ก่อนหน้านี้เราเคยพามาสัมผัสบรรยากาศภายในบ้านและโครงการ Grand Bangkok Boulevard Sukhumvit กันมาแล้ว แต่ในปัจจุบันทาง SC ASSET ได้เปิดบ้านแบบใหม่ แต่ยังคงการออกแบบในสไตล์ English Craftsman เช่นเคย ซึ่งบรรยากาศภายในโครงการก็ยังคงเน้นถึงความเป็นส่วนตัว และพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ ที่ลูกบ้านสามารถมาใช้งานได้จริง เมื่อกาลเวลาผ่านไปภายในโครงการนั้นจะเป็นอย่างไรบ้าง มีความร่มรื่นมากน้อยแค่ไหน และบ้านแบบใหม่ของทางโครงการจะออกแบบมาเป็นเช่นไร…เราดูไปพร้อมๆกันกับบรรยากาศโดยรอบภายในโครงการกันก่อนดีกว่าค่ะ

Club House มีขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป ในช่วงเวลาเย็นๆ แดดร่มลมตกถือว่าเป็นเวลาแห่งการออกมาพบปะพูดคุย ทำกิจกรรมระหว่างคนในครอบครัว หรือเพื่อนสมาชิกในหมู่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นการเดินออกกำลังกาย ว่ายน้ำ หรือแม้แต่ออกมามานั่งรับลม ชมพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า พื้นที่ในส่วนนี้ก็สามารถรองรับสมาชิกได้หลายคนเลยทีเดียว

นอกจากพื้นที่ส่วนกลางภายนอกแล้ว ก็ยังมีพื้นที่ส่วนกลางที่อยู่ภายในอาคารให้เลือกใช้ได้อีกด้วย ในเวลากลางวันก็สามารถออกมาใช้งานพื้นที่ในส่วนนี้ได้ ไม่ว่าจะเป็น Lobby หรือห้องออกกำลังกายที่ชั้น 2 ที่ซ่อนตัวอยู่หลังกระจกเหนือสระว่ายน้ำ ทำให้ขณะที่เราวิ่งออกกำลังกายนั้น ก็ได้ชมพื้นที่สีเขียวและสระว่ายน้ำไปพร้อมๆกัน

พื้นที่นั่งภายใน Lobby มีการแบ่งพื้นที่ห้องให้เป็นสัดส่วน สามารถใช้เป็นพื้นที่คุยธุระส่วนตัว พร้อมกับชมวิวสระว่ายน้ำ เป็นการสร้างบรรยากาศภายในห้องให้ดูไม่อึดอัด และรู้สึกสบายตาขึ้นอีกด้วย

พื้นที่สีเขียวอีกส่วนหนึ่งในโครงการ ตั้งอยู่บริเวณกลางหมู่บ้าน จัดออกมาเป็นสวนขนาดใหญ่กำลังดี ร่มรื่นด้วยเงาของต้นไม้ใหญ่ที่ขึ้นรายล้อม มีการจัดวาง Landscape ที่สวยงามและลงตัว ผสมผสานระหว่างการพื้นหญ้าสีเขียว พุ่มไม้ดอกเล็กๆเพื่อเพิ่มสีสัน และยังมีทางเดินข้ามแม่น้ำเล็กๆ ช่วยสร้างบรรยากาศให้กับคนมาใช้งานได้เป็นอย่างดี

บริเวณรอบๆมีการจัดวางชุดเก้าอี้เอาไว้หลายหลากชุด เพื่อรองรับลูกบ้านที่ออกมาใช้งานพร้อมๆกันหลายคนหลายกลุ่ม

วันไหนที่อากาศดีๆ ท้องฟ้าเปิดในช่วงเวลาเย็นๆ พื้นที่ตรงนี้ ถือเป็นอีกมุมหนึ่งในหมู่บ้านที่สามารถออกมาดูพระอาทิตย์ตกได้อย่างชัดเจน และสวยงาม…ก่อนพระอาทิตย์จะตกดิน และแสงจะหมดก่อนนั้น เราไปดูบรรยากาศของภายในบ้านกันดีกว่าค่ะ

KENSINGTON เป็นบ้านขนาดใหญ่ ที่มีพื้นที่ใช้สอย 484 ตร.ม. โดยตัวบ้านด้านนอกมีการเลือกใช้โทนสีที่ต่างจากเฟสแรก โดยจะเน้นการใช้สีเทา ทำให้รู้สึกถึงความสุขม เรียบหรู ดูเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น

Facade ด้านหน้าบ้านออกแบบให้ดูมีความแข็งแรง คงทน โดยการใช้เหล็กดัดสีดำ ที่มีการออกแบบลวดลายให้เป็นเอกลักษณ์

พื้นที่ด้านข้างบ้าน มีที่กว้างพอสำหรับสระว่ายน้ำที่มีขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป เหมาะสำหรับการทำกิจกรรมกับลูกๆในวันหยุด หรือปาร์ตี้ริมสระน้ำกันในครอบครัว สร้างความเป็นส่วนตัวด้วยแนวรั้วต้นไม้ อีกทั้งยังได้พื้นที่สีเขียวเพิ่มอีกด้วย

พื้นที่รับแขกวางไว้ด้านหน้าบ้าน ติดกับประตูทางเข้าไม้สักบานใหญ่ ที่กรุด้วยกระจก เพื่อให้แสงธรรมชาติส่องเข้ามาภายในบ้านมากขึ้น แต่ก็จะเห็นว่าผนังในพื้นที่นี้ ก็จะออกแบบมาให้เป็นกระจกรอบด้าน ทำให้พื้นที่นี้ดูโปร่งโล่งมากยิ่งขึ้น

เมื่อมองเข้าไปด้านในก็จะเจอกับพื้นที่ที่เป็นหัวใจหลักของคนในบ้าน นั่นก็คือ พื้นที่รับประทานอาหาร

พื้นที่รับประทานอาหาร ถูกวางไว้อยู่บริเวณกลางบ้าน สามารถวางโต๊ะยาวได้ถึง 10 ที่นั่ง และยังเป็น Double Volume เชื่อมต่อไปถึงชั้น 2 ทำให้เมื่อเดินเข้ามาแล้วรู้สึกถึงความโอ่โถง มีการประดับด้วยโคมไฟ chandelier เพื่อเพิ่มความหรูหรา

Pantry ครัวเล็กๆ เชื่อมต่อกับพื้นที่รับประทานอาหาร ใช้สำหรับจัดเตรียมอาหารเช้าง่ายๆก่อนไปทำงาน

เมื่อมองกลับมาอีกฝั่ง ก็จะเห็น Family Area ที่อยู่ใกล้ๆกันกับพื้นที่รับประทานอาหาร แบ่งกั้นพื้นที่จาก ห้องรับแขกด้วยชั้นวางทีวี เพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับเจ้าของบ้าน มีการเลือกใช้สีโทนเข้ม ทำให้พื้นที่นี้ดูเคร่งขรึมมากขึ้น แต่ก็เพิ่มสีสันความร้อนแรงด้วยหมอนและรูปภาพตกแต่งในโทนสีแดง

ห้องอเนกประสงค์ กั้นผนังให้เป็นห้องส่วนตัว วางไว้ติดกับสระว่ายน้ำด้านข้างบ้าน ตกแต่งด้วยโทนสีดำ-ทอง จัดออกมาเป็นห้องสำหรับปาร์ตี้สังสรรค์ในครอบครัว หรือเพื่อนๆ ถือว่าน่าจะเป็นอีกห้องหนึ่งที่มีงานใช้งานประจำในวันพิเศษ

รูปภาพตกแต่งภายในบ้านสะท้อนความเป็นตัวตนของเจ้าของบ้านได้เป็นอย่างดี

มุมมองที่มองจากชั้น 2 ลงไปยังพื้นที่รับประทานอาหาร จะเห็นถึงการผสมผสานของความอ่อนโยนและแข็งแรง จากพื้นไม้ พื้นกระเบื้อง ราวกันตก ที่เมื่ออยู่ด้วยกันก็ถือเป็นความเข้ากันอย่างลงตัว

Family Area อีกหนึ่งที่ ยกมาไว้บนชั้นบนของบ้าน ถือเป็นพื้นที่ที่ลูกๆสามารถมาใช้งานร่วมกันได้ ในขณะที่พ่อแม่มีแขกแวะมาทักทายด้านล่าง มีการตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์สีขาว – เขียว ทำให้พื้นที่นี้ดูไม่อึดอัด และสามารถพักสายตาไปมองต้นไม้ด้านนอกผ่านหน้าต่างได้อีกด้วย

ห้องนอนเล็กต่างๆ มีขนาดที่ไม่เล็กเลย มีพื้นที่เพียงพอสำหรับเตียง King Size และชุดโซฟา  ซึ่งห้องนี้จะตกแต่งด้วยโทนสีเทาเข้ม เหมาะกับลูกชายที่กำลังเข้าสู่วัยรุ่นและหลงไหลในกีฬา

ส่วนอีกห้องก็ตกแต่งออกมาสำหรับลูกสาว มีการใช้สีที่ดูสว่างมากขึ้น แต่เลือกใช้ม่านสีเข้มเพื่อตัดกับเฟอร์นิเจอร์ภายในห้อง และยังช่วยกันแสงจากภายนอกได้เป็นอย่างดี

Master Bedroom วางไว้อยู่ด้านหน้าบ้าน ตกแต่งด้วยโทนสีขาว-น้ำตาลเป็นหลัก ทำให้รู้สึกถึงสุขุมความอบอุ่น มีการซ่อนไฟบนฝ้า เพื่อเพิ่มมิติให้กับห้อง

พื้นที่ภายในห้องนอนมีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่ สามารถวางชุดโซฟา เพื่อนั่งดูทีวี หรือจะเปลี่ยนอิริยาบทมานั่งอ่านหนังสือที่ตรงนี้ก็คงจะสบายดี

แสงในช่วงเย็นๆเมื่อพาดผ่านม่านมู่ลี่เข้ามาในห้อง ทำให้เกิดเสงและเงาที่สวยงาม เป็นอีกหนึ่งมุมมองในบ้านที่สร้างมิติใหม่และความสวยงามในช่วงระยะเวลาสั้นๆ

Walk-In Closet ภายในห้องนอนใหญ่ เลือกใช้สีตรงกันข้ามกับห้องนอน มีการใช้สีเข้มของขอบบานตู้เสื้อผ้า แต่ออกแบบให้หน้าบานตู้เป็นกระจก ทำให้ภายในห้องไม่รู้สึกถึงความอึดอัด

ส่วนห้องน้ำเน้นความหรูหราด้วยผนังและพื้นลายหินอ่อนสีขาวที่มีลวดลาย มีการแบ่งพื้นที่การใช้งานอย่างชัดเจน พร้อมกับอ่างอาบน้ำ เหมาะสำหรับการมานอนแช่น้ำในวันที่เหนื่อยล้าจากการทำงาน

มุมมองที่มองจากระเบียง Master Bedroom ไปยังบ้านอีกแบบ ที่เรากำลังจะพาไปดูต่อจากนี้

WESTMINSTER เป็นบ้านอีกหนึ่งแบบในโครงการ มีพื้นที่ใช้สอย 664 ตร.ม. โทนสีของบ้านเป็นโทนสีเทาเช่นเดียวกัน

การออกแบบ Facade หน้าบ้านให้เป็นช่องแนวยาว ทำให้บ้านดูสูงชะลูดไปตามแนวตั้งของเส้นสาย และมีการวางเสาให้มีความสมมาตรกัน ตั้งแต่แนวประตูบ้านล้อไปถึงหน้าจั่วด้านบน

เมื่อมองจากด้านในผ่าน Facade ที่เป็นเหล็กดัด ก็จะเห็นรูปลักษณ์ของเหล็กดัดที่ชัดเจนมากขึ้น

พื้นที่สีเขียวด้านหน้าบ้าน จัดออกมาเป็นมีน้ำตกเล็กๆ เพื่อเพิ่มบรรยากาศและความสบายตาก่อนเดินเข้าบ้าน

มุมมองที่มองผ่านบานกระจกจากประตูบ้านเข้าไป เมื่อแสงส่องตกกระทบทำให้การตกแต่งบัวผนังภายในบ้านดูมีมิติมากขึ้น

โถงด้านหน้าบ้านเป็นพื้นที่ Double Volume ที่เต็มไปด้วยกระจกทั้งด้านบนและล่าง ทำให้ภายในบ้านสว่างได้โดยไม่ต้องเปิดไฟ และเมื่อถึงเวลาเย็นๆ แสงจากพระอาทิตย์ก็จะลอดผ่านกระจกเข้ามา ทำให้เกิดแสงสวยๆในช่วงเวลาเย็นๆ

โถงด้านหน้าบ้านเชื่อมต่อกับพื้นที่รับแขกด้านใน ที่ตกแต่งด้วยโทนสีขาว ดูสะอาดตา ออกแบบผนังด้วยขอบบัวต่างๆให้มีเอกลักษณ์ ทำให้ผนังดูไม่เรียบจนเกินไป

พื้นที่รับแขกลายล้อมไปด้วยผนังกระจกบานใหญ่ ทำให้ห้องดูสว่างและโปร่ง ตกแต่งด้วยโคมไฟ Chandelier เล็กๆ เพิ่มความหรูหราให้กับพื้นที่

พื้นที่นั่งเล่นสำหรับสมาชิกในบ้าน อยู่ติดกับพื้นที่รับแขก แบ่งพื้นที่ด้วยผนังทีวี เพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับคนในบ้าน ยังคงเน้นโทนสีขาวเช่นเดียวกับพื้นที่รับแขก

  

พื้นที่รับประทานอาหารวางไว้อยู่ด้านใน ทำให้รู้สึกถึงความเป็นส่วนตัวมากขึ้น กั้นด้วยซุ้มประตูทางเข้า ที่ด้านข้างเปิดโล่ง มีการตกแต่งด้วยรูปปั้นชาวโรมัน เพิ่มกลิ่นอายความเป็นตะวันตกมากขึ้น

บริเวณห้องรับประทานอาหาร เชื่อมต่อกับพื้นที่ครัวเปิด ที่มี Island วางเอาไว้สำหรับเตรียมอาหารเล็กๆน้อยๆ และยังอยู่ติดกับช่องแสงขนาดใหญ่อีกด้วย

ห้องนอนชั้นล่าง มีขนาดที่เพียงพอสำหรับการนอน ปรับเปลี่ยนพื้นให้เป็นพื้นกันกระแทก และจัดฟังก์ชั่นการใช้งานภายในห้องน้ำไว้รองรับสำหรับผู้สูงอายุ

โถงบันไดมีช่องเแสงขนาดใหญ่ ที่ช่วยทำให้พื้นที่นี้มีแสงเพียงพอในเวลากลางวัน โดยที่ไม่ต้องเปิดไฟเลยทีเดียว ตกแต่งด้วยโคมไฟ Chandelier ที่มีเอกลักษณ์ ทำให้ดูแปลกตาแต่ลงตัว

เมื่อขึ้นมายังชั้นบน การเลือกใช้โทนสีก็จะเข้มขึ้น เน้นสีน้ำตาลครีมเป็นหลัก ทำให้รู้สึกถึงความอบอุ่นของพื้นที่ Family Area

ห้องนอน ออกแบบมาสำหรับสาวนักดนตรี เลือกใช้โทนสีขาวเทา กรุผนังด้วยขอบบัวจัดวางให้เป็นลายลูกฟัก เชื่อมต่อไปยังประตู้กั้นส่วน Walk – In Closet ทำให้ห้องดูไม่เรียบจนเกินไป

อีกหนึ่งห้องสำหรับพี่ชายผู้สุขุม แตกต่างด้วยการใช้สีดำของขอบฝ้า ขอบบัว และกระจกดำ แต่เบรคความแข็งด้วยเฟอร์นิเจอร์และผ้าม่านสีครีม ทำให้รู้สึกไม่ดูแข็งกระด้างจนเกินไป

ผนังด้านขวาออกแบบให้เป็นชั้นวางของ เชื่อมต่อไปยัง Walk-In Closet ทำให้ห้องดูต่อเนื่อง ถึงแม้จะแบ่งพื้นที่การใช้งานกันอย่างชัดเจน

เมื่อมองย้อนกลับไปจาก Walk-In Closet

มุมพักผ่อนส่วนตัวภายในห้อง Master Bedroom มีขนาดที่กว้างพอสำหรับวางโซฟารูปตัว L เป็นพื้นที่สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่อยากออกมานั่งอ่านหนังสือ หรือต้องการความเป็นส่วนตัวในบางเวลา

พื้นที่วางเตียงนอนมีขนาดไม่ใหญ่นัก แต่ก็ยังกว้างพอที่จะวางเตียง King Size และโต๊ะวางทีวี ที่เชื่อมต่อยาวเป็นโต๊ะทำงาน

Walk-In Closet วางไว้อีกมุมหนึ่งในห้องนอน กั้นห้องเป็นสัดส่วนด้วยผนังทึบ ให้ความเป็นส่วนตัวในขณะแต่งตัวมากขึ้น

ภายในตกแต่งด้วยสีขาว และกระจกเงา ทำให้ห้องดูมีมิติที่กว้างมากขึ้น โดยจะมี Island วางไว้กลางห้อง สำหรับเก็บเครื่องประดับโดยเฉพาะ เชื่อว่าน่าจะเป็นมุมโปรดของคุณผู้หญิงหลายๆคน

เมื่อมองกลับไปก็จะเห็นมุมนั่งพักผ่อนปลายเตียงพอดี

   

ภายในห้องน้ำปรับเปลี่ยนอารมณ์โดยการใช้โทนสีเทาอ่อน ตัดด้วยเคาร์ทเตอร์อ่างล่างหน้าแบบ His & Her สีน้ำตาลเข็ม และยังคงมีอ่างอาบน้ำไว้แช่น้ำอีกเช่นเคย

ทิ้งท้ายด้วยแสงสุดท้ายสวยๆก่อนจากกันจากระเบียงห้องนอนชั้น 2 เมื่อส่องตกกระทบพาดผ่านระแนงต่างๆ ทำให้แสงสุดท้ายของวันนี้ดูมิติที่สวยงามทีเดียว

………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

รายการ คิดเรื่องอยู่  : Grand Bangkok Boulevard Sukhumvit
รีวิวเจาะลึกโครงการ : Grand Bangkok Boulevard Sukhumvit

ติดตามพวกเราเพิ่มเติมได้ที่
Website : www.thinkofliving.com
Twitter : www.twitter.com/thinkofliving
YouTube : www.youtube.com/ThinkofLiving
Instagram : www.instagram.com/thinkofliving
Facebook : ThinkofLiving