รีวิวเจาะลึกชุดที่ 91 … เรามาดูโปรเจครุ่นพี่ของ HQ by Sansiri ที่กำลังจะเปิดจองกันดีกว่า ว่า Quattro by Sansiri นั้นสร้างมาตรฐานคุณภาพของคอนโดระดับ Super Luxury ไว้อย่างไร จนกระทั่ง HQ ที่เจริญรอยตามมาจึงมีกระแสแรงขนาดนี้

Fact @ 13 December 2011

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วครับ

เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

Quattro by Sansiri ตั้งอยู่ที่ทองหล่อซอย 4 ใกล้ๆกับ Market Place ลึกเข้าไปจากถนนใหญ่หน้าปากซอยประมาณ 630 เมตร (รวมเข้าซอยทองหล่อ 4) โดยที่เป็นทำเลค่อนข้าง Prime … หากวัดจากปากถนนใหญ่สุขุมวิทเข้ามาในซอยทองหล่อ (สุขุมวิท 55) ไม่นับพวกคอนโดที่อยู่ในซอยอื่นที่ไม่ใช่ซอย 55 (เช่นพวกเกือบทองหล่อ สุขุมวิท 38 หรือ 49 ) … Quattro ถือว่าเป็นคอนโดเปิดใหม่ที่ใกล้ถนนสุขุมวิทและรถไฟฟ้ามากที่สุด

หากมองจาก Google Map ก็จะได้หน้าตาแบบนี้ เส้นสีแดงๆคือการเดินจากปากซอย

การจราจรหน้าทองหล่อที่คับคั่งเป็นปกติ ไม่มีทางหนีทีไล่ ถ้าติดทีก็อ่วม แต่ถ้าเป็นคนพื้นที่จะทราบว่าเวลาไหนสมควรเดินทาง

ขับเข้ามาในซอยทองหล่อมองไปทางขวามือ

นี่เป็นซอยทองหล่อ 4 แล้ว เลี้ยวขวาเข้ามาเรียบร้อย

ทางเข้าจากด้านหลังของ Market Place อยู่ตรงข้ามตึกเลยก็ว่าได้ เดินไปหน่อยจากหน้าตึกก็ถึงแล้ว

วิวของ Quattro ฝั่งพระโขนงที่เซฟที่สุดและสวยที่สุด (ทิศตะวันออก) เพราะว่าต่อไปจะไม่มีใครมาบังแน่ๆ ซอยพวกนี้แคบไม่สามารถสร้าง High Rise ได้อยู่แล้ว กว่าจะเห็นตึกอีกทีก็พระโขนงเลย

ส่วนฝั่งทิศตะวันตกที่ติดกับถนนทองหล่อนั้นมี Vasu the Residence บังวิวอยู่แล้ว ก็ถือว่าโชคดีที่ช่วยบังร้อนไปด้วย

ทิศเหนือมองไปทาง Top Market Place และอนาคตจะติดวิวตึกของแสนสิริเอง ก็คือ HQ by Sansiri

ส่วนทิศใต้มองออกไปหน้าทองหล่อก็จะติดตึกสูงเป็นบางช่วงเหมือนกัน

เจาะลึกตัวสินค้า

Quattro by Sansiri เป็นสินค้าเกรด A ที่แสนสิริตั้งใจปั้นให้ดีที่สุดในปี 2011 ภาพนี้เป็นช่วงที่ตึก “ใกล้” จะเสร็จเต็มที่แล้ว ผมถ่ายช่วงเดือนธันวาคม 2011 นะครับ งานนิดหน่อยเล็กๆน้อยๆอาจจะยังไม่สมบูรณ์เต็มที่

 

 

ตึก A และตึก B มี Lobby แยกจากกัน สูง 28 และ 36 ชั้น

 

 

ในแต่ละตึกมีสระว่ายน้ำและสวนเป็นของตัวเอง เรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกก็จัดเต็มมาทุกอย่างเท่าที่จะมีได้ โครงการระดับนี้ก็ต้องแบบนี้อยู่แล้วละครับ

สิ่งที่สร้างความแตกต่างของ Quattro ให้กับตึกอื่นๆก็คือบริการพิเศษ (Extra Services) เป็นสิ่งที่ไม่มีทางจะมีได้ในคอนโดระดับทั่วๆไป ที่ไม่ใช่ Service Apartment หรือคอนโดมิเนียมที่ผูกไปกับเชนโรงแรมเช่น Sukhothai Residences ฯลฯ ก็คือพวกนี้

  • Valet Parking
  • London Cab
  • Service Butler
  • Maid

ตึก A นะครับจะมีสระว่ายน้ำอยู่ที่ชั้น 5 ส่วนอีกสระอยู่ในโซน Recreation ที่ชั้น Ground

ีนี่แหละครับ Vasu the Residence

Landscape หน้าโครงการทำได้สวยหรูครับ สมกับเป็นคอนโดเกรด Super Luxury

แค่จะเข้าตึกก็ต้องมี Access Card แล้ว โดยหน้าตึกมี Counter Valet Parking ให้ใช้บริการ

London Cab ที่นี่ ใช้บริการได้ฟรี 2 ครั้งต่อเดือน ในระยะทางที่กำหนด

อีกคันเป็น Cab แต่ไม่ใช่ London … เป็น Van ที่ใช้งานได้สะดวกไปอีกแบบ

ป้ายชี้ทาง Signage ต่างๆออกแบบได้ดูดี ตามทางเดินจะเจอ Sculpture / Art Object วางอยู่เป็นระยะๆ โดยด้านล่างมีทางเดินไป Pool และ Pavilion

สิ่งนี้เรียกว่า Ground Pool เป็นสระน้ำล้น จะเห็น Art Object รูปลูกโลกโดนหั่นวางอยู่ตามพื้น ไม่รู้มีความหมายว่าอย่างไรแต่ก็โอเคดูใช้ได้

ต่อมาเป็น Pavilion จุดที่ติดกับทิศตะวันออก ร่มรื่นครับ แดดที่เห็นเป็นช่วงบ่ายๆก็ร้อนไปนิดแต่มีเงาไม้บังได้พอสมควร

ซูมไปดูช่วงรอยต่อระหว่าง Pool และ Pavilion

มองกลับไปก็จะเป็นชั้นจอดรถ ซึ่งมีที่จอดรถแถวๆ 110%

ทางเดินต่างๆที่ Lead จาก Pool / Pavilion กลับไปยังส่วนพักอาศัยทำได้ดี เหมือนอยู่ในโรงแรม

เก็บภาพรวมอีกทีหนึ่ง

ในล็อบบี้มีจุดที่เป็นมุมอ่านหนังสือเล็กๆ

Counter ตามล็อบบี้ก็ไม่ใช่ว่าดีไซน์ทิ้งขว้าง

เก้าอี้หินตัวนี้กับการตกแต่งด้วยกรอบรูปทำให้ข้างในตึกหรูหราขึ้น แม้ว่าจะไม่ใช้เพดานแบบ Double Volumn ก็ตาม … แต่ผมแอบ Expect ว่าจะได้ Double Volumn นะ มันจะแกรนด์กว่านี้เยอะ

ขอโทษทีเบลอไปนิดนึง กล้อง iPhone 4 … ส่วนนี้เป็นโถงลิฟท์นะครับ

ห้องนี้ผมชอบมาก ลายตาโคตรๆ … Mail Box Room นั่นเอง

แต่คิดหรือว่าจะหาของตัวเองเจอ … ถ้าจำตำแหน่งไม่ได้ก็ลายตาแหงๆ

เรามาจุดพักผ่อน เป็นสวนชั้น 6 ของอาคาร B ออกแบบมาได้ร่มรื่น แต่แดดร้อนน่าดู ช่วงเย็นๆน่าจะโอเค

ห้องน้ำในส่วนพักผ่อน ทำออกมาได้ดี

ห้องสตีม

ฟิตเนสก็มีอุปกรณ์ครบครัน

ลู่วิ่ง

VDO Door Phone ที่เวลาเพื่อนเราจะเข้าตึกแล้วต้องกดขึ้นมาคุยกับเราที่ห้อง … พอเรากดว่าเปิดประตูได้ เพื่อนก็จะเข้าตึกมาหาเราได้ โดยที่ไม่ต้องลงไปเปิดประตูให้เพื่อนข้างล่างสุด

ชั้นห้องสมุด

ล็อบบี้อีกตึกหนึ่ง แต่งหน้าตาประมาณเดียวกัน

อันนี้เป็นจอ Information Center ที่เรียกใช้บริการ Service ต่างๆได้ โดยจะมีตั้งแต่ Butler, London Cab, แจ้งซ่อม, จองตั๋วเครื่องบินโน่นนี่

นี่เป็นรัศมีที่ London Cab จะวิ่งไปถึง ในรัศมีสีเขียวก็คือยังฟรีอยู่ (ถ้าจำไม่ผิดคือสุดที่ Siam Paragon)

หน้าจอนี้เอาไว้แจ้งซ่อม ลูกค้าสามารถ Access ได้จากจอส่วนกลางที่ Lobby หรือ Mobile / Website ได้

สระว่ายน้ำที่ตึก A ทำออกมาดูดีนะครับ ถ้าห้องอยู่ชั้น 6-7-8 มองลงมาสระว่ายน้ำ ก็ใช้ได้ แม้ว่าจะโดนตึก Vasu บังก็ไม่ค่อยซีเรียสเท่าไร แต่ถ้าสูงกว่านั้นก็อย่าดีกว่า โดนบังล้วนๆ

Product Walkthrough

หน้าห้องทำได้ดีเลยครับ ระแนงไม้, ออดไฟฟ้า, ตัวหนังสือเลขที่บ้านทำออกมาได้ดี

นี่เป็น Video Door Phone ตัวที่ผมบอกว่าเวลาเพื่อนมาหาแล้วมันจะดังขึ้นมาตรงนี้

เปิดใช้งานจริงๆให้ดูเลยดีกว่า

เคานท์เตอร์ครัว

เตา Siemens ทั้งเซ็ต แบบ Induction

Hood Siemens ฝังไฟ หน้าบาน High Gloss

ท๊อปหินแท้แบบมี Texture ซิงก์สองช่อง

ตู้เย็นซัมซุง

ห้องนี้เป็นหนึ่งใน 9 Masterpiece ที่ทางแสนสิริจัดแคมเปญไว้ เป็นห้องตกแต่งพร้อมอยู่ ราคาก็แถวๆ 2 แสนบาทต่อตารางเมตร

โต๊ะเก้าอี้รับประทานอาหาร หมดพื้นที่บนโต๊ะไป 90% ด้วย Prop … แล้วจะวางอาหารตรงไหนละครับ

ไฟฝังใต้ฝ้าให้ เพดานโปร่งสูง 3.0 เมตร แต่รุ่นน้องอย่าง HQ by Sansiri ให้แค่ 2.7 เมตรเองนะ

กระจกระเบียงจัดไปเต็มบาน ระเบียงแคบหน่อยนะครับ พื้นที่มันแพง เอามาทำพื้นที่ภายในซะหมด

ทางเดิน … เวลาฝ้าเพดาน 3 เมตร อะไรๆก็ดูโปร่งไปหมด พื้นเป็นไม้ Engineering Wood

สุขภัณฑ์ดีไซน์ได้หรูหรา เอา Hansgrohe มาผสมกับ Kohler

ชิ้นนี้ Kohler

ชิ้นนี้ Hansgrohe กระเบื้องต่างๆทั้งผนังและพื้นมี Texture กระจกก็แน่นอนต้อง Tempered Glass อยู่แล้ว

ช่องพัดลมระบายอากาศ

ห้องนอนใหญ่ ทิศแบบนี้โดนบังวิวไปเต็มๆ

แต่ถ้าไม่โดนบังวิว กระจกบานขนาดนี้รับรองว่าวิวแจ่มมากๆ

แอร์ฝังฝ้าหมด มีช่องเซอร์วิสเหนือประตู

พื้นไม้ Engineering ดูชัดๆ

ตัวล็อคลูกบิดประตูภายใน

ห้องนอนเล็ก

ตัวนี้แปลกๆดีครับ

หน้าบานของตู้เสื้อผ้า Built-in

มือจับของลิ้นชักในตู้

ห้องน้ำ Master จะมี Bath Tub

หน้าตาเป็นแบบนี้ ผมว่าเพลนไปนิดนะ ถ้าเทียบกับ Element อื่นๆในโครงการ

Rain Shower

Kohler ชิ้นเดิม

ผนังทำเป็นร่องยาวเอาไว้วางของ เรียบหรู ใช้งานได้จริง ดีกว่าพวกชั้นกระจกที่ยื่นออกมาเยอะ

ท๊อปจะเห็นว่าเป็นหินแท้

ให้ดูลายงาน

แค่วงกบประตูก็ยังมี Texture

มือจับไวนิล

เปิดออกมาแบบนี้

ช่องเซอร์วิส …

Digital Door Lock แบบ 3 ระบบของ Yale

โถงทางเดินระหว่างห้อง เอาไฟไว้ใต้ฝ้า ความกว้างน่าจะ 1.5 เมตร (อันนี้ผมเดาๆเอานะ เท่าที่จำได้)

ลืมไปว่าในตู้เปิดออกมาจะเจอชั้นและ Washer

Washer ของ Siemens เช่นกัน

พอมาดูห้องจริงที่ไม่ใช่ห้องตัวอย่าง ก็โอเคนะ

ลืมถ่ายตู้เก็บรองเท้าไป

งานปูพื้นกับบัวพื้น

ระเบียงจริงๆหน้าตาแบบนี้ แคบนะ น่าจะ 80-90 cm. (กระเบื้องสองแผ่นกับของทรายล้าง)

คอมแอร์ก็แขวนให้มีกริลปิดเรียบร้อย

Price vs Performance

ตึกนี้ไม่มีห้องเล็กนะครับ อยากได้ห้องเล็กก็ลืมไปได้เลย แพคเกจก็ใช่ว่าจะเล็กครับ เริ่มแถวๆ 9 ล้านบาทอัพ สูงสุด 45 ล้าน

  • 1 Bedroom ขนาด 52.50 – 59 ตรม ราคา 8.9 – 10.3 ล้านบาท
  • 2 Bedrooms ขนาด 78 – 92 ตรม ราคา 13.1 – 16.1 ล้านบาท
  • 3 Bedrooms ขนาด 103 – 148.5 ตรม ราคา 16.2 – 23.9 ล้านบาท
  • Penthouse ขนาด 168.5 – 214 ตรม ราคา 36 – 45.2 ล้านบาท

เจาะลึกรวบยอด

มาถึงตรงนี้ก็คงจะเคลิ้มไปเหมือนกันกับคอนโดที่ทำออกมาได้ดีๆแบบตึกนี้ แต่ทุกอย่างก็ต้องมีตัวชี้วัด … ราคา … เป็นสิ่งที่ชี้ได้ดีที่สุด ระหว่าง 160,000 – 200,000+ บาทต่อตารางเมตร หรือถ้าคิดเป็นแพคเกจก็ตั้งแต่ 9 – 45 ล้านบาท ทำให้เป็นข้อกำหนดของตึกนี้ว่าคุณจะ “หยิบ” มันไหวหรือไม่?

ในระดับราคานี้ไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปจะสามารถจับต้องกันได้ เพราะการซื้อครั้งนี้ผมว่าใช้ “อารมณ์” เป็นอย่างมาก ห้องดีๆวิวเปิดโล่งคงไม่ต้องหาแล้วครับ พวกตลาดลูกค้าบนเค้าแคร์สิ่งที่ดีมากกว่าเงินล้านสองล้านที่จะจ่ายเพื่อเพิ่มไปอยู่ในตำแหน่งที่ดีขึ้น ดังนั้นก็คืออยากได้ของดี … Resale Only รับไม้ต่อๆกันไปนะครับ

การคมนาคมด้วยรถยนต์ที่นี่โอเคนะครับ เพราะมีที่จอดรถเกินจำนวนยูนิต แต่ผมกลับคิดในอีกมุมว่าพวกห้อง 15 – 45 ล้านมันคงไม่ได้มีรถยนต์แค่คันเดียวนะครับ สุดท้ายตึกแบบนี้ที่จอดรถอาจจะไม่เพียงพอมากกว่าตึกธรรมดาก็เป็นไปได้ … แต่ก็พูดยากครับ เศรษฐีมักจะซื้อคอนโดเป็นบ้านหลังที่ 2-3-4 ไม่ใช่บ้านหลังที่อยู่เป็นประจำแน่นอน ดังนั้นก็ต้องมีห้องที่ “มีเจ้าของ” แต่ไม่มีคนอยู่เยอะ บางห้องผมกล้าฟันธงว่าผ่านไป 3 ปียังไม่แกะพลาสติกออกเลย รอราคาขึ้นแล้วขายแบบ “มือ 1”

การคมนาคมด้วยรถไฟฟ้าลำบากหน่อย จริงอยู่ที่ Quattro อยู่ใกล้ปากซอยมากที่สุดแล้วในทำเลซอยสุขุมวิท 55 แต่ก็ยังมีคอนโดอีกหลายตึกเช่น Keyne, Remix2 ที่ “ติด” รถไฟฟ้าเลย ซึ่งจะเดินทางด้วย BTS สะดวกกว่ามาก หรือแม้แต่ SIRI @ Sukhumvit ที่ขายหมดจบไปแล้วในซอยสุขุมวิท 38 ก็ยังเดินทางด้วยรถไฟฟ้าได้สะดวกกว่าครับ

การออกแบบของ Quattro ที่ผมให้ดูจะเห็นว่าคิดมาทุกเม็ด เว้นพื้นที่ว่างเยอะๆให้เกิดความ Luxurious ด้วย Space … คำว่า “Luxury” กับ “Waste” มันใกล้เคียงกันนะครับ 555 จะเห็นว่า LPN หรือ IDEO ห้อง 21 นั้นจะ Lean มากแทบไม่มี Waste เหลือเลย

วัสดุอุปกรณ์ให้มาในสเปคที่โอเค เยอะ เกรดดี Built ครบเกือบทุกอย่าง แต่ถามว่าคุ้ม 200,000 บาทต่อตารางเมตรหรือไม่? คำตอบก็คือ … มันจะไปคุ้มได้ไงครับ? ราคาตรงนี้มันเกินคำจำกัดความของ “ความคุ้มด้านวัตถุ” ไปแล้ว เหลือแค่ “ความคุ้มด้านอารมณ์” มากกว่า ว่าคุณ “ชอบ” หรือไม่ มากกว่า “คุ้ม” หรือไม่?

Judgement

  • ทำเล – เยี่ยมในซอยทองหล่อ จะเป็นรองก็แค่ HQ by Sansiri โปรเจครุ่นน้อง
  • คุณภาพวัสดุ – ให้มาดีเท่าที่ให้ได้ Grohe, Kohler, Siemens
  • แบบ – มี Style เป็นของตัวเองในรูปแบบ “Quattro”
  • สาธารณูปโภค – มีครบ พร้อมบริการที่เป็น Extra Services จัดว่าเป็นส่วนพิเศษที่ยกระดับให้ Quattro ใกล้เคียง Hotel Residence (แต่จะเทียบเท่าคงเป็นไปไม่ได้)
  • ชื่อเสียง – แสนสิริ, Quattro by Sansiri
  • ความคุ้มราคา – อารมณ์ล้วนๆ

  • SUPER LUXURY CLASS
  • NOT GRADE

ถ้าเห็นว่ารีวิวนี้มีประโยชน์ ช่วยกด LIKE ให้ผมหน่อยนะครับ จะได้มีกำลังใจทำรีวิวถัดๆไปครับ