รีวิวฉบับที่ 1917 … มาดูคอนโดใหม่ในย่านบางโพกันอีกสักตัว เนื่องจากต้นปี 63 รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย “บางซื่อ-ท่าพระ” ก็จะเปิดให้ใช้บริการกันแล้ว ซึ่งวันนี้เราพาไปชมโครงการที่ใกล้ MRT บางโพเพียง 18 เมตร กับโครงการ Modiz Collection บางโพ จาก Assetwise คอนโด High Rise สูง 26 ชั้น ที่ได้วิวโค้งแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อม Facilities ครบที่ชั้นบน ตัวห้องมีหลากหลายขนาด พร้อมห้องแบบ Loft ที่ยังไม่มีในทำเลนี้ ในราคาเริ่มต้น 2.99 ล้านบาท จะเป็นอย่างไร เราไปดูพร้อมๆกันเลยค่ะ

Fact @ 5 July 2019

  • Modiz Collection BangPho (โมดิซ คอลเลคชั่น บางโพ)
  • บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด
  • HIGH CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่: ถนนประชาราษฎร์ สาย 1 เขตบางซื่อ
  • ที่ดินประมาณ 1-1-42.8 ไร่
  • คอนโด High Rise 26 ชั้น 1 อาคาร 235 ยูนิต
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 14 ยูนิต
  • ที่จอดรถประมาณคิดเป็น 56% (Auto Parking)
  • เริ่มก่อสร้าง : Q2 / 2563
  • คาดว่าจะแล้วเสร็จ : ตุลาคม 2564
  • Unit Type

  • Studio 24.53-27.93 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 3.21 ล้านบาท
  • 1 Bedroom 25.14-29.81 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 2.99 ล้านบาท
  • 1 Bedroom Exclusive 27.98-33.73 ราคาเริ่มต้น 3.49 ล้านบาท
  • 1 Bedroom Plus 33.78-64.80 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 4.53 ล้านบาท
  • 1 Bedroom Extra 45.34-56.57 ราคาเริ่มต้น 6.39 ล้านบาท
  • 2 Bedrooms 67.14-100.38 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 11.62 ล้านบาท

  • Vertical Sutie ( 11th , 12th , 12Ath และ 22th )
    • 1 Bedroom 36.96-38.27 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 3.93 ล้านบาท
    • 1 Bedroom Extra 42.30-43.24ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 4.65 ล้านบาท
    • 1 Bedroom Plus 47.13-65.74 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 5.55 ล้านบาท
    • 2 Bedrooms 68.63-77.27 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 8.31 ล้านบาท

  • ฝ้าเพดานสูง 2.6 เมตร
  • ฝ้าเพดานห้อง Loft สูง 4.5 เมตร
  • ราคาห้องเริ่มต้น 2.99-18 ล้านบาท
  • ราคาเฉลี่ยทั้งโครงการ AVERAGE ประมาณ 130,000 บาท/ตร.ม.
  • EIA (การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม) : อยู่ระหว่างดำเนินการ
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • โทร  : 02-168-0000
  • สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างค่ะ


    เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

    พิกัด Google Maps : 13.805884, 100.521343
    หรือสามารถ : พื้นที่โครงการ คลิกที่นี่ , Sale Gallery คลิกที่นี่

    แผนที่จากทางโครงการค่ะ โครงการตั้งติดถนนประชาราษฎร์สาย 1 ใกล้แยกบางโพ ฝั่งมุ่งหน้าไปทางสะพานพระราม 7 หรือถ้าเลี้ยวขวาก็ไปแถว บางซื่อ-เตาปูน รวมถึงเข้าเมืองได้ ปัจจุบันที่ตั้งโครงการกับสำนักงานขายอยู่คนละที่กันนะ ตัว Sale Gallery เองจะอยู่ตรงข้ามกับ Gateway บางซื่อ ซึ่งถ้าใครขับไปไม่ถูก คลิก Link ด้านบนได้เลยะนะคะ > <

    หากโฟกัสตัวทำเลของโครงการแล้ว สมัยก่อนทำเลย่านบางโพจะเป็นแหล่งชุมชนคนจีน ที่นิยมค้าไม้ต่างๆ ทั้งไม้แปรรูป และเฟอร์นิเจอร์ไม้ ปัจจุบันก็ยังคงมีร้านค้าและโรงงานไม้ ให้เห็นอยู่ในพื้นที่บ้าง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นตึกแถวเรียงกันนะคะ แต่พอมีการสร้างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย บริเวณถนนประชาราษฎร์สาย 2 ย่านนี้ก็เลยกลายเป็นทำเลเนื้อหอม ที่บริษัทอสังหาฯเข้ามากว้านซื้อที่ดิน เพื่อเตรียมสร้างคอนโดกันอย่างคึกคัก จึงไม่น่าแปลกใจที่ถ้าเดินรอบๆโครงการโดยเฉพาะบนถนนประชาราษฎร์สาย 2 ตั้งแต่โครงการไปจนถึงสถานีเตาปูน จะเห็นคอนโดขึ้นแข่งกันค่อนข้างมากทีเดียว และเริ่มกระจายออกมาที่ถนนประชาราษรฎร์สาย 1 เนื่องจากได้วิวแม่น้ำเจ้าพระยาชัดเจน

    ส่วนการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว ถือว่าสะดวกทีเดียว เนื่องจากโครงการติดถนนประชาราษฏร์สาย 1 ที่ไปได้หลากหลายเส้นทาง เรียกได้ว่าเชื่อมต่อเข้า-ออกเมืองได้ง่ายเลย

    • เข้าเมืองใกล้ๆก็จะเป็นแถวจตุจักร พระราม 6 (ย่านอารีย์)
    • ขับขึ้นตอนบนก็สามารถไปงามวงศ์วาน ติวานนท์ แจ้งวัฒนะ
    • หรือถ้าขับข้ามสะพานพระราม 7 ก็ไปยังแถวจรัญสนิทวงศ์ ปิ่นเกล้าได้

    รวมถึงปัจจุบันมีทางด่วนทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอก ซึ่งตรงนี้จะเสียค่าผ่านทาง 50 บาท โดยทางด่วนนี้จะวิ่งออกเมืองไปสุดที่ถนนกาญจนาภิเษกตะวันตก หรือถ้าจะวิ่งเข้าเมืองก็จะเชื่อมต่อกับทางด่วนศรีรัชบริเวณจุตจักรได้เลย แต่จะเสียเงิน 2 ต่อ รวมแล้ว 100 บาทเลยนะ

    ส่วนความพิเศษอีกอย่างคือ ต้องยอมรับว่า “โซนบางโพ-เตาปูน-บางซื่อ” เป็นช่วงสำคัญทีเดียว เพราะมีสถานี Interchange ถึง 2 จุดด้วยกัน เริ่มจาก MRTเตาปูน ที่เชื่อมต่อเข้ากับสายสีม่วงไปบางใหญ่ได้ หรือถัดไปที่ MRT บางซื่อ ที่เรารู้จักกันดีในชื่อ “สถานีกลางบางซื่อ” เพราะเป็นจุดเชื่อมต่อรถไฟฟ้าหลากหลายเส้น กำลังเป็น HUB แห่งใหม่ของคนกรุงเทพเลยนะคะ

    โดยโครงการของเราจะติด MRT บางโพ ที่ตั้งหน้าโครงการเลย เป็นรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย บางซื่อ-ท่าพระ ที่จะเปิดให้ใช้งานต้นปี 63 ที่เปิดใช้งานก่อนโครงการสร้างเสร็จอีก เรียกว่าพอเข้าอยู่แล้ว สิ่งอำนวยความสะดวกก็ครบครันแล้วนะคะ นอกจากนี้โครงการยังติดถนนใหญ่ ที่มีรถสาธารณะวิ่งผ่านไปมาตลอดทั้งวัน ทำให้เรียกรถประจำทางแท็กซี่ พี่วินมอเตอร์ไซค์ได้ง่าย

    สำหรับโซนด้านล่างจะเป็นย่านของสถานที่ราชการเยอะทีเดียว ยกตัวอย่างเช่น สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม,  กองพันทหารปืนใหญ่, กรมสรรพวุธ, โรงเรียนเตรียมทหารต่างๆ รวมถึงกำลังมีรัฐสภาเกิดขึ้นใหม่อีกด้วย ซึ่งการมาของรัฐสภาใหม่ ส่งผลให้มีกฏหมายตามมาก็คือ ห้ามสร้างตึกสูงในระยะ 500 เมตร ทำให้ตัวโครงการเอง ค่อนข้างได้เปรียบทีเดียว ส่วนตัวมองว่าถัดจากโครงการจะสร้างตึกสูงยากหน่อยนะ ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีโครงการถัดจากเราเลย เป็นการการันตีวิวโครงการได้ดีทีเดียว ส่วนกฎหมายละเอียดจะเป็นอย่างไร สามารถคลิกอ่านได้ ที่นี่

    ส่วนโซนประชาราษฎร์สาย 2 นอกจากคอนโดที่เยอะแล้ว อาหารการกินละแวกนี้ก็หาได้ไม่ยาก ที่ใกล้ที่สุดที่คนแถวนี้รู้จักกันดี คือ ตลาดบางโพ ที่มักจะคึกคักในช่วงเช้า หรือถัดไปหน่อยแถวแยกเตาปูน ก็จะมีตลาดเตาปูน, Tesco Lotus ประชาชื่น และอีกห้างนึงที่เปิดไปปลายปีที่แล้วใหม่ก็คือ Gateway บางซื่อ ซึ่งอยู่ห่างจากโครงการประมาณ 250 เมตร ที่เดินไปได้สบายๆ โดยบรรยากาศจะเป็นอย่างไรบ้างไปดูกันค่ะ

    แต่เดิมคนที่อยู่อาศัยในย่านนี้ถ้าอยากจะเดินห้างเเล้ว (ไม่นับ Lotus , Big-C) ตัวเลือกของเขาคือ… นู่นเลยค่ะ เซ็นทรัลลาดพร้าว หรือโซนปิ่นเกล้าโน่นเลย ซึ่งอันที่จริงถ้าเราจะพูดถึงเรื่องอาหารการกินเเถวนี้ก็มีตลาดค่อนข้างเยอะใช่ไหมค่ะ ทั้งตลาดบางปูน , ตลาดบางโพ , ตลาดบางซ่อน หรือจะเป็น Hyper Market อย่าง Tesco Lotus ก็มีให้ใช้บริการอยู่เเล้ว แต่เดี๋ยวก่อน เเล้วในเรื่องความบันเทิงอื่นๆอย่างโรงหนัง ร้านอาหารตามห้างละ มันยังไม่มีเลยจริงๆ ดังนั้นการเปิดตัวของ Gateway บางซื่อ ก็นับเป็นสิ่งหนึ่งที่คนเเถวนี้ตั้งหน้าตั้งตารอคอยกันเลยค่ะ

    โดยเฉพาะชั้นล่างของที่นี่จะมี Big-C Foodplace ที่เป็น Big-C ที่ดูไฮโซขึ้นมาหน่อย สินค้าที่ขาย รวมถึงการออกแบบพื้นที่ นับว่าเป็นน้องๆของ Tops supermarket หรือ Gourmet market ได้เลยค่ะ ทำให้ช้อปปิ้งของเข้าบ้านได้สะดวกดีนะ

    จริงๆแล้ววิธีมาโครงการ มาได้หลากหลายทีเดียว ซึ่งวันนี้เราจะขอแนะนำเส้นทาง จากแถวพระราม 6 มาโครงการนะคะ >> เริ่มจากถนนประดิพัทธิ์ วิ่งตรงยาวผ่านแยกไฟเขียวไฟแดง จนถึง แยกเกียกกาย ให้เลี้ยวขวาเข้าถนนประชาราษฏร์สาย 1 แล้วขับตรงไปประมาณ 950 เมตร จะเห็นโครงการอยู่ฝั่งซ้ายมือค่ะ

    เริ่มจากข้ามแยกประดิพัทธิ์ ซึ่งเป็นทางรถไฟนะ ตรงนี้จะมีรถไฟวิ่งผ่านไปผ่านมาตลอดเวลา ต้องดูสัญญาณไฟดีๆนะ > <

    หล้งจากข้ามทางรถไฟมา ให้ขับตรงไปบนถนนทหารเลย ซึ่งถ้าเลี้ยวขวาตรงนี้จะไป SCG นะคะ

    ขับตรงมาสักพัก จะเจอสี่แยกอีก 1 จุด ให้ขับข้ามสะพานมาเลยนะ

    ขับมาจนถึงแยกเกียกกาย ซึ่งฝั่งซ้ายมือจะเป็นรัฐสภาใหม่ (ปัจจุบันอยู่ในระหว่างก่อสร้าง) ให้เราเลี้ยวขวาเพื่อเข้าถนนประชาราษฏร์สาย 1 ค่ะ

    ขับตรงข้ามสะพานไปเลย ตรงนี้จะมีจุดกลับรถใต้สะพานด้วยนะ

    ตรงมาจนเห็น MRTบางโพ จะเห็นโครงการเราอยู่ฝั่งซ้ายมือค่ะ

    อย่างที่เห็นกันว่าโครงการติดถนนประชาราษฎร์ สาย 1 อยู่ใกล้แยกบางโพ ตัวโครงการออกแบบให้ Core Lift อยู่ด้านใน และล้อมรอบด้วยห้องพักอาศัยทั้ง 4 ด้าน ซึ่งมี 14 ยูนิต/ชั้น เรียกได้ว่าทุกห้องจะได้วิว River View เกือบหมดเลย มีเพียงห้องที่ฝั่งทิศตะวันออก ที่หันออก City View จากเเผนที่เราจะเห็นได้ว่าโครงการนี้เป็นคอนโดริมเเม่น้ำ ซึ่งพื้นที่รอบๆจะเป็นชุมชนเก่า

    • ทิศเหนือ (River + City view) – เยื้องๆกับตึก 333 Riverside แม้จะไม่ได้วิวแม่น้ำเต็มๆ แต่ก็ยังเห็นวิวอยู่บ้าง ส่วนใหญ่จะเป็นวิวเมืองที่ค่อนข้างโล่งทีเดียว
    • ทิศตะวันออก (City view) – ติดกับถนนประชาราษฎ์สาย 1 ที่มองออกไปอาจจะโดนตึก Chewathai บังอยู่บ้างนะคะ
    • ทิศใต้ (River + City view) – ส่วนใหญ่เป็นที่อยู่อาศัยประเภทแนวราบ ที่ยังไม่มีตึก High Rise ขึ้นเลยนะคะ ทำให้เราเห็นวิวแม่น้ำเต็มๆเลย
    • ทิศตะวันตก (River view)  – ติดกับโรงเรียนทหารพลาธิการ ที่การันตีได้เลยว่าจะไม่มีตึกสูงขึ้นบังโครงการนะคะ

    ที่ดินโครงการติดกับถนนประชาราษฏร์สาย 2 ซึ่งเป็นถนนกว้าง 6 เลน

    ตัวโครงการ ห่างจาก MRT บางโพเพียง 18 เมตร เรียกได้ว่าเดินไปประมาณ 10 ก้าวก็ถึงแล้วนะคะ กลับดึกๆก็ไม่ต้องกลัวอันตรายนะ รวมถึงด้านข้างโครงการติดกับวิเศษไก่ย่าง ใครหิวๆก็เดินมากินได้เลย > <

    ทิศใต้ เป็นวิวที่ดีที่สุดของโครงการ มองเห็นรัฐสภาใหม่พร้อมวิวโค้งแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งบริเวณนี้ยังไม่มีตึกสูงบังนะคะ (ภาพถ่ายจากชั้น 26)

    หรือถ้ามองเข้ามาในเมือง ก็จะได้วิวเปิดโล่ง พร้อมเห็น Background เป็นวิวเมืองสวยงามทีเดียว (ภาพถ่ายจากชั้น 26)

    ทิศตะวันออก แม้จะไม่ได้วิวแม่น้ำ แต่ก็ยังไม่มีตึกสูงในระยะประชันชิด ที่บังวิวโครงการตรงๆนะคะ (ภาพถ่ายจากชั้น 26)

    ทิศเหนือ ที่หันเข้าเมืองส่วนใหญ่จะเป็นที่อยู่อาศัยประเภทแนวราบ ที่ถือว่าโล่ง สบายตาทีเดียว  (ภาพถ่ายจากชั้น 26)

    หรือถ้ามองออกมาวิวแม่น้ำ แม้จะโดน 333 บังโค้งแม่น้ำอยู่ แต่ก็ยังเห็นแม่น้ำจากมุมอื่นๆอยู่นะคะ

    ทิศตะวันตก เป็นฝั่งที่การันตีวิวเลย เพราะติดกับพื้นที่ราชการซึ่งจะไม่มีตึกสูงขึ้นมาบังวิวแน่นอนค่ะ

    สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

    • สถานีรถไฟฟ้าบางโพ ~ 18 ม.
    • ตลาดบางโพ ~150 ม.
    • โรงพยาบาลบางโพ ~280 ม.
    • ท่าเรือด่วนบางโพ ~300 ม.
    • Gateway บางซื่อ ~ 300 ม.
    • รัฐสภาใหม่ ~950 ม.
    • ตลาดเตาปูน ~ 1.4 กม.
    • เทสโก้ โลตัส ประชาชื่น ~1.4 กม.
    • สุพรีม คอมเพล็กซ์ สามเสน ~2.1 กม.
    • แมคโคร สามเสน ~2.2 กม.
    • มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร วิทยาเขตพระนครเหนือ ~4.8 กม.


    เจาะลึกตัวโครงการ

    รูปแบบโครงการ Modiz Collection บางโพ เป็นคอนโดมิเนียม High Rise 26 ชั้น 235 ยูนิต อยู่บนที่ดินขนาด 1-1-42.8 ไร่ หน้าตาอาคารออกแบบมาเป็นทรงสีเหลี่ยม ที่เน้นความเรียบง่าย ใช้โทนสีขาวเรียบร้อย ตัดกับเส้นขอบสีดำ ทำให้ดูหรูหราทีเดียว นอกจากนี้โครงการยังได้ยก Facilities ขึ้นไปไว้ข้างบน ทำให้ลูกบ้านทุกห้องสามารถเห็นวิวมุมสองรอบโครงการแบบ Panorama เลยนะ เรียกว่าได้เปรียบเลยถ้าเทียบกับโครงการในละแวก โครงการจะเป็นยังไงเราไปดูรายละเอียดกันเลยค่ะ

    • ชั้นที่ 1 : มี Lobby + พื้นที่ Drop off ซึ่งจุดนี้จะมีทางขึ้น Auto Parking ถึง 2 จุด
    • ชั้นที่ 2-7 : เป็นพื้นที่จอดรถ Auto Parking ประมาณ 56%
    • ชั้น 8 : เริ่มชั้นพักอาศัยแบบเต็มชั้น โดยมี 14 ยูนิต/ชั้น
    • ชั้น 11, 12, 12A, 22, : เป็นชั้นของห้อง Loft ฝ้าเพดานสูง 4.5 ม.
    • ชั้น 25, 26 : เป็น Main Facilities ของโครงการ ที่ให้มาเยอะทีเดียว ตามแบบฉบับของทาง Assetwise
    • Rooftop : เป็น Sky Garden ที่ขึ้นมานอนดูดาว พร้อมชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยาได้เลยนะ

    หน้าต่างอาคาร ออกแบบให้เป็นทรงสี่เหลี่ยม เรียบง่าย ใช้โทนสีขาวเป็นหลัก ภายใต้คอนเซ็ปต์ Contemporary Classic ที่ต้องการคงไว้ซึ่งรูปแบบที่เรียบง่ายของคนในย่านนี้

    นอกจากนี้ทางโครงการยังมีบริการ Concierge Service เป็นบริการเสมือนอยู่ในโรงแรมเลยนะคะ โดยจะให้บริการตลอด 24 ชม. อาทิเช่น

    • บริการจองร้านอาหาร, โรงแรม, ตั๋วหนัง, Concert
    • ติดต่อบริษัททำความสะอาด ร้านซักรีด
    • บริการจองห้อง Facilities
    • บริการเรียก Taxi หรือ Grab
    • บริการรับของจาก Kerry, ไปรษณีย์, Lineman, Lalamove etc.
    • บริการรับฝากของ

    ส่วนรายละเอียดเพิ่มเติมสอบถามทางโครงการอีกทีนะ ^^

    Ground Floor Plan การเดินรถภายในโครงการนี้จะเป็นแบบ One Way โดยจะมี Gate อยู่ก่อนถึง Drop Off ซึ่งหากมี Visitor ขับมาส่งลูกบ้านแล้วจะ Drop Off กลับตัวออก จะต้องผ่านป้อมรปภ.ก่อน เพื่อความปลอดภัย ส่วนการจอดรถต้องวิ่งวนมาด้านข้างอาคาร ซึ่งอาคารเราจะมีทางเข้าที่จอดรถ Auto Parking ด้วยกัน 2 จุด ซึ่งข้อดีของ Auto Parking ทำให้เรามีพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น แต่ก็ต้องแลกกับเวลาที่ต้องรอนานหน่อย ส่วนการรับรถของที่นี่ จะสามารถเรียกได้ภายใน Lobby เลย เพราะมีจอแสดงผลให้เมื่อรถมาแล้ว แต่ยังไงก็ต้องเดินออกไปเอารถด้านนอกอยู่ดีนะคะ

    ภายใน Lobby ไม่ต้องใช้ Key Card เวลามีคนมาหาสามารถนั่งรอบริเวณนี้ได้ ส่วนถ้าจะขึ้นด้านบนอาคาร ต้องใช้ Keycard Access บริเวณโถงลิฟต์ เพื่อความปลอดภัยของลูกบ้าน โดยโครงการนี้จะมีลิฟต์โดยสาร 2 ตัว อัตราส่วนคือ 118 : 1 ตัว ถือว่าค่อนไปทางหนาแน่นนิดนึง เวลาใช้งานอาจจะต้องรอกันสักหน่อยนะคะ

    ก่อนจะเข้าพื้นที่โครงการจะมีไม้กั้นกระดก ที่ใช้ Keycard ระบบ Easy Pass ซึ่งเราสามารถผ่านไปได้เลย โดยไม่ต้องลดกระจกลงมา ตรงนี้จะมีรปภ. ช่วยสแกนการเข้าออกด้วยนะคะ ส่วนถ้าดึกๆก็จะมีประตูบานเลื่อนไฟฟ้า เป็นการป้องกัน 2 ชั้นเลย นอกจากนี้ยังมีต้นไม้ด้านหน้าโครงการ เอาไว้เป็น Buffer ป้องกันควัน, เสียงรบกวนเข้ามาในโครงการ ตรงนี้ได้ความเป็นส่วนตัวดีนะคะ พอเข้ามาแล้วจะเจอกับ Drop Off ซึ่งถ้าใครมารับ-ส่งคนก็ง่ายเลย ไม่ต้องวนเข้าไปในโครงการก่อน ถ้าเป็นลูกบ้านก็เลี้ยวซ้ายไปด้านข้างอาคาร จะมีประตูจอดรถสำหรับ Auto Parking อยู่

    ภายใน Lobby ที่ชั้น 1 ออกแบบมาให้ดูเรียบ หรู โดยได้หน้าต่างสูงตั้งแต่พื้นถึงฝ้า ที่มองเห็นวิว และรับแสงได้เต็มที่ มาพร้อมชุดโซฟาหลายชุด ให้มานั่งเล่นหรือรับรองแขกได้

    มาดูแปลน Typical Floor Plan กัน โดยชั้นนี้จะเป็นห้องพักอาศัยปกติ ที่มีจำนวนห้องพักอาศัยเต็มอัตรานะ โดยจะอยู่ที่ 14 Unit/Floor ตัวอาคารเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยม ที่มี Core Lift อยู่ตรงกลาง โดยผลักห้องพักอาศัยออกด้านนอกทั้งหมด ข้อดีของการวางห้องแบบนี้ คือได้ทางเดินข้างในแบบ Single Corridor ที่ไม่ต้องเปิดมาจ๊ะเอ๋กันเอง, เกือบทุกห้องได้วิวแม่น้ำเจ้าพระยา ที่เป็นจุดขายของโครงการ, ภายในทางเดินมีช่องแสง 2 จุด ที่ส่องเข้ามาด้านใน ทำให้ทางเดินไม่มืดจนเกินไป แต่ก็ยังต้องใช้ไฟทางเดินช่วยด้วยนะคะ

    สำหรับห้อง 0905 และ 0906 ที่หันออกด้านหน้าโครงการ ซึ่งจะได้ City View เท่านั้น แต่ก็เป็นวิวที่ยังเปิดโล่งอยู่ ไม่ได้มีตึกสูงในระยะประชิด แต่ถ้าฝั่งที่วิวดีที่สุดก็คงเป็นห้องที่หันออกทางทิศใต้ เนื่องจากส่วนใหญ่จะเป็นที่อยู่อาศัยประเภทแนวราบ ที่ยังไม่มีตึกสูงบังวิวนะคะ ทำให้เราเห็นทั้งรัฐสภาใหม่ วิวเมือง และวิวแม่น้ำอีกครบเลยค่ะ

    ถัดมาที่ชั้น 11th, 12th, 12Ath และ 22th เป็นชั้น loft แล้วนะคะ โดยชั้นนี้จะมีความสูงถึง 4.5 เมตร โดยตำแหน่งจะเหมือนกับแปลนที่แล้วเลย แต่จะมีพื้นที่ใช้สอยมากขึ้นค่ะ

    ขึ้นมาที่ชั้น 24 จะเป็นชั้นบนสุดของโครงการ ซึ่งตรงนี้ห้องทางทิศตะวันตกจะเปลี่ยนเป็นห้อง 2 Bedroom ทำให้มียูนิตลดลงเหลือ 12 Unit/Floor ซึ่งห้อง 2 Bedroom จะเป็นห้องหน้ากว้าง ที่สามารถมองเห็นวิว และรับแสงได้ทุกพื้นที่ พร้อมการันตีวิวว่าจะไม่มีอะไรมาบังด้วย โดยโครงการจะมีห้องแบบนี้อยู่เพียง 2 ห้อง เท่านั้นนะคะ

    ถัดมาที่ส่วน Hilight ของโครงการ โดยได้ยก Facilities มาไว้ที่ด้านบน ข้อดีคือแม้ว่าเราจะซื้อห้องชั้นล่างๆ แต่เราก็ยังสามารถขึ้นมามองวิวมุมสูงของโครงการได้ โดยชั้นนี้ได้วิวแบบ Panoramic View เลยนะคะ เริ่มจากสระน้ำระบบเกลือเป็นรูปตัว U ที่มองวิวโดยรอบได้เลย ส่วนยาวที่สุดขนาด 22.4 เมตร ที่สามารถว่ายน้ำจริงจังได้เลย นอกจากนี้ยังแยกสระเด็กมาให้แล้ว โดยมีความลึกที่ 60 ซม. เพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน  หรือถ้าใครแค่อยากนั่งแช่ตัวชมวิวก็มีจุดนั่งมาให้ทั้ง 3 ทิศเลย (หมายเลข 3, 4, 7 และ 9) นอกจากบริเวณหมายเลข 5 ยังมีที่นั่ง พร้อม Counter Bar ให้นั่งชมวิว หรือจัดปาร์ตี้เล็กๆได้อีกด้วย ส่วนห้องออกกำลังกาย ที่นี่ก็มีทั้งโซน Cardio และ Weight Training  เลยนะคะ

    โดยสระว่ายน้ำที่นี่จะมีทั้งแบบ Indoor และ Outdoor ให้เลือกใช้งานเลยนะคะ

    ภาพจำลองบรรยากาศพื้นที่ส่วนกลาง โดยจะได้วิวแบบ Panoramic View 4 ทิศทางเลย

    ภาพจำลองบรรยากาศพื้นที่สระว่ายน้ำแบบ Semi Outdoor ข้อดีคือสามารถบังแดดบังฝนได้ด้วย แต่ยังคงได้รับลมธรรมชาติอยู่ นอกจากนี้ยังได้ขอบแบบ Infinity Edge Pool ทำให้ไม่มีอะไรมารบกวนสายตาอีกด้วย

    ภาพจำลองบรรยากาศห้องออกกำลังกาย โดยออกแบบให้เป็นกระจกรอบสูงตั้งแต่พื้นถึงฝ้า 3 ทิศทาง ทำให้รับวิวได้เต็มที่ค่ะ

    ถัดมาที่ชั้น 26 เป็นพื้นที่ Indoor ทั้งหมด มีความสูงถึง 4.75 เมตร ทำให้ภายในโปร่ง โล่งมากยิ่งขึ้น โดยมีหลากหลายฟังก์ชันให้เลือกใช้งาน เริ่มจากห้อง Sky Vista Wine Bar (ฝั่งซ้ายมือ) โดยตรงนี้เราสามารถมานั่งเล่นทำงานได้ หรือถ้าใครอยากจัดปาร์ตี้ก็สามารถจองพื้นที่ใช้งานได้นะคะ

    นอกจากนี้ยังมีส่วนของ Meeting Lounge เหมาะกับคนสมัยใหม่ที่หันมาทำธุรกิจส่วนตัวกันมากขึ้น เราสามารถเรียกพนักงานมาคุยงานที่คอนโดได้เลย นอกจากนี้ยังมีทั้ง Theater room, Play room และ The Work Commons ( Co-working) มาให้เราเลือกใช้งานได้อีกด้วย ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่เลย สั้นๆเลย โครงการนี้ได้ Facilities มาจัดเต็มเลย

    ภาพจำลองบรรยากาศ Play room นอกจากมีชุดเก้าอี้ มาให้นั่งเล่นเป็นกลุ่มๆแล้ว ยังได้หน้าต่างสูงตั้งแต่พื้นถึงฝ้า ทำให้ได้รับวิวภายนอกได้อีกด้วย

    ภาพจำลองบรรยากาศ Co-working Space จัดโต๊ะ-เก้าอี้มาให้เหมาะกับการนั่งทำงาน โดยโครงการมี Wifi ให้พร้อมใช้งานเลย

    ภาพจำลองบรรยากาศ Sky Vista Wine Bar โดยเป็นพื้นที่เหมาะนั่ง Chill คุยกับเพื่อน หรือสังสรรค์เล็กๆน้อยได้ โดยจะมีเปียโนมาให้ เราสามารถจ้างคนมาเล่นดนตรีเองได้

    นอกจากนี้ยังมี Private-Lounge ที่สามารถจองพื้นที่จัดปาร์ตี้เล็กๆได้

    ห้อง Theater room โครงการจัดโซฟาแบบปรับนอนได้มาให้ ซึ่งเหมือนที่นั่งแบบ First Class ในโรงเลย ใครมีหนังก็ขึ้นมาเปิดดูได้นะ

    สุดท้ายคือที่ชั้นดาดฟ้าขึ้นมาจะเป็น Roof Top Garden สวนหย่อมลอยฟ้า โดยชั้นนี้จะไม่มีลิฟต์ขึ้นมาถึงนะคะ ต้องเดินบันไดเท่านั้น โดยด้านบนจะมีที่นั่งมาให้สามารถขึ้นมานอนดูดาวได้ด้วย เป็นโมเมนต์ที่โรเมนติกดีนะคะ

    ภาพโมเดลจะเห็นว่าพื้นถูกปูด้วยหญ้าทั้งหมด เหมาะนอนดูดาวก็ดีนะคะ

    สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

    • G Floor Plan

    • Lobby
    • Auto parking
    • Mailbox

  • 25th Floor Plan
    • Sky Fitness
    • สระว่ายน้ำระบบเกลือรูปตัว U ที่มีขนาดยาวสุด 22.4  เมตร ลึก 1.20 เมตร
    • Kids Pool ขนาด 3.15 x 4.35 เมตร ลึก 60 ซม.
    • Jacuzzi (Bubble Air Jet)
    • Leisure Lounge (ที่นั่งชมวิว)
    • Vista Pool Bar (นั่งแช่ตัวดูวิว)
    • Dry Pool Bar & Living Area

  • 26th Floor Plan
    • Theater Room
    • Play Room
    • Co-working Space
    • The Meeting Lounge
    • Private Business Lounge
    • Sky Lounge with Grand Piano with Wine Bar

  • Roof Top
    • Sky Sunken Area (ที่นั่งพัก)

    • Concierge บริการ 24 ชั่วโมง
    • ลิฟต์โดยสาร 2 ตัว/อาคาร
    • อัตราส่วนลิฟต์รวมทั้งโครงการ 118:1
    • Service Lift 1 ตัว
    • ที่จอดรถประมาณ 56% (Auto Parking)
    • Security

    • 24 Hours Security Guard
    • Access Card Control
    • CCTV

     


    Product Walkthrough

    รูปแบบโครงการนี้เป็นการขายแบบ Fully Furnished โดยจะได้ทั้งเฟอร์นิเจอร์ Built-In และเฟอร์ลอยตัว พร้อมเครื่องปรับอากาศภายในห้องแบบ Wall Type จำนวนขึ้นอยู่กับขนาดห้องโดยทุกๆห้องจะได้ Digital Door Lock, Thermostat และ Bluetooth Sound System + ลำโพง 2 ตัว ให้เป็นมาตรฐานนะคะ ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานอยู่ที่ 2.60 เมตร

    ห้องตัวอย่างแรก 1 Bedroom Plus ขนาด 33.78 ตร.ม. เป็นห้องที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก แต่จัดพื้นที่ภายในออกมาได้ดีเลย โดยตัวห้องเป็นสี่เหลี่ยมที่แบ่งการเข้าใจง่ายๆ ฝั่งซ้ายมือเป็น Common Area (หรือโถงรวม) ที่เชื่อมฟังก์ชันหลายๆอย่างเอาไว้ด้วยกัน เพราะต้องการให้ Space บริเวณนี้ดูกว้างขวาง ประกอบไปด้วย ครัว(ครัวเปิด) + โต๊ะรับประทานอาหารแบบ Counter Bar, พื้นที่นั่งเล่น และ ห้องอเนกประสงค์ ที่สามารถวางเตียงขนาด 3.5 ฟุตได้พอดี ซึ่งความพิเศษคือห้องนี้จะได้ Bay Window ทำให้มองวิวได้กว้างมากขึ้น

    ส่วนของฝั่งขวามือจะเป็นโซน Private (ห้องนอน + ห้องน้ำ) โดยห้องน้ำที่นี่จะเข้า-ออกได้ 2 ทาง ทำให้ไม่รบกวนการใช้งานกัน เพิ่มความเป็นส่วนตัวที่มากขึ้น ส่วนห้องนอนก็สามารถวางเตียง 5 ฟุตพร้อมโต๊ะหัวเตียงได้กำลังดี ส่วนอีกฝั่งก็เป็นที่วางตู้เสื้อผ้าหน้าห้องน้ำ ข้อดีคือเวลาอาบน้ำเสร็จก็เดินออกมาเปลี่ยนเสื้อได้เลย นอกจากนี้ยังมีมุมเว้าที่ทางโครงการทำเป็น Built-in โต๊ะเครื่องแป้งมาให้เรียบร้อย

    ประตูหน้าห้องเป็น HDF ปิดด้วยผิวลามิเนต พร้อมเดินเส้นสีเงินตรงกลาง ทำให้ดูหรูหรามากยิ่งขึ้น

    สำหรับห้องทุกห้องนั้นจะได้ Digital Door Lock จาก Yale โดยรุ่นนี้รองรับการเปิดเข้าทั้ง 4 แบบ รหัส PIN, กุญแจ, สแกนนิ้ว และ Keycard เลย

    ก่อนเข้าห้องจะมีธรณีประตูที่เป็นหินแกรนิต ที่สามารถช่วยกันในเรื่องเศษผงฝุ่น และสิ่งสกปรกจากภายนอกห้อง ตามโถงทางเดินที่สามารถเข้าไปในห้องได้ และจากมุมนี้เราจะเห็นวัสดุหลักในการปูพื้นห้องทั้งหมดคือ Smart Vinyl กระเบื้องยางลายไม้ปูแบบก้างปลา ทำให้ห้องดูหรูมากขึ้น ข้อดีของไวนิลคือทนรอยขีดข่วนต่างๆ ได้พอสมควร รวมไปถึงสามารถทนน้ำ/ความชื้นได้มากกว่าพื้นลามิเนตทั่วไป และตัวพื้นเองมีความนุ่มเล็กน้อยเวลาเดินแล้วสบายเท้าค่ะ โดยจะได้แบบนี้ทุกห้องเป็นมาตรฐานค่ะ

    เข้ามาส่วนแรกจะเป็น Common Area (หรือโถงรวม) ที่เชื่อมฟังก์ชันหลายๆอย่างเอาไว้ด้วยกัน เพราะต้องการให้ Space บริเวณนี้ดูกว้างขวาง ประกอบไปด้วย ครัว(ครัวเปิด), พื้นที่นั่งเล่น และ ห้องเอนกประสงค์ โดยมีความสูงพื้นถึงฝ้า 2.60 ม.

    Update 8 August 2019 มีการเปลี่ยนหน้าบานตู้ชุดครัวเป็นแบบ Hi-gloss ทั้งบนและล่าง ซึ่งลูกบ้านจะได้ของตามนี้เลยค่ะ

    มาดูที่พื้นที่ครัวก่อน ซึ่งชุด Built in ที่นี่จะเป็นตัว U ที่เชื่อมโต๊ะทานข้าวแบบ Counter Bar มาให้เรียบร้อยแล้ว เป็นการประหยัดพื้นที่ภายในห้องไปอีกแบบ โดยซ้ายมือสุดจะเป็นส่วนของพื้นที่วางตู้เย็น สำหรับครัวเปิดแบบนี้จะไม่เหมาะทำอาหารจริงจังนะคะ เพราะว่ากลิ่นอาจจะกระจายไปส่วนอื่นๆได้ค่ะ

    ตรงกลางมีระยะใช้งานครัวประมาณ 1 เมตร เดินใช้งานพร้อมกัน 2 คนกำลังดีค่ะ พื้นที่ใต้เตา เป็นตำแหน่งวางเครื่องซักผ้า ซึ่งเรามองแล้วไม่รู้ว่าความร้อนจากเตา จะมีผลกับเครื่องไหม ใครมีประสบการณ์ Comment บอกได้นะคะ

    Update 8 August 2019 มีการเปลี่ยนหน้าบานตู้ชุดครัวเป็นแบบ Hi-gloss ทั้งบนและล่าง ซึ่งลูกบ้านจะได้ของตามนี้เลยค่ะ

    ชุด Built in โครงการให้มา 3 ระดับ เพื่อความเหมาะสมในการใช้งาน โดยด้านบนสุดเป็นตู้เก็บของรูปตัว L ที่มีช่องเก็บของมาให้หลากหลายทีเดียว ส่วนหน้าบานเป็นลามิเนต Hi-gloss ค่ะ

    ด้านบนทั้งหมดจะเป็นชุดตู้ Built แขวนผนังและแบ่งช่องชั้นเก็บของได้มากพอสมควร รวมถึงมีช่องวางมาให้ใส่ Microwave อีกด้วย / Fitting ทั้งหมดเป็น Soft Closed

    Pantry ครัวจะได้เป็นรูปทรง L Shape นะคะ โดยตัวท๊อปครัวเป็นหินสังเคราะห์ / ผนัง Backsplash เป็นกระเบื้องแกรนิตโต้ ซึ่งทำความสะอาดง่าย และป้องกันคราบสกปรกจากเศษอาหารได้ด้วย

    ทางโครงการให้ Sink ล้างจาน ยี่ห้อ MEX พร้อมก๊อกน้ำล้างจานโครเมียมทรงสูง ปรับโยกซ้าย-ขวาได้ / Hob&Hood ของ MEX โดยจะได้เป็นแบบหมุนเวียนในอาคาร

    ชั้นล่างจะมีตู้ใต้ Sink ที่เก็บของชิ้นใหญ่ได้ / ส่วนอีกฝั่งจะเป็นลิ้นชักที่ใส่ช้อนส้อมได้ค่ะ

    สำหรับห้องนี้โครงการจะให้เก้าอี้ทรงสูง 2 ตัว ไว้นั่งทางข้าวบนเคาน์เตอร์บาร์ที่โครงการให้มา

    ถัดมาที่ห้อง Living โดยโครงการจะให้โซฟาแบบนี้ เป็นขนาดที่นั่ง 2 คนกำลังดี / ผนังห้องของจริงจะเป็นฉาบเรียบทาสีขาวนะ

    ระยะดูทีวีของห้องนี้ อยู่ที่ประมาณ 2.33 เมตรค่ะ ไซส์ทีวีที่เหมาะสมคือประมาณ 42″-47″ นิ้ว จะได้จอใหญ่เต็มสายตาพอดีค่ะ

    ชุดทีวีจะได้เฉพาะด้านล่าง ซึ่งถ้าใครมีของเยอะ แนะนำให้ทำชั้นวางของเพิ่มเหมือนห้องตัวอย่าง / เนื่องจากห้องนี้ไม่มีตู้เก็บรองเท้ามาให้ บริเวณใต้ทีวีก็เป็นอีกจุด 1 ที่สามารถวางร้องเท้าได้นะคะ

    โดยชั้นล่างจะมีหน้าบานปิดมาให้ 1 ฝั่ง พร้อมทำมุมให้ใช้งานง่ายขึ้น + ระบบโช๊คลดแรงกระแทกตอนปิด

    นอกจากนี้ตามแบบฉบับของ Assetwise พลาดไม่ได้เลยกับ Bluetooth Sound System ยี่ห้อง Razr พร้อมลำโพงต่อ 2 จุด ในห้องนั่งเล่นและห้องนอน / ไฟจะเป็นแบบ LED Downlight ทั้งหมด

    จากมุมนี้เราจะเห็น Space ที่ต่อเนื่องถัดไปเป็นห้องอเนกประสงค์ ที่กั้นด้วยประตูบานเลื่อน 3 ตอน ทำให้เปิดใช้งานได้กว้างกว่าปกติ และเป็นแบบสูงถึงฝ้าเพดาน ทำให้โซน Common ได้แสงธรรมชาติมากที่สุด และดูโปร่งสบายตาดี

    บริเวณมือจับเซาะร่องพร้อมปุ่มล็อค เพื่อความเป็นส่วนตัว พร้อมติดตั้งสักกะหลาดไว้กันฝุ่นและเสียงได้ด้วย / ขอบอลูมิเนียมฝังไว้กับพื้นเรียบร้อย ไม่ต้องกลัวสะดุดแล้ว

    ห้องอเนกประสงค์ขนาด 1.95 x 1.80 เมตร ทำให้วางเตียงขนาด 3.5 ฟุตได้พอดี แต่ห้องนี้ของจริงจะเป็นห้องเปล่าๆนะ เผื่อคนที่อยากทำเป็นฟังก์ชั่นอื่นๆ ให้เหมาะกับ Lifestyle ตัวเอง

    กิมมิคของห้องนี้เลย อยู่ที่หน้าต่าง Bay window เป็นการเปิดมุมมองวิวให้กว้างมากขึ้น

    นอกจากนี้ยังมีหน้าต่างบานกระทุ้ง ที่สามารถระบายอากาศภายในห้องได้ โดยได้เป็นขอบอลูมิเนียม Powder Coat พ่นสีดำ พร้อมกระจกตัดแสงสีเทา (Euro Grey Glass) ที่สามารถป้องกัน UV ได้ระดับนึง

    ฝ้าเพดานฉาบเรียบทาสีขาว พร้อมไฟ LED Downlight มาให้

    เดี๋ยวเรามาดูโซน Private ของห้องนี้กันต่อนะคะ เริ่มจากห้องน้ำที่สามารถเข้าออกได้ 2 ทาง คือ จากห้องนอน และส่วน Common ข้อดีคือได้ความสะดวกสบายมากขึ้นอยู่ตรงไหนของห้องก็เข้าถึงได้ง่าย และแขกที่มาห้องก็สามารถเข้าห้องน้ำได้โดยไม่ต้องผ่านห้องนอน ซึ่งหลายคนมองว่าเป็นพื้นที่ส่วนตัวอีกด้วยค่ะ

    ทั้งนี้การมีทางเข้า 2 ทางก็มีข้อจำกัดอย่างเดียวที่เราคิดว่าเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงของผู้ออกแบบคือขนาดของห้องน้ำต้องมีพื้นที่มากพอสำหรับระยะสวิงของบานประตูทั้ง 2 ฝั่งเท่านั้นค่ะ ถ้าพื้นที่มากพอก็ใช้งานได้สบายๆ

    ที่ด้านหน้าห้องน้ำ จะเห็นส่วนของเจ้ากล่องควบคุมอะไรซักอย่างอยู่ด้านหน้าห้องน้ำ เจ้าตัวนี้คือ เครื่อง Thermostat เป็นเครื่องที่ทำงานร่วมกับพัดลมดูดอากาศ ช่วยระบายความร้อนภายในห้องได้ ได้เป็นมาตรฐานทุกห้องนะคะ ส่วนปลั๊กไฟได้ของ SIEMENS สี Champaign Gold ดูหรูหราทีเดียวค่ะ

    โดยบริเวณประตูจะมีขอบยกสูงขึ้นมา 6 ซม. ช่วยป้องกันไม่ให้น้ำไหลออกมาด้านนอกค่ะ

    ภายในห้องน้ำแยกโซนเปียก-แห้งไว้ชัดเจน เป็นสัดส่วนโดยกั้นด้วยฉากกั้นกระจก Tempered Glass  / ผนังและพื้นเป็นกระเบื้องเซรามิกตามนี้เลยนะคะ

    โดยพื้นที่ภายในห้องน้ำกว้างใช้งานสะดวกทีเดียว

    อ่างล้างมือของ Kohler ที่ด้านล่างมี Built-in ชั้นวางของมาให้พร้อมหน้าบานปิด ป้องกันไม่ให้น้ำไหลเข้าไปด้านใน บริเวณจะเก็บอุปกรณ์ห้องน้ำได้นิดหน่อยนะ

    โถสุขภัณฑ์ของ TOTO เช่นกัน มาพร้อมสายชำระ และที่ใส่กระดาษชำระ ซึ่งจะอยู่ที่ผนังด้านหลัง ทำให้เวลาใช้งานต้องเอี่ยวตัวเล็กน้อย

    ด้านข้างมีชั้นวางของมาให้ด้วย เหมาะกับวางผ้าเช็ดตัวหรืออุปกรณ์อาบน้ำ ที่ไม่ต้องออกไปเอาด้านนอก ทำให้พื้นด้านนอกไม่เปียกค่ะ / ส่วนสายชำระจัดได้ถนัดมือ พร้อมที่ใส่กระดาษแบบแกนเสียบ ไม่มีที่กันน้ำมาให้ ระวังเปียกด้วย

    ฉากกั้นอาบน้ำที่นี่เป็นแบบสี่เหลี่ยมจัตุรัส อยู่ตรงกลางเลย โดยตรงนี้จะมีฉากกั้นมาให้ เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำไหลออกมาด้านนอก

    พื้นที่อาบน้ำกว้างประมาณ 1.00 x 0.80 เมตร เป็นขนาดที่ใช้งาน 1 คนกำลังดีค่ะ

    ฝักบัวมี Rain Shower มาให้เพิ่มอีกด้วย ทำให้เลือกใช้งานได้เหมาะสม โดย Hand Shower ดีไซน์เป็นแท่งยาวๆ พร้อมปุ่มกด 2 จุด ที่สามารถปรับรูปแบบการไหลของน้ำได้ เป็นของยี่ห้อ Kohler นะคะ

    ฝ้าเพดานฉาบเรียบทาสีขาว พร้อมไฟ LED Downlight + พัดลมดูดอากาศ

    เข้ามาภายในห้องนอนกันต่อ ภายในห้องสามารถวางเตียง 5 ฟุตได้ ห้องนี้จะได้ระเบียงส่วนตัว ที่ออกไปสูดอากาศด้านนอกได้

    ส่วนการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ตามห้องตัวอย่าง กำลังดีนะคะ โดยโครงการจะให้ฐานเตียง 5 ฟุตมา ที่พอวางแล้วก็มีพื้นที่เหลือสามารถเดินรอบเตียงได้

    พื้นที่ทางเดินปลายเตียงเหลือราวๆ 55 ซม. ที่พอแขวนทีวีแล้วก็ยังเดินสบายอยู่ / ฐานเตียงมีลิ้นชักให้เก็บของเพิ่มเติมได้อีกด้วย

    ส่วนฝั่งริมหน้าต่าง มีระยะประมาณ 57 ซม. ที่วางโต๊ะหัวเตียงได้สบายๆ เหมาะกับคนที่ชอบเล่นมือถือก่อนนอน เพราะถ้าวางบนเตียงนอน มือถืออาจจะตกพื้นได้ ผู้เขียนเป็นบ่อยค่ะ อิอิ

    ฝั่งตรงข้ามเตียง โครงการ Built-in โต๊ะเครื่องแป้งมาให้แบบนี้เลย ยกเว้นกระจกนะคะ

    เหมาะสำหรับผู้หญิงแบบเราเลย เพราะมีของจุกจิกเล็กๆน้อยเยอะ จะได้เก็บของเป็นระเบียบได้ด้วยค่ะ

    ตู้เสื้อผ้าจะได้หน้าตาแบบนี้เลย ห้องนี้ได้เป็นกระจกบานเลื่อนใส จะได้ประหยัดพื้นที่การทำงาน และทำให้ห้องดูไม่อึดอัด ความสูงตั้งแต่พื้นถึงฝ้า ทำให้เก็บของได้เยอะขึ้นด้วยนะคะ

    มือจับมีขอบยืนออกมา ทำให้เลื่อนใช้งานได้ง่าย พร้อมลิ้นชักภายในตู้ ที่สามารถใส่เสื้อผ้าชิ้นเล็กๆได้ค่ะ

    ฝ้าเพดานฉาบเรียบทาสีขาว พร้อมไฟ LED Downlight + ลำโพงภายในห้อง 1 จุด

    มาต่อกันที่ระเบียง สังเกตว่าจะไม่ได้ประตูบานเลื่อนสูงพื้นถึงฝ้า เนื่องจากด้านบนโครงการได้ซ่อน Consending Unit มาให้ ซึ่งช่วยทำให้เรามองเห็นวิวได้เต็มที่ นอกจากนี้ยังได้เป็นบานเปิดสลับ ทำให้ปรับเปลี่ยนการใช้งานได้อีกด้วย

    พื้นที่ระเบียงขนาด 3.25 x 70 เมตร พื้นเป็นกระเบื้องเซรามิก + ราวระเบียงสูงจากพื้น 1.10 ม. ซึ่งให้มาเป็นกระจก ทำให้สามารถมองวิวได้เต็มที่ค่ะ / ด้านบนแขวน Condensing Unit มาให้เรียบร้อย โดยจากพื้นถึงจุดแขวนมีความสูงประมาณ 2.10 เมตร ซึ่งถ้าใครตัวสูงๆเวลาไปยืนจะรู้สึกอึดอัดหน่อยนะคะ

    ส่วนไฟระเบียงจะมีมาให้ 1 จุดที่ผนังด้านข้างค่ะ ซึ่งเวลาใช้งานจริงจะต้องเปิดไฟภายในห้องช่วยนะคะ

    มาดูห้อง Loft กันต่อ โดยมีพื้นที่ทั้งหมด 61.64 ตร.ม. ชั้นล่าง 48.60 ตร.ม (ตามโฉนด) ส่วนชั้นบนมีขนาด 13.04 ตร.ม. ห้องนี้จะเหมาะสำหรับครอบครัวขนาดเล็กอยู่สบายๆ นะคะ พ่อแม่ แล้วก็ลูกอีก 1 คนกำลังดีค่ะ โดยห้องนี้จะมีความสูงที่ Common Area 4.5 เมตร ที่มองว่าชั้นบนและชั้นล่างอยู่ได้ไม่อึดอัด

    สิ่งที่เราชอบสำหรับแปลนนี้คือเป็นห้องหน้ากว้าง + ห้องมุม ที่แสงส่องเข้ามาถึงทุกฟังก์ชันภายในห้อง รวมถึงได้ Bay Window ถึง 2 จุดทั้งจากบริเวณ Common และห้องอเนกประสงค์ ที่ทำให้มุมมองกว้างมากขึ้น แต่ห้องนอนใหญ่จะอยู่ที่ชั้นลอย ข้อดีคือได้ความเป็นส่วนตัว แต่ก็ยังลำบากเนื่องจากมีห้องน้ำ 1 จุดที่ด้านล่าง ซึ่งต้องใช้รวมกันหมด

    Update 8 August 2019 มีการเปลี่ยนหน้าบานตู้ชุดครัวเป็นแบบ Hi-gloss ทั้งบนและล่าง ซึ่งลูกบ้านจะได้ของตามนี้เลยค่ะ

    เข้ามาในห้องจะเจอกับพื้นที่ครัวเปิดก่อน ซึ่งตรงนี้จะได้เป็นชุดครัวยาวเต็มผนัง ซึ่งจะแบ่งเป็น 3 ระดับเหมือนห้องที่แล้ว

    ซึ่งตรงนี้แบ่งช่องชั้นเก็บของได้มากอยู่พอสมควร รวมถึง Top ครัว และ Backsplash จะเหมือนกับห้องที่แล้วเลยนะคะ

    สิ่งที่เพิ่มเติมขึ้นมาคือ ช่องเก็บของด้านข้างตู้เย็น และบนตู้เย็น ทำให้มีพื้นที่เก็บของได้มากขึ้น แต่เราลองเปิดใช้งานตู้เก็บของเหนือตู้เย็นดูแล้ว จะเปิดใช้งานยากหน่อยนะคะ แนะนำให้เก็บของที่ไม่ต้องหยิบใช้งานบ่อยๆ

    Update 8 August 2019 มีการเปลี่ยนหน้าบานตู้ชุดครัวเป็นแบบ Hi-gloss ทั้งบนและล่าง ซึ่งลูกบ้านจะได้ของตามนี้เลยค่ะ

    ฝั่งตรงข้ามจะเป็นทางเข้าห้องน้ำ ที่โครงการได้ Built in ตู้รองเท้ามาให้แล้ว ซึ่งการอยู่คอนโด ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญทีเดียว เพราะช่วยลดปัญหากลิ่นรองเท้า ที่จะกระจายเข้ามาในฟังก์ชันอื่นๆ ของห้องได้อีกด้วย

    โดยโครงการทำเป็นชั้นๆ ให้วางรองเท้าได้สะดวกค่ะ

    ภายในห้องน้ำแบ่งโซนเปียกและแห้งเป็นสัดส่วนชันเจน โดยในสุดจะเป็นพื้นที่อาบน้ำ + ฉากกั้น Tempered Glass เรียบร้อย

    โถสุขภัณฑ์ + ชุดอ่างล้างมือ จะเหมือนกับห้องที่แล้วเลยค่ะ

    พื้นที่อาบน้ำจะกว้างประมาณ 1.40 x 0.80 ซม. จะมีขนาดกว้างกว่าห้องที่แล้วนิดหน่อยนะ

    ส่วนฝักบัวอาบน้ำจะได้ทั้งแบบ Rain และ Hand Shower เหมือนกับห้องที่แล้วเลยค่ะ

    ฝ้าเพดานฉาบเรียบทาสีขาว พร้อมไฟ LED Downlight + พัดลมดูดอากาศ

    จริงๆตรงนี้แอบเสียดายเล็กน้อย ที่ห้องครัวไม่สามารถทำเป็นครัวปิดได้ เนื่องจากติดตู้ Built-in ที่ทางโครงการให้มาค่ะ

    ของจริงบริเวณใต้บันไดจะเป็นช่องว่างเปล่าๆนะคะ แต่เราก็สามารถดูเป็นไอเดียในการตกแต่งได้นะ

    เข้ามาด้านในเป็นพื้นที่ Common Area ขนาดใหญ่ ด้วยความสูง 4.5 ม. ที่ทำให้ภายในโล่งทีเดียว โดยฟังก์ชันจะทำเป็นห้อง Living + Dining ได้สบาย พร้อมหน้าต่างบานใหญ่สูง 3.75 ม. ที่ทำให้รับแสง และวิวได้เต็มที่

    โดยสามารถวางโต๊ะรับประทานอาหารแบบ 4-6 ที่นั่งได้ เวลามีแขกมาบ้านก็ใช้งานได้สบายๆ หลังจากวางเฟอร์แล้วมีระยะข้างละ 1.20 เมตร เป็นระยะที่เดินสบายๆเลยนะ

    ของจริงจะได้เป็นฝ้าเพดานฉาบเรียบทาสีขาว สูง 4.5 เมตร ได้ความสูงแบบ Double Volume เลยนะ ทำให้ภายในห้องดูกว้างขึ้น รวมถึงของจริงโครงการติด LED Downlight มาให้เท่านั้นนะ ซึ่งถ้าเราติด Chandelier ตามห้องตัวอย่าง จะทำให้ภายในสว่างและหรูมากยิ่งขึ้นนะคะ 

    นอกจากนี้ยังมีห้องอเนกประสงค์ที่โครงการใส่เฟอร์นิเจอร์มาให้แล้ว ไปดูกันเลยค่ะ ว่าจะเป็นอย่างไรบ้าง

    สำหรับห้องนี้จะได้ฉากกั้นบานเลื่อน 3 ตอน เพื่อความเป็นส่วนตัวค่ะ

    ภายในห้องวางเตียง 3.5 ฟุต พร้อมตู้เสื้อผ้าเป็น ระยะที่ใช้งานกำลังดี โดยหลังจากวางเฟอร์นิเจอร์แล้ว ด้านข้างเตียงมีระยะ 90 ซม. ที่เปลี่ยนเสื้อผ้าใช้งานได้สะดวกค่ะ  โดยห้องนี้จะให้ฐานเตียง และตู้เสื้อผ้าแบบนี้เลย

    ตู้เสื้อผ้าจะเหมือนกับห้องที่แล้วเลย แต่จะเปลี่ยนเป็นบานเปิดแทน เพื่อให้หยิบใช้งานได้ง่ายมากขึ้น

    ความพิเศษของห้องนี้จะได้เป็น Bay Window เช่นกัน ซึ่งทำให้เรานอนดูวิวได้เต็มที่เลย นอกจากนี้ยังมีหน้าต่างบานเลื่อนมาให้ระบายอากาศอีกด้วย

    ถัดมาพื้นที่ระเบียงด้านข้างห้อง โดยบริเวณนี้จะได้หน้าต่างสูง 3.75 ม. ที่รับแสงได้เต็มที่ แต่จะไม่ร้อนนะ เนื่องจากโครงการใช้กระจกสีเทาตัดแสง ที่ช่วยลดแสง UV ได้ระดับนึง

    พื้นที่ระเบียงขนาด 1.80 x 80 ซม. ที่ออกไปยื่นสูดอากาศ 3-4 คนได้สบายๆเลยนะ

    ด้านข้างโครงการได้ทำตู้ซ่อน Condensing Unite มาให้เรียบร้อย ส่วนตัวคิดว่าทำเป็นแบบแขวนดีกว่า แล้วเปลี่ยนพื้นที่บริเวณนี้เป็นหน้าต่างแทน เพื่อรับวิวได้มากขึ้น

    ถัดเข้ามาด้านในเป็นส่วนของ Living Room ที่เน้นรับแสงธรรมชาติ และรับวิวได้เต็มที่ โดยจุดนี้จะได้ โซฟา,โต๊ะกลาง และชุดวางทีวีเท่านั้นนะคะ

    ถ้าเราวางเฟอร์นิเจอร์แบบนี้ จะมีระยะดูทีวีประมาณ 1.98 ม. ซึ่งขนาดทีวีที่เหมาะกับระยะสายตาอยู่ที่ประมาณ 42″- 47″ จะได้จอขนาดกำลังดี แต่ถ้าใครชอบใหญ่ๆก็สามารถเลื่อนโซฟาให้มีระยะมากขึ้น ก็สามารถวางทีวีขนาดใหญ่ได้แล้ว

    ชุดวางทีวีจะคล้ายกับห้องที่แล้วเลย แต่จะมีขนาดยาวกว่า ทำให้เก็บของได้มากขึ้น

    สำหรับหน้าต่าง Common สูงประมาณ 3.75 ม. ซึ่งถ้าได้เต็มตั้งแต่พื้นถึงฝ้า จะทำให้ได้บรรยากาศภายใน โปร่งโล่งมากยิ่งขึ้นนะ

    บริเวณนี้โครงการจัดให้ดูเป็นไอเดียเฉยๆนะคะ

    ตรงนี้จะมีระเบียงอีกจุด 1 โดยจะมีขนาดใหญ่กว่าเมื่อกี้เล็กน้อย เดินออกไปสูดอากาศพร้อมกันหลายๆคนได้เลย

    พื้นที่ระเบียงกว้าง 1.50 x 0.90 ม. พร้อมแขวน Condensing ไว้ด้านบนเรียบร้อย ซึ่งตรงนี้เป็นระยะที่ใช้งานได้จริง

    หันกลับมาภายในห้องยังไม่หมดนะคะ ห้องนี้จะมีพื้นที่ชั้นลอยอีกด้วย โดยจะมีบันไดทางขึ้นเป็นแบบ Direct Flight พร้อมราวมือจับ ป้องกันเวลาเดินขึ้น-ลงนะคะ

    โดยโครงสร้างบันไดจะเป็นเหล็ก ปิดผิวด้วยไม้จริง โดยมีขนาดลูกตั้ง 20 ซม. ที่ชันนิดหน่อย แต่ได้ลูกนอนขนาด 27 ซม. ที่วางเท้าได้สบายๆเลย รวมถึงความกว้าง 90 ซม. ที่พอจะใช้งาน 2 คนได้อยู่นะคะ

    ชั้นลอยเป็นห้องนอนใหญ่ ที่วางเตียง 5 ฟุตได้ โดยมีพื้นที่เหลือวางโต๊ะหัวเตียง 2 ข้างได้สบายๆ ซึ่งตรงนี้มีความสูง 2 เมตร เป็นระยะที่เดินใช้งานได้สบาย

    หลังจากวางเฟอร์นิเจอร์แล้ว ปลายเตียงมีพื้นที่เหลือประมาณ 53 ซม. โดยหลังจากติดตั้งทีวีแล้วก็ยังเดินใช้งานได้สะดวกอยู่ / ฐานเตียงจะเหมือนกับห้องที่แล้วเลย

    พื้นที่ด้านข้างเตียงริมบันไดมีพื้นที่ประมาณ 68 ซม. ส่วนฝั่งชิดในถ้าไม่มีเฟอร์นิเจอร์จะมีพื้นที่ประมาณ 91 ซม. ซึ่งมีพื้นที่เหลือใช้งานสบายๆ

    ชั้นลอยจะมีราวกันตกมาให้แบบนี้ ข้อดีคือภายในห้องไม่อึดอัด แต่ต้องแลกกับความเป็นส่วนตัว รวมถึงแอร์จะกระจายไปจุดอื่นๆ ทำให้เปลืองค่าไฟอีกด้วย / จากชั้นลอย เราจะมองเห็นพื้นที่ Common ชั้นล่างได้

    ตรงนี้โครงการได้จัดให้เป็นพื้นที่ Walk in Closet ขนาด 1.45 x 1 ม. ซึ่งถ้าเปลี่ยนตู้ให้หันด้านข้างแทน จะได้ตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่มากขึ้นนะคะ

    ภายในแบ่งสัดส่วนชัดเจน ทำให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น

    ฝ้าเพดานฉาบเรียบทาสีขาว พร้อมไฟ LED Downlight + ลำโพงภายในห้อง 1 จุด

    มาดูกันห้องสุดท้ายขนาด 1 Bedroom ขนาด 27.98 ตร.ม. ซึ่งจะเป็นทรงจตุรัส ภายในห้องแบ่งเป็นสัดส่วนชัดเจน มีประตูกั้นทั้งหมด เข้าจะเป็นพื้นที่ Common ยาวจนถึงระเบียงเลย โดยห้องนี้ได้เป็นห้องครัวปิดนะคะ เหมาะสำหรับคนชอบทำอาหารจริงจัง รวมถึง Living Area ติดกับระเบียงทำให้มองเห็นวิวได้เต็มที่ ไม่มีฟังก์ชันอื่นมาคั้นกลาง นอกจากนี้จุดที่ชอบเลยคือ ห้องนอนใหญ่ที่ได้ Bay Window สามารถนอนดูวิวได้ ส่วนห้องน้ำจะอยู่ภายในห้องนอน ซึ่งถ้าอยู่อาศัยเองก็ใช้งานได้สะดวกดี แต่ถ้าเวลามีแขกมาบ้าน จะต้องเดินผ่านพื้นที่ห้องนอนก่อนนะคะ

    เข้ามาภายในห้องนี้จะเจอกับห้องครัวปิดก่อน ซึ่งตรงนี้มีกระจกบานเลื่อนมาให้เรียบร้อย รวมถึงฝั่งขวามือยังได้ตู้วางรองเท้าอีกด้วย

    อย่างที่บอกบริเวณ Living Area จะติดกับพื้นที่ระเบียง ทำให้มองเห็นวิว และรับแสงได้เต็มที่เลย

    เข้ามาที่ห้องนอนจะสามารถวางเตียง 5 ฟุตได้กำลังดี

    สำหรับหน้าต่างบริเวณนี้จะได้ Bay Window ที่สามารถนอนดูวิวได้แบบชิลล์ๆเลย

    ภายในห้องน้ำแบ่งส่วนเปียกส่วนแห้งชัดเจน ส่วนสุขภัณฑ์เหมือนกับห้องที่แล้วเลย

    **รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

    ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 5 july 2019

    • เรามีช่วงราคาของแต่ละ Type มาให้ดูกันค่ะ ซึ่งรายละเอียดแต่ละห้อง สามารถสอบถามทางโครงการได้เลยนะคะ
    • Unit Type

    • Studio 24.53-27.93 ตร.ม. ราคา 3.21-3.94 ล้านบาท
    • 1 Bedroom 25.14-29.81 ตร.ม. ราคา 2.99-3.74 ล้านบาท
    • 1 Bedroom Exclusive 27.98-33.73 ราคา 3.49-4.84 ล้านบาท
    • 1 Bedroom Plus 33.78-64.80 ตร.ม. ราคา 4.53-9.70 ล้านบาท
    • 1 Bedroom Extra 45.34-56.57 ราคา 6.39-9.47 ล้านบาท
    • 2 Bedrooms 67.14-100.38 ตร.ม. ราคา 11.62-27.03 ล้านบาท

  • Vertical Sutie ( 11th , 12th , 12Ath และ 22th )
    • 1 Bedroom 36.96-38.27 ตร.ม. ราคา 3.93-4.98 ล้านบาท
    • 1 Bedroom Extra 42.30-43.24ตร.ม. ราคา 4.65-5.86 ล้านบาท
    • 1 Bedroom Plus 47.13-65.74 ตร.ม. ราคา 5.55-9.52 ล้านบาท
    • 2 Bedrooms 68.63-77.27 ตร.ม. ราคา 8.31-11.04 ล้านบาท

    • Fully Furnished
    • ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน 2.60 เมตร
    • Kitchen & Sink / ท๊อปหินสังเคราะห์
    • Hob & Hood / ของยี่ห้อง MEX
    • จอง 30,000-50,000 บาท
    • ทำสัญญา 30,000-200,000 บาท
    • ผ่อนดาวน์บอลลูน 4 งวด (งวดที่ 3,5,8,11) 30,000-100,000 บาท
    • ผ่อนดาวน์งวดปกติ 20 งวด 10,900-19,900 บาท
    • ค่ากองทุน 500 บาท/ตร.ม. ชำรำครั้งเดียว
    • ค่าส่วนกลาง 70 บาท/ตร.ม./เดือน เก็บล่วงหน้า 1 ปี

    **ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ


    เจาะลึกรวบยอด

    ทำเล : ที่ตั้งโครงการตั้งอยู่บนถนนประชาราษฎ์สาย 1 ที่ห่างจาก MRT บางโพ เพียง 18 เมตร ที่กำลังจะเปิดใช้งานช่วงต้นปี 63 แล้วนะคะ แม้จะไม่ได้อยู่ติดแม่น้ำ แต่ก็ได้วิวแม่น้ำเจ้าพระยาเต็มๆเลย > < ส่วนบางโพ ถือว่าเป็นย่านชุมชนเก่า จะโด่งดังเรื่องการค้าไม้ มีตลาดและร้านอาหารขึ้นชื่ออยู่ค่อนข้างมาก ทั้งบางโพเอง หรือจะเป็นเตาปูนที่อยู่ห่างไปเพียง 1 สถานี ปัจจุบันมี Gateway บางซื่อมาเปิดใหม่ มีทั้งร้านอาหาร โรงหนัง กินข้าว Shopping ได้เต็มที่ ที่ห่างจากโครงการเพียง 250 เมตร เป็นระยะที่เดินชิลล์ๆเลย

    การเดินทางโดยใช้รถ : ถือว่าเดินทางสะดวก โครงการติดถนนประชาราษรฎร์ สาย 1 สามารถไปเชื่อมต่อถนนสายหลักอื่นๆได้หลายเส้น รวมถึงเดินทางไปขึ้นทางด่วนศรีรัช-วงแหวนรอบนอกก็สะดวก ซึ่งเป็นเส้นที่วิ่งไปบรรจบกับทางด่วนศรีรัชในเมืองได้ ซึ่งในช่วงเวลาเร่งด่วน ก็เป็นอีกตัวเลือกที่สามารถประหยัดเวลาได้ดีทีเดียว ส่วนที่จอดรถที่ให้มาทั้งหมด 56% ถือว่าให้มาไม่มากเท่าไหร่

    การเดินทางโดยไม่ใช้รถ : โครงการห่าง MRT บางโพ 18 เมตร ที่เดินขึ้นสถานีใช้งานได้เลย ที่กำลังจะเปิดใช้งานช่วงต้นปี 63 แล้วนะคะ โดยเส้นนี้จะเป็นรถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย ที่เชื่อมกับ MRT สายเดิม ที่เข้าเมืองไปยังจตุจักร รัชดา อโศก สีลม สามย่านได้สะดวกแบบที่ไม่ต้อง Interchange เลย นอกจากนี้นั่งไป 1 สถานีไปยังสถานีเตาปูนก็จะเป็นสถานีที่เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีม่วง ใช้เดินทางไปยังโซนนนทบุรีได้อีกด้วย ส่วนการเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชนอื่นๆก็สะดวกทีเดียว เพราะติดกับถนนใหญ่ รวมถึงยังมีท่าเรือบางโพให้ใช้งานอีกด้วย

    การออกแบบอาคาร : ลักษณะอาคารเป็นตึกสี่เหลี่ยมที่สูง โดยออกแบบมาในสไตล์ Contemporary Classic ที่เน้นความเรียบง่าย โดยใช้โทนสีขาวตัดกับเส้นสีดำ ที่ยังคงความ Modern ได้อยู่ รวมถึงตัวแปลนที่ถูกออกแบบให้มี Core lift ตรงกลาง ทำให้ตัวห้องผลักออกไปด้านนอกทั้วหมด ข้อดีคือโถงทางเดินเป็นแบบ Single Corridor ข้อดีคือไม่ต้องออกมาจ๊ะเอ๋กับเพื่อนบ้าน / เกือบทุกห้องได้วิวแม่น้ำเจ้าพระยา ส่วนห้องที่เป็น City View ก็ยังได้วิวโล่งอยู่ ไม่มีโครงการในระยะประชิด / อัตราส่วนลิฟต์ 118 : 1 ที่ค่อนข้างสูงไปหน่อย

    การออกแบบห้อง : โครงการมีห้องให้เลือกค่อนข้างหลากหลาย ซึ่งจัดห้องออกมาได้ดีเลย โดยเฉพาะห้อง 1 Bedroom Plus 33.78 ตร.ม. ที่สามารถแบ่งห้องเป็นสัดส่วนชัดเจน ชอบตรงที่ห้องน้ำออกได้ 2 ทาง ทำให้มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น รวมถึงยังได้ Bay Window ที่ห้องอเนกประสงค์อีกด้วย แต่เสียดายนิดนึงที่ได้เป็นครัวเปิด ไม่เน้นทำอาหารจริงจังได้ แต่ก็ได้ความต่อเนื่องของพื้นที่ใช้งานดีค่ะ

    ส่วนห้องแบบ Loft ที่ยังไม่เห็นในทำเลนี้เลย โดยจะได้ฝ้าเพดานสูงถึง 4.5 เมตร ที่ได้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้านหลังหนึ่งที่อยู่บนตึกสูง เหมาะกับคนกระเป๋าหนักที่อยากได้ห้องวิวดีๆ ฟังก์ชันครบ พร้อมหน้าต่างรอบห้อง ซึ่งถ้าได้หน้าต่างสูงตั้งแต่พื้นถึงฝ้าเลย จะทำให้ภายในโล่งมากกว่านี้ แต่ก็ทดแทนมาด้วย Bay Window ที่บริเวณ Living Area และห้องอเนกประสงค์ ที่เป็นการเปิดมุมมองวิวให้กว้างมากขึ้น ส่วนห้องนี้เป็นครัวเปิด + ห้องน้ำ ที่ชั้นล่าง อาจจะไม่สะดวกเวลาเดินใช้งาน

    วัสดุ : ให้มาตามมาตรฐานสำหรับราคาระดับนี้ ขายเป็นแบบ Fully Furnished พร้อมแอร์ทุกห้อง มีทั้งเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวและ Built-in ที่ออกแบบมาพอดีกับพื้นที่ห้องเลย / พื้นห้องเป็น Smart Vinyl ลายไม้ปูแบบก้างปลา ทำให้ห้องดูหรูมากขึ้น / ส่วนระเบียงและห้องน้ำปูด้วยกระเบื้องเซรามิกตามห้องตัวอย่างเลย / สุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำได้ยี่ห้อ Kohler โดยได้ฝักบัวทั้งแบบ Rain และ Hand Shower แต่โถสุขภัณฑ์เป็นของ TOTO นะคะ รวมถึงยังได้ Digital Door Lock, Bluetooth Sound System และ Thermostat เป็นมาตรฐานทุกห้องด้วย

    สาธารณูปโภค : เป็นจุดชูโรงของโครงการเลย โดยยก Facilities ทั้งหมดไปไว้ด้านบน โดยเริ่มที่ชั้น 25, 26 และ Roof Top ข้อดีคือแม้เราจะไม่ได้อยู่ห้องชั้นบนๆ แต่เราก็ยังสามารถเห็นวิวมุมสูงของโครงการได้อยู่ โดยพื้นที่ตรงนี้จะได้วิวแบบ Panoramic (360อาศา) เลยนะคะ เริ่มจากชั้น 25 จะมีสระว่ายน้ำรูปตัว U ขนาดใหญ่พร้อมพื้นที่นั่งชมวิวรอบทิศทาง + Sky Fitness ที่วิ่งไปดูวิวไปได้ด้วย / ถัดมาที่ชั้น 26 เป็นฟังก์ชันทั้งหมดที่ให้มาหลากหลายการใช้งาน ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ได้ดี / Rooftop ได้พื้นเป็นหญ้าทั้งหมด พร้อมที่นั่งเล่นมาให้ชมวิว เรียกได้ว่าจัดเต็มทีเดียว ถ้าเทียบกับโครงการในละแวกนี้


    Judgement

    การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

    ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

    เทียบกับช่วงราคาเฉลี่ยแบบทั้งโครงการ AVG 130,000 บาท/ตร.ม., 5 July 2019

    • ทำเล 8/10 –  ติดถนนใหญ่ประชาราษฏร์สาย 1 ย่านชุมชนอยู่อาศัย ความอุดมสมบูรณ์ระยะเดินทั้งตลาดบางโพ และ Gateway บางซื่อ
    • เดินทางด้วยรถ 7.5/10 – เข้า-ออกได้หลายเส้นทาง เดินทางสะดวก แต่การจราจรค่อนข้างติดขัดเล็กน้อย
    • ไม่ใช้รถ 8.25/10 – ห่างจาก MRTบางโพ 18 เมตร ติดถนนเรียกรถสาธารณะง่าย
    • วัสดุ 8.25/10 – ขายแบบ Fully Furnished ได้เหมือนห้องตัวอย่างยกเว้น ของตกแต่งและเครื่องใช้ไฟฟ้า
    • แบบ 8.25/10 – โครงการมีห้องหลากหลายแบบ โดยเพิ่มห้อง Loft มาให้ด้วย ซึ่งยังไม่เห็นในละแวกนี้เลยนะ
    • สาธารณูปโภค 8/10 – ส่วนกลางจัดเต็มที่ชั้นบน โดยถ้าเทียบกับยูนิต ก็ให้มาเยอะทีเดียว แต่ต้องแลกกับค่าส่วนกลางที่สูงเล็กน้อย

    • HIGH CLASS
    • 8.02 / 10.00

    BOTTOM LINE

    Modiz Collection บางโพ เหมาะกับคนที่มองหาคอนโดเน้นวิวแม่น้ำย่านบางโพ ที่ติดถนนใหญ่ อุดมสมบูรน์หาของกินง่าย ใกล้รถไฟฟ้า เดินทางได้สะดวก เน้นความเป็นส่วนตัวสูง ยูนิตไม่เยอะ ชอบใช้ Facilities ที่หลากหลาย ได้วิวแม่น้ำ โดยมีห้องหลายหลายรูปแบบ Studio – 2 Bedroom พร้อมห้องเพดานสูงให้เลือก ภายในจัดพื้นที่ห้องลงตัว มีงบประมาณเริ่มต้นที่ 2.99 – 18 ล้านบาท หรือมีกำลังผ่อนประมาณ 19,000 – 120,000 บาทต่อเดือน


    ติดตามพวกเราได้ที่
    Website : www.thinkofliving.com
    Twitter : www.twitter.com/thinkofliving
    YouTube : www.youtube.com/ThinkofLiving
    Instagram : www.instagram.com/thinkofliving
    Facebook : ThinkofLiving