ปก uptown2

รีวิวฉบับที่ 891 สวัสดีค่ะ มีใครกำลังมองหาทาวน์โฮมหรือโฮมออฟฟิศกันบ้างไหมเอ่ย วันนี้เราจะพาไปดูโครงการ Uptown สาธุประดิษฐ์ อยู่ในซอยสาธุประดิษฐ์ 20 หรือซอยจันทน์ 43 มีทางลัดเลาะเข้าออกได้หลายทางและอยู่ใกล้จุดขึ้น-ลง ทางด่วน ตัวโครงการเป็นทาวน์โฮมและโฮมออฟฟิศ หน้ากว้าง 6 เมตร ซึ่งตัวโฮมออฟฟิศสามารถจอดรถได้ 4 คัน ขนาดของโครงการไม่ใหญ่มาก มีเพียง 22 ยูนิตเท่านั้น หน้าตาโครงการจะเป็นอย่างไรไปดูพร้อมๆกันเลยดีกว่าค่าา ^^

Fact @ 5 August 2015

  • Uptown (อัพทาวน์)
  • ห้างหุ้นส่วนจำกัดถาวรพาณิชย์ก่อสร้าง
  • UPPER CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment บ้านได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ในเขต : ซอยสาธุประดิษฐ์ 20 (ซอยจันทน์ 43)
  • เนื้อที่โครงการ 2-1-43 ไร่ จำนวน 22 ยูนิต
  • โฮมออฟฟิศ หน้ากว้าง 6 เมตร 4 ชั้น 3 ห้องนอน ที่จอดรถ 4 คัน พื้นที่ใช้สอย  251 ตร.ม. 10 ยูนิต 
  • ทาวน์โฮม หน้ากว้าง 6 เมตร 4 ชั้น 4 ห้องนอน ที่จอดรถ 2 คัน พื้นที่ใช้สอย  254 ตร.ม. 12 ยูนิต 
  • ฝ้าเพดานชั้น 1, 2, 3 สูง 2.60 เมตร ชั้น 4 สูง 2.80 เมตร ส่วนห้องน้ำสูง 2.40 เมตร
  • ราคาเริ่มต้น 8.8 ล้านบาทหรือ 382,608 บาท/ตร.วา
  • เวปไซต์โครงการ : http://www.uptownbkk.com
  • Tel : 09-1667-7388, 0-2212-4040

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วค่ะ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างนะ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.698210, 100.526214

map and location

 แผนที่โครงการ Uptown อยู่บริเวณถนนสาธุประดิษฐ์ ในซอยสาธุประดิษฐ์ 20 (ซอยจันทน์ 43)

map-and-location-2-540x498

แผนที่จากทางโครงการที่แสดงให้เห็นว่า โครงการมีซอยย่อยสามารถลัดเลาะได้หลายเส้นทาง และยังเชื่อมต่อกับถนนใหญ่สานหลักๆอย่างถนนสาธุประดิษฐ์ ที่เชื่อมต่อกับถนนรัชดาภิเษกได้ รวมทั้งถนนจันทน์ที่เชื่อมต่อกับถนนนราธิวาสราชนครินทร์ และถนนสาทรได้

โคร่งไก่ สถานที่คลิกเพื่อดูภาพขยาย

ทำเลของโครงการ Uptown สาธุประดิษฐ์ อยู่ในทำเลย่านเก่าแก่ ผู้คนที่มาอาศัยอยู่ที่นี่ส่วนใหญ่ขยายตัวมาจากเขตคนจีนในย่านบางรักและบริเวณท่าเรือใกล้เคียง ซึ่งแต่เดิมน่าจะเป็นชาวไทยมุสลิม ก่อนที่คนจีนจะเข้ามาทำมาหากิน แล้วตามด้วยชาวอีสานและชาวต่างจังหวัดมากมายที่เข้ามาขายแรงงาน เพราะมีมัสยิด และกู่โบ (สถานที่ฝั่งศพของมุสลิม) อยู่ประมาณ 2-3 แห่งให้เห็น คนจีนส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่บริเวณนี้ส่วนใหญ่เป็นจีนกวางตุ้ง และจีนแต้จิ๋ว โดยสถานที่ที่ปรากฎให้เห็นก็คือ สุสานกวางตุ้ง และสมาคมแต้จิ๋วนั้นเอง

แต่เดิมบริเวณย่านนี้ที่อยู่อาศัยส่วนใหญ่จะเป็นอาคารพาณิชย์ตึกแถวสูงไม่เกิน 5 ชั้นเรียงกันไปตามตรอกซอกซอยซึ่งยังคงมีให้เห็นเป็นกลิ่นอายของย่านเก่าอยู่ถึงปัจจุบัน ทั้งนี้ทั้งนั้นเมื่อความเจริญเข้ามาการเดินทางที่สะดวกขึ้นด้วยถนนที่ตัดขยายใหม่ มี BRT ที่ขับผ่านบนถนนนราธิวาสราชนครินทร์ซึ่งสามารถไปเชื่อมต่อกับ BTS ที่สถานีช่องนนทรีได้ ทำให้ความเจริญจะกระจายไปอยู่บนถนนนราธิวาสราชนครินทร์ และแผ่กว้างมาแถวๆถนนสาธุประดิษฐ์ฝั่งเลขคี่ เช่นซอยสาธุประดิษฐ์ 19 จะมี Community mall และคอนโดมิเนียมขึ้นมาให้เห็นอยู่บ้าง ส่วนทางฝั่งถนนสาธุประดิษฐ์ฝั่งเลขคู่ส่วนใหญ่จะเป็นอาคารพาณิชย์ ตึกแถวซะมากกว่า

หากจะโฟกัสที่ทำเลตัวโครงการนี้ ไม่ได้อยู่ติดถนนใหญ่ แต่ต้องเข้าไปในซอย ซึ่งในซอยก็มีอาหารการกินให้เลือกอยู่เป็นระยะๆ หากจะจ่ายตลาดก็มีตลาดวัดไผ่เงิน ส่วนถ้าอยากช็อปปิ้งและหาของกินก็มี Community mall ใกล้ๆอย่าง Green Place ห่างออกไปหน่อยก็มี The Up พระราม 3 ส่วนช่วงบ่ายแก่ๆจนถึงค่ำๆ ในช่วงซอยสาธุประดิษฐ์ 6 – ซอยสาธุประดิษฐ์ 1 จะมีร้านอาหารที่ขายตรงตึกแถวริมฟุตบาท โดยเฉพาะฝั่งตรงข้ามศาลเจ้าตระกูลแซ่ซิ้ม จะมีของกินให้เลือกหลากหลายเลยค่ะ

ส่วนปัญหาเล็กน้อยของโครงการอาจจะเป็นซอยทางเข้าหลักที่เป็นถนน 2 เลน ขนาดค่อนข้างเล็ก ยิ่งเวลามีรถจอดบนไหล่ทางอาจจะทำให้เวลารถสวนทางกันจะลำบากนิดนึง และการที่ทำเลไม่ได้อยู่ติดกับถนนใหญ่ ตัวโครงการจึงเหมาะจะเป็น Back Office คือเป็นสถานที่ทำงาน มีการติดต่อลูกค้า เพื่อเข้ามาคุยงานมากกว่าที่จะใช้เป็นหน้าร้าน หรือการพาณิชย์ที่จำเป็นต้องให้คนเห็นแล้วค่อย Walk in เข้ามา

โคร่งไก่คลิกเพื่อดูภาพขยาย

สำหรับการเดินทางด้วยรถยนต์ สามารถเข้ามาได้จากหลายเส้นทาง ทั้งจากถนนสาธุประดิษฐ์, ถนนจันทน์ ที่เชื่อมต่อกับซอยจันทน์ 43 หรือถนนสาธุประดิษฐ์ 20 ซึ่งมีซอยลัดเลาะเข้าออกได้หลายเส้นทาง เพราะซอยที่เกาะกับถนนจันทน์และถนนสาธุประดิษฐ์จะเชื่อมต่อกันเป็นใยแมงมุม สามารถทะลุถึงกันได้ง่าย

โดยหากมาจากถนนสาธุประดิษฐ์ สามารถเลี้ยวเข้าซอยสาธุประดิษฐ์ 20 หรือซอยจันทน์ 43 แล้วเลี้ยวเข้าซอยจันทน์ 43 แยก 26(ซอยวัดไผ่เงิน) ทางจะบังคับเลี้ยวขวา แล้วเลี้ยวซ้ายอีกทีที่ซอยจันทน์ 43 แยก 26-5 เข้ามาประมาณ 110 เมตรก็จะถึงทางเข้าโครงการค่ะ นอกจากนี้ยังสามารถใช้ซอยสาธุประดิษฐ์ 6 หรือสาธุประดิษฐ์ 12 ก็สามารถมาทะลุซอยจันทน์ 43 เพื่อเข้ามายังโครงการได้เช่นกันค่ะ

หากมาจากถนนจันทน์ ซึ่งเป็นถนนที่เชื่อมต่อกับถนนนราธิวาสราชนครินทร์ ก็มีซอยให้สามารถลัดเลาะได้หลายทาง สามารถเข้าทางซอยจันทน์ 35, ซอยจันทน์ 27 แล้วมาทะลุที่ซอยจันทน์ 43 เพื่อไปยังโครงการได้เช่นกัน แต่เส้นทางนี้ซอยจะค่อนข้างเล็ก มีรถจอดอยู่ตามไหล่ทางเป็นช่วงๆ อาจขับขี่ไม่ค่อยสะดวกนัก ส่วนอีกทางคือการออกจากโครงการไปยังถนนเลียบทางด่วนเฉลิมมหานคร สามารถไปทะลุยังถนนรัชดาภิเษกได้ ซึ่งทางไปถนนรัชดาภิเษกทางนี้เป็น One way ขับออกได้เท่านั้น แต่หากจะเข้าจากถนนรัชดาภิเษกต้องไปเข้าทางสาธุประดิษฐ์นะคะ

ส่วนการเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะ ช่วงซอยจันทน์ 43  จะมีรถสองแถวสีแดง วิ่งรับส่งอยู่เป็นระยะๆ ตรงข้ามซอยจันทน์ 43 แยก 6 (ซอยวัดไผ่เงิน) ก็มีมอเตอร์ไซค์รับจ้างวินน้อยๆสแตนบายอยู่ ส่วนแท๊กซี่ก็มีวิ่งเข้ามาบ้าง แต่ส่วนใหญ่ต้องเดินออกไปที่ซอยจันทน์ 43  ถึงจะมีผ่าน ส่วนถ้าต้องการขึ้นรถเมล์ก็สามารถไปขึ้นบนถนนสาธุประดิษฐ์ มีรถเมล์สาย 35 สาธุประดิษฐ์ – เสาชิงช้า ในย่านนี้จะมีการเดินทางด้วย BRT บนถนนนราธิวาสราชนครินทร์ เส้นทางสถานีสะพานพระราม 3-สถานีสาทร ราคา 5 บาทตลอดสาย โดยจะไปสิ้นสุดสถานีสาทรที่ BTS  ช่องนนทรี

โคร่งไก่ทางด่วน

ทางด่วนที่ขึ้น-ลงใกล้กับโครงการจะมีอยู่ 2 ทางก็คือทางพิเศษเฉลิมมหานครกับทางพิเศษศรีรัช โดยจุดขึ้น-ลงทางด่วน 1 จากทางพิเศษเฉลิมมหานคร จะอยู่บนถนนรัชดาภิเษก ซึ่งจะเข้าถึงโครงการได้ต้องเข้าถนนสาธุประดิษฐ์ แล้วเลี้ยวเข้าโครงการทางถนนสาธุประดิษฐ์ 20 หากลงตรงจุดลงทางด่วน 2 จากทางพิเศษศรีรัช จะเข้าถึงโครงการได้โดยเข้าจากถนนเจริญราษฎร์แล้วเลี้ยวเข้าถนนจันทน์  จากนั้นก็เลี้ยวเข้าโครงการทางซอยจันทน์ 35 หรือจันทน์ 27 แล้วมาเลี้ยวขวาเข้าโครงการทางซอยจันทน์ 43 แยก 26 ก็ได้ค่ะ  และอีกทางสำหรับใครมาจากทางพระราม 9 หรือแจ้งวัฒนะ ก็สามารถลงตรงจุดลงทางด่วน 3 เข้าถนนเจริญราษฎร์เลี้ยวเข้าถนนจันทน์ แล้วเข้าโครงการทางซอยจันทน์ 35 หรือจันทน์ 27 แล้วมาเลี้ยวขวาเข้าโครงการทางซอยจันทน์ 43 แยก 26 ก็ได้ค่ะ

ทางเดินรถ1

การเดินทางวันนี้เราจะพาไป 2 เส้นทางค่ะ โดยเส้นทางแรกเราจะเริ่มจากแยกด่วนสาธุ วิ่งไปบนถนนสาธุประดิษฐ์ดูบรรยากาศรอบๆ เมื่อถึงซอยสาธุประดิษฐ์ 20 ก็เลี้ยวซ้ายเข้าซอย เพื่อไปยังโครงการที่อยู่ในซอยจันทน์ 43 แยก  26-5 หรือซอยวัดไผ่เงินค่ะ ส่วนเส้นทางที่สองเราจะพาเดินจากหน้าซอยสาธุประดิษฐ์ 20 ไปจนถึงต้นซอยสาธุประดิษฐ์ 1 เพื่อไปดูทำเล และดูอาหารการกินริมทางกันในช่วงท้าย

มาเริ่มสตาร์ทที่แยกด่วนสาธุค่ะ แยกนี้จะเป็นแยกใต้ทางด่วนพิเศษเฉลิมมหานคร หากเลี้ยวซ้ายจะสามารถไปถนนพระราม  3 ได้ ส่วนถ้าหากเลี้ยวขวา จะสามารถไปถนนนราธิวาสราชนครินทร์ได้ค่ะ

ผ่านใต้ทางด่วนมา บรรยากาศริมสองข้างทางของถนนสาธุประดิษฐ์ส่วนใหญ่จะเต็มไปด้วยอาคารพาณิชย์ 2-5 ชั้น ซึ่งใต้อาคารพาณิชย์ก็จะมีร้านขายของหลากหลายเลย

บนถนนเส้นนี้เป็นที่ตั้งของโรงเรียนหลายแห่ง อย่างโรงเรียนสารสาสน์วิทยาที่อยู่ทางซ้ายมือ

สตรีวิท

ถัดไปเป็นโรงเรียนตรีวิทยา

ขับมาอีกหน่อยก็ถึงหน้าซอยสาธุประดิษฐ์ 20 ฝั่งตรงข้ามจะเป็นหมู่บ้าน Flora Marigold ของ Narai Property

Uptown 1

บริเวณหน้าซอยสาธุประดิษฐ์ 20 จะมีป้ายบอกทางเยอะมาก เช่นเป็นทางลัดไปพระราม 3, ไปซอยอยู่ดี, ไปตลาดไผ่เงิน, ไปโรงเรียนสารสาสน์เอกตรา และสามารถไปสโมสรสุขภาพเชิงการแพทย์ได้ เดี๋ยวเราจะเลี้ยวซ้ายเข้าซอยนี้กันค่ะ

เข้ามาในซอยสาธุประดิษฐ์ 20 บรรยากาศในซอยส่วนใหญ่จะเป็นอาคารบ้านพักอาศัย ตึกแถว และอาคารพาณิชย์

เข้ามาช่วงกลางๆซอยจะมีสนามแบด Home Sport เป็นอาคารค่อนข้างใหญ่ทีเดียว

นอกจากพวกบ้านพักอาศัย และอาคารพาณิชย์แล้ว สำนักงานและโกดังก็ค่อนข้างเยอะเหมือนกัน มีทั้งที่ให้เช่าเก็บของ และเป็นของบริษัทมหาชน

สองข้างทางนี่ก็เป็นโกดังเก็บของทั้งคู่

ขับมาจนสุดซอย จะเป็นทางสามแยก มองตรงไปจะเห็นซุ้มทางเข้าสุสานกวางตุ้ง ส่วนเราจะเลี้ยวขวาเพื่อไปโครงการกันค่ะ

พอเลี้ยวขวาเข้ามา เราจะเจอรถสองแถวสีแดงนี้เยอะมาก เพราะเป็นคิวจอดรถสองแถวถสองแถว 1271 รถไปส่งถึง BTS สุรศักดิ์หรือสะพานตากสิน

ขับเข้ามาบรรยากาศในซอยก็ยังคงเป็นอาคารพาณิชย์ 4 ชั้นตลอดทาง

แป๊บเดียวเราก็ถึงหน้าซอยจันทน์ 43 แยก 26 ให้เลี้ยวซ้ายเข้าซอยนี้กันเลยค่ะ

จากตรงนี้เราจะพาเดิน จะได้เห็นทัศนียภาพรอบๆกันชัดๆนะคะ เข้าซอยจันทน์ 43 แยก 26 มา บรรยากาศก็จะเป็นอพาร์ทเมนต์และตึกแถวซะเป็นส่วนใหญ่

เดินจนสุดทางจะบังคับเราเลี้ยวตรงศาลเจ้าจีนเล็กๆทางขวามือนี้ มองตรงไปทางขวามือเราจะเจอซอยจันทน์ 43 แยก 26-1

ถัดไปก็เป็นซอยจันทน์ 43 แยก 26-3

ลองมองเข้าไปในซอย สองข้างทางจะเป็นตึกแถว โดยถนนเส้นนี้จะเดินรถเป็นทาง One way ขับเข้ามาจากถนนเลียบทางด่วนข้างหน้า เพื่อเข้ามาในซอยได้เท่านั้นนะคะ ถ้าจะขับออกเราต้องไปวนออกที่ถนนจันทน์ 43 แยก 26-1 ซอยที่เราเพิ่งผ่านมาเมื่อกี้

เดินต่อไปเราจะเจอซอยจันทน์ 43 แยก 26-5 แล้ว ข้างหน้าจะเป็นโกดังเก็บของ และเห็นหลังคาของโรงเรียนเปรมฤดีศึกษาด้วย เดี๋ยวเราจะพาเลี้ยวซ้ายไปดูโครงการกันค่ะ

พอเลี้ยวเข้ามาในโครงการ จะเห็นทางซ้ายมือเป็นตึกแถว ทางขวามือเป็นโกดังเก็บของ ส่วนพอมองตรงไปข้างหน้าก็จะเห็นโครงการ Uptown สาธุประดิษฐ์ แล้วค่ะ

เดินมาโฉบทางเข้าโครงการให้ดูนิดหน่อย

ฝั่งตรงข้ามโครงการจะเป็นตึกแถว 2-3 ชั้นครึ่ง เรียงเป็นหน้ากระดานแบบนี้เลย

จากหน้าโครงการมองย้อนกลับไปยังหน้าซอยจันทน์ 43 แยก 26-5

จากหน้าโครงการมองออกไปข้างหน้า ซอยนี้จะไปสิ้นสุดที่ถนนเลียบทางด่วนพิเศษเฉลิมมหานครค่ะ

ทางเดิน Uptown2

เส้นทางที่ 2 เราจะเริ่มจากหน้าปากซอยสาธุประดิษฐ์ 20 พาเดินไปดูบรรยากาศบนถนนสาธุประดิษฐ์ แวะดูของกินริมทางจนถึงทางแยกจันทน์-สาธุ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นถนนสาธุประดิษฐ์ที่ตัดกับถนนจันทน์ค่ะ

หน้าปากซอยสาธุประดิษฐ์ 20 หากเลี้ยวซ้ายจะเป็นทางไปโครงการ แต่เราจะพาเดินตรงไปข้างหน้านะคะ สังเกตดีๆจะเห็นหน้าปากซอยทางซ้ายมือ มีวินมอเตอร์ไซค์ด้วย

อัตราค่าโดยสารพี่วินค่ะ หากจะเข้าไปโครงการคือเข้าทางหมู่บ้านไผ่เงิน จะเสียค่าบริการพี่วิน 10-15 บาท

เราเดินมาบนถนนสาธุประดิษฐ์ ฟุตบาทค่อนข้างกว้างแต่ก็ค่อนข้างชำรุดทรุดโทรมอยู่บ้าง บรรยากาศทั้งสองข้างทางจะเป็นอาคารพาณิชย์ 3-4 ชั้นเป็นส่วนใหญ่ค่ะ

มองไปฝั่งตรงข้ามมีร้าน “คักแฮง” ขายขนมปัง 20 บาท มีให้เลือกหลายไส้หลายรส ซ้ายมือข้างๆกันเป็นร้านทำผม “Hair Pro”

เราเดินต่อไปจะมีธนาคารกสิกรไทย ให้สามารถไปใช้บริการกันได้

ใครมีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพผิวหนัง สิว ฝ้า หรือจะเลเซอร์ ก็มี “สุทัศน์คลีนิค” รักษาโรคผิวหนัง เปิดทำการ จันทร์-ศุกร์ เปิดเวลา 17.00 น.-20.00 น. ส่วนเสาร์ – อาทิตย์ เปิดเวลา 09.00-12.00 น. โดยวันที่เราไปทำการรีวิวเป็นวันพุธตอนบ่ายๆแบบนี้คลีนิคจึงยังไม่เปิดทำการค่ะ

บางช่วงของริมฟุตบาทจะมีร้านค้าแผงลอยขายของอยู่บ้างเป็นบางช่วง ซึ่งแผงลอยแบบคุณลุงนี้จะมาตั้งเฉพาะกิจนะคะ ไม่ได้มาตั้งขายตลอด ฝั่งตรงข้ามมี “สยามแก๊ส” ปั๊มแก๊ส LPG

มีร้านทำผม “วัฒนาบาร์เบอร์” วันนี้ปิดทำการนะ

ร้านซักอบรีด ร้านขายของชำก็มี

เนื่องจากแถวนี้เป็นย่านที่มีทั้งอาคารพาณิชย์และตึกแถวเก่าแก่ ระหว่างทางเลยจะเจอคุณลุงคุณป้านั่งคุยกัน หรือฟิลลิ่งที่คุณป้านั่งเล่นหน้าบ้าน มองคนผ่านไปผ่านมา รวมทั้งนักเรียนที่สวนเราไปมาเรื่อยๆเหมือนกัน เนื่องจากแถวนี้มีโรงเรียนเยอะและเป็นเวลาบ่ายแก่ๆที่นักเรียนเลิกเรียนแล้ว

เดินต่อไปมีร้านราดหน้าฮ่องกง ข้าวผัดปู ร้านนี้เค้าการีนตีว่าทำโดยเชฟจากโรงแรมชื่อดังด้วย

บนถนนเส้นนี้จะห้ามจอดรถในช่วงเวลา 05.00-21.00 น. นะคะ

มองไปฝั่งตรงข้ามมียิมเพาะกาย เป็นอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น สีส้มสดใสด้วย

เดินต่อมาเจอร้าน “หำหู้” (สูตรบันลือโลก) นอกจากชื่อร้านที่แปลกติดหูแล้ว ก็มีเมนูที่แปลกไม่แพ้กันคือ ก๋วยเตี๋ยวน้ำเต้าหู้ โดยน้ำซุปที่ใช้เค้าจะใช้เป็นน้ำเต้าหู้  เราจะปรุงแบบต้มยำหรือจะไม่ปรุงก็ได้  นอกจากนี้ก็มีข้าวมันไก่ตอนสูตรหำไหลใช้ไก่ตอนแท้ 100% เวลาเปิดทำการ 18.30-15.00 น.ร้านนี้หลายคนอาจเคยคุ้นตาบ้างเพราะเค้าออกสื่อบ่อยค่ะ

หำหู้

เมนูแนะนำของทางร้านจะเป็น ก๋วยเตี๋ยวน้ำเต้าหู้ต้มยำ ราคาประมาณ 45 บาท ใครชอบเส้นอะไรก็เลือกได้ตามใจชอบ ทีเด็ดอยู่ที่น้ำแกงต้มยำเข้มข้นโดยทางร้านจะใส่น้ำเต้าหู้แทนที่จะเป็นนม ส่วนเครื่องจะมีทั้งหมูสับ ปลาแผ่น ปลาหมึก หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ กุ้งแห้งฝอยและมีไข่ยางมะตูมผ่าครึ่งซีกมาให้ด้วย นอกจากนี้ยังมี ข้าวมันไก่ เสิร์ฟพร้อมน้ำแกงสาหร่ายในถ้วยและน้ำจิ้มซีอิ๊วดำและเต้าเจี้ยว สนนราคา 40 บาท

เดินต่อไปจะเจอโรงเรียนยานนาเวศน์วิทยาคม ตอนบ่ายสี่โมงแบบนี้โรงเรียนเลิกแล้ว เด็กๆเลยเดินกันอยู่เต็มหน้าโรงเรียนเลย รวมไปถึงรถสองแถวสีแดงที่วิ่งผ่านไปมา และจอดรอคนอยู่ไม่ขาดสาย ทั้งฝั่งโรงเรียนและฝั่งตรงข้าม

ใกล้ๆโรงเรียนยานนาเวศน์วิทยาคม ก็มีร้านข้าว ร้านขายขนมอยู่เป็นระยะๆ

ร้านขนมเค้ก เบเกอรี่ ร้านทำผม ถัดไปเป็น 7 Eleven

ซึ่งหน้า 7Eleven นี้จะอยู่ช่วงซอยสาธุประดิษฐ์ 6 ตอนบ่ายๆเย็นๆจะมีรถเข็นมาขายของ อย่างเช่นไก่ทอด ลูกชิ้น ขนม มาตั้งขาย เพราะนักเรียนเลิกเรียนแล้วก็จะแวะซื้อกินค่อนข้างเยอะ ฝั่งตรงข้ามร้านสีส้มๆนั้นคือ เตี๋ยวเรือต่อชาม

เราเดินมาเรื่อยๆจะเจอศาลเจ้าตระกูลแซ่ซิ้ม

มองเข้าไปข้างในจะเป็นศาลเจ้าจีนขนาดใหญ่ รอบข้างจะเป็นอาคารพาณิชย์ 3-4 ชั้น มีที่จอดรถและป้อมยามอยู่ตรงกลาง คนส่วนใหญ่จะเข้ามาจอดรถที่ศาลเจ้านี้ เพื่อมาทำธุระ และแวะหาอะไรกินยังฝั่งตรงข้าม เดี๋ยวเราจะพาข้ามถนนไปดูฝั่งตรงข้ามของศาลเจ้ากันค่ะว่ามีอะไร

ข้ามฝั่งมาจะเป็นช่วงซอยสาธุประดิษฐ์ซอย 1 แถวนี้ของกินเพียบค่ะทั้งอาหารตามสั่ง สุกี้ โบ๊ยเกี๊ย ก๋วยเตี๋ยว โจ๊ก ยิ่งกลางคืนยิ่งคึกคัก

มองไปยังฝั่งตรงข้าม ถ้าจะขับรถออกมาหาอะไรกินแถวนี้ก็สามารถเข้าไปจอดรถในศาลเจ้าได้

เดินดูกันต่อ ตรงนี้มีบะหมี่ไข่เยาวราช มีทั้งเกี๊ยว หมูแดง หมูกรอบ ร้านนี้จะขายขนมปังเย็นด้วย อากาศร้อนๆตอนบ่ายๆก็มีคนมานั่งกินปังเย็นกันเป็นระยะๆ

หน้าตาบะหมี่ต้มยำ

ปังเย็นโอวัลติน

ติดๆกันมีร้านกาแฟ Kimma Food Beverage & Coffee ข้างๆเป็นร้านขาหมูฮ่องเต้

ถัดไปเป็นร้านก๋วยจั๊บตรอกซุงบางรัก, โจ๊กหมูทอง

ไม่ไกลกันนักมีป้ายรถเมล์ มานั่งรอรถได้

เราเดินมาจนถึงต้นทางถนนสาธุประดิษฐ์จะตัดกับถนนจันทน์ หากเลี้ยวซ้ายจะสามารถไปถนนเจริญกรุงเพื่อไปขึ้น BTS ได้ หรือไปถนนเจริญราษฎร์ได้ ส่วนหากเลี้ยวขวาจะสามารถไปถนนนราธิวาสราชนครินทร์ เพื่อไปขึ้น BRT หรือจะไปสาทร, สีลมก็สามารถใช้ทางนี้ได้ค่ะ

แผนที่ซูม uptown

บริบทของ Uptown สาธุประดิษฐ์ ทิศเหนือ ติดกับ โกดังเก็บของประมาณ 2 ชั้น ทิศตะวันตก ติดกับโรงเรียนเปรมฤดีศึกษา ซึ่งด้านที่ติดกับโครงการจะเป็นอาคารเรียนซึ่งจะมีเสียงจอแจในช่วงเวลากลางวัน แต่พอช่วงเย็นไปก็เงียบสงบไม่มีเสียงรบกวนค่ะ ทิศตะวันออก ติดกับซอยจันทน์ 43 แยก 26-5 ซึ่งเป็นทางเข้าออกหลักที่รถใช้วิ่งเข้า-ออกโครงการอาจมีเสียงรถให้กวนใจบ้าง ฝั่งตรงข้ามซอยเป็นตึกแถว 2-3 ชั้นซึ่งส่วนใหญ่ใช้เป็นบ้านพักอาศัย มีค้าขายบ้างแต่รวมๆค่อนข้างเงียบสงบ ทิศใต้ ติดกับ ร้านขายวัสดุก่อสร้าง ไม่ค่อยมีเสียงรบกวนมากมายนัก ยกเว้นช่วงที่มีรถมารับส่งของค่ะ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • โรงเรียนเปรมฤดีศึกษา ~36 เมตร
  • วัดไผ่เงิน ~750 เมตร
  • Green Place สาธุประดิษฐ์ 20 ~1.1 เมตร
  • เซ็นทรัล พระราม 3 ~3 กิโลเมตร
  • แม็คโคร นราธิวาสราชนครินทร์ ~3.2 กิโลเมตร
  • โฮมโปร พระราม 3 ~3.6 กิโลเมตร
  • โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน ~ 3.6 กิโลเมตร
  • The Up พระราม 3 ~3.8 กิโลเมตร 

 


เจาะลึกตัวโครงการ

Uptown 1

โครงการ Uptown สาธุประดิษฐ์ มากับแนวความคิด “ชีวิตนี้มีแต่อัพ” ด้วยการออกแบบให้โครงการรองรับความต้องการที่หลากหลาย ทั้ง “ทาวน์โฮม” สำหรับคนที่ต้องการเริ่มต้นครอบครัว และ “โฮมออฟฟิศ” สำหรับคนที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจและต้องการที่พักอาศัยไปพร้อมๆกัน ตัวโครงการจึงมีทั้งทาวน์โฮมและโฮมออฟฟิศอยู่ในโครงการเดียวกันรองรับความต้องการของคนที่หลากหลาย

แปลน uptown

โดยตัวโครงการมีทั้งหมด 22 ยูนิต แบ่งเป็นทาวน์โฮม 12 ยูนิต และโฮมออฟฟิศ 10 ยูนิต วางอาคารแบบคู่ขนานกัน มีทางเข้า-ออกทางเดียวคือทางถนนจันทน์ 43 แยก 26-5  ถนนทางเข้า-ออก กว้าง 6 เมตร ส่วนถนนภายในโครงการกว้าง 8 เมตร มีป้อมยาม 1  จุดหน้าโครงการ

Uptown 2

มาดูที่ Model จำลองโครงการกันชัดๆจะเห็นว่าโครงการแบ่งการวางเป็น 4 บล็อค โดย 2 บล็อคด้านหน้าติดถนนจะเป็นตัวโฮมออฟฟิศ มีที่จอดรถในอาคารที่สามารถเข้าจากทั้งในโครงการและทางซอยหน้าโครงการได้ เผื่อมีลูกค้ามาติดต่องานจะได้เข้าจากหน้าบ้านได้เลย ส่วนถ้าอยากจอดรถส่วนตัวแบบ Private ก็ไปจอดที่จอดรถในโครงการ ฝั่งตรงข้ามถนนเป็นตึกแถว 2-3 ชั้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่พักอาศัยจึงไม่ได้วุ่นวายมากนัก ส่วนเรื่องวิวจากในบ้านต้องอยู่ในชั้น 4 ถึงจะมองออกมาไม่ถูกบล็อกวิวด้วยตึกแถวค่ะ

ส่วน 2  บล็อกด้านหลังเป็นทาวน์โฮม อยู่ติดกับโรงเรียนเปรมฤดีศึกษาความสูง 2-3 ชั้น อาจจะมีเสียงวุ่นวายรบกวนบ้างในช่วงกลางวันเพราะอยู่ติดอาคารเรียน แต่พอช่วงเย็นก็จะเงียบสงบแล้วค่ะ ส่วนด้านซ้ายติดกับร้านขายวัสดุก่อสร้างและทางขวามือเป็นโกดังเก็บของ ซึ่งไม่ได้มีผลกับเรามากเรื่องวิว เพราะอาคารด้านข้างจะทึบไร้ช่องเปิด Uptown 3

มาดูหน้าตาโครงการจริงกันบ้างนะคะ ในส่วนของ Home Office จะอยู่ติดกับซอยจันทน์ 43 แยก 26-5 หากเราผ่านซอยนี้ก็จะเห็นอาคารเรียงตามหน้ากระดานให้เห็นแบบนี้ ฝั่งตรงข้ามเป็นตึกแถว 2-3 ชั้น ประจันหน้ากันอยู่ ซึ่งผังโครงการจะวางอาคารพาณิชย์ไว้ด้านที่ติดกับถนน และใช้บริบทตรงนี้ออกแบบให้สามารถเข้าจอดรถหน้าอาคารได้จากซอยนี้เลย ทำให้ลูกค้าสามารถเข้ามาติดต่องานได้ง่ายไม่ต้อง วนรถไปเข้าออกในโครงการให้ยุ่งยาก

Uptown 4

ทางเข้า-ออกหลักของโครงการ จะมีป้ายระแนงสีน้ำตาล แปะด้วยข้อความ “Uptown Sathupradit” เห็นค่อนข้างชัดเจน โทนสีหลักโดนรวมของโครงการจะใช้สีน้ำตาล-ครีม ถนนทางเข้ากว้าง 6 เมตร แบ่งเป็น 2 เลน คือ เลนประตูทางเข้าและเลนประตูทางออก รั้วกั้นไม้กระดก

Uptown 5

ทางซ้ายมือมีป้อมยาม1 ป้อม มีระบบ CCTV ที่หน้าป้อมยาม และระบบ Access Card เป็นระบบ Easy Pass วิ่งผ่านโดยไม่ต้องแตะบัตร(จะเป็นระบบคล้ายๆ Easy Pass บนทางด่วนเลยค่ะ คือ วางคีย์การ์ดไว้ในรถแล้วสามารถผ่านเข้าไปได้เลยเป็น Sensor ระยะไกล) มองตรงไปจะเห็นอาคารด้านหลังที่เป็นทาวน์โฮม ช่องว่างระหว่างอาคารกว้างประมาณ 3 เมตร ตึกที่เห็นด้านหลังเป็นอาคารเรียนของโรงเรียนเปรมฤดีศึกษาค่ะ โดยอาคารเรียนจะมีความสูงทั้ง 2 และ 3 ชั้น เป็นแนวยาวขนานกันไปตลอดทั้งโครงการเราเลย

Uptown 6

เลี้ยวขวามาจะเป็นทาวน์โฮมและโฮมออฟฟิศทั้งสองด้าน มองตรงไปจะเป็นโกดังเก็บของที่อยู่ข้างเคียงค่ะ

Uptown 7 

ส่วนเลี้ยวขวามาจะเป็นทาวน์โฮมและโฮมออฟฟิศทั้งสองด้านเช่นกัน และมองตรงไปเป็นร้านขายวัสดุก่อสร้างที่อยู่ข้างเคียง

Uptown (1)

หน้าตาอาคารเต็มๆของทั้งทาวน์โฮมและโฮมออฟฟิศ หลักๆจะใช้โทนสีน้ำตาล-ครีม-ขาว ตกแต่ง Facade ด้วยระแนงเหล็กทาสี บานเปิดใช้กระจกสีเขียวใสตัดแสง กรอบอลูมิเนียมชนิดพิเศษ

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • ระบบ CCTV ที่ Main Gate และภายในโครงการ 8 จุด
  • Key Card Access  ระยะไกล
  • ประตูรั้วโครงการแบบ รั้วกั้นไม้กระดก
  • สัญญาณกันขโมย ระบบ Magnetic Sensor 2 ตัว และระบบ Motion Detect 2 ตัว ทุกหลัง
  • ถนนทางเข้าโครงการกว้าง 6 เมตร และถนนภายในกว้าง 8 เมตร
  • รั้วรอบโครงการสูง 1.5 เมตรและรั้วโปร่งต่อเพิ่ม 1 เมตร รวมความสูง 2.5 เมตร
  • เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง

 


Product Walkthrough

Uptown สาธุประดิษฐ์ เป็นโครงการทาวน์โฮมและโฮมออฟฟิศ ซึ่งส่วนที่เราจะพากันไปดูแบบเจาะลึกในวันนี้คือส่วนของโฮมออฟฟิศ 4 ชั้น ส่วนตัวทาวน์โฮมจะมีแต่บ้านเปล่าเท่านั้น เราจึงจะนำตัวอย่างมาให้ดูเป็นน้ำจิ้มในช่วงท้าย ส่วนถ้าใครสนใจดูเต็มๆก็สามารถเข้าไปดูที่โครงการได้ค่ะ

HF Up

 มาเริ่มกันที่ตัว Plan ของโฮมออฟฟิศ มีทั้งหมด 10 ยูนิตในโครงการ  ตัวบ้านหน้ากว้าง 6 เมตร พื้นที่ใช้สอยประมาณ 251.7 เมตรประกอบด้วย 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ พื้นที่ทำงานและสามารถจอดรถได้ 4 คันหลวมๆ โดยสามารถจอดได้ 2 คันด้านหน้าโครงการที่ติดกับซอยหลัก(ซอยจันทน์ 43 แยก 26-5)เผื่อเวลาลูกค้ามาติดต่อก็สามารถเข้าจอดรถทางหน้าบ้านได้เลย ส่วนอีก 2 คันเข้าจอดได้จากทางด้านในโครงการ เช่น รถส่วนตัวของเราที่ต้องการ Security เป็นพิเศษ

 ในชั้น 1 และชั้น 2 มีการออกแบบให้พื้นที่เหมาะที่จะทำเป็นส่วนของออฟฟิศสำนักงานโดยเริ่มที่ชั้น 1 เมื่อเปิดประตูกระจกบานเลื่อนเข้ามา จะเป็นห้องว่างความยาว 4.85 เมตร สามารถจัดให้เป็นห้องทำงานหรือเป็นส่วนของ Reception ต้อนรับได้ นอกจากนี้ยังมีห้องน้ำรวม และ Pantry เล็กๆที่สามารถทำเคาท์เตอร์ชงกาแฟ หรือตั้งตู้แช่เครื่องดื่ม ขึ้นมาชั้น 2 เป็นพื้นที่ว่างเต็มชั้น ปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นได้ง่าย สามารถจัดเป็นออฟฟิศหรือห้องทำงานได้ตามความต้องการ มีห้องน้ำรวม 1 ห้องและระเบียงเล็กๆให้ 1 จุด

ส่วนในชั้น 3 และ 4 พื้นที่เหมาะกับเป็นที่พักอาศัย โดยโครงการวางให้ชั้น 3 เป็นส่วนของ Master Bedroom ที่มีห้องน้ำในตัว มีพื้นที่ว่างหน้าห้องน้ำสามารถ Built-in ส่วน Walk-In Closet ได้ และยังมีพื้นที่ระเบียงส่วนตัวด้วย ส่วนชั้น 4 จะประกอบด้วยห้องนอนเล็ก 2 ห้อง โดยมีห้องน้ำ 1 ห้องใช้งานร่วมกัน

อย่างไรก็ตาม การจัดฟังก์ชั่นใน Plan และบ้านตัวอย่างที่จะพาไปดูนี้เป็นเพียงไกด์ไลน์ให้ผู้ที่สนใจบ้านดูเป็นแนวทางในการตกแต่งและวางฟังก์ชั่นเท่านั้น ส่วนบ้านที่ได้แท้จริงจะเป็นบ้านเปล่า ซึ่งเราสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามไลฟ์สไตล์การใช้งาน เดี๋ยวจะเปรียบเทียบบ้านเปล่ากับบ้านตัวอย่างให้ดูจะได้เห็นภาพชัดขึ้นนะคะ ซึ่งบ้านเปล่าจะกลับด้านกับบ้านตัวอย่างนะ บอกกันไว้ก่อนจะได้ไม่งง 🙂

มาดูตัวบ้านกันบ้างค่ะ เราจะเริ่มจากทางเข้าด้านในโครงการนะคะ โดยตัวบ้านจริง 1 หลังจะได้แบบนี้ หลักๆจะใช้โทนสีน้ำตาล-ครีม-ขาว ตกแต่ง Facade ด้วยระแนงเหล็กทาสี บานเปิดใช้กระจกสีเขียวใสตัดแสง กรอบอลูมิเนียมชนิดพิเศษ มีบันไดลิงติดที่ Facade อาคารเพื่อใช้เป็นบันไดขึ้นไป Service Compressor แอร์ หรือเป็นบันไดหนีไฟในยามฉุกเฉินได้ วิธีการก่อสร้างใช้ระบบการก่อสร้างแบบก่ออิฐทั้งหลัง

รั้วบ้านสูง 1.5 เมตร ก่ออิฐฉาบปูนทาสีขาวและเหล็กโปร่งสีเทา ส่วนบานประตูสีเทาที่อยู่หน้าบ้านคือช่องใส่ถังขยะเพื่อทัศนียภาพที่เป็นระเบียบเรียบร้อย ประตูใช้เหล็กโปร่งสีเทา

โดยประตูเข้าบ้านเป็นบานพับ 3  ตอน สามารถเปิดได้กว้างแบบนี้ เข้ามาจะเป็นลานจอดรถขนาด 5 x 6 เมตร พื้นเป็น Slab on Ground ปูบล็อคตัวหนอน ฝ้าเพดานติดตั้งโคมไฟซาลาเปามาให้ 2 ตัว

เปรียบเทียบบ้านตัวอย่างกับบ้านเปล่า(กลับด้านกันนะคะ) รั้วที่ติดกับข้างบ้านอื่นจะเป็นรั้วสีขาวทึบ โครงการติดตั้งปั๊มน้ำไว้ให้ด้วยของ Hitachi

ช่องเปิดหน้าบ้านมี 3 จุด ไล่ตั้งแต่ซ้ายไปขวา คือประตูทางเข้าบ้าน หน้าต่างห้องน้ำบานกระทุ้ง และประตูห้องเก็บของ

โดยประตูห้องเก็บของเป็นบานเกร็ดไม้บานเปิดคู่ เปิดออกมาจะเป็นห้องใต้บันไดว่างๆ มีสวิตซ์ไฟ ให้เปิด-ปิดไฟได้เผื่อใช้ห้องเก็บของตอนกลางคืน

มือจับและตัวล็อกประตูห้องเก็บของ

ประตูทางเข้าซึ่งเป็นไฮท์ไลท์อย่างหนึ่งของบ้าน ตัวบานเป็นบานเลื่อนคู่ กระจกใสเขียวตัดแสง กรอบบานและวงกบเป็นอลูมิเนียมทำพิเศษของ Alumet รุ่น Arch เป็นแบบผิวพ่นทราย (Sahara Effect)

มือจับประตูด้านในและด้านนอก

ที่ตัวกรอบบานประตูจะมีครีบแบบนี้ ซึ่งเจ้าครีบนี้จะเป็นตัวต้านทานแรงลมได้ 2000 Pa ที่ใช้ติดตั้งบนอาคารสูงกว่า 40 ชั้นก็ยังต้านแรงได้ ตัวบานจึงค่อนข้างแข็งแรง(ถ้าไปลองเลื่อนดูจะรู้สึกตัวบานหนาๆและหนักๆหน่อย) ซึ่งการเอามาติดตั้งในโฮมออฟฟิศแบบนี้จะช่วยในเรื่องการโจรกรรมได้ดีค่ะ

ถ่าย Detail กรอบประตูมาให้ดูอีกหน่อย ส่วนที่พื้นด้านล่างจะเห็นเจ้ารูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าสีดำๆนี้จะเป็นตัวช่วยยึดวงกบประตู สามารถป้องกันน้ำที่รั่วซึมได้มากกว่าปกติ 3 เท่า จึงเป็นผลพลอยได้ให้ช่วยกันเสียงได้ด้วย ประกอบกับตัวบานประตูที่มีสักหลาดค่อนข้างหนาจึงช่วยลดแรงกระแทกของประตูค่ะ ข้อเสียอย่างเดียวของประตูนี้ก็คือแพงนะ ซึ่งก็ถือว่าโครงการให้ของได้มาตรฐาน และคิดเรื่อง Seculity ในการอยู่อาศัยมาดี โดยประตูและหน้าต่างทั้งหมดในบ้านจะเป็นกระจกใสเขียวตัดแสงและกรอบบานของ Alumet แบบนี้ทั้งหมดนะคะ

พื้นหน้าประตูบ้านมีการยกระดับเล็กน้อย ปูด้วยกระเบื้องเซรามิคสีครีม มีการติดจมูกกันลื่นให้ด้วย

เปรียบเทียบบ้านตัวอย่างกับบ้านเปล่า(กลับด้านกันนะคะ) เปิดประตูเข้ามาในบ้านของจริงจะเป็นห้องโล่งๆ ขนาด 4.85 x 6 เมตร พื้นปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้สีขาว ขนาด 60 x 60 เซนติเมตร สามารถจัดเป็นห้องทำงานหรือ Reception ต้อนรับแบบในห้องตัวอย่างได้ โดยเราจะเห็นว่ามองตรงไปเป็นประตูออกไปสู่หน้าบ้านอีกทางได้

ประตูบานเลื่อนคู่ ช่องเปิดค่อนข้างกว้าง มองออกไปจะเห็นถนนซอยทางเข้าหลัก และฝั่งตรงข้ามที่เป็นตึกแถว

เราพาออกมาดูด้านหน้าโครงการฝั่งติดถนนกันบ้าง รั้วของบ้านด้านติดถนนนี้ โครงการจะมีป้าย “กรุณาอย่าจอดรถขวางหน้าบ้าน”  ติดไว้ให้ด้วย เพราะซอยนี้ค่อนข้างเล็ก และเป็นซอยที่พักอาศัย จึงอาจจะมีแขกไม่ได้รับเชิญมาจอดรถขวางได้ ซึ่งถ้าสังเกตที่รั้วบ้านดีๆด้านหน้านี้จะไม่มีประตูที่เก็บถังขยะให้นะคะ จะมีแค่ประตูทางเข้าบ้านในโครงการเท่านั้น

พื้นที่จอดรถด้านนี้กว้าง 5 x 6 เมตรเช่นกัน ซึ่งโครงการตั้งใจให้เป็นที่จอดรถชั่วคราวสำหรับลูกค้าที่มาติดต่อ ด้านนี้จึงไม่มีหลังคาคลุม ทางเข้าบ้านต้องขึ้นบันได 5 ขั้น ไปยังเฉลียงหน้าประตูโดยมีราวเหล็กโปร่งช่วยกั้นพื้นที่แต่ไม่กันตก

หน้าบ้านด้านนี้ตรงผนังมีการติดตั้งเต้ารับแบบกันน้ำ และก็อกน้ำไว้ให้เผื่อใครต้องการล้างรถ  พื้นลานจอดรถปูด้วยอิฐตัวหนอน ส่วนพื้นเฉลียงปูด้วยกระเบื้องเซรามิค ขนาด 30 x 30 เซนติเมตร

ส่วนบันไดขึ้นบ้านกว้าง 1 เมตร ทั้งลูกตั้งและลูกนอนปูด้วยกระเบื้องเซรามิคขนาด 30 x 30 เซนติเมตรสีเดียวกับที่ปูเฉลียง มีการติดจมูกบันไดไว้ให้กันลื่น

ช่องเปิดหน้าบ้านด้านนี้มี 2 จุด ไล่ตั้งแต่ซ้ายไปขวา คือหน้าต่างโถงบันไดบาน FIX  และประตูทางเข้าบานเลื่อนคู่ ส่วนป้ายสำนักงาน โครงการได้ติดไว้ให้ดูเป็นไอเดียตัวอย่าง เผื่อใครจะติดป้ายสำนักงานตรงนี้ก็เหมาะดีค่ะ

เราเข้ามาดูภายในบ้านกันต่อ ถ้าลูกค้าเข้ามาภายในสำนักงานก็จะได้มุมมองนี้ค่ะ หากวางโต๊ะต้อนรับหันหน้ามาทางด้านนี้ก็จะรับลูกค้าได้พอดี ส่วนมุมด้านหลังโต๊ะต้อนรับทางด้านขวามือสามารถจัด Pantry เล็กๆเช่นวางตู้น้ำดื่มหรือเป็นเคาท์เตอร์ชงกาแฟได้

มายืนที่มุมห้องด้านนี้ให้เห็นชัดๆ ถ้ามองไปด้านซ้ายมือจะเห็นว่าพื้นที่ห้องกว้างพอให้สามารถวางโต๊ะต้อนรับขนาด 3 ที่นั่ง และโต๊ะรับรองลูกค้าได้อีก 2 ชุดสบายๆ ผนังอาคารของจริงโครงการจะติดวอลเปเปอร์ให้นะคะ

Uptown

โดยสามารถเลือกสีที่ต้องการได้ตามแคตตาล็อกเลย สีเยอะมากกก มีให้เลือก 3 เล่ม

เปรียบเทียบบ้านตัวอย่างกับบ้านเปล่า(กลับด้านกันนะคะ) อีกด้านจะเป็นส่วนของโถงบันไดและห้องน้ำรวม พื้นที่ว่างระหว่างโถงบันไดในบ้านเปล่าจะเป็นพื้นที่ว่างๆ เราสามารถนำ Model สวยๆของสำนักงานมาตั้งโชว์อย่างในบ้านตัวอย่าง หรือจะวางตู้เอกสารก็ได้อเนกประสงค์เลยค่ะ

เราพามาดูที่ห้องน้ำกันก่อน หน้าห้องน้ำมีสวิตซ์เปิด-ปิดไฟ ประตูห้องน้ำเป็นประตูบานเลื่อน กระจกฝ้า เวลาเลื่อนจะเลื่อนได้ไม่สุดแบบในภาพด้านขวามือ จากช่องเปิดประตู 80 เซนติเมตร จะเหลือช่องให้เดินเข้าแค่ประมาณ 60 เซนติเมตร ค่อนข้างแคบ

เนื่องจากประตู เลื่อนมาติดกับ Low Wall ด้านใน เลยจะติดแบบนี้

มือจับประตูลักษณะตามภาพ มีลูกบิดล็อกประตูและตรงบานมีสักหลาดกันกระแทกให้ด้วย

พื้นห้องน้ำมีการลดระดับเล็กน้อย ปูด้วยกระเบื้องเซรามิค ขนาด 30 x 30 เซนติเมตร สีเทา เราจะเห็นว่าที่ประตูเป็นบานเลื่อน แต่ที่พื้นไม่มีรางเลื่อนมากวนใจ

ก็เพราะว่าโครงการติดตั้งรางเลื่อนประตูไว้ ให้ด้านบนแบบนี้ค่ะ

โดยพอเราเดินเข้ามาในห้องน้ำจะจ๊ะเอ๋กับกระจกเงาติดผนัง ขนาด 0.60 x 1.50 เมตร สามารถส่องได้ทั้งตัว ส่วนผนังห้องน้ำปูด้วยกระเบื้องเซรามิค ขนาด 30 x 30 เซนติเมตรเหมือนพื้นห้องน้ำ แต่เป็นสีครีม

หน้าต่างบานกระทุ้ง เป็นกระจกฝ้า มือจับก้านโยกสแตนเลส

อ่างล้างมือทรงสี่เหลี่ยมขนาดเล็กไปนิด ของ MOGEN

ก็อกน้ำมือจับก้านโยก หมุนซ้าย-ขวา ของ MOGEN  เช่นกัน

ฝั่งตรงข้ามกันเป็นส่วนนั่งชำระ โถสุขภัณฑ์ให้ของ MOGEN มีที่แขวนกระดาษทิชชู่และสายชำระให้ ด้านหลังโถสุขภัณฑ์มีการก่อ Low wall ใช้วางของเล็กๆน้อยๆได้

สายชำระและที่แขวนกระดาษทิชชู่ ของ MOGEN

ฝ้าเพดานติดไฟดาวน์ไลท์ให้ 1 ดวง

ออกมาจากห้องน้ำจะเป็นบันไดทางขึ้นชั้น 2 ค่ะ โดยระหว่างบันไดทั้งสองข้างจะมีสัญญาณกันขโมยติดอยู่ ด้านขวามือเป็นแบบ Motion Detect เครื่องกันขโมยไร้สาย ตรวจจับความเคลื่อนไหว ส่วนทางซ้ายมือเป็นแบบ magnetic sensor ติดที่ประตู-หน้าต่าง โดยเครื่องกันขโมยทั้งสองแบบนี้หากเราตั้งค่าการเตือนไว้ แล้วมีเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ..

ตัว Yale Wireless Alarm นี้ก็จะดังเตือนขึ้นมา เพื่อให้ขโมยตกใจและเตือนเจ้าของบ้านได้ค่ะ

ถัดไปเราจะพาขึ้นบันไดไปดูชั้น 2 กันนะคะ  ตรงชานพักบันไดมีหน้าต่างกระจกบาน FIX ช่วยให้แสงธรรมชาติเข้าโถงบันได ลักษณะของบันไดจะหักขึ้นไปเหมือนตัว L ลูกตั้งบันไดเป็นปูนฉาบเรียบทาสีขาว ส่วนลูกนอนเป็นพื้นไม้จริง

เดินขึ้นบันไดมาก่อนเข้าชั้น 2 ตัวบันไดจะมีชานพักอีก 1 จุดเป็นพื้นไม้จริงเหมือนลูกนอนบันไดค่ะ โดยตัวพื้นชั้น 2 จะใช้กระเบื้องแกรนิตโต้ขนาด 60 x 60 เซนติเมตร สีขาว มองลงไปด้านล่างจะเห็นความกว้างของบันไดประมาณ 1  เมตร ทางขึ้นบันไดไม่อับเพราะมีช่องแสงธรรมชาติช่วย

ส่วนที่โถงบันไดชั้นสอง ก็มีหน้าต่างกระจกเต็มบานช่วยให้แสงธรรมชาติเข้าอีกทาง ตัวหน้าต่างเป็นบานเลื่อนคู่ เปิด-ปิดให้อากาศถ่ายเทได้

เปรียบเทียบบ้านตัวอย่างกับบ้านเปล่า(กลับด้านกันนะคะ) โดยชั้น 2 จะเป็นห้องโถงว่างๆขนาด 6 x 9.05 เมตร สามารถจัดฟังก์ช้่นเป็นห้องทำงานแบบกว้างๆตามบ้านตัวอย่าง หรือจะกั้นแบ่งเป็น 2 ห้องก็สามารถทำได้สบายๆ มองตรงไปสุดทางมีหน้าต่างบานเปิดและประตูออกไปสู่ระเบียงด้วย โดยทั้งประตูและหน้าต่างเป็นบานกระจกทั้งหมดทำให้ห้องนี้มีแสงธรรมชาติเข้าค่อนข้างดีแม้ไม่ได้เปิดไฟ และหากเปิดหน้าต่างทั้งสองฝั่งก็จะทำช่วยให้อากาศถ่ายเท ลมเข้าดีมากตามหลักการไหลเวียนของลม โดยที่ชั้นสองนี้ก็มีสัญญาณกันขโมยทั้ง Magnetic sensor และ Motion Detect ให้ เหมือนกับชั้นหนึ่งค่ะ

สามารถนำโต๊ะยาวมาตั้งเพื่อเป็นโต๊ะทำงานลักษณะนี้ได้ประมาณ 6 ที่นั่ง

ถ่ายจากบ้านเปล่าเพื่อให้เห็นช่องเปิดกันชัดๆ โดยช่องเปิดหลักๆของห้องนี้ คือหน้าต่างกระจกบานใหญ่และประตูทางออกระเบียงค่ะ วิวที่เห็นจากห้องชั้น 2 นี้จะเป็นตึกแถวฝั่งตรงข้ามเต็มๆเลย

ตัวหน้าต่างเป็นบานเปิดคู่ บานเลื่อนซ้ายขวา กระจกใสเขียวตัดแสง ส่วนกรอบบานและวงกบของ Alumet เช่นเดียวกับประตูหน้าบ้าน

ตัวล็อกบานเลื่อนตามภาพ ด้านบนจะเป็นการบิดลงเพื่อปลดล็อค ส่วนด้านล่างก็บิดขึ้นเพื่อคล้องตัวล็อกหน้าต่าง ซึ่งตัวล็อกประตูหน้าต่างด้านบนของบ้านทั้งหลังจะใช้ตัวล็อคนี้ทั้งหมดค่ะ

ส่วนประตูระเบียงเป็นกระจกบานเลื่อนเดี่ยว สามารถเลื่อนได้แค่ด้านเดียวคือบานขวาไปซ้าย ส่วนประตูบานซ้ายมือจะเป็นบาน FIX ค่ะ

พื้นระเบียงมีการลดระดับเล็กน้อย ปูด้วยกระเบื้องเซรามิค 30 x 30 เซนติเมตร พื้นที่ระเบียงมีขนาด 0.80 x 0.98 เมตร ราวระเบียงเป็นเหล็กโปร่งสูงประมาณ 1 เมตร

ข้างๆราวระเบียงเป็นระแนงเหล็กโปร่งทาสีครีม  ผนังด้านซ้ายมือเป็นพื้นที่โล่งๆ มีรูระบายน้ำ 1 จุด

บนฝ้าเพดาน(จากบ้านตัวอย่าง) ติดตั้งไฟดาวน์ไลท์มาให้ 1 ดวง

เข้ามาในห้องน้ำขนาด 1.57 x 2.2  เมตร เป็น Powder Room ไม่มีห้องอาบน้ำ เนื่องจากพื้นที่ชั้นสองนี้ถูกวางฟังก์ชั่นให้เป็นที่ทำงาน ซึ่งเป็นโซน Public จึงติดตั้งเพียงอ่างล้างมือ โถสุขภัณฑ์หญิง รวมทั้งโถสุขภัณฑ์ชายด้วยเพื่อจะสามารถใช้ได้ทุกเพศวัย พื้นห้องน้ำและผนังห้องน้ำใช้กระเบื้องเซรามิค ขนาด 30 x 30 เซนติเมตรเหมือนกัน แต่คนละสี

พื้นมีการลดระดับเล็กน้อย

ตรงผนังเคาท์เตอร์อ่างล้างมือ ติดตั้งตู้เก็บของบานกระจกเงา ที่พอเปิดออกมาจะเป็นชั้นวางของเล็กๆน้อยๆได้

ตัวบานตู้ไม่มีมือจับ แต่ใช้การเซาะร่องแล้ว จับที่บานเพื่อเปิดตู้ตามภาพเลยค่ะ

อ่างล้างหน้าเป็นทรงสี่เหลี่ยม และก็อกน้ำมือจับก้านโยกหมุนซ้ายขวา ของ MOGEN

โถปัสสาวะชายของ MOGEN

ข้างๆกันเป็นติดตั้งโถสุขภัณฑ์ สายชำระและที่แขวนกระดาษทิชชู่ให้ ของ MOGEN ข้างๆเป็น หน้าต่างบานกระทุ้ง มือจับเป็นแบบก้านโยก บานกระจกฝ้า ช่วยให้แสงเข้าแต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ทำให้โป๊

มองไปที่ฝ้าเพดาน ติดตั้งไฟดาวน์ไลท์สีส้มมาให้ 2 ดวง

เปรียบเทียบบ้านตัวอย่างกับบ้านเปล่า(กลับด้านกันนะคะ) โดยเราจะพาขึ้นบันไดไปดูที่ชั้น 3 กันต่อ จะเห็นว่าโถงบันไดบ้านเปล่ากับบ้านตัวอย่างไม่ต่างกัน เพียงแต่ตัวบ้านเปล่าที่โครงการให้ จะมีโคมไฟสีขาวติดตั้งมาให้ด้วย

หน้าตาโคมไฟที่โครงการติดตั้งให้จะเป็นทรงสี่เหลี่ยมแบบนี้ค่ะ

เดินขึ้นบันไดมาจะมีชานพักบันไดก่อนขึ้นชั้น 3โดยพื้นชั้น 3 จะปูด้วยลามิเนตลายไม้ทั้งหมดค่ะ

มองกลับไปที่โถงบันไดแสงเข้าค่อนข้างดีมาก เพราะมีหน้าต่างกระจกบานใหญ่เต็มบานเหมือนที่ชั้น 2 จากในห้องมองออกไปจะเห็นทาวน์โฮมฝั่งตรงข้ามค่ะ

ด้านนอกหน้าต่างจะมีปูนยื่นออกไป สามารถวาง Compressor  แอร์แบบนี้ได้ ตรงนี้มีระแนงเหล็กติดตั้งไว้ ช่วยอำพราง Compressor แอร์จากหน้าตา Facade โครงการได้ส่วนหนึ่ง

เปิดหน้าต่างออกมาดูวิว จะเห็นทาวน์โฮมฝั่งตรงข้ามแบบเต็มๆ

ลองชะโงกหน้าไปทางด้านซ้ายมือจะเห็นหลังคาของร้านขายวัสดุก่อสร้างข้างๆ และอาคารเรียนของโรงเรียนเปรมฤดีศึกษาที่อยู่ด้านหลังโครงการ

จากโถงบันไดจะมีทางเดินไปสู่ Master Bedroom ความกว้างของช่องทางเดินประมาณ 1 เมตร จะเห็นว่าทางซ้ายมือโครงการ Built-in ชั้นวางหนังสือตลอดทางเดิน

ซึ่งพอลองเปรียบเทียบบ้านตัวอย่างกับบ้านเปล่า(กลับด้านกันนะคะ) จะเห็นว่าบ้านเปล่าของจริงจะเป็นผนังว่างๆแบบนี้ ซึ่งพอไม่มีชั้นวางหนังสือแล้ว ทางเดินก็ดูจะกว้างขึ้นด้วย แต่หากใครชอบ Idea ชั้นหนังสือก็ไป Built-in เองได้ไม่ว่ากัน

เข้ามาในห้อง Master Bedroom สามารถวางเตียง King size ขนาด 6 ฟุต พร้อมวางโซฟาปลายเตียงแบบนี้ได้สบายๆ ฝ้าเพดานสูง 2.6 เมตร ไม่มีการเจาะฝ้าหลุมให้นะคะ ของจริงจะเป็นเพดานยิปซัมบอร์ดเรียบ ติดไฟดาวน์ไลท์

พื้นที่หัวเตียงของจริงจะเป็นผนังโล่งๆ แต่โครงการลองจัดวางโต๊ะหัวเตียง และโต๊ะเครื่องแป้งมาให้ดูเป็นไอเดีย จะเห็นว่าทางเดินรอบๆเตียงค่อนข้างเยอะทีเดียว

เปรียบเทียบบ้านตัวอย่างกับบ้านเปล่า(กลับด้านกันนะคะ) ผนังข้างเตียงติดตั้งหน้าต่างบานเลื่อนคู่ ข้างๆกันเป็นประตูออกไปสู่ระเบียง การจัดวางพื้นที่และสเปควัสดุเหมือนกับของห้องทำงานในชั้น 2 ค่ะ

เปรียบเทียบบ้านตัวอย่างกับบ้านเปล่า(กลับด้านกันนะคะ) พื้นที่ปลายเตียงเหลือเยอะมากกก สามารถวางโต๊ะวางทีวีแบบในห้องตัวอย่างก็ยังเหลือเยอะอยู่ หรือจะ Built-in ตู้พร้อมชุดโฮมเทียร์เตอร์ เป็นทีวีจอใหญ่ก็ยังมีเนื้อที่เพียงพอ ถ้าสังเกตดีๆจะเห็นว่าไฟดาวน์ไลท์ของห้องตัวอย่างมีให้ 3 ดวง แต่บ้านเปล่ามีให้ 1 ดวง ดังนั้น ในตอนกลางคืน แสงที่ปลายเตียงนี้อาจจะน้อยไปหน่อย แนะนำให้หาโคมไฟสวยๆมาวาง หรือติดดาวน์ไลท์เพิ่มนะคะ แต่ถ้าใครชอบมืดๆ เผื่อชอบปิดไฟดูหนังก็ไม่ว่ากัน

เปรียบเทียบบ้านตัวอย่างกับบ้านเปล่า(กลับด้านกันนะคะ) ถัดไปเป็นพื้นที่ว่างหน้าห้องน้ำขนาด 2.00 x 3.40 เมตร สามารถ Built-in เป็น Walk-in closed แบบห้องตัวอย่างได้สบายๆ

เข้ามาดูด้านในที่โครงการ Built-in ส่วน Walk-in closed  จะเห็นว่าแม้จะมีตู้ติดผนังทั้งสองฝั่งแล้วก็ยังเหลือพื้นที่เดินสบายๆ

ถัดไปเป็นห้องน้ำ ขนาด 2.2 x 3.4 เมตร ห้องนี้มีฟังก์ชั่นครบทั้งโถสุขภัณฑ์ อ่างล้างหน้าท็อปแกรนิตโตสีดำ ค่อนข้างยาว สามารถวางของได้สบายๆ ซ้ายมือเป็นห้องอาบน้ำ แยกส่วนเปียกส่วนแห้งชัดเจน 

พื้นห้องน้ำมีการลดระดับเล็กน้อย ปิดคิ้วธรณีด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้สีดำ เผื่อเวลาล้างห้องน้ำจะได้ไม่เปียกมาโดนพื้นห้องนอนที่เป็นลามิเนต ส่วนพื้นห้องน้ำปูด้วยกระเบื้องเซรามิค ขนาด 30 x 30 เซนติเมตร

ที่ผนังหน้าเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้า ติดตู้เก็บของบานกระจกเงา สามารถเปิดออกได้  2 ด้าน

อ่างล้างหน้าทรงสี่เหลี่ยมใหญ่กว่าห้องอื่นๆ ของ MOGEN

ก็อกน้ำเป็นสแตนเลส มือจับก้านโยกหมุนซ้ายขวา

บานหน้าต่างที่เคาน์เตอร์อ่างล้างหน้า เป็นบานเปิดคู่ กระจกฝ้า กรอบบานของ Alumet

ข้างๆกันเป็นโถสุขภัณฑ์ พร้อมที่แขวนกระดาษทิชชู่และสายชำระ ของ MOGEN

ฝั่งตรงข้ามกับโถสุขภัณฑ์เป็นพื้นที่อาบน้ำ ขนาด 1.2 x 2.2 เมตร พื้นมีการลดระดับ กันน้ำไหลออกมายังส่วนแห้ง

ทางซ้ายมือมีหน้าต่างบานกระทุ้งให้ 1 บาน

ส่วนทางขวามือ เป็นชุดฝักบัวอาบน้ำ พร้อมที่วางสบู่

ฝักบัวขนาดไม่ใหญ่มาก พอดีมือค่ะ

มองขึ้นไปบนผ้าเพดาน ที่ห้องน้ำนี้ติดไฟดาวน์ไลท์ให้ทั้งหมด 3 ดวง

ออกจาก Master Bedroom มาเราจะพาขึ้นไปดูชั้น 4 กันต่อค่ะ ขึ้นบันไดไปกันเล้ยย

ขึ้นบันไดมา ยังคงคอนเซปต์ มีชานพักก่อนถึงชั้น 3 เล็กน้อย พื้นชั้น 3 ปูด้วยลามิเนตลายไม้ค่ะ สีจะค่อนข้างตัดกับสีไม้บันไดมาก

มองกลับไปที่โถงบันไดก็ยังคงคอนเซปต์ มีหน้าต่างบานกระจกที่โถงบันไดเช่นเคย แสงเข้าดีดี๊ ความรู้สึกเมื่อขึ้นมาที่ชั้นนี้จะค่อนข้างโปร่งกว่าชั้นอื่นๆเพราะฝ้าเพดานสูง 2.8 เมตร ทั้งชั้น

เปรียบเทียบบ้านตัวอย่างกับบ้านเปล่า(กลับด้านกันนะคะ) ตรงทางเดินจากโถงบันไดไปห้องนอน โครงการ Built-in ชั้นวางหนังสือมาให้ดูเป็นไอเดีย  ซึ่งบ้านเปล่าของจริงจะเป็นผนังว่างๆแบบภาพล่าง ห้องนอนของชั้นนี้จะมีทั้งหมด 2 ห้อง เราจะพาตรงไปดูห้องนอนที่ 4 เสร็จแล้วก็ต่อด้วยห้องนอนที่ 3  เป็นห้องสุดท้ายนะคะ

เข้ามาในห้องนอนจะเจอโถงหน้าห้อง ขนาด 2.0 x 2.6 เมตร โครงการ Built-in ตู้เสื้อผ้าติดผนังทั้งสองด้าน ก็ยังเหลือพื้นที่เดินเยอะอยู่

เปรียบเทียบบ้านตัวอย่างกับบ้านเปล่า(กลับด้านกันนะคะ) จะเห็นว่าเมื่อ Built-in ตู้ทั้งสองด้านจะเพิ่มฟังก์ชั่นให้ห้องมากขึ้น เพราะเมื่อเป็นบ้านเปล่าพื้นที่นี้จะค่อนข้างโล่งทีเดียว โดยสามารถปรับเปลี่ยนเป็นโต๊ะเขียนหนังสือ, ตู้โชว์ของสะสม หรอฟังก์ชั่นอื่นๆตามไลฟ์สไตล์ได้เลยค่ะ

เปรียบเทียบบ้านตัวอย่างกับบ้านเปล่า(กลับด้านกันนะคะ) ในส่วนของห้องนอนมีพื้นที่ 3.4 x 6.0 เมตร ขนาดค่อนข้างกว้าง สามารถวางเตียง King size ขนาด 6 ฟุตสบายๆ โดยที่ยังสามารถวางโต๊ะหัวเตียงทั้งสองด้านและมีพื้นที่พอให้เดินได้รอบเตียงสบายๆเหมือนห้องตัวอย่างค่ะ

พื้นที่วิ่งเล่นรอบเตียงเยอะเลย

เปรียบเทียบบ้านตัวอย่างกับบ้านเปล่า(กลับด้านกันนะคะ)  พื้นที่ปลายเตียงก็กว้างๆโล่งๆ มีเต้ารับและที่เสียบสายเคเบิลรองรับสำหรับวางทีวี โดยหากต้องการนอนดูทีวีนี่ สามารถวางโฮมเทียร์เตอร์หรือทีวีเครื่องใหญ่ๆได้สบายๆ

เปรียบเทียบบ้านตัวอย่างกับบ้านเปล่า(กลับด้านกันนะคะ) ผนังข้างเตียงติดตั้งหน้าต่างบานเลื่อนคู่ ข้างๆกันเป็นประตูออกไปสู่ระเบียง การจัดวางพื้นที่และสเปควัสดุเหมือนกับของห้องทำงานในชั้น 3 ค่ะ

ลองเปิดหน้าต่างออกมาดูวิวข้างนอก จะเห็นตึกแถวฝั่งตรงข้ามตั้งเรียงราย

ฝั่งขวามือมองไปสุดทาง เห็นธนาคารกสิกรไทยสำนักงานใหญ่ ตรงสะพานพระราม 9 ด้วย

ส่วนมองไปทางซ้ายมือจะเห็นทางเข้าโครงการ และเห็นวิวทางต้นซอยจันทน์ 43 แยก 25-6

เปรียบเทียบบ้านตัวอย่างกับบ้านเปล่า(กลับด้านกันนะคะ) จากหน้าต่าง มองกลับเข้าไปในห้อง หากอยู่ที่ห้องตัวอย่างเราจะเห็นประตูทางเข้าห้องน้ำ ตรงกับทางเข้าห้องน้ำของอีกห้อง ซึ่งใช้ห้องน้ำร่วมกัน โดยที่บ้านเปล่าติตตั้งประตูห้องน้ำมาให้เป็นบานประตู HDF สีขาว

เข้ามาในห้องน้ำ ขนาด  2.0 x 3.4 เมตร ห้องนี้มีฟังก์ชั่นครบทั้งโถสุขภัณฑ์ อ่างล้างหน้า และส่วนอาบน้ำ แยกส่วนเปียกส่วนแห้งชัดเจน มองตรงไปเป็นประตูทะลุห้องนอนอีกห้อง

พื้นห้องน้ำมีการลดระดับเล็กน้อย ปิดคิ้วธรณีด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้สีดำ เพื่อป้องกันน้ำไหลนองจากห้องน้ำมาโดนพื้ห้องที่เป็นลามิเนต ส่วนพื้นห้องน้ำปูด้วยกระเบื้องเซรามิค ขนาด 30 x 30 เซนติเมตร

อ่างล้างหน้ามีจำนวน 2 อ่าง ท็อปเป็นหินแกรนิตสีดำ ผนังตรงอ่างล้างหน้า ติดตั้งตู้เก็บของบานกระจกเงาไว้ให้

โดยตู้นี้สามารถเปิดเก็บของได้ 2 ด้านแบบนี้ค่ะ

อ่างล้างหน้าทรงสี่เหลี่ยมขนาดกลางๆของ MOGEN และก็อกน้ำมือจับก้านโยกสแตนเลส

ฝั่งตรงข้ามกันเป็นส่วนของโถสุขภัณฑ์ ที่มีสายชำระและที่แขวนกระดาษทิชชู่ให้ของ MOGEN ด้านหลังก่อ Low wall สามารถวางของได้เล็กน้อย ข้างๆกันเป็นพื้นที่อาบน้ำขนาด 1 x 1 เมตร ไม่ได้มีฉากกั้น หรือราวผ้าม่านให้ แนะนำให้หามากั้นนะคะ เพราะไม่อย่างนั้น เวลาอาบน้ำทีจะเปียกไปถึงโถสุขภัณฑ์หรือกระดาษทิชชู่ข้างๆเลย

พื้นที่นั่งส้วม 1 เมตร และพื้นที่อาบน้ำ 1 เมตรเท่ากัน ในส่วนเปียกอย่างที่อาบน้ำมีการลดระดับพื้นเล็กน้อย เพื่อให้น้ำไหลลงท่อและไม่มาเปียกที่ส่วนแห้งค่ะ

มาถึงห้องนอนสุดท้ายขนาด 3.40 x 3.95 เมตร กันแล้ว สามารถวางเตียง Queen size ขนาด 5 ฟุตได้เหมือนห้องตัวอย่างเลยค่ะ

เปรียบเทียบบ้านตัวอย่างกับบ้านเปล่า(กลับด้านกันนะคะ) โดยตัวบ้านเปล่าจะเป็นห้องว่างๆ  มีช่องเปิดเป็นหน้าต่างกระจกบานเลื่อนให้ 1 บาน ซึ่งพื้นที่ข้างหน้าต่างบานเลื่อน สามารถ Built-in ชั้นวางของข้างหน้าต่างแบบนี้ก็ได้ เหมาะกับเป็นห้องของลูกๆ

มองออกไปด้านนอกมีฐานปูนยื่นออกไปสามารถวาง Compressor แอร์ได้ รวมทั้งมีระแนงบังตัว Compressor แอร์ให้ด้วย

พื้นที่ปลายเตียงว่างมาก สามารถหาชั้นวางของ หรือวางทีวีมาตั้งได้ อี้

พื้นที่หัวเตียงด้านหนึ่งเป็นประตูทางเข้า แต่ก็มีพื้นที่พอให้วางโต๊ะหัวเตียงได้ทั้งสองด้าน หากไม่ Built-in ชั้นวางของข้างหน้าต่างเหมือนห้องตัวอย่าง

พื้นที่ทางเดินข้างเตียงจากหน้าประตูทางเข้า และหน้าประตูห้องน้ำค่อนข้างกว้าง เดินไปมาสบายๆ

มองกลับไปเป็นประตูทางเข้าห้องน้ำ ซึ่งผนังด้านข้างสามารถ Built-in ตู้เสื้อผ้าจรดฝ้าเพดานแบบนี้ได้เลย

TH Up

ต่อไปเป็น Plan ของทาวน์เฮาส์ มีทั้งหมด 12 ยูนิตในโครงการ ตังบ้านหน้ากว้าง 6 เมตร พื้นที่ใช้สอย  254 ตร.ม. ประกอบด้วย 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ ห้องแม่บ้าน และที่จอดรถ 2 คันบริเวณหน้าบ้าน ประตูทางเข้าเป็นกระจกบานเลื่อน เมื่อเข้ามาในบ้านจะเจอส่วนรับแขกที่เชื่อมต่อกับห้องรับประทานอาหารและครัวเปิด หากต้องการทำครัวหนักแนะนำให้กั้นห้องนะคะ กลิ่นจะได้ไม่ติดไปทั่วบ้าน ข้างๆกันเป็นห้องน้ำรวมและห้องแม่บ้านที่มีห้องน้ำในตัว ด้านหลังมีประตูเปิดออกยังลานซักล้าง

ขึ้นมาที่ชั้น 2 จะเป็นส่วน Family Area มีโถงห้องนั่งเล่น ติดกันเป็นห้องนอนเล็ก 1 ห้องไม่มีห้องน้ำในตัว เวลาจะเข้าห้องน้ำต้องออกมาเข้าที่ห้องน้ำรวมที่มีจำนวน  1 ห้อง

พื้นที่ชั้น 3 และชั้น 4 จะมีการจัดฟังก์ชั่นเหมือนกับโฮมออฟฟิศ โดยชั้น 3 เป็นส่วนของ Master Bedroom ที่มีห้องน้ำในตัว และพื้นที่ว่างหน้าห้องสามารถ Built-in ส่วน Walk-In Closet ได้ รวมทั้งมีพื้นที่ระเบียงส่วนตัว ส่วนชั้น 4 มีห้องนอนเล็ก 2 ห้อง ห้องน้ำ 1 ห้องที่ใช้ร่วมกัน โดยมีทางเข้าออก 2 ทางจากห้องนอนทั้งสองห้อง

สำหรับวันที่ไปรีวิว ตัวทาวน์โฮมโครงการยังไม่มีบ้านตัวอย่างให้ดู เราจึงเก็บภาพหน้าบ้านและภาพบ้านเปล่าภายในเล็กน้อยมาให้ดูพอเป็นน้ำจิ้มนะคะ ถ้าใครสนใจก็สามารถเข้าไปดูที่โครงการได้เลยค่ะ

Uptown 1

ตัวทาวน์โฮมภายนอก ไม่ต่างกับโฮมออฟฟิศเท่าใดนักค่ะ หลักๆจะใช้โทนสีน้ำตาล-ครีม-ขาว ตกแต่ง Facade ด้วยระแนงเหล็กทาสี บานเปิดใช้กระจกสีเขียวใสตัดแสง กรอบอลูมิเนียมชนิดพิเศษ แต่ตัวทาวน์โฮมจะไม่มีมีบันไดลิงติดที่ Facade อาคาร และไม่มีห้องเก็บของที่เปิดจากหน้าบ้านให้เหมือนโฮมออฟฟิศ

Uptown 3

เปรียบเทียบภาพจำลองโครงการกับบ้านเปล่า เมื่อเข้าไปในบ้านจะเจอห้องโถงว่างๆ โดยโครงการจัดฟังก์ชั่นให้เป็นห้องนั่งเล่นที่เชื่อมต่อกับห้องรับประทานอาหาร มี Built-in ครัวเปิดด้านหลัง มีประตูสามารถเปิดออกไปยังลานซักล้างได้ ผนังด้านขวามือจะมีหน้าต่างให้เฉพาะแปลงมุม ส่วนผนังด้านซ้ายมือจะมีทางเข้าห้องน้ำ ข้างๆกันเป็นชั้น Built-in ที่โครงการจะติดตั้งให้แบบนี้เลยค่ะ

Uptown 4

ขึ้นมาที่ชั้น 2 จะเป็น Family Area โถงด้านนอกเป็นห้องว่าง ที่โครงการจัดฟังก์ชั่นให้เป็นห้องนั่งเล่น ถัดไปเป็นห้องนอนเล็กที่มีการกั้นห้องเป็นสัดส่วน แต่ไม่มีห้องน้ำในตัว ต้องมาใช้ห้องน้ำรวมกับห้องนั่งเล่น

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 5 August 2015 

  • ทาวน์โฮม แปลงมุม ยูนิต 8/11  ที่ดิน 30 ตร.วา ราคา 10,180,000 ล้านบาทหรือ 339,333 บาท/ตร.วา
  • ทาวน์โฮม แปลงกลาง ยูนิต 8/17  ที่ดิน 23 ตร.วา ราคา 9,080,000 ล้านบาทหรือ 394,782 บาท/ตร.วา
  • ทาวน์โฮม แปลงกลาง ยูนิต 8/21  ที่ดิน 23 ตร.วา ราคา 8,880,000 ล้านบาทหรือ 386,086 บาท/ตร.วา
  • โฮมออฟฟิศ แปลงมุม ยูนิต 8/1  ที่ดิน 32 ตร.วา ราคา 10,680,000 ล้านบาทหรือ 333,750 บาท/ตร.วา
  • โฮมออฟฟิศ แปลงกลาง ยูนิต 8/3  ที่ดิน 24 ตร.วา ราคา 9,280,000 ล้านบาทหรือ 386,666 บาท/ตร.วา

 

  • จอง 100,000 บาท
  • ทำสัญญา 300,000 บาท
  • ดาวน์ 20% ผ่อนดาวน์ 10 งวด
  • ที่ดินเพิ่มลด ราคาตารางวาละ 140,000 บาท
  • ค่าส่วนกลาง 50 บาท/ตร.วา/เดือน จัดเก็บล่วงหน้า 2 ปี
  • ค่าจดจำนอง ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ
  • ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ ส่วนผู้ขายเป็นผู้ชำระภาษี
  • ค่าประกัน มิเตอร์ไฟฟ้า ประปา ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ
  • โปรโมชั่น : ทั้งทาวน์โฮมและโฮมออฟฟิศโครงการแถมแอร์ยี่ห้อ LG ให้จำนวน 6 เครื่อง รายละเอียดตามภาพด้านล่างเลยค่ะ

promotion

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ

 


เจาะลึกรวบยอด

ทำเลของ Uptown สาธุประดิษฐ์ ถ้ามองภาพรวมกว้างๆแล้วถือว่าเป็นแหล่งชุมชนเก่าแก่ บรรยากาศโดยรอบๆส่วนใหญ่จะเป็นอาคารพาณิชย์ ตึกแถวรวมทั้งศาลเจ้าจีนที่กระจายอยู่ทั่วทั้งพื้นที่ เพราะย่านนี้คนจีนเยอะ อาหารก็เยอะโดยเฉพาะอาหารจีน ความอุดมสมบูรณ์จึงไม่ต้องพูดถึง มีทั้งร้านอาหารห้องแถว ตลาด, Community mall ใกล้ๆอย่าง Green Place หรือ The Up พระราม 3 มีห้างเซนทรัลพระราม 3 ให้ไปช็อปปิ้ง หากอยากจะชิคหน่อยก็ขับรถไปบนถนนจันทน์ แล้วทะลุเส้นเจริญกรุงก็จะมีเอเชียทีค และยังมีห้างโรบินสันบางรักที่อยู่ใกล้ๆ BTS สะพานตากสิน รวมทั้งยังมีโรงเรียนอยู่ในละแวกใกล้เคียงเยอะ สามารถส่งบุตรหลานไปเรียนได้ เรียกได้ว่าทำเลรอบข้าง มีสิ่งอำนวยความสะดวกค่อนข้างครบครัน

ส่วนหากจะวิเคราะห์ความเหมาะสมของทำเลกับตัวโครงการแล้ว ในส่วนของทาวน์โฮมที่เป็นบ้านพักอาศัยอยู่ด้านในโครงการก็ค่อนข้างสงบดี  แต่ส่วนของโฮมออฟฟิศที่อยู่ด้านหน้า แม้จะอยู่ติดถนนทางเข้าออกหลักก็จริง แต่ตัวถนนค่อนข้างเล็ก และไม่ใช่ทางลัด หรือทางผ่านที่จะมีปริมาณรถเยอะๆต่อวัน ดังนั้นรูปแบบของตัวออฟฟิศที่เหมาะสมคือเป็นแบบ Back office สถานที่ทำงานที่มีการนัดลูกค้ามาคุย เพราะหากคิดว่าจะทำการค้าโดยการเปิดร้านขายของ หรือเป็นธุรกิจที่ต้องการให้คนเห็นเยอะๆ และต้องการลูกค้าแบบ Walk in อาจจะต้องลำบากหน่อย เพราะปริมาณคนผ่านไปผ่านมาที่ไม่ได้สูงมากนักต่อวัน

การเดินทาง เนื่องจากโครงการอยู่ในซอยสาธุประดิษฐ์ 20 หรือ จันทน์ 43 ที่เป็นซอยย่อย การเดินทางจึงสามารถลัดเลาะเข้าออกได้หลายเส้นทาง ตัวโครงการจะเกาะเส้นทางเดินรถหลักๆอยู่ที่ถนนจันทน์และถนนสาธุประดิษฐ์ ซึ่งถนนสองเส้นนี้มีซอยย่อยแตกแขนงไปเหมือนใยแมงมุม ดังนั้นข้อเสียของโครงการอาจะเข้าไปในซอยเล็กๆ แต่ข้อดีคือการเดินทางเข้าออกสามารถใช้ทางลัดเลี่ยงรถติดได้เยอะค่ะ สำหรับทางด่วนนั้นมีทางขึ้น-ลง 3 จุดด้วยกัน คือทางขึ้น-ลง ถนนรัชดาภิเษก,  ทางขึ้น-ลงที่ถนนเจริญราษฎร์ และตรงแยกสาทร-สุรศักดิ์ก็ได้ค่ะ

การเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะ สามารถเดินมาขึ้นพี่วินที่ฝั่งตรงข้ามซอยจันทน์ 43 แยก 6 ได้ หรือไม่ก็เดินมาขึ้นรถสองแถวสีแดงตรงแยกก่อนถึงสุสานกวางตุ้ง ส่วนรถแท๊กซี่ก็มีผ่านไปผ่านมาเรื่อยๆ ในย่านนี้จะมีการเดินทางด้วย BRT บนถนนนราธิวาสราชนครินทร์ เส้นทางสถานีสะพานพระราม 3-สถานีสาทร ราคา 5 บาทตลอดสาย โดยจะไปสิ้นสุดสถานีสาทรที่ BTS  ช่องนนทรี

วัสดุของโครงการให้มามีทั้งที่ดีมาก และธรรมดาผสมกัน โดยจุดเด่นๆคือตัวบานประตูหน้าต่างของ Alumet ที่เป็นวัสดุสั่งทำพิเศษ ช่วยในเรื่องแรงลม กันฝน กันเสียง อันนี้ดีมากให้มาเกินมาตรฐาน, ส่วนของผนังติดวอลเปเปอร์ให้โดยมีแคตตาล็อกมาให้เลือกเองเลย สามารถตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายได้ดี ส่วนตัวสุขภัณฑ์ให้ของ MOGEN สเปคธรรมดา และอ่างล้างหน้าเล็กไปนิด

การออกแบบตัวซุ้มโครงการไม่เด่นมาก และเนื่องจากตัวโครงการเองเป็นโครงการเล็กๆไม่มี Facilities มา Support จุดเด่นที่เห็นของโครงการที่เห็นจึงกลายเป็นตัวอาคาร โดยการออกแบบสีของทั้งโครงการจะไปในโทนน้ำตาล-ครีม-ขาว mood and tone เดียวกัน

ส่วนการออกแบบฟังก์ชั่นค่อนข้างยืดหยุ่น ปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นได้ง่าย แต่ยังคงมีจุดประสงค์หลักชัดเจน ตั้งแต่ตัวโฮมออฟฟิศที่มีทางเข้าออกและจอดรถได้ 2 ทาง คือจากทางด้านในโครงการ สำหรับรถยนต์ส่วนตัวของเราที่จอดนานและต้องการความปลอดภัย  ส่วนที่จอดรถจากทางด้านหน้าถนนหลัก สำหรับลูกค้าที่มาติดต่อชั่วครั้งคราว สามารถนำรถเข้า-ออก ได้ง่าย ซึ่งพอเข้ามาในอาคารชั้น 1 และ 2 ที่เป็นส่วนสำนักงานก็เป็นพื้นที่กว้างโล่ง ช่วยให้ง่ายต่อการจัดวาง หรือแบ่งกั้นพื้นที่ และการที่มีช่องแสงบานใหญ่แสงธรรมชาติเข้าได้จากสองทาง การกั้นพื้นที่ฝั่งใดฝั่งหนึ่งจึงไม่เป็นอุปสรรคและไม่ทำให้ห้องมืดลง ส่วนชั้น 3-4 ก็จัดฟังก์ชั่นให้เป็นห้องนอน แต่หากไม่ใช้พักอาศัยก็ปรับเปลี่ยนเป็นห้องอเนกประสงค์ได้ง่าย

ตัวทาวน์โฮมจะต่างกับโฮมออฟฟิศแค่ชั้น 1 กับชั้น 2 เท่านั้น ซึ่งติดนิดนึงที่ชั้น 2 เป็นพื้นที่ Living Area มีห้องนั่งเล่น มีห้องน้ำรวม แต่มีห้องนอนซึ่งไม่มีห้องน้ำในตัว ต้องเดินออกมาเข้าห้องน้ำรวม อย่างน้อยน่าจะทำประตูทะลุถึงกันได้ก็ยังดี แต่หากจัดพื้นที่ห้องนอนให้เป็นฟังก์ชั่นอื่นอย่างห้องทำงานหรือห้องดูหนัง การที่ไม่มีห้องน้ำในตัวก้ไม่เป็นปัญหาค่ะ

โครงการนี้ไม่มี Facilities แต่มีการรักษาความปลอดภัยโดยใช้ CCTV 8 จุดรอบโครงการ ยามรักษาความปลอดภัย 24  ชม. Access card ระยะไกล และระบบรักษาความปลอดภัยในบ้านแบบ Magnetic Sensor 2 ตัว และระบบ Motion Detect 2 ตัว ทุกหลัง รั้วรอบโครงการสูง 2.5 เมตร ถือเป็นโครงการที่ให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยดีค่ะ

Judgement

ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 40%, ความปลอดภัย 15%, การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 15%, วัสดุ 10%, พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 10%,  และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับแพคเกจ 8.8-10.7 ล้านบาท, 5 August 2015 

  • ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 7.5/10 – อยู่ในซอยที่มีมีทางเข้า-ออกลัดเลาะได้หลายเส้นทางและอยู่ไม่ไกลจากจุดขึ้น-ลงทางด่วน เหมาะกับคนที่มีรถส่วนตัว แต่สภาพซอยค่อนข้างแคบนิดนึง ทำเลรอบๆโครงการเป็นแหล่งชุมชนที่ค่อนข้างอุดมสมบูรณ์
  • ความปลอดภัย 8.5/10 – รั้วกั้นไม้กระดก, CCTV 8 ตัวรอบโครงการ, รปภ.หน้าหมู่บ้าน และสัญญาณกันขโมยที่ติดตั้งให้ภายในบ้าน, รั้วโครงการสูง 2.5 เมตร ค่อนข้างดูแลเรื่องความปลอดภัยดี
  • การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 7.75/10 – แบบสวย การจัดฟังก์ชั่นยืดหยุ่น สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้ง่าย แต่ห้องน้ำเล็กไปนิด
  • วัสดุ 7.5/10 –มาตรฐานของระดับนี้ มีทั้งดีมากและปานกลาง มีวอลเปเปอร์ให้ด้วย
  • พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 7/10 – เป็นโครงการขนาดเล็กที่ไม่ได้มีสวนสีเขียว แต่มีต้นไม้ริมรั้วอยู่บ้าง 
  • 7.65/ 10.00 

BOTTOM LINE

Uptown สาธุประดิษฐ์ เหมาะกับคนที่ต้องการหาโฮมออฟฟิศเพื่อเริ่มต้นธุรกิจและใช้ชีวิตอยู่ได้ หรือคนที่ต้องการหาทาวน์โฮมเพื่อพักอาศัยในย่านสาธุประดิษฐ์ ถนนจันทน์ พระราม 3  เดินทางโดยใช้รถมอเตอร์ไชค์หรือรถยนต์ส่วนตัวเป็นหลัก ชอบทำเลที่มีทางเข้าออกได้หลายทาง ไม่ซีเรียสเรื่องส่วนกลางหรือ Facilities มีงบประมาณ 8.8-10.7 ล้านบาท หรือมีกำลังผ่อนต่อเดือนประมาณ 61,600-74,900 บาท

ถ้ามีความเห็นว่ารีวิวตัวนี้มีประโยชน์ ช่วยกด LIKE ให้หน่อยนะคะ จะได้มีกำลังใจในการทำรีวิวต่อไป

สมัครสมาชิก www.thinkofliving.com พร้อมรับข่าวสารเพิ่มเติม คลิกที่นี่ https://thinkofliving.com/register/