จากข้อมูลฝ่ายวิจัยของ Colliers International Thailand ช่วงสิ้นปีพ.ศ. 2562 ที่ผ่านมา พบว่า อุปทาน (Supply) สะสมคอนโดมิเนียมริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่สร้างเสร็จในแต่ละปีมีจำนวนไม่มากนัก เพราะมีโครงการเปิดขายใหม่ในแต่ละปีที่ค่อนข้างน้อย เนื่องจากที่ดินริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่เหลืออยู่มีไม่มากและค่อนข้างจำกัด ซึ่งถ้าคิดเป็นภาพรวมตลาดคอนโดริมแม่น้ำทั้งหมด ก็สามารถขายออกไปได้แล้วถึง 65% ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างสูง รวมถึงคอนโดมิเนียมที่เปิดขายในพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาแต่ละโครงการ มีอัตราการขายที่สูง ซึ่งบางโครงการก็สามารถปิดการขายได้ในเวลาที่ค่อนข้างเร็ว แต่บางโครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ ก็มียูนิตที่เหลือขายอีกเพียงแค่ไม่เกิน 10% เท่านั้น และส่วนใหญ่จะเป็นยูนิตที่ค่อนข้างใหญ่ มีราคาสูง ทำให้ระบายออกได้ช้ากว่าเป็นเรื่องปกติ

แต่ก็ต้องยอมรับนะครับว่าคอนโดประเภทนี้ จัดเป็นโครงการที่มีความเฉพาะตัว มีจุดเด่นในเรื่องของวิวที่เป็นจุดขาย และยังคงเป็นที่ต้องการของตลาดในปัจจุบันอยู่มาก โดยเราสามารถแบ่งโซนออกได้ตามทำเลที่ตั้งของแต่ละย่าน ซึ่งคราวก่อนผมเคยเขียนบทความคอนโดวิวแม่น้ำย่านบางโพกันมาแล้ว คราวนี้เราลองมาดูโซนที่เรียกว่าเป็นจุดที่ Prime Area ที่สุดของคอนโดริมแม่น้ำอย่างโซน “เจริญกรุง – เจริญนคร” กันบ้าง ผมเชื่อว่ามีหลายๆคนที่กำลังมองหาคอนโดในย่านนี้กันอยู่เยอะ  ซึ่งโครงการในโซนนี้มีจุดเด่นในเรื่องความใกล้เมือง ที่เรียกว่าแค่ข้ามแม่น้ำมา หรือขับเลี้ยวเปลี่ยนถนนอีกเส้น ก็ไปสีลม – สาทร ได้แล้ว ซึ่งคุณคิดว่าคอนโดย่านนี้ต้องมีเงินเท่าไหร่ถึงจะซื้อได้ครับ “.. 10 ล้าน …. 20 ล้าน หรือ 100 ล้าน?” แล้วถ้าผมบอกว่า ถ้าคุณมีเงินไม่ถึง 10 ล้าน หรือ 5 ล้าน คุณก็สามารถเป็นเจ้าของคอนโดในย่านนี้ได้ล่ะ คุณจะสนใจมั๊ย?

“เจริญกรุง – เจริญนคร”

เป็นทำเลศักยภาพที่เชื่อมต่อเข้าสู่ตัวเมืองได้ค่อนข้างสะดวก โดยเฉพาะย่านสีลม – สาทร ถือเป็น CBD ที่สำคัญของกรุงเทพฯ เต็มไปด้วยอาคารสำนักงานชั้นนำมากมาย กับพนักงานบริษัทอีกหลายหมื่นชีวิต อีกทั้งยังมี Mega Project ที่เป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยว และแหล่งช้อปปิ้งชื่อดังอย่าง ASIATIQUE และล่าสุดคือ ICONSIAM ที่เพิ่งจะสร้างเสร็จเมื่อไม่นานมานี้ ทำให้ที่ดินของย่านนี้ยิ่งมีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

อย่างโครงการ Magnolias Waterfront , The Residences at Mandarin , Four Seasons Private Residences และ Banyan Tree Residences Riverside ต่างก็เป็นคอนโดระดับ Super Luxury ที่มีราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรสูงถึง 300,000 – 700,000 บาทเลยทีเดียว และแน่นอนว่า Mega Project เหล่านี้ยังส่งผลต่อราคาคอนโดอื่นๆ ในพื้นที่ไม่มากก็น้อย โดยจะมีราคาเฉลี่ยตั้งแต่ 1 แสนกลางๆ ไปจนถึง 2 แสนกว่าบาท/ตร.ม.ครับ ซึ่งโครงการที่อยู่ฝั่งตัวเมือง หรือใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆมากกว่า ก็จะยิ่งมีมูลค่าสูงขึ้นนั่นเอง

อีกสิ่งหนึ่งที่ผมชอบในทำเลนี้คือ ความสะดวกสบายในการเดินทาง เพราะนอกจากจะมีสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาให้เดินทางด้วยรถยนต์สะดวกแล้ว ยังมีทั้งรถไฟฟ้า BTS ที่วิ่งเข้าสู่ตัวเมืองสีลม – สาทร ไปจนถึงสยามได้สะดวกมากๆ และยังมีเรือด่วนเจ้าพระยาเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งในการเดินทางของคนในย่านนี้อีกด้วยครับ

และนอกจากนี้ยังมีความแตกต่างของคอนโดทั้ง 2 ฝั่งคือ ถึงแม้ว่าคอนโดจะได้วิวแม่น้ำเหมือนกัน แต่พื้นหลังหรือ Background ที่ได้จะต่างกัน ถ้าเราเลือกอยู่ฝั่งเจริญกรุง แน่นอนว่าสามารถเข้าเมืองได้สะดวกมากกว่า ไม่ต้องคอยขับรถข้ามสะพานไปๆมาๆ แต่จะมีความคึกคักหรือวุ่นวายมากกว่านิดนึง และจะได้วิวฝั่งตรงข้ามแม่น้ำที่ค่อนข้างเปิดโล่งและผ่อนคลาย เหมือนคอนโดตากอากาศมากกว่าครับ

แต่กลับกันถ้าเราเลือกอยู่ฝั่งเจริญนคร นอกจากเราจะเห็นแม่น้ำเหมือนกันแล้ว ก็จะได้พื้นหลัง City View เป็นของแถมอีกด้วย ยิ่งตอนกลางคืนจะได้เห็นแสงไฟจากตึกต่างๆ สวยงามมากๆด้วยครับ ซึ่งก็แล้วแต่คนนะครับว่าใครชอบแบบไหน โดยในบทความนี้ผมจะพูดถึงเฉพาะคอนโดที่ได้วิวแม่น้ำจริงๆ และมีอายุโครงการสร้างเสร็จไม่เกิน 10 ปี แต่สภาพยังดี และมีราคาทั้งมือ 1 กับ Resale ที่น่าสนใจ และยังมีขายในท้องตลาดมาให้ได้ชมกันครับ


คอนโดราคาเริ่มต้นไม่เกิน 10 ล้านบาท

เริ่มกันที่โครงการคอนโดที่มีราคาเริ่มต้นไม่เกิน 10 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ 150,000 – 200,000 บาท/ตารางเมตร มีทั้งหมด 3 โครงการด้วยกันครับ และทั้งหมดจะอยู่ในฝั่งตัวเมือง หรือเจริญกรุงทั้งหมดเลย นั่นหมายความว่า โครงการเหล่านี้จะเดินทางเข้าเมืองได้สะดวกมากๆ และยังได้วิวแบบตากอากาศที่เปิดโล่งและผ่อนคลายอีกด้วยครับ โดยผมจะขอเริ่มเล่าจากโครงการที่อยู่ใกล้ Landmark ของฝั่งนี้อย่าง ASIATIQUE ไล่ขึ้นไปทางเหนือเรื่อยๆตามลำดับ ซึ่งแต่ละโครงการจะมีความน่าสนใจอย่างไรบ้าง เราไปชมกันเลยครับ


Menam Residences Condominium

เป็นคอนโด High Rise สูง 54 ชั้น จำนวน 294 ยูนิต ซึ่งสร้างเสร็จมาแล้วประมาณ 3 ปี โดยปัจจุบันโครงการขายไปแล้วกว่า 90% ตอนนี้เหลือห้องมือ 1 อีกเพียงไม่กี่ห้องเท่านั้นนะครับ และส่วนมากก็จะเป็นห้องขนาดใหญ่ที่ชั้นสูงๆหน่อย โดยคนที่อยู่อาศัยจริงๆคือประมาณ 50% นะ ส่วนที่เหลือจะซื้อเพื่อเป็นบ้านหลังที่สองครับ เค้าจะมาพักกันในช่วงวันหยุดหรือวันเทศกาลต่างๆ อย่างปีใหม่ที่ผ่านมาก็กลับมาดูพลุที่คอนโดนี้กันเยอะเลยล่ะ ทำให้ในวันปกติจะเป็นโครงการที่เงียบสงบ และเป็นส่วนตัวมากๆครับ

โดยข้อดีของโครงการนี้ผมมองอยู่ 3 เรื่องหลักๆด้วยกันครับ เรื่องแรกคือทำเลที่ตั้งโครงการ ซึ่งเราสามารถเดินไปช้อปปิ้งหรือแฮงค์เอ้าท์ที่ ASIATIQUE ได้ง่ายๆ โดยมีระยะห่างจากโครงการเพียงแค่ 300 m. เท่านั้นครับ หรือถ้าใครพาญาติมาพักผ่อนแล้วห้องนอนไม่พอ ก็มีโรงแรม Ramada Plaza ที่อยู่ข้างๆไว้คอยรองรับได้สบายๆอีกด้วย

และถึงแม้ว่าที่ดินของโครงการจะไม่ได้อยู่ริมแม่น้ำเลย แต่ด้านหลังก็ไม่ได้มีอาคารอะไรขึ้นมาบังวิวนะครับ และที่ผมค่อนข้างชอบเป็นพิเศษก็คือ การออกแบบผังอาคารลักษณะนี้จะทำให้ห้องพักไม่บังวิวกันเองเลยครับ อีกทั้งยังเป็น Single Corridor ที่เป็นส่วนตัวมากๆ และทุกๆห้องจะได้รับวิวแม่น้ำทั้งหมดเลยครับ โดยเฉพาะห้องทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือด้านหลังโครงการ ส่วนห้องทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือก็อาจต้องมองไปเฉียงๆไปทางเหนือนิดหน่อยนะ

มาดูตำแหน่งห้องพักกันบ้าง โครงการนี้ยิ่งชั้นสูงขึ้นเรื่อยๆ ขนาดห้องก็จะใหญ่ขึ้น มีจำนวนห้องต่อชั้นน้อยลง และเป็นส่วนตัวมากขึ้นครับ โดยห้องขนาดเล็กที่สุดที่มีขายอยู่ในตอนนี้คือห้อง 1 Bedroom ขนาด 44.5 ตร.ม. ซึ่งเป็นห้องที่อยู่ในตำแหน่งมุมด้านในอาคาร หลังลิฟต์โดยพอดี กับห้อง 1 Bedroom ขนาด 50 ตร.ม. สามารถ take view แม่น้ำได้อย่างเต็มที่ทั้งคู่ครับ โดยห้องของโครงการนี้จะเน้นเป็นห้องหน้ากว้าง เปิดรับวิวแม่น้ำ และฟังก์ชันเป็นสัดส่วนดีทีเดียวครับ

ซึ่งวิวที่ได้ก็จะเปิดโล่งสบายตาแบบนี้เลยครับ (วิวชั้น 41 จาก Sky Lounge)

และเผอิญว่าในวันที่ผมเข้าไปชมโครงการ ก็มีโอกาสได้ชมห้อง Penthouse มาด้วยครับ ผมเลยถ่ายภาพมาฝากทุกคนด้วยนะ โดยห้องนั่งเล่นก็จะมองเห็นวิวแม่น้ำได้แบบนี้เลย

ซึ่งโดยส่วนตัวผมค่อนข้างชอบวิวที่เห็นโค้งการไหลของแม่น้ำแบบนี้ มากกว่าแค่การมองข้ามฝั่งแม่น้ำไปครับ ซึ่งทิศทางนี้เราสามารถมองเห็นการจุดพลุที่ ICONSIAM ได้อีกด้วยนะ

ปิดท้ายกันที่ห้องนอนที่ได้กระจกเข้ามุม ทำให้เวลาตื่นนอนมาก็ได้ชมวิวแม่น้ำสวยๆ เป็นอาหารตายามเช้าได้อย่างเต็มที่ฟินๆเลยครับ

ส่วนชั้น Facilities นอกจากจะมีสวนและ Lobby อยู่ที่ชั้น 1 แล้ว ก็จะมีส่วนออกกำลังกายอย่าง Fitness และสระว่ายน้ำชั้น 10 กับพื้นที่พักผ่อนและจุดชมวิวสวยๆที่ Sky Lounge ชั้น 41 ด้วยครับ

ซึ่งวิวของชั้น Sky Lounge ก็จะมองเห็นได้ 2 ฝั่งแม่น้ำได้แบบนี้เลย โดยเค้าจะมีพื้นที่ Outdoor ยื่นออกไปนอกอาคารให้แบบนี้ครับ ชิลดีเหมือนกันนะ


Altitude Symphony Charoenkrung – Sathorn

เป็นคอนโด High Rise สูง 21 ชั้น (ชั้นใต้ดิน 4 ชั้น) จำนวนเพียง 99 ยูนิต ถือว่าเป็นโครงการขนาดเล็กที่สุด และสูงน้อยที่สุดที่มาแนะนำกันในวันนี้นะครับ จุดเด่นอย่างแรกคือความเป็นส่วนตัว ทั้งจำนวนเพื่อนบ้านและทำเลที่อยู่ในซอยย่อย รวมถึงการใช้ระบบจอดรถแบบ Automatic Parking ที่ทำให้ได้ที่จอดรถถึง 100% อีกด้วย

นอกจากนี้ยังมีแบบห้องให้เลือกค่อนข้างหลากหลายครับ ตั้งแต่ห้อง 1 Bedroom, 2 Bedroom, Loft และ Duplex ไปจนถึง Penthouse โดยโครงการนี้เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อปีที่แล้ว และมีแผนจะก่อสร้างเสร็จปลายปี 2564 ครับ เหมาะกับคนที่ยังไม่มีแพลนจะรีบเข้าอยู่ทันทีเลยนะ ซึ่งสถานะปัจจุบันคือขายไปได้แล้วกว่า 60%

และต้องบอกอีกอย่างหนึ่งว่า โครงการนี้อยู่ค่อนข้างห่างจากแม่น้ำเจ้าพระยามากกว่าเพื่อนหน่อยครับ (ประมาณ 600 m.) โดยจะมีห้องแค่ด้านหลังโครงการเท่านั้น และต้องเป็นชั้นสูงๆหน่อยถึงจะมองเห็นนะ (จากที่ลองสอบถามทางโครงการแจ้งว่า ถ้าเป็นชั้น 12 ขึ้นไป จะสามารถเห็นแม่น้ำได้ครับ) ซึ่งจะมองผ่านแยกตรอกจันทน์ ระหว่างโรงแรม Chatrium และ Rhythm Charoenkrung Pavillion คอนโดใหม่ที่กำลังจะสร้างในอนาคตได้ครับ แต่ถ้ามีโครงการตึกสูงเกิดขึ้นด้านหลังในอนาคตเพิ่มอีก ก็อาจทำให้โครงการนี้มองไม่เห็นแม่น้ำแล้วก็ได้เหมือนกัน

ส่วนแปลนอาคารส่วนใหญ่จะเน้นห้องที่มีขนาดใหญ่เป็นหลักครับ ซึ่งโดยส่วนตัวผมคิดว่าห้องในกรอบสีต่างๆทางด้านหลังมีโอกาสมองเห็นแม่น้ำได้ คือห้อง 2 Bedroom กรอบสีฟ้า และห้อง Duplex ในกรอบสีส้ม หรือถ้าห้องพักห้องไหนที่ไม่ได้มองเห็นวิวแม่น้ำ คุณก็สามารถขึ้นมาชมวิวที่ชั้นส่วนกลางด้านบนได้เหมือนกันครับ มีทั้ง Fitness, Swimming Pool และ Sky Lounge โดยจะมีชั้น Penthouse มาคั่นที่ชั้น 19 – 20 ส่วนห้อง 2 Bedroom ในกรอบสีเหลืองจะเป็นห้องตัวอย่างอีกห้องหนึ่ง ที่ทางโครงการจัดมาให้ดูครับ ปัจจุบันยังมีห้องมือ 1 ขายอยู่นะ มีราคาดังต่อไปนี้เลยครับ

  • 2 Bedroom ตำแหน่ง C2 (กรอบสีฟ้า) ขนาด 68.72 ตร.ม. ชั้น 12 ราคา 12.4 ล้านบาท
  • 3 Bedroom Duplex ตำแหน่ง DP1 (กรอบส้ม) ขนาด 95.62 ตร.ม. ชั้น 11 – 12 ราคา 17 ล้านบาท

ซึ่งด้วยความที่ห้องมีขนาดใหญ่ และมีพื้นที่ใช้สอยเยอะ ฟังก์ชันและบรรยากาศภายในจึงทำออกมาได้โปร่งโล่ง และให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้านมากๆครับ และที่ผมค่อนข้างชอบก็คือ ช่องประตูหน้าต่างกระจกที่ได้เกือบเต็มผนังเลยนั่นเองครับ


Rhythm Sathorn

เป็นคอนโด High Rise 2 อาคาร สูง 37 และ 41 ชั้น จำนวนยูนิตรวม 910 ยูนิต โครงการนี้สร้างเสร็จมาแล้วประมาณ 4 – 5 ปี จุดเด่นคือทำเลที่อยู่บนถนนสาทรใต้ตอนปลาย ช่วงใกล้เชิงสะพานตากสิน เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างย่านในเมืองธุรกิจอย่างสีลม – สาทร และย่านริมแม่น้ำเจริญกรุง อีกทั้งยังสามารถเดินไปใช้รถไฟฟ้า BTS สถานีสะพานตากสินได้ในระยะทางประมาณ 340 m. อีกด้วยครับ

โดยตำแหน่งของโครงการจะมีตึกร้าง Sathorn Unique Tower บังวิวแม่น้ำส่วนหนึ่งอยู่ครับ ดังนั้นทางโครงการจึงได้ออกแบบให้อาคารเป็นทรงสามเหลี่ยม 2 ตึก เพื่อหลบเลี่ยงการมองปะทะกับตึกร้างนี้ไปเฉียงๆทางด้านข้างแทน จึงทำให้ห้องพักหลายๆห้องยังได้วิวแม่น้ำอยู่ครับ โดยเฉพาะห้องทางฝั่งทิศตะวันตกเฉียงใต้ของทั้ง 2 อาคาร

โดยห้องพักทางฝั่งทิศตะวันตกเฉียงใต้ จะประกอบด้วยหลักๆ 3 Type 3 ขนาดเลยครับ อยู่ในช่วง 5 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งผมแนะนำให้ลองเข้าไปชมวิวของห้องด้วยตัวเองนะครับว่าชอบหรือเปล่า เพราะถึงจะมองเห็นวิวแม่น้ำจริง แต่บางคนก็อาจไม่ชอบที่ต้องมองเห็นตึกร้าง ทำให้รู้สึกไม่สบายใจหรือไม่ปลอดภัยก็ได้นะ แต่ถ้าคุณไม่มีปัญหากับสิ่งนี้ก็สบายใจได้ครับ ถือว่าเป็นโครงการที่น่าสนใจแห่งหนึ่งเลย

และโดยส่วนตัวผมค่อนข้างชอบแปลนห้องมาตรฐานของโครงการนี้มากครับ มีความเป็นสัดส่วน ห้องน้ำเข้าได้ 2 ทาง และยังได้กระจก Sexy Barth ทำให้โปร่งโล่งอีกด้วย เสียอย่างเดียวคือมีห้องเก็บ Condensing Unit มาคั่นหน้าต่างบังวิวส่วนหนึ่งไปบ้างเท่านั้นเองครับ ถ้าเป็นกระจกยาวเต็มผนังจะเปิดรับวิวได้เต็มที่ดีมากๆเลยนะ

และผมมีตัวอย่างภาพวิวของจริงมาฝากกันด้วยครับ ซึ่งถ้ามองออกไปเฉียงๆก็จะมองเห็นแม่น้ำได้ประมาณนี้นะ ถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว

ภาพตัวอย่างพื้นที่ส่วนกลางจากทางโครงการนะครับ ทำออกมาได้เรียบหรูสวยงามมากๆ อีกทั้งห้อง Fitness ด้านบนก็ยังวิ่งออกกำลังกายไปและชมวิวแม่น้ำไปได้ด้วยนะ

และ Highlight ของโครงการคือชั้นสระว่ายน้ำ ที่สามารถมองเห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยาได้แบบนี้ครับ


คอนโดราคาเริ่มต้นไม่เกิน 5 ล้านบาท

สำหรับคอนโดราคาเริ่มต้นต่ำกว่า 5 ล้านของย่านนี้ ส่วนใหญ่จะอยู่ทางฝั่งเจริญนครครับ ซึ่งอย่างที่ผมบอกไปตั้งแต่ตอนแรกแล้วว่า จะเป็นฝั่งที่ได้ City View ค่อนข้างสวยเลยทีเดียว แถมยังมีความพลุกพล่านน้อยกว่าด้วย อีกทั้งยังมี Landmark ใหม่อย่าง ICONSIAM เกิดขึ้นมาไม่นานมานี้ ก็ยิ่งช่วยเพิ่มมูลค่าและความคึกคักให้กับทำเลย่านฝั่งนี้เป็นอย่างมากครับ นี่ยังไม่รวมโครงการรถไฟฟ้าโมโนเรล สายสีทอง รูปแบบรถไฟฟ้ารางเดี่ยว (โมโนเรล) ที่เป็นโครงการรถไฟฟ้าระยะสั้น 4 สถานี เชื่อมต่อการเดินทางบนถนนเจริญนคร จาก BTS สถานีกรุงธนบุรี ขึ้นเหนือไปจนถึงถนนสมเด็จเจ้าพระยา ที่รถไฟฟ้าสายสีม่วงสถานีสะพานพุทธ ซึ่งจะช่วยทำให้การเดินทางเข้าและออกเมือง รวมถึงนักท่องเที่ยวที่จะมาเยือนห้าง ICONSIAM ก็จะทำให้สะดวกมากยิ่งขึ้นอีกครับ

ซึ่งนั่นจึงทำให้ผมคิดว่า โครงการคอนโดที่อยู่ช่วงคลองสาน – สะพานตากสิน จะค่อนข้างมี Value มากกว่าโครงการที่อยู่เลยลงมาด้านล่างหน่อย เพราะใกล้ห้าง ใกล้โรงพยาบาล ศูนย์ราชการ และรถไฟฟ้า สามารถเข้าเมืองไปทางสีลม – สาทร ได้สะดวก ในขณะที่คอนโดช่วงล่างลงมาจะอยู่ในเขตชุมชนดั้งเดิมที่อุดมสมบูรณ์ในระดับหนึ่ง มีทั้งตลาด และร้านค้าริมทางเยอะเหมือนกัน เหมาะที่จะใช้ชีวิตมาทางสุขสวัสดิ์ – พระราม 3 – ท่าพระ โดยโครงการที่ผมเลือกมานี้จะมีทั้งโครงการเก่าและโครงการใหม่นะ ซึ่งผมขอเล่าจากเหนือสุดลงมาที่ด้านล่างเรื่อยๆตามลำดับ จะเป็นอย่างไรบ้างเราไปชมกันเลยครับ


Supalai Premier Charoen Nakhon

โครงการใหม่จากศุภาลัยในย่านนี้ ที่คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จปลายปีนี้ครับ เป็นคอนโด High Rise สูง 26 ชั้น จำนวน 578 ยูนิต ใกล้รถไฟฟ้าสายสีทองในอนาคต และยังสามารถเดินไปท่าเรือหรือห้าง ICONSIAM ได้ง่ายๆเพียง 400 m. เท่านั้น ทำให้เป็นหนึ่งในโครงการที่ค่อนข้างอุดมสมบูรณ์และสะดวกดีเลยทีเดียว ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้โครงการนี้ SOLD OUT ไปอย่างรวดเร็วครับ ซึ่งถ้าใครที่ต้องการห้องหลุดดาวน์มือ 1 ก็อาจรอตอนช่วงวันโอนกลางปีหน้าก็ได้ครับ ถึงเวลานั้นสามารถลองโทรสอบถามกับทางศุภาลัยได้เลย อาจมีห้องตำแหน่งดีๆราคางามๆหลุดมาก็ได้นะ

จุดเด่นของเรื่องทำเลที่ดินโครงการคือ มีทางเข้า-ออกติดกับถนน 2 ฝั่ง ด้านหน้าเป็นถนนลาดหญ้าที่ตรงไปวงเวียนใหญ่ได้ง่าย ด้านหลังมีทางออกไปสู่ถนนสมเด็จเจ้าพระยา ซึ่งมีรถไฟฟ้าสายสีทอง สถานีคลองสาน ที่จะมาเปิดในอนาคต รวมถึงยังเป็นโครงการที่ห้องพักส่วนใหญ่ยังสามารถมองเห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยาได้อีกด้วยครับ หลักๆจะมีแค่โรงพยาบาลตากสินที่เป็นอาคารสูง กับคอนโดริมแม่น้ำอีก 2 แห่งที่อาจบังวิวไปส่วนหนึ่งบ้าง ซึ่งก็ยังมีพื้นที่อื่นนอกเหนือจากโรงพยาบาล สำนักงานราชการ และคอนโดปัจจุบัน ที่สามารถขึ้นตึกสูงมาบังวิวอาคารนี้ได้ในอนาคตนะ แต่เอาเป็นว่า ณ ปัจจุบันยังได้วิวแม่น้ำอยู่ก็แล้วกันครับ

โดยตำแหน่งห้องที่จะได้วิวในปัจจุบันคือ ห้องทางฝั่งทิศเหนือและทิศตะวันออกครับ ซึ่งก็มีหลากหลาย Type เลยนะ รวมถึงห้องขนาดเล็กที่สุดของโครงการด้วยคือ 1 Bedroom ขนาด 34.5 ตร.ม. ซึ่งข้อดีอย่างหนึ่งของโครงการศุภาลัยก็คือ มีขนาดห้องเริ่มต้นที่ใหญ่ แต่ราคาไม่แรงครับ Resale ตอนนี้คือ เริ่มต้นยังไม่ถึง 5 ล้านบาท หรือถ้าเป็นห้องขนาดมาตรฐานส่วนใหญ่(สีน้ำตาล) จะเป็นขนาด 48 ตร.ม. ซึ่งก็จะอยู่ในช่วง 5 ล้านกว่าบาท

แต่ถ้าเป็นครอบครัวใหญ่ อยากอยู่ห้องมุม ได้วิวเต็มๆ 2 ด้าน ก็จะมีห้อง 2 Bedroom ขนาด 76.5 – 85.5 ตร.ม. ราคา 8.5 – 10 ล้านบาทให้เลือกครับ เฉลี่ยแล้วทั้งโครงการราคาตอนนี้คือประมาณ 100,000 – 140,000 บาท/ตร.ม. ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น่าสนใจสำหรับทำเลใกล้รถไฟฟ้า ใกล้ห้างสรรพสินค้า และยังได้วิวแม่น้ำแบบนี้นะครับ

ส่วนเรื่อง Facilities หลักๆจะมีอยู่ที่ชั้น 10 และ 28 ซึ่งถ้าห้องไหนที่วิวอาจไม่ดีนัก หรือมองไม่เห็นแม่น้ำจริงๆ ก็สามารถขึ้นมาชมวิวได้ที่บน Sky Lounge ได้เช่นกันครับ


Urbano Absolute Sathorn – Taksin

เป็นคอนโด High Rise สูง 40 ชั้น จำนวน 593 ยูนิต ที่สร้างเสร็จมาแล้วประมาณ 5 – 6 ปีนะครับ จุดที่แปลกของโครงการคือ ทำเลที่อยู่บริเวณเชิงสะพานตากสิน ทำให้วิธีการเดินทางอาจต้องวนรถอ้อมนิดหน่อย แล้วยังมีการกระจาย Facilities แยกไว้ 2 จุด มีทั้งอาคาร Clubhouse แยกออกมาที่ชั้น 1 และ Sky Facilities บนชั้น 40 ซึ่งจะได้วิวแม่น้ำเจ้าพระยาด้วยนะครับ โดยโครงการนี้มีฟังก์ชันที่แปลกและไม่ค่อยเห็นโครงการไหนมีกันก็คือ Sky Bowling Lanes นั่นเอง

ลักษณะตัวอาคารจะเป็นรูปตัว I และหันด้านข้างไปทางแม่น้ำ ดังนั้นห้องที่จะได้วิวแม่น้ำแบบเต็มๆจริงๆ คือห้อง 2 Bedroom ขนาด 74.4 ตร.ม. ที่อยู่ริมสุดนั่นเองครับ เป็นห้องที่มีขนาดใหญ่ และจุดที่แปลกคือ การนำห้องน้ำมาไว้ในตำแหน่งมุมอาคารเพื่อเปิดรับวิวแม่น้ำ อาจจะเหมาะกับคนที่ให้ความสำคัญกับฟังก์ชันนี้เป็นพิเศษก็ได้นะครับ แต่ห้องนี้จะไม่ได้มีครัวปิดนะ โดยราคา Resale จะอยู่ที่ 8 – 14 ล้านบาท หรือเฉลี่ยประมาณ 110,000 – 180,000 บาท/ตร.ม. ครับ ส่วนห้องในตำแหน่งอื่นๆ ก็พอจะมองเห็นวิวแม่น้ำได้เหมือนกัน เพียงแต่อาจจะต้องมองเฉียงๆหน่อย และมีราคาดังต่อไปนี้

  • Studio ขนาด 33 ตร.ม. ราคา 3.6 ล้านบาท (Resale 2020)
  • 1 Bedroom ขนาด 48 ตร.ม. ราคา 5.5 – 5.9 ล้านบาท (Resale 2020)
  • 2 Bedroom ขนาด 69 – 80 ตร.ม. ราคา 5.9 – 14 ล้านบาท (Resale 2020)
  • 3 Bedroom ขนาด 119 ตร.ม. ราคา 14.4 ล้านบาท (Resale 2020)

โดยผมก็มีภาพจากห้องตัวอย่างที่ทาง ThinkofLiving เคยเข้าไปทำรีวิวกันมาเมื่อหลายปีก่อนมาฝากกันด้วยครับ ห้องค่อนข้างใหญ่ บรรยากาศก็โปร่งโล่งดีทีเดียว โดยเฉพาะในห้องน้ำที่ได้ทั้งอ่างอาบน้ำและกระจกเข้ามุมด้วยครับ สามารถอาบน้ำไปและชมวิวแม่น้ำไปด้วยได้เลย


Chapter Charoennakhon – Riverside

เป็นคอนโด High Rise 2 อาคาร สูง 45 และ 43 ชั้น จำนวน 669 ยูนิต และมีอาคาร Facilities Low Rise อีก 1 อาคารอยู่ทางด้านหลัง ซึ่งโครงการนี้จัดเป็นโครงการที่อยู่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยาจริงๆ และถึงแม้จะเพิ่งเปิดตัวไปไม่นาน แต่ก็ได้ SOLD OUT ไปอย่างรวดเร็วครับ เหตุผลก็มีหลายอย่างนะ อย่างแรกเลยคือ เป็นคอนโดติดริมแม่น้ำเจ้าพระยาโครงการใหม่ ที่ทำราคาออกมาได้ค่อนข้างดีครับ

ซึ่งส่วนใหญ่แล้วโครงการใหม่ที่ติดริมแม่น้ำแบบนี้ (ย้ำว่าติดริมแม่น้ำจริงๆนะ) จะมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 1 แสนปลายๆ ไปจนถึง 3 – 4 แสนเลยครับ แต่โครงการนี้เปิดตัวมาในราคา 3.29 ล้านบาท หรือเฉลี่ยประมาณ 129,000 บาท/ตร.ม. เท่านั้น และเฉลี่ยทั้งโครงการอยู่ที่ 167,000 บาท/ตร.ม. ซึ่งก็ยังถือว่าเป็นราคาที่ค่อนข้างดี เมื่อเทียบกับคู่แข่ง จึงทำให้ได้ผลตอบรับที่ดีเป็นอย่างมาก

อย่างที่สองคือเรื่องของวิวครับ แน่นอนว่าคอนโดที่มีที่ดินอยู่ติดริมแม่น้ำแบบนี้ ก็หายห่วงเรื่องที่จะมีตึกสูงอื่นๆมาบังวิวในอนาคตไปได้เลยครับ จึงเป็นโครงการที่การันตีวิวได้ดี ซึ่งโครงการนี้เค้าก็มี 2 อาคารด้วยกัน แต่ก็จะวางแบบเหลื่อมๆกันเล็กน้อยเพื่อไม่ให้บังวิวกันเองครับ แต่ก็มีข้อสังเกตเพิ่มเติมคือ ตัวอาคารทั้ง 2 จะหันไปทางทิศเหนือ-ใต้ ซึ่งจะไม่ได้วิวแม่น้ำตรงๆ ดังนั้นหลายๆห้องจึงต้องมองแบบเฉียงๆเอานะ และด้านข้างทั้ง 2 ฝั่งของที่ดินโครงการก็จะมีพื้นที่ว่างขนาดใหญ่ ที่จะขึ้นเป็นตึกสูงมาบังวิวด้านข้างได้ในอนาคตด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะตึกกระทรวงมหาดไทย แต่ก็ไม่ได้อยู่ในระยะที่กระชั้นชิดมากครับ

ซึ่งห้องที่จะได้วิวแบบเต็มที่จริงๆ คือห้องที่อยู่ด้านหลังสุดของโครงการ ที่หันหน้าไปทางทิศตะวันออกในกรอบสีแดงครับ โดยจะมีความแตกต่างของ 2 อาคารอยู่คือ ถ้าเป็นอาคาร A จะเป็นห้องขนาด 75.5 ตร.ม. และถ้าเป็นอาคาร B จะเป็นห้องขนาด 49.1 ตร.ม. ครับ ส่วนถ้าใครที่อยากได้ห้องขนาดเล็ก เป็น Studio เริ่มต้น 25.1 ตร.ม. ก็จะมีให้เลือกในกรอบสีเขียวที่อาคาร B ครับ (เป็นโครงการที่มีห้องขนาดเล็กที่สุดให้เลือกของคอนโดย่านนี้ ประเภทนี้ ณ ตอนนี้เลย) เพียงแต่ตอนที่ผมหาราคา Resale อยู่ตอนนี้ ยังไม่มีใครปล่อยห้อง Studio ออกมาเลยครับ รวมถึงห้องอื่นๆก็มีน้อยมากๆด้วย เพราะคนส่วนใหญ่กะจะถือระยะยาวกัน หรือไม่ก็อยากอยู่เอง หรือเป็นบ้านหลังที่ 2 ครับ ซึ่งถ้าใครที่ต้องการจริงๆ ก็ลองเช็คราคาบ่อยๆด้วยตัวเองได้นะ

แถมให้อีกสักห้องครับ เป็นห้องชั้นบนๆของอาคาร A ซึ่งห้อง 2 Bedroom ทั้ง 2 ห้องจะรวมกันกลายเป็นห้องหน้ากว้างขนาดใหญ่ ให้อารมณ์เหมือนได้มาบ้านพักตากอากาศสบายๆ และ Take view แม่น้ำเจ้าพระยาได้อย่างเต็มที่เลยครับ

ส่วน Facilities ก็ถือว่าน่าใช้งานมากๆครับ โครงการนี้ดึงเอาจุดเด่นของที่ดินโครงการที่อยู่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยามาใช้ได้อย่างเต็มที่ โดยการสร้างอาคาร Clubhouse แยกออกมาที่ด้านหลัง ทำให้เวลามาใช้งานสวน หรือสระว่ายน้ำ ก็จะได้สัมผัสกับบรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างใกล้ชิด หรือถ้าต้องการชมวิวกว้างๆสวยๆ ก็สามารถขึ้นมาชิมวิวที่ Sky Lounge ชั้น 43 ได้ครับ


Supalai River Resort

มาดูกันอีกสักหนึ่งโครงการจากศุภาลัยนะครับ เป็นคอนโด High Rise สูง 42 ชั้น จำนวน 866 ยูนิต ที่สร้างเสร็จมาแล้วประมาณ 5 ปี ซึ่งเป็นอีกหนึ่งโครงการที่ทำราคาออกมาได้ดีครับ ปัจจุบันเฉลี่ยประมาณ 100,000 บาท/ตร.ม.เท่านั้นเอง โดยโครงการนี้จะอยู่ค่อนมาทางฝั่งสะพานพระราม 3 เหมาะกับคนที่ใช้ชีวิตไปทางสุขสวัสดิ์ – พระราม 3 – ท่าพระ

โครงการนี้มีที่ดินอยู่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยาเลยครับ ด้วยรูปทรงของที่ดินจึงทำให้ออกแบบอาคารเป็นรูปตัว I ดังนั้นเวลาจะชมวิวแม่น้ำจึงต้องมองแบบเฉียงๆหน่อย ซึ่งโครงการก็ได้พยายามทำให้ตัวตึกเป็นทรงป้านออกเล็กน้อย เพื่อช่วยให้ได้มุมมองที่ดีมากขึ้น โดยที่ดินแปลงข้างๆก็จะมีคอนโดสูงของเพื่อนบ้านบังวิวอยู่บ้างครับ จึงอาจมีบางห้องที่มองไม่ค่อยเห็นวิวแม่น้ำเท่าที่ควรนะ แนะนำให้ไปชมห้องด้วยตัวเองครับ

โดยห้องที่จะได้รับวิวแม่น้ำได้ดีที่สุดคือ ห้อง 3 Bedrooms ขนาด 182.5 ตร.ม. ในกรอบสีแดง ซึ่งเป็นห้องขนาดใหญ่ครับ จึงทำให้มีราคารวมที่ค่อนข้างสูงอยู่เหมือนกัน แต่ถ้ามองในราคาย่อมเยาลงมาหน่อย แลกกับอาจต้องชมวิวแม่น้ำแบบเฉียงๆแทน ก็สามารถเลือกเป็นห้อง 1 Bedroom และ Studio ได้ครับ โดยเฉพาะห้อง Studio ขนาด 38 ตร.ม. ถือเป็นห้องขนาดใหญ่ของ Type แบบนี้ ที่มีพื้นที่โปร่งโล่งยืดหยุ่น อยู่ในตำแหน่งที่อาคารกำลังเอียงช่วยรับวิวแม่น้ำ และยังมีราคาที่ดีเพียงแค่ 3 ล้านกว่าบาทอีกด้วยครับ


Niche MONO Charoen Nakorn

เป็นคอนโด High Rise สูง 36 จำนวน 537 ยูนิต และเป็นโครงการเดียวของวันนี้ที่จะอยู่เลยสะพานพระราม 3 ลงมาด้านล่างหน่อยนะครับ โดยจุดเด่นหลักๆที่ผมมองว่าต่างจากโครงการอื่น คือเรื่องของวิวแม่น้ำที่ได้ ด้วยความที่โครงการตั้งอยู่ตรงจุดโค้งแม่น้ำพอดี ทำให้ได้รับวิวโค้งแม่น้ำถึง 2 ด้าน และยังออกแบบอาคารให้ห้องพักส่วนใหญ่ได้รับวิวแม่น้ำอีกด้วยครับ โดยโครงการนี้เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อ 2 ปีก่อน ปัจจุบันขายไปได้แล้วกว่า 80% และยังมีห้องที่หันรับวิวแม่น้ำเหลือขายอยู่ครับ

ที่ดินโครงการจะไม่ได้อยู่ฝั่งเดียวกับแม่น้ำนะครับ ฝั่งตรงข้ามเป็นที่ดินขนาดเล็กหลายแปลงซึ่งก็ยากต่อการซื้อที่มารวมทำเป็นโครงการขนาดใหญ่ (แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีโอกาสนะ) รวมถึงมีวัดและโรงเรียนตั้งอยู่อีกด้วยครับ ปัจจุบันจึงได้รับวิวแม่น้ำแบบเต็มๆ ซึ่งโครงการวางผังอาคารเป็นรูปตัว Cเพื่อให้ห้องรอบนอกสามารถได้รับวิวแม่น้ำได้ทั้งหมดเลย อีกทั้งยังมีลักษณะที่ป้านออกเล็กน้อยอีกด้วย เพื่อช่วยเพิ่มมุมมองวิวแม่น้ำให้ดีมากขึ้นครับ

และนอกจากนี้ถ้าเป็นชั้น 21 ขึ้นไป ก็จะได้รับความเป็นส่วนตัวจากโถงทางเดินแบบ Single Corridor ครับ โดยห้องพักที่ได้วิวแม่น้ำจะมีค่อนข้างหลากหลายเลยนะ ส่วนใหญ่จะเป็นห้องหน้ากว้าง มีครัวปิด และอยู่ติดกับช่องแสงทุกฟังก์ชัน ค่อนข้างเป็นสัดส่วนดีทีเดียวครับ ปัจจุบันทางโครงการมีห้องมือ 1 เปิดขายอยู่ที่ราคาดังนี้

  • 1 Bedroom ขนาด 34.9 ตร.ม. ชั้น 12 ทิศตะวันออก (วิวแม่น้ำ) ราคา 3.2 ล้านบาท
  • 1 Bedroom ขนาด 34.9 ตร.ม. ชั้น 27 ทิศตะวันออก (วิวแม่น้ำ) ราคา 4.3 ล้านบาท
  • 2 Bedroom ขนาด 49.5 ตร.ม. ชั้น 18 ทิศตะวันออก (วิวแม่น้ำ) ราคา 4.8 ล้านบาท

และบรรยากาศภายในห้องก็จะเป็นประมาณนี้ครับ พื้นที่ภายในดูกว้างขวางดีทีเดียว เพราะเชื่อมต่อกันด้วยประตูกระจกบานเลื่อนทั้งหมดแบบนี้ แต่ก็อาจไม่เป็นส่วนตัวมากนักถ้ามีแขกมาบ่อยๆ ซึ่งถ้าเป็นห้องขนาดใหญ่อย่าง 2 Bedroom ขึ้นไป จะกั้นด้วยผนังทึบ ได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้นครับ

พื้นที่ส่วนกลางจะกระจายตัวอยู่หลายๆชั้น เพื่อช่วยกระจายความแออัดในการใช้งานได้ดี ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 4 ชั้นบนสุดของโครงการ ทำให้เวลามาใช้งานก็จะชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยาไปได้ด้วยครับ

โดยหน้าตาของส่วนกลางโครงการนี้ ก็จะใช้สีแนว Earth tone เป็นธรรมชาติ ดูเรียบง่ายและอบอุ่นครับ จัดพื้นที่ออกมาได้น่าใช้งานดีทีเดียว


Supakarn Condominium

โครงการ ศุภาคาร คอนโดมิเนียม เป็นคอนโด High Rise สูง 32 ชั้น จำนวน เพียง 70 ยูนิต ซึ่งถือว่ามีความเป็นส่วนตัวมากๆ เพราะเนื่องจากห้องพักส่วนใหญ่จะมีขนาดเริ่มต้นที่ค่อนข้างใหญ่ครับ ตามแบบฉบับของคอนโดสมัยเมื่อ 20 ปีก่อน ซึ่งเผอิญผมมีโอกาสได้เข้าไปชม และเห็นว่าน่าสนใจมาก ก็เลยถือโอกาสแถมให้เป็นกรณีพิเศษนะ

โครงการนี้ตั้งอยู่ติดริมแม่น้ำ ใกล้กับแยกสะพานตากสินครับ โดยสิ่งที่แตกต่างจากโครงการคอนโดริมแม่น้ำในสมัยนี้ก็คือ ระยะร่น (set back) จากแม่น้ำที่น้อยกว่าโครงการทั่วไป ซึ่งตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง ควบคุมอาคาร ปีพ.ศ. 2544 ระบุว่า

“ภายในระยะเกิน 15 เมตรขึ้นไป แต่ไม่เกิน 45 เมตร จากริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งสองฝั่ง ให้ก่อสร้างอาคารที่มีความสูงไม่เกิน 16 เมตร”

แต่โครงการนี้ได้ก่อสร้างเสร็จก่อนที่กฎหมายฉบับนี้จะประกาศใช้ จึงทำให้ตัวอาคารสามารถสร้างใกล้ริมแม่น้ำได้มากกว่าปกติ เห็นวิวแม่น้ำในระยะประชิดแบบเต็มๆเลยครับ ซึ่งผลลัพธ์และบรรยากาศที่ได้นั้น ก็จะแตกต่างจากโครงการทั่วไปในปัจจุบันมาก โดยผมมีภาพตัวอย่างชั้น 1 ของโครงการมาให้ชมกันด้วย จะเป็นอย่างไรเราไปชมกันครับ

บรรยากาศ Lobby เชื่อมต่อกับแม่น้ำเจ้าพระยาภายนอก เป็นพื้นที่ Semi-Outdoor ได้บรรยากาศแบบรีสอร์ทเลยครับ

ส่วนราคาขายและปล่อยเช่าปัจจุบันก็จะเป็นตามนี้เลยครับ สามารถเข้าไปติดต่อกับนิติบุคคลที่โครงการได้เลย โดยราคาเฉลี่ยของโครงการนี้ถูกสุดจะอยู่ที่ 73,000 บาท/ตร.ม. ไปจนถึง 128,000 บาท/ตร.ม. ครับ แต่เนื่องจากขนาดพื้นที่ห้องที่ใหญ่มาก จึงทำให้เมื่อคิดเป็นเงินก้อนแล้วเลยมีราคาสูงนั่นเอง


อื่นๆ

นอกจากโครงการทั้งหมดที่ผมได้พาชมไปก่อนหน้านี้แล้ว ก็ยังมีคอนโดที่ได้วิวแม่น้ำในย่านนี้อีกหลายแห่งเลยครับ ซึ่งถ้าลองมองหาดีๆ บางโครงการจะมีราคาขายอยู่ที่ 2 – 3 ล้านบาทก็ยังมีเลยครับ ซึ่งผมจะทิ้งรายชื่อคอนโดเหล่านี้เอาไว้ให้ลองไปตามหาดูกันต่อได้นะครับ

แต่ต้องขอบอกไว้สักนิดว่า ถึงแม้ราคาคอนโดเหล่านี้จะมีราคาค่อนข้างเป็นมิตร แต่ก็แลกมากับอายุของโครงการที่ส่วนใหญ่แล้วจะอยู่ในช่วง 10 – 20 ปีครับ นั่นจึงทำให้โครงการอาจมีสภาพที่ทรุดโทรมอยู่บ้าง แต่ถ้าเราไม่ได้ซีเรียสเรื่องหน้าตาอาคารหรือส่วนกลาง แต่เน้นทำเลและตัวห้องเป็นหลัก สามารถนำมา renovate ใหม่ให้สวยๆได้ ก็ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกหนึ่งของคนที่กำลังมองหาโปรดักส์แบบนี้ก็ได้ครับ

ยกเว้นอยู่ 2 โครงการที่ผมทำเป็นชื่อสีแดงเอาไว้ในภาพ ซึ่งเป็นโครงการที่กำลังจะเปิดตัวใหม่ในอนาคตของย่านนี้ โดยผมมีข้อมูลคร่าวๆก่อนเปิดตัวมาฝากกันดังนี้ครับ

โครงการแรกคือ Rhythm Charoenkrung Pavillion จาก AP ตั้งอยู่บนถนนจันทน์ ใกล้ๆกับแยกตรอกจันทน์ ได้วิวโค้งแม่น้ำสวยงามทีเดียว เป็นอาคาร High Rise สูง 44 ชั้น จำนวน 421 ยูนิต มีขนาดห้องเริ่มต้นอยู่ที่ 35 ตร.ม. ราคาเริ่ม 5.39 ล้าน หรือเฉลี่ย 154,000 บาท/ตร.ม.

ซึ่งโครงการจะเปิดตัวในสัปดาห์หน้าที่จะถึงนี้แล้ว สามารถเข้าไปชมห้องตัวอย่างที่ Sale Gallery กันได้นะครับ ซึ่งผมแอบเข้าไปชมมาแล้ว ห้องสวยดีเลยทีเดียวครับ

และอีกหนึ่งโครงการคือ One Altitude Residences จาก Altitude Development ซึ่งจะอยู่ใกล้ๆกับโครงการ Altitude Symphony เจริญกรุง-สาทร ตัวก่อนหน้านี้ของเค้าที่เราได้ชมกันไปแล้วครับ แต่โครงการใหม่นี้จะอยู่บริเวณหน้าปากซอย และมีจำนวนยูนิตที่น้อยกว่านิดหน่อย จึงเป็นส่วนตัวมากขึ้น และได้ส่วนกลางเพิ่มมากขึ้นครับ ส่วนความสูงก็จะพอๆกับตัวแรกของเค้านะ อยู่ที่ประมาณ 22 ชั้นครับ โดยมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 6.5 ล้านบาท


สรุป

จากโครงการทั้งหมดที่เราได้ชมกันในวันนี้ แต่ละแห่งก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป และแน่นอนว่าคนเราย่อมให้ความสำคัญกับปัจจัยแต่ละอย่างไม่เท่ากันครับ ซึ่งถ้าคุณเป็นคนให้ความสำคัญกับเรื่องราคา จะมีอยู่ 3 โครงการโครงการที่น่าสนใจคือ Niche MONO Charoen Nakorn ที่อยู่ไกลออกมาหน่อย , Supalai River Resort ที่มีอายุโครงการมากกว่าเพื่อน และ Chapter Charoennakhon – Riverside ที่ทำห้องขนาดเล็กจึงได้ราคาไม่แรงมาก

แต่ถ้าคุณเป็นคนให้ความสำคัญกับเรื่องทำเลก็จะมีอยู่ 2 โครงการที่น่าสนใจคือ Supalai Premier Charoen Nakhon ที่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีทองและ ICONSIAM แต่อาจถูกบล็อควิวแม่น้ำได้อยู่ และโครงการ Menam Residences Condominium ซึ่งใกล้ ASIATIQUE ในระยะเดินถึงสบายๆ แถมยังได้วิวแม่น้ำทุกห้อง แลกกับราคาที่อาจสูงสักหน่อยครับ

..เป็นอย่างไรบ้างครับสำหรับข้อมูลคอนโดวิวแม่น้ำ “ย่านเจริญกรุง – เจริญนคร” ที่ผมนำมาฝากกันในวันนี้ ซึ่งผมก็หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ และช่วยในการตัดสินใจ หรือเปิดมุมมองใหม่ๆ ให้กับหลายๆคนที่อาจยังไม่ทราบว่า คอนโดวิวแม่น้ำในย่านนี้ ไม่ได้มีราคาสูงจนเอื้อมไม่ถึงอย่างที่คิด ซึ่งบางคนที่ชื่นชอบวิวและวิถีชีวิตแบบนี้จริงๆ อาจต้องการจะซื้อเพื่ออยู่เองก็เยอะ หรือบางคนอยากซื้อไว้เป็นบ้านหลังที่ 2 ไว้มาพักผ่อนชมวิวชิลๆก็มี

หรือถ้าวันไหนมีงานเทศกาลต่างๆ ก็ยังสามารถมาชมพลุสวยๆที่ห้องของตัวเองได้ โดยไม่ต้องออกไปผจญรถติดและคนเยอะตามสถานที่ต่างๆ ให้เหนื่อยเลยครับ (ซึ่งผมก็ต้องขอขอบคุณทางโครงการ Menam Residences มา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ ที่อนุญาตให้นำภาพสวยๆนี้มาแบ่งปันกัน) และคราวหน้าผมจะพาไปชมคอนโดวิวแม่น้ำที่ไหนอีก หรือใครอยากรู้ทำเลไหนเพิ่มเติมล่ะก็ สามารถ Comment กันได้ที่ด้านล่างนี้เลยนะครับ สวัสดีคร้าบบ ^^



ติดตามพวกเราได้ที่
Website : www.thinkofliving.com
Twitter : www.twitter.com/thinkofliving
YouTube : www.youtube.com/ThinkofLiving
Instagram : www.instagram.com/thinkofliving
Facebook : ThinkofLiving