รีวิวฉบับที่ 1652 … มาแล้วค่ะสำหรับรีวิวเจาะลึกโครงการ Muniq หลังสวน คอนโดในซอยต้นสนที่มีจุดขายมากๆ ในเรื่องทำเลใจกลางเมือง ใกล้สวนลุมพินีในระยะเดิน รวมไปถึงรูปแบบการขายแบบ Freehold ที่เรียกว่าหาที่ดินผืนที่เป็น Freehold ในย่านนี้ได้ยากมากแล้วค่ะ ส่วนใหญ่โครงการในย่านนี้ก็มักจะเป็น Leasehold กันแทบทั้งหมดแล้ว ส่วนตัวโครงการจะเป็นอย่างไรติดตามในรีวิวนี้เลยค่ะ

 

Fact @ 7 August 2018

  • Muniq Langsuan (มิวนีค หลังสวน)
  • MJD – JV1 Company a Subsidiary of Major Development PCL
  • ULTIMATE CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ : ถนนต้นสน แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน
  • คอนโด High Rise 28 ชั้น 166 ยูนิต และร้านค้า 1 ยูนิต (MJD Office)
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 10 ยูนิต
  • ที่จอดรถแบบ Automatic Parking ช่องจอด 185 คัน คิดเป็น 111%
  • ที่ดินประมาณ 1-1-66.5 ไร่
  • เริ่มก่อสร้าง : พฤษภาคม 2018
  • คาดว่าจะแล้วเสร็จ : สิงหาคม 2021
  • 1 Bedroom 50-57 ตร.ม.
  • 1 Bedroom Plus 64-78 ตร.ม.
  • 2 Bedroom 83-113 ตร.ม.
  • 2 Bedroom Plus 96-101 ตร.ม.
  • 3 Bedroom 121-133 ตร.ม.
  • 3 Bedroom Plus 176-179 ตร.ม.
  • The Collection (Sold Out)
  • ฝ้าเพดานสูง 3 เมตร
  • ราคาห้องเริ่มต้น 25.1 ล้านบาท
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรทั้งโครงการ 300,000 บาท/ตารางเมตร
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • โทร  : 1266

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วค่ะ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างค่ะ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.735018, 100.544069

โครงการ Muniq หลังสวน ตั้งอยู่ในซอยต้นสน ช่วงปลายซอยใกล้กับถนนสารสิน โดยอยู่ถัดไปจากอาคารสินธรประมาณ 1 แปลงที่ดิน ห่างประมาณ 38 ม. เท่านั้นค่ะ

สำหรับซอยต้นสนเดิมทีเป็นถนนซอยเล็กๆ ที่เดินรถแบบ 2 Way ต้นซอยเชื่อมกับถนนสุขุมวิท แต่เป็นซอยตันไม่ทะลุผ่านถนนสารสินด้านหลัง จึงไม่ใช่ถนนเส้นหลักที่ทุกคนใช้เท่าไหร่นัก เมื่อเทียบกับถนนวิทยุ หรือถนนหลังสวน ถนนที่คู่ขนานกัน ทำให้บรรยากาศของซอยนี้ค่อนข้างเงียบสงบเหมาะกับการอยู่อาศัยไม่พลุ่กพล่าน ส่วนใหญ่เป็นอพาร์ทเม้นท์ คอนโดมิเนียม สถานทูต โรงเรียน และร้านอาหารประปราย

ถัดมาในปัจจุบันบรรยากาศก็ยังคงเงียบสงบเช่นเดิม ที่เพิ่มเติมคือซอยต้นสนจะไม่ได้เป็นนซอยตันอีกต่อไป เพราะทางกทม.เปิดให้ถนนต้นสนสามารถเชื่อมเข้าถนนสารสินด้านหลังได้เช่นเดียวกับถนนหลังสวน เพิ่มศักยภาพในการเดินทางให้กับโครงการมากขึ้น ไม่จำเป็นต้องไปออกซอยย่อยเพื่อเชื่อมเข้าถนนหลังสวน แล้วไปออกถนนสารสินอีกทีแล้วค่ะ

และอีกจุดเด่นของโครงการคือเรื่องกรรมสิทธิการถือครองนั่นเองค่ะ เพราะที่นี่เป็นที่ดิน Freehold  คือ ผู้ซื้อจะได้ครอบครองกรรมสิทธิ์ของอสังหาริมทรัพย์ที่ตนซื้อไป ซึ่งก็เหมือนกับคอนโดอื่นที่พบได้ทั่วไป แต่จะค่อนข้างพิเศษกับโครงการในย่านนี้ที่มีบางส่วนของย่านเป็นที่ดินทรัพย์สินด้วย ดังนั้นเราจะเห็นโครงการที่เป็นลักษณะ Leasehold กันพอสมควร ซึ่งจุดต่างกันคือ Leasehold จะเป็นสิทธิในการเช่า ผู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์ประเภทนี้จะไม่ได้กรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ที่ตนซื้อ  และเมื่อครบกำหนดสัญญาเช่า ผู้ซื้อก็จะต้องคืนอสังหาริมทรัพย์นั้นให้กับเจ้าของที่ดินนั้นๆ ต่อไปค่ะ

Update ซอยต้นสน

ซอยต้นสนปัจจุบันมีการเปิดทางเชื่อมเข้าถนนสารสินได้เป็นที่เรียบร้อยแล้วค่ะ

Sale Gallery : พิกัด 13.734249, 100.545099

สำหรับผู้ที่สนใจโครงการ Muniq หลังสวน สามารถเข้ามาชมโครงการพร้อมห้องตัวอย่างได้ที่ Sale Gallery ของ Muniq โดยตั้งอยู่ที่ตึกเคียงหงวน เฮ้าส์ 3 ใกล้กับที่ตั้งโครงการ ซึ่งทางเข้าจะอยู่ฝั่งถนนวิทยุค่ะ

บรรยากาศภายใน Sale Gallery ออกแบบโดยจำลองบรรยากาศส่วน Reception และ Lobby ในโครงการ Muniq หลังสวน เลยค่ะ เพื่อให้ผู้ที่สนใจได้เห็นถึงบรรยากาศที่ใกล้เคียงตึกจริงมากที่สุด

และนอกจากนี้ใน Sale Gallery ก็ยังมีการจัดแสดงห้องตัวอย่างของโครงการ Muniq สุขุมวิท 23 ในที่เดียวกันด้วยนะคะ ใครสนใจสามารถแวะไปชมได้ค่ะ

สำหรับทำเลโครงการได้มีทำรีวิวเจาะลึกกันไปก่อนหน้านี้แล้วนะคะ สามารถอ่านรายละเอียดทำเลได้โดย (คลิกที่นี่)


เจาะลึกตัวโครงการ

โครงการ Muniq หลังสวน คอนโด High Rise สูง 28 ชั้น จำนวนยูนิตพักอาศัย 166 ยูนิต บนเนื้อที่ดินทั้งหมด 1-1-66.5 ไร่ มีจุดขายที่โดดเด่นในเรื่องของทำเลใกล้สวนลุมพินี (ตามภาพ Perspective) ซึ่งความสำคัญของสวนนี้นอกจากพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ที่เราสามารถไปใช้งานหรือออกกำลังกายได้ง่ายแล้ว ก็จัดเป็นสิ่งที่พอจะการันตีได้ในเรื่องของวิวไม่ถูกบล็อกได้เช่นกันค่ะ (สำหรับห้องฝั่งทิศใต้ประมาณชั้น 17 ขึ้นไป)

การออกแบบอาคารที่นี่มาในสไตล์ Timeless Aestetic เน้นความสวยงามแบบยั่งยืน ด้วยโทนสี Monotone สว่างและการตกแต่งลวดลายด้วย Arch โค้ง เพิ่มดีเทลให้กับโครงการมากขึ้นค่ะ ตัวอาคารจะเป็นทรงสี่เหลี่ยมยาวและมี Stack หรือขั้นบันไดลดหลั่นขึ้นไปด้านบน

การจัดวางฟังก์ชันหลักๆ ในแต่ละชั้นมีดังนี้ค่ะ

  • ชั้น B1-B3 : Automatic Parking ทั้งหมด
  • ชั้น 1 : เป็นพื้นที่ต้อนรับ (Lobby) และ Facilities ที่เน้นการต้อนรับแขกหรือติดต่อกับแขกของลูกบ้าน
  • ชั้น 2-4 : ชั้น Automatic Parking ทั้งหมด เช่นเดียวกับ B1-B3 รวมที่จอดทั้งหมด 111%
  • ชั้น 5-7 : ชั้นเริ่มต้นห้องพักอาศัย และยังมี Facilities สอดแทรกอยู่
  • ชั้น 8-23 : ชั้นพักอาศัยเต็มชั้น
  • ชั้น 24-26 : จัดเป็นชั้นห้องพักอาศัยขนาดใหญ่และได้วิวมุมสูง ทางโครงการเรียกว่า The Collection ค่ะ
  • ชั้น 27-28 : ออกแบบเป็นชั้น Main Facilities มีทั้งหมด 2 ชั้นและอีก 1 ชั้นดาดฟ้า

เริ่มจากส่วนบริเวณด้านล่างอาคารกันนะคะ ทางเข้า-ออกหลักของโครงการมีทางเดียวคือจากซอยต้นสน โดยมีสะพานข้ามคลองแสนแสบหรือที่เรียกว่า Promenade Bridge ความกว้างอยู่ที่ 12 ม. เพื่อให้รถเข้า-ออกได้สะดวก จากนั้นตรงเข้ามาเลี้ยวขวาผ่าน Drop-Off ส่งผู้โดยสารก่อน จากนั้นโซนด้านข้างอาคารทั้ง 2 ฝั่งจะเป็นตำแหน่งลิฟต์ Automatic Parking Lift ติดตั้งไว้ให้จอดรถได้เลย ที่ง่ายคือไม่จำเป็นต้องวนหาที่จอดรถเอง

และส่วนบริเวณด้านหน้าอาคารที่ติดกับคลองนี้มี Set Back ก่อนเป็นตัวอาคารเลย เพื่อเพิ่มพื้นที่ให้ดูโปร่งโล่งมากขึ้น รวมไปถึงมีการจัดพื้นที่สีเขียว (The Silver Courtyard) มาให้ดูสบายตา และร่มรื่นอีกด้วยค่ะ

อีกฝั่งก็มี Automatic Parking Lift เช่นเดียวกัน รวมแล้วทั้งโครงการมีลิฟต์สำหรับจอดรถอยู่ 2 จุดนะคะ ติดกันเป็นพื้นที่สำหรับ EV Charger ไว้สำหรับชาร์จไฟของรถไฟฟ้าและ Hybrid ถัดเข้ามาด้านในอาคารของชั้นล่างด้านหน้านอกจากจะเป็น Lobby แล้วก็ยังมี Library, Meeting Room, Reception และ Waiting Lounge ไว้ต้อนรับแขกและบริการลูกบ้านค่ะ

ขึ้นมาที่โซนชั้นบนอาคาร เริ่มต้นจากชั้นห้องพ้กอาศัยที่เริ่มมีการ Stack เป็นขั้นไปเรื่อยๆ ถึงชั้นบนสุดนะคะ โดยจากการที่อาคารมีการลดหลั่นเป็นขั้นบันไดนี้ก็มีการจัดพื้นที่ว่างให้เป็นประโยชน์สำหรับผู้อยู่อาศัย โดยจัดให้เป็น Metropolitan Terrace หรือระเบียงขนาดใหญ่พร้อมจัดสวนขนาดย่อมๆ เพื่อให้ลูกบ้านสามารถออกมาชมวิวมุมสูงได้จากระเบียงนี้ค่ะ ซึ่ง Metropolitan Terrace นี้จะมีให้ 2 จุดด้วยกันคือชั้น 19 และ 22

สำหรับ Main Facilities จัดไว้ใน 2 ชั้นบนสุดคือ 27-28 โดยประกอบด้วย Heated Pool และ Amphitheater ในชั้น 27 และชั้น 28 ออกแบบให้เป็นเสมือนโถงกระจกขนาดใหญ่ด้วยการจัดเป็นกระจกแบบ Full Height จากพื้นถึงฝ้าเพดานทั้ง 4 ฝั่ง ผนวกกับฝ้าเพดานแบบ Double Volume จึงสามารถเปิดมุมมองวิวแบบกว้างได้ดีมากค่ะ โดยภายในจัดให้มีฟังก์ชัน Decanter Sky Lounge, Private Dinning Room และ Private Kitchen and Gastronomy ส่วนชั้นดาดฟ้าออกแบบให้เป็นพื้นที่นั่งเล่นท่ามกลางสวนแบบกลางแจ้งค่ะ

มาดูในส่วน Perspective เพื่อเห็นบรรยากาศภายในอาคารกันนะคะ เริ่มจากส่วน Reception Area ที่ออกแบบเป็นโถงโปร่งโล่งพร้อมการตกแต่งกรอบบานและขอบพื้นต่างๆ เป็นทรง Arch ภายในจัดวางชุดโซฟาไว้ประมาณ 2 ชุดเพื่อรองรับแขกและลูกบ้าน

ติดกันนั้นเป็นห้อง Meeting Room โดยภายในจัดวาง Long Table รองรับที่นั่งได้ประมาณ 10 ที่นั่งค่ะ การวางตำแหน่งห้องประชุมไว้ใกล้กับส่วน Reception Area แทนที่วางห้องประชุมไว้ชั้นบนแทน ก็เพื่อความสะดวกในการใช้งานระหว่างลูกบ้านและแขกลูกบ้านที่อาจจะนัดกันเพื่อประชุมงาน ทั้งนี้แขกลูกบ้านก็ไม่จำเป็นต้องขึ้นไปชั้นบน จึงช่วยให้ลูกบ้านมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้นอีกด้วยค่ะ

ด้วยตัวโครงการที่ออกแบบที่จอดรถเป็น Automatic Parking ทั้งหมด หลักการใช้งานสำหรับ Automatic Parking จะต้องรอลิฟต์รถยนต์นำรถาจอดประมาณ 3-5 นาที จึงมีการจัดฟังก์ชันเป็น Waiting Lounge ให้เพื่อให้เวลารอรถมีพื้นที่นั่งคอยสะดวกสบายค่ะ

บริเวณ Active Atrium Entrance ออกแบบให้เป็นโถงสูงแบบ Double Volume เชื่อมระหว่างชั้น 5-6 ด้วยบันไดทรงโค้ง เพิ่มความหรูหรามากขึ้นได้ดีค่ะ

ขึ้นมาชั้น 6 จะมีส่วน Gym ที่จัดโซนออกกำลังกายไว้ให้เป็นสัดส่วนทั้งโซน Cardio ที่จัดเครื่องออกกำลังกายไว้ให้ พร้อมโซนเวทเทรนนิ่ง และตรงไปด้านในเชื่อมกับห้อง Yoga Room

ในชั้น 7 มีห้อง Game Lounge ภายในออกแบบให้มีพื้นที่กิจกรรมหลากหลาย รวมไปถึงโต๊ะโกลล์ต่างๆ และชุดโซฟาไว้สำหรับนั่งเล่น โดย Game Lounge นี้เชื่อมกับห้อง Kids Quarter เป็นห้องเด็กเล่น ซึ่งผู้ปกครองสามารถปล่อยให้เด็กๆ เล่นในห้อง Kids Quarter ระหว่างนั้นก็มานั่งเล่นพักผ่อนที่ Game Loung ได้สะดวกด้วยค่ะ

ขึ้นมาชั้น 27 ในชั้นนี้เป็นชั้น Facilities ทั้งหมดค่ะ โดยประกอบด้วยสระว่ายน้ำ Amphitheater และ ห้องน้ำแยกชาย/หญิง โดยบรรยากาศภายในห้องน้ำตกแต่งหรูหราด้วยโทนขาว-ทอง-ดำ พร้อมกับการตกแต่งด้วยกระจกบานสูงแบบ Frameless

สำหรับบรรยากาศภายใน Amphitheater ออกแบบให้เป็นห้อง Double Volume มี Split Level แยกส่วนพื้นที่พร้อมกระจกทรงสูงเพื่อให้สามารถชมวิวมุมสูงได้ดีมากขึ้น ส่วนใครที่ต้องการห้องชมภาพยนตร์ขนาดใหญ่ก็สามารถขึ้นมาใช้งานที่ส่วน Amphitheater ได้ค่ะ

ขึ้นมาที่ชั้น 28 ออกแบบให้มีห้อง Private Kitchen and Gastronomy ซึ่งเชื่อมกับ Private Dinning Room ลูกบ้านสามารถเชิญแขกมาปาร์ตี้ได้ในบริเวณนี้ รวมไปถึงการนำเชฟส่วนตัวมาปรุงอาหารได้ค่ะ

และ Decanter Sky Lounge จัดเป็นห้องโถงนั่งเล่นขนาดใหญ่ที่มีกระจกทรงสูงทั้ง 3 ฝั่งเปิดรับวิวมุมสูงได้เต็มที่ และมีฝั่งนึงที่ได้วิวสวนลุมพินีชัดเจนค่ะ

มาดูที่ Master Plan กันต่อนะคะ รูปแบบการจัดวางฟังก์ชันภายในอาคารชั้นนี้แบ่งโซนเป็น 3 โซนใหญ่ด้วยกัน คือ พื้นที่ต้อนรับที่ประกอบด้วย Welcome Lobby, Library, Meeting Room, Reception และ Waiting Lounge โดยพื้นที่นี้ออกแบบให้แขกสามารถเข้าถึงได้ ส่วนโซนถัดไปออกแบบมาสำหรับให้ลูกบ้านเท่านั้นที่เข้าถึงได้โดยจะเป็นส่วนโถงลิฟต์ขึ้นไปชั้นบน เพื่อความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของลูกบ้าน และโซนสุดท้ายคือส่วน Service ที่อยู่ด้านหลังโครงการค่ะ

สำหรับพื้นที่จอดรถโครงการมีทั้งหมด 6 ชั้น เป็นชั้นใต้ดิน 3 ชั้นและชั้นบนอีก 3 ชั้น รวมทั้งหมดคิดเป็น 111% ถือว่าให้ที่จอดรถมาครบทุกยูนิตนะคะ ซึ่งน่าจะเพียงพอในการใช้งานและเหมาะกับไลฟ์สไตล์กลุ่มลูดค้าระดับนี้ค่ะ ทั้งนี้ต้องพูดถึงการใช้งานและการดูแลรักษาสำหรับ Automatic Parking ที่มีความแตกต่างจาก Conventional Parking อยู่พอสมควรนะคะ ในการใช้งานจะต้องมีการคอยรถประมาณ 3-5 นาที แต่หากมีลิฟต์เสีย 1 ตัวเวลาในการคอยและการจอดอาจจะมากขึ้นอีกหน่อย รวมไปถึงค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาจะมีราคาที่สูงกว่า Conventional Parking ค่ะ

ชั้น 5 เป็นชั้นพักอาศัยและ Facilities โดยทั้ง 2 โซนแม้จะอยู่ชั้นเดียวกันแต่มีการแยกการเข้า-ออกไว้เป็นสัดส่วนด้วย Double Access บริเวณโถงลิฟต์ เฉพาะลูกบ้านในชั้นนี้เท่านั้นที่เข้าสู่บริเวณพื้นที่พักอาศัยได้ค่ะ

สำหรับห้องพักในชั้นนี้เพียง 6 ห้อง ซึ่งแต่ละห้องนั้นจะมีโถงทางเดินที่จัดให้ส่วนตัว และบางห้องที่ได้ Single Loaded Corridor เพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับลูกบ้านได้มากขึ้น นอกจากนี้การจัดวางตำแหน่งห้องส่วนใหญ่ก็ออกแบบเน้นความเป็นส่วนตัวเป็นสำคัญจะเห็นว่าห้องส่วนใหญ่มีผนังเพียงฝั่งเดียวที่ติดกับเพื่อนบ้าน ยกเว้นห้อง B2 เท่านั้นค่ะ

ชั้น 6 ในส่วน Facilities จะเชื่อมต่อกับชั้น 5 ด้วยบันไดบริเวณโถง Active Atrium Entrance นะคะ ซึ่ง Facilities ในชั้นนี้ประกอบด้วย Gym และ Yoga Room แน่นอนว่าอาจจะมีเสียงออกกำลังกายบ้าง แต่ทางโครงการออกแบบให้เสียงเข้าไปไม่ถึงส่วนห้องพักอาศัยโดยการมีบันไดหนีไฟและโถงบันไดคั่นกลาง

สำหรับห้องพักอาศัยในชั้นนี้มีทั้งหมด 6 ยูนิตต่อชั้นเช่นเดิมค่ะ แต่มีการปรับ Type ห้องที่แตกต่างออกไป โดยมีห้องใหญ่ Type CB แบบ 3+1 Bedroom เพิ่มขึ้นมา

ชั้น 7 เป็นชั้นสุดท้ายที่มีห้องพักอาศัย กับ Facilities ในชั้นเดียวกันค่ะ สำหรับ Facilities ในชั้นนี้ได้แก่ห้อง Game Lounge และ Kids Quarter ส่วนห้องพักอาศัยมีจำนวนยูนิต 6 ยูนิตเท่าเดิมค่ะ แต่มีการปรับ Type ห้องเช่นเดิม โดยหลักๆ แล้วส่วนใหญ่หันหน้าไปทางทิศเหนือ ซึ่งจะได้วิวเป็นอาคารสินธร อาจจะไม่ได้วิวสวยเท่าฝั่งลุมพินีแต่ข้อดีคือเรื่องของทิศทางแดด เพราะเป็นทิศที่ไม่โดนแดดตอนบ่ายค่ะ

ชั้น 8-10 เป็นชั้นพักอาศัยทั้งหมดโดยมีจำนวนยูนิต 10 ยูนิตต่อชั้น การจัดวางผังคล้ายคลึงกับชั้นก่อนหน้าแต่ตัดส่วน Facilities ออกเป็นห้องพักอาศัยทั้งหมดแทนค่ะ โถงลิฟต์วางตรงกลางเพื่อให้สะดวกแก่ลูกบ้านทุกห้อง รวมไปถึงออกแบบโถงในรูปแบบ Single Loaded Corridor เพิ่มความเป็นส่วนตัวแก่ลูกบ้านได้ดีค่ะ ทั้งนี้ก็ต้องแลกกับการที่ส่วนโถงทางเดินต้องเปิดไฟส่องสว่างตลอดเวลาเพราะไม่มีช่องแสงจากภายนอกเข้าสู่โถงทางเดินเลย

ห้องที่ได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้นคือห้อง C2 และ A2 เป็นห้องที่มีผนังที่ติดกับเพื่อนบ้านเพียงห้องเดียวค่ะ

ชั้น 11 แตกต่างจากชั้น 8-10 เล็กน้อยคือการรวบห้อง C5 และ B4 เป็นห้อง CB ขนาด 3+1 Bedroom แทน

ชั้น 12-17 เป็นชั้น Typical Floor Plan ซึ่งมีการวางผังเหมือนกับชั้น 8-10 เลยค่ะ ในส่วนของอัตราส่วนลิฟต์โครงการจัดให้อยู่ที่ 83:1 ซึ่งถือว่ามีความหนาแน่นต่ำนะคะ

ชั้น 18 แตกต่างจากชั้น 12-17 เพียงห้อง B4A ที่ปรับจากห้อง B4 เท่านั้นค่ะ และสำหรับชั้นนี้เป็นต้นไป ห้องในฝั่งทิศใต้ที่หันไปทางสวนลุมพินีจะสามารถมองเห็นวิวสวนลุมพินีจากบนห้องได้เลยค่ะ ไม่มีโครงการเพื่อนบ้านบังวิว

ชั้น 19 จำนวนยูนิตลดลงเหลือเพียง 7 ยูนิตต่อชั้น และปรับบริเวณด้านหน้าโครงการเป็น Metropolitan Terrace หรือระเบียงขนาดใหญ่ที่สามารถใช้ร่วมกันได้ค่ะ ส่วนห้องพักอาศัยฝั่งหน้าโครงการจะได้ Benefit เพิ่มเติมคือมีวิวสวนของระเบียงเพิ่มเติมมาด้วยโดยที่เป็นพื้นที่ส่วนกลางไม่ต้องดูแลเองค่ะ

ชั้น 20-21 จำนวนยูนิตอยู่ที่ 7 ยูนิตต่อชั้น รูปแบบการจัดวางเช่นเดียวกับชั้น 19 เลยค่ะ เพียงแต่ไม่มีระเบียงขนาดใหญ่ด้านหน้าโครงการแล้ว

ชั้น 22 จำนวนยูนิตลดลงเหลือเพียง 4 ยูนิตเท่านั้น พื้นที่ด้านหน้าปรับให้เป็น Metropolitan Terrace เช่นเดียวกับชั้น 19 แต่มีขนาดใหญ่กว่าเล็กน้อย ซึ่งลูกบ้านในชั้นนี้สามารถเข้ามาใช้งานส่วนระเบียงได้ทั้งหมดค่ะ

ชั้น 23 เป็นชั้นที่เน้นห้องพักอาศัยขนาดใหญ่ทั้งหมดตั้งแต่ 121-176 ตร.ม. และเหลือจำนวนยูนิตเพียง 3 ยูนิต เท่านั้นค่ะ ทำให้ห้องพักชั้นนี้เป็นห้องริมทั้งหมดได้วิวทั้งหมด 2 ทิศขึ้นไปและพิเศษเพิ่มขึ้นคือห้อง D6 ที่มีความเป็นส่วนตัวสูงคือไม่มีผนังส่วนไหนติดกับเพื่อนบ้านเลย รวมไปถึงได้วิวทั้งหมด 3 ทิศด้วยกัน

ชั้น 24 เป็นชั้น Collection แล้วนะคะ ซึ่งเป็นชั้นพิเศษเน้นห้องขนาดใหญ่ทั้งหมดเช่นเดิม โดยในชั้นนี้มีจำนวนยูนิตเพียง 4 ยูนิตและเป็นห้องมุมทั้งหมดค่ะ

ชั้น 25 ปรับลงจำนวนยูนิตเหลือเพียง 2 ยูนิตเท่านั้นค่ะ โดยทั้ง 2 ห้องจะไม่มีผนังติดกับเพื่อนบ้านเลยค่ะ และมีระเบียงขนาดใหญ่ของตัวเอง รวมไปถึงได้วิวจากทั้ง 3 ทิศอีกด้วย

ชั้น 26 เป็นชั้นสุดท้ายก่อนชั้น Main Facilities นะคะ ชั้นนี้มีจำนวนยูนิต 2 ยูนิตต่อชั้นและการจัดวางผังเช่นเดิมแต่รูปแบบห้องแตกต่างจากชั้น 25 เล็กน้อยในส่วนของระเบียงที่มีขนาดเล็กลง

ชั้น 27 เป็นชั้น Main Facilities แบ่งการใช้งานเป็น 2 โซนด้วยกัน โดยโซนภายในอาคารมีส่วนห้องน้ำแยกชาย/หญิง และ Amphitheater ส่วนภายนอกจัดให้เป็นสระว่ายน้ำแบบรักษาอุณหภูมิอยู่ที่ 28 องศาซึ่งเป็นอุณหภูมิกำลังสบายไม่ร้อนและเย็นจนเกินไป ขนาดอยู่ที่ 4 x 15 ม. พร้อมพื้นที่ Jacuzzi ให้นั่งแช่น้ำพักผ่อน ตำแหน่งสระว่ายน้ำจัดเป็นตำแหน่งที่ดีเพราะได้ว่ายน้ำไปและได้วิวสวนลุมพินีอีกด้วยค่ะ

ชั้น 28 เป็นชั้น Facilities แบบ Indoor ทั้งชั้น โดยแบ่งการใช้งานเป็น 2 โซนด้วยกัน ฝั่งทิศสวนลุมพินีจัดให้เป็น Decanter Sky Lounge สามารถมานั่งเล่นชมวิวที่ดีที่สุดของโครงการได้ค่ะ แม้จะอยู่ห้องชั้นล่างหรือห้องที่อยู่คนละทิศไม่ได้วิวสวนลุมก็สามารถขึ้นมาชมวิวสวนลุมที่นี่ได้ ส่วนฝั่งทิศเหนือแบ่งเป็น Private Kitchen and Gastronomy และ Private Dining Room

และชั้นดาดฟ้าจัดพื้นที่สวนพร้อมพื้นที่นั่งเล่นให้ โดยแบ่งเป็นโซน Secret Garden, Sky Deck และ Sky Terrarium

 

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • ชั้น 1

  • Lobby
  • Library
  • Meeting Room
  • Waiting Lounge
  • Reception

  • ชั้น 5
    • Active Atrium Entrance
    • Relaxing Lounge (แยกหญิง/ชาย)

  • ชั้น 6
    • Gym
    • Yoga Room

  • ชั้น 7
    • Games Lounge
    • Kids Quarter

  • ชั้น 19 และ 22
    • Metropolitan Terrace

  • ชั้น 27
    • Heated Pool ระบบเกลือ ขนาด 4 x 15 เมตร และสระเด็ก
    • Amphitheater
    • ห้องน้ำแยกหญิง/ชาย

  • ชั้น 28
    • Decanter Sky Lounge
    • Private Kitchen and Gastronomy
    • Private Dining Room

  • ชั้นดาดฟ้า
    • Secret Garden
    • Sky Deck
    • Sky Terrarium

    • ลิฟท์โดยสาร 2 ตัว/อาคาร
    • อัตราส่วนลิฟท์รวมทั้งโครงการ 83 :  1
    • Service Lift 1 ตัว
    • ที่จอดรถประมาณ 111% (Automatic Parking)
    • ระบบ CCTV / Access Card

     


    Product Walkthrough

    ห้องตัวอย่างที่เราจะพาไปชมกันในวันนี้คือห้องขนาด 2 Bedroom Type C2 พื้นที่ใช้สอย 85.5 ตร.ม. สำหรับตำแหน่งห้องนี้จะเป็นห้องมุมอาคารซึ่งทำให้ได้วิวจากทั้ง 2 ฝั่ง รวมไปถึงเพิ่มพื้นที่ให้แสงธรรมชาติเข้าถึงภายในห้องได้มากขึ้น ทำให้ห้องโปร่งโล่งได้ดี

    การจัดวางฟังก์ชันภายในลงตัวและเป็นสัดส่วนชัดเจน โดยเข้ามาเจอกับ Common Area ซึ่งเป็นพื้นที่เชื่อมกับกันทั้งหมดระหว่างพื้นที่ครัว พื้นที่รับประทานอาหารและพื้นที่นั่งเล่น ข้อดีคือสมาชิกในบ้านได้ทำกิจกรรมต่างๆ แยกกันแต่มองเห็นกันและกัน รวมไปถึงการจัดให้เป็นพื้นที่เชื่อมต่อกันลักษณะนี้จะส่งผลให้ภายในห้องโปร่งโล่งได้ดีค่ะ

    ส่วนพื้นที่โซน Private หรือห้องนอนที่ต้องการความเป็นส่วนตัว การจัดวางออกแบบให้แยกส่วนกันชัดเจนมากขึ้นด้วยโถงทางเดินย่อยก่อนแยกทางเข้าห้องนอนใหญ่และห้องนอนเล็ก โดยทั้ง 2 ห้องนอนมีห้องน้ำในตัวทั้ง 2 ห้องค่ะ สำหรับห้องนอนใหญ่มีความพิเศษเพิ่มเติมคือได้กระจกเข้ามุมเปิดรับวิวได้ในมุมกว้าง และห้องน้ำในห้องนอนที่ให้อ่างอาบน้ำเป็นมาตรฐานค่ะ

    เข้ามาภายในห้องเจอกับพื้นที่ส่วนครัวก่อนจากนั้นเชื่อมพื้นที่กับพื้นที่นั่งเล่นและส่วนรับประทานอาหารค่ะ สำหรับพื้นห้องหลักใช้ Engineering Wood หน้าไม้ White Oak เป็นมาตรฐาน ความสูงฝ้าเพดาน ( Floor-Ceiling) อยู่ที่ 3 ม. ถือว่าให้มาสูงทีเดียวค่ะ

    ติดกับทางเข้าประตู มีการ Built-in ชั้นวางของและรองเท้าให้เรียบร้อย หน้าบานเป็น HDF ปิดผิวด้วยเมลามีนมาตรฐาน

    ภายใน Built-in ชั้นวางของและวางรองเท้าขนาดใหญ่ทีเดียว สามารถจุของได้เยอะและค่อนข้างหลากหลายทีเดียวค่ะ เพิ่มเติมคือติดตั้งหลอดไฟเปิด-ปิดอัตโนมัติเมื่อใช้งาน

    สำหรับส่วนห้องน้ำที่อยู่บริเวณ Common Area ออกแบบให้เป็นห้องน้ำแบบ Powder Room สำหรับต้อนรับแขก ภายในตกแต่งพื้นและผนังด้วยกระเบื้อง Porcelain  โถสุขภัณฑ์จาก Kohler ทั้งหมดค่ะ

    สำหรับส่วนเคาน์เตอร์อ่างล้างมือออกแบบเป็น Solid Surface เนื้อเดียวรวมกับอ่างล้างมือด้วยทั้งหมดดูสวยงามเรียบร้อยดีค่ะ ด้านล่าง Built-in ชั้นวางของพร้อมบานเลื่อนเปิด-ปิด

    กระจกที่ให้เป็นตู้กระจกใหญ่เต็มผนังพร้อมติดตั้งหลอดไฟแบบ Indirect Light ไว้ด้านล่างดูสวยงาม

    สำหรับตู้กระจกนี้ด้านข้างออกแบบให้เป็นบานเปิดที่ด้านในจัดเป็นชั้นวางของได้ด้วยค่ะ

    อีกฝั่งเป็นโซนพื้นที่ครัวค่ะ ซึ่งจัดให้มีขนาดใหญ่พอสมควร โดยประกอบด้วยชุดเคาน์เตอร์ครัวและ Island ที่จะได้เป็นมาตรฐานครบชุดจาก Gorenje

    เริ่มต้นที่ชุดเคาน์เตอร์ครัวกันก่อนนะคะ ลักษณะการจัดวางเคาน์เตอร์เป็นรูปตัว L โดยวางตำแหน่งฟังก์ชันการใช้งานไว้เป็นสัดส่วน จากซ้ายไปขวา เป็นส่วน Hob & Hood อ่างล้างจานและตู้เย็น ซึ่งจัดเป็นการวางที่เหมาะกับการใช้งานดีค่ะ

    เริ่มต้นที่ฝั่งขวาคือส่วนตู้เย็น Built-in ชั้นวางของรวมกับตู้เย็นด้านในจาก Gorenje แบ่งเป็นชั้นแช่เย็นด้านบนและแช่แข็งด้านล่างเป็นสัดส่วนค่ะ

    สำหรับชั้นวางของ Built-in ชั้นบนใช้หน้าบานเป็นกระจกสีชาดำ พร้อมการปิดผิวชั้นวางด้วยลามิเนตสีเข้ม ภายในแบ่งชั้นวางได้พอสมควรเลยค่ะ สามารถวางของภายใยได้หลากหลาย

    สำหรับท็อปเคาน์เตอร์และ Back Splash เป็นหิน Quartz ซึ่งคุณสมบัติของหิน Quartz เป็นหินที่มีความแข็งมากกว่ามีด ดังนั้นจึงมีความทนต่อการใช้งานครัวพอสมควร มีรอยขีดข่วนได้ยาก

    Sink ล้างจานหลุมเดี่ยวฝังในเคาน์เตอร์เรียบร้อยค่ะ โดยรวมแล้วจัดเกรดวัสดุมาให้ดีนะคะ หากเพิ่มขนาด Sink เป็นแบบ 2 หลุมจะเหมาะกับการใช้งานมากขึ้น

    ในส่วน Hob & Hood จาก Gorenje โดยเตาเป็นหัวเซรามิกทั้งหมด 4 หัว สั่งงานโดยระบบสัมผัสทั้งหมด ส่วน Hood เป็นแบบ Exhausted หรือเดินท่อดูดควันออกภายนอก ลักษณะแบบนี้จะเหมาะกับการทำอาหารหนักที่มีควันเยอะได้ดีมากกว่าการใช้ระบบดูดแบบหมุนเวียน

    นอกจากนี้บริเวณผนังมีการติดตั้งชั้นและที่แขวนอุปกรณ์ทำครัวต่างๆ ให้พร้อม และด้านล่างของชั้น Built-in ก็มีให้ดวงโคมส่องสว่างเพื่อเพิ่มแสงสว่างในส่วนครัวได้ดีมากขึ้นค่ะ

    สำหรับชั้นเก็บของและลิ้นชักด้านล่างเคาน์เตอร์แบ่งการใช้งานได้หลากหลายค่ะ โดยมีพื้นที่ว่างสำหรับวางเครื่องซักผ้าขนาด 7 kg. กำลังดีนะคะ (เครื่องซักผ้าไม่ได้เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ได้มาตรฐาน) และมี Microwave จาก Gorenje ฝังเคาน์เตอร์ให้เป็นมาตรฐาน

    บานเปิดด้านล่าง Sink ออกแบบให้มีถังขยะไว้ภายในเรียบร้อย ช่วยทำให้บริเวณครัวดูสวยงามและเป็นระเบียบดีค่ะ

    ในส่วนลิ้นชักภายในมีการออกแบบไว้สำหรับวางจานและอุปกรณ์ต่างๆ ให้เรียบร้อยค่ะ โดยเฉพาะลิ้นชักบนที่จัด Interior ด้านในโดยการแบ่งช่องสำหรับวางช้อนส้อมได้สวยงามและเป็นสัดส่วน

    สำหรับ Island บริเวณท็อปและด้านข้างใช้หิน Quartz ชนิดเดียวกับท็อปเคาน์เตอร์ ขนาดกำลังดีในการใช้งานสำหรับเตรียมอาหารต่างๆ ค่ะ หากจะเหมาะกับการใช้งานมากขึ้นน่าจะมีการเดินปลั๊กไฟไว้ให้เพิ่มเติมด้วยนะคะ

    ด้านล่าง Island ออกแบบมาได้ดีค่ะ เพราะมีการทำชั้นวางของขนาดใหญ่ไว้สำหรับเก็บของได้พอสมควร

    ถัดมาเป็นบริเวณพื้นที่นั่งเล่นและพื้นที่รับประทานอาหารนะคะ ตรงไปในสุดเป็นส่วนระเบียงค่ะ สำหรับพื้นที่บริเวณนี้ค่อนข้างโปร่งโล่งพอสมควรเลยค่ะ สามารถจัดวางฟังก์ชันได้ตามไลฟ์สไตล์และความชอบส่วนตัวของลูกบ้านนะคะ ส่วนห้องตัวอย่างนั้นจัดมาให้ดูเป็นไอเดียว่าสามารถวางเฟอร์นิเจอร์ขนาดประมาณเท่าไหร่ได้ลงตัวค่ะ

    เริ่มจากบริเวณพื้นที่นั่งเล่นสามารถรองรับชุดโซฟาขนาดมากกว่า 3 ที่นั่งได้ หรือจะเป็นเตียงโซฟาก็สามารถวางได้เช่นกัน

    ด้านข้างมีพื้นที่ว่างที่สามารถจัดสรรฟังก์ชันเพิ่มเติมได้นะคะ เช่น Built-in ชั้นวางของตกแต่งต่างๆ หรือเป็นโซนพื้นที่ทำงานก็ได้เช่นกัน

    บริเวณพื้นที่นั่งเล่นนี้มีระยะทีวีอยู่ที่ประมาณ 1.8 ม. สามารถวางทีวีขนาดที่เหมาะกับระยะสายตาประมาณ 50″- 60″ ได้กำลังดีค่ะ

    ด้านหลังพื้นที่นั่งเล่นจัดให้เป็นพื้นที่รับประทานอาหารโดยสามารถจัดโต๊ะอาหารในลักษณะโต๊ะกลม 4 ที่นั่งได้กำลังดี หรือหากต้องการโต๊ะขนาดใหญ่ขึ้นที่สามารถรองรับที่ได้มากกว่า 4 ที่นั่ง แนะนำให้วางโต๊ะแบบ Long Table ค่ะ ซึ่งจากพื้นที่แล้วสามารถรองรับที่นั่งได้ประมาณ 6 ที่นั่งกำลังดี

    ความสวยงามภายในห้องนอกจากการตกแต่งต่างๆ แล้วคือความเรียบร้อยนะคะ ดังนั้นทางโครงการจึงออกแบบให้เครื่องปรับอากาศเป็นรูปแบบ Conceal ทำให้ฝ้าเพดานมีความเรียบร้อยมากขึ้น

    ถัดมาบริเวณระเบียงกั้นด้วยประตูบานเลื่อนกระจกแบบ Full Height ที่มีความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานร่วม 3 ม. เลยทีเดียวค่ะ

    สำหรับระเบียงในห้องจริงมีขอบเขตอยู่ตามเส้นขอบโลหะของห้องตัวอย่างเลยค่ะ โดยขนาดจัดว่ากำลังดีสามารถออกไปยืนสูดอากาศได้สบายๆ ส่วนราวกันตกใช้เป็นกระจก Tempered

    ด้านข้างระเบียงบริเวณโซน Condensing Unit กั้นด้วยประตูระแนงเหล็กสวยงาม เป็นสัดส่วน เพื่อไม่ให้รบกวนบรรยากาศบริเวณระเบียงชมวิว

    ถัดเข้ามาในโซน Private หรือห้องนอนทั้ง 2 ห้องจะผ่านส่วนโถงทางเดินก่อนเพื่อสร้างความเป็นส่วนตัวให้กับห้องนอนทั้ง 2 ห้องมากขึ้น

    ฝั่งขวามือของโถงเป็นห้องนอนเล็ก เมื่อเข้ามาจะเห็นพื้นที่เตียงนอนฝั่งซ้ายมือและทางเข้าห้องน้ำในห้องนอนฝั่งขวามือค่ะ

    สำหรับส่วนเตียงนอนนี้มีขนาดใหญ่พอสมควรที่สามารถรองรับการวางเตียงขนาด 6 ฟุตได้สบายพร้อมโต๊ะข้างเตียงทั้ง 2 ฝั่ง ในส่วนของผนังขนาดเตียงได้ชุดหน้าต่างกระจกบานใหญ่เต็มผนังและสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน รวมไปถึงหน้าต่างบานกระทุ้งขนาดใหญ่ที่สามารถเปิดระบายอากาศได้ดีเช่นกันค่ะ

    หันกลับมาอีกฝั่งทางโครงการมีการ Built-in ตู้เสื้อผ้าสูงถึงฝ้าตามห้องตัวอย่างให้เป็นมาตรฐาน โดยหน้าบานใช้เป็นกระจกสี Euro-Gray สวยงามพร้อมมีการติดตั้งไฟส่องสว่างภายใน ซึ่งจะเปิดอัตโนมัติเมื่อเปิดหน้าบานตู้เสื้อผ้าค่ะ

    บานเปิดของตู้เสื้อผ้านี้ไม่ได้เปิดได้เพียง 90 องศาตรงๆ นะคะ แต่สามารถเปิดได้มากกว่าเพื่อให้สามารถใช้งานได้ถนัดมากขึ้น และเพิ่มความกว้างของทางเดินได้อีกหน่อย

    ภายในห้องน้ำแยกส่วนเปียกและแห้งเป็นสัดส่วนโดยกั้นด้วยฉากกั้นกระจกแบบ Full Height และ Frameless สวยงามค่ะ

    ตู้กระจกให้มาขนาดใหญ่เต็มผนังพร้อมการซ่อนไฟแบบ Indirect Light ด้านล่าง

    มีบานเปิด 2 ฝั่งสามารถเก็บของด้านในได้พอสมควรเลยค่ะ

    เคาน์เตอร์อ่างล้างมือใช้ท็อปเป็น Solid Surface พร้อม Built-in ชั้นเก็บของไว้ด้านล่างเป็นสัดส่วน ในส่วนของอ่างล้างมือเป็นอ่างเซรามิกจาก Kohler

    ชุดก็อกน้ำพร้อมอุปกรณ์ห้องน้ำหรูหราและเป็นเอกลักษณ์จาก Kohler เช่นกันค่ะ

    โถสุขภัณฑ์ชิ้นเดียว จาก Kohler เช่นเดียวกันค่ะ

    สิ่งที่เราชอบและจัดมาให้สวยทีเดียวค่ะคือ ฉากกั้นกระจกแบบ Framless และยังให้แบบ Full Height ทำให้บรรยากาศภายในห้องน้ำโปร่งโล่งดีทีเดียวค่ะ

    สำหรับฝักบัวที่ได้จะเป็นฝักบัวสายอ่อนและ Rain Shower จาก Kohler เข้าชุดกับอุปกรณ์ห้องน้ำทั้งหมด

    ทางโครงการมีการเดินงานระบบต่างๆ ไว้สำหรับรองรับการติดตั้งเครื่องทำน้ำร้อนไว้เรียบร้อยค่ะ (Pre-Installed)

    เข้ามาในส่วนห้องนอนใหญ่หรือ Master Bedroom ฝั่งซ้ายมือเป็นในส่วนห้องน้ำในห้องนอน ตรงไปเป็นพื้นที่เตียงนอน และฝั่งขวามือออกแบบให้เป็นส่วน Walk-in Closet ค่ะ

    เริ่มต้นกันที่ส่วน Walk-in Closet กันก่อนนะคะ บริเวณนี้มีการกั้นพื้นที่ด้วยประตูบานเลื่อนกระจกสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน เพื่อกั้นพื้นที่ให้เป็นสัดส่วนและเพื่อไม่ให้เครื่องปรับอากาศต้องทำงานหนักหากต้องปรับอุณหภูมิในปริมาณพื้นที่ที่มากขึ้น

    ภายใน Walk-in Closet มีขนาดกว้างขวางนะคะ โดยทางโครงการจะจัดชั้น Built-in ตู้เสื้อผ้าให้ และจุดเด่นของห้องนี้เพิ่มเติมคือมีชุดหน้าต่างให้ด้วยเพื่อที่จะสามารถระบายอากาศพร้อมเพิ่มพื้นที่แสงธรรมชาติเข้าสู่ภายในห้องได้ดี ส่วนตรงข้ามตู้เสื้อผ้ามีพื้นที่สามารถ Built-in ตู้เสื้อผ้าเพิ่มเติมได้หรือจะจัดเป็นโต๊ะเครื่องแป้งตามห้องตัวอย่างก็ได้เช่นกันค่ะ

    ลักษณะตู้เสื้อผ้าที่ได้เป็นแบบเปลือยไม่มีบานเปิดเพื่อสามารถใช้งานได้ง่ายและเหมาะกับการตั้งของโชว์ได้เช่นเดียวกันค่ะ บริเวณใต้ราวและใต้ชั้นวางของติดตั้งไฟส่องสว่างเพิ่มความสวยงามให้กับของและเสื้อผ้าที่วางได้มากขึ้น

    มีลิ้นชักขนาดใหญ่ที่ออกแบบภายในให้เป็นชั้นเก็บเครื่องประดับต่างๆ ได้

    ถัดมาภายในห้องน้ำมีขนาดใหญ่มากขึ้นจากห้องนอนเล็ก โดยจุดเด่นของห้องน้ำนี้นอกจากสุขภัณฑ์ต่างๆ ที่ขนาดใหญ่ขึ้นแล้วยังเป็นห้องที่ได้ Bath Tub และหน้าต่างอีกด้วยค่ะ

    เคาน์เตอร์อ่างล้างมือขนาดใหญ่มีพื้นที่ด้านข้างสามารถวางของได้เยอะทีเดียวค่ะ ส่วนด้านล่างก็เพิ่มชั้นเก็บของให้มากขึ้นด้วยเช่นกัน

    พื้นที่บริเวณสุขภัณฑ์กว้างขวางสามารถนั่งได้สบายค่ะ ส่วนสุขภัณฑ์ใช้แบบเดียวกับห้องน้ำของห้องนอนเล็กค่ะ

    ด้านบนของสุขภัณฑ์เป็นชุดกระจกเงาเต็มผนังและด้านบนให้บานเปิดคู่ขนาดใหญ่ ภายในมีช่องวางของใช้เยอะทีเดียวค่ะ

    ถัดมาในส่วนของพื้นที่เปียกหรือพื้นที่อาบน้ำกั้นด้วยฉากกั้นกระจกแบบ Full Height และ Frameless เช่นเดียวกับห้องน้ำในห้องนอนเล็กค่ะ

    สำหรับส่วนฝักบัวนี้มีการยกระดับเกรดวัสดุขึ้นในส่วนของ Rain Shower ให้มีขนาดใหญ่มากขึ้น

    ส่วน Highlight ของห้องน้ำนี้อยู่ที่อ่างอาบน้ำพร้อมกระจกบานใหญ่ สามารถอาบน้ำพร้อมชมวิวภายนอกได้ดีค่ะ หากใครที่กังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวสามารถติดฟิล์มฝ้าบังสายตา หรือติดตั้งม่านเพิ่มเติมได้ค่ะ

    อ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ยาว 1.8 ม. จาก Kohler

    ในส่วนพื้นที่เตียงนอน Highlight อยู่ที่กระจกเข้ามุมที่สูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน เพิ่มเปิดมุมมองภายนอกได้กว้างขวางพร้อมกับรับแสงธรรมชาติเข้ามาด้านในทำให้ห้องโปร่งโล่งมากขึ้น

    ขนาดของพื้นที่เตียงนอนมีขนาดใหญ่สามารถวางเตียง 6 ฟุต (ตามห้องตัวอย่าง) ได้สบาย พร้อมพื้นที่ทางเดินรอบเตียง

    **รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

    ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 7 August 2018 

    • 2 Bedroom แบบ C2 ชั้น 7 ห้อง 7C2 พื้นที่ใช้สอย 85.5 ตร.ม. ราคา 25,384,950 บาท หรือ 296,900 บาท/ตร.ม.
    • 2 Bedroom แบบ C1 ชั้น 8 ห้อง 8C1 พื้นที่ใช้สอย 83.5 ตร.ม. ราคา 25,141,850 บาท หรือ 301,100 บาท/ตร.ม.
    • 3+1 Bedroom แบบ D7G ชั้น 22 ห้อง 22D7G พื้นที่ใช้สอย 179.5 ตร.ม. ราคา 71,620,500 บาท หรือ 399,000 บาท/ตร.ม.

     

    • Fully Fitted
    • ฝ้าเพดานสูง 3 เมตร
    • Kitchen & Sink
    • Hob & Hood
    • จอง 300,000-500,000 บาท
    • ทำสัญญา (ขึ้นอยู่กับราคาห้องนั้นๆ)
    • ผ่อนดาวน์ 36 งวด
    • ค่ากองทุน 1,200 บาท/ตร.ม.
    • ค่าส่วนกลาง 120 บาท/ตร.ม./เดือน

    **ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ


    เจาะลึกรวบยอด

    สรุปภาพรวมทำเลโครงการ

    ทำเลโครงการ MUNIQ หลังสวน ตั้งอยู่ในซอยต้นสน ซึ่งในย่านนี้หลายคนก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่าโครงการคอนโดมิเนียมขายในรูปแบบ Leasehold กันเป็นส่วนมาก มีเพียงไม่กี่โครงการที่ขายในรูปแบบ Freehold ซึ่งโครงการนี้ก็เป็นหนึ่งในนั้นเช่นเดียวกันค่ะ จัดว่าหาได้ยากและแทบจะไม่มีแล้วในย่านนี้ก็ว่าได้ จึงเป็นตัวชูโรงให้ตัวโครงการได้ดีทีเดียวค่ะ นอกจากนี้ซอยต้นสนเองก็จะมีความสะดวกในการเดินทางมากขึ้น เพราะทางกทม.ได้เปิดให้ซอยต้นสนสามารถเชื่อมออกถนนสารสินได้แล้ว จึงไม่ใช่ซอยตันอีกต่อไป ประกอบกับอยู่ไม่ไกลจากสวนลุมพินี สวนขนาดใหญ่ใจกลางเมืองที่นอกเหนือจากการเดินไปวิ่งออกกำลังกายที่สวนได้ง่ายๆ แล้ว ทีเด็ดคือเรื่องของวิวจากโครงการ ใครเลือกฝั่งทิศใต้แม้จะเป็นทิศที่ได้รับแดดร้อนช่วงบ่าย แต่แลกมากับวิวสวนลุมพินีที่หาไม่ได้ง่ายๆ เช่นเดียวกันค่ะ อย่างไรก็ดี เรื่องความอุดมสมบูรณ์ในละแวกก็จัดว่ามีความอุดมสมบูรณ์ดีมากอยู่แล้ว มีทั้งห้างระดับหรูขนาดใหญ่ถึง 2 ห้างและร้านค้าร้านอาหารดัง แต่หากมองไปในอนาคตอีกในซอยนี้ก็จะมีโปรเจ็กยักษ์ใหญ่อย่างสินธร วิลเลจ เกิดขึ้นซึ่งช่วยยกระดับความอุดมสมบูรณ์และความเจริญใกล้โครงการมากยิ่งขึ้นไปอีกด้วยค่ะ

    วัสดุ

    สำหรับวัสดุที่ได้ขายในรูปแบบ Fully Fitted ด้วยเกรดวัสดุดีเหมาะสมกับราคาที่จ่าย สิ่งที่ได้คือชุดครัวพร้อม Island จาก Gorenje รวมไปถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างตู้เย็น Microwave และ Hob & Hood แบบ Exhuasted ท็อปครัวใช้หิน Quartz ในส่วนชุดเฟอร์นิเจอร์ Built-in ที่ได้มีหน้าบานเป็นลามิเนตและแบบกระจกสี Euro-Gray พร้อมติดตั้งไฟส่องสว่างภายในให้เรียบร้อย

    ห้องน้ำตกแต่งครบชุด ใช้สุขภัณฑ์ทั้งหมดจาก Kohler พร้อมฉากกั้นกระจกแบบ Full Height แบบ Frameless และตู้กระจกพร้อมชั้นเก็บของด้านในที่ติดตั้ง Indirect Light ให้สวยงาม เพิ่มเติมสำหรับห้องน้ำใน Master Bedroom ที่ได้ Bath Tub ด้วยค่ะ

    ในส่วนของวัสดุพื้นและประตูหน้าต่างให้เกรดมาดีเช่นกัน ตัวพื้นหลักใช้ Engineering Wood ท็อปไม้ White Oak ส่วนพื้นห้องน้ำใช้กระเบื้อง Porcelain ชุดบานประตูหน้าต่างแบบ Full Height ความสูงเท่าฝ้าเพดาน 3 ม. พร้อมการติดตั้งเครื่องปรับอากาศแบบ Conceal สวยงามค่ะ

    การออกแบบ

    สำหรับการออกแบบส่วนโครงการเน้นความเป็นส่วนตัวเป็นหลักด้วยโถงทางเดินแบบ Single Loaded Corridor และอัตราส่วนลิฟต์ที่ให้มาค่อนข้างน้อยอยู่ที่ 83 : 1 รวมไปถึงการวางตำแหน่ง Facilities หลักให้ได้วิวสวนลุมพินี ซึ่งเป็นวิวที่ดีที่สุดของโครงการ

    การออกแบบภายในห้องตัวอย่าง 2 Bedroom Type C2 พื้นที่ใช้สอย 85.5 ตร.ม. วางฟังก์ชันภายในลงตัวและเป็นสัดส่วนชัดเจน แยก Common Area และ Private Zone ออกจากกันโดยกั้นด้วยโถงทางเดิน  สำหรับ Common Area เป็นพื้นที่เชื่อมกับกันทั้งหมดระหว่างครัว พื้นที่รับประทานอาหารและส่วนนั่งเล่น ทำให้สมาชิกในบ้านได้ทำกิจกรรมต่างๆ แยกกันแต่มองเห็นกันและกันได้ รวมไปถึงส่งผลให้ภายในห้องโปร่งโล่งได้ดีค่ะ

    ส่วนพื้นที่โซน Private 2 ห้องนอนมีห้องน้ำในตัวทั้ง 2 ห้องค่ะ สำหรับห้องนอนใหญ่มีความพิเศษเพิ่มเติมคือได้กระจกเข้ามุมเปิดรับวิวได้ในมุมกว้าง และห้องน้ำในห้องนอนที่ให้อ่างอาบน้ำเป็นมาตรฐานค่ะ

    สาธารณูปโภค

    Facilities ที่นี่ถือว่าให้มาครบครันตามระดับโครงการค่ะ สิ่งที่น่าสนใจคือ Heated Pool ที่เป็นสระว่ายน้ำรักษาระดับอุณหภูมิให้คงที่อยู่ 28 องศาไม่ร้อนและไม่เย็นเกินไป รวมไปถึง Decanter Sky Lounge ที่มีขนาดใหญ่และเปิดรับวิวได้ถึง 3 ทิศ (รวมวิวสวนลุมพินีและสาทร) Private Kitchen and Gastronomy และ Private Dining Room ให้ลูกบ้านได้ปาร์ตี้พร้อมแขกของลูกบ้านพร้อมชมวิวมุมสูงได้ดี

    ส่วนที่จอดรถถือว่าให้มาพอสมควร 111% แบบ Automatic Parking ทั้งหมด ง่ายและสะดวกเพราะไม่ต้องหาที่จอดรถเอง แต่มีระยะเวลารอประมาณ 3-5 นาทีและค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาที่มากกว่า Conventional เช่นเดียวกัน

     

    Judgement

    ราคาของคอนโดนี้ถือเป็นระดับ ULTIMATE CLASS ซึ่งความคุ้มค่าด้านราคาไม่ใช่ปัจจัยหลักเพียงอย่างเดียวในการตัดสินใจซื้อแล้ว ยังมีเรื่องความคุ้มค่าด้านอารมณ์ Emotional ส่วนบุคคลที่มาเป็นปัจจัยหลักอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งตราบเท่าที่ทางเรายังไม่สามารถวัดค่ามาตรฐานทางอารมณ์ได้ ทาง Think of Living ขอไม่ให้คะแนนฟันธงในรีวิวเจาะลึกนะคะ เพราะเป็นสินค้าประเภท Unique Item และเราก็เชื่อว่าลูกค้าที่พร้อมจะซื้อคอนโดระดับนี้ ไม่ตัดสินง่ายๆด้วยคะแนน

    BOTTOM LINE

    MUNIQ หลังสวน เหมาะกับคนที่มองหาคอนโดใจกลางเมืองที่จับจองถือโฉนดเป็นเจ้าของได้ (Freehold) ในซอยต้นสนซึ่งหาได้ยากแล้วในปัจจุบัน ใกล้สวนลุมพินีในระยะเดิน และ วิวสวนลุมพินี (จาก Facilities และห้องฝั่งทิศใต้ชั้น 17 ขึ้นไป) ในราคาเริ่มต้น 25.1 ล้านบาท