รีวิวฉบับที่ 2057 …วันนี้จะพาไปชมโครงการระดับ 100 ล้านกับ Crystal Solana (คริสตัล โซลานา) บนถนนเลียบทางด่วนเอกมัย- รามอินทรา จาก K.E. Group เจ้าของเดียวกับศูนย์การค้าตระกูล Crystal ในย่านนี้ ความพิเศษคือเป็นบ้านเดี่ยวในโครงการจัดสรรที่สามารถ Customize ปรับฟังก์ชัน ตกแต่งได้ตามความต้องการได้หมด เหมาะกับครอบครัวที่ชอบ Theme ของโครงการที่ออกแบบมาในสไตล์ยุโรป ได้ Facilities ครบถ้วน มีความเป็นส่วนตัวมากเพียง 51 แปลง ในช่วงราคา 60-300 ล้านบาท

ข้อมูลโครงการ

18 March 2020

  • Crystal Solana (คริสตัล โซลานา)
  • บริษัท เค.อี.แลนด์ จำกัด (K.E.LAND COMPANY LIMITED) ภายใต้ K.E. Group
  • SUPER LUXURY CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment บ้านได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่: ถนนประดิษฐ์มนูธรรม เขต บึงกุ่ม
  • เนื้อที่โครงการ 31-0-73.7 ไร่ จำนวน 51 ยูนิต
  • ขนาดที่ดินมาตรฐาน 123-262 ตร.วา
  • Emeralda : บ้านเดี่ยว 4 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 1,010 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 5 ห้องนอน / 7 ห้องน้ำ / 8 ที่จอดรถ / 2 ห้องแม่บ้าน
  • Perla : บ้านเดี่ยว 3 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 745 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 5 ห้องนอน / 6 ห้องน้ำ / 8 ที่จอดรถ / 1 ห้องแม่บ้าน
  • Zafira : บ้านเดี่ยว 3 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 685 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 6 ที่จอดรถ / 1 ห้องแม่บ้าน
  • Diamonte : บ้านเดี่ยว 2 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 490 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 6 ที่จอดรถ / 1 ห้องแม่บ้าน
  • ความสูงจากพื้นถึงฝ้าชั้น 1 – 3 เมตร / ชั้น 2 – 3 เมตร
  • ช่วงราคาประมาณ 60 – 300 ล้านบาท
  • ที่ดินเพิ่มลดตารางวาละ 300,000 บาท
  • โครงการเริ่มก่อสร้าง ปี 2562
  • คาดว่าแล้วเสร็จทั้งโครงการ ปี 2566
  • เว็บไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • โทร  : 02-101-5775

ทำเลที่ตั้ง

พิกัด Google Maps : 13.845234, 100.637675
หรือสามารถ :  คลิกที่นี่

แผนที่จากทางโครงการ Crystal Solana (คริสตัล โซลานา) 

ทำเลของโครงการ Crystal Solana (คริสตัล โซลานา) อยู่ในย่านเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา ติดถนนใหญ่ประดิษฐ์มนูธรรม ทำเลนี้จัดเป็นทำเลย่านคนมีเงินก็ว่าได้ เพราะถ้าสังเกตดีๆจะเห็นได้ว่าในย่านนี้มีโครงการบ้านเดี่ยวราคาหลักหลายสิบล้านให้เห็นหลายโครงการ เช่น Crystal Park, ViVe เอกมัย-รามอินทรา, The Primary V เกษตร-นวมินทร์, The Honor เอกมัย-รามอินทรา หรือโครงการหมู่บ้านหลักร้อยล้านอย่างสันติบุรี เป็นต้น ภาพรวมของย่านยังเป็นพื้นที่อยู่อาศัยที่มีแนวโน้มเติบโตไปได้อีก เพราะโดยรอบยังมีพื้นที่ให้พัฒนาอยู่พอสมควร ทั้งที่อยู่ในซอยย่อยต่างๆ และริมถนนสายหลัก

สิ่งที่ทำให้ราคาหมู่บ้านในย่านนี้ราคาสูงก็เนื่องมากจากทำเล ที่สามารถเข้า-ออกเมืองได้สะดวก และเชื่อมต่อถนนใหญ่ได้หลายเส้นทาง ขึ้น-ลงทางด่วนได้ง่าย มีตัวเลือกในการเดินทางได้ ทำให้การเดินทางของคนที่อยู่ในย่านนี้จะชอบใช้รถยนต์ส่วนตัวเป็นหลัก แต่ถ้าต้องการใช้รถสาธารณะอย่างรถแท็กซี่ก็หาได้ไม่ยาก เพราะโครงการอยู่ติดถนนใหญ่เลย

จากที่ตั้งโครงการอยู่ไม่ไกลจากทางพิเศษฉลองรัช ถ้าต้องการขึ้นทางด่วนวิ่งเข้าเมืองไปทางฝั่งพระราม 9 / เอกมัย ก็ขึ้นทางด่วนที่อยู่ด้านหน้าโครงการได้เลย อยู่ใกล้ๆ แค่ 800 m.

ในส่วนของการเดินทางกลับบ้าน ถ้าใช้ทางด่วนก็สามารถข้ามรถติดในช่วงแถวหน้าเซ็นทรัล<<Central East Ville และ The Crystal มาได้สบายๆ เพราะเราสามารถลงทางด่วนที่ฝั่งตรงข้ามโครงการได้เลย มีระยะห่างจากโครงการประมาณ 2 km.

สำหรับการเดินทางโดยไม่ใช้รถ ในภาพรวมถือว่าสะดวกเพราะที่ตั้งโครงการตั้งอยู่บนถนนสายหลัก เป็นเส้นทางลัดที่มีรถผ่านไปมาอยู่ตลอดเวลา สามารถเรียกรถสาธารณะ รถแท็กซี่ได้ง่าย และในอนาคตก็จะมีแผนทำรถไฟฟ้าอยู่บริเวณโดยรอบที่ตั้งโครงการ ได้แก่ รถไฟฟ้าสายสีเทา ที่จะผ่านด้านหน้าโครงการ ไปเชื่อมเข้ากับรถไฟฟ้าอีก 2 สาย คือ รถไฟฟ้าสายสีชมพู ที่ถนนรามอินทรา และรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล ที่ถนนเกษตร-นวมินทร์ ให้เป็นตัวเลือกในการเดินทางไปที่ต่างๆ ในอนาคตได้ง่ายขึ้น

เรื่องความอุดมสมบูรณ์ในย่านนี้จะขึ้นชื่อเรื่อง แหล่งช็อปปิ้งและสถานที่ Hang out ที่มีให้เลือกหลากหลาย เดินทางจากโครงการมาทาง CDC ประมาณ 10 นาที บริเวณนี้จะเป็นแหล่งรวมตัวกันของศูนย์การค้าขนาดใหญ่, Community Mall และ แหล่งซื้อวัสดุก่อสร้าง และเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ เช่น CDC, Chic Republic, Central East Ville, The Crystal, Big C, Tesco Lotus, The Walk คือ เค้าเรียงตัวกันอยู่บนเส้นเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา นี้เลย

หรือใครอยากไปซื้อของราคาเบาๆ ก็มีตลาดนัดหัวมุม, ตลาดนัดเลียบด่วนรามอินทรา ส่วนร้านนั่งชิลล์ก็มีให้เลือกเยอะ ไม่ไกลจากโครงการจะมี Waterside Resort and Restaurant ไกลออกไปหน่อยบนถนนรามอินทราก็มี The Promenade, Big C รามอินทรา, Fashion Island

การเดินทางไปโครงการในวันนี้จะเริ่มบนถนนเกษตร-นวมิทร์ บริเวณหน้า The Walk แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนประดิษฐ์มนูธรรม วิ่งเลียบทางด่วนไปเรื่อยๆ แล้วไปกลับรถบริเวณก่อนถึงถนนรามอินทรา กลับรถแล้วตรงมาไม่ไกลโครงการจะอยู่ทางซ้ายมือ รวมระยะทางประมาณ 4.2 km.

เริ่มต้นเดินทางจาก The Walk เกษตร-นวมินทร์ เป็น Community Mall สำหรับครอบครัว ที่เรามักเห็นพ่อแม่ลูกมาเดินด้วยกัน เพราะที่นี่จะมีร้านค้า ร้านอาหารหลากหลาย มีที่เรียนพิเศษของเด็กๆ มี Yoga and Me มีร้านกาแฟมาตรฐานอย่าง Starbucks, Au Bon Pain จากตรงนี้เราก็ตรงไปจนถึงสี่แยกค่ะ

สภาพแวดล้อมรอบโครงการ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

บริเวณโดยรอบโครงการ Crystal Solana (คริสตัล โซลานา) พื้นที่โดยรอบโครงการส่วนใหญ่เป็นชุมชนอยู่อาศัยเดิมในพื้นที่ หมู่บ้านที่ติดกันกับโครงการเลยก็จะเป็นหมู่บ้านมณียา โดยรอบไม่มีอาคารสูงมาบดบังทัศนียภาพ หรือแหล่งเสื่อมโทรม ไม่มีโรงงานหรือแหล่งที่ก่อให้เกิดมลภาวะจึงเหมาะกับการอยู่อาศัย

ส่วนที่หลายคนกังวลคือโครงการอยู่ติดกับตลาดนัดเลียบทางด่วนรามอินทรา ซึ่งส่วนที่ติดกับโครงการจะเป็นที่จอดรถ จึงไม่ได้มีเสียงดังมารบกวนสักเท่าไหร่ และทางโครงการก็ใช้กำแพงสูง 5 m. ก็จะช่วยเรื่องความเป็นส่วนตัวในการพักอาศัยสำหรับแปลงที่ดินที่ติดกับที่จอดรถของตลาดนัดได้ค่ะ

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • บุญถาวร เกษตร-นวมินทร์ ~3.2 Km.
  • The Walk เกษตร-นวมินทร์ ~ 3.4 Km.
  • ตลาดนัดรถไฟ เกษตร-นวมินทร์ ~ 3.9 Km.
  • Big C Extra รามอินทรา ~ 4.4 Km.
  • โรงเรียนเลิศหล้า ถนนเกษตร-นวมินทร์ ~ 4.8 Km.
  • CDC ~ 5.4 Km.
  • Central East Ville ~ 5.6 Km.
  • สนามกอล์ฟ กองทัพบก ~ 5.8 Km.
  • Nawamin City Avenue ~ 5.9 Km.
  • Foodland ~ 6 Km.
  • โรงพยาบาลพญาไท นวมินทร์ ~ 6.5 Km.
  • Chocolate Ville ~ 7.1 Km.
  • Central รามอินทรา ~ 7.5 Km.
  • มหาวิทยาลัยเกริก ~ 7.5 Km.
  • มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ~ 12.1 Km.

รายละเอียดโครงการ

ก่อนเข้าโครงการจะขอเล่าประวัติให้ฟังก่อน จะเห็นว่าชื่อโครงการCrystal Solana (คริสตัล โซลานา) มันจะคุ้นๆ กับพวก Crystal Design Center (CDC) , หมู่บ้าน Crystal Park, ศูนย์การค้า The Crystal ใช่มั้ยคะ เพราะทั้งหมดนี่เป็นของเจ้าเดียวกัน ซึ่งก็คือ K.E.LAND ทำให้โครงการนี้มี Supplier วัสดุขนาดใหญ่จากร้านค้าต่างๆ ที่ CDC นะคะ

สำหรับทำเลนี้ก็มีบ้านหรูระดับหลายสิบล้าน ไปจนถึงหลัก 100 ล้านบาท อยู่หลายโครงการ ซึ่งความแตกต่างของบ้านในโครงการนี้คือ เป็นบ้านสั่งสร้าง เราสามารถ Upgrade วัสดุและการตกแต่งต่างๆ รวมไปถึงการขอปรับแปลน / ฟังก์ชันห้อง ให้เข้ากับการใช้งานของแต่ละครอบครัวได้ และเหมาะกับคนที่ชอบ Theme และ Style ในการตกแต่งของโครงการที่ให้บรรยากาศแบบยุโรปๆ ค่ะ

มาดูที่ตัวโครงการ Crystal Solana เป็นโครงการบ้านเดี่ยว 51 ยูนิต บนเนื้อที่โครงการประมาณ 31 ไร่ มีระบบรักษาความปลอดภัยด้วยประตูแบบ Double Gate เป็นมาตรฐานของโครงการหรูๆ ที่มักจะทำประตู 2 ชั้น ชั้นแรกเป็นไม้กระดกกั้น ชั้นในเป็นประตูล้อเลื่อน และมีพี่รปภ. ที่ดูแล 24 ชั่วโมง

พื้นที่ส่วนกลางของโครงการนี้วางตำแหน่งไว้บนถนนหลัก และอยู่กลางๆ โครงการหน่อย เพื่อให้ลูกบ้านทุกหลังสามารถมาใช้งานได้สะดวก โดยจัดมาให้แบบเต็มที่บน Clubhouse 2 ชั้นและมีส่วนกลางที่ชั้นดาดฟ้าด้วย แลกมากับค่าส่วนกลาง 90 บาทต่อตร.วา/เดือน แน่นอนว่าราคาต้องสูงกว่าโครงการบ้านทั่วไป แต่ก็แลกมากับความเป็นส่วนตัวที่แชร์กับเพื่อนบ้านเพียง 51 แปลง

การจัดผังโครงการ..ตัวบ้านส่วนใหญ่จะหันหน้าเข้าหาถนนซอยภายในโครงการที่กว้าง 8 m. ซอยทั้งหมดจะสามารถวนเป็น Loop เชื่อมถึงกันได้ ไม่ได้มีบ้านที่อยู่ในซอยตัน จึงช่วยลดปัญหาเรื่องการจอดรถขวางในซอย ทำให้แปลงด้านในเข้าบ้านลำบากไปได้

การเลือกตำแหน่งของบ้านก็จะขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคล ผู้ที่เน้นเข้าออกสะดวก ไม่ต้องเลี้ยวเยอะ หรืออยากได้แปลงหน้าสวน ก็เหมาะจะเลือกแปลงที่อยู่ต้นๆ ซอย แต่ก็จะอยู่ใกล้ Facilities ส่วนกลาง ทำให้เสียความเป็นส่วนตัวไปได้บ้างเหมือนกัน สำหรับลูกบ้านที่ชอบความสงบแนะนำให้เลือกหลังที่อยู่ด้านในซอยหน่อย ก็จะมีความเป็นส่วนตัวเพิ่มอีกระดับนึง เพราะจะไม่มีเพื่อนบ้านผ่านเข้าออกเยอะ

สำหรับทิศของบ้านในโครงการ จะมีให้เลือกทิศตะวันตกเฉียงเหนือและทิศตะวันออกเฉียงใต้เป็นหลัก ซึ่งบ้านที่หันทางทิศตะวันเฉียงเหนือแน่นอนว่าก็จะได้แสงธรรมชาติหน่อย ไม่ค่อยแรงมากในตอนเช้า ส่วนช่วงเย็นก็จะมีแสงจากทิศตะวันตกเข้าด้านข้างบ้าน ไม่ได้ส่องตรงๆ นะคะ ส่วนบ้านที่หันไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ จะได้ลมที่แรงกว่า และจะได้แสงที่ส่องเข้าบ้านในตอนเช้าเช่นกัน

แบบบ้านมีให้เลือก 4 แบบ ซึ่งบ้านใหญ่จะมีพื้นที่ใช้สอยและฟังก์ชันเพิ่มขึ้นตามขนาดของบ้าน การเลือกบ้านก็ขึ้นอยู่กับความต้องการในการใช้สอยและความงบประมาณที่ตั้งไว้ แปลงที่ดินของโครงการจัดมาเป็นแปลงใหญ่มีให้เลือกตั้งแต่ 123-262 ตร.วาสำหรับผู้ที่ต้องการมีพื้นที่สวนรอบบ้านกว้างๆ และมีงบประมาณเพิ่มขึ้นได้ก็สามารถ Combine แปลงที่ดินได้ค่ะ

ซุ้มประตูของโครงการมาในสไตล์ยุโรป คือเป็นซุ้มประตูทรงกลมที่มีน้ำพุอยุ่ตรงกลาง ตกแต่งด้วยหินอ่อน ทำให้ดูโอ่อ่า / ในแง่ของฟังก์ชัน..เจ้าน้ำพุตรงกลางจะเป็นตัวแบ่งแยกเส้นทางเข้าออกของรถ ไม่ให้ทับเส้นทางกันด้วยค่ะ

ส่วนที่ชอบคือ รูปปั้นช้างด้านหน้าโครงการ ที่ดูยิ้มแย้ม เป็นปูนปั้นที่ใช้สีได้เข้ากับซุ้มประตูหินอ่อนดีค่ะ

ซุ้มประตูจัดแบ่งทางเข้าแยกกับทางออกไว้ชัดเจน ดูเรียบร้อยดี ประตูในส่วนแรกจะเป็นไม้กระดกกั้น ซึ่งการผ่านเข้าออกจะเป็นระบบไหนต้องรอคอนเฟิร์มจากทางโครงการอีกที บริเวณนี้จะมีพี่ รปภ. ดูแลตลอด 24 ชั่วโมง

ผ่านเข้ามาจะมีประตูชั้นที่ 2 เป็นประตูล้อเลื่อนบานใหญ่ ซึ่งโครงการออกแบบมาให้มีความโค้ง วัสดุเป็นเหล็กเส้นสีดำที่ดูโปร่ง เข้ากับสไตล์ยุโรปของโครงการ

บรรยากาศของถนนหลักภายในโครงการจะดูร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่และไม้พุ่มไปตลอดแนว

เป็นถนนที่มีความกว้าง 12 m. ส่วนที่ชอบคือพรรณไม้ที่เลือกใช้มีความหลากหลาย ไม่ได้เน้นแต่สีเขียวอย่างเดียว ยังมีไม้ดอกสีขาวทำให้ดูอบอุ่น ผ่อนคลายมากขึ้นด้วย

Clubhouse ของโครงการจะอยู่บนถนนหลักนี่แหละ ซึ่ง Facilities ทั้งหมดของโครงการก็จะรวมอยู่ในบริเวณนี้ มีความสูง 2 ชั้น + ชั้นดาดฟ้าที่ทำให้มีฟังก์ชันใช้งานได้ด้วย คุยกับเซลล์มาว่าแปลงที่ขายไปแล้วส่วนใหญ่ เค้าซื้อกันแบบ Combine หรือการรวมแปลงที่ดิน หมายความว่าจำนวนยูนิตของโครงการนี้จะไม่ถึง 51 หลังนะ เราจึงคิดว่าเมื่ออยู่อาศัยจริงพื้นที่ส่วนกลางจำนวนผู้ใช้งานจะน้อยลง สามารถแชร์การใช้งานกันใช้ได้สบายๆ เลย

ความรู้สึกแรกบริเวณทางเข้า Clubhouse คือดูหรูหรา โอ่อ่าดี เพราะเค้าออกแบบให้มี Foyer เป็นโถงต้อนรับแบบฝ้าเพดานสูงและติด Chandelier ด้วย

เข้ามาใน Clubhouse ห้องแรกที่เราเจอคือ The Boardroom เป็นห้องประชุมแบบ Indoor ที่ลูกบ้านสามารถมาจองใช้ได้

ภายในจัดชุดโต๊ะประชุมตัวยาวไว้ ขนาด 9 ที่นั่ง มีจอโทรทัศน์เอาไว้เผื่อแชร์จอคอมพิวเตอร์ คุยงานกันได้สบายๆ

ตำแหน่งของห้องนี้จะได้วิวสระว่ายน้ำด้วย ให้บรรยากาศชิลล์ๆ สบายๆ

อีกฝั่งหนึ่งภายใน Clubhouse จะมี The Library ที่ภายในเปิดเชื่อมต่อไป Lounge ได้

ภายใน The Library เป็นห้องฝ้าเพดานสูงที่จัดชุดโซฟาขนาดใหญ่ 8 ที่นั่งไว้ให้ เป็นมุมสงบที่มาใช้นั่งอ่านหนังสือ หรือถ้าลูกบ้านมีแขกมาเยี่ยมก็อาจจะใช้พื้นที่ส่วนกลางในการต้อนรับได้

ภายในห้องนี้มีประตูที่เปิดเชื่อมกับส่วนของ Lounge ถ้าหากลูกบ้านมีการจองห้องใช้จัดปาร์ตี้แบบเป็นส่วนตัว ก็สามารถเปิดเชื่อมกันเพื่อให้รองรับการใช้งานที่มากขึ้นได้

เข้ามาดูภายใน The Residents’ Lounge กันบ้าง เป็นห้องอเนกประสงค์ของโครงการที่ใช้งานได้หลากหลาย พื้นที่ส่วนนี้ดูโปร่งด้วยบานหน้าต่างทั้ง 4 ด้านเลย ถ้าใช้งานจริงคงต้องเปิดแอร์ หรือเปิดหน้าต่างหลายๆ ด้านให้ลมพัดผ่านเอานะ

ส่วนที่ขาดไม่ได้สำหรับ Lounge ก็คือ เคาน์เตอร์บาร์ ซึ่งทางโครงการเค้าก็จัดเป็นโต๊ะบาร์ตัวยาว ขนาด 5 ที่นั่งมาให้ใช้งานด้วย

บริเวณเคาน์เตอร์บาร์ ก็จะมีซิงค์ล้างจานให้ มีพื้นที่สำหรับเตรียมอาหาร เครื่องดื่ม เล็กๆ น้อยๆ แต่ไม่ได้มีฟังก์ชันให้ทำอาหารบริเวณนี้นะคะ

จากด้านในของห้อง Lounge ก็สามารถมองออกไปชมวิว บริเวณสระว่ายน้ำได้

ในส่วนของสระว่ายน้ำเป็นสระระบบเกลือ ขนาด 7.6 x 23 m.  ลึก 1.2 m. ส่วนที่ชอบคือเป็นสระแบบ Semi-Outdoor ที่หันหน้าออกไปทางทิศตะวันออก จึงใช้งานได้ทั้งวันไม่ต้องกลัวแดดเลยค่ะ

มีโซนของสระเด็กที่แยกเอาไว้เป็นสัดส่วน มีสไลด์เดอร์ขนาดใหญ่ให้เล่นกันด้วย ทำให้สระเด็กของที่นี่จะมีความลึกมากหน่อยที่ 0.6 m. เพื่อให้เล่นสไลด์เดอร์ได้ปลอดภัยขึ้นนะคะ / ด้านข้างบันไดจะมีพื้นที่ให้อาบน้ำล้างตัวกันก่อนลงสระ

ทางโครงการจัดพื้นที่รอบๆ สระ เป็น Daybed Seating เอาไว้นอนเล่นได้ ไม่โดนแดด และยังได้วิวริมสระด้วย

ส่วนที่เราชอบคือ วิวสระและสวนที่ต่อเนื่องกันแบบนี้ ได้บรรยากาศที่โปร่งๆ เหมือนอยู่ในรีสอร์ทดี

สระว่ายน้ำเป็นระบบ Overflow (น้ำล้น) คือจะมีน้ำไหลออกจากสระตลอดเวลา เพื่อไปบำบัดและเติมเข้ามาในสระอีกครั้งหนึ่ง ข้อดีสำหรับลูกบ้านคือ จะได้ยินเสียงน้ำตกอยู่ตลอด ช่วยสร้างบรรยากาศในการพักผ่อนได้มากขึ้นค่ะ

วิวสวยๆ จากสระอีกมุมหนึ่งที่เราเก็บมาฝากกัน เป็นวิวของสวนส่วนกลางที่อยู่ติดกับสระว่ายน้ำ

สวนส่วนกลางของโครงการนี้จะออกแบบมาในสไตล์ของสวนอังกฤษ จุดเด่นของสวนสไตล์นี้คือ ความสมมาตร เท่ากันทั้ง 2 ฝั่ง จึงดูโอ่อ่า เป็นระเบียบเรียบร้อย มีการเปิดพื้นที่ตรงกลางให้เป็นสนามหญ้าโล่งๆ และจัดต้นไม้ใหญ่ล้อมรอบสนามไว้ทั้งหมด รวมถึงพื้นที่นั่งเล่นก็จะอยู่ด้านข้างด้วย

ข้อดีของการจัดสวนแบบนี้ คือเราจะได้วิวพื้นที่สวนเขียวๆ ที่เคลียร์ๆ สะอาดตา ซึ่งสไตล์ในการตกแต่งก็ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละบุคคลนะคะ เราจึงขอข้ามไปพูดในเรื่องของฟังก์ชันกันต่อ

ภายในสวนก็จะมีเครื่องเล่นกลางแจ้งสำหรับเด็ก ซึ่งหญ้าในบริเวณนี้จะเป็นหญ้าปลอมจึงทำความสะอาด ดูแลง่ายและสีเขียวสดใสตลอด

มุมนั่งเล่นในสวนจะมีอยู่หลายจุดทีเดียว คิดว่ารองรับได้เพียงพอเลยแหละ / ส่วนตัวคิดว่าเวลาที่เหมาะกับการมาใช้สวนคือ ช่วงเย็นที่แดดร่มแล้วนะคะ

อย่างที่บอกว่าพอเป็นสวนสไตล์อังกฤษก็จะได้วิวสวนแบบเปิดโล่งแบบนี้

มาดู Facilities บนชั้น 2 ของ Clubhouse กันต่อ จะเป็นห้องเรียงกันตามที่ลูกศรชี้เลยนะคะ มีครบทั้ง Yoga Studio / Spa / Salon / Fitness สำหรับห้องน้ำจะมีอยู่ทั้งชั้น 1 และ 2 เลย

เราพามาดูด้านในห้องน้ำหญิงกันนะ ภายในดูกว้างขวาง ใครจะมาว่ายน้ำก็เก็บของไว้ใน Lockers ตรงนี้ได้ ภายในมีห้องอาบน้ำให้ล้างตัวเปลี่ยนเสื้อผ้า และ มี Sauna ด้วยค่ะ

บริเวณอ่างล้างมือมีการตกแต่งด้วยหินอ่อน และโคมไฟ ให้บรรยากาศเหมือนไปเที่ยวโรงแรม 5 ดาว

ส่วนที่เรารู้สึกชอบคือ อ่างล้างมือรุ่น Artist Edition ที่ทางโครงการเลือกใช้ เข้ากับก๊อกน้ำสีดำมากๆ

ด้านในแบ่งเป็นห้องน้ำ 3 ห้อง และห้องอาบน้ำ 1 ห้อง พอว่ายน้ำหรือออกกำลังเสร็จก็มาล้างเนื้อล้างตัวก่อนกลับเข้าบ้านได้

ด้านในห้องน้ำและห้องอาบน้ำดูกว้างขวางดี สุขภัณฑ์ในส่วนกลางทั้งหมดใช้ของ Kohler นะคะ

Facilities ชั้น 2 จะต้องขึ้นบันไดไปนะคะ

ทางเดินบนชั้น 2 จะเป็น Single Corridor เปิดให้รับวิวสระว่ายน้ำกันได้ตลอดทางเดินเลย พอได้วิวสระ+สวนสวยๆ แบบนี้ ทางโครงการก็จัดชุดโต๊ะเก้าอี้ไว้ให้นั่งเล่น ชมวิว ตลอดทางเดินด้วยเช่นกัน

The Yoga Studio จะเป็นห้องโล่งๆ ติดกระจกบานใหญ่ให้ดูท่าทางขณะเล่นโยคะได้ มีหน้าต่างบานใหญ่เพื่อเปิดให้อากาศถ่ายเท ช่วยให้ห้องไม่อบได้

ถัดมาคือ The Salon เผื่อไว้ให้ลูกบ้านเรียกช่างส่วนตัวมาแต่งหน้า ทำผมได้ ภายในติดตั้งเตียงสระผมไว้ให้เรียบร้อย

หรือถ้าลูกบ้านต้องการทำ Spa แบบเป็นส่วนตัว ก็สามารถเรียกช่างมานวดที่ห้องนี้ได้เช่นกัน ภายในติดตั้งเตียงสำหรับนวดไว้ 2 เตียง / ภายในห้องมีหน้าต่างบานใหญ่แทบจะ Floor to Ceiling ทำให้สามารถเสริมสวยกันไปชมวิวกันไปได้สบาย

ภายในห้อง Spa ก็จะมีห้องน้ำในตัวด้วย เพื่อความสะดวกและเป็นส่วนตัวในการใช้งาน

เวลาทำสปาเสร็จแล้วก็สามารถอาบน้ำได้เลยค่ะ

ถัดมาที่ Fitness เป็นห้องที่โปร่งโล่งมากๆ ดูน่าใช้งาน เพราะ ผนังทั้ง 3 ด้านจะเป็นบานหน้าต่างทั้งหมด / ภายในห้องจัดเครื่องออกกำลังกายให้มาประมาณ 10 เครื่อง

โครงการเลือกใช้เครื่องออกกำลังกายของยี่ห้อ Life Fitness เป็นแบรนด์เครื่องออกกำลังกายระดับบนที่ได้มาตรฐาน เห็นใช้กันตามโครงการบ้านคอนโดที่มีราคาสูง

เครื่องออกกำลังกายที่หันออกทางสระว่ายน้ำก็จะได้วิวสระ วิวสวนแบบนี้ ยิ่งถ้ามีคนว่ายน้ำ บรรยากาศคงยิ่งน่าใช้งานมากขึ้น^^

โครงการจัดเครื่องออกกำลังกายมาให้ครบ ตอบโจทย์ให้กับคนที่ต้องการออกกำลังกายแบบ Cardio และแบบ Weight Training เลย

ขึ้นมาที่ชั้นดาดฟ้า จะมี Golf Driving Cage ไว้ให้ลองซ้อมมือกันได้

ส่วนกลางที่เราไม่ค่อยเห็นในโครงการบ้านคือ Tennis Court เพราะส่วนกลางที่ต้องใช้พื้นที่เยอะแบบนี้เค้าจะจัดไว้ให้ตามคอนโดที่มีจำนวนยูนิตเยอะๆ จึงถือว่าดีเลย สำหรับโครงการที่มีลูกบ้านเพียง 51 แปลงค่ะ

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • อาคาร Clubhouse และสวนบนพื้นที่กว่า 2 ไร่ ประกอบไปด้วย
    • 23-meter Saltwater Lap Pool ลึก 1.2 m.
    • Kid’s Pool ลึก 0.6 m.
    • Fitness ใส่เครื่องออกกำลังกายประมาณ 10 เครื่อง
    • Library
    • Residents’ Lounge
    • Boardroom
    • Yoga Studio
    • Spa
    • Salon
    • Tennis Court
    • Golf Driving Cage
  • ระบบ CCTV ที่ Main Gate และภายในโครงการ
  • รั้วรอบโครงการสูง 5 เมตร
  • ถนนหลักกว้าง 12 ม. และถนนภายในกว้าง 9 ม.
  • เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง
  • ประตูรั้วโครงการแบบ รั้วกั้นไม้กระดกและเลื่อนไฟฟ้า
  • สัญญาณกันขโมย ระบบ Motion Sensor/ Smoke Detector ทุกหลัง

แบบบ้าน

การเลือกบ้านของโครงการ Crystal Solana (คริสตัล โซลานา) เราต้องเริ่มจากการเลือกแปลงที่ดินที่เราชอบก่อน จากนั้นก็เลือกแบบบ้าน Standard ซึ่งมีให้เลือกทั้งหมด 4 แบบ คือ

  • Emeralda บ้านเดี่ยว 4 ชั้น ที่ดิน 181.5 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 1,010 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 5 ห้องนอน / 7 ห้องน้ำ / 8 ที่จอดรถ / 2 ห้องแม่บ้าน
    – ราคาแปลงมาตรฐาน 105 ล้านบาท
  • Perla บ้านเดี่ยว 3 ชั้น ที่ดิน 135.6 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 745 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 5 ห้องนอน / 6 ห้องน้ำ / 8 ที่จอดรถ / 1 ห้องแม่บ้าน
    – ราคาแปลงมาตรฐาน 78 ล้านบาท
  • Zafira บ้านเดี่ยว 3 ชั้น ที่ดิน 125 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 685 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 6 ที่จอดรถ / 1 ห้องแม่บ้าน
    – ราคาแปลงมาตรฐาน 72 ล้านบาท
  • Diamonte บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดิน 123.8 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 490 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 6 ที่จอดรถ / 1 ห้องแม่บ้าน
    – ราคาแปลงมาตรฐาน 65 ล้านบาท

หลังจากที่เราได้แปลงที่ดินและรูปแบบบ้าน Standard ที่ชอบแล้ว เราจะได้ List รายการวัสดุมาตรฐานมา ซึ่งเราสามารถ Upgrade วัสดุและการตกแต่งต่างๆ รวมไปถึงการขอปรับแปลน / ฟังก์ชันห้อง ให้เข้ากับการใช้งานของแต่ละครอบครัวได้เลย เพราะเป็นบ้านสั่งสร้างนะคะ

บ้านตัวอย่างที่เราจะพาไปชมคือบ้านหลังใหญ่สุด แบบ Emeralda ซึ่งก่อนเข้าไปชมบ้านตัวอย่าง ขอบอกก่อนว่าบ้านมาตรฐานของแบบบ้านนี้จะมีราคาประมาณ 105 ล้านบาท ซึ่งโครงการ Upgarde การตกแต่งบ้านตัวอย่างเพิ่มเติม ทำให้บ้านหลังนี้มีราคาถึง 200 ล้านบาท

ที่โครงการตกแต่งเต็มที่ก็เพื่อโชว์ให้ลูกค้าเห็นว่า ทางโครงการมีวัสดุหลากหลายให้เลือก และลูกค้าโครงการนี้ก็สามารถไปเดินเลือกวัสดุชิ้นที่ชอบจาก CDC ได้เลย เพราะ K.E. Group เป็นเจ้าของ CDC ด้วยเช่นกัน เราจึงแนะนำให้ดูไว้เป็นตัวอย่างในการออกแบบเท่านั้น เพราะเวลาที่ซื้อจริงเราสามารถปรับทั้งแปลนและวัสดุได้หมดเลย..

ทีนี้เราจะพาไปดูบ้านตัวอย่างกัน เป็นบ้านสูง 4 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 1,010 ตร.ม. 4 ห้องนอน 7 ห้องน้ำ 7 ที่จอดรถ ในบ้านมีลิฟต์ทำให้อยู่อาศัยได้สะดวก โครงการวางคอนเซปต์ในการออกแบบบ้านหลังนี้ให้เหมาะกับครอบครัวที่ชอบจัดปาร์ตี้ ซึ่งเราจะเห็นได้จากฟังก์ชันในหลายๆ ส่วน

ต้องบอกว่าความละเอียดในการจัดฟังก์ชันและการเลือกใช้วัสดุของบ้านมีเยอะมากๆ ซึ่งล้วนแต่เป็นเรื่องที่เราอยากเล่าทั้งหมดเลย แต่กังวลว่าจะเยอะเกินไปเลยขอสรุปส่วนที่เป็นประเด็นสำคัญในการออกแบบแต่ละชั้นก่อน แล้วค่อยมาเจาะลึกรายละเอียดช่วงพาไปดูในบ้านนะคะ

Ground Floor Plan

1. การจัดพื้นที่ส่วนของ Maid แยกออกจากพื้นที่ของตัวบ้านหลักอย่างเป็นสัดส่วน เจ้าของบ้านจึงสามารถควบคุมได้ว่าจะให้แม่บ้านเข้าออกบ้านในช่วงเวลาไหน อย่างเช่นในช่วงที่ทุกคนไปต่างจังหวัดกันหมด ก็อาจจะล็อกบริเวณตัวบ้าน ให้แม่บ้านอยู่แค่โซนของตัวเองที่ด้านหลังก็ได้ เพราะโซนแม่บ้านเองก็ให้ฟังก์ชันห้องมาครบทั้งห้องนอน ห้องน้ำ ห้อง Laundry และครัวไทย

2. พื้นที่ Foyer เพิ่มความโอ่อ่าของตัวบ้าน เป็นพื้นที่ส่วนกลางโล่งๆ ให้แขกมาพักคอยหรือมานั่งใส่รองเท้าบริเวณนี้ได้ ส่วนนี้จะอยู่ใกล้กับ Shoe Closet ทำให้ใช้งานง่าย

3. Library จัดเป็นห้องรับรองแขกแบบเป็นทางการหน่อย ไม่ต้องการเสียงรบกวน หรือในเวลาที่เจ้าของบ้านไม่ได้อยากพาแขกขึ้นไปบนห้องนั่งเล่นที่ชั้น 2 ซึ่งเป็นพื้นที่พักผ่อนของครอบครัว ก็สามารถใช้ห้องนี้รับรองได้สะดวก และจะมีห้องน้ำในตัวมาให้ครบเลย

4. ที่จอดรถแบบมีซุ้มประตูให้ขับเข้ามาจอดด้านข้างบ้าน เป็นดีไซน์ที่นำมาจากฝรั่งเศส ซึ่งแตกต่างจากบ้านทั่วไปที่จะเป็นที่จอดรถด้านหน้าบ้าน สามารถจอดได้ 8 คัน (จอดได้จริง แบบ 4 คันในช่องจอดและ อีก 4 แบบจอดซ้อนคัน) แต่ดูระยะที่ให้มาไม่น่าจะสามารถกลับรถได้ เวลาออกจากบ้านต้องใช้วิธีถอยรถ ซึ่งเวลาที่เราซื้อบ้านมา คงจะต้องมีการดีไซน์ทางเดินรถใหม่ ให้ลงตัวกับจำนวนรถของแต่ละครอบครัวค่ะ

5. บันไดขึ้นเฉลียงชั้น 2 ที่อยู่ติดกับที่จอดรถ ไว้ใช้ในกรณีที่มีการจัดปาร์ตี้ เพื่อนๆ ก็สามารถขึ้นบันไดนี้ไปที่เฉลียงชั้น 2 ได้โดยตรงแบบไม่ต้องเดินผ่านตัวบ้านเลยค่ะ

2nd Floor Plan

1. พื้นที่ส่วนแรกที่เราว่าสนใจบนชั้นนี้คือ พื้นที่ของห้องรับแขก (Great Room) ตำแหน่งตรงกลางตัวบ้านเลย ขึ้นบันไดหรือลิฟต์มาก็จะเจอเป็นส่วนแรก พื้นที่ตรงนี้มีขนาดใหญ่และเชื่อมต่อกับทุกส่วนในชั้นนี้ ทำให้สมาชิกในครอบครัวได้มีปฎิสัมพันธ์กันหมด เห็นกันได้ แม้ว่าจะทำกิจกรรมที่ต่างกันหรืออยู่คนละห้องกัน

2. Nook เป็นมุมทานอาหารเช้า แบบเบาๆ สบายๆ ไม่ได้ต้องจัดโต๊ะเต็มเหมือนมื้ออื่นๆ โดยพื้นที่ส่วนนี้จะเชื่อมกับครัว จึงเดินมาเสิร์ฟง่าย เหมาะกับช่วงเวลาในตอนเช้า หรือช่วงอาหารว่าง ออกแบบเป็นทรงครึ่งวงกลม จึงมีความเก๋ เป็นสไตล์อังกฤษ

3. พื้นที่ระเบียงขนาดใหญ่ ที่มีทั้งพื้นที่แบบ Semi-Outdoor และโซนที่เป็น Outdoor เลย ซึ่งใหญ่ขนาดที่ใช้จัดปาร์ตี้ได้ พูดให้เห็นภาพชัดๆ คือวางอ่างจากุซซี่ขนาด 6 ที่นั่งได้ โซนนี้เองที่มีบันไดขึ้นมาจากบริเวณที่จอดรถได้เลย จึงเป็นพื้นที่ๆ เหมาะกับการจัดปาร์ตี้ Outdoor จัดงานวันเกิดได้ และถ้าต้องการแอร์เย็นๆ ก็สามารถย้ายเข้ามานั่งเล่นในห้องรับแขกที่อยู่ติดกันได้สะดวก

3rd Floor Plan

ชั้นนี้จะเริ่มมีความเป็นส่วนตัวขึ้นมากขึ้น ทางโครงการจึงวาง Master Bedroom ไว้บนชั้นนี้ ส่วนที่เราว่าน่าสนใจคือ

1. พื้นที่ภายใน Master Bedroom ที่ใหญ่ประมาณครึ่งหนึ่งของชั้นนี้เลย ซึ่งภายในห้องก็จะมีมุม Master Retreat หรือเรียกว่าพื้นที่นั่งเล่น ดูทีวี ให้เจ้าของบ้านได้พักผ่อนในเวลาที่ต้องการความเป็นส่วนตัว

2. Master Bathroom ที่จัดฟังก์ชันมาครบแบบ His and Her จริงๆ คือทั้งอ่างล้างหน้า สุขภัณฑ์ และ Shower Box อย่างละ 2 ชุดทั้งหมด และมีอ่างจากุซซี่ที่สามารถนั่งแช่ได้พร้อมกัน 2 คนด้วย

นอกจากนี้ยังมี Bedroom 2 เป็นห้องนอนสำหรับลูกคนโปรด และห้องอเนกประสงค์อีก 1 ห้อง ที่ในแปลนเขียนไว้ว่าเป็น Gym แต่เราสามารถปรับเป็นห้องทำงานหรือฟังก์ชันอื่นๆ ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์เราได้เลย

4th Floor Plan

ชั้นบนสุดของบ้านหลังนี้มีพื้นที่อเนกประสงค์ตรงกลางโล่งๆ ให้เจ้าของบ้านจัดฟังก์ชันได้ตามไลฟ์สไตล์เลย สำหรับบ้านตัวอย่างจะจัดไว้เป็นพื้นที่พักผ่อน มีทั้ง Game Room, Lounge บนชั้นนี้จะมีห้องนอนอีก 2 ห้อง และห้องอเนกประสงค์อีก 1 ห้อง ที่เขียนไว้ในแปลนว่าเป็นห้องพระ (Spurutual) ซึ่งในบ้านตัวอย่างจะเป็นห้องสำหรับเล่น Board Game ที่อาจส่งเสียงดัง ก็มาเล่นในห้องจะได้ไม่รบกวนสมาชิกคนอื่น จุดที่น่าสนใจบนชั้นนี้คือ

1. Terrace พอเป็นบ้าน 4 ชั้น ทำให้เราสามารถออกแบบระเบียงได้หลายจุด ให้ออกมานั่งเล่น รับลม หรือเอาเครื่องดื่มจาก Lounge มานั่งทานตรงนี้ได้

2. Nook มุมนั่งเล่นส่วนนี้เป็นพื้นที่ส่วนกลางอีกมุมหนึ่ง ที่ให้สมาชิกในบ้านมาใช้เปลี่ยนบรรยากาศได้

จุดเด่นอย่างแรกในการออกแบบบ้าน คือ ไม่ได้มีที่จอดรถอยู่ด้านหน้าบ้านเหมือนโครงการทั่วไปนะ เค้าออกแบบมาให้ที่จอดรถอยู่ด้านข้างบ้าน โดยที่ต้องขับผ่านซุ้มประตูเข้าไป เวลาที่กลับมาถึงบ้าน คนขับรถก็จอดให้เจ้าของบ้านลงที่ Main Entrance ส่วนตัวเองก็ขับผ่านซุ้มประตูเข้าด้านข้างตัวบ้านไป แบบนี้ทำให้บริเวณหน้าบ้านดูหรูหรา สวยงาม

ดีไซน์ที่จอดรถแบบนี้เรียกกันว่า Porte Gochere มีแรงบันดาลใจมาจาก Drop-Off ของการจอดรถม้าที่ฝรั่งเศสที่จะเป็นซุ้ม มีหลังคาบังแดดบังฝน ในส่วนโครงสร้างพื้นที่จอดรถลงเสาเข็มลึก 22 m. เท่าตัวบ้านเลย จึงไม่ต้องกังวลเรื่องการทรุดตัวที่แยกกับตัวบ้านค่ะ

เข้ามาด้านในสามารถจอดได้ทั้งหมด 8 คัน แบบจอดซ้อนคันนะคะ ฝั่งขวามีทางเดินเข้าทางประตูหลังบ้าน / ไปโซน Maid และครัวไทยได้ง่าย ส่วนฝั่งซ้ายมีบันไดขึ้นไประเบียงชั้น 2 ได้เลย

ด้านข้างที่จอดรถจะมีบันได Outdoor สำหรับขึ้นไประเบียงชั้น 2 ได้ เหมาะกับครอบครัวที่ชอบจัดปาร์ตี้มากๆ เวลาเพื่อนๆ จอดรถเสร็จก็เดินขึ้นมาได้เลย ไม่ต้องไปผ่านในตัวบ้าน  สำหรับพื้นที่สวนด้านข้างบ้านจะเหลือเท่าไหร่ก็ขึ้นอยู่กับแปลงที่ดินที่เลือกเลยนะคะ

Main Entrance มีซุ้มประตูสูงสไตล์ยุโรป สังเกตวัสดุปิดผิวอาคารเป็น Italian Marble หนา 2 mm. ซึ่งโครงการจะมี 2 Options ให้เลือกคือหินอ่อนชนิด Limestone สีเบจ และ Travertine สีครีม

หลังคาก็ใช้วัสดุ Premium เช่นกัน ซึ่งทางโครงการเลือกใช้กระเบื้องที่ดีที่สุดของ SCG คือรุ่น Modern Excella เป็นกระเบื้องดินเผา อบที่อุณหภูมิ 1,100 องศาเซลเซียส ทำให้สีไม่เฟดค่ะ

ประตูหลักของบ้านตัวอย่างเป็น Super Hi-Gloss บานใหญ่ ซึ่งสเปคมาตรฐานจะเป็นประตูไม้สักแต่ไม่ได้พ่น Hi-Gloss นะคะ / สิ่งที่เราชอบคือ เซตลูกบิดประตู ที่ให้ของ Baldwin ลองเปิดปิดดูแล้วใช้งานง่าย ไม่มีฝืดเลย และ Fitting หนาแน่นดีมาก

เข้ามาด้านในบ้าน พื้นที่ส่วนแรกจะเป็น Foyer คือโถงต้อนรับ ทำให้ตัวบ้านดูโอ่อ่า ซึ่งบริเวณชั้น 1 นี้จะไม่ใช่พื้นที่อยู่อาศัยหลักของบ้านนะคะ เค้าเตรียมไว้สำหรับรับแขก / เก็บรองเท้า / เก็บของ เท่านั้น พื้นที่อยู่อาศัยหลักๆ จะเริ่มที่ชั้น 2 ขึ้นไปค่ะ

โครงการออกแบบให้บริเวณ Foyer มีฝ้าเพดานสูงพิเศษถึง 6.8 m. ไว้ให้ติด Chandelier ได้

วัสดุของพื้นมาตรฐานในชั้นนี้จะเป็น Composite Marble หนา 1.2 mm. นำเข้าจากอิตาลี หินชนิดนี้ขึ้นชื่อในเรื่องของความทนทานแข็งแรงกว่าหินอ่อนชนิดอื่นๆ แต่พื้นจริงที่ให้จะไม่ได้เป็นลายขาวดำสลับกันแบบนี้ จะเป็นสีเดียวเรียบๆ

แต่ถ้าชอบพื้นแบบบ้านตัวอย่างก็สามารถ Customize ได้นะคะ สำหรับพื้นบ้านตัวอย่างนี้มีเทคนิคการตัดหินด้วยเครื่อง Water Jet ทำให้ขอบทุกชิ้นหินเรียบเนียน เอามาวางต่อกันได้เหมือนเป็นหินชิ้นเดียวกัน ไม่มีรอยต่อให้สะดุดค่ะ

ติดกับ Foyer จะมี Library และ Shoe Closet

สวิตซ์ไฟด้านหน้า Library ติดตั้งไว้ให้มีหลาย Mode สามารถปรับไฟได้หลายอารมณ์ เช่น Welcome ไฟก็จะสว่างหน่อย / Relax ก็จะลดไฟให้มืดลง ซึ่งวัสดุมาตรฐานจะให้มาเป็นสวิตซ์ของ Bticino ปกติไม่ได้ใส่ Options แบบนี้ แต่ถ้าลูกบ้านอยาก Upgrade วัสดุให้เป็นแบบนี้ก็สามารถทำได้ค่ะ

ภายใน Library จะแต่งออกมาเป็นห้องรับรองแขก ใช้สำหรับต้อนรับแขกที่ออกจะเป็นทางการหน่อย ไม่ได้อยากพาขึ้นไปขั้นบนที่เป็นพื้นที่พักผ่อนของสมาชิกในครอบครัว

ห้องนี้มีดีไซน์เก๋ๆ แบบ Glass House เปิดมุมมองในการชมสวนรอบบ้านได้กว้างขึ้น และทำให้บ้านดูโก้หรูขึ้น เป็นหน้าเป็นตาให้เจ้าของบ้านได้

พื้นที่ภายในห้องนี้ สามารถวางชุดโซฟาขนาดใหญ่ได้ หรือจะวางเป็นโซฟาเดี่ยวหลายๆ ตัวแบบบ้านตัวอย่างก็ได้ และภายในห้องก็จะมีห้องน้ำในตัวด้วย

ห้องน้ำแบบ Powder Room มีพื้นที่กว้างขวาง ภายในใช้สุขภัณฑ์และวัสดุอุปกรณ์ของ Kohler ทั้งหมด

ในส่วนของ Shoes Closet สามารถทำชั้นวางรองเท้าได้เยอะ คำนวณคร่าวๆ จากที่เห็นก็ประมาณเกือบ 100 คู่ได้นะคะ

ถัดเข้ามาด้านใน สำหรับพื้นที่ใช้สอยของชั้น 1 ก็ไม่ได้มีฟังก์ชันอะไรแล้ว เป็น Circulations ซะส่วนมาก ได้แก่ทางเดินเข้าออกจากทางประตูหลังบ้าน พื้นที่รอลิฟต์ และบันไดขึ้นชั้นบนค่ะ

สำหรับลิฟต์ที่โครงการเลือกใช้ก็ไม่ธรรมดาใช้ของ Kone บริษัทเก่าแก่นับ 100 ปีจากฟินแลนด์ มีชื่อเสียงในเรื่องของเทคโนโลยีและงานดีไซน์ที่สวยงาม สามารถเลือกสีลิฟต์ได้ว่าอยากใช้สีเงินหรือสีทองแบบในบ้านตัวอย่าง

และเรายังสามารถเลือกสีของตัวเลขที่โชว์บนหน้าจอที่โชว์ได้ถึง 5 สี

ลิฟต์รองรับ 400 kg. ขึ้นได้ทีละประมาณ 5 คน หรือผู้สูงอายุนั่งรถเข็นก็สามารถเข็นเข้าได้ / พื้นภายในลิฟต์ของจริงจะเป็น Composite Marble เรียบๆ ไม่ได้มีลายแบบในบ้านตัวอย่างนะคะ

มาดูในส่วนของหลังบ้านกันบ้าง ประตูหลังบ้านบานนี้จะเชื่อมมาจากที่จอดรถ ในเวลาที่เราขับรถกลับมาบ้านเอง พอจอดรถเสร็จก็สามารถเดินเข้าบ้านทางประตูด้านหลังได้สะดวก

ส่วนที่อยากให้ดูคือสเปคของประตู ทางโครงการจะติดตั้งของ Windsor จาก SCG มาให้  Fitting ดูหนาแน่นแข็งแรง มีขอบยางกันเสียง ซึ่งเราลองแล้วรู้สึกว่าไม่มีเสียงรบกวนจากงานระบบหลังบ้านผ่านเข้ามานะ

นอกจากนี้ทางโครงการก็มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการอยู่อาศัยมากขึ้นด้วยการติด Motion Sensor มาให้ด้วย ส่วนตัวรู้สึกว่าน่าจะให้ระบบรักษาความปลอดภัยที่มาขึ้นกว่านี้อีกหน่อย สำหรับบ้านราคานี้นะคะ

ออกมาด้านหลังบ้านจะเป็นโซนแม่บ้าน ซึ่งทางโครงการแยกออกมาชัดเจนเพื่อความเป็นส่วนตัวของลูกบ้าน ก็จะมีห้องนอน/ห้องน้ำของแม่บ้าน Laundry และ ครัวไทย อยู่ในโซนนี้ครบเลย

หากมีช่วงที่ทุกคนไปต่างจังหวัดกันหมด ก็อาจจะล็อกบริเวณตัวบ้าน ให้แม่บ้านอยู่แค่โซนของตัวเองที่ด้านหลังก็ได้

ไปดูที่ชั้น 2 กันต่อนะคะ เริ่มต้นจากบันไดหลักของบ้าน ที่ออกแบบมาให้ลูกนอนมีขนาดใหญ่ และกว้างกว่ามาตรฐาน ทำให้ดูโอ่อ่า พื้นบันไดเป็น Composite Marble จึงได้ความรู้สึกที่ต่อเชื่อมจากพื้นดูสวยงามไม่ขัดตา

ราวจับบันไดทำมาจาก Wrought Iron เป็นเหล็กชนิดที่มีความแข็งแรงที่สุด และไม่เป็นสนิม ส่วนที่เราเลือกได้คือลายของราวจับบันได ทางโครงการก็จะมีลายต่างๆ ให้เลือกอีกทีค่ะ

ถัดขึ้นมาที่ชานพักบันได จะมีหน้าต่างอยู่ 2 ช่วงด้วยกัน ทำให้บริเวณนี้ได้แสงธรรมชาติค่อนข้างมาก ช่วงเวลากลางวันไม่ต้องเปิดไฟก็มองเห็นได้ถนัดนะคะ

ส่วนที่อยากให้สังเกตอีกอย่างคือสีของผนัง โครงการเลือกใช้สียี่ห้อ Sherwin Williams แบรนด์ดังอันดับ 1 ของอเมริกา แบรนด์เดียวกับที่ใช้ทาตึกทำเนียบขาว (White House) จึงเชื่อใจในเรื่องคุณภาพได้

สังเกตดูว่าวัสดุในหลายๆ ส่วนจะมีความ Premium ซึ่งเราคิดว่าพวกดีเทลพวกนี้แหละ ที่เป็นทำให้บ้านโครงการนี้มีราคาสูงแตกต่างจากบ้านทั่วไป

ทางโครงการจะมีขอบบัวเก็บให้เรียบร้อย แต่จะไม่ได้มีรายละเอียดเยอะอย่างขอบบัวที่บ้านตัวอย่าง ซึ่งเราสามารถ Upgrade เพิ่มได้ค่ะ


ขึ้นมาที่ชั้น 2 ส่วนแรกที่เราจะเจอคือ พื้นที่ส่วนกลางสำหรับรับแขก+นั่งเล่น ที่สมาชิกในบ้านจะมานั่งดูทีวีด้วยกันได้

Great Room ในบ้านตัวอย่างจะต่างจากแปลนนิดหน่อย เพราะเค้าเอาฉากกั้นห้องออก  (บริเวณเส้นประสีเหลือง) ทำให้พื้นที่ทางเดินรวมเข้ากับพื้นที่นั่งเล่น กลายเป็นพื้นที่อเนกประสงค์ใหญ่ๆ ส่วนตัวเราชอบแบบนี้นะ ดูโล่งดี แต่ก็ต้องใช้แอร์ตัวใหญ่ขึ้น ค่าไฟเพิ่มขึ้นอีกหน่อยค่ะ

พื้นที่บริเวณนี้สามารถวางชุดโซฟาขนาดใหญ่แบบ 8-10 ที่นั่งได้

ส่วนที่เราชอบคือพื้นที่นั่งเล่นของบ้านนี้จะอยู่ตรงกลางเลย เชื่อมเข้ากับห้องต่างๆ ทั้งหมดในชั้นนี้ ทำให้ทุกห้องของตัวบ้านเชื่อมต่อถึงกันได้หมด เราจะพาไปชมทีละห้องนะคะ

ห้องน้ำส่วนกลางที่ชั้นนี้จะเน้นสำหรับรับรองแขก เพราะปกติสมาชิกในบ้านจะมีห้องน้ำส่วนตัวในห้องนอนตัวเองอยู่แล้ว ดังนั้นชุดสุขภัณฑ์ของห้องนี้จะมีสเปคที่สูงขึ้นมา โดยจะใช้ของ Kohler ทั้งหมด

ตัวอย่างสเปควัสดุที่ดีกว่าห้องนอนทั่วไป คือ สุขภัณฑ์ จะเป็นรุ่นที่มีขนาดใหญ่กว่า ส่วนที่ฉีดชำระและที่แขวนทิชชู่จะไม่ได้เป็นวัสดุมาตรฐานที่ติดตั้งมาให้นะคะ ถ้าอยากได้แบบบ้านตัวอย่างต้อง Upgrade เพิ่มเอาค่ะ

ถัดมาที่ห้องครัวบนชั้น 2 หรือที่โครงการเรียกว่า Gourmet Kitchen เป็นครัวขนาดใหญ่ ทำอาหารจริงจังได้ แต่แนะนำเป็นอาหารที่ไม่ได้มีกลิ่นฉุนมากนัก เพราะกลิ่นจะกระจายไปห้องอื่นๆ ได้ง่าย ถ้าอยากทำอาหารไทยที่กลิ่นและควันเยอะๆ ก็สามารถใช้ครัวไทยที่โซนแม่บ้านได้

ห้องครัวมีพื้นที่ขนาดใหญ่ให้ทำ Pantry + Island แบบนี้ได้ ซึ่งชุดครัวจะไม่ได้ให้มานะคะ ที่บ้านตัวอย่างแค่ตกแต่งไว้ให้ดูเป็นไอเดียเท่านั้น ใครชอบชุดครัวแบบนี้ก็เลือกใช้แบรนด์ Poggenpohl นะคะ / ติดกันเป็น Nook คือ มุมเล็กๆ สำหรับนั่งทานอาหารยามเช้า เวลาทำอาหารเสร็จก็ยกไปเสิร์ฟได้ง่าย

มุมนั่งทานอาหารตรงนี้เป็นอีก Highlight นึงที่เราค่อนข้างชอบเลย เพราะเป็นมุมนั่งทานอาหารที่ได้นั่งติดหน้าต่าง และมีประตูระเบียงเปิดออกไปให้เดินย่อยอาหารได้

พื้นที่ทานอาหารตรงนี้สามารถมองเห็นบรรยากาศใน Great Room และ Dining ได้ ทำให้คนในบ้านมีปฏิสัมพันธ์ พูดคุยกันได้ แม้ว่าจะทำกิจกรรมที่ต่างกัน เช่น คุณพ่อคุณแม่อาจจะนั่งดูทีวีอยู่ตรงห้องนั่งเล่น ก็พูดคุยกับลูกที่นั่งทานอาหารเช้าได้

ถัดมาที่ห้อง Dining ความรู้สึกแรกเลยคือบรรยากาศที่โปร่งโล่ง เพราะห้องนี้มีช่องเปิดถึง 3 ด้าน

ภายในมีพื้นที่สำหรับวางโต๊ะรับประทานอาหารขนาดใหญ่ รองรับได้ถึง 10 ที่นั่ง

สเปคของหน้าต่างในบ้านนี้ทั้งหมด จะใช้ของ Windsor ของ SCG รุ่นนี้เปิดออกได้กว้างเลย ทำให้ระบายอากาศได้ดี

หน้าต่าง Windsor มีตัวล็อคที่แน่นหนากว่าแบรนด์ปกติ เราต้องกดปุ่มตรงกลางก่อน จึงสามารถหมุนก้านโยกให้เปิดปิดได้ ช่วยให้ปลอดภัยขึ้น

จากห้อง Dining จะมีประตูเปิดออกไประเบียงได้ เวลาทานอาหารเสร็จแล้วก็สามารถออกไปเดินเล่น นั่งเล่นต่อที่ระเบียงได้สะดวก

พื้นที่ระเบียงส่วนแรก (Loggia) มีลักษณะเป็นพื้นที่ Semi-Outdoor มีหลังคากันแดด กันฝน จึงใช้งานได้ตลอดทั้งวัน

ระเบียงส่วนนี้มีขนาดใหญ่พอสมควร ให้วางชุดเก้าอี้รับแขกขนาด 5 ที่นั่งได้ ถ้าตกแต่งบรรยากาศรอบๆ ด้วยต้นไม้กระถาง ก็ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บนสวนลอยฟ้าได้เหมือนกันนะคะ

จริงๆ แล้วพื้นที่ระเบียงส่วนใหญ่บนชั้นนี้ จะเป็นระเบียงแบบเปิดโล่ง ไม่มีหลังคา เป็นทรงตัว L ล้อมห้องนั่งเล่นเอาไว้ ชั้นนี้จึงเหมาะกับการจัดปาร์ตี้มากๆ มีทั้งมุมนั่งเล่นได้ทั้งในและนอกตัวบ้าน พร้อมห้องครัวและห้องทานอาหารครบถ้วน

ส่วนที่เป็น Highlight สำหรับระเบียงนี้คือ มีพื้นที่ให้สามารถวางอ่างจากุซซี่ขนาดใหญ่แบบแช่พร้อมกัน 6 คนได้ จากมุมที่ตั้งยังได้วิวจากต้นไม้รอบๆ ถ้าอยากได้บรรยากาศแบบนี้ก็อย่าลืม ออกแบบสวนให้มีมุมปลูกต้นไม้ใหญ่บริเวณหน้าบ้านด้วยนะคะ

อ่างจากุซซี่ราคาประมาณ 1 ล้านบาท ถ้าอยากติดเพิ่มก็สามารถ Request จากทางโครงการได้เช่นกัน เพราะโครงการมี Supplier วัสดุในมือที่หลากหลาย ครบครันค่ะ

นอกจากนี้ก็มีพื้นที่ระเบียงให้วาง Day Bed สำหรับนอนรับลม ชมวิวได้อีกด้วย /  มองไปทางซ้ายสุดจะมีบันไดที่เชื่อมจากที่จอดรถให้ขึ้นมาระเบียงได้เลย สะดวกสำหรับครอบครัวที่ชอบการจัดปาร์ตี้จริงๆ


ขึ้นมาที่ชั้น 3 จะเริ่มเป็นชั้นที่มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ในชั้นนี้จึงเป็นที่ตั้งของ Master Bedroom และ Bedroom 2

ภายใน Master Bedroom จะมีพื้นที่ที่มากกว่าห้องนอนอื่นๆ โดยเฉพาะพื้นที่ในส่วนนี้ ที่ทางโครงการเรียกว่า Master Retreat คือ พื้นที่พักผ่อนดูทีวีสำหรับเจ้าของบ้าน เผื่อเวลาที่ต้องการพักผ่อนอย่างเป็นส่วนตัว / ส่วนห้องนอนจะอยู่เข้าไปด้านในอีกทีหนึ่ง

พื้นที่ Master Retreat จะมีชุดโซฟาแบบเข้ามุม ซึ่งเวลานั่งพักผ่อนในมุมนี้ จะช่วยเปิดมุมมองให้เห็นวิวภายนอกได้มากขึ้น

Master Bedroom จะเป็นห้องที่ถัดเข้ามาด้านใน เพื่อให้ได้ความสงบมากขึ้น ภายในห้องมีหน้าต่าง 2 ฝั่งเลย ได้หน้าต่างบานใหญ่ตั้งแต่พื้นสูงเกือบจรดฝ้า ทำให้ดูโปร่งโล่งขึ้นกว่าปกติ

พื้นที่ภายใน Master Bedroom มีขนาดใหญ่ สามารถวางเตียงใหญ่ King Size ได้ ด้านในจะมีประตูเปิดเข้าไปยัง Walk-in Closet และ Master Bathroom ที่อยู่ด้านในเข้าไปอีก ส่วนที่เราชอบคือ เค้าออกแบบให้มีประตูทางเข้า 2 ทาง ทำให้ใช้งานพร้อมกัน 2 คนได้แบบสบายๆ

ภายใน Walk-in Closet มีพื้นที่ขนาดใหญ่ สามารถ Built-in ได้ครบ ตั้งแต่โต๊ะเครื่องแป้ง ตู้เสื้อผ้าที่สูงจนถึงฝ้าเพดาน และมีพื้นที่ให้ทำตู้เก็บของ Island ไว้ตรงกลางได้

สำหรับห้องน้ำจะเข้าผ่านทาง Walk-in Closet มีประตูห้องน้ำอยู่ทางขวา

ส่วนที่เราชอบมากอีกอย่างคือ Master Bathroom นี่แหละ เพราะเค้าออกแบบมาให้เป็น His&Her ทั้งหมด ตั้งแต่โถสุขภัณฑ์ 2 ห้อง / Shower Box 2 ห้อง / ในส่วนของจากุซซี่ก็เป็นแบบแช่ได้พร้อมกัน 2 คนเลยด้วย

Highlight ของห้องน้ำ Master Bedroom ก็คือ พื้นที่ตรงอ่างอาบน้ำที่เปิดให้เห็นวิวภายนอก

ตัวอ่างจะได้ของ Kohler ตามแบบในบ้านตัวอย่างเลย เป็นอ่างขนาดใหญ่ ออกแบบมาให้แช่ได้พร้อมกัน 2 คน

ตำแหน่งของ Shower Box จะอยู่ทั้ง 2 ฝั่งของอ่างจากุซซี่ เป็นห้องแบบ See Through นะคะ กั้นด้วยประตูกระจกบานเปิดปิด สูงแบบ Full Height ไปเลย ดูโอ่โถงมาก

ภายในพื้นที่อาบน้ำจะติดตั้งอุปกรณ์เอาไว้ ได้ฝักบัวทั้งรูปแบบ Hand Shower และ Rain Shower ซึ่งวัสดุอุปกรณ์ทั้งหมดในห้องน้ำนี้จะติดตั้งให้เป็นของ Kohler นะคะ

ภายในห้องน้ำมีการตกแต่งดีเทลต่างๆ มาในโทน Bronze จึงดูหรูหรา ถ้าติดกระจกบานใหญ่แบบในบ้านตัวอย่าง จะทำให้ห้องน้ำดูกว้าง และโปร่งโล่งขึ้นอีก อ่างล้างมือจะได้แบบ His&Her ทำให้สามารถใช้งานพร้อมกันได้ 2 คน และมีพื้นที่ด้านข้างอ่างแต่ละฝั่งให้วางของได้อีกด้วย

อ่างล้างมือในบ้านตัวอย่างจะเป็นรุ่น Artist Edition ลาย Lilies เป็นวัสดุที่ทางโครงการ Upgrade ขึ้นมาให้ดูมีดีเทลมากขึ้น ซึ่งวัสดุมาตรฐานที่จะได้จะเป็นอ่างที่ดูเรียบๆ กว่านี้ มาเป็นเซตพร้อมก๊อกน้ำสีทอง

ห้องวางโถสุขภัณฑ์ทั้ง 2 ห้อง จะเป็นแบบ See Through เช่นกัน

ภายในติดตั้งสุขภัณฑ์ไว้ให้ เป็นสุขภัณฑ์ชิ้นใหญ่ชิ้นเดียวให้นั่งได้สบาย ซึ่งของจริงที่ได้ก็จะเป็นรุ่นนี้เลย / ส่วนที่ฉีดชำระและที่แขวนกระดาษทิชชู่ จะเป็นแบบที่ดูเรียบๆ กว่านี้ เราสามารถ Upgarde ขึ้นมาเป็นรุ่นตามแบบในบ้านตัวอย่างได้นะ

มาที่ Bedroom 2 ห้องนี้จะเป็นห้องนอนที่มีขนาดรองจาก Master Bedroom หรือจะเรียกว่าเป็นห้องนอนของลูกคนโปรดก็ได้

เปิดประตูเข้ามาจะมีพื้นที่ Foyer อยู่หน้าห้อง แยกห้องน้ำ และพื้นที่ Walk-in Closet ไว้เป็นสัดส่วน

Walk-in Closet มีขนาดใหญ่ ให้ Built-in ตู้ได้เต็มพื้นที่ ดูจากบ้านตัวอย่างแล้วก็สามารถเก็บเสื้อผ้าได้เยอะมากอยู่นะคะ

ด้านในมีพื้นที่ให้วางโต๊ะเครื่องแป้งขนาดใหญ่ได้ แต่ส่วนตัวเราอยากให้ห้องนี้มีหน้าต่างนะ จะได้มีแสงธรรมชาติผ่านเข้ามาใช้ในเวลาแต่งหน้าได้ เลยคิดว่าห้องนี้น่าจะเหมาะกับคุณผู้ชายมากกว่า

ในส่วนของห้องน้ำมีการจัดผังภายในเป็นสัดส่วน แยกส่วนเปียก/แห้ง เรียบร้อย และให้ฉากกั้นกระจกมาด้วย / สุขภัณฑ์และวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ จะให้ของ Kohler ทั้งหมด

ขนาดพื้นที่ห้องสามารถวางเตียง Size ใหญ่ 6 ฟุตได้ ห้องนอนนี้หันไปทางหลังบ้าน จึงเน้น Take View หน้าบ้านเป็นหลัก

พื้นที่ปลายเตียงจะมีพื้นที่เหลือให้ Built-in ชั้นวางทีวี ส่วนด้านข้างจัดเป็นมุมทำการบ้าน อ่านหนังสือได้

ออกมาที่ทางเดินบนชั้น 3 มีความกว้างพอสมควรเลย เราจึงสามารถวางชุดโซฟาเล็กๆ ไว้นั่งพักคอยได้ สุดปลายทางเดินจะมีห้องอเนกประสงค์อีก 1 ห้อง ถ้าดูตามแปลนจะจัดเป็น Gym แต่ในบ้านตัวอย่างจัดไว้เป็นห้องทำงานค่ะ

ภายในห้องอเนกประสงค์สามารถจัดเป็นห้องทำงานได้ลงตัว บรรยากาศของห้องดูโปร่งโล่งด้วยช่องแสงทั้ง 3 ด้าน

ภายในมีพื้นที่ให้วางโต๊ะทำงาน และ Built-in ชั้นวางหนังสือได้ ซึ่งห้องนี้จะมีระเบียงในตัวด้วย

พื้นที่ระเบียงเป็นทรงยาว ไม่ได้กว้างมาก เวลาทำงานเหนื่อยๆ ก็ออกมาเดินเล่น ชมวิว เปลี่ยนบรรยากาศ / ห้องนี้มีตำแหน่งอยู่บริเวณหน้าบ้าน ถ้าเราปลูกต้นไม้ใหญ่บริเวณหน้าบ้านจะช่วยสร้างร่มเงา และสร้างบรรยากาศที่ดูร่มรื่นให้ห้องนี้ได้


ขึ้นมาที่ชั้น 4 จะเจอกับพื้นที่ส่วนกลางที่มี Theme ในการตกแต่งต่างจากที่ชั้น 2 โดยชั้นนี้จะมีโทนเข้มดูสุขุมมากขึ้น กิจกรรมก็ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาหน่อย อย่างเช่น มีโต๊ะสนุ๊ก / Lounge และมีห้องอเนกประสงค์ 1 ห้อง ถ้าดูในผังจะเป็นห้อง Spiritual ซึ่งก็คือห้องพระ แต่ในบ้านตัวอย่างจัดไว้เป็นห้องสำหรับเล่น Board Game ค่ะ

พื้นที่ Lounge สามารถ Built-in ชั้วางของขนาดใหญ่ได้ ใส่ตู้แช่ไวน์ได้ 2 ตู้เลย ส่วนโต๊ะบาร์มีความยาวให้วางเก้าอี้บาร์ได้ 3 ที่นั่ง

ภายในโซนเตรียมเครื่องดื่มมีพื้นที่ทางเดินกว้างขวาง ยืนเตรียมเครื่องดื่มกัน 2-3 คนได้สบาย พื้นที่ตรงนี้กว้างพอให้ติดตั้งอ่างล้างจานและมีพื้นที่เตรียมอาหารเล็กๆ น้อยๆ ได้ด้วย

ส่วนที่เราชอบคือ การออกแบบระเบียงให้อยู่ติดกับ Lounge เลย เวลาทานเครื่องดื่มก็สามารถเลือกนั่งแบบ Indoor หรือ Outdoor ก็ได้

ระเบียงบนชั้น 4 จะเป็นพื้นที่เปิดโล่ง ถ้าเลือกให้ระเบียงนี้อยู่ทางทิศเหนือหรือตะวันออก เราก็จะสามารถใช้พื้นที่ส่วนนี้ได้ตั้งแต่ช่วงบ่ายๆ เลย เพราะจะไม่มีแดดส่องเข้ามาทางทิศนี้ในช่วงบ่ายนะคะ

จากชั้น 4 ก็จะได้วิวโล่งๆ เป็นบรรยากาศภายในหมูบ้าน แตกต่างจากระเบียงชั้น 2 ที่จะได้วิวต้นไม้รอบๆ บ้านค่ะ

กลับเข้ามาด้านในตัวบ้านจะมีพื้นที่ส่วนกลางกว้างๆ ที่สามารถวางโต๊ะสนุ๊กได้เลย ซึ่งเราสามารถออกแบบเป็นฟังก์ชันอื่นๆ ที่เข้ากับไลฟ์สไตล์ของครอบครัวได้เลย

บริเวณพื้นที่ส่วนกลางในชั้นนี้ยังมีมุมนั่งเล่นเก๋ๆ ที่ออกแบบไว้ให้เข้ามุมพอดี ข้อดีของที่นั่งลักษณะนี้คือ ได้ช่องแสงเยอะและเปิดมุมมองให้ชมวิวได้ในมุมกว้าง

ถัดมาที่ห้องอเนกประสงค์ ถ้าดูในแปลนจะเขียนไว้ว่าเป็นห้องพระ ซึ่งที่บ้านตัวอย่างจะจัดเป็นห้อง Board Game เผื่อกิจกรรมที่มีเสียงดังรบกวนสมาชิกในบ้าน ก็มาเล่นที่ห้องนี้ได้ หรือจะจัดเป็นห้องพระตามในแปลนก็จะช่วยกันเสียงภายนอกได้

ภายในห้องดูโปร่งด้วยบานหน้าต่างขนาดใหญ่ สูงจากพื้นขึ้นไปจนเกือบจรดฝ้า ดูโล่งมากๆ ได้วิวแบบเต็มตาทีเดียว

มาดูพื้นที่ใช้สอยอีกฝั่งหนึ่งบนชั้นนี้ จะมี Powder Room ที่เป็นห้องน้ำส่วนกลาง / Bedroom 3 และ 4 ค่ะ

ส่วนตัวเราชอบการตกแต่งของ Powder Room บนชั้นนี้นะ เพราะทางโครงการ Upgrade วัสดุขึ้นมาในทุกๆ ส่วนเลย และพอเป็นห้องน้ำสำหรับแขกก็ไม่จำเป็นต้องมี Shower Box ก็ทำให้พื้นที่ดูกว้าง เป็นหน้าเป็นตาให้กับเจ้าของบ้านได้

อ่างล้างมือรุ่น Artist Edition ลาย Laureate และก๊อกน้ำที่ทำสีขึ้นมาเป็นพิเศษเพื่อให้เข้าชุดกัน

ตัวอ่างมีดีเทลที่ขรุขระตรงพื้นที่สีทอง ทำให้ดูมีดีไซน์ที่พิเศษขึ้น

อ่างล้างมือจะเป็นเซตเดียวกับสุขภัณฑ์ ซึ่งทั้ง 2 ส่วนนี้เป็นวัสดุที่ทางโครงการ Upgrade ขึ้นมา เราสามารถดูเป็นไอเดียในการตกแต่งได้

ถัดมาที่ Bedroom 3 เป็นห้องนอนที่มีขนาดใหญ่ ได้ช่องแสงกว้าง มีพื้นที่ให้วางเตียง King Size ได้สบาย

ภายในห้องจะมีพื้นที่ Walk-in Closet ที่ถูกจัดไว้เป็นสัดส่วน อยู่บริเวณหน้าห้องน้ำ

ภายในห้องน้ำมีฟังก์ชันให้ใช้งานครบ และแยกพื้นที่ส่วนเปียกและส่วนแห้งออกจากกันเป็นห้องๆ อย่างชัดเจน ภายในมีหน้าต่างบานกระทุ้งให้ จึงใช้เปิดระบายอากาศได้

ตำแหน่งของอ่างล้างมือมีพื้นที่ให้ Built-in เคาน์เตอร์ยาว ใช้วางของ เก็บของได้เยอะทีเดียว

อีกฝั่งหนึ่งของห้องจะมี Shower Box และห้องวางโถสุขภัณฑ์ ที่กั้นด้วยกระจกใส ดูโปร่งดี ไม่อึดอัดค่ะ

ปิดท้ายด้วย Bedroom 4 ห้องนี้จะมีแปลนที่เหมือนกับ Bedroom 3 เลย ต่างกันที่การตกแต่งจะดูแมนๆ หน่อยแบบห้องเด็กผู้ชาย

ส่วนที่เป็นข้อดีของห้องนอนนี้คือ ได้หน้าต่างบานเปิดทั้ง 3 ด้าน ทำให้ลมมีทางเข้า-ออก ลมจึงพัดผ่านได้ จึงเป็นห้องที่อากาศถ่ายเทได้ดี

ภายในห้องจะมีมุมสำหรับจัดเป็น Walk-in Closet ไว้ให้เป็นสัดส่วน ทางซ้ายจะเป็นทางเข้าห้องน้ำ

ห้องน้ำใน Bedroom 4 จัดฟังชันไว้ครบเช่นกัน และมีหน้าต่างให้เปิดระบายอากาศได้สะดวก

พื้นที่อ่างล้างมือในห้องนี้จะเป็นอีกไอเดียในการตกแต่ง สำหรับใครที่ไม่ได้อยาก Built-in เคาน์เตอร์ยาวๆ ก็สามารถทำเป็นตู้เก็บของ 2 ฝั่งแบบนี้ก็ได้

อีกฝั่งหนึ่งของห้องก็จะเป็นพื้นที่ส่วนเปียก/แห้ง ที่แยกไว้อย่างเป็นสัดส่วน

เราถ่าย Material Board มาให้ดูสีและลายของวัสดุที่โครงการเลือกใช้ ก็จะคุม Theme ออกทางสีขาวๆ ครีมๆ เป็นหลัก แต่ก็ยังมีดีเทลที่ตัดด้วยสีทองๆ น้ำตาลๆ บ้าง แสดงให้เห็น Mood&Tone ของบ้านในโครงการค่ะ

ราคา

18 March 2020

  • Emeralda บ้านเดี่ยว 4 ชั้น ที่ดิน 181.5 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 1,010 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 5 ห้องนอน / 7 ห้องน้ำ / 8 ที่จอดรถ / 2 ห้องแม่บ้าน
    – ราคาแปลงมาตรฐาน 105 ล้านบาท
  • Perla บ้านเดี่ยว 3 ชั้น ที่ดิน 135.6 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 745 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 5 ห้องนอน / 6 ห้องน้ำ / 8 ที่จอดรถ / 1 ห้องแม่บ้าน
    – ราคาแปลงมาตรฐาน 78 ล้านบาท
  • Zafira บ้านเดี่ยว 3 ชั้น ที่ดิน 125 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 685 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 6 ที่จอดรถ / 1 ห้องแม่บ้าน
    – ราคาแปลงมาตรฐาน 72 ล้านบาท
  • Diamonte บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดิน 123.8 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 490 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 6 ที่จอดรถ / 1 ห้องแม่บ้าน
    – ราคาแปลงมาตรฐาน 65 ล้านบาท
  • จอง 500,000 บาท
  • ทำสัญญา 10% ภายใน 30 วัน
  • ดาวน์ 30% ผ่อนดาวน์ 18 งวด
  • ที่ดินเพิ่มลด ราคาตารางวาละ 300,000 บาท
  • ค่าส่วนกลาง 90 บาท/ตร.วา/เดือน จัดเก็บล่วงหน้า 2 ปี
  • ค่าประกัน มิเตอร์ไฟฟ้า ประปา ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ

บทสรุป

ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง : ที่ตั้งของโครงการเป็นตำแหน่งที่เดินทางด้วยรถยนต์ได้สะดวก เหตุผลแรกเลยคือ โครงการอยู่ติดถนนใหญ่เลียบทางด่วนรามอินทรา ในตำแหน่งที่ค่อนข้างเงียบสงบ ไม่พลุกพล่านจนเกินไป เดินทางไปแหล่งความอุดมสมบูรณ์ได้ง่าย โดยศูนย์การค้าต่างๆในย่านนี้ก็จะกระจุกอยู่ใกล้ๆ กันตั้งแต่ CDC, Tesco Lotus, Homepro, Central Eastville, Crystal Park, The Walk ใช้เวลาจากโครงการแค่ประมาณ 10 นาที

เหตุผลที่ 2 คือ อยู่ใกล้จุดขึ้นลงทางด่วน ทำให้เดินทางเข้าออกเมืองได้สะดวก โดยเฉพาะเดินทางไปทางพระราม 9 /เอกมัย ง่ายมาก สิ่งที่เราชอบคือขากลับบ้าน ถ้าใช้ทางด่วนเราจะไม่ต้องไปรถติดแถวแหล่งศูนย์การค้าบนเส้นเลียบทางด่วนรามอินทราทั้งหลายเลย สามารถข้ามมาลงที่อีกทางออกหนึ่งที่ใกล้โครงการแค่ 2 กม. ได้เลย

ในอนาคตก็จะมีแผนทำรถไฟฟ้าอยู่บริเวณโดยรอบที่ตั้งโครงการ ได้แก่ รถไฟฟ้าสายสีเทา ที่ถนนประดิษฐ์มนูญธรรมผ่านหน้าโครงการเลยค่ะ / รถไฟฟ้าสายสีชมพูที่ถนนรามอินทรา /รถไฟฟ้าสายสีน้ำตาลที่ถนนเกษตร-นวมินทร์ ให้เป็นตัวเลือกในการเดินทางไปที่ต่างๆได้ง่ายขึ้น

ความปลอดภัยในโครงการและตัวบ้าน : ในแง่ความปลอดภัยโครงการนี้ทั้งบริเวณภายในโครงการและตัวบ้านเรียกว่าครบนะคะ อย่างตัวโครงการก็จะเป็น Double Gate มีทั้งไม้กระดกกั้นและประตูบานเลื่อนไฟฟ้า, รปภ.คอยดูแล 24 ชั่วโมง, มี CCTV รอบโครงการ และสิ่งที่เราว่าโอเคเลยคือรอบรั้วโครงการให้มาสูงมากอยู่ที่ 5 m. จึงได้ความเป็นส่วนตัวดีเลย เทียบแล้วก็เกือบความสูงของบ้าน 2 ชั้น

ภายในบ้านมีการรักษาความปลอดภัยด้วยระบบ Motion Sensor และ Smoke Detector ซึ่งจะมี WiFi-Magnetic Sensor เชื่อมต่อให้ดูผ่านมือถือได้สะดวก

การออกแบบโครงการและพื้นที่ใช้สอย : การออกแบบตัวบ้านเรียกว่าเป็นจุดเด่นและ Key Selling Point ของโครงการเลย ด้วยแนวคิดที่แตกต่างให้ลูกค้าสามารถเลือก Customized ฟังก์ชันในบ้านให้เหมาะกับการใช้สอยของครอบครัว และออกแบบตกแต่งภายในให้เป็นแบบที่ต้องการได้ แต่ภายนอกตัวบ้านยังคุม Theme ให้ออกมาในสไตล์ยุโรป มีความหรูหรา เข้ากับบรรยากาศของพื้นที่ส่วนกลางในโครงการ

โครงการนี้เป็นโครงการที่มีที่ดินประมาณ 31 ไร่ ถือว่าเยอะทีเดียวเมื่อเทียบกับจำนวนของแปลงที่ดินแบ่งขายเพียง 51 แปลง แต่ละแปลงจึงมีขนาด 100-200 ตร.วา ทำให้ได้ความเป็นส่วนตัวในการอยู่อาศัย ซึ่งทางเซลล์แจ้งว่าลูกค้าส่วนใหญ่ที่ซื้อไปจะซื้อแบบ Combine แปลงที่ดินด้วย ทำให้จำนวนยูนิตของบ้านลดลง เป็นประโยชน์ของลูกบ้านที่จะได้ความเป็นส่วนตัวเพิ่มขึ้น คนแชร์พื้นที่ส่วนกลางก็ลดลงด้วยค่ะ

วัสดุ : โครงการเลือกใช้วัสดุในระดับ Premium ของอุปกรณ์ชนิดต่างๆ เราจะยกตัวอย่างให้เห็นภาพ เช่น หลังคา Excella Modern by SCG เป็นรุ่นที่ดีที่สุด ที่รับรองว่าสีจะไม่ซีดจาง / ผนังหน้าบ้านให้เป็น Iatalian Marble นำเข้าจากยุโรป / สีภายในบ้านใช้ยี่ห้ออันดับ 1 ของอเมริกาอย่าง Sherwin Williams / ราวบันไดใช้เหล็ก Wrought Iron ทนทานที่สุดในบรรดาเหล็กและไม่เป็นสนิม / สุขภัณฑ์ในบ้านใช้ Kohler ทั้งหมด

ส่วนอื่นๆที่ไม่ได้ยกตัวอย่างก็จะเป็นไปตามมาตรฐานบ้านระดับนี้ อย่างเช่น ประตูหน้าต่างของ Windsor / มือจับของ Baldwin / พื้นบ้านใช้ Composite Marble จากอิตาลีและพื้นไม้มะค่าจาก Africa เป็นต้น และอย่างที่บอกไปว่าโครงการนี้เป็นบ้านสั่งสร้างเราจึงสามารถ Upgrade วัสดุได้ โดยลูกบ้านสามารถไปเดินเลือกวัสดุที่ชอบจาก CDC ได้เลย ซึ่งจะได้ราคาพิเศษเพราะ Crystal Solana เป็นหนึ่งในโครงการของ K.E. Group ที่เป็นเจ้าของ CDC ด้วยเช่นกัน จึงไม่ต้องห่วงเรื่อง Supplier ในงานก่อสร้างเลยค่ะ

พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ : บรรยากาศของโครงการในวันที่ไปถ่ายรูป ดูร่มรื่นด้วยแนวต้นไม้บนถนนหลัก บริเวณสวนส่วนกลางจัดมาเป็นสวนสไตล์อังกฤษ จะเปิดพื้นที่ตรงกลางเป็นสนามหญ้าโล่งๆ วางต้นไม้ใหญ่ไว้ด้านข้างและจัดให้มีที่นั่งริมสวนแบบ Symmetry จึงมีความแตกต่างจากสวนที่เราจะเห็นได้จากหมู่บ้านทั่วไป

ส่วนที่เรารอดูคือบรรยากาศตามถนนซอยแต่ยังสร้างไม่เสร็จนะคะ ตามผังโครงการแล้วจะมีแนวต้นไม้ทุกซอยของโครงการเลย แบบนี้จะช่วยให้บรรยากาศในแต่ละซอยดูร่มรื่นน่าอยู่ค่ะ

สาธารณูปโภค : เป็นโครงการบ้านที่ให้ Facilities มาเยอะและหลากหลายเหมือนอยู่คอนโดระดับ Ultimate Class เลยนะคะ ส่วนกลางโครงการนี้จะจัดไว้ใน Clubhouse 2 ชั้นและมีส่วนกลางที่ชั้นดาดฟ้าด้วย มีฟังก์ชันครบทั้ง Boardroom / Library / Lounge / Swimming Pool / Sauna / Yoga Studio / Fitness

Facilities ที่เราไม่ค่อยเห็นในโครงการบ้านอื่นๆ คือ Salon และ Spa ที่ลูกบ้านสามารถจองใช้แบบ Private ได้ และที่ไม่ค่อยเห็นอีกอย่างคือ Golf Driving Cage และ Tennis Court ที่ Develper ส่วนใหญ่มักจะให้ไว้ตามคอนโดที่มียูนิตเยอะๆ แต่โครงการนี้มี และแชร์กับลูกบ้านเพียง 51 แปลง เท่านั้น ถือว่าเป็นส่วนตัวมากๆ ค่ะ

Judgement

เป็นโครงการระดับ Super Luxury ที่มีราคาขายระดับ 30 ล้านบาทขึ้นไป ปัจจัยในการเลือกซื้อนอกจากจะต้องดูเรื่องความคุ้มค่าทางการเงินแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นๆอีกที่สำคัญ เช่น ความชอบส่วนบุคคล อารมณ์ และความรู้สึกส่วนตัวของผู้ซื้อ ที่ต้องนำมาใช้ประกอบการพิจารณา แต่ปัจจัยดังกล่าวมีความแตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคลค่อนข้างชัดเจน ดังนั้นทางทีมงานจะขออนุญาตไม่มีการให้คะแนนความคุ้มค่าแก่โครงการนะคะ

BOTTOM LINE

Crystal Solana (คริสตัล โซลานา) เหมาะกับครอบครัวขนาดกลาง-ใหญ่ อยากได้บ้านในโครงการจัดสรรที่สามารถ Customize ปรับฟังก์ชัน การตกแต่งได้ตามความต้องการและตามงบประมาณ / ชอบ Theme ของโครงการที่ออกแบบมาในสไตล์ยุโรป ได้ Facilities และ Securities ครบถ้วน ชอบความเป็นส่วนตัว มีงบประมาณอยู่ในช่วง 60-300 ล้านบาท


ติดตามพวกเราได้ที่
Website : www.thinkofliving.com
Twitter : www.twitter.com/thinkofliving
YouTube : www.youtube.com/ThinkofLiving
Instagram : www.instagram.com/thinkofliving
Facebook : ThinkofLiving