หลังจากโรงแรมดุสิตธานีที่ตั้งอยู่บนทำเลทองตรงแยกสีลม-พระราม 4 ประกาศปิดให้บริการเมื่อต้นปี 2562 ก็ผ่านมาประมาณ 2 ปีแล้วนะคะ ที่เราได้เห็นที่ดินบริเวณนี้มีการก่อสร้างเพื่อพัฒนาเป็นโครงการใหม่ชื่อ “Dusit Central Park” แน่นอนว่าการกลับมาครั้งนี้ทางดุสิตธานีต้องวางแผนให้ตอบรับกับศักยภาพของที่ดินที่นับวันจะเติบโตขึ้น จึงเลือกใช้แนวคิด Urban Redevelopment รื้อถอนโรงแรมดุสิตธานีเดิมแล้วสร้างกลุ่มอาคารขึ้นมาใหม่

เพื่อให้ได้ใช้ประโยชน์ของทำเลมากที่สุดในครั้งนี้จึงจับมือกับเซ็นทรัลพัฒนาเพื่อพัฒนาโครงการออกมาในรูปแบบมิกซ์ยูส มีโรงแรม คอนโดมิเนียม ศูนย์การค้าและออฟฟิศ และยังมีความน่าสนใจในด้านการออกแบบให้มีพื้นที่สาธารณะเป็นพื้นที่สีเขียวมากถึง 7 ไร่ ที่จะกลายเป็นประโยชน์ต่อสังคมด้วยค่ะ

วันนี้เราจะมาชวนคุยกับ Topic ที่เกี่ยวกับโครงการนี้กันสักหน่อยว่า นอกจากข้อมูลของตัวโครงการที่ปล่อยออกมาเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ปัจจุบันที่ดินของย่านสีลม-พระราม 4 มีการพัฒนาไปอย่างไรบ้าง และคอนโดของโครงการที่เป็นแบบ Leasehold จะมีความน่าสนใจอย่างไร

ข้อมูลโครงการ

ย้อนไปเมื่อครั้งก่อสร้างโรงแรมดุสิตธานีใหม่ๆ ในปี 2511 สมัยนั้นดุสิตธานีจัดเป็นโรงแรมที่โก้มากของยุคเลยนะคะ การันตีด้วยการเป็นอาคารสูงแห่งแรกของกรุงเทพฯ ที่มีความสูง 23 ชั้นและเป็นโรงแรมหรูระดับ 5 ดาวเลยทีเดียว ตัดภาพมาในยุคปัจจุบันที่แปลงที่ดินหัวมุมสีลม-พระราม 4 ตรงนี้มีศักยภาพมากขึ้น กลายเป็นจุด Intersect ของรถไฟ้า BTS และ MRT ทำให้โรงแรมที่สร้างมากว่า 50 ปีนั้นเกินกว่าจะ Renovate เพียงอย่างเดียวแล้วค่ะ

ทำให้ดุสิตธานีตัดสินใจมองหาอย่างอื่นเพิ่มเติม เช่น การสร้างที่พักอาศัยสำหรับคนที่ต้องการใช้บริการของดุสิตธานี หรือ ธุรกิจ Retail ที่สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนที่เดินทางด้วย BTS และ MRT ได้ การพัฒนาเนื้อที่กว่า 23 ไร่ของทางโรงแรมดุสิตธานี จึงกลายเป็นโครงการอสังหาริมทรัพย์แบบมิกซ์ยูส “Dusit Central Park” ที่ทางดุสิตธานีได้ร่วมมือกับบริษัทที่คร่ำหวอดด้านศูนย์การค้าอย่างบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) เพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตให้ครบทุกรูปแบบทั้งพักผ่อน ทำงาน ช้อปปิ้ง ประกอบไปด้วย 4 ส่วน ดังนี้ค่ะ

1. โรงแรม (ดุสิตธานี กรุงเทพฯ)
2. ที่พักอาศัย (ดุสิต เรสซิเดนเซส และดุสิต พาร์คไซด์)
3. ศูนย์การค้า (เซ็นทรัล พาร์ค)
4. สำนักงาน (เซ็นทรัล พาร์ค ออฟฟิศเซส)

การวางผังโครงการมีแนวคิดให้ทุกอาคารเห็นวิวสวนลุมพินีได้เต็มที่ เริ่มจากการวางโรงแรมดุสิตธานีไว้ติดถนนพระราม 4 เพื่อการันตีวิวให้กับตัวโรงแรม ติดกันคืออาคารศูนย์การค้าสูงประมาณ 7 ชั้น ที่ต้องทำออกมาเป็น Lowrise ก็เพื่อไม่ให้คอนโดและออฟฟิศที่อยู่ด้านในต้องถูกบังวิวค่ะ ซึ่งชั้นบนของศูนย์การค้าจะทำเป็น Roof Garden นอกจากประโยชน์ด้านการใช้งานแล้ว ยังเป็นวิวพื้นที่สีเขียวให้กับอาคารด้านในด้วยค่ะ

อาคารสูงด้านในอีก 2 แห่งก็คือตัวคอนโดและออฟฟิศซึ่งเน้นเรื่องการรับวิวสวนลุมฯ เช่นเดียวกัน จากการวางผังก็จะเห็นว่ามีมุมที่ได้วิวสวยๆ แน่นอน ก็ต้องขึ้นอยู่กับการวางผังด้านในอาคารแล้วค่ะว่าจะจัดการพื้นที่ใช้สอยอย่างไรให้ได้ทั้งฟังก์ชันและวิวที่ดีที่สุด ซึ่งโจทย์นี้จะถูกแก้การออกแบบจากบริษัทสถาปนิกอันดับหนึ่งของไทยที่มีความเชี่ยวชาญระดับโลกอย่าง A49 ค่ะ

1. โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ

โรงแรมดุสิตธานีโฉมใหม่จะถูกปรับให้มีความสูงมากขึ้นเป็น 39 ชั้น การออกแบบห้องพักให้ความเป็นส่วนตัวด้วยขนาดห้องที่ใหญ่ขึ้น และทำให้จำนวนห้องพักลดลงจากเดิม 510 ห้อง เหลือประมาณ 250-259 ห้อง ขณะเดียวกันก็ต้องมีดีไซน์ทันสมัยทัดเทียมมาตรฐานสากล และด้วยทำเลที่ตั้งที่อยู่ตรงข้ามกับสวนลุมพินี จึงต้องจัด Layout ให้ห้องพักของโรงแรมทั้งหมดเป็นแบบ Single Corridor ทุกห้องจะมองเห็นวิวสวนลุมพินี 100%

การออกแบบตัวอาคารจะยังคงเอกลักษณ์ของอาคารเดิมอย่างเช่นยอดชฎาสีทองไว้นะคะ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากพระปรางค์วัดอรุณราชวรารามฯ ถูกนำมาออกแบบใหม่บนชั้นดาดฟ้าให้กลายเป็นจุดชมวิวบนยอดสูงของอาคาร พร้อมพื้นที่สำหรับจัดแสดงแกลลอรี่แบบดิจิตอล และร้านอาหารกับ Rooftop Bar แต่โรงแรมโฉมใหม่นี้จะมีความร่วมสมัยมากยิ่งขึ้นค่ะ

2. คอนโดดุสิต เรสซิเดนเซส และดุสิต พาร์คไซด์

คอนโดมิเนียม High Rise 1 อาคาร สูง 69 ชั้น ซึ่งใน 1 อาคารจะประกอบด้วย 2 แบรนด์นั่นก็คือ ดุสิต พาร์คไซด์ (Dusit Parkside) ที่ชั้น 9 – 29 เป็นห้องชุดขนาด 1- 2 ห้องนอน พื้นที่ตั้งแต่ 55 – 115 ตารางเมตร ส่วนอีกแบรนด์คือ ดุสิต เรสซิเดนเซส (Dusit Residences) ที่ชั้น 30 – 69 ห้องพักจะมีขนาดใหญ่ขึ้นเริ่มตั้งแต่ 2-4 ห้องนอน และเพนท์เฮ้าส์ พื้นที่ตั้งแต่ 120 – 750 ตารางเมตร

เรามองว่าคอนโดนี้มีความน่าสนใจหลายอย่างทั้งในเรื่องของทำเล วิวเขียวชอุ่มของสวนลุมพินีที่อยู่ฝั่งตรงข้าม และยังได้รับ Service ของโรงแรมดุสิตธานีอีกด้วย ซึ่งจะพาไปเจาะลึกเพิ่มเติมในหัวข้อ ‘รายละเอียดโครงการ’ นะคะ หรือถ้าเพื่อนๆ อยากข้ามไปดูรายละเอียดคอนโดก็สามารถคลิก Shortcut ที่มุมบนซ้ายได้เลยค่ะ

3. ศูนย์การค้า Central Park

ศูนย์การค้าพื้นที่มากกว่า 80,000 ตารางเมตร  เป็นอาคาร Low Rise ที่เชื่อมต่อกับอาคารสำนักงาน มีทั้งส่วนที่เป็นศูนย์การค้าชั้นใต้ดินและบนดิน เพื่อให้เข้ากับเส้นทางคมนาคมบริเวณหัวถนนสีลมซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อ BTS และ MRT ศูนย์การค้านี้จะรวบรวมแบรนด์ชั้นนำระดับโลกและประเทศไทยมาไว้ในที่เดียว เพื่อให้ครอบคลุมผู้ใช้งานทุกกลุ่ม ทุกไลฟ์สไตล์ แถมให้ความสำคัญกับพื้นที่สีเขียวกว่า 10,200 ตร.ม. เพื่อเป็นพื้นที่เชื่อมโยงผู้คนให้มาใช้ชีวิตร่วมกัน

4. อาคารสำนักงาน Central Park Offices

ออฟฟิศสูงประมาณ 40 ชั้น พื้นที่รวมทั้งหมด 90,000 ตารางเมตร โดยมีแนวคิดในการออกแบบให้เชื่อมต่อกับการเดินทางสาธารณะทั้ง BTS และ MRT ได้ง่าย ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบในการแข่งขันของธุรกิจอาคารสำนักงานให้เช่าเลยค่ะ ส่วนการออกแบบพื้นที่ในอาคารจะเน้นให้ผู้เช่าสามารถใช้ประโยชน์ได้สูงสุด และจะต้องตอบโจทย์ Trend ของออฟฟิศยุคใหม่ที่เน้นเรื่อง Work&Life Balance เช่น พื้นที่เกือบทั้งหมดของพื้นที่อาคารสำนักงานจะสามารถชมวิวธรรมชาติของสวนลุมพินีได้ด้วย

จะเห็นได้ว่า Dusit Central Park นั้นเป็นโครงการอสังหาริมทรัพย์แบบมิกซ์ยูส จึงตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนกรุงเทพฯ อย่างครบวงจร ซึ่งทางโครงการก็มีแนวคิดเก๋ๆ ที่ว่า “Here for Bangkok” เพื่อพัฒนากรุงเทพฯ ไปสู่การมหานครที่ดีขึ้นใน 4 ด้าน ได้แก่

1. Here for Heritage & Innovation งานออกแบบของที่นี่จะมีกลิ่นอายของวัฒนธรรมเดิมๆ ของไทยผสานกับการใช้นวัตกรรมใหม่ๆ ในโครงการ
2. Here for Unrivalled Connectivity เป็นโครงการมิกซ์ยูสที่เชื่อมโยงทุกย่านสำคัญและระบบคมนาคมทั้งระบบรถและระบบรางของกรุงเทพฯ
3. Here for a Lush Quality of Life ใกล้ชิดธรรมชาติอยู่ใกล้กับสวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่สุดหรือปอดของกรุงเทพฯ ทั้งยังเต็มไปด้วยสีสันและไลฟ์สไตล์ทั้งกลางวันและกลางคืน
4. Here for Meaningful Experiences เชื่อมโยงรูปแบบการใช้ชีวิตที่ทันสมัยควบคู่กับการเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ มุ่งสร้างปฏิสัมพันธ์กับชุมชนและพื้นที่สีเขียว

พอทราบข้อมูลเบื้องต้นแล้วนะคะว่าโครงการ Dusit Central Park ประกอบด้วยอะไรบ้าง ซึ่งตามแผนเดิมแต่ละส่วนก็จะค่อยๆ ทยอยเปิดตัว โดยเริ่มจากโรงแรมดุสิตธานีในปี 2565 ตามมาด้วยศูนย์การค้าและอาคารสำนักงานในปี 2566 และเปิดครบทั้งโครงการในปี 2567 ซึ่งเป็นแผนที่ถูกปล่อยออกมาในช่วงก่อน Covid-19 จึงเป็นไปได้ที่อาจมีการปรับแผนเปิดตัวบ้างก็คงต้องรอฟังข่าวอัพเดทกันอีกทีค่ะ

ทำเลที่ตั้ง

หลายคนอาจคุ้นเคยกับทำเลของโครงการ Dusit Central Park กันอยู่แล้ว เพราะเป็นที่ตั้งเดิมของโรงแรมดุสิตธานี ซึ่งเช่าต่อมาจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ตั้งอยู่ตรงหัวมุมแยกศาลาแดงตรงข้ามสวนลุมพินี บนทำเลที่มีศักยภาพอย่างสีลม-พระราม 4 ค่ะ

พิกัด Google Maps : 13.728527, 100.537326
หรือสามารถ :  คลิกที่นี่

พูดถึงถนนพระราม 4 มีความน่าสนใจจากการเป็นถนนสายแรกๆ ของกรุงเทพฯ ที่มีความสำคัญจากการเป็นถนนเส้นตรงที่ตัดผ่านย่านสำคัญหลายๆ แห่งในกรุงเทพฯ ไล่มาตั้งแต่เยาวราช ผ่านหัวลำโพง-สามย่าน- จุฬา-สีลม-สุรวงศ์-ศาลาแดง-สาทร-วิทยุ-รัชดา-อโศก ยาวไปจนถึงสุขุมวิทตัดพระโขนงเลยค่ะ จึงเป็น 1 ในทำเลที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันทุกประเภททั้งแหล่งงาน การศึกษา โรงพยาบาล สวนสาธารณะขนาดใหญ่ และยังมีเสน่ห์จากการเป็นย่านค้าขายของชาวจีนอีกด้วย

ในแง่ของการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ย่านนี้ก็เป็นอีก 1 ทำเลที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องมายาวนานกว่า 20 ปี ตั้งแต่การเข้ามาของรถไฟฟ้า MRT และมีสถานี Interchange ของทั้ง 2 สายในพื้นที่บริเวณแยกศาลาแดง ซึ่งทางดุสิตก็มีแผนที่จะทำ Sky Walk เชื่อมต่อจากสถานีรถไฟฟ้าเข้าโครงการด้วยนะคะ

แต่ด้วยปัจจัยเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดินแปลงใหญ่บนถนนพระราม 4 หลายแปลงเป็นของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ สำนักงานจัดการทรัพย์สินจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจหลายแห่ง ซึ่งเปิดให้เอกชนมาประมูลเพื่อพัฒนาเป็นโครงการขนาดใหญ่ อย่างเช่น โครงการมิกซ์ยูสสามย่านมิตรทาวน์ ที่รวมไว้ทั้งโซน Retail, อาคารสำนักงาน และโซนที่พักอาศัย

รวมถึงโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ที่ทยอยเกิดขึ้นอีกมากมาย เช่น โครงการ One Bangkok, โครงการ The Parq, Chula Smart City รวมถึงอาคารต่างๆ ในทำเลโซนนี้ก็มีแผนที่จะรีโนเวทด้วย เช่น ธนิยะ พลาซ่า, Silom Center(โรบินสันเก่า) เป็นต้น แต่ละโครงการจะเป็นอย่างไรเราจะพาไปส่องกันสักนิดค่ะ

1. โครงการ One Bangkok

โครงการของบริษัท ทีซีซี แอสเซ็ท (ประเทศไทย) จำกัด บนแปลงที่ดินสวนลุมไนท์บาซาร์และโรงเรียนเตรียมทหารเก่า ซึ่งทางบริษัทได้เช่าที่ดินจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์พัฒนาเป็นโครงการมิกซ์ยูสที่รวมไว้ทั้งอาคารสำนักงานเกรด A, ศูนย์รวมการท่องเที่ยวระดับโลก, โรงแรมชั้นนำระดับบูทีคโฮเทล – อัลตร้าลัคชัวรี่, โครงการที่พักอาศัย และเป็นจุดหมายของความ World Class ด้านศิลปะ ตามคอนเซปต์  LIVE WORK SHOP STAY และ ENRICH ค่ะ

2. โครงการ The PARQ

อีก 1 โครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ของบริษัท ทีซีซี แอสเซ็ท (ประเทศไทย) จำกัด ที่เพิ่งให้บริการกันหมาดๆ ไปเมื่อเดือนสิงหาคมปี 2563 ที่ผ่านมา ประกอบด้วย 2 ส่วนหลักๆ คือ The PARQ Workplace อาคารสำนักงานเกรด A และ The PARQ Life คืส่วนของรีเทลที่รวมไว้ทั้งร้านอาหาร ร้านค้า ฟิตเนส สิ่งอำนวยความสะดวกด้านสุขภาพและความงาม

3. โครงการ Chula Smart City

Image 1/3
โครงการ BLOCK 33

โครงการ BLOCK 33

นอกจากการพัฒนาของเอกชนแล้วยังมีโครงการที่พัฒนาโดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บนพื้นที่บริเวณสามย่าน-สยามสแควร์ ซึ่งจะแบ่งเป็นโครงการย่อยๆ เช่น

  • โครงการ Block 33 เป็นที่อยู่อาศัยติดอุทยาน 100 ปี จุฬาฯ
  • โครงการ Block 28 เป็นย่าน Startup ใจกลางเมืองมีทั้งหมด 5 อาคาร ตั้งใจให้เป็นออฟฟิศสำหรับกลุ่ม Creative Startup รองรับการทำงานแบบ Flexible Working House เพื่อให้เข้ายุคปัจจุบัน
  • โครงการ SIAMSCAPE อาคารที่ติดกับอาคาร 29 พลาซ่า (โบนันซ่าเก่า) ซึ่งกำลังก่อสร้างอยู่ตอนนี้ เป็นอาคารมิกซ์ยูสที่รวมไว้ทั้งออฟฟิศ, ร้านค้า, พื้นที่เพื่อการเรียนรู้ ภายใต้คอนเซปต์ “Lifelong Learning”

4. โครงการ ธนิยะ พลาซ่า (รีโนเวท)

นอกจากโครงการที่ทยอยมาเปิดตัวใหม่แล้ว อาคารเดิมๆ ในทำเลนี้ก็มีการปรับปรุงเพื่อให้ตอบรับกับศักยภาพด้วยเช่นกันอย่างธนิยะ พลาซ่าก็กำลังรีโนเวทครั้งใหญ่ในรอบ 30 ปี เพื่อเพิ่มโซนรีเทลในชั้น 1-4 ขึ้นอีก โดยเน้นให้เป็นพื้นที่จำหน่ายสินค้าและบริการต่างๆของกีฬากอล์ฟแบบครบวงจร

5. โครงการ Silom Center (รีโนเวท)

อีกอาคารหนึ่งที่เราเห็นปิดรีโนเวทมาหลายปีแล้วก็คือ Silom Center หรือที่คุ้นชื่อกันว่าโรบิสันเก่าที่อยู่ตรงหัวมุมแยกศาลาแดงค่ะ

ขอบคุณรูปจาก www.dusitcentralpark.com

สำหรับพื้นที่ของโรงแรมดุสิตธานีเดิมก็มีการรื้อถอนเรียบร้อย เมื่อวันก่อนเราผ่านไปแถวนั้นก็เห็นกำลังลงฐานรากกันแล้ว

แวะๆ ดูก็เห็น Sales Gallery ที่กำลังเตรียมจะเปิดให้เข้าชมกัน แต่ยังไม่เปิดให้เข้าชมนะคะ

หากมีการเปิดให้เข้าชมอย่างเป็นทางการเมื่อไหร่ ทางทีมงานจะเข้าไปอัพเดทมาให้ชมอย่างแน่นอนค่ะ

รายละเอียดโครงการ

Part นี้เราจะพามาเจาะรายละเอียดของคอนโดที่ปล่อยออกมาให้ได้ชมบ้าง ซึ่งเป็นข้อมูลอัพเดทล่าสุดจากทางโครงการ @February2021 เลยค่ะ

  • Dusit Residences & Dusit Parkside (ดุสิต เรสซิเดนเซส และ ดุสิต พาร์คไซด์)
  • บริษัท วิมานสุริยา จำกัด ในรูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างกลุ่มบริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) และบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน)
  • โครงการตั้งอยู่: ถนนสีลมตัดถนนพระราม 4
  • คอนโด High Rise 69 ชั้น 1 อาคาร จำนวน 406 ยูนิต แบ่งเป็น

  • Dusit Parkside 246 ยูนิต (ชั้น 9-29)

  • รูปแบบเน้นความทันสมัยและร่วมสมัย (Contemporary Style)
  • 1-2 Bedrooms units and Special Parkside units
  • Simplex and Duplex
  • Unit Size : 55 – 115 ตร.ม.

  • Dusit Residences 160 ยูนิต (ชั้น 30-69)
    • รูปแบบเน้นความหรูหรา คลาสสิค มีความเป็นส่วนตัว (Elegant Style)
    • 2-4 Bedrooms and Penthouses
    • Simplex and Simplex with double height and duplex
    • Unit Size : 120 – 750 ตร.ม.

  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด n/a ยูนิตที่อาคาร n/a
  • ที่จอดรถประมาณ n/a คัน คิดเป็น n/a% (ถ้ารวมจอดซ้อนคัน คิดเป็น n/a%)
  • คาดว่าจะแล้วเสร็จ : ปี 2567
  • ระยะเวลาการเช่า : Leasehold
  • ราคาห้องเริ่มต้น n/a ล้านบาท
  • ราคาเฉลี่ยทั้งโครงการประมาณ n/a บาท/ตร.ม.
  • EIA (การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม) : n/a
  • เว็บไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • ดุสิต เรสซิเดนเซส เปิดโฉมในรูปแบบดีไซน์อาคารสูง 69 ชั้นรวม 406 ยูนิต ปักหมุดอยู่ในตำแหน่งของโรงแรมดุสิตธานีเดิม แบ่งเป็นส่วนพักอาศัยในอาคารเดียวกันเป็น 2 แบรนด์สำหรับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายสองกลุ่มหลัก คือ

    Image 1/4
    Dusit Parkside

    Dusit Parkside

    • Dusit Parkside ห้องพักอาศัยจำนวน 246 ยูนิต บนชั้น 9-29 เน้นตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ระดับ Hi-end ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวและมีไลฟ์สไตล์ เริ่มต้นที่ 55 ตร.ม.

    Image 1/4
    Dusit Residences

    Dusit Residences

    • Dusit Residences ที่พักอาศัยระดับ Luxury จำนวน 160 ยูนิต อยู่บนชั้น 30-69 ขนาดยูนิตเริ่มต้น 120 ตร.ม. มี Lobby  และ Private Lift และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่เน้นความเป็นส่วนตัวมากขึ้น

    ออกแบบโดยบริษัทสถาปนิกอันดับหนึ่งของไทยที่มีความเชี่ยวชาญระดับโลกอย่าง A49 ซึ่งทางผู้ออกแบบอธิบายไว้ว่าทุกยูนิตจะต้องมองเห็นวิวสวนลุมพินี ซึ่งเค้าตั้งใจออกแบบให้ Layout ทุกยูนิตหันหน้าเข้าสวนลุมพินีได้ทั้งหมด และมุมมองในแต่ละห้องในทุกยูนิตไม่ว่าจะเป็นห้องนั่งเล่น ห้องนอน ก็สามารถเทควิวธรรมชาติของสวนลุมพินีได้ด้วย ส่วนรูปแบบอาคารจะเน้นความอยู่สบาย โปร่งโล่ง ไม่มีจุดอับ สัมผัสธรรมชาติค่ะ

    สิ่งอำนวยความสะดวก

    ส่วนกลางของคอนโด Dusit Parkside อยู่บนชั้น 29 และ คอนโด Dusit Residences อยู่บนชั้น G และชั้น 46 ประกอบด้วย

    • Pool
    • Gym
    • Yoga Studio
    • Library Lounge
    • Co-working Area
    • Screening and Music Room
    • Wine Cellar
    • Private Dining Room
    • Boardroom
    • Kids’ Room

    สำหรับคนที่สนใจคอนโดของโครงการนี้ต้องทราบอย่างแรกก่อนว่าที่นี่เค้าขายแบบ Leasehold นะคะ ซึ่งการขายแบบ Leasehold นั้นต่างจากการขายแบบ Freehold ปกติที่เราคุ้นเคยกัน หลักๆ คือเราจะไม่ได้กรรมสิทธิ์ของโฉนดที่ดินมาครอบครอง แต่ได้เป็นเพียงสิทธิ์การเช่าถือครองอสังหาริมทรัพย์ในระยะยาวเท่านั้น

    ซึ่งโครงการลักษณะนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่เลยสำหรับทำเลรอบๆ สวนลุมฯ ในย่านพระราม 4 – หลังสวน – ราชดำริ เราลองหาโครงการ Leasehold ในทำเลนี้มาให้ดูกันนะคะว่าจะมีที่ไหนบ้าง และเค้าตั้งราคาเท่าไหร่กันบ้าง

    • Triple Y Residence
    • Magnolias Ratchadamri Boulevard
    • The Residences at Sindhorn Kempinski Hotel Bangkok
    • Sindhorn Residence
    • Sindhorn Tonson
    • Baan Sindhorn
    • Sindhorn Lumpini
    • ONE BANGKOK

    Fact @25 February 2020

    • บริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ Goldenland
    • โครงการตั้งอยู่: ด้านบน SAMYAN MITRTOWN เขต ปทุมวัน
    • ที่ดินโครงการ 13-3-93 ไร่
    • Mixed-use Buildings
    • คอนโด High Rise 33 ชั้น 1 อาคาร 516 ยูนิต
    • ระยะเวลาสัญญา :  สิทธิการเช่า 30 ปี (Leasehold)
    • ระยะเวลาคงเหลือ : 29 ปี (สิ้นสุดสัญญาวันที่ 9 มิถุนายน 2592 พร้อมกันทุกยูนิต)
    • 1 Bedroom 34 ตร.ม. (459 ห้อง)
    • 1 Bedroom Plus 40 ตร.ม. (19 ห้อง) SOLD OUT
    • 2 Bedrooms 68 ตร.ม. (38 ห้อง) SOLD OUT
    • ราคาห้องเริ่มต้น 4.89 ล้านบาท (1 Bedroom 34 ตร.ม.)
    • ช่วงราคาต่อตารางเมตร ต่ำสุด – สูงสุดประมาณ 140,000 – 150,000 บาท/ตร.ม.

    อ่านรีวิวเจาะลึกได้ที่ >> Triple Y Residence


    Fact @April 2020

    • บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด
    • โครงการตั้งอยู่ : ถ.ราชดำริ ใกล้แยกราชประสงค์ เขต ปทุมวัน
    • ที่ดินโครงการ n/a ไร่
    • Mixed-use Buildings
    • อาคาร High Rise 60 ชั้น 1 อาคาร ห้องพักอาศัย 316 ยูนิต
    • ระยะเวลาสัญญา :  สิทธิการเช่า 30 ปี (Leasehold)
    • ระยะเวลาคงเหลือ : 25 ปี (เริ่มปี 2015)
    • 1 Bedroom ขนาด 48 – 58 ตร.ม. 
    • 2 Bedroom ขนาด 75 – 108 ตร.ม. 
    • Penthouse ขนาด 321 – 384 ตร.ม. 
    • ราคาห้องเริ่มต้น 12.10 ล้านบาท ( 1 Bedroom 48 ตร.ม.)
    • ช่วงราคาต่อตารางเมตร ต่ำสุด – สูงสุดประมาณ 180,000 – 250,000 บาท/ตร.ม.

    ดูรีวิวได้ที่ >> Magnolias Ratchadamri Boulevard


    Fact @April 2020

    • บริษัท สยามสินธร จํากัด
    • โครงการตั้งอยู่: ถนนหลังสวน เขต ปทุมวัน
    • ที่ดินประมาณ 3–3-57 ไร่
    • คอนโด High Rise 33 ชั้น 1 อาคาร จำนวน 231 ยูนิต
    • ระยะเวลาสัญญา :  สิทธิการเช่า 30 ปี (Leasehold) มีสิทธิ์ในการต่อสัญญาเพิ่มอีก 30 ปี รวมเป็น 60 ปี
    • ระยะเวลาคงเหลือ : 30 ปี (เริ่มต้น 2020)
    • Studio ขนาด 52.00 ตร.ม.
    • 1 Bedroom (+1 Room) ขนาด 98.00 ตร.ม.
    • 2 Bedrooms ขนาด 139.00 – 158.00 ตร.ม.
    • 3 Bedrooms ขนาด 215.00 – 339.00 ตร.ม.
    • 4 Bedrooms ขนาด 356.00 – 510.00 ตร.ม.
    • ราคาห้องเริ่มต้น 11 ล้านบาท (Studio 52 ตร.ม.)
    • ราคาเฉลี่ยประมาณ 230,000 บาท/ตร.ม.

    อ่านรีวิวเจาะลึกได้ที่ >> The Residences at Sindhorn Kempinski Hotel Bangkok 


    Fact @April 2020

    • บริษัท สยามสินธร จํากัด
    • โครงการตั้งอยู่: ซอย ต้นสน เขต ปทุมวัน
    • ที่ดินประมาณ 4 ไร่
    • คอนโด High Rise 35, 10 ชั้น 2 อาคาร จำนวน 200 ยูนิต
    • ระยะเวลาสัญญา :  สิทธิการเช่า 30 ปี (Leasehold) มีสิทธิ์ในการต่อสัญญาเพิ่มอีก 30 ปี รวมเป็น 60 ปี
    • ระยะเวลาคงเหลือ : 26 ปี (เริ่มต้น 2017)
    • Studio ขนาด 35 ตร.ม.
    • 1 Bedroom ขนาด 68-76 ตร.ม.
    • 2 Bedroom ขนาด 112-117 ตร.ม.
    • 3 Bedroom ขนาด 103-345 ตร.ม.
    • ราคาห้องเริ่มต้น 10.9 ล้านบาท (Promotion 1 Bedroom 72 ตร.ม.)
    • ราคาเฉลี่ยประมาณ 180,000 บาท/ตร.ม.

    ดูรีวิวได้ที่ >> Sindhorn Residence


    Fact @April 2020

    • บริษัท สยามสินธร จํากัด
    • โครงการตั้งอยู่: ซอย ต้นสน เขต ปทุมวัน
    • ที่ดินประมาณ 1-2-54.14 ไร่
    • คอนโด High Rise 17 ชั้นและชั้นใต้ดิน 3 ชั้น 1 อาคาร 59 ยูนิต
    • ระยะเวลาสัญญา :  สิทธิการเช่า 30 ปี (Leasehold) มีสิทธิ์ในการต่อสัญญาเพิ่มอีก 30 ปี รวมเป็น 60 ปี
    • ระยะเวลาคงเหลือ : 28 ปี (เริ่มต้น 2018)
    • Studio ขนาด 35 ตร.ม.
    • 1 Bedroom ขนาด 85 ตร.ม.
    • 2 Bedrooms ขนาด 105 ตร.ม.
    • 2 Bedrooms ขนาด 140 ตร.ม.
    • ราคาห้องเริ่มต้น 19 ล้านบาท (Promotion 1 Bedroom 85 ตร.ม.)
    • ราคาเฉลี่ยประมาณ 200,000 บาท/ตร.ม.

    อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ >> Sindhorn Tonson


    Baan Sindhorn

    Fact @April 2020

    • บริษัท สยามสินธร จํากัด
    • โครงการตั้งอยู่: ถนน หลังสวน เขต ปทุมวัน
    • ที่ดินประมาณ 1-1-53 ไร่
    • คอนโด Low Rise 8 ชั้น 1 อาคาร 32 ยูนิต
    • ระยะเวลาสัญญา :  สิทธิการเช่า 30 ปี (Leasehold) มีสิทธิ์ในการต่อสัญญาเพิ่มอีก 30 ปี รวมเป็น 60 ปี
    • ระยะเวลาคงเหลือ : 30 ปี (เริ่มต้น 2020)
    • 2 Bedrooms ขนาด 122 ตร.ม.
    • Penthouse ขนาด 392 ตร.ม.
    • ราคาห้องเริ่มต้น 30+ ล้านบาท (2 Bedroom 122 ตร.ม.)
    • ราคาเฉลี่ยประมาณ 210,000 บาท/ตร.ม.

    เว็บไซต์โครงการ >> Baan Sindhorn


    Sindhorn Lumpini

    Fact @April 2020

    • บริษัท สยามสินธร จํากัด
    • โครงการตั้งอยู่: ถนน สารสิน เขต ปทุมวัน
    • ที่ดินประมาณ 1-0-73.24 ไร่
    • คอนโด High Rise 14 ชั้น 1 อาคาร 20 ยูนิต
    • ระยะเวลาสัญญา :  สิทธิการเช่า 30 ปี (Leasehold) มีสิทธิ์ในการต่อสัญญาเพิ่มอีก 30 ปี รวมเป็น 60 ปี
    • ระยะเวลาคงเหลือ : 28 ปี (เริ่มต้น 2018)
    • 2 Bedrooms ขนาด 230 ตร.ม.
    • 3 Bedrooms ขนาด n/a ตร.ม.
    • Penthouse ขนาด 445 ตร.ม.
    • ราคาห้องเริ่มต้น n/a ล้านบาท
    • ราคาเฉลี่ยประมาณ n/a บาท/ตร.ม.

    เว็บไซต์โครงการ >> Sindhorn Lumpini

    *โครงการจากสยามสินธรทั้ง 5 แห่ง สามารถสอบถามราคาและระยะเวลาสัญญากับทางสยามสินธรอีกครั้งได้ที่นี่ค่ะ 02-650-9596


    One Bangkok

    Fact @April 2020

    • บริษัท ทีซีซี แอสเซ็ท (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ โฮลดิ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด
    • โครงการตั้งอยู่: ถนน พระรามที่ 4 เขต ปทุมวัน
    • ที่ดินประมาณ n/a ไร่
    • คอนโด High Rise n/a ชั้น 500 ยูนิต
    • ระยะเวลาสัญญา :  สิทธิการเช่า 30 ปี (Leasehold)
    • ระยะเวลาคงเหลือ : 30 ปี (เปิดในอนาคต)
    • ราคาห้องเริ่มต้น n/a ล้านบาท
    • ราคาเฉลี่ยประมาณ n/a บาท/ตร.ม

    อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ >> ONE BANGKOK

    *เนื่องจากเป็นโครงการในอนาคตยังไม่มีข้อมูลมากนัก ถ้าทางเรามีข้อมูลเพิ่มเติมจะมาอัพเดทให้นะคะ

    บทสรุป

    Dusit Central Park เป็นโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่บนที่ดินเดิมของโรงแรมดุสิตธานี ซึ่งเป็นแปลงที่ดินทำเลดีของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ที่ทางบริษัทดุสิตธานี และเซ็นทรัลพัฒนาร่วมมือกันพัฒนา ประกอบด้วย โรงแรมดุสิตธานี ศูนย์การค้า ออฟฟิศ และ คอนโดมิเนียม

    ซึ่งการพัฒนาโครงการมิกซ์ยูสบนทำเลพระราม 4 นี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะคะ เพราะเป็นทำเลที่มีคู่แข่งเยอะมาก มองไปทางไหนก็มีแต่ศูนย์การค้าขึ้นใหม่, ออฟฟิศเกรด A ขึ้นใหม่, รวมถึงตลาดคอนโดมิเนียมก็เช่นกัน ซึ่งเรามองว่าโครงการนี้ได้เปรียบในเรื่องของทำเลที่ได้แปลงหัวมุมแยกศาลาแดงที่ตรงกับตำแหน่งของสถานีรถไฟฟ้า Interchange ระหว่าง BTS และ MRT พอดิบพอดี ทำให้มีทางเลือกในการเดินทางที่หลากหลาย

    ในส่วนของคอนโดมิเนียมนั้นเป็นคอนโดที่จะได้ Service ตามมาตรฐานโรงแรมดุสิตธานี และขายแบบ Leasehold ที่ได้ข่าวแว่วๆ มาว่าอาจมีการเปิดให้เช่าระยะยาวเกินกว่า 30 ปี หากมีข้อมูล Final เรื่องราคาและรายละเอียดต่างๆ มาครบเมื่อไหร่คงวิเคราะห์กันได้ลึกขึ้น ไว้จะมาอัพเดทกันอย่างแน่นอนค่ะ


    ThinkofLiving มี LINE Official Account แล้วนะคะ
    ไม่อยากพลาดข้อมูลข่าวสารก็ Add เลย > https://lin.ee/svACOxc