Iconature พระราม 2 – เทียนทะเล

วันนี้เราจะพาผู้อ่านไปดูบ้านแบบใหม่ของ Iconature พระราม 2 – เทียนทะเล จาก Prinsiri กันค่ะ ถ้าใครยังจำกันได้โครงการนี้จะโดดเด่นเรื่องดีไซน์บ้านที่ออกแบบมาสไตล์ American Cottage และบรรยากาศโครงการที่ร่มรื่นในแบบฉบับของ Prinsiri คราวนี้ทางโครงการเปิดเฟส 2 พร้อมกับบ้านแบบใหม่ 2 แบบ ที่พัฒนามาจากแบบเดิม บรรยากาศโครงการและบ้านแบบไหมจะมีฟังก์ชันอย่างไรบ้าง ไปดูกันเลยค่ะ

อ่านรีวิวโครงการ Iconature พระราม 2 – เทียนทะเล
ชมรายการ คิด.เรื่อง.อยู่.โครงการ Iconature พระราม 2 – เทียนทะเล

อัพเดทบรรยากาศและพื้นที่ส่วนกลางภายในโครงการ

 

Iconature พระราม 2 – เทียนทะเล เป็นโครงการที่เปิดขายมาสักระยะแล้วนะคะ แต่ที่นี่จะค่อยๆเปิดขายไปเรื่อยๆทีละเฟส พร้อมๆกับการพัฒนาแบบบ้านเพื่อให้ตอบโจทย์กับความต้องการของผู้อยู่อาศัยค่ะ ปัจจุบันโครงการในเฟสแรกจึงมีผู้อยู่อาศัยกันเต็มแล้ว เราเลยได้เห็นบรรยากาศและสภาพแวดล้อมภายในโครงการหลังจากที่มีลูกบ้านเข้าอยู่กัน

ส่วนแรกที่เราจะเจอเลยคือทางเข้าโครงการและตัว Clubhouse ที่อยู่หน้าโครงการ
คลิกเลื่อนเพื่อดูรูปเพิ่มเติมได้นะคะ

ทางเข้าโครงการจะเป็นถนนขนาดกว้าง แยกทางเข้า-ทางออกคนละฝั่งค่ะ

จาก Clubhouse โครงการเข้ามาจะเป็นเฟสแรก ซึ่งตัวบ้านของเฟสแรกจะตั้งอยู่ในถนนย่อยเข้าไปจากถนนหลัก ที่เฟสนี้ต้นไม้ข้างทางที่ปลูกไว้โตเต็มที่แล้วนะคะ ดูร่มรื่นมาก

ก่อนเข้าไปยังเฟส 2 จะมีประตูบานเลื่อนกั้นอีกชั้น เป็นเหมือน Double gate

สวนบริเวณเฟส 2 จะมีขนาดมากกว่า 1 ไร่

บ้านตัวอย่างแบบใหม่

 

โครงการนี้ทำแบบบ้านมา 2 แบบใหม่ค่ะ แต่ยังคงสไตล์ American Cottage เหมือนเดิม โดยทั้ง 2 แบบจะมีรูปแบบผังและหน้าตาของบ้านใกล้เคียงกัน โดยขนาดใหญ่จะมีชื่อว่า Gardenia ขนาด 165 ตร.ม. และบ้านขนาดเล็ก มีชื่อว่า Canola ขนาด 157 ตร.ม.ค่ะ ความแตกต่างที่เห็นชัดจะเป็นชั้น 1 ของบ้านที่บ้านแบบ Gardenia จะกั้นห้องไว้ให้ 1 ห้อง แต่ในแบบ Canola พื้นที่ตรงนี้จะเป็นพื้นที่อเนกประสงค์ค่ะ เดี๋ยวเราจะมีบรรยากาศบ้านให้ดูทั้ง 2 แบบเลยนะคะ ไปชมกันเลย

แบบ GARDENIA

บ้านแบบ Gardenia เป็นแบบบ้านใหม่ภายในโครงการ Iconature พระราม 2 – เทียนทะเล ที่ถือว่าเป็นบ้านขนาดใหญ่ที่สุดของโครงการนี้นะคะ โดยจะมีพื้นที่ใช้สอยภายในบ้าน 165 ตร.ม. บนที่ดินเริ่มต้น 50 ตร.วา โดยจุดเด่นอย่างหนึ่งของบ้านนี้ที่ทาง Prinsiri ตั้งใจคือขนาดพื้นที่ที่คุ้มค่าทั้งตัวบ้านและที่ดินรอบบ้าน โดยตัวบ้านที่ชั้น 1 จะมีพื้นที่นั่งเล่น รับประทานอาหาร ครัว รวมไปถึงห้องอเนกประสงค์ที่สามารถปรับไปเป็นห้องนอนเพิ่มเติมในอนาคตหรือห้องนอนของผู้สูงอายุได้ ส่วนห้องที่ชั้น 2 จะมี 3 ห้องนอน โดยที่ห้องนอนทุกห้องจะสามารถวางเตียง Queen size ภายในห้องได้ ถือว่าเป็นบ้านขนาด 165 ตร.ม. ที่สามารถอยู่อาศัยกันได้ถึง 3 Generations เลย และการจัดวาง Layout ของบ้านที่จะชิดที่ดินฝั่งหนึ่ง ทำให้เกิดที่ดินว่างด้านข้างบ้านขนาดใหญ่ และตามสไตล์ของ Prinsiri ที่ต้องการเน้นพื้นที่สีเขียว จะมีการลงต้นไม้ใหญ่ไว้ให้ในบ้าน 3 ต้น พร้อมกับปลูกหญ้าไว้ให้ค่ะ

ส่วนรูปแบบของบ้านนั้นจะเป็นบ้าน 2 ชั้นที่อยู่บนที่ดินหน้ากว้าง ทำให้ตัวบ้านดูมีขนาดใหญ่ และการออกแบบที่เป็นสไตล์ American Cottage ที่ทำให้ดูแตกต่างจากโครงการอื่นๆพอสมควรค่ะ

แบบบ้านนี้สามารถจอดรถได้ 2 คัน เป็นแบบ Semi-outdoor คือจะไม่ได้อยู่ในร่มทั้งคันนะคะ ส่วนด้านหน้าบ้านจะมีพื้นที่สามารถปลูกต้นไม้ได้

ในบ้านตัวอย่างจะมีการตกแต่งด้วยน้ำพุอยู่หน้าบ้านและมีการจัดสวนสไตล์ English Garden มาให้ดูเป็นตัวอย่าง สไตล์เดียวกันกับสวนส่วนกลางของโครงการที่เฟส 2

พื้นที่ด้านข้างบ้านสามารถจัดวางที่นั่งเล่นแบบ Outdoor ได้ เหมาะกับคนที่ชอบต้นไม้ ปลูกผัก ทำสวน หรือจะทำเป็น Glasshouse ก็ได้นะคะ

เข้ามาดูภายในบ้านกันต่อค่ะ เมื่อเข้ามาภายในบ้านจะเจอกับพื้นที่นั่งเล่นที่ยาวต่อเนื่องไปยังพื้นที่รับประทานอาหารที่ดูด้านในของตัวบ้าน

สามารถจัดวางชุดโซฟาพักผ่อนได้แบบ 3-4 ที่นั่งสบายๆ

ภายในตัวบ้านจะมีการออกแบบที่มีช่องแสงค่อนข้างเยอะ ในเวลากลางวันสามารถนั่งเล่นพักผ่อนได้โดยที่ไม่ต้องเปิดไฟเลยค่ะ

พื้นที่ด้านในสามารถจัดเป็นพื้นที่รับประทานอาหารได้ ตรงนี้จะมีกระจกอยู่ 2 ด้านผนัง ฝั่งนึงจะเป็นหน้าต่าง ส่วนด้านข้างจะเป็นประตูบานเลื่อนที่สามารถเดินออกไปยังสวนข้างบ้านได้ค่ะ

ส่วนนี้จะดูโปร่งโล่งมากค่ะ ได้บรรยากาศแบบ Glasshouse  เลย

ถือว่าเป็นพื้นที่ส่วน Common Area ที่มีขนาดกว้างขวางใช้งานได้สะดวกเลยนะคะ

เรามาดูอีกฝั่งนึงของบ้านกันค่ะ บ้านแบบนี้จะมีห้องอเนกประสงค์มาให้ที่ชั้นล่างค่ะ โดยจะมีทางเดินแยกตัวออกมา ทำให้พื้นที่ส่วนที่เป็น Service area ของบ้าน และพื้นที่พักผ่อนแยกเป็นสัดส่วนและได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น

จากทางเดินเมื่อสักครู่จะลดระดับลงไป 1 ขั้น ขวามือจะเป็นทางเข้าห้องอเนกประสงค์ มีห้องน้ำที่อยู่สุดทางเดิน และครัวที่ต้องเดินแยกออกไปทางขวามือหน้าห้องน้ำค่ะ

ห้องอเนกประสงค์ก็ไม่ได้มีขนาดเล็กนะคะ ถ้าใครจะจัดเป็นห้องนอนก็สามารถวางเตียง 5 ฟุตได้เลย มีหน้าต่างให้ 1 จุด เอาไว้ระบายอากาศค่ะ

แต่ถ้าครอบครัวไหนสมาชิกในบ้านไม่มาก จะปรับห้องนี้เป็นห้องทำงาน ห้องอ่านหนังสือ ห้องทำการบ้าน หรือห้องเล่นของลูกก็ได้นะคะ

ที่ชั้นนี้ตัวห้องน้ำจะมีพื้นที่อาบน้ำไว้ให้ค่ะ ด้านในจะเเยกพื้นที่ส่วนเปียกส่วนแห้งไว้ และมีหน้าต่างไว้ระบายอากาศและเป็นช่องแสงให้ค่ะ

ดีไซน์ภายในห้องน้ำจะเน้นโทนสีขาวสะอาดตา มีคิดพื้นที่สำหรับวางข้าวของเครื่องใช้เอาไว้ให้เช่นผนัง Low wall หลังอ่างล้างหน้าและโถสุขภัณฑ์ หรือช่องบริเวณผนังตรงฝักบัวอาบน้ำ

พื้นที่ครัวจะมีประตูเดินออกไปหลังบ้านได้ เผื่อใครที่ซื้อของเข้าบ้านจะเดินเข้ามาเก็บของสดไว้ในครัวก็อาจจะสะดวกสำหรับใช้งานมากกว่าประตูทางหน้าบ้าน

ภายในครัวจะให้มาเป็นครัวเปล่านะคะ แต่ตำแหน่งเคาน์เตอร์ครัวจะออกแบบช่องเปิดไว้ให้ เปิดระบายอากาศได้ หรือเปิดประตูหลังบ้านไว้ก็ช่วยระบายอากาศได้เหมือนกัน

พื้นที่ใต้บันไดสามารถทำ Built-in ชั้นวางของแบบนี้ได้นะคะ

ที่บันไดก็จะมีช่องแสงให้ ทั้งบริเวณทางขึ้นและตรงชานพัก ทำให้ตัวบ้านตรงนี้ไม่มืด

ที่ชั้น 2 จะเป็นส่วนพักผ่อนค่ะ ห้องนอนใหญ่จะอยู่ทางหน้าบ้าน มีห้องน้ำในตัว ส่วนห้องนอนเล็กจะอยู่ทางหลังบ้าน ใช้ห้องน้ำร่วมกัน

ดูห้องนอนเเรกที่อยู่ติดกับบันไดก่อนค่ะ ห้องนี้จะมีหน้าต่างให้มาสองฝั่งผนังเลย ทำให้อากาศภายในห้องถ่ายเทได้สะดวก

ความกว้างพอดีวางเตียงนะคะ แต่ปลายเตียงอาจจะไม่เหมาะกับการวางเฟอร์นิเจอร์เพิ่มเท่าไหร่

แต่จะมีพื้นที่ด้านข้างที่ตรงกับประตูทางเข้าที่เหลือสามารถทำเป็นตู้เสื้อผ้า มุมทำงานได้

ส่วนห้องน้ำที่ใช้ร่วมกันก็จะอยู่ระหว่างห้องนอนเล็กทั้ง 2 ห้อง วัสดุและสุขภัณฑ์ที่เลือกใช้จะเหมือนห้องน้ำข้างล่าง

ห้องนอนเล็กอีกห้องจะมีขนาดใหญ่กว่าห้องที่แล้วค่ะ มีหน้าต่างอยู่ 2 ฝั่งเช่นเดิม

เห็นได้ว่าปลายเตียงจะมีพื้นที่เหลือมากขึ้น ที่ชอบคือตำแหน่งที่ทางโครงการออกแบบให้เป็นหัวเตียงหรือปลายเตียงจะเป็นผนังทึบ ทำให้เวลาใช้งานห้องนี้จริงหัวเตียงไม่ร้อน ปลายเตียงจะติด TV เพิ่มก็ได้ และจะเป็นดีไซน์แบบนี้ในทุกห้องนอนเลย

พื้นที่ด้านข้างจะมีพื้นที่เหลือกว้างเลยค่ะ จะหาโต๊ะเตี้ยแบบโต๊ะญี่ปุ่นมาวาง พร้อมกับเบาะนั่งมาวางเพิ่มก็ได้

มาดูที่ Master Bedroom กันต่อค่ะ ห้องนี้จะยาวเต็มความกว้างของหน้าบ้านเลย ให้ช่องแสงมาหลายจุด ระบายอากาศได้ดี

ตำแหน่งหน้าต่างจะอยู่ข้างๆกับหัวเตียงพอดี ทำให้หัวเตียงไม่ร้อนค่ะ และช่องเปิดจะไม่ได้เลือกแบบที่เป็นดีไซน์สูง ทำให้เลือกเฟอร์นิเจอร์มาจัดวางได้ง่ายขึ้น

พื้นที่พักผ่อนกว้างขวางอยู่สบาย

จัดมุมโซฟานั่งเล่นหรือนั่งอ่านหนังสือข้างๆเตียงนอนได้เลย

ปลายเตียงจะจัดเป็นมุมทำงานเพิ่มเติมจากชั้นวางทีวีและชั้นเก็บของก็ได้นะคะ

อีกฝั่งนึงของห้องจะเป็นพื้นที่ส่วน Service ของห้องนอนค่ะ

ตรงนี้จะเป็นพื้นที่ที่เราสามารถจัดเป็น Walk-in Closet ได้ ตำแหน่งจะอยู่หน้าห้องน้ำพอดีทำให้สะดวกในการใช้งาน

ด้านข้างจะเป็นระเบียงหน้าบ้านขนาดยาว ลองหาไม้กระถางมาวางตกแต่งพื้นที่ระเบียงนี้ได้นะคะ

ส่วนห้องน้ำใน Master Bedroom จะดีไซน์เหมือนเดิมค่ะ

แบบ CANOLA

มาดูแบบ Canola กันต่อค่ะ บ้านแบบนี้จะมีขนาดอยู่ที่ 157 ตร.ม. เป็นบ้านแบบ 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ จอดรถได้ 2 คัน ตั้งอยู่บนที่ดินขนาดเริ่มต้น 50 ตร.วาค่ะ ราคาเริ่มต้นจะอยู่ที่ 5.59 ล้านบาทค่ะ

ดูจากผังบ้านจะเหมือนกันกับบ้านแบบ Gardenia เลย แต่พื้นที่ห้องอเนกประสงค์ที่สามารถปรับเป็นห้องนอนที่ชั้น 1 จะเปลี่ยนไปเป็นพื้นที่โล่งเเทน ซึ่งเราสามารถปรับเป็น Pantry แทนได้ หรือจะเป็นพื้นที่อเนกประสงค์อื่นๆแทนได้ค่ะ ดังนั้นบรรยากาศที่ชั้น 1 ของบ้านแบบนี้จะดูโล่งโปร่งมากขึ้นนะคะ เพราะไม่มีผนังทึบกั้นนั่นเองค่ะ

ส่วนที่ชั้น 2 จำนวนฟังก์ชันยังคงเหมือนเดิม แต่จะมี Layout ห้องที่ต่างออกไป คือห้องนอนเล็กห้องนึงจะได้ปลายเตียงกว้าง แต่อีกห้องจะได้พื้นที่ข้างเตียงกว้างกว่าค่ะ ส่วน Master Bedroom ยังได้ห้องขนาดใหญ่เหมือนเดิม และทุกห้องนอนสามารถวางเตียงขนาดอย่างน้อย Queen size ได้สบายๆเลย

หน้าตาของบ้านจะได้เป็นบ้านหน้ากว้างเหมือนเดิมนะคะ ตกแต่งมาในสไตล์ American cottage

สามารถจอดรถได้ 2 คัน

ทางเข้าหลักของบ้านจะอยู่ข้างๆที่จอดรถ มีเฉลียงหน้าประตูทางเข้า มีหลังคาปกคลุม สามารถเดินเข้าได้ทั้งจากที่จอดรถและจากสวนหน้าบ้าน

เข้ามาจะเจอกับส่วน Common Area ที่เป็นพื้นที่นั่งเล่น และพื้นที่รับประทานอาหารต่อเนื่องกันไปตั้งแต่หน้าบ้านถึงหลังบ้าน

ตัวบ้านจะสูง 2.8 เมตร มีช่องแสงและขนาดกว้างอยู่นะคะ ได้ความโปร่งโล่ง อยู่สบาย

มุมโซฟามีพื้นที่กว้างขวาง สามารถพักผ่อนได้สบายๆ จะหาโซฟารูปตัว L มาวางก็ได้นะคะ

พื้นที่ส่วนรับประทานอาหารสามารถใช้งานได้ 6-8 คน

ถัดเข้าไปจะเป็นพื้นที่โล่งนะคะ จะมีผนังกั้นมาให้ส่วนเล็กๆจุดหนึ่ง (สามารถสังเกตได้จากใน Plan) เราสามารถออกแบบพื้นที่ตรงนี้ให้เป็น Pantry หรือจัดพื้นที่ใหม่ เพิ่มพื้นที่ทำงานเข้าไปก็ได้ค่ะ

ในบ้านตัวอย่างจะกั้นพื้นที่ส่วนนี้ด้วยชั้นวางของโปร่ง เป็นมุมส่วนตัวอ่านหนังสือได้

ถัดเข้าไปจะเป็นห้องครัวและห้องน้ำค่ะ ตำแหน่งอยู่ที่เดิม

ห้องน้ำจะเเยกส่วนเปียกไว้ฝั่งหนึ่ง ไม่มีฉากกั้นกระจกให้ แต่จะมีหน้าต่างเล็กๆให้มาเป็นช่องเเสงและระบายอากาศ

ห้องครัวสามารถจัดวางฟังก์ชันชิดผนังฝั่งหนึ่งได้ค่ะ และจะมีประตูหลังบ้านเปิดระบายอากาศได้

ชานพักบันไดจะมีหน้าต่างเป็นช่องแสงให้และพื้นที่ใต้บันไดสามารถจัดฟังก์ชันอื่นๆเช่น วางไมโครเวฟ มุมกาแฟ หรือมุมเก็บของได้

ห้องนอนเล็กห้องแรกที่ชั้น 2 ตำแหน่งหัวเตียงหรือปลายเตียงจะถูกกำหนดอยู่ระหว่างหน้าต่างสองฝั่งผนังพอดี ทำให้การใช้งานไม่ร้อนค่ะ

พื้นที่ด้านข้างเตียงจะกว้างอยู่ วางตู้เสื้อผ้า และจัดเป็นมุมโต๊ะเครื่องแป้งหรือโต๊ะทำงานได้

อีกห้องหนึ่งจะมีพื้นที่ปลายเตียงที่กว้างขึ้นแต่พื้นที่ข้างเตียงแคบลง จัด Layout ของห้องนอนได้แตกต่างกันค่ะ

มุมข้างเตียงจะเป็นตู้เสื้อผ้าได้

ส่วนพื้นที่ปลายเตียงจะสามารถทำเป็นเคาน์เตอร์ ชั้นวางของ พื้นที่นั่งทำงานหรือโต๊ะเครื่องแป้งได้ค่ะ

ห้องนอนทั้ง 2 ห้องจะให้ห้องน้ำร่วมกัน โดยภายในห้องน้ำจะเเยกส่วนเปียกส่วนแห้งให้ และมีหน้าต่างระบายอากาศให้มาค่ะ

Master Bedroom จะเป็นห้องที่อยู่ตำแหน่งหน้าบ้านค่ะ โดยจะยาวเต็มความกว้างหน้าบ้านเลย

พื้นที่ส่วนนี้สามารถวางเตียงขนาดใหญ่ได้เลย และก็จัดมุมโซฟานั่งเล่นข้างๆเตียงได้

พื้นที่ปลายเตียงก็กว้างอยู่นะคะ ทำ Built-in ชั้นวางของหรือชั้นเก็บของเพิ่มเติมได้ค่ะ

ส่วนอีกฝั่งนึงของห้องจะเป็นพื้นที่ห้องน้ำ ระเบียงและพื้นที่สำหรับทำเป็น Walk-in Closet

จบกันไปแล้วนะคะสำหรับพาชมบ้านแบบใหม่ของโครงการ iconature พระราม 2 – เทียนทะเล บ้านเดี่ยวสไตล์ American Cottage จาก Prinsiri ส่วนตัวมองว่าตัวบ้านจัดฟังก์ชันพื้นที่ใช้สอยมาค่อนข้างดีเลย และมีบรรยากาศภายในโครงการที่ร่มรื่นมาก เหมาะกับคนที่ชอบโครงการร่มรื่นและการออกแบบสไตล์นี้นะคะ

ดูรายละเอียดโครงการเพิ่มเติมที่ > https://www.prinsiri.com/th/single/iconature_rama2


ติดตามพวกเราได้ที่
Website : www.thinkofliving.com
Twitter : www.twitter.com/thinkofliving
YouTube : www.youtube.com/ThinkofLiving
Instagram : www.instagram.com/thinkofliving
Facebook : ThinkofLiving