แม้ว่าเราเองจะได้ไปรีวิวคอนโดเปิดใหม่ในโซนพระราม 9 อยู่เรื่อยๆ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นคอนโด High Rise หลักพัน – 3 พันยูนิต ต่างจากคอนโด Low Rise เปิดใหม่อย่าง LIFE Ratchada – Rama 9 (LIFE รัชดา – พระราม 9) ที่มีเพียง 850 ยูนิต ซึ่งเราจะพาไปรีวิวในวันนี้ค่ะ

แน่นอนว่าจุดขายของโครงการนี้คือ “ความสงบและความเป็นส่วนตัว บนโลเคชั่นใจกลางโซนพระราม 9 แบบที่โครงการส่วนใหญ่ให้ไม่ได้” เพราะนอกจากจำนวนยูนิตจะถือว่าน้อยในแกงค์คอนโดมือ 1 โซนพระราม 9 แล้ว การออกแบบโครงการยังส่งเสริมให้ลดความวุ่นวายลงอีก ด้วยการแยกอาคาร Facility ออกจากอาคารพักอาศัยอย่างชัดเจน เพื่อให้พักผ่อนได้สงบไม่รบกวนกัน

ส่วนทำเลก็มีข้อดีข้อเสียต่างจากเพื่อน คือ ปัจจุบันคอนโดมือหนึ่งโซนพระราม 9 ส่วนใหญ่เป็นคอนโด High Rise ติดถนนใหญ่ การเข้า-ออกโครงการจึงต้องผ่านถนนใหญ่เป็นหลัก ในขณะที่ LIFE Ratchada – Rama 9 (LIFE รัชดา – พระราม 9) แม้ไม่ติดถนนใหญ่ แต่จะอยู่ในรัชดาซอย 3 ที่สามารถเข้าออกได้หลายทาง มีทางลัดให้เลี่ยงในช่วงรถติดได้ โดยไม่ต้องผ่านถนนใหญ่ที่ขึ้นชื่อเรื่องรถติดในช่วงเวลาเร่งด่วน

ในส่วนของราคา 1 Bedroom 28 ตร.ม. เริ่มต้นที่ 3.09 ล้านบาท พอลองคำนวณราคาต่อตารางเมตรจากหลายๆ แบบห้อง เราคิดว่าราคาเฉลี่ยทั้งโครงการน่าจะประมาณ 130,000 บาท/ตร.ม. หากมองว่าราคานี้ก็ซื้อคอนโด High Rise ได้…ก็ใช่ค่ะ แต่ความสงบและความเป็นส่วนตัวไม่เท่าที่นี่แน่นอน

อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ เราจะได้เห็นห้อง Interlock Layout แบบใหม่ๆ ที่โครงการนี้ด้วย พัฒนาจากห้อง Interlock Layout แบบเดิมๆ ให้ลงตัวขึ้นไปอีก แต่ละห้องมีขนาดที่เหมาะสมกับการใช้งาน ลด Waste Space ทำให้ใช้งานได้คุ้มค่าขึ้น และมีแบบห้องให้เลือกเยอะกว่า 30 แบบ ต้องมีแบบที่โดนใจทุกคนแน่นอน ตามไปชมกันค่ะ

ข้อมูลโครงการ

รีวิว LIFE Ratchada – Rama 9 (LIFE รัชดา – พระราม 9)  ณ วันที่ 16 มีนาคม 2569

 ชื่อโครงการ   LIFE Ratchada – Rama 9 (LIFE รัชดา – พระราม 9)
 ชื่อผู้ประกอบการ   บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน)
 SEGMENT CLASS   UPPER CLASS (รายละเอียดของ Segment คอนโดปี 2023 )
 โครงการตั้งอยู่   ซอยรัชดาภิเษก 3 เขตดินแดง
 ที่ดิน  ประมาณ 8 ไร่
 ประเภทคอนโด  Low Rise 8 ชั้น 4 อาคาร และอาคารสโมสร 3 ชั้น
 จำนวนยูนิต  851 ยูนิต และร้านค้า 1 ยูนิต
 ที่จอดรถ  333 คัน (ไม่รวมจอดซ้อนคัน)
 เริ่มก่อสร้าง   Q2 ปี 2569
 คาดว่าจะแล้วเสร็จ   Q4 ปี 2570
 ประเภทห้องพัก
  • 1 Bedroom ขนาดพื้นที่ใช้สอย 28-31 ตร.ม.
  • 1 Bedroom Plus ขนาดพื้นที่ใช้สอย 35-38 ตร.ม.
  • 2 Bedroom 1 Bathroom ขนาดพื้นที่ใช้สอย 45 ตร.ม.
  • 2 Bedroom 2 Bathroom ขนาดพื้นที่ใช้สอย 50-60 ตร.ม.

 ราคาเริ่มต้น 3.09 ล้านบาท
 ราคาเฉลี่ยทั้งโครงการ รอคอนเฟิร์มจากทางโครงการ
 EIA (ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม) ผ่านแล้ว
 เว็บไซต์โครงการ https://apthai.ly/skOaBO
 Call Center 02-248-3927

ทำเลที่ตั้ง

พิกัด โครงการ : 13.763698438952279, 100.56543632619041
หรือสามารถ : คลิกที่นี่

พิกัด สำนักงานขาย : 13.755936745503934, 100.56775995217875
หรือสามารถ : คลิกที่นี่

Highlight

  • ทำเลใจกลางเมือง CBD กึ่งกลางระหว่างรัชดา-พระราม 9
  • เข้าออกได้หลายทาง เชื่อมต่อดินแดง-รัชดา-ห้วยขวาง
  • ใกล้ทุกอย่าง รายล้อมด้วยอาคารสำนักงาน Grade A, ห้างสรรพสินค้า, โรงเรียนและโรงพยาบาล
  • 750 เมตรถึง MRT พระราม 9 และ MRT ศูนย์วัฒนธรรม
  • 1 สถานีจาก Airport Rail Link มักกะสัน
  • ในอนาคตมี MRT สายสีส้มวิ่งผ่านทางถนนประชาสงเคราะห์
  • ใกล้ทางด่วน 2 สาย (ศรีรัช, เฉลิมมหานคร)

แผนที่จากทางโครงการ LIFE Ratchada – Rama 9 (LIFE รัชดา – พระราม 9) ค่ะ

LIFE Ratchada – Rama 9 (LIFE รัชดา – พระราม 9) ตั้งอยู่ตรงไหน?

LIFE Ratchada – Rama 9 (LIFE รัชดา – พระราม 9) ตั้งอยู่ในรัชดาซอย 3 แยก 4 หรือจะเรียกว่าอยู่ซอยเดียวกับจิ้มจุ่มสุทธิพรก็ได้ค่ะ คนในโซนนี้รู้จักดี ถ้าเข้าจากทางรัชดาซอย 3 จะถึงโครงการก่อน พอถึงแยก 4 เลี้ยวไปนิดเดียวก็ถึงโครงการแล้ว เป็นทำเลใจกลางย่านพระราม 9 แท้ๆ น่าจะถูกใจคนที่ใช้ชีวิต ทำงาน หรืออยู่อาศัยในโซนพระราม 9-รัชดา-ห้วยขวาง เพราะเส้นทางลัดเลาะหากันได้หมด โดยไม่ต้องผ่านถนนใหญ่เลย ซึ่งเป็นจุดเด่นของทำเลโครงการนี้ค่ะ

อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจคือ จากโครงการเราสามารถเดินไปเซ็นทรัลพระราม 9 ได้เลยนะ มีระยะประมาณ 650 m. แถมรอบๆ โครงการนั้นเต็มไปด้วยตลาด, ร้านค้าเต็ม 2 ข้างทาง ซึ่งหาของกินง่ายตลอดทั้งวัน นอกจากจะเป็นย่านที่คึกคักสำหรับคนไทยแล้ว ก็ยังเต็มไปด้วยชาวต่างชาติมากมาย เลยทำให้เป็นที่สนใจสำหรับกลุ่มนักลงทุนด้วยไม่น้อยเลย

อีกทั้งโครงการยังตั้งอยู่ใจกลางย่านพระราม9-รัชดาภิเษก ซึ่งเป็นโซนอาคารสำนักงานแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ โดยบริเวณถนนเส้นนี้ถือว่าเป็นย่านที่มีความหลากหลายสูง ทั้งที่ทำงาน ที่อยู่อาศัยเดิม ตลาด ชุมชน สถานศึกษา จึงเป็นจุดที่มีความอุดมสมบูรณ์สูงมากเช่นกัน เรียกได้ว่ามีความคึกคักตลอด 24 ชม.เลย

จุดเด่นของทำเลโครงการที่แตกต่างจากเพื่อนๆ เลยคือ มีเส้นทางลัดเลาะหากันได้หมด โดยไม่ต้องออกถนนใหญ่เลย แต่บางเส้นทางอาจจะไม่ได้กว้างนัก ต้องขับขี่ด้วยความระมัดระวัง และเผื่อเวลารถติดกันสักนิดค่ะ ซึ่งรัชดาซอย 3 แยก 4 นี้จะไปเชื่อมกับถนนสำคัญหลายสาย ดังนี้

  • รัชดาภิเษก – ถนนหลักสายสำคัญที่มีอาคารสำนักงานเกรด A และศูนย์การค้าขนาดใหญ่มากมายที่เรียงรายกันบนเส้นนี้ หากขึ้นเหนือจะไปเชื่อมต่อกับถนนลาดพร้าวและถ้าลงใต้จะเชื่อมต่อกับถนนพระราม 9 และแยกอโศกได้ค่ะ
  • วิภาวดีรังสิต – ถนนสายหลักที่ใช้เชื่อมต่อขึ้นไปห้าแยกลาดพร้าว, สนามบินดอนเมือง และขึ้นไปทางโซนรังสิตได้สะดวก อีกทั้งยังเป็นทางขึ้นโทลล์เวย์, ทางพิเศษเฉลิมมหานคร, ทางพิเศษศรีรัช ที่ใกล้กับโครงการที่สุดเลยด้วย
  • ประชาสงเคราะห์ – เป็นถนนที่เชื่อมต่อถนนหลักๆ หลายสาย ตั้งแต่ถนนสุทธิสารวินิจฉัย, ถนนลาดพร้าว วิ่งผ่านถนนรัชดาภิเษก และถนนวิภาวดีรังสิตค่ะ
  • ดินแดง – ถนนหลักที่วิ่งยาวเข้าโซนพระราม 9 และตรงไปถึงสนามบินสุวรรณภูมิได้

ใกล้รถไฟฟ้า MRT สถานีพระราม 9 :

เป็นหนึ่งในตัวเลือกการเดินทางที่สะดวกสำหรับชีวิตในกรุงเทพมากๆค่ะ เพราะเราสามารถเลี่ยงรถติด และเดินทางได้รวดเร็วมากขึ้น โดยมีระยะห่างประมาณ 750 m. พอจะเดินถึงได้อยู่ถ้าขยันเดินหน่อย หรือเราอาจใช้บริการต่อวินมอเตอร์ไซค์แถวๆโครงการก็ได้

ใกล้รถไฟฟ้า MRT สถานีศูนย์วัฒนธรรม :

อีกหนึ่งสถานีที่มีระยะประมาณ 750 m. พอกันก็คือ MRT สถานีศูนย์วัฒนธรรม เราสามารถเลือกใช้ได้ 2 สถานีขึ้นอยู่กับว่าต้องการไปทางไหนนะคะ

1 สถานีถึง Airport Rail Link สถานีมักกะสัน :

จากโครงการจะอยู่ไม่ไกลจาก Airport Rail Link สถานีมักกะสัน ถ้านับจาก MRT พระราม 9 ก็เพียง 1 สถานีก็ต่อ Airport Rail Link ไปสนามบินได้เลย

ทางด่วนที่ใกล้ที่สุด :

แน่นอนว่าเป็นทางด่วนศรีรัช โดยจะมีให้เราใช้งานได้สะดวก 2 จุดใหญ่ๆ จุดแรกจะเป็นทางด่วนด่านอโศก มีระยะห่างเพียง 2 km. เหมาะสำหรับการเข้าเมืองไปทางราชเทวี-พญาไท-อนุสาวรีย์ หรือจะไปเชื่อมต่อกับทางด่วนเฉลิมมหานครก็ได้

จุดที่สองจะเป็นด่านพระราม 9 ที่อยู่บนถนนพระราม 9 ห่างจากโครงการ 2.9 km. สามารถมุ่งหน้าไปทางศรีนครินทร์-พัฒนาการ-รามคำแหง หรือจะไปเชื่อมต่อกับทางด่วนฉลองรัชก็ได้เหมือนกัน

คอนโดพระราม 9 ราคาเท่าไหร่?

ปัจจุบันคอนโดมือหนึ่งโซนพระราม 9 ส่วนใหญ่เป็นคอนโด High Rise ติดถนนใหญ่ที่มีราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรทั้งโครงการอยู่ราวๆ 130,000-150,000 บาท/ตร.ม. และมักเป็นคอนโดที่มีจำนวนยูนิตเยอะ นับพันห้อง จะมีแค่บางโครงการที่มีจำนวนยูนิตเยอะมากพิเศษแบบ 3,000 ห้องที่สามารถทำราคาเฉลี่ยลงมาได้ต่ำหน่อยประมาณ 120,000 บาท/ตร.ม.

ต่างจาก LIFE Ratchada – Rama 9 (LIFE รัชดา – พระราม 9) ที่มียูนิตน้อยในแกงค์คอนโดมือหนึ่งโซนพระราม 9 แค่เพียง 851 ยูนิตเท่านั้น จึงโดดเด่นในเรื่องความสงบเป็นส่วนตัว จากที่คำนวณดูจากราคาห้องหลายๆ แบบ เราว่าราคาเฉลี่ยทั้งโครงการน่าจะประมาณ 130,000 บาท/ตร.ม. อาจมองว่าราคานี้ก็ซื้อคอนโด High Rise ได้เช่นกัน แต่ความสงบและความเป็นส่วนตัวต่างกันแน่นอน ส่วนทำเลก็มีข้อดีข้อเสียต่างจากเพื่อนๆ แม้ไม่ติดถนนใหญ่ Life จะอยู่ในรัชดาซอย 3 สามารถเข้าออกได้หลายทาง มีทางลัดให้เลี่ยงในช่วงรถติดได้ โดยไม่ต้องผ่านถนนใหญ่ที่ขึ้นชื่อเรื่องรถติดในช่วงเวลาเร่งด่วนค่ะ

สภาพแวดล้อมรอบโครงการ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้

บริบทโดยรอบโครงการส่วนใหญ่ก็จะเป็นชุมชนแนวราบค่ะ ซึ่งก็การันตีได้ในระดับหนึ่งว่าอนาคตน่าจะไม่มีตึกสูงอื่นๆขึ้นมาบังวิวใกล้ๆได้ง่ายๆ เพราะการที่จะรวมที่ดินเป็นผืนใหญ่นั้นทำได้ยาก แต่ถ้าเป็นอาคารเก่าที่ตั้งอยู่นานแล้ว ก็จะมีอาคารสูงบังวิวบางส่วนอยู่บ้างเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม และอพาร์ทเม้นต์รอบข้าง

โดยทางโครงการก็มีการดีไซน์อาคารให้มีระยะร่นเข้าไปด้านในลึกพอสมควร เพื่อที่จะได้เว้นระยะห่างจากความวุ่นวายในซอย และยังหลีกเลี่ยงการบังวิวของตึกสูงริมถนนไปด้วยในตัว แต่เพื่อความชัวร์ก็อาจรอดูของจริงตอนตึกเสร็จ หรือขอภาพโดรนมุมสูงจากโครงการดูอีกทีหนึ่งก็ได้ค่ะ (ถ้ามี)

  • ทิศเหนือ ติดกับ อพาร์ทเม้นต์ 8 ชั้น
  • ทิศตะวันออก ติดกับ บ้านพักอาศัย 2-3 ชั้น, อาคาร 3 ชั้น และถนนรัชดาซอย 3 แยก 4
  • ทิศใต้ ติดกับ บ้านพักอาศัย 2-3 ชั้น และโรงแรม 9 ชั้น
  • ทิศตะวันตก ติดกับ ซอยย่อย ฝั่งตรงข้ามเป็นบ้านพักอาศัย 2-3 ชั้น

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

ห้างสรรพสินค้า / ตลาด

  • ฟอร์จูนทาวน์ ~ 450 เมตร
  • เซ็นทรัล พระราม 9 ~ 650 เมตร
  • เอสพลานาด รัชดา ~ 850 เมตร
  • บิ๊กซี เพลส รัชดาภิเษก ~ 1.2 กิโลเมตร
  • ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ~ 1.6 กิโลเมตร

โรงพยาบาล

  • รพ.พระรามเก้า ~ 2 กิโลเมตร
  • รพ.ปิยะเวท ~ 2.8 กิโลเมตร
  • รพ.บำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ~ 3.3 กิโลเมตร
  • รพ.กรุงเทพ ~ 4 กิโลเมตร
  • รพ.สมิติเวช สุขุมวิท ~ 4.6 กิโลเมตร

โรงเรียน

  • ม.หอการค้าไทย ~ 2.4 กิโลเมตร
  • ม.ศรีนครินทรวิโรฒ ~ 2.8 กิโลเมตร
  • รร.สาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร ~ 2.8 กิโลเมตร
  • รร.วัฒนาวิทยาลัย ~ 2.9 กิโลเมตร

การเดินทาง

  • MRT พระราม 9 ~ 750 เมตร
  • MRT ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ~ 750 เมตร
  • Airport Link มักกะสัน ~ 1.3 กิโลเมตร

รายละเอียดโครงการ

Highlight

  • ยูนิตน้อยเมื่อเทียบกับคอนโดมือหนึ่งในโซนนี้ จึงเงียบสงบกว่า ไม่วุ่นวาย ความเป็นส่วนตัวสูง
  • แยกอาคาร Facilities ออกจากอาคารพักอาศัย พักผ่อนได้สงบไม่รบกวนกัน
  • ส่วนกลางจัดเต็มถึง 25 ฟังก์ชัน และพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่รวมกว่า 3 ไร่

โครงการ LIFE Ratchada – Rama 9 (LIFE รัชดา – พระราม 9) เป็นกลุ่มคอนโด Low Rise 8 ชั้น 4 อาคาร มีจำนวนทั้งหมด 851 ยูนิต ถือเป็นคอนโดยูนิตน้อยเมื่อเทียบกับคอนโดมือหนึ่งในโซนนี้ จึงเงียบสงบกว่า ไม่วุ่นวาย ความเป็นส่วนตัวสูง

และโครงการยังออกแบบ Facility ให้ได้ความเป็นส่วนตัวสูงเช่นกัน ด้วยการแยกอาคารส่วนกลางออกมาจากอาคารพักอาศัยอย่างชัดเจนเลย อยู่บริเวณกลางโครงการ ไม่ว่าจะพักอยู่อาคารไหนก็เข้าถึงส่วนกลางได้สะดวก มีความสูง 3 ชั้น ภายในจัดเต็มฟังก์ชันในทุกชั้นเลย รวมถึง 25 ฟังก์ชัน แต่จะมีอะไรบ้างนั้นเราขออุบไว้ก่อน เดี๋ยวจะพาไปชมทีละชั้นแบบละเอียดนะคะ

ในส่วนของดีไซน์โครงการมาในสไตล์ De Midcentury ดูเท่ๆ ทันสมัย แต่ยังคงกลิ่นอายที่หรูหรา ฟอร์มของอาคารอาจดูเป็น Geometric ง่ายๆ แต่มีดีเทลอย่าง การตกแต่งผนังให้เป็นทรงโค้ง มีการเล่นแสงเงาดูสวยงาม

ถ้าใครเลือกไม่ถูกว่าจะอยู่อาคารไหนดี เราคิดว่าแต่ละอาคารก็เหมาะกับไลฟ์สไตล์ที่ต่างกันลองพิจารณาตามนี้ดูนะ

  • อาคาร A, D – ใกล้ทางเข้าที่สุด เหมาะกับคนที่ชอบอยู่ใกล้ทางเข้า เดินเข้า-ออก หรือมาขึ้นรถไม่ไกล
  • อาคาร A, B – ติดสวน ได้วิวสระ เหมาะกับคนที่ใช้ Facilities ส่วนกลางบ่อยๆ แลกกับการเสียความเป็นส่วนตัวไปบ้าง จากสายตาของเพื่อนบ้านเวลามาใช้งานสระและสวน
  • อาคาร C – ได้ความสงบเป็นส่วนตัวกว่าอาคารอื่น แต่มีระยะห่างจากประตูทางเข้ามากกว่าด้วยเช่นกัน
  • อาคาร D – มีความสงบรองจากอาคาร C และมี Rooftop ให้ขึ้นไปรับลมชมวิว แต่ไม่ได้วิวสระค่ะ

เริ่มจากชั้น 1 จะมีทางเข้าออกเพียงทางเดียว รถยนต์จะผ่านเข้าออกด้วยระบบ KATSAN โดยใช้กล้องอ่านป้ายทะเบียนรถ (License Plate) ดังนั้นรถที่ผ่านเข้าออกได้จะเป็นรถของลูกบ้านที่ลงทะเบียนไว้ สำหรับรถของ Visitors จะมีบัตรจอดรถมาให้ลูกบ้านแสตมป์ หรือจะใช้ E-Stamp ผ่าน Apps ในมือถือก็ได้ค่ะ

หากจะจอดรถก็ขับเข้าไปจอดที่ใต้อาคารของตัวเองได้เลย เพราะมีที่จอดรถใต้อาคารให้ครบทุกอาคาร รวมถึงมีช่องชาร์จรถ EV ให้ครบทุกอาคารด้วย แต่หากใครเพื่อนมาส่งจะมี Drop-Off อยู่ด้านหน้าระหว่างอาคาร A และ D เพื่อให้วนรับ-ส่งหน้าโครงการได้สะดวก

ซึ่ง Lift Lobby ของแต่ละอาคาร จะมีระบบ Face Scan ให้ใช้งานได้เฉพาะลูกบ้าน แต่ละอาคารมีลิฟต์ให้ใช้ 2 ตัว เป็นแบบล็อกชั้น เข้าได้เฉพาะที่ตนเองพักอาศัยเท่านั้น อัตราส่วนลิฟต์รวมทั้งโครงการ 106 :  1 ค่ะ

Facility ส่วนกลางหลักๆ จะถูกแยกมาอยู่ในอาคาร The Residence Pavilion และพื้นที่ในสวนรอบสระว่ายน้ำ โครงการออกแบบให้ทั้ง 2 ส่วนอยู่ติดกันเพื่อให้ได้บรรยากาศที่ใกล้ชิดธรรมชาติ สร้างความผ่อนคลาย เป็นมุมพักผ่อนที่ซ่อนตัวอยู่ในโลเคชั่นใจกลางพระราม 9

สระว่ายน้ำของที่นี่มีชื่อเก๋ๆ ว่า Blooming Lap Pool ขนาด 28.5×5 เมตร เป็นความยาวที่สามารถใช้ออกกำลังกายได้จริงจัง สำหรับใครที่ไม่ชอบว่ายน้ำหนักๆ จะมี Hydro Dipping Spa ให้มาใช้งานได้ หรือใครที่ชอบนั่งเล่นริมสระที่นี่ก็จัดไว้หลายมุม หลายบรรยากาศเช่นกัน

สระว่ายน้ำวางตัวยาวขนานกับอาคาร A และยาวไปถึงอาคาร B ทางโครงการจึงออกแบบให้มีห้องพักบนชั้น 1 ใน 2 อาคารนี้ด้วยนะคะ ใครที่ชอบบรรยากาศใกล้ชิดธรรมชาติเหมือนอยู่บ้าน ห้องพักบนชั้นนี้ก็ตอบโจทย์เลย

มุมนั่งเล่นริมสระจุดนี้คือ Living Court วางเก้าอี้แบบ Day Bed ไว้ตรงกลาง รายล้อมด้วยต้นไม้ มุมนี้จะได้วิวสระและ The Residence Pavilion อาคารส่วนกลาง 3 ชั้นที่เดี๋ยวเราจะพาไปชมด้านในกันนะคะ

หากใครไม่ชอบนั่งติดริมสระ หรือชอบบรรยากาศที่สงบมากขึ้นแต่ยังได้วิวสระอยู่ ก็มานั่งเล่นที่ Evergreen Terrace ตรงนี้ได้

เข้ามาใน The Residence Pavilion ชั้น 1 จัดเป็นพื้นที่นั่งเล่นในอาคารที่ได้วิวสระ แบ่งเป็น 2 ส่วนคือ The Residential Saloon และ The Parlour

โซนที่เป็นส่วนตัวขึ้นก็มีนะคะ มีประตูกั้นเรียบร้อยเรียกว่า Rest Atelier & Work Atelier

ตั้งแต่ชั้น 2 เป็นต้นไปจะเป็นห้องพักอาศัยทั้งหมด ในชั้นนี้มีห้องพักอาศัยประมาณ 24-32 ยูนิตต่ออาคาร ซึ่งจะมีห้องพัก 2 ฝั่งคือ ฝั่งที่หันเข้าในโครงการและนอกโครงการ ทิศก็จะแตกต่างกัน ดังนี้

อาคาร A – ห้องพักหันเข้าด้านในโครงการ (ทิศเหนือ) ห้องพักหันออกนอกโครงการ (ทิศใต้)

อาคาร B – ห้องพักหันเข้าด้านในโครงการ (ทิศตะวันออกและทิศเหนือ) ห้องพักหันออกนอกโครงการ (ทิศตะวันตกและทิศใต้)

อาคาร C – ห้องพักหันเข้าด้านในโครงการ (ทิศใต้, ทิศตะวันตกและทิศตะวันออก) ห้องพักหันออกนอกโครงการ (ทิศเหนือ)

อาคาร D – ห้องพักหันเข้าด้านในโครงการ (ทิศใต้และทิศตะวันตก) ห้องพักหันออกนอกโครงการ (ทิศเหนือและทิศตะวันออก)

การเลือกทิศห้องที่หันเข้าในโครงการจะถูกการันตีวิวแล้วว่าวิวที่ได้จะเป็นวิวส่วนกลาง แต่ถ้าเลือกห้องที่หันออกด้านนอกโครงการก็แนะนำตั้งแต่ชั้น 4 ขึ้นไป เพราะโดยรอบโครงการส่วนใหญ่เป็นบ้านพักอาศัยสูง 2-3 ชั้นค่ะ

ห้องพักส่วนใหญ่จะเป็นแบบ 1 Bedroom 31 ตร.ม. เป็นหลัก รองลงมาจะเป็นห้อง 1 Bedroom Plus 35 ตร.ม. ซึ่งในรีวิวนี้เรามีห้องตัวอย่างมาให้ชมกันทั้งคู่ ที่เยอะไม่แพ้กันคือแบบห้อง 1 Bedroom 28 ตร.ม. เพื่อให้ราคา Package ไม่สูงมาก ส่วนห้อง 2 Bedroom มีขนาด 45-60 ตร.ม. จะเป็นห้องมุมทั้งหมด (กรอบสีน้ำเงิน) แต่ละชั้นมีให้จับจองไม่เยอะนะคะ

แต่ละอาคารจะมีลิฟต์ 2 ตัวอยู่ตรงมุมอาคาร ถ้าชอบความเป็นส่วนตัวก็เลือกห้องที่ไกลจากลิฟต์ออกไปหน่อย แต่ก็ต้องเดินไกลขึ้นนะคะ

สำหรับชั้น 2 ของ The Residence Pavilion จัดฟังก์ชันหลักๆ เอาใจวัยทำงานและวัยเรียน ฟังก์ชันหลักชั้น 2 มีชื่อเรียกว่า The Residence Club จัดฟังก์ชันเป็น Social Club และ Co-Working Space

ถ้าทำงานเหนื่อยๆ ก็มาพักที่ The Living Pool Lounge หรือชวนเพื่อนๆ มานั่งเล่นกันที่ Bloom Social ที่อยู่ติดกันได้

ชั้น 3 จัดแปลนคล้ายชั้น 2 เลยค่ะ แต่บนชั้นนี้อาคาร A จะมีห้องพักอาศัยเพิ่มขึ้นเป็น 31 ยูนิต สำหรับชั้น 3 ของ The Residence Pavilion เป็น Rooftop Facilities แบ่งพื้นที่ออกเป็นมุมนั่งเล่นหลายจุด

ชั้น 4-8 เป็น Typical Floor Plan ห้องพักตั้งแต่ชั้น 4 ขึ้นไปจะมีจำนวนยูนิตเท่ากัน อาคาร A – 31 ยูนิต, อาคาร B – 29 ยูนิต, อาคาร C – 32 ยูนิต และอาคาร D – 29 ยูนิต ห้องพักบนชั้นนี้ส่วนใหญ่จะอยู่สูงกว่าอาคารข้างเคียงโดยรอบ ยกเว้นห้องพักอาคาร C ที่โดนบล็อกด้วยอพาร์ทเม้นต์ 8 ชั้น จึงหลีกเลี่ยงการถูกบังวิวไม่ได้นะ

ขึ้นมาบนชั้น Rooftop จะมีเฉพาะอาคาร D ที่จัดให้มี Facility อีกหนึ่งจุด เป็นจุดชมวิวเมืองมุมสูงของโครงการค่ะ

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

ชั้น 1 : The Residence Pavilion

  • The Residence Saloon
  • The Parlour
  • Work Atelier
  • Rest Atelier
  • Swimming Pool

  • Bloom Lounge
  • Blooming Lap Pool (Lap Pool 28.5×5 เมตร)
  • Hydro Dipping Spa
  • Blossom Terrace

  • Landscape
    • Dining Patio
    • Living Court
    • Evergreen Terrace
    • Blooming Stage
    • Evergreen Lounge

  • สวนหย่อมและส่วนกลางพื้นที่รวมกว่า 3 ไร่
  • ชั้น 1 : อาคาร A

    • The Bloom Lobby
    • Mailbox
    • Juristic Room
    • Shop

    ชั้น 1 : อาคาร B

    • The Sunburst Open Lounge
    • The Sunburst Theater

    ชั้น 1 : อาคาร C

    • Lobby
    • Mailbox

    ชั้น 1 : อาคาร D

    • Lobby
    • Mailbox

    ชั้น 2 : The Residence Pavilion

    • The Residence Club
    • Bloom Social
    • The Living Pool Lounge
    • Blissfully Gym

    ชั้น 3 : The Residence Pavilion

    • Bloomscape Social Court
    • Bloomscape Campfire
    • Secret Bloomscape Garden
    • Bloomscape Bar

    Rooftop : อาคาร D

    • Sky Picnic Lawn
    • Sky Retreat Garden
    • Sky Lounge Bar

    อื่นๆ

    • ลิฟต์โดยสาร 2 ตัว/อาคาร
    • อัตราส่วนลิฟต์รวมทั้งโครงการ 106 :  1
    • อัตราส่วนลิฟต์ตึก A 109 : 1
    • อัตราส่วนลิฟต์ตึก B 107 : 1
    • อัตราส่วนลิฟต์ตึก C 110 : 1
    • อัตราส่วนลิฟต์ตึก D 101 : 1
    • ที่จอดรถประมาณ 333 คัน (ไม่รวมจอดซ้อนคัน)
    • ระบบรักษาความปลอดภัยในโครงการ  CCTV 208 จุด / Key Card / Face Scan
    • ระบบในการเข้า-ออกใช้ไม้กั้นกระดก เปิดด้วยระบบอ่านป้ายทะเบียน
    • รั้วทึบรอบโครงการสูง 3 เมตร

    แบบห้อง

    Highlight

    • แปลนห้องหลากหลายกว่า 30 แบบ
    • แปลนห้องแบบ Interlock Layout ทำให้จัดฟังก์ชันได้ลงตัวกว่าห้องสี่เหลี่ยมปกติ
    • พื้นที่โปร่งโล่ง จัดวางเฟอร์นิเจอร์ง่าย ปรับเปลี่ยนการใช้งานได้ตามไลฟ์สไตล์

    แบบห้องภายในโครงการ LIFE Ratchada – Rama 9 (LIFE รัชดา – พระราม 9) ออกแบบมาให้มีขนาดใหญ่หน่อย ไม่มีห้องสตูดิโอ เริ่มต้นที่ 1 Bedroom 28 ตร.ม. ไปจนถึง 2 Bedroom 2 Bathroom 60 ตร.ม. มีแปลนให้เลือกเยอะมากกกก ดูจากรูปแบบห้องที่ขายแล้วถือว่าตั้งใจให้ทุก Type มีห้องนอนแยกอย่างเป็นสัดส่วน จะอยู่คนเดียวหรือเป็นคู่ก็ไม่รบกวนกัน หรือจะอยู่เป็นครอบครัวแบบพ่อแม่ลูกก็มีห้องใหญ่ให้เลือก โดยแบบห้องมีดังนี้

    • 1 Bedroom ขนาดพื้นที่ใช้สอย 28-31 ตร.ม.
    • 1 Bedroom Plus ขนาดพื้นที่ใช้สอย 35-38 ตร.ม.
    • 2 Bedroom 1 Bathroom ขนาดพื้นที่ใช้สอย 45 ตร.ม.
    • 2 Bedroom 2 Bathroom ขนาดพื้นที่ใช้สอย 50-60 ตร.ม.

    1 Bedroom 28-31 ตร.ม.

    Image 1/15
    1 Bedroom 28 ตร.ม.

    1 Bedroom 28 ตร.ม.

    1 Bedroom Plus 35-38 ตร.ม.

    Image 1/6
    1 Bedroom Plus 35 ตร.ม.

    1 Bedroom Plus 35 ตร.ม.

    2 Bedroom 1 Bathroom 45 ตร.ม.

    Image 1/4
    2 Bedroom 1 Bathroom 45 ตร.ม.

    2 Bedroom 1 Bathroom 45 ตร.ม.

    2 Bedroom 2 Bathroom 50-60 ตร.ม.

    Image 1/8
    2 Bedroom 2 Bathroom 50 ตร.ม.

    2 Bedroom 2 Bathroom 50 ตร.ม.

    ตัวห้องออกแบบให้เป็น Interlock Layout ทำให้จัดฟังก์ชันได้ลงตัวกว่าห้องสี่เหลี่ยมทั่วไป และทั้งหมดจะขายแบบ Fully Fitted คือให้เฟอร์นิเจอร์บางส่วนได้แก่ เคาน์เตอร์ครัว สุขภัณฑ์ในห้องน้ำ และเครื่องปรับอากาศ โดยห้องตัวอย่างที่เราจะได้ชมวันนี้จะเป็น 1 Bedroom ขนาด 31 ตร.ม. และ 1 Bedroom Plus ขนาด 35 ตร.ม.

    สรุปวัสดุภายในห้อง

    • ผนังฉาบเรียบทาสี
    • พื้นห้อง : ไม้ลามิเนตหนา 8 mm.
    • พื้นครัว : กระเบื้องแกรนิตโต้
    • พื้นห้องน้ำ, ผนังห้องน้ำ, ระเบียง : กระเบื้องเซรามิค
    • เคาน์เตอร์ครัว Top หินสังเคราะห์
    • Backsplash ติดกระเบื้อง
    • Hob&Hood ยี่ห้อ Teka แบบปล่อยควันออกด้านนอก
    • ซิงค์ล้างจาน ยี่ห้อ Teka
    • วัสดุในห้องน้ำยี่ห้อ Kohler และ Englefield เป็นหลัก
    • ฉาบกั้นอาบน้ำ Design by AP
    • Digital Door Lock (Finger Scan, Password, Card, Apps)
    • หน้าต่างกรอบบานอลูมิเนียม กระจกเขียวตัดแสง ลดความร้อนได้ถึง 3-4 องศา, กันเสียงได้เป็นพิเศษ
    • แอร์ Wall Type : 1 Bedroom ได้ 2 เครื่อง, 2 Bedroom ได้ 3 เครื่อง

    **รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

    ห้องตัวอย่าง 1 Bedroom 1 Bathroom 31 ตร.ม.

    1 Bedroom 31 ตร.ม. จุดเด่นคือเป็นห้อง Interlock Layout การจัดวางฟังก์ชันและขนาดพื้นที่ใช้สอยจะดูลงตัว แปลนลักษณะนี้จึงไม่มีส่วนไหน Waste Space และฟังก์ชันก็ดูลงตัวดีได้พื้นที่ทานอาหารและดูทีวีเชื่อมต่อกัน เราชอบที่ห้องนั่งเล่นไม่ได้อยู่ติดประตูเหมือนโครงการส่วนใหญ่ ทำให้ได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ด้านหน้าจะเป็นตำแหน่งของห้องน้ำ แขกไปใครมาก็เข้าได้สะดวก ไม่ต้องเดินเข้ามาถึงห้องนอน

    ห้องครัวได้เป็นครัวปิด มีประตูกั้นมาให้เป็นสัดส่วน ด้านในสุดเป็นห้องนอน ห้องนี้จะได้แสงธรรมชาติมากที่สุด เพราะอยู่ติดหน้าต่างและมีระเบียงในตัว พื้นที่ภายในกว้างพอสำหรับวางโต๊ะทำงานริมหน้าต่าง วางโต๊ะเครื่องแป้งและตู้เสื้อผ้าได้ครบครัน

    ห้องทุกยูนิตจะติดตั้ง Digital Door Lock เอาไว้ เข้าออกได้หลายวิธี ทั้ง Finger Scan, Password, Card และ Apps

    โซนแรกที่เราจะเจอเป็นพื้นที่สำหรับวางตู้เก็บของ, ตู้เก็บรองเท้า และห้องน้ำค่ะ

    มุมสำหรับวางตู้เก็บรองเท้ามีพื้นที่พอให้ Built-in ได้ตั้งแต่พื้นจรดฝ้าเลย อาจจะแบ่งพื้นที่ทำเป็นชั้นวางของที่ต้องหยิบใช้บ่อยๆ ด้วยก็ได้

    ภายในห้องน้ำนี้จะแยกพื้นที่ส่วนเปียกและส่วนแห้งเอาไว้ให้ ได้แบบที่เห็นในรูปทุกอย่าง และตอนนี้ห้องน้ำของ AP เค้าเปลี่ยนจากห้องน้ำสำเร็จรูปเป็นห้องน้ำแบบก่อตามปกติแล้วนะคะ ซึ่งมีการปรับปรุงระบบระบายน้ำบริเวณพื้นและอ่างล้างมือให้ลงช่องชาร์ปโดยตรง เวลา Maintenance ก็ไม่ต้องไปรบกวนห้องด้านล่าง ยกเว้นท่อจากชักโครกนะค

    อ่างล้างหน้าก็มีตู้วางของด้านใต้เอาไว้เก็บของเล็กๆ น้อยๆ ได้

    สุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำจะเป็นของ Kohler ที่มีดีไซน์ทันสมัย

    พื้นที่อาบน้ำจะมีฉากกั้นอาบน้ำมาให้ด้วยค่ะ ด้านในมีพื้นที่ประมาณ 0.9 x 0.9 เมตร ยืนใช้งานได้กำลังดี แต่จุดที่น่าสนใจคือมีชั้นวางของที่ Built-in กับกำแพงมาให้เลย

    ถัดเข้ามาด้านในจะเป็นพื้นที่กินข้าว+นั่งเล่น ตรงนี้ห้องตัวอย่างจัดเอาโต๊ะกินข้าวไว้คนละฝั่งกับชั้นวางทีวี ทำให้นั่งทานข้าวไปดูทีวีไปได้

    ในห้องตัวอย่างจะจัดชุดโต๊ะกินข้าวมาให้ดูแบบ 2 ที่นั่ง ดูแล้วมีระยะโดยรอบค่อนข้างดี ถอยเก้าอี้เข้า-ออก ใช้งานสบาย หรือจะนั่งทานข้าวบนโซฟาก็ได้อีกคนนะ ส่วนโซฟาวางขนาด 2 ที่นั่งกำลังดี

    ห้องนั่งเล่นมีระยะดูทีวีประมาณ 3 เมตร สามารถใช้ทีวีไซซ์ใหญ่แบบ 55 นิ้วกำลังพอดี

    ชั้นวางทีวีจะอยู่บริเวณหน้าห้องครัวค่ะ มีพื้นที่ให้ Built-in ชั้นวางของได้แบบเต็มผนัง

    ครัวเป็นครัวปิด มีประตูบานเลื่อนปิดเรียบร้อย กั้นแยกเป็นสัดส่วน

    ภายในมีเคาน์เตอร์ครัวติดตั้งมาให้  ได้ทั้งตู้บนและล่าง Built-in มาให้พร้อมค่ะ ฟังก์ชันตรงนี้ก็จะมีพื้นที่เคาน์เตอร์ให้เราเตรียมอาหาร มีอ่างล้างจานและเตาไฟฟ้า ใต้เคาน์เตอร์ก็กันพื้นที่ไว้ให้วางเครื่องซักผ้า (ใช้ได้เฉพาะแบบฝาหน้านะ)

    ในห้องครัวมีพื้นที่ให้เดินทำครัวกว้างประมาณ 1 เมตร

    เค้าน์เตอร์ครัวมีช่องเก็บของมาให้ทั้งในตู้บนและตู้ล่าง

    Top เคาน์เตอร์เป็นหินสังเคราะห์ เพื่อให้เช็ดล้างดูแลง่าย

    อ่างล้างจานของ TEKA รุ่นนี้มีฝาปิดมาให้ครึ่งนึงด้วย เวลาไม่ใช้ซิงค์ล้างจานก็สามารถปิดฝา เพิ่มพื้นที่เตรียมอาหาร ใช้วางของได้เยอะขึ้น

    เตาไฟฟ้าได้ของ TEKA เครื่องดูดควันจะเป็นแบบปล่อยควันออกด้านนอก ช่วยระบายอากาศได้ดีกว่าแบบหมุนเวียนนะคะ

    ในส่วนของห้องนอนจะกั้นห้องประตูกระจกบานเลื่อนขนาดใหญ่ 3 ตอน เปิดได้กว้างถึง 1.2 m. ทำให้ตัวห้องดูโปร่งโล่ง แต่ก็จะให้ความเป็นส่วนตัวน้อยกว่าประตูบานทึบ หากไม่ได้อยู่คนเดียวเราแนะนำให้ติดม่านตามแนวประตูเพิ่มอีกนิดนึง จะช่วยสร้างความเป็นส่วนตัวมากขึ้น เวลาแฟนดูทีวีดึกๆ แล้วเราจะเข้านอนก่อนจะได้ไม่รบกวนกันค่ะ

    ภายในห้องนอนกว้างพอสมควรเลยค่ะ สามารถวางเตียงนอนขนาด 5 ฟุตได้พอดีๆ ข้างเตียงมีพื้นที่อเนกประสงค์ริมหน้าต่างให้ใช้งานได้ตามไลฟ์สไตล์

    พื้นที่ตรงนี้มีขนาดประมาณ 1.5×0.9 m. ถ้าวางเป็นโต๊ะเขียนหนังสือก็นั่งทำงานได้สบาย จะทำเป็นโต๊ะเครื่องแป้ง หรือวางเก้าอี้นั่งชมวิวก็ได้

    ปลายเตียงมีพื้นที่ให้ใช้งานได้หลากหลายอีกเช่นกัน หากใครชอบนอนดูทีวีจากบนเตียงก็สามารถติดตั้งทีวีกับผนังได้ หรือใช้ที่แขวนทีวีแบบมีล้อก็ลากไปใช้งานได้หลายที่ดีเลย ส่วนตู้เสื้อผ้าเราสามารถ Built-in ได้เต็มผนังเลย หรือจะแบ่งพื้นที่บางส่วนเป็นโต๊ะเครื่องแป้งก็ได้ค่ะ

    ด้านในสุดของห้องเป็นระเบียง ซึ่งประตูให้มาเป็นบานเลื่อนแบบ 3 ตอนจึงเปิดได้กว้างประมาณ 0.7 m. พอให้เดินผ่านเข้าออกทีละคนได้ แนะนำให้ติดมุ้งลวดแบบจีบเพิ่มอีกหน่อย เพื่อช่วยกันยุงกันแมลง จะได้เปิดประตูรับลมได้นะคะ

    เราต้องแบ่งพื้นที่ระเบียงส่วนหนึ่งไว้ติดตั้ง Condensing Unit ส่วนที่เหลือจะมีขนาดประมาณ 0.8 x 1.1 m. สำหรับวางราวตากผ้า

    ในส่วนของ Condensing Unit จะแขวนไว้ด้านบนเรียบร้อย มีไฟบริเวณระเบียงครบถ้วน

    มีธรณีประตูกั้นระหว่างระเบียงกับพื้นที่ภายในห้อง เพื่อกันไม่ให้น้ำฝนไหลย้อนเข้าตัวห้องค่ะ


    ห้องตัวอย่าง 1 Bedroom Plus 35 ตร.ม.

    ห้องตัวอย่างอีกแบบที่จะพาไปชมกัน เป็นห้อง 1 Bedroom Plus ไซซ์ใหญ่ขึ้นอีกหน่อย และมีห้องอเนกประสงค์เพิ่มขึ้นมา เป็นห้องที่สามารถวางเตียงเดี่ยวได้เลยนะ จึงพักได้ถึง 3 คน พ่อแม่ลูกเลย หรือจะปรับเป็นห้องทำงานก็ดูเป็นสัดส่วนดี

    เปิดเข้ามาส่วนแรกจะเป็นห้องครัว ห้อง Type นี้จะได้เป็นครัวเปิดนะ ไม่มีประตูกั้น เหมาะกับคนที่ไม่ได้ทำครัวหนัก หรือทำอาหารที่มีกลิ่นและควันฉุนบ่อยๆ

    โซนนี้จะได้เคาน์เตอร์ครัว, เตาไฟฟ้า, เครื่องดูดควัน, ตู้ลอยต่างๆ เหมือนในห้องตัวอย่างแรกเลยค่ะ และพื้นที่สำหรับวางตู้เย็นอยู่ในโซนเดียวกัน

    ฝั่งตรงข้ามเป็นพื้นที่สำหรับวางโต๊ะทานอาหารแบบเข้ามุม หรือจะจัดฟังก์ชันเป็นตู้เก็บรองเท้าก็ได้ แล้วย้ายโต๊ะทานข้าวไปนั่งทานหน้าทีวีแทน

    เข้ามาในห้องจะแบ่งพื้นที่ออกเป็นห้องต่างๆ ฝั่งขวาเป็นพื้นที่นั่งเล่นเชื่อมกับห้องอเนกประสงค์ด้านใน ฝั่งซ้ายเป็นห้องนอนและห้องน้ำส่วนกลาง โครงการยังคงจัดแปลนให้เน้นความเป็นส่วนตัวของการพักอาศัยด้วยการวางพื้นที่พักผ่อนหลักๆ ไว้ด้านใน ไม่ติดประตูนะคะ

    พื้นที่ดูทีวีสามารถวางชุดโซฟาแบบ 2-3 ที่นั่งได้พอดีๆ มีระยะดูทีวีประมาณ 3 m. ใช้ทีวีขนาดประมาณ 55 นิ้วกำลังดีค่ะ

    ถัดจากพื้นที่นั่งเล่นเข้ามาด้านในจะเป็นห้องอเนกประสงค์ที่มีประตูกั้นปิดไว้เป็นสัดส่วน

    ภายในห้องอเนกประสงค์มีขนาดประมาณ 2 x 2.4 m. ไซซ์นี้สามารถวางเตียงเดี่ยวได้นะคะ หรือจะจัดเป็นห้องทำงานเหมือนในรูปก็ได้ค่ะ

    ห้องนี้เป็นห้องติดหน้าต่างและระเบียงเลยค่ะ ได้แสงธรรมชาติผ่านเข้ามาดีเลย มองออกไปก็เห็นวิวด้วย

    ในส่วนของระเบียงเป็นประตูบานสวิง มีขอบยางปิดกันเสียงได้เป็นอย่างดี และมีประตูที่เชื่อมกับห้องนอนด้วยนะคะ

    พื้นที่ระเบียงมีขนาดประมาณ 2.7 x 0.9 m. กว้างทีเดียวเลยนะ นอกจากจะวางราวตากผ้าได้แล้ว ยังมีพื้นที่เหลือสำหรับวางเก้าอี้ให้นั่งชมวิวริมระเบียงได้ด้วย

    ในส่วนของห้องนอนจะได้ความเป็นส่วนตัวสูงกว่าแบบแรก เพราะใช้เป็นประตูปิดบานทึบ ภายในห้องนอนกว้างพอสมควรเลยค่ะ สามารถวางเตียงนอนขนาด 5 ฟุตได้พอดีๆ และยังเหลือพื้นที่รอบเตียงให้เดินไประเบียงได้

    ประตูระเบียงจะเป็นบานเลื่อน 2 ตอน

    มีธรณีประตูกั้นระหว่างระเบียงกับพื้นที่ภายในห้อง เพื่อกันไม่ให้น้ำฝนไหลย้อนเข้าตัวห้อง

    ภายในห้องนอนจะมีห้องน้ำในตัวด้วยนะคะ

    บริเวณหน้าห้องน้ำมีพื้นที่สำหรับ Built-in ตู้เสื้อผ้า เพื่อให้ใช้งานเชื่อมต่อกันได้สะดวก

    ภายในห้องน้ำแบ่งพื้นที่ไว้เป็นสัดส่วนแยกส่วนเปียกและส่วนแห้ง ผนังและพื้นโดยรอบปูกระเบื้องไว้ทั้งหมดจึงทำความสะอาดง่าย วัสดุในห้องน้ำยี่ห้อ Kohler และ Englefield เป็นหลักเหมือนในห้องแบบแรก

    ห้องน้ำของ Type นี้จะเข้าได้ทั้งจากห้องนอนและห้องนั่งเล่นเลยนะคะ แขกไปใครมาก็เข้าห้องน้ำโดยไม่ต้องผ่านห้องนอนได้เลย

    ราคา

    LIFE Ratchada – Rama 9 (LIFE รัชดา – พระราม 9) ราคาเท่าไหร่ ณ วันที่ 28 มีนาคม 2569

    ราคาผ่อนต่อเดือนยกตัวอย่างจาก ดอกเบี้ย 4% ระยะเวลาผ่อน 30 ปี*
    สามารถคลิกดูอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันได้ที่ >> อัปเดต! ดอกเบี้ยบ้าน 2568 ทุกธนาคาร

    •  1 Bedroom ขนาด 28 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 2.89 ล้านบาท (โปรโมชั่นเปิดโครงการ)
      – ราคาผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 20,230 บาท
      – ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 1,372 บาทต่อเดือน
      – ค่ากองทุนเริ่มต้น 15,400 บาท
    • 1 Bedroom ขนาด 31 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 3.1 ล้านบาท (โปรโมชั่นเปิดโครงการ)
      – ราคาผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 21,700 บาท
      – ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 1,519 บาทต่อเดือน
      – ค่ากองทุนเริ่มต้น 17,050 บาท
    • 1 Bedroom Plus ขนาด 35 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 4.5 ล้านบาท
      – ราคาผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 31,500 บาท
      – ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 1,715 บาทต่อเดือน
      – ค่ากองทุนเริ่มต้น 19,250 บาท
    • 2 Bedroom 1 Bathroom ขนาด 45 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 5.99 ล้านบาท
      – ราคาผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 41,930 บาท
      – ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 2,205 บาทต่อเดือน
      – ค่ากองทุนเริ่มต้น 24,750 บาท
    • 2 Bedroom 2 Bathroom ขนาด 50 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 6.7 ล้านบาท
      – ราคาผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 46,900 บาท
      – ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 2,450 บาทต่อเดือน
      – ค่ากองทุนเริ่มต้น 27,500 บาท

    • รูปแบบการขาย Fully Fitted
    • จอง 20,000-30,000 บาท
    • ทำสัญญา 20,000-50,000 บาท
    • ค่ากองทุน 550 บาท/ตร.ม. (จ่ายครั้งเดียว)
    • ค่าส่วนกลาง 49 บาท/ตร.ม./เดือน

    **ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ

    Tips : แนะนำการขอสินเชื่อกับธนาคาร 

    เกณฑ์การพิจารณาการขอสินเชื่อจากธนาคาร ควรมีเงื่อนไขตรงกับข้อไปนี้ค่ะ

    • มีรายรับชัดเจน สม่ำเสมอ(ไม่ผันผวน) ต่อเนื่องนานกว่า 6 เดือน และสามารถตรวจสอบได้
    • ควรมีภาระหนี้รวมทั้งหมด (ทั้งบ้าน รถยนต์ บัตรเครดิต และอื่นๆ) ไม่เกิน 40% ของรายได้ต่อเดือน
    • มีรายได้ต่อเดือนมากกว่าค่าผ่อนชำระสินเชื่อบ้าน 3 เท่าขึ้นไป

    หากต้องการผ่อนบ้านให้หมดไว แนะนำให้โปะเพิ่มประมาณ 10% ของงวดผ่อน จะช่วยลดระยะเวลาผ่อนลงได้ 4 – 7 ปี (ขึ้นอยู่กับอัตราดอกเบี้ย) และควร Refinance หรือ Retention เพื่อให้ดอกเบี้ยลดลงทุกๆ 3 ปี ทั้งนี้อย่าลืมเผื่อค่าใช้จ่ายในการซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าและตกแต่ง*ก่อนเข้าอยู่เพิ่มเติมด้วยนะคะ 

    บทสรุป

    ทำเล : LIFE Ratchada – Rama 9 (LIFE รัชดา – พระราม 9) ตั้งอยู่ในรัชดาซอย 3 แยก 4 หรือจะเรียกว่าอยู่ซอยเดียวกับจิ้มจุ่มสุทธิพรก็ได้ค่ะ คนในโซนนี้รู้จักดี เป็นทำเลใจกลางย่านพระราม9 – รัชดาภิเษก แท้ๆ ใกล้ทุกอย่าง รายล้อมด้วยอาคารสำนักงาน Grade A, ห้างสรรพสินค้า, โรงเรียนและโรงพยาบาล

    จากโครงการเราสามารถเดินไปเซ็นทรัลพระราม 9 ได้เลยนะ มีระยะประมาณ 650 m. แถมรอบๆโครงการยังเต็มไปด้วยตลาด, ร้านค้าเต็ม 2 ข้างทาง ซึ่งหาของกินง่ายตลอดทั้งวัน นอกจากจะเป็นย่านที่คึกคักสำหรับคนไทยแล้ว ก็ยังเต็มไปด้วยชาวต่างชาติมากมาย เลยทำให้เป็นที่สนใจสำหรับกลุ่มนักลงทุนไม่น้อยเลยค่ะ

    การเดินทางโดยใช้รถ : น่าจะถูกใจคนที่ใช้ชีวิต ทำงาน หรืออยู่อาศัยในโซนพระราม 9-รัชดา-ห้วยขวาง เพราะเส้นทางลัดเลาะหากันได้หมด เข้าออกได้หลายทาง เชื่อมต่อดินแดง-รัชดา-ห้วยขวาง โดยไม่ต้องผ่านถนนใหญ่เลย ซึ่งเป็นจุดเด่นของทำเลโครงการนี้ และยังใกล้ทางด่วน 2 สายทั้งศรีรัชและเฉลิมมหานคร ซึ่งโครงการก็เตรียมที่จอดรถให้ 333 คัน

    การเดินทางโดยไม่ใช้รถ : เราว่าใครที่ใช้พี่วินมอเตอร์ไซค์เป็นประจำ เหมาะมากสำหรับโครงการนี้เช่นกัน เพราะเส้นทางลัดเลาะหากันได้หมด หรือจะใช้รถไฟฟ้าที่ใกล้สุดก็มี MRT พระราม9 และ MRT ศูนย์วัฒนธรรม ที่ห่างจากโครงการประมาณ 750 เมตร หรือถ้าต้องการไปสนามบิน Airport Rail Link ก็ห่างจาก MRT พระราม 9 เพียง 1 สถานี อีกทั้งในอนาคตยังมี MRT สายสีส้มวิ่งผ่านทางถนนประชาสงเคราะห์ด้วยค่ะ

    วัสดุ : ให้ตามมาตรฐานของระดับราคา ขายแบบ Fully Fitted ได้เฟอร์นิเจอร์บางส่วน ได้แก่ เคาน์เตอร์ครัวและสุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำตามแบบในห้องตัวอย่าง เหมาะกับคนที่ชอบตกแต่งและเลือกซื้อเฟอร์ฯ เองตามความชอบของผู้อยู่อาศัย

    การออกแบบโครงการ :  LIFE Ratchada – Rama 9 (LIFE รัชดา – พระราม 9) เป็นกลุ่มคอนโด Low Rise 8 ชั้น 4 อาคาร มีจำนวนทั้งหมด 851 ยูนิต ถือเป็นคอนโดยูนิตน้อยเมื่อเทียบกับคอนโดมือหนึ่งในโซนนี้ จึงเงียบสงบกว่า ไม่วุ่นวาย ความเป็นส่วนตัวสูงและโครงการยังออกแบบ Facility ให้ได้ความเป็นส่วนตัวสูงเช่นกัน ด้วยการแยกอาคารส่วนกลางออกมาจากอาคารพักอาศัยอย่างชัดเจนเลย อยู่บริเวณกลางโครงการ ไม่ว่าจะพักอยู่อาคารไหนก็เข้าถึงส่วนกลางได้สะดวก

    การออกแบบห้อง : แบบห้องของ Life โครงการนี้จะไม่ได้เหมือน Life เดิมๆ ที่ผ่านมา เป็นห้อง Interlock Layout ที่พัฒนาขึ้นมาจากห้องแบบเดิมๆ ให้ลงตัวขึ้นไปอีก แต่ละห้องมีขนาดที่เหมาะสมกับการใช้งาน ลด Waste Space ทำให้ใช้งานได้คุ้มค่าขึ้น และมีแบบห้องให้เลือกเยอะกว่า 30 แบบเลยค่ะ

    สาธารณูปโภค : ส่วนกลางจัดเต็มถึง 25 ฟังก์ชัน และพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่รวมกว่า 3 ไร่ ทำให้บรรยากาศดูร่มรื่นน่าใช้งาน โดยเฉพาะ Outdoor Facilities บริเวณสระว่ายน้ำ อยากเห็นของจริงเลยค่ะ ถือว่าจัดเต็มไม่น้อยหน้าโครงการอื่น คุ้มค่ากับค่าส่วนกลาง 48 บาท/ตร.ม./เดือน และแชร์กับลูกบ้าน 851 ยูนิตเท่านั้น

    Judgement

    การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

    ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

    เทียบกับช่วงราคาเฉลี่ยแบบทั้งโครงการ AVG 130,000บาท/ตร.ม., 16 มีนาคม 2569

    UPPER CLASS

    หมวดหมู่ คะแนน
    หมายเหตุ
    ทำเล 7.5/10 อยู่ในรัชดาซอย 3 อุดมสมบูรณ์สูง ใกล้เซ็นทรัลพระราม 9
    เดินทางด้วยรถยนต์ 8/10 เข้าออกได้หลายเส้นทาง ทั้งรัชดา-ดินแดง-ประชาสงเคราะห์-วิวภาวดีรังสิต กับที่จอดรถ 333 คัน (~39%)
    เดินทางด้วยรถสาธารณะ 8/10 มีวินมอเตอร์ไซค์ แท็กซี่ผ่านหน้าโครงการ, 750 m. ถึง MRT
    วัสดุ 7.5/10 ตามมาตรฐานของระดับราคา ห้องเปล่าไม่มีเฟอร์ฯ
    การออกแบบ 9/10 เป็นส่วนตัวสูงกว่าโครงการส่วนใหญ่รอบๆ, ห้องพักแบบ Interlock Layout
    สาธารณูปโภค 8/10  ส่วนกลางครบตามมาตรฐาน ส่วนกลางแยกกับห้องพัก
    รวมคะแนน 7.85 จาก 10 คะแนน

    LIFE Ratchada – Rama 9 (LIFE รัชดา – พระราม 9) ดีไหม?

    LIFE Ratchada – Rama 9 (LIFE รัชดา – พระราม 9) ตอบโจทย์คนที่มองหาที่อยู่อาศัยที่สงบ เป็นส่วนตัวบนทำเลที่คึกคักใจกลางพระราม 9 ไม่ชอบคอนโดใหญ่เป็นพันยูนิต ไม่ติดถนนใหญ่ไม่เป็นไรแต่ขอให้มีทางลัดให้เลือกใช้งานได้หลากหลาย ใช้เลี่ยงรถติดได้ มีรถไฟฟ้าและทางด่วนรายล้อมให้ใช้งาน มองหาคอนโดที่ Facility จัดเต็ม ชอบห้องที่จัดฟังก์ชันลงตัว คุ้มค่ากับพื้นที่ใช้สอย ไม่มี Waste Space มีงบประมาณเริ่มต้น 3.09 – 6.7 ล้านบาท ยังไม่รวมงบตกแต่งห้องค่ะ

    ตัวอย่างโครงการคอนโดพระราม9

    Think of Living รวบรวมมาให้แล้ว!

    โครงการเปิดใหม่ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮมและคอนโดมิเนียม ในทำเลทั่วกรุงเทพและปริมณฑล ในทุกๆเดือนย้อนหลัง ใครที่กำลังมองหาบ้านห้ามพลาด อาจจะมีโครงการในราคาและทำเลที่เพื่อนๆ ตามหาอยู่ก็เป็นได้นะ

    เข้ามาชมบทความรายเดือนได้เลย คลิกที่นี่