รีวิวฉบับที่ 2068 … สวัสดีค่ะผู้อ่านทุกคน วันนี้เรามีรีวิวโครงการบ้านเดี่ยวระดับ Super Luxury จาก Land and Houses โครงการ LADAWAN พระราม 2 มาฝากกันค่ะ สำหรับแบรนด์ LADAWAN ถือว่าเป็นแบรนด์ระดับบนสุดจากแบรนด์บ้านแนวราบทั้งหมดของ Land and Houses เลย ดังนั้นโครงการนี้จึงต้องมีความพิเศษแน่นอน จากที่เราได้มีโอกาสเข้าไปดูภายในโครงการ เราชื่นชอบบรรยากาศของโครงการที่ออกแบบมาดูสะอาดสะอ้าน ร่มรื่น มีส่วนกลางและที่ดินขนาดใหญ่ ทางด้านการออกแบบตัวบ้านซีรีส์ใหม่นี้มีชื่อว่า “Santa Barbara” ที่จำลองสถาปัตยกรรมแบบ Spanish colonial style จาก Santa Barbaraใน California มา ทำให้บ้านดูแปลกตาจากโครงการที่เคยเห็นมานะคะ นอกจากนี้ยังมีรายละเอียดอื่นๆที่น่าสนใจอีก เช่น การจัดสวน ระบบรักษาความปลอดภัย เป็นต้น ติดตามรายละเอียดจัดเต็มต่อได้ด้านล่างนี้เลยค่ะ

ข้อมูลโครงการ

16 April 2020

  • LADAWAN Rama 2 (ลดาวัลย์ พระราม 2)
  • บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จํากัด (มหาชน)
  • SUPER LUXURY CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment บ้านได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่: ถนนพระราม 2 เขตบางขุนเทียน
  • เนื้อที่โครงการ 82-0-43.9 ไร่ จำนวน 105 ยูนิต
  • แบบบ้าน
    • ATANASIO พื้นที่ใช้สอย 577 ตร.. 5 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ ที่จอดรถ 4 คัน ราคาเริ่มต้น 70 ล้านบาท
    • ADELIO พื้นที่ใช้สอย 409 ตร.. 4ห้องนอน 5 ห้องน้ำ ที่จอดรถ 3 คัน  ราคาเริ่มต้น 50 ล้านบาท
    • AUREO พื้นที่ใช้สอย 383 ตร.. 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ ที่จอดรถ 3 คัน  ราคาเริ่มต้น 45 ล้านบาท
    • GRANDIOSE พื้นที่ใช้สอย 338 ตร.. 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ ที่จอดรถ 3 คัน  ราคาเริ่มต้น 35 ล้านบาท

  • ราคาเริ่มต้นทั้งโครงการ 35 ล้านบาท
  • ความสูงจากพื้นถึงฝ้าชั้น 1 : 3 เมตร / ชั้น 2 : 3 เมตร
  • โครงการเริ่มก่อสร้าง ปี  2557
  • เว็บไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • Call Center : 1198

ทำเลที่ตั้ง

พิกัด Google Maps : 13.646169, 100.414414
หรือสามารถ คลิกที่นี่

แผนที่จากทางโครงการค่ะ

โครงการ LADAWAN พระราม 2 ตั้งอยู่บนถนนพระราม 2 ช่วงต้น ระหว่างทางด่วนเฉลิมมหานคร และทางด่วนวงแหวนกาญจนาฯ ทำให้ในแง่การเดินทาง สามารถเดินทางเข้าเมืองได้สะดวกผ่านทางด่วนหรือจะไปยังทางพระราม 3 ก็สะดวกค่ะ และสามารถใช้วงแหวนกาญจนาเพื่อวิ่งรอบๆเมืองได้เช่นกัน โดยถนนพระราม 2 ในช่วงนี้จะมีเส้นทางเชื่อมต่อไปยังถนนกัลปพฤกษ์ ถนนเอกชัย ถนนบางขุนเทียน-ชายทะเล ถนนสุขสวัสดิ์ และไปยังโซนพุทธบูชา-ประชาอุทิศได้ด้วย ถือว่าเป็นทำเลที่มีความเป็นเมือง มีการอยู่อาศัยที่หนาแน่นค่ะ โดยบนถนนพระราม 2 เองถนนเส้นนี้ก็จะมีรถสาธารณะวิ่งผ่านเป็นประจำ และยังพอเรียกหารถ TAXI ได้ค่ะ

ส่วนเรื่องของความอุดมสมบูรณ์ ส่วนใหญ่จะอยู่บนเส้นพระราม 2 อยู่แล้ว ซึ่งเป็นถนนที่ตั้งของโครงการค่ะ โดยส่วนใหญ่จะอยู่บริเวณเซ็นทรัลพระราม 2 ที่ไปบริเวณนั้นก็จะมีตัวเลือกทั้งห้างสรรพสินค้าไว้ Shopping มี Supermarket ข้างใน หรือถ้าต้องการซื้อของใช้ ก็จะมี Hyper Market อย่าง Big-C และ Tesco Lotus อยู่ไม่ไกล และถ้าจะซื้อของสดก็มีตลาดอยู่ค่อนข้างเยอะเลยค่ะ เพราะพื้นที่แถบนี้มีคนอยู่อาศัยกันเยอะด้วย เรื่องอาหารการกินไม่ต้องห่วง มีร้านอาหารให้เลือกเยอะ ส่วนเรื่องโรงเรียนแถวนี้ก็จะมีโรงเรียนเลิศหล้า หรือจะขับเข้าเมืองไปเส้นพระราม 3 หรือโซนสีลม ก็จะมีโรงเรียนชื่อดังอยู่เยอะค่ะ ในส่วนของโรงพยาบาล บริเวณนี้ถือว่าเป็นอีกย่านที่มีโรงพยาบาลเยอะเช่นกัน ไม่ต้องกังวลว่าจะห่างมือหมอนะคะ

เส้นทางไปยังโครงการ

เราจะเริ่มต้นจากถนนพระราม 2 ตรงข้ามกับเซ็นทรัลพระราม 2 นะคะ ตรงนี้จะใกล้กับซอยท่าข้าม ขับมุ่งหน้าไปทางถนนกาญจนาภิเษก และกลับรถตรงบริเวณจุดตัดกับถนนกาญจนาฯเลย เมื่อกลับรถมาตัวโครงการจะอยู่ซ้ายมือค่ะ โดยถนนเส้นนี้ถือว่าเป็นถนนหลักที่คนแถบนี้ใช้สัญจร และเป็นถนนที่มีความอุดมสมบูรณ์หนาแน่น เต็มไปด้วยห้างสรรพสินค้า ตลาด Hypermarket บรรยากาศเส้นทางเป็นเช่นไรคลิกเลื่อนดูรูปด้านล่างนี้ได้เลยค่ะ

Image 1/13
เริ่มต้นกันบนถนนพระราม 2 ฝั่งตรงกันข้ามกับ Central พระราม 2 ค่ะ บริเวณนี้ทั้งสองฝั่งเต็มไปด้วยห้างสรรพสินค้าและ Hypermarket สามารถมาจับจ่ายกันได้นะคะ

เริ่มต้นกันบนถนนพระราม 2 ฝั่งตรงกันข้ามกับ Central พระราม 2 ค่ะ บริเวณนี้ทั้งสองฝั่งเต็มไปด้วยห้างสรรพสินค้าและ Hypermarket สามารถมาจับจ่ายกันได้นะคะ

หน้าโครงการ ตำแหน่งที่ติดกับถนนใหญ่ มีเสาขนาดใหญ่และชื่อโครงการอยู่ค่ะ

สภาพแวดล้อมรอบโครงการ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

ทางเข้าโครงการจะอยู่ติดกับถนนใหญ่อย่างถนนพระราม 2 ค่ะ โดยถนนเส้นนี้จะมีห้าง ร้าน อยู่ตลอดทั้งเส้น โดยตัวโครงการจะมีทางเข้า-ออกติดกับถนนใหญ่เพื่อให้สะดวกในการเดินทาง แต่ว่าตัวบ้านจะอยู่ลึกเข้าไปจากถนนใหญ่พอสมควร เพื่อให้ตัวบ้านได้บรรยากาศที่เงียบสงบมากขึ้น

หน้าโครงการจะเป็นถนนพระราม 2 ซึ่งเป็นถนนใหญ่ค่ะ

ตัวโครงการจะตั้งอยู่ฝั่งที่มุ่งหน้าเข้าเมือง ข้างๆกับทางเข้าจะเป็นปั๊มน้ำมัน Caltex

ส่วนอีกฝั่งของทางเข้าโครงการ(หันหน้าไปยังถนนกาญจนาฯ) จะเป็นศูนย์รถ Suzuki ค่ะ

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • โรงพยาบาลพระราม 2 ~ 1.1 km.
  • โรงพยาบาลนครธน ~ 3.0 km.
  • Central พระราม 2 ~ 3.0 km.
  • โรงเบียร์ฮอลแลนด์ ~ 3.5 km.
  • ตลาดมารวย พระราม 2 ~ 3.9 km.
  • Tesco Lotus พระราม 2 ~ 4.1 km.
  • โรงพยาบาลบางมด 1 ~ 6.2 km.
  • The bright พระราม 2 ~ 6.7 km.
  • โรงพยาบาลบางปะกอก 9 ~ 7.8 km.
  • Homepro พระราม 2 ~ 7.9 km.
  • BigC พระราม 2 ~ 8.5 km.
  • โรงเรียนเลิศหล้า ~ 9.0 km.
  • โรงเรียนสวนกุหลาบ ธนบุรี ~ 10.8 km.

รายละเอียดโครงการ

โครงการ LADAWAN พระราม 2 ตั้งอยู่บนที่ดินขนาดประมาณ 82 ไร่ โดยมีทางเข้า-ออกติดกับถนนพระราม 2 และมีบ้านในโครงการรวมทั้งสิ้น 105 หลังค่ะ สำหรับแบรนด์ LADAWAN ถือว่าเป็นแบรนด์บ้านเดี่ยวระดับบนสุดจาก Land and Houses เลย ดังนั้นตั้งแต่การเลือกที่ตั้งโครงการ (Location) การออกแบบผังโครงการ พื้นที่ส่วนกลาง และแบบบ้าน ย่อมมีความพิเศษกว่าที่อื่นแน่นอน

การเลือกทำเลที่ตั้งโครงการสำหรับแบรนด์ LADAWAN  จะต้องเป็นทำเลที่อยู่ติดกับถนนใหญ่ อย่างโครงการนี้ก็จะตั้งอยู่ริมถนนพระราม 2 ซึ่งถือว่าเป็นถนนที่คนส่วนใหญ่ในย่านนี้ใช้งานเป็นประจำอยู่แล้ว และเป็นทำเลที่มีความอุดมสมบูรณ์ อย่างห้าง ร้านอาหาร ตลาด ตั้งอยู่พร้อม เดินทางเข้า-ออกเมือง และไปใช้ทางด่วนได้สะดวก นอกจากนั้นอีกสิ่งหนึ่งที่โครงการบอกมาว่าเป็น Value สำหรับลูกค้าของโครงการนี้คือเรื่องการพัฒนาที่ดินในอนาคต เนื่องจากโครงการนี้เป็นบ้านเดี่ยวขนาดใหญ่ และเข้า-ออกได้จากถนนใหญ่อีกด้วย ทำให้ในอนาคตที่ดินอาจจะมีมูลค่าที่เพิ่มมากขึ้นได้อีกค่ะ (เรื่องคุณค่าหรือ Value ทางด้านทำเลนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละคนพิจารณาให้ความสำคัญนะคะ)

หลังจากที่ได้ทำเลมาแล้ว การที่จะสร้างโครงการระดับ Luxury ได้นั้น ผู้เขียนมองว่าแต่ละ Developer มีสิ่งที่มอบให้ลูกค้าแตกต่างกันไปค่ะ อย่างโครงการ LADAWAN พระราม 2 นี้มองว่า ลูกค้าที่จะมาซื้อโครงการนั้น อาจจะไม่ได้มองเรื่องพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านเพียงอย่างเดียว (บ้านเดิมของลูกค้าหลายๆท่านอาจจะมีพื้นที่ใหญ่กว่านี้ก็ได้) แต่สิ่งที่โครงการ LADAWAN พระราม 2 มอบให้ ก็จะเพิ่มเติมมาในเรื่องของสภาพแวดล้อมภายในโครงการ คุณภาพชีวิต และความปลอดภัยในการอยู่อาศัยค่ะ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

ขออธิบายประกอบไปกับภาพ Master plan ของโครงการนะคะ เรื่องแรกที่จะขอพูดถึงคือระบบรักษาความปลอดภัยในโครงการ ถ้าดูจากผังโครงการเราเห็นว่าตัวบ้านนั้น จะถูกวางอยู่ด้านในโครงการ ห่างจากถนนใหญ่อยู่พอสมควร โดยก่อนที่จะเข้ามาถึงตัวบ้านได้นั้น เราจะต้องผ่านระบบรักษาความปลอดภัยถึง 2 ชั้น 

ขั้นแรก – จากถนนใหญ่ผ่านวงเวียนเข้ามาภายในโครงการจะเจอกับระบบรักษาความปลอดภัยขั้นที่ 1 ตรงนี้จะมีประตูบานเลื่อนอัตโนมัติอยู่ มีรปภ. กล้องวงจรปิดติดตั้งไว้ คอยตรวจตราคนที่เข้า-ออกโครงการ อย่างวันที่ผู้เขียนเข้าไป การตรวจตราถือว่าละเอียดเลยนะคะ ต้องเปิดท้ายรถเพื่อตรวจเช็คก่อนด้วย และจะต้องแจ้งกับทางรปภ.ว่าเรามาติดต่อใคร ซึ่งทางรปภ.ก็จะมีการสื่อสารผ่านทาง intercom ไปที่ตัวบ้านโดยตรงอีก เพื่อแจ้งให้เจ้าของบ้านทราบว่ามีการนัดหมายจริงไหม? ก่อนที่เราจะเข้าไปในโครงการค่ะ
ขั้นที่ 2 – หลังจากที่เราผ่านการตรวจขั้นแรกมาแล้ว ก่อนที่จะผ่านไปยังตัวบ้านได้นั้นจะมีรปภ.อยู่อีก 1 จุดค่ะ และพื้นที่ระหว่างประตูทั้ง 2 ชั้นนี้เอง จะเป็นตำแหน่งของพื้นที่ส่วนกลางหลักอย่าง Clubhouse ของโครงการ ทำให้พื้นที่ส่วนที่เป็นบ้าน ก็จะแยกจากพื้นที่ส่วนกลางชัดเจนค่ะ ซึ่งมีข้อดีตรงที่แขกของลูกบ้านบางท่าน อาจจะไม่สะดวกให้เข้าไปเจอภายในบ้านได้ ก็อาจจะนัดมาเจอกันที่ Clubhouse แทนก็ได้ค่ะ บรรยากาศสวยงามไม่แพ้ภายในบ้านเช่นกัน
ความปลอดภัยอื่นๆ – นอกจากนี้ก็จะมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้ตามจุดต่างๆภายในโครงการรวมทั้งหมด 24 จุด มีตำรวจสายตรวจที่จะเข้ามาดูแลภายในโครงการ และมีรปภ.วนตรวจทุก 30 นาที – 1 ชั่วโมงด้วยค่ะ มีอีกจุดที่น่าสนใจ และไม่เคยเจอที่ไหนมาก่อนคือรอบๆที่ดินภายในโครงการ ส่วนใหญ่จะถูกออกแบบไว้ให้มีสวนเล็กๆรอบที่ดินค่ะ ซึ่งตรงนี้ถูกวางไว้เป็นทางเดิน หรือว่าเส้นทางสำหรับวิ่ง Jogging ออกกำลังกายได้ด้วย (ฝั่งหนึ่งจะเป็นรั้วโครงการสูง 5 เมตร อีกฝั่งก็จะเป็นบ้านพักอาศัย) เส้นทางนี้ก็จะมีการทำทางวิ่งและจัดสวนเอาไว้ร่มรื่น น่าใช้งาน และทำให้ที่ดินของบ้าน ไม่อยู่ชิดกับที่ดินโครงการ (เผื่อมีโจรปีนข้ามรั้วโครงการเข้ามา ก็จะไม่เข้ามาในบ้านทันทีค่ะ)

เรื่องต่อมาคือตำแหน่งบ้านค่ะ เท่าที่ดูจาก master plan ตัวบ้านแทบทั้งหมดจะหันหน้าเข้าสู่ซอยย่อยอีกที ทำให้ได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ยกเว้นบ้านที่อยู่ใกล้กับ Clubhouse และทะเลสาบ จะเป็นหลังที่อยู่ติดกับถนนหลักภายในโครงการ ได้วิวเต็มที่ แต่ก็จะเป็นตำแหน่งที่รถผ่านไปมาหน้าบ้านบ่อยหน่อยค่ะ

รูปแบบการขายของ Land and Houses นั้นส่วนใหญ่จะเป็นบ้านที่สร้างเสร็จแล้วขาย ซึ่งโครงการนี้จะเริ่มขายจากแปลงด้านหน้าโครงการก่อน ไล่เข้าไปทางด้านใน ซึ่งในรีวิวนี้ก็จะเป็นบ้านแปลงกลางๆโครงการแล้วค่ะ มีการปรับแบบบ้านหลายๆส่วน เช่น จากบ้าน 3 ชั้นในโซนด้านหน้า เป็นบ้าน 2 ชั้น หรือว่าเป็นบ้านที่ไม่มีลิฟต์ เป็นต้นนะคะ ดังนั้นใครที่สนใจก็ลองเข้าไปที่ Website โครงการดูได้โดยตรงเลย ว่า ณ​ เวลานี้มีบ้านแบบไหนสร้างขายอยู่บ้างค่ะ ทีนี้ เขียนมาเยอะแล้ว ไปดูรูปบรรยากาศโครงการจริงตั้งแต่ทางเข้ากันเลยดีกว่านะคะ

จากถนนพระราม 2 เข้ามาภายในโครงการ พื้นที่ส่วนนี้จะเรียกว่า Grand Entrance มีประติมากรรมรูปม้า 8 ตัว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความมั่งคั่ง รุ่งเรือง มีการออกแบบ Landscape รอบๆทำให้ทางเข้าดูยิ่งใหญ่ดีนะคะ

ผ่านวงเวียนมาจะเจอกับประตูทางเข้าโครงการ เป็นด่านรักษาความปลอดภัยขั้นแรกที่เล่าไปตอนต้นค่ะ

หลังๆมาในหมู่บ้านจัดสรรเรามักจะเจอกับซุ้มประตูที่มีหลังคาปกคลุม แต่โครงการนี้เรามองว่าการออกแบบได้นำเอาดีไซน์ที่ดู Classic เช่นประตูเหล็กดัดมาใช้ แยกทางเข้า-ออก เล่นกับการออกแบบขนาดของพื้นที่ การจัด Landscape ต่างๆทำให้ทางเข้าดูไม่หวือหวา แต่ร่มรื่นเชื้อเชิญอยู่ค่ะ แขกที่จะเข้า-ออกก็จะต้องมาแลกบัตร ตรวจตราตรงนี้นะคะ

หลังจากที่เข้ามาก็จะเจอกับถนนกว้างๆ เป็นเส้นทางที่มีต้นไม้ใหญ่สองฝั่งถนน

ตรงเข้ามาเราจะเจอกับวงเวียนที่ 2 ซึ่งตรงนี้เองจะมีทางแยกว่าจะเลี้ยวเข้าไปส่วนบ้านพักอาศัยทางซ้ายมือหรือว่าไปใช้งาน Clubhouse ทางขวามือได้ค่ะ ถ้าเจ้าของบ้านไม่สะดวกให้แขกไปที่บ้าน ก็สามารถมานัดเจอพูดคุยที่ Clubhouse นี้ได้ค่ะ

Grand Club De Corazon เป็นชื่อเรียกของ Clubhouse ของโครงการนี้ค่ะ สามารถขับรถเข้าไปจอดที่ด้านในได้นะคะ ส่วนด้านหน้ามีน้ำพุขนาดใหญ่ต้อนรับอยู่ค่ะ

การออกแบบถือว่าหรูหราและดูอลังการด้วยสิ่งประดับประดาอย่างน้ำพุ หรือว่าตัวอาคารที่นำเอา Colonial Style มาตกแต่ง (ตัวอาคารมีบัว ปูนปั้น และกรอบโค้ง)

ถัดเข้ามาเราจะเจอกับพื้นที่ Court ด้านใน มีรูปปั้นเทพกรีกและน้ำพุอยู่ตรงกลางค่ะ

สามารถวนรถมา Drop off ตรงนี้ก่อนที่จะเข้าไปจอดด้านในได้

ที่จอดรถอยู่ในร่มค่ะ

ทางเข้าหลักของ Clubhouse

เมื่อเข้ามาเราจะเจอกับโถงสูงโปร่งค่ะ จากพื้นที่ตรงนี้เราสามารถเดินตรงไปยังทะเลสาบด้านหลังได้ จะมีทางไปยัง Fitness และสระว่ายน้ำที่อยู่ชั้น 2 ของอาคาร หันมาทางขวาจะเจอกับลิฟต์ที่พาขึ้นไปยัง Lobby ที่ชั้น 2 ค่ะ

ส่วนด้านข้างทางเข้าจะมีทางเดินไปยังที่จอดรถและ Private Lounge

มาดูที่ Private Lounge กันก่อน

พื้นที่ส่วนนี้จะเป็นห้องที่ขนาดไม่ใหญ่มาก ได้ความเป็นส่วนตัวมากหน่อยค่ะ

ตกแต่งด้วยโทนสีน้ำตาลเข้ม ดูสุขุม

ลองขึ้นลิฟต์มาที่ชั้น 2 นะคะ จะเจอกับพื้นที่ Lobby ค่ะ ส่วนนี้จะเป็นพื้นที่สำนักงานขายในปัจจุบัน โดยที่ชั้นนี้ก็จะมีห้องน้ำให้บริการอยู่เช่นกัน (Clubhouse บางโครงการจะมีตำแหน่งห้องน้ำอยู่เพียงจุดเดียว)

LADAWAN พระราม 2LADAWAN พระราม 2

บรรยากาศภายใน Lobby ค่ะ มีโซฟาจัดไว้อยู่หลายชุด น่าใช้งาน

กลับมาที่ชั้นล่างกันต่อค่ะ จะมีทางเดินไปยังฟิตเนสและบันไดขึ้นไปใช้งานสระว่ายน้ำ

ถ้าสังเกตดูจะเห็นว่าพื้นที่ส่วนนี้จะถูกวางไว้สำหรับฟังก์ชันที่ Active อย่างฟิตเนสและสระว่ายน้ำ สามารถมาออกกำลังกายได้เต็มที่ และมีห้องน้ำสำหรับอาบน้ำ เปลี่ยนชุดอยู่ด้วยค่ะ

ภายในห้องน้ำก็จะแบ่งพื้นที่ภายในออกเป็นส่วนๆ มีพื้นที่ Locker เก็บข้าวของส่วนตัวได้

มีมุมล้างมือและแต่งหน้าด้วยค่ะ

แม้แต่ภายในห้องน้ำก็มีการออกแบบและเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่ดูหรูหราเข้ากับตัว Clubhouse

ทั้งห้องน้ำชายและห้องน้ำหญิงจะมี Steam Room ไว้ให้ด้วย

มีห้องอาบน้ำและห้องสุขาค่ะ เผื่อใครที่ว่ายน้ำหรือออกกำลังกายเสร็จก็มาชำระล้างร่างกายก่อนกลับบ้านได้

ภายในฟิตเนสมีขนาดกว้างขวาง และมีเครื่องเล่นไว้ให้ใช้งานหลากหลายประเภทค่ะ

เครื่องเล่นแต่ละชิ้นไม่ได้วางชิดกันมาก ทำให้การใช้งานไม่อึดอัด เล่นไปก็ชมวิวทะเลสาบด้านนอกได้ด้วย

ขึ้นมาที่ชั้น 2 ตำแหน่งสระว่ายน้ำจะอยู่ด้านบนของที่จอดรถ ทำให้พื้นที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัว แยกพื้นที่ออกมาจากฟังก์ชันส่วนกลางอื่นๆ

ตัวสระจะแบ่งเป็นสระทั่วไป สระเด็ก และมี Jacuzzi ในร่มด้วยค่ะ เราชอบที่บริเวณรอบๆสระมีรั้วและต้นไม้ปลูกอยู่ พื้นที่ดูปิดล้อม เป็นส่วนตัว และใกล้ชิดธรรมชาติ

Jacuzzi ในร่มก็ดูมีบรรยากาศผ่อนคลาย น่าใช้งาน

ทั้งชั้น 1 และชั้น 2 ของ Clubhouse จะมีพื้นที่ชมทะเลสาบที่อยู่ข้างอาคาร Clubhouse ค่ะ ถือว่าเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ มีสวนและต้นไม้ปลูกรอบๆ

เราลองมาเดินดูสวนข้างๆกันนะคะ สามารถเดินได้จากตัว Clubhouse หรือว่าจะเดินจากโซนบ้านที่อยู่ด้านในได้ค่ะ

มีม้านั่ง สามารถมานั่งเล่นริมทะเลสาบในช่วงเวลาเย็นๆได้

ภายในสวนถูกออกแบบให้มีทางเดินรอบๆ สามารถเดินออกกำลังกายได้ค่ะ

นอกจากนั้น สวนนี้จะถูกออกแบบให้เป็นสวน 4 ฤดู คือมีการปลูกพันธุ์ไม้ที่หลากหลาย สวนจะได้มีดอกไม้ หรือต้นไม้ที่เขียวชอุ่มตลอดทั้งปี ในแต่ละฤดูก็จะได้บรรยากาศแตกต่างกันไปด้วยนะคะ

บริเวณสวนและทะเลสาบจะมีศาลาอยู่ 1 จุด เป็นเหมือน Landmark ของพื้นที่นี้

มีประติมากรรมตั้งอยู่ด้านในด้วยค่ะ

มองจากถนนหลักของโครงการไปยังสวนและอาคาร Clubhouse ถือว่าเป็นวิวที่สวยงามเลยนะคะ ดูแตกต่างจากถนนใหญ่ที่อยู่ห่างไปไม่มากเลย ตรงนี้ถือว่าเป็นอีกหนึ่งข้อดีของโครงการนี้ที่มีธรรมชาติเยอะ ได้บรรยากาศพักผ่อน

ส่วนถนนหลักภายในโครงการจะกว้าง 12 เมตร ตรงนี้จะถูกเรียกว่าอุโมงค์ต้นไม้ค่ะ เพราะทั้งสองฝั่งถนนจะมีต้นไม้ใหญ่ปลูกไว้ ทำให้ถนนที่เป็นพื้นคอนกรีตดูร่มรื่นมากขึ้น อีกทั้งบ้านที่อยู่ริมถนนทั้งสองฝั่งก็จะมีต้นไม้ใหญ่ช่วยพรางตาจากคนที่ใช้ถนนตรงนี้ ไม่ให้มองเข้าไปเห็นตัวบ้านได้ตรงๆ คนที่อยู่อาศัยก็จะได้รับความเป็นส่วนตัวมากขึ้นค่ะ

ส่วนถนนหน้าบ้านที่อยู่ตรงซอยย่อยจะมีความกว้าง 9 เมตร ด้วยความที่บ้านแต่ละหลังมีที่ดินค่อนข้างใหญ่ (เริ่มต้น 120 ตร.วา) ทำให้ระยะตัวบ้านไม่อยู่ใกล้หรือกระชั้นกันมากค่ะ สำหรับบ้านที่หันหน้าเข้ากันนะ และรั้วบ้านส่วนใหญ่จะเป็นรั้วทึบสลับโปร่ง และมีการปลูกต้นไม้หนาแน่นด้านในมาให้เลย ไม่ต้องห่วงเรื่องความเป็นส่วนตัวภายในบ้านค่ะ นอกจากนี้จะเห็นได้ว่าหน้าบ้านจะดูเรียบร้อยสวยงามเพราะโครงการนี้จะนำเอาสายไฟฟ้าต่างๆลงดินด้วยค่ะ

ด้านในสุดของซอยรองจะเป็นพื้นที่สวนที่จัดไว้รอบที่ดินของโครงการ ที่ถูกออกแบบให้เป็น Jogging track ด้วยค่ะ ใครที่ชอบวิ่งก็สามารถวิ่งออกกำลังกายทำระยะได้รอบหมู่บ้านเลยค่ะ แถมสองฝั่งก็มีต้นไม้หนาแน่นทั้งสนามหญ้า ไม้พุ่ม และต้นไม้ใหญ่ ไม่ได้เป็นเส้นทางวิ่งที่แห้งแล้งนะคะ ดูแล้วบรรยากาศชวนให้ออกมาวิ่งทุกวันเลยค่ะ

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • Double Security ทางเข้าโครงการ 2 ชั้น
  • อาคาร Clubhouse ระหว่างทางเข้าโครงการชั้นที่ 1 และชั้นที่ 2
  • สระว่ายน้ำ 3 สระ แบ่งออกเป็นสระปกติ , สระเด็ก และ Jacuzzi ในร่ม
  • Fitness
  • Private Lounge
  • สวนสาธารณะริมทะเลสาบในโครงการ 
  • สวนและพื้นที่ Jogging รอบที่ดินของโครงการ
  • ระบบ CCTV ที่ Main Gate และภายในโครงการ 24 จุด
  • รั้วรอบโครงการสูง 5 เมตร
  • ถนนหลักกว้าง 12 เมตร และถนนภายในกว้าง 9 เมตร 
  • Key Card Access ระยะไกล
  • เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง
  • ประตูรั้วโครงการแบบประตูเลื่อนไฟฟ้า
  • สัญญาณกันขโมย ระบบ Magnetic & Shock Sensor ทุกหลัง
  • Intercom แจ้งเจ้าของบ้านก่อนที่แขกจะมาเข้าพบ

แบบบ้าน

LADAWAN พระราม 2 ถือว่าเป็นโครงการบ้านเดี่ยวขนาดใหญ่จาก Land and Houses และบ้านของ Land and Houses มักจะเป็นบ้านที่สร้างเสร็จก่อน แล้วจึงขายดังนั้นลูกค้าที่เข้าไปดูก็จะเห็นสภาพบ้านจริงว่าบ้านที่สนใจดีไซน์ ฟังก์ชัน ตำแหน่ง และทิศทางต่างๆ เหมาะกับความชอบของเราหรือไม่ด้วยค่ะ และการสร้างไปขายไปก็จะได้รับฟีดแบคจากลูกบ้านเดิมนำมาพัฒนาเป็นแบบบ้านใหม่ๆขึ้นมาในโครงการอีก อย่างวันที่เราได้เข้าไปโครงการ มีแบบบ้านซีรีส์ใหม่ที่มีชื่อว่า “Santa Barbara” ซึ่งเป็นชื่อเมืองริมทะเลใน California เมืองนี้มีบรรยากาศเป็นเมืองพักผ่อน และมีรูปแบบสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น ดึงเอารูปแบบ Spanish Colonial Style มาเป็นรูปแบบของบ้านที่ดีไซน์ขึ้นมาใหม่ โดย Colonial นี้เป็นรูปแบบที่เกิดขึ้นในยุกล่าอาณานิคม ที่ทำให้รูปแบบสถาปัตยกรรมจากหลายพื้นที่หลอมรวมกัน มีการใช้บัวผนังต่างๆอยู่ แต่ก็เริ่มที่จะลดรายละเอียดลงไปบ้าง และมีการเลือกใช้ประตูหน้าต่างที่มีกรอบโค้ง เว้นจังหวะเท่าๆกัน เป็นต้น ทำให้ตัวบ้านใหม่นี้ดูมีสไตล์ที่แปลกตาจากหมู่บ้านจัดสรรอื่นๆมากเลยทีเดียวค่ะ

ในรีวิวนี้เราจะนำบ้าน 2 แบบใหญ่สุดในซีรีส์ Santa Barbara มาฝากกัน เป็นบ้านที่มีชื่อว่า Atanasio กับ Adelio แต่ก่อนที่จะเข้าไปดูในตัวบ้าน เราขอสรุปวัสดุและระบบรักษาความปลอดภัยที่ให้มาในบ้านทุกแบบกันก่อนนะคะ

  • Intercom จากรปภ. แจ้งตรงมายังตัวบ้านเมื่อมีผู้มาติดต่อ
  • รั้วบ้านอัตโนมัติ
  • สัญญาญกันขโมย Magnetic Sensor ที่ประตูหน้าต่างทุกบานภายในบ้าน
  • Motion Detector ป้องกันการบุกรุก ตรวจจับคลื่นความร้อน และ การเคลื่อนไหว
  • Air Plus นวัตกรรมการถ่ายเทอากาศเสียภายในบ้าน (ใช้พลังงานจากแผง Solar ติดตั้งบนหลังคา)
  • สวนรอบๆตัวบ้าน ออกแบบมาให้แตกต่างกันไปในแต่ละหลัง
  • เครื่องปรับอาคารภายในบ้าน (ทั้งแบบ Cassette type และ Split type)
  • Wallpaper ภายในบ้าน
  • ครัวไทย พร้อม Built-in และเครื่องดูดควัน
  • พื้นที่ซักล้าง ทำ Built-in ชั้นวางของ ตู้เก็บของ และราวสำหรับแขวนผ้าเตรียมไว้ให้
  • Pantry ในตัวบ้าน พร้อม Built-in ชั้นวางของ , Island ตรงกลาง , อ่างล้างจาน , เตาไฟฟ้า , เครื่องดูดควัน และเตาอบของ Teka (top เคาน์เตอร์ เป็นวัสดุ Food grade)
  • ห้องน้ำกรุกระเบื้องลายหินอ่อน (ดีไซน์แตกต่างกันไปในแต่ละห้อง) พร้อมสุขภัณฑ์และ Built-in ชั้นวางของใต้อ่างล้างหน้า (ห้องน้ำรับรองแขกที่ชั้น 1 และห้องน้ำใน master bedroom จะได้สุขภัณฑ์ระบบอัตโนมัติ)
  • Walk-in Closet ในห้อง Master Bedroom

ATANASIO

พื้นที่ใช้สอย 577 ตร.ม. ที่ดินเริ่มต้น 220 ตร.วา 5 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ ห้องพักผ่อนชั้นบน – ล่าง ห้องพระ และที่จอดรถ 4 คัน

บ้านแบบใหญ่ที่สุดในซีรีส์ Santa Barbara นี้จะมีชื่อว่า ATANASIO ค่ะ เป็นบ้านที่กว้างและลึกไปในตัว โดยการวางผังบ้าน จะแยกพื้นที่ส่วนบริการ หรือ Service area ออกจากตัวบ้านหลัก โดยพื้นที่ส่วนบริการนี้จะประกอบไปด้วยพื้นที่ซักล้าง ห้องครัวไทย ห้องเก็บของ ห้องแม่บ้าน โดยตำแหน่งของพื้นที่ส่วนนี้จะอยู่ใกล้กับที่จอดรถด้วย ทำให้สะดวกในการใช้งาน เช่น ซื้อของเข้าบ้านก็ตรงเข้าครัวได้เลย หรือช่วงไหนที่เจ้าของบ้านไม่อยู่ ก็สามารถปิดล็อคบ้านได้ โดยที่แม่บ้านก็อยู่ในพื้นที่ของตัวเองค่ะ โดยจากทางเข้าหลักจะมี Highlight อยู่ที่โถงกลางบ้านและบันได โดยตัวบันไดจะไม่ได้ออกแบบเป็นโถงกลมใหญ่อลังการมาก แต่จะมีพื้นที่ที่ดูแล้วพอเหมาะพอดีกับการนำแสงจากภายนอกให้ส่องเข้ามายังกลางบ้านได้ และยังสามารถเลือกโคมไฟตกแต่งเพิ่มเติมเพื่อสร้างบรรยากาศภายในบ้านได้ค่ะ พื้นที่ด้านในจะเป็น open plan หรือพื้นที่โล่งต่อเนื่องไป และทำชุด Built-in ส่วน Pantry ให้พร้อมครบชุด รองรับการจัดงานเลี้ยงหรือรับรองแขกได้มากกว่าสิบคนเลย และนอกจากพื้นที่ส่วน Living แล้วจะมีห้องนอน 1 ห้อง เตรียมไว้เป็นห้องนอนผู้สูงอายุ หรือว่าจะจัดเป็นห้องนอนแขกก็ได้เช่นกัน

ส่วนชั้น 2 นั้น จะเป็นพื้นที่ห้องนอนเป็นหลักค่ะ โดยห้องนอนทุกห้องจะมีห้องน้ำในตัว และแต่ละห้องอาจจะมีขนาดและพื้นที่ภายในห้องต่างออกไป เผื่อครอบครัวไหนสมาชิกไม่มาก อาจจะปรับพื้นที่บางห้องไปเป็นห้องทำงาน หรือห้องดูหนังแทนได้นะคะ จุดที่น่าสนใจคือการจัดห้องนอนทุกห้องที่มีพื้นที่ที่ต่อเติม Walk-in Closet ได้ ห้องน้ำมีหน้าต่างระบายอากาศได้ดี และบางห้องน้ำก็มีพื้นที่ระเบียง ปลูกต้นไม้สร้างบรรยากาศภายในห้องน้ำได้อีกด้วยค่ะ ส่วน Master Bedroom นั้นเป็นห้องขนาดใหญ่ที่ถูกแบ่งพื้นที่ภายในเอาไว้เป็นส่วนๆ การแบ่งพื้นที่ตรงนี้อิงจากขนาดที่ต้องการในแต่ละฟังก์ชัน เช่น พื้นที่สำหรับวางเตียงที่มีระยะทางเดินรอบๆที่พอเหมาะ ไม่ได้เป็นที่โล่งกว้างไปจนไปจัดฟังก์ชันทีหลังเองลำบาก และมีพื้นที่ส่วนตัวด้านในเป็น Private living area เพิ่มเติมมาให้ อาจจะทำเป็นมุมนั่งเล่น พื้นที่ทำงาน หรือว่า walk-in closet เพิ่มเติมได้นะคะ ส่วนห้องน้ำก็จะออกแบบมากว้าง โปร่ง โล่งเช่นกัน แยกพื้นที่อาบน้ำและสุขาเป็นห้องแยกสัดส่วน และมี Walk-in Closet ที่จัด Built-in ไว้ให้แล้วด้านในด้วยค่ะ

มาดูบ้านตัวอย่างกันค่ะ ด้านหน้าบ้านจะมีรั้วทึบสลับกันกับรั้วโปร่ง ส่วนที่เป็นรั้วโปร่งจะมีต้นไม้ปลูกอยู่ และมีการจัด Landscape ที่ข้างรั้วหน้าบ้านให้ด้วยทำให้ดูร่มรื่น และบังสายตาจากคนภายนอกไม่ให้มองเข้าไปยังภายในบ้านได้ค่ะ โครงการนี้จะมีการเดินสายไฟฟ้าลงใต้ดินทั้งหมด ทำให้หน้าบ้านจะไม่เห็นสายไฟระโยงรกสายตาด้วยนะคะ

ตำแหน่งทางเดินเข้าบ้านจะแยกออกมาจากประตูที่จอดรถ มีการดีไซน์เป็นซุ้มประตูดูสวยงาม

ตรงนี้จะมีทั้งกริ่งบ้านและตู้จดหมายอยู่ค่ะ ส่วนที่ประตูของที่จอดรถ ด้านข้างจะเป็นตำแหน่งห้องขยะและตู้งานระบบ ทำให้หน้าบ้านแต่ละหลังดูเรียบร้อยสวยงามมากขึ้น ไม่เห็นถังขยะหน้าบ้านค่ะ

รั้วของที่จอดรถจะได้มาเป็นรั้วบานเลื่อนอัตโนมัติค่ะ

สำหรับบ้านแบบนี้จะจอดรถได้ 4 คันในร่ม และยังสามารถจอดกลางแจ้งได้อีกนะคะ โดยจำนวนที่จอดเพิ่มได้ก็จะขึ้นอยู่กับขนาดที่ดินเหมือนกัน แต่ว่าอย่างน้อยก็จอดได้ 6 คันค่ะ

เสาด้านข้างที่จอดรถก็จะมีช่องเก็บของ เอาไว้เก็บอุปกรณ์ทำสวนและอุปกรณ์ช่างได้

จากที่จอดรถจะสามารถเดินไปยังพื้นที่ส่วน Service ได้ทันทีค่ะ โดยส่วนนี้จะแยกออกมาจากตัวบ้านเลย

ระหว่างตัวบ้านและส่วน Service จะเป็นตำแหน่งของพื้นที่ซักล้าง ซึ่งตรงนี้ก็จะทำ Built-in ไว้ให้ด้วย มีช่องสำหรับวางเครื่องซักผ้า ราวแขวนผ้า ลิ้นชัก และช่องเก็บของ สามารถซัก ตาก รีดตรงนี้ได้เลย ดูเป็นระเบียบด้วยค่ะ

ฝั่งตรงข้ามจะมีห้องเก็บของ เอาไว้เก็บของหรือว่าทำเป็นห้องเก็บรองเท้าก็ได้นะคะ

ส่วนครัวไทยก็จะอยู่ส่วนเดียวกับพื้นที่ Service ทำให้กลิ่นและควันจากการทำอาหารไม่ลอยอยู่ในตัวบ้าน ตรงนี้ระบายอากาศได้ง่าย และสะดวกสำหรับแม่บ้านอีกด้วยค่ะ

ด้านในครัวก็จะทำ Built-in มาให้ทั้งตู้บน ตู้ล่าง มีเครื่องดูดควันให้ และมี Heat Detector ด้วยค่ะ

พื้นที่ด้านหลังจะทำเป็นลานซักล้างค่ะ

และมีห้องเก็บของกับพื้นที่ก่อเป็นเคาน์เตอร์เพิ่มอยู่อีกจุดค่ะ

เดินมาด้านข้างบ้านฝั่งนี้จะเป็นฝั่งเดียวกับที่จอดรถ เป็นทางไปยังห้องแม่บ้านค่ะ มีสวนเล็กๆอยู่ อาจจะจัดเป็นพื้นที่ปลูกพืชผักสวนครัวได้นะคะ สำหรับใครที่ชอบปลูกต้นไม้

เดินย้อนกลับมายังที่จอดรถค่ะ บริเวณพื้นของที่จอดรถและถนนจะกรุด้วยกระเบื้อง ซึ่งในบ้านแต่ละหลังจะมี Pattern และลวดลายแตกต่างกันไปด้วย

เช่นเดียวกับสวนรอบๆบ้าน ในโครงการนี้จะออกแบบสวนภายใน ให้แตกต่างกันไปในแต่ละหลัง เพื่อให้บ้านแต่ละหลังมีจุดเด่นหรือบรรยากาศที่แตกต่างกันออกไปด้วยค่ะ

ทั้งสวน ทั้งน้ำพุ ศาลา ต้นไม้ต่างๆจะออกแบบและลงมาให้หมดเลย

สวนหน้าบ้านก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งที่เป็นหน้าเป็นตาของบ้านเช่นกันค่ะ มีการเว้นระยะห่างระหว่างรั้วกับตัวบ้านไว้ ทำให้เราสามารถมองเห็นดีไซน์บ้านได้เต็มๆ

โดยการออกแบบบ้านจะเป็นสไตล์ Spanish Colonial มีประตูหน้าต่างกรอบบานโค้ง ผนังภายนอกมีหินกรุตกแต่ง หลังคาเลือกใช้เป็นกระเบื้องโทนสีแดงส้ม เหมือนสถาปัตยกรรมในเมือง Santa Barbara

ด้านข้างบ้านอีกฝั่งก็จะมีต้นไม้ปลูกหนาแน่นค่ะ ตัวบ้านเลยดูร่มรื่น และได้ความเป็นส่วนตัวเพราะแนวกำแพงนั้นจะมีการเลือกไม้พุ่มมาพรางตาจากส่วนที่เป็นรั้วโปร่งค่ะ

มาดูทางเข้าหลักกันนะคะ ตำแหน่งประตูจะอยู่ส่วนที่เป็นโค้งยื่นออกมาทางด้านหน้า เป็นเหมือนหอคอยค่ะ ซึ่งฟังก์ชันด้านในจะเป็นตำแหน่งบันไดด้วย ดังนั้นจะส่วนที่เป็นชานพักบันไดจะมีช่องหน้าต่างที่มองออกมาได้

ตัวประตูจะเลือกใช้ไม้จริงและสั่งทำเป็นรูปร่างโค้งให้เข้ากับ Concept บ้านค่ะ พื้นหน้าทางเข้าจะเป็นวัสดุทรายล้าง ทำให้ภายนอกบ้านไม่ลื่นเวลาเปียกฝน แต่ตรงนี้จะมีการฝังลวดลายไว้ที่พื้น เป็นลูกเล่นให้เข้ากันกับตัวบ้านค่ะ

เข้ามาภายในตัวบ้าน เราจะเจอกับโถงบันได และพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่ของบ้าน โดยที่ตัวบ้านจะติด Wallpaper ให้มา และมีระบบแอร์ติดตั้งไว้ให้ค่ะ อย่าพื้นที่ชั้น 1 จะได้แอร์แบบฝังบนฝ้าเพดาน Cassette Type

บริเวณหน้าประตูมีเป็น Entrance Hall เล็กๆ สามารถวางของตกแต่งได้

หันมาทางซ้ายเราจะเห็นโถงบันไดค่ะ ซึ่งมีผังโค้งเป็นวงรีขึ้นไปยังชั้นบน ที่โดดเด่นจะเป็นราวกันตกเหล็กที่สั่งทำมาโดยเฉพาะ เป็นลวดลายที่เหมาะสมกับดีไซน์ของบ้าน และขนาดที่เหมาะพอดีกับพื้นที่ ส่วนตัวเรามองว่าบริเวณโถงบันไดไม่ได้ใหญ่มากแต่มีขนาดที่ดูสวยกำลังดี ไม่เปลืองพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านค่ะ

หันมาทางขวามือ บ้านตัวอย่างได้จัดพื้นที่รับแขกเอาไว้ แต่ในบ้านมาตรฐานที่ขายจะมีช่องเปิดเชื่อมต่อไปยังด้านในได้นะคะ ซึ่งเราสามารถออกแบบเพิ่มได้ตามสไตล์ที่ชอบค่ะ

โดยพื้นที่ส่วนนี้จะอยู่ตำแหน่งมุมบ้าน มีช่องเปิดขนาดใหญ่สองฝั่งผนังเลย ทำให้แสงสว่างเข้ามาในบ้านได้เต็มที่ และจากพื้นที่ส่วนนี้ เราก็สามารถมองวิวสวนที่อยู่ข้างๆบ้านได้เต็มตาเช่นกัน

พื้นที่ส่วนนี้อาจจะเป็นพื้นที่รับแขกที่เป็นทางการได้ค่ะ สามารถกั้นประตูเพิ่มเผื่อครอบครัวไหนต้องการความเป็นส่วนตัวในการใช้งานมากขึ้น

ถัดเข้ามาด้านใน บริเวณนี้จะถูกออกแบบให้เป็น Open Plan หรือผังที่เปิดโล่งเชื่อมต่อกันทั้งหมด

ในบ้านมาตรฐานจะได้ตามที่เห็นในรูปค่ะ

บริเวณผนังจะมีแผงควบคุมระบบต่างๆที่ให้มาภายในบ้านด้วย เช่น (ซ้ายบน) แผงควบคุมระบบ Air Plus , (ขวาบน) อุปกรณ์สำหรับระบบ Air Plus , (ขวาล่าง) แผงควบคุมระบบรักษาความปลอดภัยภายในบ้านและ Intercom ที่ไว้สื่อสารกับรปภ.ของโครงการเมื่อมีผู้มาติดต่อ

พื้นที่ส่วนนี้สามารถจัดมุมพักผ่อนได้อีกมุมหรือจะเป็นชุดรับประทานอาหารขนาดใหญ่เลยได้

ในบ้านตัวอย่างลองจัดมุมนั่งเล่นอีกมุมค่ะ โดยพื้นที่ตรงนี้จะเชื่อมต่อกับ Balcony ที่อยู่ด้านนอกด้วย

Balcony หรือเฉลียงบ้านมีจุดเด่นที่ขนาดใหญ่ และมีหลังคาปกคลุม ทำให้เราสามารถจัดฟังก์ชันที่เป็นโต๊ะกินข้าวหรือว่าชุดโซฟาตรงนี้ได้ เป็นอีกมุมที่ได้ใกล้ชิดธรรมชาติมากขึ้น เหมาะกับการพักผ่อนค่ะ

ขนาดของพื้นที่บริเวณนี้สามารถจัดงาน Party เชิญแขกได้มากกว่า 10 ท่านเลยนะคะ

เข้ามาทางด้านในอีกฝั่งจะเจอกับพื้นที่ส่วน Pantry

โดยพื้นที่ตรงนี้จะมีการทำ Built-in มาให้ด้วยค่ะ มี island ตรงกลางสำหรับเตรียมอาหาร และตู้เก็บของรอบๆ

ชุด Pantry ที่ Built-in มาให้ก็จะมีทั้งเตาอบ เตาไฟฟ้า และเครื่องดูดควันให้มาด้วยค่ะ รวมไปถึงอ่างล้างจานด้วยนะคะ ส่วนวัสดุที่นำมาทำเป็น Top ของเคาน์เตอร์ก็จะเลือกใช้แบบ Food Grade เพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน

ตู้ที่อยู่รอบๆไม่ได้มีแค่ชั้นวางของค่ะ จะมีตู้ชุดหนึ่งที่ทำเป็น Breakfast Station ไว้ เหมาะกับการวางเครื่องชงกาแฟ เครื่องปิ้งขนมปังและอุปกรณ์ต่างๆ สำหรับทำอาหารเช้าทานแบบเบาๆ

ตัวช่องเก็บของออกแบบมาหลากหลายขนาดด้วยค่ะ

จากส่วน Pantry จะมีประตูมายังห้องนอนที่ชั้น 1

โดยห้องนี้วัสดุพื้นจะเปลี่ยนมาเป็น Engineering Wood ที่มีคุณสมบัติดีกว่าพื้นลามิเนตทั่วไปนะคะ

สามารถทำเป็นห้องนอนสำหรับผู้สูงอายุ ห้องนอนแขก หรือว่าจะเป็นห้องทำงาน ห้องอ่านหนังสือก็ได้ค่ะ ห้องนี้จะมีห้องน้ำในตัวด้วย

พื้นที่ภายในห้องน้ำจะแยกพื้นที่ส่วนแห้งและส่วนเปียกออกจากกันชัดเจน

มีตู้เก็บของ Built-in มาให้ใต้อ่างล้างหน้าเรียบร้อยสวยงาม

โถสุขภัณฑ์ของ Kohler ค่ะ

พื้นที่ส่วนอาบน้ำกั้นแยกเป็นสัดส่วน มีฉากกั้นกระจกให้มา ด้านในของห้องอาบน้ำทุกห้องจะมีที่นั่งอาบน้ำไว้ด้วยค่ะ

ออกมาจากห้องนอนเราจะเจอกับทางเดินไปยังส่วน Service ของบ้าน แต่ก่อนจะออกจากบ้านจะเจอกับห้องน้ำของชั้น 1 ค่ะ

ห้องน้ำนี้จะเป็นแบบ Powder Room คือไม่มีพื้นที่ส่วนอาบน้ำมาให้ ภายในมีกระจกบานใหญ่ และมีระเบียงเล็กๆอยู่ สามารถตกแต่งด้วยต้นไม้ได้ เพิ่มบรรยากาศให้กับห้องน้ำค่ะ

ห้องน้ำนี้จะมีทั้งสุขภัณฑ์ระบบอัตโนมัติ และโถสุขภัณฑ์ชายด้วย

ส่วนอ่างล้างมือก็จะได้ดีไซน์กระจก , ขอบอ่าง , ลิ้นชักเก็บของใต้อ่าง และโคมไฟที่ผนังแบบนี้เลยค่ะ

ขึ้นไปที่ชั้น 2 กันต่อนะคะ ในบ้านมาตรฐานวัสดุที่ใช้บริเวณบันไดจะเป็นไม้

ชานพักจะมีพื้นที่เป็นรูปครึ่งวงกลม สามารถวางของตกแต่งได้ พื้นที่ส่วนนี้จะไม่ได้ออกแบบให้มีกระจกเยอะนะคะ เพราะว่าต้องการแค่แสงสว่างให้เข้ามาเท่านั้น ความร้อนจะได้ไม่เข้ามาภายในบ้านด้วย

ตัวบ้านแบบ Atanasio นี้จะเป็นบ้าน 2 ชั้น แต่ว่าบันไดจะพาเราขึ้นไปอีกครึ่งชั้นค่ะ

พื้นที่ตรงนี้เป็นส่วนที่สูงสุดของบ้าน ตำแหน่งจะตรงกับประตูทางเข้าพอดี เป็นเหมือนหอคอยของบ้านค่ะ มองลงไปเห็นวิวทางหน้าบ้านได้ เราสามารถจัดพื้นที่ส่วนนี้เป็นห้องพระได้นะคะ หรือว่าจะเป็นพื้นที่สำหรับทำกิจกรรม เช่น มาเล่นโยคะในช่วงเช้าก็ได้นะ

กลับมาที่ชั้น 2 หลังจากขึ้นบันไดมา ห้องแรกที่เจอเลยจะเป็น Master Bedroom ค่ะ ภายในจะกั้นพื้นที่แยกเป็นส่วนๆ มีห้องนอน ห้อง Living ส่วนตัว ห้องน้ำและ Walk-in Closet

พื้นที่ห้องนอนต้องบอกก่อนว่าไม่ได้ใหญ่กว้างมาก แต่ในการออกแบบได้คำนึงถึงขนาดที่เหมาะสม และพอดีกับการวางเตียงนอนขนาดใหญ่ มีพื้นที่ทางเดินรอบๆ และพื้นที่สำหรับวางเฟอร์นิเจอร์อย่างชั้นวางของและชั้นวางทีวีเอาไว้ให้แล้วค่ะ เลยเป็นพื้นที่กำลังดีที่ไม่อึดอัด และไม่โล่งจนเสียพื้นที่ไปโดยเปล่าประโยชน์

ลึกเข้าไปด้านในจะมีห้องอยู่อีกห้องหนึ่ง เป็นห้องรูปร่างยาว มีหน้าต่างโค้งรอบๆ บริเวณนี้สามารถใช้เป็นห้องนั่งเล่นส่วนตัวได้ อาจจะแบ่งมุมไว้เป็นโต๊ะทำงาน ก็จะเป็นพื้นที่ที่สงบมากขึ้นด้วย หรือว่าใครที่เสื้อผ้าเยอะ Walk-in Closet ที่เตรียมไว้ให้ไม่พอ ก็ปรับห้องนี้ไว้เก็บเสื้อผ้า กระเป๋าต่างๆได้ค่ะ

เข้ามาดูในห้องน้ำกันค่ะ ห้องน้ำใน Master Bedroom ไม่ได้เป็นห้องน้ำเหมือนทั่วๆไป แต่เป็นห้องน้ำที่เราสามารถเข้ามาใช้ชีวิตบริเวณนี้ได้ด้วย ดังนั้นด้านในห้องน้ำจึงถูกออกแบบให้มีความโปร่ง สว่าง จากช่องแสงทางด้านข้าง ซึ่งเราจะปลูกต้นไม้หรือตกแต่งเป็นสวนเล็กๆได้นะคะ ตรงกลางห้องน้ำ ซึ่งตรงกับทางเข้าเลยจะเจอกับอ่างอาบน้ำแบบลอยตัวชิ้นเดียวอยู่ นอนแช่น้ำพักผ่อน เปิด Tablet ดูหนังไปพลางๆได้เลยค่ะ

หันมาทางขวาจะเป็นส่วนของอ่างล้างหน้า โดยห้องนี้จะให้อ่างมา 2 ชุดหรือที่เรียกว่า His&Her ชุดเคาน์เตอร์ กระจก และชั้นเก็บของใต้อ่างจะออกแบบมาให้เข้ากันค่ะ

หันมาทางขวามืออีกที จะมีพื้นที่สำหรับอาบน้ำและห้องสุขาแยกออกมา มีฉากกั้นกระจกกั้นแยกการใช้งาน

โถสุขภัณฑ์จะได้เป็นระบบอัตโนมัติค่ะ (มีเฉพาะห้อง Master Bedroom และห้องน้ำแขกชั้นล่าง)

ส่วนห้องอาบน้ำจะเป็นแบบฝักบัว(hand shower) มีที่นั่ง , ช่องเก็บของด้วย

ตรงข้ามกับพื้นที่อ่างล้างหน้าจะเป็น Walk-in Closet ค่ะ พื้นที่ตรงนี้จะต้องเข้ามาทางห้องน้ำก่อนนะคะ ด้านในทำ Built-in ชั้นต่างๆมาให้เรียบร้อย แต่จะไม่มีหน้าบานนะคะ เราสามารถทำเพิ่มทีหลังได้

ส่วนที่ Built-in มาก็จะมีช่องเก็บของหลายๆแบบ รวมไปถึงพื้นที่สำหรับแต่งหน้าด้วย (ตรงนี้ก็จะได้แสงธรรมชาติ แต่งหน้าได้สะดวกขึ้น)

ออกจาก Master Bedroom เดี๋ยวเราจะไปดูห้องนอนอื่นๆที่ชั้นนี้กันค่ะ

พื้นที่ส่วนอื่นๆจะอยู่เข้าไปด้านใน โดยจะต้องเดินผ่านทางเดินเข้าไป ได้บรรยากาศเหมือนไปยังพิพิธภัณฑ์เลยค่ะ

ตรงเข้ามาทางซ้ายมือจะมีพื้นที่ Family Area อยู่ เป็นเหมือนใจกลางของชั้น 2 เป็นพื้นที่ส่วนกลางที่สมาชิกทุกคนสามารถมาใช้ชีวิตร่วมกัน เล่นเกมส์ ดูทีวีไปพร้อมๆกันได้

พื้นที่ส่วนนี้จะไม่ได้มีประตูกั้นไว้นะคะ แต่ถ้าใครจะกั้นเพิ่มเพื่อเป็นห้อง เพื่อกันเสียงจากการดูทีวีก็ทำได้ค่ะ

โดยห้องนี้จะมีหน้าต่างขนาดใหญ่และเชื่อมต่อกับระเบียงด้านหน้าตัวบ้าน

ระเบียงจะเป็นระเบียงในร่ม จัดชุดม้านั่ง outdoor หรือหาต้นไม้มาปลูกบริเวณนี้ได้นะคะ

มองย้อนกลับมา ฝั่งนี้ของบ้านจะมีห้องนอนเล็กอยู่อีก 3 ห้องค่ะ

เรามาดูห้องแรกกัน ห้องนี้จะมีขนาดเล็กสุด เผื่อเอาไว้ในกรณีที่สมาชิกในบ้านไม่เยอะ ก็อาจจะปรับห้องนี้ไว้ใช้งานอื่นๆได้

แต่ถ้าจะเป็นห้องนอนก็ยังเป็นห้องที่วางเตียงใหญ่ได้ และมีพื้นที่พอสำหรับทำชั้นวางของ วางทีวี หรือเป็นมุมทำงานเล็กๆได้ด้วยค่ะ

ห้องนี้จะมีห้องน้ำในตัว และมีพื้นที่ทำตู้เสื้อผ้าบริเวณหน้าห้องน้ำ

ด้านในของห้องน้ำจะแยกพื้นที่ส่วนเปียก ส่วนแห้งไว้ให้ มีฉากกั้นอาบน้ำติดตั้งมา และมีหน้าต่างเล็กๆเอาไว้เป็นช่องแสง และช่วยระบายอากาศ

อ่างล้างมือและหน้าตาของสุขภัณฑ์ภายในห้องค่ะ

พื้นที่อาบน้ำเป็นแบบฝักบัวอาบน้ำ มีพื้นที่วางอุปกรณ์อาบน้ำเล็กๆข้างกำแพง และมีที่นั่งอาบน้ำมาให้

ห้องนอนถัดมาจะมีขนาดที่ใหญ่ขึ้นค่ะ ห้องนี้จะมีผนังกั้นแยกส่วน Walk-in Closet กับเตียงนอนเอาไว้ให้เลย จากรูปถ้าสังเกตที่ฝ้าเพดานมุมขวาจะเป็นจุดถ่ายเทอากาศของระบบ Air Plus ค่ะ ซึ่งตำแหน่งที่ติดตั้งในแต่ละหลังจะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับทิศทางและตำแหน่งของบ้านด้วย ซึ่งทางโครงการจะมีทีมงานที่คำนวณเอาไว้ให้แล้วในบ้านแต่ละหลังนะคะ

พื้นที่ภายในห้องนี้จะมีขนาดใหญ่ขึ้นมาหน่อย จะนำเอาโซฟาเดี่ยวมาตั้งไว้ในห้องก็ได้นะ

ภายใน Walk-in Closet บ้านมาตรฐานจะไม่ได้ทำมาไว้ให้ แต่เราสามารถจัดได้ทั้ง 2 ฝั่งเลยค่ะ

ส่วนห้องน้ำด้านในก็จะแยกพื้นที่ส่วนเปียก/ส่วนแห้งไว้ให้ค่ะ ห้องนี้จะมีพื้นที่บนอ่างล้างมือกว้างขึ้น วางครีมบำรุงต่างๆได้เลยนะคะ ส่วนการเลือกโทนกระเบื้องที่ใช้นั้น จะมีการเลือกที่แตกต่างกันไปในแต่ละห้อง และแต่ละหลังก็ไม่เหมือนกันค่ะ

มาดูห้องนอนสุดท้ายของบ้านหลังนี้กันบ้าง ห้องนี้จะมีขนาดใหญ่รองลงมาจาก Master Bedroom เลย และอยู่ในตำแหน่งหน้าบ้าน

พื้นที่สำหรับวางเตียงนอนขนาดใหญ่ และเป็นห้องที่มีระเบียงอยู่ภายใน

สามารถเลือกชุดโซฟามาวางปลายเตียงได้ค่ะ

ลึกเข้ามาด้านในห้องจะเป็นพื้นที่สำหรับทำ Walk-in Closet และห้องน้ำ

บริเวณนี้จะมีหน้าต่างทำให้ได้แสงธรรมชาติเหมาะกับการแต่งหน้า และระบายอากาศได้ด้วยนะคะ

ส่วนภายในห้องน้ำก็จะมีผังคล้ายกับห้องที่แล้ว

แต่ที่พิเศษขึ้นคือมีพื้นที่ระเบียงเล็กๆ ห้องนี้เลยได้หน้าต่างขนาดใหญ่ ดูโปร่ง โล่ง สว่างมากขึ้นค่ะ


ADELIO

พื้นที่ใช้สอย 409 ตร.ม. 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ ห้องพักผ่อนชั้นบน และที่จอดรถในร่ม 3 คัน

สำหรับบ้านแบบ ADELIO ยังเป็นบ้านหน้ากว้างและลึกเหมือนเดิมค่ะ โดยที่ชั้น 1 นั้นยังมีการนำแนวคิดเรื่องการแยกพื้นที่ส่วน Service ออกจากพื้นที่โซนพักอาศัยเหมือนเดิม โดยครัวไทย พื้นที่ซักล้าง และพื้นที่แม่บ้านจะมีทางเข้าจากนอกบ้านฝั่งที่จอดรถค่ะ ส่วนภายในตัวบ้านเมื่อเข้ามาจะเจอกับ โถงกลางบ้าน มีบันไดทางขึ้นชั้น 2 อยู่ฝั่งหนึ่ง และพื้นที่อีกฝั่งจะเป็นห้องรับแขก ลึกเข้าไปด้านในตัวบ้านเหมาะกับการจัดเป็นพื้นที่กินข้าว โดยสามารถเชื่อมต่อกับส่วน Pantry ที่มี Built-in ให้มาครบชุด โดยที่ชั้น 1 นี้ก็จะมีการกั้นห้องเอาไว้ 1 ห้องมีห้องน้ำในตัว สามารถใช้เป็นห้องนอนหรือจัดฟังก์ชันอื่นๆได้อีกค่ะ โดยห้องนี้จะเชื่อมต่อกับระเบียงใช้งานขนาดใหญ่ จัดเป็นที่นั่งชมสวนได้เลย และค่อนข้างได้ความเป็นส่วนตัวด้วยค่ะ

ชั้น 2 จะเป็นส่วนของห้องนอน จากบันไดที่อยู่ตรงกลางบ้านจะมีพื้นที่ Common Area ขนาบทั้ง 2 ฝั่งของบันไดอยู่ ฝั่งหนึ่งจะเป็นพื้นที่โล่ง ส่วนอีกฝั่งจะกั้นเป็นห้องเอาไว้ให้ ตรงนี้เราสามารถออกแบบได้ว่าจะจัดไว้เป็นห้องพระ ห้องออกกำลังกาย หรือว่าจะมี Family area แบบเปิดโล่งเพื่อให้พื้นที่ภายในบ้านชั้นนี้ดูไม่อึดอัดมากเกินไปได้ด้วยค่ะ

ส่วนของห้องนอนนั้น Master Bedroom จะเป็นห้องที่แบ่งพื้นที่ด้านในออกเป็นส่วนๆ มีพื้นที่สำหรับวางเตียงนอน ห้อง Private Living Area และมีห้องน้ำขนาดใหญ่ แบ่งฟังก์ชันในห้องน้ำจากกัน และมี Walk-in Closet อยู่ด้านใน ส่วนห้องนอนอื่นๆก็ออกแบบให้มีห้องน้ำในตัว และมีพื้นที่สำหรับจัดเป็น Walk-in Closet ได้ แต่ว่าในห้องนอนเล็กนั้นจะไม่ได้ชุด Built-in มานะคะ เพราะหลายๆครอบครัวอาจจะมีการปรับห้องอื่นๆมาใช้เป็นห้องทำงานหรือห้องทำงานอดิเรก การที่เป็นห้องเปล่าก็จะทำให้ปรับเปลี่ยนได้ง่ายขึ้นค่ะ

จากหน้าบ้านจะมีการออกแบบรั้วเหมือนกับบ้านแบบที่แล้วค่ะ เพื่อให้บรรยากาศโดยรวมของโครงการเป็นไปในแนวเดียวกัน ส่วนหน้าตาของบ้านจะมีส่วนที่สูงสุดเป็นจั่วที่ดูโดดเด่นขึ้นมาแทน

ประตูรั้วที่จอดรถจะเป็นแบบบานเลื่อนอัตโนมัติ มีที่จอดรถในร่ม 3 คัน พื้นที่จอดรถปูด้วยกระเบื้อง ลวดลายแตกต่างกันไปในแต่ละหลังนะคะ

จากที่จอดรถจะมีทางเข้าไปภายในตัวบ้าน (ส่วนที่เป็น Pantry) และที่เสาด้านข้างใกล้ๆรั้ว จะมีช่องเก็บของให้ค่ะ

เดินเลาะไปด้านข้างบ้าน ตรงนี้จะเป็นห้องแม่บ้านค่ะ

ส่วนพื้นที่หลังบ้านจะเป็นลานซักล้าง และทางเดินไปยังส่วน Service จากรูปนี้เราจะเห็นบรรยากาศการตกแต่งสวนรอบๆบ้าน ที่มีทั้งต้นไม้ใหญ่และไม้พุ่มตลอดแนวรั้ว ช่วยสร้างพื้นที่สีเขียวให้กับบ้าน และพรางสายตาให้กับบ้านที่อยู่ทางด้านหลังไม่ให้มองเข้ามายังห้องนอนที่อยู่ชั้น 2 ได้ด้วยค่ะ

สำหรับบ้านแบบนี้ก็ยังมี Concept ที่แยกพื้นที่ส่วน Service ออกจากตัวบ้านหลักนะคะ เพื่อที่ช่วงไหนเจ้าของบ้านไม่อยู่ ก็สามารถ Lock บ้านหลักได้ แม่บ้านก็มีพื้นที่ของตัวเอง

ส่วน Service นี้ก็จะมีพื้นที่ซักล้าง ออกแบบให้เป็นตำแหน่งสำหรับวางเครื่องซักผ้า มีเคาน์เตอร์และตู้ Built-in ไว้เหมาะกับการใช้งาน

ครัวไทยแยกออกจากส่วนตัวบ้าน มี Built-in และอุปกรณ์เตรียมไว้ให้เรียบร้อย ระบายอากาศได้ดี และทำความสะอาดได้ง่ายเพราะผนังกรุกระเบื้องค่ะ

บริเวณหน้าบ้านจะถูกออกแบบเป็นพื้นที่สวนขนาดใหญ่ เป็นหน้าเป็นตาให้กับตัวบ้านด้วย

ด้วยระยะของตัวบ้านที่ห่างจากรั้วพอสมควร ทำให้เราสามารถมาทำกิจกรรมกลางแจ้งได้ เช่น บางวันอาจจะจัด Party BBQ ก็ใช้พื้นที่หน้าบ้านได้เต็มที่เลยค่ะ นอกเหนือจากพื้นที่กลางแจ้งแล้วยังมีศาลาอยู่ปลายตา เป็นมุมพักผ่อนอีกมุมด้วย

รอบๆบ้านจะมีการออกแบบสวนที่แตกต่างไปในแต่ละหลังค่ะ มีต้นไม้ใหญ่ลงไว้หนาแน่น ช่วยบังแดดให้กับพื้นที่ชั้นบน และพรางตาจากภายนอกบ้านไม่ให้มองเข้าไปในบ้านได้ตรงๆอีกด้วย

ทางเข้าหลักของบ้านจะเป็นส่วนที่ยื่นออกมาทางหน้าบ้าน ตกแต่งด้วยเสา และกรอบรูปโค้ง  ตัวประตูจะอยู่ลึกเข้าไปด้านใน มีหลังคาปกคลุม

พื้นที่โถงก่อนเข้าบ้านจะมีความสูงแบบ Double Volume ค่ะ ทำให้พื้นที่ส่วนนี้ดูโปร่งโล่ง

เข้ามาในบ้านเราจะเจอกับโถงกลางบ้านก่อนเลย เป็นพื้นที่แจกไปยังฟังก์ชันใช้งานส่วนอื่นๆ ทางขวามือจะเป็นบันไดทางขึ้นไปยังชั้น 2 ของตัวบ้าน ซ้ายมือเป็นพื้นที่รับรองแขก ลึกเข้าไปจะเป็นส่วนรับประทานอาหารค่ะ

มาดูพื้นที่รับรองแขกกันก่อนพื้นที่ส่วนนี้ใครที่อยากได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้นอาจจะกั้นประตูเพิ่มเป็นห้องปิดได้นะคะ

บริเวณนี้จะมีหน้าต่างอยู่ 2 ฝั่งผนังเลย ช่องเปิดบานใหญ่ สามารถชมวิวสวนที่อยู่รอบๆบ้านได้ค่ะ (สวนที่จัดไว้ก็ช่วยลดความร้อนที่จะเข้ามาภายในบ้านให้ด้วยนะคะ)

ตรงนี้เราสามารถจัดโซฟาพักผ่อนได้ 7-8 ที่นั่งเลยค่ะ หรือจะเป็นตำแหน่งสำหรับวางเปียโนก็ได้

ถัดเข้ามาในตัวบ้านจะเป็นพื้นที่โล่งที่เชื่อมกับ Pantry ที่จัด Built-in มาให้ทางขวามือ

ตรงนี้เราสามารถจัดเป็นโต๊ะกินข้าวขนาดใหญ่ได้ 8-10 ที่นั่งเลยค่ะ

ติดกันจะเป็นส่วนของ Pantry ซึ่งมีประตูทางออกไปยังส่วน Service (ประตูซ้ายมือ) และที่จอดรถ (ประตูขวามือ)

ส่วนนี้จะทำ Built-in มาให้ด้วยค่ะ ตัว Island ตรงกลางอาจจะมีโทนสีต่างกันไปในแต่ละหลังนะคะ

บริเวณนี้จะมีอ่างล้างจาน เตาอบ เตาไฟฟ้า และเครื่องดูดควันมาให้ ขาดแต่พวกเครื่องใช้ไฟฟ้าและตู้เย็นเท่านั้น

ดีไซน์ชุด Built-in จะมีขอบคิ้วบัวตกแต่ง ให้เข้ากันกับแบบบ้านด้วย

ทางขวามือจะมีทางเดินไปยังที่จอดรถ และห้องน้ำรับแขกที่ชั้น 1 ค่ะ หน้าห้องน้ำมีห้องเก็บของเล็กๆอยู่ด้วยนะคะ

ภายในห้องน้ำจะเป็นห้องแบบ Powder Room ไม่มีพื้นที่สำหรับอาบน้ำนะคะ

มีทั้งโถสุขภัณฑ์ชายและสุขภัณฑ์แบบอัตโนมัติ

มาที่ฝั่งตรงข้ามกับ Pantry ค่ะ ฝั่งนี้จะมีห้องนอนอยู่ 1 ห้อง โดยประตูทางเข้าจะออกแบบให้หักหลบอยู่ ทำให้แขกที่มาเยี่ยมหรือคนที่ใช้งานไม่เห็นด้านในห้องตรงๆ เพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับภายในห้องได้ด้วย

ด้านในห้องมีขนาดใหญ่ มีหน้าต่างและประตูที่เชื่อมต่อกับเฉลียงที่อยู่ข้างบ้านได้ค่ะ

นอกจากนี้จะมีห้องน้ำในตัวด้วย มุมนี้เลยเป็นห้องนอนที่ถือว่าสงบและใกล้ชิดกับพื้นที่สีเขียวไปในตัว

ด้านในห้องน้ำจะแยกพื้นที่ส่วนแห้งและส่วนเปียกจากกัน มีฉากกั้นอาบน้ำมาให้ด้วยค่ะ

ขึ้นไปดูที่ชั้น 2 ของบ้านกันต่อค่ะ วัสดุพื้นบันไดจะเปลี่ยนไปเป็นไม้สีเข้ม และราวกันตกเป็นเหล็กที่ทำขึ้นมาใช้เฉพาะบ้านแบบนี้เท่านั้น

ตัวบันไดก่อนขึ้นจะมีพื้นที่ด้านข้างสามารถเลือกประติมากรรมหรือต้นไม้สวยงามมาวางตกแต่งได้ค่ะ ตำแหน่งของบันไดนี้จะอยู่กลางบ้านทางฝั่งด้านหน้าที่มีหน้าต่างขนาดใหญ่อยู่เป็นช่องแสงให้กับบริเวณบันไดนี้

ขึ้นมาที่ชั้น 2 ฝั่งขวามือจะเป็นพื้นที่โล่ง ส่วนซ้ายมือจะเป็นห้องอเนกประสงค์ค่ะ

พื้นที่โล่งตรงนี้จะเป็น Family Area ที่จัดเป็นมุมพักผ่อนส่วนตัวภายในครอบครัวได้

ในบ้านตัวอย่างจะเป็นมุมนั่งทำงาน ในกรณีที่ไม่ได้กั้นห้องแนะนำให้จัดเป็นพื้นที่ทำกิจกรรมที่ไม่ต้องการสมาธิมาก เพราะเป็นตำแหน่งที่ถูกรบกวนจากคนที่เดินเข้า-ออกห้องนอนได้ง่าย และยังมองลงไปเห็นคนที่เข้า-ออกบ้านได้ด้วยค่ะ

ที่ชั้น 2 นี้จะมีห้องนอนอยู่ทั้งหมด 3 ห้อง อยู่ที่ปีกซ้ายและขวาของตัวบ้าน และอยู่ตรงกลางอีก 1 ห้อง เดี๋ยวเราจะพาไปดูห้องตรงกลางก่อนนะคะ

ห้องนี้จะอยู่ที่ฝั่งหลังบ้าน เป็นห้องขนาดกลางๆที่สามารถวางเตียงขนาดใหญ่ได้และจัดเฟอร์นิเจอร์เพิ่มเติมโดยที่มีทางเดินโดยรอบเตียงได้อยู่

ปลายเตียงทำเป็นชั้นวางทีวีและมุมโต๊ะเครื่องแป้งหรือเขียนหนังสือได้นะคะ

ในห้องนี้จะมีห้องน้ำส่วนตัวอยู่ด้วย มีพื้นที่หน้าห้องน้ำทำเป็น Walk-in Closet ได้ด้วยค่ะ

ห้องน้ำจะมีผังคล้ายๆกันกับห้องอื่นๆค่ะ แยกพื้นที่ส่วนเปียกและแห้งไว้ มีหน้าต่างระบายอากาศ

ต่อมาดูห้องนอนอีกห้องที่อยู่ข้างๆกันค่ะ ห้องนี้จะเป็นห้องนอนเล็กที่มีขนาดใหญ่ขึ้น เป็นห้องที่อยู่มุมและอยู่ฝั่งหน้าบ้านด้วย จึงได้ช่องแสงค่อนข้างเยอะ

ขนาดภายในห้องกว้างอยู่สบาย หน้าต่างที่อยู่ฝั่งหน้าบ้านเป็นช่องแสงขนาดใหญ่ กรอบดีไซน์โค้งเข้ากันกับตัวบ้าน

ห้องนี้จะแยกพื้นที่ส่วน Walk-in Closet เอาไว้ให้ด้วย ตำแหน่งหน้าห้องน้ำค่ะ มีประตูบานเลื่อนติดตั้งเอาไว้ให้

ส่วนห้องน้ำจะอยู่ที่ด้านในลึกเข้าไปอีกที

การวางผังห้องน้ำจะเหมือนเดิม แต่จะเลือกลวดลายของกระเบื้องต่างออกไป

เราไปดูอีกฝั่งของตัวบ้านกันนะคะ ฝั่งนี้จะมีห้องอเนกประสงค์อยู่และห้อง Master Bedroom

ห้องอเนกประสงค์นี้จะเป็นห้องที่เราสามารถปรับใช้เป็นห้องทำงาน ห้องพระ หรือห้องออกกำลังกายได้

มาถึง Master Bedroom ที่เป็นห้องขนาดใหญ่สุดของบ้านแล้ว ฟังก์ชันที่ออกแบบไว้จะเหมือนกันกับบ้านแบบ Atanasio คือแยกเป็นสามส่วน พื้นที่ห้องนอน, Private Living Room และ ห้องน้ำ+walk in closet

ส่วนเตียงนอนจะวางเตียงขนาดใหญ่ได้ มีพื้นที่รอบๆขนาดพอเหมาะกับการจัดชั้นวางของ และมีระเบียงส่วนตัว

Private Living จะมีผังรูปร่างสี่เหลี่ยมผืนผ้า เป็นมุมที่ส่วนตัวมากขึ้นค่ะ

เป็นพื้นที่นั่งดูทีวี หรือมุมทำงานได้ บรรยากาศจะโปร่ง โล่ง

ข้างๆกับพื้นที่ห้องนอนจะมีห้องน้ำอยู่ โดยจะมีประตูบานเลื่อนกระจกกั้นแยกพื้นที่ออกมา

เข้ามาด้านในจะเจอกับห้องน้ำขนาดใหญ่ มีอ่างล้างมือและอ่างอาบน้ำตรงกลาง บริเวณผนังจะเป็นประตูบานเลื่อนกระจกขนาดใหญ่ มีระเบียงและผนังทึบด้านนอก ช่วยให้ภายในห้องน้ำสว่างโปร่ง

อ่างล้างหน้าจะมีขนาดใหญ่เลยค่ะ มีกระจก โคมไฟ และตู้เก็บของใต้เคาน์เตอร์ ส่วนด้านหลังจะเป็น Walk-in Closet ที่ทำ Built-in มาให้

ด้านในก็จะมีพื้นที่กว้าง เก็บของได้หลากหลายรูปแบบ

มีกระจกนำแสงเข้ามาภายในห้องและมีมุมโต๊ะเครื่องแป้ง สามารถมาแต่งหน้าแต่งตัวได้ที่นี่ค่ะ

ฝั่งตรงข้ามกับอ่างล้างมือจะเป็นห้องอาบน้ำ และห้องสุขา

ห้องอาบน้ำจะได้ชั้นวางอุปกรณ์ที่ผนังและมีพื้นที่นั่งอาบน้ำได้ กั้นเป็นห้องแยกออกจากห้องสุขาที่จัดมาเป็นโถสุขภัณฑ์ระบบอัตโนมัติ ส่วนอ่างอาบน้ำจะอยู่ตรงกลางเป็นแบบชิ้นเดียวลอยตัว

*ขนาดพื้นที่ต่างๆสามารถดูได้จากใน Plan บ้านเลยค่ะ

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

ราคา

16 April 2020

  • สามารถเข้าไปดูแปลงบ้านและราคาได้ใน Website ของ Land and House
  • จอง 1,000,000 บาท
  • ดาวน์ 20%
  • ค่าส่วนกลาง 30 บาท/ตร.วา/เดือน
  • ค่าจดจำนอง ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ
  • ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์ ผู้ซื้อแล้วผู้ขายชำระฝ่ายละครึ่ง
  • ค่าประกัน มิเตอร์ไฟฟ้า ประปา ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ

บทสรุป

ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง :
LADAWAN พระราม 2 สามารถเข้า-ออกได้จากถนนพระราม 2 โดยตำแหน่งโครงการจะอยู่ในช่วงต้น(ยังไม่ถึงเส้นกาญจนาภิเษก) และอยู่ในฝั่งขาเข้าเมือง(ฝั่งเดียวกันกับ Central พระราม 2) ดังนั้นจุดเด่นของทำเลนี้คือการเดินทางที่อยู่ในฝั่งขาเข้า สามารถไปใช้ทางด่วนได้สะดวก ทั้งทางด่วนเฉลิมมหานคร และทางด่วนวงแหวนกาญจนาฯ นอกจากนี้บริเวณนี้ยังเป็นโซนพระราม 2 ที่เต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ทั้ง 2 ข้างทาง มีตัวเลือกให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่อย่าง Central พระราม 2, Hypermarket อย่าง Tesco Lotus หรือ Big-C , มี Community mall และตลาดสดให้เลือกจับจ่ายใช้สอย

ความปลอดภัยในโครงการและตัวบ้าน :
ตัวโครงการมีระบบการรักษาความปลอดภัยหลายขั้นตอน ทั้งทางเข้า 2 ชั้น แยกพื้นที่ส่วนกลางออกจากส่วนพักอาศัย โดยการวางตำแหน่งของพื้นที่ส่วนกลางไว้ระหว่างทางเข้าชั้นที่ 1 และ 2 และมีการตรวจตราท้ายรถของแขกที่มาเยือน มีรปภ.และตำรวจที่วนตรวจตราเป็นระยะ มีกล้องวงจรปิดรอบๆโครงการและมีการวางผังให้บ้านส่วนใหญ่ไม่มีที่ดินชิดขอบที่ดิน โดยเว้นระยะไว้เป็นพื้นที่สวนแทนเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับตัวโครงการ

สำหรับตัวบ้านจะมีการติด Intercom ภายในตัวบ้าน เพื่อใช้สื่อสารไปยังรปภ.หน้าโครงการได้สะดวก ที่ประตูและหน้าต่าง มีการติดตั้ง Magnetic และ Shock Sensor เอาไว้ที่ประตูและหน้าต่างทุกบานภายในบ้าน และมี Motion Sensor เพิ่มเติมอีกขั้น กรณีที่สัญญาณแรกไม่ทำงาน นอกจากนี้ภายในพื้นที่ส่วนครัวจะมี Heat Detector ที่ช่วยตรวจจับความร้อนที่สูงเกินไปเพื่อป้องกันอัคคีภัยค่ะ

การออกแบบโครงการและพื้นที่ใช้สอย :
ตัวโครงการมีการออกแบบพื้นที่ผังโดยรวม(Master Plan) ได้ค่อนข้างดี คำนึงถึงความปลอดภัย จึงออกแบบทางเข้าออก ส่วนกลาง ไว้เป็นขั้นๆ และการวางผังที่ทำให้ตัวบ้านได้ความสงบและปลอดภัยอยู่ ในส่วนการออกแบบตัวบ้าน ถือว่าเป็นการออกแบบบ้านขนาดใหญ่ ที่คิดเรื่องการใช้งานในแต่ละฟังก์ชันมีขนาดที่กำลังพอดี ไม่ใหญ่มากเกินไป และไม่เล็กจนอึดอัด สมาชิกทุกคนในบ้านสามารถอยู่ได้สบาย นอกจากภายในตัวบ้านก็จะมีการออกแบบพื้นที่ภายนอกรอบๆบ้านที่เป็นสวน จัดเอาไว้สวยงาม เป็นพื้นที่พักผ่อนไปในตัว นอกจากเรื่องของฟังก์ชันแล้วโครงการนี้จะมีจุดเด่นที่สำคัญคือรูปลักษณ์ของโครงการ โดยการนำเอาสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปมาใช้ และมีการลงรายละเอียดตั้งแต่ทางเข้าโครงการ Clubhouse สวน และตัวบ้าน ทำให้ภาพรวมของโครงการไปในทางเดียวกัน

วัสดุ :
ถือว่าให้มาค่อนข้างดีเลยค่ะ มีการจัดสวนภายในบ้านมาให้ ตัวบ้านภายนอกมีหินกรุตกแต่งที่ผนัง พื้นที่จอดรถเป็นกระเบื้อง ส่วนภายในบ้านมีการเลือกหินสังเคราะห์ลายหินอ่อนมาใช้เป็นพื้นที่ชั้น 1 และภายในห้องน้ำ (มีการออกแบบให้ลวดลายแตกต่างกันไปในแต่ละห้อง) ส่วนพื้นของห้องนอนจะเลือกใช้ Engineering Wood ที่มีคุณสมบัติทน ไม่บวมน้ำมาใช้ ผนังภายในบ้านจะติด Wallpaper มาให้ และมีการทำ Built-in มาให้หลายๆส่วน ในห้องครัวไทย , Pantry, พื้นที่ซักรีด , Walk-in Closet ในห้อง Master Bedroom ส่วนภายในห้องน้ำถ้าเป็นห้องน้ำแขกและห้องน้ำใน Master Bedroom จะได้สุขภัณฑ์เป็นระบบอัตโนมัติ ภายในตัวบ้านจะมีการติดแอร์มาให้ ทั้งแบบ Cassette และแบบ Split type และมีระบบ Air Plus เพื่อควบคุมสภาพอากาศภายในบ้านไว้ให้ด้วยค่ะ

พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ :
บรรยากาศของโครงการจัดออกมาได้ร่มรื่นมาก มีการเลือกปลูกต้นไม้ทั้ง 3 ระดับ (หญ้า, ไม้พุ่ม, ต้นไม้ใหญ่) ทั่วโครงการ และมีการนำเอาประติมากรรมมาตกแต่งทั้งทางเข้า , Clubhouse และสวน เพื่อสร้างบรรยากาศให้ดูเป็นสไตล์เดียวกับ Concept ของโครงการ นอกจากนี้ก็จะมีทะเลสาบอยู่ภายในโครงการด้วย ทำให้ด้านในมีบรรยากาศที่ร่มรื่น ผ่อนคลาย เหมือนอยู่ที่บ้านพักตากอากาศค่ะ

สาธารณูปโภค :
มี Clubhouse แยกออกมาจากพื้นที่พักอาศัย โดยพื้นที่ส่วนกลางจะประกอบด้วยอาคาร Clubhouse สวน และทะเลสาบ ซึ่งทั้งหมดจะออกแบบมาเป็นบรรยากาศยุโรป มี Details การตกแต่งที่จัดเต็ม ดูน่าใช้งาน สวนที่จัดออกมาจะออกแบบไว้ให้เป็นสวน 4 ฤดู ที่จะมีดอกไม้และต้นไม้สวยงามตลอดปี ส่วนตัว Clubhouse จะมีส่วน Lobby, Private Lounge, Fitness และสระว่ายน้ำให้บริการ มีห้องน้ำให้บริการทั้ง 2 ชั้น ส่วนที่เป็นพื้นที่ Active ห้องน้ำตรงนั้นก็จะมี Locker ห้องอาบน้ำ และ Steam Room ให้ใช้งานด้วยค่ะ โดยโครงการนี้จะคิดค่าส่วนกลางอยู่ที่ 35 บาทต่อตร.วา ซึ่งถือว่าไม่แพงเลยค่ะ


Judgement

เนื่องจากโครงการนี้เป็นโครงการระดับ Super Luxury เลยมีปัจจัยอื่นๆนอกจากความคุ้มค่าทางด้านราคามาเป็นเหตุผลในการตัดสินใจ ดังนั้นเราจึงขอไม่ให้คะแนนสำหรับโครงการนี้นะคะ

BOTTOM LINE

LADAWAN พระราม 2  เหมาะกับครอบครัวขนาดกลางถึงใหญ่ริมถนนพระราม 2 ต้องการพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านเยอะ มีพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่และร่มรื่น รวมไปถึงการดูแลรักษาความปลอดภัยที่ดี ชื่นชอบรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบยุโรป และมีงบประมาณ 35-70 ล้านบาท


ติดตามพวกเราได้ที่
Websitewww.thinkofliving.com
Twitterwww.twitter.com/thinkofliving
YouTubewww.youtube.com/ThinkofLiving
Instagramwww.instagram.com/thinkofliving
FacebookThinkofLiving