รีวิวฉบับที่ 276 เป็นภาคต่อจากรีวิวโครงการ The Ritz-Carlton Residences, Bangkok นะครับ รอบนี้เราจะมาดูยูนิตที่เห็นในภาพข้างบนกัน เป็น Sky Residences ที่ออกแบบห้องเหมือนว่า “ลอย” อยู่บนฟ้า เปิดมุมมองกว้าง 270 องศา กับยูนิต Simplex 430 ตารางเมตรครับ

Fact @ 22 November 2012

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วครับ

Sky Residence Walkthrough

หากใครยังไม่ได้อ่านรีวิวของ The Ritz-Carlton Residences, Bangkok ตอนที่ 1 สามารถคลิ๊กไปอ่านได้ที่นี่นะครับ แนะนำว่าควรดูรีวิวแรกก่อน แล้วค่อยมาดู Sky Residence จะดีกว่า

โถงลิฟท์บริเวณห้องตัวอย่างนะครับ กรุด้วยไม้จริงทำสี เว้นเข้าไปเป็นช่องลึก ขนาดความกว้างเพียงพอให้รถเข็นวิ่งเข้าออกได้สบายๆ

Simplex Sky Residence เป็นคอนโดมิเนียมแต่งแบบ Contemporary Classic ขนาดพื้นที่ใช้สอย 430 ตารางเมตร

ลายไม้เนื้อแข็ง ประตูสูงมาก

เลขห้องเป็นแบบนี้

ก้านจับคลาสสิก ด้ามไม้หุ้มมือจับ

พอเดินเข้าไปจะเจอโถงแบบนี้ก่อน โชว์ลายวงกลมที่พื้น โคมไฟ และประตูโค้ง เพิ่มความแกรนด์

พื้นเป็นลายหินอ่อนนำเข้า เรามาดูประตูข้างกันก่อนที่จะเดินไปยังโถง

ห้องนี้เป็นห้องของเมดครับ เพื่อให้แขกและเจ้าบ้านมีความเป็นส่วนตัวที่สุด ห้องนี้จึงเหมือนเป็นทางลัดเพื่อให้เตรียมรับรองแขกได้โดยไม่ต้องผ่านห้องใหญ่ไปครับ

พื้นเป็นพื้นกระเบื้องเซรามิค ผนังทาสีฉาบเรียบไม่มีอะไรมาก

หน้าบานที่ใช้ตกแต่งที่เห็นแต่ละบานเป็นไม้ทำสี ทริมขอบ Stainless Steel

นี่เป็นโถงรับรอง ห้องทรงกระบอก เชื่อมด้วยประตูเลื่อน

โคมไฟที่ออกแบบมาเฉพาะ ฝ้าเล่นระดับมีแสงไฟส่องเป็นรูปวงแหวน

เปิดประตูที่ทำจากหนังปลากระเบนเข้าไป เจอห้องทำงานก่อนเลย

ห้องทำงานจัดวาง Space ได้กว้างมาก เทียบเท่ากับห้องนอนใหญ่ 1 ห้อง

วางเฟอร์นิเจอร์หลวมๆ มีโต๊ะทำงานตัวใหญ่ โซฟาสำหรับดูทีวีหรือรับแขก และ Armchair สำหรับอ่านหนังสือ

ให้ดูเฟอร์นิเจอร์และ Space ห้องโดยรวม

พื้นของที่นี่เป็นไม้จริง Solid Oak เรียงเหมือนกับห้อง 2 Bedrooms แต่จะทำสีอ่อนลง ซึ่งความเห็นส่วนตัว ผมชอบสีอ่อนมากกว่า

ผนังเป็นหนังปลากระเบนทำสี ตัดเป็นสี่เหลี่ยม มือจับเป็นโลหะทุบให้เกิดพื้นผิวแบบนี้

โต๊ะทำงานด้านบนปิดด้วยไม้ มือจับเก๊ะทั้งหลายเป็นหนังแท้ เก้าอี้หนังแท้ หมุนได้

รางม่าน

ขอบฝ้าตัดเฉียงๆประมาณ 60 องศา เห็นขอบไฟเป็นเส้นสวยงาม

แอร์ซ่อนอยู่ด้านใน เป็นระบบ VRV

โคมไฟติดด้านบน ห้อยลงมาเพื่อส่องตู้

เวลานั่งทำงาน ปิดประตู ก็จะได้บรรยากาศคลาสสิกๆ แบบนี้

เราเดินจากห้องทำงานออกมาบ้าง ไปทางขวาซึ่งเป็น Living Quarter

ตามพื้นทางเดินระหว่างห้องก็จะมีไฟส่องทางติดอยู่แบบนี้ เดินได้ในเวลากลางคืน

ปลั๊กของ Clipsal แบบ Universal

โคมไฟด้านข้าง มีแท่งปริซึมอยู่ตรงกลาง สวยงามดี

เปิดประตูเข้าไปยังห้องนั่งเล่น

ตามผนังที่เป็นทางตันต่างๆจะทำกรอบรูป ประดับภาพตลอดทาง

ด้านข้างเปิดเข้าไปจะเป็นห้องน้ำแขก แต่งสวยมาก Wallpaper ทำเป็นรูปผีเสื้อและต้นไม้ เกิดจากการใช้ด้ายปักลงไป ไม่ใช่ลายพิมพ์นะครับ

อ่างล้างมือ ก๊อกของ LB

ผสมน้ำร้อนเย็น ฝังงานระบบอยู่ในผนัง

ขาและที่วางของใต้ซิงก์

ที่ใส่กระดาษทิชชู่

โถสุขภัณฑ์แบบฝังตู้ไว้ในผนัง

ตรงนี้เท่มากๆ เอาโคมไฟแทนดอกไม้ จัดแสงให้เปล่งออกมา

ลวดลายต่างๆติดสูงขึ้นไปถึงเพดาน เหมือนมีใบไม้ห้อยลงมาจากด้านบน

โอเค ออกจากห้องน้ำ มาดูภาพกว้างๆของห้องนั่งเล่นที่นั่งได้ 3 Party

ลายหินอ่อน พื้นไม้แท้ และพรม

ระบบควบคุมไฟของ Clipsal

มือจับประตูที่ผลักเข้าห้องนั่งเล่น เป็นบานสวิงคู่ มือจับแบบนี้

ไฟเป็นระบบ Dimming คือเร่งขึ้นหรือหรี่ลงได้ ไม่ใช่แค่ปิดและเปิด

มุมแรก แต่งด้วยสีฟ้าและเหลือง เน้นไปที่พื้นลาย Custom Made, ผ้าม่านทอมือจาก Pasaya และรูปภาพด้านหลังที่เข้ากันได้ดีกับโซฟาและเก้าอี้

ตู้ประดับสองข้างก็ยังออกแบบมาได้เข้ากัน เป็น Theme สีเดียวกัน

โซฟาสีน้ำเงิน ขาสีทอง

ชิ้นนี้ก็สวย เป็นโต๊ะหินอ่อนที่มีขาเท่ๆ เอาไว้วางโคมไฟหลังโซฟา

ลวดลายผ้าม่านที่ทำมาเพื่อห้องนี้เท่านั้น

ตรงนี้เป็น Party ที่ 2 สามารถนั่งคุยกันได้ตรงกลางห้อง ด้านขวามี “เตาผิงจำลอง” ทำออกมาให้มีบรรยากาศคล้ายๆ บ้านในประเทศเมืองหนาว

โต๊ะตัวนี้ขาเด่นมาก

ทำจากไม้ไผ่

ที่นั่งรอบเตาผิง

กรุด้วยหินอ่อน ข้างในใส่ฟืนประดับเอาไว้ ไม่มีงานระบบนำความร้อนนะครับ (กรุงเทพไม่ต้องใช้แน่ๆ)

สุดท้าย Party ที่ 3 เป็นชุด Grand Sofa นั่งข้างสวน

ด้านหลังเป็นระเบียงเดินออกไปได้

ผ้าที่ทำโซฟาตัวนี้สวยมาก ลองจับดูแล้วก็นิ่มจริงๆ

โต๊ะ 3 ขา

โต๊ะกลางทำด้วยหนังปลากระเบน

โซฟายาวสีน้ำเงิน

โต๊ะข้างเป็นหินอ่อน

ตัวนี้เก๋ เป็นโต๊ะที่แยกส่วนได้

ใครอยากจะแยกเอาไปใส่เครื่องดื่มส่วนตัวก็ได้เต็มที่

ให้ดูลายหมอนนะครับ

มองกลับไปต้นห้อง

โอเค ทีนี้เรามาถึงมุมโปรดของโครงการนี้กันแล้ว

The Pixels ด้านซ้าย ที่เปิดบานเลื่อนออกมาเป็นห้องอาหาร

หน้าตาของห้องใน The Pixels

พื้นและพรมสีเข้ากันกับบานหน้าต่าง

บานเลื่อนแต่ละบาน จะเห็นว่าลวดลายไม่ใช่เกิดจากการทาสี แต่เป็นการใช้เส้นด้ายสองสีปักไล่สีลงไป

โต๊ะและเก้าอี้

นั่งรับประทานอาหารได้ 8 คน สบายๆ ไม่มีเบียด

พอเปิดช่องที่ The Pixels ออก ให้เห็นวิวภายนอก

เราก็จะได้ห้องแบบนี้ ต้องจินตนาการว่าห้องนี้อยู่ประมาณชั้น 50 …

ได้วิว 270 องศา ตอนทานข้าวเหมือนลอยอยู่บนฟ้า

ให้ดูงานกรอบกระจก เป็นระดับเดียวกับพื้น กระจกบานใหญ่จากพื้นไปจรดเพดาน

ซูมที่ไม้พื้นชัดๆ

เราเดินไปดูอีกข้างกันบ้าง ตรงนี้เป็นส่วนของระเบียงซึ่งจัดเป็นสวนและพื้นที่ให้นั่งคุยกันได้ Outdoor

โดยระเบียงแบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนของโต๊ะกลมเอาไว้นั่งดื่มกาแฟกินของว่างได้ หรือรับประทานอาหาร Outdoor เพราะเป็นส่วนที่เชื่อมอยู่กับครัว มีโต๊ะตั้งของว่างเรียบร้อย

พื้นที่เห็นปูเป็นหญ้าเทียมกับไม้จริง

ให้ดูงาน Fitting และวงกบ

สวยครับ

ถัดมาเรามาดูห้องครัวกันบ้าง

ห้องครัวจัดได้หรูหรามาก มีส่วนที่เป็น Counter Bar และ มุมสำหรับนั่ง 4 คน พื้นปูด้วยหินอ่อนทั้งหมด

มีโซฟาอีกตัว ต่อเชื่อมกับพื้นที่รับประทานอาหารด้านนอกบริเวณระเบียง

โต๊ะตัวนี้เลื่อนออกมาได้แบบนี้ เอาไว้วางเครื่องดื่มหรือของกินเล็กๆน้อยๆ

บริเวณโซฟาจะเชื่อมกับ Outdoor Dining Space แบบนี้

เรามาดู Island Counter ส่วนที่เป็น Bar/Pantry กันบ้าง

หลอดไฟแท่งปริซึม

Counter เกิดจากการเอาหินอ่อนสองชนิดสีดำและขาวประกอบเข้าด้วยกัน

เก้าอี้ Bar หมุนได้

อุปกรณ์พวกนี้ของ poggen pohl เวลาดึงออกมาเป็นถังขยะจัดเก็บได้แบบนี้

ซิงก์ของ Franke

ก๊อกผสม หัวก๊อกสวยงามแบบคลาสสิก

ตู้แช่ไวน์แบบปรับอุณหภูมิได้

เตาไฟฟ้าของ GAGGENAU

ชุดครัว poggen pohl

หน้าบานและมือจับ

เล่นสีด้วยลายหิน ขาวลายดำและดำลายขาว ตัดกันให้มี Contrast

เครื่องดูดควันติดตั้งพร้อมไฟใต้หิน

บานนี้คือ …

ตู้เย็นนะครับ ด้านบนมีช่องเก็บของแห้งอีก 4 ชุด เหนือตู้เย็น

ของ GAGGENAU

วอลล์เปเปอร์และมุมทานข้าวเล็กๆ

ลายเกิดจากการเซาะร่องไม้ลงไปแล้วทาสีขาว

เก้าอี้สวยงาม

มาดูเครื่องใช้ไฟฟ้ากันต่อ

เตาไมโครเวฟด้านบน เตาอบด้านล่าง

มีแอร์อยู่ด้วยนะเนี่ย

ทางเชื่อมไปโถงหน้าห้อง เปรียบเสมือนประตูหลังบ้าน เป็นทางเข้าออกที่สอง

เปิดออกไปแล้วจะเจอส่วน Service

มีซิงก์ล้างจานแยกไว้

เครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้า Counter ด้านบนยังใช้หินอ่อน

ตามธรณีก็เป็นหินอ่อน

ประตูส่วนใหญ่ของโครงการนี้จะเป็นบานเลื่อนทั้งหมด

เลื่อนได้สุดเลย แล้วถ้าจะดึงประตูออกมาก็ทำแบบนี้

นี่ครับ เชื่อมกับด้านนอก

มีห้องน้ำแม่บ้าน แม่ครัว ใช้ทางนี้

ในห้องครัวก็ปรับไฟแบบ Automate Setting ได้ เป็นแบบ Wireless ดึงออกมาได้ด้วย

เดินกลับมาที่โถงกลางอีกครั้ง คราวนี้เราจะไปที่ Bedroom Quarter ฝั่งตรงข้ามกับ Living Quarter

มีกระจกกลมบานใหญ่ประดับไว้ตรงกลาง

เดินเข้ามาที่ห้องนอนใหญ่ Master Bedroom จะเจอพื้นที่คล้ายๆโถงส่วนตัวแบบนี้ เปิดได้สามด้าน เราจะไปดูกันทีละด้านนะครับ

ด้านซ้ายก่อนเลย เป็น Master Dressing Room

กระจกเต็มตัวแบบปรับมุมได้

ไฟฟ้าในห้องนี้จะติดเอง เพราะมีเซนเซอร์ตัวนี้จับที่ประตู ใครเดินเข้าแต่งตัวห้องมือเปียกๆก็ไม่ต้องกดสวิทช์

ชุด Closet ทั้งหมดของ Poliform

Armchair 2 ตัว จับหันได้หลายมุม นั่งแต่งได้ตามต้องการ

คราวนี้เราจะมีดูฝั่งตรงข้ามกันบ้าง เปิดประตูเลื่อนแง้มเข้าไปแบบนี้

เราก็จะเจอห้องน้ำ Master Bedroom ขนาดใหญ่ประมาณเท่าคอนโดทั่วไปแบบ Studio 1 Unit

ชิ้นนี้เป็นชิ้นที่โดดเด่นที่สุด อ่างน้ำตรงกลาง

มีม้านั่ง จัดฟังก์ชั่นโค้งไปตามอ่าง

หินสีดำด้านล่างเป็นหินอ่อนจัดเรียงกันเป็นชิ้นเล็กๆ เพื่อกันลื่น

อีกฝั่งหนึ่งก็จะมีชั้นวางของแบบนี้ และที่รองคอของอ่างอาบน้ำ ในชามนั่นเป็นเกลือ Dead Sea นะครับ

ก๊อกและฝักบัว

มุมของซิงก์

ตรงนี้เป็น Counter ไว้เก็บของใช้ในห้องน้ำ

ก๊อกและอ่างล้างมือของ LB

โคมไฟสวยมาก เป็นไฟซ่อนไว้ในวัสดุโปร่งใสคล้ายๆคริสตัล

กระจกตรงกลางปรับหมุนได้

เก๊ะเก็บของและผ้าเช็ดตัว

มีปลั๊กไฟให้เรียบร้อย

ให้ดูลายพื้นหินอ่อนทั้งหลาย

ห้องนี้ … สุขา

มือจับสีทอง ประตูกระจก Tempered Glass

ที่วางทิชชู่

มาดูฝักบัวกันบ้าง แบบ Rain และ Hand Shower

ซูมดูลายหินชัดๆนะครับ ที่ตัดมาเรียงทีละชิ้น

ฝักบัวของ LB คลาสสิกดูหรูๆ

Rain Shower

ไฟซ่อนด้านหลัง

ขอบประตูห้องอาบน้ำทำด้วยหินอ่อน

จุดวางเครื่องอาบน้ำก็ปูด้วยหินอ่อนเช่นกัน

ห้องอาบน้ำติดหน้าต่างบานใหญ่ ถ้าขึ้นไปอยู่ชั้น 60 ก็คงจะเห็นวิวสวยมากๆเลย

ประตูนี้เข้าไปยังห้องนอนใหญ่ครับ

ภายในห้องนอนใหญ่จัดพื้นที่เหมือนเป็นห้อง Suite คือรวมเอามุมนั่งเล่นไว้ในห้องนอนด้วย

มุมนั่งเล่นสามารถวางชุดโซฟาได้ 5 ที่นั่งแบบนี้

เตียงวางอีกฝั่งหนึ่ง

มุมโซฟาสำหรับดูทีวี

แสงไฟจากโคมไฟสองข้างทำออกมาได้สวยมาก

โต๊ะเป็นเนื้อหินสีเขียวอ่อน เข้ากับห้องที่ตกแต่งในโทน เขียว-ขาว

โต๊ะเครื่องแป้งแบบคลาสสิก

มุมโซฟาสำหรับนอนอ่านหนังสือ สีเขียวเข้ม

โต๊ะตัวนี้ทำจากหนังปลากระเบน

เวลาเปิดหน้าต่างมองวิวออกไปจะได้วิวเข้ามุมแบบนี้ โปร่งโล่ง

หัวเตียงมีสวิทช์ไฟสำหรับคุมทั้งห้อง เอื้อมมือไปกดได้

เรามาดูห้องนอน 2 กันบ้าง

ห้องนี้แต่งด้วยสีโทนม่วง

ห้อง Walk-in Closet ลดระดับจากห้องนอนใหญ่ลงมา

มีระบบเซนเซอร์เปิดไฟเช่นเดิม

ห้องน้ำในห้องนอน 2 ทำออกมาคล้ายๆกับห้องนอนใหญ่ แต่ย่อส่วน

สีที่ประดับจากโทนสีทอง เปลี่ยนเป็นสีเงิน ซึ่งจะดูทันสมัยไปอีกแบบ

ซิงก์แยกชาย-หญิง เป็นแบบ His & Her

ตู้เก็บของเหนือซิงก์

ด้านในมีเต้าเสียบปลั๊กเรียบร้อย

เก๊ะด้านล่างดึงออกมาได้

Space ของห้องน้ำ กว้าง และใช้งานได้สบาย

อ่างอาบน้ำและก๊อกขาตั้งด้านนอก

ช่องแอร์ในห้องน้ำ

ห้องสุขา

พื้นห้องอาบน้ำ

ห้องอาบน้ำนี้ปูกระเบื้องขึ้นไปถึงเพดานด้วย กันน้ำกระเด็นไปโดนฝ้า

ก๊อกใช้ดีไซน์เดียวกันกับ Master Bedroom แต่เป็นสีเงิน

ห้องนอนสองแต่งเรียบๆ โทนสีม่วง มีชุดโซฟาสองตัวเอาไว้ดูทีวี มี Stool สองตัว ลากมาวางเท้า ต่อเป็นชุดเดียวกันกันโซฟาได้

ห้องนอนและการเล่นแนวแสงไฟ

โต๊ะข้างที่มีประโยชน์ใช้สอยครบถ้วน

ระยะดูทีวี จอใหญ่เท่านี้พอแล้ว ไม่ควรใหญ่ไปกว่านี้

Armchair ทั้งสองตัวนี้หมุนได้รอบทิศ

เราจบการรีวิวของห้อง Sky Residence กันเท่านี้นะครับ

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 25/11/2012

  • ห้องขนาด 430 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 120 ล้านบาท (แต่ละห้องจะ Layout แทบไม่เหมือนกัน เพราะอาคารถูกออกแบบมาให้ยืดหดต่างกันทุกชั้นเป็นแบบ Pixels)
  • สัญญาเช่า 30 ปี ต่ออายุได้ถึง 99 ปี มีค่าใช้จ่ายเพิ่มตอนหมดสัญญา

  • Fully Fitted
  • ตู้เสื้อผ้า Poliform สั่งทำ Custom Made
  • ครัว Poggen Pohl พร้อมเครื่องใช้ไฟฟ้า GAGGENAU, Siemens ครบชุด
  • ค่าส่วนกลาง 120 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน

เจาะลึกรวบยอด

เป็นอย่างไรครับกับห้องตัวอย่างของ The Ritz-Carlton Residences, Bangkok ดูแล้วหรูหราสมกับเป็นแบรนด์ที่สูงที่สุดของเชนโรงแรมชั้นนำระดับโลกอย่าง Marriott ซึ่งในโครงการ MahaNakhon ก็ยังมี Edition Hotel ซึ่งเป็นแบรนด์ระดับใกล้เคียงกับ Ritz-Carlton เอาไว้บริการแขกที่มาพักชั่วคราวด้วย ซึ่งสาธารณูปโภคและบริการจากทางโรงแรมจะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่อาศัยอยู่ที่ The Ritz-Carlton Residences, Bangkok นี้เช่นกัน โดยจะมีค่าบริการต่างๆกันไปตามแต่ละบริการที่ต้องการ

ถามว่าโพสรีวิวไป 2 ตอนแล้วจบหรือยังกับซีรี่ย์ของ The Ritz-Carlton Residences, Bangkok และโปรเจค MahaNakhon ? ก็ต้องตอบว่ายังนะครับ ตึกยังสร้างไม่เสร็จ เรายังไม่ได้ไปดูของจริงกันเลยจริงไหม? 🙂

ถ้าเห็นว่ารีวิวนี้มีประโยชน์ ช่วยกด LIKE ให้ผมหน่อยนะครับ จะได้มีกำลังใจทำรีวิวถัดๆไปครับ