มองหาคอนโดใกล้รถไฟฟ้า ตอนที่ 7 “รถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีน้ำเงิน สถานีบางขุนนนท์ – จรัญฯ 13”

สวัสดีค่ะผู้อ่านทุกท่าน วันนี้เราจะมารวบรวมข้อมูลคอนโดบนถนนจรัญฯ ที่ใกล้กับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายช่วงสถานีบางขุนนนท์ไปจนถึงสถานีจรัญฯ 13 กันนะคะ สาเหตุที่เราทำบทความนี้ขึ้นมาเนื่องมาจากในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมานี้ เราเห็นคอนโดเปิดตัวกันใหม่แถวนี้กันหลายโครงการเลย เราก็เลยอยากรู้ว่า แล้วโครงการเดิมที่เปิดมาเเถวนี้เป็นอย่างไรบ้าง ปัจจุบันนี้ โครงการไหนขายหมด? ขายไม่หมด? สร้างเสร็จรึยัง? แล้วรูปแบบห้องกับราคาอยู่ที่เท่าไหร่กันแล้วบ้าง? ดังนั้นเราก็เลยรวบรวมข้อมูลต่างๆมาเปรียบเทียบกันให้ผู้อ่านดูกันชัดๆไปเลยค่ะ เผื่อจะได้เป็นตัวช่วยให้กับคนที่กำลังมองหาคอนโดเเถวนี้ค่ะ

ในบทความนี้เราจะขอแบ่งหัวข้อที่จะเขียนออกตามนี้นะคะ

1. ทำเล – ในส่วนนี้เราจะขออิงกับตัวสถานีรถไฟฟ้าเป็นหลัก โดยเราจะขอเลือกทำเลที่อยู่ระหว่างปิ่นเกล้ากับท่าพระ ซึ่งบนถนนจรัญฯ ช่วงนี้จะมีอยู่ทั้งหมด 3 สถานี คือ 1) สถานีบางขุนนนท์ 2) สถานีแยกไฟฉาย 3) สถานีจรัญฯ 13 ในหัวข้อนี้เราจะมาดูกันว่าทำเลของสถานีไหนเหมาะกับคนที่ใช้งานการเดินทางไปทางไหนสะดวก? มีตัวเลือกในการเดินทางไปไหนอย่างไรบ้าง?

2. ความอุดมสมบูรณ์ – ในหัวข้อนี้ เราจะมาเจาะลึกกันดูถึงความอุดมสมบูรณ์ทางด้านอาหารการกิน แหล่ง Shopping ของกินของใช้ที่สามารถเดินไปซื้อกันได้ เพราะแน่นอนนะคะว่า คนเราจะใช้ชีวิตก็ต้องอยากรู้อยู่ดีว่าแถวบ้านเรามีอะไรกิน หลากหลายหรือไม่ ให้กินอะไรซ้ำๆตลอดเวลาคงจะเบื่อแย่เลย

3. โครงการที่เปิดขายอยู่ในปัจจุบัน ( Update May – July 2019) – ในส่วนนี้เราจะขอเลือกเฉพาะโครงการที่มีห้องเหลือขายอยู่ตอนนี้ (ช่วงที่เราเขียนบทความ) มาดูถึงรายละเอียด รูปแบบโครงการ รูปแบบห้อง พร้อมทั้งราคาคร่าวๆที่เราหาข้อมูลกันมา เป็นข้อมูลช่วยประกอบการตัดสินใจของผู้อ่านนะคะ

4. สรุป – เราจะลองมาจัดอันดับกันดูนะคะว่า ในแต่ละหัวข้อเช่น ราคา, จำนวนยูนิต, จำนวนที่จอดรถ, ระยะทางจากรถไฟฟ้า, ฯลฯ โครงการไหนได้อันดับอะไรบ้าง

ทำเล

มาดูที่หัวข้อแรกกันก่อน ทำเลที่ตั้งนั่นเองค่ะ ในบทความนี้เราจะขออิงจากสถานีรถไฟฟ้า 3 สถานีเป็นหลักนะคะ สถานีที่ว่าคือ 1) สถานีบางขุนนนท์ 2) สถานีแยกไฟฉาย 3) สถานีจรัญฯ 13 โดยทั้ง 3 สถานีนี้จะตั้งอยู่บนถนนจรัญสนิทวงศ์ช่วงระหว่างปิ่นเกล้ากับท่าพระค่ะ

สภาพแวดล้อมของบริเวณนี้ในปัจจุบันเป็นย่านชุมชนเก่าที่กำลังเปลี่ยนแปลงอยู่ค่ะ ที่ว่าเปลี่ยนแปลงเพราะมีการเกิดขึ้นของรถไฟฟ้า ทำให้บนถนนจรัญสนิทวงศ์มีการก่อสร้างทำรถไฟฟ้า ทำถนน ขุดอุโมงค์อะไรเกิดขึ้นมากมาย รวมไปถึงสองข้างทางที่เรียกว่าก่อสร้างกันดุเดือดมาก มีโครงการที่พักอาศัยเปิดตามการขยายตัวของ Infrastructure หรือโครงสร้างพื้นฐานต่างๆกันมากขึ้นด้วยค่ะ

ก่อนจะเข้าถึงเนื้อหาอื่นๆ เราขอพูดถึงรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีน้ำเงินนี้กันเล็กน้อย ช่วงที่เราจะพูดถึงเป็นส่วนต่อขยายช่วง “เตาปูน – ท่าพระ” มีระยะทางรวมประมาณ 13 กม. ปัจจุบันรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินที่เราใช้งานกันจะเป็นรถไฟฟ้าใต้ดินใช่ไหมค่ะ แต่ว่าช่วงที่กำลังก่อสร้างเพิ่มเติมอยู่เนี่ย จะมีโครงสร้างที่ยกระดับทั้งหมดเลยโดยช่วงเตาปูน-ท่าพระนี้จะมีอยู่ทั้งหมด 10 สถานีค่ะ ส่วนเส้นทางที่วิ่งนี้หลักๆจะผ่านถนนจรัญสนิทวงศ์เป็นหลัก ซึ่งเป็นย่านชุมชนคนอยู่อาศัยเยอะอยู่แล้ว ซึ่งรถไฟฟ้านี้ก็จะช่วยให้คนที่อยู่ย่านนั้นสามารถเดินทางเข้ามาทำงานยังแหล่งงานโซนรัชดา-ลาดพร้าวได้สะดวก(แบบไม่ต้องไปเปลี่ยนสาย) หรือจะเปลี่ยนสาย interchange ที่ท่าพระก็เข้ามาทำงานย่านสีลมได้สะดวกค่ะ

สถานีบางขุนนนท์

ตำแหน่งของสถานีบางขุนนนท์นี้จะเป็นช่วงที่อยู่บริเวณแยกบางขุนนนท์เลยค่ะ เป็นจุดบรรจบของถนนจรัญสนิทวงศ์กับถนนสุทธาวาสและถนนเลียบทางรถไฟตลิ่งชัน อย่างที่เรารู้ๆกันอยู่ว่าถนนราชชนนีหรือโซนปิ่นเกล้ามีการจราจรที่ติดขนาดไหน แน่นอนค่ะว่าระดับความติดย่อมต่อเนื่องกันมาทั่วถึงบริเวณบางขุนนนท์นี้แน่นอน แต่ก็สามารถบอกได้ว่าเป็นทำเลที่ใกล้กับโซนปิ่นเกล้านะคะ คือใครที่ต้องใช้สะพานปิ่นเกล้าหรือสะพานพระราม 8 บ่อยๆ ระหว่าง 3 สถานีที่เราเลือกมา สถานีบางขุนนนท์นี้ก็จะได้เปรียบสุด จากถนนจรัญสนิทวงศ์มุ่งหน้าทางทิศเหนือเลี้ยวขวาขึ้นสะพานปิ่นเกล้าได้เลย หรือขากลับ ลงสะพานปิ่นเกล้าชิดซ้าย เลี้ยวซ้ายเข้าถนนจรัญสนิทวงศ์ได้เลยเช่นกันค่ะ ไม่ต้องไปรถติดแถวหน้าเซ็นทรัลปิ่นเกล้าด้วย พอเรามาดูที่ถนนรองลงมา อย่าง ถนนสุทธาวาส” ถนนเส้นนี้ถือว่าเป็นอีกเส้นที่สำคัญเลย เพราะเป็นถนนที่เชื่อมระหว่างถนนจรัญฯกับถนนอิสรภาพไว้ด้วยกัน ทำให้คนที่อยู่บริเวณนี้เดินทางไปเชื่อมต่อกับถนนอรุณอัมรินทร์และไปยังถนนประชาธิปกได้ค่ะ ถือว่าเป็นเส้นทางตัวเลือกสำหรับการเดินทางนะคะ ส่วนถนนเส้นต่อมาที่เราจะพูดถึงคือ “ถนนเลียบทางรถไฟสายตลิ่งชัน” ชื่อก็บอกแล้วค่ะว่าเป็นถนนที่เลียบไปกับทางรถไฟเลย แต่ถนนเส้นนี้บรรยากาศของทั้ง 2 ฝั่งจะเป็นที่ดินเปล่ารกร้าง หญ้าขึ้นเยอะๆ ไม่ค่อยมีบ้าน สิ่งปลูกสร้างหรือที่อยู่อาศัยขึ้นเท่าไหร่นัก บรรยากาศก็จะคล้ายขับรถอยู่ชานเมืองต่างจังหวัดนิดๆค่ะ แต่ว่า! ถนนเส้นนี้สามารถเชื่อมกันกับถนนบรมราชชนนีและถนนราชพฤกษ์ได้ค่ะ และไปใช้งานทางด่วนศรีรัช-วงแหวนรอบนอกได้ง่ายด้วย คือถ้าต้องเข้าเมืองเเล้วถนนหลักติด เราลองเลี่ยงเมืองมาขึ้นทางด่วนนี้ก็สะดวกเหมือนกันนะคะ วิ่งไปทางจตุจักรได้เลยไม่เกิน 20 นาที(ถ้ารถไม่ติดบนทางด่วนอีกนะจ้ะ) นอกจากถนน 2 เส้นที่เราพูดถึงกันไป ก็จะมี “ถนนบางขุนนนท์” อีกเส้นนึงที่มีความสำคัญกับคนที่ต้องใช้งานสถานีนี้ค่ะ ตัวถนนบางขุนนนท์จะถือว่าเป็นถนนที่ขนานไปกับถนนเลียบทางรถไฟสายตลิ่งชันก็ได้นะคะ เพราะเป็นถนนที่ตัดเชื่อมระหว่างถนนจรัญฯกับถนนบรมราชชนนีเช่นกัน เพียงแต่ว่าถนนเส้นนี้จะเป็นถนนที่มีความเป็นชุมชนสูงมาก สองข้างทางเป็นตึกแถวอาคารพาณิชย์ มีคนอยู่อาศัยเยอะ ร้านค้า ร้านอาหารตลอดสองข้างทางเลยค่ะ และเป็นถนนที่มีร้านก๋วยเตี๋ยวอร่อยเยอะมากเลย

มาดูที่ตัวสถานีบางขุนนนท์กันบ้าง จุดเด่นของสถานีนี้เลยคือเป็นสถานี interchange ค่ะ และไม่ใช่ interchange กัน 2 สายรถไฟฟ้า แต่เป็น interchange กัน 3 สายเลย

  • สายสีน้ำเงิน บางซื่อ-ท่าพระ (กำลังก่อสร้าง)
  • สายสีส้ม ตลิ่งชัน-ศูนย์วัฒนธรรม (อนาคต)
  • สายสีแดง ตลิ่งชัน-ศาลายา (อนาคต)

ดังนั้นใครที่มองทำเลของสถานีนี้ไว้อาจจะคิดว่าเป็นทำเลที่มี Potential หรือศักยภาพในการพัฒนาที่ดินรอบๆในอนาคตมากเลยนะคะ แต่ก็อาจจะต้องคำนึงถึงระยะเวลากว่าจะสร้างเสร็จเผื่อไว้หน่อย ประเทศเราอะเนอะ ใครซื้อคอนโดเอาไว้ตอนนี้รถไฟฟ้าสายแรกอาจจะสร้างเสร็จพร้อมกับโครงการพอดี แต่กว่าจะสร้างเสร็จครบ 3 สายอาจจะกินเวลาไปเป็น 10 ปีก็ได้นะคะ การก่อสร้างหมายถึงการที่เราจะต้องอยู่กับสภาพแวดล้อมที่มีการก่อสร้างเรื่อยๆทุกวันอีก มีฝุ่น ควัน มลภาวะแน่นอน อย่าลืมคิดถึงเรื่องนี้เอาไว้นะคะ

สถานีแยกไฟฉาย

มาดูที่สถานีที่ 2 กันบ้างค่ะ สำหรับสถานีแยกไฟฉายนี้ ตำแหน่งของตัวสถานีจะอยู่ที่แยกไฟฉายเลย เป็นสี่แยกจุดตัดระหว่างถนนจรัญสนิทวงศ์กับถนนพรานนก และถนนพรานนก-กาญจนาภิเษก (หรือพรานนก-พุทธมณฑลสาย4) ตรงนี้ปัจจุบันนอกเหนือจากการก่อสร้างรถไฟฟ้าแล้ว ยังมีการก่อสร้างอุโมงค์ทางลอดข้ามแยกไปอีกค่ะ ซึ่งตัวอุโมงค์นี้สร้างขึ้นมาเพื่อช่วยระบายการจราจรที่ติดขัดบนถนนจรัญสนิทวงศ์นั่นเอง มาดูที่เส้นทางต่างๆกันบ้าง เนื่องจากสถานีนี้อยู่ระหว่างกลางจาก 3 สถานีที่เราเลือกมา ก็เลยกลางเป็นสถานีที่ทั้งไม่ใกล้ท่าพระ และไม่ใกล้กับปิ่นเกล้าซักเท่าไหร่ แต่ถ้าถามว่ายังสามารถเดินทางไปได้ไหม ก็นับว่าไม่ไกลค่ะ เพราะแต่ละสถานีรถไฟฟ้าห่างกันไม่กี่กิโลเมตรเอง แต่สิ่งที่น่าสนใจของสถานีนี้คือ 1) ถนนพรานนก-กาญจนาภิเษก เดิมทีแยกนี้จะเป็นแค่ 3 แยกค่ะ แต่ไม่กี่ปีที่ผ่านมาได้มีการตัดถนนเส้นใหม่นี้ขึ้นมา ทำให้กลายเป็นสี่แยกขึ้นมา การจราจรก็เกิดสภาพคล่องมากขึ้น ส่วนถนนที่ตัดใหม่ในแง่เส้นทางก็ตามชื่อเลยค่ะ ถนนสายนี้เริ่มตัดตั้งแต่พรานนก ไปจนถึงถนนกาญจนาภิเษกทำให้สามารถวิ่งเชื่อมต่อไปยังถนนราชพฤกษ์, ถนนพุทธมณฑลสาย 1 และถนนกาญจนาภิเษกได้เลย คือถ้าใครใช้ทางด่วนศรีรัช – วงแหวนรอบนอก สถานีบางขุนนนท์จะสะดวกกว่า แต่ถ้าใครต้องใช้งานทางด่วนกาญจนาบ่อยๆ สถานีแยกไฟฉายก็จะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าค่ะ 2 ) ถนนพรานนก  เส้นนี้จะเป็นถนนอีกเส้นนึงที่ตัดไปเชื่อมต่อกับถนนอิสรภาพและถนนอรุณอัมรินทร์ได้ค่ะ ซึ่งห่างจากโรงพยาบาลศิริราชเพียง 2 กม. แน่นอนว่าตำแหน่งของสถานีนี้ก็เลยเหมาะกับคนที่ทำงานโซนนี้มากๆเลย ทั้งบุคลากรโรงพยาบาลศิริราช หรือโรงพยาบาลธนบุรีที่อยู่ไม่ห่างกันมาก

และอีกสิ่งนึงที่พิเศษของคนที่สถานีนี้คือการเดินทางไปยัง “ท่าเรือ” ค่ะ ตรงตำแหน่งที่ตั้งของโรงพยาบาลศิริราชจะเป็นตำแหน่งของท่าเรือวังหลังที่ขึ้นชื่อเรื่องตลาด และเป็นท่าเรือที่มีทั้งเรือด่วนแม่น้ำเจ้าพระยาและเรือข้ามฟากอยู่ ทำให้ถึงแม้ว่าคนที่ทำงานอยู่ฝั่งพระนคร แต่อยากหาที่อยู่อาศัยมองหาคอนโดตรงแยกไฟฉายนี้ก็ถือว่าไม่ไกลนะคะ เพราะอย่างที่ทราบกันว่าบริเวณเกาะรัตนโกสินทร์ หรือโซนวัดพระแก้วนั้นจะเป็นพื้นที่ที่มีกฏหมายควบคุมอาคารอยู่ ทำให้ไม่มีคอนโดสร้างได้ละแวกนั้น

สมมุติว่าเราทำงานอยู่บริเวณธรรมศาตร์ก็นั่งรถสองแถวจากแยกไฟฉาย ขึ้นเรือข้ามฟากที่ศิริราช เดินต่อนิดหน่อยหรือนั่งวินมอเตอร์ไซค์ก็ถึงที่ทำงานแล้วค่ะ เราว่าสะดวกในแง่ไม่ต้องขับรถฝ่าฟันรถติดไปทำงานเลย

สถานีแยกจรัญฯ 13

มาดูที่สถานีสุดท้ายที่เราจะพูดถึงกันค่ะ สถานีจรัญฯ 13 นี้ ตำแหน่งจะอยู่ตรงหน้าซอยจรัญ ฯ 13 พอดี เป็น 3 แยก(ไม่ใช่สี่แยกแบบสถานีอื่นๆนะคะ) แต่สามแยกนี้เป็นจุดตัดที่มีความสำคัญอยู่ค่ะ เพราะเดิมที่ถนนจรัญสนิทวงศ์นี้เป็นถนนยาวๆ ไม่มีถนนใหญ่ที่เชื่อมต่อออกไปยังราชพฤกษ์เท่าไหร่ จะมีก็แต่ซอยจรัญฯ 35 กับซอยจรัญ ฯ 13 นี่ค่ะที่สามารถใช้เดินทางไปยังราชพฤกษ์ได้ ทำให้ทั้ง 2 ซอยนี้เป็นซอยที่มีผู้คนผ่านมาก และมีระดับความอุดมสมบูรณ์สูงทั้ง 2 ข้างทางภายในซอยเลย ซอยจรัญฯ 13 นี้นอกจากจะเชื่อมไปยังถนนราชพฤกษ์ได้แล้วยังเชื่อมต่อกับถนนบางแวกที่ไปเชื่อมต่อกับถนนพุธมณฑลสาย 1, ถนนกาญจนาภิเษก และถนนพุทธมณฑลสาย 3 ได้เลยค่ะ ในแง่การใช้งานถ้าสถานีแยกไฟฉายเหมาะกับคนที่ทำงานโรงพยาบาล สถานีจรัญฯ 13 นี้ ก็จะเหมาะกับบุคลากรและนักศึกษาวิทยาลัยค่ะ เพราะว่าบริเวณนี้มีสถานศึกษาอย่าง วิทยาลัยพาณิชยการธนบุรี และวิทยาลัยอาชีวศึกษาธนบุรี ตั้งอยู่ ทำให้รอบๆสถานศึกษาก็จะมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่เหมาะสมกับการใช้ชีวิตของนักศึกษาอยู่มากเช่นกันค่ะ อย่างภายในซอยจรัญ ฯ 13 ก็จะมีรถสาธารณะให้บริการยาวตลอดทั้งซอยเลย นอกจากนี้จากสถานีนี้ถ้าวิ่งต่อไปอีก 1 สถานีที่ท่าพระจะเป็นสถานี interchange กับรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายอีกช่วงที่กำลังก่อสร้างอยู่เช่นกันค่ะ เป็นรถไฟฟ้าช่วงหัวลำโพง – หลักสอง ทำให้อีกหนึ่งข้อดีรึเปล่าไม่แน่ใจ(เพราะต้อง interchange หรือเดินเปลี่ยนขบวน) สำหรับคนที่ใช้สถานีนี้คือใกล้กับสถานี interchage เมื่อ interchange แล้วก็จะเดินทางไปยังหัวลำโพง สามย่าน หรือสีลมได้ง่ายขึ้นค่ะ

สรุป 

  • สถานีบางขุนนนท์ – เหมาะกับคนที่เดินทางไปยังสะพานปิ่นเกล้า สะพานพระราม 8 หรือใช้ทางด่วนศรีรัช-วงแหวนรอบนอกเป็นหลัก และเป็นสถานีที่จะมีการ interchange กับรถไฟฟ้าสายสีส้มและสายสีแดงในอนาคต
  • สถานีแยกไฟฉาย – เหมาะกับคนที่ต้องการใช้ทางด่วนกาญจนาภิเษก หรือบุคลากรที่ทำงานที่โรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลธนบุรี หรือคนที่ทำงานที่เกาะรัตนโกสินทร์
  • สถานีจรัญฯ 13 – เหมาะกับคนที่เรียนหรือทำงานที่วิทยาลัยพาณิชยการธนบุรี และวิทยาลัยอาชีวศึกษาธนบุรี หรือคนที่ต้องการใช้งานรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินไปยังโซนหัวลำโพง สามย่านหรือสีลม(ศาลาแดง)ค่ะ

ความอุดมสมบูรณ์

ถ้าดูภาพรวมของโซนนี้ถือว่าเป็นโซนที่มีความโดดเด่นเรื่องตลาดเลยนะคะ อาจจะเพราะว่ามีความเป็นชุมชนเก่าอยู่สูงด้วย ทำให้มีความต้องการพื้นฐานอย่างตลาดห้างร้านเพื่อการดำรงชีพมากตาม แต่ถ้าเราอิงกับสถานีรถไฟฟ้า สถานีไหนจะสะดวกตลาดหรือห้างอะไรบ้าง เราไปลองดูกันเลยค่ะ

สถานีบางขุนนนท์

สถานีนี้เรามองว่าเป็นสถานีที่มีความหลากหลายอยู่เหมือนกันนะคะ เพราะนอกจากจะมีตลาดใหญ่อย่างตลาดบางขุนนนท์และตลาดบางขุนศรีแล้ว ยังมี Hypermarket อย่าง Makro และมี Supermarket อย่าง Foodland อยู่ด้วย ทำให้คนที่อาศัยละแวกนี้มีตัวเลือกที่หลากหลายทั้งของกิน ของใช้ ของสด ของ Premium ให้เลือกสรร แล้วถ้าในแง่อยากหาความบันเทิงช่วงสุดสัปดาห์ก็อาจจะเดินทางไปยังโซนปิ่นเกล้าไปเลย เพราะบริเวณนั้นก็จะมีทั้งห้างใหญ่อย่างเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า เดินซื้อเสื้อผ้า High Street มีแบรนด์ได้ และมีโรงหนังด้วย ร้านอาหารก็มีให้เลือกหลากหลายมากขึ้นค่ะ

ดูบรรยากาศบางส่วนของความอุดมสมบูรณ์บริเวณสถานีบางขุนนนท์กันนะคะ เริ่มดูกันที่ตลาดบางขุนนนท์กันก่อนเลย ตลาดนี้จะตั้งอยู่ช่วงต้นของถนนบางขุนนนท์ ทำให้ถนนช่วงนี้จะมีทั้งร้านอาหาร ร้านค้าตามตึกแถวหรืออาคารพาณิชย์เยอะเลย รวมถึงร้านประเภทร้านข้างทาง รถเข็นต่างๆก็ค่อนข้างเยอะ สามารถจอดรถข้างทางเเวะกินข้าวซื้อของได้ค่ะ

แต่ถ้าออกมายังถนนใหญ่อย่างถนนจรัญฯ แล้ว ตรงนี้จะมี Hyper Market อย่าง Makro อยู่ค่ะ ข้อดีของ Hyper Market หลักๆเลยคือของถูกค่ะ เพราะถ้าตลาดจะเป็นการซื้อของกินของใช้ เป็นการซื้อปลีกมากกว่าใช่ไหมค่ะ แต่ถ้าเป็น Makro เราก็จะซื้อของจำนวนที่มากขึ้น ในราคาที่ถูกลงได้ และมักจะมีโปรโมชันลดราคาต่างๆอีกด้วย

ส่วนตลาดบางขุนศรีจะเป็นตลาดใหญ่ที่มีทั้งอาหารสด อาหารปรุงสำเร็จ อาหารคาว อาหารหวาน จะนั่งทานที่ตลาด หรือจะซื้อกลับบ้าน ก็สามารถเลือกได้ตามสะดวกเลยค่ะ

หรือถ้าช่วงเวลาดึกดื่นเที่ยงคืนแล้วหิวข้าว ก็ไปกินร้านถูกและดีที่ Foodland อาหารร้อนๆทำใหม่เปิด 24 ชม.เลยค่ะ

สถานีแยกไฟฉาย

มาดูที่สถานีต่อมากันบ้างค่ะ สำหรับสถานีนี้บริเวณใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าอาจจะไม่ได้ดูมีความอุดมสมบูรณ์อะไรมากนะคะ ถ้าจะให้ใกล้กับตัวสถานีที่สุดก็อาจจะต้องข้ามสี่แยกมาทางทิศใต้หน่อย จะเจอกับตลาดนครหลวงอยู่ค่ะ แต่ที่เราว่าเด็ดเลยจะเป็นโซนตลาดฝั่งริมน้ำ และตลาดรอบๆโรงพยาบาลอย่างตลาดบางกอกน้อย ตลาดพรานนก แล้วก็ตลาดวังหลังค่ะ

ขอบคุณภาพประกอบจาก Google Street View ค่ะ 🙂
ขอบคุณภาพประกอบจาก Google Street View ค่ะ 🙂

สำหรับตลาดบางกอกน้อยและตลาดพรานนกจะตั้งอยู่ที่ถนนอิสรภาพค่ะ สองตลาดนี้จะตั้งอยู่ใกล้กัน ทำให้บริเวณนี้มีอาหารการกิน ร้านค้าต่างๆเยอะมากเลยค่ะ ทั้งร้านทอง ร้านแว่น ร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหารต่างๆ ธนาคารก็มีนะคะ

ส่วนตลาดวังหลังนั้นถือเป็นอีกตลาดนึงที่มีชื่อเสียงมากค่ะ เพราะเป็นตลาดที่อยู่ริมน้ำด้วย ทำให้มีร้านอาหารดีๆวิวสวยริมแม่น้ำอยู่หลายร้าน หรือจะเป็นร้านภายในตลาดที่ราคาน่าคบหาก็มีให้เลือกเช่นกัน สมัยก่อนตอนที่เรายังเรียนอยู่เราชอบมาซื้อพวกของมือสองที่นี่มากค่ะ เพราะของสวยราคาถูก แต่เดี๋ยวนี้เห็นน้อยลงเเล้ว แต่ก็ยังมีพวกเสื้อผ้า ของกิน ของใช้ ราคาถูกอยู่เช่นเดิมค่ะ นอกจากตัวตลาดแล้ว ท่าเรือที่อยู่ริมแม่น้ำยังมีการปรับปรุงใหม่ให้ดูเรียบร้อย สะอาดมากขึ้นด้วย และจากท่าเรือนี้เราสามารถเดินเล่นไปยังวัดระฆังได้เลยค่ะ หรืออยากไปเดินทางฝั่งเกาะรัตนโกสินทร์ไหว้พระ แวะคาเฟ่ริมน้ำก็มีร้านน่าสนใจอยู่เยอะเลย

สถานีจรัญฯ 13

สำหรับสถานีจรัญฯ 13 นี้ จะเป็นสถานีที่มีความอุดมสมบูรณ์ตั้งแต่ตัวสถานีเลยลากยาวเข้าไปยังซอยจรัญฯ 13 ที่มีลักษณะความเป็นชุมชนอยู่อาศัยและสถานศึกษา ทำให้ร้านอาหารการกินเยอะค่ะ โซนนี้อาจจะไม่ได้มีตลาดที่ใหญ่ แต่ร้านอาหารก็จะกระจายตัวตามสองข้างทางภายในซอยเรื่อยๆเลย ส่วนบนถนนจรัญฯ ช่วงนี้เองก็ถือว่ามี Hypermarket ตั้งอยู่เหมือนกันนะคะ ทั้ง Tesco Lotus ใหญ่และ Tesco Lotus Express ในปั๊มน้ำมัน Esso ตรงข้ามซอยจรัญฯ 13 อีกทั้งยังมี Homepro ที่เพิ่งมาเปิดใหม่ไม่นาน ยกระดับความสะดวกสบายของเเถวนี้เพิ่มขึ้น เพราะข้างในมีร้านกาแฟ chain ใหญ่อย่าง Starbucks และมีร้านอาหารตามห้างมาเปิดด้านในด้วยค่ะ ถือเป็นตัวเลือกที่นั่งอ่านหนังสือ ตากแอร์สบาย มีฟรีไวไฟให้กับคนที่อยู่สถานีนี้เลยค่ะ ส่วนวันหยุดสุดสัปดาห์ใครอยากหาอะไรเด็ดๆกินก็อาจจะไปยังโซนตลาดพลูก็ไม่ไกลมากนะคะ หรือจะไปยังโซนท่าพระก็จะมีห้างใหญ่อย่าง The Mall ท่าพระอยู่ มีทั้งโรงหนัง, Fitness center ร้านอาหารและธนาคารต่างๆครบครันค่ะ

ขอบคุณภาพประกอบจาก Google Street View ค่ะ 🙂

ตั้งแต่ตัวสถานีมาถึงซอยจรัญฯ 13 ถือว่ามีความคึกคักพอสมควรค่ะ ภายในซอยจัดว่าเป็นซอยใหญ่ เดิมทีเป็นถนนหลักที่ใช้เชื่อมต่อไปยังถนนบางแวก และถนนราชพฤกษ์ได้ ทำให้ภายในซอยมีความอุดมสมบูรณ์มาก ร้านอาหารต่างๆกระจายไปตลอดสองข้างถนนเลย

สรุป 

  • สถานีบางขุนนนท์ – ตลาดบางขุนนนท์, ตลาดบางขุนศรี, Makro, Foodland และเดินทางไปโซนปิ่นเกล้าได้สะดวก
  • สถานีแยกไฟฉาย – ตลาดนครหลวง, ตลาดบางกอกน้อย, ตลาดพรานนก และตลาดวังหลัง
  • สถานีจรัญฯ 13 – ภายในซอยจรัญฯ 13, Tesco Lotus, Tesco lotus express, HomePro และไปยังตลาดพลู, ท่าพระได้

คอนโดมิเนียม

มาถึงหัวข้อคอนโดมิเนียมกันแล้วนะคะ คอนโดที่เราเลือกมานั้นเกณฑ์การเลือกของเรามาจากคอนโดที่ยังมีห้องมือ 1 ขายอยู่เท่านั้นค่ะ ซึ่งวันที่เราเขียนบทความนี้เราขอเลือกมาทั้งหมด 9 โครงการ ไปดูรายละเอียดของโครงการกันเลยค่ะ

1. dcondo tann จาก แสนสิริ

โครงการเเรกที่เราเลือกมาคือ dcondo tann ของ แสนสิริค่ะ ก่อนอื่นเลยต้องบอกว่าสถานีบางขุนนนท์นี้ถ้าจะหาโครงการมือหนึ่งที่ใกล้กับสถานีเลยตอนนี้นั้นยังไม่มีค่ะ ส่วนโครงการนี้นั้นตำแหน่งของโครงการจะตั้งอยู่ในถนนรองลงมาอย่างถนนเลียบทางรถไฟสายตลิ่งชัน ซึ่งเป็นถนนที่ตัดเลียบทางรถไฟไป ค่อนข้างเปลี่ยวนะคะ ตัวโครงการจะอยู่ห่างจากสถานีบางขุนนนท์ไป 1.9 กม. แต่โครงการนี้ก็มีข้อดีในเรื่องการเดินทางอยู่ที่ว่าในอนาคตที่สถานีบางขุนนนท์สร้างเสร็จ จะมีบริการ Shuttle Bus ไป-กลับสถานีให้ค่ะ

ส่วนตัวโครงการ dcondo tann เป็นคอนโด Low Rise สูง 8 ชั้น 2 อาคาร จำนวน 484 ยูนิต และมีร้านค้าอีก 1 ยูนิต สามารถจอดได้ประมาณ 31% ไม่รวมซ้อนคัน ออกแบบมาในสไตล์บ้านสวนค่ะ คือตัวอาคารจะเป็นรูปตัว L สองอาคาร เกิดพื้นที่เป็นคอร์ทตรงกลางระหว่างอาคาร จัดเป็นพื้นที่ส่วนกลางและสวนที่ดูจากทัศนียภาพแล้วค่อนข้างใหญ่เลยค่ะ ในเรื่องของแบบห้องโครงการนี้จะมีแบบเริ่มต้นเป็น Studio 26.52 – 27.23 ตร.ม. แล้วก็ข้ามไปเป็นห้อง 2 Bedrooms ขนาด 54.75 ตร.ม. เลยค่ะ ช่วงราคาที่ขายจะอยู่ที่ 1.89 – 4.4 ล้านบาท และมีราคาเฉลี่ยทั้งโครงการอยู่ที่ 80,000 บาทต่อตร.ม. ขายเป็นแบบ Fully Furnished ค่ะ

ส่วนตัวมองว่าโครงการนี้เหมาะกับคนที่อยากได้คอนโดสถานีบางขุนนนท์ ขนาดห้องไม่ใหญ่มาก อาจจะทำงานอยู่โซนถนนอิสรภาพ หรือต้องการใช้ทางด่วนศรีรัช-วงแหวนรอบนอกเป็นหลักค่ะ

โครงการนี้เราเคยมีบทความ พาชมห้องตัวอย่างเเล้ว เข้าไปอ่านเพิ่มเติมกันได้ที่ > คลิก

2. The Most อิสรภาพ จาก Nirvana

The Most อิสรภาพ นี้ถือว่าเป็นคอนโด Low Rise โครงการแรกที่ Nirvana ปล่อยออกมาเลยค่ะ โครงการนี้ไม่อยู่ใกล้รถไฟฟ้าอีกเช่นกัน ที่ตั้งจะอยู่บนถนนอิสรภาพ ห่างจากรถไฟฟ้าบางขุนนนท์ 800 เมตร โครงการนี้ถือว่าขนาดกะทัดรัดอยู่นะคะ มีห้องพักอยู่ทั้งหมด 193 ยูนิต เป็นห้องแบบ Studio, 1 Bedroom และ 2 Bedrooms ค่ะ มีจำนวนที่จอดรถอยู่ 38% ค่ะ

โครงการนี้เพิ่งเริ่มเปิดขายมาไม่นานเมื่อเดือนสองเดือนก่อนเองแต่ถือว่ากระแสดีค่ะ อาจจะด้วยเป็นคอนโดที่ใกล้กับโรงพยาบาลศิริราชมาก เหมาะกับบุคลากรที่ทำงานที่นี่โดยเฉพาะ ทำให้ตอนนี้ห้องแบบ Studio ขายหมดไปแล้ว ส่วนห้องแบบ 1 Bedroom เหลือ 1 ยูนิต เหลือแต่ห้อง 2 Bedrooms นั่นเองค่ะ ส่วนราคาเฉลี่ยของโครงการนี้อยู่ที่ 120,000 บาทต่อตร.ม.ค่ะ แต่เป็นคอนโด Low Rise เรามองว่าราคาค่อนข้างสูงอยู่นะคะ

โครงการนี้เรายังไม่มีรีวิวค่ะ แต่ถ้าใครอยากดูข้อมูลเพิ่มเติมก็เข้าไปดูที่เวปหลักของโครงการเลย > คลิก

3. The Tree จรัญฯ 30 จาก Pruksa

สำหรับ The Tree จรัญฯ 30 จากพฤกษานี้เพิ่งจะสร้างเสร็จมาไม่นาน ทางเราก็ได้ไปทำรีวิวตึกเสร็จเอาไว้เเล้วด้วย เข้าไปอ่านข้อมูลแบบละเอียดยิบได้ที่ > คลิก

โครงการนี้เป็นโครงการแรกจากที่เรายกตัวอย่างมาที่อยู่ติดกับถนนใหญ่อย่างถนนจรัญสนิทวงศ์เลยค่ะ อยู่ห่างจากสถานีแยกไฟฉาย 250 เมตร และห่างจากสถานีบางขุนนนท์ 570 เมตร ส่วนตัวมองว่าทำเลของโครงการนี้ค่อนข้างโดดเด่นเลยค่ะ ถึงเเม้ไม่ได้ใกล้สถานีรถไฟฟ้ามาก แต่อยู่ตรงข้ามกับตลาดบางขุนศรีเลย! และยังใกล้กับ Foodland อีกด้วย! เรียกได้ว่าเป็นทำเลที่เพียบพร้อมไปด้วยอาหารการกินนั่นเองค่ะ

ส่วนตัวโครงการนั้นจะเป็นคอนโด 2 อาคาร high rise สูง 22 ชั้น 1 อาคารตั้งอยู่ทางด้านหน้าใกล้ถนนใหญ่ และอีกอาคารเป็น low rise สูง 8 ชั้น อยู่ด้านหลังค่ะ ถึงแม้จะมีถึง 2 อาคาร แต่จำนวนยูนิตก็มีอยู่ 305 ยูนิตเอง ถือว่าน้อยนะคะ  ส่วนจำนวนที่จอดรถจะสามารถจอดได้ 134 คัน คิดเป็น 44% ถือว่าไม่มาก แต่ว่าใกล้ถนนใหญ่ที่จะมีรถไฟฟ้า(ในอนาคตด้วยค่ะ) อีกสิ่งที่โดดเด่นของที่นี่เราว่าเป็นการออกแบบอาคารที่มีการใช้สีแดง(ทับทิม) มาออกแบบหน้าตาตึก และการตกแต่งภายในที่ดูสวยงามสมราคาเฉลี่ย 130,000 บาทต่อตร.ม. มีพื้นที่ส่วนกลางหลายชั้น และยกสระว่ายน้ำไปไว้ที่ชั้นดาดฟ้าด้วย ว่ายน้ำชมวิวกันจุใจเลยค่ะ

ลองดูตัวอย่างพื้นที่ส่วนกลางกันหน่อย อย่างห้องฟิตเนสก็ตกแต่งออกมาดูดีเลยทีเดียว

และสระว่ายน้ำที่ Rooftop ยาว 25 เมตร ว่ายออกกำลังกายก็ได้ ชมวิวก็ดีค่ะ

สำหรับรูปแบบห้องพักที่มีขายภายในโครงการ The Tree จรัญฯ 30 จะมีอยู่ 2 แบบคือ 1 Bedroom และ 2 Bedrooms โครงการนี้ขายเป็นแบบ Fully Fitted นะคะ ส่วนราคาเริ่มต้นจะอยู่ที่ 3.2x ล้านบาทค่ะ

4. Supalai Loft สถานีแยกไฟฉาย จาก ศุภาลัย

มาดูโครงการต่อมาที่ใกล้กับสถานีแยกไฟฉายกันค่ะ โครงการนี้เป็นโครงการแรกบนทำเลนี้ของ ศุภาลัยเลย มีชื่อว่า Supalai loft สถานีแยกไฟฉาย ค่ะ โครงการนี้ใกล้กับสถานีแยกไฟฉายอยู่ 350 เมตร แต่ว่าไม่ได้อยู่ติดถนนใหญ่นะคะ ต้องเข้าไปในซอยจากถนนพรานนก-กาญจนาภิเษก(เส้นที่ตัดใหม่) เข้าไปนิดนึง

โครงการนี้เป็นคอนโด High Rise สูง 24 ชั้น(รวมดาดฟ้า) 1 อาคาร 366 ยูนิต ที่จอดรถประมาณ 212 คันคิดเป็น 57% (ไม่รวมจอดซ้อนคัน) ดูแล้วให้ที่จอดรถมาเยอะอยู่เหมือนกันนะคะ ส่วนจุดเด่นของโครงการนี้เลยถือเป็นจุดเด่นของโครงการศุภาลัยด้วยคือห้องขนาดใหญ่และราคาถูกค่ะ ห้องของที่นี่จะมีอยู่ 2 แบบคือ 1 Bedroom กับ 2 Bedrooms แต่ขนาดเริ่มต้นก็ 35 ตร.ม.เข้าไปแล้ว ส่วนราคาที่บอกถูกคือ ตอนเปิดขายใหม่ๆอยู่ที่ 65,000 บาทต่อตร.ม. และในปัจจุบันอยู่ที่ 69,000 บาทต่อตร.ม.ค่ะ เห็นราคาแล้วดูน่าคบหาอยู่นะคะโครงการนี้ แต่ว่าข้อมูลที่เราหามาล่าสุดโครงการนี้ใกล้จะ Sold out เต็มที เหลือแต่ห้องแบบ 2 Bedrooms เท่านั้น 10 ยูนิตสุดท้ายเลยค่ะ ตัวอย่างราคาของห้อง 2 Bedrooms ขนาด 71 ตร.ม.อยู่ที่ช่วงราคา 4.7-5.4 ล้านบาทค่ะ ขึ้นอยู่กับระดับชั้นด้วย

ส่วนพื้นที่ส่วนกลางก็ถือว่าเป็นอีกโครงการที่ให้มาเยอะเหมือนกันนะคะ มีอยู่ประมาณ 3 ชั้นหลักๆ แต่สระว่ายน้ำจะอยู่ที่ชั้น 5 ค่ะ ส่วนตัวห้องพักของที่นี่ก็จะมีจุดเด่นตามชื่อแบรนด์ที่มาลง ( Supalai Loft ) คือห้องพักได้ฝ้าเพดานสูงค่ะ 2.70 เมตร ห้องเลยจะดูโปร่งโล่งสบาย

พื้นที่ส่วนกลางที่อยู่บนดาดฟ้าจะเป็นสวน, Sky lounge , Co-working & Co-living ต่างๆ

บรรยากาศภายในห้องก็จะดูสูงและโล่งด้วย เพราะได้ห้องขนาดใหญ่แบบศุภาลัยค่ะ

โครงการนี้เราเคยทำรีวิวไว้เหมือนกัน อยากอ่านเพิ่มเติมก็ > คลิก เข้าไปเลย อ้อ! ลืมบอกไปค่ะ โครงการนี้อยู่ในระหว่างดำเนินการก่อสร้างนะคะ คาดว่าจะสร้างเสร็จช่วงปีหน้า 2020 จ้ะ

5. Sun City MRT แยกไฟฉาย จาก  The Sun City

Sun City MRT แยกไฟฉาย โครงการนี้จะมาจาก Developer เจ้าท้องถิ่นหน่อยอย่าง The Sun city ค่ะ ตัวนี้จะเป็นคอนโด Low Rise 2 อาคาร จำนวนยูนิตกลางๆ 266 ยูนิตค่ะ มีที่จอดรถอยู่ 74 คัน คิดเป็นประมาณ 28% เท่านั้นเอง ถือว่าน้อยมากเลยค่ะ แต่คิดว่าโครงการนี้น่าจะมีกลุ่มเป้าหมายอยู่ที่ระดับ Economy เพราะดูจากตัวห้องแล้วก็มีแบบห้องขายเฉพาะ Studio เท่านั้น ขนาด 24-31 ตร.ม. ราคาห้อง 24 ตร.ม.จะเริ่มต้นที่ 1.69 ล้านบาท ส่วนห้องขนาด 31 ตร.ม. อยู่ที่ราคา 2.34 ล้านบาทค่ะ ราคาเฉลี่ยทั้งโครงการอยู่ที่ 78,000 บาทต่อตร.ม. ถ้าดูเฉพาะราคาและขนาดห้องเทียบกับโครงการที่แยกไฟฉายอีก 2 โครงการถือว่าโครงการนี้จะเน้นขายห้อง package เล็ก ทั้งราคาและขนาดห้องค่ะ ในส่วนของพื้นที่ส่วนกลางก็มีให้ตามมาตรฐานคือมีสระว่ายน้ำเล็กๆกับฟิตเนสที่ชั้น 1 และมีสวนที่ Rooftop

เราอยากรู้ข้อมูลเพิ่มเติมดูเพราะโครงการนี้เรายังไม่มีรีวิวค่ะ แต่พอดูแปลนห้องทั้ง 2 ขนาดเรามองว่าภายในจัดห้องออกมาดูโอเคเลยนะคะ ถือว่าฟังก์ชันครบ แปลนมาตรฐาน เราชอบห้องขนาด 31 อยู่เหมือนกันเพราะเป็นห้องที่มี Walk-in closet ด้วย

ส่วนที่ตั้งโครงการนี้ก็ไม่อยู่ติดกับถนนใหญ่อีกเช่นกัน จะตั้งอยู่ในซอยจรัญฯ 29/1 ซึ่งเป็นซอยเดียวกันกับตลาดนครหลวงเลย ทำให้มั่นใจได้เลยว่าโครงการนี้ความอุดมสมบูรณ์ดีแน่นอน ส่วนระยะทางไปรถไฟฟ้านั้นจะอยู่ที่ประมาณ 350 เมตร สถานีใกล้สุดจะเป็นสถานีแยกไฟฉายค่ะ โครงการนี้ปัจจุบันกำลังก่อสร้างอยู่นะคะ คาดว่าจะสร้างเสร็จช่วงต้นปีหน้า 2020

ใครอยากเข้าไปดูข้อมูลโครงการนี้เพิ่มเข้าไปที่เวปโครงการได้เลยค่ะ > คลิก

6. Supalai Park สถานีแยกไฟฉาย จาก ศุภาลัย 

มาดูโครงการจากศุภาลัยกันอีกซักตัว โครงการนี้ชื่อว่า Supalai Park สถานีแยกไฟฉาย ใกล้กับสถานีแยกไฟฉาย 330 เมตรค่ะ ที่สถานีนี้เห็นได้ว่าโครงการของศุภาลัยมาเปิดใกล้ๆกันเลย (ตั้งอยู่คนละฝั่งถนน) ท่าทางจะขายดีนะคะ คราวนี้เลยเปิดมาด้วยจำนวนยูนิตที่เยอะสุดในย่าน 726 ยูนิต แต่แบ่งเป็น 2 อาคาร เป็น High Rise ทั้งคู่ ไม่ได้อยู่ติดกับถนนใหญ่ เข้าซอยจรัญฯ 28/2 ไปค่ะ โครงการนี้มีจุดเด่นที่ ราคา , ขนาดห้อง และพื้นที่ส่วนกลาง ที่บอกว่าราคาเด่นคือโครงการของศุภาลัยแม้จะเป็น high rise แต่ราคาเฉลี่ยต่อตร.ม.ถูกกว่า low rise บางโครงการอีกค่ะ (ในแง่การก่อสร้างคอนโด high rise จะมีค่าก่อสร้างที่แพงกว่าค่ะ) โดยราคาเฉลี่ยของโครงการนี้อยู่ที่ 69,000 บาทต่อตร.ม.และมีราคาห้องเริ่มต้น 2.03 ล้านบาท (เป็นห้อง Studio 29.5 ตร.ม.) และก็ตามสไตล์ของศุภาลัยที่ขนาดห้องใหญ่มากค่ะ เช่นห้อง 2 Bedrooms ของที่นี่ก็จะมีขนาด 64.5 – 74.5 ตร.ม.เลย ในขณะที่ราคารวมเริ่มที่ 4.22 ล้านบาท ถือว่าไม่แรงมากนะคะ ส่วนรูปแบบห้องก็จะมีให้เหลือกหลากหลายหน่อยมีทั้ง Studio, 1 Bedroom, 1 Bedroom Plus และ 2 Bedrooms ค่ะ

พื้นที่ส่วนกลางที่เรามองว่าจัดเต็มคือให้มา 3 ชั้นเลย (มีชั้นดาดฟ้าที่ยกทั้งชั้นเป็นพื้นที่ส่วนกลางทั้งหมด รวมไปถึงสระว่ายน้ำด้วย) และมีพื้นที่สวนทั้งโครงการรวมๆ 2 ไร่ ชั้น 1 ชั้น 5 และชั้นดาดฟ้า ตรงกับชื่อโครงการเลย Supalai Park ค่ะ และถ้ามองเรื่องที่จอดรถก็ให้มา 56% ถือว่าเยอะกว่า Developer เจ้าอื่นรอบๆนะคะ ส่วนวิธีการขายก็มีทั้ง  Fully Furnished และ Fully Fitted ให้เลือกค่ะ

Supalai Park สถานีแยกไฟฉายเราเพิ่งทำรีวิวฉบับเต็มไปเมื่อเดือนก่อนเอง อยากได้ข้อมูลแบบละเอียดก็เข้าไปอ่านได้ > คลิก

7. ชีวาทัย Hallmark จรัญฯ 13 จาก ชีวาทัย

มาดูกันที่สถานีจรัญฯ 13 กันนะคะ ตัวแรกที่จะพูดถึงคือ ชีวาทัย Hallmark จรัญฯ 13 ค่ะ โครงการนี้เป็น Low rise ตั้งอยู่ในซอยจรัญฯ 13 เลย ห่างจากรถไฟฟ้าสถานีจรัญฯ 13 อยู่ 850 เมตร อาจจะต้องนั่งวินหรือมอเตอร์ไซค์นะคะ ตอนนี้ตัวโครงการก็กำลังก่อสร้างอยู่ คาดว่าจะสร้างเสร็จช่วงเดือนมีนาคม 2020

โครงการนี้มีจำนวนยูนิตทั้งหมด 184 ยูนิต มีห้องแบบ 1 Bedroom และ 2 Bedrooms มีที่จอดรถอยู่ 34% (ตรงนี้เราว่าน้อยเพราะไม่ได้ใกล้รถไฟฟ้ามาก) แต่ก็มีข้อดีที่มีส่วนกลางให้เยอะอยู่นะคะ ถ้าเทียบกับจำนวนยูนิตเท่านี้ เพราะจัดพื้นที่ส่วนกลางนอกจากจะมีที่ชั้น 2 แล้วก็ยังมีที่ชั้นดาดฟ้า เป็นสระว่ายน้ำ ฟิตเนส ห้องสมุด ส่วนราคาเฉลี่ยจะอยู่ที่ 84,000 บาทต่อตร.ม. ราคาเริ่มต้นห้อง 1 Bedroom 2.39 ล้านบาท (26 ตร.ม.) และห้อง 2 Bedroom 3.62 ล้านบาท (39 ตร.ม.)

และอีกจุดที่น่าสนใจของโครงการนี้คือไม่ว่าจะเป็นแปลนห้องแบบไหน ขนาดใด ก็จะมีครัวปิด ชิดระเบียงมาให้ และห้องนอนที่จะเป็นห้องปิดประตูทึบเลย เหมาะกับคนที่ชอบห้องที่แบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วน และก็ชอบทำอาหารนะคะ ใครอยากดูแปลนอื่นๆเพิ่มเติมไปดูต่อกันที่พรีวิว > คลิก

8. Library Houze จรัญ จาก Library Houze

โครงการนี้เป็นอีกหนึ่งโครงการที่สร้างเสร็จพร้อมอยู่ค่ะ เราเคยมีรีวิวห้องตัวอย่างเอาไว้ ถ้าใครอยากอ่านก็ > คลิก

ที่ตั้งของโครงการอยู่ภายในซอยจรัญฯ 13 เช่นกันค่ะ ตรงกันข้ามกับชีวาทัย Hallmark เมื่อซักครู่ เป็นโครงการ Low Rise เหมือนกัน และยกเอา Facility หรือพื้นที่ส่วนกลางขึ้นไปอยู่ที่ชั้นดาดฟ้าเหมือนกันค่ะ แต่ Library Houze จรัญ นี้จะมีจำนวนยูนิตที่น้อยกว่า มีอยู่ 149 ยูนิต ที่จอดรถ 31.5% มีห้องอยู่ แบบเดียวเท่านั้นค่ะ เป็น 1 Bedroom ซึ่งตอนนี้เหลือห้องไม่มากค่ะ มีห้อง 1 Bedroom ขนาด 26 ตร.ม. ราคาก็ถือว่าเริ่มต้นถูกสุดของสถานีนี้เลย อยู่ที่ 1.69 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ 65,000 บาทต่อตร.ม. แต่ถ้าใครอยากได้ห้องที่ใหญ่ขึ้นอาจจะต้องรอห้องหลุดโอนเอานะคะ

ดูเผินๆ Library houze จรัญ กับ ชีวาทัย Hallmark จรัญฯ 13 มีรูปแบบโครงการที่คล้ายกันเลยนะคะ แต่ถ้ามาดูที่แบบห้องจะมีความต่างกันอยู่เลย เพราะถ้าห้องของชีวาทัยมีจุดเด่นที่ครัวปิด ชิดระเบียง ห้องของ Library Houze จะไม่มีครัวปิดมาให้เลยซักแบบค่ะ จะมีแบบค่อนข้างหลากหลาย ทั้งห้องนอนแยกสัดส่วนด้วยผนังทึบ และมีแบบที่แยกสัดส่วนด้วยประตูบานเลื่อนกระจกสามารถเชื่อมต่อพื้นที่กันได้ และขายเป็นแบบ Fully Furnised ที่โครงการนี้จะมีราคาเฉลี่ยและราคาเริ่มต้นที่ถูกกว่าค่ะ ตรงนี้ขึ้นอยู่กับความชอบแบบห้องและงบประมาณของแต่ละคนแล้วนะคะ

9. Ciela จรัญฯ 13 Station จาก Grand Unity

มาที่โครงการสุดท้ายที่เราเลือกมาค่ะ โครงการนี้เพิ่งเปิดตัวมาใหม่ในปีนี้เช่นกันกับ Ciela จรัญฯ 13 Station จุดเด่นที่เห็นชัดของโครงการนี้เลยคือที่ตั้งโครงการ ติดถนนจรัญฯ และติดรถไฟฟ้าสถานีจรัญฯ 13 ศูนย์เมตร! เดินมาหน้าโครงการก็เป็นทางขึ้นรถไฟฟ้าแล้ว ส่วนรูปแบบของโครงการเป็นคอนโด High Rise 20 ชั้น 1 อาคาร 360 ยูนิต จอดรถ 40% เป็น Auto parking ด้วย ส่วนรูปแบบห้องที่นี่จะมีแบบค่อนข้างเยอะเลย แต่ที่น่าสนใจคือขนาดห้องที่ทำออกมาไม่เน้นห้องที่ใหญ่เลย Studio เริ่มต้นที่ 21 ตร.ม. 1 Bedroom ขนาดเริ่มต้น 25 ตร.ม. และห้องใหญ่สุดอย่าง 1 Bedroom Plus Corner ก็จะมีขนาด 34.5 ตร.ม. ทำให้ถึงแม้ว่าราคาเฉลี่ยจะออกมาเเล้วดูแพงกว่าโครงการอื่นที่สถานีนี้ ( ราคาเฉลี่ยโครงการ 116,000 บาทต่อตร.ม. ) แต่พอราคารวมออกมาก็จะไม่ได้แพงมากค่ะ ห้องเริ่มต้นราคา 2.59 ล้านบาท

ในขณะที่พื้นที่ส่วนกลางก็จะมีอยู่ที่ชั้น 1 และชั้น 20 ที่เป็นชั้นบนสุดของโครงการได้เลย เราชอบที่ออกแบบชั้นล่างไว้เป็น Lobby ที่มีฝ้าเพดานสูง และชั้นบนที่สามารถมองวิวโดยรอบอาคารได้ (ลูกบ้านขึ้นมาได้วิวนี้ทุกคน) ทำให้บรรยากาศของโครงการนี้ดูโดดเด่นขึ้นมาในสถานีนี้ค่ะ

สรุป

บทความวันนี้เราจะลองมาสรุปแยกเป็นประเด็นดูนะคะ ถ้าใครอยากรู้ประเด็นหรือความคิดเห็นในหัวข้ออื่นๆเพิ่มเติมก็ลอง Comment มากันได้เลยค่ะ

จากคอนโดที่เรายกตัวอย่างมาทั้งหมด 9 โครงการ ไม่ว่าจะเป็น High rise หรือ Low Rise มีอยู่เพียง 2 โครงการเท่านั้นค่ะที่อยู่ติดกับถนนจรัญสนิทวงศ์เลย นั่นคือโครงการ The Tree จรัญฯ 30 และ Ciela จรัญฯ 13 สเตชั่น ข้อดีของโครงการที่ติดกับถนนใหญ่เลยก็คือการเดินทางที่สะดวกค่ะ ทั้งรถส่วนตัวและรถสาธารณะ แต่สำหรับโครงการที่อยู่ในซอยก็ไม่ใช่ว่าไม่มีข้อดีนะคะ อย่างซอยจรัญฯ 13 เอง เป็นซอยที่ใช้เชื่อมต่อไปยังถนนราชพฤกษ์ได้ ทำเลนั้นก็จะมีข้อดีตรงที่มีเส้นทางหลากหลายให้เลือกใช้เดินทาง แต่ก็อาจจะไม่สะดวกเรื่องการไปใช้งานรถไฟฟ้าเท่าไหร่ เพราะต้องนั่งรถต่อออกมาเพื่อใช้งานรถไฟฟ้าค่ะ

ส่วนคอนโดที่ใกล้รถไฟฟ้ามากที่สุดเราขอยกตำแหน่งนี้ให้ Ciela จรัญฯ 13 สเตชั่น ที่เเค่เดินออกมาหน้าโครงการก็เป็นทางขึ้นสถานีรถไฟฟ้าแล้วค่ะ ส่วนโครงการอื่นๆที่ใกล้แบบเดินได้รองๆลงมาก็จะมี

  • The Tree จรัญฯ 30 ห่าง 250 เมตร
  • Supalai Park สถานีแยกไฟฉาย ห่าง 330 เมตร
  • Supalai Loft สถานีแยกไฟฉาย ห่าง 350 เมตร
  • Sun city Mrt แยกไฟฉาย ห่าง 350 เมตร

ส่วนมากจะเป็นโครงการที่สถานีแยกไฟฉายนะคะเนี่ย

มาดูเรื่องของเงินทองกันต่อดีกว่า ราคาถูกสุดตอนนี้จะอยู่ที่ 65,000 บาทต่อตร.ม. เป็นของคอนโด Library Houze จรัญค่ะ อันดับรองๆลงมาก็จะเป็นตามนี้

  • Supalai Loft สถานีแยกไฟฉาย – ราคาเฉลี่ย 69,000 บาทต่อตร.ม.
  • Supalai Park สถานีแยกไฟฉาย – ราคาเฉลี่ย 69,000 บาทต่อตร.ม.
  • Sun City MRT แยกไฟฉาย – ราคาเฉลี่ย 78,000 บาทต่อตร.ม.
  • dcondo ธาร – ราคาเฉลี่ย 80,000 บาทต่อตร.ม.
  • ชีวาทัย Hallmark จรัญฯ 13 – ราคาเฉลี่ย 84,000 บาทต่อตร.ม.
  • Ciela จรัญ 13 สเตชั่น – ราคาเฉลี่ย 116,000 บาทต่อตร.ม.
  • The Most อิสรภาพ – ราคาเฉลี่ย 120,000 บาทต่อตร.ม.
  • The Tree จรัญฯ 30 – ราคาเฉลี่ย 130,000 บาทต่อตร.ม.

ใครที่มีงบจำกัดราคาคอนโดที่ต่ำสุดของทำเลนี้จะอยู่ที่ 1.69 ล้านบาท จะเป็นโครงการ Low Rise ของ Developer เจ้ารองลงมาหน่อยอย่าง Library Houze จรัญ กับ Sun city MRT แยกไฟฉาย ค่ะ ทั้ง 2 โครงการนี้จะอยู่กันคนละสถานีนะคะ แต่จะมีขนาดห้องใกล้เคียงกัน Library houze จรัญจะเป็นห้องแบบ 1 Bedroom 26 ตร.ม. ส่วน Sun city MRT แยกไฟฉายจะเป็นห้อง Studio ขนาด 24 ตร.ม.ค่ะ เราลองเทียบราคาเริ่มต้นของโครงการอื่นๆ(ที่มีห้องขายในตอนนี้กันนะคะ)

  • dcondo ธาร – เริ่ม 1.89 ล้านบาท ห้อง Studio 26.5 ตร.ม.
  • Supalai Park สถานีแยกไฟฉาย – เริ่ม 2.03 ล้านบาท ห้อง Studio 29.5 ตร.ม.
  • ชีวาทัย Hallmark จรัญฯ 13 – เริ่ม 2.39 ล้านบาท ห้อง 1 Bedroom
  • Ciela จรัญ 13 สเตชั่น – เริ่ม 2.59 ล้านบาท ห้อง Studio 21 ตร.ม.
  • The Tree จรัญฯ 30 – เริ่ม 3.2x ล้านบาท ห้อง 1 Bedroom 26.4 ตร.ม.
  • The Most อิสรภาพ – เริ่ม 3.4 ล้านบาท ห้อง 1 Bedroom 28.5 ตร.ม. (ยูนิตสุดท้าย)
  • Supalai Loft สถานีแยกไฟฉาย – เริ่ม 4.7 ล้านบาท ห้อง 2 Bedrooms 70 ตร.ม. (เหลือแต่ 2 Bedrooms)

แต่ถ้าใครมองหาห้องอยู่กันเป็นครอบครัว หรือห้องแบบ 2 Bedrooms ห้องที่ถูกสุดจะเป็นห้องของโครงการ ชีวาทัย Hallmark จรัญฯ 13 ค่ะเป็นห้องขนาด 39 ตร.ม. ราคา 3.62 ล้านบาท และโครงการอื่นๆที่มีห้อง 2 Bedrooms ขายอยู่ก็เช่น

  • Supalai Park สถานีแยกไฟฉาย – ห้องขนาด 64.5 ตร.ม. ราคา 4.22 ล้านบาท
  • dcondo ธาร – ห้องขนาด 54.75 ตร.ม. ราคา 4.4 ล้านบาท
  • Supalai Loft สถานีแยกไฟฉาย – ห้องขนาด 70 ตร.ม. ราคา 4.7 ล้านบาท
  • The Most อิสรภาพ – ห้องขนาด 51 ตร.ม.
  • The Tree จรัญฯ 30 – ห้องขนาด 44.2 ตร.ม. ราคา 6.3 ล้านบาท

มาดูที่จำนวนยูนิตกันซักหน่อย จากทั้ง 9 โครงการ Supalai Park สถานีแยกไฟฉายเป็นโครงการที่มีจำนวนยูนิตเยอะที่สุดค่ะ เพื่อนบ้านก็จะเยอะหน่อยนั่นเอง แต่จำนวนยูนิตเยอะก็จะทำให้พื้นที่ส่วนกลางใหญ่ขึ้นตามนะคะ โครงการนี้เลยมีพื้นที่ส่วนกลางที่เยอะและหลากหลายค่ะ แต่ถ้าใครไม่ค่อยใช้พื้นที่ส่วนกลางอยู่แล้วชอบโครงการเล็กๆ จำนวนยูนิตไม่เยอะ ได้ความเป็นส่วนตัว โครงการ Library Houze จรัญ จะเป็นโครงการที่จำนวนยูนิตน้อยที่สุดค่ะ แต่ถ้าดูเรื่องพื้นที่ส่วนกลางของโครงการนี้ ก็ถูกจัดไว้ที่ชั้นบนสุดของโครงการนะคะ เพียงแต่ขนาดอาจจะไม่ใหญ่โตค่ะ

สำหรับใครที่ชอบดูวิว โครงการที่ยกพื้นที่ส่วนกลางไว้บนดาดฟ้าทั้งชั้นและเป็น High Rise ก็จะมีอยู่ 3 โครงการค่ะ คือ The Tree จรัญฯ 30 , Supalai Park สถานีแยกไฟฉาย และ Ciela จรัญฯ 13 สเตชั่นค่ะ

สำหรับคนที่ใช้รถเป็นประจำ จำนวนที่จอดรถอาจจะเป็นเรื่องสำคัญอันดับต้นๆที่ควรคำนึงถึงเวลาจะซื้อคอนโดเลยค่ะ โครงการ Supalai Loft สถานีแยกไฟฉายเป็นโครงการที่ให้ % ที่จอดรถมากที่สุดในย่านนี้เลย 57% ส่วน Supalai Park สถานีแยกไฟฉายโครงการน้องก็มี % ตามมาติดๆ ที่ 56% ค่ะ ในขณะที่โครงการอื่นๆในย่าน ให้จำนวนที่จอดรถมาไม่ถึง 50% หมดเลย

แต่ใครที่รีบอยากได้ห้องพร้อมอยู่เลย ตอนนี้มีโครงการที่สร้างเสร็จพร้อมอยู่แล้ว 2 โครงการค่ะ คือ The Tree จรัญฯ 30 กับ Library Houze จรัญ ส่วนโครงการอื่นๆที่คาดว่าจะเสร็จช่วงต้นปีหน้าก็จะมี  Supalai Loft สถานีแยกไฟฉาย , Sun city MRT แยกไฟฉาย ,ชีวาทัย Hallmark จรัญฯ 13 จ้ะ

เป็นอย่างไรกันบ้างค่ะกับบทความนี้ หวังว่าจะมีประโยชน์ให้กับคนอ่านหรือคนที่มองหาคอนโดบนถนนจรัญสนิทวงศ์กันนะคะ แต่ถ้าใครมีข้อมูลอัพเดท หรือมีหัวข้ออื่นๆอยากรู้เพิ่มเติม หรืออยากให้วิเคราะห์เปรียบเทียบโครงการทำเลไหนเป็นพิเศษก็ Comment แนะนำกันมาได้เลยค่ะ 🙂


ติดตามพวกเราได้ที่
Website : www.thinkofliving.com
Twitter : www.twitter.com/thinkofliving
YouTube : www.youtube.com/ThinkofLiving
Instagram : www.instagram.com/thinkofliving
Facebook : ThinkofLiving