โครงการ THER LADPRAO 93 ทาวน์โฮม Modern Luxury ที่ตั้งอยู่ในซอยลาดพร้าว 93 นับเป็นอีกโครงการแนวราบย่านลาดพร้าวที่อยู่ไม่ไกลจากรถไฟฟ้าสายสีเหลืองและใช้ทางด่วนฉลองรัชได้ง่ายนะคะ ในราคาเริ่มต้น 12.9 ล้านบาท แต่ปัจจุบันทางโครงการทำราคาพิเศษอยู่ที่ 9.5 ล้านบาท ใครสนใจอ่านรีวิวเจาะลึกกันก่อน Walk-in เข้าไปดูโครงการได้เลยค่ะ

  • รูปแบบโครงการปิด : โครงการแนวราบย่านลาดพร้าว ไม่ใช่ทุกโครงการที่จะได้รูปแบบโครงการปิดนะคะ ซึ่งหนึ่งในรูปแบบโครงการปิดนี้ก็คือโครงการ THER LADPRAO 93 นั่นเอง ข้อดีคือ ได้ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยที่มากขึ้น เพราะมีรั้วรอบขอบชิด และรปภ.ดูแลตลอด 24 ชม. รวมไปถึงจำนวนยูนิตที่ไม่มากอีกด้วยค่ะ
  • Facilities : หากเทียบกับโครงการแนวราบในย่านลาดพร้าวด้วยกันแล้ว โครงการ THER LADPRAO 93 นับเป็นหนึ่งในโครงการที่มี Facilities ให้ครบครัน ทำออกมาได้น่าสนใจในแง่ของงานดีไซน์และการออกแบบที่เน้นเรื่องความเป็นส่วนตัว
  • งานดีไซน์ของบ้าน : แบบบ้านมีความน่าสนใจในเรื่องงานออกแบบ ซึ่งจะมีการเล่นระดับฝ้าเพดานสูงเป็นรูปแบบ Double Volume รวมถึงในบางแบบบ้านก็มี Courtyard กลางบ้าน เพิ่มช่องแสงและสามารถจัดเป็นสวน เพิ่มพื้นที่สีเขียวภายในบ้านได้ดี

ข้อมูลโครงการ

THER LADPRAO 93 ณ วันที่ 7 เมษายน 2561

 ชื่อโครงการ   THER LADPRAO 93 (เธอ ลาดพร้าว 93)
 ชื่อผู้ประกอบการ   บริษัท วิจิตรา ดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด
 SEGMENT CLASS   HIGH-LUXURY CLASS (รายละเอียดของ Segment บ้านปี 2021 )
 โครงการตั้งอยู่   ซอยลาดพร้าว 93 ถนนลาดพร้าว เขตวังทองหลาง กทม.
 ที่ดิน 8-3-78 ไร่
 จำนวนยูนิต จำนวน 82 ยูนิต
 ประเภทบ้าน
    • GATHER ทาวน์โฮม 3 ชั้นครึ่ง ที่ดินมาตรฐาน 22.1 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 221-223 ตร.ม.
      – ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน / 4 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ
      – ราคาเริ่มต้น 12.9 ล้านบาท
      – ราคาโปรโมชั่น 9.5 ล้านบาท (จำนวนจำกัด)
    • ALTOGETHER ทาวน์โฮม 3 ชั้นครึ่ง ที่ดินเริ่มต้น 24.2 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 244-246 ตร.ม.
      – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 4 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ
      – ราคาเริ่มต้น 13.9 ล้านบาท
    • FURTHER ทาวน์โฮม 3 ชั้นครึ่ง ที่ดินเริ่มต้น 28.5 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 282-284 ตร.ม.
      – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 3 ที่จอดรถ
      – ราคาเริ่มต้น 15.9 ล้านบาท

 ความสูงจากพื้นถึงฝ้า   2.6 เมตร และ 5.8 เมตร (ส่วนพื้นที่รับประทานอาหารชั้น 1)
 ราคาที่ดินเพิ่มลดตารางวาละ                     200,000 บาท
 เริ่มก่อสร้าง Q2 2563
 คาดว่าจะแล้วเสร็จ  ปี n/a
 เว็บไซต์โครงการ https://www.therladprao93.com/
 โทร   065-642-9098
 Call Center  N/A

ทำเลที่ตั้ง

พิกัด Google Maps : 13.781978422195879, 100.62419655187097
หรือสามารถ :  คลิกที่นี่

ที่ตั้งโครงการ THER LADPRAO 93 ตั้งอยู่ในซอยลาดพร้าว 93 ลึกจากหน้าปากซอยไปประมาณ 650 ม. โดยทำเลลาดพร้าวโซนนี้นับเป็นทำเลช่วงตอนปลายอยู่ระหว่างจุดตัดถนนประดิษฐ์มนูธรรมและถนนเสรีไทยนะคะ ซึ่งบริเวณนี้การเดินทางจะอิงการใช้งานทางด่วนฉลองรัชวิ่งตรงเข้าโซนพระราม 9 สุขุมวิทได้ไม่ยาก หรือจะตรงไปทางบางกะปิ เข้าศรีนครินทร์ก็ง่าย เพราะขับตรงไปไม่ไกลก็ถึงแล้ว รวมถึงยังมีซอยย่อยให้ลัดไปออกถนนรามคำแหงช่วงบริเวณการกีฬาแห่งประเทศไทยได้ด้วยค่ะ

โดยรวมแล้วเรามองว่าลาดพร้าวแม้จะมีคนบ่นว่ารถติด การจราจรหนาแน่นอย่างไรแต่ก็ต้องยอมรับว่าทำเลตรงนี้ก็ยังมีคนมองหาอยู่เสมอๆ เพราะความคึกคักของร้านอาหาร ความอุดมสมบูรณ์ของทำเล และศักษภาพของทำเลที่จะมีมากขึ้นในอนาคตอันใกล้อย่างรถไฟฟ้าสายสีเหลืองที่ตัดผ่านลาดพร้าวตอนปลายนี้อีกด้วย

พูดถึงรถไฟฟ้าสายสีเหลืองกันแล้ว สถานีที่ใกล้กับโครงการมากที่สุดเห็นจะเป็นสถานีมหาดไทย โดยตัวสถานีจะอยู่บริเวณหน้าปากซอยลาดพร้าว 95 นะคะ เราวัดระยะทางจากโครงการมาถึงสถานีได้ประมาณ 900 ม. ซึ่งต้องบอกว่าเป็นเพียงระยะทางคร่าวๆ เท่านั้นเนื่องจากสถานียังสร้างไม่แล้วเสร็จ 100% แต่ด้วยระยะทางประมาณ 900 ม.นี้ก็ยอมรับได้ว่าโครงการ THER LADPRAO 93 ก็เป็นโครงการแนวราบที่อยู่ไม่ไกลรถไฟฟ้า สามารถใช้เป็นอีกตัวเลือกในการเดินทางช่วงเวลารถติดหนักๆ ได้ดีค่ะ

เรื่องอาหารการกินเป็น Highlight ของทำเลย่านลาดพร้าวมาตลอดอยู่แล้วนะคะ ซึ่งทำเลของโครงการก็เช่นกัน ของกินร้านอาหารเรียกได้ว่ามีอยู่เกือบตลอดทางที่ขับผ่าน แต่ถ้าจะให้คึกคักเลยจริงๆ ก็คงจะเป็นซอยข้างเคียงอย่างลาดพร้าว 101 ที่ด้านหน้าปากซอยมีตลาดสดลาดพร้าว และมี Foodland ที่เปิดตลอด 24 ชม.อยู่ใกล้ๆ อีกด้วย ขยับไปอีกหน่อยตรงบางกะปิก็มีห้าง The Mall บางกะปิ Makro และตะวันนา รวมถึงอีกโซนที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือโซน Town in Town ที่เป็นย่านโฮมออฟฟิศ อาคารพาณิชย์ ซึ่งนอกจากจะเป็นแหล่งงานแล้วก็ยังมีร้านอาหาร คาเฟ่อีกเพียบเลยค่ะ

สำหรับการเดินทางครั้งนี้เราขออนุญาตเริ่มต้นที่หน้าปากซอยลาดพร้าว 93 กันเลยนะคะ โดยตรงเข้าไปประมาณ 500 ม. ให้เลี้ยวซ้ายและตรงไปอีกหน่อย 150 ม. ก็จะเจอกับซุ้มทางเข้าโครงการฝั่งขวามือแล้วค่ะ

Image 1/5
บริเวณทางเข้าซอยลาดพร้าว 93

บริเวณทางเข้าซอยลาดพร้าว 93

บริเวณโดยรอบโครงการส่วนใหญ่เป็นอาคารสูง 2-3 ชั้น และเป็นอาคารพักอาศัยเกือบทั้งหมด จะมีโซนฝั่งทิศเหนือบางส่วนที่อยู่ใกล้กับอพาร์ทเม้นท์สูง 7 ชั้น สำหรับบรรยากาศโดยรอบนี้จากที่ไปโครงการมา เรามองว่าค่อนข้างสงบ เหมาะกับโครงการพักอาศัยค่ะ

ห้างสรรพสินค้า / ตลาด / Hyper Market

  • ฟู้ดแลนด์ ประมาณ 1 กม.
  • เดอะซีน และ เทสโก้โลตัส ทาวน์อินทาวน์ ประมาณ 4.2 กม.
  • เดอะมอลล์บางกะปิ ประมาณ 4.7 กม.
  • เซ็นทรัล เฟสติวัล อีสวิลล์ ประมาณ 5.8 กม.
  • คริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์ (CDC) ประมาณ 6.5 กม.
  • เซ็นทรัล พลาซ่า ลาดพร้าว ประมาณ 9.4 กม.

โรงพยาบาล

  • โรงพยาบาลลาดพร้าว ประมาณ 1.1 กม.
  • โรงพยาบาลเวชธานี ประมาณ 2.4 กม.
  • โรงพยาบาลรามคำแหง ประมาณ 5.3 กม.

โรงเรียน / สถานศึกษา

  • Prep International Kindergarten ประมาณ 2.6 กม.
  • โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ประมาณ 3.2 กม.
  • มหาวิทยาลัยรามคำแหง ประมาณ 3.5 กม.
  • Regent’s International School Bangkok ประมาณ 5.2 กม.
  • SISB School ประมาณ 5.3 กม.
  • มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ วิทยาเขตหัวหมาก ประมาณ 6.2 กม.
  • มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประมาณ 8.4 กม.

รายละเอียดโครงการ

ก่อนดูบรรยากาศโครงการ เราขออธิบายภาพรวมโครงการก่อนนะคะ ตัวโครงการนี้มีจำนวนยูนิตทั้งหมด 82 ยูนิต นับเป็นโครงการขนาดไม่ใหญ่ เพื่อนร่วมโครงการไม่เยอะ และอีกจุดเด่นคือเป็นโครงการปิดด้วย ความหมายของโครงการปิดคือมีรั้วรอบโครงการ มีซุ้มรปภ.ดูแล ซึ่งจะถ้าพูดถึงโครงการทาวน์โฮมในย่านลาดพร้าวด้วยกัน จะไม่ได้เห็นว่าเป็นโครงการปิดในทุกโครงการนะคะ เพราะจำนวนที่ดินไม่มากที่จะรวมเป็นโครงการ ดังนั้นที่นี่จึงนับว่าเป็นอีกโครงการที่ค่อนข้างเด่นเรื่องความเป็นส่วนตัวอยู่ค่ะ

ส่วนตำแหน่งของพื้นที่ส่วนกลางเช่น Clubhouse สระว่ายน้ำ จะอยู่บริเวณด้านหน้าโครงการ สามารถใช้เป็นพื้นที่รองรับแขกของลูกบ้านได้ ไม่จำเป็นต้องเข้ามาในโซนพักอาศัย และยังมีสวนส่วนกลางอยู่บริเวณด้านหลังโครงการ การทำแบบนี้ทำให้ยูนิตทั้งโซนหน้า-หลังโครงการมีจุดเด่นในตัว

เริ่มต้นกันที่ด้านหน้าโครงการ ซึ่งการออกแบบซุ้มทางเข้าโครงการนี้จะเชื่อมกับ Clubhouse โครงการที่อยู่บริเวณด้านหน้าเช่นกันนะคะ รูปแบบการออกแบบตรงนี้จะ Relate กันกับหน้าตาของบ้าน เพื่อให้บรรยากาศโดยรวมในโครงการเป็นไปใน Theme เดียวกันทั้งหมด

ประตูทางเข้าแบ่งออกเป็น 2 ทางด้วยกัน และคั่นกลางด้วยป้อมรปภ.

รูปแบบการเข้า-ออกใช้ระบบ Keycard Access ระยะไกล หรือแบบ Bluetooth การใช้งานจะเหมือนๆ กับ Easypass บนทางด่วนค่ะ ส่วนประตูเป็นรูปแบบบานเลื่อนไฟฟ้า 3 ตอน ข้อที่เรามองว่าดีกว่าไม้กั้นกระดกคือเรื่องความปลอดภัยมากกว่า อย่างน้อยก็กันคนเดินเข้า-ออกโดยไม่ได้รับอนุญาตได้ แต่ข้อด้อยกว่าหน่อยคือเรื่องความรวดเร็วในการเปิด-ปิด จะสู้ไม้กั้นกระดกที่เปิดได้เร็วกว่า

ถนนภายในโครงการบริเวณช่วงด้านหน้าทำพื้นเป็นรูปแบบ Concrete Stamp ทำให้ดูเรียบร้อยมากขึ้น และสิ่งสำคัญคือทั้งโครงการนำสายไฟฟ้าลงดินทั้งหมด ทำให้บรรยากาศในโครงการดูสะอาดตา ไม่มีเสาไฟฟ้าและสายไฟระโยงระยาง

และอีกข้อดีของการนำสายไฟฟ้าลงดินก็ทำให้ถนนหน้าบ้านมีความกว้างในการใช้งานมากขึ้นด้วย อย่างน้อยๆ ก็ตัดพื้นที่วางเสาไฟฟ้าลงไปนะคะ ซึ่งรูปแบบการจั๊มไฟเข้าตัวบ้านจะมีตู้ไฟอยู่บริเวณหน้าบ้านที่เป็นศูนย์รวมเรื่องของงานระบบไฟ รวมถึงมิเตอร์ไฟด้วย

กลับมาที่ส่วน Clubhouse กันต่อ ลักษณะ Clubhouse ที่นี่เราว่ามีความน่าสนใจอยู่คือเรื่องความเป็นส่วนตัว หลายๆ คนอาจจะงงว่า Clubhouse วางไว้ที่หน้าโครงการจะเป็นส่วนตัวยังไงกัน แต่ถ้าดูจากรูปนี้จะเข้าใจเลยว่า ถ้าเราขับรถผ่าน หรือ ยืนตรงถนนโครงการแบบในรูป ก็มองไม่เห็นกิจกรรมใดใดในส่วนของ Clubhouse เลยนะคะ ซึ่งภายในส่วน Clubhouse นี้จะเป็นอย่างไรเดี๋ยวเราไปดูกันค่ะ

อธิบาย Layout กันสักนิดนึง สำหรับพื้นที่ส่วนกลางจะแบ่งออกเป็นส่วน Indoor และ Outdoor สำหรับ Outdoor นี้ก็จะมีสระว่ายน้ำกลางแจ้งค่ะ และทั้งหมดที่เหลือจะเป็น Indoor ในอาคารทั้งหมด โดยชั้น 1 เป็นห้องรับรองหรือ Lounge ส่วนชั้น 2 แบ่งเป็นห้องออกกำลังกาย + ห้องโยคะ และอีกห้องคือห้องเด็กเล่น (Kid’s Room)

บรรยากาศภายในห้อง Lounge นี้ปัจจุบันทางโครงการทำเป็นส่วนสำนักงานขายนะคะ แต่ในอนาคตเมื่อขายเสร็จเรียบร้อยจะมีการคืนพื้นที่และทำเป็นห้อง Lounge ให้ลูกบ้านมานั่งเล่นกันได้ ภายในห้องนี้ก็มีห้องสำหรับนิติบุคคลที่อยู่ด้านในด้วยค่ะ

ขึ้นมาที่ชั้น 2

ห้องแรกคือห้อง Kid’s Room ภายในมีของเล่นเตรียมไว้ให้เด็กๆ อย่างชุดครัว เต้นท์ และของเล่นอีกเล็กน้อย

อีกห้องเป็นห้อง Fitness ซึ่งตอนนี้ทางโครงการยังไม่ได้นำเครื่องออกกำลังกายมาวางนะคะ แต่ในอนาคตจะมีการติดตั้งให้แน่นอนค่ะ

ติดกันแยกโซนมาอีกห้องหนึ่ง ซึ่งเชื่อมกับห้อง Fitness เลยก็คือห้องโยคะนั่นเองค่ะ ห้องนี้ได้กระจก 2 ด้านเลย เราสามารถโยคะไปและเช็คร่างกายตัวเองได้ว่าทำท่าถูกต้องไหม ได้เลยเต็มที่ค่ะ

มาดูส่วนของสระว่ายน้ำกันต่อนะคะ ขนาดของสระว่ายน้ำนี้เป็นลักษณะยาวทีเดียว ด้วยความยาวประมาณ 3.45 x 18.7 ม. บรรยากาศบริเวณนี้ได้ความเป็นส่วนตัวดี ด้วยวิธีการออกแบบ 2 อย่างคือ 1. ยกพื้นสระขึ้นสูงกว่าถนน (ด้านล่างทำเป็นงานระบบได้ด้วย) เพื่อให้สระไม่อยู่ในระดับสายตาเดียวกับถนนในโครงการ 2. ปลูกไม้พุ่มบังสายตา

สระที่นี่ใช้เป็นระบบน้ำเกลือ ซึ่งก็เป็นระบบที่ช่วยลดจำนวนคลอรีนลงมา ทำลายผิวและผมน้อยกว่าระบบคลอรีนนะคะ นอกจากนี้ยังมีการแยกสระเด็กไว้ให้เรียบร้อย เด็กมาเล่นน้ำได้สบายใจผู้ปกครอง ลดความเสี่ยงในเรื่องอุบัติเหตุการจมน้ำได้

ด้านข้างมีตำแหน่งฝักบัวให้ล้างตัวเรียบร้อย

จากพื้นที่ส่วนกลางมาอีกหน่อย ทางโครงการได้เตรียมจุดชาร์จไฟฟ้าสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า และรถ Hybrid ไว้ให้ด้วยนะคะ ซึ่งเครื่องนี้ก็ติดตั้งและมาจากการไฟฟ้าโดยตรง มั่นใจในเรื่องความปลอดภัยได้ค่ะ

ด้านหลังเป็นส่วนของห้องน้ำ โดยแยกเป็นห้องชาย-หญิง

มี Locker ตรงกลางให้เก็บของได้

ภายในห้องน้ำขนาดกะทัดรัดนะคะ แบ่งเป็นห้องน้ำ 1 ห้อง และห้องอาบน้ำอีก 1 ห้องค่ะ

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • อาคาร Clubhouse บริเวณด้านหน้าโครงการประกอบไปด้วย
  • สระว่ายน้ำ 1 สระ ระบบเกลือ แบ่งเป็น

  • สระผู้ใหญ่ ขนาด 3.3 x 15.3 เมตร
  • สระเด็ก ขนาด 3.3 x 3.4 เมตร

  • ห้องออกกำลังกาย + ห้องโยคะ
  • Lounge (ห้องรับรอง)
  • พื้นที่สวนหย่อมในโครงการ 1 จุด รวมประมาณ 100 ตร.วา
  • ระบบ CCTV ที่ Main Gate และภายในโครงการ 25 จุด
  • รั้วรอบโครงการสูง 3 เมตร
  • ถนนหลักกว้าง 12 ม. และถนนภายในกว้าง 9 ม.
  • Key Card Access ระยะไกล
  • เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง
  • ประตูรั้วโครงการแบบเลื่อนไฟฟ้า
  • แบบบ้าน

    GATHER

    ทาวน์โฮม 3 ชั้นครึ่ง ที่ดินมาตรฐาน 22.1 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 221-223 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน / 4 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ
    – ราคาเริ่มต้น 12.9 ล้านบาท

    สำหรับทาวน์โฮมแบบ GATHER นั้นจะเป็นทาวน์โฮมไซส์เริ่มต้นของโครงการและมีจำนวนยูนิตมากที่สุดค่ะ แบบบ้านนี้หน้ากว้างอยู่ที่ 5.2 เมตร (ระหว่างกึ่งกลางเสา-กึ่งกลางเสา) ดังนั้นถ้านับจากผนังภายใน-ผนังภายในจะอยู่ที่ 5 เมตรนั่นเองค่ะ ด้วยความกว้าง 5 เมตรเราอาจจะทึกทักว่าภายในจะดูแคบไหม ใช่ไหมคะ… แต่จริงๆ แล้วส่วนตัวเรามองว่าพื้นที่ที่สำคัญ อย่างเช่น พื้นที่รับประทานอาหาร นั่งเล่น ห้องนอนใหญ่ ได้ขนาดที่กว้างเต็มที่ ไม่ดูแคบเลย จะสังเกตได้จากแปลนว่าทางโครงการตั้งใจให้แต่ละห้องที่เน้นพื้นที่ได้พื้นที่ด้านกว้างสูงสุด จะมีเพียงความกว้างของบันไดที่กินเนื้อที่ด้านกว้างไป

    จุดเด่นของแปลนที่นี่คือ ชั้น 1 ตรงพื้นที่รับประทานอาหารจะได้ฝ้าเพดานสูงแบบ Double Volume ด้วยความสูง 5.8 เมตร และมีชั้นลอยทำเป็นพื้นที่นั่งเล่นได้ ส่วนห้องนอนใหญ่เลือกวางไว้ที่ชั้น 2 เพื่อให้ผู้ใหญ่ในบ้านเดินขึ้น-ลงได้สะดวก ชั้นที่ 3 แบ่งเป็นห้องนอนที่ 2 และ 3 ซึ่งถ้าในบ้านไม่ได้มีสมาชิกครอบครัวหลายคน อาจจะอยู่กันสองคน 2 ห้องนี้ก็สามารถปรับมาเป็นห้องทำงานได้ หรือ Home Theater ก็ได้เช่นกันค่ะ ส่วนที่น่าสนใจอีกจุดก็คือชั้นดาดฟ้า ซึ่งชั้นนี้เราสามารถปลูกต้นไม้กระถาง หรือพื้นที่สีเขียวเล็กๆ ในบ้านเราได้ ลบข้อจำกัดเรื่องพื้นที่สีเขียวของทาวน์โฮมไปได้ดีค่ะ

    การออกแบบของทาวน์โฮมที่นี่จะออกมาเป็นสไตล์ Modern Luxury ซึ่งจะเห็นจากรูปทรงเรียบง่าย แต่ยังคงดีเทลไม่ว่าจะเป็นการหักมุม Facade และโทนสีต่างๆ รูปแบบ Earth tone ส่วนตัวแล้วเรามองว่าลงตัวดีค่ะ และอีกสิ่งนึงที่ทางโครงการค่อนข้างเน้นอย่างที่กล่าวไปข้างต้นคือเรื่องพื้นที่สีเขียว นอกจากดาดฟ้าที่เราสามารถจัดสวนได้แล้ว บริเวณด้านหน้าบ้านที่ชั้น 3 เอง ในทุก Type ก็จะมีการลงต้นไม้ล่ำซำไว้ให้เป็นมาตรฐานด้วยนะคะ จากที่เราสอบถามคนสวนขายต้นไม้มา ต้นไม้พันธุ์นี้จะโตช้า ซึ่งเรามองว่าเป็นข้อดีสำหรับการปลูกในชั้นบนและปลูกที่ทาวน์โฮมด้วย เพราะจะได้ไม่ต้องตัดแต่งกิ่งบ่อย จนกิ่งไม้ไม่ยาวไประรานเพื่อนบ้านด้วยค่ะ

    สำหรับประตูทางเข้าบ้านจะใช้เป็นรั้วโครงเหล็กทาสีเคลือบ ลักษณะเป็นบานพับฝั่งละ 2 ตอน การใช้งานก็ค่อนข้างง่ายสำหรับบานพับนะคะ แต่รูปแบบนี้หากต้องการจะติดตั้งการเปิด-ปิดอัตโนมัติ น่าจะทำไม่ได้ ถ้าต้องการเปิด-ปิดประตูอัตโนมัติอาจจะต้องเปลี่ยนมาเป็นบานยก หรือเลื่อนริมผนังแทน ซึ่งเราก็มีบทความ 5 ไอเดียเปลี่ยนประตูรั้วทาวน์โฮมให้ใช้งานง่าย ใช้งบเท่าไหร่ เผื่อเป็นอีกไอเดียในการตกแต่งนะคะ

    พื้นที่จอดรถสำหรับแบบบ้านนี้ที่มีความกว้างอยู่ที่ 5.2 เมตร จะมีความกว้างจากผนังภายใน ถึงผนังภายในอยู่ที่ 5 เมตร สามารถจอดรถ 2 คันได้พอดีๆ ค่ะ ส่วนงานโครงสร้างพื้นทำมาได้ดี โดยจะใช้เสาเข็มยาวเท่าตัวบ้าน (เสาเข็มตอก I22) และโครงสร้างพื้นเป็น Slab On Ground ดังนั้นเรื่องของการทรุดตัวของพื้นที่มีน้ำหนักรถจอดมากดทับก็น้อยลงตามไปด้วย เพราะได้เสาเข็มยาวลดการทรุดตัวได้ดีค่ะ และ Top ด้านบนพื้นก็มีการทำเป็น Concrete Stamp ให้เป็นมาตรฐานในทุกหลังด้วย

    สิ่งที่เรามองว่าทางโครงการทำดีเทลมาได้น่าสนใจดีคือ การทำเสา+คานหน้าบ้านไว้ให้เป็นมาตรฐานในทุกหลัง ที่ทำแบบนี้ทางโครงการบอกว่าความตั้งใจคือการที่ทำให้หน้าบ้านในโครงการทั้งหมดดูเป็น Theme เดียวกัน เพราะไม่ต้องการให้เกิดภาพลักษณ์การต่อเติมหลังคาที่แตกต่างกันไป แต่…ก็เข้าใจว่าลูกบ้านแต่ละคนอยากจะได้วัสดุหลังคาที่แตกต่างกัน จึงมีการเว้นพื้นที่ไว้สำหรับต่อเติมเฉพาะหลังคาแบบนี้ได้ค่ะ ในข้อดีของฝั่งลูกบ้านเรามองเรื่องแรกคือ การประหยัดค่าใช้จ่ายในเรื่องของงานโครงสร้าง+ลงเสาเข็ม สำหรับการทำหลังคาต่อเติม เพียงแค่มีงานโครงหลังคา+วัสดุมุงหลังคา มาติดตั้งวันสองวันก็สามารถทำเสร็จได้เลย และหน้างานไม่เลอะเทอะอีกด้วย

    ลึกเข้ามาเป็นส่วนของเฉลียงหน้าบ้าน ซึ่งทางเข้าบ้านจะมีการยก Step ขึ้นมาหน่อย และประตูหน้าบ้านใช้เป็นรูปแบบ Oversize วัสดุเป็นไม้สักทอง พร้อม Digital Door Lock ที่สามารถใช้ได้ทั้ง Finger Scan, Password, Keycard และ Manual (กุญแจ)

    เข้ามาในส่วนแรกเป็นพื้นที่ทางเดินยาวๆ เชื่อมไปยังโซนด้านหลังของบ้าน ส่วนด้านข้างมีแจกจ่ายพื้นที่เป็นฟังก์ชันต่างๆ อย่างซ้ายมือของรูปเป็นพื้นที่อเนกประสงค์ และฝั่งขวามือเป็นทางขึ้นบันได

    สำหรับพื้นที่อเนกประสงค์นี้ เราสามารถจัดเป็นมุมต้อนรับแขกก็ได้ หรือใครที่สะสมรองเท้า มีรองเท้าเยอะ มุมนี้จะ Built-in เป็นชั้นวางรองเท้าแบบเต็มพื้นที่เลยก็ยังได้นะคะ หรือจะจัดเป็นห้องอื่นๆ ก็ทำได้เช่นกัน สามารถกั้นผนังได้ค่ะ

    มุมหลังบ้านออกแบบให้เป็นพื้นที่ส่วนกลางของคนในครอบครัว แทนที่จะเลือกมาไว้ที่ด้านหน้าบ้าน เพราะต้องการให้ลูกบ้านเองได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น และยังสามารถได้บรรยากาศที่โปร่งโล่งจากฝ้าเพดานสูง 5.8 เมตร รวมถึงชุดประตู+กระจกที่มีความสูงถึงฝ้าเพดานด้วยนะคะ

    มุมนี้จริงๆ แล้วในบ้านมาตรฐานจะเป็นพื้นที่โล่ง มีเพียงการเดินงานระบบน้ำดี-น้ำทิ้ง ไว้ให้สำหรับการ Built-in ชุดครัวด้านข้าง ส่วนพื้นที่นี้จะมีขนาดอยู่ที่ประมาณ 5 x 3.9 เมตร ก็สามารถรองรับชุดโต๊ะเก้าอี้รับประทานอาหาร 4-6 คน ได้ โดยมี Island และเคาน์เตอร์ครัวอีกฝั่ง แต่ทั้งนี้เมื่อได้เป็นพื้นที่โล่งๆ เลย จริงๆ แล้วเราสามารถให้ Interior ดีไซน์รูปแบบพื้นที่ที่ตรงกับความต้องการของเราได้นะคะ โดยส่วนที่จะได้เป็นมาตรฐานก็จะเป็นพื้นกระเบื้องแกรนิตโต้ ขนาด 60 x 60 ซม. และผนังที่ฉาบเรียบทาสีขาวมาตรฐาน

    หันกลับมาอีกฝั่งหนึ่งนะคะ ที่เราอยากให้เห็นคือชั้นลอยด้านบนนี้ก็จะได้ความโปร่งโล่งตามไปด้วย เนื่องจากฝ้าเพดานสูง + ชุดกระจกทรงสูง ดังนั้นหากเรานั่งเล่นจากชั้นลอยก็สามารถชมบรรยากาศภายนอกได้ดีไม่ต่างกับชั้น 1 ค่ะ

    ออกมาส่วนพื้นหลังบ้านกันบ้างนะคะ ต้องบอกว่าความลึกของพื้นที่หลังบ้านแต่ละยูนิตจะแตกต่างกันไป ไม่ได้เท่ากันเป๊ะๆ ในทุกยูนิต แต่จะมีระยะไม่ต่ำกว่า 2 เมตรเป็นมาตรฐานตามกฎหมายเลย และด้วยพื้นที่กว้าง 5.2 x 2 เมตร นี้สามารถทำอะไรได้บ้าง คำตอบคือเราสามารถจัดสรรพื้นที่ได้หลากหลายฟังก์ชันอยู่นะคะ เช่น ทำเป็นลานซัก-ตาก หรือจัดสวนหย่อม หรือทำเป็นพื้นที่นั่งเล่นเช่นเดียวกับบ้านตัวอย่าง หรืออีกแบบก็เป็นครัวไทยหลังบ้านเพิ่มเติมได้

    ซึ่งงานโครงสร้างของพื้นเป็น Slab on Ground และด้านบนฉาบเรียบไม่ได้ปูกระเบื้องให้นะคะ

    ห้องน้ำชั้นล่างของบ้านไม่ได้ออกแบบเป็นเพียงแค่ Powder Room นะคะ แต่ทำเป็นห้องน้ำที่มีพื้นที่อาบน้ำมาให้ด้วยเลย ซึ่งคิดว่าน่าจะตั้งใจออกแบบมาเผื่อไว้สำหรับบ้านไหนที่ต้องการทำห้องนอนชั้นล่าง สำหรับผู้สูงอายุ ก็ไม่ต้องต่อเติมห้องน้ำเพิ่มเติมเพียงเพราะชั้นล่างไม่มีพื้นที่อาบน้ำค่ะ

    ส่วนสุขภัณฑ์ทั้งหมดที่ทางโครงการเลือกใช้จะเป็นยี่ห้อ Kohler โดยรวมแล้วก็นับเป็นเกรดสุขภัณฑ์ดี เหมาะสมกับราคาค่ะ ส่วนพื้นที่อาบน้ำนี้จะมีการลดระดับพื้นลงมาจากพื้นห้องน้ำส่วนแห้งนะคะ เพื่อให้น้ำไม่เลอะส่วนพื้นที่แห้ง แต่ถ้าต้องการให้น้ำไม่กระเด็นออกมาเลยในช่วงที่เราอาบน้ำใช้งานอยู่ แนะนำให้ติดตั้งฉากกั้นกระจกเพิ่มเติมนะคะ

    อีกฝั่งของห้องน้ำ เป็นห้องเก็บของใต้บันได สามารถเก็บของชิ้นใหญ่ได้พอสมควร

    ส่วนบันไดทางโครงการเลือกเป็นรูปแบบคอนกรีตเสริมเหล็ก ไม่ใช่โครงเหล็กนะคะ ซึ่งข้อดีคือความแน่นของพื้น ทำให้เราไม่ได้ยินเสียงเอี๊ยดอ๊าด และลูกนอนก็ใช้เป็นไม้สำเร็จรูปที่มีดีเทลน่าสนใจดีคือตรงจมูกลูกนอนงุ้มลงเล็กน้อย ทำให้ความหนาของบันไดจากมุมตรงดูหนามากขึ้น เป็นการออกแบบ Proportion ที่โอเคเลย

    ก่อนขึ้นมาชั้นลอยมีชานพักเท้าขนาดใหญ่มาให้ ซึ่งทำให้การเดินขึ้นลงสะดวกดีค่ะ

    พื้นชั้นลอยขึ้นไปจนถึงชั้นสาม ใช้วัสดุเป็น WPC หรือ Wood Plastic Composite เป็นไม้สังเคราะห์รูปแบบหนึ่งที่ทำขึ้นมาแทนไม้จริง หรือวัสดุผสมไม้อย่าง ลามิเนต เป็นต้น โดยข้อดีของ WPC ก็คือสามารถกันน้ำ กันปลวก ได้ 100% เรียกว่ามากลบจุดด้อยของพื้นไม้ได้ดีเลยค่ะ

    พูดถึงบรรยากาศของชั้นลอยกันต่อ จะเห็นว่าได้ Feeling โปร่ง เพราะนอกจากชุดกระจกขนาดใหญ่จากชั้น 1 แล้ว ราวกันตกก็เลือกเป็นกระจกเช่นกัน จะได้ไม่มีราวเหล็กมาบังสายตานะคะ ประกอบกับขนาดของพื้นที่สามารถวางโซฟาและชุดโต๊ะทำงานได้ด้วย เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่รวมสมาชิกในครอบครัวให้มาอยู่ร่วมกันได้ดี

    สำหรับหน้าบ้านจะเป็นส่วนระเบียงติดราวกันกระจก ระเบียงนี้มีขนาดที่เราสามารถปลูกไม้กระถางได้ หรือจะจัดเป็นมุมนั่งเล่นก็ได้นะคะ วางเก้าอี้ 2 ตัว โต๊ะกลางอีกตัว จิบกาแฟชิลๆ ได้เลย

    บริเวณบันไดนี้ถูกออกแบบให้มีช่องแสงเข้ามาค่อนข้างเยอะนะคะ ทำให้บรรยากาศตรงบันไดไม่ทึบตัน

    ลักษณะของบันไดเป็นแบบยาวต่อเนื่องไปจนถึงชั้น 3 นะคะ แต่จะมีชานพักอยู่แต่ละจุดให้พักเท้าและเดินได้สบายมากขึ้น

    สำหรับชั้น 2 ทั้งชั้นเป็นห้อง Master Bedroom การที่ทำห้องแบบยกชั้นนี้นอกจากเด่นในเรื่องของพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่เต็มที่แล้วก็จะได้เรื่องความเป็นส่วนตัวด้วย ซึ่งเรามองว่าเหมาะกับคนที่ชอบใช้ชีวิตในห้องนอนค่อนข้างเยอะ ไม่ใช่แค่นอนพักผ่อนอย่างเดียว จะนั่งเล่นนอนเล่นดู TV ก็ได้ หรือนั่งทำงานก็สามารถจัดมุมทำงานส่วนตัวในห้องนอนได้เช่นกัน

    อย่างส่วนพื้นที่เตียงนอนนี้จากบ้านตัวอย่างวางเตียง 6 ฟุตไว้ก็ยังมีพื้นที่เหลือรอบเตียงอีกเยอะทีเดียวนะคะ ซึ่งถ้าให้ Interior ออกแบบภายในมาเราคิดว่าด้วยพื้นที่เท่านี้น่าจะเพิ่มเติมฟังก์ชันการใช้งานได้อีก

    ถัดมาเป็นอีกมุมหนึ่งของห้องที่ต่อเนื่องมาจากพื้นที่เตียงนอน มุมนี้ทางบ้านตัวอย่างทำเป็นพื้นที่แต่งตัว ซึ่งถ้าเราต้องการจะทำเป็น Walk-in Closet จริงจังเลยก็สามารถกั้นประตูกระจกเพิ่มเติมเองได้

    ขนาดส่วนพื้นที่แต่งตัวสามารถรองรับชุดตู้เสื้อผ้า Built-in ยาวเป็นลักษณะตัว L ได้

    และยังมีมุมโต๊ะเครื่องแป้งที่ขนาดไม่ได้เล็กเลยค่ะ

    สำหรับห้องน้ำในห้องนอนใหญ่จะพิเศษกว่าห้องน้ำห้องอื่นๆ คือ มีอ่างอาบน้ำให้เป็นมาตรฐานด้วย

    ส่วนอ่างล้างมือก็ได้เป็นชุด His & Her จาก Kohler เช่นกัน

    ฝั่งตรงข้ามกั้นฉากกั้นกระจกให้ทั้งส่วนพื้นที่อาบน้ำและโถสุขภัณฑ์เลยค่ะ

    ขึ้นมาที่ชั้น 3 กันต่อนะคะ สำหรับชั้นนี้จะแบ่งเป็นห้องนอนที่ 2 และห้องนอนที่ 3 ตรงกลางที่เห็นเป็นประตูบานเลื่อนและบันไดวนนั้นจะเป็นทางขึ้นไปชั้นดาดฟ้านั่นเองค่ะ

    สำหรับห้องนอนที่ 2 และ 3 ทั้ง 2 ห้องจะได้ห้องน้ำในตัวเลย ก็จะได้ความเป็นส่วนตัวดี อีกอย่างคือไม่ต้องแชร์ห้องน้ำกัน เวลาเร่งรีบก็ไม่ต้องเสียเวลาคอยกันและกันในการใช้ห้องน้ำด้วยค่ะ

    ภายในจัดพื้นที่มาได้ดีนะคะ มีการแยกโซนเปียกและแห้งออกจากกันด้วยฉากกั้นกระจก และสุขภัณฑ์ในห้องนี้ทั้งหมดก็ใช้สเป็คจาก Kohler เช่นเดียวกันค่ะ

    สำหรับห้องนอนที่ 3 หรือห้องฝั่งหลังบ้านจะเป็นห้องนอนไซส์เล็กสุดของบ้าน พื้นที่เตียงนอนวางเตียง 3.5 ฟุตได้กำลังดี พอจะมีพื้นที่ด้านข้างให้ Built-in ตู้เสื้อผ้าได้ค่ะ

    ส่วนห้องนอนที่ 2 จะอยู่ฝั่งหน้าบ้าน มีขนาดห้องใหญ่ขึ้นมาพอสมควร ตรงทางเข้าสามารถ Built-in ตู้เสื้อผ้าได้และฝั่งขวามือของรูปก็จะเป็นห้องน้ำในห้องนอน

    ขนาดและการจัดฟังก์ชันห้องน้ำนี้จะเท่าๆ กับห้องน้ำในห้องนอนที่ 3 เลยค่ะ

    ส่วนพื้นที่เตียงนอนมีขนาดพอสมควรเลย สามารถวางเตียงไซส์ 5-6 ฟุตได้สบายค่ะ

    โดยขนาดของเตียงในบ้านตัวอย่างจะอยู่ที่ 5 ฟุตนะคะ ก็มีพื้นที่รอบเตียงให้เราสามารถวางโต๊ะข้างเตียงได้ และฝั่งหน้าบ้านได้ชุดหน้าต่างขนาดใหญ่รูปแบบ Full Height (สูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน)

    สำหรับชั้นนี้จะมีระเบียงขนาดเล็กๆ ด้วยนะคะ ซึ่งหัวใจสำคัญที่มีระเบียงก็เพื่อเป็นพื้นที่ให้เราสามารถมารดน้ำดูแลต้นไม้ได้ โดยทางโครงการจะปลูกต้นล่ำซำไว้ให้เป็นมาตรฐาน และมีแผงระแนงเหล็กเปิด-ปิดได้กันระหว่างตัวบ้านกับต้นไม้ด้วย ส่วนตัวเรามองว่าระแนงนี้ออกแบบมาเพื่อให้หน้าบ้านดูสวยงามเป็นหลักค่ะ

    กระถางต้นไม้ล่ำซำจะอยู่บริเวณนอกบ้านแต่เป็นโครงสร้างเดียวกับตัวบ้านนะคะ เพียงแต่ยื่นกระถางออกมาเท่านั้น พวกงานระบบและการระบายน้ำทางโครงการมีการเตรียมไว้ให้เรียบร้อยค่ะ เพียงแต่เราจะดูแลต้นไม้ก็แค่มารดน้ำเท่านั้นพอ ถือว่าโอเคเลย ไม่ยากไป

    บันไดเหล็กเวียนขึ้นมาที่ชั้นดาดฟ้า ขั้นบันไดจะค่อนข้างเดินยากอยู่นะคะ แต่ดีที่มีราวกันตกให้ด้วยเลยช่วยลดอุบัติเหตุไปได้ระดับนึง

    ชั้นดาดฟ้าในบ้านมาตรฐานจะได้เป็นพื้นฉาบเรียบนะคะ แต่เราสามารถเพิ่มพื้นที่สีเขียวได้เองด้วยการปลูกต้นไม้ และยังสามารถทำหลังคาเบาเป็นพื้นที่นั่งเล่นเพิ่มเติมได้ค่ะ เรื่องของน้ำหนักโครงสร้างถ้าต่อเติมในลักษณะเดียวกับบ้านตัวอย่างจะไม่มีปัญหาเรื่องโครงสร้างนะคะ แต่ทางโครงการไม่แนะนำในการต่อเติมเป็นห้องปิด เนื่องจากตัวบ้านไม่ได้ออกแบบไว้สำหรับการรับน้ำหนักขนาดนั้น และที่สำคัญต้องเช็คเรื่องข้อกฎหมายด้วยค่ะ อย่างไรก็ดีถ้าเราอยากจะต่อเติมชั้นดาดฟ้าจริงๆ แนะนำให้ยื่นแบบสถาปนิกกับโครงการช่วยตรวจสอบ รวมถึงยื่นแบบขออนุญาตก่อสร้างกับทางเขตไว้ให้ถูกต้องก็จะสบายใจ ไม่มีปัญหากวนใจทีหลังค่ะ


    FURTHER

    ทาวน์โฮม 3 ชั้นครึ่ง ที่ดินเริ่มต้น 28.5 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 282-284 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 3 ที่จอดรถ
    – ราคาเริ่มต้น 15.9 ล้านบาท

    แบบบ้าน Further จะเป็นแบบที่ใหญ่ที่สุดในโครงการ ซึ่งความแตกต่างจากแบบบ้านแรก มีอยู่พอสมควรนะคะ อย่างแรกก็คือหน้ากว้างมากกว่า โดยมีความกว้างอยู่ที่ 5.7 เมตร และมีการทำ Court ตรงกลางสำหรับชั้น 2 และชั้น 3 ทำให้ได้ช่องแสงเข้ามาภายในห้องนอนมากขึ้น และได้พื้นที่สวนส่วนตัวอีกด้วยค่ะ อีกจุดเด่นนึงสำหรับบ้านไหนที่มีรถยนต์ส่วนตัวมากขึ้นมาหน่อยก็จะเหมาะกับแบบบ้านนี้เช่นกัน เพราะแบบนี้รองรับรถยนต์ได้มากสุด 3 คัน ต่างจากแบบบ้าน GATHER หรือ ALTOGETHER ที่มีมาให้ 2 ที่จอดรถ

    หน้าตาแบบบ้านนี้จะเป็นไปใน Theme เดียวกันนะคะ เพียงแต่ได้หน้ากว้างที่มากกว่าและจะได้ตำแหน่งของบ้านที่อยู่โซนหน้าโครงการ ติดถนนหลัก หรืออยู่ตำแหน่งใกล้สวนส่วนกลางค่ะ

    สำหรับบริเวณที่จอดรถจะเป็นรูปแบบจอดรถ 2+1 คัน นะคะ แต่ถ้าใครต้องการจอดรถเพียง 2 คัน ก็สามารถต่อเติมตามรอยเส้นประเป็นอีกห้องหนึ่งก็ได้เพื่อเพิ่มพื้นที่การใช้งานภายใน

    เข้ามาด้านในบ้านเราจะเห็นเป็นพื้นที่โถงทางเดินยาวๆ ไป ซึ่งด้านข้างเราสามารถ Built-in ชั้นวางรองเท้าหรือตู้โชว์ของสะสมของเราเองได้ระหว่างทางแต่จะไม่มีมุมพื้นที่ที่จะจัดให้เป็นมุมนั่งเล่นรับรองแขกได้เหมือนแบบบ้าน GATHER นะคะ

    สำหรับพื้นที่โถงกลางนั้นก็ยังคง Concept เดิมคือได้ Double Volume และชุดประตูกระจกสูง แต่สิ่งที่แตกต่างไปจากแบบ GATHER คือความกว้างที่เพิ่มขึ้นมาจากผนังภายใน-ผนังภายในประมาณ 50 ซม. ก็ทำให้รู้สึกถึงความกว้างของพื้นที่ที่มากขึ้นได้อยู่นะคะ

    ส่วนของครัวนั้นมีการเดินงานระบบไว้ให้ แต่ไม่ได้ Built-in มาให้เช่นเดียวกับแบบบ้านแรก

    ได้ชุดประตูบานเลื่อนเชื่อมออกไปยังส่วนหลังบ้าน

    ซึ่งมุมหลังบ้านก็แล้วแต่แปลงว่าได้ความลึกเท่าไหร่ อย่างต่ำๆ คือ 2 เมตร ตามกฎหมายนะคะ มุมนี้เราสามารถจัดฟังก์ชันได้ตามไลฟ์สไตล์เลยค่ะ จะเป็นโซนซักล้าง / สวน / ครัวไทย ซึ่งถ้ามองในแง่ความสวยงามการจัดตามบ้านตัวอย่างเป็นมุมสวนก็ดูจะเหมาะสมสุดนะคะ เพราะภายในบ้านจะเน้นเป็นประตูกระจกมองเห็นมาที่พื้นที่หลังบ้านนี้

    หันกลับมาที่ภายในบ้าน บันไดทางขึ้นของแบบบ้านนี้จะเป็นแบบบันไดคู่ในช่วงชั้นที่ 1 นะคะ ซึ่งอีกด้านจะเป็นชั้นลอย ส่วนด้านล่างของชั้นลอยเป็นห้องน้ำ

    ภายในห้องน้ำชั้นล่างก็มีการใช้งานทั้งส่วน Powder (อ่างล้างมือ+โถสุขภัณฑ์) และพื้นที่อาบน้ำ

    สำหรับพื้นที่อาบน้ำจะมีการลดระดับพื้นให้ และแยก Floor Drain หรือช่องระบายน้ำไว้ 2 จุดเพื่อให้ระบายน้ำได้ดี เพิ่มเติมถ้าอยากให้เวลาอาบน้ำ น้ำไม่กระเด็นไปยังโซนแห้งก็แนะนำให้ติดตั้งฉากกั้นกระจกเพิ่มนะคะ

    ชั้นลอยของแบบบ้านนี้เรามองว่าทำพื้นที่มาได้โอเคเลยนะคะ เพราะไม่มีทางเดินตัดผ่าน ทำให้ใช้งานพื้นที่ได้เต็มที่ จึงสามารถวางโซฟาขนาดใหญ่ได้มากขึ้น และโดยรอบจะล้อมรอบด้วยราวกระจกกันตก บรรยากาศดูโปร่งเพราะได้แสงธรรมชาติเข้ามาได้ดี

    อีกฝั่งหนึ่งจะยาวไปจนถึงพื้นที่หน้าบ้านเลยนะคะ ซึ่งจริงๆ แล้วเราสามารถจัดฟังก์ชันที่เราอยากจะทำได้นะคะ อย่างตามรอยเส้นประ คือตำแหน่งที่เรามองว่าสามารถกั้นห้องได้ เผื่อว่าเราต้องการความเป็นส่วนตัวมากขึ้น

    สำหรับมุมนี้เรามองว่าเหมาะกับการทำเป็นห้องทำงานดีนะคะ เพราะได้แสงสว่างทั่วถึงดี กั้นห้องให้เป็นส่วนตัวมากขึ้นได้ และมีห้องน้ำในตัวไม่ต้องเดินไกล หรือจะทำเป็นห้องนอนรับแขกก็เหมาะเช่นกัน

    บริเวณหน้าบ้านจะเป็นระเบียงขนาดกะทัดรัดให้เราจัดสวนเล็กๆ น้อยๆ ได้ค่ะ

    ส่วนห้องน้ำจะอยู่ติดกับภายนอกอาคารทำให้ได้หน้าต่างสำหรับระบายความชื้นได้ และแสงเข้าถึงก็ช่วยลดปัญหาเรื่องความอับชื้น ส่วนฟังก์ชันการใช้งานครบนะคะ ไม่ว่าจะเป็นโซนเปียกและโซนแห้งค่ะ เพียงแต่ฉากกั้นกระจกจะไม่ได้ให้มาเป็นมาตรฐาน แต่เราสามารถติดตั้งเองเพิ่มเติมได้ในราคาหลักพัน-หมื่นต้นๆ

    บันไดจะเป็นบันไดยาวล้อไปตามผนังของบ้านนะคะ พูดถึงผนังของบ้านแล้วจะบอกว่า โครงสร้างของผนังจะเป็น Double Wall ก่อด้วยอิฐมอญแดง ซึ่งก็จะเด่นในเรื่องของความแข็งแรงและความเป็นส่วนตัว เรื่องของการกันเสียงต่างๆ จะดีกว่าผนังเดี่ยว และผนังที่ก่อด้วยอิฐมวลเบาค่ะ

    ขึ้นมาที่ชั้น 2 ทั้งชั้นจะเป็นพื้นที่ของห้อง Master Bedroom ทั้งหมดนะคะ โดยเข้ามาจากประตูทางเข้าห้องนอนก็จะเจอกับส่วนของ Walk-in Closet ก่อน ซึ่งเดี๋ยวเราจะไปดูส่วนพื้นที่แต่งตัวและห้องน้ำกันก่อนนะคะ แล้วค่อยไปดูพื้นที่เตียงนอนกันต่อค่ะ

    ภายในห้องน้ำสำหรับห้อง Master Bedroom นี้จะพิเศษกว่าห้องน้ำอื่นๆ คือ ได้ Bathtub เป็นมาตรฐาน บวกกับได้อ่างล้างมือ His & Her ด้วยค่ะ

    อ่างอาบน้ำไซส์ค่อนข้างใหญ่นะคะ จริงๆ แล้วเราคิดว่าน่าจะแช่ 2 คนพร้อมกันได้เลย

    ติดๆ กันเป็นพื้นที่อาบน้ำ

    มาดูที่ Highlight ของแบบบ้านนี้ก็คือ การที่มี Court ตรงกลางบ้าน ในชั้น 2 ซึ่งก็จะอยู่ในพื้นที่ของห้องนอนใหญ่และห้องนอนที่ 2 เลย การตรงไปส่วนพื้นที่เตียงนอนจะต้องผ่าน Corridor แบบนี้ได้ ซึ่งฝั่งขวามือเราก็สามารถจัดเป็นชั้นวางของหรือตู้เสื้อผ้าได้

    Courtyard ตรงนี้มีความน่าสนใจอยู่ไม่น้อยเลยคือการที่นำมาวางไว้ที่ชั้น 2 ก็ทำให้สวนนี้ได้ความเป็นส่วนตัว เหมือนทำมาให้เป็นสวนส่วนตัวของห้องนอนใหญ่เลยก็ว่าได้ โดยรอบจะเป็นชุดกระจกเข้ามุมล้อมรอบ และมีทางเข้าสวนเป็นประตูบานเลื่อนกระจกไว้สำหรับรดน้ำ หรือ งานเซอร์วิสต่างๆ

    สิ่งที่ต้องคำนึงสำหรับการที่มี Courtyard ชั้น 2 คือการระบายน้ำ และโครงสร้างรับน้ำหนักในการรองรับขนาดของต้นไม้ใหญ่ ซึ่งต้นไม้ของโครงการที่ปลูกในบ้านตัวอย่างจะเป็นต้นแก้วเจ้าจอมนะคะ เรามองว่าถ้าลูกบ้านที่อยากปลูกต้นอื่นๆ แทนก็ควรจะเป็นต้นที่มีน้ำหนักไม่ต่างกับแก้วเจ้าจอมและควรปรึกษากับทางโครงการเพิ่มเติมด้วยนะคะ

    พื้นที่เตียงนอนจะได้หน้ากว้างเท่ากับตัวบ้านเลย จึงทำให้สามารถแบ่งโซนการใช้งานได้ดีนะคะ อย่างพื้นที่นี้ก็วางเตียง 6 ฟุตพร้อมพื้นที่รอบเตียงสบายๆ ยังสามารถจัดมุมนั่งเล่นได้อีกด้วย

    ส่วนปลายเตียงเราสามารถกั้นผนังเบาและทำเป็น Walk-in Closet ได้

    ส่วนตัวเรามองว่าการที่มี Court ตรงกลางในห้องนอน อีกข้อดีนึงคือการที่ได้แสงธรรมชาติเข้าสู่ห้องนอนเราโดยที่เราไม่ต้องปิดม่านเลย บางคนกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวก็มักจะปิดม่านไว้ตลอดเวลา ซึ่งพอเป็นพื้นที่ปิดแบบนี้เราแทบไม่ต้องพึ่งพาม่านในการเพิ่มความเป็นส่วนตัวเลยค่ะ และยังได้วิวดีอีกด้วย

    ชั้น 3 แบ่งเป็นห้องนอน 2 ห้องและทางขึ้นชั้นดาดฟ้าค่ะ

    ภายในห้องนอนที่ 3 จะได้ขนาดใหญ่ขึ้นจากห้องนอนที่ 3 ของแบบบ้าน GATHER นะคะ เราสามารถวางเตียง 5 ฟุตได้กำลังดี และมีระเบียงเล็กๆ ที่อาจจะไม่ได้เน้นใช้งานนะคะ แต่เพื่อให้ได้ช่องแสงที่ใหญ่มากขึ้น รับแสงรับวิวได้เต็มที่ค่ะ

    ภายในห้องน้ำในห้องนอนที่ 3 ก็มีการกั้นโซนเปียกและแห้งไว้ให้เรียบร้อย ขนาดก็โอเคเลยค่ะ ใช้งานได้สบายๆ

    ส่วนห้องนอนที่ 2 ในมุมมองเราคิดว่าขนาดห้องไม่น้อยไปกว่าห้อง Master Bedroom เลยนะคะ สามารถจัดฟังก์ชันในห้องนอนได้มากกว่าการวางเตียงนอนอย่างเดียว ไม่ว่าจะกั้นโซนเป็นมุม Walk-in Closet / มุมนั่งเล่น / มุมทำงานเล็กๆ

    และยังได้ช่อง Courtyard เช่นเดียวกับห้องนอนใหญ่ด้วย ซึ่งจะเป็นช่องที่เชื่อมกันมาจากชั้น 2 นะคะ ถ้าต้นไม้ใหญ่ขึ้น เราก็จะเห็นความเขียวขึ้นมาถึงชั้น 3 เลย

    และมุมทางเดินนั้นจะมีพื้นที่ลึกเข้าไปอีกหน่อยให้เราสามารถ Built-in ตู้เสื้อผ้าได้ หรือชั้นวางของได้เช่นกันค่ะ

    และมีระเบียงขนาดกะทัดรัดที่ออกไปยังสวนกระถางหน้าบ้าน ซึ่งทางโครงการจะปลูกต้นล่ำซำให้เป็นมาตรฐานเช่นเดียวกันค่ะ

    ส่วนห้องน้ำนี้จะแยกโซนเปียกโซนแห้งให้ตามนี้เลยนะคะ สิ่งที่จะแตกต่างจากบ้านตัวอย่างคือชุดหน้าต่างที่จะได้เป็นแบบขุ่นแทนที่แบบใสโปร่งนะคะ เพื่อให้ได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น

    ส่วนชั้นดาดฟ้ารูปแบบการต่อเติมก็คือสามารถจัดสวน หรือทำโครงหลังเบาเพิ่มเติมได้ ยกเว้นการต่อเติมเป็นห้อง เช่นเดียวกับแบบบ้าน GATHER สิ่งที่เพิ่มเติมขึ้นมาคือขนาดพื้นที่ใช้สอยที่มากขึ้นอีกหน่อย สามารถจัดเป็นมุม BBQ นั่งกิน ปาร์ตี้สังสรรค์ บนชั้นดาดฟ้าได้ค่ะ


    **รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

    ราคา

    THER LADPRAO 93 ราคา ณ วันที่ 7 เมษายน 2561

    • GATHER ทาวน์โฮม 3 ชั้นครึ่ง หน้ากว้าง 5.2 เมตร ที่ดินมาตรฐาน 22.1 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 223.23 ตร.ม.
      – ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน / 4 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ
      – ราคาแปลงเลขที่ 36 | 12.9 ล้านบาท
    • ALTOGETHER ทาวน์โฮม 3 ชั้นครึ่ง หน้ากว้าง 5.2 เมตร ที่ดินมาตรฐาน 24.2 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 246.62 ตร.ม.
      – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 4 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ
      – ราคาแปลงเลขที่ 15 | 13.9 ล้านบาท
    • FURTHER ทาวน์โฮม 3 ชั้นครึ่ง หน้ากว้าง 5.7 เมตร ที่ดินมาตรฐาน 29.8 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 284.65 ตร.ม.
      – ฟังก์ชัน 4 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 3 ที่จอดรถ
      – ราคาแปลงเลขที่ 4 | 16.2 ล้านบาท
    • จอง 50,000 – 100,000 บาท
    • ทำสัญญา 150,000 – 200,000 บาท
    • ที่ดินเพิ่มลด ราคาตารางวาละ 200,000 บาท
    • ค่าส่วนกลาง จัดเก็บล่วงหน้า 2 ปี
      – แปลงกลาง 2,700 บาท/ยูนิต/เดือน
      – แปลงมุม 2,800 บาท/ยูนิต/เดือน
    • ค่าจดจำนอง ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ
    • ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์ ผู้ซื้อแล้วผู้ขายชำระฝ่ายละครึ่ง
    • ค่าประกัน มิเตอร์ไฟฟ้า ประปา ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ

    **ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ

    บทสรุป

    ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง : ทำเลโครงการ THER LADPRAO 93 นับว่าเป็นโครงการแนวราบช่วงตอนปลายของลาดพร้าวนะคะ ซึ่งจะอิงการเดินทางหลักๆ ด้วยถนนลาดพร้าวและการใช้ทางด่วนฉลองรัชเพื่อวิ่งเข้าโซนใจกลางเมืองอย่างพระราม 9 หรือสุขุมวิทได้ค่ะ นอกจากนี้ยังไม่ไกลจากซอยลาดพร้าว 122 ที่สามารถเชื่อมไปยังถนนรามคำแหงช่วงการกีฬาแห่งประเทศไทยได้ โดยรวมแล้วคิดว่าน่าจะเหมาะกับคนที่ทำงานโซนใกล้ๆ อย่างลาดพร้าว-บางกะปิ ไม่ก็เน้นใช้ฉลองรัชเป็นหลักจะค่อนข้างสะดวก

    นอกจากนี้ในอนาคตไม่ไกลก็มีตัวเลือกในการเดินทางอย่างรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ซึ่งจะวิ่งตัดผ่านถนนลาดพร้าวนะคะ โดยสถานีที่ใกล้กับโครงการมากที่สุดก็คือ สถานีมหาดไทย ซึ่งจะอยู่บริเวณหน้าปากซอยลาดพร้าว 95 ระยะห่างราวๆ 900 กม. นับว่าเป็นโครงการแนวราบที่จะมาใช้รถไฟฟ้าเป็นตัวเลือกในการเดินทางได้ไม่ยากค่ะ

    ความปลอดภัยในโครงการและตัวบ้าน : ในเรื่องของความปลอดภัยโดยรวมเรามองว่าให้มาเป็นมาตรฐานทั่วไปนะคะ มีรปภ.คอยดูแลตลอด 24 ชม. การเปิด-ปิดด้วย Keycard Access ส่วนตัวบ้านก็ได้ Digital Door Lock เป็นมาตรฐาน แต่ถ้าคุณผู้อ่านอยากลงลึกเรื่องดีเทลความปลอดภัย เราคิดว่าสิ่งที่ควรจะรู้หรือสอบถามโครงการเป็นหัวข้อพิเศษคือเรื่องระบบระเบียบการจัดการในโครงการของนิติบุคคลที่จะมีในอนาคตว่าทางโครงการว่าแผนอย่างไร รวมถึงการเดินยามของรปภ.ที่นี่จะออกตรวจทุกๆ กี่ชั่วโมง เพื่อให้เข้าใจถึงระบบรักษาความปลอดภัยในเชิงภาคปฏิบัติมากขึ้นค่ะ

    การออกแบบโครงการและพื้นที่ใช้สอย : ขอแบ่งหัวข้อในการพูดเป็น 2 ประเด็นนะคะ คือการออกแบบโครงการ อันนี้เราคิดว่ามีจุดเด่นในเรื่องของจำนวนยูนิตที่ไม่มาก จึงทำให้ได้ความเป็นส่วนตัวจากเพื่อนบ้านที่น้อย การวางตำแหน่งบ้านทุกหลังติดกับถนนหลักโครงการ การสัญจรเลยสะดวกค่ะ นอกจากนี้ทางโครงการเองก็มีการลงสายไฟฟ้าใต้ดินทั้งหมด ซึ่งเรามองว่าเหมาะกับ Segment ของราคา ส่วนเรื่องของการออกแบบบ้าน ส่วนตัวเรามองว่างานดีไซน์ทำมาได้น่าสนใจในเรื่องภาพลักษณ์ และงานดีไซน์ภายในในแง่ของ Double Volume ทำให้ได้บรรยากาศในบ้านดูโปร่งมากขึ้น ส่วนแบบบ้าน FURTHER จะพิเศษขึ้นมาตรงที่ได้ Courtyard กลางบ้านในห้องนอนใหญ่และห้องนอนที่ 2 ทำให้บรรยากาศดูร่มรื่น เป็นการลดจุดด้อยของทาวน์โฮมในแง่ของการมีที่ดินจัดพื้นที่สีเขียวได้น้อย

    วัสดุ : วัสดุภายในบ้านอย่างแรกคือเรื่องของงานโครงสร้างที่นี่ใช้ระบบเสา-คาน และก่ออิฐมอญแดงแบบ Double Wall หรือ 2 ชั้น ซึ่งข้อดีคือการกันเสียงได้มากขึ้น ได้ความเป็นส่วนตัว เสียงจากเพื่อนบ้านหลังติดกันรอดมาเข้าบ้านเราได้ยากค่ะ ส่วนวัสดุอื่นๆ เช่น สุขภัณฑ์จาก Kohler พื้นใช้ WPC และแกรนิตโต้ ก็นับว่าให้มามาตรฐาน

    พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ : เรื่องของพื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการทั้งหมด เรายังไม่สามารถฟันธงได้นะคะ เนื่องจากโครงการยังไม่แล้วเสร็จทั้งหมด รวมถึงสวนหย่อมด้านหลังโครงการ แต่ในส่วนที่แล้วเสร็จแล้ว เช่นบริเวณด้านหน้าโครงการและ Clubhouse คิดว่าทำมาได้ดีนะคะ บรรยากาศเรียบร้อย มีบางส่วนปูพื้นด้วย Concrete Stamp อีกด้วย

    สาธารณูปโภค : Clubhouse และพื้นที่ส่วนกลาง ขนาดไม่ได้ใหญ่มาก ซึ่งก็เป็นไปตามไซส์ของโครงการนะคะ แต่ภายในให้ฟังก์ชันมาค่อนข้างครบ ไม่ว่าจะเป็นสระว่ายน้ำ แยกโซนเด็กเล็กไว้ให้ มี Fitness, Lounge และ Kid’s Room รวมถึงสวนหย่อมด้านหลังโครงการด้วย แต่สิ่งที่เรามองว่าทำมาได้น่าสนใจคือ งานดีไซน์ที่คำนึงเรื่องความเป็นส่วนตัว อย่างสระว่ายน้ำ Outdoor ก็จริงแต่มีการทำรั้วและแนวต้นไม้เพื่อบังสายตา และยกสระขึ้นสูงจากระดับสายตาพอสมควร

    Judgement

    การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

    ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 40%, ความปลอดภัย 15%, การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 15%, วัสดุ 10%, พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 10%,  และสาธารณูปโภค 10%

    เทียบกับแพคเกจ 12.5-16.2 ล้านบาท, 7 เมษายน 2564

    • ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 8/10 – ในซอยลาดพร้าว 93 ไม่ไกลจากทางด่วนฉลองรัช และรถไฟฟ้าสายสีเหลือง
    • ความปลอดภัย 8/10 – รูปแบบโครงการปิด มีระบบความปลอดภัยให้เป็นมาตรฐาน พร้อม Digital Door Lock ทุกยูนิต
    • การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 7.75/10 – ดีไซน์น่าสนใจ ทั้ง Double Volume และ Courtyard กลางบ้าน ส่วนห้องนอนที่ 3 ขนาดค่อนข้างเล็กไป
    • วัสดุ 7.5/10 – ให้มามาตรฐานกับราคา 
    • พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 7.5/10 – ขนาดพื้นที่สีเขียวมาตรฐาน ไม่ใหญ่มากแต่ก็เป็นไปตามขนาดของโครงการ สภาพโครงการทำมาได้ดีมีลงสายไฟฟ้าใต้ดิน
    • สาธารณูปโภค 7.75/10 – ดีไซน์เน้นความเป็นส่วนตัวดี มีฟังก์ชันให้มาครบ
    • 7.84 / 10.00

    THER LADPRAO 93 เหมาะกับใคร

    โครงการ THER LADPRAO 93 เหมาะกับครอบครัวขนาดเล็กที่ต้องการบ้านทำเลลาดพร้าวตอนปลาย เดินทางด้วยทางด่วนฉลองรัชเข้าเมืองสะดวก หรือมีตัวเลือกในการเดินทางอย่างรถไฟฟ้า ชอบโครงการที่เป็นระบบปิด มีรปภ.ดูแล ได้ความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว แบบบ้านเหมาะกับคนที่ชอบงานดีไซน์ เน้นพื้นที่ใช้สอยทั้งส่วนกลางและห้องนอนใหญ่ มี Gimmick เพิ่มบรรยากาศในบ้านด้วย Courtyard ตรงกลางบ้าน


    ThinkofLiving มี LINE Official Account แล้วนะ
    ไม่อยากพลาดข้อมูลข่าวสารก็ Add เลย > https://lin.ee/svACOxc