รีวิวฉบับที่ 1298 … สวัสดีค่ะ วันนี้พาไปชมโครงการใหม่ล่าสุดจากพฤกษา ภายใต้แบรนด์ The Tree กับโครงการ The Tree สุขุมวิท 71-เอกมัย ที่ขยับเข้ามาใกล้ตัวเมืองมากขึ้นจากตัวก่อนที่อยู่ในซอยสุขุมวิท 54 และ 64 โดยโครงการนี้ทำเป็นคอนโด High Rise ด้วย ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิท 71 ใกล้กับแยกคลองตัน จุดเด่นของโครงการมาตามคอนเซ็ป “ธรรมชาติจรดฟ้า” คือการยกชั้น Facilities หลักขึ้นไปไว้บนชั้นดาดฟ้าค่ะ ซึ่งถือว่าเป็นโครงการใหม่ในย่านนี้ที่ให้ Facilities มาดีทีเดียว ในราคาเริ่มไม่แรง 1.69 ล้านบาท

สำหรับใครที่สนใจโครงการเปิด Pre-sale ในวันที่ 11-12 มี.ค. นี้ค่ะ

Fact @ 23 February 2017 

  • The Tree Sukhumvit 71 – Ekamai (เดอะทรี สุขุมวิท 71 – เอกมัย)
  • บริษัท พฤกษาเรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน)
  • MAIN CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ในเขต : สวนหลวง ถนนสุขุมวิท 71
  • คอนโด High Rise 33 ชั้น 883 ยูนิต และร้านค้า 3 ยูนิต
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 34 ยูนิต
  • ที่จอดรถประมาณ 37%
  • ที่ดินประมาณ 3-2-52 ไร่
  • เริ่มก่อสร้าง : พฤกษาคม 2560
  • คาดว่าจะแล้วเสร็จ : เมษายน 2562
  • 1 Bedroom 24 – 35 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 1.69 ล้านบาท
  • 2 Bedrooms 49 – 56 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 4.5 ล้านบาท
  • Loft สูง 5 ม.
  • ฝ้าเพดานสูง 2.7 เมตร
  • ราคาห้องเริ่มต้น 1.69 ล้านบาท (โปรโมชั่น)
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรทั้งโครงการ 87,000 บาท/ตร.ม.
  • เพิ่มเติมข้อมูลทำเลรอบๆ BTS พระโขนง ได้ที่: มองหาทำเลน่าอยู่ใกล้รถไฟฟ้า: BTS พระโขนง
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • Call Center : 1739

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วค่ะ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างค่ะ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.740640, 100.600157

โครงการ The Tree สุขุมวิท 71-เอกมัย ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิท 71 ฝั่งขาออกมุ่งหน้าไปทางรามคำแหง ใกล้กับแยกคลองตัน ติดกับซอยเพชรบุรี 42 และมีระยะห่างจาก Airport Rail Link รามคำแหงไปเพียง 350 ม.

ทำเล The Tree สุขุมวิท 71 – เอกมัย ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิท 71 หรือที่เรียกกันว่า ปรีดีพนมยงค์ เป็นถนนที่เชื่อมจากถนนสุขุมวิทมายังแยกคลองตันซึ่งตัดกับอีก 3 ถนนใหญ่ด้วยกันคือ ถนนเพชรบุรี (ถนนคู่ขนานสุขุมวิทวิ่งเข้าเมือง) ถนนพัฒนาการ และถนนรามคำแหง สำหรับที่ตั้งโครงการนี้จะอิงไปทางแยกคลองตันมากกว่ามาทางถนนสุขุมวิทนะคะ ซึ่งความคึกคักและอุดมสมบูรณ์จะออกเป็นแนวระดับชุมชนที่อยู่อาศัยกันมานาน ดังนั้นบรรยากาศของทำเลส่วนใหญ่จะเป็นร้านค้าใต้ตึกแถวที่เปิดกันมานาน มีของให้เลือกซื้อหลากหลายและมีของขายตั้งแต่เช้าจนถึงดึก ตลาดนัดทั้งที่ติดถนนสุขุมวิท 71 และยังในซอยย่อยอื่นๆ เรียกได้ว่าเป็นอีกถนนเส้นนึงที่มีความอุดมสมบูรณ์พอตัว หากเลยมาใกล้แถวถนนสุขุมวิทนั้นจะมีความเจริญแบบย่านในเมืองมากขึ้นและผสมผสานกับชุมชนดั้งเดิม จะเห็นว่ามีทั้ง Max Valu ห้างที่เปิดให้บริการ 24 ชม., Naiipa Art Complex, W District และในเร็วๆ นี้กับ Summer Hills ที่เป็น Community Mall ใหม่ในย่านนี้

ซูมเข้ามาอีกหน่อยกับความอุดมสมบูรณ์ในระยะที่เดินได้นั้นก็มีตัวเลือกให้เลือกพอสมควรนะ อย่างฝั่งตรงข้ามนั้นจะมีร้านค้าใต้ตึกแถวเปิดขายอาหาร ผลไม้ต่างๆ รวมทั้งในช่วงบ่าย-ดึกจะมีตลาดที่รวมร้านอาหารต่างๆ มาให้เลือกซื้อเลือกกินกันได้ง่าย โดยจะอยู่ติดกับ Tops Daily ที่เป็น Hyper Market ที่ใกล้กับโครงการมากที่สุดสามารถซื้อข้าวของเครื่องใช้กันได้ง่ายดีค่ะ

ใครอยากกินอาหารร้านดังที่เปิดกันมานาน แถวใกล้ๆ โครงการก็มีให้เดินไปกินกันไม่ไกลนะคะ โดยจะอยู่บริเวณฝั่งพัฒนาการ ซึ่งตั้งขายอยู่ใต้ตึกแถวยาวเรียงกันไป มีทั้งร้านข้าวมันไก่ ห่านพะโล้ เย็นตาโฟแหลมผ่าฟ้า จัดเป็นร้านชื่อดังในละแวกนี้ทีเดียว หรือใครที่ต้องข้ามแยกคลองตันไปฝั่งรามคำแหงบ่อยๆ เพื่อจะไปขึ้น Airport Link รามคำแหงก็มีตลาดนัดและ A Link ที่มีร้านอาหารในเต้นท์ และร้านแฟนไชน์ต่างๆ รองรับพนักงานตึก UM Tower นี้ ซึ่งแถบฝั่งรามคำแหงช่วงต้นๆ จะคึกคักพอสมควรในช่วงกลางวันนะ ส่วนตัวกลางคืนก็ค่อนข้างเงียบอยู่เหมือนกัน

สำหรับการเดินทางของโครงการนี้นั้นเน้นการเดินทางเข้าเมืองจากถนนเพชรบุรีเป็นหลัก และสะดวกพอสมควร ด้วยความที่อยู่ใกล้แยกคลองตันและมีซอยที่ติดกับที่ดินโครงการที่สามารถลัดไปยังถนนเพชรบุรีได้โดยไม่ต้องไปรอไฟแดงบริเวณแยกคลองตัน อีกทั้งโครงการนี้ยังได้อิงความอุดมสมบูรณ์บนถนนสุขุมวิท 71 ที่มีความคึกคักมากกว่าโครงการข้างเคียงที่อยู่ใกล้แยกคลองตันเช่นเดียวกันแต่อยู่บนถนนข้างเคียงอื่นๆ เช่นพัฒนาการ รามคำแหง จัดว่าเป็นทำเลเหมาะกับการอยู่อาศัยแบบคอนโดมากกว่าเพราะสามารถเดินลงมาก็หาซื้อของกินตามรายทาง หรือริมถนนได้อยู่ ไม่ต้องขับรถออกมา

สำหรับทำเลโครงการนี้หากมองในแง่ของคนที่ทำงานในเมือง หรือเดินทางเข้าเมืองบ่อยๆ แต่มีงบประมาณที่ไม่มากไม่สามารถไปสู้โครงการใกล้เมืองแถบเอกมัย-ทองหล่อ ตั้งแต่บนถนนเพชรบุรีเองและในซอยทองหล่อ – เอกมัยเอง ที่ราคาปัจจุบันก็ดีดขึ้นหลักแสนกันเป็นส่วนใหญ่ไปแล้ว โครงการนี้มาตอบโจทย์นี้ในเรื่องราคาที่พอหยิบจับได้ แต่ขยับออกจากตัวเมืองหน่อย ซึ่งก็ไม่ถือกับเดินทางลำบาก เพราะทางเข้า-ออกเองก็อยู่บนถนนสุขุมวิท 71 ไม่ได้อยู่ในซอยย่อยและใกล้กับแยกคลองตัน ทำให้การเดินทางด้วยรถยนต์นั้นมีความสะดวก แต่ไม่นับรวมกับเรื่องรถติดนะ เพราะตรงนี้เป็นอีกจุดที่ติดมากทีเดียว รวมทั้งเส้นเพชรบุรีก็ด้วยเช่นกัน ควรเผื่อเวลาในการเดินทางเข้าเมืองพอสมควรเลยค่ะ

และนอกจากนี้ใครที่อาศัยการเดินทางด้วยทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์เรียกว่าสะดวกมาก เพราะมีจุดขึ้น-ลงอยู่ไม่ไกลจากโครงการ อย่างขาลงก็สามารถลงและตรงเข้าสุขุมวิท 71 ไปกลับรถใต้สะพาน ส่วนขาขึ้นนี่ง่ายเลยแค่เลี้ยวขวาเข้าถนนพัฒนาการแล้วตรงไปอีกหน่อยก็มีจุดขึ้นทางด่วนแล้วค่ะ

ส่วนใครที่เน้นเดินทางอิงไปทางถนนสุขุมวิทนั้นจะค่อนข้างเสียเวลาอยู่ซักหน่อย เพราะฝั่งที่ตั้งโครงการอยู่ฝั่งขาออก ดังนั้นจึงต้องไปกลับรถบนถนนพัฒนาการช่วงก่อนถึงจุดขึ้น-ลงทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ ก่อนจะเลี้ยวเข้าสุขุมวิท 71 อีกทีนะคะ

สำหรับใครที่เดินทางด้วยรถสาธารณะนั้นก็มีหลายตัวเลือกทีเดียวค่ะ นอกจากการเรียกพี่แท็กซี่ โบกพี่วินใกล้ๆ โครงการแล้วก็ยังมี Airport Link รามคำแหง รถไฟฟ้าที่ใกล้กับโครงการมากที่สุดและจัดอยู่ในรัศมีเดินได้ก็คือ Airport Link รามคำแหง โดยอยู่ห่างจากหน้าโครงการไปประมาณ 350 ม. ถือว่าระยะไม่ไกลสำหรับการเดิน แต่ด้วยความที่ต้องข้ามแยกคลองตันก็จะเดินลำบากหน่อย เมื่อเทียบกับโครงการใกล้เคียงที่ไม่ต้องข้ามแยกหรือข้ามถนนใหญ่นะคะ

อีกตัวเลือกนึงสำหรับใครที่ทำงานในเมืองและไม่อยากทนมานั่งเปื่อยอยู่บนรถเพราะรถติด ก็คือเรือด่วนคลองแสนแสบนั่นเองค่ะ โดยท่าเรือที่ใกล้กับโครงการมากที่สุด คือท่าเรือสะพานคลองตัน โดยอยู่ห่างจากโครงการไปประมาณ 600-700 ม. ไกลไปสักหน่อยสำหรับระยะเดินได้ง่าย อาจจะโบกพี่วินไปลงเรือต่อหรือใครฟิตหน่อยก็เดินได้ไม่ยากนะคะ

เสริมอีกนิดนะคะ ด้วยความที่โครงการอยู่อิงไปทางแยกคลองตันก็จริง แต่ก็จัดว่าตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิท 71 ดังนั้นก็ไม่ยากที่จะนั่งรถกะป้อ หรือโบกพี่วินไปต่อ BTS พระโขนง ซึ่งเป็นสถานี BTS ที่ใกล้กับโครงการมากที่สุด แม้ระยะห่างจาก BTS จะไกลไปหน่อยก็ตาม

คลิกเพื่อดูรูปขนาดใหญ่

ปัจจุบันโครงการใหม่ที่อิงมาทางถนนเพชรบุรีนั้น จะมีโครงการ The Tree สุขุมวิท 71 – เอกมัย โครงการเดียวที่เข้ามาเกาะแนวถนนเพชรบุรีชัดเจน แม้ทางเข้า-ออกโครงการจะไม่ได้ติดถนนเพชรบุรีซะทีเดียว หากมองเปรียบเทียบกับโครงการใหม่ข้างเคียง (ไม่ใช่มือ 2) นอกเหนือจากโครงการ The Tree สุขุมวิท 71 – เอกมัยนั้นก็จะมี Plum รามคำแหงและ The Base Garden พระราม 9 ที่เปิดตัวไปเมื่อปีที่แล้วนะคะ

ซึ่งจุดเด่นของโครงการนี้คือ ทำเลที่มีความคึกคักอุดมสมบูรณ์ ได้ Facilities ชั้นดาดฟ้าและฝ้าเพดานสูง 2.7 ม. ในราคาเฉลี่ยไม่แรงอยู่ที่ประมาณ 87,000 บาท/ตร.ม. เมื่อเทียบกับโครงการอื่นในย่านนี้ รวมทั้งโครงการมือ 2 ด้วยก็ไม่ได้มีราคาโดด และหากใครที่เน้นใช้ถนนเพชรบุรี โครงการนี้ก็เดินทางง่ายสุด

 

เดี๋ยวเราพาไปโครงการกันค่ะ โดยเส้นทางในวันนี้เราจะเริ่มต้นจากแยกรามคำแหงซึ่งตัดกับถนนพระราม 9 จากนั้นขับตรงมาเรื่อยๆ ผ่านแยกคลองตันเข้าถนนสุขุมวิท 71 จากนั้นตรงไปอีกหน่อย แล้วเตรียมกลับรถใต้สะพานข้ามคลองตัน เมื่อกลับรถมาแล้วขับตรงไปอีกหน่อย ก่อนจะถึงแยกคลองตันจะเห็นโครงการอยู่ทางซ้ายมือแล้วค่ะ

จากถนนรามคำแหงบริเวณแยกรามคำแหงที่ตัดกับถนนพระราม 9 ในฝั่งมุ่งหน้าไปทางแยกคลองตันนะคะ โดยเราจะตรงผ่านถนนพระราม 9 ไปเรื่อยๆ ก่อน

ผ่านแยกรามคำแหงมาแล้ว ตรงมาอีกหน่อยจะเห็นซอยทางเข้าโรงพยาบาลแพทย์ปัญญาเป็นโรงพยาบาลที่อยู่ไม่ไกลจากโครงการมากนัก

จากนั้นตรงมาอีกหน่อยก็จะเห็น A-Link เป็นศูนย์รวมร้านค้าและร้านอาหารขนาดย่อมๆ ติด Airport Rail Link รามคำแหงนี้ค่ะ บรรยากาศไม่ได้คึกคักมากนัก แต่ก็พอมีร้านแฟนไชน์มาลงนะคะ อย่าง Starbucks และ Subway

ถัดจาก Airport Link เราจะเห็นอาคาร UM Tower ซึ่งเป็นอาคารสำนักงานขนาดใหญ่บนช่วงต้นถนนรามคำแหงนี้ และที่ติดกันกับตึก UM Tower จะเป็นตลาดนัดและเต้นท์อาหาร รวมทั้งร้านรถเข็นต่างๆ ที่มาจอดขายของกันค่อนข้างคึกคักทีเดียวค่ะในช่วงกลางวัน เพื่อรองรับพนักงานของตึก UM Tower และบริษัทในละแวกนี้ด้วย

จากนั้นตรงมาอีกหน่อยเราก็จะเจอแยกคลองตันกันแล้ว โดยเราจะมุ่งหน้าตรงไปยังถนนสุขุมวิท 71 กันค่ะ

วิ่งตรงเข้าถนนสุขุมวิท 71 แล้ว ทางขวามือเราก็จะเห็นโครงการแล้วนะคะ เดี๋ยวเราตรงไปเพื่อไปกลับรถกันก่อนนะ

เตรียมเบี่ยงซ้ายกลับรถใต้สะพานข้ามคลองตัน

ตรงมาอีกหน่อยก็จะเห็นโครงการอยู่ฝั่งซ้ายมือแล้วค่ะ

เดี๋ยวเราพาเดินไปดูตลาดตรงข้ามโครงการกันหน่อยนะคะ เดินจากโครงการมาไม่ไกลเลยค่ะ สำหรับตลาดนี้จะเป็นตลาดที่ขายอาหาร ซึ่งจะคึกคักในช่วงบ่ายไปจนถึงประมาณ 2-3 ทุ่ม ขนาดของตลาดนี้ไม่ได้ใหญ่มากนัก จัดเป็นขนาดย่อมๆ มีร้านค้าประมาณ 20 ร้านในเลือกซื้อกับข้าวกัน

ติดกับตลาดก็จะเป็น Tops Daily และร้านเสื้อผ้าเล็กๆ น้อยๆ อีก 6-7 ร้านค่ะ สำหรับ Tops นี้จะเปิดให้ใช้บริการ 24 ชม. เลยใครขาดเหลืออะไรทั้งของใช้ในบ้าน หรือขนมขบเคี้ยวก็เดินข้ามถนนมาซื้อกันได้ไม่ยากค่ะ

ส่วนบรรยากาศริมถนนฝั่งเดียวกับตลาดและ Tops นั้นจะค่อนข้างคึกคักพอสมควรทั้งช่วงกลางวันไปถึงเย็น มีร้านค้าใต้ตึกแถว หรือร้านรถเข็นต่างๆ ตลอดทางเดิน ซึ่งยาวตั้งแต่ช่วงแยกคลองตันไปจนถึงสะพานข้ามคลองตันเลยค่ะ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

บรรยากาศโดยรอบโครงการติดกับอาคารพาณิชย์เป็นส่วนใหญ่ และอยู่ในบริเวณชุมชนเก่าแก่ ซึ่งจะมีความคึกคักในช่วงกลางวันและเย็น รวมทั้งมีความเงียบสงบในตอนกลางคืน ไม่มีเสียงดังรบกวน ด้านหลังโครงการฝั่งทิศตะวันตกนั้นติดกับคลองตัน ซึ่งเป็นคลองใหญ่ที่เชื่อมกับคลองแสนแสบและคลองพระโขนงนะคะ สภาพน้ำคลองตันนี้ไม่ได้เน่าเสียหรือส่งกลิ่นเหม็นและอีกอย่างคือมี Buffer เป็นพื้นที่สวนเว้นระยะห่างจากตัวอาคารไประยะนึงด้วย ดังนั้นลูกบ้านที่สนใจทิศใต้ฝั่งด้านหลัง หรือห้องมุมฝั่งทิศตะวันตกนั้นก็หมดปัญหาเรื่องของกลิ่นไปค่ะ

  • ทิศเหนือ : อาคารพาณิชย์สูง 4 ชั้น
  • ทิศตะวันออก : ถนนสุขุมวิท 71 และอาคารพาณิชย์สูง 4 ชั้น
  • ทิศใต้ : อาคารพาณิชย์สูง 2 – 5 ชั้น
  • ทิศตะวันตก : คลองตัน และแมนชั่นสูง 8 ชั้น

 

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • A-Link รามคำแหง ~350 ม.
  • รพ.เพชรเวท ~75o ม.
  • เดอะมอลล์ รามคำแหง ~1.7 กม.
  • Food Land รามคำแหง ~2.1 กม.
  • Big C หัวหมาก ~2.9 กม.
  • The Nine พระราม 9 ~3.3 กม.
  • Naiipa Art Complex ~3.7 กม.
  • ม.เกษมบัณฑิต ~3.8 กม.
  • สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น ~3.9 กม.
  • W District ~4.3 กม.
  • รพ.พระราม 9 ~4.8 กม.

 


เจาะลึกตัวโครงการ

โครงการ The Tree สุขุมวิท 71 – เอกมัย คอนโด High Rise สูง 33 ชั้น บนเนื้อที่ดิน 3 ไร่กว่า ด้วยจำนวนยูนิตทั้งหมด 883 ยูนิตและร้านค้าด้านหน้าโครงการอีก 3 ยูนิต ในชั้น 2-6 จะเป็นชั้นที่จอดรถทั้งหมด และเริ่มชั้นพักอาศัยตั้งแต่ชั้น 7 ขึ้นไปจนถึงชั้น 32 โดยชั้น 32 นี้เป็นชั้นพิเศษที่จะมีห้อง Loft ฝ้าเพดานสูง 5 ม. เพียง 9 ยูนิตพิเศษเท่านั้นค่ะ ในส่วนของ Facilities โครงการนี้จะถูกยกชั้นขึ้นไปบนดาดฟ้าทั้งหมด ถือเป็นจุดเด่นและตัวชูโรงของโครงการที่ให้ Facilities มาจัดเต็ม

นอกจาก Facilities ที่ยกชั้นขึ้นไปชั้น Roof Top แล้วโครงการนี้ก็ได้รับการออกแบบจากบริษัทสถาปนิกไทยชื่อดังอย่าง Plamer & Turner ที่ออกแบบอาคารตึกสูงต่างๆ มาแล้วในหลายประเทศ สำหรับโครงการนี้นั้นมี Inspiration มาจาก ป่าสน ตามแนวความคิดหลักของแบรนด์ The Tree ที่เน้นเรื่องธรรมชาติ สำหรับป่าสนนี้ถูกนำมาแปลความหมายออกมาเป็น Facade ที่มาลายเส้นตรงสีน้ำตาลสูงเหมือนต้นสน และบนยอดของต้นสนก็เปรียบเสมือเป็นใบไม้ที่ให้ร่มเงา ซึ่งก็คือตำแหน่งของชั้น Facilities นอกจากนี้ก็มีการนำ บ้านต้นไม้ เข้ามาเล่นเป็น Gimmick (ลูกเล่น) เพิ่มเติมในโครงการให้ดูน่าสนใจมากยิ่งขึ้นด้วยค่ะ

ในส่วน Master Plan โครงการ แบ่งออกเป็น 3 โซน คือส่วนร้านค้าด้านหน้า ตัวอาคาร และพื้นที่สวนด้านหลัง ตามลำดับ โดยจากจุด Drop Off ของโครงการนั้นเค้าออกแบบเป็นโถงทางเดินยาว หรือเรียกว่า Pine Tunnel Lobby ก่อนที่จะเข้าสู่ Main Lobby ภายใน ให้ลูกบ้านได้ปรับเปลี่ยนอารมณ์ความรู้สึกด้วย Water Feature และฉากกั้น Pattern เดียวกับ Facade อาคาร โดยจะวางเป็นแนวเฉียงบังสายตาจากด้านนอกอาคารแต่ยังได้แสงสว่างและเป็นช่องลมระบายอากาศส่วนภายในโถงทางเดินได้ เข้าส่วน Main Lobby นี้จะเชื่อมต่อกับโถงลิฟต์เลยไปถึงห้อง Recreation Room ที่จัดให้เป็นพื้นที่นั่งเล่นสำหรับลูกบ้านแยกส่วนกับ Main Lobby ที่ไว้สำหรับต้อนรับแขกมาติดต่อด้วย ส่วนด้านหลังโครงการให้พื้นที่สวน On Ground Background ไว้ให้เดินเล่นในพื้นที่สีเขียวชิลๆ ได้

เส้นทางการเดินรถจะเป็นแบบ One Way เพื่อให้การสัญจรง่ายขึ้น โดยเส้นทางลัดของลูกบ้านเมื่อออกจากโครงการสามารถเลี้ยวเข้าซอยเพชรบุรี 42 ไปตัดออกถนนเพชรบุรีได้เลยไม่ต้องผ่านแยกคลองตัน ในส่วนของพื้นที่จอดรถโครงการนี้ให้มา 36% ไม่รวมซ้อนคัน ซึ่งถือว่าให้มาตามราคาไม่มากไม่น้อย หักลบกับระยะเดินไปยัง Airport Link ไม่ไกลและความสะดวกในการใช้รถสาธารณะง่ายก็น่าจะช่วยให้ความต้องการใช้รถน้อยลงไปได้

หน้าทางเข้าโครงการทำเป็น Shop ร้านค้าทั้งหมด 3 ยูนิต ซึ่งทางโครงการตั้งใจจะให้เป็นร้านสะดวกซื้ออยู่ 1 ร้าน เพื่อให้ลูกบ้านได้มาซื้อของกันได้ใกล้ๆ ซึ่งรูปแบบการขายจะเป็นแบบขายขาดเลยค่ะ

ส่วนด้านบนของร้านค้า จัดเป็นพื้นที่นั่งเล่นแบบ Outdoor ให้ด้วย ถ้าได้ร้านค้าเป็นร้านอาหาร หรือคาเฟ่ก็คงจะดีมานั่งชิลๆ ช่วงเช้าๆ หรือเย็นๆ ก็ได้อารมณ์ไปอีกแบบ (ถ้ารถบนถนนหน้าโครงการไม่ติดนะ 55) ส่วนจุด Drop Off จะอยู่ถัดไปอีกหน่อย

ลองถ่ายจากโมเดลดูโถงทางเดิน “Pine Tunnel Lobby” จากจุด Drop Off มาถึงส่วน Lobby ซึ่งเป็น Gimmick ในการออกแบบที่แตกต่างจากโครงการทั่วไป ที่จะวาง Lobby อยู่ด้านหน้าติดกับ Drop Off เลย แต่นี่มี “Pine Tunnel Lobby” สำหรับปรับเปลี่ยนอารมณ์ก่อนเข้าโครงการ น่าสนใจดีค่ะ

เข้ามาสู่ส่วน Lobby โครงการ ตกแต่งมาในสไตล์ Modern Luxury ใช้กระเบื้องเป็นสีสันของหินอ่อน ส่วนผนังเสาและฝ้าเพดานใช้สีน้ำตาลขลิบทองที่ยกคงเป็นสีสันของไม้สนตามคอนเซ็ปหลักที่วางไว้อยู่

เดินทะลุจาก Lobby มายังด้านหลังโครงการ ซึ่งเค้าจัดให้เป็นโซน On Ground Backyard มีสนามหญ้าและบ้านต้นไม้ให้เด็กได้วิ่งเล่น ส่วนผู้ใหญ่ก็สามารถเดินเล่นชมสวนกันชิลๆ ได้

บรรยากาศจากรูป Perspective ออกมาให้ความรู้สึกผ่อนคลายกับธรรมชาติมากๆ โดยเค้าตกแต่งให้บ้านต้นไม้นั้นเป็นพื้นที่นั่งเล่นได้ด้วยค่ะ อยากเห็นของจริงแล้วว่าจะออกมาเป็นยังไง ^^

ขึ้นมาชั้น 7 เป็นชั้นเริ่มต้นห้องพักอาศัยนะคะ โดยชั้นนี้ก็จะมี Facilities อยู่เล็กน้อยแต่ไม่ใช่ชั้น Facilities หลัก โดยจะอยู่ฝั่งทิศใต้ มีห้อง Co-Working Space และ Life Loft Garden ส่วนห้องพักอาศัยนั้นจะแบ่งเป็น 2 ฝั่ง แยกด้วยโถงลิฟต์โดยสาร โดยห้องส่วนใหญ่จะเน้นเป็นห้อง 1 Bedroom ขนาด 26 และ 30 ตร.ม. อยู่ตรงกลาง และวางห้องขนาดใหญ่เป็นห้องมุมทั้งหมด

ในส่วนพื้นที่ Life Loft Garden ที่จัดให้มีพื้นที่นั่งเล่น Out Door กันได้ ซึ่งพื้นที่นี้จะเชื่อมกับห้อง Co-Working Space ด้านในอาคารค่ะ เป็นพื้นที่ที่จัดมาเป็นโซนสงบสำหรับคนมานั่งเล่น อ่านหนังสือหรือทำงานเงียบๆ ซึ่งแต่ต่างจาก Facilities ในชั้นบนที่มีความคึกคักมากกว่าด้วยฟังก์ชันอย่างสระว่ายน้ำ ฟิตเนสและสวน ที่เป็นฟังก์ชันแบบ Active มีกิจกรรม ซึ่งการแบ่ง Facilities ที่มีการใช้งานต่างกันก็ดีนะคะ ช่วยให้การใช้งานในฟังก์ชันนั้นๆ ตรงกับการใช้งาน

ชั้น 8-31 เป็นชั้น Typical Floor Plan โดยมีจำนวนยูนิตต่อชั้นสูงสุดที่ 34 ยูนิต และอัตราส่วนลิฟต์ทั้งโครงการอยู่ที่ 220.75 : 1 ถือว่ามีความหนาแน่นสูงอยู่เหมือนกัน อาจจะมีช่วงเวลารอลิฟต์นานหน่อยในช่วงเช้าเวลาที่ทุกคนออกจากบ้านไปทำงาน ในส่วนตำแหน่งห้องนั้นจะเห็นว่าโซนฝั่งทิศใต้ที่หันเข้าถนนสุขุมวิท 71 นั้นมีจำนวนยูนิตน้อยเพียง 6 ยูนิต และอยู่ใกล้กับลิฟต์โดยสารด้วย ทำให้มีความเป็นส่วนตัวพอสมควรเพราะไม่มีคนเดินผ่านมากนักและไม่ต้องเดินไปขึ้น-ลงลิฟต์ไกลด้วย ถ้าไม่ซีเรียสเรื่องของแดดนัก ตำแหน่งห้องทิศนี้ก็น่าสนใจค่ะ และอีกห้องที่ไม่ติดกับห้องอื่นเลยก็น่าสนใจนะ คือห้องขนาด 24 ตร.ม. ที่อยู่ด้านหลังบันไดหนีไฟฝั่งทิศตะวันตก

ขึ้นมาชั้น 32 เป็นชั้นสุดท้ายของชั้นพักอาศัย สำหรับชั้นนี้มีความพิเศษคือฝั่งทิศตะวันตกจะเปลี่ยนเป็นห้อง Loft สูง 5 ม. (ตามรอยเส้นประ) มีจำนวน 9 ยูนิตเท่านั้นค่ะ

ชั้น 33 หรือชั้น Rooftop เป็นชั้น Facilities หลักโครงการที่จัดให้เต็มทั้งชั้น แบ่งเป็น 3 ส่วนคือส่วนสระว่ายน้ำ, พื้นที่ Indoor ประกอบไปด้วย Sky Gym & Sky Lounge และอีกส่วนคือ Sky Garden

ส่วนชั้นดาดฟ้าบนสุดเลยทำเป็น Refuge Area ค่ะ

Perspective มุมสูงจะเห็น Rooftop Facilities โครงการพร้อมวิวรอบข้าง ข้อดีเลยของ Facilities ในชั้นบนคือการได้วิวในมุมสูงพร้อมใช้งาน Facilities ได้ด้วย ซึ่งลูกบ้านไม่จำเป็นต้องซื้อห้องชั้นสูงๆ ก็สามารถได้ชื่นชมวิวจากมุมสูงได้เหมือนกันค่ะ

จาก Model โครงการ ส่วน Sky Garden นั้นมีการยกบ้านต้นไม้ขึ้นมาด้วย เป็นพื้นที่ให้มาสูดอากาศชมวิวเพลินๆกันได้ หรือเด็กๆ ได้มาวิ่งเล่นกัน ในส่วนของอาคารชั้นบนดาดฟ้านี้จะเห็นว่ามีฝ้าเพดานยกสูงพอสมควร เพื่อให้ภายในห้อง Sky Lounge และ Sky Gym & Yoga Room ได้วิวแบบจัดเต็ม และดูโอ่โถง

ภายในส่วน Sky Lounge ได้กระจกแบบ Ceiling Height ตามฝ้าเพดานที่ยกสูง เพื่อให้วิวมุมสูงอย่างเต็มที่ ภายในจัดชุดโซฟาให้ประมาณ 3-4 ชุด

ในส่วน Outdoor อีกฝั่งนึงจัดให้เป็นโซนสระว่ายน้ำแบบ Free form ยาว 30 ม. พร้อมพื้นที่นั่งเล่นแบบ Sky Deck และ Sunken Garden ที่พิเศษคือ Observation Deck ที่เป็นจุดชมวิวได้ทุกมุมมอง ซึ่งจะหันไปทางฝั่งทิศเหนือ

บรรยากาศส่วนสระว่ายน้ำบริเวณ Shallow Pool ซึ่งจัด Day Bed อยู่ในน้ำตื้นเสมือนนอนเล่นอยู่บนสระ

บรรยากาศสระแบบ Free form ที่ได้ พร้อมชมวิวฝั่งทิศใต้แบบจุใจ แต่ฝั่งทิศเหนือนั้นเค้ามีกั้นฉากขึ้นมาสูงกันตกให้ ด้วยความที่ด้านซ้ายนี้ทำเป็นทางเดินไปยังส่วน Sky Deck และ Sunken Garden ไม่งั้นก็จะได้สระแบบ Infinity Edge แล้ว

ส่วน Observation Deck จาก model เป็นขนาดไม่ใหญ่มาก เข้าไปยืนได้ประมาณ 3-4 คนพร้อมกัน

บรรยากาศส่วน Observation Deck ที่ได้พื้นกระจกสามารถมองวิวมุมกว้างได้สะใจเลย เป็นของแปลกที่ไม่ได้มีเป็นมาตรฐานในทุกโครงการนะคะ ลักษณะจะเป็นคานเหล็กยื่นออกมาจากโครงสร้างชั้นดาดฟ้า วางทับด้วยพื้นกระจกและราวกันตกแบบไร้ขอบ

สำหรับวิวโครงการนี้ ไม่มีทิศไหนที่ถูกบล็อกวิวนะคะ ทุกทิศสามารถมองเห็นวิวในระยะไกลได้หมด ซึ่งก็ขึ้นอยู่ว่าชอบวิวในฝั่งไหนมากกว่าค่ะ เดี๋ยวเราไปดูวิวจากโดรนโครงการกันค่ะ

เริ่มจากทิศเหนือกันก่อน สำหรับทิศนี้จะหันไปทางฝั่งรามคำแหงไปจนถึงแถบในซอยทาวน์อินทาวน์เลย โดยรวมแล้วฝั่งนี้จะไม่ค่อยมีตึกสูงเท่าไหร่นัก ได้วิวค่อยข้างโล่ง มองเห็นได้ไกลสุดสายตาเลยค่ะ สำหรับใครที่ไม่ได้เน้น City View มากนักแต่ให้ความสำคัญกับทิศของแดดมากกว่า เพราะทิศนี้จัดเป็นทิศที่ไม่โดนแดดแรงเมื่อเทียบกับทิศอื่นๆ

สำหรับทิศตะวันออก จะหันค่อนไปทางฝั่งพัฒนาการเลยไปจนถึงถนนพระราม 9 ฝั่งขาออกเมือง วิวนี้ก็เป็นอีกวิวที่มองเห็นไกลสุดสายตาและไม่มีตึกสูงมากนักค่ะ

มาที่ทิศใต้ ในทิศนี้จะได้วิวเป็นบรรยากาศของถนนสุขุมวิท 71 ซึ่งจะเห็นว่าระยะใกล้ๆ กับโครงการส่วนใหญ่เป็นอาคารแนวราบเกือบทั้งหมด ทำให้เห็นวิวเมืองจากอาคารตึกสูงบนถนนสุขุมวิทเป็น Background ด้านหลัง สำหรับใครที่ชอบวิวเมืองไกลๆ ทิศนี้จะเด่นมากกว่าทิศเหนือ และตะวันออก แต่ก็แลกมากับแดดแรงๆ ตอนบ่ายแก่ๆ อยู่เหมือนกัน

และทิศตะวันตกเป็นทิศที่ได้วิวเมืองสวยที่สุดเพราะหันไปทางฝั่งเอกมัย-ทองหล่อและเลยไปถึงถนนสุขุมวิทชั้นในซึ่งมีอาคารสูงอยู่อย่างหนาแน่นค่ะ แต่ห้องที่จะได้ทิศนี้นั้นมีอยู่ไม่เยอะมากเพราะมีแต่ห้องมุมเป็นส่วนใหญ่ และห้องขนาด 24 ตร.ม. 1 ห้อง/1 ชั้น

 

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • ชั้น 1 (Natural on the Ground)
    • Pine Tunnel Lobby
    • Recreation Room
    • On Ground Backyard
    • 3rd Place Garden
  • ชั้น 7 (Natural Loft Balance)
    • Life Loft Garden
    • Co-Working Space
  • ชั้นดาดฟ้า (Natural Rooftop Facilities)
    • Sky Garden
    • Swimming Pool Freeform ยาว 33 ม. ระบบเกลือ
    • Observation Deck
    • Sky Tree House
    • Sky Gym & Yoga Room
    • Sky Lounge
    • Sky Deck
    • Sunken Garden
  • ลิฟท์โดยสาร 4 ตัว
  • อัตราส่วนลิฟท์ 220.75 :  1
  • Service Lift 1 ตัว
  • ที่จอดรถประมาณ 313 คันคิดเป็น 36% ไม่รวมจอดซ้อนคัน
  • ระบบ CCTV / Access Card

 


Product Walkthrough

สำหรับห้องพักอาศัยของโครงการนั้นจะเริ่มต้นตั้งแต่ห้อง 1 Bedroom – 2 Bedrooms และห้อง Loft สูง 5 ม. ซึ่งจัดว่าเป็นห้องแบบพิเศษที่ไม่มีโครงการข้างเคียงไหนทำนะคะ โดยห้อง Loft นี้จะอยู่ชั้น 32 เพียงชั้นเดียวและมีเพียง 9 ห้องเท่านั้นค่ะ โดยส่วนใหญ่แล้วจะเน้นไปที่ห้อง 1 Bedroom ขนาด 26 และ 30 ตร.ม. ในส่วนจุดเด่นของห้องพักอาศัยในโครงการนี้ คือฝ้าเพดานที่ได้ความสูงถึง 2.7 ม. ทำให้ตัวห้องดูโปร่งโล่งพอสมควรทีเดียวค่ะ เพราะได้ปริมาตรภายในห้องมากขึ้น ซึ่งเทียบกับโครงการข้างเคียงแล้วจัดว่าได้ฝ้าเพดานสูงสุด

รูปแบบการขายของโครงการเป็นแบบ Partly Fitted โดยจะได้ดังนี้

  • Pantry ครัว ท็อปหินสังเคราะห์
  • Hob & Hood
  • เครื่องปรับอากาศ (Daikin Inverter)
    • 1 Bedroom 2 เครื่อง
    • 2 Bedrooms 3 เครื่อง
  • Digital Door Lock ของ Samsung
  • หลอดไฟ LED

มาดูห้องตัวอย่างแรกกันนะคะ เริ่มจากห้อง 1 Bedroom ขนาดพื้นที่ใช้สอย 30.30 ตร.ม. แปลนห้องนี้จะไม่ได้พื้นที่นั่งเล่นที่ได้วิวนะคะ แต่ไม่ใช่ว่ามืดทึบนะ ยังได้แสงสว่างที่มาจากส่วนครัวอยู่ เนื่องจากตำแหน่งของพื้นที่นั่งเล่นเค้าจะวางไว้ด้านในห้อง ซึ่งก็แลกมากับประสิทธิภาพในการใช้งานครัวที่สามารถใช้งานครัวได้เต็มที่ เพราะได้เป็นครัวปิด เป็นสัดส่วนชัดเจนทำให้สามารถทำอาหารหนักได้ดี ไม่มีควันอาหารฟุ้งออกนอกครัว ส่วนห้องนอนนั้นได้เป็นห้องประตูทึบชัดเจน ซึ่งข้อดีคือมีความเป็นส่วนตัวมากกว่าห้องที่ใช้เป็นประตูบานเลื่อนกระจกใส ภายในห้องนอนขนาดกะทัดรัด เหมาะกับการวางเตียงขนาด 5 ฟุต จะพอดีกับตัวห้องมากที่สุดค่ะ ส่วนตำแหน่งห้องน้ำจะเข้าทางห้องนั่งเล่นและติดกับส่วนห้องนอนใช้งานได้สะดวก รวมทั้งหากมีเพื่อนมาห้องก็ไม่ต้องเข้าห้องน้ำผ่านห้องนอน ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนตัวของเราด้วยค่ะ

สำหรับห้องทุกห้องนั้นจะได้ Digital Door Lock จาก Samsung เป็นมาตรฐานนะคะ โดยรุ่นนี้จะรองรับการเปิดเข้าทั้งรหัส, การ์ด, กุญแจ, เทคโนโลยี N.F.C

ธรณีประตูหน้าห้องกรุด้วยกระเบื้องซึ่งมีความคงทนในการใช้งานพอสมควรและจบขอบอีกทีด้วยไม้สำเร็จรูป ภายในห้องใช้พื้นลามิเนตค่ะ

เข้ามาภายในห้องจะเป็นส่วนนั่งเล่นก่อน โดยพื้นที่นั่งเล่นนี้ถึงอยู่ด้านในของห้อง ไม่ได้ติดหน้าต่างแต่ก็ได้แสงสว่างจากภายนอกระดับนึงไม่มืดทึบนะคะ สำหรับขนาดพื้นที่นั่งเล่นนี้มีขนาดประมาณ 2.45 x 3.25 ม. ซึ่งมีระยะทีวีประมาณ 2.9 ม. ซึ่งขนาดทีวีที่เหมาะกับระยะสายตาอยู่ที่ประมาณ 55″-60″ จัดว่าวางทีวีขนาดใหญ่ได้สบายเลยค่ะ

ด้วยความที่ระยะความยาวห้องยาวประมาณ 3.25 ม. เมื่อวางชุดโซฟา และโต๊ะวางทีวีไปแล้วก็ยังเหลือพื้นที่พอสมควรให้สามารถวางโต๊ะกลางได้โดยไม่ไปขวางทางเดิน

ส่วนความกว้างของพื้นที่ส่วนนี้สามารถวางโซฟาขนาด 2 ที่นั่ง+โต๊ะเล็กด้านข้างได้ หรือใครที่ชอบโซฟาใหญ่หน่อยก็สามารถวางโซฟาแบบ 3 ที่นั่งได้นะคะ แต่ก็จะไม่เหลือที่ว่างให้วางโต๊ะเล็กข้างโซฟาได้แล้ว

สำหรับใครที่ชอบวางทีวีใหญ่ๆ อย่างที่บอกไปว่าระยะสายตานั้นสามารถวางทีวีขนาดใหญ่ได้นั้น หากวางทีวีขนาด 60″ จริงๆ แล้วสามารถวางได้นะแต่ก็จะติดกับขอบผนังและขอบวงกบของประตูห้องน้ำเลย ซึ่งดูจะฟิตไปหน่อย ลดไซส์ลงมาประมาณ 55″ จะดีกว่า

เข้ามาภายในห้องน้ำยกธรณีประตูขึ้นมาระดับนึง กรุด้วยกระเบื้องสี Earth Tone

เข้ามาภายในห้องน้ำแยกส่วนเปียกและแห้งเป็นสัดส่วนชันเจน ขนาดห้องน้ำส่วนแห้งนี้กว้างประมาณ 1.5 ม. เป็นความกว้างพอดีๆ สำหรับการใช้งานทั้งส่วนอ่างล้างมือและโถสุขภัณฑ์ ในส่วนด้านหลังสุขภัณฑ์นั้นก่อ Low Wall ไว้ให้สำหรับวางข้าวของได้เล็กน้อย และผนังบนอ่างล้างมือจะได้กระจกเงาไซส์นี้ให้เป็นมาตรฐานค่ะ

ด้านข้างเชื่อมกับ Low Wall นั้นมีช่องสำหรับวางของได้มากขึ้นอีกหน่อย หรือใครที่ต้องการพื้นที่วางของมากขึ้นก็สามารถทำชั้นวางเป็นชั้นๆ ขึ้นไปเพื่อเพิ