..ใครกำลังมองหาคอนโดในย่านบางแค วันนี้ผมมีโครงการสร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่ The Origin Bangkae (ดิ ออริจิ้น บางแค) มาฝากครับ โดยความน่าสนใจของโครงการนี้ก็คือ ราคาที่จับต้องได้ง่าย มาพร้อมส่วนกลางฟังก์ชันครบ มีอาคารที่สามารถเลี้ยงสัตว์ได้ บนทำเลห่างจาก MRT บางแค 900 เมตร มีรถ Shuttle Service รับ-ส่ง ในราคาเริ่มต้นเพียง 1.49 ล้านบาทครับ

  • ราคาเดียวทั้งโครงการ 1.49 ล้านบาท : เน้นห้องพักอาศัยแบบ 1 Bedroom 24 ตร.ม. เป็นหลัก ทำให้มีราคาจับต้องได้ง่าย ตอบโจทย์กลุ่มคนเริ่มต้นทำงานและมีงบประมาณไม่สูง
  • มีห้องแบบ Combine : รองรับการอยู่อาศัยแบบครอบครัว ได้พื้นที่ใช้สอยเยอะ ห้องนอนหลักมีขนาดใหญ่ พร้อม Walk-in Closet และห้องน้ำส่วนตัว
  • ห้องเปล่า Standard Room : มาพร้อมสุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำ เราสามารถออกแบบครัวและเฟอร์นิเจอร์ภายในห้องได้เองตามต้องการ
  • ทำเล : ห่างจาก MRT บางแค 900 เมตร รวมถึงสามารถเชื่อมต่อถนนหลักได้หลายสาย  เป็นตัวเลือกในการเดินทางเข้าเมืองได้สะดวก

ข้อมูลโครงการ

The Origin Bangkae (ดิ ออริจิ้น บางแค) ณ วันที่ 23 ธันวาคม 2568

 ชื่อโครงการ  The Origin Bangkae (ดิ ออริจิ้น บางแค)
 ชื่อผู้ประกอบการ  บริษัท ดิ ออริจิ้น เพชรเกษม บางแค จํากัด (บริษัทในเครือ Origin Property)
 SEGMENT CLASS  ECONOMY CLASS (รายละเอียดของ Segment คอนโดปี 2021 )
 โครงการตั้งอยู่  ถนนบางแค แขวงบางแค เขตบางแค กรุงเทพ 10160
 ที่ดิน  8-2-55.50 ไร่
 ประเภทคอนโด  Low Rise 8 ชั้น 6 อาคาร
 จำนวนยูนิต  1,477 ยูนิต + 8 ร้านค้า
 ยูนิตต่อชั้นสูงสุด   38 ยูนิต ที่อาคาร F
 ที่จอดรถ  508 คัน คิดเป็นประมาณ 29% (รวมจอดซ้อนคันได้ประมาณ 35%)
 เริ่มก่อสร้าง  Q1 ปี 2567
 คาดว่าจะแล้วเสร็จ  พร้อมเข้าอยู่เร็ว ๆ นี้
 ประเภทห้องพัก
  • ห้อง 1 Bedroom ขนาด 24 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 1.49 ล้านบาท
  • ห้องแบบ Combine ขนาด 48.5 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 2.98 ล้านบาท

 ฝ้าเพดานสูง  2.50 เมตร (อ้างอิงจากพื้นที่ส่วนนั่งเล่นและห้องนอน)
 ราคาเริ่มต้น  1.49 ล้านบาท (ห้องเปล่า)
 ราคาเฉลี่ยทั้งโครงการ  ประมาณ 62,000 บาท/ตร.ม.
 ค่าส่วนกลาง อาคารที่ไม่ได้เลี้ยงสัตว์ 40 บาท/ตร.ม./เดือน
อาคารที่เลี้ยงสัตว์ได้ 45 บาท/ตร.ม./เดือน
 EIA (ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม) ผ่าน EIA แล้ว
 เว็บไซต์โครงการ คลิกที่นี่
 Call Center 1498

 

ทำเลที่ตั้ง

พิกัด Google Maps : 13.703009, 100.421507
หรือสามารถ :  คลิกที่นี่

Highlight

  1. ถนนบางแคสามารถเชื่อมต่อถนนหลักได้หลายเส้นทางทั้ง เพชรเกษม, เทอดไท และกัลปพฤกษ์
  2. มีรถสาธารณะวิ่งผ่านไป-มาคึกคัก เรียกใช้บริการได้ง่าย
  3. ห่างจาก MRT บางแค 900 เมตร พร้อมรถรับส่ง เดินทางเข้าเมืองได้สะดวก
  4. ไม่ไกลจากห้างใหญ่ในโซนนี้อย่าง เดอะมอลล์บางแค

The Origin Bangkae (ดิ ออริจิ้น บางแค) ตั้งอยู่ตรงไหน

โครงการ The Origin Bangkae (ดิ ออริจิ้น บางแค) ตั้งอยู่ในย่านบางแค ติดกับถนนบางแค ใกล้กับจุดตัดถนนเทอดไท ห่างจากถนนเพชรเกษมและ MRT บางแคประมาณ 900 เมตร ที่ตั้งโครงการสามารถลัดเลาะไปออกถนนกัลปพฤกษ์และถนนกาญจนาภิเษกได้สะดวก ใกล้ห้างสรรพสินค้าอย่างเดอะมอลล์บางแคประมาณ 2.4 กิโลเมตร

คอนโด โซนบางแค ราคาเท่าไหร่?

…หากดูภาพรวมของคอนโดในโซนบางแค ราคาจะอยู่ในช่วง 1 – 2 ล้าน โดยราคาจะแตกต่างกันตามทำเลของโครงการว่าติดถนนใหญ่หรือใกล้รถไฟฟ้ามากแค่ไหน ซึ่งโครงการส่วนใหญ่ที่อิง MRT สถานีบางแค ปัจจุบันจะเป็นโครงการ Low-Rise มีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 1.49 – 1.79 ล้านบาท หรือหากใครที่มีงบประมาณสูงขึ้นมาหน่อย จะมีโซน MRT ภาษีเจริญที่จะมีคอนโด High Rise ใกล้สถานีและห้างซีคอนบางแคอยู่หลายโครงการ แต่ราคาเริ่มต้นจะอยู่ที่ประมาณ 1 ล้านปลาย ๆ  ไปจนถึง 2 ล้านกลาง ๆ เลยครับ ซึ่งถ้าจะให้สรุปแบบง่าย ๆ เลย คือโครงการ The Origin Bangkae (ดิ ออริจิ้น บางแค) เป็นโครงการที่มีราคาเริ่มต้นจับต้องได้ง่ายที่สุดของโครงการพร้อมอยู่ในโซนบางแคเลยครับ

โครงการ The Origin Bangkae ตั้งอยู่ในย่านบางแค แน่นอนว่าความอุดมสมบูรณ์ส่วนใหญ่ก็จะอยู่ตรงปากซอยฝั่งเพชรเกษมเป็นหลัก ซึ่งมีทั้งตลาดบางแค / The Mall บางแค / Lotus’s และ Seacon บางแค รวมถึงยังมีรถไฟฟ้า MRT ให้ใช้เดินทางเข้าเมืองได้สะดวกอีกด้วย

แต่สำหรับโครงการนี้จะขยับเข้ามาอยู่บริเวณช่วงกลาง ๆ ซอยครับ ซึ่งข้อดีอย่างหนึ่งก็คือ จะมีความเงียบสงบเป็นส่วนตัวมากกว่า แถมการจราจรคล่องตัวกว่าบริเวณปากซอย และเรายังมีตัวเลือกในการเดินทางลัดเลาะไปออกทางอื่นได้ง่ายกว่า ไม่ว่าจะเป็นถนนกาญจนาภิเษก ถนนกัลปพฤกษ์ และถนนราชพฤกษ์ จึงเป็นทำเลที่สะดวกในการเชื่อมต่อไปยังโซนอื่นๆ นอกเหนือจากปากซอยฝั่งเพชรเกษมนั่นเองครับ

 

ทำเลกลางซอยเชื่อมต่อได้หลายเส้นทาง :

ที่ตั้งของตัวโครงการจะอยู่ใกล้กับแยกพัฒนาการ ทำให้เราสามารถเชื่อมต่อกับถนนใหญ่อื่นๆได้หลายทาง จึงค่อนข้างเหมาะกับคนที่มีรถเป็นของตัวเองอยู่เหมือนกัน ซึ่งคนแถวนี้ส่วนใหญ่ก็จะใช้เป็นมอเตอร์ไซค์เพื่อความคล่องตัว และเลี่ยงรถติดตรงปากซอยได้ดี หรือถ้าใครที่ไม่มีรถส่วนตัว ทางโครงการก็มีบริการ Shuttle Service รับ-ส่งไปยัง MRT บางแค ที่อยู่ตรงปากซอยให้ด้วยนะครับ ส่วนเส้นทางต่างๆจะประกอบด้วย

  1. สีแดง : เป็นทางหลักที่ไปออกถนนใหญ่เพชรเกษม มีระยะทาง 1 km. ซึ่งตรงปากซอยจะมีทั้งตลาด ห้างสรรพสินค้า และรถไฟฟ้า MRT ถือเป็นจุดที่อุดมสมบูรณ์มากที่สุด แต่ก็มีการจราจรหนาแน่นมากที่สุดเช่นกัน โดยเฉพาะช่วงเช้า-เย็นครับ
  2. สีเขียว : เป็นทางลัดผ่านซอยบางแค 4 เพื่อไปออกถนนกาญจนาภิเษกได้ ระยะทาง 2 km. เหมาะกับคนที่เน้นใช้ชีวิตไปทางพระราม 2 หรือขับรถวน Loop ไปคอมมูนิตี้มอลล์และตลาดอินดี้ ก่อนที่จะกลับมาทางโครงการแบบสบายๆ โดยไม่ต้องเสียเวลารถติดหรือกลับรถไกลแบบฝั่งเพชรเกษมนั่นเองครับ
  3. สีม่วง : เป็นเส้นทางที่มาเชื่อมต่อถนนกัลปพฤกษ์ทางฝั่งท้ายซอย ระยะทาง 1.9 km. แต่ส่วนใหญ่มักจะได้ใช้เป็นทางขากลับบ้านจากกาญจนาภิเษกซะมากกว่า ซึ่งถนนเส้นนี้ก็จะมีตลาดและซูเปอร์มาร์เก็ตให้ใช้งานได้ครบครันเช่นกัน
  4. สีน้ำเงิน : เป็นเส้นทางถนนเทอดไทซึ่งขนานกับถนนเพชรเกษม เพื่อไปออกถนนราชพฤกษ์ได้ ระยะทาง 4.6 km. เหมาะกับคนเน้นใช้ชีวิตไปทางท่าพระ-พระราม 3 เข้าเมืองโซนสาทรได้ หรือต้องการไปขึ้น BTS บางหว้า ซึ่งทำให้สามารถเข้าไปทำงานในเมืองได้สะดวกมากขึ้นครับ

สภาพแวดล้อมรอบโครงการ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้

บริบทโดยรอบโครงการส่วนใหญ่จะเป็นชุมชนแนวราบที่สูง 3 – 4 ชั้น และด้วยความที่เป็นถนนเส้นหลักอยู่แล้ว จึงมีรถผ่านไป-มาหน้าโครงการคึกคักพอสมควร ยิ่งรถประจำทางก็จะมีเยอะเลยคับ ไม่ว่าจะเป็นวินมอเตอร์ไซค์ แท็กซี่ และรถเมล์ อีกทั้งอาคารพาณิชย์ที่อยู่ริมถนนก็จะมีร้านค้าร้านอาหารมาเปิดอยู่บ้างเหมือนกัน ทำให้เราสามารถใช้ชีวิตได้ไม่ลำบากเลย

วิวประมาณชั้นที่ 8 จากโดรนของโครงการ

  • ทิศเหนือ : ติดกับ อาคารพาณิชย์สูง 3 – 4 ชั้น หันหน้าไปทางถนนเทอดไทและถนนเพชรเกษม แต่ฝั่งตรงข้ามก็จะมีคอนโดสูง 8 ชั้นบังวิวอยู่บ้างเหมือนกัน

วิวประมาณชั้นที่ 8 จากโดรนของโครงการ

  • ทิศใต้ : ติดกับ ทาวน์โฮมสูง 2 – 3 ชั้นและที่ว่าง ซึ่งวิวระยะไกลจะมองไปทางฝั่งกัลปฤกษ์-พระราม 2

วิวประมาณชั้นที่ 8 จากโดรนของโครงการ

  • ทิศตะวันออก : ติดกับ ที่ว่าง ชุมชนแนวราบ และโรงเรียนประทุม อนุสรณ์ ส่วนใหญ่จะค่อนข้างได้เห็นวิวต้นไม้สีเขียวของบ้านเรือนต่างๆเยอะกว่าทิศอื่นพอสมควร

วิวประมาณชั้นที่ 8 จากโดรนของโครงการ

  • ทิศตะวันออก : เป็นทางเข้าหลักโครงการ ติดกับ ถนนบางแค ฝั่งตรงข้ามเป็นอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น และโรงบรรจุแก๊ส

ภาพบรรยากาศบริเวณด้านหน้าโครงการ ติดกับถนนบางแค หากเราเลี้ยวขวาออกจากโครงการ เราจะเจอแยกพัฒนาการที่สามารถเลี้ยวขวาไปถนนเทอดไท หรือจะตรงไปออกถนนเพชรเกษมหรือเลี้ยวซ้ายเข้าซอยลัดไปออกถนนกาญจนาภิเษกก็ได้ครับ

หากเราเลี้ยวซ้ายออกจากโครงการเราสามารถมุ่งหน้าตรงไปเชื่อมกับถนนกัลปพฤกษ์หรือตรงต่อไปเชื่อมต่อกับถนนบางบอนและเอกชัยได้เลยครับ

โดยบริเวณแยกพัฒนาการก็จะมีทั้งเซเว่นและ Cafe Amazon ตั้งอยู่ด้วย โดยจะเป็นในส่วนของโครงการเพื่อนบ้านอย่างทางเสนา ที่เค้าได้มาบุกเบิกทำเลนี้เอาไว้ก่อนแล้วนั่นเอง

ก็เลยทำให้โครงการใหม่ของออริจิ้นได้อานิสงส์ตรงนี้ไปด้วย แต่ในอนาคตเราก็จะมีร้านค้าของตัวเองมาเปิดในโครงการเช่นกัน ยังไงก็อดใจรอกันก่อนว่าจะเป็นร้านอะไรบ้างนะครับ

ส่วนอันนี้จะเป็นวินมอเตอร์ไซค์ที่อยู่ใกล้กับโครงการ ซึ่งเราจะเดินมาใช้บริการเองหรือจะโบกเรียกที่หน้าโครงการของเราก็ได้ครับ เพราะจะมีพี่วินขับผ่านไป-มาบ่อยๆอยู่แล้ว โดยผมได้ถ่ายค่าบริการมาให้ดูกันคร่าว ๆ ว่าจะเป็นประมาณนี้นั่นเอง

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

ห้างสรรพสินค้า / ตลาด

  • ตลาดบางแค ~ 1.4 กิโลเมตร
  • โลตัส บางแค ~ 1.6 กิโลเมตร
  • โฮมโปร กัลปพฤกษ์ ~ 2.3 กิโลเมตร
  • ซีคอน บางแค ~ 2.4 กิโลเมตร
  • เดอะมอลล์ บางแค ~ 2.4 กิโลเมตร

โรงพยาบาล

  • โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ~ 3.4 กิโลเมตร
  • โรงพยาบาลพญาไท 3 ~ 5.8 กิโลเมตร

โรงเรียน

  • โรงเรียนฐานปัญญา ~ 2.6 กิโลเมตร

การเดินทาง

  • MRT บางแค ~ 900 เมตร
  • ถนนเพชรเกษม ~ 900 เมตร
  • ถนนเพชรเกษม ~ 2.0 กิโลเมตร

รายละเอียดโครงการ

Highlights :

  • มีการแบ่งโซน Facilities แยกออกจากกันค่อนข้างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นโซนสัตว์เลี้ยง โซนร้านค้า และโซนที่ต้องการความเป็นส่วนตัวในการใช้งาน ทำให้ไม่รบกวนกัน
  • เป็นโครงการที่ให้ส่วนกลางมาเยอะสุดเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้าน เพราะเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่มียูนิตค่อนข้างเยอะ
  • สามารถเลือก Combine ห้องได้ มีความยืดหยุ่นสูง ตอบโจทย์คนที่อยากได้ห้องขนาดใหญ่ อยู่แบบครอบครัว
  • ราคาเดียวทั้งโครงการ  1.49 ล้านบาท ใครมาก่อนก็ได้ตำแหน่งดี ๆ ไปก่อน โดยเฉพาะห้องที่ได้วิวสวนและสระว่ายน้ำจะค่อนข้างน่าสนใจมากทีเดียว

โครงการ The Origin Bangkae เรียกได้ว่าเป็นเพียงโครงการใหม่สร้างเสร็จพร้อมอยู่บนถนนบางแค โดยลักษณะจะเป็นกลุ่มคอนโด Low Rise 6 อาคาร 1,477 ยูนิต ตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาดใหญ่กว่า 8-3-55.50 ไร่ จึงทำให้เป็นโครงการที่มีส่วนกลางเยอะเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้าน แต่ก็ค่อนข้างมีจำนวนยูนิตที่มากที่สุดด้วยครับ ออกแบบมาในคอนเซป Smart City – Smart Life ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ วัยทำงาน

Master Plan :

เป็นโครงการขนาดค่อนข้างใหญ่ แบ่งอาคารพักอาศัยออกเป็น 6 ตึกด้วยกัน แต่จะมีเพียงอาคาร C และ F เท่านั้นที่จะสามารถเลี้ยงสัตว์ได้ อีกทั้งยังมีฟังก์ชันส่วนกลางของน้องๆสัตว์เลี้ยง อยู่แยกออกมาจากโซนอื่นๆชัดเจนด้วยครับ จึงทำให้การใช้งานไม่รบกวนกัน โดยคนที่พักอาศัยในอาคารเหล่านี้ก็จะต้องมีการเสียค่าส่วนกลาง 45 บาท/ตร.ม. (จากปกติ 40 บาท/ตร.ม.) เพื่อเป็นค่าบำรุงรักษาสถานที่ในโซนของสัตว์เลี้ยง ที่จะต้องมีการดูแลเป็นพิเศษมากกว่าโซนอื่น ๆ

สำหรับ Facilities ส่วนใหญ่จะอยู่บริเวณอาคาร A และ B เป็นหลัก ซึ่งเป็นตำแหน่งที่อยู่ใกล้ทางเข้าโครงการ โดยคนที่พักอยู่ในอาคารนี้จะสามารถมาใช้งานได้สะดวกมาก รวมถึงยังได้วิวสระว่ายน้ำที่อยู่ตรงกลางอีกด้วย แต่ก็แลกกับความเป็นส่วนตัวที่ลดลงไปบ้าง เพราะจะมีคนพลุกพล่านมาใช้งานกันค่อนข้างคึกคักเลยทีเดียว แต่ถ้าเป็นอาคาร D กับ E จะค่อนข้างเงียบสงบมากกว่า หรือถ้าใครชอบวิวสีเขียวของต้นไม้ ก็อาจเลือกห้องทิศเหนือของอาคาร A กับ D ที่ความสูงชั้น 2 – 3 หันหน้าออกไปหาสวนก็ได้นะครับ

เมื่อเข้าโครงการมาเราจะเจอกับ Drop Off ให้เข้ามาวนรถรับ-ส่งกันได้เลย ส่วนลูกบ้านสามารถตรงต่อเข้าไปที่จอดรถด้านในโครงการได้ โดยจะมีไม้กั้นกระดกพร้อมระบบอ่านป้ายทะเบียนและรปภ.คอยรักษาความปลอดภัยอยู่ครับ

Image 1/2
ทางเดินภายในโครงการ

ทางเดินภายในโครงการ

ด้านซ้ายใกล้กับ Drop-Off จะมีทางเดินไปยังอาคาร A ซึ่งจะมี Shop ร้านค้าตั้งอยู่ พร้อมจัดพื้นที่นั่งและปลูกต้นไม้ไว้ตลอดแนวเพื่อให้เกิดความร่มรื่น โดย Shop บริเวณนี้จะเป็นพื้นที่ที่คนภายนอกสามารถเดินเข้ามาใช้งานได้ด้วย ทำให้เมื่อมีร้านค้ามาเปิดจริงจังแล้วคนน่าจะคึกคักเลยครับ (คาดการณ์ว่าจะเป็นร้านสะดวกซื้อ ร้านขนส่ง และร้านเฟอร์นิเจอร์)

ถัดมาเดี๋ยวเราพาเข้ามาชมภายใน Lobby หลักของโครงการ บริเวณอาคาร B กันต่อครับ

Image 1/3
ภายใน Lobby

ภายใน Lobby

บริเวณ Lobby โครงการจัดเตรียมชุดโซฟาและที่นั่งมาให้ตามบริเวณต่าง ๆ สามารถลงมานั่งเล่น หรือเป็นที่รองรับแขกที่มาหาเราได้ครับ

Image 1/3
พื้นที่สวนด้านข้าง Lobby

พื้นที่สวนด้านข้าง Lobby

บริเวณ Lobby จะมีประตูสามารถเปิดออกมาบริเวณพื้นที่สวนด้านข้างได้ โครงการเตรียมที่นั่งเล่นมาให้ 1 จุด ใครที่อยากนั่งเล่นรับลมเปลี่ยนบรรยากาศแบบได้ความเป็นส่วนตัวหรือนั่งคุยธุระ คุยโทรศัพท์ บริเวณนี้ถือว่าเหมาะเลยครับ

จากบริเวณ Lobby ด้านขวาจะมีทางเดินยาวเข้าไปเพื่อเชื่อมกับพื้นที่ส่วนกลางฟังก์ชันต่าง ๆ เดี๋ยวเราพาไปเดินชมกันต่อครับ

เดินมา เราจะเจอกับพื้นที่ห้องเล็ก ๆ  2 ห้อง แบ่งฟังก์ชันออกเป็น Live Studio และ Phone Booth

Image 1/2
Live Studio

Live Studio

ภายใน Live Studio โครงการจะเตรียมไฟสตูดิโอมาให้พร้อมชุดโต๊ะและที่นั่งมาให้ เหมาะสำหรับสายทำ Content มานั่งพูดคุย ถ่ายงานได้ครับ

อีกห้องนึงจะเป็นฟังก์ชัน Phone Booth เหมาะสำหรับมานั่งคุยโทรศัพท์แบบส่วนตัว ในกรณีที่คุยเรื่องสำคัญไม่อยากให้ใครได้ยินเรื่องส่วนตัวของเราครับ

Image 1/5
Co-Working Space

Co-Working Space

ถัดเข้ามา เราจะเจอกับพื้นที่ Co-Working Space ขนาดใหญ่ โครงการเตรียมชุดโต๊ะเก้าอี้มาให้หลายชุดมาก ๆ สามารถมานั่งเล่น นั่งทำงานบริเวณนี้ได้สบาย ๆ ใครที่เป็นสายชอบไปนั่งทำงานคาเฟ่ร้านกาแฟ น่าจะถูกใจเลยครับ เพราะพื้นที่บริเวณนี้ใช้นั่งทำงานได้บรรยากาศคล้ายคาเฟ่เลยครับ

Image 1/2
Co-Working Space

Co-Working Space

ใครที่อยากนั่งมองวิวสระว่ายน้ำเพลิน ๆ หรือต้องการแสงสว่างมากขึ้น สามารถมานั่งตรงนี้ได้นะครับ โครงการเตรียมโต๊ะนั่งติดช่องแสงมาให้

นอกจากนี้ บริเวณด้านในสุดติดกับผนังทึบ โครงการทำมาเป็นที่นั่ง 4 จุด รองรับสำหรับการนั่งทำงานแบบเป็นส่วนตัว สำหรับคนที่ต้องการสมาธิในการทำงานมากขึ้นครับ

Image 1/2
Co-Working Space

Co-Working Space

เดินต่อไปด้านใน ทางด้านขวาโครงการยังจัดเตรียมพื้นที่สำหรับนั่งเล่น นั่งทำงานมาให้ตลอดแนวทางเดินเลยครับ

ส่วนฝั่งตรงข้ามจะเป็นห้อง Fitness บรรยากาศภายในจะเป็นยังไง ตามเรามาเลยครับ

Image 1/7
Fitness

Fitness

ภายใน Fitness โครงการเตรียมเครื่องเล่นมาให้หลากหลายเลยครับ ทั้งเครื่องเล่นสำหรับ Cardio และเครื่องเล่นสำหรับ Weigh Training นับเครื่องเล่นรวมได้ประมาณ 10 เครื่อง โดยโครงการเน้นวางเครื่องเล่นแบบ Cardio ติดกับช่องแสง เปิดรับวิวสระว่ายน้ำ เพราะเป็นเครื่องเล่นที่ใช้เวลาในการเล่นนานกว่า จะได้มองวิวเพลิน ๆ ครับ ใครที่เป็นสายออกกำลังกาย เลือกอยู่อาคาร B ก็น่าสนใจนะครับ ลงจากห้องมาก็ถึง Fitness เลยครับ

Image 1/7
ห้องน้ำ

ห้องน้ำ

เดินถัดออกมาจะเจอกับห้องน้ำแยกชายหญิงมาให้ ภายในมีอ่างล้างหน้า ห้องสุขาและห้องอาบน้ำมาให้ครบทุกฟังก์ชันพร้อม Locker เก็บของ รวมถึงมีห้องน้ำคนพิการรองรับสำหรับผู้สูงอายุหรือผู้ที่ใช้วีลแชร์มาให้เรียบร้อยครับ

เดินออกมาจากอาคาร B เรามาดูพื้นที่ส่วนกลาง Outdoor ระหว่างอาคาร A และ B

Image 1/2
พื้นที่นั่งเล่น

พื้นที่นั่งเล่น

โครงการจัดเตรียมพื้นที่นั่งเล่น Outdoor มาให้ สามารถมานั่งเล่นได้ ในอนาคตที่มี Shop มาเปิดแล้ว เราสามารถใช้พื้นที่บริเวณนี้นั่งทานขนม ทานเครื่องดื่มได้ครับ

ใกล้ ๆ กันจะมีสระว่ายน้ำระบบเกลือ มีขนาดประมาณ 25 x 5 เมตร สามารถว่ายน้ำออกกำลังกายได้ตลอดทั้งวันโดยไม่ร้อน เพราะมีแนวอาคารช่วงบังแดดไว้ให้

บริเวณริมสระ มีเก้าอี้ Day Bed สามารถมานอนเล่น ตากอากาศได้ครับ โครงการเตรียมมาให้ 4 ตัว

ใกล้ ๆ กันจะมีพื้นที่ล้างตัวก่อนลงสระแบบ Rain Shower

Image 1/4
บริเวณสระว่ายน้ำ

บริเวณสระว่ายน้ำ

นอกจากนี้ โครงการยังเตรียมเก้าอี้นั่งเล่นไว้บริเวณทางเดินริมสระอีกหลายชุดเลยทีเดียว เน้นพื้นที่นั่งเล่นหลาย ๆ จุด เพื่อให้รองรับจำนวนลูกบ้านที่มาใช้งานได้อย่างเพียงพอครับ

ทางทิศเหนือของอาคาร A และ D จะอยู่ติดกับสวนเป็นแนวยาวที่เรียกว่า Active Zone โดยหลักๆก็จะเป็น Jogging Track และ Outdoor GYM ให้มาออกกำลังกายกลางแจ้งกันได้

รวมถึงยังมีโซนที่เรียกว่า Edible Garden ซึ่งจะมีการปลูกพืชผักสวนครัวต่างๆ เพื่อให้ลูกบ้านสามารถมาเก็บผลผลิตนำไปประกอบอาหารได้นั่นเองครับ โดยข้อดีอีกอย่างของสวนเหล่านี้ก็คือ ห้องพักที่หันมาทางด้านนี้ของทั้ง 2 อาคาร จะสามารถมองเห็นพื้นที่สีเขียวได้ด้วยนั่นเอง

ภาพบรรยากาศจำลองบริเวณสวนหน้าอาคาร A จะมีการปลูกต้นไม้โดยรอบเพื่อความร่มรื่น และมีที่นั่งเล่นพักผ่อนกันได้ รวมถึงบริเวณ Active Zone ก็จะมีอุปกรณ์เครื่องออกกำลังกายกลางแจ้งต่างๆให้ใช้งาน และมี Jogging Track ให้มาวิ่งออกกำลังกายกันได้อีกด้วยครับ

มาดูทางฝั่งของอาคาร C และ F กันบ้าง ซึ่งจะเป็นโซนที่สามารถเลี้ยงสัตว์ได้ครับ มีฟังก์ชันที่สามารถพาน้องหมาน้องแมวมาเดินเล่นกันได้ด้วย

โดยเฉพาะใต้อาคาร F จะมีทั้ง Pet Garden และ Pet Room ให้ใช้งาน ส่วนบนชั้นดาดฟ้าก็จะมีสวนที่สามารถพาสัตว์เลี้ยงขึ้นมาได้ด้วยเหมือนกัน

ภาพบรรยากาศจำลองภายใน Pet Room สามารถพาน้องๆมาเจอหรือเล่นกับเพื่อนๆในห้องแอร์เย็น ๆ กันได้ครับ ให้อารมณ์เหมือนเป็น Cafe แมวอะไรประมาณนั้นเลย

ภาพบรรยากาศจำลองของสวนบนชั้นดาดฟ้าอาคาร C และ F ซึ่งนอกจากจะมีสนามหญ้าให้น้องๆสัตว์เลี้ยงได้วิ่งออกกำลังกายแล้ว ยังมีอุปกรณ์เครื่องเล่นต่างๆให้ใช้งานพร้อมอีกด้วย

โดยจะมีรั้วรอบขอบชิดที่ออกแบบมาให้ถี่เป็นพิเศษ รวมถึงยังจะมีการปลูกต้นไม้ที่ไม่เป็นพิษกับสัตว์ เผื่อเวลาที่น้อง ๆ เผลอกินเข้าไปก็จะได้ไม่เป็นอันตรายครับ

ส่วนอาคารอื่น ๆ ก็จะเป็นสวนแบบปกติ ซึ่งจะเป็นฟังก์ชันสำหรับให้คนได้ขึ้นมาใช้งาน เช่น จุดนั่งเล่นพักผ่อน และเคาน์เตอร์บาร์สำหรับนั่งดินเนอร์/จัดงานปาร์ตี้ เป็นต้น

ภาพบรรยากาศจำลองบนชั้นดาดฟ้าของแต่ละอาคาร ซึ่งโดยรอบจะไม่มีอาคารสูงอยู่เลย ดังนั้นเราจึงสามารถขึ้นมาชมวิวสวย ๆ ได้นะครับ

สำหรับชั้นพักอาศัยจะเริ่มตั้งแต่ชั้น 2 – 8 ซึ่งแต่ละอาคารจะเป็นลักษณะรูปทรงตัว I แบบปกติเหมือนกันหมดเลย และจะมี 1 – 2 ชั้นที่ถูกออกแบบเป็นห้อง Combine มาให้ตั้งแต่แรก โดยแต่ละอาคารจะไม่เหมือนกันครับ ยกตัวอย่างของอาคาร A ก็จะเป็นชั้น 4 (ส่วนอาคารอื่นๆ ลองสอบถามกับทางโครงการดูอีกครั้ง)

ในเรื่องความหนาแน่นก็จะแตกต่างกันออกไป โดยอาคาร A จะมียูนิตต่อชั้นน้อยสุดคือ 33 ห้อง/ชั้น ในขณะที่อาคาร F จะมีเยอะสุดคือ 38 ห้อง/ชั้น และอาคารอื่น ๆ จะเท่ากันอยู่ที่ 35 ห้อง/ชั้น ซึ่งนี่เป็นการนับตาม Fact ดั้งเดิมของโครงการเท่านั้นนะครับ เพราะเค้าจะมีคอนเซ็ปต์ยืดหยุ่นที่สามารถเปลี่ยนแปลงหรือCombineได้ตลอดเวลา

โดยห้องพิเศษอย่าง ห้อง Combine ทางลูกค้าสามารถ Request เพิ่มเติมได้เองว่าอยากให้รวมห้องคู่ไหนในตำแหน่งไหนของโครงการก็ได้ เพียงแต่จะมีค่ามัดจำหรือสัญญาอื่นๆเพิ่มเติม รวมถึงเราจะต้องแจ้งทางโครงการเพื่อเช็คอีกทีว่ายังสามารถ Combine ได้อยู่หรือไม่ (ใครที่สนใจ Combine ตำแหน่งชั้นอื่น ๆ สอบถามกับเจ้าหน้าที่ดูอีกครั้งนะครับ)

ส่วนภาพแปลนของอาคารอื่น ๆ สามารถคลิกชมใน Gallery ด้านล่างนี้ได้เลยครับ

Image 1/7

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

• ทางเข้าโครงการพร้อมไม้กั้นกระดก พร้อมระบบสแกนป้ายทะเบียน
• ระบบ Keycard Access ภายในโครงการ
• Shuttle Service รับ-ส่ง สถานีรถไฟฟ้า
• ที่จอดรถ 508 คัน ไม่รวมจอดซ้อนคัน
• ที่จอดมอเตอร์ไซต์ 68 คัน
• EV Charger จำนวน  9 ช่อง
• Solar Cell บริเวณพื้นที่หลังคา
• CCTV ภายในโครงการ
• ลิฟต์โดยสารอาคารละ 2 ตัว
• สระว่ายน้ำระบบ เกลือ ขนาด 25 X 5 เมตร ลึก 1.20 เมตร

อาคาร A
• Shop จำนวน 3 ยูนิต (คาดการณ์ว่าจะเป็นร้านสะดวกซื้อ ร้านขนส่ง และร้านเฟอร์นิเจอร์)
• Lift Hall & Mail Box
• Roof Garden

อาคาร B
• Lift Hall & Mail Box
• Reception Lobby
• Living Court
• Co-Working Space
• Studio Room
• Phone Booth
• Fitness
• Smart Locker
• Roof Garden
• Juristic

อาคาร C (Pet Allowed)
• Lift Hall & Mail Box
• Roof Garden (Pet Allowed)

อาคาร D
• Lift Hall & Mail Box
• Roof Garden

อาคาร E
• Lift Hall & Mail Box
• Roof Garden

อาคาร F (Pet Allowed)
• Lift Hall & Mail Box
• Cat’s Room
• Pet Garden
• Roof Garden (Pet Allowed)

แบบห้อง

Highlights :

  • มีแบบห้อง Combine ให้เลือก ซึ่งจะมีการกั้นฟังก์ชันใหม่ให้มีความเป็นสัดส่วนและเป็นส่วนตัวมากขึ้น
  • ขายเป็นห้องเปล่า Standard Room สามารถออกแบบพื้นที่ใช้สอย เลือกของตกแต่งและจัดฟังก์ชันได้เองตามต้องการ
  • ได้ครัวปิดอยู่ติดระเบียงทุก Type สามารถทำอาหารได้จริงจัง กลิ่นไม่ออกไปรบกวน เปิดระเบียงระบายอากาศได้ง่าย

แบบห้องของโครงการนี้จะมีทั้งหมด 2 Type ขายแบบ Standard Room หรือห้องเปล่าที่ไม่มีเฟอร์นิเจอร์ ให้มาเฉพาะสุขภัณฑ์ในห้องน้ำเท่านั้น ดังนั้นเราจึงสามารถจัดฟังก์ชันหรือออกแบบห้องเองได้ตามต้องการ รวมถึงยังเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ในแบบที่ชอบมาใช้ได้อีกด้วย โดยแบบห้องจะมีดังนี้

  • 1 Bedroom ขนาด 24 ตร.ม.
  • ห้องแบบ Combine ขนาด 48.50 ตร.ม.

ในวันนี้เรามีโอกาสได้เก็บภาพห้องตัวอย่างมาให้ชมถึง 5 ห้องกันเลยทีเดียวครับ โดยจะเป็นห้อง 1 Bedroom ขนาด 24 ตร.ม. จำนวน 4 แบบ โดยเราจะวิเคราะห์เจาะลึกให้ 1 แบบ ส่วนอีก 3 แบบสามารถดูเป็นไอเดียในการตกแต่งห้องได้เพิ่มเติมได้  และยังมีห้องแบบ Combine ขนาด 48.50 ตร.ม. อีก 1 แบบที่น่าสนใจเราเลยวิเคราห์เจาะลึกให้ด้วยนะครับ

สรุปวัสดุในห้อง

• ขายแบบห้องเปล่าพร้อมสุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำ
• ผนังฉาบเรียบทาสี
• พื้นห้อง : ปูด้วย SPC ลายไม้
• พื้นห้องน้ำและระเบียง : กระเบื้องขนาด 30×30 เซนติเมตร
• พื้นห้องครัว : กระเบื้องขนาด 60×60 เซนติเมตร
• อุปกรณ์ภายในครัว : เตรียมระบบสำหรับติดตั้งเคาน์เตอร์ครัวมาให้
• สุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำ : แบรนด์ Englefield
• ความสูงพื้นถึงฝ้า : 2.50 เมตร (อ้างอิงจากพื้นที่ส่วนนั่งเล่นและห้องนอน)

*รายละเอียดของวัสดุต่าง ๆ เช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะครับ


ห้องตัวอย่างแบบ 1 Bedroom ขนาด 24 ตารางเมตร (แบบที่ 1)

ห้องตัวอย่างแรกเป็นแบบ 1 Bedroom ขนาด 24 ตารางเมตร เป็นห้องมาตรฐานแบบเริ่มต้นของโครงการ อย่างที่บอกไปแล้วว่าจะได้เป็นห้องเปล่านะครับ ซึ่งเราสามารถออกแบบฟังก์ชันได้เองตามต้องการ โดยเฉพาะพื้นที่ Common Area ที่อยู่ตรงกลาง เราจะปล่อยให้เชื่อมต่อกันกลายเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ เพื่อเน้นความโปร่งโล่งคล้ายห้อง Studio แบบเดิมก็ได้ หรือจะกั้นบานเลื่อนเพื่อความเป็นสัดส่วนมากขึ้นก็ดี นอกจากนี้ยังได้ครัวปิดติดระเบียงที่เหมาะจะทำอาหารได้จริงจังอีกด้วย

ประตูห้องจะเป็นประตูลายไม้ติดตั้งมือจับแบบก้านโยกไขกุญแจมาให้ ใครที่อยากได้ความสะดวก ไม่ต้องพกกุญแจ สามารถติดตั้ง Digital Door Lock เพิ่มเติมได้ เราสามารถเลือกระดับราคาไม่กี่พันบาท หรือราคาสูงหน่อยแต่เป็นแบรนด์ที่น่าเชื่อถือก็ได้ครับ เลือกได้ตามใจชอบเลย

เข้ามาภายในห้องตัวอย่างทางโครงการจะจัดฟังก์ชันมาให้ดูเป็นไอเดีย เพื่อที่จะได้เห็นภาพในการใช้งานจริงมากขึ้นนะครับ (ของจริงเป็นห้องเปล่าทั้งหมด) พื้นปูด้วย SPC ลายไม้ ความสูงพื้นถึงฝ้าอยู่ที่ 2.5 เมตร ความกว้างของห้องนั่งเล่นมีระยะประมาณ 2.6 เมตร

ด้านซ้ายสามารถจัดวางโซฟาขนาด 2 ที่นั่งได้แบบพอดี ๆ พร้อมโต๊ะกลางเล็ก ๆ

ฝั่งตรงข้ามวางชั้นวางทีวีได้ ด้านขวามีพื้นที่เหลือ เหมาะสำหรับจัดวางเป็นชั้นวางรองเท้า หรือใครมีงบประมาณในการแต่งห้องมากขึ้นมาหน่อย จะบิ้วอินเป็นชุดตู้แบบเต็มความสูงห้อง พร้อมชั้นวางทีวีและตู้เก็บรองเท้าไปเลยก็ได้นะครับ

ติดกับโซฟา เราสามารถจัดเป็นมุมโต๊ะทานข้าวแบบ 2 ที่นั่งได้ หรือใครที่เน้นนั่งทานข้าวบนโซฟาพร้อมดูทีวี จะขยายโซฟาเป็นแบบ 3 ที่นั่งไปเลยก็ลงตัวนะครับ

ติดกันจะเป็นพื้นที่สำหรับวางเตียงพร้อมตู้เสื้อผ้า ใครที่อยากได้ความเป็นสัดส่วนของห้องนอน สามารถติดฉากกั้นบานเลื่อนเพิ่มเติมได้นะครับ แต่การที่ไม่กั้นสัดส่วนแบบห้องตัวอย่างก็มีข้อดี ทำให้ห้องดูโปร่ง โล่ง เป็น Open Space ขนาดใหญ่ ติดกันเป็นช่องแสงแบบบานเลื่อน เปิดระบายอากาศได้

ตู้เสื้อผ้าสามารถวางแบบ 2 หน้าบานได้กำลังลงตัว ใครที่อยากมีกระจกไว้ส่องแต่งตัว เลือกตู้เสื้อผ้าบานที่หน้าบานเป็นกระจกได้นะครับ ด้านบนหลังตู้สามารถเก็บกล่องหรือกระเป๋าเดินทางเพิ่มเติม หรือใครจะบิ้วอินแบบเต็มความสูงไปเลยก็ทำได้ครับ

ด้านขวาจะเป็นโซนห้องครัว โครงการให้ประตูกระจกบานเลื่อนแบบรางบนมา ทำให้ไม่มีรางบนพื้น ง่ายต่อการกวาดและถูพื้น พอเลื่อนปิดแล้วทำให้เกิดความเป็นสัดส่วน ได้ฟังก์ชันครัวปิดติดระเบียง ไม่ต้องกังวลเรื่องกลิ่นอาหารเข้ามารบกวนครับ

Image 1/2
ภายในห้องครัว

ภายในห้องครัว

ภายในห้องครัวมีขนาดประมาณ 2.45 x 1.4 เมตร พื้นปูกระเบื้องขนาด 60×60 เซนติเมตรมาให้ เช็ดล้างทำความสะอาดได้ดี ทนความชื้นได้มากกว่าพื้น SPC และ Laminate เราสามารถหาเคาน์เตอร์ครัวขนาดประมาณ 1.2 – 1.5 เมตรมาวางได้แบบพอดี ๆ เหลือด้านข้างไว้สำหรับวางตู้เย็นได้ ใครที่อยากได้ที่เก็บของเพิ่ม สามารถติดตั้งตู้เก็บของด้านบนเพิ่มเติมได้อีกครับ

Image 1/2
ระเบียง

ระเบียง

ติดกันจะมีระเบียงขนาดประมาณ 1.4×0.9 เมตร วางเครื่องซักผ้าฝาบนหรือฝาหน้าก็ได้ครับ มีระยะสำหรับเปิดฝาได้สบาย ส่วน CDU เครื่องปรับอากาศภายในห้อง เราสามารถติดตั้งโดยแขวนไว้แบบห้องตัวอย่างได้ ใครจะติดแอร์ 2 เครื่อง สามารถห้อยต่อกันลงมาได้เลยนะครับ

Image 1/6
ภายในห้องน้ำ

ภายในห้องน้ำ

ภายในห้องน้ำโครงการให้สุขภัณฑ์แบรนด์ Englefield มาครบทั้งอ่างล้างหน้า โถสุขภัณฑ์และฝักบัวอาบน้ำ รองรับการติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่น สามารถติดม่านหรือฉากกั้นอาบน้ำเพิ่มเติมได้ครับ


ห้องตัวอย่างแบบ 1 Bedroom ขนาด 24 ตารางเมตร (เฟอร์นิเจอร์ IKEA) (แบบที่ 2)

Image 1/6
1 Bedroom ขนาด 24 ตารางเมตร

1 Bedroom ขนาด 24 ตารางเมตร


ห้องตัวอย่างแบบ 1 Bedroom ขนาด 24 ตารางเมตร (แบบที่ 3)

Image 1/7
ห้องตัวอย่างแบบ 1 Bedroom ขนาด 24 ตารางเมตร

ห้องตัวอย่างแบบ 1 Bedroom ขนาด 24 ตารางเมตร


ห้องตัวอย่างแบบ 1 Bedroom ขนาด 24 ตารางเมตร (แบบที่ 4)

Image 1/8
ห้องตัวอย่างแบบ 1 Bedroom ขนาด 24 ตารางเมตร

ห้องตัวอย่างแบบ 1 Bedroom ขนาด 24 ตารางเมตร


ห้องตัวอย่างแบบ Combine ขนาด 48.5 ตารางเมตร

ห้องตัวอย่างถัดมาจะเป็นห้องแบบ Combineโดยลักษณะภายในจะไม่ใช่แค่เป็นการนำห้อง 1 Bedroom มารวมกันเท่านั้น แต่ยังมีการกั้นฟังก์ชันใหม่ทั้งหมด และทำให้เกิดการใช้งานที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างมาก รวมถึงยังมีขนาดพื้นที่ใช้สอยที่กว้างขวางอีกด้วย

จุดเด่นของห้องนี้คือ เราจะได้ห้องนอนที่กั้นด้วยผนังทึบที่มี “ความเป็นส่วนตัวสูง” อีกทั้งยังมีห้องแต่งตัวและห้องน้ำให้ใช้งานแยกเป็น 2 ห้องอีกด้วย ห้องครัวอยู่ติดระเบียงสามารถทำอาหารได้จริงจัง ส่วนห้องด้านหน้าเราสามารถปรับเป็นห้องอะไรก็ได้ตามต้องการ เช่น ห้องทำงาน ห้องสตูดิโอ และห้องนอนเล็ก เป็นต้น รวมถึงหากใครที่เลี้ยงน้องหมาน้องแมวอยู่แล้ว ก็อาจทำเป็นห้องส่วนตัวของน้อง ๆ ไปเลยก็ได้ครับ

**หมายเหตุ : ห้อง 1 Bedroom สามารถ Combine ได้ทั้งโครงการตามที่ลูกค้าจะ Request เพียงแต่จะมีค่ามัดจำหรือสัญญาอื่น ๆ เพิ่มเติม

เมื่อเข้ามาภายในเราจะเจอกับ Common Area ขนาดใหญ่ ที่เชื่อมต่อตั้งแต่ประตูหน้าห้องไปจนถึงหน้าต่างด้านในสุด จึงทำให้มีแสงสว่างส่องผ่านเข้ามาได้ถึงหน้าห้องแบบนี้เลย โดยความสูงฝ้าจะอยู่ที่ 2.5 เมตร และปูพื้นด้วย SPC ลายไม้มาให้ตามมาตรฐาน

บริเวณด้านหน้าห้องจะเป็นพื้นที่วางโต๊ะทานอาหารได้ 4 ที่นั่ง

ใกล้ ๆ กันเป็นมุมวางชั้นเก็บรองเท้า หรือเราสามารถ Built-in ตู้เก็บของเก็บรองเท้าเพิ่มเติมก็ได้นะครับ

ด้านในจะเป็นพื้นที่ Living Area ซึ่งอยู่ติดกับหน้าต่างที่กว้างแต่จะไม่ได้มีความสูงมากนัก จึงได้ความเป็นส่วนตัวจากภายนอกเวลามองเข้ามาแทน แต่ก็ยังมีแสงสว่างส่องเข้ามาเพียงพอ และเปิดระบายอากาศได้อีกด้วย

ส่วนระยะดูทีวีจะกว้าง 2.5 m. สามารถใช้ทีวีขนาด 40 – 50 นิ้วได้พอดี โดยที่เราสามารถใช้โซฟาแบบ 3 ที่นั่งให้นอนดูสบายๆได้เลยนะ รวมถึงฝั่งทีวีก็ทำตู้และชั้นวางเพื่อเก็บของได้เต็มผนังเลยทีเดียว

ด้านซ้ายของห้องจะเป็นทางไปครัวและห้องน้ำ ซึ่งจะมีประตูกระจกบานเลื่อนกั้นไว้เป็นสัดส่วน และยังช่วยป้องกันกลิ่น/ควันไม่ให้เข้ามารบกวนในห้องได้อีกด้วยโดยประตูนี้จะเป็นแบบแขวนลอยด้านบนแบบห้อง 1 Bedroom เลยครับ จึงไม่มีขอบรางบนพื้นมาคอยเก็บฝุ่น หรือทำให้เราต้องเดินสะดุดบ่อยๆนั่นเอง

Image 1/3
ภายในห้องครัว

ภายในห้องครัว

ภายในห้องครัวกว้างประมาณ 1.4 x 2.55 เมตร วัสดุปูพื้นเป็นกระเบื้องแกรนิตโต้ จึงทำให้เช็ดทำความสะอาดได้ง่ายครับ มีท่องานระบบและ Junction ต่างๆเตรียมไว้ให้เรามา Built-in เพิ่มเติมได้เอง หรือสามารถหาเคาน์เตอร์ครัวและตู้ลอยขนาดประมาณ 1.2 – 1.5 มาติดตั้งได้แบบกำลังดี

Image 1/2
ระเบียง

ระเบียง

จุดเด่นของครัวห้องนี้คือ เค้าจะอยู่ติดกับระเบียงที่เราสามารถเปิดประตูเพื่อระบายอากาศได้เต็มที่ ทำให้เป็นครัวปิดติดระเบียงที่เหมาะกับการทำอาหารได้จริงจังครับ ระเบียงภายนอกจะมีขนาด 1.4 x 0.9 m. พอจะวางเครื่องซักผ้าและราวตากผ้าขนาดเล็ก ๆ ได้พอดี

Image 1/6
ห้องน้ำ

ห้องน้ำ

อีกด้านหนึ่งของครัวจะเป็นห้องน้ำครับ ซึ่งไว้ใช้งานสำหรับแขกและทุกคนในห้อง รวมถึงห้องอเนกประสงค์ซึ่งเราอาจจะปรับเป็นห้องนอนเล็กด้วยครับ ภายในห้องน้ำมีฟังก์ชันให้ใช้งานครบ ซึ่งเราจะได้สุขภัณฑ์จาก Englefield เหมือนห้องตัวอย่างนี้ทั้งหมดเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นอ่างล้างหน้า โถสุขภัณฑ์ และกระจกเงา โดยพื้นที่อาบน้ำกว้างประมาณ 0.96 x 0.9 เมตร สามารถยืนอาบน้ำได้แบบพอดี ๆโดยเราอาจกั้นกระจกหรือม่านพลาสติกเพิ่มเติมเองได้นะครับ เวลาอาบน้ำจะได้ไม่กระเด็นเปียกทั้งห้อง ส่วนภายในก็จะมี Hand Shower และ Junction ติดเครื่องทำน้ำอุ่นมาให้พร้อมใช้งาน

อีกด้านของห้องจะเป็นห้องนอนหลักและห้องอเนกประสงค์ ที่กั้นด้วยผนังทึบมีความเป็นส่วนตัวสูง

Image 1/4
ห้องอเนกประสงค์

ห้องอเนกประสงค์

เริ่มจากห้องอเนกประสงค์ที่อยู่ด้านหน้ากันก่อน ภายในกว้าง 2.7 x 2.35 m. ซึ่งตามกฎหมายแล้วอาจยังมีขนาดพื้นที่ใหญ่ไม่เพียงพอ และไม่ได้มีช่องแสงเลย เราจึงไม่ได้เรียกว่าเป็นห้องนอนนะครับ

แต่ด้วยขนาดพื้นที่ก็สามารถทำเป็นห้องนอนเล็กได้นะ เพราะวางเตียง 3.5 ฟุตกับตู้เสื้อผ้าเล็กๆได้พอดี หรือใครจะทำเป็นห้องอื่น ๆ ก็ได้ เช่น ห้องทำงาน ห้องดูหนังเล่นเกมส์ และห้องออกกำลังกาย รวมถึงหากใครอยู่อาคารที่เลี้ยงสัตว์ได้แล้วเลี้ยงน้องหมาน้องแมว สามารถทำเป็นห้องส่วนตัวของน้อง ๆ ได้อีกด้วย

Image 1/3
ห้องนอน

ห้องนอน

ถัดมาจะเป็นห้องนอนหลักที่อยู่ติดกับช่องแสงขนาดใหญ่ ภายในกว้าง 2.7 x 3.45 m. สามารถวางเตียงนอน 5 ฟุตได้สบาย ๆ อีกทั้งยังติดทีวีแขวนผนังเพิ่มเติมเพื่อนอนดูบนเตียงได้อีกด้วย รอบเตียงมีพื้นที่เหลือ 30 – 40 cm. ให้ขึ้น-ลงเตียง หรือเปลี่ยนผ้าปูเตียงได้พอดีๆ

อีกด้านหนึ่งจะเป็นประตูที่เชื่อมต่อไปยัง Walk-in Closet โดยจะเป็นประตูกระจกบานเลื่อนแบบแขวนลอยเหมือนฝั่งห้องครัวก่อนหน้านี้เลยครับ

ภายในมีขนาด 1.4. x 2.45 m. ซึ่งเราสามารถ Built-in ตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้งได้ตามต้องการ โดยฟังก์ชันนี้จะอยู่ติดกับห้องน้ำจึงทำให้ใช้งานต่อเนื่องกันได้ง่าย แถมยังได้แสงสว่างจากภายนอกทำให้เหมาะแก่การแต่งตัว/แต่งหน้ามาก ๆ เลยครับ

ระเบียงภายนอกมีขนาด 1.4 x 0.9 m. สามารถออกมาใช้งานได้แบบพอดี ๆ โดยด้านบนอาจต้องมี CDU แขวนอยู่สัก 2 เครื่อง สำหรับของห้องนอนและห้องอเนกประสงค์ ส่วนของห้องนั่นเล่นก็จะแบ่งไปทางฝั่งครัวที่อยู่ใกล้กว่าครับ

อีกด้านหนึ่งของ Walk-in Closet จะเป็นห้องน้ำให้ใช้งานแบบส่วนตัว

ซึ่งภายในมีขนาดและฟังก์ชันที่เหมือนกับห้องน้ำทางฝั่งครัวก่อนหน้านี้ทุกอย่างเลยครับ

**รายละเอียดของวัสดุต่าง ๆ เช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะครับ

แบบแปลน

  • 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 24.00 ตร.ม.

เป็นห้องมาตรฐานแบบเริ่มต้นของโครงการ อย่างที่บอกไปแล้วว่าจะได้เป็นห้องเปล่านะครับ ซึ่งเราสามารถออกแบบฟังก์ชันได้เองตามต้องการ โดยเฉพาะพื้นที่ Common Area ที่อยู่ตรงกลาง เราจะปล่อยให้เชื่อมต่อกันกลายเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ เพื่อเน้นความโปร่งโล่งคล้ายห้อง Studio แบบเดิมก็ได้ หรือจะกั้นบานเลื่อนเพื่อความเป็นสัดส่วนมากขึ้นก็ดี นอกจากนี้ยังได้ครัวปิดติดระเบียงที่เหมาะจะทำอาหารได้จริงจังอีกด้วย

  • ห้องแบบ Combine พื้นที่ใช้สอย 48.50 ตร.ม.

ภายในจะไม่ใช่แค่เป็นการนำห้อง 1 Bedroom มารวมกันเท่านั้น แต่ยังมีการกั้นฟังก์ชันใหม่ทั้งหมด และทำให้เกิดการใช้งานที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างมาก รวมถึงยังมีขนาดพื้นที่ใช้สอยที่กว้างขวางอีกด้วย จุดเด่นของห้องนี้คือ เราจะได้ห้องนอนที่กั้นด้วยผนังทึบที่มี “ความเป็นส่วนตัวสูง” อีกทั้งยังมีห้องแต่งตัวและห้องน้ำให้ใช้งานแยกเป็น 2 ห้องอีกด้วย ห้องครัวอยู่ติดระเบียงสามารถทำอาหารได้จริงจัง ส่วนห้องอเนกประสงค์ด้านหน้าเราสามารถปรับเป็นห้องอะไรก็ได้ตามต้องการ เช่น ห้องทำงาน ห้องสตูดิโอ และห้องนอนเล็ก เป็นต้น รวมถึงหากใครที่เลี้ยงน้องหมาน้องแมวอยู่แล้ว ก็อาจทำเป็นห้องส่วนตัวของน้อง ๆ ไปเลยก็ได้ครับ

ราคา

The Origin Bangkae (ดิ ออริจิ้น บางแค) ราคาเท่าไหร่ (ณ วันที่ 23 ธันวาคม 2568)

ราคาผ่อนต่อเดือนยกตัวอย่างจาก ดอกเบี้ย 4% ระยะเวลาผ่อน 30 ปี*
สามารถคลิกดูอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันได้ที่ >> อัปเดต! ดอกเบี้ยบ้าน 2568 ทุกธนาคาร

  • 1 Bedroom ขนาด 24 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 1.49 ล้านบาท
    – ราคาผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 7,100 บาท
    – ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 960 บาทต่อเดือน
    – ค่ากองทุนเริ่มต้น 10,800 บาท
  • ห้องแบบ Combine ขนาด 48.50 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 2.98 ล้านบาท
    – ราคาผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 14,200 บาท
    – ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 1,920 บาทต่อเดือน
    – ค่ากองทุนเริ่มต้น 21,600 บาท
  • รูปแบบการขาย Standard Room  พร้อมสุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำ (โปรโมชั่น จองภายในเดือน มกราคม นี้)
  • ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน 2.5 เมตร (อ้างอิงจากพื้นที่ส่วนนั่งเล่นและห้องนอน)
  • มีรถ Shuttle Service ไป-กลับ MRT บางแค
  • ค่ากองทุน 450 บาท/ตร.ม.
  • ค่าส่วนกลาง 40 – 45 บาท/ตร.ม./เดือน (อาคารที่เลี้ยงสัตว์ได้ 45 บาท / อาคารที่ไม่ได้เลี้ยงสัตว์ 40 บาท)
  • ฟรีเครื่องใช้ไฟฟ้า 1 รายการ เมื่อจองภายใน 31 มกราคม นี้

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่าง ๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ครับ

Tips : แนะนำการขอสินเชื่อกับธนาคาร 

เกณฑ์การพิจารณาการขอสินเชื่อจากธนาคาร ควรมีเงื่อนไขตรงกับข้อไปนี้ครับ

  • มีรายรับชัดเจน สม่ำเสมอ(ไม่ผันผวน) ต่อเนื่องนานกว่า 6 เดือน และสามารถตรวจสอบได้
  • ควรมีภาระหนี้รวมทั้งหมด (ทั้งบ้าน รถยนต์ บัตรเครดิต และอื่นๆ) ไม่เกิน 40% ของรายได้ต่อเดือน
  • มีรายได้ต่อเดือนมากกว่าค่าผ่อนชำระสินเชื่อบ้าน 3 เท่าขึ้นไป

หากต้องการผ่อนบ้านให้หมดไว แนะนำให้โปะเพิ่มประมาณ 10% ของงวดผ่อน จะช่วยลดระยะเวลาผ่อนลงได้ 4 – 7 ปี (ขึ้นอยู่กับอัตราดอกเบี้ย) และควร Refinance หรือ Retention เพื่อให้ดอกเบี้ยลดลงทุกๆ 3 ปี ทั้งนี้อย่าลืมเผื่อค่าใช้จ่ายในการซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าและตกแต่ง*ก่อนเข้าอยู่เพิ่มเติมด้วยนะครับ

บทสรุป

ทำเล : ตั้งอยู่ติดถนนบางแคช่วงกลางซอย สามารถเชื่อมต่อถนนหลักอื่นๆได้หลายทาง ความน่าสนใจคือ “ราคา” ที่จับต้องได้ง่ายกว่าคอนโดแถวปากซอยหรือติดถนนใหญ่ ที่มักจะเริ่มล้านปลาย ๆ หรือสองล้านต้น ๆ ไปแล้ว แต่สำหรับโครงการ The Origin Bangkae (ดิ ออริจิ้น บางแค) จะเริ่มเพียง 1.49 ล้านเท่านั้น โดยความอุดมสมบูรณ์หลัก ๆ ก็จะอยู่ตรงปากซอยฝั่งเพชรเกษม มีทั้งตลาด ห้างสรรพสินค้า และยังมีรถไฟฟ้า MRT เป็นตัวเลือกในการเดินทางเข้าเมืองได้สะดวกด้วยครับ

การเดินทางโดยใช้รถ : ถนนบางแคสามารถเชื่อมต่อถนนหลักใหญ่ ๆ ได้ 4 เส้นทาง ได้แก่ ถนนเพชรเกษม ถนนกาญจนาภิเษก ถนนกัลปพฤกษ์ และถนนราชพฤกษ์ จึงมีตัวเลือกในการเดินทางและใช้ชีวิตค่อนข้างหลากหลาย ถ้าจะเดินทางไกลก็จะใช้ถนนกาญจนาภิเษกเป็นหลักขึ้นเหนือไปทางบางปะอินหรือล่องใต้เชื่อมต่อถนนพระรามที่ 2 หรือวิ่งตรงต่อไปเชื่อมถนนบางนา-ตราดไปภาคตะวันออกได้สะดวกเช่นกัน

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ : ทำเลนี้มีรถไฟฟ้า MRT สถานีบางแค เป็นตัวเลือกในการเดินทางเข้าเมืองได้สะดวก โดยจะอยู่ตรงปากซอยห่างจากโครงการประมาณ 1 กิโลเมตร ซึ่งทางโครงการก็จะมีบริการ Shuttle Service คอยรับ-ส่งให้ด้วย หรือหากใครจะใช้บริการรถสาธารณะอื่นๆ เช่น วินมอเตอร์ไซค์ แท็กซี่ และรถสองแถว บริเวณหน้าโครงการก็สามารถเรียกได้ค่อนข้างสะดวกครับ เพราะถนนบางแคเป็นถนนเส้นหลักที่มีรถผ่านไป-มาคึกคักอยู่แล้ว

วัสดุ : โครงการนี้ขายเป็นห้องเปล่า Standard Room ซึ่งเราจะได้เพียงสุขภัณฑ์ในห้องน้ำเท่านั้น และเกรดวัสดุที่ได้ก็เป็นไปตามมาตรฐานระดับราคา ส่วนที่เหลือจะต้องเผื่อเงินเพื่อซื้อเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งห้องเองนะครับ (คาดการคร่าวๆประมาณ 50,000 – 100,000 บาท แล้วแต่เกรดวัสดุที่เลือกใช้)

การออกแบบโครงการ : เป็นโครงการขนาดใหญ่ที่มีจำนวนยูนิตค่อนข้างเยอะ แต่ก็ทำให้มีพื้นที่ส่วนกลางมาครบด้วยเช่นกันครับ โดยจะมีอาคาร Pet Friendly ที่สามารถเลี้ยงสัตว์ได้ แบ่งโซนแยกจากพื้นที่อื่น ๆ อย่างเป็นสัดส่วนไม่รบกวนกัน (ที่อาคาร C และ F) มีการแบ่งชั้น 4 เป็นชั้นหลักสำหรับการ Combine ทำให้จำนวนยูนิตต่อชั้นน้อยลง ได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น

การออกแบบห้องพักอาศัย : มีห้อง 2 แบบให้เลือกคือ 1 Bedroom ที่มีห้องครัวติดระเบียงสามารถกั้นเพิ่มเป็นครัวปิดได้ ทำอาหารได้จริงจัง เหมาะสำหรับอยู่ 1 – 2 คน และห้อง Combine กั้นห้องนอนใหม่ด้วยผนังทึบ มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น มี Walk-in Closet หน้าห้องน้ำ

สาธารณูปโภค : ถือว่าเป็นโครงการที่ให้ส่วนกลางมาให้ค่อนข้างเยอะสุดในย่านนี้ ตามจำนวนยูนิตที่ค่อนข้างเยอะ ซึ่งจะมีฟังก์ชันหลัก ๆให้ใช้งานครบเลย ไม่ว่าจะเป็นสวน สระว่ายน้ำ ห้องออกกำลังกาย และร้านค้าต่าง ๆ รวมถึงยังเน้นพื้นที่นั่งทำงานอย่าง Co-Working Space และ Online Studio เหมาะกับยุคสมัยปัจจุบัน

แต่จุดที่แตกต่างจากเพื่อนบ้านจริง ๆ คือ มีโซนฟังก์ชันให้น้อง ๆ สัตว์เลี้ยงสามารถใช้งานได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็น Pet Room และสวนบนชั้นดาดฟ้า โดยค่าส่วนกลางของอาคารที่เลี้ยงสัตว์ได้จะสูงกว่า 5 บาท เพราะจะต้องมีการทำความสะอาดที่มากกว่าครับ

Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับช่วงราคาเฉลี่ยแบบทั้งโครงการ AVG 62,000 บาท/ตร.ม., 23 ธันวาคม 2568

หมวดหมู่ คะแนน
หมายเหตุ
 ทำเล 7.75/10 ติดถนนใหญ่เลียบคลอง 2
 เดินทางด้วยรถ 7.75/10 รั้วกั้นไม้กระดก รปภ.หน้าหมู่บ้าน
 ไม่ใช้รถ 7.5/10 แบบสวย คอนเซปท์แรง พื้นที่เหมาะสม
วัสดุ 7.25/10 มาตรฐานของระดับนี้
 แบบ 7.75/10 โครงการใหญ่ มีพื้นที่สีเขียวมาก ออกแบบ Landscape ได้ดี
สาธารณูปโภค 8/10  ทะเลสาบใหญ่ สวนสองแห่ง สโมสร  หอชมวิว สระว่ายน้ำ
รวมคะแนน 7.69 จาก 10 คะแนน

  • ECONOMY CLASS
  • 7.69 / 10.00

The Origin Bangkae (ดิ ออริจิ้น บางแค) ดีไหม?

โครงการ The Origin Bangkae (ดิ ออริจิ้น บางแค) เหมาะกับคนที่มองหาคอนโดราคาจับต้องได้ง่าย เริ่มเพียงล้านกลาง ๆในย่านบางแค มีรถไฟฟ้า MRT เป็นตัวเลือกในการเดินทางเข้าเมืองสะดวก มีห้องที่สามารถเลี้ยงสัตว์ได้ มีพื้นที่ส่วนกลางมาให้ครบ โดยห้องพักจะเป็นห้องเปล่าที่เราจะต้องเผื่องบในการแต่งห้องเพิ่มเติมเอง รวมถึงยังมีแบบห้อง Combine ที่ได้ห้องอเนกประสงค์ และห้องน้ำ 2 ห้องให้เลือกด้วยครับ มีงบประมาณระดับ 1.49 – 2.89 ล้าน หรือมีกำลังผ่อนประมาณ 10,500 – 20,300 บาท/เดือน

ตัวอย่างโครงการคอนโดในโซนบางแค

Think of Living รวบรวมมาให้แล้ว!

โครงการเปิดใหม่ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮมและคอนโดมิเนียม ในทำเลทั่วกรุงเทพและปริมณฑล ในทุกๆเดือนย้อนหลัง ใครที่กำลังมองหาบ้านห้ามพลาด อาจจะมีโครงการในราคาและทำเลที่เพื่อนๆ ตามหาอยู่ก็เป็นได้นะ

เข้ามาชมบทความรายเดือนได้เลย คลิกที่นี่