…หากพูดถึงคอนโดริมแม่น้ำเจ้าพระยา ผมเชื่อว่าคงมีชื่อ The River จาก Raimon Land อยู่หนึ่งในนั้นด้วยแน่นอนครับ เป็นคอนโด High Rise 2 อาคาร ไม่บังวิวกันเอง จึงได้วิวค่อนข้างดี สร้างเสร็จมาประมาณ 7 – 8 ปี ส่วนกลางก็จัดว่าเยอะ ได้อารมณ์รีสอร์ท น่าพักผ่อน มีห้องขนาดกลางไปจนถึงขนาดใหญ่ให้เลือก ปัจจุบันเหลือห้องมือ 1 อีกไม่มากแล้ว และจะมีการเปลี่ยนแปลงจากเดิมอย่างไรบ้าง เราไปชมพร้อมๆกันเลยครับ

ข้อมูลโครงการ

20 January 2020

  • The River (เดอะ ริเวอร์)
  • Raimon Land Plc
  • LUXURY CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • คอนโด High Rise 2 อาคาร
    • South Tower 71 ชั้น 519 ยูนิต
    • North Tower 41 ชั้น 307 ยูนิต
    • อาคาร Commercial 3 ชั้น
    • จำนวนยูนิตรวม 826 ยูนิต
  • ที่จอดรถประมาณ  1,217 คัน คิดเป็น 147%
  • ที่ดินประมาณ 12-3-41 ไร่
  • สร้างเสร็จพร้อมอยู่ (ปี 2556)
  • South Tower ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 13 ยูนิต
    • 1 Bedroom 62 – 66 ตารางเมตร
    • 2 Bedrooms 207 – 232 ตารางเมตร
    • 3 Bedrooms  207 – 229 ตารางเมตร
    • Loft Duplex 384.86 – 409.92 ตารางเมตร
    • Penthouse 588.78 – 637.46 ตารางเมตร (มีเฉพาะตึก South)
    • Home Office 181.91 – 287.48 ตารางเมตร (มีเฉพาะตึก South ชั้น 5)
  • North Tower ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 16 ยูนิต
    • Studio 44.2 – 52.59 ตารางเมตร (มีเฉพาะตึก North)
    • 1 Bedroom 56 – 69 ตารางเมตร
    • 2 Bedrooms 78 – 136 ตารางเมตร
    • 2 Bedrooms Duplex 136-137 ตารางเมตร (มีเฉพาะตึก North)
    • 3 Bedrooms  149 – 231 ตารางเมตร
    • Loft Duplex 247.55 ตารางเมตร
  • ราคามือ 1 ห้อง 2 Bedrooms 113.87 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 20.4 ล้านบาท / หรือตร.ม.ละ 179,152 บาท (ราคา Hot Deal)
  • ราคาเฉลี่ยทั้งโครงการ AVERAGE ประมาณ 240,000 บาท/ตร.ม.
  • ว็บไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • โทร  : 020291889

ทำเลที่ตั้ง

พิกัด Google Maps : 13.721422, 100.510777
หรือสามารถ :  คลิกที่นี่

แผนที่จากทางโครงการครับ

โครงการ The River ตั้งอยู่บนถนนเจริญนคร ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นบริเวณเชิงสะพานตากสิน (หรือคนในพื้นที่เรียกว่า สะพานสาทร) จึงการันตีได้ว่าจะได้วิวแม่น้ำแบบเต็มๆ และอย่างที่ทุกคนทราบครับว่า โครงการนี้สร้างมานานพอสมควร ซึ่งทำเลนี้ในสมัยก่อนยังเป็นชุมชนดั้งเดิม ที่มีแต่บ้านและห้องแถวเต็มไปหมด จากนั้นก็เริ่มมีโรงแรม 3 – 5 ดาวเข้ามาเปิดในพื้นที่ กลายเป็นทำเลท่องเที่ยวและพักผ่อนยอดฮิตในเวลาต่อมา

…ตัดกลับมา ณ ปัจจุบัน ย่านเจริญนครนับว่าเจริญขึ้นมากครับ เนื่องจากมีแลนด์มาร์คใหม่มาเปิดอย่าง ICONSIAM และตามมาด้วยรถไฟฟ้าสายสีทอง ที่จะทำให้การเดินทางเชื่อมต่อมายังห้างไอคอนสยาม จากแนว BTS เดิมสะดวกยิ่งขึ้น สิ่งที่ตามมาคือ คอนโดมิเนียมระดับ Super Luxury ต่างๆ ที่มีมูลค่าสูงกว่า 300,000 – 700,000 บาท/ตร.ม. (ในสมัยที่ The River เปิดตัวแรกๆ ห้องราคา 90,000 บาท/ตร.ม. ยังมีเลยครับ) ซึ่งโครงการหลังจากนี้ที่จะมาเปิดใหม่ก็คงยากแล้วล่ะนะ เพราะราคาที่ดินก็สูงขึ้น แถมคอนโดเก่าๆก็จับจองทำเลดีๆกันไปก่อนแล้ว และแน่นอนว่าหนึ่งในนั้นคือ The River นั่นเองครับ

สำหรับใครที่ยังไม่เคยมาเดิน ICONSIAM ผมก็อยากให้ลองมากันสักครั้งครับ ซึ่งผมว่าเป็นห้างที่สวยมากๆนะ ภายในมีร้านค้าแบรนด์เนมมากมาย ซึ่งบางแบรนด์ก็มาเปิดตัวเป็นสาขาแรกในไทยด้วยนะครับ อย่างเช่น Takashimaya ห้างสรรพสินค้าจากประเทศญี่ปุ่น, JD Sport สาขาที่ใหญ่ที่สุดในทวีปเอเชีย, Apple Store และอื่นๆอีกมากมาย

โดยโซนที่ผมชอบที่สุดคือ “โซนสุขสยาม” อยู่บริเวณชั้น G จะจัดเป็น Theme Park แบบไทยๆในแต่ละภาค ซึ่งจะมีตลาด ร้านค้า ของกิน และสินค้าพื้นบ้านขายอยู่เยอะเลยครับ เรียกได้ว่า ..ได้มาทั้งช้อปปิ้ง ทานอาหาร แล้วยังได้ถ่ายรูปสวยๆอีกด้วยนะ

และนอกจาก ICONSIAM แล้ว ความอุดมสมบูรณ์ที่สำคัญอีกจุดหนึ่งของฝั่งธน ก็คือ แถว”วงเวียนใหญ่” ครับ ซึ่งจะมีพวกร้านค้าและตลาดค่อนข้างเยอะ หรือเลยไปหน่อยก็จะเป็น The Mall ท่าพระ และถ้าข้ามสะพานตากสินมาฝั่งเจริญกรุง ก็จะตรงไปยังสีลม-สาทร ได้เลย

ซึ่งเป็นย่าน CBD ที่เจริญที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ เต็มไปด้วยแหล่งงานและอาคารสำนักงานต่างๆมากมาย กับมีห้างเปิดใหม่อย่าง “สามย่านมิตรทาวน์” ก็น่าเดินนะครับ สามารถเดินทางไปได้ง่ายๆด้วยรถยนต์ก็ได้ หรือจะนั่งรถไฟฟ้าไปก็ดี รวมถึงบริเวณนี้ยังมีโรงเรียนนานาชาติ และมหาวิทยาลัยชื่อดังตั้งอยู่อีกด้วย โดยรวมถือเป็นทำเลย่านฝั่งธนที่เดินทางเข้าเมืองได้สะดวกมากๆ

สภาพแวดล้อมรอบโครงการ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะครับ

ที่ตั้งของโครงการอยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา ห้องพักส่วนใหญ่จึงจะมองเห็นวิวแม่น้ำได้ไม่โดนบังวิว ถึงแม้โดยรอบจะมีอาคารสูงอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้อยู่ในระยะประชิดเลยครับ (ห่างออกไปมากกว่า 150 m.) สามารถสรุปได้ดังนี้

  • ทิศเหนือ : มองเห็น ICONSIAM และแม่น้ำเจ้าพระยาเฉียงๆทางขวามือได้
  • ทิศใต้ : ติดกันเป็นสวนป่าเฉลิมพระเกียรติสะพานตากสิน ไกลๆจะได้วิวโค้งแม่น้ำเจ้าพระยา มองผ่านสะพานตากสินเลยไปทาง ASIATIQUE ซึ่งมีข้อดีคือ “ตัวสะพาน” จะช่วยการันตีวิวได้ว่า จะไม่มีอะไรขึ้นมาบังวิวครับ
  • ทิศตะวันออก : ได้วิวแม่น้ำเจ้าพระยา ฝั่งตรงข้ามคือโรงแรม Shangri-La และได้ City View ของสีลม-สาทร
  • ทิศตะวันตก : เป็นด้านหน้าโครงการฝั่งถนนเจริญนคร ได้ City View ของย่านฝั่งธน มีทั้งชุมชนแนวราบและคอนโดสูงบ้าง

หากใครเคยอ่านบทความ มองหาคอนโดวิวแม่น้ำ “ย่านเจริญกรุง – เจริญนคร” ที่ผมเคยเขียนไปก่อนหน้านี้จะทราบว่า คอนโดที่ติดริมแม่น้ำแบบนี้ ถ้าอยู่ในฝั่งตัวเมืองหรือเจริญกรุง จะมีราคาเฉลี่ยประมาณ 200,000 – 400,000 บาท/ตร.ม. ซึ่งก็ถือว่าค่อนข้างสูง หรือแบบไม่ติดแม่น้ำแต่ก็ยังได้วิวแม่น้ำอยู่ ก็จะราคาประมาณ 130,000 – 180,000 บาท/ตร.ม. ซึ่งก็มีโอกาสถูกบังวิวได้ในอนาคต

แต่ถ้าเป็นคอนโดฝั่งธนที่อยู่ติดริมแม่น้ำเลย ก็จะมีราคาที่ถูกกว่าครับ (ถ้าไม่นับโครงการ Super Luxury 3 โครงการที่ถือเป็นโปรดักส์พิเศษ มี Hotel Service และแบรนด์โรงแรมระดับโลก) ซึ่งโครงการที่โปรดักส์ใกล้เคียง The River มากที่สุดในตอนนี้คือ Chapter Charoennakorn-Riverside ที่เปิดตัวมาเริ่มต้นอยู่ที่ 129,000 บาท/ตร.ม. หรือเฉลี่ยทั้งโครงการอยู่ที่ 167,000 บาท/ตร.ม. แล้วก็ขายหมดไปอย่างรวดเร็ว เพราะราคาและรูปแบบโปรดัสก์ที่ค่อนข้างดี ซึ่งผมก็ได้ลองไปเช็คราคา Resale มือ 2 มาให้แล้วครับ ตอนนี้ราคาขายจะอยู่ที่ประมาณ 140,000 – 170,000 บาท/ตร.ม. และอาจเพิ่มขึ้นได้อีกในอนาคต โดยเฉพาะตอนตึกเสร็จ

ข้อได้เปรียบของ The River คือ ทำเลอยู่เชิงสะพานตากสิน ซึ่งช่วยการันตีวิวได้ว่าจะไม่มีอะไรมาบังแน่นอน และยังอยู่ใกล้ ICONSIAM มากกว่าอีกด้วย ทำให้ห้องพักของ The River ที่หันไปทางเหนือนั้น จะมองเห็นพลุตามงานเทศกาลต่างๆที่ ICONSIAM ได้ ในขณะที่ Chapter Charoennakorn-Riverside จะมองเห็นแต่ ASIATIQUE เท่านั้น ซึ่ง The River ก็มองเห็นแบบไกลๆได้เช่นกันครับ

ส่วนในเรื่องการเดินทาง ด้วยความที่โครงการอยู่ใกล้เชิงสะพานตากสินแบบนี้ จึงใกล้กับแยกเจริญนครใต้มากๆ ซึ่งความสำคัญของแยกนี้คือ ใช้เพื่อกลับรถไปไอคอนสยาม หรือจะเลี้ยวขวาเพื่อขึ้นสะพานตากสินเข้าเมืองไปเลยก็ได้ ถือว่าเป็นแยกที่ดีมากๆ แต่ประเด็นอยู่ตรงระยะห่างระหว่างหน้าโครงการกับทางแยก ที่ห่างกันเพียง 50 m. เท่านั้น

ถือว่าเป็นระยะที่กระชั้นชิดมากครับ ซึ่งค่อนข้างอันตรายผมไม่ค่อยแนะนำ (แต่ถ้าเราชิดขวาได้ทัน ตอนช่วงรถว่างๆได้ ก็ถือว่าโชคดีไป จะสะดวกมากๆ) ดังนั้นเราจึงต้องไปกลับรถไกลเพิ่มอีกสักหน่อย เพื่อความปลอดภัยครับ

ส่วนตอนขากลับก็ไม่ยากมากนัก จะต้องไปกลับรถก่อนถึงไอคอนสยาม ซึ่งยังเป็นช่วงที่รถไม่ติดมากนัก หรือใครจะเลยไปเดินห้างเล่นก่อนกลับบ้านก็ไม่ว่ากันครับ เพราะขากลับจากห้างก็แค่กิโลกว่าๆเท่านั้นเอง

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • ICONSIAM ~ 1.2 km.
  • โรงพยาบาลตากสิน ~ 1.2 km.
  • Sena Fest ~ 1.5 km.
  • Bangkok Christian College ~ 2.4 km.
  • ตลาดวงเวียนใหญ่ ~ 2.6 km.
  • ตลาดสะพานพุทธไนท์มาร์เก็ต ~ 2.6 km.
  • โรงเรียนอัสสัมชัญ ~ 2.7 km.
  • St. Joseph Convent School ~ 4.1 km.
  • The Mall ท่าพระ ~ 4.1 km.
  • Shrewsbury International School Bangkok ~ 4.3 km.
  • Samyan Mitrtown ~ 5.1 km.
  • ASIATIQUE The Riverfront ~ 5.2 km.

 

รายละเอียดโครงการ

โครงการ The River เป็นคอนโด High Rise 2 Tower ที่มีความสูง 41 ชั้น และ 71 ชั้น ปัจจุบันสร้างเสร็จมาแล้วประมาณ 7 – 8 ปี ถึงแม้ฟังดูจะเป็นระยะเวลาที่ค่อนข้างนาน แต่จากประสบการณ์ที่ผมได้เข้าไปสัมผัสมา ผมว่าโครงการยังดูดีเหมือนเพิ่งสร้างเสร็จได้ไม่นานเลยครับ นั่นหมายความว่า นิติบุคคลและ Developer เอง ก็ได้ดูแลโครงการนี้เป็นอย่างดีมาโดยตลอด

ปัจจุบันผมเห็นมีคนอยู่กันพอสมควรเลยครับ แต่ไม่ได้ถึงกับหนาแน่นนะ เพราะคนที่ซื้อส่วนใหญ่จะซื้อเก็บไว้เป็นบ้านหลักที่ 2 เอาไว้มาพักผ่อนตากอากาศริมแม่น้ำเป็นครั้งคราวครับ มีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ (โซนยุโรป) เพราะพื้นที่ส่วนกลางถูกออกแบบมาให้มีบรรยากาศเหมือนโรงแรม/รีสอร์ทค่อนข้างชัดเจน มีความสวยงามและรู้สึกผ่อนคลาย เหมือนได้มาเที่ยวพักผ่อนจริงๆ ถ้าอยากรู้ว่าของจริงปัจจุบันจะเป็นอย่างไร และมีการเปลี่ยนแปลงตรงจุดไหนบ้าง เราไปชมพร้อมๆกันครับ

มาดู Master Plan กันก่อนนะ พื้นที่ด้านหน้าที่ผมทำเป็น Area สีแดงเอาไว้ เป็นส่วนของ Comercial ที่เปิดให้คนภายนอกสามารถมาใช้บริการได้ โดยทางเข้าโครงการจริงๆจะอยู่ถัดเข้ามา ซึ่งมีป้อม รปภ. คอยดูแลรักษาความปลอดภัย 24 ชม. และมีแนวกำแพงกับรั้วต้นไม้สูงคอยบังสายตา เพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับลูกบ้านได้ ภายในมีทางเดินเชื่อมถึงกันทั้ง 2 Tower ยาวไปจนถึงท่าเรือด้านหลัง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในการเดินทางที่สะดวก และจะมีป้อม รปภ. อยู่ด้านหลังอีกจุดหนึ่งเช่นกันครับ คอยตรวจดูคนที่เข้า-ออกโครงการจากทางเรือ และช่วยอำนวยความสะดวกต่างๆให้ด้วย

สำหรับอาคาร Comercial ด้านหน้า หรือที่พี่โอ๋เคยเรียกว่าน้อง “Vue” ซึ่งเป็น Community Mall ของโครงการ ปัจจุบันกำลัง Renovate เปลี่ยนพื้นที่ร้านค้าชั้นบนให้กลายเป็นโรงแรมครับ ซึ่งจะมีกี่ห้อง และใช้เป็นแบรด์นอะไรนั้นยังไม่ทราบนะ แต่ร้านค้าที่อยู่ชั้นล่าง เช่น MaxValu จะยังคงอยู่เหมือนเดิม ซึ่งลูกบ้านจะยังสามารถเดินมาซื้อของได้สะดวกอยู่ครับ

หากถามว่าพอเปลี่ยนเป็นโรงแรมแล้วดียังไง? ส่วนตัวผมคิดว่าน่าจะทำให้โครงการนี้คึกคักมากขึ้นครับ ร้านค้าก็มีรายได้จากนักท่องเที่ยวขาจรเพิ่มขึ้น หรือถ้าลูกบ้าน The River มีแขกมาเยี่ยมเยอะๆ แล้วที่นอนไม่พอ ก็สามารถมาเปิดโรงแรมอยู่ใกล้ๆกันได้สะดวกเลยครับ แน่นอนว่าไม่ต้องกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัว ว่าคนภายนอกจะเข้าไปยุ่งย่ามในโครงการได้ เพราะมีพี่ รปภ. คอยดูให้อยู่แล้วนั่นเอง

หันมาทางซ้ายมือก็จะเป็นตัวอาคารพักอาศัย ซึ่งอยู่ด้านหลังกำแพงทึบและแนวต้นไม้ ทำให้ได้ความเป็นส่วนตัว และพื้นที่ทางเดินภายในก็ดูร่มรื่นน่าเดินดีครับ

โถงทางเดินภายนอกอาคารจะยาวตั้งแต่ด้านหน้า เชื่อมต่อ Lobby ของแต่ละอาคาร ที่จอดรถใต้อาคาร และยาวไปถึงท่าเรือที่อยู่ด้านหลัง ซึ่งมี Shuttle Boat ที่จะไปส่งที่ BTS สะพานตากสิน (ซึ่งปัจจุบันเพิ่งประกาศปิดปรับปรุงสถานีนี้เป็นเวลา 40 เดือน (3 ปี) ตั้งแต่ต้นปี 2563 เพื่อขยายชานชลาเป็น 2 ฝั่งครับ) ดังนั้นถ้าใครจะใช้ BTS เข้าเมืองในช่วงนี้ก็อาจต้องไปใช้ที่สถานีกรุงธนบุรีไปก่อนนะ แต่ถ้าไม่ได้จะใช้รถไฟฟ้า ก็ยังสามารถใช้ข้ามฝั่งได้ตามปกติครับ (มีเรือหลายลำและ รับ-ส่ง เป็นเวลา)

ส่วนภาพนี้เป็นบรรยากาศภายใน Lobby ดูหรูหราและสวยงามดีทีเดียว ฝ้าเพดานสูง 13 m. และมี Concierge Service คอยให้บริการอยู่ตลอด 24 ชม. ด้วยครับ

Main Facilities จะอยู่ที่ชั้น 5 ครับ ถือเป็นอีกหนึ่ง Highlight ของโครงการ ซึ่งจะกินพื้นที่ชั้นโพเดี้ยมทั้งชั้น และใช้งานร่วมกัน 2 อาคาร ทำให้มีพื้นที่ขนาดใหญ่ แต่ก็แลกมากับจำนวนยูนิตมากถึง 826 ห้อง ถือว่าค่อนข้างเยอะครับเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้านย่านเดียวกัน ดังนั้นเค้าจึงแบ่งฟังก์ชันการใช้งานออกเป็นหลายๆจุด เพื่อกระจายความหนาแน่นในการใช้งาน

ส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่สระว่ายน้ำ และสวนพักผ่อนแบบ Outdoor ดูร่มรื่นและสดชื่นดี อยู่ระหว่างอาคารทั้ง 2 ทำให้ห้องทางทิศเหนือของ South Tower และห้องทางทิศตะวันออกของ North Tower จะสามารถมองเห็นพื้นที่ส่วนกลางเหล่านี้ได้อีกด้วยครับ

เริ่มกันที่โถงทางเดินใต้อาคาร North Tower จะมีขนาดค่อนข้างใหญ่ และจัดชุดโต๊ะให้นั่งเล่นพักผ่อนชิลๆไว้หลายตัว สุดปลายทางจะเป็น Fitness และ Multi Purpose Sport Court ซึ่งเดิมทีเคยทำเป็นสนามแบดมินตัน และหน้างานปัจจุบันผมเห็นว่ามีแป้น Basketball เพิ่มมาด้วยนะ (ซึ่งพื้นที่นั้นกำลังมีการ Renovate กันอยู่ จึงไม่ได้ถ่ายรูปมาให้ดูครับ)

แต่ผมมีภาพภายใน Fitness มาฝากกันครับ ขนาดกำลังดี น่าจะเพียงพอต่อการใช้งานนะครับ ซึ่งผนังกระจกทางขวาจะมองออกไปทาง Multi Purpose Sport Court ด้านนอกนั่นเอง

ต่อมาเป็นสระว่ายน้ำที่อยู่ตรงกลางระหว่างอาคารทั้ง 2 จะแยกออกเป็นหลายสระหลายโซน และมีศาลาให้นั่งเล่นพักผ่อน จัดปาร์ตี้ BBQ กันได้ด้วยครับ โดยสิ่งที่ผมชอบคือบรรยากาศ ที่มีทั้งต้นปาล์ม ต้นลีลาวดี และต้นกล้วย ทำให้ได้บรรยากาศผ่อนคลาย สไตล์รีสอร์ทมากๆครับ นี่เป็นสิ่งที่โครงการนี้ทำออกมาได้ชัดเจนที่สุด เมื่อเทียบกับโครงการอื่นๆในย่านที่ผมเคยไปดูมาทั้งหมดแล้วครับ

ทีเด็ดของเค้าจริงๆคือ ส่วนของ River Pool ซึ่งผมไม่ได้พูดถึงสโมสรฟุตบอลคู่แข่งแมนยูนะ แต่กำลังหมายถึงสระว่ายน้ำด้านหลังโครงการ ที่อยู่ติดริมแม่น้ำต่างหากครับ โดยตัวสระถูกออกแบบเป็นสระไร้ขอบ (Infinity Edge Pool) ทำให้ผิวน้ำของสระกับแม่น้ำดูกลมกลืนเป็นผืนเดียวกันขนาดใหญ่ เหมือนเรากำลังว่ายน้ำอยู่ในแม่น้ำ (ดูเรือตรงกลางภาพนั่นสิ เหมือนกำลังลอยอยู่ในสระเลยครับ ฮ่าๆ)

เงยหน้ามองขึ้นไปด้านบนจากพื้นที่ส่วนกลาง จะเห็นว่าทั้ง 2 อาคารจะโอบล้อมพื้นที่สระและสวนนี้เอาไว้ แต่ไม่บังวิวกันเอง และแยกออกจากกันเพื่อความเป็นส่วนตัว ลดความหนาแน่นของยูนิตพักอาศัย มีช่องลมและช่องแสง เพิ่มความปลอดโปร่งได้ดี ซึ่งผมยังมีอีกประเด็นคือที่ใต้อาคาร South Tower ครับ

เมื่อหลายปีก่อนตอนที่พี่ฝนและพี่โอ๋เคยเขียนรีวิวเอาไว้นั้น ที่ชั้น 5 ของ South Tower จะเป็นพื้นที่ร้านค้าให้เช่าครับ โครงการเค้าจะเรียกว่า Home Office ซึ่งปัจจุบันก็ยังคงเป็นยูนิตว่าง ไม่ได้มีร้านอะไรมาเปิดนะครับ

สาเหตุนั้นก็คงเป็นเพราะ การที่ร้านค้าจะมาเปิดอยู่บนอาคารแบบนี้ ในมุมของลูกบ้านจัดว่าได้รับความสะดวกสบายมาก เพราะไม่ต้องลงไปถึงชั้น 1 หรือออกไปนอกโครงการให้เหนื่อย แต่ในมุมของผู้ประกอบการรายย่อย เค้าจะได้ลูกค้าเฉพาะคนในโครงการเท่านั้น ซึ่งอาจมีปริมาณไม่มากพอที่จะคุ้มทุนก็เป็นได้ครับ ดังนั้นจึงยังไม่มีร้านค้ามาเปิดนั่นเอง

แต่กลับกันผมคิดว่า ถ้ามีการปรับฟังก์ชันพื้นที่บางส่วน ให้ทำประโยชน์และดึงคนมาใช้งานพื้นที่ส่วนนี้ได้มากกว่านี้ เช่น Co-Working Space หรือ Meeting Rooom และมีร้านค้าสัก 1-2 ร้านก็พอ อันนี้อาจจะช่วยได้ก็ได้นะครับ แต่ทั้งนี้เนื่องจากเป็นโครงการที่มีคนพักอาศัยและจัดตั้งนิติบุคคลไปแล้ว เวลาจะเปลี่ยนแปลงหรือทำอะไร จึงต้องมีการเสนอและมีมติจากที่ประชุมส่วนรวมก่อนด้วยนะครับ

มาดูแปลนชั้นพักอาศัยกันบ้างครับ ซึ่งทั้ง 2 Tower จะมีลักษณะที่คล้ายๆกัน เพียงแต่ความสูง ประเภท จำนวนยูนิต และขนาดของห้องพักจะต่างกัน โดย South Tower ซึ่งเป็นตึกที่ขายหมดไปแล้วนั้น จะอยู่ใกล้แม่น้ำมากกว่า มีความสูง 71 ชั้น มีห้องพักทั้งหมด 519 ยูนิตและส่วนใหญ่จะเป็นห้องขนาดใหญ่กว่า North Tower ครับ ถึงแม้จะเป็นห้อง Type เดียวกันก็ตาม

ซึ่งผมไม่แปลกใจเลยที่จะขายหมดก่อน ถึงแม้ยูนิตจะเยอะ และมีอัตราส่วนลิฟต์ที่มากกว่า เป็นส่วนตัวน้อยกว่า แต่ก็มีชั้นสูงกว่าถึง 30 ชั้นให้เลือก ทำให้มองวิวไกลๆได้ดีกว่า และสมัยก่อนที่ยังไม่มี ICONSIAM นั้น คนจึงหันไปสนใจวิวฝั่ง ASIATIQUE กับสะพานตากสินที่การันตีวิวกันมากกว่าครับ แถมโครงการนี้ยังตอบโจทย์คนสมัยเมื่อเกือบ 10 ปีก่อน ที่เพิ่งเปลี่ยนจากการอยู่บ้านแนวราบมาอยู่คอนโด ซึ่งยังคุ้นชินกับพื้นที่พักอาศัยแบบกว้างๆอยู่นั่นเอง

ตัดกลับมาที่ North Tower ที่ยังเหลือขายอยู่นะครับ มีความสูง 41 ชั้น และมีห้องพักทั้งหมด 307 ยูนิต จึงเป็นส่วนตัวมากกว่า และมีระยะห่างจากแม่น้ำมากขึ้นไม่กี่สิบเมตร แต่ก็ไม่ได้บังวิวกันเองมากนัก ซึ่งตัวห้องจะมีขนาดเล็กกว่า จึงทำให้ราคาจับต้องได้ง่ายขึ้น โดยผมได้ทำสีแยกรูปแบบห้องและตำแหน่งต่างๆ เพื่อให้อธิบายได้ง่ายๆ สามารถสรุปได้ดังนี้

  • สีแดง : เป็นตำแหน่งที่ดีที่สุด เพราะเป็นห้องมุม มองเห็นทั้งแม่น้ำเจ้าพระยา City View ของสีลม-สาทร และ ICONSIAM
  • สีเขียว : เป็นห้อง 2 Bedrooms ที่ยังได้วิวทางฝั่ง ICONSIAM อยู่นะ ส่วนวิวแม่น้ำอาจต้องมองเฉียงๆไปทางขวาสักหน่อย เป็นห้องหน้ากว้างที่ฟังก์ชันดีทีเดียวครับ
  • สีเทา : เป็นห้องมุมที่หันมาด้านในโครงการ มองเห็นส่วนกลางชั้น 5 หรือ Community Mall หน้าโครงการได้ และมีระเบียงยื่นออกมาจากตัวห้องอีกด้วย
  • สีฟ้า : เป็นห้องขนาดเล็กที่เน้นชม City View ฝั่งธนมากกว่า และมองเห็นแม่น้ำได้บางส่วนจากระยะไกล (หากมองเฉียงไปทางซ้าย)
  • สีชมพู : เป็นห้องที่อยู่ระหว่างกลาง ซึ่งจะรับวิวแบบตรงๆได้เท่านั้น มีทั้งวิวแม่น้ำและ City View ให้เลือก เหมาะกับคนที่ไม่ชอบแดดส่องเข้าห้องครับ เพราะผนังอาคารทั้ง 2 ข้างจะช่วยบังแดดเอาไว้ตลอดเวลา

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • Lobby ฝ้าสูง 13 m.
  • สวนหย่อมที่ชั้น 1 และ 5
  • Sky Garden ชั้น 23 (North Tower) และ 40 (South Tower)
  • สระว่ายน้ำระบบ เกลือ จำนวน 3 สระ ขนาดยาว 33 – 50 m.
  • Fitness
  • Badminton Court + Street Basketball
  • ลิฟต์โดยสาร 6 ตัว แยก Low Zone และ High Zone ต่อหนึ่งอาคาร
  • อัตราส่วนลิฟต์ North Tower  51.1 : 1
  • อัตราส่วนลิฟต์ South Tower 86.5 : 1
  • Service Lift 1 ตัว/Tower
  • ที่จอดรถประมาณ 1,217 คันคิดเป็น 147%
  • ระบบรักษาความปลอดภัยในโครงการ  CCTV / Key Card
  • บริการ Concierge Service
  • ท่าเรือ Shuttle Boat ไป-กลับ BTS สะพานตากสิน

แบบห้อง

สำหรับห้องพักของโครงการนี้จะมีอยู่หลาย Type เหมือนกันครับ และส่วนใหญ่จะเป็นห้องขนาดใหญ่ เริ่มต้นก็ Studio 44.2 ตารางเมตรเข้าไปแล้ว แต่สำหรับห้องมือ 1 ที่โครงการยังเหลือขายอยู่จะเป็นห้องขนาดใหญ่ทั้งหมดครับ ประกอบด้วย

  • 2 Bedrooms ขนาด 113.87 – 134.38 ตารางเมตร
  • 2 Bedrooms Duplex ขนาด 136.52 – 138.32 ตารางเมตร
  • 3 Bedrooms  ขนาด 231.4 ตารางเมตร
  • Loft Duplex ขนาด 409.92 ตารางเมตร
  • Penthouse ขนาด 588.78 – 637.46 ตารางเมตร

สำหรับห้องแรกคือ 2 Bedrooms ขนาด 113.87 ตารางเมตร เป็นห้องมุมที่มีจุดเด่นอยู่ตรง Common area ที่มีผนังเป็นกระจกเข้ามุม ทำให้เปิดรับวิวได้เต็มที่ครับ โดยเฉพาะตรงส่วนของครัวและโต๊ะทานอาหาร ที่บอกได้เลยว่า…ถูกใจคนชอบทานอาหาร และอยากชมวิวไปด้วยแบบสุดๆ เพียงแต่ห้องนี้จะไม่ได้เป็นครัวปิดนะครับ แน่นอนว่าอาจมีกลิ่นกระจายไปทั่วห้องนั่งเล่นอยู่บ้าง แต่ก็สามารถเปิดประตูและหน้าต่างช่วยระบายกลิ่นได้นะ และระเบียงก็จะได้แบบเข้ามุมยื่นออกมาจากตัวห้อง ทำให้ชมวิวตรง Outdoor ได้อย่างเต็มที่มากขึ้นด้วยครับ ส่วนห้องน้ำมี 2 ห้อง ทำให้ไม่ต้องแย่งกันใช้งาน ได้ความเป็นส่วนตัว โดยการที่มีห้องนอนที่ 2 เพียงห้องเดียวแบบนี้ ก็อาจจะเหมาะกับคนที่มีลูกคนเดียว หรืออยู่แบบพี่น้องก็ได้ครับ

ห้อง 2 Bedrooms Duplex ขนาด 136.52 ตารางเมตร จุดเด่นคือห้องนั่งเล่นที่มีฝ้าเพดานสูงแบบ Double Volume และมีบันไดเดินขึ้นชั้น 2 ทำให้ได้อารมณ์เหมือนอยู่บ้าน 2 ชั้นเลยครับ ซึ่งห้องนี้ถ้าจัดดีๆ ก็ยังสามารถกั้นผนังทำเป็นครัวปิดได้ มีห้องนอนจะแยกกันอยู่ 2 ชั้น โดยชั้นล่างจะเป็นห้องนอนเล็ก ใช้งานห้องน้ำร่วมกับพื้นที่ส่วนกลาง และออกมาใช้งานระเบียงได้จากประตูบานเล็กด้านข้างได้ด้วย ส่วนห้องนอนใหญ่จะอยู่ที่ชั้น 2 มีห้องน้ำในตัว และยังมีพื้นที่อเนกประสงค์บนชั้น 2 ให้จัดเป็น Family area เพิ่มได้อีกด้วยครับ ซึ่งบรรยากาศของจริงจะเป็นอย่างไร ผมมีภาพตัวอย่างมาให้ชมกันด้วยนะ

เมื่อเข้ามาภายในห้องจะเจอกับส่วนครัว, โต๊ะ Kitchen island และโต๊ะทานอาหาร ส่วนด้านในจะเป็นห้องนั่งเล่นที่อยู่ติดกับระเบียงครับ

บริเวณนี้จะเป็นพื้นที่ฝ้าเพดานสูงแบบ Double Volume ทำให้รู้สึกโปร่งโล่งมากขึ้น และด้านบนยังมองเห็น Family area กับหน้าต่างของห้องนอนใหญ่ได้อีกด้วย ทำให้พื้นที่ทั้งหมดดูเชื่อมต่อถึงกันดีครับ

มองลงไปด้านล่างจาก Family area ที่อยู่ชั้นบนกันบ้าง ซึ่งเราจะเห็นได้ว่าใครกำลังนั่งอยู่ด้านล่าง หรือมีแขกอยู่รึป่าว ส่วนพื้นที่ด้านบนนี้เรายังสามารถจัดเป็นพื้นที่อะไรก็ได้ตามต้องการ ซึ่งจะมีความเป็นส่วนตัวมากกว่าชั้นล่างครับ

สุดท้ายคือห้องนอนใหญ่ที่อยู่ชั้นบน จุดที่ดีคือผนัง 3 ด้านจะเป็นกระจกทั้งหมด ทำให้ห้องนอนนี้สว่างและโปร่งโล่งมากๆครับ ทางฝั่งหัวเตียงก็ใช้ชมวิวเพิ่มได้ ส่วนปลางเตียงก็มองลงไปเห็นชั้นล่าง และได้แสงจากกระจกบานสูงตรงห้องโถงได้ด้วย เพียงแต่ทีวีเราจะต้องหาโต๊ะมาวางแบบนี้นะครับ ซึ่งก็มีพื้นที่เหลือเฟือเลย

ขอทิ้งท้ายไว้สักนิดสำหรับวิวระเบียงของห้องนี้ ถ้ายังจำกันได้ว่าตำแหน่งของห้องนี้คือ จะอยู่ตรงส่วนปลายอาคารทางทิศตะวันออกและตะวันตก ซึ่งถูกขนาบข้างด้วยห้องมุมทั้ง 2 ที่ยื่นออกไปนอกอาคาร

ดังนั้นห้องนี้จึงเป็นห้องที่ต้องรับวิวเป็นแนวตรงไปด้านหน้าเท่านั้น ไม่สามารถชมวิวด้านข้างแบบเฉียงๆได้นะครับ (เว้นแต่ห้องนอนชั้น 2 เมื่อกี้) และอีกอย่างคือ แดดจะไม่ค่อยส่องเข้ามาในห้องด้วยครับ

ห้อง 3 Bedrooms ขนาด 231.4 ตารางเมตร เป็นห้องมุมที่อยู่บนชั้นประมาณ 30 ซึ่งจะกินพื้นที่รวมในส่วนของตำแหน่งห้องเมื่อสักครู่ ที่อยู่ตรงปลายอาคารมาด้วยครับ ภายในมีพื้นที่กว้างขวาง โดยเฉพาะ Common area และแยกพื้นที่ส่วนครัวกับแม่บ้านออกไปอีกด้านเป็นสัดส่วน ซึ่งสิ่งที่ผมชอบที่สุดของห้องนี้คือ Master Bedroom ที่ได้เป็นกระจกเข้ามุม ชมวิวได้ 2 ด้าน แถมห้องน้ำก็ติดกับผนังกระจกด้วยเช่นกัน เอาใจเจ้าของห้องไปเลยครับ ซึ่งของจริงจะเป็นอย่างไร ผมมีภาพตัวอย่างมุมเด็ดๆมาฝากกันด้วย

เมื่อเข้ามาภายในห้องเราจะเจอกับห้องนั่งเล่นที่ใหญ่มากๆ สามารถวางชุดโซฟาขนาดใหญ่กว่านี้ก็ยังได้นะ หรือจะแบ่งพื้นที่ทำเป็นฟังก์ชันอื่นๆเพิ่มก็ได้ครับ เช่น มุมรับแขกโดยเฉพาะ มุมพักผ่อน มุมนั่งทำงาน และมุมตู้โชว์ของสะสม เป็นต้น ส่วนห้องนอนทั้งหลายก็จะอยู่โซนด้านในแยกออกไปเป็นส่วนตัวครับ

หันมาทางขวามือจะเป็นส่วนครัวและพื้นที่ของแม่บ้าน เปรียบเหมือนเป็นส่วนหลังบ้านของห้องนี้นั่นเอง ซึ่งด้านในก็ยังมีทั้งครัวไทย ห้องนอนแม่บ้าน และห้องอเนกประสงค์แยกต่างหากด้วยนะครับ

คราวนี้ผมจะพามาดูตัวอย่างห้อง Master Bedroom ที่ผมบอกว่าชอบกันบ้างนะ พอเข้ามาเราก็จะเจอกับพื้นที่ห้องน้ำ เชื่อมต่อกับห้องนอนด้วยประตูกระจกแบบนี้ ทำให้ห้องโปร่งโล่ง และแอบ Sexy อยู่สักหน่อยครับ ถ้าอยู่กันแบบสามีภรรยาก็แล้วยังรู้สึกขัดเขิน ก็สามารถติดม่านหรือมู่ลี่เพิ่มความเป็นส่วนตัวตอนเราจะใช้งานก็ได้ครับ

และอ่างอาบน้ำก็จะอยู่ติดกับหน้าต่าง ทำให้เรานอนแช่น้ำไปด้วย และชมวิวแม่น้ำไปด้วยได้ รวมถึงสามารถเปิดระบายอากาศได้อีกด้วยครับ

ส่วนห้องนอนเองก็เด็ดไม่แพ้กัน โดยผนัง 2 ด้านจะเป็นหน้าต่างทั้งหมด ตื่นเช้ามาก็ได้ชมวิวแม่น้ำแบบเต็มๆแบบนี้เลย แลกกับขนาดพื้นที่ห้องที่ค่อนข้างพอดีๆ ไม่ได้ใหญ่มากเหมือนห้อง Type อื่นๆ

และห้องตัวอย่างสุดท้ายคือ Penthouse ขนาด 637.46 ตารางเมตร โดยพื้นที่ชั้นล่างจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ๆด้วยกันคือ ส่วนหลังบ้านที่มีทั้งห้องทานอาหาร ครัวฝรั่ง ครัวไทย และห้องแม่บ้านแยกออกไปเป็นสัดส่วน สามารถปิดล็อคประตูเพื่อกันให้เค้าอยู่ในส่วนของตัวเอง ไม่ต้องเข้ามาในพื้นที่เจ้าของตอนกลางคืนได้ครับ

ส่วนที่สองคือห้องนั่งเล่น ซึ่งมีระเบียงขนาดใหญ่มาก เหมาะกับคนที่ชอบทำกิจกรรม Semi-Outdoor แบบสุดๆ เช่น จัดปาร์ตี้ BBQ , ดินเนอร์ชมดอกไม้ไฟ และอื่นๆอีกมากมาย และส่วนสุดท้ายคือห้องนอนชั้นล่าง ซึ่งสามารถใช้เป็นห้องพ่อแม่ที่ท่านอาจเดินขึ้นชั้น 2 ไม่ไหว หรือจะจัดเป็นห้องทำงาน ห้องนอนแขก หรือห้องนอนลูกๆเพิ่มได้ถ้ามีกันหลายคน

ขึ้นมาที่ชั้น 2 จะเป็นส่วนห้องพักอาศัยที่ต้องการความเป็นส่วนตัวทั้งหมด ซึ่ง Penthouse นี้จะมีห้องนอนเล็กมากถึง 4 ห้อง กับห้อง Master Bedroom ขนาดใหญ่อีก 1 ห้อง ซึ่งแต่ละห้องก็จะมีห้องน้ำในตัว ได้ความเป็นส่วนตัว และในเมื่อสมาชิกในบ้านมีกันเยอะขนาดนี้ จึงได้จัดพื้นที่นั่งเล่นรวมที่ชั้นบนเอาไว้ให้อีกจุดหนึ่งด้วย เผื่อจะได้มานั่งคุย ดูละครด้วยกัน ก่อนจะแยกย้ายเข้าห้องไปนอนตอนกลางคืน จะได้ไม่ต้องเดินขึ้น-ลงบันไดให้เหนื่อยครับ ซึ่งของจริงจะเป็นอย่างไรเราไปชมกันเลยดีกว่า

พื้นที่ส่วนแรกที่พามาดูคือห้องอาหารครับ มีขนาดที่ใหญ่มาก สามารถวางโต๊ะขนาด 8 – 10 คนได้สบายๆ เชื่อมต่อกับพื้นที่ครัวที่อยู่ด้านใน ทำให้ยกอาหารมาเสิร์ฟได้ง่ายๆ ไม่ต้องเดินไกลครับ

ที่ผมชอบคือช่องหน้าต่างที่สูงจากพื้นถึงฝ้า และกว้างเต็มผนังห้อง ทำให้เรานั่งทานอาหารไปและชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยาไปด้วยได้ครับ หรือจะใช้โต๊ะนี้เป็นโต๊ะอเนกประสงค์ นั่งทำอย่างอื่นไปด้วยก็ได้ ซึ่งน่าจะเพลินดีไม่น้อยเลยทีเดียว มุมไหนๆของห้องก็เห็นแม่น้ำได้หมดเลยครับ

ส่วนห้องที่ติดกันก็จะเป็นห้องครัวนะ มีทั้งครัวฝรั่ง และก็มีครัวไทยของแม่บ้านแยกต่างหากที่ด้านในอีกทีหนึ่งด้วยครับ

ส่วนอีกด้านของห้องชั้นล่างจะเป็น Common area มีขนาดพื้นที่ใหญ่มากทีเดียว บวกกับมองเห็นบันไดขึ้นชั้น 2 จึงให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้านเลยครับ

ทางซ้ายมือจะเป็นพื้นที่อเนกประสงค์ และมีห้องนอนชั้นล่างอยู่ด้านใน กั้นด้วยผนังทึบได้ความเป็นส่วนตัว ซึ่งพื้นที่ตรงนี้เราก็สามารถปิดประตูบานเฟี้ยม เพื่อกั้นแยกออกไปเป็นส่วนตัวได้อีกห้องหนึ่งด้วยนะครับ

ส่วนขวามือจะเป็นห้องนั่งเล่นครับ ใช้เป็นห้องรับแขกก็ได้นะ ซึ่งบริเวณนี้จะเป็นโถงฝ้าเพดานสูง และมีผนังกระจกถึง 2 ด้าน สามารถชมวิวภายนอกได้อย่างเต็มที่ ซึ่งด้านหนึ่งจะเป็นระเบียงที่ออกไปใช้งานได้ด้วยนะ

โดยระเบียงนี้จะมีขนาดใหญ่มากครับ หากเปิดประตูบานเลื่อนเอาไว้จะทำให้พื้นที่เชื่อมต่อกับภายใน ก็ยิ่งกว้างมากเข้าไปใหญ่เลย เหมาะที่จะจัดกิจกรรมต่างๆมาก หรือจะมานั่งชมวิวชิลๆได้ตลอดเวลา เพราะยังอยู่ใต้ชายคาแดดไม่ร้อน ฝนไม่สาด และไม่ต้องกลัวเรื่องลมแรงเลยครับ เพราะเค้าทำผนังกระจกช่วยกันลม และเพิ่มความปลอดภัยมาให้แล้วครับ

ภาพอีกมุมจากบริเวณบันไดชั้น 2 จะมีช่องหน้าต่างซึ่งสามารถมองลงไปเห็นระเบียงชั้นล่างทั้งหมด และเห็นวิวแม่น้ำเข้าพระยากว้างๆได้อีกด้วยนะ เจ๋งไปเลย

และห้อง Master Bedroom ก็จะมีขนาดใหญ่มากครับ พอวางเตียงขนาด 6 ฟุตไปตรงกลางห้องแล้ว ยังรู้สึกว่าเตียงดูเล็กนิดเดียวเอง ยังมีพื้นที่เหลือให้จัดเป็นมุมโซฟานั่งเล่นอื่นๆได้อีกเยอะครับ รวมถึงมีระเบียงที่ยาวตลอดความกว้างของตัวห้องอีกด้วย

ปิดท้ายกันด้วยภาพวิวแม่น้ำด้านหลังโครงการ จากห้องชั้น 69 อาคาร South Tower ซึ่งจะได้ City View ฝั่งสีลม-สาทรแบบเต็มๆเลย ตึกตอนกลางคืนเปิดไฟแล้วคงสวยดีไม่น้อยครับ

ขวามือจะได้วิวโค้งแม่น้ำทางฝั่ง ASIATIQUE ซึ่งระยะใกล้จะไม่มีอะไรขึ้นมาบังวิวแน่ๆครับ เพราะติดกันก็จะเป็นสะพานตากสินเลย แต่ถ้าเป็นอาคาร North Tower ทิศนี้จะถูก South Tower บังวิวส่วนหนึ่งไปครับ

ส่วนอีกด้านจะได้วิวฝั่ง ICONSIAM เวลามีงานเทศกาลจุดพลุกัน ก็จะมองเห็นได้จากห้องพักเลย ไม่ต้องเสียเวลาไปจองโรงแรม จองร้านอาหาร หรือออกไปเบียดกับคนอื่นๆให้เหนื่อย โดยวิวนี้จะเป็นวิวจากชั้น 30 นะครับ

ส่วนภาพนี้เป็นวิวจากชั้น 69 ครับ ซึ่งจะเห็นได้กว้างไกล เลยไปยังโค้งแม่น้ำแถบโน้นได้เลยทีเดียว

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะครับ

ราคา

20 January 2020

และนอกจากนี้ยังมีราคา Hot Deal อีกด้วยตามนี้เลยครับ

ส่วนราคา Resale 2020 ปัจจุบันเท่าที่ผมสำรวจมาจะมีดังนี้ครับ

  • ห้อง 1 Bedroom 1 Bath
    • 56 ตารางเมตร ราคา 10.75 ล้านบาท
    • 69 ตารางเมตร ราคา 9.5 ล้านบาท
  • ห้อง 2 Bed 2 Bath
    • 76 ตารางเมตร ราคา 12.9 ล้านบาท (วิวแม่น้ำ)
    • 77 ตารางเมตร ราคา 12.7 ล้านบาท
    • 101 ตารางเมตร ราคา 24.5 ล้านบาท
    • 109 ตารางเมตร ราคา 23.8 ล้านบาท
  • ห้อง 3 Bed 3 Bath
    • 130 ตารางเมตร ราคา 25.8 ล้านบาท
    • 134 ตารางเมตร ราคา 29 ล้านบาท
    • 138 ตารางเมตร ราคา 26.9 ล้านบาท
    • 185 ตารางเมตร ราคา 37.5 ล้านบาท
    • 188 ตารางเมตร ราคา 37.9 ล้านบาท (วิวแม่น้ำ)

 

  • รูปแบบการขาย Fully Fitted
  • ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน 2.7 – 6.2 เมตร
  • Kitchen & Sink
  • Hob & Hood / ของยี่ห้อ Siemens
  • จอง 100,000 บาท
  • ทำสัญญา 10%
  • ค่ากองทุน 950 บาท/ตร.ม.
  • ค่าส่วนกลาง 90 บาท/ตร.ม./เดือน

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ครับ

บทสรุป

ทำเล : โครงการ The River ตั้งอยู่บนถนนเจริญนครย่านฝั่งธน บริเวณเชิงสะพานตากสิน ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งช่วยการันตีวิวได้ดี และเป็นข้อได้เปรียบของคอนโดสมัยก่อน ที่มีโอกาสจับจองทำเลวิวดีๆได้ก่อนครับ โดยปัจจุบันย่านนี้เกิดการเปลี่ยนแปลง และมีความเจริญขึ้นมาก เนื่องจากมีแลนด์มาร์คใหม่อย่าง ICONSIAM มาเปิด ส่งผลให้มูลค่าที่ดินและอสังหาฯในทำเลนี้สูงขึ้นอย่างมาก

หากมองหาคอนโดติดแม่น้ำในย่านนี้ ก็จะมีตัวเลือกค่อนข้างหลากหลายครับ สำหรับฝั่งเจริญกรุงจะมีราคาสูงถึง 200,000 – 400,000 บาท/ตร.ม. แต่ถ้าเป็นฝั่งธนก็จะมีราคาที่ถูกกว่าครับ (ไม่นับโครงการ Super Luxury 3 โครงการที่ถือเป็นโปรดักส์พิเศษที่มี Hotel Service และแบรนด์โรงแรมระดับโลก) และส่วนใหญ่ก็จะเป็นโครงการที่มีอายุพอสมควร

แต่ถ้าเป็นโครงการใหม่และโปรดักส์ ใกล้เคียงกันคือ Chapter Charoennakorn-Riverside ที่เปิดตัวมาเริ่มต้นอยู่ที่ 129,000 บาท/ตร.ม. หรือเฉลี่ยทั้งโครงการอยู่ที่ 167,000 บาท/ตร.ม. ซึ่งขายหมดไปอย่างรวดเร็ว ผมลองไปเช็คราคา Resale มือ 2 มา ตอนนี้ราคาขายจะอยู่ที่ประมาณ 140,000 – 170,000 บาท/ตร.ม. และจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะตอนตึกเสร็จ ซึ่งก็จะสูสีกับ The River เลยทีเดียวครับ

การเดินทางโดยใช้รถ : จุดสำคัญคือทางแยกเจริญนครใต้ ที่อยู่ห่างจากหน้าโครงการเพียง 50 m. เท่านั้น ซึ่งหากเลี้ยวได้ทันก็จะสามารถกลับรถไปห้าง ICONSIAM หรือขึ้นสะพานตากสินข้ามไปฝั่งสาทรได้สะดวกมากๆ แต่ถ้าเกิดไม่ทันจริงๆ ผมแนะนำให้ยอมไปกลับรถไกลหน่อยก็ได้เพื่อความปลอดภัย และที่นี่มีที่จอดรถมาให้ถึง 147% ด้วยครับ

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ : เนื่องจากเป็นโครงการติดแม่น้ำเจ้าพระยา จึงมี Shuttle Boat บริการรับ-ส่งที่ BTS สะพานตากสิน หรือใช้เพื่อข้ามไปฝั่งตรงข้ามได้สะดวก รวมถึงย่านเจริญนครนี้ก็ยังจะมีรถไฟฟ้าสายสีทอง ที่กำลังจะเปิดให้ใช้บริการและทดลองนั่งฟรีในเดือนมิถุนายนปีนี้อีกด้วยครับ โดยสถานีที่ใกล้ที่สุดคือ สถานีเจริญนคร ตั้งอยู่หน้าห้าง ICONSIAM ห่างจากโครงการประมาณ 1.2 km. ซึ่งอาจไม่ใช่รถไฟฟ้าเส้นหลักที่จะได้ใช้งานนัก แต่ก็อาจมีผลกับราคาอสังหาฯในพื้นที่ด้วยแน่นอนครับ

วัสดุ : ของที่ให้มาถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี ขายห้องแบบ Fully Fitted เหมาะกับคนที่ชอบแต่งห้องเอง ที่โครงการมีให้คือ พื้นห้องครึ่งหนึ่งเป็นกระเบื้องหิน มีชุดตู้เสื้อผ้า Built-in ในห้องนอน , ชุดครัว Built-in พร้อมตู้เย็น และชุดเตาแบบแม่เหล็ก และ Hood ดูดควันของ Siemens , ชุดสุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำของ Nahm หน้าต่างทั้งหมดเป็นกระจกสองชั้น ช่วยลดความร้อนและป้องกันเสียงได้ดี แต่เนื่องจากโครงการนี้ถูกสร้างมานานพอสมควร กรอบหน้าต่างจึงมีขนาดค่อนข้างใหญ่ และมีการซอยช่องค่อนข้างถี่พอสมควรครับ ซึ่งต่างจากคอนโดสมัยนี้ที่สามารถทำช่องหน้าต่างโล่งๆ เคลียร์ๆ มีกรอบน้อยๆหรือแทบจะไม่มีเลยได้นั่นเอง

การออกแบบโครงการ : สำหรับอาคาร Comercial ด้านหน้ามีการเปลี่ยนแปลงจากเดิมเล็กน้อยครับ คือชั้นบนจะเปลี่ยนเป็นโรงแรม และยังมีร้าน MaxValu อำนวยความสะดวกให้เหมือนเดิม ซึ่งจะทำให้โครงการนี้คึกคักมากขึ้นอีกหน่อย และมีส่วนที่ยังต้องปรับปรุงและรอการพัฒนาใหม่ก็คือ Home Office บนชั้น 5 ที่ยังคงเป็นยูนิตว่างอยู่ ส่วนตัว Tower ทั้ง 2 ที่อยู่เยื้องๆกันแบบนี้ค่อนข้างดีอยู่แล้ว เพราะจะไม่บังวิวกันเองมากนัก และเกือบทุกห้องจะยังได้วิวแม่น้ำด้วย

แต่ก่อนที่ South Tower ขายหมดเป็นเพราะ ใกล้แม่น้ำและเป็นตึกที่สูงกว่า รวมถึงคนเน้นชมวิวที่ตอนนั้นมีแต่ฝั่ง ASIATIQUE แต่ตอนนี้ North Tower ที่ได้วิวเป็น ICONSIAM ก็น่าสนใจไม่แพ้กันครับ เวลามีงานเทศกาลต่างๆก็สามารถชมการจุดพลุเฉลิมฉลองกันได้จากในห้องส่วนตัว ไม่ต้องไปเสียเวลาจองโรงแรมหรูๆ ร้านอาหารแพงๆ หรือไปเบียดกับคนอื่นๆด้านนอกให้เหนื่อยเลยครับ แต่ก็แลกมากับเป็นโครงการขนาดใหญ่ ที่มีจำนวนยูนิตค่อนข้างเยอะเหมือนกัน

การออกแบบห้องพัก :  โครงการนี้ส่วนมากจะเป็นห้องขนาดใหญ่ครับ เนื่องจากโครงการเก่าๆสมัยก่อน มักจะถูกสร้างเพื่อตอบสนองคนที่เพิ่งเปลี่ยนการอยู่อาศัย จากบ้านแนวราบมาเป็นคอนโด ซึ่งยังคงคุ้นชินกับพื้นที่ใช้สอยเยอะๆอยู่ แต่โครงการนี้ก็มีแบบห้องให้เลือกหลากหลายเลยนะครับ ตั้งแต่ Studio 44.2 ตร.ม. ไปจนถึงห้อง Duplex และ Penthouse อีกทั้งส่วนใหญ่จะเป็นห้องหน้ากว้าง ที่ทุกฟังก์ชันจะชมวิวจากทางหน้าต่างได้ และยังจัดฟังก์ชันได้ลงตัวและเป็นสัดส่วนมากๆครับ

บางห้องที่เป็นห้องมุมจะได้ห้องนอนที่ชมวิวแม่น้ำ ได้จากช่องหน้าต่างทั้ง 2 ด้าน หรือจะนอนแช่อ่างอาบน้ำแล้วชมวิวได้ด้วยก็มี บางห้องสามารถกั้นเป็นครัวปิดหรือห้องอเนกประสงค์เพิ่มเติมได้ บางห้องมีระเบียงขนาดใหญ่ บางห้องที่ใหญ่มากๆ ก็จะแยกพื้นที่หลังบ้านของแม่บ้านออกไป ไม่รบกวนพื้นที่ของเจ้าของเลยก็มี หรือถ้าเป็นห้องที่เป็น Duplex มีบันได 2 ชั้น ก็ทำให้รู้สึกเหมือนอยู่บ้านมากขึ้นอีกด้วยครับ

สาธารณูปโภค : ถือเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของโครงการ ซึ่ง Main Facilities จะอยู่บนโพเดี้ยมชั้น 5 กินพื้นที่ทั้งชั้น เชื่อมต่อกันทั้ง 2 อาคาร ทำให้มีขนาดใหญ่ และมีฟังก์ชันอยู่หลายๆจุด เพื่อกระจายความหนาแน่นในการใช้งาน เพราะเนื่องจากเป็นโครงการที่มีจำนวนยูนิตค่อนข้างเยอะ แต่ผมก็คิดว่าน่าจะเพียงพออยู่ครับ

มีสระว่ายน้ำให้เลือกใช้งานตามความชอบหลายสระ และผมว่าโครงการนี้ตกแต่งพื้นที่ส่วนกลางออกมาเป็นบรรยากาศสไตล์โรงแรม/รีสอร์ท ได้ชัดเจนที่สุดแล้วในย่านนี้ ทำให้ได้บรรยากาศที่ผ่อนคลาย เหมาะแก่การพักผ่อน หรือซื้อเอาไว้เป็นบ้านหลังที่ 2 ก็ค่อนข้างเหมาะครับ

Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับช่วงราคาเฉลี่ยแบบทั้งโครงการ AVG 180,000 บาท/ตร.ม., 20 January 2020

  • ทำเล 8.75/10 – ติดแม่น้ำ ใกล้เชิงสะพาน วิวสวยไม่โดนบัง ใกล้ ICONSIAM มี Community Mall หน้าโครงการของตัวเอง
  • เดินทางด้วยรถ 8/10 – ใกล้ทางแยกเจริญนครใต้ ขึ้นสะพานตากสินไปสาทรได้ง่าย มีที่จอดรถ 147%
  • ไม่ใช้รถ 8.25/10 – ติดถนนใหญ่ เรียกรถสาธารณะง่าย มีท่าเรือของตัวเอง รับ-ส่ง BTS สะพานตากสิน
  • วัสดุ 7.75/10 – ให้วัสดุโอเค เหมาะกับการใช้งาน ขาย Fully Fitted ต้องแต่งเพิ่ม
  • แบบ 8.5/10 – มีแบบให้เลือกหลากหลาย เป็นห้องขนาดใหญ่ ฟังก์ชันเป็นสัดส่วน เน้นชมวิวได้ทั้งโครงการ ยูนิตค่อนข้างเยอะ
  • สาธารณูปโภค 8.25/10 – ให้มาใหญ่และกระจายการใช้งานหลายจุด บรรยากาศดีสไตล์รีสอร์ท
  • LUXURY CLASS
  •  8.34/ 10.00

BOTTOM LINE

โครงการ The River เหมาะกับคนที่มองหาคอนโดติดแม่น้ำย่านฝั่งธน เดินทางเข้าเมืองสะดวก ทำเลดีไม่โดนบังวิว เน้นห้องขนาดใหญ่ ฟังก์ชันลงตัว อยากแต่งห้องเอง และชอบใช้ส่วนกลางที่มีบรรยากาศสไตล์รีสอร์ทสบายๆ มีงบประมาณระดับ 9.5 – 20 ล้านบาทขึ้นไป หรือมีกำลังผ่อนประมาณ 67,000 – 140,000 บาท/เดือนขึ้นไป


ติดตามพวกเราได้ที่
Website : www.thinkofliving.com
Twitter : www.twitter.com/thinkofliving
YouTube : www.youtube.com/ThinkofLiving
Instagram : www.instagram.com/thinkofliving
Facebook : ThinkofLiving