สวัสดีค่ะผู้อ่านทุกคน วันนี้เรามี walk-in review โครงการ ปราณ พัฒนาการ มาฝากกัน ที่เราเลือกโครงการนี้เพราะว่าเป็นหนึ่งในโครงการบ้าน ใกล้เมือง พื้นที่ใช้สอยเยอะ และออกแบบมาด้วยฟังก์ชันที่ตอบรับการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ ปราณ พัฒนาการ จะเป็นอย่างไรบ้าง ตามอ่านกันได้เลยค่ะ

Fact @ 16 December 2020

  • ปราณ พัฒนาการ (PRAN Pattanakarn)
  • บริษัท ใจแลนด์ จำกัด
  • Luxury CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment บ้านปี 2020 ได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ : พัฒนาการ 32 เขตสวนหลวง
  • เนื้อที่โครงการ n/a ไร่ จำนวน 5 ยูนิต
  • บ้าน 5 ชั้น ที่ดิน 40 – 68 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 520 – 680 ตารางเมตร มีลิฟต์
    ชั้น 1 ที่จอดรถ + แม่บ้าน
    ชั้น 2 พื้นที่ทำงาน
    ชั้น 3 ห้องนอน 2 ห้อง
    ชั้น 4 Master Bedroom
    ชั้น 5 ห้องนั่งเล่น+กินข้าว
  • ราคาเริ่มต้นที่ 29.9 ล้านบาท
  • เว็บไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • โทร : 098 638 9555

บ้านทำเลใจกลางเมือง

ก่อนที่จะไปดูยังตัวโครงการ เราขอเล่าถึงทำเลของโครงการ ปราณ พัฒนาการ นี้ก่อนนะคะ ปราณ พัฒนาการ ตั้งอยู่ในซอยพัฒนาการ 32 ซึ่งถือว่าเป็นโซนพัฒนาการตอนต้น (ยังไม่ถึงถนนศรีนครินทร์) เป็นจุดที่เดินทางเข้าเมืองสะดวกมาก ถนนพัฒนาการเชื่อมต่อกับถนนเพชรบุรีได้ เลี้ยวเข้า เอกมัย ทองหล่อ หรือว่าพร้อมพงษ์ตรงไปยัง Emquatier ได้เลย เรียกได้ว่าเป็นทำเลหนึ่งที่เหมาะสำหรับคนที่อยากได้บ้านใกล้เมือง เดินทางสะดวกเลยค่ะ

เดิมทีโซนพัฒนาการบริเวณนี้เป็นแหล่งชุมชนอยู่อาศัยเดิม ตัวผู้เขียนเองก็เคยอยู่แถวนี้ตอนเด็กๆนะคะ แต่พอมาปัจจุบัน ด้วยที่ตั้งที่ใกล้เมืองมาก จึงมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นโครงการที่อยู่อาศัยค่ะ จุดที่น่าสนใจคือ ในซอยพัฒนาการ 32 เอง ที่ดินเปล่าแปลงต่างๆก็ถูกพัฒนามาเป็นโครงการทั้งจัดสรรและไม่จัดสรรประเภทที่อยู่อาศัยกันเยอะมาก และเป็นโครงการบ้านที่ราคาสูงมากด้วยเช่นกัน เช่น บ้านแสนสิริ พัฒนาการ โครงการแนวราบที่เป็น flagship project ของแสนสิริ ราคาบ้านหลักร้อยล้าน ก็มีที่ตั้งอยู่ข้างกันกับโครงการ ปราณ พัฒนาการนี้เองค่ะ

แต่ถ้าเราลองดูโครงการรอบๆ ปราณ พัฒนาการ ที่เปิดขายอยู่ในปัจจุบันนั้น ราคาที่อยู่อาศัยก็ถือว่ามีหลายระดับราคาเลย เริ่มต้นจะเป็นโครงการ Shizen พัฒนาการ 32 เป็นทาวน์โฮม 3.5 ชั้น ราคาเริ่มต้น 7.7 ล้านบาท (อ้างอิงจาก Website ของโครงการ) ส่วนโครงการที่ราคาเริ่มต้นสูงที่สุดที่เปิดขายอยู่ปัจจุบัน จะเป็น The Gentry พัฒนาการ บ้านเดี่ยว 3 ชั้น ราคาเริ่มต้น 35 ล้านบาทค่ะ

ส่วนโครงการปราณ พัฒนาการ นั้น ก็ถือว่าเป็นโครงการที่ราคาเริ่มต้นถือว่าอยู่ในกลุ่มสูงของโซนนี้นะคะ แต่ว่า… เป็นโครงการที่มีพื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นมากที่สุด และ มีที่จอดรถเยอะที่สุดด้วยค่ะ

ดังนั้นสำหรับคนที่มองหาบ้าน พื้นที่ใช้สอยเยอะ ที่จอดรถเยอะ โครงการนี้เป็นอีกหนึ่งโครงการที่น่าสนใจเลยทีเดียว แต่สิ่งที่ต้องคำนึงอีกเรื่องของ ปราณ พัฒนาการคือ รูปแบบโครงการที่ไม่ใช่โครงการจัดสรรค่ะ

ข้อแตกต่างของโครงการจัดสรรและไม่จัดสรรนั้นจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับกฎหมายล้วนๆเลย ถ้าให้เล่าคร่าวๆ โครงการจัดสรรนั้นจะเป็นโครงการที่มีจำนวนมากกว่า 10 หลัง จึงต้องจัดสรรพื้นที่ส่วนกลาง เป็นถนนบ้าง สวนบ้าง มีการตั้งนิติบุคคล มีรปภ.คอยดูแลรักษาความปลอดภัยที่ทางเข้าออกและรอบๆ มีคนสวนคอยดูแลพื้นที่สีเขียวรอบๆ มีงบประมาณซ่อมแซมถนน ทางเท้า บรรยากาศด้านในโครงการ เป็นต้นค่ะ แต่ลูกบ้านที่อยู่ในโครงการนั้นก็จะต้องเสียค่าส่วนกลางเป็นประจำ รายเดือน หรือ รายปี ก็แล้วแต่ทางโครงการจะกำหนด และการตัดสินใจต่างๆจะเกิดจากการตกลงร่วมกันของคนที่อยู่อาศัยภายในโครงการนี้ค่ะ

ส่วนโครงการไม่จัดสรรนั้นไม่ต้องเสียค่าส่วนกลางใดๆ ไม่มีพันธะที่ต้องยุ่งเกี่ยวกับเพื่อนบ้านตามกฎหมายค่ะ  แต่ทว่า… ในบ้านที่ระดับราคาหลักสิบล้านนั้น ผู้ซื้อหลายๆท่านก็จะอยากได้บริการ(services) ที่นอกเหนือจากตัวบ้าน เช่น ความเป็นส่วนตัว หรือว่าความปลอดภัย ซึ่งทางโครงการ ปราณ พัฒนาการ ก็ได้คำนึงถึงเรื่องนี้เช่นกันในตอนออกแบบโครงการค่ะ

ความปลอดภัยในโครงการ

อย่างที่บอกไป เนื่องจาก ปราณ พัฒนาการ นั้น เป็นโครงการไม่จัดสรร จึงไม่มีรปภ.ประจำโครงการ แต่ว่าสำหรับตัวบ้านนั้น จะมีระบบรักษาความปลอดภัยมาให้ค่ะ เริ่มต้นที่กล้องวงจรปิด จะติดตั้งอยู่ที่ชั้น 1 หลายจุด ทั้งรั้วบ้าน ที่จอดรถ หน้าโถงลิฟต์ และทางฝั่งหลังบ้าน เป็นต้น โดยเจ้าของบ้านสามารถ monitor ผ่านทาง application ดูความเคลื่อนไหวต่างๆได้เลย ถึงแม้เจ้าตัวจะไม่อยู่บ้าน

นอกจากกล้องวงจรปิดแล้ว ในบ้านก็จะติดตั้ง Home automation มาให้ โดยจะเดินระบบไว้ที่ชั้น 4-5 ซึ่งเป็นใจกลางของบ้านก่อน สามารถควบคุมการเปิด-ปิด แอร์ , ผ้าม่าน , ไฟ ตั้งค่าเป็นฉากเอาไว้ได้ค่ะ ตรงนี้ถือว่ามีข้อดีที่ได้ความสะดวก และยังสามารถตรวจสอบได้เองผ่าน apps ด้วยว่า ก่อนออกจากบ้าน เราลืมปิดไฟหรือแอร์ก่อนออกมาหรือยังนะ?

ความเป็นส่วนตัว

อีกเรื่องที่ทางโครงการ ปราณ พัฒนาการ ให้ความสำคัญเช่นกันคือเรื่องความเป็นส่วนตัวของผู้อยู่อาศัยค่ะ โดยโครงการจะมีการออกแบบ และ เลือกวัสดุต่างๆที่มาใช้เพื่อให้เจ้าของบ้านได้ความเป็นส่วนตัวมากที่สุด

  • รั้วบ้าน ถูกออกแบบให้เป็นระแนงแนวตั้ง มีความสูงเท่ากับชั้น 1 ทั้งชั้น บังพื้นที่ส่วนจอดรถให้กับคนที่สัญจรผ่านไปมาได้ค่ะ
  • การเลือกใช้กระจก Low-e เป็นหลัก นอกจากจะช่วยลดความร้อนที่จะเข้าไปภายในบ้านแล้ว สีของกระจกที่เป็นสีชา ตรงนี้ส่วนตัวมองว่าเป็นสีที่ทำให้มองไม่เห็นภายในบ้านได้ชัดค่ะ ทำให้แม้จะออกแบบให้เป็นกระจกเยอะ แต่ก็ไม่ร้อน และดูไม่โจ่งแจ้งจนเกินงาม
  • Concept ของโครงการ Upside down นำกิจกรรมที่เป็นหัวใจหลักของบ้านอย่างห้องนั่งเล่น ห้องกินข้าว ครัว ไว้ชั้นบนสุด พร้อม sky court ที่อยู่ระหว่างกลางบ้าน ซึ่งเป็นชั้นที่สูงพ้นจากบ้านที่อยู่รอบๆ เกิดความเป็นส่วนตัวได้ค่ะ
  • ด้วยตัวอาคารขออนุญาตก่อสร้างเป็นตึกแถว แต่ผนังของโครงการจะเป็นผนังก่ออิฐ 2 ชั้น(double wall) ช่วยลดเสียงที่จะส่งผ่านและลดความร้อนบนผนังรอบๆตัวบ้านได้ค่ะ

ตึกแถวที่ไม่ใช่ตึกแถว

ในการขออนุญาตก่อสร้างบ้านหรืออาคารนั้น ถ้าเป็นโครงการจัดสรร จะต้องระบุว่าจะขออนุญาตก่อสร้างเป็นทาวน์โฮม บ้านเดี่ยว หรือว่าบ้านแฝด ชื่อเรียกแต่ละแบบนั้นขึ้นอยู่กับกฎหมาย ส่วนโครงการไม่จัดสรรก็เช่นกันค่ะ โดยโครงการปราณ พัฒนาการ นี้จะขออนุญาตก่อสร้างเป็นตึกแถว ซึ่งตามกฎหมายแล้ว อาคารสูงเกิน 4 ชั้นจะต้องทำทางหนีไฟเพิ่มขึ้นมา ดังนั้นถ้าเราดูจากแปลนบ้านก็จะเจอกับทางหนีไฟที่อยู่ทางฝั่งหลังบ้าน ถือว่าออกแบบก่อสร้างถูกต้องตามกฎหมายนะคะ

แต่จุดที่เราว่าน่าสนใจคือ ปราณ พัฒนาการ เป็นตึกแถวที่แตกต่างจากตึกแถวที่เรามักพบเจอกันค่ะ โดยส่วนใหญ่ตึกแถวมักจะถูกดัดแปลงไปเป็นอาคารพาณิชย์ไปในตัว สามารถทำหน้าร้านได้ คนเข้า-ออกได้สะดวก แต่ว่าที่นี่เน้นให้ความสำคัญกับการอยู่อาศัยมากกว่า อาจจะปรับเปลี่ยนเป็น home office ขนาดย่อมได้ แต่ไม่มีหน้าร้านแน่นอนค่ะ ดังนั้นสิ่งที่ได้มาก็คือที่จอดรถนั่นเอง… และเนื่องจากการออกแบบที่ให้ตัวอาคารมีหน้ากว้างมากกว่าตึกแถวที่เรามักจะเห็นทั่วไป จึงสามารถรองรับที่จอดรถได้อย่างน้อย 3 คัน(สำหรับคนที่มีรถคันใหญ่)

บรรยากาศที่จอดรถของบ้าน A1

อย่างที่จอดรถของบ้านหลังใหญ่สุด หรือ A1 เรามองว่าสามารถจอดรถในตัวบ้านถึง 6 คันได้อยู่นะคะ เป็นการจอดรถภายในร่ม วัสดุพื้นที่จอดรถก็จะได้เป็น stamp concreat+กระเบื้อง ซึ่งดูสวยงาม มักจะเห็นในบ้านระดับ luxury เป็นส่วนใหญ่ค่ะ และนอกจากในตัวบ้านแล้ว หน้ารั้วบ้านก็ยังสามารถจอดรถได้อีกประมาณ 2 คัน กรณีที่มีแขกมาเยอะ (จอดแล้วรถใช้ถนนยังสัญจรได้สะดวกอยู่)

ดังนั้น ปราณ พัฒนาการ จึงมีจุดเด่นอีกเรื่องคือปริมาณที่จอดรถที่เยอะกว่าโครงการบ้านรอบๆค่ะ

บ้านที่เน้นพื้นที่ใช้สอยภายใน

อีกเรื่องที่ ปราณ พัฒนาการ  มีมากกว่าโครงการที่อยู่รอบๆคือ “พื้นที่ใช้สอย” ค่ะ ในหมู่บ้านจัดสรรสมัยใหม่ที่เราได้ไปรีวิวมา ส่วนใหญ่การออกแบบห้องนอน หรือพื้นที่ใช้สอยต่างๆภายในบ้านจะออกแบบมาค่อนข้างที่จอพอดิบพอดี เช่น ในห้องนอน สามารถวางเตียงได้ มีทางเดินรอบๆ ปลายเตียงเป็นผนังเลย วางตู้เสื้อผ้าได้เล็กๆ 1 ตู้ หน้าบานตู้ก็อาจจะต้องเป็นบานเลื่อนเพราะเปิดสวิงไม่ได้ ติดเก้าอี้อยู่ แต่ในโครงการปราณ พัฒนาการ อาจจะมีจำนวนฟังก์ชันที่เท่ากับบ้านอื่นๆ คือ 3 ห้องนอน 1 ห้องกินข้าว 1 ห้องนั่งเล่น แต่ทว่า..ขนาดภายในของแต่ละฟังก์ชันนั้นกว้างขวาง จัดวางเฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่ได้สบาย รองรับการจัดวางของสะสม ของตกแต่งอีกเพียบเลยค่ะ


สำรวจรายละเอียดโครงการ

ปราณ พัฒนาการ  ถือว่าเป็นโครงการขนาดเล็ก มีเพียง 5 ยูนิตเท่านั้นค่ะ A1 จะติดกับ A2 ส่วน B1-B3 จะเป็นอาคารชุดเดียวกัน ซึ่ง B2 จะเป็นตึกเดียวที่ไม่มีช่องแสงทางด้านข้างบ้านค่ะ พื้นที่ใช้สอยของ A1 จะใหญ่สุด ไล่ไปจนถึง B3 เลย โดยพื้นที่ใช้สอยจะอยู่ที่ 524.73 – 686.79 ตร.ม.ค่ะ

ฟังก์ชันภายในบ้านของบ้านแบบ A และ B จะแตกต่างกันเล็กน้อย แต่ฟังก์ชันหลักในแนวตั้งจะเหมือนกันนะ

ชั้น 1 : เป็นส่วนบริการของบ้าน คือ ที่จอดรถ, ห้องนอนแม่บ้านและพื้นที่ซักล้าง
ชั้น 2 : พื้นที่อเนกประสงค์ รองรับการจัดสำนักงานขนาดเล็ก หรือ studio ,ห้องซักรีด และ pantry
ชั้น 3 : ห้องนอนรอง 2 ห้องพร้อมห้องน้ำในตัว
ชั้น 4 : ห้องนอนใหญ่ (บ้านแบบ A จะมีห้องอเนกประสงค์เพิ่มมา 1 ห้อง)
ชั้น 5 : ครัวฝรั่ง, ห้องนั่งเล่น, ห้องรับประทานอาหาร และ sky garden จัดเป็น court อยู่ตรงกลางบ้าน

แปลนบ้าน B3

Image 1/5
ชั้น 1 พื้นที่ส่วนบริการ ที่จอดรถ ห้องแม่บ้าน พื้นที่ซักล้างค่ะ

ชั้น 1 พื้นที่ส่วนบริการ ที่จอดรถ ห้องแม่บ้าน พื้นที่ซักล้างค่ะ

สำหรับผังบ้านแบบอื่นๆ สามารถเข้าไปดูใน website โครงการ ปราณ พัฒนาการได้เลยนะคะ

ชมบรรยากาศภายในบ้านจริง

เราได้ถ่ายรูปบ้านตัวอย่างพร้อมตกแต่ง(หลังขวาสุด) และ บ้านมาตรฐานขนาดใหญ่สุด A1 (หลังซ้ายสุด)มาไว้ให้ดูกัน ภายในบ้านออกแบบและเลือกวัสดุออกมาได้สวยงาม งานเนี๊ยบดีเลยนะคะ บรรยากาศจะเป็นอย่างไรบ้าง ตามดูกันเลยค่ะ

ชั้น 1

ฟังก์ชันที่ชั้น 1 จะเป็นฟังก์ชันที่จอดรถเป็นหลักค่ะ ประตูทางเข้าจะเป็นบานเลื่อนอัตโนมัติ

ผนังบริเวณที่จอดรถจะมีชั้นเก็บของ built-in มาให้ เก็บรองเท้า หรืออุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆได้ค่ะ โดยบริเวณที่จอดรถนั้นจะติดตั้งกล้องวงจรปิดเอาไว้ให้ด้วย

บริเวณรั้วบ้านก็จะมีมุมสำหรับทิ้งขยะเป็นสัดส่วนค่ะ

สำหรับแปลงมุมก็จะมีสนามหญ้าและต้นไม้ลงไว้ให้ด้วยนะคะ

ทางฝั่งหลังบ้านจะเป็นลานซักล้าง

ดีไซน์ปั๊มน้ำก็สร้างหลังคาคลุมไว้ เอาไว้บังแดดบังฝน ยืดระยะเวลาการใช้งานได้ค่ะ

บันไดและลิฟต์

บ้านหลังนี้จะมีลิฟต์ภายในตัวเป็นของ Kone ค่ะ เหมาะกับการใช้งานที่นำเอาใจกลางบ้านไว้ที่ชั้น 5 โดยเมื่อเข้าบ้านมา เราก็จะเจอลิฟต์อยู่ติดกับประตูบ้านเลย

เนื่องจากอาคารที่สูงเกิน 4 ชั้นจะต้องทำทางหนีไฟไว้ด้วยตามข้อกฏหมายนะคะ ทางหนีไฟจึงถูกจัดเอาไว้ทางฝั่งหลังบ้าน

ทางหนีไฟที่อยู่ทางฝั่งหลังบ้านค่ะ

โดยทางหนีไฟจะเป็นโครงสร้างเหล็กเป็นหลัก นอกจากจะใช้เป็นทางหนีไฟแล้ว ยังออกแบบไว้เป็นช่องวาง condensing unit อีกด้วยค่ะ ดูเป็นระเบียบเรียบร้อย และซ่อมบำรุงได้สะดวก

ตัวบันไดจะอยู่ตรงข้ามกับลิฟต์ค่ะ โดยพื้นจะเป็นกระเบื้องลายหินอ่อน ดูสวยงามสะอาดตา

ชั้น 2 : พื้นที่อเนกประสงค์ รองรับการทำงาน

ที่ชั้น 2 นั้นจะเป็นห้องอเนกประสงค์ค่ะ เราขอเลือกใช้คำว่าอเนกประสงค์เพราะส่วนตัวมองว่าพื้นที่นี้เป็นพื้นที่โล่ง สามารถปรับใช้ตามความต้องการแต่ละครอบครัวได้เลย ถ้าใครต้องการ home office ก็สามารถรองรับที่ทำงาน 10 ที่นั่งได้สบาย

แต่ถ้าไม่เป็น home office ก็ยังจัดเป็นห้องนั่งเล่น หรือห้องทำงานได้เช่นกันค่ะ

ในปัจจุบันก็มีการทำงานแบบ work from home กันมากขึ้น หลายๆบริษัทก็ให้ทำงานที่บ้านได้ อาจจะเข้ามาประชุมกันบ้างตามโอกาส พื้นที่ส่วนนี้ก็สามารถรองรับการทำงานรูปแบบใหม่นี้ได้สะดวกเลยค่ะ

แบ่งพื้นที่จัดเป็นโซฟารับรองแขกหรือว่าคุยงานก็ทำได้สะดวกเลย

สาย artist ก็จัดพื้นที่ชั้นนี้เป็น studio ส่วนตัวได้ด้วย สร้างมุมสำหรับถ่ายรูป space เหมาะกับการทำงานของ designer ค่ะ

นอกจากพื้นที่อเนกประสงค์แล้ว ที่ชั้นนี้ก็จะมีห้องน้ำ ห้อง pantry และ ห้องซักรีดอยู่ด้วยค่ะ อย่างเช่น pantry ก็จะเป็นห้องโล่งที่เดินงานระบบต่างๆเอาไว้ เผื่อทำเป็นห้องกินข้าวเล็กๆของพนักงาน เอาไว้วางตู้เย็น ทำเคาน์เตอร์อ่างล้างจาน ไมโครเวฟได้

ชั้น 3 : ห้องนอนรอง 2 ห้อง

บรรยากาศภายในห้องมาตรฐานค่ะ ห้องนอนแต่ละห้องจะสูง 3 เมตรเลย แต่ถ้าดูเราจะเห็นถึงความโปร่งโล่งของตัวห้อง ที่เกิดจากความสูงของห้องและการเลือกใช้กระจกบานสูง และมีรายละเอียดการก่อสร้างที่เว้นระยะสำหรับติดตั้งผ้าม่านเอาไว้ให้ ไม่ต้องทำรางม่านเพิ่มเติม

สำหรับห้องนอน วัสดุพื้นที่เลือกใช้จะเป็น engineering wood ผิวไม้โอ๊ค ซึ่งมีคุณสมบัติทนกว่าพื้นลามิเนตค่ะ

นอกจากนี้ภายในบ้านก็จะติดตั้งแอร์ให้มาด้วยของ Mitsubishi เป็นแบบ conceal type ซ่อนไว้ใต้ฝ้าเพดาน ซึ่งตัวแอร์ก็จะออกแบบให้ไม่เป่าลงตัวผู้อยู่อาศัยโดยตรง และดูเรียบร้อยสวยงามค่ะ

ชั้น 4 : ห้องนอนใหญ่

ชั้น 4 จะเป็นพื้นที่ของห้องนอนใหญ่ทั้งชั้นเลย เปรียบเสมือน penthouse ส่วนตัวก็ว่าได้ค่ะ โดยพื้นที่ภายในห้องก็จะมีขนาดใหญ่ แยกเป็นสัดส่วน

สามารถจัดวางเตียง มุมทำงาน มุมนั่งเล่นพักผ่อนภายในห้องนอนได้

ที่ชั้นนี้จะเดินระบบไฟ แอร์ และผ้าม่านผูกกับ home automation ไว้ให้ค่ะ เราสามารถควบคุมระบบต่างๆผ่านทาง application ได้

ห้องน้ำจะอยู่ตรงกลางค่ะ มีประตู 2 ฝั่ง (ไปทางห้องนอนและห้องแต่งตัว) โดยบรรยากาศภายในห้องน้ำจะเน้นไปที่โทนสีขาวเป็นหลัก

โถสุขภัณฑ์จะได้เป็นระบบอัตโนมัติของ KASCH

อ่างล้างหน้าทำเป็น built-in ให้มาแบบ his&her เลือกใช้ระบบน้ำร้อนภายในห้องน้ำทุกห้องด้วยค่ะ

นอกจากห้องอาบน้ำที่ติดฉากกั้นกระจกแยกเป็นสัดส่วนใช้งานสะดวกแล้ว ยังมีอ่างอาบน้ำแบบลอยตัวให้มาด้วย

อีกฝั่งของห้องน้ำจะไปยังห้องแต่งตัวค่ะ ซึ่งห้องนี้จะเป็นห้องโล่ง สามารถทำ built-in เป็นตู้เสื้อผ้า โต๊ะเครื่องแป้งขนาดใหญ่ได้

ชั้น 5 : ใจกลางบ้าน

ด้วย concept upside down พื้นที่ใจกลางบ้านที่สมาชิกทุกคนในครอบครัวจะมาใช้ร่วมกันจะถูกยกขึ้นมาไว้ที่ชั้นบนสุดค่ะ

บรรยากาศที่ชั้นนี้จะโปร่งโล่งมากขึ้นด้วยผนังกระจกมองวิวไปยัง sky court ที่เป็นสวนบริเวณระเบียงกลางตัวบ้าน

Sky court นี้จะเป็นระเบียงพื้นไม้เทียมที่มีต้นไม้จัดไว้ให้ นอกจากจะเป็นพื้นที่สีเขียวให้กับบ้านแล้ว ยังเป็นมุมออกมาสูดอากาศชมวิวได้อีกด้วยค่ะ

ส่วนฝั่งตรงข้ามของ sky court จะเป็นพื้นที่กินข้าว

โดยพื้นที่ส่วนนี้จะอยู่ติดกับครัวค่ะ

พื้นที่ครัวนี้จะทำ built-in มาให้เลย พร้อมเตาอบ เตาไฟฟ้า เครื่องดูดควัน อ่างล้างจาน เครื่องใช้ไฟฟ้าของ smeg ค่ะ

ติดกับห้องครัวจะมีห้องน้ำอยู่ค่ะ โทนการเลือกใช้สุขภัณฑ์จะเน้นสีขาวเหมือนกันกับห้องน้ำใน master bedroom เลย แต่จุดที่เราว่าน่าสนใจคือ ถึงแม้จะเป็นห้องน้ำแบบ powder room (ไม่มีพื้นที่อาบน้ำ) แต่ก็เลือกใช้ระบบน้ำร้อนค่ะ ซึ่งปกติแล้ว ถ้าไม่ใช่ห้องน้ำหลักก็จะไม่ตระเตรียมระบบน้ำร้อนหรือน้ำอุ่นเอาไว้ให้นะคะ

พามาดูบ้านมาตรฐานเทียบนะ พอเป็นบ้านที่ยังไม่ติดผ้าม่านเราจะเห็นว่าชั้นนี้จะออกแบบฝ้าเพดานล้อไปกับแนว slope ที่ลาดเอียงของหลังคา ทำให้ความสูงของชั้นนี้สูงกว่าชั้นอื่นๆค่ะ อยู่ที่ 3-5 เมตรเลยทีเดียว

บรรยากาศจะดูโปร่งโล่งมาก เลือกใช้กระจกเยอะ แต่เป็นกระจก Low-e และผนังก็เลือกใช้เป็นผนังก่อ 2 ชั้น จึงช่วยลดความร้อนจากแดดที่จะเข้ามายังภายในบ้านได้มากขึ้นกว่ากระจกและผนังทั่วๆไปค่ะ

ในบ้าน Type A พื้นที่ใช้สอยภายในบ้านก็จะกว้างขึ้น ดังนั้นครัวที่ได้ก็จะใหญ่ขึ้นค่ะ จัดเป็นรูปตัว L ได้อย่างที่เห็นเลย

ส่งท้าย

และนี่ก็เป็นรายละเอียดของโครงการ ปราณ พัฒนาการ ที่เราได้มาจากการไป walk-in ค่ะ ส่วนตัวถือว่าเป็นโครงการระดับ luxury ที่ทำออกมาแปลกอยู่นะคะ ไม่ค่อยจะเห็น developer เจ้าไหนที่ทำบ้านโครงการไม่จัดสรร พื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่และที่จอดรถเยอะแบบนี้ออกมาเท่าไหร่ นอกจากปริมาณที่มากแล้ว เรารู้สึกได้ว่าในการออกแบบที่นี่ใส่ใจกับการจัดวางฟังก์ชัน การเลือกใช้วัสดุต่างๆ และเก็บรายละเอียดเล็กๆน้อยๆในการก่อสร้างได้ดูเนี๊ยบ เรียบร้อยสวยงามพอตัวเลย แต่ด้วยราคาที่เริ่มต้นมาแตะสามสิบล้านจึงอาจจะเป็นตัวเลขที่สูงอยู่ แลกกับทำเลใจกลางเมือง พื้นที่ใช้สอยต่างๆ ก็ดูตอบโจทย์คนที่มองหาบ้านในเมือง พื้นที่ใช้สอยเยอะ รองรับการอยู่อาศัยแบบ 3 generation ได้ และมีพื้นที่เหลือทำเป็นสตูดิโอหรือออฟฟิศส่วนตัวค่ะ

ถ้าผู้อ่านมีความคิดเห็นอย่างไรกับโครงการนี้ comment มาพูดคุยกันได้นะคะ หรือว่ามีโครงการไหนอยากให้ไปรีวิวก็บอกกันมาได้เลยค่ะ