
รีวิวโครงการ
Kensington คอนโดพร้อมอยู่ใกล้รถไฟฟ้าแบริ่ง ซอยแบริ่ง 12 จาก Origin [รีวิวฉบับที่ 379]
4 กรกฎาคม 2013
รีวิวเจาะลึกชุดที่ 5 … ผมขอนำเสนอคอนโดน้องใหม่ จริงๆก็ไม่ใหม่เท่าไหร่นะครับ เนื่องจากผู้ประกอบการรายนี้ “ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้” ได้ทำคอนโดแท่งนี้เป็นแท่งที่ 2 แล้ว แท่งแรกชื่อว่า Sense of London ที่อยู่ซอยสุขุมวิท 109 แยก 4 ขายดีจนหมดไปแล้ว และนี่เป็นคอนโดแท่งที่ 2 ชื่อว่า KensingtoN สุขุมวิท 107 (ซอย แบริ่ง) เปิดตัวเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ปรากฏว่าขายได้ไปถึง 60% แล้ว ในช่วง Q3/2011 กับตลาดที่ไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่นักกับแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ต้องถือว่าแรงทีเดียว ส่วนตัวผมมีความเชื่อว่าผลที่ได้ส่วนหนึ่งนั้นมาจากการที่รถไฟฟ้าส่วนต่อขยายจนถึงสถานีแบริ่งเปิดทำการ ทำให้เกิดแรงกระตุ้นฝ่าย Demand ผู้ซื้อ โยกความสนใจจากโซนสุขุมวิทต้นๆที่ราคาแพงมาก มาเป็นโซนบางนา-แบริ่ง ที่ราคาคอนโดยังไม่ขยับไปไกลนัก … ก่อนที่จะยาวไปกว่านี้ ผมว่าเรามาเข้าข้อเท็จจริงกันเลยดีกว่า กับการรีวิวเจาะลึกชุดที่ 5 ครับ
Fact @ 27 Aug 2011
- KensingtoN Condominium
- Origin Property Co., Ltd.
- คอนโด 24 – 61 ตารางเมตร
- Studio / 1 Bed / 2 Bed
- ราคา 1.18-3.16 ล้าน
- ราคาต่อตารางเมตร 51,500 – 61,000 บาท
- ซอยแบริ่ง 12
- www.kensington-condo.com
- เพิ่มเติมข้อมูลทำเลรอบๆ BTS บางนา-แบริ่งได้ที่: มองหาทำเลน่าอยู่ใกล้รถไฟฟ้า: BTS บางนา (E13) – แบริ่ง (E14)
เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง
ซอยแบริ่ง เป็นซอยที่เชื่อมระหว่างถนนสายหลักที่เป็นหัวใจของกรุงเทพมหานครและจังหวัดใกล้เคียง 2 เส้น คือถนนสุขุมวิทและถนนศรีนครินทร์ (และมีทางลัดที่สามารถออก ซ. ลาซาล นำไปสู่ถนนใหญ่ บางนา-ตราดได้) ในซอยเป็นชุมชนเก่าแก่ที่อยู่กันมานาน มีถนน 4 เลน ไม่มีเกาะกลาง รถสามารถสวนไป-กลับได้ฝั่งละ 2 เลน สภาพซอยเป็นซอยที่มีรถยนต์สัญจรผ่านตลอด ฝั่งที่ติดกับถนนสุขุมวิทเจริญกันเกือบหมดแล้ว สองข้างทางมีร้านค้าสลับกับห้องแถวที่เป็นที่อยู่อาศัย มีร้านพวกเซียงกง อู่รถทำธุรกิจอยู่เป็นระยะๆ การจราจรจะคับคั่งในช่วงที่ใกล้ๆออกถนนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นด้านสุขุมวิทหรือศรีนครินทร์ โดยรวมถือว่าเป็นซอยที่โอเคครับ
ปากซอยแบริ่งหรือซอยสุขุมวิท 107 สังเกตไม่ยากเพราะมีร้าน 7-11 อยู่ตรงหัวมุม และเป็นแยกที่ค่อนข้างใหญ่ ฝั่งตรงข้ามซอยสุขุมวิท 107 จะมี Show Room รถยนต์หลายยี่ห้อ เรียงรายกันตั้งแต่ตีนสถานีรถไฟฟ้ามาเลย
และนี่ก็เป็นอีกย่านหนึ่งของผู้มีอันจะกินและชาวต่างชาติ ที่ส่งบุตรหลานเข้ามาเรียนที่โรงเรียนเซนต์ แอนดรูว์ส รร. นานาชาติชื่อดังที่ตั้งอยู่ฝั่งซ้ายของซอยแบริ่ง ทันทีที่เดินเข้าไปจากปากซอยก็จะเห็นโรงเรียนแห่งนี้ได้ชัดเจน ข้อดีก็คือทำเลแถบนี้จะเหมาะมากสำหรับผู้ปกครองที่บุตรหลานเรียนอยู่ที่นี่
เดินเข้าไปซักนิดนึงจากปากซอยก็จะเห็นป้ายเคนซิงตัน ที่โฆษณาว่าเป็นคอนโดใกล้ BTS แบริ่งที่สุด (26 ส.ค. 2554) ส่วนราคา 1.5 หรือ 1.2 หรือส่วนลดบ้าบออะไรนั้นอย่าไปสนใจมากนัก การตลาดมักจะหลอกต้มผู้บริโภคด้วยราคาต่ำกว่าของจริงเป็นส่วนใหญ่ เอาเป็นว่าเดินไปดูใบราคากันที่สำนักงานขายก่อนดีกว่า เรื่องโปรโมชั่นค่อยว่ากัน พอเห็นป้ายแบบนี้ก็แสดงว่าเดินมาถูกทางแล้ว
สำนักงานขายแห่งนี้เป็นสำนักงานขายเก่าตั้งแต่ Sense of London คอนโดแท่งแรกของออริจิ้นบริษัทอสังหาริมทรัพย์น้องใหม่ในวงการ (ดูก็รู้ว่าไม่ได้เปลี่ยนป้าย เห็นไหมสีฟ้าๆข้างบน กับตัวอักษรแดงๆข้างๆ ที่มาจากตัวสะกด London ในขณะที่ KensingtoN เป็นป้ายเล็กๆติดอยู่ข้างๆ) ก็เข้าใจว่าอาจมี Sense of London ออกมาปล่อยยูนิตสองยูนิต ก็เข้าใจนะครับว่าอยากประหยัด แต่ไหนๆเปิดโครงการ 2 ที่ราคาแพงกว่าแล้วก็ช่วยทำป้าย KensingtoN ให้มันเด่น สมฐานะ สมน้ำสมเนื้อหน่อยนะครับ (แนะนำครับไม่ได้ต่อว่า มีจิกกัดเล็กน้อยอย่าว่ากัน)
เคนซิงตันคอนโดมิเนียม อยู่ค่อนมาทางฝั่งสุขุมวิท หากจะวัดระยะทางจากสถานีรถไฟฟ้าก็อยู่ประมาณ 700-800 เมตร ขณะที่ไปผมใช้เวลาเดินประมาณ 5 นาทีจากสถานีรถไฟฟ้า ก็จะถึงสำนักงานขายที่ตั้งอยู่ตรงข้ามซอยแบริ่ง 6 แต่ตัวคอนโดนั้นต้องเดินไปอีกประมาณ 3-5 นาที เพราะอยู่ซอยแบริ่ง 12
เจาะลึกตัวสินค้า
KensingtoN Condominium ตั้งอยู่บนที่ดินเกือบๆ 1 ไร่ (0-3-81 ไร่ – สำหรับผู้ที่อ่านไม่เป็น มันอ่านว่า 3 งาน 81 ตารางวาครับ) มีห้องทั้งหมด 161 ยูนิต 80% เป็นห้องนอนเดี่ยวหรือสตูดิโอ อีก 20% ที่เหลือเป็นห้องใหญ่ 2 ห้องนอน
สิ่งอำนวยความสะดวก
- Lobby พร้อมชุดรับแขก
- สวนสาธารณะ ดาดฟ้า 200 กว่าตารางเมตร
- สระว่ายน้ำ 4.5×15 ม. แยกสระเด็ก-ผู้ใหญ่
- ห้องออกกำลังกาย
- ห้องซาวน่า
- ที่จอดรถ 60 คัน จอดชั้น 1 รวมการจอดซ้อนคัน
เคนซิงตันเป็นคอนโดสไตล์ยุโรป ที่เคลมว่าเป็นสถาปัตยกรรม Modern Vintage หน้ากากหรือฟาซาดของตัวอาคารออกแบบมาโดยใชเส้นสายศิลปะทรงโค้งและเส้นตั้งที่ผสมผสานระหว่างความคลาสสิกและความโมเดิร์นเข้าด้วยกัน บริเวณซุ้มประตูทางเข้าตึกประกอบด้วยลวดลายจากศิลปะประเภท Art Deco ที่ช่วยเพิ่มความหรูหราให้กับตัวอาคาร เมื่อมองจากพื้นถนน แต่ด้วยความที่ต้องการพื้นที่ใช้สอยที่มากที่สุด คอนโดมิเนียมที่เป็น Low Rise 8 ชั้นในที่ดินไร่เศษๆนั้น คงจะออกแบบให้หรูหรามากมายไปกว่านี้ไม่ได้ แตกต่างจากตึก High Rish 40 ชั้นทั้งหลาย ตัวตึกของคอนโดเตี้ยส่วนใหญ่ก็จะตันๆ มีหน้าต่างเยอะเพราะต้องซอยเป็นยูนิตย่อยๆมาก ไม่มีการเล่นระดับใดๆ ภาพเพอร์สเปคทีฟก็เลยออกมาอย่างที่เห็น จะเป็นแท่งๆตันๆที่ผสมด้วยความอ่อนช้อยของหน้ากาก
ผมก็ได้ไปทำการบ้านปรึกษาอากู๋ (Google) กับพี่วิ (Wikipedia) มาเล็กน้อย พบว่า Kensington เป็นส่วนเมืองทางตะวันตกของ London ที่มีถนนหลักชื่อว่า High Street Kensington เป็นถนนช๊อปปิ้งสายหลักครับ
Counter สำนักงานขายก็ดูดีมีชาติตระกูล ตกแต่งด้วยวัสดุที่บ่งบอกถึงรสนิยมคลาสสิกสไตล์ผู้ดีอังกฤษ
การรับรองลูกค้าเป็นไปตามมาตรฐานของโครงการระดับกลาง-บน ที่เวลานั่งปุ๊ปก็จะมีน้ำขวดมาเสริฟ เก้าอี้และการออกแบบสำนักงานขายที่นี่ก็ดูแล้วโดยรวมโอเค ไม่ได้บ่งบอกถึงความหรูหราไฮโซมากเหมือนคอนโดแพงๆอย่างพวก The Address หรือ Ivy แต่ก็จัดว่าสมฐานะหรืออาจจะดีกว่าปกติด้วยซ้ำ สำหรับคอนโดที่มีสนนราคาห้องละล้านต้นๆ การนำเสนองานทำด้วยแฟ้มและรูปภาพ ธรรมดาทั่วๆไป แต่มีการจัดเรียงที่เป็นระเบียบและไม่สับสน ซึ่งโดยส่วนตัว การขายคอนโดแท่งนึงก็ไม่ได้ใช้ข้อมูลอะไรมากมายนัก ผมเห็นว่าดีกว่าการนำเสนอด้วย iPad หรือจอแบบ Touch Screen ที่ลูกค้าดูไม่ค่อยถนัด หรือบางครั้งกดไม่ค่อยเป็น
ก็ไม่ได้ปิดบังอะไร ที่นี่แปะผังห้อง ผังชั้น ผังโครงการไว้ข้างฝา จะดูก็สามารถดูได้ครับ
Floor Plan ชั้น 6 นะครับ Let’s say ว่าชั้น 2-5 นั้นเต็มไปส่วนใหญ่แล้ว ที่เหลือๆก็คือชั้น 6, 7 กำลังเปิดขายอยุ่ สีส้มนี่เป็นจองแล้ว ส่วนสีเขียวคือทำสัญญาแล้ว เราจะมาดูกันเป็นโซนๆ เจาะลึกๆลงไปในรายละเอียดเลยครับ
ช่องสีดำๆตรงกลางนั่นคือลิฟท์ มี 2 ตัวเป็นมาตรฐานของโครงการคอนโด Low Rise (ถ้าจะให้ดีมากต้องมี 3 ตัว แต่ไม่ค่อยมีใครทำกันเพราะมันแพงและเสียพื้นที่ขาย) ซึ่งถ้าถามว่าลิฟท์ 2 ตัวพอเพียงมั้ย ก็ต้องตอบว่าพอตามกฎหมายกำหนดครับ ช่วงเวลาเร่งด่วนมากๆ หากอยู่กันเต็มทุกยูนิต ก็อาจต้องรอนิดนึง แต่ไม่ได้หมายความว่านานหรือแย่นะครับ เว้นเสียแต่กรณีเดียวคือ ลิฟท์เสียหรือกำลังซ่อมแซม ซึ่งเป็นจุดอ่อนของคอนโดที่มีลิฟท์ 2 ตัวครับ เพราะ Load จะถูก Share 50% ระหว่างลิฟท์ทั้ง 2 แต่ถ้ามีตัวใดตัวหนึ่งหยุดทำงานไป อีกตัวต้องทำงานแทนทั้งหมด แต่ถ้ามองในอีกแง่หนึ่ง ตึก Low Rise สูงไม่เกิน 8 ชั้น ถ้ารีบจริงๆ ก็ลงบันไดได้ครับ ยกเว้นว่าจะเป็นผู้สูงอายุหรือผู้ที่กำลังอุ้มครรภ์ครับ
แบบห้องมีทั้งหมด 4 แบบนะครับ เป็น A, B, 2B และ C รายละเอียดตามนี้ครับ
- Type A: ห้อง Studio ขนาดพื้นที่ 24-29 ตร.ม.
บานเลื่อนกั้นระหว่างห้องรับแขกและห้องนอน ตั้งอยู่โซนตะวันออกทั้งหมด คือ ห้องหมายเลข x21-x24 - Type B – Plus: ห้อง One Bedroom Plus ขนาดพื้นที่ 30.00 – 39.50 ตร.ม ห้องนอนแยกส่วนพร้อมห้องนั่งเล่น ห้องครัว และห้องเอนกประสงค์ เป็นห้องที่ลงท้ายด้วย 10 และ 20
- Type 2B: ห้อง Two Bedrooms ขนาดพื้นที่ 44.50 – 62.00 ตร.ม.
ห้องสำหรับครอบครัวประกอบด้วย 2 ห้องนอน ห้องนั่งเล่น และห้องครัว เป็นห้องที่ลงท้ายด้วย 15 และ 16 - Type C: ห้อง One Bedroom ขนาดพื้นที่ 30-35 ตร.ม
ห้องนอนแยกส่วน พร้อมห้องนั่งเล่น ห้องครัว เป็นห้องส่วนใหญ่ของคอนโดนี้ ที่เหลือทั้งหมดครับ
Product Walkthrough
ที่สำนักงานขายมีแบบห้อง Type A (Studio) และ Type C (One Bedroom) จัดแสดงเอาไว้ ผมจะพาไปชม Type C ซึ่งเป็นแบบที่มีเยอะที่สุดของคอนโดแท่งนี้ครับ
แปลนก็เบสิกนะครับ ยูนิต 1 ห้องนอนขนาด 30-35 ตารางเมตรมันทำอะไรไม่ได้มากอยู่แล้ว แต่แปลนห้อง Type C นี้ลงตัวในเรื่องของฟังก์ชั่นการใช้งาน ส่วนที่ชอบคือการที่เอาครัวแยกออกไปเป็นสัดส่วน ทำให้ไม่รบกวนการใช้งานห้องนั่งเล่น แต่ส่วนที่ไม่ชอบก็คือการที่มีโต๊ะเกะกะขวางทางเดินเข้าครัว ซึ่งตรงนี้น่าจะทำเป็นตู้หนังสือน่าจะดีกว่า เว้นแต่ว่าจะไม่ได้ใช้ครัวบ่อยๆ
ห้องรับแขกตลอดจนห้องนอนปูพื้นด้วยกระเบื้องแกรนิโต้ขนาด 60×60 ซม. บางคนที่ชอบพื้นไม้(หรือลามิเนต)อาจจะไม่ชอบพื้นกระเบื้องแบบนี้ เพราะมันมีข้อเสียเหมือนกันเรื่องความลื่น ในขณะที่บางคนชอบพื้นกระเบื้องเพราะดูแล้วแกรนด์กว่า โอ่อ่ากว่าพื้นไม้ ก็ต่างจิตต่างใจหลายความคิดเห็น ส่วนตัวผมชอบห้องรับแขกพื้นกระเบื้องห้องนอนพื้นไม้ครับ ขนาดของห้องรับแขกก็สามารถใช้ได้ ดูหยาบๆน่าจะวางโซฟาขนาด 2 เมตรพอได้ มีพื้นที่เหลือวางโต๊ะกลางและตู้วางทีวี ถ้าจำไม่ผิดทีวีจำลองดำๆเครื่องนั้นน่าจะ 32″ ดูก็เห็นว่ามีพื้นที่พอที่จะเอาทีวี 55″ แปะข้างฝาได้สบายๆ แต่ของจริงไปวัดกันหน้างานดีกว่า เนื่องจากห้องตัวอย่างไม่ใช่ห้องจริง ขนาดมันเป็น 30-35 ตารางเมตร ไม่ได้กำหนดเป๊ะๆตายตัว
ภาพนี้บอกถึงทางเชื่อมไปห้องนอน ห้องครัว โดยที่ซอกทางขวาวาโต๊ะทำงานไว้ 1 ตัว ฟังก์ชั่นส่วนนี้ผมว่าไม่ควรจะวางโต๊ะทำงาน น่าจะวางตู้หนังสือ ฯลฯ มากกว่า จะได้ไม่ต้องนั่งขวางทางเดินไปห้องครัว ไม่ใช่ว่าห้องออกแบบมาไม่ดี แต่ผมว่าวางอย่างอื่นจะลงตัวมากกว่าครับ
เตียงนอนสามารถวางเตียง Double Bed ขนาด 5 ฟุตได้ มีช่องเปิดรับแสงธรรมชาติ ความสูงจากพื้นถึงเพดานเฉลี่ยที่ 2.5 เมตร +- 0.05 เมตร เป็นมาตรฐานทั่วไปของคอนโดมิเนียม Low Rise เนื่องจากคอนโดพวกนี้ต้องคำนึงถึงความสูงที่กฎหมายกำหนด ไม่ให้อาคารสูงเกิน 23 เมตร การซอยย่อยออกมาเป็น 8 ชั้นจึงต้องกำหนดความสูงแต่ละชั้นอย่างพอเหมาะพอดี 2.5 เมตรจึงเป็นตัวเลขที่นิยมใช้กันครับ ตรงนี้จะแตกต่างจากบ้านเดี่ยวที่สามารถทำฝ้าเพดานสูงได้ถึง 2.8 หรือ 3 เมตร ด้วยเหตุนี้
เป็นตู้เสื้อผ้าที่อยู่ในห้องนอน สำหรับคุณผู้หญิงบางคนคงจะใส่เสื้อผ้าไม่พอแน่ๆ ในใบราคาที่ผมได้มาตู้นี้เป็นโปรโมชั่นแถมให้ด้วยครับ
เรื่องโต๊ะทำงานความเห็นก็อย่างที่กล่าวไปครับ พูดแล้วไม่พูดซ้ำ
กระจกที่ออกไประเบียงเป็นกระจกเขียวตัดแสง วงกบทำด้วยอลูมิเนียมอบสีขาวซึ่งเป็นวัสดุที่ดี นิยมใช้กันในบ้านเดี่ยวระดับราคา 4-5 ล้านบาท ระเบียงปูด้วยกระเบื้องเซรามิค 12×12″ มีก๊อกน้ำ 1 จุดและท่อเดรนน้ำตามปกติ
ครัวออกแบบมาพอดีเป๊ะ วาง Sink 1 อัน ตู้เย็นและก็เครื่องซักผ้าก็หมดแล้ว ที่เหลือเป็นทางเดินอย่างเดียว จุดนี้ก็หาเตาอบไมโครเวฟหรือเครื่องปิ้งขนมปัง เครื่องชงกาแฟวางๆไว้หน่อย ผมว่าก็ใช้ได้แล้วล่ะถ้าต้องการอยู่คนเดียวหรือสองคน
รายละเอียดอื่นๆ
มิเตอร์ไฟฟ้า 15A โทรศัพท์ 1 คู่สายติดตั้ง 1 จุด สายอากาศทีวี 1 จุด มิเตอร์ประปาท่อขนาดครึ่งนิ้วหรือ 3 หุน เป็นทรัพย์ส่วนกลาง
จ่ายส่วนกลาง 30 บาท ต่อตารางเมตรต่อเดือน
กองทุนส่วนกลาง 350 บาทต่อตารางเมตร
Price & Performance
เรามาถึงจุดที่ทุกคนรอคอยกันแล้ว ความคุ้มค่าเรื่องราคาต่อผลิตภัณฑ์
ราคา ณ วันที่ 26 สิงหาคม 2554 (ชั้น 6) – Semi Furnish
Built in 5-7 รายการตาม Type ห้อง จอง 5,000 บาท ทำสัญญา 45,000 บาท
Type A (Studio) 24.06 ตร.ม. = 1,231,102 บาท หรือ 51,168 บาท ต่อ ตารางเมตร
Type B (1 Bed Plus) 44.10 ตร.ม. = 2,256,509 บาท หรือ 51,168 บาท ต่อ ตารางเมตร
Type C (1 Bed) 30.6 ตร.ม. = 1,644,307 บาท หรือ หรือ 51,578 บาท ต่อ ตารางเมตร
Type 2B (2 Beds) 61.61 ตร.ม. = 3,304,021 บาท หรือ 53,628 บาท ต่อ ตารางเมตร
ราคาระดับนี้ 50,000 กว่าๆ ห่างทำเลห่างจากรถไฟฟ้า BTS 750 เมตร ถือว่าไม่แพงครับ ถ้าลองดูคอนโดใกล้รถไฟฟ้า (ห่าง 500 – 1 กม.) แถบสถานี บางนา ปุณณวิถี ที่อยู่ถัดออกไป จะเห็นว่ามีราคาสูงกว่านี้ทั้งนั้น 65,000 – 80,000 บาท ต่อ ตารางเมตร ถือว่าเป็นราคาปกติ ที่ผมตัดสินใจมารีวิวที่เคนซิงตัน คอนโดมิเนียม ก็เพราะว่าราคามันโดนใจเมื่อเทียบกับทำเล ย้ำนะครับว่าเมื่อเทียบกับทำเล เพราะว่าคอนโดที่ราคาต่ำกว่านี้ อยู่ไกล BTS มากกว่านี้ยังมีครับ แต่โดยส่วนตัว ถ้าคอนโดอยู่ในระยะไม่เกิน 1 กิโลเมตร ผมถือว่าเดินไหว ใช้เวลาเดินไม่เกิน 10 นาที ไม่จำเป็นต้องขึ้นมอเตอร์ไซค์ ถือว่าคุ้มค่าเรื่องราคาครับ
ในซอยแบริ่งด้วยกันยังมีอีก 2 โครงการ โครงการหนึ่งคือแอปเปิ้ลคอนโด ที่อยู่ห่างออกไปอีกประมาณ 2-3 กิโลจาก BTS ผมถือว่าไม่อยู่ในระยะเดิน แต่ราคาถูกกว่านี้ และอีกคอนโดนึงคือบลิซของ Homeplace ที่เดินไกลกว่าหน่อย ราคาถูกกว่าพอประมาณ
เจาะลึกรวบยอด
โครงการเคนซิงตัน คอนโดมิเนียม เป็นคอนโดแท่งที่ 2 ของ ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ อาจเป็นบริษัทเล็กๆ แต่มีสินค้าที่ดูดีไม่ได้ด้อยไปกว่าบริษัทใหญ่ ตั้งอยู่ในทำเลศักยภาพ ที่ราคาสามารถเอื้อมถึงได้ คอนโดสดใหม่ราคาล้านต้นๆใกล้ BTS ในระยะทาง 750 เมตรเดินถึงรถไฟฟ้านับว่าหายาก และดูจากโครงการแรกที่บริษัทนี้ได้ขอ EIA (สิ่งแวดล้อม) ผ่านและดำเนินการสร้างไปนิดหน่อยแล้ว ผมก็คิดว่าโครงการนี้น่าจะโอเคในระดับหนึ่ง
อีกมุมหนึ่ง ราคาคอนโด 50,000 ต้นๆต่อตารางเมตร หรืออาจเป็น 40,000 ปลายๆ ที่เดินถึง BTS สายสุขุมวิทอย่างไม่ไกลมากก็ยังพอหาได้ แต่ต้องเป็นคอนโดมือสอง ไปซื้อต่อจากพวกนักลงทุนหรือนักเก็งกำไรกันอีกต่อหนึ่ง ไม่ใช่คอนโดสดใหม่ที่สามารถเลือกทิศเลือกยูนิตได้ตามใจชอบ หรือสำหรับคนที่ไม่แคร์เรื่องการเดินมากนัก และคิดว่าสามารถนั่งมอเตอร์ไซค์หรือเดิน 15-20 นาทีไปรถไฟฟ้าได้ ก็สามารถดูตัวเลือกอื่น ที่อยู่ไกลออกไปแต่ได้ราคาถูกกว่า
ในไตรมาสนี้ Q3/2011 จนไปถึงสิ้นปี ส่วนตัวผมคิดว่าราคาของอสังหาริมทรัพย์อาจจะขึ้นอีก เนื่องจากนโยบายค่าแรง 300 บาทและเงินเดือนขั้นต่ำ 15,000 แม้ว่าจะชดเชยด้วยภาษีที่ปรับลดลงจาก 30% เหลือ 23% สำหรับผู้ประกอบการที่ดำเนินการตามนี้ ก็ไม่ได้ชดเชยส่วนต่างของต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ทั้งหมด ค่าก่อสร้างเป็นปัจจัยหลักอันดับแรกของคอนโด (มากกว่าค่าที่ดินเกือบ 3 เท่า) และแรงงานก็เป็นหัวใจหลักของค่าก่่อสร้างเช่นเดียวกัน ถ้าคิดว่าพอใจในราคาก็ซื้อไว้ ไม่เสียหาย เพราะสินค้าใหม่ปีหน้าราคาขึ้นชัวร์ครับ!
Judgement
- ทำเล 8.5/10 – อยู่ในซอยแบริ่ง เดิน 750 เมตรถึง BTS แต่เป็นสถานีปลายทางที่ไกลที่สุดของ BTS
- คุณภาพวัสดุ 7.5/10 – มาตรฐาน ในระดับราคาตารางเมตรละ 50,000 – 60,000 บาท
- แบบห้อง 8/10 – ฟังก์ชั่นใช้สอยสมบูรณ์แบบ ติดตรงที่ขนาดของแต่ละฟังก์ชั่นยังเล็กไป บางจุดไม่สามารถใช้ได้จริง
- สาธารณูปโภค 9/10 – สระว่ายน้ำแยกเด็กผู้ใหญ่ ที่จอดรถ ฟิตเนส ซาวน่า ล็อบบี้ สวนบนดาดฟ้า ติดตรงไม่มีสวนใหญ่บนพื้นราบ
- ชื่อเสียง 6/10 – Origin Property, Kensington Condominium
- ความคุ้มราคา 9/10 – ราคาสมคุณภาพและทำเล จัดว่าถูก เพราะว่าเป็นบริษัทน้องใหม่ ยังไม่มีชื่อเสียงเท่าพวกบริษัทมหาชน
- Final Score : 8.10/10
- Grade B (8.00 – 8.24)
ถ้าเห็นว่ารีวิวนี้มีประโยชน์ ช่วยกด LIKE ให้ผมหน่อยนะครับ จะได้มีกำลังใจทำรีวิวถัดๆไปครับ