รีวิวฉบับที่ 2024 ….. โครงการ Noble State 39 อีกหนึ่งโปรดักส์ระดับ Super Luxury จาก Noble Development ตั้งอยู่ในซอยพร้อมพงษ์ ใกล้ BTS เพียง 450 m. จุดเด่นคือเรื่องความเป็นส่วนตัว มีห้องหลากหลายขนาดให้เลือก ใช้คอนเซ็ปต์ประตูแบบใหม่ในการเชื่อมต่อฟังก์ชัน และมีส่วนกลางที่ออกแบบมาได้บรรยากาศเฉพาะตัวมากๆ ของจริงจะเป็นอย่างไร เราไปชมกันเลยครับ

ข้อมูลโครงการ

Fact @ 17 December 2019

  • NOBLE STATE 39 (โนเบิล สเตท 39)
  • บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)
  • SUPER LUXURY CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ใน : เขตวัฒนา
  • คอนโด High Rise 38 ชั้น 1 อาคาร และอาคาร Commercial 2 ชั้น 1 อาคาร จำนวน 349 ยูนิต
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 14 ยูนิต
  • ที่จอดรถส่วน Residence ประมาณ 188 คัน หรือคิดเป็น 53.86%
  • ที่จอดรถส่วน Commercial 5 คัน
  • ที่ดินประมาณ 1-3-56.6 ไร่
  • เริ่มก่อสร้าง : November 2019
  • คาดว่าจะแล้วเสร็จ : August 2022
  • UNIT TYPE & AREA

  • 1 Bedroom-S : 29.81 sq.m.
  • 1 Bedroom-M : 34.72 sq.m.
  • 1 Bedroom-L : 41.4 – 42.5 sq.m.
  • 2 Bedroom : 58.4 – 59.6 sq.m.
  • Penthouse : 72.5 – 105.8 sq.m.

  • ฝ้าเพดานสูง 2.75 เมตร
  • ราคาห้องเริ่มต้น 190,000 บาท/ตร.ม.
  • ราคาเฉลี่ยทั้งโครงการประมาณ n/a บาท/ตร.ม.
  • EIA (การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม) : ผ่านแล้ว
  • เว็บไซต์โครงการ : คลิกที่นี่ 
  • โทร  : 02 251 9955
  • ทำเลที่ตั้ง

    พิกัด Google Maps : 13.733913, 100.571297
    หรือสามารถ :  คลิกที่นี่

    แผนที่จากทางโครงการครับ

    โครงการ Noble State 39 ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 39 (ซอยพร้อมพงษ์ ) ซึ่งเป็นซอยที่เชื่อมต่อระหว่างถนนหลัก 2 เส้นคือ ถนนสุขุมวิท และถนนเพชรบุรี โดยที่ตำแหน่งโครงการจะอยู่ใกล้กับปากซอยฝั่งสุขุมวิทมากกว่าเพียง 450 m. เท่านั้น และยังเป็นที่ตั้งของรถไฟฟ้า BTS พร้อมพงษ์ ที่สามารถเดินทางเข้าเมืองได้ง่าย ห่างจาก BTS อโศก ที่เป็น Interchange กับรถไฟฟ้าใต้ดินเพียงแค่สถานีเดียวเท่านั้น หรือจะนั่งตรงไปสยามเลยก็ได้ นอกจากนี้ยังเป็นทำเลที่มีตัวเลือกในการเดินทางด้านอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นวินมอไซค์ รถกะป้อ และท่าเรือคลองแสนแสบบริเวณท้ายซอยฝั่งเพชรบุรีก็มีให้ใช้ครับ

    ความพิเศษอย่างหนึ่งของซอยสุขุมวิทฝั่งเลขคี่ คือมีซอยลัดเลาะที่เชื่อมต่อถึงกันได้หลายเส้นทางครับ อย่างที่รู้กันว่าถนนเส้นหลักของย่านนี้การจราจรค่อนข้างติดขัดในเวลาเร่งด่วน ซึ่งเราสามารถใช้ซอยเหล่านี้หลีกเลี่ยงรถติดได้ดี สามารถเชื่อมไปอโศก ทองหล่อ และเอกมัยได้โดยไม่ต้องออกนอกถนนใหญ่เลยครับ

    บริบทของย่านพร้อมพงษ์-ทองหล่อ เป็นแหล่งที่มีชาวต่างชาติอาศัยกันอยู่เยอะนะครับ โดยเฉพาะ Expat ชาวญี่ปุ่น หรือคนจากหลายเชื้อชาติที่มาทำงานในไทย จึงทำให้เราเห็นที่พักประเภท Apartment or Service Apartment ให้เช่าระยะยาวอยู่เยอะมาก และก็มีร้านตามตรอกซอกซอยที่ขายอาหารหลายแบบ ทั้งอาหารญี่ปุ่น, อาหารไทย, Fine dining หรือแม้กระทั่งคาเฟ่ก็มีเเทรกตัวอยู่ตามตรอกซอกซอยกันเยอะเลยครับ ยิ่งถ้าเราลัดผ่านซอยพร้อมมิตรด้านหน้าโครงการมาจนถึงซอยสุขุมวิท 49 ก็จะเจอกับซุปเปอร์มาร์เก็ต และคอมมูนิตี้มอลล์เยอะแยะเลยครับ

    แหล่งอำนวยความสะดวกใหญ่ๆที่ใกล้ที่สุดคงจะหนีไม่พ้น Em District ที่แค่ก้าวออกมาจากรถไฟฟ้าพร้อมพงษ์ ก็จะเจอกับห้างใหญ่ถึง 2 ห้างคือ EmQuatier กับ Emporium ซึ่งเป็นห้างที่ค่อนข้างหรูทีเดียว และที่น่าสนใจอีกอย่างคือ มีสวนสาธารณะอยู่ใกล้ๆด้วยนะ ใครที่เป็นสายรักสุขภาพก็สามารถเดินมาออกกำลังกายที่สวนเบญจสิรินี้ได้เลย และในส่วนของการบริการทางด้านสุขภาพอื่นๆ ย่านนี้ถือว่ามีตัวเลือกของโรงพยาบาลที่มีชื่อเสียงอย่าง โรงพยาบาลสมิติเวช และมีสถานที่ออกกำลังกายอย่างสตูดิโอ กับ Fitness Center เปิดให้บริการหนาแน่นที่สุดในกรุงเทพเลยก็ว่าได้

    สำหรับการเดินทางในวันนี้ผมจะพามาทางรถไฟฟ้า BTS นะครับ ให้มาลงที่สถานีพร้อมพงษ์ แล้วเดินมายังซอยสุขุมวิท 39 หรือซอยพร้อมพงษ์ จากนั้นก็เดินตรงเข้ามาในซอยเรื่อยๆได้เลย ระยะทางประมาณ 500 m. ก็จะเจอกับที่ตั้งโครงการอยู่ทางซ้ายมือครับ บรรยากาศระหว่างทางจะเป็นอย่างไรเราไปชมกันเลยดีกว่า

    Image 1/9
    เริ่มต้นกันที่รถไฟฟ้า BTS สถานี พร้อมพงษ์

    เริ่มต้นกันที่รถไฟฟ้า BTS สถานี พร้อมพงษ์

    โดยบรรยากาศด้านในจำลองพื้นที่ส่วนกลางของโครงการมาให้ดูด้วยนะครับ ค่อนข้างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่เหมือนใคร ซึ่งผมเองก็อยากเห็นของจริง และวัสดุจริงเหมือนกันนะว่าจะออกมาเป็นแบบไหนครับ เข้ามาด้านในส่วนแรกเป็นเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์นะ ส่วนห้องตัวอย่างจะแยกออกไปทางซ้ายมือ และด้านในทางขวาจะมีโมเดลกับพื้นที่นั่งคุยครับ

    สภาพแวดล้อมรอบโครงการ

    **รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะครับ

    บริบทโดยรอบเนื่องจากเป็นทำเลในเมือง จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะมีอาคารสูงอยู่ใกล้ๆครับ แต่ก็ไม่ได้อยู่ประชิดจนเกินไปให้เสียความเป็นส่วนตัวนัก โดยเฉพาะทางฝั่งทิศตะวันตกเฉียงใต้จะติดกับบ้านเดี่ยว 2 – 3 ชั้น (เท่าที่ทราบมาคือเป็นบ้านขององคมนตรีท่านหนึ่งครับ) และอาคารจะมีระยะร่นเข้าไปจากถนนพอสมควร จึงค่อนข้างได้ความเป็นส่วนตัว ไม่พลุกพล่าน สามารถสรุปได้ดังนี้

    ทิศเหนือ : จะเป็นอาคารพักอาศัยเเนวราบสูงประมาณ 8 ชั้น ส่วนอาคารสีส้มจะเป็นอาคารของการไฟฟ้าครับ เเละเยื้องๆกันทางขวามือของภาพจะเป็นอาคารสูง Upper Suites Sukhumvit 39

    ทิศใต้ : จะติดกับทางเข้าของบ้านองคมนตรี และมีอาคาร Le Raffiné ที่เป็นคอนโดมิเนียมสูง 34 ชั้นตั้งอยู่ ระยะห่างประมาณ 100 เมตร

    ทิศตะวันออก : จะเป็นอาคาร Commercial ของโครงการ Noble State 39 ในอนาคตครับ (ตำแหน่ง Sale Gallery ในปัจจุบัน)  และเป็นด้านหน้าโครงการติดถนนซอยพร้อมพงษ์ ได้วิวฝั่งทองหล่อ-เอกมัย

    ทิศตะวันตก : เป็นด้านหลังโครงการ ได้วิวทางฝั่งซอยสุขุมวิท 35 จะโล่งๆหน่อยครับ ไม่มีอาคารสูงบังวิวทิศนี้เท่าไรนัก สามารถมองไปยังฝั่งอโศกได้

    เรามาเดินดูทำเลของจริงรอบๆโครงการกันดีกว่าครับ ด้านหน้าเป็นถนนซอยพร้อมพงษ์ และทางด้านซ้ายของโครงการคือทางไปถนนสุขุมวิท ที่เราเพิ่งเดินผ่านมากันก่อนหน้านี้ครับ และมีอาคารสูงที่บอกไปแล้วคือ Le Raffiné ที่เป็นคอนโดมิเนียมสูง 34 ชั้น ที่ห่างออกไปประมาณ 100 m. ครับ

    เรามาดูทางด้านขวากันดีกว่าครับ ซึ่งติดกับที่ดินโครงการ มีอาคาร Low Rise สีส้มๆ จะเป็นของการไฟฟ้าครับ ถัดไปคือ Upper Suites Sukhumvit 39 เป็น Service Apartment สูง 23 ชั้น

    โดยข้างใต้ Upper Suites Sukhumvit 39 จะมีร้านอาหารญี่ปุ่น และร้านขายของญี่ปุ่นมือ 2 ตั้งอยู่ครับ เห็นได้ชัดเลยว่าที่นี่ต้องมีคนญี่ปุ่นพักอาศัยอยู่เยอะแน่ๆ ส่วนฝั่งตรงข้ามคือร้านอาหาร Sekai no Yamachan แล้วถ้าเราเลย Upper Suites Sukhumvit 39 มาจะเป็นซอยพร้อมใจครับ

    ซึ่งซอยพร้อมใจเป็นอีกซอยหนึ่งที่สำคัญ คือเราสามารถเลี้ยวซ้ายไปเชื่อมกับซอยสุขุมวิท 35 เพื่อออกถนนสุขุมวิทได้ และก็เป็นอีกเส้นทางที่ไปห้าง EmQuartier ได้โดยไม่ต้องไปขับอ้อมไปออกถนนสุขุมวิทครับ

    สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

    • Ivy Bound International School ~ 230 m.
    • BTS พร้อมพงษ์ ~ 550 m.
    • The EmQuartier ~ 600 m.
    • The 49 Terrace ~ 700 m.
    • The Emporium ~ 700 m.
    • สวนเบญจสิริ ~ 750 m.
    • Piman 49 ~ 750 m.
    • Villa market ~ 750 m.
    • U.F.M. Supermarket ~ 800 m.
    • The Racquet Club ~ 800 m.
    • Rain Hill ~ 1 km.
    • โรงพยาบาลสมิติเวช ~ 1.1 km.
    • 49 Playscape ~ 1.2 km.
    • The Commons ~ 1.3 km.
    • Nihonmara Mall ~ 1.4 km.
    • Seenspace ~ 1.5 km.
    • J Avenue ~ 1.8 km.
    • มหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒ ~ 2 km.
    • Jasmine City Hotel ~ 2 km.
    • 72 Courtyard ~ 2.1 km.
    • Major Cineplex Sukhumvit ~ 2.2 km.
    • Shinsen Fish Market ~ 2.2 km.
    • Modern International School ~ 2.3 km.
    • Big-C เอกมัย ~ 2.6 km.
    • รพ.กรุงเทพ ~ 3.3 km.
    • Terminal 21 ~ 3.5 km.

    รายละเอียดโครงการ

    โครงการ Noble State 39 มีทั้งหมด 2 อาคารครับ แบ่งเป็นอาคาร Commercial ด้านหน้าที่เป็น Low Rise สูง 2 ชั้น ส่วนอาคาร Residencial ลักษณะที่ดินจะร่นเข้ามาด้านในจากถนนซอย ทำให้มีระยะ set back ที่เยอะ จึงขึ้นอาคารสูงเป็นคอนโด High Rise 38 ชั้นได้ครับ ซึ่งหน้าตา facade ภายนอกจะมีสไตล์ Modern เน้นแนวเส้นตรง เรียบๆเท่ๆ ตามแบบฉบับของ Noble

    มีการกระจายพื้นที่ส่วนกลางออกเป็นหลายๆชั้น เพื่อลดความแออัด และเพิ่มความเป็นส่วนตัวในการใช้งาน ชั้นล่างเป็นสวน มีพื้นที่กลางแจ้ง และ Lobby ต้อนรับแขก ส่วนชั้น 11 จะมีทั้งห้องพักอาศัยและ Facilities อยู่รวมกัน แต่จะเป็น Facilities แบบ  Private Zone ที่มีความเงียบสงบ และมีสวนให้พักผ่อนชมวิวได้ ชั้น 12 – 36 จะเป็นชั้นพักอาศัยทั้งหมด จะมีพื้นที่ส่วนกลางอีกทีก็คือชั้น 37 เลยครับ จะเป็น Active Zone เน้นการทำกิจกรรมและออกกำลังกาย แต่ถ้าใครที่กำลังมองหาพื้นที่ Outdoor แบบกลางแจ้งด้วย และชมวิวได้ด้วย ผมแนะนำที่ชั้นดาดฟ้าของโครงการเลยครับ ซึ่งรายละเอียดของแต่ละพื้นที่จะเป็นอย่างไร เราไปชมพร้อมๆกันเลยดีกว่า

    เริ่มจากทางเข้าด้านหน้าโครงการจะเป็นถนนภาระจำยอม ซึ่งจะต้องใช้งานร่วมกันระหว่างอาคาร Commercial ด้านหน้า, อาคาร Residencial ด้านใน และบ้านเดี่ยวที่อยู่ติดกับโครงการด้านซ้ายครับ โดยทางโครงการได้ทำการขออนุญาตปรับปรุงภูมิทัศน์ให้สวยงามและปลอดภัย แต่จะแยกทางเข้า-ออกกันชัดเจนที่ด้านในอีกทีนึงครับ

    สำหรับตัวอาคาร Commercial ที่อยู่ด้านหน้าจะมีลักษณะ Modern สอดคล้องกับตัวโครงการ และจะเปิดบริการให้คนภายนอกสามารถมาใช้งานได้ด้วยครับ ซึ่งทางโครงการได้เตรียมที่จอดรถของ Visitor แยกออกมาอีก 5 ช่องจอดด้วยกัน (โดย ณ ปัจจุบันยังไม่ทราบว่าจะเป็นร้านอะไรมาเปิดนะครับ)

    ถัดเข้ามาด้านในทันทีที่เลี้ยวขวามา ก็จะเป็นส่วนพื้นที่ของ Residencial แล้วครับ จะมีป้อม รปภ. และไม้กั้นกระดกต่างๆจะเริ่มจากตรงนี้ ซึ่งถ้าเป็นรถแท็กซี่วนเข้ามาส่งตรง Drop Off ให้ลูกบ้านเดินเข้า Lobby ได้ทันที จากนั้นก็จะสามารถวนรถกลับออกไปได้เลย ไม่ต้องอ้อมเข้าไปด้านในโครงการให้เสียความเป็นส่วนตัวครับ แต่ถ้าเป็นลูกบ้านก็จะสามารถเลี้ยวซ้ายเพื่อมาขึ้นชั้นจอดรถในอาคารได้เลยครับ

    จากโมเดลจะเห็นว่า ด้านซ้ายของทางเข้าโครงการถูกจัดเป็นพื้นที่สีเขียว จึงทำให้เวลากลับเข้าบ้านก็จะได้ทั้งความร่มรื่น และความสดชื่นเป็นการต้อนรับ อีกทั้งลักษณะที่ดินแบบนี้ยังทำให้ได้ความ Private จากคนภายนอก ที่ไม่สามารถมองเข้ามาเห็นภายในอาคารได้โดยตรง หรือแม้แต่ส่วนของ Lobby ก็ตาม เพราะเค้าวางตำแหน่งทางเข้า Lobby อยู่ทางด้านข้างนั่นเองครับ

    โดยพื้นที่สีเขียวด้านหน้านี้จะเป็น Forest room ให้มานั่งพักผ่อนกลางแจ้ง และมี PlayGround ให้เด็กๆมาเล่นปีนป่ายกันได้ครับ

    และนี่คือภาพบรรยากาศของ Forest room กับ PlayGround นะครับ จะทำลักษณะกึ่งๆ Outdoor และปลูกต้นไม้เพิ่มความร่มรื่น น่าใช้งานดีทีเดียวครับ

    ส่วนภาพนี้เป็นบรรยากาศภายใน Lobby ชั้น 1 ครับ ตกแต่งสไตล์ Retro โดยใช้สีเขียว ไม้ และทอง ดูค่อนข้างแปลกตา และแตกต่างจากโครงการในย่านนี้อย่างมาก กลายเป็นเอกลักษณ์และเสน่ห์ของโครงการนี้นั่นเองครับ

    ชั้นพักอาศัยจะเริ่มที่ชั้น 11 นะครับ ซึ่งเป็นความสูงที่ไม่ถูกโครงการแนวราบเพื่อนบ้านบังวิวแล้ว แต่จะมี Service Apartment ที่อยู่เยื้องๆกันทางขวา ห่างออกไปประมาณ 60 m. จึงยังได้วิวเปิดโล่งอยู่เหมือนกันครับ และข้อดีของห้องพักทั้ง 7 ยูนิตนี้คือ จะได้ความเป็นส่วนตัวจากประตูกระจกกั้นที่ต้องใช้ Key Card Access แยกอีกที กับมี Single Corridor ด้านหน้าห้องครับ และที่สำคัญที่สุดคือ ห้องพักชั้นนี้จะมีความสูงฝ้าอยู่ที่ 5 m. เท่ากับ Facilities ที่อยู่ในชั้นเดียวกันครับ (ชั้นอื่นจะสูง 2.75 m.)

    อีกทั้งยังสามารถมาใช้งานพื้นที่ส่วนกลางของชั้นนี้ได้ง่ายอีกด้วย ซึ่งถ้าคุณเป็นคนชอบใช้งานพื้นที่เหล่านี้บ่อยๆแล้วล่ะก็ ห้องพักชั้นนี้เหมาะเลยครับ โดยแต่ละฟังก์ชันจะเป็นอย่างไรและใช้งานอะไรได้บ้าง เราไปชมภาพตัวอย่างกันเลยครับ

    Tea Terrace จะเป็นสวนเล่นระดับที่อยู่ด้านนอกอาคาร เหมาะที่จะมีนั่งเล่นพักผ่อน ชมวิว และเดินสูดอากาศบริสุทธิ์ครับ

    Olivia Lounge เป็นห้อง Library Room ที่เงียบสงบ ภายในมีชุดโซฟาหลายชุดเลย เหมาะที่จะนั่งมาอ่านหนังสือ หรือนัดแขกมาคุยธุระได้ ในบรรยากาศที่สบายๆ แต่ก็ดูดีมีสไตล์ในตัว

    ส่วนห้อง Mellow Space จะเป็น Game Room ที่ภายในมีเครื่องเล่นต่างๆอยู่หลายชิ้นครับ ทั้งโต๊ะพูล, Table Football, โซฟานั่งเล่น และมีมุมเคาน์เตอร์บาร์ด้านใน ไว้สำหรับจัดปาร์ตี้ได้อีกด้วยครับ

    ชั้นพักอาศัยแบบ Typical Floor Plan จะเริ่มที่ชั้น 12 – 35 และจะมียูนิด 14 ห้อง/ชั้นครับ ซึ่งการวางตำแหน่งโถงลิฟต์ไว้ตรงกลางแบบนี้ จะทำให้แต่ละห้องเดินมาใช้งานลิฟต์ได้สะดวก แถมยังได้ Single Corridor มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น อีกทั้งทางโครงการได้ออกแบบให้มีช่องแสงบริเวณโถงทางเดิน (ตำแหน่งสีชมพู) เพื่อระบายอากาศให้อีกด้วยครับ ส่วนตำแหน่งห้องที่ผมทำสีฟ้าไว้ จะเป็นห้องที่อยู่หน้าโถงลิฟต์พอดี อาจมีความเป็นส่วนตัวน้อยกว่าห้องอื่นๆครับ ซึ่งห้องแต่ละ Type ผมจะแยกให้ไว้ตามสีดังต่อไปนี้เลยครับ

    • ห้อง 1 Bedroom 29.81 ตร.ม. (กรอบสีแดง) เป็นขนาดเล็กสุดของโครงการที่ราคาจับต้องได้ง่าย และมีอยู่แต่เฉพาะทางทิศใต้เท่านั้น วิวจะมองเห็นคอนโดเพื่อนบ้านที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 100 m. แต่ข้อดีคือ โถงทางเดินหน้าห้องจะมีอากาศถ่ายเทดีกว่าห้องฝั่งทิศเหนือครับ
    • ห้อง 1 Bedroom 34.72 ตร.ม. (กรอบสีส้ม) เป็นขนาดรองลงมา มีอยู่แต่เฉพาะทางทิศเหนือเท่านั้นครับ ข้อดีคือจะได้วิวค่อนข้างดีและเปิดโล่งทางด้านในซอยพร้อมพงษ์
    • ห้อง 1 Bedroom 41.4 ตร.ม. (กรอบสีเขียว) เป็นห้อง 1 Bedroom ที่ขนาดใหญ่ที่สุดครับ และเป็นห้องมุมที่อยู่ฝั่งทิศใต้ มีแค่ 2 ยูนิต/ชั้น เท่านั้น อีกทั้งยังอยู่ตรงสุดทางเดินด้วย จึงได้ความเป็นส่วนตัวดีทีเดียว เพียงแต่ห้องนี้จะมีช่องแสงในห้องเพียงแค่ด้านเดียวเท่านั้นครับ
    • ห้อง 2 Bedroom 58.4 และ 59.6 ตร.ม. (กรอบสีน้ำเงิน) จะมีเพียง 2 ยูนิต/ชั้น เช่นกันครับ แต่คราวนี้จะมีช่องแสงด้านข้างเพิ่มขึ้นนะ

    ถัดขึ้นมาที่ชั้น 36 จะเป็นชั้น Penthouse ครับ ซึ่งมีเพียงแค่ 6 ยูนิตเท่านั้น ถือว่าเป็นส่วนตัวมากๆ และเป็นห้องหน้ากว้างทั้งหมดเลยด้วย

    ชั้น 37 จะเป็นชั้น Main Facilities แบบเต็ม Floor เลยครับ ประกอบด้วยโซนออกกำลังกายอย่าง Fitness และ Swimming Pool และยังมี Sky Lounge ขนาดใหญ่ ให้ขึ้นมาใช้งานและชมวิวได้อีกด้วยครับ

    ซึ่งจากโมเดลจะเห็นว่า พื้นที่ส่วนของสระว่ายน้ำจะเป็นแบบ Semi Outdoor ครับ มีหลังคาคลุมคอยให้ร่มเงา สามารถว่ายน้ำออกกำลังกายได้ตลอดทั้งวัน ไม่ต้องกลัวแดดร้อนหรือฝนตกเลยครับ

    อีกทั้งที่ฝ้าเพดานยังมี Sky Light ที่เป็น Pattern วงกลมเชื่อมต่อกับชั้นดาดฟ้าอีกด้วยครับ ทำให้เราสามารถมองเห็นสวนและต้นไม้บางส่วนที่อยู่ชั้นบนได้ และรู้สึกใกล้ชิดกับธรรมชาติมากขึ้นครับ

    ส่วน GYM หรือห้องออกกำลังกายก็จะมีเครื่องเล่นหลากหลายชิ้น พร้อมกับช่องแสงขนาดใหญ่ ที่สามารถออกกำลังกายไปและชมวิวภายนอกไปด้วยได้ครับ

    สุดท้ายคือ ห้อง Sky Lounge ซึ่งภายในจะมีโต๊ะเก้าอี้ และเคาน์เตอร์อยู่หลายชุดทีเดียวครับ เหมาะสำหรับขึ้นมาชมวิวและจัดปาร์ตี้มากๆ

    และชั้นดาดฟ้าของโครงการนี้จะถูกจัดเป็นพื้นที่สีเขียว สามารถขึ้นมาได้ด้วยลิฟต์โดยสารได้สะดวก อีกทั้งยังมีพื้นที่ลานอเนกประสงค์ใช้จัดกิจกรรม หรือหาโต๊ะเก้าอี้มาวางเพิ่มได้อีกด้วยครับ

    แน่นอนว่าด้านหนึ่งของอาคารจะมีช่อง Sky Light ที่เชื่อมต่อกับชั้นสระว่ายน้ำก่อนหน้านี้ครับ และเพื่อความปลอดภัย ทางโครงการจึงได้ทำปล่องสูงขึ้นมาจากพื้นล้อมรอบเอาไว้แล้วครับ จะได้ไม่พลัดตกลงไป

    ส่วนอีกด้านคือ Chef table & Farm จะเป็นพื้นที่นั่งเล่น Outdoor ใต้ร่มไม้แบบ Sunken ลดระดังลงไปครับ ซึ่งอีกด้านหนึ่งตรงมุมด้านในรูปภาพฝั่งโน้น จะเป็นโต๊ะแบบสูง ให้สามารถนั่งทานอาหาร หรือนำโน้ตบุ๊คมานั่งทำงานได้อีกด้วยนะ

    สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

    • Ground Floor

    • PlayGround
    • Forest Room
    • Main Lobby
    • Mail Room
    • Juristic Person Office

  • 11th Floor
    • Tea Terrace
    • Mellow Space (Game Room)
    • Olivia Lounge (Library Room)

  • 37th Floor

    • Sky Lounge
    • “SKYLIGHT POOL – Semi outdoor Swimming Pools ขนาด 5 x 31.6 m.
    • Full equipped Gym room approx 240 sq.m.
    • Steam room (แยกชาย-หญิง)
    • Laundry

  • 38th Floor

    • Chef table & Farm

    • ลิฟต์โดยสาร 3 ตัว/อาคาร
    • อัตราส่วนลิฟต์รวมทั้งโครงการ 116.3 :  1
    • Service Lift 1 ตัว
    • ที่จอดรถประมาณ 188 คันคิดเป็น 53.86%
    • ระบบรักษาความปลอดภัยในโครงการ  CCTV / Key Card Access

    แบบห้อง

    แบบห้องของโครงการนี้จะมีอยู่ทั้งหมด 3 แบบนะครับ และขายแบบ Fully Fitted คือให้เฉพาะชุดครัว สุขภัณฑ์ในห้องน้ำ ตู้ Built in ต่างๆภายในห้อง และเครื่องปรับอากาศ กับ Drop รางม่านให้ด้วย แต่พวกเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวและเรื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ เราจะต้องซื้อเพิ่มเองนะครับ ประกอบด้วย

    • 1 Bedroom-S : 29.81 sq.m.
    • 1 Bedroom-M : 34.72 sq.m.
    • 1 Bedroom-L : 41.4 – 42.5 sq.m.
    • 2 Bedroom : 58.4 – 59.6 sq.m.
    • Penthouse : 72.5 – 105.8 sq.m.

    โดยในวันนี้ผมมีห้องตัวอย่างให้ทุกคนดู 2 แบบด้วยกัน เป็นห้อง 1 Bedroom ทั้งหมด 2 ขนาดคือ S และ L จะเป็นอย่างไรบ้างเราไปชมกันเลยครับ

    ห้อง 1 Bedroom ขนาด 41.4 ตารางเมตร เป็นห้องขนาด L ที่ใหญ่ที่สุดใน Type นี้นะครับ ก่อนอื่นผมต้องเล่าก่อนว่า แนวคิดในการออกแบบของห้องตัวอย่างโครงการนี้คือ Flow Concept Design โดยภายในห้องจะใช้ประตูบานเลื่อนทั้งหมด เพื่อเชื่อมต่อพื้นที่ฟังก์ชันกันได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังประหยัดพื้นที่ในการเปิด-ปิดประตูอีกด้วย

    สำหรับห้องนี้จะเป็นห้องสี่เหลี่ยมจัตุรัส และแบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ส่วนด้วยผนังทึบและประตูบานเลื่อนทึบ ทำให้พื้นที่พักผ่อนด้านในได้ความเป็นส่วนตัว ส่วนพื้นที่ด้านนอกที่เป็น Common area จะเชื่อมต่อกันทั้งครัวเปิด โต๊ะทานอาหาร และพื้นที่นั่งเล่น ทำให้ได้พื้นที่โปร่งโล่งขนาดใหญ่ แล้วยังได้แสงธรรมชาติจากระเบียงอีกด้วยครับ โดยที่ระเบียงจะมีช่องเก็บ Condensing Unit มาคั่นตรงกลางเอาไว้ ทำให้ระเบียงยาวนี้แยกออกเป็น 2 ฝั่ง โดยเฉพาะห้องนอนก็จะได้ระเบียงที่มีความเป็นส่วนตัวครับ ส่วนห้องน้ำจะอยู่ในห้องนอนนะ อาจไม่เหมาะกับคนที่มีแขกมาหาบ่อยๆ แต่ถ้าเรากั้น Walk in Closet ด้านหน้าห้องน้ำแยกออกมา ก็จะทำให้พื้นที่ทั้งสองแยกออกจากกันเป็นสัดส่วนมากขึ้นครับ ถือว่าเป็นห้องที่ฟังก์ชันลงตัวดีทีเดียว ซึ่งของจริงจะเป็นอย่างไรบ้างเราไปชมกันเลยครับ

    ก่อนเข้าห้องเราแวะมาดูประตูทางเข้ากันก่อนนะครับ เราจะได้ประตูไม้บานทึบ พร้อม Digital Door Lock ของ Yale แบบนี้เลยครับ

    และนี่คือบรรยากาศภายใน Common area นะครับทุกคน เป็นฟังก์ชันเชื่อมต่อกันทั้งครัว โต๊ะทานอาหาร และพื้นที่นั่งเล่นที่อยู่ติดกับระเบียง ทำให้ภายในห้องได้แสงธรรมชาติส่องเข้ามาทั่วทั้งห้องเลยครับ และเครื่องปรับอากาศจะเป็นแบบ Wall Type ส่วนความสูงจากพื้นถึงฝ้าจริงๆคือ 2.75 m. (ในห้องตัวอย่างจะเป็น 3 m. ครับ)

    ผนังก็จะเป็นฉาบเรียบทาสีขาวปกติ และปูพื้นด้วย Stone Plastic Composite เป็นพื้นไวนิลที่เกิดจากการผสมกันระหว่างหินปูนบดอัดเข้ากับพลาสติก ทำให้แข็งแรง ทนน้ำได้ดีมากขึ้น ป้องกันการลุกลามของไฟ และที่สำคัญคือ ปลวกหรือแมลงไม่กินอีกด้วยครับ

    หันกลับมาดูบริเวณหน้าห้องกันก่อนครับ ด้านหลังของประตูเข้าห้องจะมีพื้นที่ว่างอยู่ประมาณ 35 cm. เพื่อให้เราสามารถ Built ชั้นวางโชว์ของสะสม หรือตู้เก็บรองเท้าแบบเต็มผนังได้เลยครับ ถือว่ามีที่เก็บของได้เยอะเลยทีเดียว

    หันมาดูทางซ้ายมือกันบ้างครับ จะเป็นโต๊ะทานอาหาร(ต้องหาซื้อเพิ่มเอง) และครัวเปิด จึงอาจไม่เหมาะที่จะทำอาหารจริงจังมากนัก เพราะกลิ่นและควันจะฟุ้งกระจายเต็มห้องได้นะ

    อีกทั้งพื้นในส่วนนี้ก็จะยังคงเป็น Stone Plastic Composite จึงต้องเช็ดทำความสะอาดดีๆหน่อยครับ และผมได้ลองเลื่อนเก้าอี้โต๊ะทานอาหารออกมาแล้ว ก็ยังมีพื้นที่ด้านหลังเหลือให้ยืนทำครัว หรือเดินผ่านได้อยู่ 85 cm. สบายๆครับ

    ชุดเคาน์เตอร์ครัวจะได้มาแบบนี้เลยครับ ภายในมีพื้นที่เก็บของเพียงพอต่อการอยู่อาศัย 1 – 2 คน และด้านข้างจะเป็นพื้นที่วางตู้เย็นกว้าง 65 x 70 cm. สูง 1.9 m.

    Top เคาน์เตอร์ครัวเป็นหินสังเคราะห์ ที่สามารถทนความชื้น ความร้อน และคราบต่างๆได้ดี รวมถึงตรงส่วนของ Backsplash ก็เป็นวัสดุเดียวกันด้วยนะ โดยผมแนะนำให้เพิ่มที่ผนังฝั่งซ้ายด้วยจะดีครับ จะได้ทำความสะอาดได้ง่าย

    ส่วน Hob&Hood จะเป็นห้อง Teka แบบดูดออกไปปล่อยด้านนอก รวมถึงอ่างล้างจานจะมีขนาด 39 x 39 cm. ลึก 23 cm. กับก๊อกน้ำดีไซน์ Modern ค่อนข้างสวยเลยทีเดียวครับ

    ถัดเข้ามาด้านในห้องจะเป็นพื้นที่นั่งเล่นที่อยู่ติดกับระเบียงครับ ทำให้เราสามารถดูทีวีไปด้วย และชมวิวไปด้วยได้เลยนะ ส่วนระยะดูทีวีจะอยู่ที่ 2.7 m. ครับ สามารถใช้ทีวีขนาด 44 – 50 นิ้วได้เลย

    ระเบียงกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อนสูงตั้งแต่พื้นจนถึงฝ้า พร้อมกับ Drop ฝ้าซ่อนรางม่านไว้ให้เรียบร้อยเลยครับ กรอบประตูเป็นอลูมิเนียมสีดำ โดยที่จะมีตัวล็อคอยู่ตรงกลาง และใช้กระจกสีเทาตัดแสงช่วยลดความร้อนเข้ามาในห้องครับ

    ระเบียงภายนอกเป็นระเบียงแคบนะครับ ขนาด 0.45 x 2.4 m. จึงเหมาะที่จะออกไปยืนสูดอากาศหรือยืนชมวิวมากกว่า ราวกันตกเป็นเหล็กสูง 1.1 m. และปูพื้นด้วยกระเบื้องโมเสคแบบนี้เลยครับ

    ทางขวาของระเบียงจะมีช่องเก็บ Condensing Unit แยกเป็นสัดส่วนเอาไว้เรียบร้อยเลยครับ ภายในมีขนาด 0.45 x 1.25 m. มีประตูปิดให้เรียบร้อย อีกทั้งยังช่วยกั้นส่วนของระเบียงห้องนอนแยกออกไปเป็นส่วนตัวอีกด้วย

    มองย้อนกลับมาให้เห็นภาพรวมของ Common area กันอีกครั้ง ต่อไปเราจะไปดูห้องนอนที่อยู่ซ้ายมือกันบ้างครับ

    ซึ่งอย่างที่ผมบอกตั้งแต่แรกแล้วว่า ประตูภายในห้องจะเป็นเลื่อนบานทึบลายไม้แบบนี้ครับ เพื่อให้ง่ายต่อการใช้งาน และประหยัดพื้นที่ในการเปิด-ปิดอีกด้วย

    โดยบานเลื่อนจะเป็นแบบแขวนรางด้านบน ทำให้ไม่มีรางที่พื้นให้เดินสะดุด หรือเก็บฝุ่นเลยครับ ซึ่งประตูประเภทนี้ถ้าตกราง ก็จะต้องเรียกช่างมาซ่อมอย่างเดียว เพราะเราคงยกกลับเข้ารางเองเหมือนรางบนพื้นไม่ได้ และอีกอย่างคือ จะมีช่องว่างระหว่างพื้นด้วยเล็กน้อย ทำให้ความสามารถในการเก็บแอร์หรือเสียงจะไม่ดีเท่ารางบนพื้นครับ

    ภายในห้องนอนมีขนาดพื้นที่พอดีๆครับ และได้ช่องแสงขนาดใหญ่จากระเบียง จึงทำให้โปร่งโล่งมากขึ้น

    Tips! ช่วง…เล่าสู่กันฟัง : คือผมจะบอกว่า พอดีคอนโดผมก็มีเตียงอยู่ติดกับช่องแสงแบบนี้ เวลาตื่นมาผมมักจะใช้เวลานั่งอยู่บนเตียง แล้วเหม่อมองออกไปดูวิวภายนอกอยู่ประมาณ 2 – 3 นาที ไม่ใช่แค่เป็นการชมวิวรับอาหารตายามเช้า ให้รู้สึกสดชื่นขึ้นอย่างเดียว

    แต่ในหัวผมจะได้ใช้เวลาตั้งสติ และคิดทบทวนว่าเมื่อวานเราทำอะไรสำเร็จไปแล้วบ้าง แล้ววันนี้เราจะต้องทำอะไร เหมือนเป็นการทำสมาธิก่อนจะออกไปลุยกับเช้าวันใหม่ครับ หรืออีกเคสของเพื่อนผม เค้าจะออกไปทำอาหารเช้าง่ายๆ แล้วนั่งจิบกาแฟที่ระเบียงก็มี นี่คือความคิดส่วนตัวของผม ที่ว่าฟังก์ชันแบบนี้ในคอนโดสูงๆมีประโยชน์อย่างไรนะครับ แล้วคุณล่ะ…ใช้ฟังก์ชันนี้ทำอะไรบ้าง เล่าสู่กันฟังได้นะ

    ภายในห้องนอน เมื่อเราวางเตียงนอนขนาด 5 ฟุตไปแล้ว ก็จะมีพื้นที่เหลือรอบเตียงด้านละประมาณ 70 cm. พอจะให้วางชั้นวางทีวีและยังพอเดินผ่านได้พอดีครับ

    ส่วนประตูระเบียงก็เป็นกระจกบานเลื่อนที่สูงจากพื้นถึงฝ้าเลยครับ พร้อมกับ Drop รางม่านให้แล้วเรียบร้อยเช่นเคย

    ระเบียงภายนอกจะเหมือนกับฝั่งของห้องนั่งเล่นครับ เป็นระเบียงแคบที่ออกมายืนสูดอากาศได้ ส่วนอีกด้านก็จะเป็นช่องเก็บ Condensing Unit ที่คั่นอยู่ตรงกลาง แต่จะไม่มีประตูเปิดได้จากฝั่งนี้นะ เวลาช่างมาซ่อมแอร์ห้องนอนจะได้ไม่เสียความเป็นส่วนตัวครับ

    ส่วนอีกด้านของห้องจะเป็น Walk in closet โดยพื้นที่ยืนแต่งตัวตรงกลางจะกว้าง 80 cm. สามารถเดินผ่านได้สะดวก และยังสามารถเปิดตู้ 2 ฝั่งได้พอดีๆ (โดยที่เรายืนอยู่ตรงกลางระหว่างตู้ได้คนนึง) แต่อาจยืนแต่งตัวพร้อมกัน 2 คนไม่ได้นะครับ เพราะน่าจะแคบเกินไป

    ตู้เสื้อผ้าทางโครงการจะ Built in มาให้แบบนี้ทั้ง 2 ฝั่งเลยครับ ฝั่งหนึ่งเป็นตู้เสื้อผ้าและลิ้นชัก ส่วนอีกฝั่งหนึ่งเป็นชั้นวางของที่สามารถเก็บเครื่องประดับได้ครับ สามารถของได้เยอะเลยทีเดียว

    ถัดมาจะเป็นพื้นที่แต่งตัวหน้าห้องน้ำครับ กว้างประมาณ 70 cm. และจะมีประตูเชื่อมมาจากฝั่งครัวด้านหน้าห้องได้อีกทางหนึ่ง ทำให้เวลามีแขกมาเข้าห้องน้ำ ก็จะไม่จำเป็นต้องเดินผ่านห้องนอนโดยตรง ทำให้มีความเป็นส่วนตัวในระดับหนึ่ง (แต่ยังพอจะแอบมองเข้าไปผ่าน Walk in closet ได้เล็กน้อย) ซึ่งถ้าใครที่ต้องการความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ก็อาจกั้นห้องหรือทำม่านปิดเพิ่มอีกหน่อยก็ได้ครับ

    ส่วนประตูทางเชื่อมนี้เราก็จะได้เป็นประตูไม้บานเลื่อนทึบ เหมือนกับประตูทางเข้าห้องนอนเลยครับ

    เมื่อผ่านประตูเข้ามาจะมีตู้บานใหญ่อยู่ทางขวามือ ซึ่งทางโครงการจะ Built in มาให้แบบนี้เลย แต่หน้าบานจะเป็นไม้บานทึบนะครับ โดยเราสามารถนำกระจกเงานี้มาเป็นไอเดียแต่งห้องเพิ่มได้ เพราะนอกจากจะส่องแต่ตัวได้แล้ว ก็ยังทำให้ทางเดินภายในดูกว้างขึ้นอีกด้วย

    ภายในตู้ด้านล่างจะเป็นพื้นที่วางเครื่องซักผ้า ขนาดประมาณ 67 x 75 cm. สูง 90 cm. ซึ่งจะวางอยู่บนตู้ที่ยกระดับมาจากพื้นห้องอีกทีครับ โดยผมแนะนำให้หาถาดมารองเพื่อกันความชื้น หรือหยดน้ำจากเครื่องซักผ้าหน่อยจะดีครับ ตู้ไม้ของเราจะได้ไม่เสียหายง่าย ส่วนด้านบนจะเป็นช่องเก็บรองเท้านะ

    ถัดเข้ามาจะเป็นห้องน้ำครับ มีขนาดค่อนข้างใหญ่ และแบ่งฟังก์ชันเป็นสัดส่วนดีทีเดียว

    พื้นที่ส่วนแห้งมีขนาดประมาณ 1 x 2 m. ปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ลายหินอ่อน ขนาด 60 x 60 cm. ลดระดับลงจากพื้นห้องเล็กน้อย เวลาล้างทำความสะอาด น้ำจะได้ไม่ไหลย้อนออกมาด้านนอก

    สุขภัณฑ์ภายในเป็นของ Kohler ประกอบด้วย อ่างล้างหน้าขนาด 58 x 46 cm. ลึก 13 cm. วางบนเคาน์เตอร์หินอ่อนสีน้ำตาลให้วางของเพิ่มได้ พร้อมกับ Built ตู้เก็บของด้านล่างมาให้ด้วยครับ และติดกันทางขวามือจะเป็นโถสุขภัณฑ์นะ

    ส่วนทางด้านซ้ายจะเป็น Shower Box ที่กั้นด้วยกระจกนิรภัย Tempered Glass โดยที่ผมสังเกตเห็นว่าด้านหลังที่เปิดประตูจะมี Stopper กันกระแทกซ่อนอยู่ด้วย ส่วนพื้นที่ยืนอาบน้ำจะกว้างประมาณ 1.38 x 0.9 m. ครับ สามารถใช้งานได้สะดวกทีเดียว (ของจริงผนังจะเป็นทึบทั้งหมด ไม่ได้เป็นกระจกนะครับ)

    ภายในติดตั้ง Hand Shower และ Rain Shower มาให้พร้อมใช้งาน โดยทางโครงการจะติดตั้งระบบทำน้ำร้อนเฉพาะในส่วนนี้มาให้แล้วครับ ตรงก๊อกจึงเลือกผสมอุณหภูมิน้ำได้ด้วยตัวเองเลย รวมถึงเจาะช่องวางสบู่และแชมพูที่ผนังไว้ให้ด้วยครับ

    ห้อง 1 Bedroom ขนาด 29.81 ตารางเมตร เป็นห้องไซส์ S ขนาดเล็กที่สุดของโครงการ จึงทำให้เป็นห้องที่ราคาหยิบจับได้ง่ายที่สุดครับ แต่ก็แลกมากับฟังก์ชันบางอย่างที่ลดลงหรือหายไปบ้าง เช่น Walk in Closet และพื้นที่โต๊ะทานอาหารที่เล็กลง ส่วนฟังก์ชันอื่นๆยังมีลักษณะคล้ายเดิม แต่ยังคงความเป็น Flow Concept เอาไว้อยู่ และจุดที่ผมชอบของห้องนี้คือ ประตูห้องน้ำที่สามารถเข้า-ออกได้ 2 ฝั่งครับ ทำให้ใช้งานได้สะดวก และได้ความเป็นส่วนตัวเวลามีแขกมาหาอีกด้วย ของจริงจะเป็นอย่างไรบ้างเราไปชมกันเลยครับ

    นี่คือบรรยากาศแรกเมื่อเราเปิดประตูห้องเข้ามาครับ เป็น Common area ที่เชื่อมต่อกันทั้งครัวเปิด โต๊ะทานอาหาร และพื้นที่นั่งเล่นที่อยู่ติดระเบียง โดยความสูงฝ้าของจริงจะเป็น 2.75 m. พื้นเป็น Stone Plastic Composite และได้แอร์ Wall Type เหมือนเดิมครับ

    เรามาดูพื้นที่ส่วนแรกหน้าห้องก่อนครับ พื้นที่ยืนทำครัวกว้าง 1.2 m. แต่ห้องนี้จะเป็นครัวเปิดที่มีระยะให้เราสามารถกั้นผนังกระจกเพิ่ม เพื่อทำเป็นครัวปิดได้ครับ เหมาะกับคนที่ชอบทำอาหารเลย

    ด้านซ้ายมือจะเป็นชุดเคาน์เตอร์ครัว ที่เหมือนกับห้องก่อนหน้านี้เลยครับ เครื่องครัวเป็นของ Teka และมีพื้นที่วางตู้เย็นกว้าง 60 x 66 cm. สูง 1.9 m.

    ส่วนฝั่งตรงข้ามจะเป็นตู้เก็บรองเท้าและเครื่องซักผ้า ขนาด 60 x 80 cm. สูง 90 cm. ซึ่งเดิมทีเคยอยู่ที่ Walk in Closet ในห้องนอน ก็จะย้ายมาอยู่ตรงนี้แทน ทำให้ใช้งานได้สะดวกมากขึ้นครับ

    ติดกันเป็นห้องน้ำครับ ภายในมีพื้นที่ใช้งานพอดีๆ และแยกโซนเปียกกับโซนแห้งไว้ให้แล้ว

    อย่างที่ผมบอกไปในตอนแรกว่า ห้องน้ำนี้จะมีทางเข้า-ออก 2 ทาง คือจากด้านหน้าห้อง และจากห้องนอน ทำให้ใช้งานสะดวกและเป็นส่วนตัวครับ ซึ่งทางเดินนี้จะกว้าง 85 cm. ให้เดินผ่านสบายๆนะ

    ฟังก์ชันแรกจะเป็น Shower Box ที่เป็นกระจกนิรภัยแบบเข้ามุมทั้ง 2 ด้านเลยครับ โดยส่วนตัวผมเองก็ชอบเพราะมันสวยดีนะ แต่อาจต้องขยันทำความสะอาดหน่อย เพราะกระจกจะเห็นคราบได้ง่ายกว่าผนังครับ

    ภายในมีพื้นที่ยืนอาบน้ำ 85 x 90 cm. ขนาดพอดีตัว พร้อมกับติดตั้ง Hand Shower และ Rain Shower มาให้เหมือนกับห้องก่อนหน้านี้เลยครับ แต่จะไม่มีชั้นวางสบู่หรือแชมพูให้นะ (ต้องติดเพิ่มเอง)

    ถัดเข้ามาด้านในจะเป็นพื้นที่ส่วนแห้ง ประกอบด้วยโถสุขภัณฑ์และเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าของ Kholer และมีพื้นที่ใช้งานกว้าง 1.1 x 1.8 m. ครับ

    แต่ถ้าเราหันมาเห็นผนังทางด้านขวาที่เป็นกระจกลูกฟูก ของจริงจะเป็นผนังทึบปกตินะครับ

    กลับออกมาที่ Common area ด้านนอก ตรงกลางจะเป็นโต๊ะทานอาหาร ที่คั่นอยู่ระหว่างครัวและโซฟานั่งเล่นครับ

    ซึ่งขนาดพื้นที่นี้พอที่จะใช้โต๊ะขนาด 2 ที่นั่งได้พอดีๆ และผมแนะนำให้ใช้เป็นโต๊ะสี่เหลี่ยมธรรมดาแทนน่าจะดีกว่าครับ เพราะเราสามารถเลื่อนไปชิดผนังได้เลย ไม่เปลืองพื้นที่ครับ

    ถัดเข้ามาเป็นพื้นที่นั่งเล่น สามารถวางโซฟาขนาด 2 ที่นั่งได้ และมีระยะดูทีวีอยู่ที่ 1.9 m. สามารถใช้ทีวีขนาด 40 – 44 นิ้ว ได้ครับ รวมถึงเราสามารถนั่งที่โต๊ะทานอาหารและดูทีวีไปด้วยได้นะ ถือว่าใช้เป็นโต๊ะอเนกประสงค์ไปได้ในตัวครับ

    ส่วนระเบียงห้องจะเป็นระเบียงแคบ และเล็กกว่าห้องก่อนหน้านี้หน่อย แต่ยังออกไปยืนสูดอากาศได้อยู่ครับ และเช่นเคยคือจะมีพื้นที่เก็บ Condensing Unit แยกเอาไว้เป็นสัดส่วนแล้วด้วยครับ

    มองย้อนกลับมาให้เห็นภาพรวมของ Common area กันอีกครั้ง ต่อไปเราจะไปดูห้องนอนทางขวามือกันบ้างครับ ซึ่งความแปลกของห้องนี้อีกอย่างคือ ห้องนอนจะมีประตูทางเข้า 2 จุดด้วยกัน และยังคงใช้เป็นประตูบานเลื่อนทึบ เพื่อให้เกิดการเชื่อมต่อการใช้งานที่ง่าย ตาม Flow Concept ของโครงการครับ (แต่ถ้าปรับเป็นผนังทึบ เราก็จะสามารถ Built ตู้หรือชั้นวางของ เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บของได้อีกนะ)

    โดยผมจะพาทุกคนเข้าประตูด้านซ้ายที่เป็นทางเข้าหลักนะครับ ซึ่งอยู่ติดกับห้องน้ำ และสิ่งแรกที่เราเจอก็คือตู้เสื้อผ้านั่นเอง ทำให้เวลาออกมาจากห้องน้ำก็เดินมาแต่งตัวได้ทันทีเลย

    หันมาทางด้านขวาจะเจอกับพื้นที่เตียงนอนครับ ขนาดห้องไม่ใหญ่มากนัก แต่ก็ยังมีพื้นที่รอบเตียงให้เดินได้สะดวกอยู่นะ (ซ้ายแต่งตัว 75 cm., ขวาระเบียง 50 cm. และปลายเตียง 45 cm.) อีกทั้งเรายังได้แสงธรรมชาติจากระเบียงด้วย แต่ผนังบางส่วนจะเป็นผนังทึบครับ เนื่องจากด้านนอกเป็นพื้นที่เก็บ Condensing Unit นั่นเอง

    ผนังปลายเตียงเป็นผนังทึบ นอกจากจะได้ความเป็นส่วนตัวแล้ว ก็ยังแขวนทีวีได้อีกด้วย แต่จากภาพเราจะเห็นว่าทีวีไม่ได้อยู่ตรงเซ็นเตอร์กับเตียงใช่มั๊ยครับ ผมแนะนำให้เลื่อนทีวีมาติดทางซ้ายอีกหน่อย ส่วนผนังที่เหลือก็ทำชั้นวางของหรือติดรูปภาพก็ได้ครับ

    สุดท้ายคือระเบียงห้องนอน ซึ่งจะได้ความเป็นส่วนตัวจากพื้นที่เก็บ Condensing Unit ที่มาคั่นกลาง และมีขนาดกว้าง 1.8 x 0.45 m. พอจะให้ออกมายืนสูดอากาศได้เช่นเคยครับ

    สำหรับห้อง Type อื่นๆของโครงการจะมีดังต่อไปนี้

    Image 1/9
    1 Bedroom ขนาด 34.72 ตร.ม.

    1 Bedroom ขนาด 34.72 ตร.ม.

    …หลังจากที่ได้ดูห้องตัวอย่างทั้ง 2 ห้องไปแล้ว มีใครชอบใจห้องไหนจุดไหนกันบ้างครับ? ส่วนตัวผมค่อนข้างชอบห้องแรกนะ เพราะเป็นห้อง 1 Bedroom ขนาดใหญ่ มีพื้นที่ใช้สอยสบายๆ และค่อนข้างประทับใจกับการออกแบบทางเข้าห้องน้ำมากๆ เพราะนอกจากจะได้ความเป็นส่วนตัวแล้ว ยังใช้งานได้สะดวกอีกด้วย ถ้าคนอื่นมีความคิดเห็นอย่างไรก็อย่าลืม Comment มาแชร์กันที่ด้านล่างรีวิวด้วยนะครับ เอาล่ะ..ทีนี้เราไปดูสรุปภาพรวมทั้งโครงการกันเลยดีกว่าครับ

    **รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะครับ

    ราคา

    ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 17 December 2019

    • 1 Bedroom-S : 29.81 sq.m.
    • 1 Bedroom-M : 34.72 sq.m.
    • 1 Bedroom-L : 41.4 – 42.5 sq.m.
    • 2 Bedroom : 58.4 – 59.6 sq.m.
    • Penthouse : 72.5 – 105.8 sq.m.
    • ราคาเริ่มต้น 190,000 บาท/ตร.ม.

    • รูปแบบการขาย Fully Fitted
    • ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน 2.75 เมตร
    • Kitchen & Sink / ท็อปหินสังเคราะห์
    • Hob & Hood / ของยี่ห้อ Teka
    • จอง n/a บาท
    • ทำสัญญา n/a บาท
    • ดาวน์ n/a% ผ่อนดาวน์ n/a งวด
    • ค่ากองทุน n/a บาท/ตร.ม.
    • ค่าส่วนกลาง n/a บาท/ตร.ม./เดือน
    • หากสนใจโครงการ สามารถลงทะเบียนได้ที่ https://nobleurl.com/2R0Orum

    **ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ครับ

    บทสรุป

    ทำเล : โครงการ Noble State 39 ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 39 หรือซอยพร้อมพงษ์ ใกล้กับปากซอยฝั่งถนนสุขุมวิท ถือว่าเป็นทำเลระหว่างกลางของย่านอโศกและทองหล่อ-เอกมัย ที่สามารถเชื่อมต่อไปได้สะดวกครับ มีการเดินทางที่สะดวกและหลากหลาย ทั้งตรอกซอกซอยต่างๆ รถไฟฟ้า รถสาธารณะ และท่าเรือ ซึ่งโดยรอบโครงการจะค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ครับ เพราะเป็นแหล่งการค้าและธุรกิจที่หลากหลาย มีตั้งแต่ร้านสะดวกซื้อธรรมดาๆ ไปจนถึงห้างสรรพสินค้า โรงภาพยนต์ ร้านอาหารนานาชาติ และคาเฟ่ระดับ Hi-End มากมาย รวมไปจนถึง Fitness Center และสวนสาธารณะอีกด้วย และจะเห็นว่ามี Expat หรือชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานในไทยอยู่อาศัยกันเยอะมาก โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่น ทำให้ภายในซอยพร้อมพงษ์และทองหล่อจะมีอาคารพวก Service Apartment อยู่ค่อนข้างมาก เเละมีร้านอาหารหลากหลายสัญชาติเปิดให้บริการตาม Community ต่างๆกระจายกันทั่วทั้งซอย

    มาดูที่ตัวโปรดักส์กันบ้างครับ หากพูดถึงคอนโดมิเนียมในย่านอโศก พร้อมพงษ์ และทองหล่อ ส่วนมากก็จะเป็นโครงการระดับ Super Luxury ที่มีราคาสูงมากกว่า 200,000 บาท/ตร.ม. กันหมด แต่สำหรับ Noble State 39 โครงการนี้เปิดตัวออกมาเริ่มต้นที่ 190,000 บาท/ตร.ม. ผมถือว่าทำราคาออกมาได้ค่อนข้างดี ยิ่งเทียบกับทำเลใกล้ปากซอยฝั่งสุขุมวิทที่เดินไปรถไฟฟ้าและห้างได้แบบนี้ครับ เพราะถ้าเป็นราคานี้ ทำเลแบบนี้ โครงการใหม่มือ 1 ในย่านนี้จะไม่มีเลย (มีแต่โครงการเก่ามือ 2 เท่านั้น หรือไม่ก็ต้องเป็นฝั่งท้ายซอยโน้นเลยครับ) แต่อันนี้เป็นเพียงราคาเริ่มต้นเท่านั้น ถ้าเป็นราคาเฉลี่ย/ตารางเมตร ทั้งโครงการ ก็น่าจะอยู่ที่ 2xx,xxx บาท/ตร.ม. หรือประมาณ 2 แสนต้นๆ (ลองสอบถามกับโครงการอีกทีนะครับ) ซึ่งก็ยังถือว่าเกาะกลุ่ม และเหมาะสมกับทำเลนี้อยู่ครับ

    การเดินทางโดยใช้รถ : ซอยพร้อมพงษ์เป็นซอยที่มีทางลัดเลาะ เชื่อมต่อกับซอยสุขุมวิทอื่นๆได้ครับ โดยเฉพาะซอยพร้อมจิตรที่ใช้ไปยังอโศกได้ กับซอยพร้อมมิตรที่ไปยังสุขุมวิท 49 และไปทองหล่อได้ด้วย อีกทั้งยังมีซอยพร้อมใจที่ไปออกด้านหลังห้าง EmQuartier ได้อีก ถือว่ามีทางเลี่ยงรถติดที่หลากหลาย ไม่ต้องไปผจญรถติดหรืออ้อมที่ถนนใหญ่เลยครับ แต่ภายในซอยเหล่านี้ก็มีรถติดในช่วงเวลาเร่งด่วนอยู่เหมือนกันนะ โดยเฉพาะตอนกลางคืนช่วงหัวค่ำครับ ส่วนที่จอดรถจะมีอยู่ประมาณ 54% ซึ่งก็ถือว่าเพียงพอสำหรับทำเลในเมือง ที่มีตัวเลือกการเดินทางด้วยสาธารณะอื่นๆด้วยครับ

    การเดินทางโดยไม่ใช้รถ : หน้าปากซอยมีสถานีรถไฟฟ้า BTS พร้อมพงษ์ ซึ่งอยู่ห่างจากโครงการประมาณ 450 m. ยังพอจะสามารถเดินถึงได้ครับ หรือถ้าใครไม่อยากเดินก็จะมีวินมอไซค์คอยบริการให้อยู่เป็นระยะๆตลอดทั้งซอยนะ นอกจากนี้ยังมีรถกะป้อ รถแท็กซี่ และมีท่าเรือคลองแสนแสบที่ท้ายซอยฝั่งถนนเพชรบุรีก็มี ถือว่ามีตัวเลือกในการเดินทางที่หลากหลายเลยครับ

    การออกแบบโครงการ : ส่วนตัวผมคิดว่าทำออกมาได้ดี ผังโครงการหลายๆส่วนค่อนข้างได้ความเป็นส่วนตัว ตั้งแต่การแยกอาคาร Commercial และ Residential ออกจากกัน มีทางเข้าโครงการที่ร่นเข้ามาด้านใน และวางประตู Lobby อยู่ด้านข้าง คนภายนอกมองเข้ามาไม่เห็น ได้โถงทางเดินชั้นพักอาศัยเป็น Single Corridor วางโถงลิฟต์ไว้ตรงกลางใช้งานสะดวก และมีช่องแสงระบายอากาศตรงทางเดินให้อากาศถ่ายเทไม่อึดอัด หมดปัญหาเสียงรบกวนจากห้องใกล้งานระบบลิฟต์

    การออกแบบห้องพัก : เป็นโครงการที่มีห้องหลายขนาดให้เลือกครับ โดยเฉพาะห้องขนาด 29.81 ตร.ม. ซึ่งพอคิดเป็นราคาเงินก้อนออกมาแล้วจึงจับต้องได้ง่ายกว่าโครงการที่มีแต่ห้องใหญ่ๆ โดยทุกห้องจะมีฟังก์ชันค่อนข้างลงตัวและเป็นสัดส่วนดีทีเดียว มีแนวคิด Flow Concept ในการออกแบบประตูห้องเป็นบานเลื่อนทึบ ซึ่งทำให้ใช้งานง่าย และเกิดการเชื่อมต่อกันของพื้นที่ได้ดี แถมยังประหยัดพื้นที่ในการเปิด-ปิดอีกด้วย (แต่ความสามารถในการเก็บความเย็นและเสียงในห้องจะลดลง) และที่ผมชอบคือ การใช้งานห้องน้ำของโครงการนี้ทำได้ดีเลยครับ มีทางเข้า 2 ทาง ซึ่งห้องนอนจะไม่เสียความเป็นส่วนตัว ใช้งานได้ง่าย รวมถึงตรงส่วนระเบียงที่มีช่องเก็บ Condensing Unit มาคั่นกลาง ก็ช่วยให้ระเบียงห้องนอนเป็นส่วนตัวได้อีกด้วย แต่จะเป็นระเบียงแคบให้ออกไปยืนสูดอากาศได้เท่านั้น เพราะต้องการเน้นพื้นที่ใช้สอยภายในมากกว่า ไม่เน้นใช้งานระเบียงมากนัก และสุดท้ายคือเรื่องครัว โครงการนี้จะให้ครัวเปิด จึงเหมาะกับคนที่ไม่เน้นทำอาหารจริงจังในห้องสักเท่าไหร่นัก

    วัสดุ : ให้มาตามมาตรฐานทั่วไปครับ แต่จะมีดีไซน์โมเดิร์นที่สวยดีทีเดียว และจะมีพวกวัสดุปิดผิวต่างๆที่ค่อนข้างดีหน่อย ได้แก่ พื้น Stone Plastic Composite ที่ทนน้ำและความชื้นได้ดีขึ้น , มี Top เคาน์เตอร์ครัว และ Blacksplash ที่เป็นหินสังเคราะห์ที่ทนคราบและทำความสะอาดง่าย กับช่องแสงที่ให้กระจกมาค่อนข้างใหญ่ สูงจากพื้นถึงฝ้าเลยครับ ถึงแม้ว่าจะขายแบบ Fully Fitted ก็จริง แต่ทางโครงการก็ Built in มาให้จนเกือบครบแล้ว ขาดแค่เฟอร์นิเจอร์ลอยตัวบางอย่าง และเครื่องใช้ไฟฟ้าเท่านั้นก็เข้าอยู่ได้เลยครับ

    สาธารณูปโภค : พื้นที่ภายในส่วนกลางของโครงการนี้จะตกแต่งสไตล์ Retro ค่อนข้างเป็นเอกลักษณ์ แบ่งพื้นที่การใช้งานให้กระจายออกไปหลายๆชั้น เพื่อลดความแออัดและเป็นส่วนตัว แยกโซนตามฟังก์ชันการใช้งานชัดเจน เริ่มต้นแต่พื้นที่ต้อนรับอย่างสวน Forest Room และ Lobby ที่ชั้น 1 ถัดขึ้นมาที่ชั้น 11 จะเป็น Private Zone อย่าง Olivia Lounge, Mellow Space และ Tea Terrace ที่เน้นการสันทนาการ การพักผ่อน และความสงบ เนื่องจากเป็นชั้นที่อยู่รวมกับห้องพักอาศัยส่วนหนึ่งนั่นเอง ส่วนชั้น 37 จะเป็น Main Facilities แบบ Active Zone เน้นการออกกำลังกายในห้อง GYM และ Swimming Pool แบบ Simi-Outdoor ซึ่งมี Sky Light เชื่อมต่อกับชั้นดาดฟ้าได้ด้วย โดยชั้น 38 ถูกจัดเป็น Chef table & Farm มีที่นั่งและศาลาใต้ต้นไม้ดูร่มรื่นน่าใช้งานครับ

    Judgement

    การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

    ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

    เทียบกับราคาเริ่มต้น 190,000 บาท/ตร.ม., 26 July 2017

    • ทำเล 8/10 – ใกล้ปากซอยพร้อมพงษ์ ใกล้ห้าง อุดมสมบูรณ์ หาของกินง่าย
    • การเดินทางด้วยรถ 8.25/10 – มีซอยลัดเลี่ยงรถติด ไปเชื่อมซอยอื่นๆได้หลากหลาย
    • ไม่ใช้รถ 8.25/10 – เดินไป BTS พร้อมพงษ์ได้ 450 m. และเรียกรถสาธาณะง่าย
    • วัสดุ 7.75/10 – ให้ของมาตรฐาน เหมาะสบกับราคาเริ่มต้น Fully Fitted ต้องแต่งเพิ่ม
    • แบบ 8.5/10 – ห้องหน้ากว้าง มีหลายขนาดให้เลือก ฟังก์ชันดี เป็นส่วนตัว ใช้งานง่าย
    • สาธารณูปโภค 8.5/10 – สไตล์ Retro เป็นเอกลักษณ์ เน้นพื้นที่ Indoor และ Semi-Outdoor ที่ใช้งานได้จริงตลอดวัน ฟังก์ชันหลากหลาย น่าใช้งาน

    • SUPER LUXURY CLASS
    • 8.14 / 10.00

    หมายเหตุ : คะแนนข้างต้นนี้ผมใช้เกณฑ์การให้คะแนนจากข้อมูลปัจจุบันที่ได้รับ คือราคาเริ่มต้น 190,000 บาท/ตร.ม. ณ วันที่โครงการเปิดตัวเท่านั้นนะครับ ซึ่งในกรณีถ้าใช้เกณฑ์การให้คะแนนเทียบกับราคาเฉลี่ยทั้งโครงการ ราคาจะต้องสูงกว่าราคาเริ่มต้นอยู่แล้ว น่าจะอยู่ที่ 2xx,xxx บาท/ตร.ม. หรือประมาณ 2 แสนต้นๆ (อันนี้ให้ลองสอบถามกับโครงการอีกครั้ง) โดยผู้ซื้อสามารถพิจารณาการให้คะแนนใหม่ได้ตามความเหมาะสม และความคุ้มค่าในส่วนของตัวโปรดักส์ด้วยตนเองได้นะครับ

    BOTTOM LINE

    โครงการ Noble State 39 เหมาะกับคนที่มองหาคอนโดย่านพร้อมพงษ์ สามารถเดินมารถไฟฟ้าหรือห้างได้ ผังโครงการเป็นส่วนตัว มีห้องหลายขนาดให้เลือก ฟังก์ชันลงตัวและใช้งานง่าย มีส่วนกลางหลากหลายตกแต่งสไตล์ Retro เป็นเอกลักษณ์ มีงบประมาณระดับ 190,000 บาท/ตร.ม. หรือเริ่มต้น 5.66 ล้านบาทขึ้นไป (ห้อง 29.81 ตร.ม.) หรือมีกำลังผ่อนประมาณ 40,000 บาท/เดือนขึ้นไป



    ติดตามพวกเราได้ที่
    Website : www.thinkofliving.com
    Twitter : www.twitter.com/thinkofliving
    YouTube : www.youtube.com/ThinkofLiving
    Instagram : www.instagram.com/thinkofliving
    Facebook : ThinkofLiving