คอนโดติดรถไฟฟ้าเป็นหนึ่งในปัจจัยที่คนมักจะให้ความสำคัญ หากต้องซื้อคอนโดสักแห่ง หลายคนคิดว่าการอยู่คอนโดติดรถไฟฟ้าจะใช้ชีวิตสะดวก เดินทางได้ง่าย ใกล้ของกิน เพราะร้านค้าร้านอาหารต่างๆก็มักมาเกาะตามแนวรถไฟฟ้า โดยเฉพาะบริเวณสถานีรถไฟ ฟังดูแล้วก็เหมือนจะมีแต่เรื่องดีๆ ใช่มั้ยคะ

แต่ทุกคนต้องไม่ลืมนะ ว่าทุกอย่างมีข้อดี-ข้อเสีย .. บางคนอาจคิดว่า ‘คอนโดติดรถไฟฟ้าจะมีข้อเสียด้วยหรอ’ .. บอกเลยว่ามีแน่นอน เพียงแต่บางอย่างนั้น คนที่ไม่เคยสัมผัสจริงก็อาจนึกถึงข้อเสียไม่ออก หรือหลายคนก็มองข้ามข้อเสียนั้นไป เพราะบางอย่างเราไม่สามารถสัมผัสได้จากการไปดูโครงการแค่ครั้งเดียว

ครั้งนี้ Think of Living ขอชวนทุกคนมาพูดถึง ‘ข้อเสียของการมีคอนโดติดรถไฟฟ้า’ จากผู้มีประสบการณ์จริง ที่เรารวบรวมมามากกว่า 6 ข้อด้วยกัน จะมีอะไรกันบ้าง ตามมาดูกันเลย

1. ราคาสูง

เรื่องนี้เป็นสิ่งที่คนมองว่าสำคัญที่สุดเลยค่ะ เพราะแน่นอนว่าคอนโดที่ติด BTS หรือ MRT แบบ 0 เมตร มักมีราคาสูงที่สุด เมื่อเทียบกับคอนโดระดับเดียวกัน เช่น คอนโดย่านราชเทวีมักมีราคาเริ่มต้นประมาณ  8 ล้านกว่าๆ แต่ถ้าเป็นคอนโดที่ติดรถไฟฟ้าเลยก็มักมีราคาสูงขึ้นมากสักหน่อย เริ่มต้น 9 ล้านปลายๆ เป็นต้น พอคอนโดมีราคาแพง อีกหนึ่งสิ่งที่ต้องคิดคือราคาผ่อนต่อเดือนที่สูงกว่าทั่วๆไป หากเราไม่ได้ซื้อเงินสด ก็ต้องคิดถึงดอกเบี้ยธนาคารที่ต้องจ่ายเพิ่มอีก

จริงๆการจ่ายเงินส่วนต่างหลักแสนจนไปถึงหลักล้าน นับว่าคุ้มนะคะ ถ้าเราแพลนจะอยู่คอนโดนั้นไปยาวๆ แลกกับการเดินทางไปไหนมาไหนสะดวกตลอดชีวิต แต่ส่วนใหญ่คนเรามักมีแพลนในอนาคตที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ

เอาเรื่องง่ายๆก่อนเลย ยกตัวอย่างเรื่องการย้ายงาน หากเราเช่าคอนโดอยู่ ก็ยังพอจะย้ายไปเช่าคอนโดใหม่ๆที่ใกล้ที่ทำงานก็ได้ หรืออนาคตมีการขยับขยายครอบครัว เช่น บางคนแต่งงานต้องการพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น พอเริ่มวางแผนมีลูก ก็อยากย้ายไปอยู่บ้าน บางทีอาจไม่ใช่ลูกจริงๆก็ได้ เพราะบางคนเลี้ยงสัตว์เหมือนลูก ก็อยากให้น้องๆได้มีพื้นที่วิ่งเล่น

พอจะย้ายไปอยู่ที่ใหม่ ก็ต้องปล่อยเช่าหรือขายคอนโดเดิม และการที่เราได้คอนโดมาในราคาสูง การปล่อยขายต่อก็ต้องมีราคาสูงเช่นกัน บางคนอยากรีบขายก็อาจจะลดราคาลงมา ยอมขายขาดทุนสัก 2-3 แสน แต่ก็ยังถือว่าสูงอยู่ดี เราลองหาข้อมูลจาก DD Property ขอยกตัวอย่างคอนโดหนึ่งเปิดตัวในปี 2023 ติดรถไฟฟ้าราคาเริ่มต้น 9.9 ล้านบาท ปัจจุบันประกาศขายมือสองราคาต่ำสุดอยู่ที่ 9.6 ล้านบาท เมื่อเทียบกับโครงการที่อาจจะห่างรถไฟฟ้าไปสัก 100-200 เมตร แต่จ่ายราคาถูกลงเกือบล้าน แถมได้มือหนึ่งอีกด้วย บางโครงการใหม่กว่าโครงการที่เราปล่อยขายอีก ก็อาจทำให้การตัดสินใจของผู้ซื้อยากขึ้นไปอีก

มาดูอีกทางเลือกหนึ่ง คือการปล่อยเช่า … แน่นอนว่าคอนโดที่ติดรถไฟฟ้าจะต้องปล่อยเช่าในราคาสูงกว่าคอนโดทั่วๆไป เช่น คอนโดในเมืองปล่อยเช่าที่ 15,000 – 20,000 บาทต่อเดือน  แต่พอเป็นคอนโดติดรถไฟฟ้ากลายเป็น 30,000 บาทต่อเดือน แล้วก็เป็นการจำกัดกลุ่มคนที่เข้ามาเช่าไปในตัว เพราะไม่ใช่คนที่จะยอมจ่ายค่าเช่าคอนโดในราคานี้

แล้วถ้าเราอยากอยู่คอนโดติดรถไฟฟ้า แต่มีงบจำกัด ปล่อยขายหรือเช่าต่อได้ง่าย จะทำยังไงดีล่ะ … การเลือกทำเลที่ไกลออกไปหน่อย ไม่อยู่ใจกลางเมืองแต่ยังอยู่ติดรถไฟฟ้า และเข้าเมืองง่าย ที่มีราคาเริ่มต้นเพียง 2-3 ล้านบาท ถือว่าราคาดีจับต้องได้ง่ายกว่าเดิมเยอะมากเลย เช่น CIELA Charan 13 Station ,  Brix Condominium Charan 64

2. พื้นที่ใช้สอยจำกัด ยูนิตเยอะ ใช้ส่วนกลางได้ไม่เต็มที่

จริงๆข้อนี้เราต้องบอกว่าไม่เสมอไปนะ เพราะคอนโดใหม่ๆสมัยนี้ ก็พยายามทำออกมาให้มีพื้นที่ใช้สอยใหญ่เทียบเท่าคอนโดอื่นๆ แต่สิ่งที่ตามมาคือราคาสูงขึ้น แต่ครั้งนี้เราขอพูดถึงคอนโดที่มีระดับราคาเท่าๆกัน เทียบระหว่างคอนโดติดรถไฟฟ้าและคอนโดทั่วๆไป

ส่วนใหญ่แล้วห้องพักอาศัยของคอนโดทั่วไปก็จะมีพื้นที่ใช้สอยเริ่มต้น 25-28 ตารางเมตรขึ้นไป ถ้าหากเป็น Type ห้องที่มีราคาเทียบเท่ากับห้องพักคอนโดที่ติดรถไฟฟ้าในทำเลเดียวกัน ก็อาจมีสิทธิ์เลือกห้อง 30-32 ตารางเมตรเพิ่มเติมด้วยนะ แต่ห้องพักของคอนโดที่อยู่ติดรถไฟฟ้าส่วนใหญ่มักมีขนาดห้องที่เล็กกว่าทั่วไป เริ่มต้น 22-24 ตารางเมตร

คอนโดที่ติดกับรถไฟฟ้าจะมีข้อจำกัดเรื่องที่ดิน  เนื่องจากตัวเมืองขยายมามีสิ่งปลูกสร้างอื่นๆขึ้นโดยรอบและที่ดินมีราคาสูง ทำให้ที่ดินของโครงการมีขนาดเล็ก การวางผังของโครงการก็มักจะทำให้มีจำนวนยูนิตเยอะที่สุด เพื่อสร้างมูลค่าให้โครงการมากขึ้น เราจะเห็นว่าคอนโดที่ติดรถไฟฟ้าในตัวเมืองมักมีจำนวนยูนิต 500 กว่าไปจนถึง 2,000 ยูนิตเลยค่ะ … ปัญหาต่อมาคือจำนวนยูนิตที่เยอะ ทำให้คนแย่งกันใช้พื้นที่ส่วนกลาง ทำให้เราอาจจะได้ใช้พื้นที่ส่วนกลางไม่เต็มที่ บางครั้ง Facility ที่ต้องจองก็เต็มหมด และการที่มีคนใช้พื้นที่ส่วนกลางเยอะๆนั้นก็ส่งผลให้พื้นที่ส่วนกลางทรุดโทรมหรือเก่าเร็วกว่าปกติอีกด้วย

ถ้าเพื่อนๆอยากได้คอนโดติดรถไฟฟ้าที่มีจำนวนยูนิตน้อยๆ อาจพอเห็นอยู่บ้าง โครงการที่มีจำนวนยูนิตสัก 200-400 ยูนิต มักเป็นคอนโดที่ราคาพุ่งไปเรทหนึ่ง เริ่มต้น 6 ล้านบาทขึ้นไป เช่น Quinn Sukhumvit 101Anil Sathorn 12

แต่บางโครงการที่อยู่ติดรถไฟฟ้าโซนนอกเมือง ที่ดินรอบๆสถานียังมีพื้นที่ให้พัฒนาอีก เพราะพื้นที่เหล่านั้นอาจเป็นพื้นที่ใหม่ ไม่คึกคัก Developer เพิ่งมาลงทุนสร้างโครงการใหม่ๆ  อาจมีจำนวนยูนิตน้อย และมีราคาไม่สูงนัก เริ่มต้น 3 ล้านกว่าบาท อย่าง Landmark at Kasetsart TSH Station ที่อยู่ติดกับรถไฟฟ้าสายสีแดงสถานีทุ่งสองห้อง

3. มลภาวะทางเสียง

จากประสบการณ์ของคนรอบข้างๆที่อยู่คอนโดติดรถไฟฟ้า หนึ่งสิ่งที่คนพูดถึงมากที่สุดคือ เสียงดัง เอาแค่สถานีรถไฟฟ้าที่ไม่ได้ตั้งอยู่ในตัวเมืองมากนัก อย่างน้อยก็จะได้ยินเสียงและรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนตอนรถไฟฟ้าวิ่ง รวมถึงเสียงประกาศต่างๆด้วยค่ะ ยิ่งตอนกลางคืนที่มีการเจียราง หรือซ่อมแซมสิ่งต่างๆก็จะได้ยินเสียงเครื่องจักร รบกวนการพักผ่อนพอสมควรเลย โดยเฉพาะชั้นที่อยู่ไม่สูงนัก มีระดับความสูงเดียวกับสถานีรถไฟฟ้า

หลายๆโครงการจึงแก้ปัญหาด้วยการออกแบบอาคารพักอาศัยไว้ด้านในโครงการ ไม่ติดถนนใหญ่มากนัก ทำให้เสียงมาถึงตัวอาคารได้น้อยลง อีกหนึ่งทางคือเราสามารถเลือกชั้นสูงหรือเลือกห้องพักฝั่งที่ไม่ติดกับสถานีรถไฟฟ้า เพื่อหลบเลี่ยงเสียงรบกวนต่างๆ

4. การจราจรใกล้สถานีรถไฟฟ้าติดขัด / มลพิษทางอากาศ 

อีกหนึ่งสิ่งที่มักตามมาจากการที่อยู่คอนโดใกล้กับรถไฟฟ้าคือการจราจรที่ติดขัด หลายคนอาจสงสัยว่าจะติดขัดได้ยังไงในเมื่อทุกคนใช้รถไฟฟ้า แต่ทุกคนต้องไม่ลืมว่าหลายๆคนไม่ได้อยู่ใกล้รถไฟฟ้าในระยะที่เดินถึง จึงอาจมีการต่อรถสาธารณะหรือให้สมาชิกในบ้านมาส่งเพื่อใช้รถไฟฟ้า ทำให้บริเวณสถานีรถไฟมีทั้งรถของคนที่มารอรับครอบครัว , แท็กซี่รวมถึงพี่วินที่รอรับผู้โดยสาร

เราจะเห็นได้ชัดบริเวณสถานีรถไฟฟ้าที่ใกล้ออฟฟิศ , สถานีที่เป็นจุดเปลี่ยนสายรถไฟฟ้าหรือเป็นสถานีแรกนับจากฝั่งชานเมือง เช่น สถานีบางหว้า , สถานีจตุจักร , สถานีหลักสี่ ที่มักมีรถมาจอดรอรับคน กลายเป็นว่าอยู่คอนโดใกล้รถไฟฟ้าเดินทางสะดวกก็จริง แต่สำหรับคนที่ใช้รถยนต์ส่วนตัวอาจต้องเผื่อเวลาสักหน่อย

นอกจากนี้บริเวณสถานีรถไฟฟ้าหลายแห่งมักจะมีตลาด , ห้างสรรพสินค้า , Community Mall อยู่ด้วย ก็ยิ่งทำให้การจราจรติดขัดไปกันใหญ่เลยค่ะ

หากคอนโดนั้นมีทางเข้า-ออกมากกว่า 1 ทาง ก็จะช่วยให้เรามีตัวเลือกเรื่องเส้นทางการเดินทางมากขึ้น ถ้าเส้นทางหลักรถติด เราก็สามารถหลีกเลี่ยงไปใช้อีกเส้นทางได้

เราของยกตัวอย่างโครงการ Supalai Veranda รามคำแหง มีทางเข้า-ออก 2 ฝั่ง ทั้งจากถนนหัวหมากและถนนรามคำแหง ซึ่งในอนาคตฝั่งรามคำแหงจะติดกับรถไฟฟ้าสายสีส้ม สถานี กกท. หากบริเวณนี้รถติดในช่วงเวลาเร่งด่วน เราก็เปลี่ยนเส้นทางมาออกถนนหัวหมากได้

ข้อมูลจาก airquality.airbkk

นอกจากนี้บริเวณที่มีการจราจรติดขัด รถเยอะ ก็ทำให้เกิดฝุ่นและควันที่กลายมาเป็นมลภาวะทางอากาศได้อีกด้วยนะ ยกตัวอย่างบริเวณสถานีหลักสี่มีทั้งรถไฟฟ้าสายสีแดงและสีเหลือง แล้วยังมีรถไฟไทยวิ่งผ่าน มีค่า PM 2.5 พุ่งสูงถึง 40.1 µg/m3

ส่วนโซนสถานีวัดพระศรีมหาธาตุ ที่เป็นจุดเชื่อมสถานีของรถไฟฟ้าสายสีเขียวอ่อนและสีชมพู มีค่า PM 2.5 อยู่ที่ 31.7 µg/m3 แต่ถ้าเป็นโซนที่ไม่ติดรถไฟฟ้าก็จะมีค่า PM 2.5 ลดหลั่นกันลงมา

ข้อมูลจาก airquality.airbkk

อีกหนึ่งตัวอย่างสถานีบางหว้าและสถานีท่าพระเป็นจุดเปลี่ยนผ่านของรถไฟฟ้า 2 สายเช่นกัน มีค่า PM 2.5 ประมาณ 28.7 µg/m3 ส่วนโซนที่ไม่ติดรถไฟฟ้ามีค่าลดลงประมาณ 1 µg/m3

สมัยนี้หลายโครงการเริ่มตระหนักถึงเรื่องฝุ่นควันตามท้องถนนมากขึ้น เราเคยเห็นบางโครงการที่ให้ระบบเติมอากาศ / กรองอากาศในห้องพักอาศัย เช่น โครงการ valles HAUS ซึ่งอยู่ห่างจากรถไฟฟ้า 1.5 กิโลเมตร หากเราเจอโครงการที่ติดรถไฟฟ้าแบบ 0 เมตร แล้วมีระบบกรองอากาศ จะรีบมาอัพเดตนะคะ

5. ขาดความเป็นส่วนตัว กังวลเรื่องความปลอดภัย

สำหรับคอนโดที่อยู่ใกล้รถไฟฟ้ามากๆ ก็มักจะเป็นที่ต้องการของนักลงทุน ที่ซื้อมาเพื่อปล่อยเช่า จึงมีโอกาสที่จะเปลี่ยนผู้เช่าบ่อยตามระยะสัญญาเช่า ตั้งแต่ 3 เดือนไปจนถึง 1 ปี ทำให้ลูกบ้านที่เป็นผู้พักอาศัยประจำอาจขาดความเป็นส่วนตัว

หลายโครงการที่ติดรถไฟฟ้า อาจมี Magnet บางอย่างที่ดึงดูดคนเข้ามาใช้บริการ เช่น ร้านค้า , ร้านกาแฟต่างๆ ทำให้มีคนมากหน้าหลายตาเข้ามาในเขตโครงการได้ นอกจากจะทำให้ลูกบ้านสูญเสียความเป็นส่วนตัวเเล้ว ถ้าโครงการไม่มี Access Control แยกระหว่างลูกบ้านกับคนที่มาใช้งาน Shop ต่างๆ ยิ่งทำให้ลูกบ้านกังวลเรื่องของความปลอดภัย

Image 1/2
แปลนโครงการ Altitude Unicorn สาทร – ท่าพระ

แปลนโครงการ Altitude Unicorn สาทร – ท่าพระ

เราขอยกตัวอย่างโครงการ Altitude Unicorn สาทร – ท่าพระ อยู่ติดรถไฟฟ้า BTS สถานีตลาดพลู มี Shop อยู่ด้านหน้าโครงการ ที่ปัจจุบันเป็น Lawson 108 ให้คนภายนอกเข้ามาใช้บริการได้ แต่โครงการกั้นประตูทางเข้าโครงการไว้ ต้องใช้ Key Card ถึงจะผ่านเข้าไปได้ จึงมีแต่ลูกบ้านที่เข้าไปภายในโครงการได้ เป็นการรักษาความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวให้ลูกบ้านค่ะ

อีกหนึ่งประเด็นที่อาจทำให้ลูกบ้านสูญเสียความเป็นส่วนตัวได้ คือคอนโดมีชั้นพักอาศัยอยู่ในระดับเดียวกับสถานีรถไฟฟ้า ทำให้คนที่มาใช้รถไฟฟ้ามองเข้ามาเห็นได้ ดังนั้นเราจึงแนะนำให้ทุกคนเลือกห้องพักอาศัยชั้นที่สูงกว่าตัวสถานี หรือมุมที่คนจากรถไฟฟ้ามองเข้ามาเห็นไม่ได้นะคะ

6. ที่จอดรถน้อย

ด้วยความที่โครงการอยู่ติดกับรถไฟฟ้า เน้นกลุ่มเป้าหมายเป็นคนที่ใช้รถไฟฟ้าเป็นหลัก จึงอาจทำให้บางโครงการจัดเตรียมพื้นที่จอดรถไม่มากนัก ส่วนใหญ่จะอยู่ประมาณ 35-40% ซึ่งเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายพื้นที่จอดรถของคอนโด ที่คิดตามพื้นที่อาคารไม่รวมทางเดินรถ หารด้วย 120 แต่ถ้าใครเคยอยู่คอนโดที่มีที่จอดรถประมาณนี้ ก็จะเข้าใจได้ดีถึงปัญหาที่จอดรถไม่เพียงพอ ทำให้บางโครงการต้องอนุญาตให้จอดซ้อนคัน ซึ่งไม่สะดวกเวลาจะนำรถเข้าหรือออก

แต่ในปัจจุบันมีหลายโครงการที่ให้ความสำคัญเรื่องที่จอดรถมากขึ้น ถึงแม้ทำเลโครงการจะอยู่ติดกับสถานีรถไฟฟ้าก็ตาม ส่วนใหญ่จะเป็นคอนโดที่มีระดับราคาเริ่มต้น 6 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งเป็นปกติของราคาระดับนี้ เราขอแบ่งระดับราคาคอนโดที่มีพื้นที่จอดรถเยอะเป็น 3 ระดับนะคะ

  • คอนโดที่มีราคาเริ่มต้น 10 ล้านบาทขึ้นไป หรือมีราคาเฉลี่ยมากกว่า  250,000 บาท/ตร.ม.

สำหรับคอนโดราคาระดับนี้ มักมีที่จอดรถมากเกิน 90 % อยู่แล้ว ไม่ว่าจะอยู่ติดแนวรถไฟฟ้าหรือไม่ แต่หากยกตัวอย่างคอนโดพร้อมอยู่ที่ติดรถไฟฟ้า แล้วมีที่จอดรถเยอะ ก็มีโครงการ Anil Sathorn 12 ติดรถไฟฟ้า BTS สถานีเซนต์หลุยส์ ให้ที่จอดรถมาถึง 110% เป็นระบบ Auto Parking ซึ่งการใช้ระบบนี้ก็แลกมากับค่าส่วนกลางที่สูงนะคะ

  • คอนโดที่มีราคาเริ่มต้น 6-10 ล้านบาทขึ้นไป หรือมีราคาเฉลี่ยประมาณ  160,000-250,000 บาท/ตร.ม.

ถัดมาเป็นคอนโดที่ติดรถไฟฟ้า มีระดับราคาลดลงมาหน่อย มักมีที่จอดรถประมาณ 50% ขึ้นไป เช่น

– โครงการ THE ADDRESS Siam-Ratchathewi ติดรถไฟฟ้าสายสีส้มสถานีราชเทวี (สร้างเสร็จในอนาคต) มีที่จอดรถมากกว่า 51% แบบจอดปกติทั้งหมด ซึ่งหาได้ค่อนข้างยากเลยนะ เพราะปกติคอนโดในเมืองที่ให้ที่จอดรถมาเยอะมักใช้ระบบ Auto Parking

-โครงการ The Crest Park Residences ติด BTS สถานีห้าแยกลาดพร้าว มีที่จอดรถมากกว่า 56.22 % ซึ่งเป็นระบบ Auto Parking เกือบทั้งหมด

– โครงการ COCO Parc ติด MRT สถานีคลองเตย มีที่จอดรถมากกว่า 60% เป็นที่จอดรถแบบปกติทั้งหมด จอดรถสะดวกมากๆเลยค่ะ

  • คอนโดที่มีราคาเริ่มต้น 3 ล้านบาทขึ้นไป หรือมีราคาเฉลี่ยประมาณ  120,000-160,000 บาท/ตร.ม.

คอนโดในราคา 3 ล้านกว่าๆที่มีจำนวนที่จอดรถเยอะ มากกว่า 50% เป็นเรื่องที่หาได้ยากมากทีเดียวนะคะ แต่ไม่น่าเชื่อว่ามีหลายโครงการเหมือนกันที่มีที่จอดรถเยอะ เช่น

-โครงการ Mazarine Ratchayothin ติด BTS รัชโยธิน มีที่จอดรถมากกว่า 70% มีทั้งระบบ Auto Parking และแบบจอดปกติ

-โครงการ Modiz Collection BangPho ติด MRT บางโพ มีที่จอดรถมากกว่า 56% เป็นระบบ Auto Parking ทั้งหมด


จริงๆข้อเสียของการอยู่คอนโดติดรถไฟฟ้ามีเยอะพอสมควรนะคะ ขึ้นอยู่กับว่าเรายอมแลกข้อเสียเหล่านี้กับความสะดวกสบายในการเดินทางหรือไม่ แต่ข้อเสียเหล่านี้ใช่ว่าจะหลีกเลี่ยงไม่ได้นะ เราจึงสรุปมาให้ดังนี้

  • หากเราให้ความสำคัญเรื่องของราคา มีงบจำกัด แต่ยังอยากอยู่คอนโดติดรถไฟฟ้า : แนะนำให้เลือกสถานีที่ไกลออกไปหน่อย ไม่ได้อยู่ใจกลางเมือง แต่ยังเข้ามาในเมืองได้ง่าย จะทำให้ราคาห้องพักอาศัยลดลง เริ่มต้นแค่ 2-3 ล้านเท่านั้น
  • อยากอยู่คอนโดที่มีจำนวนยูนิตน้อย : หากเรามีกำลังทรัพย์ อยากอยู่ในเมือง สามารถอยู่คอนโดหรูที่มีจำนวนยูนิตน้อยได้สบายๆ แต่หากมีงบจำกัดด้วยให้เลือกทำเลนอกเมืองที่รอบข้างยังเหลือพื้นที่ให้พัฒนา
  • มีเสียงรบกวนจากสถานีรถไฟฟ้า : เราสามารถเลือกโครงการที่ออกแบบให้โซนพักอาศัยอยู่ห่างจากถนน หรือเลือกตำแหน่งห้องพักคนละฝั่งกับถนน ไม่ก็เลือกห้องพักที่อยู่ชั้นสูงๆ เพื่อป้องกันให้เสียงมารบกวนเราได้น้อยลงค่ะ
  • กังวลเรื่องการจราจรใกล้รถไฟฟ้าติดขัด : เลือกโครงการที่มีทางเข้า-ออก 2 ฝั่ง เพื่อให้มีตัวเลือกในการเดินทางมากขึ้น
  • ขาดความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย : เลือกโครงการที่มี Aeccess Control ตั้งแต่ทางเข้าโครงการ ช่วยคัดกรองให้คน ต่อให้มี Shop อยู่หน้าโครงการ คนนอกก็เข้ามาภายในโครงการไม่ได้
  • ที่จอดรถน้อย : เลือกโครงการที่มีที่จอดรถ 50 % ขึ้นไป โดยส่วนมากจะเป็นระบบ Auto Parking


เป็นยังไงบ้างคะกับบทความ ‘เปิดข้อเสียคอนโดติดรถไฟฟ้าที่คนมองข้าม พร้อมวิธีเลือกโครงการกันพลาดก่อนซื้อ’ มีหลายอย่างที่เราอาจมองข้ามไปเลยใช่มั้ย

เราหวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์สำหรับคนที่กำลังพิจารณาจะซื้อคอนโดติดรถไฟฟ้า ไว้ครั้งหน้าทาง Think of Living จะมีบทความน่าสนใจอะไรอีกบ้าง ติดตามกันต่อได้เลย 😊