รีวิวฉบับที่ 618 … สวัสดีครับวันนี้จะพาไปดูโครงการ Ideo Mobi สุขุมวิท ใกล้สถานีรถไฟฟ้า BTS อ่อนนุช ซึ่งตอนนี้สร้างเสร็จพร้อมอยู่แล้ว โครงการนี้เปิดตัวไปเมื่อช่วงต้นปี 2012 และค่อนข้างขายดีเพราะระยะเดินจากเขตที่ดินไปสะพานลอยที่เชื่อมต่อกับสถานีประมาณ 40 เมตรเท่านั้นเอง แถมตอนนี้มีคอนโดมาขึ้นกันเยอะมากเลยมีความอุดมสบูรณ์สูงตามมาด้วย  ヾ(^-^)ノ~♪

Fact @ 3 July 2014

  • Ideo Mobi Sukhumvit (ไอดีโอ โบมิ สุขุมวิท)
  • บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)
  • HIGH CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ในเขต : พระโขนง
  • คอนโด High Rise อาคาร A 23 ชั้น 446 ยูนิต ร้านค้า 3 ยูนิต
  • ที่ดินประมาณ 3-0-86.5 ไร่
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 26 ยูนิต
  • ที่จอดรถในช่องจอดประมาณ 180 คันคิดเป็น 40%
  • คอนโด High Rise อาคาร B 25 ชั้น 489 ยูนิต ร้านค้า 3 ยูนิต
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 25 ยูนิต
  • ที่ดินประมาณ 3-0-97 ไร่
  • ที่จอดรถในช่องจอดประมาณ 187 คันคิดเป็น 38% 
  • รวมที่จอดซ้อนคันทั้งโครงการ อยู่ที่ 45%
  • โครงการแล้วเสร็จพร้อมเข้าอยู่
  • Studio 21 ตร.ม.
  • 1 Bedroom 30 ตารางเมตร 
  • 2 Bedrooms 42-60 ตารางเมตร (มีห้อง 2 Bed Duplex)
  • ฝ้าเพดานสูง 2.6 เมตร
  • ราคาเริ่มต้น 1 ห้องนอน xxx บาท (Sold Out)
  • ราคาเริ่มต้น 2 ห้องนอนปัจจุบันประมาณ 6 ล้านบาท หรือประมาณ 142,000 บาท/ตร.ม.
  • เพิ่มเติมข้อมูลทำเลรอบๆ BTS อ่อนนุช ได้ที่: มองหาทำเลน่าอยู่ใกล้รถไฟฟ้า: BTS อ่อนนุช
  • http://www.ananda.co.th/condo/ideomobi/sukhumvit/index.php
  • โทร 02-316-2222 

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วครับ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างครับ

 


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.704313,100.601762

ขอพูดถึงตัวทำเลที่ตั้งคร่าวๆนะครับ เพราะทางทีมงานเคยไปรีวิวทั้งในส่วนของโครงและห้องตัวอย่างมาแล้ว แต่คราวนี้จะพามาดูตึกเสร็จว่าของจริงจะเป็นยังไงบ้าง และตอนนี้ยูนิตที่เหลืออยู่จะเหลือแค่แบบ 2 ห้องนอนเท่านั้น มีครบทั้ง 4 ขนาดคือ 42, 51, 54 และ 61 ตร.ม.ที่เป็นห้อง Duplexครับ ส่วนบทวิเคราะห์ทำเลและรีวิวต่างๆสามารถเข้าไปอ่านตาม Link ด้านล่างได้เลยครับ

ในส่วนของทำเลผมขอแค่ผมเดินลงไปโครงการนะครับ

IdeoMobiสุขุมวิท_OfficialMap

แผนที่จากทางโครงการครับ เอาไว้ดูคร่าวๆนะครับ

IdeoMobiสุขุมวิท_Map_Site

จุดเด่นของโครงการนอกจากจะอยู่ใกล้กับ BTS อ่อนนุช แล้วยังอยู่ใกล้กับ Tesco Lotus ตลาดนัดข้างๆสถานีรถไฟฟ้า ทำให้เวลาจะหาซื้อของกินของใช้จะสะดวกมากเพราะเดินในระยะใกล้ๆประมาณ 40 เมตร นอกจากบนถนนสุขุมวิทแล้วยังหาของกินอื่นๆจากในซอยอ่อนนุชได้อีกด้วย การใช้รถยนต์ก็ค่อนข้างสะดวกอยู่ เพราะใกล้ทางด่วนตรง ซ.สุขุมวิท 62 แต่การใช้งานจะมีช่วงเวลาที่เลี้ยวขวาจาก ถ.สุขุวิท ไม่ได้ต้องเลย 3 แยกไปกลับรถเอา

ส่วนจุดที่ต้องระวังกันหน่อยก็คือจุดกลับรถหน้าโครงการ เพราะมีระยะห่างกับปากทางเข้าโครงการที่สั้นมาก ถ้าเราวิ่งมาจากนอกเมืองแล้วจะกลับรถเข้าโครงการ ต้องรีบชิดซ้ายทันที ส่วนเรื่องความพลุกพล่านของทำเลตรงนี้ต้องแล้วแต่การใช้ชีวิตของแต่ละคนว่าจะชอบทำเลแบบนี้รึเปล่า นอกจากเสียงรถที่วิ่งบนถ.สุขุมวิทแล้วยังมีเสียงจากรถไฟฟ้าอีกด้วย แต่ก็ไม่ดังมากนะครับถ้าปิดหน้าต่างเปิดแอร์ไม่มีปัญหาอะไร

เดี๋ยวผมจะพาเดินดูสภาพแวดล้อมนิดหน่อย แล้วเดินลงสะพานลอยที่เชื่อมต่อกับตัวสถานีไปยังโครงการนะครับ

เอาหละครับมาเริ่มกันที่สถานี BTS อ่อนนุชกันดีกว่า รูปนี้ถ่ายจากสถานีตรงทางออกที่จะไปโครงการ หันกลับไปถ่ายจะเห็น ศิษย์ผู้พี่อย่าง Ideo Verve ตั่งตระหง่านอยู่ ถัดไปไม่ไกลจะเป็นเพื่อนบ้านจาก Q House ครับ

ด้านข้างของสถานี BTS อ่อนนุช จะมีตลาดนัดอยู่ ขายทั้งของกินของใช้ และเสื้อผ้าต่างๆ

หันมาอกีด้านก็จะเห็นตึกของ Ideo Mobi สุขุมวิท ทั้ง 2 ตึกเลย

การเดินทางจากตัวสถานีนั้น ไม่จำเป็นต้องลงบันไดของสถานีนะ เพราะมีทางเชื่อมต่อกับสะพานลอยที่อยู่ใกล้ๆโครงการ ตึกด้านซ้ายที่เห็นอยู่เป็น คอนโดที่ ชื่อ The President สูง 19 ชั้น ตั้งอยู่ติดๆกันกับอาคาร A เลย มีแค่ซอยสุขุมวิท 81 เป็นตัวกั้นเท่านั้นเอง เรื่องวิวด้านนี้จะเป็นจุดด้อยที่สุดของโครงการ แต่ถ้าใครรู้ตัวว่าไม่เคยเปิดม่านเปิดหน้าต่างเลย ก็สามารถเลือกห้องด้านนี้ได้ อาจจะได้ห้องที่ราคาต่ำกว่าทิศอื่นๆ

ขออธิบายการเดินรถบริเวณหน้าโครงการนิดหน่อย จุดกลับรถจะอยู่ตรงปากซอยสุขุมวิท 81 สำหรับคนที่ใช้ทางด่วนมาลง ซ.สุขุมวิท 62 จะสามารถกลับรถตรงนี้ได้เลยไม่ต้องวิ่งไปกลับรถไกลๆ เหมือนศิยษ์พี่อย่าง Ideo Verve ที่ต้องไปกลับรถใต้สะพานข้ามตลองพระโขนง ช่วงรถติดๆนี่กินเวลามากเหมือนกัน แต่ข้อเสียก็คือช่วงที่กลับรถแล้วจะต้องรีบเบียดเช้าเลยซ้ายเพราะทางเข้าอยู่ในระยะที่ใกล้พอสมควร ยิ่งถ้าช่วงรถติดหนักๆนี่กว่าจะชิดซ้ายได้มีเหนื่อยเหมือนกันครับ

บริเวณทางลงของสะพานลอยจะมีป้าย BTS อ่อนนุชติดให้เห็นชัดๆเลย เป็นการบอกว่าจะใช้บริการรถไฟฟ้าก็ขึ้นสะพานลอยนี้ได้นะ

ระหว่างทางก็มีขายของกินเล็กน้อย พอหอมปากหอมคอ

อันนี้เดินข้ามซ.สุขุมวิท 81 มาแล้วถ่ายย้อนกลับไปให้ดูจุดให้บริการของพี่วิน จะเห็นว่าอยู่ตรงหัวมุมพอดี ถ้าใครจะไปไหนใกล้ๆก็ใช้บริการได้ แต่ตอนเดินไปหรือกลับจาก BTS ต้องระวังพี่วินหน่อยนะครับ ชั่วโมงเร่งด่วนนี่แกซิ่งกันน่าดู

ทางเท้าหน้าโครงการก็มีระยะกว้างพอสมควรแต่ดันมีสิ่งกีดขวางเต็มไปหมด เลยแอบไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่

ระยะเดินจากสะพานลอยมาถึงทางเข้าประมาณ 40 ม. เป็นระยะที่เดินได้สบายๆเลยครับ เรียกว่าเป็นทำเลที่เหมาะกับคนใช้รถไฟฟ้าเป็นชีวิตจิตใจ เพราะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการต่อรถ และเดินไม่เหนื่อย ไม่ไกล ไม่เปลี่ยว


เจาะลึกตัวโครงการ

ตอนนี้ตัวโครงการสร้างเสร็จหมดแล้วเหลือแค่การเก็บงานนิดหน่อยเท่านั้น โครงการนี้เป็นตึกคู่ที่แบ่งแยกการบริหารออกจากกันแต่มีพื้นที่บางส่วนที่ใช้ร่วมกันอย่างถนนหลักและทางเข้า/ออกจากโครงการ ดังนั้นการวนรถจะเป็นแบบ One Way วิ่งอ้อมรอบๆ 2 โครงการเลย ส่วน Facility หลักจะมีมาให้เหมือนกันทั้ง 2 ตึก

Lobby ของโครงการนี้จะอยู่ด้านในของที่ดิน ทำให้มีระยะที่ต้องเดินไกลขึ้นมาอีกหน่อยแต่ก็ได้ผ่านสวนตรงกลางไป ช่วยให้คนเมืองได้ผ่านพื้นที่สีเขียวบ้าง ร้านค้าด้านหน้าตอนนี้มี True Coffee มาเปิดให้บริการแล้วส่วน Max Valu กำลังอยู่ในขั้นตอนตกแต่งภายในอยู่ครับ ถ้าทำเสร็จแล้วลูกบ้านคงสะดวกขึ้นแน่นอน

พื้นถนนของโครงการจะยกสูงขึ้นมาจาก เส้นสุขุมวิท ประมาณ 60 ซม.ช่วงนี้จะไม่มีหลังคาบังแดดหรือฝนให้นะครับ ทางเข้า Lobby ดันอยู่ด้านในสุดซะด้วย

ผมจะพาไปดูที่จอดรถก่อนนะครับว่าเป็นยังไง

ถึงแม้ตัวถนนจะเป็น 2 เลนแต่ทางโครงการกำหนดให้เป็นแบบ One Way เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะอยู่อาคารไหนก็มีระยะวนรถเท่าๆกัน

ด้านหลังอาคาร B มีบางส่วนที่ยังอยู่ในช่วงเก็บงานอยู่

ติ่งของที่ดินตรงอาคาร B จะเป็นที่จอดรถกลางแจ้ง

วนมาถึงด้านข้างของอาคาร B แล้วเดี๋ยวเข้าไปดูที่จอดรถซะหน่อย

ระบบรั้วกั้นของอาคารตรงนี้ไม่ได้ใช้เพราะย้ายไปใช้อันเดียวกันที่ทางเดินรถด้านข้างอาคาร A ทีเดียวเลย

เข้ามาด้านใน จะเห็นทางขึ้นลงของที่จอดรถที่ระยะกำลังดี สามารถเลี้ยวได้ไม่ลำบากมาก แต่ต้องระวังรถสวนหน่อยครับ

อาคารจอดรถจะแบ่งการจอดเป็นทีละครึ่งชั้น

สามารถจอดซ้อนคันได้แค่ด้านเดียว (จริงๆด้านเดียวก็แน่นแล้วคร๊าบบบ)

เดินลงจากที่จอดรถมาด้านหน้าอาคาร B จะมี True Coffee เปิดให้บริการอยู่

มาถึงทางเข้าโครงการบ้าง เนื่องจากตัว Lobby อยู่ด้านหลังของอาคารทำให้ลูกบ้านทุกคนจะต้องเดินผ่านสวนตรงนี้ครับ

ภายในสวนมีการลงต้นไม้ใหญ่ไว้พอสมควร ทำให้ริมๆทางเดินที่ติดกับตัวอาคารดูร่มรื่น น่าใช้งานดี รูปนี้เป็นฝั่งอาคาร A นะครับ

ส่วนอันนี้เป็นฝั่งอาคาร B

ตรงกลางระหว่างอาคารจะเป็นนสนามหญ้าโล่งๆแบบนี้เลย ตอนเย็นๆ เห็นมีเด็กๆมาวิ่งเล่นด้วย

ระหว่างทางเดินในสวนจะมีที่นั่งหินขัดมันอยู่ด้วย

ถ้าใครร้อนหรือไม่อยากนั่งที่นั่งแข็งๆ เค้าก็มีที่นั่งแบบนี้มาให้เหมือนกันครับ

การออกแบบสวนตรงนี้มีรายละเอียดของวัสดุที่ดีอยู่เหมือนกันนะครับ

พื้นทางเดินรอบๆสวนไม่ได้ยาวมากพอที่จะให้วิ่งออกกำลังกายได้นะ

มาถึงทางเข้าโครงการกันบ้าง ตรงนี้จะมีน้ำพุคั่นอยู่ระหว่าง Lobby ของทั้ง 2 อาคาร

วิวจาก Lobby ที่ได้จะเป็นประมาณนี้ครับ

ภายใน Lobby ของอาคารได้ฝ้าเพดานสูงทำให้พื้นที่ตรงนี้ดูโปร่งสบายมากขึ้น

และยังมีโซฟารับรองเยอะพอสมควร เวลามีเพื่อนมาหาก็นั่งรอได้สบายๆ

เดินเข้ามาด้านใน ประตูตรงนี้จะต้องใช้ Key Card เพื่อเข้าสู่อาคาร

ห้องจดหมายจะอยู่ด้านในติดกับทางเข้าเลย

โถงลิฟท์จะตกแต่งด้วยโทนสีไม้ธรรมชาติตัดกับงาน Graphic สีดำช่วยให้ดูเด่นดี

มาดูส่วนกลางที่ชั้น 4 กันดีกว่า

floor-4_resize

เนื่องจากส่วนกลางของที่นี่จะมีเหมือนกันทั้ง 2 ตึก เลยพามาดูแค่ตึกเดียวนะครับ สระว่ายน้ำของที่นี่ทำมาค่อนข้างสวยนะ เพราะมีการออกแบบ Landscape ให้มีความต่อเนื่องจากตัวสระด้วยส่วน Facility อื่นๆนอกจาก Fitness แล้วยังมีห้อง Games Room และ Living Room มาให้อีก ซึ่งห้อง Living นี่ทำมาแบบจริงจังเลยนะครับ มี Pantry ครัว, เตาอบ, เตาไฟฟ้า, ตู้เย็น และโซฟาอีกหลายชุดเรียกว่าจัด Party ขนาดเล็กๆได้เลย ซึ่งทางโครงการบอกว่าลูกบ้านสามารถมาปิดห้องใช้เป็นส่วนตัวได้สำหรับการจัก Party เล็กๆโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อาจจะต้องมีเสียค่าทำความสะอาดให้แม่บ้านนะครับ

นอกจาก Facility หลักๆอย่างสระว่ายน้ำและห้องออกกำลังกายแล้ว ห้องเครื่องซักผ้า, ตู้กดน้ำ ก็อยู่ที่ชั้นนี้ด้วยครับ ปริมาณเครื่องจะไม่เยอะมากเพราะโครงการระดับราคานี้ ลูกบ้านส่วนใหญ่จะมีสิ่งของอำนวยความสะดวกกันครบครันอยู่เแล้ว

เข้าไปดูห้องน้ำกันหน่อยดีกว่า

ห้องน้ำของส่วนกลางมีขนาดไม่ใหญ่

ส่วนแรกจะเป็นอ่างล้างหน้าและ Locker ที่ทำมาแนวเรียบๆ

สำหรับห้องอาบน้ำจะมีให้ 2 ห้องและห้องโถสุขภัณฑ์อีก 1 ห้อง

ห้อง Games Room กับ Living Room จะอยูู่ติดกันและสามารถเดินทะลุกันได้เลย สำหรับ Fitness ต้องเดินเข้าไปสุดทางแล้วเลี้ยวซ้ายอีกที

 ภายในห้อง Games Room จะมีขนาดไม่ใหญ่เหมือน Ideo Mobi พระราม9 นะ ห้องนี้จะแบ่งเป็น 2 ส่วนคือส่วนที่วางโต๊ะพลู และอีกส่วนที่วางโต๊ะโกล์จะอยู่ในตำแหน่งที่ผมยืนพอดี

วิวจากห้องนี้จะได้วิวสระว่ายน้ำสวยๆแบบนี้ครับ

อีกด้านของห้อง Games Room จะมีผนังและเสาของอาคารกั้นอยู่ ห้องนี้เลยดูเล็กๆหน่อย

จากห้อง Games Room สามารถเดินทะลุมายังห้อง Living Roomได้เลยเพราะมีประตูบานเลื่อนกั้นระหว่างห้องไว้ ภายในห้อง Living Room จะแบ่งเป็น 2 ห้องย่อยอีกที

ห้องแรก กับ ห้องที่ 2 จะมีประตูเลื่อน 3 ตอนกั้นอยู่ ตรงนี้ถือว่าออกแบบมาดีนะครับ เพราะถ้าลูกบ้านอยากใช้งานส่วนตัวแต่ต้องการพื้นที่ไม่ใหญ่มากเป็นแค่ Party เล็กๆ ก็ไม่จำเป็นต้องปิดทั้งโซนแค่เลือกห้องเอาว่าจะใช้ห้องไหน ซึ่งในแต่ละห้องจะมีทางเข้าออกในตัวอยู่แล้ว ครัวที่ให้มาก็อย่างที่เห็นครับมีครบหมดทุกอย่าง

สิ่งที่ผมชอบอีกอย่างนึงของส่วนกลางที่นี่คือ การเลือกเฟอร์นิเจอร์ส่วนกลาง เค้าเลือกมาให้เข้ากันได้ดีทั้งโทนสีและ Design ครับ อย่างตู้เย็นยังเลือกใช้รุ่นที่เน้นหน้าตาเลยครับ

ข้ามมาดูอีกห้องข้างๆกันบ้าง จะเห็นว่าครัวเค้าจัดเต็มมาให้อีกชุดนะครับ!! ห้องนี้จะมีขนาดใหญ่กว่าห้องเมื่อกี้อยู่หน่อย รองรับคนได้ประมาณ 8-12 คน

ส่วนวิวของห้องนี้จะแตกต่างไปกว่าห้องอื่นๆนิดหน่อยตรงที่ เริ่มเห็นรถไฟฟ้าและถนนหน้าโครงการแล้ว

พามาดูครัวใกล้ๆอีกนิด ตัวอ่างล้างจานได้แบบ 2 หลุม พร้อมเตาไฟฟ้าและตู้อบ

ข้ามไปดูห้อง Fitness บ้างดีกว่า ผังห้องนี้จะเป็นตัว L มีเครื่องเล่นประมาณ 9 เครื่อง

ตำแหน่งของห้องจะอยู่ด้านหลังของอาคาร เค้าเลยทำผนังเป็นกระจกรอบด้านช่วยให้ห้องดูโปร่งสบายและได้วิวทุด้านเลย แต่ช่วงเย็นๆแดจะแรงหน่อยนะ

วิวที่ได้จะเป็นแบบไม่สูงนักเพราะอยู่แค่ชั้น 4 ซึ่งจะต่างจากตึกที่เอา Facility ไว้ชั้นบนสุดพอสมควร

ออกมาดูสวนและสระว่ายน้ำกันบ้าง สระว่ายน้ำของที่นี่ขนาด 7 x 20 เมตรระบบเกลือ แบ่งสระเด็กลึก 0.6 ม.และสระผู้ใหญ่ลึก 1.5 ม.

ทางเดินรอบๆสระว่ายน้ำจะมีการลงต้นไม้ใหญ่ไว้เยอะดีครับ รอต้นใหญ่กว่านี้และแตกกิ่งก้านอีกหน่อย มุมนั่งเล่นบริเวณนี้จะน่าใข้งานมากเลย ที่ล้างตัวจะมีให้แค่อันเดียวนะครับ

ตัวสระว่ายน้ำมีส่วนที่เป็นน้ำล้นอยู่ข้างๆสวน และอีกด้านจะเป็น Deck ไว้นั่งพักผ่อน ส่วนยูนิตที่อยู่ด้านขวามือคือยูนิตพิเศษที่ Ananda เรียกว่า Sky Home เป็นแบบ Duplex ที่ทางเข้าห้องจะเข้าจากส่วนกลางไม่ใช่โถงทางเดินเหมือนห้องอื่นๆเค้า แถมถ้าจะมานั่งเล่นมือถือขิวๆที่ริมสระก็สามารถนะ เพราะสัญญาณ Wi-Fi จากในห้องยังมาถึงอยู่

สวนข้างๆก็ลงหญ้าจริงไว้ให้ ตอนที่่ถ่ายรูปจะเป็นช่วงบ่ายแก่ๆแล้ว แดดร่มกำลังดีเลย

หันกลับไปทางห้อง Fitness บ้าง ตรงนี้น่าจะใส่ที่นั่งให้อีกหน่อยนะ อ่อ…เมื่อกี้ยังไม่ได้พาไปดูห้องสมุดนะ เพราะว่าเค้าแยกเอาไว้ที่ชั้น 5 เดี๋ยวผมค่อยพาไปดูนะครับ

มองไปยังตึก B จะเห็นสระส่วนน้ำเช่นเดียวกัน (เดี๋ยวมีมุมสูงให้ดูครับ)

สวนที่อยู่สุดทางจะมีศาลาบังแดดให้นิดหน่อยและ บริเวณนี้จะมีการเล่นระดับพื้นเพิ่มความน่าสนใจให้กับพื้นที่มากยิ่งขึ้น

ใครที่กังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวจากรถไฟฟ้าก็จะไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ เพราะระดับความสูงของชั้นนี้อยู่ต่ำกว่าระดับรางรถไฟนิดหน่อย ทางโครงการเองก็คงรู้ดีอยู่แล้วลงต้นไม้ไว้เยอะทั้งไม้ยืนต้นและไม้พุ่มลงไว้จนแน่นเลย ก็พอช่วยได้ในระดับนึงครับ

ตรงปลายของสระว่ายน้ำจะมี Deck พร้อมที่นั่งพิเศษและต้นไม้มาให้เป็นอีกมุมสวยๆของโครงการ สาวๆที่ชอบถ่ายรูปน่าจะถูกใจมุมนี้

แถมสามารนั่งเอาเท้าแช่น้ำรอบๆได้อีกด้วย

ถ่ายยูนิตแบบ Sky Home มาให้ดูอีกที บรรยากาศดีๆแบบนี้ต้องและกับความเป็นส่วนตัวหน่อยนะครับ เหลือห้องสุดท้ายคือห้องสมุดที่อยู่ชั้น 5 ไปดูกันต่อเลยนะ

ห้องสมุดถูกแยกออกเอามาไว้ที่ชั้น 5 เพราะจะได้มีความสงบและไม่วุ่นวายกับห้องอื่นๆ ห้องนี้จะมีเสาของโครงการตั้งอยู่ตรงกลางพอดีตัวห้องเลยดูไม่โอ่โถงซักเท่าไหร่

ภายในห้องสมุดจะมีหนังสือให้อ่านนิดหน่อย

วิวที่ได้ก็ประมาณนี้ครับ

สุดท้ายมาดูเรื่องของวิวกัน วิวนี้เป็นวิวหันไปด้านหน้าโครงการ ตรงถนนสุขุมวิท ที่มี BTS นะครบ ยังเป็นวิวโล่งๆอยู่

ซูมให้ดูว่าถ้าฟ้าเปิดแดดแรงๆสามารถมองเห็นโค้งแม่น้ำแถวๆ บางกระเจ้าได้เลย

มุมบนของสวนอาคาร A เป็นมุมที่สวยและร่มรื่นมากครับ ส่วนนึงเป็นเพราะทิศทางของอาคาร A จะได้ตัวอาคารช่วยบังแดดให้

ส่วนที่อาคาร B จะร้อนกว่าในช่วงเย็น แต่ตอนเช้าจะร่มกว่านะ

รูปด้านของอาคารมีการทำ Fin ยังแดดสีขาวยื่นออกมาดูสวยดี แต่พอเวลาผ่านไปนานๆเข้าก็ควรมีการบำรุงรักษาความสะอาดกันหน่อยนะไม่งั้นมีคราบติดเยอะๆ ภาพรวมอาคารจะดูไม่ดี

วิวด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้เป็นวิวของอาคาร B ห้องที่หันออกภายนอกอาคาร

วิวด้านนี้เป็นฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นวิวของ 2 ห้องนอนซะเป็นส่วนใหญ่

วิวทิศเหนือด้านนี้เป็นวิวในซอยสุขุมวิท 77 (อ่อนนุช) ซึ่งเป็นซอยใหญ่ที่มีคนอยู่อาศัยกันเยอะแล้วมีทางลัดไปออกถนนหลายสาย เลยได้เห็นคอนโดขึ้นกันเยอะเลย

วิวด้านที่มีปัญหาผมถ่ายจากในห้องเอานะครับ เนื่องจากไม่ได้ขึ้นไปชั้นบนสุดของอาคารเลยเก็บวิวได้ไม่ครบทุกด้าน ด้านนี้จะเป็นด้านที่ติดกับอาคาร A ส่วนนึงถ้าใครที่รู้ตัวว่าไม่ค่อยเปิดม่านเปิดหน้าต่างก็เลือกห้องด้านนี้ได้นะครับ ระคาอาจจะถูกกว่าด้านอื่นๆอยู่นิดหน่อย

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • สระว่ายน้ำขนาด 7 x 20 เมตรระบบเกลือ แบ่งสระเด็กลึก 0.6 ม.และสระผู้ใหญ่ลึก 1.5 ม.
  • ห้องออกกำลังกาย ที่ชั้น 5
  • สวนหย่อมรอบโครงการ และชั้น 4
  • Games Room พร้อมโต๊ะพูลและโต๊ะโกล์
  • Living Room พร้อม Pantry ครัวครบชุด สามารถจัด Private Party ได้
  • ห้องสมุดที่ชั้น 5
  • ลิฟท์โดยสาร 2 ตัว อัตราส่วนลิฟท์โดยสาร 233.75 ห้อง/ลิฟท์ 1 ตัว
  • Service Lift 1 ตัว
  • ที่จอดรถรวมจอดซ้อนคันทั้งโครงการคิดเป็น 45%
  • ระบบ CCTV / Access Card / Proxy Lift

 

Product Walkthrough

ห้องตัวอย่างที่จะพาไปดูก็คือห้องจริงที่เค้าขายกันอยู่นี่แหละครับ มีทั้งแบบห้อง Fully Fitted และ Fully Furnished แถมมีหลายแบบให้ดูด้วย ถ้าใครสนใจก็เข้าไปดูหมดเลยก็ได้ครับ แต่ผมจะพาไปดูสักสอง 3 ห้องนะครับ คือห้องขนาด 51 ตร.ม. ที่ตกแต่งแล้วทั้งคู่ขายทุกสิ่งอย่างที่อยู่ในห้อง มีห้องนึงที่ทางโครงการทำใหม่ขึ้นมาใหม่โดยใช้ Furniture จาก Quattro Design ครับ ส่วนห้องสุดท้ายคือห้อง Duplex ที่อยู่ Top Floor ของอาคาร

IdeoMobiสุขุมวิท_UN51_Plan

ห้องแรกที่จะพาไปดูคือห้องขนาด 51 ตร.ม. เป็นห้อง 1 Bedroom Plus แนวกว้างที่แบ่งเป็น 3 ช่วง คือห้องนอนใหญ่, ห้องอเนกประสงค์ และห้องนั่งเล่น แต่ละห้องจะมีขนาดไม่ใหญ่มากนัก ตรงทางเข้าห้องที่เป็นส่วนครัวสามารถกั้นเป็นครัวปิดได้นะ แถมทำได้ไม่ยากด้วยแค่เพิ่มฉากกั้นเป็นเลื่อนเข้ามาเท่านั้นเอง พอทำแล้วจะช่วยลดกลิ่นตอนทำอาหารไม่ให้ไหลไปยังส่วนอื่นๆของห้องได้เยอะเลย

แบบห้องของที่นี่มีฟังชั่นก์แปลกๆมาให้ใช้งานกันด้วย ส่วนนั้นก็คือระเบียงครับ…หลานคนคงสงสัยว่า เอ้า!!ก็ไม่แปลกนิ ทุกที่ก็มีระเบียงมาให้ทั้งนั้น ถูกต้องครับทุกที่มีระเบียงมาให้แต่ส่วนใหญ่เป็นระเบียงเปิดไว้รับสายลม แสงแดด แต่ที่นี่เป็นระเบียงปิดครับ  แล้วมันปิดยังไง ก็ปิดแบบมีกำแพงและกระจกกั้นมาให้เสร็จสรรพเลย อารมณ์การใช้งานจะคล้ายกับเวลาเราไปกินข้าวตามร้านอาหารในห้าง ที่ตกแต่งแบบ Out door น่ะครับคือนั่งกินข้าวในพื้นที่ๆติดกับระเบียงภายนอก แต่ยังเป็นภายในอยู่ … ถามว่าชอบไหม๊ ก็ต้องบอกว่าแล้วแต่คนครับ สำหรับผม ผมว่ามันก็แปลกๆ ได้บรรยากาศภายในที่เปลี่ยนไปแลกกับช่องเปิดที่แคบลง

ก่อนเข้าไปดูภายในห้อง ขอเอารูปโถงทางเดินมาให้ดูหน่อย ขนาดทางเดินกว้างประมาณ 1.5 เมตร และภายในโถงทางเดินจะมีช่องเปิดสู่ภายนอกเล็กๆทำให้ไม่ค่อยมีลมผ่านเข้ามาในส่วนนี้ และเสียงเดินค่อนข้างก้องพอสมควร อีกเรื่องนึงทีควรคำนึงถึงคือระยะเดินจากห้องสุดท้ายจะมีระยะประมาณเกือบๆ 50 ม. ถ้าใครเป็นคนที่ไม่ชอบเดินเยอะ แนะนำว่าหาห้องที่ใกล้ๆลิฟท์หน่อยดีกว่าครับ

ป้ายบ้านเลขที่ห้องจะเอาไปติดไว้บนขอบประตู ไม่ได้อยู่ข้างๆเหมือนคนอื่นเค้า

กลอนประตูจะได้เป็น Digital Door Lock ของ Yale หน้าตาเรียบๆดี

ระดับพื้นห้องจะสูงขึ้นมาจากทางเดินประมาณ 5 ซม.

โซนแรกของห้องจะเป็นห้องครัวครับ

วัสดุปูพื้นห้องครัวจะแตกต่างจากส่วนอื่นๆ เพระได้หินแกiนิตโต้ 60 x 60 ซม. ตรงนี้ถือว่าช่วยให้การใช้งานครัวสะดวกขึ้นมากอะไรหกเลอะเทอะก็เช็ดง่ายครับ

ระยะห่างจากเคาน์เตอร์ครัวกับตู้เย็นมีพื้นที่ให้ทำครัวได้ไม่ลำบาก (ประมาณ 1.4 ม.)

เคาน์เตอร์ครัวจะได้ Top เป็นหินสังเคราะห์และผนังปูกระเบื้องมาให้ ชุดครัวได้ทั้งชุดบนและล่าง พร้อม Hob & Hood ของ Mex

การแบ่งช่องเปิดชุดล่าง บานประตูตู้ใต้อ่างล้างจานจะติดตัง้ถังขยะมาให้ด้วย แต่ขนาดเล็กไปนิด

มือจับเป็นโปรไฟล์อลูมิเนียม และทุกบานจะติดตั้ง Soft Closet มาให้ด้วย

ตู้เมนไฟจะซ่อนอยู่ที่ชุดบนสุด ระยะเตาไมโครเวฟอยู่ที่ประมาณ 1.5 เมตรลลูกบ้านตัวเล็กจะลำบากหน่อนนะ ;p

ตัวอ่างจะเป็นแบบหลุมเดียวและไม่มีที่พักจานมาให้ ขนาดของอ่างลึกใช้ได้ครับ

อีกด้านเป็นที่วางตู้เย็นกับชั้นวางรองเท้า ขนาดตู้เย็นที่เห็น 8.4 คิวบิกฟุต ถ้าใครอยากได้ใหญ่กว่านี้ก็ยังวางได้แต่ต้องยอมหดขนาดตู้รองเท้าไปหน่อย

ส่วนถัดมาเป็นห้องนั่งเล่นที่ติดกับโต๊ะทานอาหารและระเบียง ตรงบริเวณอาจจะขยับขยายอะไรไม่ได้มาก เพราะมีพื้นที่ค่อนข้างจำกัดในการวางฟังก์ชั่น ระยะดูทีวีประมาณ 2 เมตรวางทีวีได้ขนาด 46″

พื้นที่ระเบียงตรงนี้จะให้อารมณ์แปลกๆหน่อย เพราะเป็นระเบียงปิด พื้นที่ตรงนีเลยเอาไว้ใช้งานแบบกึ่งภายในได้

บานประตูกั้นระหว่างระเบียง จะสามารถเลื่อนเก็บได้เกือบๆพอดีกับระยะของโซฟา ทำให้ไม่เกะกะเวลาเดินเข้าออก

ราวระเบียงจะมี 2 ชั้น ชั้นแรกเป็นราวกันตก และชั้นที่ 2 เป็นบานกระจกเลื่อนทำสี Powder Coat เดียวกันกับประตู

พื้นที่ระเบียงส่วนนึงจะถูกแปลงเป็นช่องไว้วางคอมเพรสเซอร์แอร์ มีประตูปิดมิดชิดเรียบร้อยดี

เปิดเข้ามาดููด้านใน ระยะการวางแบบพอดีเป๊ะๆ มีตะแกรงกันตกติดตั้งมาให้ คอมเพรสเซอร์แอร์อีกตัวจะอยู่ด้านบนนะครับ

เนื่องจากเป็นระเบียงแบบปิด ทางโครงการเลยใส่ไฟ Down Light มาให้เพราะไม่ต้องระวังเรื่องฝนและแมลงมานัก

ต่อไปมาดูห้องอื่นๆกันบ้าง การแบ่งโซนของห้องจะแบ่งด้านซ้ายเป็นพวกห้องน้ำและครัวทั้งหมด ส่วนซีกขวาเป็นห้งนอนและห้องนั่งเล่น สุดทางที่เห็นคือห้องนอนใหญ่ครับ

ภายในห้องน้ำมีการแบ่งโซนเปียก/แห้งไว้ชัดเจน อ่างล้างหน้าได้กระจกเงาเต็มกำแพง

ชุดโถสุขภัณฑ์ได้ของ Cotto ทั้งหมด และมีเคาน์เตอร์หินสังเคราะห์มาให้นิดหน่อย

ขนาดอ่างก็ไม่ใหญ่มากครับ

ด้านใต้อ่างตรงนี้เอาไว้ติดตั้งเครื่องทำน้ำร้อนสำหรับฝักบัว

โซนเปียกจะมีฉากกระจกกั้นมาให้ด้วย

ฝักบัวเป็นแนววงแหวนขนาดใหญ่ดี และก๊อกได้แบบแยกน้ำร้อน/เย็น

ระดับพืนลดลงมาประมาณ 4 ซม. และมี Curb กั้นระหว่างโซนเปียก/แห้ง

ห้องนอนเล็กจะพอวางเตียงแค่ 3.5′ นะครับถ้าใหญ่กว่านี้จะวางตู้เสื้อผ้าไม่ได้หรือถ้าวาง จะทำให้บรรยากาศให้ห้องดูอึดอัดไป

ขนาดวางเตียง 3.5′ ยังไม่เหลือระยะห่างระหว่างตู้เลยครับ แนะนำว่าให้ทำเป็นห้องทำงานหรือห้องสมุดจะดีกว่า

บานหน้าต่างเป็นบาน Fix 3 ช่องและบานกระทุ้งอีก 1 ข่อง

ตรงหัวเตียงจะมีกำแพงยื่นเข้ามาพื้นที่ตรงนี้คือช่องที่เอาไว้วางคอมเพรสเซอร์แอร์นั่นแหละครับ

วิวจากห้องนี้หันไปทางคอนโด The President พอดี

ฝั่งตรงข้ามห้องนอนเล็กจะมีประตูเล็กๆอยู่…

…มันคือ ห้องใส่เครื่องซักผ้านั่นเอง ภายให้ห้องนี้มีงานระบบรอไว้อยู่แล้ว

ห้องนอนใหญ่จะอยู่ตรงหัวมุมของอาคารพอดีทำให้ได้ช่องเปิดรับแสงทั้ง 2 ด้าน

ห้องนอนใหญ่ใส่เตียง 6′ ได้และมีระยะเหลือหัวเตียงสบายๆ อย่างในห้องตัวอย่างนี้จะวางโต๊ะทำงานอีกตัวไว้ให้ด้วย แต่เป็นเตียง 5′ นะ

พื้นที่ปลายเตียงจะเป็นเสาของอาคารพอดี

ทำให้เกิดช่องลึกประมาณ 30 ซม. ตรงนี้ถ้าทำตู้เสื้อผ้า Built-in ได้จะลงตัวกว่า

ตัวระเบียงด้านนี้จะไม่ใช่ระเบียงปิดเหมือนในห้องนั่งเล่นแล้วนะครับ

พื้นที่ตรงนี้เอาไว้มายืนรับลมได้อย่างเดียว เพราะกว้างแค่ประมาณ 50 ซม. เลยทำอะไรมากไม่ได้

ถ้าจะวางกระถางต้นไม้เล็กๆก็ยังพอวางได้อยู่นะ

ตัวพื้นไม่มีธรณีนะครับ แค่ลดระดับลงมานิดหน่อยเท่านั้น

กรอบประตูเป็นอลูมิเนียม Powder Coat สีเทา ได้ตัวล็อคตามมาตรฐานทั่วไป

ห้องน้ำของห้องนี้จะอยู่ตรงประตูเข้าห้องพอดี

ภายในห้องน้ำใช้วัสดุและชุดสุขภัณฑ์รุ่นเดียวกันหมด

สิ่งที่แตกต่างกันคือได้ขนาดโซนอาบน้ำเพิ่มขึ้น

IdeoMobiสุขุมวิท_UN60_Plan

ผังห้อง 2 Bedroom Duplex หรือยูนิตพิเศษ Sky Home เป็นห้องแบบ Duplex ที่ทางทีมงานเคยรีวิวไปแล้ว ดังนั้นขอพาไปดูของจริงกันเลยนะครับ

เปิดห้องเข้าก็เจอบันไดกับห้องครัวก่อนเลย ที่ชั้นล่างจะเป็นพื้นที่ส่วนรวมของบ้านอย่างห้องนั่งเล่นและห้องทานอาหาร

เอารูปห้องเปล่ามาเทียบให้ดูด้วย

ในส่นวของครัวยังคงได้ขนาด Pantry เท่ากับห้อง 1 Bed Plus

ลืมบอกไปว่าตรงอ่างล้างจาน เค้าเอา Top ทีเป็นหินสังเคราะห์มาทำเป็นฝาปิดไว้ให้ด้วย ในกรณีที่อยากใช้งาน Pantry กว้างๆแต่ไม่ได้ใช้ตัวอ่าง

พื้นก็ยังใช้เป็นแกรนิตโต้เหมือนกัน

ตรงข้าม Pantry ครัวจะมีบานประตูอยู่ 2 บาน

สิ่งที่ได้เพิ่มขึ้นมาคือห้องใส่เครื่องซักผ้าและห้องเก็บของใต้บันได ฟังก์ชั่นนี้ก็เป็นของแปลก สำหรับคนอยู่คอนโดจะเข้าใจดีครับ เพราะไม่ค่อยมีใครเค้าทำห้องเก็บของกันเท่าไหร่

หันกลับไปให้ดูหน้าห้องอีกที จะได้เห็นบรรยากาศรวมๆ

ระยะดูทีวีของห้องนี้ได้กว้างมาอีดนิดประมาณ 2.2 เมตร

หน้าตรงจะได้บานหน้าต่างใหญ่ขึ้นเต็มความกว้างของกำแพง

สำหรับคนที่กลัวความสูงก็ไม่ต้องกังวลไปนะครับเพราะสุดขอบหน้าต่างแล้วจะมีระยะ Fin ยื่นออกมา ให้ความรู้สึกอุ่นใจขึ้น

พื้นที่ตรงบริเวณโต๊ะอาหารจะมีพื้นที่เหลือรอบๆตัวแบบสบายๆ เหมาะสำหรับคนที่อยากอยู่คอนโดแต่ยังได้กลิ่นอายแบบอยู่บ้าน ไม่ได้ดูอึดอัดไปซะหมด

เปรียบเทียบกับห้อง Standard (ห้องนี้จะกลับด้านกันนะครับ อาจจะดูแล้วงงๆหน่อย)

ส่วนพื้นที่ระเบียงตรงนี้ไม่ใช่เล็กๆนะครับ ประมาณ 1.5 x 2.2 ม. ถ้าใครอยากได้พื้นที่ในบ้านเพิ่มก็เปิดประตูบานเลื่อนออกได้เลยครับ เพราะเป็นระเบียงปิดและตรงราวกันตกเค้ามีหน้าต่างกั้นให้อีกที

ภายในห้องน้ำ โซนเปียอาบน้ำจะถูกจัดเข้ามุมด้านใน

และโถสุขภัณฑ์จะหลบมุมอยู่ด้านนี้ จะได้ไม่ตรงกับโต๊ะอาหารด้านนอก

ตัวบันได้เป็นพื้นไม้โครงกับ Laminate ไม่ใช่ไม้ยางพาราประสาน ดังนั้นเวลาเดินผิวสัมผัสมันจะไม่แน่นเท่าไหร่นัก

ราวระเบียงเป็นราวเหล็กทำสีเดียวกับกรอบประตูหน้าต่าง

หัวมุมบันไดเป็นแบบ 3 เหลี่ยมเข้ามุม ด้านบนพอมีที่ให้ทำตู้ Built-in นิดหน่อย ระวังอย่าทำเลยระยะเปิดประตูนะครับ ไม่อย่างงั้นจะเข้าออกลำบาก

สำหรับห้องแบบ Duplex ที่ไม่ได้อยู่ติดสวนจะสามารถเข้าห้องได้ทั้ง 2 ชั้นเลย

ห้องน้ำของชั้นนี้จะใช้แชร์กันนะ ดังนั้นใครที่อยากได้ห้อง Duplex ต้องทำใจนิดหน่อยว่าห้อง Master Bedroom จะไม่มีห้องน้ำในตัว

ห้องน้ำชั้นบนมีช่องเก็บของที่ลึกมากๆมาให้ด้วย

ด้วยข้อจำกัดของหน้ากว้างเลยทำให้ห้องนอนใหญ่ดูไม่ใหญ่เท่าไหร่นัก

พื้นที่ห้องนอนใหญ่ใส่เตียง 5′ ก็เต็มที่แล้วครับเหลือระยะรอบเตียงแค่นิดหน่อยเท่านั้น

ถ้าจะวางโต๊ะเขียนหนังสือแบบนี้ก็ใช้วิธีนั่งบนเตียงเอา

ส่วนปลายเตียงเหลือแค่พอเดิน ถ้าจะติดทีวีต้องแบบแขวนเท่านั้น

ตู้เสื้อผ้าก็ใส่ได้ตามที่เห็นครับ แนะนำว่าใครซื้อห้องเปล่าทำ Bulit-in เลย เพราะถ้าเอาตามร้านเฟอร์นิเจอร์ทั่วไปจะเสียพื้นที่แนวสูงไปพอสมควร

ต่อไปมาดูห้องนอนเล็กกันต่อ ห้องนี้เรียกว่าห้องนอนเล็กสมชื่อครับ เพราะวางเตียง 3.5′ ก็แน่นแล้ว

เอาห้องเปล่าโล่งๆมาให้ดู ตรงหัวมุมห้องนั้น เป็นช่องไว้วางคอมเพรสเซอร์แอร์ ของห้องนอนทั้ง 2 ห้อง

ดังนั้นเวลาช่างจะมาล้างแอร์ หรือเติมน้ำยาแอร์ ก็ต้องย้ายเฟอร์ตรงนี้ออกไปก่อนนะ

ระยะเหลือที่หัวเตียง การใ้งานจริงคงจะวางโต๊ะที่หัวเตียงไม่ได้

ตู้เสื้อผ้าที่ใส่ได้ก็เป็นขนาดเล็กนะครับ หน้าบานไม่ได้กว้างแบบห้องนอนใหญ่ จริงๆแล้วห้องนี้เหมาะจะทำเป็นห้องทำงาน หรือห้องอ่านหนังสือจะดีกว่า

สรุปแล้วห้องแบบนี้ ผมมองว่าเหมาะกับคนที่อยากอยู่คอนโด แต่ยังอยากได้บรรยากาศคล้ายๆกับการอยู่บ้าน มีพื้นที่เหลือรอบๆในแต่ละส่วนให้ดูไม่อึดอัด ชอบพื้นที่โล่งๆสบายๆ ประมาณว่าทำงานกลับมาเหนื่อยๆ อยากใช้ชีวิตแบบสบายๆ ไม่ต้องอุดอู้อยู่ในที่แคบๆ มีพื้นที่ให้เดินบ้าง และคนที่หวังว่าจะได้ห้อง Duplex แบบมี Double Space ก็ขอแสดงความเสียใจด้วยนะครับเพราะห้องนี้ไม่มีพื้นที่แบบนั้น

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 3 July 2014

เนื่องจากตอนนี้โครงการสร้างเสร็จแล้ว ราคาจึงมีการปรับไปพอสมควร ราคาในท้องตลาดจึงมีอยู่หลากหลายมาก ดังนั้นราคาที่ผมเอามาลงจะเป็นราคาจากโครงการที่เหลืออยู่เท่านั้นซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นห้องแบบ 1 Bedroom Plus กับ 2 Bedroom การขายตอนนี้มีทั้งแบบห้อง Fully Fitted, Fully Furnished และสุดท้ายคือห้องที่ขายพร้อมของตกแต่งทุกชิ้นในห้อง เรียกว่าห้อง Mock-Up

  • 1 BR Plus ชั้น 12 ห้อง B12-07A เนื้อที่ 42.83 ตร.ม. ราคา 6.07 ล้านบาท หรือ 141,723 บาท/ตร.ม. Fully Fitted
  • Duplex 1 BR Plus ชั้น 24 ห้อง B24-12A เนื้อที่ 61.06 ตร.ม. ราคา 8.056 ล้านบาท หรือ 131,936 บาท/ตร.ม. Fully Fitted
  • Duplex 1 BR Plus ชั้น 22 ห้อง A22-19 เนื้อที่ 61.20 ตร.ม. ราคา 7.45 ล้านบาท หรือ 121,732 บาท/ตร.ม. Fully Fitted
  • Duplex 1 BR ชั้น 22 ห้อง A22-28 เนื้อที่ 42.24 ตร.ม. ราคา 6 ล้านบาท หรือ 142,045 บาท/ตร.ม. Fully Fitted
  • 2 BR ชั้น 12 ห้อง A12-11A เนื้อที่ 51.88 ตร.ม. ราคา 6.85 ล้านบาท หรือ 132.035 บาท/ตร.ม. Fully Fitted
  • 2 BR ชั้น 10 ห้อง A10-11A เนื้อที่ 51.88 ตร.ม. ราคา 7.45 ล้านบาท หรือ 143,601 บาท/ตร.ม. Fully Furnished
  • 2 BR ชั้น 19 ห้อง A19-11A เนื้อที่ 51.88 ตร.ม. ราคา 8.17 ล้านบาท หรือ 157,479 บาท/ตร.ม. Fully Furnished Mock up

  • Fully Furnished /Fully Fitted
  • เพดานสูง 2.ุ เมตร
  • Kitchen & Sink
  • Hob & Hood
  • พร้อมโอน
  • ค่ากองทุน 500 บาท/ตร.ม.
  • ค่าส่วนกลาง 45 บาท/ตร.ม./เดือน (ชำระล่วงหน้า 1 ปี)

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ครับ


เจาะลึกรวบยอด

Ideo Mobi สุขุมวิท ตั้งอยู่ในทำเลที่เกือบจะติดรถไฟฟ้าเลย สภาพแวดล้อมรอบๆมีความอุดมสมบูรณ์พอสมควร เพราะแถวนี้มีคอนโดมาขึ้นเยอะมากทำให้ร้านอาหารและร้านค้าต่างๆก็มาเปิดรอบรับชุมชนในบริเวณนี้ รวมถึงร้านแผงลอยที่ตั้งอยู่ตามแนวรถไฟฟ้าตลอดทางไปจนถึงปากซอยอ่อนนุชเลย นอกจากนี้ยังมี Tesco Lotus และตลาดนัดฝั่งตรงข้ามที่ มีขายทั้งอาหารและของใช้ต่างๆ ใครอยากจะเดินดูเสื้อผ้าก็มีขายด้วยเช่นกัน ทำเลตรงนี้เป็นทำเลที่มีความพลุกพล่านค่อนข้างสูงถ้าใครอยากได้สงบๆแนะนำให้ลองไปดูบรรยากาศรอบๆก่อนนะ

การเดินทางโดยใช้รถ มีความสะดวกพอสมควรเพราะอยู่ใกล้จุดขึ้นลงทางด่วน ซ.สุขุมวิท 62 แต่ตรงทางแยกที่เลี้ยวขวาเข้าซอยสุขุมวิท 62 จะเปิดไฟจราจรเป็นช่วงเวลานะครับ หลักๆคือถ้าหลัง 16:00 ไปแล้วจะเลี้ยวขวาไม่ได้ ต้องวิ่งตรงไปกลับรถก่อนถึงซอย สุขุมวิท 101 นอกจากทางด่วนแล้วยังมีซอย สุขุมวิท 77 (ซ.อ่อนนุช)ที่ใช้ทะลุไปเส้น ศรีนครินทร์ และพัฒนาการได้อีก ซอยนี้ก็เป็นซอยใหญ่ที่มีร้านอาหารให้เลือกกินได้อีกเยอะเลย

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ ถือเป็นจุดเด่นของโครงการเลย เพราะจากเขตที่ดินของโครงการไปยังสะพานลอยที่เชื่อมต่อรถไฟฟ้า ห่างกันแค่ประมาณ 40 เมตร เรียกว่าเดินไม่กี่ก้าวก็ถึงครับ แต่ช่วงที่ต้องเดินจากหน้าโคงรการไปสะพานลอยจะต้องข้ามซ.สุขุมวิท 81 ที่มีรถวิ่งผ่านค่อนข้างบ่อยเวลาจะข้ามต้องระวังหน่อย หน้าปากซอยนี้จะมีพี่วินคอยให้บริการด้วย ก็เอาไว้ใช้บริการตอนจะไปไหนใกล้ๆนะครับ

การออกแบบ ตัวโครงการจะถูกออกแบบให้เป็นตกคู่กันและมีสวนอยู่ตรงกลาง ตัวโครงการมาในแนว Modern เรียบๆรูปด้านจะไม่หวือหวาเมือนกับ Verve โครงการนี้ออกแบบมาให้มีห้องมีพื้นขนาดเล็กแต่จำนวนเยอะ เพื่อให้ระดับราคาที่ลูกค้าต้องจ่ายไม่สูงมากเกินไป แต่ด้วยความที่แต่ละอาคารมีจำนวนยูนิตแตะที่ สี่ร้อยกว่า กับ เกือบๆห้าร้อย ทำให้โครงการนี้มีความหนาแน่นค่อนข้างสูง

ตัวห้องออกแบบมาหลากหลายแนว มีทั้งห้อง แนงลึก(Studio) แนวกว้าง (1 Bed Plus) และสี่เหลี่ยมด้านเท่า ( 2 Bed) นอกจากนี้ยังมียูนิตพิเศษเป็นแบบ Duplex ติดกับสระว่ายน้ำที่ชั้น 4 และชั้นบนสุดของอาคาร ตัวห้องแบบ Duplex ถือว่าเป็นของแปลกเพราะใช้เนื้อที่แค่ 60 ตร.ม. ทำให้ไม่มีส่วนที่เป็น Double Space เลยรู้สึกแปลกหน่อย และมีห้องนอนเล็กชั้น 2 ที่อยู่ติดกับช่องใส่คอมเพรสเซอร์แอร์การใช้งานจริงอาจจะมีปัญหาตอนซ่อมบำรุงนะ ส่วนผังห้องอื่นๆโดยรวมแล้วไม่ได้มีปัญหาอะไร ออกแบบมาลงตัวอยู่แล้ว

วัสดุอุปกรณ์ที่ให้มาได้พื้นไม้ลามิเนตหนา 8 มม.ทั้งห้อง ยกเว้นส่วน Pantry ครัวที่ให้เป็นกระเบื้องแกรนิตโต้ขนาด 60 x 60 ซม. ทำให้การใช้งานครัวทำได้สะดวกขึ้น ห้องครัวที่ได้จะมีทั้งแบบครัวเปิด และครัวปิดแล้วแต่แบบที่เลือก ถ้าใครเลือกแบบห้องครัวปิดตรงประตูจะมีซีลสักหลาดมาให้ด้วย เวลาทำอาหารจะช่วยกันกลิ่นไม่ให้ไปรบกวนส่วนอื่นๆของบ้าน เคาน์เตอร์ครัวได้ Top เป็นหินสังเคราะห์ ห้องน้ำมีฉากกั้นมาให้ ชุดสุขภัณฑ์ได้ของ Cotto อ่างล้างจานมีเคาน์เตอร์และตู้ด้านล่าง ฝักบัวของห้องน้ำจะแยกช่องน้ำร้อน/เย็น กลอนประตูด้านหน้าได้ Digital Door Lock

สาธารณูปโภคของที่นี่ ให้มาครบเครื่องทั้ง 2 อาคารเลยครับมีทั้งสวนขนาดใหญ่, Fitness Center, สระวา่ยน้ำ พร้อมสวนนั่งเล่นที่ชั้น 4 นอกจากสาธารณูปโภมหลักๆเหล่านี้แล้วยังมี Living Room, Game Room และ Library Room ด้วย ในส่วนของ Game รูปนั้นออกแบบมาให้น่าใช้งานดี ลูกบ้านพาเพื่อนมาเฮฮาสังสรรค์ได้สบายๆ เพราะมีอุปกรณ์มาให้เยอะรวมถึงครัวด้วยนะครับ การใช้งานจะไม่มีค่าใช้จ่ายยกเว้นค่าทำความสะอาดที่ต้องให้แม่บ้านครับ วิวของห้องต่างๆที่ได้จะเป็นวิวสระว่ายน้ำ ยกเว้นห้อง Fitness ที่ได้วิวด้านนอกแทน สวนตรงกลางที่ปรับปรุงใหม่น่าใช้งานกว่าเดิม มีลงต้นไม้ใหญ่และสนามหญ้าจริงไว้ ซึ่งช่วงเย็นๆช่วยให้บรรยากาศดูดีขึ้น สามารถพาเด็กๆมาวิ่งเล่นได้เต็มที่ ส่วนร้านค้าที่มาเปิดข้างๆสวนอำนวยความสะดวกให้กับลูกบ้านจะเป็น True Coffee ที่เปิดให้บริการแล้ว กับ Max Valu ที่กำลังตกแต่งภายในอยู่คาดว่าคงได้ใช้งานกันเร็วๆนี้ครับ

 

Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับราคา 121,700 – 157,500 บาท/ตร.ม. ซึ่งเป็นราคา ณ.วันที่ 3 July 2014 และเป็นราคาเฉพาะ 2 Bedroom เท่านั้น หากใครซื้อมาราคาต่ำกว่านี้ สามารถบวกคะแนนเพิ่มเองได้ นะครับ

  • ทำเล 9.0/10 – ทำเลดี ใกล้ BTS อ่อนนุช เดินทางสะดวกสะดวก หาซื้อของกินของใช้ง่ายเพราะใกล้ Tesco Lotus
  • เดินทางด้วยรถ 8.0/10 – เดินทางสะดวกใกล้ทางด่วน และจุดกลับรถ(แต่เวลากลับรถต้องระวังหน่อย)
  • ไม่ใช้รถ 8.25/10 – ถือว่าสะดวกเพราะเดินไปรถไฟฟ้าแค่ประมาณ 40 ม. จากเขตที่ดินโครงการ แต่ต้องเดินข้ามซอยข้างๆที่รถเยอะหน่อย
  • วัสดุ 7.0/10 – ให้มากลางๆ มีดีมีด้อยปนกัน แต่เมื่อเทียบกับราคาตอนนี้ถือว่าธรรมดาไปหน่อย
  • แบบ 7.5/10 – แบบห้องให้ฟังก์ชั่นมาครบ แต่ต้องดูเป็นห้องๆไป เพราะบางห้องขนาดเล็กการใช้งานจริง ลำบากหน่อย
  • สาธารณูปโภค 7.5/10 – มีให้ครบและหลายอย่าง มีสวนใหญ่ตรงกลาง ครบทั้ง 2 อาคาร แต่ความหนาแน่นสูงไปหน่อย

  • HIGH CLASS
  • 8.13 / 10.00

BOTTOM LINE

Ideo Mobi สุขุมวิท เป็นทำเลที่เหมาะกับคนอยากใช้ชีวิตติดรถไฟฟ้าแบบเดินใกล้ๆ ใช้การเดินทางด้วยรถไฟฟ้าเป็นหลัก ไม่เน้นว่าต้องมีห้องพักใหญ่ๆ ชอบใช้ส่วนกลางต่างๆ ชอบสภาพแวดล้อมที่มีความพลุกพล่านพอสมควร ยอมรับได้กับจำนวนยูนิตที่เยอะพอสมควร มีงบประมาณระดับ 6 – 8 ล้านบาท

ช่วยกันคอมเม้นท์ แบ่งปันข้อมูลกับเพื่อนๆที่กำลังหาบ้านหน่อยนะครับ

(ノ´ヮ´)ノ*:・゚✧