รีวิวฉบับที่ 1611 สวัสดีค่ะ มีโอกาสได้เข้ามาเยี่ยมชมโครงการระดับ Super Luxury ของทาง ชาญอิสสระกันแล้วนะคะ กับบ้านอิสสระ บางนา บ้านเดี่ยวหรู ในสไตล์ Tropical Modern ที่ได้ทาง A49 บริษัทสถาปนิกชื่อดังออกแบบให้ ซึ่งต้องบอกว่าดีไซน์โครงการนี้โดดเด่นและแตกต่างมากทีเดียวค่ะ ทั้งรูปแบบบ้านหน้ากว้าง มีชานบ้าน ช่องแสงเยอะและใหญ่ โดยโครงการตั้งอยู่ใกล้กับ MEGA Bangna ห้างใหญ่โซนบางนา ในราคาเริ่มที่ 38 ล้านบาท บรรยากาศโครงการและบ้านเป็นอย่างไรไปชมกันค่ะ 

Fact @ 22 June 2018

  • บ้านอิสสระ บางนา (Baan Issara Bangna)
  • บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด(มหาชน)
  • SUPER LUXURY CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment บ้านได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ : ถนนบางนา-ตราด กม.8
  • เนื้อที่โครงการ 24-3-74 ไร่ จำนวน 44 ยูนิต
  • บ้านเดี่ยว 2 และ 3 ชั้น
    • Type Abelia ที่ดิน 132-238 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 697 ตร.ม. ราคา 70-94 ล้านบาท
    • Type Bellis ที่ดิน 102-140 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 544 ตร.ม. ราคา 53-61 ล้านบาท
    • Type Calla ที่ดิน 100-112 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 459 ตร.ม. ราคา 48-53 ล้านบาท
    • Type Davidia ที่ดิน 100-112 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 380 ตร.ม. ราคา 38-44 ล้านบาท
  • ที่ดินแปลงมาตรฐาน 100–238 ตร.วา
  • ราคาเริ่มต้น 38 ล้านบาท
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • โทร  : 02-308-2222

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วค่ะ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างนะ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.653458, 100.688462

ที่ตั้งโครงการ บ้านอิสสระ บางนา ตั้งอยู่บนถนนเลียบมอเตอร์เวย์ ใกล้กับถนนบางนา-ตราด กม. 8 ซึ่งจัดเป็นย่านศูนย์กลางของโซนบางนา-ตราดก็ว่าได้ค่ะ เพราะโซนนี้มีศูนย์การค้าขนาดใหญ่อย่าง MEGA Bangna ตั้งอยู่ ภายในประกอบด้วยร้านค้าแบรนด์ดังมากมายรวมไปถึง Ikea สินค้าเฟอร์นิเจอร์ชื่อดังอยู่ด้วย นอกจากนี้บริเวณใกล้เคียงโดยรอบจัดว่ามีความอุดมสมบูรณ์ในระยะขับรถไปได้สะดวก มี Hyper Market อย่าง Tesco Lotus Extra บางนาที่สามารถใช้ทางลัดเลี้ยวเข้าด้านหลัง Tesco Lotus ได้เลย หรือขยับไปอีกหน่อยช่วงบริเวณตัดกับถนนกิ่งแก้วก็มี Makro บางพลี และ Market Village ที่ด้านหลังมี Tesco Lotus อีกจุด ส่วนโรงพยาบาลใกล้ๆ จะมีโรงพยาบาลปิยะมินทร์ และ โรงพยาบาลศิครินทร์ค่ะ

สำหรับการเดินทางของทำเลนี้ตอบโจทย์มากสำหรับครอบครัวที่เป็นเจ้าของธุรกิจหรือโรงงานบนช่วงถนนบางนา-ตราด หรือใช้ถนนบางนา-ตราดเป็นหลัก ตรงไปทางสมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา  นอกจากนี้ยังรวมไปถึงคนที่มักเดินทางไปต่างประเทศทำการค้าหรือธุรกิจบ่อยๆ อีกด้วยค่ะ เพราะตัวโครงการอยู่ใกล้กับสนามบินสุวรรณภูมิ ใช้เส้นบางนา-ตราด วิ่งเข้าถนนสุวรรณภูมิ 3 หรือกิ่งแก้วไปยังสนามบินได้สะดวก

สำหรับการเดินทางเข้าเมืองก็ค่อนข้างง่ายค่ะ ด้วยความที่ตัวโครงการแม้จะไม่ได้อยู่บนถนนบางนา-ตราดโดยตรงนะคะ แต่สามารถใช้ซอยลัดมาออกถนนบางนา-ตราดได้ และกลับรถได้ง่ายด้วยเพราะออกมาจะเจอกับจุดกลับรถเลย ไม่ต้องไปกลับรถไกลทำให้วิ่งเข้าไปยังเส้นสุขุมวิทหรือแยกบางนาได้เร็วมากขึ้น เมื่อถึงแยกบางนาแล้วก็มีตัวเลือกในการเดินทางเข้าเมืองมากขึ้นเพราะมีรถไฟฟ้า BTS ตัดผ่าน สถานีที่ใกล้ที่สุดคือ สถานีบางนา และสถานีอุดมสุข ซึ่งในอนาคตบริเวณถนนศรีนครินทร์ก็จะมีรถไฟฟ้าสายสีเหลืองเปิดให้ใช้บริการ ทำให้มีตัวเลือกในการเดินทางโดยรถไฟฟ้าที่ใกล้มากขึ้นนะคะ โดยสายสีเหลืองนี้มีกำหนดแล้วเสร็จอีกประมาณ 3 ปีค่ะ

พูดถึงซอยลัดกันอีกหน่อยนะคะ สำหรับถนนเลียบมอเตอร์เวย์นี้จะมีซอยลัดด้านหลังที่สามารถวิ่งออกไปทะลุได้ทั้งบางนา-ตราดและถนนเฉลิมพระเกียรติร. 9 ด้านหลังสวนหลวงร.9 นั่นเองค่ะ ซึ่งใครที่ชอบวิ่งออกกำลังกายที่สวนหรืออยากเปลี่ยนบรรยากาศไปเดินห้าง Paradise Park ที่คนไม่พลุ่กพล่านเท่า Mega Bangna ก็สะดวกเช่นกัน

หากเดินทางจากเส้นสุขุมวิทวิ่งมาจากใจกลางเมือง สามารถเลี้ยวเข้าถนนบางนา-ตราดวิ่งตรงมาประมาณ 9 กม. ผ่านห้างและ Hyper Market ต่างๆ จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าเลียบมอเตอร์เวย์อีกหน่อยก็เข้าโครงการได้ง่ายค่ะ หากรถไม่ติดมากนักจากบริเวณอุดมสุข วิ่งมาโครงการใช้เวลาประมาณ 10-15 นาทีก็ถึงค่ะ

สำหรับการเดินทางจากโครงการไปยัง MEGA Bangna ศูนย์การค้าที่ใกล้กับโครงการมากที่สุด สามารถเดินทางได้ง่ายนะคะ แม้ที่ตั้งโครงการจะไม่ได้ติดถนนบางนา-ตราด แต่มีซอยลัดชื่อ ถนนนัมเบอร์วัน 2 สามารถวิ่งไปทะลุออกบางนา-ตราดได้และสามารถวิ่งขึ้นเข้า Mega Bangna ได้เลยค่ะ

สำหรับการเดินทางในวันนี้เราเริ่มต้นจาก Paradise Park วิ่งตรงตามทางมาตัดเข้าถนนบางนา-ตราด จากนั้นวิ่งตรงไปทางมอเตอร์เวย์ค่ะ ชิดซ้ายตามป้าย อ่อนนุช ไม่ขึ้นทางด่วนมอเตอร์เวย์ จากนั้นเลี้ยวซ้ายแล้วตรงไปอีกหน่อยก็ถึงโครงการฝั่งซ้ายมือแล้วค่ะ

การเดินทางเริ่มต้นที่ถนนศรีนครินทร์บริเวณห้าง Paradise Park ห้างที่ใกล้กับโครงการอีกห้างนึง นอกจากร้านอาหาร ร้านเสื้อผ้าแบรนด์แล้ว ที่เราชอบมากคือมีตลาดเสรีไทด้านล่าง ซึ่งรวบรวมร้านอาหารอร่อยไว้หลายร้านเลยค่ะ

ตรงไปตามทางเรื่อยๆ เราจะเบี่ยงขวาไปตามป้าย บางนา ลอดอุโมงค์กันค่ะ

ขึ้นจากอุโมงค์มาแล้วให้เบี่ยงเข้าเลนซ้ายเพื่อเลี้ยวซ้ายกัน

ตรงมาสุดทางเจอกับจุดตัดถนนบางนา-ตราด เลี้ยวซ้ายแล้วขับตรงไป

ระหว่างทางบนถนนบางนา-ตราด หากใครที่ต้องการถึงโครงการเร็วขึ้น ไม่แวะห้างร้านด้านข้าง  สามารถเบี่ยงเข้าเลนด้านในได้เลยนะคะ แต่สำหรับรีวิวนี้เดี๋ยวเราพาขับด้านนอกเพื่อดูรอบข้างทางถนนบางนา-ตราด ว่ามีสถานที่น่าสนใจอะไรกันบ้างค่ะ เริ่มต้นที่ Chic Republic กันก่อน ซึ่งที่นี้รวบรวมสินค้า เฟอร์นิเจอร์มากมาย

ถัดมาเป็น Index Living Mall

จากนั้นก่อนจะถึงโครงการมี Hyper Market ขนาดใหญ่อย่าง Tesco Lotus Extra บางนา ให้สามารถแวะซื้ออาหารของใช้ต่างๆ

ขับตรงมาอีกหน่อยผ่าน Mega Bangna ค่ะ เราจะเห็นสะพานกลับรถด้านข้างนี้คือสะพานที่เราใช้ข้ามได้หากลัดมาจากซอยลัดบริเวณ Tesco Lotus สามารถขึ้นสะพานกลับรถเข้า Mega Bangna ได้เลยค่ะ

จากนั้นเราเบี่ยงซ้ายสุดไปตามป้ายถนนอ่อนนุช

ตรงมาอีกหน่อยก็จะเห็นโครงการในฝั่งซ้ายมือแล้วค่ะ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

บรรยากาศโดยรอบโครงการส่วนใหญ่เป็นที่ดินเปล่าล้อมรอบโครงการนะคะ เลยไปอีกหน่อยจะเป็นโซนหมู่บ้านขนาดใหญ่เรียงไปตามถนนเลียบมอเตอร์เวย์ โดยโครงการนี้จัดว่าเป็นโครงการที่อยู่ใกล้กับถนนบางนา-ตราดมากที่สุด สภาพแวดล้อมโครงการค่อนข้างเงียบสงบค่ะ เหมาะกับเป็นที่พักอาศัยและต้องการความเป็นส่วนตัว จะมีบริเวณหน้าโครงการที่อยู่ติดกับถนนใหญ่ ซึ่งทางโครงการก็มีการออกแบบโดยใช้ระยะ Set Back จัดให้เป็นสวน เพื่อเป็น Buffer ช่วยกันมลภาวะจากถนนต่างๆ เช่น เสียง ฝุ่นควัน ได้พอสมควร

 

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • ศูนย์การค้า เมกา บางนา
  • ศูนย์การค้า เซ็นทรัล บางนา
  • ศูนย์การค้า บิ๊กซี บางนา
  • ศูนย์การค้า โลตัสบางนา
  • ซีคอน สแควร์
  • พาราไดซ์พาร์ค ศรีนครินทร์
  • เอสบี เฟอร์นิเจอร์
  • อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์
  • สวนหลวง ร.๙
  • โรงเรียน ราชวินิต บางแก้ว
  • โรงเรียนนานาชาติ คองคาเดียล
  • โรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์ ศรีนครินทร์
  • โรงเรียนเซนต์โยเซฟบางนา
  • มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (เอแบค)
  • มหาวิทยาลัยนานาชาติ สแตมฟอร์ต
  • มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ
  • โรงพยาบาลไทยนครินทร์
  • โรงพยาบาลศิครินทร์
  • สนามบินสุวรรณภูมิ

 


เจาะลึกตัวโครงการ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

ผังโครงการ บ้านอิสสระ บางนา ตั้งอยู่บนเนื้อที่ดิน 24 ไร่กว่า โดยมีจำนวนยูนิตที่ 44 ยูนิต การจัดวางผังโครงการค่อนข้างน่าสนใจนะคะ เริ่มจากหน้าโครงการเข้ามาจะอยู่ติดกับ Club House ฝั่งขวามือเลย ซึ่งตัว Club House นี้นอกจากเป็นพื้นที่ส่วนกลางของลูกบ้านในโครงการแล้ว ด้วยตำแหน่งที่อยู่ด้านหน้าโครงการสามารถจัดให้เป็นพื้นที่นัดพบกับแขกที่มาเยี่ยมได้ โดยไม่ต้องเชิญเข้าบ้าน หากลูกบ้านต้องการความเป็นส่วนตัว

การจัดผังเน้นถนนใหญ่ทั้งหมด ไม่มีซอยย่อย เพื่อให้ลูกบ้านเดินทางเข้า-ออกได้สะดวกมากขึ้น รวมทั้งการวางทิศทางของหน้าบ้านให้หันเฉพาะทิศเหนือ-ใต้ ซึ่งเป็นทิศที่เหมาะสมในการอยู่อาศัย โดยมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน อย่างทิศเหนือ เด่นในเรื่องหน้าบ้านไม่โดนแดดช่วงบ่าย ทิศใต้ ได้ลมพัดผ่านเข้าหน้าบ้านได้ดีค่ะ

เริ่มต้นจากบริเวณถนนหน้าโครงการเลี้ยวเข้ามามีพื้นที่ถนนโครงการเข้าไปอีกหน่อยก่อนจะถึงซุ้มโครงการ เพื่อให้มีระยะ Set Back ที่เหมาะสม เป็น Buffer ระหว่างภายในโครงการและถนนติดโครงการนะคะ บริเวณนี้เราจะเห็นซุ้มประตูทางเข้าฝั่งซ้ายมือ และอาคารด้านข้างนั้นคือ Club House โครงการค่ะ

ทางเข้า-ออกโครงการแบ่งถนนเป็น 2 เลน คั่นกลางด้วยสระน้ำพุสวยงาม ซุ้มโครงการตกแต่งเรียบง่ายตามแนวดีไซน์ Tropical Modern แบ่งการเข้า-ออกเป็น 2 ฝั่ง เพื่อการเดินทางสัญจรของรถสะดวกมากขึ้น

บริเวณทางเข้าแยกย่อยอีก 2 ฝั่ง คือฝั่ง Residence และ Visitor สำหรับลูกบ้านโครงการสามารถเข้า-ออกได้โดยใช้ Keycard Access แบบ RFID รูปแบบการใช้งานจะง่ายมากลักษณะเหมือน Easypass ทางด่วนค่ะ ส่วน Visitor จำเป็นต้องแลกบัตรทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

ถนนภายในโครงการกว้าง 12 ม. โดยช่วงด้านหน้าโครงการปูพื้นด้วย Concrete Stamp ดูเรียบร้อยสวยงามทีเดียวค่ะ

เลี้ยวมาฝั่งขวาเพื่อไปดูส่วน Club House กันต่อนะคะ สังเกตว่าถนนโครงการไม่มีเสาไฟฟ้ามากวนใจเลย เพราะที่นี่ทำระบบสายไฟฟ้าลงดินทั้งหมด เพื่อให้บรรยากาศโครงการสวยงาม

สังเกตว่าบริเวณ Club House โดนต้นไม้ใหญ่บังมิดทีเดียวค่ะ ถือว่าดีมาก เพราะว่าบริเวณนี้เป็นส่วนสระว่ายน้ำนะคะ ดังนั้นลูกบ้านที่ว่ายน้ำอยู่จะได้ความเป็นส่วนตัวดีทีเดียว

เริ่มกันที่บริเวณด้านหน้าของ Club House รูปแบบ Club House นี้สูง 2 ชั้น เน้นการออกแบบเรียบง่ายผสานกับธรรมชาติได้ดี รวมไปถึงรายล้อมด้วยต้นไม้สีเขียว ดันให้ตัว Club House เด่นขึ้นมาทีเดียวค่ะ จากหลายๆ โครงการระดับ Super Luxury ที่เราไปดูมา ค่อนข้างชอบการออกแบบ Club House ที่นี่เป็นพิเศษเลยค่ะ จะเป็นอย่างไรเดี๋ยวพาไปดูทีละฟังก์ชันกัน

เริ่มจากทางขึ้นส่วน Club House ปกติเวลาเราใช้งาน Club House ที่มี 2 ชั้นทั่วไปมักจะขึ้นจากชั้น 1 ไปยังชั้น 2 ถูกไหมคะ? แต่ที่นี่เน้นฟังก์ชันชั้น 2 เป็นหลัก เลยออกแบบให้เราเดินขึ้นก่อนเลย ความรู้สึกเวลาเดินขึ้นจากการออกแบบสถาปัตยกรรมแบบนี้ทำให้รู้สึกโอ่โถงมากยิ่งขึ้น ด้านข้างมีทางลาดเอียงไว้เรียบร้อยสำหรับผู้สูงอายุหรือผู้พิการ ขึ้นมาใช้งานได้เช่นกัน

ขึ้นมาเราจะเจอกับพื้นที่ Semi-Outdoor ขนาดใหญ่ ที่ได้ฝ้าเพดานสูงมาก บริเวณนี้เป็นช่องลมได้ดีมากทีเดียวค่ะ ฝั่งซ้ายมือเราจะเห็นต้นไม้ตรงกลาง เสมือนเป็นสวนในอาคาร แต่เปิดหลังคาโล่งเพื่อรับแสงแดดได้ดี ส่วนฝั่งขวานั้นคือสระว่ายน้ำค่ะ ตรงกลางจึงเห็น Day Bed วางเรียงกันไปหันไปทางสระว่ายน้ำ พื้นที่ Day Bed นี้ดีมากๆ เพราะช่วยกันแดดกันฝนได้ด้วย

มุม Club House บริเวณ Semi-Outdoor มองจากภายนอกสวยมาก ที่เด่นมากๆ คือ เสาที่เลียนแบบไม้ แต่ไม่ใช่ไม้จริงนะคะ เป็นการนำอลูมิเนียมมาตกแต่งเสา โดยใช้ลายไม้และ Texture ไม้ ซึ่งสวยมากเราชอบมาก และตอบโจทย์การใช้งานจริงได้ดีกว่าไม้ เพราะสามารถทนแดดทนฝนได้ดี

สระว่ายน้ำได้เป็นสระเกลือนะคะ ยกสระอยู่บนชั้น 2 เพิ่มความ Private มากขึ้น ขนาดสระอยู่ที่ 7 x 30 ม. เป็นความยาวที่เกิน Half Olympic ไปแล้วนะคะ ใช้เป็นสระออกกำลังกายได้เต็มที่

ถัดมาฝั่งตรงข้ามของสระเป็นส่วนภายในอาคาร Club House แล้วนะคะ โดยแบ่งเป็น Fitness และ Amphitheater

ในส่วน Fitness ปัจจุบันทางโครงการจัดเป็นพื้นที่ Sale Office นะคะ แต่เมื่อโครงการขายเสร็จเป็นที่เรียบร้อยจะมีการคืนพื้นที่พร้อมจัดฟังก์ชันให้เป็น Fitness ค่ะ และแน่นอนว่าเป็น Fitness ที่ฝ้าเพดานสูงมาก คือได้แบบ Double Volume ดูโอ่โถงดีมากค่ะ เราค่อนข้างชอบพื้นที่นี้อีกอย่างคือได้ชุดกระจกสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน และได้ทั้ง 3 ทิศเลยค่ะ

ถัดจาก Fitness เป็นส่วนพื้นที่ Amphitheater ขนาดใหญ่ จัดพื้นที่นั่งเป็นลำดับขั้นให้นั่งได้สบาย รอบข้างทั้ง 3 ข้างได้ชุดกระจกบานใหญ่สูงถึงฝ้าเพดานเช่นเดียวกัน และเมื่อมีการใช้งานจะมีม่านปิดพร้อม Projector ฉายได้

จากชั้น 2 เราจะลงไปดูฟังก์ชันในชั้นล่างกันนะคะ

บริเวณด้านล่างเป็นพื้นที่ Semi-Outdoor ขนาดใหญ่ โดยจะแบ่งเป็นห้อง Kid’s Room ฝั่งซ้ายมือ ซึ่งปัจจุบันยังไม่ได้จัดภายในให้เป็นห้องเด็กนะคะ

ตรงไปอีกหน่อยจะเป็นพื้นที่โล่งที่ในอนาคตจะวางฟังก์ชันให้เป็น Multi-Purpose Area

ลึกไปด้านในสุดเป็นพื้นที่นิติบุคคลค่ะ

ด้วยความที่มีต้นไม้ตรงกลางสูงไปยังชั้น 2 ทำให้สัมผัสถึงความเชื่อมโยงระหว่างฟังก์ชันชั้น 1 และชั้น 2 มากขึ้น โดยสามารถมองเห็นกัน คุยกันได้ ไม่ได้แยกชั้นแบบเด็ดขาด

อีกฝั่งเป็นส่วนห้องน้ำแยกชาย/หญิงนะคะ

ภายในห้องน้ำออกแบบหรูหราทีเดียวค่ะ มีพื้นที่อ่างล้างมือ พร้อมกระจกเงาขนาดใหญ่ ตรงไปเป็นส่วนห้องน้ำและห้องอาบน้ำ

ห้องอาบน้ำและห้องน้ำมีขนาดใหญ่พอสมควรนะคะ ใช้งานได้ดีค่ะ ที่ชอบเพิ่มเติมคือที่นี่ให้สุขภัณฑ์ส่วนพื้นที่ส่วนกลางเป็นโถสุขภัณฑ์ชิ้นเดียวด้วยนะคะ ปกติไม่ค่อยเห็นในโครงการอื่นๆ เท่าไหร่นัก

ตรงไปฝั่งซ้ายมือเป็นส่วน Locker เก็บของ และห้อง Steam

บริเวณ Locker เก็บของจัดให้มีพื้นที่นั่งและตู้เก็บของเป็นสัดส่วน

ส่วนห้อง Steam มีขนาดใหญ่มากค่ะ รองรับคนได้ประมาณ 7-9 คน เลยทีเดียว

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • สระว่ายน้ำระบบเกลือ ขนาด 7×30 เมตร
  • ห้องออกกำลังกาย 1 ห้อง
  • Amphitheater
  • Kid’s Room
  • Multi-purpose Area
  • Steam
  • สวนสาธารณะ
  • ระบบ CCTV ที่ Main Gate และภายในโครงการ
  • สายไฟลงดิน
  • Key Card Access ระยะไกล
  • เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง
  • ประตูรั้วโครงการแบบ รั้วกั้นไม้กระดก
  • สัญญาณกันขโมย ระบบ Magnetic & Shock Sensor ทุกหลัง
  • ถนนหลักกว้าง 12 ม.

 


Product Walkthrough

รูปแบบบ้านโครงการ บ้านอิสสระ บางนา จัดเป็นโครงการบ้านหรูที่มีสไตล์การออกแบบน่าสนใจและแตกต่าง โดยใช้สไตล์ “Tropical Modern House” ออกแบบโดยบริษัทสถาปนิกชื่อดังของไทยที่มีทั้งงานที่ไทยและเทศอย่าง บริษัท สถาปนิก 49 จำกัด (A49) โดยเน้นการออกแบบให้ตัวบ้านมี Ventilation สูงสุด ทั้งการออกแบบชานหน้าบ้าน (ระเบียงขนาดใหญ่) ผนวกกับช่องเปิดที่ได้เป็นประตูบานเลื่อนกระจกสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน ซึ่งทำให้ลมพัดผ่านได้ดี ช่วยให้ตัวบ้านไม่ร้อน ระเบียงขนาดใหญ่มีส่วนช่วยมากๆ ในเรื่องการกันแดด กันฝนได้ ไม่เข้าตัวบ้านโดยตรงค่ะ

นอกจากนี้การออกแบบผังบ้านด้วยรูปแบบบ้านหน้ากว้าง (ยกตัวอย่าง บ้าน Type Abelia มีความกว้าง 30 ม.) ทำให้การจัดฟังก์ชันภายในแบ่งได้เป็นสัดส่วน ผนวกกับเรื่องของหน้าบ้านที่เน้นวางทิศเหนือ-ใต้ ก็จะตอบโจทย์บ้านหน้ากว้างได้ดีมากขึ้น เพราะทำให้ฟังก์ชันภายในห้องได้รับทิศตะวันออก-ตะวันตกน้อย ส่วนความสวยงามคือดูโอ่อ่ามากขึ้นค่ะ

นอกจากนี้ทางโครงการมีการนำ Service ที่มากขึ้นเพื่อตอบโจทย์ลูกบ้านในเรื่องความสะดวกสบาย ความปลอดภัยในบ้านมากขึ้น ซึ่งจะมีให้เป็นมาตรฐานในทุกหลังค่ะ ประกอบด้วย

Life Style Concierge

  • Home Care
    • House Cleansing
    • Laundry
    • Gardening
    • Pool
    • Car Care
    • Home Maintenance
    • Air-Conditioning Service
  • Health Care
    • Nursing Service
    • Massage Service
    • Pet Care
    • Beauty
  • Activities
    • Catering
    • Event Organizer
  • Personal Assistant Services
    • Messenger Service
    • Moving Service
    • Reservation Service
      • Restaurant
      • Movie

โดยรูปแบบบ้านทั้งหมด มี 4 แบบ ด้วยกันค่ะ

  • Abelia ที่ดิน 132-238 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 697 ตร.ม.
  • Bellis ที่ดิน 102-140 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 544 ตร.ม.
  • Calla ที่ดิน 100-112 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 459 ตร.ม.
  • Davidia ที่ดิน 100-112 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 380 ตร.ม.

สำหรับบ้านตัวอย่างที่เราจะพาไปชมวันนี้คือบ้านหลังใหญ่สุด Abelia ที่ดิน 132-238 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 697 ตร.ม. มี 6 ห้องนอน 7 ห้องน้ำ และ 5 ที่จอดรถ

เริ่มต้นที่ผังอาคารกันนะคะ สำหรับตัวบ้านที่เป็นบ้านหน้ากว้าง จากที่อธิบายไปก่อนหน้านี้ว่าข้อดีของบ้านหน้ากว้างคือสามารถแบ่งฟังก์ชันการใช้งานได้เป็นสัดส่วนนี้ หากดูจากแปลนจะเห็นได้ชัดเพราะฝั่งซ้ายมือทางโครงการออกแบบให้เป็นพื้นที่ Back of House โดยเริ่มจากการแยกทางเข้า-ออกเลย ซึ่งเข้าจากทางด้านข้างบ้านฝั่งซ้ายมือจากที่จอดรถ ซึ่งจะเป็นโถงทางเดินเชื่อมไปยังพื้นที่ซักล้าง (11) ครัวไทย (7) ห้อง Service (3) และห้องนอนแม่บ้าน 2 ห้อง พร้อมห้องน้ำแม่บ้าน (8,17) ทางเดินแม่บ้านจะเดินได้เพียงทางเข้าจากหน้าบ้านและบริเวณ Back of House เข้าบ้านได้เฉพาะจากบริเวณทางเดินแม่บ้านเท่านั้น ซึ่งจัดว่าเป็นสัดส่วนดีมากค่ะ หากสมาชิกในบ้านต้องการความเป็นส่วนตัว ไม่อยากให้แม่บ้านเข้ามารบกวนสามารถปิดประตูจากบริเวณทางเดินที่เชื่อมกันได้เลย เพื่อความเป็นส่วนตัวมากขึ้น

ในส่วนพื้นที่ภายในบ้าน จากทางเข้าหลัก แบ่งออกเป็น 2 โซนย่อย โดยฝั่งซ้ายมือแยกเป็นห้องนอนชั้นล่าง ซึ่งจะจัดให้เป็นห้องอเนกประสงค์ หรือห้องนอนผู้สูงอายุก็สามารถจัดได้ค่ะ ภายในห้องมีห้องน้ำในตัวเรียบร้อย ส่วนฝั่งขวามือนั้นคือ Highlight หลักของบ้านเลย จัดให้เป็นพื้นที่ Common Area ขนาดใหญ่ ที่สามารถจัดสรรฟังก์ชันได้ทั้งพื้นที่นั่งเล่น พื้นที่รับประทานอาหาร และ Pantry ครัว ซึ่งออกแบบไว้เป็นพื้นที่กิจกรรมของครอบครัว ทั้ง 2 ฝั่งทั้งหน้าบ้าน-หลังบ้าน ได้ประตูบานเลื่อน เปิดรับธรรมชาติได้ทั้ง 2 ฝั่ง ซึ่งนอกจากวิวดีแล้ว หากเปิดเป็นพื้นที่ Semi-Outdoor ลมจะ Flow ดีมากค่ะ

ชั้น 2 แบ่งเป็นพื้นที่ห้องนอนฝั่งซ้ายมือ ซึ่งมีทั้งหมด 3 ห้องด้วยกัน และฝั่งขวามือจากลิฟต์/บันไดนั้นเป็นพื้นที่นั่งเล่น (Family Area) ซึ่งมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้นจากชั้นล่าง หากว่าชั้นล่างต้องต้อนรับแขก สมาชิกในบ้านคนอื่นสามารถใช้พื้นที่นั่งเล่นชั้นบนได้นะคะ นอกจากเป็นพื้นที่นั่งเล่นแล้ว ยังจัดให้มีบริเวณ Pantry และ Powder Room ด้วยเพื่ออำนวยความสะดวกลูกบ้านมากขึ้น ไม่ต้องลงไปจัดเครื่องดื่มในชั้นล่าง หรือเดินออกไปเข้าห้องน้ำในห้องอื่นๆ ค่ะ

Highlight หลักในชั้นนี้ดูจากผังจะชัดมากคือได้ระเบียง (Balcony) ล้อมตัวบ้าน ซึ่งบริเวณที่ติดระเบียงจะได้ประตูบานเลื่อนกระจกทั้งหมด ทำให้สามารถเปิดประตูได้เต็มที่ รับลมและรับวิวได้ดีค่ะ ระเบียงเองสามารถออกมาใช้งานได้จริง

สำหรับพื้นที่ห้องนอนนั้นแบ่งเป็น 3 ห้อง มีห้องน้ำในตัวทุกห้อง พื้นที่นี้ออกแบบมานอกจากจะรองรับครอบครัวใหญ่แล้ว ยังตั้งใจออกแบบมาสำหรับครอบครัวขยาย เช่น ลูกมีครอบครัว มีหลานอีก 2 คน ก็สามารถกั้นพื้นที่นอนชั้นนี้เป็นพื้นที่สำหรับครอบครัวขนาดเล็กได้ และห้อง Junior Master Bedroom ออกแบบมาให้มีขนาดใหญ่และห้องน้ำใหญ่ มีอ่างอาบน้ำ เสมือนกับห้อง Master Bedroom อีกห้อง

ชั้น 3 เป็นชั้นพักอาศัยหลักทั้งหมด แบ่งเป็นห้องนอน 2 ห้องใหญ่พร้อมห้องน้ำในตัว สำหรับห้องนอน (3) เป็นห้องนอนที่มีขนาดใหญ่ทั้งพื้นที่เตียงนอนและ Walk-in Closet ขนาดใหญ่ และติดกับห้อง Master Bedroom คือพื้นที่อเนกประสงค์ สามารถจัดฟังก์ชันได้หลากหลายนะคะ เช่น พื้นที่ทำงาน พื้นที่อ่านหนังสือ หรือห้องพระ ได้ค่ะ

สำหรับ Highlight ของชั้นนี้ที่โดดเด่นกว่าแบบบ้านทั่วๆไปคือ พื้นที่ห้องน้ำในห้องนอนใหญ่จัดมาให้ขนาดใหญ่มากทีเดียวค่ะ หากดูจากผังจะเห็นว่าห้องน้ำใหญ่กว่าพื้นที่เตียงนอนเสียอีก บริเวณห้องน้ำแบ่งเป็น 2 ฟังก์ชัน คือ Walk-in Closet และห้องน้ำที่มี Bath tub ในตัว

เริ่มต้นที่บริเวณที่จอดรถมีความกว้างสำหรับรองรับรถได้ 5 คัน กำลังดีนะคะ พื้นบริเวณนี้ใช้โครงสร้างแบบ Slab on Beam หรือพื้นที่มีเสาเข็มรองรับ ทำให้มีความแข็งแรงและทรุดตัวได้ยากมากกว่า Slab on Ground ส่วนพื้นปูด้วย Concrete Stamp เรียบร้อยสวยงามดีค่ะ สุดทางมีช่องสำหรับเก็บอุปกรณ์ต่างๆ ได้ ซึ่งวันที่เราไปยังอยู่ในช่วงตกแต่งนะคะ ยังไม่เสร็จเรียบร้อย แต่ที่คอนเฟิร์มได้คือมีช่องปิดชัดเจนเป็นสัดส่วนให้กับพื้นที่เก็บของบริเวณที่จอดรถ เดี๋ยวเราตรงไปดูฝั่งซ้ายมือเพื่อตรงไปยัง Back of House กันก่อน เข้าสู่ภายในตัวบ้านทีเดียวค่ะ

บริเวณ Back of House ออกแบบพื้นที่กลางให้เป็นแบบ Semi-Outdoor เพื่อให้บริเวณพื้นที่นี้มีอากาศถ่ายเทดี ลมพัดผ่าน โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเครื่องปรับอากาศต่างๆ ได้ค่ะ โดยเมื่อเดินเข้ามาก็จะเจอ Laundry ก่อนเลย บริเวณนี้ออกแบบเป็นลานขนาดพอสมควร พร้อมเดินสายไฟและท่อต่าง ไว้เรียบร้อย เพื่อให้สามารถวางเครื่องซักผ้าได้ ติดกันเป็นห้องครัวไทย ซึ่งแยกออกจากภายในตัวบ้าน เพราะตั้งใจออกแบบให้เป็นพื้นที่สำหรับแม่บ้านทำกับข้าว ในห้องนี้มีหน้าต่างบานเลื่อนขนาดกะทัดรัดสำหรับส่งจานอาหารได้ ส่วนฝั่งขวามือเรียงยาวไปคือห้อง Service Room พื้นที่แม่บ้าน และด้านในสุดคือประตูเข้าไปยังภายในตัวบ้าน

ภายในครัวไทยมีเคาน์เตอร์ครัว พร้อม Sink และ Hob & Hood จัดให้เป็นมาตรฐาน จากยี่ห้อ MEX

ด้วยความที่โครงการใช้ระบบเครื่องทำน้ำร้อนทั้งหมด ไม่ได้ใช้เครื่องทำน้ำอุ่นนะคะ ดังนั้นจะมีระบบทำน้ำร้อนนี้ปกติเราจะใช้ไฟฟ้าทั้งหมดเพื่อทำน้ำให้ร้อน แต่ทางโครงการคำนึงเรื่องการประหยัดพลังงานเป็นสำคัญเช่นเดียวกัน จึงมีการติดตั้งเครื่อง Air Source-Hot Water Heat Pump ภายในห้อง Service นี้

จุดเด่นของเครื่องนี้คือสามารถเปลี่ยนความร้อนจากอากาศมาเป็นพลังงานความร้อนแทน ลดการใช้ไฟฟ้าได้หลายเท่าตัว ช่วยประหยัดพลังงานและค่าไฟภายในบ้านได้ดี ซึ่งเครื่องนี้จะให้เป็นมาตรฐานในบ้านทุกหลังค่ะ

จากนั้นเดี๋ยวเราเข้ามาภายในตัวบ้านหลักกันค่ะ ซึ่งจะมีบันไดขึ้นทั้งจากบริเวณที่จอดรถ และทางหน้าบ้าน

บริเวณทางหน้าบ้านยก Step ขึ้นมาเพิ่มความสวยงามให้เฉลียงมากขึ้น และยังช่วงป้องกันพวกแมลงต่างๆไม่ให้ขึ้นมาบนเฉลียงได้ง่ายๆด้วย สำหรับบริเวณเฉลียงมีพื้นที่กว้างและออกแบบให้เป็น Semi-Outdoor ที่สามารถกันแดดกันฝนได้ดีค่ะ

สำหรับประตูทางเข้าหลักใช้เป็นประตูบานเปิดคู่ วัสดุเป็นไม้เนื้อแข็งทั้งบาน มือจับอลูมิเนียม พร้อมกับการเปิด-ปิดด้วยระบบ Digital Door Lock เป็นมาตรฐาน

เข้ามาเราจะเห็นบริเวณพื้นที่ที่ออกแบบไว้สำหรับวางของตั้งโชว์ก่อนเลยค่ะ เป็นจุดนำสายตาให้มีความโดดเด่นสะดุดตา ซึ่งด้านหลังออกแบบเป็นกระจกบาน Fixed  ผืนใหญ่สูงตั้งแต่พื้นถึงฝ้าเพดาน ร่วม 3.2 ม. เลยทีเดียว สำหรับพื้นในชั้นล่างทั้งหมดใช้เป็นพื้นใช้วัสดุเป็น Porcelain ลายหิน ฝั่งซ้ายมือจะเป็นโซนห้องนอนผู้สูงอายุ และฝั่งขวานั้นตรงไปยังพื้นที่ Common Area ที่เป็นหนึ่งใน Highlight Function ของบ้านนะคะ โดยเราจะไปดูฝั่งซ้ายมือกันก่อนนะคะ

บริเวณฝั่งซ้ายมีเป็นโถงยาวเชื่อมห้องต่างๆ หลายห้องด้วยกันค่ะ โดยฝั่งหน้าบ้านมีห้องเก็บของ ห้องน้ำแบบ Powder Room สำหรับรับรองแขก ฝั่งหลังบ้าน (ขวามือ) ห้องนอน 6 ตรงไปเป็นประตูที่ออกไปยังโซน Back of House

สำหรับห้องเก็บของในบ้านมาตรฐานที่ได้จะเป็นห้องโล่งนะคะ ไม่มีชั้น Built-in ให้เพื่อที่ลูกบ้านจะสามารถจัดเป็นห้องเก็บของที่เหมาะสมกับความต้องการของลูกบ้าน ยกตัวอย่างเช่น ห้องเก็บรองเท้า ห้องเก็บอุปกรณ์กอล์ฟคุณผู้ชาย เป็นต้นค่ะ

เข้ามาที่ภายในห้องนอนชั้นล่างนี้ออกแบบให้เป็นห้องนอนผู้สูงอายุได้นะคะ เพื่อสะดวกในการใช้งานของผู้สูงอายุ หรือจะปรับเป็นห้องรับแขกและจัดห้องผู้สูงอายุไว้ชั้นบนก็ได้เช่นกัน เพราะตัวบ้านมีลิฟต์ที่สามารถรองรับการใช้งานของผู้สูงอายุได้

สำหรับภายในห้องนี้มีขนาดใหญ่สามารถวางเตียงขนาดใหญ่ 6 ฟุต หรือจะ Over Size เลยก็ได้ค่ะ ด้านข้างได้ช่องแสงขนาดใหญ่สูงร่วม 3.2 ม. ตามความสูงของฝ้าเพดาน หันไปทางส่วนโถงบันได ไม่ได้หันออกไปทางด้านนอกของบ้านทำให้ช่องแสงนี้แม้เปิดม่านก็ยังมีความเป็นส่วนตัว

ด้านข้างเตียงก่อนเข้าสู่ห้องน้ำ มีพื้นที่สามารถจัดตู้เสื้อผ้า โต๊ะเครื่องแป้งได้กำลังดีเลยค่ะ เพิ่มเติมคือห้องนี้ใช้พื้นชนิดเดียวกับพื้นชั้นล่างคือ Porcelain นะคะ ดังนั้นใครที่ต้องการทำเป็นห้องนอนอาจจะต้องปูพรมในบางส่วน เช่นบริเวณเตียงนอน จะไม่เย็นเท้าเกินไปค่ะ

เข้ามาภายในห้องน้ำออกแบบโดยแยกพื้นที่เปียกและแห้งเป็นสัดส่วน บริเวณหน้าทางเข้าระหว่างห้องน้ำและห้องนอนใช้พื้นระดับเดียวกันเพื่อความสะดวกในการใช้งานของผู้สูงอายุ สำหรับบริเวณส่วนแห้งประกอบด้วย กล่องกระจกเงาขนาดใหญ่มีซ่อนช่องไฟด้านในทำให้เวลาส่องกระจก หรือแต่งหน้าได้ดีมากขึ้น อ่างล้างมือพร้อมเคาน์เตอร์ Built-in ด้านล่าง จาก TOTO และสุขภัณฑ์ชิ้นเดียว จากยี่ห้อ TOTO เช่นกัน

ในส่วนพื้นที่เปียกกั้นด้วยฉากกั้นกระจก พื้นลดระดับจากพื้นส่วนเปียกเล็กน้อย แต่ไม่ได้ทำเป็นขั้นลงไปเหมือนพื้นทั่วไป แต่ทำเป็น Slope เล็กน้อย เพื่อให้สามารถนำรถเข็นเข้าไปได้สะดวกนะคะ ถ้าช่องเปิดฉากกั้นกระจกกว้างกว่านี้อีกหน่อยจะสะดวกมากขึ้น

ภายในออกแบบมาได้ดีทีเดียวค่ะ หลักๆ ที่สะดวกในการใช้งานจริงเลยคือการทำที่นั่งมาให้เรียบร้อย พร้อมการลดระดับตำแน่งที่หยิบฝักบัวสายอ่อนให้สะดวกสำหรับคนนั่งอาบ ด้านข้างทำชั้นเก็บของให้เรียบร้อยสามารถวางของใช้ แชมพู สบู่ต่างๆ ได้เยอะพอสมควร เพิ่มเติมที่ชอบเลยคือให้หน้าต่างกระจกฝ้ามาด้วย ช่วยเพิ่มแสงสว่างภายในห้องน้ำมากขึ้น รวมไปถึงแสงแดดที่เข้ามาถึงนี้สามารถช่วยลดความชื้นและแบคทรีเรียต่างๆ ที่เกิดจากความชื้นได้ดีด้วยค่ะ

ความพิเศษของฝักบัวคือด้านหลังมีปุ่มที่สามารถปรับรูปแบบน้ำของฝักบัวได้ เช่นรูปแบบ Rain, Jet, Spray เพื่อให้ตอบโจทย์ความชอบในการอาบน้ำได้หลากหลายรูปแบบมากขึ้น นอกจากนี้ทุกห้องน้ำมีการเดินระบบน้ำร้อนให้เรียบร้อยค่ะ

ถัดมาที่บริเวณฝั่งด้านขวาจากประตูทางเข้าหลักของบ้านนะคะ เมื่อหันมาเราจะเห็นบันไดและลิฟต์ก่อนเข้าสู่พื้นที่ Common Area

สำหรับพื้นที่ Common Area ออกแบบให้มีขนาดใหญ่ ซึ่งสามารถใช้ได้ทั้งเป็นพื้นที่กิจกรรมภายในบ้านของสมาชิกในครอบครัว หรือเป็นพื้นที่ไว้สำหรับรับแขกด้วยเช่นกัน บริเวณนี้เป็นหนึ่งในฟังก์ชัน Highlight ที่กล่าวไว้ข้างต้นนะคะ จะสังเกตว่าพื้นที่ด้านข้างแนวยาวของห้องนี้ให้เป็นประตูบานเลื่อนกระจกสูงจากพื้นถึงฝ้าทั้งหมดและเพื่อให้ได้กระจกทั้งผนังก็มีการขยับแนวประตูออกจากเสาหลัก โดยให้เสาอยู่ด้านในแทนนะคะ ทำให้สามารถรับวิวจากสองทิศทางได้ดีมาก (หน้าบ้าน-หลังบ้าน) โดยฝั่งหน้าบ้านออกแบบให้เป็นสวนหน้าบ้าน และหลังบ้านจะทำเป็นสระว่ายน้ำหรือสวนก็ได้เช่นกัน เสมือนมีหน้าบ้านทั้ง 2 ฝั่ง และยังเป็นทิศเหนือ-ใต้ ลมพัดผ่านได้ดี และไม่ใช่ทิศทางของแดดหลัก

พื้นที่ภายในบริเวณนี้ในบ้านมาตรฐานจะเป็นพื้นที่โปร่งโล่ง + ชุดครัว นะคะ ลูกบ้านสามารถจัดฟังก์ชันได้ตาม Life Style ซึ่งหลักๆ ออกแบบไว้ให้สามารถวางเป็นพื้นที่นั่งเล่น พื้นที่รับประทานอาหาร และ Pantry ครัว ได้อย่างลงตัวค่ะ

บริเวณพื้นที่นั่งเล่นสามารถวางชุดโซฟาขนาดใหญ่ได้ดีมาก

นอกจากนี้บริเวณนี้จะมีการติดตั้งเครื่องที่สามารถสั่งการใช้งานต่างๆ ได้ (Home Automation) จาก Zipato เช่น ไฟส่องสว่าง เครื่องปรับอากาศ เป็นต้น ทั้งนี้ระบบนี้สามารถสั่งงานผ่าน Application ของ Smart Phone ได้ รวมทั้งลูกบ้านยังสามารถติดต่อของเพิ่ม Option การสั่งงานเพิ่มเติมจากที่โครงการให้มาเป็นมาตรฐานได้นะคะ (ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม)

ถัดมาที่พื้นที่นั่งเล่นสามารถวาง Long Table ขนาด 8-10 ที่นั่งกำลังดีค่ะ

ถัดมาในส่วนบริเวณชุดครัว ทางโครงการได้จัดไว้ให้เป็นมาตรฐานนะคะ ซึ่งสำหรับบ้าน Abellia จะได้หน้าตาตามบ้านตัวอย่างเลยค่ะ โดยชุดครัวนี้จาก Bulthaup (Pantry+Island) พร้อมด้วย Kitchen Appliance จาก Siemens ทั้ง Hob & Hood, Microwave, Oven ซึ่งทั้งหมดเป็นแบรนด์ครัวชื่อดังจากเยอรมัน

ความน่าสนใจของ Island นี้ไม่ได้ออกแบบมาเป็นเพียง Island สำหรับเตรียมอาหารต่างๆ อย่างเดียวนะคะ แต่ด้านหน้า มีการยก Top ขึ้นสูงอีกเล็กน้อย เพื่อที่จะสามารถทำเป็นเคาน์เตอร์บาร์ได้ด้วยค่ะ ใครที่มักจะมีไลฟ์สไตล์ Easy Breakfast หรืออยากมีพื้นที่สำหรับนั่งจิบไวน์ ก็สามารถวางเก้าอี้บริเวณนี้ ตกแต่งฝ้าเพดานเล็กน้อย ก็สามารถเพิ่มฟังก์ชันบริเวณนี้ได้แล้วค่ะ

สำหรับด้านในเป็นพื้นที่การใช้งาน เช่น เตรียมอาหารต่างๆ ล้างอุปกรณ์และอาหารเล็กน้อย Top ที่ได้จะเป็นหิน Quartz ซึ่งมีความแข็งที่มากกว่ามีดทั่วไปนะคะ ดังนั้น เวลาใช้งานจริงสามารถใช้มีดหั่นบน Top ก็ไม่มีรอยขีดข่วนค่ะ ด้านข้างติดตั้งปลั๊กไฟให้เรียบร้อย เผื่อมีการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าเพิ่มเติม

Sink ล้างจานจาก SMEG  มีขนาดใหญ่มากกว่า Sink ทั่วไปนะคะ

ด้านล่างบานเปิดเป็นอลูมิเนียมเรียบ สวยงามทีเดียวค่ะ ด้านในซ่อนถังขยะให้เรียบร้อย

ถัดมาที่บริเวณ Pantry ครัว ใช้หน้าบานปิดผิวทั้งหมดเป็น Acrylic สีขาวสวยงามพร้อมฝั่งเครื่องใช้ไฟฟ้าในตัว ทั้ง Microwave และ Oven แบบ Combine

บริเวณ Top เคาน์เตอร์ และ Black Splash (ผนังบริเวณเคาน์เตอร์) ใช้วัสดุเป็นหิน Quartz ทั้งหมด นอกจากความสวยงามก็จะเป็นเรื่องการทำความสะอาดง่าย คงทนต่อการใช้งานนะคะ ส่วน Hob แบบ Exhausted และ Induction จาก Siemens เช่นกัน

เพิ่มเติมที่ไม่ค่อยเห็นในโครงการอื่นที่ให้ชุดครัวเช่นเดียวกันคือ อุปกรณ์การเก็บของภายใน อย่างที่เราเห็นในภาพจะมีชั้นวางของย่อย เช่นชั้นวางจาน ช้อนส้อม เครื่องปรุงต่างๆ นี้ทางโครงการมีให้มาครบชุดด้วยเช่นเดียวกันค่ะ

ด้านข้างเคาน์เตอร์ครัว เว้นพื้นที่ว่างไว้เพื่อให้วางตู้เย็นขนาด Side by Side ได้

บริเวณด้านหลังของบ้านที่ติด Common Area นี้ในบ้านมาตรฐานจะเป็นพื้นที่สวนนะคะ แต่ทางโครงการออกแบบมาให้ดูเป็น Idea สำหรับใครที่ต้องการสระว่ายน้ำส่วนตัว ซึ่งทางโครงการจะมีการก่อสร้างพร้อมติดตั้งเพิ่มเติมให้ทั้งหมด โดยรูปแบบสระจะเป็นสระน้ำเกลือ การออกแบบเหมือนกับบ้านตัวอย่างเลยค่ะ โดยมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม สำหรับ Type Abellia อยู่ที่ 1.5 ล้านบาท และ Type Bellis และ Calla นั้นจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอยู่ที่ 1.85 ล้านบาท (เนื่องจากมีขนาดสระที่ใหญ่กว่า)

ขึ้นสู่ชั้น 2 สามารถขึ้นได้ทั้งจากบันไดและลิฟต์นะคะ สำหรับตัวบันไดออกแบบมาได้สวยมาก ลักษณะจะเป็นบันไดโปร่งตัวโครงสร้างบันไดเป็นเหล็กที่ยึดกับผนังและพื้น ราวกันตกใช้เป็นกระจก กรอบอลูมิเนียม พื้นใช้เป็นพื้นไม้เนื้อแข็งสีโอ๊คสวยงาม เพิ่มเติมคือมีไฟบริเวณด้านข้างทางเดินขึ้นบันได และกระจกบานสูงทั้ง 2 ฝั่งด้านข้างของบันได ทำให้บรรยากาศบริเวณบันไดสวยงามมากทีเดียวค่ะ

สำหรับลิฟต์จะได้เป็นมาตรฐานนะคะ จาก Mitsubishi

ภายในลิฟต์ออกแบบสไตล์เรียบ สวย เล่นฝ้าเพดานให้ดูหรูขึ้นมาจากปกติ ขนาดของลิฟต์รองรับน้ำหนักได้ 450 กิโลกรัม หรือประมาณ 6 คนค่ะ

ขึ้นมาชั้น 2 เราจะเข้าสู่ห้องนั่งเล่น (Family Room) กันก่อนนะคะ ซึ่งอยู่ฝั่งขวามือของลิฟต์โดยสารค่ะ

บรรยากาศภายในพื้นที่นั่งเล่นชั้น 2 นี้จะได้ความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้นจากการยกระดับขึ้นมาชั้นบน เหมาะกับเป็นพื้นที่นั่งเล่นของสมาชิกในครอบครัว หรือจัดปาร์ตี้เพื่อนๆ แบบ Private นะคะ จุดเด่นของห้องนี้คือการได้ช่องแสงกระจกถึง 3 ทิศด้วยกัน รวมไปถึงมีชานระเบียงล้อมรอบ ทำให้สามารถเปิดพื้นที่นี้เป็นแบบ Semi-Outdoor รับลมและบรรยากาศภายนอกได้เต็มที่ค่ะ ซึ่งหากเทียบกับบ้านที่ไม่ได้ทำระเบียงมาให้นั้นการจะทำช่องเปิดเป็นถึงประตูบานเลื่อนกระจกจากพื้นถึงฝ้าเพดานย่อมทำได้ยาก เพราะมีเรื่องความปลอดภัยเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยนะคะ

ในส่วนของพื้นชั้น 2 นี้ทั้งหมดจะปูด้วยพื้น Engineering Wood สีโอ๊ค หนา 14 มม. ส่วนความสูงฝ้าอยู่ที่ 2.9 ม. ค่ะ

ระเบียงบริเวณนี้เป็นระเบียงเชื่อมทั้งด้านหน้าบ้านและด้านข้างบ้านนะคะ ความกว้างระเบียงมีความกว้างพอสมควรเลยค่ะ ออกมาจัดพื้นที่นั่งเล่นชิลๆ ได้เลย มีหลังคายื่นเต็มพื้นที่กันแดดกันฝนได้ดี ราวกันตกใช้เป็นกระจก Tempered สวยงามค่ะ

อีก Highlight ของวัสดุบ้านที่เราชอบมาก คือ เสาภายนอกที่เราเห็นว่าเหมือนเสาไม้นี่แหละค่ะ แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่เสาไม้นะคะ เป็นเสาที่ตกแต่งด้วยอลูมิเนียมทำเลียนแบบไม้ทั้งสีและ Texture มีความคล้ายคลึงมากจริงๆ ค่ะ แต่ข้อดีที่ดีกว่าไม้คือ การทนแดดทนฝน และดูแลรักษาง่ายกว่าใช้ไม้จริงอย่างแน่นอน ซึ่งเรามองว่าตอบโจทย์การใช้งานจริงมากกว่าไม้นะคะ เรื่องรูปลักษณ์หากแค่มองยังดูไม่ออกว่าเป็นอลูมิเนียมนะ ต้องสัมผัสและเคาะดูถึงจะรู้ด้วยซ้ำค่ะ

ภายใน Family Room ยังไม่หมดเพียงแค่นี้ เมื่อทางสถาปนิกตั้งใจออกแบบให้เป็นพื้นที่ Hangout เล็กๆ ภายในบ้านของครอบครัวหรือเพื่อนสนิทแล้ว แน่นอนว่าเวลาเรานั่งเล่นหรือทำกิจกรรมร่วมกัน ก็ต้องมีการจัดของว่างและเครื่องดื่มเล็กๆ น้อยๆ อยู่แล้วนะคะ จึงมีพื้นที่สำหรับจัด Pantry ให้ด้วย โดยอยู่บริเวณด้านข้างหลังของทีวีค่ะ

ขนาดของพื้นที่วาง Pantry เป็นขนาดกะทัดรัดนะคะ ซึ่งทางโครงการไม่ได้ทำไว้ให้ แต่มีการเดินงานระบบต่างๆ ไว้ให้เรียบร้อยค่ะ สามารถทำ Sink ล้างของต่างๆ และวางตู้เย็นไซส์เล็ก สำหรับแช่เครื่องดื่มได้

และนอกจากนี้ก็มี Powder Room สำหรับต้อนรับแขกด้วยค่ะ ไม่จำเป็นต้องเดินลงไปเข้าห้องน้ำด้านล่าง หรือภายในโซนห้องนอนที่ต้องการความเป็นส่วนตัวสูง สุขภัณฑ์ต่างๆ ใช้ของ TOTO นะคะ

ฝั่งซ้ายมือของลิฟต์แยกเป็นโซน Private แล้วนะคะ โดยลักษณะก่อนเข้าสู่พื้นที่โซน Private จะเป็นโถงทางเดินยาวเข้าไปด้านในก่อน บริเวณนี้หากต้องการให้เป็นพื้นที่ส่วนตัวมากขึ้นสามารถกั้นประตูปิดได้ค่ะ โดยฝั่งซ้ายมือของโถงทางเดินสามารถ Built-in ชั้นเก็บของได้

ฝั่งขวามีพื้นที่ช่องแสงเป็นกระจกบานใหญ่เช่นเดียวกับชั้นล่าง เพื่อให้บริเวณโถงมีความสว่างและดูโปร่งมากขึ้น รวมทั้งมีการทำพื้นที่เพิ่มมาเล็กน้อย สำหรับใครที่มีของสะสมต่างๆ สามารถตั้งโชว์ได้ด้วยค่ะ

เมื่อเข้ามาบริเวณโซน Private แล้ว แบ่งพื้นที่ห้องนอนเป็น 3 ห้องด้วยกันนะคะ เริ่มจากห้องฝั่งซ้ายมือของรูป เป็นห้องนอนเล็กที่อยู่บริเวณหน้าบ้าน ตรงกลางตรงไปในสุดเป็นห้อง Junior Master Bedroom จัดให้เป็นห้องขนาดใหญ่สุดของชั้น 2 และอีกห้องนอนเล็กฝั่งซ้ายมือค่ะ ชั้นนี้ทั้งหมดสามารถรองรับครอบครัวขยายได้นะคะ

ภายในห้องนอนเล็กฝั่งหน้าบ้านมีขนาดพอสมควรวางเตียงขนาดใหญ่ พร้อมพื้นที่ด้านข้างที่สามารถจัดฟังก์ชันได้เช่น โต๊ะเครื่องแป้ง โต๊ะเครื่องเขียนต่างๆ ได้ และที่สำคัญคือได้ประตูบานเลื่อนขนาดใหญ่ติดกับระเบียงภายนอกนะคะ

ระเบียงเป็นระเบียงยาวที่เชื่อมไปยังห้อง Junior Master Bedroom ได้

บริเวณปลายเตียงสามารถวางชั้นวางทีวีได้ และมีทางเข้าสู่ Walk-in Closet รวมทั้งห้องน้ำในห้องนอนนะคะ เพิ่มเติมอีกหน่อยถ้าเราสังเกตในแต่ละห้องจะเห็นว่าไม่มีเครื่องปรับอากาศแบบ Spit Type เลย เพราะบ้านของโครงการทุกหลังจะทำระบบปรับอากาศแบบ VRV ให้เป็นมาตรฐานนะคะ ข้อดีคือความสวยงาม เพราะเราจะมองไม่เห็นส่วนเครื่องปรับอากาศเลย รวมทั้ง CDU แอร์ (Condensing Unit) ที่เป่าลมร้อนไม่มีอยู่ตามระเบียงมากวนใจเวลาเราอยากนั่งเล่นริมระเบียง เพราะระบบ VRV นี้จะมีท่อเดินยาวที่สามารถรวบ CDU ไว้ในพื้นที่เดียวกันได้ ซ่อนตามพื้นที่ที่ไม่ได้ใช้งาน

บริเวณพื้นที่ Walk-inCloset มีกำลังดี Built-in ตู้เสื้อผ้ารูปตัว L ได้ค่ะ

เข้ามาภายในห้องน้ำการตกแต่งและสเป็คสุขภัณฑ์ให้มาเหมือนกับห้องน้ำห้องนอนชั้นล่างนะคะ รวมไปถึงการจัดวางฟังก์ชันที่แยกส่วนเปียกและแห้งเรียบร้อย พร้อมฉากกั้นกระจก

เพิ่มเติมคือได้ชุดหน้าต่างกระจกฝ้าที่ใหญ่ขึ้นสูงจากพื้นเกือบถึงฝ้าเพดานเลยทีเดียว ช่วยให้ภายในห้องน้ำสว่างดีทีเดียวค่ะ

มาที่ห้องนอนเล็กฝั่งด้านหลังบ้านกันต่อนะคะ สำหรับบ้านตัวอย่างห้องนี้ออกแบบให้เป็นห้องทำงานแทน ทั้งนี้ทุกห้องลูกบ้านสามารถปรับฟังก์ชันเช่นรูปแบบประตูทางเข้า การใช้งานภายในห้องนั้นๆ ตามไลฟ์สไตล์ตัวเองได้หมดค่ะ ด้วยโครงสร้างของบ้านแล้วใช้ระบบ Conventional เสา-คาน อิฐมวลเบา จึงทำให้การต่อเติมหรือการปรับเปลี่ยนทำได้มากกว่า Prefabrication

ภายในห้องนี้หากจัดให้เป็นห้องนอนก็สามารถวางเตียงขนาดใหญ่ได้นะคะ

จุดเด่นคือหน้าต่างขนาดใหญ่มาก และยังมีความ Private ด้วยเพราะไม่ได้หันไปทางเพื่อนบ้านเลย จะไม่ปิดม่านก็ทำได้ค่ะ

ภายในห้องน้ำมีขนาดกะทัดรัดลงมาหน่อยจากห้องที่แล้วนะคะ แต่ฟังก์ชันการใช้งานเหมือนกันค่ะ แยกส่วนเปียกและแห้ง รวมทั้งสเป็ควัสดุ

บริเวณพื้นที่อาบน้ำกั้นด้วยฉากกั้นกระจกเช่นเดิม อุปกรณ์ภายในเหมือนกัน แตกต่างที่ห้องนี้ได้หน้าต่างบานกระทุ้งอยู่ด้านบนแทน ไม่ได้มีขนาดใหญ่เท่าห้องที่แล้วค่ะ

เข้ามาภายในห้อง Junior Master Bedroom กันต่อ เราจะเจอกับพื้นที่ทางเดินซึ่งสามารถ Built-in ชั้นวางของขนาดใหญ่ได้ค่ะ โดยส่วนนี้เป็นเสมือน Foyer ก่อนเข้าสู่พื้นที่พักผ่อนจริงๆ จะสังเกตว่าเจ้าของห้องนี้จะได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น เพราะจากประตูห้องนอนเปิดมายังไม่เห็นพื้นที่เตียงนอนเลยนะคะ แตกต่างจากห้องนอนอื่นๆ

เข้ามาสู่บริเวณเตียงนอนมีพื้นที่พอสมควร วางเตียง King Size ได้กำลังดีค่ะ ข้างๆ เตียงเป็นพื้นที่ระเบียงที่เชื่อมกับห้องนอนเล็กฝั่งหน้าบ้าน

ปลายเตียงมีพื้นที่มากพอที่จะจัดพื้นที่นั่งเล่นเพิ่มได้ ส่วนด้านข้างเตียงด้านในเป็นพื้นที่ Walk-in Closet และห้องน้ำ

บริเวณ Walk-in Closet แบ่งการใช้งานเป็น 2 ฝั่ง คือฝั่งขวาเหมาะกับการจัดโต๊ะเครื่องแป้ง ฝั่งซ้ายเป็นพื้นที่วางตู้เสื้อผ้า ตรงไปเป็นห้องน้ำในห้องนอนค่ะ

พื้นที่โต๊ะเครื่องแป้งขนาดใหญ่

พื้นที่ Walk-in Closet สามารถ Built-in ตู้เสื้อผ้า 2 ฝั่งได้สบายมาก เพิ่มเติมคือแนะนำให้เลือกตู้เสื้อผ้าบานเลื่อนนะคะ ไม่แนะนำบานเปิด ยกเว้น Built-in ตู้เพียงฝั่งเดียว เพราะพื้นที่ทางเดินจะแคบเกินไปค่ะ

เข้าสู่ห้องน้ำของ Junior Master Room ก็ว้าวมากๆ ค่ะ โดยพื้นที่ห้องน้ำนี้มีขนาดเกือบเท่ากับพื้นที่เตียงนอนเลยนะคะ เนื่องจากทางโครงการออกแบบตามไลฟ์สไตล์คนกลุ่มคนระดับ Luxury มักชอบพักผ่อนหรือต้องการเวลาผ่อนคลายความเครียด ความเมื่อยล้าต่างๆ ในห้องน้ำค่อนข้างมาก จึงออกแบบให้ห้องน้ำเป็นหนึ่งในฟังก์ชันที่เด่น ขนาดใหญ่ โอ่อ่า

ภายในประกอบด้วย อ่างอาบน้ำ, อ่างล้างมือแบบ His & Her แยกโถสุขภัณฑด้วยประตูกระจก และแยกพื้นที่อาบน้ำ

บริเวณส่วนอ่างล้างมือแบบ His & Her มีชุดกระจกเงาขนาดใหญ่ พร้อมชั้นวางของในเซตเดียวกัน รวมทั้งชุด Built-in ตู้เก็บของด้านล่าง ดูสวยงาม เรียบและหรูดีทีเดียวค่ะ

อ่างอาบน้ำขนาด 1900 x 1000 mm จาก KASCH รุ่น Cute Free Stand สามารถนอนแช่ได้ และแช่พร้อมกัน 2 คนได้ค่ะ

โซนด้านในแยกเป็นส่วนโถสุขภัณ​ฑ์และพื้นที่อาบน้ำ ซึ่งกั้นด้วยฉากกั้นกระจกเป็นสัดส่วน

สุขภัณฑ์จาก TOTO แบบ One Piece Toilet

ความพิเศษอยู่ที่บริเวณพื้นที่อาบน้ำด้วยค่ะ เพราะเป็นห้องเดียวที่ได้ชุดประตูบานเลื่อนกระจกใสเลยทีเดียว แสงเข้าได้ดีมากๆ และการเปิดเป็นกระจกใสนั้นก็ไม่เสียความเป็นส่วนตัวค่ะ เพราะบริเวณรอบข้างติดกับกำแพง ไม่สามารถมองเห็นพื้นที่อาบน้ำจากภายนอกได้ด้วย

ขึ้นมาชั้น 3 กันแล้วนะคะ จากโถงบันไดนอกจากความโปร่งโล่งด้วยกระจกทั้ง 2 ฝั่งแล้ว สามารถติดตั้งโคมระย้า หรือภาพศิลปะขนาดใหญ่บริเวณนี้ได้ด้วยค่ะ มองลงมาจากชั้น 3 จะเห็นว่าโดดเด่นมาก

สำหรับชั้นนี้เริ่มที่ห้องนอนกลางก่อนนะคะ โดยจะอยู่ฝั่งขวามือของลิฟต์โดยสาร

ภายในห้องนอนกลางมีขนาดใหญ่ทีเดียวค่ะ เกือบเท่ากับพื้นที่นั่งเล่นชั้น 2 เลย สามารถจัดฟังก์ชันภายในได้มากกว่าเพียงพื้นที่เตียงนอนนะคะ

ด้านข้างติดระเบียงหน้าบ้าน เมื่อเปิดประตูบานเลื่อนออกมาจะได้บรรยากาศแบบนี้เลยค่ะ

วิวจากระเบียงภายนอกสามารถ Take View ระยะไกลและมุมกว้างได้ดี

เพิ่มเติมว่าทางโครงการมีการติดตั้ง Solar Cell ให้กับบ้านทุกหลังเป็นมาตรฐานด้วยนะคะ โดยลูกบ้านสามารถใช้ไฟฟ้าโดยตรงจาก Solar Cell ได้เลย โดยมีการ Convert มาเป็นไฟฟ้าในบ้านเรียบร้อยค่ะ และนอกจากนี้เรามองว่าหลังคาบ้านที่เป็น Flat Slab มีข้อดีอีกอย่างคือความง่ายในการติดตั้ง Solar Cell ด้วย เผื่อสำหรับลูกบ้านต้องการติดตั้งเพิ่มเติมจากที่โครงการให้

ถัดมาด้านปลายเตียงเป็นพื้นที่ Walk-in Closet ขนาดใหญ่มากจริงๆ ค่ะ สามารถ Built-in ตู้เสื้อผ้าขนาด 4 บานเปิดได้เลย

พร้อมทั้งวางโต๊ะเครื่องแป้งและมุมกระจกขนาดใหญ่ได้สบาย

ด้านในสุดเป็นห้องน้ำส่วนตัวที่มีขนาดเคาน์เตอร์อ่างล้างมือใหญ่มากๆ รวมทั้งตู้กระจกอีกด้วยค่ะ ที่ได้ไปถึงส่วนโถสุขภัณฑ์เลย

อีกฝั่งเป็นพื้นที่อาบน้ำที่ติดชุดหน้าต่างบานกระจกฝ้าให้เช่นเดิม

อีกฝั่งเป็นโถงทางเดินยาวเช่นเดียวกับชั้นล่างค่ะ เพียงแต่จะไม่ได้มีห้องนอน 3 ห้องเช่นเดียวกับชั้นล่างนะคะ แต่เป็นเพียงพื้นที่สำหรับห้อง Master Bedroom โดยเฉพาะมากขึ้น มีความเป็นส่วนตัวสูงขึ้นค่ะ สำหรับช่วงต้นโถงทางเดินฝั่งซ้ายจากที่เป็นพื้นที่ว่างให้ Built-in ตู้เก็บของจะเปลี่ยนเป็นห้องเก็บของเป็นสัดส่วนมากขึ้น

ภายในสามารถเก็บของได้พอสมควรเลยค่ะ และที่สำคัญคือพื้นห้องเก็บของใช้สเป็คเดียวกับพื้นภายนอกเลยคือ Engineering Wood

ถัดมาก่อนจะเข้าสู่ห้อง Master Room จะเจอกับพื้นที่ฝั่งซ้ายมือก่อนนะคะ

บริเวณนี้เป็นพื้นที่ขนาดกะทัดรัด ออกแบบไว้สำหรับเป็นพื้นที่อ่านหนังสือ ทำงาน หรือเป็นพื้นที่บูชาพระได้ค่ะ หากต้องการความเป็นสัดส่วนมากขึ้น สามารถกั้นประตูเพิ่มได้

ตรงไปสุดทางติดกับประตูบานเลื่อนกระจกออกไปยังระเบียงภายนอกได้เช่นเดิม

เข้ามาในส่วน Master Bedroom กันต่อนะคะ ขนาดพื้นที่เตียงนอนใหญ่มากค่ะ สามารถจัดฟังก์ชันเพิ่มเติมมากกว่าเพียงพื้นที่เตียงนอนได้พอสมควรเลย ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่นั่งเล่น โต๊ะเครื่องแป้ง หรือพื้นที่งานอดิเรกต่างๆ

สำหรับบริเวณห้อง Master Bedroom จะได้ขนาดระเบียงบ้านยาวมากทีเดียวค่ะ เปิดมุมมองได้กว้างขวางทีเดียวค่ะ นอกจากนี้ยังสามารถจัดพื้นที่นั่งเล่นริมระเบียงออกมานั่งเล่นชิลๆ ได้ด้วย

ถัดมาที่ส่วนห้องน้ำภายในห้อง Master Bedroom เปิดมาก็ไม่ธรรมดาแล้วค่ะ เพราะตรงกลางออกแบบให้เป็นเสมือนโถงช่องแสง ล้อมรอบด้วยกระจกใส 3 ฝั่ง และเปิดฝ้าเพดานโล่ง ไม่มีหลังคาบริเวณช่องแสงนี้ เพราะต้องการให้เป็นเสมือน Point of view ภายในห้องน้ำ และทำให้แสงเข้ามาในห้องน้ำได้ดี ในขณะที่ยังมีความเป็นส่วนตัวสูงด้วย โดยช่องแสงนี้จัดสวนกระถางขนาดเล็ก เน้นต้นไม้ที่ชอบแดดเยอะๆ จะเหมาะสมสุดค่ะ

ฝั่งขวาของช่องแสงนี้เป็นพื้นที่ Walk-in Closet นะคะ ซึ่งห้องน้ำนี้ออกแบบให้พื้นที่ Walk-in Closet สามารถเชื่อมกับห้องน้ำได้เลย ทำให้บรรยากาศภายในห้องน้ำใหญ่และโปร่งโล่งมากขึ้น นอกจากนี้บริเวณ Walk-in Closet นี้มีช่องแอร์ด้วยนะคะ ดังนั้นอากาศจะเย็นสบายเช่นเดียวกับพื้นที่ภายในห้องนอน หากใครไม่อยากให้พื้นที่เชื่อมกับส่วนห้องน้ำทั้งหมดเลยเสียทีเดียว สามารถกั้นบานเลื่อนกระจกเพิ่มเติมได้ค่ะ

ภายในส่วน Walk-in Closet มีขนาดใหญ่สามารถ Built-in ตู้เสื้อผ้ารูปตัว U ได้ รวมทั้งวาง Island ตรงกลางได้ค่ะ

อีกฝั่งของช่องแสงตรงกลางนี้เป็นพื้นที่ห้องน้ำนะคะ

ภายในห้องน้ำมีขนาดใหญ่ทีเดียว โดยแบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 โซนหลักๆ คือ พื้นที่อ่างล้างมือแบบ His & Her โถสุขภัณฑ์ และลดระดับพื้นห้องน้ำบริเวณโซนเปียกชัดเจนตรงอ่างอาบน้ำและพื้นที่อาบน้ำค่ะ เพียงแต่ไม่ได้กั้นกระจกใสตรงกลาง เนื่องจากบรรยากาศในห้องน้ำที่ดูโปร่งโล่งและโอ่อ่า

เริ่มต้นกันที่พื้นที่เปียกก่อนนะคะ อ่างอาบน้ำทรงกลมเด่นมากๆ และมีขนาดใหญ่ แช่ 2 สบายเลยค่ะ โดยมีขนาด 1500 x 1500 mm จาก KASCH รุ่น OTTO-Co

พื้นที่อาบน้ำที่เด่นมากคือ Rain Shower แบบฝังติดฝ้าเพดาน จาก Grohe

อ่างล้างมือแบบ His & Her รุ่นกระจกใช้แบบเดียวกับห้องน้ำอื่นนะคะ แต่ที่เราชอบมากคืออ่างล้างมือที่ทรงสวยทีเดียวค่ะ จาก TOTO รุ่น Jewelhex

สุดท้ายคือส่วนสุขภัณฑ์กั้นด้วยฉากกั้นกระจกเป็นสัดส่วน

สำหรับห้องน้ำ Master Bedroom จะได้โถสุขภัณฑ์รุ่นพิเศษแตกต่างจากห้องน้ำในห้องอื่นๆ  โดยจะได้ยี่ห้อ TOTO รุ่น Neorest XH1 ที่มีฝาเปิดอัตโนมัติพร้อมรีโมทด้านข้างให้เป็นมาตรฐาน

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

 

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 22 June 2018

  • Abelia ที่ดิน 132-238 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 697 ตร.ม. ราคา 70-94 ล้านบาท
  • Bellis ที่ดิน 102-140 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 544 ตร.ม. ราคา 53-61 ล้านบาท
  • Calla ที่ดิน 100-112 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 459 ตร.ม. ราคา 48-53 ล้านบาท
  • Davidia ที่ดิน 100-112 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 380 ตร.ม. ราคา 38-44 ล้านบาท

 

  • ค่าส่วนกลาง 120 บาท/ตร.วา/เดือน จัดเก็บล่วงหน้า 2 ปี
  • ค่าจดจำนอง ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ
  • ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์ ผู้ซื้อแล้วผู้ขายชำระฝ่ายละครึ่ง
  • ค่าประกัน มิเตอร์ไฟฟ้า ประปา ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ


เจาะลึกรวบยอด

ทำเล – ที่ตั้งโครงการ บ้านอิสสระ บางนา ตั้งอยู่บนถนนเลียบมอเตอร์เวย์ ช่วงใกล้บางนา-ตราดกม. 8 ซึ่งจัดเป็นโซนที่มีความอุดมสมบูรณ์สูงในย่านบางนา-ตราด เพราะเป็นที่ตั้งของศูนย์การค้าใหญ่อย่าง Mega Bangna รวมไปถึง Hyper Market อย่าง Tesco Lotus Makro Market Village ในระยะที่ขับรถได้ง่าย นอกจากนี้แม้ที่ตั้งโครงการไม่ได้ติดถนนบางนา-ตราด แต่มีข้อได้เปรียบเพิ่มคือมีทางลัดที่นอกจากจะทะลุออกบางนา-ตราดได้แล้ว ยังสามารถทะลุออกด้านหลังสวนหลวงร. 9 ถนนเฉลิมพระเกียรติร. 9 ได้ ทำให้การวิ่งไปโซนศรีนครินทร์อย่าง สวนหลวงร. 9 Paradise Park ค่อนข้างสะดวกค่ะ

การเดินทางโดยใช้รถ – การใช้รถจัดว่าสะดวกตอบโจทย์กลุ่มครอบครัวที่ทำธุรกิจหรือมีโรงงานที่ใช้เดินทางด้วยถนนบาง-ตราดได้สะดวก เช่นย่านสมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา นอกจากนี้สำหรับใครที่มักเดินทางไปคุยธุรกิจ หรือติดต่องานต่างประเทศบ่อยๆ ก็สะดวก เพราะโครงการอยู่ไม่ไกลจากสนามบินสุวรรณภูมิมากนัก รวมไปถึงการเดินทางเข้าเมืองสามารถใช้ถนนบางนา-ตราดวิ่งตรงไปเชื่อมกับสุขุมวิทได้ที่บริเวณแยกบางนาค่ะ

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ – สำหรับการพึ่งพาระบบรถสาธารณะ ยังไม่สะดวกมากนักจำเป็นต้องออกมาบริเวณถนนบางนา-ตราด เพื่อเรียกแท็กซี่ได้ง่ายมากขึ้น ซึ่งหากวิ่งตรงไปทางสุขุมวิทก็จะมีรถไฟฟ้าตัดผ่าน สถานีที่ใกล้ที่สุดคือ สถานีบางนา และสถานีอุดมสุข ซึ่งในอนาคตบริเวณถนนศรีนครินทร์ก็จะมีรถไฟฟ้าสายสีเหลืองเปิดให้ใช้บริการ ทำให้มีตัวเลือกในการเดินทางโดยรถไฟฟ้าที่ใกล้มากขึ้นนะคะ โดยสายสีเหลืองนี้มีกำหนดแล้วเสร็จอีกประมาณ 3 ปีค่ะ

วัสดุ – วัสดุโครงการจัดมาให้เหมาะสมกับราคาและระดับบ้าน Super Luxury ค่ะ เพิ่มเติมที่มากกว่าโครงการระดับเดียวกันคือการนำ Technology เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในบ้าน ซึ่งช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย ปลอดภัยและประหยัดพลังงานมากยิ่งขึ้น เช่น Home Automation, Air Source Heat Pump, Solar Cell เป็นต้น ส่วนสุขภัณฑ์ต่างๆ ใช้เกรดดีจาก TOTO และ Grohe มีชุดครัวให้จาก Bulthaup (Pantry+Island) พร้อมด้วย Kitchen Appliance จาก Siemens ทั้ง Hob & Hood, Microwave, Oven ซึ่งทั้งหมดเป็นแบรนด์ครัวชื่อดังจากเยอรมัน

การออกแบบ – จัดเป็น Highlight ของโครงการ ด้วยสไตล์ที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ในสไตล์ Modern Tropical โดยได้สถาปนิกชื่อดัง อย่าง A49 เป็นผู้ออกแบบ ตัวบ้านเน้นการออกแบบในรูปแบบ บ้านล้อมธรรมชาติ ต้องการให้บ้านเป็นส่วนหนึ่งกับธรรมชาติ โดยเข้าถึงธรรมชาติมากที่สุด ผ่านการออกแบบที่เน้น ชานบ้านขนาดใหญ่และกว้าง เพื่อเปิดช่องแสงจากหน้าต่างให้เป็นประตูบานเลื่อนกระจกสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานทั้งหมด สามารถรับลมและวิวได้เต็มที่

นอกจากนี้ตัวบ้านออกแบบมาให้สำหรับการอยู่อาศัยได้ทั้งครอบครัวใหญ่ และเผื่อสำหรับลูกที่มีครอบครัวขยาย สามารถอยู่ร่วมกันในบ้านหลังเดียวได้ โดยไม่จำเป็นต้องย้ายออก การออกแบบให้บ้าน 3 ชั้นมีห้องนอนแยกส่วนกันในแต่ลชั้น จะทำให้การอยู่อาศัยของคอรบครัวใหญ่ทำได้ดีมากขึ้น เพราะนอกจากจะได้พื้นที่ทำกิจกรรมรวมในบ้านแล้วแต่ละคนยังมีพื้นที่พักผ่อนส่วนตัวอย่างเพียงพออีกด้วย ซึ่งมีการเพิ่มฟังก์ชันอย่าง Junior Master Bedroom และห้องนอนเล็กอีก 2 ห้องติดกัน ทำให้ชั้น 2 ของบ้านสามารถเพิ่มอีกครอบครัวเล็กได้ค่ะ นอกจากนี้มีพื้นที่กิจกรรมครอบครัวอย่าง Common Area ด้านล่างที่สามารถเปิดรับวิวใหญ่ได้ทั้งจาก 2 ฝั่ง

สาธารณูปโภค – สำหรับสาธารณูปโภคจัดมาให้สวย น่าใช้งาน และโดดเด่นมีฟังก์ชันหลากหลาย ทั้งสระว่ายน้ำขนาด 7 x 30 ม. (ความยาวมากกว่า Half Olympic) Fitness Amphitheater Kid’s Room Multi-Purpose Area รวมไปถึงการจัดไฟฟ้าลงดินทั้งหมด เพิ่มบรรยากาศภายในโครงการให้สวยงาม เรียบร้อย

Judgement

บ้านอิสสระ บางนา เป็นโครงการระดับ  Super Luxury ที่มีราคาขายระดับ 38 ล้านบาทขึ้นไป  ปัจจัยในการเลือกซื้อนอกจากจะต้องดูเรื่องความคุ้มค่าทางการเงินแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นๆอีกที่สำคัญ เช่น ความชอบส่วนบุคคล อารมณ์ และความรู้สึกส่วนตัวของผู้ซื้อ ที่ต้องนำมาใช้ประกอบการพิจารณา แต่ปัจจัยดังกล่าวมีความแตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคล ดังนั้นทางทีมงานจะไม่มีการให้คะแนนความคุ้มค่าแก่โครงการ

BOTTOM LINE

บ้านอิสสระ บางนา ตอบโจทย์กลุ่มครอบครัวใหญ่+ครอบครัวขยาย สามารถอยู่ร่วมกันได้ถึง 3 Generation ชอบงานดีไซน์ และสไตล์บ้านที่แตกต่างจากบ้าน Super Luxury ทั่วไป โดยออกมาเป็นสไตล์ Modern Tropical มีชานพัก ช่องแสงขนาดใหญ่ รวมไปถึงบ้านหน้ากว้างที่สามารถจัดฟังก์ชันได้ลงตัว เป็นสัดส่วนชัดเจน ต้องการบ้านที่มีการนำ Technology เข้ามาใช้เพิ่มความสะดวกสบายและความปลอดภัยมากขึ้น ในย่านที่เดินทางด้วยบางนา-ตราดได้สะดวก ในราคา 38-94 ล้านบาท