รีวิวฉบับที่ 2064 … วันนี้ผมจะพามารีวิวโครงการใหม่จาก AP ก่อนวันเปิดตัวอีกแล้วครับ กับโครงการ เซนโทร – CENTRO ประชาอุทิศ 90 ในซอยประชาสามัคคี (หรือซอยกระทิงแดง) โครงการเซนโทร ประชาอุทิศ 90 ที่นี่เป็นโปรดักส์บ้านเดี่ยวพื้นที่ใช้สอยเยอะ ในราคาหยิบจับไม่ยาก เริ่มต้น 4.59 ล้านบาท แลกกับขยับออกมาชานเมืองหน่อย แต่ยังไปใช้วงแหวนกาญจนาฯ และทางด่วนเพื่อเข้าเมืองได้ไม่ยากนัก รายละเอียดจะเป็นอย่างไรเราไปชมกันครับ

ข้อมูลโครงการ

24 March 2020

  • CENTRO Prachauthit 90 (เซนโทร ประชาอุทิศ 90 )
  • บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน)
  • MAIN CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment บ้านได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ใน : ซ. ประชาสามัคคี ถ. ประชาอุทิศ อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ
  • เนื้อที่โครงการ 50-2-97.17 ไร่ จำนวน 256 ยูนิต
  • แบบ BINARY บ้านแฝด 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 37.13 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 136 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ
  • แบบ ALEXIA บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 50.78 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 154 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ
  • แบบ BRAVO B บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 50.51 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 173 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 4 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ
  • แบบ STARRY บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 50.4 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 175 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ
  • แบบ MONZA บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 52.65 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 190 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ
  • แบบ LATITUDE บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 56.03 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 225 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 4 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ
  • ความสูงจากพื้นถึงฝ้า 2.60 เมตร
  • ที่ดินเพิ่มลดตารางวาละ n/a บาท
  • ราคาเริ่มต้น 4.59 – 6 ล้านบาท (ไม่ระบุ Type บ้าน)
  • โครงการเริ่มก่อสร้าง พ.ค. ปี 2562
  • คาดว่าแล้วเสร็จทั้งโครงการ ธ.ค. ปี 2565
  • เว็บไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • Call Center : 1623

สามารถตามอ่าน รีวิวบ้านเซนโทรประชาอุทิศ 90 อัพเดทล่าสุดได้แล้วนะครับและยังสามารถช่วยกันคอมเม้นท์ แบ่งปันข้อมูลกับเพื่อนๆที่กำลังหาบ้านด้านล่างได้เลยครับ

ทำเลที่ตั้ง

พิกัด Google Maps : 13.5825818, 100.5063576
หรือสามารถ :  คลิกที่นี่

แผนที่จากทางโครงการครับ

โครงการตั้งอยู่ในย่านประชาอุทิศตอนปลาย ในซอยประชาสามัคคี (หรือซอยกระทิงแดง) ใกล้ๆกับซอยประชาอุทิศ 90 ซึ่งเป็นพื้นที่ในเขตของ อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ (โดยเขตทุ่งครุของกรุงเทพฯ จะสิ้นสุดที่บริเวณด้านล่างถนนกาญจนาฯลงมาหน่อยนึง) เป็นทำเลที่ความเจริญกำลังค่อยๆขยับขยายมาจากโซนประชาอุทิศตอนต้น ซึ่งปัจจุบันเต็มไปด้วยหมู่บ้านจัดสรรมากมาย รวมถึงมีตลาด มหาลัย และซูเปอร์มาร์เก็ตอีกด้วยครับ

โดยบริบทของคนย่านประชาอุทิศ ตอนต้นกับตอนปลายจะไม่ต่างกันมากนัก คือเป็นทำเลบ้านแนวราบที่ยังสามารถไปใช้ถนนกาญจนาฯและทางด่วน เพื่อเข้าเมืองไปทำงานแถวพระราม 3 , สีลม-สาทร หรือข้ามฝั่งไปสมุทรปราการได้สะดวก โดยใช้ซอยลัดเลาะเชื่อมต่อจากถนนประชาอุทิศ ไปยังถนนสุขสวัสดิ์ ที่มีขนาดใหญ่กว่าได้หลายซอย (ระยะทางถึงจุดขึ้นทางด่วนประมาณ 8.5 – 13 km.)

นอกจากแหล่งงานในเมืองแล้ว ผมยังมองว่าเป็นทำเลที่เหมาะกับคนทำงานในพื้นที่นี้อีกด้วยครับ เนื่องจากยังเป็นโซนอุตสาหกรรม ที่มีทั้ง SME โรงงาน และโกดังสินค้าอยู่มากมาย (บริเวณสีม่วง) ดังนั้นคนระดับหัวหน้าหรือเจ้าของธุรกิจเหล่านี้ ก็สามารถมองหาที่อยู่ในย่านนี้ได้ด้วยเช่นกัน ปัจจุบันความเจริญจะมาสิ้นสุดแค่บริเวณที่โครงการตั้งอยู่เท่านั้น และเริ่มเห็น Developer หลายๆเจ้ามาเปิดโครงการใหม่กันเยอะเลย เพราะถ้าลงมาด้านล่างอีกหน่อย ก็จะมีแต่บ่อกุ้งและนาเกลือแล้วล่ะครับ

ถามว่าบ้านแนวราบในย่านนี้แตกต่างกันอย่างไร? ผมมองว่าทำเลของเราเป็นโซนขยับขยายมาจากตัวเมืองที่ค่อนข้างใหม่ ทำให้ราคายังสามารถหยิบจับได้ง่าย เมื่อเทียบกับโซนพระราม 2 (สีเหลือง) และประชาอุทิศตอนต้น (สีชมพู) แลกกับความเจริญและคึกคักที่น้อยกว่าหน่อย

และโซนสีน้ำเงินที่อยู่ระหว่างประชาอุทิศและสุขสวัสดิ์ จะได้เปรียบในเรื่องการไปขึ้นทางด่วนที่สะดวกกว่าเล็กน้อย ในระดับราคาที่พอๆกับบ้านโซนประชาอุทิศตอนปลาย (สีเขียว) เลยครับ แต่สิ่งที่คุ้มค่าของบ้านฝั่งประชาอุทิศตอนปลายคือ เรื่องของขนาดพื้นที่ใช้สอยที่มากกว่านั่นเอง

และถ้าพูดถึงย่านนี้ก็จะเป็นทำเลชานเมือง ที่มีแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ และคาเฟ่ชิคๆสวยๆเยอะเลยครับ โดยเฉพาะ “บางกระเจ้า” ซึ่งผมไปนั่งเขียนรีวิวที่ร้าน Bangkok Tree House บ่อยมากๆ แต่วันนี้เราจะขับรถเลยลงมาด้านล่างอีกสัก 20 – 30 นาที ก็จะเป็นโซน “ประชาอุทิศ” ที่เราจะไปรีวิวโครงการกันในวันนี้

การเดินทางวันนี้ผมใช้ถนนกาญจนาภิเษกมาลงที่ถนนสุขสวัสดิ์ จากนั้นจึงใช้ซอยลัดเลาะเพื่อมายังถนนประชาอุทิศที่เป็นถนนคู่ขนานกันครับ ซึ่งจะใช้ซอยไหนก็ได้ ทั้งซอย 74 , 76 และ 78 เพราะทุกซอยจะเชื่อมต่อถึงกันหมด แต่ผมจะแนะนำเป็นซอย 78 เพราะเป็นทางตรงง่ายๆ ไม่ต้องเลี้ยวเยอะ

จากนั้นก็จะมาเลี้ยวซ้ายที่ถนนประชาอุทิศ ขับตรงมาประมาณ 400 m. แล้วเลี้ยวขวาเข้าซอยประชาสามัคคี (หรือซอยกระทิงแดง) จากนั้นขับตรงเข้าไปในซอยยาวๆเลย ประมาณ 2 km. ก็จะเจอกับที่ตั้งโครงการอยู่ทางซ้ายมือครับ (ไม่แนะนำให้เข้าซอยประชาอุทิศ 90 เพราะในปัจจุบันเส้นทางรถยังผ่านไม่ได้นะ เหตุผลเพราะอะไรเดี๋ยวเราไปเจาะลึกทำเลกันอีกที)

เริ่มต้นการเดินทางบนถนนกาญจนาภิเษก ให้ใช้ทางออกไปยังถนนสุขสวัสดิ์ครับ

สภาพแวดล้อมรอบโครงการ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะครับ

บริบทโดยรอบโครงการส่วนใหญ่ยังเป็นพื้นที่ว่าง บ่อเลี้ยงกุ้ง และนาเกลือต่างๆครับ แต่ก็จะเห็นได้ว่าเริ่มมีโครงการจัดสรรแนวราบเกิดขึ้นมาใหม่เยอะเลย ปัจจุบันหน้าโครงการถือเป็นจุดสิ้นสุดของซอยประชาสามัคคี เพราะเส้นทางต่อจากนั้นจะเป็นดินลูกรังที่รถยนต์ผ่านไม่ได้ครับ แต่ในอนาคตจะมีการเปิดทางเพื่อเชื่อมต่อไปยังซอยประชาอุทิศ 90 หรือไม่นั้น ต้องรอดูกันอีกทีครับ

  • ทิศเหนือ : เป็นทางเข้าด้านหน้าโครงการ ติดกับถนนซอยประชาสามัคคี และฝั่งตรงข้ามยังเป็นที่ว่างอยู่

  • ทิศตะวันตก : ติดกับที่ว่าง และถนนด้านหน้าที่เป็นดินลูกรัง

  • ทิศตะวันออก : ติดกับซอยเล็กๆที่เป็นซอยตัน และแปลงที่ดินของ AP ที่จะเป็นอีกโครงการในอนาคต
  • ทิศใต้ : ทางด้านหลังโครงการ ติดกับคลองสองพี่น้อง และที่ว่าง

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • โรงเรียนสารสาสน์ประชาอุทิศพิทยาคาร ~ 5.4 km.
  • โรงเรียนวัดทุ่งครุ (พึ่งสายอนุสรณ์~ 5.5 km.
  • โรงพยาบาลบางจาก ~ 5.9 km.
  • โรงเรียนสารสาสน์วิเทศศึกษา ~ 6 km.
  • โรงพยาบาลกรุงเทพ พระประแดง ~ 7.5 km.
  • .พระจอมเกล้าธนบุรี วิทยาเขตบางมด ~ 9.6 km.
  • โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ธนบุรี ~ 10.3 km.
  • Big C สุขสวัสดิ์ ~ 11.5 km.
  • โรงพยาบาลบางปะกอก 1 ~ 13.5 km.
  • .พระจอมเกล้าธนบุรี วิทยาเขตบางขุนเทียน ~ 16.3 km.
  • Central พระราม3 ~ 19.1 km.
  • Central พระราม2 ~ 20.7 km.

รายละเอียดโครงการ

โครงการ CENTRO ประชาอุทิศ 90 มีขนาดพื้นที่ 50-2-97.17 ไร่ ซึ่งเป็นลักษณะสี่เหลี่ยมผืนผ้าตอนลึก (เส้นก๋วยเตี๋ยว) และมีจำนวน 256 ยูนิต ถือว่าเป็นโครงการจัดสรรขนาดกลางค่อนไปทางใหญ่ มีทางเข้า-ออกแค่ทางเดียว ดูแลความปลอดภัยง่าย และมีเป็นถนน Main กว้าง 12 m. ตรงยาวไปจนถึงด้านหลัง ก่อนจะแบ่งเป็นซอยแยกย่อยทางซ้ายมือ ที่มีถนนกว้าง 8 m. 

ซึ่งวิธีการวางผังบ้านของเค้าจะวางบ้าน Type ใหญ่ๆเอาไว้โซนซอยแรกๆครับ นั่นแปลว่าจะมีเพื่อนบ้านร่วมซอยน้อย และเป็นส่วนตัวมากกว่าโซนด้านหลัง ส่วนบริเวณท้ายๆโครงการจะเป็นบ้านขนาดกลาง และบ้านไซส์เล็กของเค้าก็จะแทรกอยู่บริเวณกลางๆโครงการ กับอยู่ติดถนน Main แต่จะไม่ต้องหันหน้าบ้านชนกับใครเลยครับ

ส่วน Facilities ของเค้าก็จะรวมอยู่ทางด้านหน้าแค่จุดเดียว ไม่ได้แบ่งกระจายการใช้งานหลายๆจุด จึงทำให้ได้พื้นที่สวนค่อนข้างใหญ่ และเป็นจุด Approach ต้อนรับที่ดี เวลาขับรถกลับมาบ้านก็จะได้มองเห็นอาคาร Clubhouse สระว่ายน้ำ และสวนสาธารณะที่เป็นแนวยาว ซึ่งหากเป็นยูนิตที่อยู่ด้านในสามารถขับรถยนต์ ปั่นจักรยาน หรือเริ่มวิ่งออกกำลังกายมาจากที่บ้านเพื่อมาใช้งานได้นะครับ โดยของจริงจะเป็นอย่างไรบ้างนั้น ตามผมไปชมพร้อมๆกันเลย

ซุ้มประตูด้านหน้าโครงการจะเป็นลักษณะ Modern เรียบๆ ที่ไม่ใช่แค่ซุ้มประตูเฉยๆ แต่ด้านบนยังเป็นส่วนหนึ่งของอาคาร Clubhouse ซึ่งสามารถขึ้นไปใช้งานได้อีกด้วย โดยทางเข้าออกแบ่งเป็น 2 ฝั่ง กั้นด้วย รปภ. ตรงกลาง และมีประตูเล็กๆทั้ง 2 ข้าง แยกไว้สำหรับคนเข้า-ออกเพื่อความปลอดภัย

ส่วนระบบรักษาความปลอดภัย จะมีทั้งกล้อง CCTV พร้อมไม้กั้นกระดก และประตูเหล็กรางเลื่อน ที่จะเปิดออกด้วยระบบ RFID โดยใช้สัญญาณ Bluetooth ซึ่งจะสะดวก เพราะไม่ต้องเปิดกระจกมาแตะบัตร ส่วน Visitor ก็ต้องแลกบัตรกันไปครับ

เมื่อเข้ามาด้านในจะเจอกับถนน Main ที่กว้าง 12 m. ซึ่งจะตรงยาวเข้าไปถึงด้านใน

ซอยแรกทางซ้ายมือปัจจุบันเป็นที่ตั้งของ Sale Gallery และบ้านตัวอย่างครับ ฝั่งตรงข้ามจะเป็นที่จอดรถ ซึ่งก็จะเป็นพื้นที่ขายในอนาคตด้วยเช่นกัน

บ้านตัวอย่าง ณ วันที่ผมไปจะมีแค่หลังเดียวเท่านั้น เป็นหลังที่ 2 ที่อยู่ติดกับ Sale Gallery หลังแรกเลยครับ

ส่วนซอยที่ 2 ที่อยู่ถัดมา ก็จะมีบ้านเปล่า Type อื่นๆ ให้เราได้ชมกัน เป็นซอยตันที่ถนนกว้าง 8 m.  และจะมีจุดกลับรถภายในซอยด้วยนะ

ส่วนถ้าเราหันมาทางขวามือ จะเห็นอาคาร Clubhouse ที่เชื่อมต่อกับซุ้มประตูครับ

ด้านหน้าสุดจะมีบันไดยก Step ให้เดินขึ้นไปด้านบน โดยซ้ายมือจะเป็นฟังก์ชันแรกสุด ที่เป็น ห้องผนังกระจก

ภายในเป็นพื้นที่ Lobby ซึ่งเอาไว้มานั่งเล่นในวันหยุด พบปะพูดคุยกันระหว่างลูกบ้าน หรือใช้เป็นพื้นที่รับรองแขกได้ครับ

ส่วนผนังกระจกนี้ก็จะมองออกไปเห็นทางเข้าของโครงการ แขกไปใครมาก็จะรับรู้ได้ตลอดเวลาเลย รวมถึงขวามือก็ยังมีประตูกระจกอีกบาน ให้เดินเชื่อมต่อไปยังฟังก์ชันต่อไปได้ด้วย

ออกมาด้านนอกเราจะเจอกับพื้นที่นั่งเล่นริมสระว่ายน้ำครับ ซึ่งจะอยู่ใต้ชายคาพอดี ทำให้ไม่ร้อนหรือเปียกฝน โดยของจริงในอนาคตจะมีโต๊ะเก้าอี้และ Day Bed เอามาวางเพิ่มให้นะ

สระว่ายน้ำเป็นระบบเกลือ แบ่งโซนเด็กและโซนผู้ใหญ่ออกจากกันชัดเจน โดยจะนำสระเด็กมาไว้ใกล้กับจุดนั่งพักผ่อน เพื่อให้ผู้ปกครองดูแลลูกได้สะดวก ส่วนสระใหญ่จะมีขนาด 6.20 x 16.7 m. อาจจะไม่ยาวมาก แต่ก็ใช้ออกกำลังกายโดยว่ายหลายๆรอบได้ครับ

อีกข้อสังเกตคือ สระนี้ตั้งอยู่ตรงทางเข้า-ออกโครงการพอดี และโครงการมีการปลูกต้นไม้เอาไว้ให้บางส่วนบ้างแล้วครับ

หันมามองอีกด้านก็จะมีบันไดเหล็กเล็กๆ ให้เดินลงไปยังสวนได้อีกด้วย

โดยสวนนี้มีขนาดพื้นที่ประมาณเกือบ 2 ไร่ ซึ่งในอนาคตก็จะมีการปลูกต้นไม้ประดับเพิ่มขึ้นมากกว่านี้ครับ เหมาะที่จะมาเดินเล่นพักผ่อนช่วงเย็นๆ หรือจะมาวิ่งออกกำลังกายก็ได้นะ

มองย้อนกลับมาที่อาคาร Clubhouse กันอีกครั้ง ซึ่งก่อนจะขึ้นไปดูชั้น 2 นั้น ก็ยังมีพื้นที่อีกส่วนหนึ่งที่อยู่ด้านหลังอาคารอีกด้วย งั้นเราไปดูกันต่อครับ

เดินลัดเลาะผ่านจุดนั่งพักผ่อนริมสระก่อนหน้านี้มา ก็จะมีทางเดินด้านหลังมาเจอกับจุดล้างตัวตรงนี้ ซึ่งผมมองว่าดีนะ เวลาล้างตัวหรือเดินใส่ชุดว่ายน้ำอยู่จะได้ไม่เขินนัก

และติดกันก็จะเป็นห้องน้ำแยกชาย-หญิงด้วยครับ ด้านในมีทั้งโถสุขภัณฑ์และห้องอาบน้ำครบเลย

และถ้าเราเดินมาตามทางเล็กๆข้างห้องน้ำ ก็จะมาโผล่ตรงบันไดด้านหน้าที่เราเห็นในตอนแรก งั้นเราขึ้นไปดูด้านบนกันต่อเลยครับ

ขึ้นมาที่ชั้น 2 จะเจอชานพักนึงก่อน และจะมีทางเดินเชื่อมต่อไปยังห้องกระจกห้องหนึ่งที่อยู่เหนือ Lobby

ภายในเป็น Kids Room ครับ ซึ่งจะมีโต๊ะเก้าอี้ และของเล่นเด็กเล็กๆน้อยๆ ใครที่มีลูกก็สามารถพาน้องๆออกจากบ้าน เพื่อมาเปลี่ยนบรรยากาศเล่นกับเพื่อนๆที่นี่ได้

ส่วนผนังกระจกโดยรอบก็สามารถมองเห็นสระว่ายน้ำ และสวนที่อยู่ด้านล่างได้นะครับ รวมถึงมีพื้นที่ส่วนหนึ่งที่เป็นระเบียงเล็กๆ ให้ออกไปสูดอากาศกันได้อีกด้วย

ส่วนถ้าเราเดินขึ้นบันไดมาต่อที่ชั้นบน ก็จะเจอห้องกระจกอีก 2 ห้องครับ ซ้ายมือคือห้องนิติบุคคล ส่วนขวามือคือห้อง Fitness ครับ

ภายในห้อง Fitness จะเป็นผนังกระจกถึง 2 ด้าน และด้านในก็ยังมีห้องกระจกอีกห้องหนึ่งที่แยกออกไปเป็นสัดส่วน โดยฟังก์ชันนี้จะอยู่ด้านบนซุ้มประตูของโครงการเลยนั่นเองครับ

ซึ่งจากมุมมองของเครื่องออกกำลังกายในห้องนี้ แอบเสียดายนิดนึงที่มองไม่เห็นสวนหรือสระว่ายน้ำก่อนหน้านี้เลย แต่ก็ยังได้วิวที่เปิดโล่ง มองเห็นบรรยากาศภายในโครงการอยู่นะ

ส่วนห้องกระจกที่อยู่ด้านในห้อง Fitness จะเป็นห้องโยคะ ซึ่งเราสามารถจัดคลาสออกกำลังกายแบบส่วนตัว หรือร่วมกับกลุ่มเพื่อนๆได้ เช่น เต้นแอโรบิค โยคะ เป็นต้น

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • อาคาร Clubhouse
  • สระว่ายน้ำ 1 สระ ระบบเกลือ / สระผู้ใหญ่ ขนาด 6.2 x 16.7 เมตร ลึก 1.2 เมตร
  • แบ่งสระเด็กลึกขนาด 3.7 x 5.3 เมตร ลึก 0.4 เมตร
  • Fitness ใส่เครื่องออกกำลังกายประมาณ 5 – 6 เครื่อง
  • Yoga Room
  • Kids Room
  • พื้นที่สวนหย่อมในโครงการ 1 จุด รวมประมาณ 700 ตารางวา (เกือบ 2 ไร่)
  • ระบบ CCTV ที่ Main Gate และภายในโครงการ
  • รั้วรอบโครงการสูง 2.5 เมตร
  • ถนนหลักกว้าง 12 ม. และถนนภายในกว้าง 8 ม.
  • Wi-Fi ฟรีที่คลับเฮ้าส์
  • Key Card Access ระยะไกล
  • เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง
  • ประตูรั้วโครงการแบบ รั้วกั้นไม้กระดก และ เลื่อนไฟฟ้า
  • สัญญาณกันขโมย ระบบ Magnetic Sensor ทุกหลัง

แบบบ้าน

แบบบ้านโครงการนี้มีมากถึง 6 แบบ โดยที่จะมีบ้านขนาดเล็กสุดที่เป็นบ้านแฝดแค่แบบเดียวเท่านั้นครับ ที่เหลือทั้งหมดจะเป็นบ้านเดี่ยว ซึ่งจะเน้นให้มีขนาดพื้นที่ใช้สอยที่ใหญ่ เหมาะกับครอบครัวที่มีลูก 2 – 3 คนได้เลย ประกอบด้วย

  • แบบ BINARY บ้านแฝด 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 37.13 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 136 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ
  • แบบ ALEXIA บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 50.78 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 154 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ
  • แบบ BRAVO B บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 50.51 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 173 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 4 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ
  • แบบ STARRY บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 50.4 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 175 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ
  • แบบ MONZA บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 52.65 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 190 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ
  • แบบ LATITUDE บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 56.03 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 225 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 4 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ

  • แบบ LATITUDE บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 56.03 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 225 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 4 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ

เป็นบ้านตัวอย่างที่เราจะพาไปชมกันในวันนี้ครับ เป็นขนาดใหญ่ที่สุด จึงเหมาะกับครอบครัวขนาดใหญ่ โดยเราจะเคยได้เห็นบ้าน Type นี้ในโครงการก่อนหน้านี้ของ AP กันมาบ้าง ซึ่งก็ได้กลับมาใหม่อีกครั้ง เนื่องจากได้ความนิยม และเสียงตอบรับที่ดีจากกลุ่มผู้ซื้อครับ โดยจะเป็นบ้านหน้ากว้าง หน้าตาสไตล์โมเดิร์น ที่ทันสมัยและเรียบง่าย

บ้านหลังนี้ถูกออกแบบมาโดยเน้นความเป็นส่วนตัวมากๆครับ อย่างทางเข้า-ออกก็มีถึง 2 จุด คือ ตรงโรงจอดรถที่จะสะดวกสำหรับเจ้าของบ้าน ทั้งยกของไปเก็บในครัวก็ง่าย เข้าห้องน้ำ หรือเดินขึ้นชั้นบนได้เลยก็ดี ไม่ต้องเดินผ่านหน้าทีวีที่ห้องนั่งเล่นครับ ส่วนอีกจุดหนึ่งคือ เข้าจากเฉลียงด้านหน้าตามปกติ เหมาะกับไว้รับรองแขก และเป็นจุดศูนย์รวมของทุกคนในบ้าน

ที่ผมชอบคือพื้นที่ทานอาหาร นอกจากมีเป็นช่องแสงขนาดใหญ่ทำให้โปร่งโล่งแล้ว ยังมีส่วนยื่นออกมาจากตัวบ้าน ทำให้พื้นที่ใช้สอยภายในยิ่งกว้างมากขึ้น และสิ่งที่ขาดไม่ได้คือ ห้องนอนที่อยู่ชั้นล่าง ซึ่งถ้าใครมีลูกหลายคน หรือมีผู้สูงอายุอยู่ด้วยก็เหมาะเลยครับ หรือจะใช้เป็นห้องรับรองแขก ห้องทำงาน และห้องอเนกประสงค์อื่นๆได้หลากหลาย เนื่องจากเป็นห้องที่มีขนาดพื้นที่ค่อนข้างยืดหยุ่นทีเดียว

ส่วนพื้นที่ชั้น 2 ตรงกลางจะมีพื้นที่ Family area ให้สมาชิกทุกคนได้มามีปฏิสัมพันธ์ร่วมกัน หรือจะใช้เป็นพื้นที่นั่งเล่นแบบส่วนตัว แยกจากพื้นที่รับแขกด้านล่างก็ได้ รวมถึงยังสามารถกั้นทำเป็นห้องทำงาน หรือห้องพระเพิ่มเติมก็ดี แต่ส่วนที่ผมชอบมากๆก็คือ ทุกห้องจะมีห้องน้ำในตัวครับ ทำให้ได้ความเป็นส่วนตัวมากๆ โดยจะมีแค่ห้อง Master Bedroom เท่านั้นที่มีทั้งระเบียง Walk in closet และอ่างอาบน้ำในตัวครับ ซึ่งของจริงจะเป็นอย่างไรเราไปชมกันเลยดีกว่านะ

พื้นที่จอดรถหน้าบ้านเป็น Slab on Ground คือจะไม่ได้ลงเสาเข็มมาให้นะครับ สังเกตจากการตัด Joint แยกออกจากตัวบ้าน เพื่อป้องกันความเสียหายจากการทรุดตัวของพื้น ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต จะได้ไม่กระทบกับโครงสร้างบ้านครับ ส่วนความกว้างของโรงจอดจะอยู่ที่ 5.15 m. สามารถจอดในร่มได้ 2 คันแบบพอดีๆ

นอกจากนี้บริเวณหน้าบ้านจะประกอบด้วย ประตูเหล็กรางเลื่อนตอนเดียวแบบแนวยาว ซึ่งสามารถติดตั้งเป็นประตูไฟฟ้าเองได้ถ้าต้องการ รวมถึงมีตู้จดหมาย และช่องทิ้งขยะ ที่สามารถทิ้งด้านในและให้เค้าเปิดเก็บด้านนอกได้สะดวก ส่วนท่อน้ำยาปลวกจะอยู่บริเวณข้างบ้านครับ

ส่วนบรรยากาศรอบๆตัวบ้าน ของจริงจะมีการปูหญ้า และปลูกต้นไม้ใหญ่บริเวณหน้าบ้านให้อีก 1 ต้น โดยเราสามารถจัดสวนสวยๆเพิ่มเติมได้เองครับ เวลามองออกมาจากในบ้านก็จะได้สวยงามร่มรื่นดี หรือถ้าใครไม่ชอบพื้นหญ้า จะเปลี่ยนเป็นพื้นหินกรวดก็ได้นะ ดูแลง่ายดีด้วย

คราวนี้ผมขอกลับมาที่บ้านตัวอย่างของจริงกันครับ เพราะเมื่อสักครู่จะเป็นบ้านเปล่าที่อยู่ที่ซอย 2 เพื่อให้เห็นโครงสร้างภายนอก และพื้นที่รอบบ้านเท่านั้น โดยเริ่มจากทางเข้าหลักจะมีเฉลียง และระแนงกันสาดยื่นออกมาให้เป็นมาตรฐาน

ภายในเป็น Common area เชื่อมต่อไปถึงพื้นที่ด้านใน ทำให้โปร่งโล่ง พื้นปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ 60 x 60 cm. และฝ้าเพดานสูง 2.6 m. ตามมาตรฐานเลยครับ

สำหรับบ้านของจริงเราจะได้เป็นบ้านเปล่านะ แต่ผนังจะติด Wallpaper ลายแบบนี้มาให้ทั้งหลังเลยครับ ส่วนกรอบประตูหน้าต่างทุกบานก็จะเป็น UPVC สีขาว พร้อมกระจกเขียวตัดแสง และติดตั้งระบบ Magnetic Sensor ที่ชั้นล่างทุกจุดเลย

ฟังก์ชันแรกที่เข้ามาเจอคือห้องนั่งเล่น หรือจะใช้เป็นห้องรับแขกก็ได้ ซึ่งมีพื้นที่กว้างมากพอที่จะใช้ชุดโซฟาตัวใหญ่ๆได้ ยิ่งเป็นคนชอบนอนดูทีวีก็จัดเป็นโซฟาตัว L ไปเลยครับ โดยจะมีระยะดูทีวีอยู่ที่ 3.3 m. สามารถใช้ทีวีจอใหญ่ๆ 50 นิ้วได้เลยนะ

ถัดเข้ามาจะเป็นพื้นที่ทานอาหาร ซึ่งสามารถใช้เป็นโต๊ะขนาดใหญ่ 6 – 8 ที่นั่งได้ เหมาะทั้งกับครอบครัวใหญ่ หรือคนมีแขกมาบ้านเยอะๆ จัดปาร์ตี้ร่วมกันนี่สนุกแน่ๆ

ซึ่งสิ่งที่ผมชอบคือ ผนังสองด้านที่เป็นช่องหน้าต่าง และประตูกระจกบานเลื่อนขนาดใหญ่ ซึ่งเวลาที่นั่งอยู่ที่โต๊ะแบบนี้ ก็จะชมวิวสวนข้างบ้านไปด้วยได้นั่นเอง  จึงทำให้โต๊ะนี้เหมาะจะใช้เป็นโต๊ะอเนกประสงค์ด้วยครับ

ส่วนทางด้านซ้ายมือจะยังมีพื้นที่เหลืออีกหน่อย ซึ่งบ้านตัวอย่างมีการดัดแปลงประตูทางเข้าห้องครัว ให้ไปอยู่อีกด้านหนึ่งแทน ซึ่งก็เป็นไอเดียที่ดีนะ เพราะจะทำให้พื้นที่ตรงนี้ใช้ประโยชน์ได้เต็มที่มากขึ้น เช่น ทำเป็นตู้หรือชั้นเก็บของเต็มผนังไปเลยได้

ส่วนของจริงจะมีท่องานระบบเตรียมเอาไว้ให้ เผื่อใครอยากทำ Pantry ครัวแบบฝรั่งเพิ่มเติม กั้นแยกส่วนครัวกับโต๊ะทานอาหารออกจากกันเป็นสัดส่วนก็ไม่เลวครับ และหากทำเป็นเคาน์เตอร์สูงๆ เช้ามาถ้ารีบๆหน่อย ก็มายืนจิบกาแฟเร็วๆ แล้วออกไปทำงานได้เลย โดยไม่ต้องเสียเวลานั่งโต๊ะกินข้าวก็ได้ อะไรแบบนี้นะ

ต่อไปจะเป็นโถงทางเดินแยกออกไปจากโถงหลัก เพื่อเชื่อมต่อไปยังฟังก์ชันอื่นๆ เพื่อความเป็นส่วนตัวครับ

โถงนี้จะประกอบด้วยประตูหลักๆ 3 บาน ด้านซ้ายคือทางเข้าจากโรงจอดรถ ค่อนข้างสะดวกมาก เวลากลับมาบ้านก็สามารถเข้าห้องน้ำ เอาของไปเก็บในครัว หรือเดินขึ้นห้องได้เลยโดยที่ไม่ต้องเดินผ่านห้องนั่งเล่น ส่วนช่องหน้าต่างบาน Fixed ก็จะมองเห็นภายนอกได้ และยังทำให้โถงทางเดินสว่าง ไม่อึดอัดอีกด้วย

นอกนั้นก็จะเป็นประตูห้องนอนและห้องน้ำ ส่วนประตูห้องครัวทางขวามือจะเป็นการดัดแปลงเพิ่มเติม (เฉพาะบ้านตัวอย่างนี้เท่านั้น) ซึ่งผมค่อนข้างชอบและคิดว่าเป็นไอเดียที่ดีเลยล่ะ ถือว่าใช้งานพื้นที่สัญจรส่วนนี้เข้า-ออกได้คุ้มหลายฟังก์ชัน ส่วนข้างโต๊ะอาหารจะได้ไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นต่อได้นะ

มาเริ่มที่ห้องครัวจะมีขนาดพื้นที่ใช้สอยกำลังดี เมื่อ Built in เคาร์เตอร์ครัวไปแล้ว จะเหลือพื้นที่ใช้งานกว้าง 1.2 m. โดยที่พื้นจะลดระดับลงไปหน่อย และเป็นกระเบื้อง ทำให้เช็ดทำความสะอาดได้ง่าย และถึงแม้จะมีทั้งหน้าต่างและประตูให้เปิดระบายอากาศได้แล้ว เค้าก็ยังติดตั้งพัดลมดูดอากาศมาให้เพิ่มด้วยนะครับ ซึ่งยิ่งทำให้การระบายกลิ่นหรือควันทำได้ดียิ่งขึ้นเลยทีเดียว

ส่วนเคาน์เตอร์ครัวของจริงที่ได้จะมีลักษณะแบบบ้านตัวอย่างนี้ครับ Top เคาน์เตอร์เป็นหินแกรนิตสีดำ และอาจต้องติดตั้ง Backsplash ที่ผนังเพื่อเช็ดทำความสะอาดได้ง่ายขึ้น

และลานซักล้างหลังบ้านจะไม่ได้ลงเสาเข็มมาให้นะ แต่จะเทเป็นพื้นคอนกรีตมาให้แบบนี้

ส่วนห้องที่ติดกับครัวจะเป็นห้องน้ำครับ ภายในได้วัสดุพื้นฐานตามนี้เลย กว้างประมาณ 1.25 x 1.75 m. และยังแบ่งเป็นพื้นที่โซนเปียกเอาไว้ เผื่อให้ห้องนอนชั้นล่างใช้อาบน้ำได้ (ขนาดประมาณ 1.25 x 90 m.) ซึ่งจะต้องไปกั้นฉากกั้นเอาเองนะครับ

สุขภัณฑ์ที่ได้ทั้งหมดจะเป็นของ Cotto พร้อมกับทิ้ง Junction box เอาไว้ให้ต่อเครื่องทำน้ำอุ่นเพิ่มได้ถ้าต้องการ

ส่วนห้องนอนชั้นล่างผมวัดแล้วจะมีขนาดพื้นที่ประมาณ 3 x 3.9 m. สามารถวางเตียง 5 ฟุตพร้อมกับตู้เสื้อผ้า เพื่อทำเป็นห้องนอนได้จริงๆ เช่น ห้องนอนลูก ห้องนอนแขก และห้องนอนผู้สูงอายุ หรือจะทำเป็นห้องเล่นเกมส์ ห้องดูหนัง และห้องทำงานก็ได้นะ

ส่วนด้านหลังที่ผมยืนอยู่เมื่อกี้นี้ก็จะมีหน้าต่างอีกจุดหนึ่ง ซึ่งเท่ากับว่าห้องนี้มีช่องแสงถึง 3 ด้าน ทำให้โปร่งโล่งและอากาศถ่ายเทได้ดีทีเดียวครับ

กลับมาที่โถงกลางอีกครั้ง โดยบันไดจะเป็นโครงสร้างเหล็กที่ปิดด้วยไม้ยางพาราประสาน มีขนาดกว้าง 85 cm. (ลูกตั้ง 20 cm. ลูกนอน 25 cm.) พร้อมกับมีห้องเก็บของใต้บันได และไฟกิ่งให้ที่ชานพัก ซึ่งเราจะแขวน Chandelier สวยๆเพิ่มเติมได้ และถ้ามีม่านใหญ่ๆก็จะยิ่งดูหรูหรามากขึ้น หรือจะไม่ติดก็ได้ครับ เพราะระแนง Facade หน้าบ้านจะช่วยกรองแสงและพรางสายตาส่วนนี้ให้อยู่แล้ว

แต่จุดที่ผมชอบคือเรื่องตำแหน่งบันได ซึ่งหลบมาอยู่ที่โถงทางเดินด้านข้าง ทำให้มองไม่เห็นจากส่วน Common area ลองนึกภาพดูว่าถ้าเราอยู่จริงแล้วกำลังรับแขกอยู่ เกิดลูกๆแต่งตัวไม่เรียบร้อยเพราะเพิ่งตื่นนอน เดินลงมาเข้าห้องครัวเพื่อหาน้ำกิน หรือมาหยิบของชั้นล่าง ก็ยังจะได้ความเป็นส่วนตัวอยู่บ้างครับ

ขึ้นมาที่ชั้นบนจะเจอกับโถงบันได ซึ่งจะมีห้องหลักๆแยกออกไป 3 ห้องครับ รวมถึงมีระบบสัญญาณกันขโมยติดอยู่ชั้นบนนี้ด้วยเช่นกัน (แต่อาจไม่ได้อยู่ในตำแหน่งนี้นะ) ส่วนพื้นก็จะปูด้วยไม้ลามิเนตหนา 8 mm. พร้อมกับมีความสูงพื้นถึงฝ้า 2.6 m. เช่นเดิม

มาเริ่มกันที่ห้อง Master Bedroom กันก่อนครับ ภายในมีขนาดค่อนข้างใหญ่ แถมยังมีช่องแสงค่อนข้างเยอะ จึงทำให้โปร่งโล่งมากๆ

สำหรับการวางเตียงเราจะหันหัวเตียงไปฝั่งไหนก็ได้ เพราะฝั่งตรงข้ามก็จะมีผนังทึบให้เราได้ติดทีวีกันได้ แต่ส่วนตัวผมจะชอบแบบในห้องตัวอย่างนี่แหละครับ เพราะถ้าหันปลายเตียงมาทางฝั่งประตูห้อง เวลานอนอยู่ถ้าเกิดนอกห้องเปิดไฟ หรือมีคนเดินผ่านไป-มา จะรู้สึกและมองเห็นได้ง่ายกว่า (ถูกรบกวนการนอน)

ส่วนระเบียงจะมีความกว้าง 4 x 0.7 m. พอที่จะออกมายืนสูดอากาศได้ครับ รวมถึงใช้เป็นราวกันตกกระจกนิรภัยสูง 1 m. ทำให้โปร่งโล่งและ Take View จากภายในห้องได้ดีมากขึ้น ส่วนที่มุมเล็กๆด้านบนจะมีไฟกิ่งช่วยส่องสว่าง และไฟสัญญากันขโมยติดตั้งเอาไว้ให้พร้อมเลยครับ

อีกด้านของตัวห้องจะมีพื้นที่อีกส่วนหนึ่งที่เว้าเข้าไปด้วยนะ

บริเวณนี้สามารถทำเป็น Walk in closet และโต๊ะเครื่องแป้งได้ครับ ซึ่งของจริงจะเป็นพื้นที่โล่งๆ ไม่มีทั้งตู้หรือฉากกั้นแบบนี้ แต่ก็สามารถดูเป็นแนวทางนำไปปรับใช้ได้ สำหรับคนที่ชอบความเป็นสัดส่วนนะ

ส่วนห้องน้ำจะมีขนาดค่อนข้างใหญ่ทีเดียว ที่เพิ่มเติมขึ้นมาคืออ่างอาบน้ำทางขวามือ

โดยสุขภัณฑ์ทั้งหมดจะยังเป็นของ Cotto เช่นเดิมครับ อ่างอาบน้ำมีขนาดประมาณ 1.55 x 0.8 m. ลึก 43 cm. และสามารถวางของใช้ที่ขอบรอบๆได้ ส่วนพื้นที่อาบน้ำจะมีขนาดประมาณ 90 x 90 xm. และต้องกั้นฉากกั้นเพิ่มเองครับ

กลับมาที่โถงชั้นบนอีกครั้ง ซึ่งก่อนจะไปดูห้องถัดไป ทางด้านขวานี้จะเป็น Family area ที่มีขนาดประมาณ 2.3 x 2.3 m. สามารถทำเป็นชุดโซฟานั่งเล่นเฉพาะครอบครัว เพื่อแยกจากพื้นที่รับแขกชั้นล่างออกมาเป็นส่วนตัวได้ หรือจะกั้นทำเป็นห้องทำงาน ห้องดูหนัง หรือห้องพระก็ได้เช่นกันครับ

ห้องนอนแรกทางซ้ายมือจะมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 และอยู่บริเวณด้านหน้าของตัวบ้าน จึงเหมาะที่จะเป็นห้องนอนลูกคนโตครับ

โดยจุดเด่นของห้องนี้คือ ช่องหน้าต่างที่กว้างมากๆ (ของจริงจะยาวมาจนถึงขอบตู้ชั้นวางของตรงหัวเตียง) มีมุมแต่งตัวเล็กๆ กับพื้นที่ให้วางโต๊ะหนังสือได้เยอะเลย รวมถึงยังมีห้องน้ำในตัวอีกด้วยครับ (พื้นที่ส่วนเปียกประมาณ 1.4 x 1.8 m. และพื้นที่ส่วนแห้ง 1.4 x 0.9 m. ขนาดกำลังพอดีๆครับ)

ส่วนห้องสุดท้ายจะเป็นห้องนอนเล็กที่อยู่ในตำแหน่งหลังบ้าน จึงเหมาะที่จะเป็นห้องนอนลูกคนที่ 2 หรือจะทำเป็นห้องอื่นๆก็ได้ครับ

โดยห้องนี้มีขนาดประมาณ 3 x 3 m. และทางโครงการได้วางเตียงขนาด 3.5 ฟุตมาให้ดู ซึ่งจริงๆแล้วก็ยังมีพื้นที่มากพอที่จะวางเตียง 5 ฟุตได้สบายๆเลยครับ แน่นอนว่าจะมีมุม Built in ตู้เสื้อผ้า และห้องน้ำในตัวที่มีขนาดและฟังก์ชันเหมือนห้องน้ำเมื่อสักครู่อีกด้วยนะ

นอกจากนี้ผมยังได้ถ่ายภาพสวยๆ มุมอื่นๆของตัวบ้านมาฝากกันด้วย สามารถกดดูได้ที่ Gallery ด้านล่างนี้เลยคร้าบบบ

ส่วนแบบบ้านอื่นๆ ซึ่งผมอาจไม่ได้เข้าไปถ่ายในบ้านมาให้ดูนะครับ เพราะหน้างานยังไม่เรียบร้อยดี เลยถ่ายหน้าตา Facade มาให้ได้ชมกันก่อน แล้วเราค่อยมาวิเคราะห์ผังกันอีกที ซึ่งจะมีดังต่อไปนี้ครับ

  • แบบ STARRY บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 50.4 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 175 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ

เป็นบ้านขนาดกลางในโครงการ แต่ก็ถือเป็นขนาดที่ค่อนข้างใหญ่ เมื่อเทียบกับเพื่อนบ้านในย่านเดียวกัน ซึ่งถึงแม้จะไม่ได้สร้างบ้านจนเต็มพื้นที่เหมือนแบบ LATITUDE ที่เราไปดูมาก่อนหน้านี้ แต่ก็กลายมาเป็นจุดเด่น สำหรับคนที่ต้องการพื้นที่สวนหน้าบ้านที่ใหญ่ขึ้น อีกทั้งยังมีห้องนอนชั้นล่างที่เป็นส่วนของหลังคายื่นออกมา ช่วยทำให้บ้านดูมีมิติมากขึ้น และยังคงได้ฟังก์ชันครบถ้วนเช่นเดิม เพียงแต่จะไม่มีประตูทางเข้าจากโรงจอดรถ และบันไดจะมาโผล่ตรงกลางบ้านเลยนั่นเองครับ

ส่วนชั้น 2 ก็จะตัดฟังก์ชัน Family area ออกไป และห้องนอนเล็กก็จะไม่ได้มีห้องน้ำในตัว ต้องออกมาใช้งานร่วมกัน ส่วนห้องนอนใหญ่ก็จะไม่มีอ่างอาบน้ำ รวมถึง Walk in closet ก็จะเล็กลงด้วยครับ ดังนั้นบ้านหลังนี้จึงเหมาะกับครอบครัวขนาดกลาง-ใหญ่ ที่อาจไม่ซีเรียสเรื่องความเป็นส่วนตัวมากนัก สามารถแชร์ฟังก์ชันบางอย่างร่วมกันได้ และชอบที่จะมีสวนภายในบ้านใหญ่ๆนั่นเองครับ

  • แบบ MONZA บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 52.65 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 190 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ

เป็นบ้านขนาดใหญ่รองลงมา ซึ่งลักษณะแทบจะเหมือนแบบ LATITUDE ที่เป็นบ้านตัวอย่างเลยครับ คือเป็นบ้านที่สร้างเต็มพื้นที่ แต่ขนาดฟังก์ชันต่างๆจะเล็กลง ที่เห็นได้ชัดคือห้องทานอาหาร กับห้องนอนที่ชั้นล่าง รวมถึงห้องนอนชั้นบนก็จะไม่มีห้องน้ำในตัว ต้องออกมาใช้งานร่วมกัน และไม่มีอ่างอาบน้ำในห้อง Master Bedroom นะครับ ส่วนตัวผมมองว่า คนที่ซื้อบ้างหลังนี้เค้าต้องการบ้านที่มีฟังก์ชันยืดหยุ่น สามารถปรับเปลี่ยนได้มากขึ้น โดยลดพื้นที่ห้องน้ำลง แล้วไปเน้นพื้นที่ใช้สอยในห้องนอนให้มีขนาดใหญ่ขึ้นแทนครับ

แบบ BINARY บ้านแฝด 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 37.13 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 136 ตร.ม. - ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะครับ

ราคา

24 March 2020

  • ก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนครับว่า ณ วันที่ ThinkofLiving เข้ามาถ่ายรีวิวนี้ เป็นวันก่อน Presale จึงทำให้ราคา ณ ปัจจุบันยังไม่นิ่ง แต่จากสื่อโฆษณาต่างๆของทาง AP ได้ประกาศออกมาว่าจะมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 4.59 – 6 ล้านบาทครับ (ไม่ระบุ Type บ้าน) และอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคต ซึ่งถ้าใครที่มีโอกาสเข้าไปชมโครงการจริง สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับเซลล์ได้ครับ
  • ลงทะเบียน Centro ประชาอุทิศ 90 คลิก https://bit.ly/2xGhZWD

 

  • จองและทำสัญญา n/a บาท
  • ดาวน์ n/a% ผ่อนดาวน์ n/a งวด
  • ที่ดินเพิ่มลด ราคาตารางวาละ n/a บาท
  • ค่าส่วนกลาง 25 บาท/ตร.วา/เดือน
  • ค่าจดจำนอง ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ
  • ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์ ผู้ซื้อแล้วผู้ขายชำระฝ่ายละครึ่ง
  • ค่าประกัน มิเตอร์ไฟฟ้า ประปา ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ครับ

บทสรุป

ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง : ประชาอุทิศถือเป็นอีกย่านหนึ่งที่ได้รับความนิยม ของคนที่ต้องการหาบ้านแนวราบที่เดินทางเข้าเมืองไปทำงานได้สะดวก เพราะมีทางด่วนให้ใช้อยู่ไม่ไกล ทั้งถนนกาญจนาภิเษก และทางด่วนเฉลิมมหานคร ข้ามไปพระราม 3 , สีลม-สาทร และสมุทรปราการได้ไม่ยากนัก จึงเป็นทำเลที่จำเป็นต้องใช้รถยนต์เดินทางเป็นหลัก

ก่อนหน้านี้จุดที่คึกคักที่สุดคือประชาอุทิศตอนต้น (หรือบริเวณทุ่งครุ) ที่เต็มไปด้วยโครงการจัดสรร ตลาด มหาลัย และมีซูเปอร์มาร์เก็ตค่อนข้างครบครัน ซึ่งปัจจุบันก็เริ่มหนาแน่นมากขึ้น อีกทั้งราคาบ้านบริเวณนี้ก็ไม่ได้จับต้องได้ง่ายเหมือนเมื่อก่อน ด้วยเหตุนี้ความเจริญจึงขยายลงมาที่บริเวณด้างล่าง ซึ่งย่านประชาอุทิศตอนปลายนี้ก็เริ่มมีโครงการจัดสรรเกิดขึ้นใหม่หลายแห่ง และราคาก็ยังจับต้องได้ไม่ยากนัก แลกกับอยู่ไกลจากตัวเมืองและทางด่วนออกมาอีกหน่อย โดยรอบโครงการจึงค่อนข้างเงียบสงบ แต่บริเวณต้นซอยก็มีทั้งตลาดและร้านสะดวกซื้ออยู่ด้วย ถือเป็นอีกหนึ่งทำเลที่ครบครันอยู่เหมือนกันครับ

ความปลอดภัยในโครงการและตัวบ้าน : ค่อนข้างเป็นมาตรฐานครับ ด้านหน้าซุ้มประตูทางเข้ามาป้อม รปภ. ที่ดูแล 24 ชม. พร้อมกับกล้อง CCTV และระบบเข้า-ออก RFID หรือ Easy Pass ซึ่งกั้นด้วยไม้กั้นกระดก และประตูเหล็กบานเลื่อนอีกชั้นหนึ่ง ส่วนรอบโครงการจะมีกำแพงรั้วสูง 2.5 m. กับระบบรักษาความปลอดภัยในบ้านแบบ Magnetic Sensor ทุกหลัง

การออกแบบโครงการ : หากเป็นคนชอบความสะดวกและเป็นส่วนตัว รวมถึงมีงบขึ้นมาสักหน่อย สามารถเลือกบ้าน Type ใหญ่ในซอยโซนแรกๆได้ครับ เพราะมีเพื่อนร่วมซอยค่อนข้างน้อย ไม่ต้องขับรถเข้าไปลึก รวมถึงยังมาใช้งานส่วนกลางได้ง่ายกว่าโซนด้านในอีกด้วย และด้วยหน้าตา Facade ของทั้งพื้นที่ส่วนกลางกับตัวบ้าน จะเป็นสไตล์ Modern ที่เรียบง่าย จึงเหมาะกับคนรุ่นใหม่ หรือคนที่ชอบความทันสมัย ที่สำคัญคือ มีแบบบ้านให้เลือกเยอะถึง 6 แบบ โดยมีบ้านแฝด 1 แบบ และบ้านเดี่ยว 5 แบบครับ

การออกแบบพื้นที่ใช้สอย : จากที่ผมมีโอกาสไปดูมาเกือบทุกโครงการของย่านนี้มาแล้ว ต้องยอมรับว่าโครงการนี้เค้าให้พื้นที่ใช้สอยในบ้านมาค่อนข้างเยอะ จึงทำให้ภายในดูโปร่งโล่ง และจัดฟังก์ชันได้ลงตัวง่าย เหมาะกับครอบครัวขนาดกลาง-ใหญ่ พื้นที่ก็ยืดหยุ่นสามารถปรับเปลี่ยนได้ตาม Lifestyle โดยเฉพาะการที่มีห้องนอนอยู่ที่ชั้นล่างนั้น จะเหมาะกับครอบครัวที่มีผู้สูงอายุพักอยู่ด้วย และที่ผมชอบมากที่สุดคือ “ความเป็นส่วนตัว” สัมผัสได้จากฟังก์ชันหลายๆอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการแยกทางเข้า 2 ทาง ห้องนอนใหญ่มีห้องน้ำในตัวทุกแบบ และถ้าเป็นบ้าน Type ใหญ่ที่สุด จะมีการซ่อนบันไดให้พ้นจากสายตาห้องรับแขก  รวมถึงมีห้องน้ำในตัวทุกห้องนอนอีกด้วยครับ

วัสดุ : เรื่องนี้ผมให้เป็นมาตรฐานไม่ต่างจากเพื่อนบ้านในย่านมากนัก แต่สิ่งที่ผมค่อนข้างชอบคือ เค้าให้ช่องแสงมาค่อนข้างใหญ่และเยอะนะครับ โดยกรอบ UPVC หลายๆคนอาจไม่ชอบเพราะดูเหมือนเป็นพลาสติก แต่จริงๆแล้วค่อนข้างแข็งแรงทนทานนะ ผนังภายในติด Wallpaper มาให้แล้ว และสุขภัณฑ์เป็นของ Cotto โดยสิ่งที่คิดว่าอาจจะให้ได้ดีกว่านี้คือ การลงเสาเข็มให้ที่โรงจอดรถและลานซักล้างหลังบ้าน รวมถึงเปลี่ยนบันไดเป็น คสล. ด้วยจะดีมากๆครับ เพราะถ้าเราทำเองก็อาจต้องเสียเงินเพิ่มหลายแสนเลยทีเดียวล่ะ

พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ : บริเวณด้านหน้าจะมีสวนสาธารณะอยู่เกือบ 2 ไร่ ซึ่งมีลักษณะยาวขนานกับถนน Main จึงทำให้เป็น Approach ต้อนรับที่ดี ขับรถกลับบ้านมาก็รู้สึกว่าเหมือนมีสวนขนาดใหญ่ในหมู่บ้าน รวมถึงจะมีต้นไม้ประดับอยู่ริมถนน Main ด้วยครับ ซึ่งในอนาคตผมคิดว่าถ้าต้นไม้โตแล้วก็น่าจะดูร่มรื่นมากขึ้นนะ

สาธารณูปโภค : โครงการนี้ได้รวม Facilities มาไว้ในจุดๆเดียว ไม่ได้แบ่งกระจายการใช้งาน จึงทำให้ได้พื้นที่ขนาดค่อนข้างใหญ่ แต่ด้วยการวางไว้ตำแหน่งด้านหน้าสุด ก็อาจทำให้ยูนิตที่อยู่ลึกๆมาใช้งานได้ยากหน่อย (เผลอๆต้องขับรถออกมาใช้ด้วย อาจต้องมีที่จอดเพิ่มครับ) ซึ่งโครงการนี้เค้าก็มีฟังก์ชันหลักๆที่จำเป็นครบครับ ทั้งล็อบบี้ สวน สระว่ายน้ำ ห้องออกกำลังกาย และห้องโยคะ

ส่วน Kids Room ผมมองว่าเค้าพยายามให้ความสำคัญกับฟังก์ชันนี้นะ ดูจากการที่อยู่ในตำแหน่งที่ดี มองเห็นทั้งสระว่ายน้ำและสวน ภายในก็ไม่ได้เล็กจนเกินไป เหมาะกับครอบครัวที่มีลูก สามารถพาน้องๆออกมาเล่นนอกบ้านและพบปะกันได้ที่นี่ โดยที่ไม่ต้องไปตามบ้านของเพื่อนบ้านให้เสียความเป็นส่วนตัวครับ

Judgement

เนื่องจากโครงการนี้ยังไม่ทราบราคาที่แน่นอน และอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคต โดยเฉพาะราคาของบ้านตัวอย่างที่ได้พาไปชมกันมา ดังนั้นทาง ThinkofLiving จึงยังไม่สามารถสรุปคะแนนและความคุ้มค่าได้นะครับ แต่ทั้งนี้หากโครงการ เซนโทร – CENTRO ประชาอุทิศ 90 เปิดตัวอย่างเป็นทางการ และมีราคาที่แน่ชัดออกมาแล้ว ผมอาจจะมาอัพเดทให้ได้ทราบกันอีกทีนะ ^^

 

BOTTOM LINE

โครงการ CENTRO (เซนโทร) ประชาอุทิศ 90 เหมาะกับคนที่มองหาบ้านย่านประชาอุทิศตอนปลาย ที่ยอมขยับออกมานอกเมืองหน่อย แต่ยังใช้ทางด่วนเข้าเมืองไปทำงานได้ ทำเลเงียบสงบ ปากซอยมีของกินพอสมควร เน้นตัวบ้านสไตล์โมเดิร์น มีพื้นที่ใช้สอยเยอะ ฟังก์ชันยืดหยุ่น รองรับได้หลายช่วงวัย พร้อมส่วนกลางครบ มีงบประมาณ 4.59 – 6 ล้านบาทขึ้นไป หรือมีกำลังผ่อนต่อเดือนประมาณ 32,000 – 42,000 บาท


ติดตามพวกเราได้ที่
Website : www.thinkofliving.com
Twitter : www.twitter.com/thinkofliving
YouTube : www.youtube.com/ThinkofLiving
Instagram : www.instagram.com/thinkofliving
Facebook : ThinkofLiving