วันนี้เรากลับมาที่โครงการ Shizen พัฒนาการ 32 กันอีกครั้ง หลังจากก่อนหน้านี้มี Preview แบบบ้านทาวน์โฮม 3.5 ชั้นกันไป รอบนี้เปิดตัวแบบบ้านใหม่ในชื่อ “SHO พัฒนาการ 32” ครับ ด้วยการอัพไซส์ขึ้นมาเป็นทาวน์โฮม 4.5 ชั้น หน้ากว้าง 6 เมตร พื้นที่ใช้สอย 345 ตร.ม. ที่สามารถติดตั้งลิฟต์บ้านได้ และยังคงมีพื้นที่ส่วนกลางภายในโครงการให้ใช้งานครบตามมาตรฐานเช่นเดิม ลองมาชมจุดเด่นของตัวโครงการนี้กันเลยครับ

  • ทำเล – ลัดเลาะได้ เข้าออกเมืองฝั่งเอกมัย-ทองหล่อ และพระราม 9 ได้สะดวก อิงความเจริญได้จากถนนรอบด้าน ทั้งบนถนนพัฒนาการ, สุขุมวิท 77 (อ่อนนุช), และศรีนครินทร์ แถมยังมีทางพิเศษฉลองรัช, BTS อ่อนนุช และ APL รามคำแหง, หัวหมาก ให้ใช้ในระยะไม่ไกลด้วย
  • หน้ากว้างบ้าน 6 เมตร – จัดเป็นระยะที่ให้มาเยอะกว่าโครงการคู่แข่งในย่านนี้นะครับ ทำให้จอดรถได้หลายขนาด หลายคัน และรับช่องแสงได้เยอะ
  • ช่องแสง – เป็นแบบบ้านที่ได้ช่องแสงเยอะกว่าทาวน์โฮมทั่วไปเพราะเปิดแนวระเบียงตัว L ทำให้นอกจากจะได้ช่องแสงจากหน้าบ้านและหลังบ้านแล้ว ยังได้จากด้านข้างด้วยเช่นกัน
  • Facilities – เป็นโครงการที่มีพื้นที่ส่วนกลางให้ครบตามมาตรฐาน แต่คู่แข่งหลายๆโครงการไม่ได้มีพื้นที่ส่วนกลางให้ใช้งานนะครับ

 

ข้อมูลโครงการ

Fact @ 25 November 2020

  • SHIZEN Phatthanakan 32 (ชิเซน พัฒนาการ 32)
  • บริษัท ภาพัฒน์ พรอพเพอร์ตี้ จำกัด
  • HIGH CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดปี 2020 ได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ : ถนนพัฒนาการ 32 เขตสวนหลวง
  • เนื้อที่โครงการ 8-0-17 ไร่ จำนวน 79 ยูนิต แบ่งเป็น
  • แบบบ้าน SHIZEN พัฒนาการ 32 จำนวน 57 ยูนิต
  • แบบบ้าน SHO พัฒนาการ 32 จำนวน 22 ยูนิต
  • เริ่มก่อสร้าง : ต้นปี 2563
  • คาดว่าจะแล้วเสร็จ : ปลายปี 2564
  • ทาวน์โฮม 4.5 ชั้น หน้ากว้าง 6 เมตร ที่ดินมาตรฐาน 27.5 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 345 ตร.ม.
    – ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน / 5 ห้องน้ำ / 4 ที่จอดรถ
    – ราคาเริ่มต้น 19.9 ล้านบาท
  • ราคาเพิ่มลดตารางวาละ 300,000 บาท
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • โทร : 089-169-7826

ทำเลที่ตั้ง

ประเด็นเกี่ยวกับทำเลที่น่าสนใจ

  • ใกล้เมือง – เข้าออกเอกมัยทองหล่อได้ง่าย มีระยะห่างจากโครงการไปยังทองหล่อ-เอกมัยช่วงต้นซอยที่เข้าจากถนนเพชรบุรีอยู่ที่ประมาณ 6-7 กม. กรณีถ้ารถไม่ติดมาก (ไม่ใช่ช่วงเวลาเร่งด่วน Rush Hour) ใช้เวลาประมาณ 10-15 นาทีครับ
  • เข้าออกได้หลายทาง –  เนื่องจากเป็นซอยย่อยจึงทำให้สามารถใช้ถนนรอบๆลัดเลาะเข้าถึงตัวโครงการได้หลายเส้นทาง
  • อิงความเจริญรอบด้าน – ทั้งบนถนนพัฒนาการ สุขุมวิท 77 (อ่อนนุช) และศรีนครินทร์ จะเข้าออกจากทางไหนก็มีร้านค้า ร้านอาหารให้ใช้งานได้สะดวกจากทุกทางครับ
  • ใกล้ทางด่วน – มีระยะห่างจากทางพิเศษฉลองรัชที่ด่านเก็บเงินพัฒนาการ 1 ประมาณ 3.2 กิโลเมตร
  • รถไฟฟ้า – ห่างจาก BTS อ่อนนุช ประมาณ 4.5 กิโลเมตร ห่างจาก Airport Rail Link สถานีรามคำแหง ประมาณ 4.7 กิโลเมตร และสถานีหัวหมาก ประมาณ 5.2 กิโลเมตร

พิกัด Google Maps : 13.730641545986918, 100.62201859739119
หรือสามารถ : คลิกที่นี่

จากแผนที่สำหรับคู่แข่งที่ชนกับโครงการเราในย่านนี้นะครับ จะเห็นว่ามีหลายโครงการเหมือนกัน ทั้งในแง่ชนในเรื่องของทำเล และชนในเรื่องของราคา

ขอเริ่มต้นที่ทำเลของเราก่อนนะครับ ภายในซอยพัฒนาการ 32 จะมีโครงการ Pride พัฒนาการ 30 ที่เน้นไปที่ลักษณะของ Home Office ซึ่งจะมีราคาถูกกว่าเราเล็กน้อย แต่มีหน้ากว้างที่แคบกว่า รวมถึงพื้นที่ใช้สอยที่น้อยกว่าด้วยเช่นกัน ส่วนอีกโครงการจะเป็น Baan Puripuri Courtyard พัฒนาการ ที่จะเน้นไปที่การพักอาศัย โดยตัวใหญ่สุดของเขาจะมีราคาใกล้เคียงกัน สูงกว่าเราเล็กน้อย แต่ได้พื้นที่ใช้สอยน้อยกว่า ไม่มีลิฟต์โดยสารให้ และหน้ากว้างบ้านที่แคบกว่า แต่ก็มีสไตล์การออกแบบที่เฉพาะตัว

ส่วนโครงการที่ชนในแง่ของราคาก็จะมีอีกกลุ่มบนถนนพระราม 9 ซึ่งจะอิงทำเลพระราม 9 รามคำแหงซะมากกว่า เช่นโครงการที่ราคาใกล้เคียงจริงๆ จะมี Nirvana Define พระราม 9 ที่มีราคาใกล้เคียงกัน ขนาดพื้นที่ใช้สอยใกล้เคียงกัน หน้ากว้างใกล้เคียงกัน เน้นไปที่การพักอาศัย (ไม่รองรับ Home Office) และไม่มีลิฟต์โดยสารในตัวบ้านมาให้ ส่วนโครงการ Aires พระราม 9 ราคาใกล้เคียงกัน แต่พื้นที่ใช้สอยจะน้อยลงไป

ซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้นก็แล้วแต่ความต้องการในแต่ละส่วนของแต่ละคนนะครับ ในมุมมองของผมมองว่าโครงการนี้มีจุดเด่นที่ทำเลเข้าเมืองสะดวก ได้บ้านหน้ากว้าง 6 เมตรที่จอดรถได้หลายคัน พื้นที่ใช้สอยภายในตัวบ้านเยอะ ได้ลิฟต์โดยสารในตัว และมีพื้นที่ส่วนกลางภายในโครงการให้ใช้งาน ส่วนข้อจำกัดจะมีที่ภายในตัวบ้านมีห้องนอนเพียง 3-4 ห้อง (เพิ่มจากห้องนอนหลัก) เท่านั้น ทำให้อาจจะเหมาะกับครอบครัวขนาดเล็ก – กลาง ซะมากกว่าครับ

สำหรับทำเลของโครงการนี้จะตั้งอยู่ภายในซอยพัฒนาการ 32 ซึ่งจะสามารถเข้าออกได้หลายทาง ทั้งทางถนนพัฒนาการ ถนนอ่อนนุช และถนนศรีนครินทร์ การเดินทางเข้าเมืองทำได้ค่อนข้างสะดวกเพราะใกล้กับโซนเอกมัย-ทองหล่อ (ฝั่งถนนเพชรบุรี) แถมยังห่างจากทางพิเศษฉลองรัชเพียงประมาณ 3-4 กิโลเมตร มีรถไฟฟ้าทั้ง BTS อ่อนนุช, APL รามคำแหงและหัวหมากให้เป็นตัวเลือกในระยะ 4-5 กิโลเมตร

ส่วนเรื่องความอุดมสมบูรณ์ ในโซนนี้ค่อนข้างคึกคักอยู่แล้ว ด้วยความที่เป็นชุมชนดั้งเดิมมานานเรื่องของกินก็มีให้เลือกหลากหลาย ส่วนใหญ่จะเป็นร้านอาคารริมถนน มี Hypermarket ให้ Shopping อาหารสดและของใช้กันได้ ใกล้ๆเลยก็จะมี Park Plaza พัฒนาการ 20, Max valu เป็นต้น แต่จะไม่มีห้างสรรพสินค้าใหญ่หรือ Avenue ที่ใกล้กับโครงการนะครับ ต้องขยับไปโซนข้างเคียง แต่ก็ขับรถไปไม่ยาก เช่น The Nine พระราม 9 ไม่ก็เข้าเมืองไปโซนสุขุมวิทก็ได้ครับ ไม่ไกลเช่นกัน

รายละเอียดโครงการ

ประเด็นที่น่าสนใจ

  • การวางผัง – แยกโซนการวางผังแต่ละแบบบ้านออกจากกัน ทำให้แบบบ้าน SHO จะไม่มีบ้านหันหน้าเข้าหาโดยตรงในฝั่งตรงข้าม ได้ความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น
  • Facilities – พื้นที่ส่วนกลางมีให้ใช้งานครบตามมาตรฐาน มีทั้งส่วนของห้องรับรอง, สระว่ายน้ำ, ห้องน้ำแยกชายหญิง, ห้องออกกำลังกาย, ห้องประชุม ให้ใช้งาน ซึ่งคู่แข่งในย่านนี้หลายๆโครงการก็ไม่ได้มีพื้นที่ส่วนกลางมาให้ใช้งานนะครับ
  • ตำแหน่ง Facilities – พื้นที่ส่วนกลางอยู่ที่ด้านหน้าโครงการ ทำให้สามารถเข้าถึงและใช้งานได้ง่ายจากทุกจุด รวมไปถึงการจัดการดูแลรักษาด้วยเช่นกัน

Project Overview

ตัวพื้นที่โครงการขนาด 8 ไร่กว่าๆ มีจำนวนทั้งหมด 79 ยูนิต ซึ่งจะแบ่งออกเป็น แบบบ้าน Shizen จำนวน 57 ยูนิต เป็นทาวน์โฮม 3.5 ชั้น ที่มีเหลือขายอยู่ไม่กี่ยูนิตสุดท้ายนะครับ และ แบบบ้าน SHO ที่เป็นแบบบ้านที่เราจะมาพูดถึงกันวันนี้ จำนวน 22 ยูนิต มีพื้นที่ส่วนกลางอยู่ด้านหน้าใกล้กับทางเข้าออกโครงการครับ ถนนหน้าโครงการจะกว้าง 12 เมตร และถนนภายในโครงการกว้าง 9 เมตรครับ

โดยแบบบ้าน SHO จะเรียงตัวยาวติดถนนพัฒนาการ 32 เลยครับ ซึ่งข้อดีคือไม่มีบ้านที่หันหน้าเข้าหากันโดยตรง และไม่มีบ้านติดกันที่ด้านหลังบ้านด้วย ทำให้จะได้วิวโล่งและช่องแสงมากยิ่งขึ้น แต่ข้อเสียคือฝั่งด้านในโครงการจะติดกับถนนหลักที่เป็นเส้นทางเข้าออกของโครงการ ทำให้ต้องมีแบบบ้านในซอยย่อยต่าง ๆ ต้องวิ่งผ่านเข้าออก จึงทำให้เสียความเป็นส่วนตัวไปบ้าง ส่วนด้านหลังอาจจะได้ยินเสียงรถผ่านไปมาของถนนพัฒนาการ 32 อยู่บ้าง แต่ถนนด้านนอกจะมีระยะร่นและทำแนวทางเดินยกระดับไว้ให้ แถมถนนพัฒนาการ 32 ช่วงหน้าโครงการก็แยกออกเป็น 2 ฝั่ง มีเกาะกลางกั้นให้ ดูดีและปลอดภัยทีเดียวครับ นอกจากนั้นการวางผังจะเว้นช่องไฟไว้ให้ทุก ๆ 6 ยูนิต ซึ่งจะช่วยให้ถนนด้านในสว่าง ดูโล่ง และเป็นช่องลมที่ช่วยให้ลมพัดผ่านได้ดีด้วยเช่นกัน รวมถึงยังทำให้มีบ้านแปลงมุมถึง 8 ยูนิต จากทั้งหมด 22 ยูนิต ซึ่งก็เป็นจำนวนเกือบจะครึ่งนึงเลย (แบบบ้านแปลงมุมที่มีที่ดินเพิ่มด้านข้างเขาออกแบบมาให้เจาะช่องเปิดด้านข้างไว้ให้ด้วย)

บรรยากาศภายในโครงการ

Image 1/13
ซุ้มประตูทางเข้าออกโครงการ มีหลังคามาให้และแยกทางเข้าและทางออกชัดเจน เป็นประตูรั้วเหล็กอัตโนมัติ ซึ่งปัจจุบันเข้าออกด้วยระบบแลกบัตรและสติกเกอร์ครับ แต่ในอนาคตอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้เหมือนกัน

ซุ้มประตูทางเข้าออกโครงการ มีหลังคามาให้และแยกทางเข้าและทางออกชัดเจน เป็นประตูรั้วเหล็กอัตโนมัติ ซึ่งปัจจุบันเข้าออกด้วยระบบแลกบัตรและสติกเกอร์ครับ แต่ในอนาคตอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้เหมือนกัน

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • อาคาร Clubhouse
  • สระว่ายน้ำ 1 สระ ระบบเกลือ ขนาด 14 เมตร และสระเด็ก
  • ห้องออกกำลังกาย
  • พื้นที่สวนหย่อมในโครงการ
  • ระบบ CCTV ที่ Main Gate และภายในโครงการ 8 จุด
  • รั้วรอบโครงการสูง 2.5 เมตร
  • ถนนหลักและถนนภายในกว้าง 9 ม.
  • Key Card Access ระบบ สติกเกอร์ และแลกบัตร
  • เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง
  • ประตูรั้วโครงการแบบเลื่อนอัตโนมัติ

แบบบ้าน

ประเด็นที่น่าสนใจ

  • หน้ากว้าง 6 เมตร – ตัวบ้านทาวน์โฮมมีหน้ากว้าง 6 เมตร ทำให้รับช่องแสงได้เยอะ แถมยังสามารถจอดรถได้หลายขนาด และหลายคันเพราะมีระยะความลึกที่จอดรถเกือบ 10 เมตรเลย แถมส่วนนี้เขาก็ลงเสาเข็มเท่าตัวบ้านไว้ให้ด้วยนะครับ
  • โครงสร้างก่ออิฐฉาบปูน – เป็นโครงสร้างที่เหมาะแก่การต่อเติมและขยับขยายในอนาคต สามารถเจาะช่องเปิด เจาะทะลุห้อง ปรับเปลี่ยนได้ ในกรณีที่ต้องการปรับพื้นที่ก็ทำได้สะดวก หรือในกรณีของใครที่อยากได้บ้านแบบ 2 หลัง Combine กันก็สามารถทำได้ครับ
  • เปิดช่องแสงเยอะ – เป็นข้อดีที่เขาทำระเบียงหน้าบ้านแบบตัว L และยกสูงขึ้นถึง 2 ชั้น ทำให้ส่วนห้องนอนของชั้น 3 และ 4 จะได้ช่องแสงทั้งฝั่งหน้าบ้านและด้านข้าง แถมยังออกแบบมาเป็นกระจกเข้ามุมให้อีก ก็ยิ่งรับแสงได้เยอะขึ้นไปใหญ่เลยครับ
  • มีห้องยกฝ้าสูง 5 เมตร – ที่ชั้น 2 ของตัวบ้านออกแบบมาให้เป็นห้องที่ยกฝ้าขึ้นถึง 5 เมตร และมีชั้นลอยด้านบน สามารถออกแบบเป็นได้ทั้งพื้นที่นั่งเล่นและรับประทานอาหารสำหรับอยู่อาศัย หรือจะเป็นพื้นที่ Office สำหรับนั่งทำงาน แล้วแยกส่วนของเจ้าของขึ้นไปที่ชั้นลอยก็ได้
  • มีลิฟต์โดยสารให้ในตัว – บ้านสูง 4.5 ชั้น ก็ควรจะต้องมีลิฟต์ไว้ให้ใช้งานนั่นแหละครับ ไม่อย่างนั้นก็เดินกันปวดขาปวดหลังกันแย่ แถมในกรณีของการทำเป็น Home Office ก็จะได้ขึ้นลงกันสะดวกด้วย และไม่วุ่นวาย ซึ่งในบ้านตัวอย่างโครงการก็ให้ลิฟต์ขนาด 1.1 x 1.1 เมตร มาให้ครับ

Product Overview

พื้นที่ภายในจัดมาให้ค่อนข้างลงตัวนะครับ ไม่ซับซ้อน แต่สามารถเลือกจัดได้หลากหลายเลย โดยผมขอแบ่งพื้นที่ตัวบ้านออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ คือส่วนแรกที่เป็น Common Area จะอยู่ที่ชั้น 1, 2 และชั้นลอย ส่วนพื้นที่ Living Area จะอยู่ที่ชั้น 3, 4 นะครับ โดยรายละเอียดดังนี้ครับ

ส่วนแรก Common Area ที่ชั้น 1, 2 และชั้นลอยเป็นส่วนที่ค่อนข้างยืดหยุ่น เพราะจัดได้หลากหลายรูปแบบ เช่นชั้น 1 ที่รองรับการจอดรถได้ 2 คันใหญ่ และอีก 2 คันเล็ก สำหรับบ้านไหนที่ไม่ได้มีรถเยอะขนาดนั้น ก็สามารถต่อเติมเป็นห้องด้านหน้าบ้านได้เพิ่มอีกนะครับ ส่วนชั้น 2 และชั้นลอย ก็อย่างที่บอกไปว่าจัดเป็นได้ทั้งบ้านพักอาศัยและพื้นที่ทำงานครับ ลองไปชมบรรยากาศกัน

ส่วนชั้นบนที่ชั้น 3-4 จะเป็นส่วน Living Area ที่เน้นไปที่พื้นที่พักผ่อน ได้ความเป็นส่วนตัวสูงยิ่งขึ้น จะเป็นห้องนอนหลักที่ชั้น 3 และอีก 2 ห้องนอนรองที่ชั้น 4 ซึ่งทุกห้องจะได้ห้องน้ำภายในตัว ที่ผมชอบคือแต่ละชั้นในส่วนของบันไดและลิฟต์ที่เชื่อมเข้าในพื้นที่ใช้งานจะมีส่วนประตูกั้นไว้ให้ด้วย จึงทำให้แต่ละพื้นที่จะได้ความเป็นส่วนตัว และไม่รบกวนกัน


ชั้น 1, 2 และชั้นลอย

  • ชั้น 1 – จะเน้นไปที่พื้นที่จอดรถและพื้นที่รับรองเบื้องต้น ซึ่งด้วยความที่เป็นบ้านหน้ากว้าง 6 เมตร และมีระยะจากรั้วถึงประตูบ้านอยู่ที่ 10 เมตร ทำให้สามารถจอดรถคันใหญ่ได้ 2 คัน คันเล็กอีก 2 คันเลย ด้านในมีพื้นที่ให้ไม่เยอะนัก แต่ก็เป็นพื้นที่รับรอง หรือใช้เตรียมตัวก่อนออกจากบ้านหรือเข้าบ้านได้ครับ มีห้องน้ำแบบ Powder Room และลิฟต์โดยสารมาให้ ส่วนด้านหลังจะเปิดเป็นประตูบานเลื่อน ใครจะจัดสวนหรือต่อเติมเป็นพื้นที่พักผ่อนก็สามารถครับ
  • ชั้น 2 – เป็นหนึ่งในไฮไลท์ของบ้านหลังนี้เลย เริ่มมาที่พื้นที่ด้านในสำหรับทำครัวได้ (ติดตั้งงานระบบไว้ให้เรียบร้อย) ด้านหลังบ้านมีห้องน้ำแบบ Powder Room มาให้อีกหนึ่งห้อง ส่วนฝั่งหน้าบ้านจะได้พื้นที่กว้างที่ยกฝ้าเพดานสูงถึง 5 เมตร สามารถจัดเป็นห้องนั่งเล่น โต๊ะรับประทานอาหาร (แบบบ้านตัวอย่าง) หรือจะทำเป็นสำนักงานก็นั่งกันได้เยอะเลยครับ ที่สำคัญคือรับวิวและช่องแสงได้เต็มที่ด้วยแนวกระจกบานใหญ่
  • ชั้นลอย – สามารถทำเป็นได้ทั้ง Family Area สำหรับต้องการความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น หรือเป็นส่วนห้องทำงานก็ได้ จะได้ช่องแสงสองฝั่งจากทั้งด้านหลังและจากชั้น 2 ด้านหน้า มองลงไปเห็นพื้นที่ชั้น 2 แบบเต็มๆเลย

Image 1/19
เริ่มกันที่หน้าบ้านเลยครับ จะได้ประตูรั้วเหล็กบานพับอัตโนมัติที่ทางโครงการติดตั้งมาให้ สั่งการด้วยรีโมท พื้นที่จอดรถจะปูกระเบื้องมาให้ ตรงนี้เป็นไฮไลท์ของบ้านเลยนะ เพราะกว้าง 6 เมตร และยาว 10 เมตร แถมยังลงเสาเข็มยาวเท่าตัวบ้านไว้ตลอดแนวเลยด้วย จอดรถและใช้งานได้เยอะ ใครที่ไม่ได้จอดรถเยอะก็ต่อเติมได้สบายๆ ประตูเป็นกระจก และได้มาพร้อม Digital Door Lock ครับ

เริ่มกันที่หน้าบ้านเลยครับ จะได้ประตูรั้วเหล็กบานพับอัตโนมัติที่ทางโครงการติดตั้งมาให้ สั่งการด้วยรีโมท พื้นที่จอดรถจะปูกระเบื้องมาให้ ตรงนี้เป็นไฮไลท์ของบ้านเลยนะ เพราะกว้าง 6 เมตร และยาว 10 เมตร แถมยังลงเสาเข็มยาวเท่าตัวบ้านไว้ตลอดแนวเลยด้วย จอดรถและใช้งานได้เยอะ ใครที่ไม่ได้จอดรถเยอะก็ต่อเติมได้สบายๆ ประตูเป็นกระจก และได้มาพร้อม Digital Door Lock ครับ

ชั้น 3, 4

  • ชั้น 3 – เริ่มเข้าสู่พื้นที่ Living Area ที่เป็นพื้นที่พักผ่อน เน้นความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้นครับ ชั้นนี้จะเป็นชั้นของห้องนอนหลัก ซึ่งจะได้มาในลักษณะ Penthouse เลย คือเป็นห้องนอนหลักทั้งชั้น มีห้องน้ำในตัว และห้องด้านหลังสำหรับทำ Walk-in Closet ได้ นอกจากนั้นฝั่งหน้าบ้านยังจะได้ระเบียงตัว L ออกไปยืนรับลมระบายอากาศได้ด้วย
  • ชั้น 4 – จะแยกออกเป็นห้องนอนอีก 2 ห้อง ทางฝั่งหน้าบ้านและหลังบ้าน ซึ่งจะได้ห้องน้ำในตัวทั้งสองห้องเลย และในแต่ละห้องเองก็มีความพิเศษที่แตกต่างกันไปนะครับ

Image 1/22
ขึ้นมาที่ส่วนของชั้นพักอาศัยด้านบนที่ชั้น 3 ชานพักจะใหญ่มากยิ่งขึ้นและจะมีช่องแสงให้ด้วย ดูดีทีเดียว

ขึ้นมาที่ส่วนของชั้นพักอาศัยด้านบนที่ชั้น 3 ชานพักจะใหญ่มากยิ่งขึ้นและจะมีช่องแสงให้ด้วย ดูดีทีเดียว


สรุปวัสดุของตัวบ้าน

  • โครงสร้างตัวบ้าน : พื้นโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กแบบอัดแรง (Post-Tension) ผนังก่ออิฐมวลเบา พื้นที่จอดรถหน้าบ้านลงเสาเข็มไว้ให้เท่าตัวบ้าน หลังบ้านเป็น Slab On Ground
  • โครงสร้างบันได : คอนกรีตเสริมเหล็ก ปิดผิวไม้ยางพาราประสาน
  • ลิฟต์โดยสาร : ขนาด 1.5 x 1.5 เมตร
  • พื้น :  กระเบื้องแกรนิตโต้ และ SPC
  • ครัว : ติดตั้งท่องานระบบมาให้
  • ผนัง : Wallpaper และ ทาสี TOA Super Shield Duraclean
  • ประตูหน้าต่าง : กรอบบาน Aluminium ของ Crystal View กระจกเขียวใสตัดแสง
  • ห้องน้ำ : สุขภัณฑ์และอุปกรณ์ของ American Standard และฉากกั้นอาบน้ำแบบกระจกนิรภัย, ห้องน้ำในห้องนอนหลักจะเดินระบบน้ำร้อนน้ำเย็นไว้ให้ ได้ Hand Shower, Rain Shower และอ่างอาบน้ำจาก I-SPA พร้อมก็อกอ่างอาบน้ำแบบควบคุมอุณหภูมิได้จาก TOTO
  • ฝ้าเพดาน : ชั้น 1, 3, 4 สูง 2.6 เมตร – ชั้น 2 สูง 5 เมตร – ชั้นลอยสูง 2.4 เมตร ทั้งหมดเป็นฉาบเรียบ ติดไฟดาวน์ไลท์
  • Home Automation : ประตูรั้วไฟฟ้าสั่งการด้วยรีโมท, Digital Door Lock, CCTV, ระบบป้องกันขโมย (ยังไม่สรุป)
  • สวิทช์ไฟ : Panasonic

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะครับ

ราคา

สำหรับเรื่องการเงินนั้น เรามองว่าคนที่อยากได้โครงการนี้จะต้องมี งบประมาณ 20 ล้านบาทขึ้นไป หรือว่ามีกำลังผ่อนอยู่ที่  140,000 บาทต่อเดือนขึ้นไปครับ

ค่าใช้จ่ายต่างๆ

  • จอง 100,000 บาท
  • ทำสัญญา 400,000 บาท
  • ดาวน์ 10 %
  • ค่าส่วนกลาง 120 บาท/ตร.วา/เดือน จัดเก็บล่วงหน้า 3 ปี
  • ค่าจดจำนอง ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ
  • ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์ ผู้ซื้อแล้วผู้ขายชำระฝ่ายละครึ่ง
  • ค่าประกัน มิเตอร์ไฟฟ้า ประปา ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ครับ

บทสรุป

โครงการ Shizen พัฒนาการ 32 (แบบบ้าน SHO) จะเหมาะกับครอบครัวขนาดกลางที่อิงทำเลในเมืองย่านเอกมัย-ทองหล่อ เป็นหลัก หรือจะไปฝั่งพระราม 9 ก็ยังสะดวก เน้นพื้นที่ใช้สอยภายในตัวบ้านสำหรับปรับเปลี่ยนไปหลากหลายรูปแบบ ชอบสไตล์การออกแบบที่เน้นแสงและลมจากธรรมชาติ อยากได้พื้นที่จอดรถหลายคัน และมีพื้นที่ส่วนกลางให้ใช้งานได้ภายในโครงการ มีงบประมาณเริ่มต้นที่ประมาณ 19.9 ล้านบาทขึ้นไป แต่อย่าลืมเผื่องบตกแต่งบ้านอีกหน่อยนะ ลองพิจารณากันดูนะครับ