MITI CHIVA Kaset Station คอนโด High Rise 23 ชั้น ห่างจาก BTS ม.เกษตรฯ 150 เมตร จาก One Living Development [รีวิวฉบับที่ 2021]

 

รีวิวฉบับที่ 2021 … หลังจากที่สร้างเสร็จกันมาหมาดๆ พร้อมกับรถไฟฟ้าที่เปิดให้บริการพอดี ผมจึงต้องพาแวะเข้ามาชมกันกับ “Miti Chiva Kaset Station” คอนโด High Rise ที่มาเพียง 200 ยูนิตเท่านั้น ตั้งอยู่ติดถนนใหญ่อย่างประเสริฐมนูกิจ และยังสามารถออกไปยังถนนพหลโยธินทางหลังโครงการได้ด้วย มีระยะเพียง 150 เมตร จาก BTS ม.เกษตรฯ มาในรูปแบบห้อง 1 Bedroom เป็นหลัก พร้อมส่วนกลางจัดเต็ม 3 ชั้นบนสุด ซึ่งปัจจุบันก็ Sold Out กันไปแล้ว แต่ยังมีห้องหลุดโอนให้ลุ้นกันได้นาทีท้ายๆนะครับ ลองเข้าไปชมกันเลย

ข้อมูลโครงการ

12 January 2020

  • Miti Chiva Kaset Station (มิติ ชีวา เกษตร สเตชั่น)
  • One Living Development
  • LUXURY CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่: ถนนประเสริฐมนูกิจ เขตจตุจักร
  • ที่ดินประมาณ 1-2-6.7 ไร่
  • คอนโด High Rise 23 ชั้น 200 ยูนิต
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 12 ยูนิต
  • ที่จอดรถประมาณ 120 คัน คิดเป็น 60% รวมจอดซ้อนคัน
  • แบ่งเป็นจอดแบบปกติ 54 คัน และแบบ Automatic Parking 66 คัน
  • เริ่มก่อสร้าง : Q2 2561
  • แล้วเสร็จ : Q4 2562
  • 1 Bedroom 23 – 27 ตร.ม.
  • 1 Bedroom Plus 33.5 – 34.5 ตร.ม.
  • ฝ้าเพดานห้องปกติสูง 3 เมตร / ห้อง Loft สูง 4.6 เมตร
  • ราคาห้องเริ่มต้น 3.59 ล้านบาท / หรือตร.ม.ละ 143,600 บาท
  • ราคาเฉลี่ยทั้งโครงการ AVERAGE ประมาณ 160,000 บาท/ตร.ม.
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • โทร : 085-911-8811

ทำเลที่ตั้ง

พิกัด Google Maps : 13.840460, 100.577886
หรือสามารถ :  คลิกที่นี่

แผนที่จากทางโครงการครับ

ทำเลโครงการจัดว่ามีความพิเศษอยู่ไม่น้อย เพราะมีทางเข้าออกโครงการถึง 2 จุด ด้านหน้าจะตั้งอยู่บนถนนประเสริฐมนูกิจใกล้กับแยกม.เกษตร ส่วนด้านหลังสามารถเข้าออกทางซอยพหลโยธิน 38 ได้ ซึ่งจะช่วยให้ทะลุออกถนนพหลโยธินไปจตุจักร มุ่งหน้าเข้าอนุสาวรีย์ฯ  หรือจะออกนอกเมืองก็ไปทางฝั่งสะพานใหม่ได้เลย หรือจะเดินทางไปทะลุออกงามวงศ์วาน เข้าวิภาวดีรังสิตขึ้นทางด่วนก็ได้ไม่ยากเลย

การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว ถ้ามองภาพรวมทำเลจะเห็นว่าสะดวกลัดเลาะไปไหนได้ค่อนข้างหลากหลาย แต่อย่าลืมว่าทำเลที่อยู่ใกล้แยกและจุดสำคัญแบบนี้การจราจรค่อนข้างหนาแน่นเกือบจะทุกเส้นที่กล่าวมาเลย ภายในโครงการจะมีพื้นที่จอดรถประมาณ 120 คัน คิดเป็น 60% รวมจอดซ้อนคัน แบ่งเป็นจอดแบบปกติ 54 คัน และแบบ Automatic Parking 66 คัน ก็จัดว่าเพียงพอต่อการใช้งานนะครับ สำหรับโครงการที่ห่างจากรถไฟฟ้าเพียง 150 เมตร

สำหรับการเดินทางสาธารณะก็จัดว่ามีตัวเลือกได้เยอะกว่าโครงการอื่นๆ เพราะทะลุออกถนนใหญ่ได้ 2 สาย เรียกรถประจำทางได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น แต่ไฮไลท์คงต้องยกให้ BTS สถานีม.เกษตรศาสตร์ ที่พึ่งเปิดตัวกันไปไม่นานมานี้ อยู่ห่างออกไปเพียง 150 เมตร ทางซอยพหลโยธิน 38 ส่วน Taxi และวินมอเตอร์ไซค์ จะใช้งานได้ง่ายบริเวณถนนประเสริฐมนูกิจซะมากกว่า เพราะไม่ต้องเดินออกมาไกล เรียกใช้ได้ที่หน้าโครงการเลย

ส่วนความอุดมสมบูรณ์ก็ถือว่าไม่ธรรมดาเลย เพราะใกล้กับแหล่งงานและสถานศึกษาหลักๆมากมาย ทั้งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และมหาวิทยาลัยศรีปทุม แถมยังมีสถานที่ราชการอื่นๆรอบๆอย่าง กรมป่าไม้ กรมยุทธโยธาทหารบก กองพันทหารราบที่ 11 ฯลฯ โดยแค่เฉพาะ ม.เกษตรก็มีเหล่านศ. ที่ผมแอบไปเช็คมาเมื่อปี 62 ประมาณ 37,000 กว่าคนแล้วนะ ยังไม่รวมบุคลากรต่างๆอีก (ที่มา : https://regis.ku.ac.th/cpcmns/rpt_std_ku3.ph.) รวมไปถึงการมาของรถไฟฟ้าก็ทำให้ก็มีความเจริญตามมาอย่างไม่ต้องสงสัยเลย ซึ่งส่วนใหญ่จะมีร้านค้าร้านอาหารตามแนวถนนพหลโยธินฝั่งตรงข้าม ม.เกษตร หรือถ้าจะไปจับจ่ายใช้สอยใกล้ๆก็มีตลาดอมรพันธ์ และถ้าหากอยากไปเดินห้างก็จะมี Major รัชโยธิน ที่จะขับรถไปก็ไม่ไกล หรือจะนั่งรถไฟฟ้าก็แค่ 2 ป้ายเท่านั้น

เส้นทางการเดินทาง

สำหรับการเดินทางไปโครงการวันนี้ ผมจะพาทุกคนไปเส้นทางที่ง่ายและสะดวกที่สุดนะครับ นั่นก็คือการเดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS สถานี ม.เกษตรฯ ให้ออกมาที่ประตูทางออกหมายเลข 2 จากนั้นเดินเข้าซอยพหลโยธิน 38 ที่อยู่เยื้องๆกับทางขึ้นลงสถานี แล้วเดินเข้ามาจนสุดซอย จะพบประตูด้านหลังของโครงการครับ ซึ่งจะมีระยะรวมทั้งสิ้นประมาณ 150 เมตร แต่ในแผนที่กราฟฟิคจะแนะนำเส้นทางที่เข้าจากทางฝั่งด้านหน้าโครงการไว้ให้ด้วย คือการออกที่ประตูทางออกหมายเลข 2 เช่นกัน จากนั้นเดินเรียบถนนพหลโยธินไปทางแยก ม.เกษตรฯ เลี้ยวซ้ายเข้าถนนประเสริฐมนูกิจ เดินมาเรื่อยๆอีกหน่อยจะเจอตัวโครงการอยู่ทางซ้ายมือครับ มีระยะรวมทั้งสิ้นประมาณ 400 เมตร

เราเริ่มต้นกันที่ BTS สถานี ม.เกษตรฯ นะครับ

สภาพแวดล้อมรอบโครงการ

ตัวโครงการมีลักษณะอาคารเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ตั้งตามแนวทิศเหนือ-ใต้ ทำให้รับวิวฝั่งทิศตะวันออกและตะวันตกเป็นหลัก จะมีวิวที่ค่อนข้างโล่ง ซึ่งปัจจุบันตึกสร้างเสร็จแล้ว ผมได้เก็บภาพวิวแต่ละทิศมาให้ชมกันด้วย สำหรับพื้นที่รอบๆโครงการแต่ละทิศจะมีดังนี้ครับ

ทิศเหนือ – จะเป็นฝั่งด้านหลังโครงการ ได้รับวิวถนนพหลโยธินและ BTS สถานีม.เกษตรฯ ฝั่งทิศตะวันออกเฉียงเหนือจะมีอาคารธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์เป็นตึกสูงอยู่ทางฝั่งนี้ด้วย แต่ห้องพักอาศัยของเราไม่ได้หันไปทางฝั่งอาคารโดยตรง และมีเฉพาะห้องมุมเท่านั้นที่จะเห็น จึงไม่เป็นผลมากนัก ส่วนในระยะประชิดจะเป็นบ้านพักอาศัยแนวราบ ทำให้ไม่มีผลกับวิวของอาคารทางฝั่งนี้ครับ

ทิศตะวันออก – เป็นหนึ่งในทิศที่เป็นวิวหลักของอาคารทั้งชั้นพักอาศัยและพื้นที่ส่วนกลาง ระยะประชิดจะติดกับตึกคอมพิวเตอร์ของธนาคาร ธกส. เป็นตึกสูงประมาณ 5 ชั้น ซึ่งห้องพักอาศัยของเราจะเริ่มต้นที่ชั้น 5 จึงไม่มีผลมากนัก ส่วนระยะไกลก็จะเห็นแนวถนนประเสริฐมนูกิจ ค่อนข้างโล่งเลยทีเดียว

ทิศใต้ – จะเป็นฝั่งหน้าโครงการ ไม่ใช่วิวหลักของอาคาร แต่จะเป็นหนึ่งในวิวหลักของพื้นที่ส่วนกลางชั้นด้านบน วิวฝั่งนี้จะติดกับถนนประเสริฐมนูกิจ และฝั่งตรงข้ามคือกรมยุทธโยธาทหารบก ซึ่งจะมีสนามหญ้า ต้นไม้ ค่อนข้างเยอะ ทำให้วิวฝั่งนี้จะให้ความเขียวสดชื่น และดูสบายตาทีเดียว ส่วนระยะไกลก็ค่อนข้างโล่งเช่นกันครับ

ทิศตะวันตก – จะเป็นอีกหนึ่งฝั่งที่เป็นวิวหลักของพื้นที่พักอาศัย ซึ่งฝั่งนี้จะหันไปที่แยก ม.เกษตร เห็นจุดตัดของถนนสามสายใหญ่ และแนวรถไฟฟ้า ที่สำคัญคือเห็น ม.เกษตรฯ ซึ่งเป็นมหาลัยที่มีต้นไม้และความเขียวขจีค่อนข้างเยอะ ดูร่มรื่นและสบายตา แถมยังไม่มีอาคารสูงขึ้นมารบกวนมุมมองด้วย

ลองลงมาเดินดูแนวราบกันบ้างดีกว่าว่ารอบๆโครงการเป็นยังไงกันบ้าง เริ่มจากเดินไปทางฝั่งถนนประเสริฐมนูกิจกันก่อนเลย มีแนวทางเดินที่ปูอิฐตัวหนอนไว้ให้เรียบร้อย มีแนวเสาไฟฟ้ายาวตลอดแนวถนน

ติดกับตัวโครงการเลยจะเป็นธนาคาร ธกส. ซึ่งจะมีตึกภายใน 2 ตึก เป็นตึกคอมพิวเตอร์ทางด้านหน้าประมาณ 5 ชั้น และตึกใหญ่ด้านหลัง อย่างที่อธิบายไปทางวิวของฝั่งทิศตะวันออก

ด้านหน้าตึกจะมีบ่อน้ำและจัดแนวต้นไม้ไว้ค่อนข้างสวยงาม

ถัดมาหน่อยจะมีสะพานลอยข้ามไปฝั่งตรงข้ามได้

เลยไปก็เป็นพื้นที่ปิดล้อมไว้ครับ ไม่มีแนวอาคารสูง

ส่วนอีกฝั่งทาง แยกม.เกษตร ก็มีแนวทางเดินหน้าโครงการเหมือนกัน ขนาดประมาณ 1.5 – 2 เมตร

ด้านข้างที่ติดกันเลยจะมีบ้านพักอาศัยแนวราบครับ ประมาณ 2 ชั้น

เป็นพื้นที่ส่วนบุคคล ซึ่งไม่มีผลกับวิวของห้องพักอาศัยของเรา

ถัดมาอีกหน่อยจะมีหอพักประมาณ 5 ชั้น ซึ่งก็ห่างจากตัวโครงการเหมือนกัน และสูงเท่ากับชั้นแรกที่มีห้องพักอาศัยของโครงการ จึงไม่มีผลกับวิวมากนัก

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • BTS สถานี ม.เกษตร ~ 150 เมตร
  • มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ~ 300 เมตร
  • ตลาดอมรพันธ์ ~ 600 เมตร
  • โรงพยาบาลเปาโล ~ 950 เมตร
  • ตลาดบางเขน ~ 1.1 กิโลเมตร
  • Top Market เกษตร ~ 1.7 กิโลเมตร
  • Major รัชโยธิน ~ 1.9 กิโลเมตร
  • โรงพยาบาลวิภาวดี ~ 2.2 กิโลเมตร
  • มหาวิทยาลัยศรีปทุม ~ 2.3 กิโลเมตร
  • SCB Park ~ 2.5 กิโลเมตร
  • Central ลาดพร้าว ~ 3.4 กิโลเมตร

รายละเอียดโครงการ

ตัวอาคารของที่นี่จะเป็นอาคาร High Rise ตึกเดียวสูง 23 ชั้น ซึ่งจะมีเพียง 200 ยูนิตเท่านั้น ที่ผมชอบหลักๆเลย คือความเป็นส่วนตัว โดยไม่ใช่เฉพาะจำนวนยูนิตที่ไม่เยอะ แต่เขาจัดการพื้นที่ภายในโครงการได้ค่อนข้างดี เช่นการแยกส่วนพื้นที่ส่วนกลางและห้องพักอาศัยออกจากกันอย่างชัดเจน โดยจะยกเอาพื้นที่ส่วนกลางไปไว้ที่ 3 ชั้นบนสุด ทำให้สามารถจัดการและใช้งานได้ง่าย แถมยังได้รับวิวมุมสูง และห้องพักอาศัยของที่นี่ก็ถูกแบ่งออกมาสูงที่สุด 12 ยูนิต/ชั้น เท่านั้น

พื้นที่หน้าโครงการ ดูร่มรื่นมากครับ ต้อนรับด้านหน้าด้วยแนวสนามหญ้าทั้งสองฝั่ง พร้อมป้ายชื่อโครงการ ตอนกลางคืนเปิดไฟก็ดูสวยงามโดดเด่นทีเดียว (ดูได้จากรูปเปิดรีวิวนะครับ)

ด้านหน้าจะเดินรถสองทางสวนกัน พื้นปิดผิวด้วยคอนกรีตพิมพ์ลาย มีระบบเข้าออกเป็นรั้วกั้นไม้กระดกอัตโนมัติ 2 ฝั่งเข้าออก ทำงานด้วยระบบ Bluetooth ลักษณะจะเหมือนกับ Easy Pass ของทางด่วนครับ

ด้านข้างจะมีป้อม รปภ.ที่คอยดูแลเราตลอด 24 ชั่วโมง ด้านหลังจะมีศาลพระภูมิให้พร้อมสวนเล็กน้อย

เมื่อเข้ามาแล้วจะวนรถทางเดียวอ้อมแนวอาคารครับ เข้าก็ต้องวิ่งไปทางฝั่งซ้าย พื้นด้านข้างจะเปลี่ยนเป็นคอนกรีตธรรมดา รั้วเป็นแนวต้นไม้พร้อมเสาไฟส่องสว่างให้ตามจุดต่างๆ

ด้านหลังจะมีประตูทางเข้าจากซอยพหลโยธิน 38 ซึ่งต่อไปจะเป็นประตูบานเลื่อนอัตโนมัติ เข้าออกด้วยระบบ Bluetooth อัตโนมัติ เหมือนกับประตูทางเข้าหลักหน้าโครงการ

เป็นซอยที่เดินรถทางเดียว ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีการลงรายละเอียดสำหรับการเข้าออกทางนี้นะครับ จะขึ้นอยู่กับนิติบุคคลและลูกบ้านตกลงกัน แต่ที่แน่ๆคือใช้เดินไปขึ้นรถไฟฟ้าได้ มีระยะประมาณ 150 เมตร ถึงจุดขึ้นลงรถไฟฟ้า ​BTS สถานีม.เกษตรฯครับ

ด้านนอกก็มีป้ายโครงการให้เช่นกันกับด้านหน้า ส่วนช่วงเวลาเปิด-ปิด ของประตูทางฝั่งนี้จะขึ้นอยู่กับนิติบุคคลของโครงการอีกทีเช่นกัน

กลับเข้ามาที่ภายในโครงการ อ้อมมาอีกฝั่งของอาคารครับ จะมีแนวถนน 2 เลน เช่นเดียวกันกับฝั่งตรงข้ามให้เดินรถทางเดียว ด้านข้างมีรั้วต้นไม้และแนวต้นไม้ตลอดทาง

ทางฝั่งนี้จะมีทางเข้าสำหรับจอดรถ Automatic Parking ทั้งหมด 66 คัน มีช่องจอดให้บริการ 2 ช่อง

ตรงนี้จะเป็นระบบเข้าจอดแบบเข้าทางฝั่งนี้ แล้วออกทางอีกฝั่งของอาคาร ซึ่งจะช่วยให้เป็นการเดินรถทางเดียวทั้งหมดทั้งโครงการ ที่สำคัญคือนอกจากกดเรียกรถจากพื้นที่พักคอยภายในแล้ว ยังเป็นระบบที่ต้องมากด Confirm ที่ช่องจอดภายนอกนี้อีกครั้งภายใน 90 วินาทีด้วย เพื่อเป็นการรักษาสิทธิ์การเอารถของลูกบ้านท่านอื่น

ด้านข้างจะมีทางเข้าออกอาคารที่เชื่อมต่อเข้ากับโถงพักคอยรถภายใน เข้าออกด้วยระบบ Keycard Access

จากนั้นก็วนออกมาทางด้านหน้าครับ

จะมีทางที่วนรถออกนอกโครงการครับ มีแนวสนามหญ้าและต้นไม้ด้านหน้า

เข้าไปดูภายในตัวโครงการกันบ้างเลยดีกว่า ด้านหน้าส่วนนี้ เป็นตำแหน่งของ Drop Off เข้าตัวอาคาร ซึ่งไม่ได้มีชายคายื่นออกมารับ ในกรณีที่ฝนตกหรือแดดแรงๆก็อาจจะใช้งานได้ยากสักหน่อย แนะนำให้พกร่มติดไว้ในรถด้วยก็ดีนะครับ

ตอนกลางคืนจะเปิดไฟค่อนข้างสวยเลย กรอบอาคารก็ดู Modern เข้ากับส่วนต่างๆของโครงการ

เมื่อเปิดประตูเข้ามาจะเจอกับ Lobby ของโครงการ ตกแต่งด้วยโทนสีสว่าง นำมาโดยพื้นลายหินอ่อน และผนังกระเบื้องลายหินสีครีมให้ความรู้สึกอบอุ่น ด้วยความเป็นอาคารที่มีเพียง 200 ยูนิต เลยอาจจะวางพื้นที่นั่งเล่นไว้ไม่เยอะนัก แต่ที่ชอบคือเป็นพื้นที่ค่อนข้างกว้างเลยนะแถมฝ้าเพดานก็ยกขึ้นสูงแบบ Double Volume จึงให้ความรู้สึกต้อนรับได้อบอุ่นเหมือนกัน

มีชุดโซฟานั่งเล่นให้ 1 ชุดเข้ามุมเป็นตัว L อาจจะน้อยไปหน่อยสำหรับการนั่งพักคอย เพราะต้องนั่งร่วมกันกับคนอื่นด้วยในบางกรณี

จึงมีชุดเคาน์เตอร์ยาวอีกจุดมาให้ทางด้านใน

ส่วนภายในจะมีประตูขนาดบานใหญ่พิเศษให้เข้าออกด้วยระบบ Keycard Access

เมื่อเข้ามาจะพบกับส่วนของ Mail Box และพื้นที่นั่งพักคอยให้ สำหรับลูกบ้านที่เดินเข้ามา เช็ค Mail Box ของตัวเองก่อนขึ้นห้อง ก็เป็นทางผ่านพอดี ใช้งานได้ง่ายดี

ด้านข้างมีห้องน้ำรวมชายหญิงให้ 1 ห้อง และห้องนิติบุคคล

ภายในค่อนข้างกว้าง ตกแต่งด้วยโทนสีสว่างเช่นเดียวกันกับภายนอก

เมื่อเดินตรงเข้ามาจากพื้นที่ Mail Box และที่นั่งด้านข้าง จะมีพื้นที่สำหรับพักคอยรอรถสำหรับที่จอดแบบ Automatic Parking ซึ่งจะมีจอแสดงผลให้ด้วย

ตรงนี้การใช้งานก็จะเหมือนที่บอกไปแล้วภายนอก คือจะต้องกดคิว จากนั้นต้องไปยืนยันที่หน้าเครื่องภายนอกอีกที่ภายใน 90 วินาที เพื่อเป็นการไม่บล็อคคิวคนอื่น ใช้เวลารอรถประมาณ 1.30-2.00 นาที

ส่วนโถงลิฟต์ชั้น 1 จะมีหน้าตาประมาณนี้ครับ ตกแต่งค่อนข้างหรูหราและโปร่งโล่งเหมือนกับส่วนของ Lobby ด้านหน้า ด้วยระดับพื้นถึงฝ้าแบบ Double Volume พื้นลายหินอ่อน ส่วนลิฟต์จะใช้เป็นอลูมิเนียมสีเงินและคิ้วอลูมิเนียมสีทอง ด้านบนเป็นกระจก ทำให้พื้นที่นี้ดูโล่งยิ่งขึ้น ส่วนชั้นอื่นๆจะไม่ได้มีหน้าตาแบบนี้นะครับ เดี๋ยวจะพาไปชมกัน

ขึ้นมาที่ชั้น 5 กันดีกว่า เพราะชั้น 2-4 จะเป็นส่วนของชั้นจอดรถแบบ Automatic Parking ชั้นนี้จะมีห้องพักอาศัยทั้งหมด 12 ยูนิต ซึ่งจะเท่ากันกับชั้น 6 – 20 ด้านบนที่เหลือทั้งหมด แต่ที่พิเศษจะมีแนวสนามหญ้าเป็นวิวสวนให้กับห้อง 5 ยูนิต ทางฝั่งทิศตะวันออกเฉียงเหนือยาวให้ด้วย โถงลิฟต์จะมีลิฟต์โดยสาร 2 ตัว ที่หนึ่งในนั้นใช้เป็นลิฟต์หนีไฟในตัวด้วย มาพร้อมช่องแสงด้านข้างให้ มีตำแหน่งตั้งอยู่ค่อนไปทางฝั่งทิศตะวันออกเฉียงใต้ทางฝั่งด้านหน้าโครงการและติดกับบันไดหนีไฟ จึงทำให้ไม่มีห้องพักอาศัยที่ติดกับตำแหน่งของห้องเครื่องลิฟต์ และด้วยขนาดของอาคารที่ไม่ได้ใหญ่นัก จึงทำให้ทั้งสองฝั่งไม่ได้เดินไกลต่างกันมากถึงขั้นเมื่อยครับ โถงทางเดินเป็นแบบ Double Corridor Loaded มีห้องพักอาศัยขนาบแนวทางเดินทั้งสองฝั่ง มีช่องแสงให้ที่ปลายทางเดินครับ

ซึ่งชั้นนี้จะประกอบไปด้วยห้อง 1 Bedroom หน้ากว้าง ขนาด 34 ตร.ม. 6 ยูนิต ทางฝั่งทิศตะวันออกเฉียงเหนือได้วิวสวน 4 ยูนิต และทิศตะวันออกเฉียงใต้รับวิวประเสริฐมนูกิจหน้าโครงการ 1 ยูนิต และทิศเหนือรับวิวแนวรถไฟฟ้า 1 ยูนิต ผมชอบห้องนี้นะครับ เพราะติดกับบันไดหนีไฟ ทำให้ไม่ต้องติดกับห้องของเพื่อนบ้าน นอกนั้นจะเป็นห้อง 1 Bedroom ขนาด 23-27 ตร.ม. คละกันไปทางฝั่งทิศตะวันตกเฉียงใต้อีก 5 ยูนิต ที่พิเศษจะมีห้องทางฝั่งทิศตะวันออกเฉียงเหนือได้วิวสวนอ่ีก 1 ยูนิต ที่เป็นผังห้องพิเศษที่มีเพียงที่ชั้น 5 เท่านั้น เพราะจริงๆแล้วจะต้องเป็นห้อง1 Bedroom หน้ากว้าง ขนาด 34 ตร.ม. นั่นแหละ แต่สำหรับชั้นนี้จะต้องเว้นพื้นที่ให้เป็นทางเข้าออกสวนด้านฝั่งทิศตะวันออกเฉียงเหนือนี้ด้วยครับ

เมื่อออกจากลิฟต์มาจะมีความพิเศษที่จะมีประตูตรงกลางให้ออกไปยังสวนด้านหลัง แถมยังเป็นช่องแสงให้กับโถงทางเดินภายในด้วย ซึ่งชั้นอื่นจะไม่มีจุดนี้ให้นะครับ ด้านข้างจะเป็นแนวประตูกั้นส่วนห้องพักอาศัยแยกออกไปชัดเจน เป็นระบบเข้าออกแบบ Keycard Access ทั้งหมด

เมื่อออกมาด้านหลังจะมีแนวสวนเล็กๆที่จัดมาให้ทั้งสองฝั่ง สำหรับห้องพักอาศัย 5 ยูนิต ทางฝั่งนี้ มีการทำทางเดินลดระดับ เพื่อทำให้เวลาที่มีคนมาเดินเล่นบริเวณนี้ จะส่องเข้าไปไม่เห็นภายในห้อง แต่ก็อาจจะเสียความเป็นส่วนตัวทางด้านเสียงไปบ้าง ในกรณีที่มีคนออกมาเดินเล่นด้านนอกนี้ เพราะลูกบ้านชั้นอื่นๆก็สามารถเข้าถึงพื้นที่นี้ได้เช่นกัน

เมื่อขึ้นมาต่อกันที่ชั้น 6-20 จะมีลักษณะส่วนใหญ่เหมือนกับชั้น 5 เลย มีจำนวนยูนิตเท่ากันที่ 12 ยูนิต/ชั้น ข้อแตกต่างเล็กน้อยคือรูปแบบห้องที่เปลี่ยนไป 1 ตำแหน่ง คือห้องพิเศษของชั้น 5 ที่ต้องลดขนาดเพื่อเป็นทางเดินไปยังสวนจะกลับมาเป็นห้อง 1 Bedroom ขนาด 34 ตร.ม. แบบที่ควรจะเป็นครับ แล้วก็จะไม่มีสวนทางฝั่งทิศตะวันออกเฉียงเหนือให้แล้วนะ

โถงลิฟต์ชั้นอื่นๆจะมีลักษณะเป็นแบบนี้ครับ ให้ลิฟต์โดยสาร 2 ตัว ซึ่ง 1 ใน 2 ตัวนี้จะเป็นลิฟต์หนีไฟและขนของด้วยเช่นกัน (สามารถรับน้ำหนักได้มากกว่า) ที่อาจจะแปลกตาหน่อย ตรงที่ประตูทางเข้าสู่พื้นที่พักอาศัย จะเป็นแบบประตูหนีไฟ เพราะเขาใช้ลิฟต์ตัวที่เป็นลิฟต์ขนของทำหน้าที่เป็นลิฟต์หนีไฟไปในตัว จึงทำต้องตัวประตูเป็นประตูกันไฟตามรูปแบบของกฎหมายนะครับ

มีช่องแสงให้สำหรับโถงลิฟต์นี้ลักษณะนี้ครับ เปิดรับลมระบายอากาศได้

ส่วนประตูที่จะเชื่อมต่อไปยังพื้นที่พักอาศัยจะมีลักษณะเป็นแบบนี้ ผลักเพื่อเข้าไปภายใน แต่ที่จะพิเศษให้หน่อยคือด้านหลังจะมีตัวแม่เหล็กที่ล็อคให้มันเปิดค้างไว้ให้ตลอดเวลา เพื่อที่จะได้เดินเข้าออกได้สะดวก เวลาถือของมาก็ไม่ต้องกดประตูให้ยาก ส่วนเรื่องความปลอดภัยก็ไม่ต้องกลัวเพราะเป็นลิฟต์ล็อคชั้นทั้งอาคารครับ

ภายในโถงทางเดินจะมีลักษณะเป็น Double Corridor Loaded ตกแต่งด้วยโทนสีขาวอย่างการเลือกใช้พื้นลายหินอ่อนแบบ Lobby และผนังฉาบเรียบทาสี เปิดไฟให้ตามทางตลอด

ส่วนริมทางเดินทางฝั่งทิศเหนือจะมีช่องแสงให้ด้วยเล็กๆด้านข้าง

เมื่อขึ้นมาที่ 3 ชั้นด้านบนสุดของอาคารจะเป็นส่วนของชั้นพื้นที่ส่วนกลางเกือบจะทั้งหมดแล้วนะ โดยจะเริ่มที่ชั้น 21 เป็นชั้นพื้นที่ส่วนกลางชั้นเดียวที่มีพื้นที่ Out Door ให้ใช้งาน แต่ก็มีส่วนของ Indoor ให้ใช้งานด้วยเช่นกัน ขอเริ่มที่พระเอกของชั้นนี้อย่างสระว่ายน้ำรูปตัว L ที่มีขนาด 4.5 x 34.5 เมตร ลึก 1.2 เมตร จุดเด่นคือเป็นสระไร้ขอบและอยู่ริมอาคาร จึงทำให้รับวิวได้ 2 ทิศหลักๆไปเต็มๆเลย คือ ทิศตะวันออก และทิศใต้ แถมยังได้แนวอาคารช่วยบังแดดในช่วงบ่ายให้ด้วย นอกจากนั้นก็จะมีห้องน้ำแยกชายหญิงให้ด้วย ทำให้ใช้งานได้ต่อเนื่องกัน เลย ความพิเศษของห้องน้ำคือมี Sauna & Steam ภายในรับวิวภายนอกด้วย ส่วนต่อมาจะมีห้องออกกำลังกายที่มีห้องส่วนตัวสำหรับจัด Class แยกภายในให้ด้วย นอกจากนั้นจะเป็น Sunken Seat รับวิวภายนอกให้ถึง 3 จุด 3 มุมมองที่แตกต่างกัน ลองไปดูภาพของจริงกันเลย

เมื่อออกจากลิฟต์มาจะมีหน้าตาโถงลิฟต์เหมือนกับชั้น 1

เมื่อเดินออกมาจะเจอกับสระว่ายน้ำก่อน ซึ่งจะตกแต่งด้วยกระเบื้องลายหินทั้งพื้น ตัวสระ และผนังต่างๆ เน้นเข้ากับธรรมชาติ จะมีแนวระแนงบางส่วนช่วยบังสายตาให้กับผู้ใช้งานสระว่ายน้ำเพื่อที่จะได้ความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น

หลังแนวระแนงก็จะเป็นสระว่ายน้ำระบบเกลือรูปทรงตัว L ขนาด 4.5 x 34.5 เมตร ลึก 1.2 เมตร จุดเด่นคือเป็นสระไร้ขอบและอยู่ริมอาคาร จึงทำให้รับวิวได้ 2 ทิศหลักๆไปเต็มๆเลย คือ ทิศตะวันออก และทิศใต้ ได้แนวอาคารช่วยบังแดดในช่วงบ่ายให้ด้วย แถมยังมีหลังคาในบางส่วนให้ยังพอใช้งานได้อยู่ในช่วงเวลาฝนตก

หันมาดูทางฝั่งขวามือ ซึ่งจะเป็นด้านหน้าโครงการกันก่อนเลยครับ จะมีแนวทางเดินยาวขนาบข้างสระว่ายน้ำ

สุดแนวทางเดินก็มีึ<<มีมุมสวยๆให้ถ่ายรูปเหมือนกัน ตรงนี้จะเป็นทางขึ้นลงสระอีกจุด แดดช่วงบ่ายนี่สวยงามมากๆครับ

ด้านในจะมีพื้นที่รับวิวทิศใต้ฝั่งหน้าโครงการ มุมนี้จะเน้นการว่ายน้ำแบบผ่อนคลาย แช่เอาบรรยากาศซะมากกว่า เนื่องจากมีระยะที่ค่อนข้างแคบ มีพื้นที่นอนชมพระอาทิตย์ตกดินได้ด้วย บรรยากาศพระอาทิย์ตกดินที่ไม่มีแนวอาคารสูงมารบกวนบริเวณนี้เป็นมุมที่ส่วนตัวผมชอบมากที่สุดเลยล่ะครับ

จะมีทางให้ขึ้นลงสระจากบริเวณนี้ด้วย มีน้ำพุเบาๆด้านข้างคอยสร้างบรรยากาศ

เดินกลับมาดูอีกฝั่งกันบ้างดีกว่า ตามแนวทางเดินก็จะมีระแนงช่วยแบ่งพื้นที่ และสร้างความเป็นส่วนตัวในแต่ละจุดไว้ให้เป็นช่วงๆตลอดแนวทางเดิน

ถัดมาจะมีห้องน้ำแยกชายหญิง ซึ่งทางเข้าจะทำมุมหลบแนวทางเดินจึงทำให้ได้ความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น

ภายในจะมีพื้นที่ค่อนข้างกว้าง เหมาะกับการใช้งานได้พร้อมกัน 3-4 คน มีล็อคเกอร์ให้ใช้งานที่ด้านหน้า ถัดมาเป็นแนวอ่างล้างหน้าเป็นเคาน์เตอร์ยาวมาพร้อมกระจกเงายาวตลอดแนว และในสุดจะเป็นห้อง Steam ให้ใช้งาน ส่วนอีกฝั่งจะเป็นห้องน้ำและห้องอาบน้ำครับ

ห้องน้ำและห้องอาบน้ำให้มาอย่างละหนึ่งห้อง ส่วนล็อคเกอร์ก็มีให้ใช้งานทั้งหมด 4 ช่องด้วยกัน

ด้านในสุดจะมีพื้นที่ Steam ที่รับวิวทางฝั่งทิศตะวันตก ชมพระอาทิตย์ตกดินไปด้วย ค่อนข้างชิลเลย ตรงนี้จะมองเห็นความเขียวขจีของ ม.เกษตรฯด้วย

ภายในห้องนี้จะเหมาะกับการนั่งพร้อมกันได้ประมาณไม่เกิน 4 ที่นั่งครับ

ออกมาภายนอกจะเจอกับ Sunken Seat จุดแรก ซึ่งจะเป็นจุดที่ติดกับสระว่ายน้ำ

ด้านข้างจะมีจุดล้างตัวให้ด้วย Sunken Seat จุดนี้จะเน้นรับวิวสระว่ายน้ำ เพราะมีระดับที่ใกล้ชิดและตำแหน่งที่ติดกับตัวสระ เหมาะกับคนที่มานั่งรอเพื่อนหรือแฟนว่ายน้ำ ก็จะได้ใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังรับวิวฝั่งทิศตะวันออกได้อีกด้วย ที่สำคัญคือได้แนวอาคารช่วยบังแดดในช่วยบ่ายให้ด้วย

ด้านในจะมีห้องออกกำลังกาย ซึ่งเป็นห้องออกกำลังกายที่เปิดแนวกระจก 2 ฝั่ง จึงทำให้พื้นที่โดยรวมของชั้นนี้ดูโปร่งมากยิ่งขึ้น ลองเข้าไปดูกันเลย

ภายในจัดขนาดมาให้ค่อนข้างใหญ่เหมือนกัน มีทั้งส่วน Cardio และ Weight Training รับวิวฝั่งทิศตะวันตกเป็นหลัก แต่ก็ยังได้ความร่มรื่นของต้นไม้ภายนอกฝั่งที่เราเดินเข้ามาด้วยเช่นกัน

พวกเครื่องเล่นแบบ Cardio จะหันหน้าไปทางทิศตะวันตก รับวิวม.เกษตรฯ และท้องฟ้าโล่งๆ

ภาพที่เห็นก็จะประมาณนี้ครับ เห็นแยก ม.เกษตรฯ และความเขียวของ ม.เกษตรฯ ก็ดูร่มรื่นสบายตาไปอีกแบบ

ส่วนอีกมุมด้านในจะมีพื้นที่สำหรับออกกำลังกายแบบ Weight Training ให้ด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ ด้านในมีห้องที่เป็นส่วน Private สำหรับจัดเป็น Class ต่างๆให้ด้วย ซึ่งในอนาคตจะมีทีวีมาติดผนังไว้ให้ สำหรับเปิดให้ออกกำลังกายตามได้

กลับออกมาที่ด้านนอกจะมีจุด Sunken Seat อีกจุด ส่วนนี้จะเน้นวิวสวนซะเป็นส่วนใหญ่ ตอนกลางคืนจะเปิดไฟใส่ต้นไม้ค่อนข้างสวยเลยล่ะ จุดเด่นของมุมนี้คือจะได้ความร่มรื่นของต้นไม้รอบข้าง และมีตำแหน่งอยู่มุมอาคาร จึงทำให้รับวิวได้ค่อนข้างกว้างและหลากหลาย

และด้านในสุดจะมี Sunken Seat จุดสุดท้าย อยู่ทางมุมอาคารฝั่งทิศตะวันตกเฉียงเหนือ จุดนี้จะเด่นในเรื่องของความเป็นส่วนตัว เพราะอยู่ลึกที่สุด รับวิวกว้างและโล่ง แต่ในช่วงกลางวันอาจจะร้อนกว่า 2 จุดที่ผ่านมา

เมื่อมองลงมาก็จะเห็นแนวถนนพหลโยธิน 38 ที่เป็นทางออกหลังโครงการของเราเชื่อมต่อไปยังสถานีรถไฟฟ้าได้ไม่ไกล

ขยับขึ้นมาที่ชั้น 22 กันบ้าง ชั้นนี้จะมีความแตกต่างจากเดิมสักหน่อย เพราะไม่ได้เป็นพื้นที่ส่วนกลางทั้งชั้นเหมือนชั้น 21 แล้ว แต่จะห้องพักอาศัยด้วยอีก 4 ยูนิต เป็นห้องเพดานสูงทั้งหมด แถมพื้นที่ส่วนกลางของชั้นนี้จะเป็นแบบ Indoor ทั้งหมดอีกด้วย เป็นส่วนของ Co-Thinking Space ครับ ไปดูกัน

เมื่อออกจากลิฟต์มา โถงลิฟต์ของชั้นนี้และชั้น 23 ด้านบนจะแตกต่างจากเพื่อนๆหน่อย เพราะจะมีประตูทางฝั่งซ้ายมือนี้เป็นส่วนที่เชื่อมไปยังห้องพักอาศัยพิเศษที่เป็นห้องเพดานสูงของชั้นนี้ด้วยเช่นกัน

พื้นที่ Co-Thinking Space ซึ่งถ้าพูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือพื้นที่ทำงาน นั่งอ่านหนังสือ นั่นแหละครับ จุดเด่นของชั้นนี้คือจะได้แนวกระจกรอบด้าน ทำให้สามารถรับวิวได้ค่อนข้างเยอะ แถมเป็นพื้นที่ที่ยกฝ้าเพดานขึ้นสูงประมาณ 4 เมตรกว่าๆ จึงทำให้ดูโล่งโปร่ง เหมาะกับการนั่งคิดงาน ที่สำคัญคือมีฟรี Wifi ของโครงการให้ใช้งานกันได้ด้วยนะ

ตรงกลางจะมีโซฟาขนาดใหญ่ที่นั่งได้สองฝั่ง ใช้งานได้ค่อนข้างหลากหลาย และเป็นอีกมุมที่เหมาะกับการถ่ายรูปเหมือนกันนะ

มีส่วนโซฟานั่งรับวิวถนนประเสริฐมนูกิจด้วยกระจกบานใหญ่กันไปเต็มๆ

ด้านในจะมีพื้นที่นั่งทำงานที่ได้ความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น ด้วยการจัดโซนการใช่งานชัดเจนเลย รับวิวหน้าโครงการและฝั่งทิศตะวันตกด้วย

แต่ละที่จะมีลักษณะประมาณนี้ครับ นั่งคนเดียวสบายๆ

จะมีช่องสำหรับเสียบชาร์จได้ทั้งปลั๊กและ USB รวมถึงให้โคมไฟด้านข้างมาด้วย

ด้านหน้าจะได้วิวสระว่ายน้ำและความเขียวของกรมยุทธโยธาทหารบอก สบายตาไปอีกแบบ

ขึ้นมาที่ชั้นบนสุดของโครงการ ชั้นนี้จะมีลักษณะเหมือนกันกับชั้น 22 โดยจะมีห้องเพดานสูงอีก 4 ยูนิตเช่นกัน ส่วนพื้นที่ส่วนกลางก็มีขนาดและตำแหน่งพอๆกัน จะเป็นส่วนของ Panoramic Sky Lounge ครับ

ลักษณะโถงลิฟต์ก็จะคล้ายๆกันกับชองชั้น 22 เพราะมีส่วนของห้องพักอาศัยที่เป็นห้องเพดานสูงอยู่ด้วย

ที่ชั้นบนสุดของอาคาร ถูกจัดเป็นพื้นที่ Panoramic Sky Lounge สำหรับเป็นพื้นที่นั่งพักผ่อน มาคุยงานหรือสังสรรค์กันเบาๆได้ มีความ Homie มากกว่าชั้น 22 สักหน่อย แถมฝ้าเพดานจะยกสูงเหมือนเดิม เพราะจะมีชั้นลอยภายในพื้นที่นี้ให้ใช้งานกันด้วย

ด้านในจะมีบันไดเชื่อมต่อไปยังชั้นลอยอยู่ที่มุมอาคาร สวยงามน่าใช้งาน

มีอีกมุมที่เป็นจุดถ่ายรูปสวยๆภายในโครงการเหมือนกันครับ ตรงนี้จะเป็นส่วนของบันไดที่ปิดผิวด้วยกระเบื้องลายหิน และมีพื้นหลังเป็นพื้นที่ภายนอกอาคาร สวยไปอีกแบบ ซึ่งในอนาคตบันไดนี้จะมีราวจับให้นะครับ

ขึ้นมาก็จะมีมุมที่ได้ความเป็นส่วนตัวขึ้นมาหน่อย และยังเน้นรับวิวภายนอกอยู่เช่นเดิม

จัดพื้นที่นั่งเล่นไว้หลากหลายเหมือนกัน

ลงมาที่พื้นที่ด้านในกัน จะเป็นพื้นที่ที่ถูกจัดให้สำหรับนั่งคุยกัน 2 ท่าน หรือจะปลีกมานั่งเล่นชมวิวพระอาทิตย์ตกดินคนเดียวก็เป็นจุดที่น่าสนใจเลยทีเดียว

สำหรับมุมในสุดจะอยู่มุมอาคารรับวิวค่อนข้างกว้าง และช่วงพระอาทิตย์ตกดินก็ได้บรรยากาศที่สวยงามเลย ผมแอบเห็นหลายๆคนชอบมาถ่ายรูปมุมนี้เหมือนกัน

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

ชั้น 1

  • Lobby
  • พื้นที่พักคอยรถสำหรับ Automatic Parking
  • Mail Box
  • นิติบุคคล
  • ห้องน้ำรวม 1 ห้อง

ชั้น 21

  • สระว่ายน้ำระบบ เกลือ ขนาด 4.5 x 34.5 เมตร ลึก 1.2 เมตร
  • ห้องน้ำแยกชายหญิง และ Sauna & Steam
  • ห้องออกกำลังกาย มีห้องส่วนตัวแยกภายใน
  • พื้นที่นั่งเล่นริมสระน้ำ 3 จุด

ชั้น 22

  • Co-Thinking Space
  • เคาน์เตอร์ทำงาน

ชั้น 23

  • Panoramic Sky Lounge
  • พื้นที่นั่งเล่นชั้นลอย

อื่นๆ

  • สวนหย่อมที่ชั้น 1, 5, 21
  • ลิฟต์โดยสาร 2 ตัว/อาคาร
  • อัตราส่วนลิฟต์รวมทั้งโครงการ 100 :  1
  • Service Lift 1 ตัว
  • ที่จอดรถประมาณ 120 คันคิดเป็น 60% แบ่งเป็นจอดแบบปกติ 54 คัน และแบบ Automatic Parking 66 คัน
  • ระบบรักษาความปลอดภัยในโครงการ  CCTV / Key Card / Finger Scan

แบบห้อง

มาดูที่ห้องพักอาศัยกันบ้าง โดยโครงการนี้จะมีให้เลือกหลายรูปแบบหลายขนาดเหมือนกัน ซึ่งขายหมดไปแล้วนะครับ จะมีแต่ห้องที่หลุดโอนหรือกู้ไม่ผ่านเหลืออยู่บ้าง (ลองติดต่อทางโครงการดูนะครับ) ซึ่งทั้งหมดจะขายในรูปแบบ Partly Furnished เพราะจะให้ Furniture Built-in ทั้งหมด ประตูบานเลื่อนกั้นห้องต่างๆ รวมถึง โซฟา ชั้นวางทีวี และฐานเตียงมาให้ด้วย วัสดุอื่นๆจะได้ Digital Door Lock พื้นลามิเนตหนา 12 มม. ผนังและฝ้าฉาบเรียบทาสี ได้ชุดครัว Top หินสังเคราะห์ เคาน์เตอร์ต่างๆปิดผิวด้วยลามิเนต จะได้ผนัง Backsplash ด้านหลังจะเป็นกระจก พร้อมที่วางและแขวนอุปกรณ์ต่างๆ เตาไฟฟ้าแบบ 2 หัว พร้อมเครื่องดูดควันแบบ Exhausted (ดูดควันออกภายนอก) และอ่างล้างจานจาก TEKA สุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำของ Cristina ทั้งหมด ได้ฉากกั้นอาบน้ำมาด้วยพร้อมใช้งานเลย

ห้องที่จะพามาชมกันวันนี้คือห้อง 1 Bedroom Plus 33.5 – 34.5 ตร.ม. ห้องนี้จะเป็นห้องที่มีจุดเด่นหลายอย่างเลย เพราะเป็นห้องหน้ากว้างรับแสงได้เยอะ แถมยังมีการแบ่งสัดส่วนพื้นที่ภายในแยกชัดเจน เข้ามาจะเจอส่วนห้องนั่งเล่นครัว จากนั้นจะเป็นทางเดินยาวเข้าไปภายใน จะเป็นห้อง Plus ที่จัดเป็นห้องทำงาน ห้องนอนเล็กได้ และห้องน้ำ ส่วนด้านในสุดจะเป็นห้องนอนครับ

เริ่มต้นที่ประตูไม้สำเร็จรูปพร้อม Digital Door Lock จาก Yale ครับ

เมื่อเข้ามาภายในห้องจะพบกับจุดเด่นหลักๆของที่นี่เลยคือระดับฝ้าเพดานที่ยกสูงถึง 3 เมตร ทำให้ภายในห้องค่อนข้างโล่ง และดูไม่อึดอัด เมื่อเปิดประตูเข้ามาจะเจอกับส่วนของห้องนั่งเล่น พื้นจะเป็นลามิเนตหนา 12 มม. ผนังฉาบเรียบทาสี

พื้นที่หน้าห้องจะมีทางเดินค่อนข้างกว้าง ทำให้เหลือพื้นที่ด้านข้างให้วางตู้รองเท้า หรือโต๊ะรับประทานอาหารได้สบายๆ

มีพื้นที่เว้นไว้ให้ เพื่อสำหรับวางชั้นวางรองเท้า หรือจะวางโต๊ะรับประทานอาหารแบบในห้องตัวอย่างก็ได้ ส่วนนี้ไม่ได้ให้นะครับ แต่จะตกแต่งให้ดูเป็นไอเดีย

ด้านข้างประตูอีกฝั่งจะมีพื้นที่ช่องสำหรับเก็บเครื่องซักผ้าแบบฝาหน้า ดูเรียบร้อยและเป็นสัดส่วนดี ใช้งานง่ายด้วย

ส่วนแรกจะเป็นห้องนั่งเล่น พื้นที่ค่อนข้างกว้าง ใช้งานได้สบาย ที่เราจะได้โซฟาสำหรับสองที่นั่ง และชั้นวางทีวีด้วย รวมถึงแอร์ Daikin ตัวนั้นด้วยครับ ด้านข้างจะมีประตูบานเลื่อน 3 ตอน เชื่อมต่อไปยังระเบียง

หน้าตาของโซฟาที่เราจะได้ครับ ตัวนี้จาก Dellarobbia Asia สำหรับ 2 ที่นั่ง ซึ่งด้านข้างจะสามารถนั่งขอบได้ด้วย

ส่วนชั้นวางทีวีจะมีบานเปิดและช่องวางของให้ เก็บของได้เยอะเหมือนกัน ซึ่งถ้าติดทีวีแบบแขวนผนังก็จะได้พื้นที่วางของเพิ่มขึ้นอีก

ภายในห้องจะมีฝ้าเพดานฉาบเรียบทาสีและให้ไฟ Downlight มา 3 ดวง

ส่วนเชื่อมต่อไปยังระเบียงจะได้ประตูบานเลื่อนแบบ 3 ตอน ซึ่งจะทำให้เปิดได้กว้างมากกว่าแบบ 2 ตอนนะครับ

เป็นระเบียงขนาดไม่ใหญ่นัก แต่ออกไปยืนใช้งาน สูดอากาศ ตากผ้าได้ เพราะไม่ต้องวางเครื่องซักผ้าที่บริเวณนี้นะครับ (เครื่องซักผ้าจะอยู่บริเวณหน้าทางเข้าออกห้อง Built-in หน้าบานปิดให้)

จะมีพื้นที่เก็บ Condensing Unit  3 ตัวที่จะได้มากับห้องนี้ และไฟกิ่งอีกดวงครับ

ด้านในจะมีทางเดินยาวเข้าไปต่อภายในห้อง และจะมีพื้นที่ต่างๆขนาบข้างตามแนวทางเดิน

ห้องครัวของเราถูกจัดไว้เป็นสัดส่วน ได้ครัวปิดซึ่งน่าจะตอบโจทย์ของลูกบ้านที่ชอบประกอบอาหาร เพราะไม่ต้องกังวลเรื่องกลิ่นและควันจะไปรบกวนพื้นที่อื่นๆภายในห้อง และการที่พื้นที่ครัวเป็นแนวกระจกใสก็ช่วยทำให้พื้นที่ช่วงหน้าห้องนี้ดูโล่งขึ้นเยอะเหมือนกัน

ประตูทางเข้าห้องครัวจะเป็นบานเลื่อน 3 ตอนอีกเช่นเคย แต่รอบนี้จะสูงถึงฝ้าเลยครับ ทำให้ดูโล่ง และรับแสงธรรมชาติได้มากยิ่งขึ้น

พื้นที่ภายในห้องครัวมีขนาดเหมาะสำหรับยืนใช้งานได้ทีละคน แต่ในขณะที่ล้างจานหรือประกอบอาหารอยู่นั้น ก็มีพื้นที่ให้อีกคนเข้ามาหยิบของจากตู้เย็นไปด้วยได้เช่นกัน

ห้องครัวจะได้แบบนี้เลยนะครับ เคาน์เตอร์ต่างๆปิดผิวด้วยลามิเนต และได้เคาน์เตอร์ตัว L มาให้

พื้นที่ด้านบนจะเก็บของได้ค่อนข้างเยอะเลย จริงๆเปิดได้ถึงชั้นบนสุดเลยนะ แต่ผมเองก็เปิดไม่ถึงจริงๆ เรียกว่าใช้งานได้ยากพอสมควรเลยตรงนี้

เคาน์เตอร์ครัวรูปตัว L จะมี Top เป็นหินสังเคราะห์ ผนัง Backsplash ด้านหลังจะเป็นกระจกแบบที่ได้มาเลย พร้อมที่วางและแขวนอุปกรณ์ต่างๆแบบนี้เลย ได้เตาไฟฟ้าและอ่างล้างจานมาพร้อม

เตาไฟฟ้าแบบ 2 หัว พร้อมเครื่องดูดควันแบบ Exhausted (ดูดควันออกภายนอก) และอ่างล้างจานจาก TEKA

ด้านล่างมีพื้นที่วางไมโครเวฟและช่องเก็บของให้หลายช่องเหมือนกัน

ภายในครัวนี้จะได้ไฟ Downlight 1 ดวง ซึ่งจริงๆด้วยความที่เป็นแนวกระจกล้อมรอบ ก็จะได้แสงจากภายนอกมาช่วยด้วยเช่นกัน

ฝั่งตรงข้ามห้องครัวจะเป็นห้องอเนกประสงค์ ซึ่งมาพร้อมแนวกระจากบานเลื่อน 3 ตอน แบบสูงถึงฝ้าเช่นกัน ซึ่งก็จะได้ความโปร่งโล่งเหมือนกันกับห้องครัว แต่ในกรณีของห้องอเนกประสงค์ ถ้าหากเราต้องการสร้างความเป็นส่วนตัวด้วยการติดม่าน อาจจะทำได้ยากหน่อยเพราะด้านบนไม่เหลือพื้นที่ไว้ติดรางม่าน อาจจะต้องเป็นรางแบบแขวนกับฝ้า หรือฟิล์มติดกับกระจกช่วยครับ

ภายในค่อนข้างกว้าง มีช่องเปิดให้ด้วย เหมาะสำหรับทำเป็นห้องทำงานอ่านหนังสือ หรือแบ่งสัดส่วนพื้นที่ให้มีความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น

ช่องเปิดของห้องนี้จะได้เป็นหน้าต่างบาน Fixed และบานกระทุ้ง เพื่อเปิดรับลมระบายอากาศได้ด้วย

ฝ้าเพดานเป็นไฟ Downlight 1 ดวง พร้อมเครื่องปรับอากาศจาก Daikin มาให้เรียบร้อยเลย

ฝั่งตรงข้ามเยื้องๆกันกับห้องอเนกประสงค์ ติดกับห้องครัว จะเป็นห้องน้ำครับ จะได้สุขภัณฑ์และวัสดุต่างๆจาก Cristina ทั้งอ่างล้างหน้าแบบเคาน์เตอร์พร้อมกระจกบานใหญ่ และโถสุขภัณฑ์ พร้อมอ่างล้างหน้า หน้าตาแบบนี้ทั้งหมดเลย

อ่างล้างหน้าเซรามิคจาก Cristina พร้อมพื้นที่วางของด้านบนให้ด้วย

โถสุขภัณฑ์แบบชิ้นเดียวจาก Cristina พร้อมอุปกรณ์ชำระล้างติดตั้งในตำแหน่งที่เหมาะสมพร้อมใช้งาน โถแบบชิ้นเดียวจะมีข้อดีคือไม่มีรอยต่อ ทำให้ทำความสะอาดได้ง่ายและไม่มีร่องสำหรับสะสมสิ่งสกปรกและแบคทีเรียเยอะ แต่ข้อเสียคือถ้าหากเกิดชำรุดขึ้นมาก็ต้องเปลี่ยนทั้งชุดครับ

ส่วนอาบน้ำจะได้ฉากกั้นอาบน้ำแบบบานเปิดมาให้ด้วย ติดตั้งมาให้เรียบร้อยพร้อมใช้งาน

พื้นที่ภายในก็โล่งสบายเหมือนสำหรับการอาบคนเดียว มีพื้นที่สำหรับวางชั้นวางอุปกรณ์อาบน้ำได้

ส่วนพื้นที่อาบน้ำจะได้ทั้ง Hand Shower และ Rain Shower มาให้เลือกใช้เลย แต่จะไม่ได้ทำช่องสำหรับวางอุปกรณ์อาบน้ำมาให้ เราอาจจะแขวนเป็นชั้นข้างๆ หรือวางตั้งพื้นก็ได้ครับ

ฝ้าเพดานฉาบเรียบทาสีพร้อมไฟ Downlight 1 ดวง ด้านในส่วนพื้นที่อาบน้ำจะมีไฟแบบ Indirect Light ให้ด้วย และจะได้พัดลมระบายอากาศ 1 ตัว

เข้าไปดูห้องในสุดของแนวทางเดินกัน ไม่ต้องบอกก็คงทราบกันอยู่แล้วว่าเป็นห้องอะไร

ภายในห้องนอนให้มาขนาดค่อนข้างกว้าง มีฐานเตียงจาก Dellarobbia Asia เช่นกันกับโซฟา และได้แนวกระจกบานใหญ่มาให้เป็นช่องแสงภายในห้องนี้ด้วย

พื้นที่ภายในห้องค่อนข้างกว้าง วางเตียง 5-6 ฟุตได้ แต่ต้องตั้งชิดผนัง ซึ่งจะทำให้ขึ้นลงทางฝั่งด้านข้างและปลายเตียงได้สองฝั่งเท่านั้น

ช่องแสงของที่นี่จะได้แนวกระจกคล้ายกับของห้องอเนกประสงค์ครับ ที่จะมีบานกระทุ้งเปิดรับลมระบายอากาศได้มาด้วย

ฝั่งปลายเตียงจะเป็นประตูหน้าห้อง และมีพื้นที่ให้แขวนทีวีได้ ซึ่งจะติดตั้งระบบมาไว้ให้พร้อมเลย

พื้นที่ปลายเตียงเหลือทางเดินประมาณ 50 ซม. ซึ่งถ้าหากติดทีวีแขวนผนังแล้วก็ยังพอเดินได้อยู่นะครับ

ด้านในของห้องจะมีส่วนของ walk-in closet ให้ชัดเจน เป็นหน้าบานเลื่อน 3 ตอนให้มาแบบนี้เลย ทำหน้าที่เป็นหน้าบานตู้เสื้อผ้าไปในตัว

ด้านในจะมีตู้เสื้อผ้า built-in มาให้สูงถึงฝ้าแบบนี้เลย ผนังด้านข้างยังสามารถติดกระจกได้นะครับ

มีพื้นที่สำหรับยืนเลือกชุด หรือหมุนตัวเปลี่ยนชุดได้สบายๆเลย

ภายในห้องนอนนี้จะได้ฝ้าเพดานฉาบเรียบทาสีและไฟ Downlight 2 ดวง พร้อมเครื่องปรับอากาศ Daikin อีกหนึ่งตัวครับ

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะครับ

 

ราคา

12 January 2020

  • ปัจจุบันโครงการขายหมดแล้ว เหลือแต่ห้องหลุดโอน ซึ่งต้องเข้าไปเช็ครายละเอียดกับทางโครงการอีกทีนะครับ โดยจะมีราคาเริ่มต้นของห้อง 1 Bedroom 23 ตร.ม. อยู่ที่ 3.59 ล้านบาท
  • รูปแบบการขาย Partly Furnished
  • ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน 3 เมตร
  • Kitchen & Sink / ท็อปหินสังเคราะห์
  • Hob & Hood / ของยี่ห้อ TEKA
  • ค่ากองทุน 650 บาท/ตร.ม.
  • ค่าส่วนกลาง 65 บาท/ตร.ม./เดือน

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ครับ

บทสรุป

ทำเล : โครงการนี้เป็นโครงการติดถนนใหญ่อย่างประเสริฐมนูกิจ และมีข้อดีที่มีอีกทางเชื่อมต่อกับถนนพหลโยธินได้ทางซอยพหลโยธิน 38 และมีตำแหน่งใกล้กับแยกม.เกษตรฯ จึงทำให้สามารถเลือกเดินทางได้หลากหลายทั้งรถยนต์ส่วนตัวและรถสาธารณะ แถมยังใกล้กับแหล่งงานและสถานศึกษาหลายแห่ง เช่น กรมป่าไม้ กองพันทหารราบที่ 11 ม.เกษตรฯ และม.ศรีปทุม ส่วนความอุดมสมบูรณ์ในแง่ของการหาของกินของใช้ก็มีตลาดอมรพันธ์ใกล้กับแยกม.เกษตรฯ ร้านค้าร้านอาหารจะเรียงรายตามถนนพหลโยธิน (ทางด้านหลังของโครงการ) และมี Major รัชโยธิน ที่ห่างออกไปเพียง 2 สถานีเท่านั้น

การเดินทางโดยใช้รถ : จัดว่าสะดวกเลยทีเดียว เพราะโครงการติดถนนใหญ่ ใกล้กับถนนสายสำคัญหลายเส้น สามารถใช้การลัดเลาะโดยรอบหลีกเลี่ยงรถติดได้หลายเส้นทาง ภายในโครงการจะมีพื้นที่จอดรถประมาณ 120 คัน คิดเป็น 60% รวมจอดซ้อนคัน แบ่งเป็นจอดแบบปกติ 54 คัน และแบบ Automatic Parking 66 คัน ก็จัดว่าเพียงพอต่อการใช้งานนะครับ สำหรับโครงการที่ห่างจากรถไฟฟ้าเพียง 150 เมตร

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ : มีตัวเลือกให้ใช้ได้มากกว่าโครงการอื่นๆ เพราะทะลุออกถนนใหญ่ได้ 2 สาย แต่ละเส้นก็มีรถประจำทางให้ใช้งาน จึงทำให้ได้ความหลากหลายมากยิ่งขึ้น หลักๆเลยก็ใกล้กับ BTS สถานีม.เกษตรศาสตร์ ที่อยู่ห่างออกไปเพียง 150 เมตร ทางซอยพหลโยธิน 38 ส่วนถ้าต้องการใช้ Taxi และวินมอเตอร์ไซค์ ก็สามารถเรียกใช้ได้ที่หน้าโครงการเลย ทางฝั่งถนนประเสริฐมนูกิจ

วัสดุ : จัดมาให้แบบ Partly Furnished คือจะให้ Furniture บางชิ้นเท่านั้น โดยจะได้ Built-in ทั้งหมดภายในห้องตัวอย่างที่พาไปชม ช่องใส่เครื่องซักผ้า ชุดครัว ตู้เสื้อผ้าในห้องนอน ฉากกั้นห้องต่างๆ ส่วนเฟอร์นิเจอบางชิ้นที่จะได้คือ โซฟาและฐานเตียง จาก Dellarobbia Asia พร้อมชั้นวางทีวีมาให้ด้วย วัสดุอื่นๆจะได้ประตูไม้สำเร็จรูปและ Digital Door Lock พื้นลามิเนตหนา 12 มม. ผนังและฝ้าฉาบเรียบทาสี ได้ชุดครัว Top หินสังเคราะห์ เคาน์เตอร์ต่างๆปิดผิวด้วยลามิเนต จะได้ผนัง Backsplash ด้านหลังจะเป็นกระจก พร้อมที่วางและแขวนอุปกรณ์ต่างๆ เตาไฟฟ้าแบบ 2 หัว พร้อมเครื่องดูดควันแบบ Exhausted (ดูดควันออกภายนอก) และอ่างล้างจานจาก TEKA สุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำของ Cristina ได้ฉากกั้นอาบน้ำมาพร้อมใช้งาน

การออกแบบ : การจัดการพื้นที่ภายในโครงการทำได้ดีนะครับ เริ่มที่เป็นคอนโด High Rise ที่มีเพียง 200 ยูนิต ไม่วุ่นวาย การเดินรถภายในโครงการเป็น one way ทั้งหมดใช้งานได้ง่าย ปลอดภัย แบ่งส่วนจอดแบบปกติและ automatic parking อย่างชัดเจน มีการเปิดเส้นทางเข้าออกโครงการ 2 ทาง ทำให้มีทางเลือกมากยิ่งขึ้น ส่วนภายในตัวอาคารเองก็แบ่งพื้นที่พักอาศัยและพื้นที่ส่วนกลางแยกออกจากกันอย่างชัดเจน ทำให้ง่ายแก่การใช้งานและจัดการดูแลรักษา พื้นที่ส่วนกลางภายนอกอาคารเลือกวางไว้ตำแหน่งที่รับวิวดีและมีแนวอาคารช่วยบังแดดตอนช่วงบ่ายให้ ส่วนพื้นที่ส่วนกลางภายในอาคารก็รับวิวของพื้นที่ส่วนกลางภายนอกได้ด้วย ส่วน function การใช้งานผมว่าเขาก็คิดมาให้ค่อนข้างดีนะครับ เช่นสระว่ายน้ำรูปตัว L ก็มีทั้งส่วนสำหรับว่ายออกกำลังกายในช่วงยาวของสระ และส่วนสำหรับแช่เพื่อผ่อนคลายชมวิวรับบรรยากาศพระอาทิตย์ตกดิน โดยทั้งสองพื้นที่จะไม่รบกวนกัน เช่นเดียวกันกับห้อง co-thinking space ที่มีส่วนนั่งคุยงานกันและพื้นที่ทำงานส่วนตัวให้ เป็นต้น

การวางผังห้องพักอาศัยจะเลือกเน้นไปที่ห้อง 1 Bedroom เท่านั้น ซึ่งสำหรับใครที่อยากได้ห้อง 2 Bedroom ก็อาจจะต้องผิดหวัง แต่ห้องแบบ 1 Bedroom ก็มีรูปแบบให้เลือกหลายแบบหลายขนาด ทั้งหน้าแคบ หน้ากว้าง ตามแต่ไลฟ์สไตล์การใช้งาน ภายในห้องจะยกฝ้าเพดานสูงที่ 3 เมตร ซึ่งมักจะพบเห็นกันในโครงการคอนโดราคาสูง จัดพื้นที่ภายในออกมาเป็นสัดส่วน กั้นครัวปิดมาให้ง่ายแก่การประกอบอาหาร พวกบานเปิดต่างๆภายในก็ให้มาแบบสูงถึงฝ้าเลย เพื่อความโปร่งโล่งของห้อง ซึ่งผมว่าเขาก็คิดมาให้ค่อนข้างดีนะครับ

สาธารณูปโภค : จัดพื้นที่ส่วนกลางหลักๆมาให้ที่ 3 ชั้นบนสุดของอาคาร จึงทำให้ได้รับวิวจากมุมสูงรอบๆ มีความหลากของพื้นที่การใช้งานให้เลือกทั้ง indoor และ outdoor ซึ่งถ้าได้เห็นของจริงกันไป ก็คิดว่าคงน่าจะรู้สึกเหมือนกันกับผมตรงที่พื้นที่ส่วนกลางน่าใช้งาน ได้วิวสวยมุมสูง และสภาพคือยังใหม่แกะกล่องอยู่เลย คำนึงถึงการใช้งานจริง เช่น ชั้นสระว่ายน้ำ ก็มีห้องน้ำมาให้พร้อม ส่วนห้องออกกำลังกายก็มีห้องแยกให้สำหรับผู้ใช้งานอีกประเภท รวมไปถึงห้องทำงานและนั่งเล่นก็จัดมาให้หลายโซนไม่รบกวนกัน รวมไปถึงระบบการจัดการต่างๆภายในอาคาร เช่นการใช้ automatic parking ก็มีการใช้ระบบที่ต้องยืนยันการเอารถ 2 จุด เพื่อรักษาสิทธิ์ให้กับลูกบ้านท่านอื่นด้วย

Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับช่วงราคาเฉลี่ยแบบทั้งโครงการ AVG 160,000 บาท/ตร.ม., 11 December 2019

  • ทำเล 8.5/10 – เข้าออกได้ 2 ทาง ทั้งประเสริฐมนูกิจและพหลโยธิน ใกล้ม.เกษตร ใกล้รถไฟฟ้า
  • เดินทางด้วยรถ 8.25/10 – ติดถนนใหญ่ มีทางให้เลือก ที่จอดรถ 60%
  • ไม่ใช้รถ 8.5/10 – เลือกใช้ได้ทั้ง 2 ถนนหลัก 150 ม. จากรถไฟฟ้า
  • วัสดุ 7.5/10 – Partly Furnished ของที่ให้มาดีตามมาตรฐานราคา
  • แบบ 8/10 – ยูนิตไม่เยอะ แยกส่วนกลางและพักอาศัยได้ดี ห้องมีแค่ 1 Bedroom
  • สาธารณูปโภค 8/10 – ส่วนกลางชั้นบนทั้งหมด สวย น่าใช้งาน มีให้เลือกหลากหลาย
  • LUXURY CLASS
  • 8.21 / 10.00

BOTTOM LINE

MITI CHIVA Kaset Station เหมาะกับคนที่ต้องการคอนโดใกล้แยกม.เกษตรฯ เดินทางไป ประเสริฐมนูกิจก็ได้พหลโยธินก็สะดวก ชอบโครงการที่มี Facilities จัดเต็มเน้นชมวิวได้หลายจุด และให้วัสดุภายในห้องค่อนข้างดี เดินทางสะดวกติดถนนหลัก หรือเดินไปรถไฟฟ้าได้ไม่ไกล เหมาะทั้งอยู่อาศัยและลงทุน เพราะใกล้แหล่งงานและมหาวิทยาลัยหลายแห่ง มีงบประมาณเริ่มต้น 3.59 ล้านบาทขึ้นไป หรือมีกำลังผ่อนประมาณ 25,000 ขึ้นไป บาท/เดือน


ลงทะเบียนรับหนังสือ คลิกที่นี่

ติดตามพวกเราได้ที่
Website : www.thinkofliving.com
Twitter : www.twitter.com/thinkofliving
YouTube : www.youtube.com/ThinkofLiving
Instagram : www.instagram.com/thinkofliving
Facebook : ThinkofLiving