้อง ตัวทางเดินจะถูกจัดอยู่ฝั่งหน้าบ้านค่ะ ซึ่งบริเวณโถงทางเดินนี้จะมีพื้นที่ค่อนข้างกว้างเลย และเป็นผนังทึบค่อนข้างมาก สามารถจัดวางเฟอร์นิเจอร์หรือทำเป็นเคาน์เตอร์แบบในบ้านตัวอย่างได้ มุมชงกาแฟหรือตู้เย็นเล็กๆไว้เก็บเครื่องดื่มและขนม เผื่อหิวกลางดึกจะได้ไม่ต้องเดินลงไปที่ชั้น 1 ค่ะ

สุดทางเดินทางขวามือจะมีระเบียงขนาดใหญ่อยู่ตำแหน่งหน้าบ้าน ระเบียงนี้จะมีขนาด 4×4.85 เมตรเลย คือสามารถจัดเป็นโซน BBQ เล็กๆที่ตรงนี้ได้ ถือเป็นมุมที่พิเศษขึ้นมาแตกต่างจากบ้านแบบอื่นๆในโครงการค่ะ

หรือใครที่ชอบปลูกต้นไม้ก็จะทำสวนปลูกไม้กระถางเล็กๆที่ระเบียงนี้ได้ กลายเป็นพื้นที่สีเขียวให้กับคนที่อยู่ชั้นนี้เลยค่ะ

มาดูที่ห้องนอนแรกทางซ้ายมือกันก่อน ห้องนี้จะเป็นห้องแนวยาวลึกเข้าไป พื้นที่กว้างสามารถจัดฟังก์ชันการใช้งานภายในห้องได้หลากหลาย ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ใช้งานนะคะ

ที่น่าสนใจคือห้องนี้จะมีกระจกอยู่จุดเดียวภายในห้อง แต่เป็นกระจกเข้ามุม ซึ่งด้านนอกจะเป็นระเบียงด้วย

ระเบียงตรงนี้จะเป็นระเบียงรูปตัว L ล้อไปกับกระจกเข้ามุมเลย

สามารถจัดเป็นมุมพักผ่อนที่ระเบียงส่วนตัวเล็กๆได้ค่ะ

ส่วนในห้องน้ำ รุ่นและยี่ห้อของสุขภัณฑ์ต่างๆคล้ายเดิมนะคะ

ภายในแยกส่วนเปียกส่วนแห้งไว้ให้ ตำแหน่งและระยะต่างๆถือว่าใช้งานได้สะดวกค่ะ

ห้องสุดท้ายคือห้องนอนด้านในสุดนะคะ ลักษณะของห้องนี้ก็จะเป็นห้องตอนลึกเข้าไปเช่นกันค่ะ มีขนาดกว้างอยู่อาศัยสบาย จัดพื้นที่ได้หลากหลาย

ส่วนที่โดดเด่นของห้องนี้จะเป็นมุมกระจกที่อยู่ทางหน้าบ้านค่ะ

พื้นที่ตรงนี้จะมีหน้าต่างและกระจกอยู่ 2 ด้าน ทำให้มีความสว่างค่อนข้างมาก แต่ก็กลายเป็นมุมส่วนตัวที่เมื่อใช้งานก็สามารถสัมผัสธรรมชาติอย่างแสงแดด เห็นวิวภายนอกบ้านได้อย่างเต็มที่

ส่วนด้านในสุดของห้องก็มีพื้นที่หน้าห้องน้ำจัดเป็นตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ได้ค่ะ ฝั่งที่อยู่หน้าห้องน้ำก็จัดเป็นโต๊ะเครื่องแป้งก็ได้ ระยะต่างๆถือว่าเดินเข้า-ออกใช้งานได้สะดวก

ห้องน้ำของห้องนี้วัสดุและสุขภัณฑ์เหมือนเดิมค่ะ มีเพียงลวดลายของกระเบื้องที่แตกต่างออกไป

จบกันไปแล้วค่ะสำหรับบ้านทั้ง 2 แบบภายในโครงการ Nirvana Beyond พระราม 9 – กรุงเทพกรีฑา ที่เรานำมารีวิวกัน ผู้อ่านชอบพื้นที่ส่วนไหนเป็นพิเศษหรือชอบบ้านแบบไหนลองบอกให้ฟังได้นะคะ


มาดูผังบ้านแบบสุดท้ายกันนะคะ Type นี้จะเป็นแบบเริ่มต้นของโครงการ ขนาดที่ดินเริ่มต้นจะอยู่ที่ 68.2 ตร.วา ซึ่งถือว่าค่อนข้างใหญ่เลย เมื่อเทียบกับบ้านเดี่ยวทั่วๆไปที่มักจะมีขนาด 50 ตร.วาเท่านั้น ส่วนพื้นที่ใช้สอยจะอยู่ที่ 300 ตร.ม. ประกอบไปด้วย 3 ห้องนอน, 3 ห้องน้ำ, 1 ห้องนั่งเล่น, 1 ห้องน้ำแบบ Powder Room, ห้อง Maid และ 2 ที่จอดรถ

ถ้าแบบบ้านขนาดใหญ่สุดจะได้แบบที่ผังบิดแล้ว แบบเล็กสุดอย่าง SPACE ก็จะมีผังพื้นบ้านที่บิดเช่นเดียวกันค่ะ เราลองไปดูแปลนบ้านกันดีกว่า

สำหรับแบบนี้จะมีห้องนอนอยู่ 3 ห้องนะคะ จะเป็นห้อง Master Bedroom อยู่ที่ชั้น 2 กินพื้นที่ทั้งชั้นเลย และห้องนอนเล็กอีก 2 ห้องอยู่ที่ชั้น 3 ดังนั้นฟังก์ชันการใช้งานที่ชั้น 1 นี้ก็จะเป็นพื้นที่ Common Area ของบ้านไปทั้งชั้นเลย (แตกต่างกับบ้านแบบใหญ่ที่จะมีห้องนอนชั้น 1 ด้วย) โดยพื้นที่นั่งเล่นรับแขกและพื้นที่ทานอาหารจะต่อเนื่องกัน มีครัวปิดเเยกออกมาให้ค่ะ ส่วนชั้น 2 ที่เป็นห้อง Master Bedroom ทั้งชั้น ภายในนอกจากพื้นที่วางเตียงนอน พื้นที่ทำเป็น Walk-in Closet และห้องน้ำแล้ว ยังมีพื้นที่ส่วนที่ผังบิดองศาออกมา กลายเป็น Multi-purpose area แยกออกมาเป็นสัดส่วน สามารถปรับใช้งานได้หลากหลาย อาจจะเป็นห้องนั่งเล่นส่วนตัวภายในห้องนอน หรือจะทำเป็นมุมทำงานก็ได้นะคะ สำหรับชั้น 3 จะเป็นห้องนอน 2 ห้องทางหน้าบ้านและหลังบ้าน อย่างที่พูดไป ห้องนอนเล็กของ Nirvana ไม่เล็กนะคะ ถึงแม้จะบอกว่านี่เป็นแบบบ้านที่เล็กสุด แต่เมื่อดูจากพื้นที่ภายในห้องนอนแล้ว ก็ยังเป็นขนาดที่สามารถวางเตียง 6 ฟุตได้ มีพื้นที่สำหรับจัดเป็นมุมทำงาน โต๊ะเครื่องแป้ง หรือ Closet ส่วนตัวภายในห้อง และทุกห้องจะมีหน้าต่างอยู่ 2 ฝั่งผนัง และมีระเบียงส่วนตัวค่ะ

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

สรุปรายการวัสดุต่างๆที่ให้มาภายในบ้าน

ห้องครัว

  • ชุดครัวของ RCD ท็อปเคาน์เตอร์เป็นหินควอทซ์
  • เตาและเครื่องดูดควันของ GORENJE
  • อ่างล้างจานของ TEKA
  • ชุดประตูทางออกภายนอกครัวของ TOSTEM

ห้องน้ำ

  • โถสุขภัณฑ์ของ INAX (ญี่ปุ่น) (สำหรับ Master Bathroom จะได้เป็นระบบอัตโนมัติ
  • อ่างอาบน้ำและอ่างล้างหน้าของ KASCH (เยอรมัน)
  • ก๊อกน้ำต่างๆของ ROCA (สเปน)
  • Shower ของ GROHE
  • ฉากกั้นอาบน้ำของ CHRISTINA

ส่วนนวัตกรรมหรืองานระบบเพิ่มเติมอื่นๆ และระบบรักษาความปลอดภัยที่ให้มาในบ้านทุกหลังของโครงการจะมีตามนี้ค่ะ

  • ระบบรักษาความปลอดภัยทั้งหมดของ SECOM ฟรี 1 ปี
  • CCTV ที่หน้าบ้านและหลังบ้าน รวม 2 จุด
  • Magnetic Sensor ที่ชั้น 1
  • Motion Sensor ที่ชั้น 1 และชั้น 2
  • ลำโพง Bose ที่ห้องทานอาหารและห้องน้ำ Masterbedroom (แบบ LUXE มีเพิ่มที่ Inner Court)
  • EV Ready Outlet (จุดปล่อยกระแสไฟรองรับการติดตั้ง EV Charger 2 จุด)
  • เครื่องปรับอากาศทั้งหลังจาก Daikin
  • ระบบ Super High Speed Internet จาก AIS
  • ระบบกรองน้ำในบ้าน
  • ระบบกรองอากาศบนฝ้าเพดาน(ช่วยกรองฝุ่นได้ถึง 1 PM)

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 31 July 2019

  • แบบ SPACE ขนาด 300 ตร.ม. ขนาดที่ดิน 68.2 ตร.วา ราคา 26.59 ล้านบาท
  • แบบ MIND ขนาด 370 ตร.ม. ขนาดที่ดิน 83.6 ตร.วา ราคา 33.74 ล้านบาท
  • แบบ LUXE ขนาด 470 ตร.ม. ขนาดที่ดิน 107.8 ตร.วา ราคา 43.35 ล้านบาท

  • จองและทำสัญญา 500,000 บาท
  • ดาวน์ n/a% ผ่อนดาวน์ n/a งวด
  • ที่ดินเพิ่มลด ราคาตารางวาละ n/a บาท
  • ค่าส่วนกลาง 50 บาท/ตร.วา/เดือน ตอนนี้มีโปรโมชันฟรีค่าส่วนกลาง 10 ปี
  • ค่าจดจำนอง ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ
  • ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์ ผู้ซื้อแล้วผู้ขายชำระฝ่ายละครึ่ง
  • ค่าประกัน มิเตอร์ไฟฟ้า ประปา ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ

เจาะลึกรวบยอด

ทำเล – ที่ตั้งโครงการอยู่ที่ถนนศรีนครินทร์ – ร่มเกล้า ซึ่งเป็นถนนตัดใหม่ จุดมุ่งหมายของถนนเส้นนี้คือเอาไว้เชื่อมกรุงเทพฝั่งตะวันออกให้เข้ามายังกรุงเทพชั้นในได้ง่าย ดังนั้นถนนเส้นนี้จึงได้รับประโยชน์ในแง่การเดินทางเข้าออกเมือง แต่เนื่องจากเป็นถนนเส้นที่ตัดใหม่ ทำให้ความอุดมสมบูรณ์รอบๆยังมีไม่มากนัก อาจจะต้องเดินทางมายังฝั่งกรุงเทพกรีฑา , รามคำแหง , บางกะปิ เพื่อเข้าถึงห้างสรรพสินค้า แหล่งช็อปปิ้ง หรือโรงพยาบาลต่างๆค่ะ แต่ในอนาคตทำเลนี้หลายๆ Developer คาดว่าจะเป็นเหมือนถนนราชพฤกษ์หรือเส้นเลียบทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ ที่จะมี Community Mall เกิดขึ้น และเป็นถนนที่เต็มไปด้วยโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบ ราคาสูงเช่นเดียวกัน ส่วนพื้นที่รอบๆโครงการเลยส่วนมากจะเป็นที่ดินของ NIRVANA เองที่กำลังพัฒนาอยู่ โดยจุดมุ่งหมายคือต้องการสร้างเป็น Nirvana Township มีหลากหลายโครงการรวมอยู่บนที่ดินบริเวณนี้ และคาดว่าจะมี Community Mall เกิดขึ้นด้วยเช่นกันค่ะ แต่จะสร้างเสร็จเมื่อไหร่อาจจะต้องติดตามดูอีกทีนะคะ

การเดินทางโดยใช้รถ – เนื่องจากเป็นถนนเส้นตัดใหม่ ทำให้โครงการนี้ได้ประโยชน์จากการเกิดขึ้นของถนนศรีนครินทร์-ร่มเกล้าเส้นนี้แน่นอน สามารถเดินทางเข้าและออกเมืองได้สะดวก ในส่วนการเข้าเมืองสามารถเดินทางไปยังถนนรามคำแหง ถนนศรีนครินทร์ หรือถนนพระราม 9 ได้ และในฝั่งขาออก สามารถเดินทางไปยังถนนร่มเกล้า วงแหวนกาญจนาภิเษก ลาดกระบัง ออกไปยังชลบุรีได้สะดวกเช่นกันค่ะ

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ – สำหรับทำเลนี้ ณ เวลานี้ถือว่ายังไม่มีนะคะ เพราะเป็นถนนตัดใหม่ด้วย ทำให้ตัวเลือกต่างๆคงเป็นไปได้แค่การเรียกรถผ่าน Application เท่านั้น ส่วนรถไฟฟ้าสถานีที่ใกล้ที่สุดและเปิดใช้งานแล้วในปัจจุบันก็จะเป็น Airport Rail Link สถานีหัวหมาก แต่ในอนาคตจะมีรถไฟฟ้าสายสีเหลืองและรถไฟฟ้าสายสีส้มเพิ่มขึ้นมาให้เลือกใช้งาน แต่ก็ยังต้องเดินทางเพื่อไปใช้งานอยู่ค่ะ

วัสดุ – ถือว่าให้มาตามมาตรฐานของราคานี้นะคะ พื้นมีทั้งกระเบื้องที่ชั้น 1 , พื้นกระเบื้องที่ห้องน้ำ , พื้นชั้นบนจะเป็น Enginerring Wood ยกเว้นพื้นชั้น 2 ของแบบ MIND และแบบ LUXE ที่จะได้พื้น Teak Solid ผนังจะติด Wallpaper มาให้สีครีม ประตูหน้าต่างเป็นอลูมิเนียมของ TOSTEM และติดแอร์ให้ทั้งหลังเหมือนบ้านตัวอย่าง(ยกเว้น Walk-in Closet) ครัวจะได้เคาน์เตอร์ของ RCD , Hob&Hood ของ Gorenje อ่างล้างจานของ TEKA ภายในห้องน้ำจะมีสุขภัณฑ์หลากหลายยี่ห้อ ทั้ง INAX, KASCH, GROHE, ROCA และมีการติดตั้งลำโพง BOSE ไว้ที่ห้องทานอาหาร , Master Bathroom และ Inner Court (เฉพาะบ้านแบบ LUXE) นอกจากนี้จะมีระบบรักษาความปลอดภัยจาก SECOM กล้อง CCTV, Magnetic Sensor , Motion Sensor ให้มา พร้อมกับเครื่องกรองอากาศใต้ฝ้าเพดาน(ช่วยกรองฝุ่นได้ 1 PM) และที่จอดรถที่มี EV Outlet เตรียมไว้ให้เผื่อบ้านไหนใช้รถที่ต้องการ EV Charger

การออกแบบ – บ้านของ Nirvana จะมีสไตล์ที่โดดเด่นในเรื่องบ้าน 3 ชั้นรูปทรง Modern ที่ยึดแนวคิดการออกแบบที่สามารถอยู่ร่วมหรือใกล้ชิดกับธรรมชาติได้ ในโครงการนี้ก็เช่นกัน ยังคงยึดเเนวคิดบ้านแบบ Natural Modern Design เอาไว้ โดยเพิ่มเติมการบิดองศาของผังบ้านเข้ามา เกิดเป็นพื้นที่ใช้งานหน้าตาใหม่ๆดูแปลกตามากขึ้น ตัวบ้านจะเน้นเรื่องความเป็นส่วนตัวในการออกแบบ และการอยู่อาศัยที่สบาย ดังนั้นการวางห้องนอนส่วนใหญ่จึงจะวางไว้ที่ตำแหน่งด้านหลังบ้านหรือเปิดมุมมองเข้ามาภายในใจกลางบ้าน พื้นที่ใช้สอยภายในห้องนอนก็จะไม่ได้มีขนาดรองรับแค่เตียงนอน แต่จะมีพื้นที่ที่สามารถจัดวางฟังก์ชันอื่นๆเช่นพื้นที่นั่งพักผ่อน ตู้เสื้อผ้า หรือมุมทำงานภายในห้องนอนได้ด้วย นอกจากนี้ยังมีการออกแบบให้ทุกห้องนอนมีผนังสองด้านที่เป็นหน้าต่าง เพื่อการ Flow หรือการถ่ายเทของอากาศภายในห้องทำได้ดีขึ้น

ในส่วนของการวางผังโครงการ เนื่องจากเป็นโครงการขนาดไม่ใหญ่มาก ทำให้บ้านแต่ละหลังไม่ได้รู้สึกห่างไกลจากพื้นที่ส่วนกลางหรือทางเข้าโครงการมากนัก มีการวางถนนเป็น Grid เอาไว้ทำให้รถสามารถขับวนได้บ้าง ทำให้เส้นทางสัญจรภายในทำได้สะดวกมากขึ้น ตัวบ้านส่วนใหญ่จะหันไปทางทิศเหนือหรือทิศใต้รับกับทิศทางลม ทำให้การถ่ายเทอากาศภายในทำได้ดีขึ้น และการที่บ้านแต่ละแบบที่วางชิดกันมักจะถูกออกแบบให้หันด้านที่เป็นฝั่งที่ทึบกว่าไปในทางเดียวกัน เลยทำให้บ้านเเต่ละหลังยังคงได้ความเป็นส่วนตัว ขณะที่มองออกไปหรือใช้งานอยู่ฝั่งที่ติดกับข้างบ้านได้ด้วย

สาธารณูปโภค – บรรยากาศรอบๆโครงการอย่างทางเข้าก็จะมีการออกแบบที่เน้นเส้นสายโค้งดูโดดเด่น และมีการจัด Landscape ที่คำนึงถึงความเป็นส่วนตัวของผู้อยู่อาศัยภายในโครงการ ตำแหน่งของ Clubhouse หรือส่วนกลางจะอยู่ตรงกลาง เพื่อให้การเข้าถึงในแต่ละยูนิตไม่แตกต่างกันมาก มีการวางสายไฟลงพื้น ช่วยให้บรรยากาศภายในโครงการดูเปิดโล่งเเละเรียบร้อย พื้นที่ส่วนกลางประกอบด้วย Clubhouse, สนามเด็กเล่น , สระว่ายน้ำ , BBQ zone , Meeting Room และฟิตเนส มีบริการ Free WIFI ที่ส่วนกลางด้วยค่ะ การตกแต่งทำออกมาน่าใช้งาน ขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็กจนเกินไป เหมาะกับจำนวนยูนิตพักอาศัยภายในโครงการ

Judgement

โครงการนี้ถือเป็นโครงการระดับ SUPER LUXURY CLASS ที่ขายอยู่ในช่วงราคาตั้งแต่ 27-43 ล้านบาท ทำให้ปัจจัยในการเลือกซื้อนอกจากจะต้องดูเรื่องความคุ้มค่าทางการเงินแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นๆอีกที่สำคัญ เช่น ความชอบส่วนบุคคล อารมณ์ และความรู้สึกส่วนตัวของผู้ซื้อ สไตล์การออกแบบ ซึ่งมีความแตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคล ดังนั้นทางทีมงานจะไม่มีการให้คะแนนความคุ้มค่าแก่โครงการลักษณะนี้นะคะ

BOTTOM LINE

Nirvana Beyond พระราม 9 – กรุงเทพกรีฑา เหมาะกับครอบครัวขนาดกลางถึงใหญ่ที่ต้องการบ้านสไตล์  Modern ชื่นชอบการออกแบบของโครงการที่มีการออกแบบให้ใกล้ชิดธรรมชาติและได้ความเป็นส่วนตัว  อยู่ในทำเลที่ยังสามารถเดินทางเข้า-ออกใจกลางเมืองได้สะดวก มีงบประมาณ 30-50 ล้าน (เผื่องบตกแต่งไว้นิดหน่อย) หรือมีกำลังผ่อนเดือนละ 150,000 – 200,000 บาทต่อเดือน


ติดตามพวกเราได้ที่
Website : www.thinkofliving.com
Twitter : www.twitter.com/thinkofliving
YouTube : www.youtube.com/ThinkofLiving
Instagram : www.instagram.com/thinkofliving
Facebook : ThinkofLiving