รีวิวฉบับที่ 2063 … Bangkok Boulevard Signature ลาดพร้าว – เสรีไทย โครงการนี้ทำเลโอเคเลยสำหรับบ้านเดี่ยวที่อยู่ต้นเสรีไทย ช่วงแยกนิด้า ตรงนี้อนาคตเรียกว่าใกล้รถไฟฟ้าทั้งสายสีเหลืองและส้ม รวมถึงอยู่ติดกับสวนนวมินทร์ภิรมย์ ที่ได้วิวสวน + พื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ บ้านของที่นี่จุดเด่นก็คงยังเป็นสไตล์ Luxury Nordic แบบฉบับของ SC ASSET ในราคาเริ่มต้น 17 ล้านบาท

ข้อมูลโครงการ

19 March 2020

  • Bangkok Boulevard Signature Ladprao – Serithai (บางกอก บูเลอวาร์ด ซิกเนเจอร์ ลาดพร้าว-เสรีไทย)
  • บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จํากัด (มหาชน)
  • LUXURY CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment บ้านได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่: ซอยเสรีไทย 9 ใกล้แยกนิด้า เขตบึงกุ่ม
  • ที่ดินโครงการ : 31-0-2.4 ไร่ จำนวน 77 หลัง
  • Simony : บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินมาตรฐาน 70-99 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 315 ตร.ม.
    • ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 4 ห้องน้ำ / 3 ที่จอดรถ
    • ห้องนอนใหญ่ ฝ้าเพดานสูง 4.6 ม.
    • ราคาเริ่มต้น 17.49 ล้านบาท
  • Salzberg : บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินมาตรฐาน 80.5-93 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 324 ตร.ม.
    • ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 3 ที่จอดรถ
    • ห้องนอนใหญ่ ฝ้าเพดานสูง 4.6 ม.
    • ราคาเริ่มต้น 19 ล้านบาท
  • Hallberg : บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินมาตรฐาน 91-153 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 433 ตร.ม.
    • ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 4 ที่จอดรถ
    • ห้องนอนใหญ่ ฝ้าเพดานสูง 5 ม.
    • ราคาเริ่มต้น 23 ล้านบาท
  • Hallstatt : บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินมาตรฐาน 101.5-172 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 513 ตร.ม.
    • ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 4 ที่จอดรถ
    • ห้องนอนใหญ่ ฝ้าเพดานสูง 5 ม.
    • ราคาเริ่มต้น 25.59 ล้านบาท
  • ความสูงจากพื้นถึงฝ้าชั้น 1 – 2.80 เมตร / ชั้น 2 – 2.80 เมตร
  • ที่ดินเพิ่มลดตารางวาละ 110,700 บาท
  • โครงการเริ่มก่อสร้าง : ปี 2562
  • คาดว่าแล้วเสร็จทั้งโครงการ : Q4/2565
  • เว็บไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • Call Center :  1749

โปรโมชัน

  • สำหรับคนที่สนใจสามารถเข้าไปลงทะเบียนรับ Gift Voucher แต่งบ้านมูลค่า 100,000 บาท* ได้ที่ลิงค์: https://bit.ly/2wngOeK

ทำเลที่ตั้ง

พิกัด Google Maps : 13.776646, 100.654328
หรือสามารถ :  คลิกที่นี่

เเผนที่จากทางโครงการค่ะ

หากพูดถึงทำเลลาดพร้าว-เสรีไทย ฟังดูไม่ใช่ทำเลใจกลางเมืองมากนัก แต่ถือเป็นย่านเก่าแก่ที่มีคนอาศัยกันหนาแน่น เดิมย่านนี้ต้องเดินทางด้วยรถยนต์เป็นหลัก แต่ในอนาคตย่านนี้จะมีรถไฟฟ้าสาธารณะ ที่ช่วยพาคนเข้าเมืองได้ง่ายขึ้น ทำให้คนเริ่มหันมาซื้อโครงการแนวราบในย่านนี้มากขึ้น โดยตำแหน่งของ Bangkok Boulevard Signature ลาดพร้าว – เสรีไทย นั้นตั้งอยู่ในซ.เสรีไทย 9 เข้าไปประมาณ 400 ม. ใกล้แยกนิด้า ไฮไลท์เลยคือที่ดินติดสวนนวมินทร์ภิรมย์ ซึ่งเป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ 76 ไร่ มีทะเลสาบขนาดใหญ่อยู่ตรงกลาง ส่วนตัวคิดว่าที่ดินแบบนี้หาไม่ได้ง่ายๆนะคะ

ย่านนี้เป็นจุดเชื่อมต่อทั้ง ถนนลาดพร้าว ถนนนวมินทร์ ถนนศรีนครินทร์ ถนนรามคำแหง ทำให้มีตัวเลือกในการเดินทางหลากหลาย แถมยังไม่ไกลจากทางด่วนกาญจนาภิเษก และทางด่วนศรีรัช ความอุดมสมบูรณ์โดยรอบยังมีไม่มาก ส่วนใหญ่จะเกาะกลุ่มที่แยกบางกะปิ ซึ่งไม่ไกลมากนัก แต่ต้องเสียเวลากลับรถหน่อยนะคะ ซึ่งถ้ากลับรถไปก็จะมีสะพานที่เชื่อมเข้าเดอะมอลล์บางกะปิได้เลย นอกนั้นในละแวกก็จะมีทั้ง ตะวันนา, แฮปปี้แลนด์, เทสโก้ โลตัส, ตลาดบางกะปิ ส่วนถ้าใครไม่อยากรถติดแนะนำให้วิ่งลงมาที่ถนนรามคำแหง เพราะมีทั้ง Big C, Home Pro, Tops Market และคอมมูนิตี้มอลล์ Paseo Town ที่มีของกินอร่อยๆเพียบ

ส่วนรถไฟฟ้าที่จะเกิดขึ้นใกล้ๆทำเลนี้นั้น จะมีอยู่ 2 สายคือ รถไฟฟ้าสายสีส้ม ที่มาจากมีนบุรีวิ่งไปยังสถานีศูนย์วัฒนธรรมฯ(เฟสเเรก) ใกล้โครงการสุดคือสถานีศรีบูรพา โดยวิ่งมากจากแยกนิด้าได้เลย และสายสีเหลือง ใกล้สุดคือสถานีบางกะปิ ที่ตัวสถานีอยู่ตรงเดอะมอลล์บางกะปินั่นเลย หรือขับไปจุด Interchange สถานีแยกลำสาลี ที่เราสามารถขับรถวนกลับบ้านผ่านถนนรามคำแหงได้ เรามารอลุ้นกันว่าจะสร้างเสร็จกันเมื่อไหร่ ถ้าสร้างเสร็จเเล้วพื้นที่เเถวนี้น่าจะเดินทางสุขใจมากขึ้นนะคะ

เส้นทางการเดินทางวันนี้เราจะพาผู้อ่านไปยังโครงการผ่านถนนศรีนครินทร์ ตรงไปสุดทาง จนถึงสามแยก แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนเสรีไทย มุ่งหน้ามีนบุรี หลังจากนั้นขับผ่านแยกนิด้าไป ซอยโครงการจะอยู่ฝั่งซ้ายมือ ซ.เสรีไทย 9 (ซอยแรก) เข้าไปประมาณ 400 เมตร (สุดซอย) ก็ถึงโครงการแล้วค่ะ เส้นทางจะมีจุดสังเกตอะไรบ้างไปดูกันเลย

เริ่มที่ถนนศรีนครินทร์ ขับตรงไปตามป้ายบางกะปิ

สภาพแวดล้อมรอบโครงการ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

Bangkok Boulevard Signature ลาดพร้าว – เสรีไทย อยู่ในซ.เสรีไทย 9 ที่เข้าจากถนนใหญ่ไปประมาณ 400 ม. ซึ่งปกติบ้านราคาระดับนี้จะอยู่ติดถนนหลัก แต่การเข้าซอยมาแบบนี้ก็จะได้เรื่องความเป็นส่วนตัวในการอยู่อาศัย โดยบรรยากาศในซอยก็ไม่แย่ เพราะมีความเป็นชุมชุนอยู่ทำให้ไม่เปลี่ยวมากนัก รวมถึงโครงการยังได้ที่ดินหน้ากว้างติดสวนนวมินทร์ภิรมย์ ซึ่งทำให้โครงการนี้ได้วิวสวนเพิ่มเติม โดยเป็นวิวบึงขนาดใหญ่ + พื้นที่สีเขียว บรรยากาศร่มรื่นดี และเนื่องจากรั้วโปร่ง ทำให้คนภายนอกมองเข้ามาได้ ความส่วนตัวอาจจะลดลง แต่ถ้าใครกังวลเรื่องความปลอดภัย โครงการติดตั้ง CCTV 41 ตัว ที่สามารถส่องเห็นถนนหน้าบ้านทุกหลังค่ะ

ภาพวิวมุมสูงของสวนนวมินทร์ภิรมย์ ที่มีบึงขนาดใหญ่ และพื้นที่สีเขียวล้อมรอบ แถมมี Jogging Track ให้วิ่งยาว 2 กม. บรรยากาศร่มรื่นดีทีเดียว > <

ประตูทางเข้าสวนสาธารณะ ห่างจากโครงการประมาณ 900 ม.

ลองมองไปที่โครงการกันดูบ้าง จะเห็นบ้านโซนนี้และ Clubhouse หันหน้ามาทางสวนสาธารณะ (ทิศตะวันตก) ที่มองเห็นพระอาทิตย์ตกได้ชัดเจน แถมบริเวณนี้ไม่สามารถเดินได้ ทำให้ได้ความเป็นส่วนตัวสูงค่ะ

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • สวนสาธารณะ
    • สวนนวมินทร์ ~ 900 ม.
    • สวนพฤกษชาติคลองจั่น ~ 2 กม.
    • สวนเสรีไทย ~ 3.2 กม.
  • Shopping Center
    • The Mall บางกะปิ ~ 3.8 กม.
    • ตะวันนา ~ 3.8 กม.
    • Makro บางกะปิ ~ 4 กม.
    • Paseo รามคำแหง ~ 4 กม.
    • Fashion Island ~ 9.1 กม.
    • Central Eastville ~ 11 กม.
    • The Nine ~ 11 กม.
  • โรงพยาบาล
    • โรงพยาบาลรามคำแหง ~ 4.9 กม.
    • โรงพยาบาลเวชธานี ~ 5.4 กม.
    • โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ ~ 7.7 กม.
    • โรงพยาบาลลาดพร้าว ~ 9.0 กม.
  • โรงเรียน/มหาวิทยาลัย
    • มหาวิทยาลัย NIDA ~ 2.3 กม.
    • โรงเรียนนานาชาติแอ๊ดเวนต์ ~ 3.0 กม.
    • โรงเรียนนานาชาติไบรท์ตัน ~ 6.2 กม.
    • มหาวิทยาลัย ABAC เขตหัวหมาก ~ 7.0 กม.
    • มหาวิทยาลัยรามคำแหง  ~ 7.5 กม.
    • โรงเรียนบดินทร์เดชา สิงหเสนี ~ 8.7 กม.
    • โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า ~ 8.7 กม.
    • มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด ~ 9.5 กม.
  • การคมนาคม
    • รถไฟฟ้าสายสีส้ม (สถานีศรีบูรพา) ~ 1.0 กม.
    • Interchange สายสีส้มกับเหลือง (สถานีแยกลำสาลี) ~ 2.0 กม.
    • รถไฟฟ้าสายสีเหลือง (สถานีบางกะปิ) ~ 3.8 กม.
    • ทางด่วนพิเศษกาญจนาภิเษก (บางปะอิน-บางพลี) ~ 4.0 กม.
    • ทางด่วนพิเศษฉลองรัช (รามอินทรา-อาจณรงค์) ~ 10.0 กม.

รายละเอียดโครงการ

เริ่มต้นกันที่ Master Plan โครงการ โดยที่ดินโครงการมีขนาดทั้งหมด 31-0-2.4 ไร่ จำนวน 77 ยูนิต ที่ถือว่าน้อยนะ ได้ความเป็นส่วนตัวดี ซึ่งทางโครงการมีการแบ่งเฟสการก่อสร้างไว้อยู่ 2 เฟสนะคะ เฟสแรกคาดว่าเสร็จภายในสิ้นปี 2562 ส่วนที่เหลือจะสร้างเสร็จช่วงปี 2565 ส่วนพื้นที่ Club House + พื้นที่สวนหย่อม ที่กระจายตัวอยู่ในแต่ละโซน ทำให้การใช้งานไม่กระจุกตัวนะคะ

ที่น่าสนใจสำหรับโครงการนี้คือ ที่ดินหลากหลายขนาด ทำให้แต่ละหลังมีพื้นที่ใช้สอยรอบบ้านที่แตกต่างกัน แนะนำให้ไปดูตำแหน่งบ้านจริงที่โครงการนะคะ / เริ่มที่โซนแรกจะมีจำนวนยูนิตไม่มาก แถมแต่ละซอยมีบ้านไม่กี่หลังที่ได้ความเป็นส่วนตัว และตำแหน่งที่ดีที่สุดคือบ้านที่หันออกไปทางสวนสาธารณะ เพราะเราสามารถมองวิวได้จากบ้านตัวเองเลย แต่ถ้าใครซื้อตำแหน่งอื่นก็ไม่ต้องน้อยใจ เพราะพื้นที่ Club House เราก็สามารถมองวิวได้เช่นกัน ส่วนโซนที่ 2 ฝั่งซ้ายมือเป็นถนนที่วิ่งวนรอบบ้าน ซึ่งเวลาขับรถไม่ต้องวนหาจุดกลับรถ เข้า-ออกจากทางไหนก็ได้ แต่อาจจะมีคนขับผ่านหน้าบ้านบ่อยหน่อย ส่วนโซนฝั่งขวาเป็นซอยยาวที่กลับรถยาก แถมไกลจากพื้นที่ส่วนกลาง แต่ก็เป็นส่วนตัวดีนะ

ส่วนโปรดักส์ เป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ทั้งหมด 4 แบบ ขนาดตั้งแต่ 315-513 ตร.ม.โดยออกแบบมาในสไตล์ Luxury Nordic ที่เน้นหลังคาทรงจั่วที่เป็นเอกลักษณ์ของทางเอสซีอยู่แล้ว และเป็นบ้านหน้ากว้างที่แสงส่องถึงทุกฟังก์ชันภายในบ้าน ส่วนฟังก์ชันมาตรฐานก็มี 4 ห้องนอน + ห้องน้ำในตัว, โซนแม่บ้านแยกชัดเจน และ Private Living ที่ชั้นบนค่ะ

เดินมาดูหน้าโครงการกัน ต้องบอกว่า ซ.เสรีไทย 9 เป็นซอยไม่กว้างมากนัก รถวิ่งได้ 2 คันสวนกันพอดี โดยรอบๆเป็นบ้านพักอาศัยค่ะ

แอบบอกนิดนึงโครงการเรามีคอนเซปต์มาจากเมือง Hallstatt ประเทศออสเตรีย – หมู่บ้านเล็กๆริมทะเลสาบ ที่สวยที่สุดในโลก ถ้าใครไปเที่ยวบ่อยๆน่าจะรู้จักกันดีนะคะ และด้วยที่ดินมีลักษณะความคล้ายคลึงกัน ทางเอสซีเลยปิ๊งไอเดียจำลองบรรยากาศเมืองนี้มาไว้ที่โครงการเลยนะคะ

เริ่มตั้งแต่ทางเข้าโครงการเน้นออกแบบตัวอาคารและซุ้มประตูด้วยโทนสีน้ำตาล โดยฝั่งซ้ายมือเป็นอาคาร Club House ที่ทำเป็นหอคอยสูง สวยงามดี

ซุ้มทางเข้าโครงการจะมีป้อม รปภ. อยู่ตรงกลาง ขนาบด้วยทางเข้า-ออก พร้อมทั้งมีหลังคาคลุมไว้ บังแดดบังฝนได้ค่ะ

สำหรับทางเข้าโครงการจะเป็นประตูบานเลื่อนไฟฟ้า 3 ตอนนะคะ ซึ่งในการใช้งานแล้วการใช้เป็นประตูบานเลื่อนไฟฟ้าได้จะเปรียบในเรื่องของความปลอดภัยดีกว่าไม้กั้นกระดกทั่วไป แต่ก็จะต้องใช้เวลาในการเลื่อนเปิด-ปิดมากกว่าไม้กระดกอยู่หน่อย

ส่วนระบบการเข้า-ออกที่นี่ ลูกบ้านสามารถใช้ Keycard Access ระยะไกล (ระบบ RFID) เหมือนกับระบบ Easy Pass และจะมีกล้อง CCTV ส่องหน้าคนขับและส่องป้ายทะเบียนอยู่บริเวณนี้ด้วย ส่วนถ้าเป็นผู้มาติดต่อจะต้องแลกบัตรกับพี่ รปภ.ก่อนที่จะเข้าไปพื้นที่ด้านในโครงการ

เข้ามาภายในโครงการ จากถนนทางเข้าหลักนี้มีความกว้าง 14 และ 12 ม. และถนนรองอยู่ที่ 9 ม. นะคะ ซึ่งลักษณะถนนทางเข้าจะเป็นการลาดยางให้เรียบร้อยเลย

นอกจากนี้บริเวณหน้าบ้านทุกหลังโครงการยังมีแนวต้นไม้+ ปูหญ้ามาให้ เพื่อความสวยงาม ร่มรื่น แถมยังช่วงบังสายตาจากคนภายนอกได้อีกด้วย

มาต่อกันที่ Clubhouse ของโครงการออกแบบมาในสไตล์ Luxury Nordic แต่มีความแตกต่างจากโครงการอื่นๆของเอสซี คือรูปทรงของอาคารที่ใช้หลังคาทรงจั่ว และมีหอคอยสูง เหมือนอาคารที่เมือง Hallstatt เลย แต่เลือกใช้สีน้ำตาลทั้งหมด เพื่อคลุมโทนสีโครงการ โดยมีทั้งหมด 2 อาคารเชื่อมกันด้วยทางเดิน พร้อมสระว่ายน้ำแบบ Outdoor และจัดพื้นที่สีเขียวโดยรอบเพื่อความสวยงาม

โดยพื้นที่ Clubhouse มองออกไปเห็นบึงสาธารณะขนาดใหญ่เลย แต่ตรงนี้จะมีรั้วสูง 3 ม. กั้นเพื่อความปลอดภัยของลูกบ้านนะคะ

บริเวณสวนหย่อม มีที่นั่งมาให้นั่งเล่นชมวิวอีกด้วย ซึ่งถ้าต้นไม้บริเวณนี้โตเต็มที บรรยากาศน่าจะร่มรื่นดีทีเดียว

สระว่ายน้ำแบบ Outdoor เป็นแนวยาวประมาณ 28 ม. ที่สามารถว่ายน้ำจริงจังได้เลย แถมถ้าบ้านไหนมีเด็กๆ โครงการก็แบ่งพื้นที่สระเด็กมาให้ขนาด 2.50 x 5.00 ม. ที่ให้ว่ายน้ำเล่นได้ด้วยค่ะ > <

สระว่ายน้ำมีโซนพื้นตื้น ที่โครงการวาง Day Bed มาให้นอนอาบแดด หรือนอนชมวิวสวนสาธารณะก็ได้ ต้องบอกว่าบรรยากาศดีจริงๆค่ะ

สำหรับคนที่จะว่ายน้ำ โครงการมีจุดชำระล้างตัวมาให้ใช้งานก่อนลงค่ะ

บริเวณ Club House มีห้องน้ำแยกชาย-หญิงมาให้ ภายในมี Locker ให้เก็บของได้ด้วยนะ พร้อมทั้งห้องน้ำและห้องอาบน้ำ หลากหลายห้อง แถมติดแอร์ด้วยนะ เย็นสบายเลยยย

มาดูภายในอาคารชั้นแรกกัน เป็น Lounge หรือพื้นที่นั่งเล่น ฝ้าเพดานสูง พื้นเป็นหินอ่อน ตกแต่งด้วยแชนเดอเรีย และที่นั่งหลากหลากแบบ หรูหราดีนะ

เดินมาด้านหลังมีบันไดขึ้นชั้น 2 และลิฟต์โดยสาร สำหรับใครที่ไม่อยากเดินขึ้นบันได หรือไม่สะดวกเช่น ผู้สูงอายุ หรือคนนั่งรถเข็น Wheel Chair

ขึ้นมาที่ชั้น 2 ทางเดินเป็นแบบ Semi Outdoor พร้อม Vertical Fin ที่ทำให้เกิดแสงเงาที่สวยงาม โดยชั้นนี้มีห้องฟิตเนส และ Co-working Space มาให้ค่ะ

ห้องฟิตเนสเป็นแนวยาว พร้อมหน้าต่างยาว(ฝั่งขวา) ที่ออกกำลังกายไปชมวิวสวนหรือสระว่ายน้ำไปด้วยได้ โดยมีทั้งเครื่อง Cardio และ Weight Training ครบครัน

ภายในห้อง Co-working Space โครงการเลือกโต๊ะที่เหมาะในการนั่งทำงานมาให้ และเป็นแนวยาวที่สามารถใช้งานพร้อมกันได้หลายๆคน

ขึ้นมาที่ชั้น 3 เป็นพื้นที่ Outdoor พร้อมที่นั่งชมวิวพระอาทิตย์ตก หรือนอนดูดาวก็ได้นะ

เวลามองจากชั้นนี้ เราจะเห็นบึงขนาดใหญ่ + พื้นที่สีเขียว ที่เหมือนไม่ได้อยู่ในเมืองเลยนะ เวลามองแล้วรู้สึกผ่อนคลายดี > <

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • อาคาร Clubhouse ประกอบไปด้วย
  • สระว่ายน้ำระบบเกลือ
    • สระผู้ใหญ่ ขนาด 33 x 3.7 เมตร ลึก 1.2 เมตร
    • แบ่งสระเด็กลึกขนาด 5 x 2.5 เมตร ลึก 55 ซม.
  • ห้องออกกำลังกายขนาด 126 ตร.ม. ใส่เครื่องออกกำลังกายประมาณ 11 เครื่อง
  • พื้นที่สวนหย่อมในโครงการ 2 จุด รวมประมาณ 383.30 ตร.วา
  • ระบบ CCTV ที่ Main Gate และภายในโครงการ 41 จุด
  • รั้วรอบโครงการสูง 3 เมตร
  • ถนนหลักกว้าง 14, 12 ม. และถนนภายในกว้าง 9 ม.
  • Wi-Fi ฟรีที่คลับเฮ้าส์
  • Access Card ระบบ Bluetooth ระยะไกล 3-5 ม.
  • เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง
  • ประตูรั้วโครงการแบบเลื่อนไฟฟ้า 3 ตอน
  • สัญญาณกันขโมย ระบบ Magnetic & Shock Sensor ทุกหลัง

แบบบ้าน

บ้านในโครงการ Bangkok Boulevard Signature ลาดพร้าว – เสรีไทย เป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น มีให้เลือกทั้งหมด 4 แบบ พื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 315 – 513 ตร.ม. โดยตั้งชื่อมาจากเมืองและถนนในประเทศออสเตรีย ที่น่าสนใจคือเป็นโครงสร้างก่ออิฐมวลเบาที่ทนความร้อน และเก็บเสียงได้ดีกว่า Pre-cast โดยวันนี้เราขอเลือกมา 2 แบบ คือ Hallstatt และ Salzberg ซึ่งโครงการขายเป็นบ้านเปล่าๆ ให้เราตกแต่งเองนะคะ

  • แบบบ้าน Simony พื้นที่ใช้สอย 315 ตร.ม. /ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 4 ห้องน้ำ / 3 ที่จอดรถ
    ราคาเริ่มต้น 17.49 ล้านบาท
  • แบบบ้าน Salzberg พื้นที่ใช้สอย 324 ตร.ม. /ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 3 ที่จอดรถ
    ราคาเริ่มต้น 19 ล้านบาท
  • แบบบ้าน Hallberg พื้นที่ใช้สอย 433 ตร.ม. / ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 4 ที่จอดรถ
    ราคาเริ่มต้น 23 ล้านบาท
  • แบบบ้าน Hallstatt พื้นที่ใช้สอย 513 ตร.ม. / ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 4 ที่จอดรถ
    ราคาเริ่มต้น 25.59 ล้านบาท

เริ่มที่แบบบ้านที่ใหญ่สุดนั่นก็คือ Hallstatt หรือบ้าน Size XL โดยลักษณะเป็นบ้านหน้ากว้าง ที่แสงธรรมชาติส่องเข้าทุกฟังก์ชันได้เต็มที่ โดยบ้านหลังนี้สามารถจอดรถได้ 4 คัน มี 3 คันในร่ม กว้างประมาณ 7.5 ม. และ 1 คันกลางแจ้ง กว้างประมาณ 2.5 ม. ซึ่งดูแล้วเวลาจอดรถคันใหญ่ เปิดประตูมาอาจจะชนก็ได้นะ แต่ถ้าใครไม่มั่นใจขอลองจอดรถก่อนซื้อกับทางโครงการนะคะ

ทางเข้าบ้านมีประตูหลัก 2 ตำแหน่งคือจากที่จอดรถและหน้าบ้าน ซึ่งเราสามารถเลือกใช้งานได้ โดยถ้าเข้าจากที่จอดรถก็เดินไปส่วน Service ง่าย หรือเอาไว้หลีกเลี่ยงกรณีมีคนใช้งานพื้นที่ Common Area ส่วน Back of House ก็เกาะกลุ่มอยู่ด้วยกัน ทำให้ใช้งานง่าย มีความเป็นระเบียบ

ถ้าเข้าจากหน้าบ้าน ทางเดินเป็น Slope เผื่อกรณีมีคนใช้ Wheel Chair หรือมีผู้สูงอายุในบ้าน จะได้เดินใช้งานง่ายๆ เปิดประตูเข้ามาเป็นโซน Common Area ขนาดใหญ่ ที่เชื่อมต่อพื้นที่นั่งเล่น + รับประทานอาหารเข้าด้วยกัน ถัดมาเป็นพื้นที่ห้องนอนชั้นล่าง หรือห้องนอนผู้สูงอายุ ที่ได้เป็นพื้นไม้ Absortion Floor เวลาเดินจะนุ่มมากกว่าปกติ ซึ่งตำแหน่งห้องติดฝั่งหน้าบ้าน ที่เข้า-ออกง่าย แต่อาจจะไม่ได้ส่วนตัวมากนัก

ชั้นที่ 2 เป็นโซนของเจ้าของบ้านทั้งหมด เริ่มที่พื้นที่ตรงกลางบ้าน ที่ทำเป็น Private Living หรือห้องอเนกประสงค์ ที่ใช้ได้เฉพาะสมากชิกในบ้านเพื่อความเป็นส่วนตัว เวลามีแขกมาบ้านเยอะๆ รวมถึงห้องนอนที่นี่ได้ห้องน้ำในตัวทุกห้อง พร้อมพื้นที่ Walk-in Closet ที่แบ่งพื้นที่ได้เป็นสัดส่วนดี ซึ่งห้องนอนที่นี่วางเตียง King Size ได้เลยนะ ส่วนที่ชอบมากๆก็คือ ห้องนอนใหญ่ได้ฝ้าเพดานสูง 5 ม. + หน้าต่างสูง ทำให้บรรยากาศภายในโล่ง และรับแสงธรรมชาติได้เต็มที่

แบบบ้าน Hallstatt มาในสไตล์ Luxury Nordic ที่ทำเป็นหลังคาทรงจั่ว ที่ผสมผสานความ modern ดูสวยงามดี ลักษณะบ้านหน้ากว้างที่แสงธรรมชาติส่องถึงทุกฟังก์ชัน โดยเหมาะอยู่อาศัยกัน 4-8 คน หรือครอบครัวขนาดใหญ่นะคะ

หน้าบ้านจริงมีประตูเหล็กรางเลื่อน 2 ตอน พร้อมประตูที่ไม่ได้สูงมาก ทำให้คนภายนอกมองเห็นภายในบ้านได้

พื้นที่จอดรถริมสุดกว้าง 2.5 และในร่มกว้าง 7.5 ม. ที่เวลาเปิดประตูใช้งานอาจจะชนกำแพงได้นะ แนะนำให้ทดลองนำรถมาลองจอดดูก่อนซื้อนะคะ ส่วนพื้นเป็นทรายล้าง โดยวางพื้นบนคาน ที่ไม่ต้องกลัวพื้นทรุดนะคะ

บริเวณลานจอดรถมีทางเดินที่เชื่อมไปโซนแม่บ้านได้เลย จะได้แยกการใช้งานกับเจ้าของบ้านไปเลย ส่วนพื้นที่หลังบ้านมาตรฐานกว้างประมาณ 2 ม. ส่วนผนังฝั่งที่ติดกับบ้านคนอื่นจะไม่ได้รั่วสูงแบบนี้นะ

สำหรับบ้านหลังไหน ที่มีพื้นที่ข้างบ้านเยอะๆ โครงการได้ออกแบบพื้นที่ใช้งานให้ดูเป็นไอเดียนะ > <

สำหรับประตูทางเข้าทางฝั่งที่จอดรถเพื่อความปลอดภัย โครงการได้ติดตั้ง Digital Door Lock มาให้ รองรับการใช้งานพาสเวิร์ด และ Key Card Access

บริเวณด้านหน้ามี Slope มาให้สำหรับรถเข็น Wheel Chair ส่วนด้านข้างมีการจัดพื้นที่สวน ทั้งลงต้นไม้ใหญ่ และปลูกไม้พุ่มเป็นแนวไว้บังสายตา ช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวมากขึ้น

ทางเข้าหลักหน้าบ้านพื้นจะยกระดับขึ้นมาเล็กน้อย พร้อมปูพื้นกระเบื้องเซรามิคมาให้ โดยทางเดินที่เชื่อมกับลานจอดรถเป็นแบบ Semi Indoor ป้องกันแดดและฝนได้

สำหรับบ้าน Hallstatt เราจะได้บานไม้สักแบบนี้เลย โดยเป็นประตูที่เปิดออกได้ 2 ด้าน กว้างประมาณ 1.2 ม. พร้อมมือจับยี่ห้อ Hafele

เข้าบ้านมาเป็น Common Area ขนาดใหญ่ ที่เชื่อมห้องนั่งเล่นกับห้องรับประทานอาหารเข้าด้วยกัน โดยพื้นชั้นที่ 1 เป็นกระเบื้อง Glazed Porcelain ลายหินอ่อนสวยงาม ทนรอยขูดขีดได้ดี พร้อมความสูงพื้นถึงฝ้า 2.8 ม. ที่ทำให้บรรยากาศดูโล่ง ส่วนผนังของจริงทั้งหมดจะติด Wallpaper มาให้

เรามาดูห้องรับแขกกันก่อน สำหรับห้องนี้สามารถวางชุดโซฟาขนาดใหญ่ได้เลย ซึ่งโครงการนี้ให้หน้าต่างและประตูบานเลื่อนยี่ห้อ Tostem ทั้งหมด ซึ่งเป็นแบรนด์นำเข้าจากญี่ปุ่น มีความแข็งแรง พร้อมกระจกสีเขียวตัดแสง ที่สามารถป้องกัน UV ได้ดี

เข้ามาอีกโซนด้านในตรงนี้ได้เป็นพื้นที่แนวยาว ที่มีผนังกั้นให้ Private มากขึ้น โดยเราสามารถจัดเป็นห้องนั่งเล่นได้อีก 1 จุด หรือจะกั้นเป็นห้องอเนกประสงค์เพิ่มเติมก็ได้

ซึ่งประตูบานเลื่อนเปิดเชื่อมกับสวนด้านนอก และยังได้เป็นกระจกเข้ามุม Bay Window ที่ทำให้มองเห็นวิวได้กว้างมากยิ่งขึ้น

ถัดมาด้านใน มีพื้นที่สำหรับวางโต๊ะรับประทานอาหารขนาดใหญ่ รองรับที่นั่งได้ 8-10 ที่นั่งกำลังดี + พื้นที่ให้เตรียมอาหารได้ด้วย

เดินไปดูห้องนอนชั้นล่าง และส่วน Back of House กันต่อค่ะ

มาที่ห้องนอนชั้นล่าง ออกแบบให้รองรับการใช้งานของผู้สูงอายุ เนื่องจากเปลี่ยนพื้นให้เป็นพื้นไม้แบบ Absortion รองรับการกระแทกได้ดี และมีประตูบานเลื่อนที่เชื่อมกับด้านนอก เผื่อให้เข้า-ออกได้สะดวกค่ะ

บริเวณหน้าห้องน้ำมีพื้นที่เหลือ Built-in ตู้เสื้อผ้า และมีประตูทางเข้าห้องน้ำ ที่เป็นบานเลื่อนเพื่อรองรับการใช้งานรถเข็น Wheel Chair

ภายในห้องน้ำมีอุปกรณ์ครบครัน ทั้งอ่างล้างหน้า โถสุขภัณฑ์ และฝักบัวอาบน้ำ ที่เตรียมจุด Junction มาให้ตามมาตรฐาน แต่ที่พิเศษคือมีราวจับมาให้ใช้งาน ป้องกันการลื่นล้มของผู้สูงอายุ พร้อมหน้าต่างบางกระทุ้งที่ช่วยระบายความชื้นออกด้านนอก

พื้นเป็นกระเบื้องเซรามิคผิวหยาบที่กันลื่นได้ดี และพื้นห้องน้ำจะไม่มี Step เพื่อรองรับการใช้ Wheel Chair พร้อมพื้นที่หมุนรถเข็นระยะ 1.20 เมตร ให้กลับรถได้ง่ายๆ

อ่างล้างหน้ายี่ห้อ Kohler มีตู้ใต้อ่างให้เก็บของ ส่วนบริเวณโถสุขภัณฑ์นอกจากมือจับแล้ว ยังมีที่ใส่กระดาษชำระ และสายชำระติดไว้ที่ผนังด้านหลัง

ด้านข้างฝักบัวมีชั้นวางของเป็นตำแหน่งที่หยิบใช้งานง่าย ส่วนฝักบัวเป็นแบบ Hand Shower ที่ปรับระดับความแรงของน้ำได้

นอกจากนี้ชั้นล่างยังมีห้อง Powerder Room (ห้องน้ำที่ไม่มีพื้นที่อาบน้ำ) ให้สำหรับแขกที่มาบ้านด้วย

สำหรับประตูที่เข้ามาจากลานจอดรถ จะอยู่ใกล้ๆกับประตูห้องครัว ซึ่งถ้าเราซื้อกับข้าวมาเองก็เดินเก็บของได้ง่าย ส่วนปลายทางเดินมีพื้นที่เหลือ Buit-in ตู้เก็บรองเท้าได้ ซึ่งสำคัญสำหรับการอยู่อาศัย เพื่อไม่ให้พื้นเลอะในส่วนอื่นๆของบ้านนะคะ

เข้ามาที่ส่วนครัวปิด พื้นห้องครัวปูด้วยกระเบื้อง Super white nano ที่เช็ดทำความสะอาดง่าย พร้อมหน้าต่างไว้เปิดระบายกลิ่นออกด้านนอก ของจริงได้เป็นห้องครัวเปล่าๆนะคะ

นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ให้ก่อเคาน์เตอร์ทำครัวไทยเพิ่มเติม

สำหรับโซนแม่บ้าน ทางโครงการแยกโซนออกมาชัดเจนเพื่อความเป็นส่วนตัวของลูกบ้าน โดยห้องนอนแม่บ้านกว้างประมาณ 2.3 x 3.4 ม. ที่สามารถวาเตียง 3.5 ฟุตได้ 2 เตียง

บริเวณโถงบันได เป็นโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กที่ ตัวลูกตั้งลูกนอนปิดผิวด้วยไม้มะค่า เงาวับสวยงามดี แต่เวลาใส่ถุงเท้าเดินต้องระวังลื่นกันด้วยนะคะ ลักษณะของบันไดเป็นรูปตัว U หรือบันไดแบบพับผ้า มีชานพัก 2 จุด พร้อมราวจับตลอดแนวทางเดินบันไดใช้งานสะดวก โดยลูกตั้งสูง 18 ซม. เป็นระยะที่เดินใช้งานได้สบายๆ

โดยพอขึ้นมาชั้น 2 เป็นพื้นไม้ปาเก้ที่หาได้ค่อนข้าง เนื่องจากมีราคาค่อนข้างสูง ซึ่งเป็นวัสดุที่ทนแรงกระแทกได้ดี และสามารถซ่อมเป็นชิ้นๆได้ โดยไม่ต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด แต่วัสดุแบบนี้จะเป็นรอยขีดขูดง่ายนะคะ

ขึ้นมาชั้น 2 เป็นพื้นที่ Private Living สำหรับเจ้าของบ้าน ที่แยกใช้งานกับแขกเพื่อความเป็นส่วนตัว โดยพื้นที่ตรงนี้เราสามารถวางโซฟาขนาดใหญ่ได้

เราไปต่อกันที่ห้องนอนใหญ่ ซึ่งพื้นที่หน้าห้องมีที่วางให้ทำเป็นที่วางหิ้งพระได้

ผนังด้านข้างจะติดอุปกรณ์ สัญญาณกันขโมยระบบ Magnetic & Shock Sensor ที่หน้าต่างและประตูทุกบาน ส่วนอุปกรณ์ปลั๊กไฟและสวิทช์ไฟภายในห้องใช้ของ Siemens ทั้งหมด

เข้ามาภายในห้องเราสามารถกั้นเป็นพื้นที่ Walk-in closet ได้ โดยตำแหน่งจะอยู่ด้านหน้าห้องน้ำช่วยให้ใช้งานได้ต่อเนื่องกัน

สำหรับห้องนอนใหญ่ เรามีประตูทางเข้าห้องน้ำ 2 ทางนะคะ

เดินเข้ามาในห้องน้ำ มีการแบ่งพื้นที่เปียกและแห้งเป็นสัดส่วนชัดเจน พื้นและผนังเป็นกระเบื้องเซรามิคผิวด้าน ที่กันลื่นได้ดี

โถสุขภัณฑ์รุ่น Kohler Washlet ซึ่งเป็นระบบอัตโนมัติ มาพร้อมปุ่มกดใช้งานที่ผนังด้านข้าง เป็นตำแหน่งที่กดใช้งานได้สะดวก

อ่างอาบน้ำยี่ห้อ I-spa ขนาดประมาณ 1.60 x 1.34 ม. ที่ระยะที่นั่งเหยียดตัวได้ดี และสามารถใช้งาน 2 คนพร้อมกันได้

ส่วนอาบน้ำมีให้ทั้งแบบ Hand Shower และ Rain Shower ยี่ห้อ Kohler พร้อมชั้นวางของให้หยิบจับใช้งานง่าย / พื้นที่อาบน้ำขนาด 1.20 x 1.00 ม. ที่ยืนใช้งานได้กำลังดี ซึ่งท่อระบายน้ำที่นี่เป็นแบบเรียบเหมือนในโรงแรมเลยนะ

เคาน์เตอร์เป็นแบบ His & Her พร้อมกระจกยาวและตู้เก็บของใต้อ่างให้เรียบร้อย

ไฮไลท์ของห้องนอนใหญ่ คือฝ้าเพดานทรงจั่วสูง 5 ม.  ที่ทำให้บรรยากาศภายในดูโล่ง พร้อมกระจกสูงรับแสงธรรมชาติได้ดี ส่วนตำแหน่งเตียงนอน ทำให้เราได้ Double View หรือวิวจากทั้ง 2 ฝั่งเลยนะ นอกจากนี้ยังมี Living ส่วนตัวเพิ่มอีกด้วย

ระเบียงขนาด 6.62 x 1.25 ม. ที่เอาเก้าอี้ออกมานั่งอ่านหนังสือ พร้อมรับลมชิลล์ๆ ซึ่งตรงนี้เขามี Facade ช่วยบังสายตามาให้บางส่วน เพื่อความเป็นส่วนตัวค่ะ

มาต่อกันที่ห้องนอน 2 ซึ่งเป็นตำแหน่งที่หันออกด้านหน้าบ้าน โดยห้องนี้วางเตียง King Size ได้สบายๆ พร้อมมีระเบียงส่วนตัวให้ออกไปใช้งานได้ด้วย

ฝั่งตรงข้ามมีพื้นที่เหลือ Built-in ตู้เสื้อผ้าได้ เดินเข้าด้านในจะมีประตูทางเข้าห้องน้ำนะคะ

ห้องน้ำมีการแบ่งพื้นตามการใช้งาน โดยโซนเปียกจะลดระดับพื้นลงเล็กน้อย เพื่อไม่ให้น้ำกระเด็นออกมา โดยส่วนอาบน้ำกว้าง 1.65 x 0.9 ม. ที่ยืนใช้งานได้สบายๆ / ผนังเป็นกระเบื้องเซรามิคลายหินอ่อนสวยงาม

ส่วนห้องนอน 3 เป็นห้องนอนที่หันออกหลังบ้าน ที่วางเตียงขนาดใหญ่ได้สบายๆ

ห้องน้ำมีอุปกรณ์ครบครัน ซึ่งผนังแต่ละห้องจะแตกต่างกันค่ะ

เริ่มที่แบบบ้านถัดมา Size M หรือแบบบ้าน Salzberg ที่ลักษณะเป็นบ้านหน้ากว้างเช่นกัน แต่ขนาดจะเล็กลงมา โดยบ้านหลังนี้จอดรถได้ 3 คันในร่มทั้งหมด โดยกว้างประมาณ 7.75 ม. ที่เวลาเปิดรถอาจจะชนกันเองได้นะ

โดยทางเข้าบ้านยังมี 2 ประตู แต่ประตูหน้าบ้านจะเปลี่ยนเป็นแบบบานเลื่อนนะคะ ที่น่าสนใจของชั้นนี้คือห้องนอน 4 ที่ยื่นออกมาจากตัวบ้าน ทำให้รับแสงได้ 2 ฝั่ง พร้อมมองเห็นวิวได้เต็มที่ และยังเชื่อมต่อกับสวนนอกบ้านอีกด้วย / ส่วน Common Area จะมีขนาดเล็กลงมาหน่อย แต่ก็เป็นสัดส่วนที่ใช้งานได้กำลังดี

พื้นที่ชั้น 2 เป็นโซนส่วนตัวของลูกบ้าน ที่ยังมี Private Living แต่ขนาดอาจจะไม่ใหญ่มากนัก ส่วนห้องนอนใหญ่มีพื้นที่กว้างเวียงเตียง King Size ได้ พร้อมจัด Walk-in Closet ให้เป็นสัดส่วนได้ ส่วนห้องนอนเล็ก (ห้องนอน 3) เหมาะว่างเตียง 3.5 ฟุตกำลังดี หรือถ้าใครชอบนอนเตียงใหญ่ๆ แนะนำให้เอาเตียงชิดหน้าต่างแทนนะคะ

แบบบ้านนี้ยังคงความเป็น Luxury Nordic อยู่ โดยเป็นลักษณะหน้ากว้าง แต่ย่อขนาดพื้นที่ใช้สอยลงมา เหมาะอยู่อาศัย 4-6 คนกำลังดี แม้จะมีจำนวนห้องนอนเท่ากัน แต่ด้วยขนาดแต่ละห้องอาจจะเหมาะอยู่คนเดียวมากกว่าค่ะ

พื้นที่จอดรถเหมือนบ้านหลังที่แล้ว แต่เป็นแบบจอดรถได้ 3 คัน หน้ากว้าง 7.75 ม.

สำหรับประตูทางเข้าทางฝั่งที่จอดรถเพื่อความปลอดภัย โครงการได้ติดตั้ง Digital Door Lock มาให้ รองรับการใช้งานพาสเวิร์ด และ Key Card / และยังมีประตูเก็บของ ที่ไม่สะดวกไว้ในบ้านค่ะ

ทางเดินไปประตูหน้าบ้านมี Slope เหมือนหลังที่แล้ว ส่วนประตูจะเปลี่ยนเป็นบานเลื่อนของ Tostem แทนนะคะ

เข้ามาเป็นพื้นที่ Common Area ขนาดใหญ่ โดยเป็นห้องรับแขกเชื่อมต่อกับห้องนั่งเล่น ที่ทำให้ภายในดูโล่ง แถมได้หน้าต่างเยอะที่รับแสงธรรมชาติได้ดี

ไปดูห้องนอนชั้นล่างกัน ซึ่งของจริงจะเป็นผนังกั้นมาให้นะคะ

ในบ้านตัวอย่างปรับเปลี่ยนห้องนอนเป็นห้องอเนกประสงค์ ซึ่งถ้าเราไม่มีผู้สูงอายุจะปรับเปลี่ยนพื้นที่ตามการใช้งานได้นะ

โดยห้องนี้จะมีประตูบานเลื่อนเชื่อมกับสวนภายนอก ซึ่งโครงการจัดเป็นลานบาบีคิว ให้นั่งเล่นพักผ่อน ที่เราดูเป็นไอเดียได้นะ

โดยห้องน้ำอาจจะไม่ใหญ่เท่ากับบ้านหลังที่แล้ว แถมพื้นที่อาบน้ำมีการลดระดับลงเล็กน้อย ที่ไม่เหมาะการใช้งานสำหรับรถ Wheel Chair แต่เหมาะกับผู้สูงอายุที่สามารถช่วยตัวเองได้นะคะ ^^ พื้นที่ส่วนอาบน้ำขนาด 90 x 80 ซม. ที่ยืนใช้งานได้พอดี

ห้องทานข้าว เราสามารวางโต๊ะทานแบบ 6-8 ที่นั่งกำลังดี มีพื้นที่เหลือเดินสบายๆ นอกจากนี้ยังมีหน้าต่างบานใหญ่ที่ทำให้เรารับแสงจากภายนอกได้เต็มที่

สำหรับประตูที่เข้าจากลานจอดรถ จะอยู่ใกล้ๆกับประตูห้องครัว ซึ่งถ้าเราซื้อของมาเองเปิดแล้วเก็บของได้ง่าย ส่วนปลายทางเดินเป็นห้องน้ำแบบ Powder Room ค่ะ

อุปกรณ์ภายในห้องน้ำครบครันตามมาตรฐาน และมีหน้าต่างบานกระทุ้งไว้ระบายอากาศได้

ห้องครัวปิดมีหน้าต่างไว้ระบายกลิ่นออกด้านนอกได้ โดยพื้นเป็นกระเบื้องที่เช็ดทำความสะอาดได้ง่าย สำหรับของจริงเป็นห้องเปล่าๆนะคะ

บริเวณโถงบันได ด้านข้างมีประตูห้องเก็บของใต้บันได โดยพื้นที่คอนกรีตเสริมเหล็กเหมือนหลังที่แล้ว ซึ่งเวลาเดินอาจจะมีเสียงนิดหน่อยนะคะ

ลักษณะของบันไดเป็นรูปตัว U ที่มีชานพัก 1 จุด พร้อมหน้าต่างให้รับแสงธรรมชาติได้

ขึ้นมาเจอ Private Living ที่แยกใช้งานกับแขกเพื่อความเป็นส่วนตัว โดยพื้นชั้น 2 ได้เป็นพื้นไม้ลามิเนตนะคะ

มาดู Master Bedroom ของบ้านหลังนี้กัน คอนเซปต์ยังมีความใกล้เคียงกับหลังที่แล้ว แต่ฝ้าเพดานจะลดลงมาที่ 4.6 ม. ที่ยังทำให้บรรยากาศดูโปร่งโล่งดี ซึ่งหลังจากวางเตียง King Size ไปแล้วก็มีพื้นที่เหลือเดินรอบเตียงได้สบายๆ

นอกจากนี้ยังมีพื้นที่อเนกประสงค์ ที่ทำเป็นห้องนั่งเล่นหรือห้องทำงานก็ได้ ซึ่งพื้นที่ตรงนี้มีหน้าต่างที่รับแสงธรรมชาติ และนั่งมองวิวได้แบบชิลล์ๆเลย

บริเวณหน้าห้องน้ำ มีพื้นที่เหลือทำ Walk-in Closet ได้ด้วยนะ

เดินเข้ามาในห้องน้ำ มีการแบ่งพื้นที่เปียก-แห้งเป็นสัดส่วนชัดเจน โดยอ่างของบ้าน Type นี้จะเป็นแนวยาวขนาด 1.5 x 0.65 ม. ที่นั่งเหยียดตัวได้กำลังดี พื้นที่ส่วนอาบ 1.64 x 0.9 ที่ยืนใช้งานได้สบายๆ

ภายในมีอ่างล้างมือ พร้อมตู้เก็บของด้านล้างมาให้ ส่วนโถสุขภัณฑ์ได้เป็น Kohler Washlet  เหมือนบ้านหลังที่แล้ว พร้อมฝักบัวทั้งแบบ Rain & Hand Shower ค่ะ

มาต่อกันที่ห้องนอนเล็กที่หันออกหน้าบ้าน ซึ่งดูจากพื้นที่แล้วสามารถวางเตียง 5 ฟุตได้กำลังดีค่ะ

ส่วนบริเวณหน้าห้องน้ำ มีพื้นที่วางตู้เสื้อผ้า + โต๊ะทำงานได้ด้วย

ห้องน้ำให้ตามมาตรฐาน พื้นที่มีการลดระดับแบ่งโซนเปียก-แห้ง แต่ทางที่ดีให้ใช้ผ้าม่านช่วยป้องกันอีกน้ำกระเด็นออกมาดีกว่า

มาต่ออีกห้องที่ตำแหน่งหลังบ้าน ซึ่งห้องนี้มีขนาดเล็กลงมา เหมาะวางเตียง 3.5 ฟุตได้กำลังดี หรือถ้าจะวางเตียงใหญ่ก็ต้องวางชิดริมหน้าต่างนะคะ

ห้องน้ำให้ตามมาตรฐาน พร้อมหน้าต่างบานกระทุ้งที่ระบายอากาศได้ดีค่ะ

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

ราคา

19 March 2020

  • Simony : บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินมาตรฐาน 70-99 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 315 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 4 ห้องน้ำ / 3 ที่จอดรถ
    – ราคาเริ่มต้น 17.49 ล้านบาท
  • Salzberg : บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินมาตรฐาน 80.5-93 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 324 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 3 ที่จอดรถ
    – ราคาเริ่มต้น 19 ล้านบาท
  • Hallberg : บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินมาตรฐาน 91-153 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 433 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 4 ที่จอดรถ
    – ราคาเริ่มต้น 23 ล้านบาท
  • Hallstatt : บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินมาตรฐาน 101.5-172 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 513 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 4 ที่จอดรถ
    – ราคาเริ่มต้น 25.59 ล้านบาท
  • จองและทำสัญญา 20% ของราคาขาย
  • ที่ดินเพิ่มลด ราคาตารางวาละ 110,700 บาท
  • ค่าส่วนกลาง 54 บาท/ตร.วา/เดือน จัดเก็บล่วงหน้า 2 ปี
  • ค่าจดจำนอง ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ
  • ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์ ผู้ซื้อแล้วผู้ขายชำระฝ่ายละครึ่ง
  • ค่าประกัน มิเตอร์ไฟฟ้า ประปา ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ

บทสรุป

ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง :

อยู่ในซอย เสรีไทย 9 เข้าจากถนนใหญ่มาประมาณ 400 ม. ซึ่งคนที่ซื้อบ้านราคานี้คงคาดหวังโครงการติดถนนมากกว่า แต่ก็แลกกับทำเลบ้านแนวราบที่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีส้มและสายสีเหลืองในอนาคต แถมยังเดินทางไปห้างเดอะมอลล์บางกะปิได้ไม่ยาก ซึ่งเป็นห้างเก่าแก่ของคนในย่านนี้เลย นอกจากนี้ถนนเสรีไทยยังเชื่อมถนนหลักๆอีกหลากหลายสาย ทำให้เรามีตัวเลือกในการเดินทางมากขึ้น และไม่ไกลจากทางด่วนเข้าด้วยนะ

ความปลอดภัยในโครงการและตัวบ้าน : 

ในแง่ความปลอดภัยโครงการนี้ทั้งบริเวณภายในโครงการและตัวบ้านเรียกว่าครบครันนะคะ อย่างตัวโครงการก็จะมีรปภ.คอยดูแล 24 ชม. การเข้า-ออกด้วยระบบ Keycard Access ระยะไกล มี CCTV รอบโครงการถึง 41 จุด เรียกได้ว่าส่องถนนหน้าบ้านทุกหลัง เวลามีคนเข้า-ออก กล้องสามารถจับภาพได้ / ส่วนภายในบ้านหลักจะมี Magnetic & Shock Sensor ทุกประตู-หน้าต่างทุกบานนะคะ

การออกแบบโครงการและพื้นที่ใช้สอย 

ที่ดินโครงการมีรูปทรง Free Form ที่มีหน้ากว้างติดสวน ทำให้เวลาแบ่งพื้นที่แต่ละแปลงมีหลากหลายขนาด ที่ทำให้เรามีพื้นที่รอบบ้านมากยิ่งขึ้น สำหรับโซนแรกจะมีจำนวนยูนิตไม่มาก แถมแต่ละซอยมีบ้านไม่กี่หลังที่ได้ความเป็นส่วนตัว และตำแหน่งที่ดีที่สุดคือบ้านที่หันออกไปทางสวนสาธารณะ เพราะเราสามารถมองวิวได้จากบ้านตัวเองเลย แต่ถ้าใครซื้อตำแหน่งอื่นก็ไม่ต้องน้อยใจ เพราะพื้นที่ Club House เราก็สามารถมองวิวได้เช่นกัน ส่วนโซนที่ 2 ฝั่งซ้ายมือเป็นถนนที่วิ่งวนรอบบ้าน ซึ่งเวลาขับรถไม่ต้องวนหาจุดกลับรถ เข้า-ออกจากทางไหนก็ได้ แต่อาจจะมีคนขับผ่านหน้าบ้านบ่อยหน่อย ส่วนโซนฝั่งขวาเป็นซอยยาวที่กลับรถยากหน่อย แถมอยู่ไกลจากพื้นที่ส่วนกลาง แต่ก็เป็นส่วนตัวดีนะ

แบบบ้าน – บ้านเดี่ยว 2 ชั้นที่ออกแบบมาในสไตล์ Luxury Nordic ที่ได้หลังคาทรงจั่ว ดูสวยงามดี บรรยากาศเหมือนบ้านในยุโรปเลย โดยเป็นลักษณะบ้านหน้ากว้าง ทำให้แสงธรรมชาติส่องถึงทุกฟังก์ชันภายในบ้าน ซึ่งมาตรฐานของบ้านโครงการนี้ มี 4 ห้องนอน + ห้องน้ำในตัว และโซนแม่บ้านแยกอยู่ด้านล่าง ส่วนห้องนอนชั้นล่างเหมาะสำหรับผู้สูงอายุ จะได้ไม่ต้องเดินขึ้น-ลงบันไดบ่อยๆ ที่น่าสนใจคือห้องนอนใหญ่ได้ฝ้าเพดานสูง 4.6 และ 5 ม. ทำให้ภายในดูโล่งดี นอกนั้นก็มีโซน Private Living หรือห้องอเนกประสงค์ ที่ใช้ได้เฉพาะสมาชิกในครอบครัว ที่ได้ความเป็นส่วนตัวดี

วัสดุ : 

เหมาะสมกับการใช้งานในแต่ละจุด โครงการขายแบบ Fully Fitted ได้บ้านเปล่าๆ ติดผนัง Wallpaper มาให้เรียบร้อย ซึ่งเราต้องเผื่อเงินไว้ตกแต่งภายในด้วยนะคะ เริ่มที่พื้นชั้นล่างปูกระเบื้อง Glaze Porcelain ลายหินอ่อน ที่ทนรอยขูดขีดได้ดี ส่วนห้องนอนชั้นล่างปูด้วยพื้นไม้ Absortion แถมเฉพาะห้องน้ำชั้นล่างโครงการเตรียมราวจับมาให้เพิ่มเติม ถัดมาที่ห้องครัวเป็นกระเบื้องที่เช็ดทำความสะอาดง่าย / ที่น่าสนใจคือพื้นชั้น 2 Type : S,M พื้นชั้น 2 เป็นพื้นไม้ลามิเนต และ Type : L,XL เป็นพื้นไม้ปาเก้ที่ไม่ได้เห็นโครงการอื่นๆให้กัน เนื่องจากมีราคาแพง สำหรับห้องนอนใหญ่ ได้อ่างอาบน้ำแช่ตัวทุก Type พร้อมฝักบัว Rain & Hand Shower + Kohler Waslet ด้วยค่ะ

พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ : 

บรรยากาศโครงการทำออกมาได้ดี โดยเฉพาะพื้นที่สีเขียวที่มีหลายจุดทั่วโครงการ ทำให้เมื่อต้นไม้โตเต็มวัย บรรยากาศภายในบ้าน น่าจะดูร่มรื่นดี รวมไปถึงสวนหย่อมส่วนตัวขนาด 1 ไร่ ให้วิ่งออกกำลังกายได้ด้วย

สาธารณูปโภค :

พื้นที่ Club House โครงการออกแบบอาคารมาในสไตล์ยุโรป ที่เหมือนจำลองบรรยากาศ Hallstatt มาไว้ในหมู่บ้านนี้เลย พร้อมทั้งเอาสระว่ายน้ำหันไปทางบึงขนาดใหญ่ ทำให้การใช้งานต่อเนื่องดี เวลาใช้งานดูสบายตา นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันให้ใช้งานหลากหลาย ตอบโจทย์คนหลากหลาย Generation ที่มาอยู่ร่วมกัน


Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 40%, ความปลอดภัย 15%, การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 15%, วัสดุ 10%, พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 10%,  และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับแพคเกจ 17 – 25 ล้านบาท, 19 March 2020

  • ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 8/10 – บ้านเดี่ยวทำเลไม่ไกลจากรถไฟฟ้า ใกล้แหล่งความอุดมสมบูรณ์ แต่โครงการอยู่ในซอยนะ
  • ความปลอดภัย 8.25/10 – ประตูบานเลื่อนอัตโนมัติ รั้วรอบโครงการสูง 3 ม. พร้อมกล้อง CCTV 41 จุด แถมสัญญาณกันขโมยในบ้าน Shock – Magnetic Sensor
  • การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 8.5/10 – มีคอนเซปต์ชัดเจน มีให้เลือกหลายแบบหลายขนาด โดยลักษณะเป็นบ้านหน้ากว้างทั้งหมด
  • วัสดุ 8/10 – ตามมาตรฐานของโครงการระดับนี้
  • พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 8.75/10 – พื้นที่สีเขียวกระจายรอบโครงการ พร้อมสวนหย่อมขนาด 1 ไร่
  • สาธารณูปโภค 8.75/10 – มี Facilities ครบสระว่ายน้ำ, ฟิตเนส, Lounge  และ Co-working Space ออกแบบสวยน่าใช้งาน
  • 8.26 / 10.00

BOTTOM LINE

โครงการ Bangkok Boulevard Signature ลาดพร้าว – เสรีไทย เหมาะกับคนที่มองหาบ้านเดี่ยวในย่านลาดพร้าว-เสรีไทย ที่อยู่ไม่ไกลจากรถไฟฟ้า เดินทางเข้า-ออกเมืองสะดวก ที่น่าสนใจ คือวิวติดสวนสาธารณะและบ่อน้ำขนาดใหญ่ ที่ทำให้ภาพรวมโครงการดูร่มรื่นดี ส่วนตัวบ้านออกแบบมีเอกลักษ์หลากหลายขนาด งบประมาณ 17-25 ล้านบาทขึ้นไป หรือมีกำลังผ่อน 80,000 – 120,000บาท/เดือน ยังไงก็ลองพิจารณากันดูนะคะ


ติดตามพวกเราได้ที่
Website : www.thinkofliving.com
Twitter : www.twitter.com/thinkofliving
YouTube : www.youtube.com/ThinkofLiving
Instagram : www.instagram.com/thinkofliving
Facebook : ThinkofLiving