รีวิวฉบับที่ 2134 … การกลับมาของแบรนด์ BaanPuripuri ครั้งนี้ใช้ชื่อว่า BaanPuripuri Courtyard พัฒนาการ ซึ่งออกแบบทาวน์โฮมมาได้น่าสนใจอีกแล้วค่ะ ด้วย Concept “Private Courtyard” พูดแบบนี้แล้วอาจจะนึกภาพไม่ออก แต่เอาเป็นว่ามีสวนอยู่กลางบ้านเลยค่ะ ทั้งฉีกและแหวกแนวกว่าทาวน์โฮมที่ทุกคนเข้าใจว่าไม่ค่อยจะมีพื้นที่สวนเพราะที่ดินไม่เยอะ เพราะที่นี่จัดสวนมากลางบ้านเป็นสวนส่วนตัวที่ด้านบนมีหลังคาเปิดแบบ Outdoor เลยหรือจะปรับเป็น Semi-Outdoor ก็ได้เช่นกัน ในราคาเริ่มต้น 14.7 ล้านบาท ใครสนใจทาวน์โฮมแบบนี้มาอ่านรีวิวกันค่ะ

 

ข้อมูลโครงการ

29 September 2020

  • BaanPuripuri Courtyard Pattanakarn (บ้านภูริปุรี คอร์ทยาร์ด พัฒนาการ)
  • บริษัท เอ บี เจ วี จำกัด
  • LUXURY CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment บ้านปี 2020 ได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่: ซอยพัฒนาการ 32 ถนน พัฒนาการ เขตสวนหลวง
  • เนื้อที่โครงการ 5-0-10.4 ไร่ จำนวน 37 ยูนิต
  • ทาวน์โฮมหน้ากว้าง 5.35 ม. (ทุกยูนิต)
    Type M ความลึก 18 ม. ที่ดินมาตรฐาน 32 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 241 ตร.ม. 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 4 ที่จอดรถ ราคาเริ่มต้น 14.7 ล้านบาท
    Type L ความลึก 21 ม. ที่ดินมาตรฐาน 35.3 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 276 ตร.ม. 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 4 ที่จอดรถ ราคาเริ่มต้น 16.2 ล้านบาท
    Type XL ความลึก 22 ม. ที่ดินมาตรฐาน 41.2 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 298 ตร.ม. 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 4 ที่จอดรถ ราคาเริ่มต้น 17.9 ล้านบาท

  • ความสูงจากพื้นถึงฝ้า (Floor to Ceiling)
    – ที่จอดรถ : 2.4 ม.
    – ห้องครัว : 2.7 ม.
    – ห้องนั่งเล่น : 5.7 ม.
    – ห้องนอนใหญ่ : 2.7 ม.
    – ห้องนอน 2 : 2.5 ม.
    – ห้องนอน 3 / พื้นที่อเนกประสงค์ชั้น 3 : 3 ม.
  • ที่ดินเพิ่มลดตารางวาละ 190,000 บาท
  • โครงการเริ่มก่อสร้าง ปี สิงหาคม 2562
  • คาดว่าแล้วเสร็จทั้งโครงการ สิงหาคม 2564
  • เว็บไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • Call Center : 02-168-0000

ทำเลที่ตั้ง

พิกัด Google Maps : 13.730529, 100.624344
หรือสามารถ :  คลิกที่นี่ 

ที่ตั้งโครงการ BaanPuripuri Courtyard พัฒนาการ อยู่ในทำเลที่ค่อนข้างน่าสนใจทีเดียวนะคะ โดยอยู่ในซอยพัฒนาการ 32 ซึ่งสามารถเข้าจากทางซอยพัฒนาการ 38 ก็ได้เช่นกันค่ะ ที่บอกว่าทำเลโครงการนี้น่าสนใจเพราะเป็นโซนที่เดินทางเข้าใจกลางเมืองอย่าง ทองหล่อ-เอกมัยได้สะดวกและนับว่าใกล้โซนใจกลางเมืองสำหรับโครงการแนวราบ โดยระยะห่างจากโครงการไปยังทองหล่อ-เอกมัยช่วงต้นซอยที่เข้าจากถนนเพชรบุรีจะอยู่ที่ประมาณ 6-7 กม. กรณีรถไม่ติดมาก (ไม่ใช่ช่วงเวลาเร่งด่วน Rush Hour) เราลองจับเวลาแล้วใช้เวลาประมาณ 10-15 นาทีก็สามารถถึงทองหล่อ-เอกมัยได้ อันนี้เลยเป็นจุดที่น่าสนใจสำหรับคนที่มองหาโครงการแนวราบที่เน้นเดินทางเข้าถึงใจกลางเมือง แหล่งงานได้สะดวก ซึ่งถ้าพูดถึงเรื่องของราคาที่ขายของโครงการนี้อยู่ในช่วง 15-20 ล้านบาทและได้พื้นที่ใช้สอยภายใน 200-300 ตร.ม. กับที่จอดรถ 4 คัน ที่เป็นลักษณะโครงการจัดสรร ไม่ใช่มือสอง จากที่ทำการบ้านมาไม่ค่อยจะเจอแล้วนะคะ ส่วนใหญ่จะหลุดโซนนี้ไปโซนพัฒนาการตัดใหม่และเป็นลักษณะบ้านเดี่ยวแทน ซึ่งจากมุมมองเราแล้วในเชิงทำเล โครงการนี้จึงได้เปรียบในเรื่องการเดินทางที่ใกล้ใจกลางเมืองมากกว่า

ส่วนความอุดมสมบูรณ์ในโซนนี้ค่อนข้างคึกคักอยู่แล้ว ด้วยความที่เป็นชุมชนดั้งเดิมมานานเรื่องของกินก็มีให้เลือกหลากหลาย ส่วนใหญ่จะเป็นร้านอาคารริมถนน มี Hypermarket มา Shopping อาหารสด ของใช้กันได้ ใกล้ก็จะมีอย่าง Park Plaza พัฒนาการ 20, Maxvalu เป็นต้น ส่วนห้างใหญ่ใกล้กับโครงการเลยจะไม่ได้มีนะคะ ขยับไปโซนข้างเคียงที่ขับรถไปง่ายเสียมากกว่า เช่น The Nine พระราม 9, The Mall บางกะปิ, Seacon Square ไม่ก็เข้าเมืองไปโซนสุขุมวิทก็จะเป็นโซนที่หรูหราและมีของครบครัน

การเดินทางในวันนี้ของเราเริ่มต้นที่ถนนพัฒนาการช่วงมุ่งหน้าไปแยกพัฒนาการนะคะ จากนั้นเบี่ยงซ้ายเตรียมลอดอุโมงค์กลับรถ และเลี้ยวเข้าซอยพัฒนาการ 38 ลึกจากหน้าปากซอยมาประมาณ 1 กม. ก็ถึงที่ตั้งโครงการแล้วค่ะ

Image 1/8
เริ่มต้นเส้นทางกันที่บริเวณถนนพัฒนาการฝั่งขาออกเมืองนะคะ เราจะตรงกันไปอีกนิดเพื่อไปกลับรถเลี้ยวเข้าซอยพัฒนาการ 38

เริ่มต้นเส้นทางกันที่บริเวณถนนพัฒนาการฝั่งขาออกเมืองนะคะ เราจะตรงกันไปอีกนิดเพื่อไปกลับรถเลี้ยวเข้าซอยพัฒนาการ 38

สภาพแวดล้อมรอบโครงการ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

สภาพแวดล้อมโครงการนี้ทั้งหมดแทบจะแวดล้อมด้วยที่อยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นโครงการบ้านเดี่ยว หรือบ้านเดี่ยวส่วนตัว รวมถึงที่ดินเปล่า ซึ่งทำให้บรรยากาศโดยรอบเงียบสงบพอสมควร

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • True Tower 2 ~1.8 กิโลเมตร
  • รร.นานาชาติ BCIS ~2 กิโลเมตร
  • Tesco Lotus พัฒนาการ ~3.3 กิโลเมตร
  • London Street ~3.4 กิโลเมตร
  • ตลาดเอี่ยมสมบัติ ~4.3 กิโลเมตร
  • BigC อ่อนนุช ~ 4.5 กิโลเมตร
  • ธัญญาพาร์ค ~4.8 กิโลเมตร
  • ตลาดคลองตัน ~5.2 กิโลเมตร
  • Tesco Lotus อ่อนนุช ~5.3 กิโลเมตร
  • The Mall รามคำแหง ~5.4 กิโลเมตร
  • รร.นานาชาติเซนต์มาร์ค ~5.6 กิโลเมตร
  • The Nine ~5.7 กิโลเมตร
  • Seacon Square ~6.9 กิโลเมตร
  • รพ.วิภาราม พัฒนาการ ~7 กิโลเมตร
  • Paradise Park ~7.1 กิโลเมตร
  • รพ.สมิติเวช ศรีนครินทร์ ~8.2 กิโลเมตร
  • รร.เตรียมอุดมพัฒนาการ ~8.6 กิโลเมตร

รายละเอียดโครงการ

ก่อนไปดูบรรยากาศภายในโครงการ เรามาพูดถึง Master Plan โครงการนี้กันสักหน่อยก่อนนะคะ โครงการนี้นับเป็นโครงการขนาดเล็กมีที่ดินประมาณ 5 ไร่นิดๆ ซึ่งก็ทำให้จัดสรรจำนวนยูนิตออกมาได้ 37 ยูนิต จึงนับเป็นโครงการที่เพื่อนบ้านไม่เยอะ ได้ความเป็นส่วนตัวดี รวมไปถึงการใช้ Club House ร่วมกันก็ไม่วุ่นวาย หรือถึงขั้นที่ไม่เพียงพอด้วยค่ะ ซึ่งสิ่งที่แลกมากับความ Private เพื่อนบ้านน้อยนี้ก็คือค่าส่วนกลาง 100 บาท/ตร.วา/เดือน ตกเดือนละประมาณ 3,000-4,000 บาท ส่วนตัวคิดว่าเป็น rate ราคาที่ไม่ได้แปลกใจเท่าไร เพราะเพื่อนร่วม Sharing ส่วนกลางไม่เยอะนะคะ ต่อมาเดี๋ยวเรามาดูกันว่าสิ่งที่ได้ของพื้นที่ส่วนกลางมีอะไรบ้าง และน่าสนใจอย่างไร

ก่อนอื่นเลยต้องบอกคุณผู้อ่านก่อนว่าในวันที่เราไปดูโครงการนั้น ยังมีการเก็บงานบางส่วนอยู่และยังไม่เรียบร้อยดีนักนะคะ อย่างแรกคือหน้าทางเข้าโครงการจะมีการติดตั้งไม้กั้นกระดกอัตโนมัติให้ เข้า-ออกด้วยระบบ Keycard Access ระยะไกล หรือการใช้งานแบบ Easy pass บนทางด่วนที่ไม่ต้องมาแตะบัตรเอง ด้านข้างมีรปภ.ดูแลรักษาความปลอดภัย 24 ชม. รวมไปถึงบริเวณหน้าโครงการและรอบรั้วต่างๆ ก็มี CCTV ให้ 8 จุดด้วยกันนะคะ ส่วนถนนโครงการนี้จะไม่ได้เป็นคอนกรีตอย่างที่เห็นนะคะ แต่จะมีการลาดยางให้ดูเรียบร้อยและสวยงามมากขึ้น ส่วนความกว้างอยู่ที่ 9 ม. เป็นระยะสวนกันได้กำลังดีค่ะ

ตัวโครงการนี้เป็นครั้งแรกของแบรนด์ BaanPuripuri ที่มี Club House ในโครงการ ขนาดของ Club House ส่วนตัวแล้วมองว่าใหญ่เมื่อเทียบกับที่ดินโครงการและจำนวนยูนิตในโครงการ
การออกแบบของ Club House จะมีการเล่น Step ขั้นบันไดต่างๆ สอดคล้องกับการออกแบบภายในบ้านด้วย ซึ่งเดี๋ยวเราไปดูกันว่าสอดคล้องยังไงบ้าง

เดินขึ้นมาก่อนอื่นเราจะเจอกับสระว่ายน้ำรูปแบบน้ำล้น ที่สระนี้เป็นระบบเกลือนะคะ มีแบ่งฟังก์ชันการใช้งาน 3 อย่างด้วยกัน 1. Lap Pool มีขนาด 5 x 15 ม. 2. Jacuzzi ไว้สำหรับนั่งแช่น้ำนวดผ่อนคลายได้ 3. สระเด็กที่จะอยู่ในร่มใกล้กับ Deck ให้ผู้ปกครองดูแลได้ง่ายมากขึ้น

สังเกตบริเวณรอบสระนั้นจะปลูกต้นไม้มุมสูงไว้ให้ ซึ่งส่วนนี้จะไม่ได้กั้นบังสายตาจากพื้นที่รอบข้างที่ดินนะคะ แต่ติดกันจะเป็นทาวน์โฮมในโครงการนี่แหละค่ะ เพียงแต่การกั้นแบบนี้ก็เพิ่มความเป็นส่วนตัวให้ทั้งลูกบ้านที่อยู่ติดกับ Club House และลูกบ้านที่มาใช้งานสระว่ายน้ำของ Club House อยู่ด้วย

ติดกับสระว่ายน้ำก็จะเป็น Deck Area ที่วางโต๊ะเก้าอี้ให้มานั่งเล่นชมวิวสระและสวนหย่อมกันได้

มีจัด Landscape บางส่วนเป็นมานั่งสีขาวยาวๆ มุมนี้มาถ่ายรูปลง Instagram น่าจะสวยเลย

อีกมุมมองหนึ่งจากมุม Deck หันไปทางสระว่ายน้ำ บรรยากาศส่วนนี้ได้ Feeling ความเป็น Resort ตากอากาศอยู่เหมือนกันนะคะ

ส่วนบริเวณที่ร่มนั้นจะวาง Day Bed ไว้ให้นอนเล่นกันได้

ติดๆ กันเป็นมุมล้างตัว

ถัดมาจะเป็นทางเดินไปยังชั้นบน และอีกด้านคือส่วนห้องน้ำแยกชาย/หญิง

ห้องน้ำที่นี่แยกชาย/หญิงให้เรียบร้อย แต่จะมี Locker ให้ใช้ร่วมกันตรงกลาง

ด้วยความที่เป็นโครงการขนาดเล็ก จำนวนห้องน้ำที่ได้ก็ไม่ได้เยอะมากนะคะ อย่างห้องน้ำหญิงจะได้ห้องน้ำอยู่ 2 ห้อง

ขึ้นไปชั้นบนเป็นบันไดเวียนเท่ๆ สีดำ

ขึ้นมาชั้นบนแบ่งออกเป็น 2 ห้องด้วยกัน ห้องแรกคือห้อง Fitness ได้ขนาดพื้นที่ค่อนข้างกว้างเลย ส่วนจำนวนเครื่องออกกำลังกายมีให้อยู่ 3-4 เครื่องพร้อมมุม Weight Training

อีกห้องหนึ่งเป็นห้องนิติบุคคล และทางโครงการบอกว่าจะมีการจัดพื้นที่นั่งเล่นเพิ่มเติมให้กับลูกบ้านมานั่งเล่นพักผ่อนกันได้ เพราะด้วยขนาดพื้นที่แล้วค่อนข้างใหญ่มากสำหรับนิติบุคคลเลยจะแบ่งเป็นโซนย่อยสำหรับนิติบุคคลไป เพื่อให้พื้นที่ภายในได้ใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น ซึ่งปัจจุบันยังเป็นห้องโล่งอยู่แต่น่าจะมีมาตกแต่งให้ภายหลังค่ะ

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • อาคาร Clubhouse
  • สระว่ายน้ำ 1 สระ ระบบเกลือ แบ่งเป็น

  • สระผู้ใหญ่ (Lap Pool) ขนาด 5 x 15 ม.
  • สระเด็ก ขนาด 5.4 x 4.2 ม.
  • จากุชชี่ ขนาด 2.3 x 2.9 ม.

  • ห้องออกกำลังกายขนาด 35 ตร.ม. ใส่เครื่องออกกำลังกายประมาณ 3 เครื่อง พร้อมโซน Weight Training
  • พื้นที่สวนหย่อมในโครงการ 1 จุด รวมประมาณ 72 ตร.วา
  • ระบบ CCTV ที่ Main Gate และภายในโครงการ 8 จุด
  • รั้วรอบโครงการสูง 3 ม.
  • ถนนหลักกว้าง 9 ม.
  • Key Card Access ระยะไกล (Easypass)
  • เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง
  • ประตูรั้วโครงการแบบ รั้วกั้นไม้กระดก
  • แบบบ้าน

    BaanPuripuri Courtyard พัฒนาการ เป็นโครงการทาวน์โฮมจัดสรรที่ออกแบบมาในรูปแบบที่ “แตกต่าง” จากโครงการจัดสรรทั่วไปอย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวชัดเจนทีเดียวนะคะ ซึ่งสิ่งที่แตกต่างนั้นก็คือ “การที่มี Private Courtyard อยู่ใจกลางตัวบ้าน” ซึ่งในมุมมองของเราคิดว่านอกจากความแตกต่างแล้ว ยังสามารถแก้ปัญหา Pain Point ของชาวทาวน์โฮมทั่วไปที่อยากได้พื้นที่สีเขียว แต่ไม่มีพื้นที่สำหรับพื้นที่สีเขียวที่สามารถใช้ได้จริง ไม่ใช่เป็นแค่สวนเล็กๆ หน้าบ้าน

    Concept Overview ของโครงการนี้ เริ่มต้นมาจากต้องการพื้นที่สีเขียวที่ใช้ได้จริงให้กับทาวน์โฮมและยังต้องได้ความเป็นส่วนตัวด้วย จึงเป็นที่มาของการวาง Layout บ้านแบบนี้ โดยนึกภาพเป็นทาวน์โฮมก้อนเดียวยาวๆ จากนั้นหั่น 3 โซนและดึงโซนตรงกลางที่เดิมเป็นอาคาร Indoor ออก และทำเป็นพื้นที่สวน Outdoor หรือที่เรียกว่า Courtyard และเพิ่มเติมการเล่นระดับพื้นให้มีลูกเล่นของ Space มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นทั้ง Indoor และ Outdoor

    จุดที่น่าสนใจของการออกแบบ

    • Courtyard ใจกลางบ้านแบบส่วนตัวและเป็นพื้นที่ที่สามารถใช้งานได้จริง ความแตกต่างจะต่างกับสวนหน้าบ้านที่เราจะมีรูปแบบการใช้เพื่อบังสายตาจากเพื่อนบ้านด้วยส่วนหนึ่งแต่อันนี้คือสวนที่เราสามารถมานั่งเล่นใต้ร่มไม้ได้ตลอด
    • การทำ Courtyard ตรงกลาง ทำให้ลดความสำคัญของกระจกหน้าและหลังบ้านที่ติดกับเพื่อนบ้านหรือที่ดินของบุคคลอื่นลง เพราะความสำคัญของกระจกคือช่วยให้แสงสว่างเข้าถึงภายในบ้านได้ แต่ตำแหน่งกระจกหน้า-หลังบ้าน ก็แลกมากับความเป็นส่วนตัวด้วย พอโครงการนี้ทำเป็นช่องวางกลางบ้าน จึงทำให้แสงเข้าที่ช่องว่างด้านบนแทนเลย ดังนั้นหน้า-หลังบ้านก็ไม่จำเป็นต้องเปิดรับแสงตลอดเวลาก็สามารถทำได้
    • การพัดผ่านของลม ด้วยหลักการของลมที่พัดผ่านคือ มีทางเข้าแล้วต้องมีทางออกของลม ซึ่งพอมี Courtyard ที่เป็นช่องว่างตรงกลาง ก็เป็นการเปิดทิศทางเข้า-ออกของลมมากขึ้น บรรยากาศภายในจึงได้ความ Flow เป็นพิเศษกว่ารูปแบบทาวน์โฮมปกติ

    พูดถึงหน้าตาของหน้าบ้านกันก่อนนะคะ จริงๆ แล้วทาวน์โฮมจะมีทั้งหมด 3 แบบด้วยกัน แต่ทั้ง 3 แบบนั้นหน้าตาภายนอกจะเหมือนกันเลย สิ่งที่สะดุดตาทุกคนคงไม่พ้น กระเบื้องโมเสคสีทองและเงินวาวๆ สะท้อนกับแสงแดด การออกแบบนี้เราเข้าใจว่าทางโครงการต้องการให้บ้านมีเอกลักษณ์ที่สามารถจดจำได้ ส่วนตัวโครงการเล่าว่าต้องการให้สอดคล้องไปกับบริบทของอาคารด้วย เพราะมีการปลูกดอกไม้เลื้อยอย่างเหลืองชัชวาลที่มีดอกเป็นสีเหลือง จะได้ดูกลมกลืนกันไป ถ้าเป็นเช่นนั้นในความเห็นส่วนตัวเราคิดว่าสีเหลืองจะค่อนข้างโดดไปอีกเฉดนึงเลยโดยเฉพาะตอนสะท้อนกับแดด แต่ถ้าต้องการความเป็นเอกลักษณ์เราว่าทำออกมาได้ดี จำภาพได้ง่าย

    ทาวน์โฮมที่นี่อย่างที่เราบอกไปก่อนหน้าคือมีให้เลือกอยู่ 3 แบบด้วยกัน หน้ากว้างเท่ากันหมดคือ 5.35 ม. แต่ความลึกแตกต่างกันไปค่ะ
    – Type M มีความลึก 18 ม.
    – Type L มีความลึก 21 ม.
    – Type XL มีความลึก 22 ม.
    ด้วยความลึกที่แตกต่างกันไปนั้นทำให้ Layout บางจุดจะไม่ได้เหมือนกันทั้งหมด สิ่งที่ Type M จะต่างออกไปคือ ชั้นล่างมีพื้นที่สำหรับซักรีด แทนที่จะอยู่ด้านบน ส่วน Type L และ XL ต่างกันที่ขนาดของห้องเท่านั้นค่ะ นอกนั้น Layout อิงตามกันได้เลย

    วันนี้บ้านตัวอย่างที่เราจะพาไปดูก็คือ Type L ขนาด 276 ตร.ม. ที่ดิน 35.3 ตร.วา ซึ่งเป็นแบบบ้านที่มากที่สุดในโครงการกันนะคะ

    เริ่มต้นจากที่จอดรถ อย่างแรกก็ต่างจากโครงการจัดสรรทั่วไปที่เราเคยเจอกันแล้วคือที่นี่ ไม่มีประตูรั้วหน้าบ้านนะคะ ซึ่งสิ่งแรกที่คุณผู้อ่านต้องพิจารณาตัวเองคือเราโอเคไหมกับดีไซน์ไม่มีรั้วบ้าน… โดยการทำแบบนี้มีข้อดีอยู่นะคะ สำหรับเราที่เป็นคนไม่ชอบการมานั่งเปิดปิดรั้วบ้าน โดยเฉพาะทาวน์โฮมที่มีข้อจำกัดเรื่องพื้นที่ด้านกว้าง ถ้าสังเกตทาวน์โฮมทั่วไปจะใช้ประตูบานพับก็เพราะพื้นที่ไม่พอนั่นเอง รูปแบบนี้ปรับเป็นประตูอัตโนมัติก็ไม่ได้ นั่นคือความไม่สะดวกในการใช้งาน การไม่มีรั้วเลยก็ไม่เสียเวลามาเปิด-ปิดดี อีกอย่างคือเราสามารถจอดรถคันยาวได้สบายมากขึ้น บางที่ความลึกของที่จอดรถไม่มากนัก ท้ายรถอาจจะเลยมาหน่อย ซึ่งถ้ามีรั้วก็ไม่สามารถปิดรั้วได้ กรณีนี้ก็ทำให้จอดรถได้ 2+2 โอเคอยู่

    ส่วนสิ่งที่เรามักจะ Concern กันก็คือเรื่องความปลอดภัยหน้าบ้าน เพราะต้องยอมรับว่าการอยู่อาศัยของคนไทยเรา มักจะต้องมีรั้วรอบขอบชิดกัน เนื่องจากกังวลในความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย ทางโครงการเลยให้ CCTV มาเป็นมาตรฐาน 2 จุด ของตัวบ้าน ส่วนถ้าพูดถึงความเป็นส่วนตัว เราว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะมองจากหน้าบ้านมาก็ไม่เห็นอะไรเลยในตัวบ้าน ประตูก็ทึบทั้งหมดอยู่แล้วค่ะ

    ประตูหน้าบ้านทางโครงการเลือกเป็นประตูไม้สักจริงบานใหญ่ไว้ให้ ติด Digital Door Lock และ CCTV บริเวณทางเข้าประตู

    เข้ามาจะเป็นส่วนที่เราเรียกเองว่า Walk Way ความกว้างประมาณ 90 ซม. ความน่าสนใจมุมนี้คือมี Detail ด้านข้างที่เจาะผนังให้เป็นช่องสำหรับ Built-in ชั้นวางรองเท้าได้ ส่วนด้านบนมุมนี้จะเป็นบันไดเหล็กที่เชื่อมไปยังโซนห้องนอนด้านบน

    พื้นบริเวณนี้เป็นพื้นกระเบื้องสลับกับพื้นทรายล้างเล่นโทนสีเทาหลายเฉดนะคะ ด้านข้างเป็นผนังทาสีฉาบเรียบมีเซาะร่องให้เป็นดีเทลน่าสนใจมากขึ้น และยังช่วยเรื่องรอยแตกร้าวของผนังได้ด้วย

    **จุดนี้เป็นจุด Outdoor ที่อยู่ภายในบ้านแล้วนะคะ ดังนั้นเราจะเห็น Detail อย่าง Floor Drain หรือจุดระบายน้ำอยู่ กรณีเผื่อว่าเราไม่ได้ปิดผ้าใบด้านบน ฝนตกน้ำก็สามารถระบายได้อยู่ค่ะ

    ขึ้นมาที่ชั้น 1 ครึ่ง (ขอเรียกแบบนี้แล้วกันนะคะ เพราะบ้านที่นี่เล่นระดับอยู่พอสมควร รูปแบบนี้เราเรียกว่า Spilt Level ค่ะ) ซึ่งบริเวณนี้จะเป็นระเบียงหมายเลข 3 (ถ้าดูตามรูป Plan ของโครงการ)

    ภายในห้องนี้เป็นพื้นที่โล่งเลยค่ะ ไม่ได้มีการกั้นพื้นที่เป็นโซนให้นะคะ แต่จะมีมุมครัวที่ทางโครงการจะเดินงานระบบท่อน้ำต่างๆ และปลั๊กไฟไว้ให้เรียบร้อยค่ะ พูดถึง Spec ในห้องนี้ ฝ้าเพดานจะอยู่ที่ 2.7 ม. นับว่าค่อนข้างโปร่งทีเดียว ได้แอร์แบบ Cassette type ฝังฝ้า พื้นเป็นพื้นแกรนิตโต้เล่นลาย

    มาพูดถึงฟังก์ชันการใช้งานห้องนี้กันต่อ ด้วยความที่ห้องนี้จะไม่ได้มีการกั้นพื้นที่ใดใดให้เลยยกเว้นห้องน้ำนะคะ เราคิดว่าสามารถจัดฟังก์ชันได้อิสระมากๆ ไม่จำเป็นต้องเป็นห้องกินข้าว ห้องครัว ห้องทำงานก็ได้ สามารถทำเป็น Private Studio ของตัวเองเลยก็น่าสนใจ เพราะถูกแยกโซนจากห้องนอน ห้องนั่งเล่น ชัดเจนแล้ว ดังนั้นถ้ากรณีมีแขกมาห้องนี้บ่อยๆ สมาชิกในบ้านคนอื่นก็ไม่ได้ถูกรบกวนเลย

    มุมครัวที่ทางโครงการเดินงานระบบไว้ให้ก็คงจะเป็นมุมเดียวที่ Fix ตายตัวว่าเราควรจะทำ Counter ตรงส่วนนี้นะ เพียงแต่หน้าตาของ Counter ก็ขึ้นอยู่กับ Design และความชอบของเราได้เลย รวมไปถึงจะกั้นเป็นครัวปิดก็ย่อมทำได้เช่นเดียวกัน

    ส่วนห้องน้ำในชั้นนี้เป็นห้องที่สามารถอาบน้ำได้ด้วยนะคะ มีมุมพื้นที่อาบน้ำรับรองไว้ให้เรียบร้อย แยกโซนเปียกและแห้งชัดเจน สุขภัณฑ์ที่นี่เลือกใช้ Cotto และ TOTO เป็นมาตรฐาน

    ห้องน้ำทุกห้อง ยกเว้นห้องน้ำใน Master Bedroom ที่จะไม่ได้อยู่ติดกับผนังภายนอก ดังนั้นจึงเป็นห้องน้ำที่ไม่มีหน้าต่าง พวกข้อจำกัดของห้องน้ำแบบนี้คือเรื่องการระบายอากาศและความชื้นต่างๆ ซึ่งทางโครงการก็แก้ปัญหาเหล่านี้ด้วยการติดตั้งเครื่องดูดอากาศมาให้เรียบร้อยในทุกห้อง

    ถัดเข้ามาจากส่วนครัวและพื้นที่รับประทานอาหาร ทางบ้านตัวอย่างกั้นโซนอีกโซนเป็นห้องทำงานไว้ให้ดูเป็นไอเดียขนาดพื้นที่ส่วนนนี้ค่อนข้างกว้างนะคะ และได้แสงสว่างมากจากฝั่งหลังบ้านทำให้บ้านดูโปร่งมากขึ้นดี

    มุมหลังบ้านที่นี่ออกแบบให้เป็นพื้นที่สวนขนาดเล็กและมุมซักล้างหลังบ้านนะคะ จะแตกต่างจากมุมสวนหลังบ้านขนาดใหญ่จากโครงการก่อนหน้าของ BaanPuripuri

    โซนหลังบ้านที่เป็นมุมซักล้างทางโครงการจะลงเสาเข็มสั้นไว้ให้ มี Tank น้ำให้เป็นมาตรฐาน

    ติดๆ กันทางโครงการออกแบบให้ห้องนี้เป็นห้องน้ำสำหรับแม่บ้านโดยเฉพาะ แต่จะไม่ได้ติดตั้งสุขภัณฑ์ไว้ให้นะคะ เพียงแต่มีการเดินงานระบบไว้รองรับ อันนี้เรามองว่าดีที่ยังไม่ติดตั้งโถสุขภัณฑ์ต่างๆ ไว้ให้ เพราะบางบ้านอาจจะไม่ได้ทำห้องนี้ไว้สำหรับเป็นห้องน้ำแม่บ้าน แต่สามารถใช้ห้องนี้เป็นห้องเก็บของอื่นๆ ได้ ซึ่งถ้าจะทำเป็นห้องน้ำแม่บ้านจริงๆ สุขภัณฑ์ที่มาติดตั้งก็ใช้ค่าใช้จ่ายไม่กี่พัน

    สวนตรงนี้เป็นพื้นดินปกตินะคะ ไม่ได้ทำพื้นลงเสาเข็มให้ เราสามารถแต่งสวนและจัดสวนได้เอง

    มาดูที่ Highlight โครงการกันต่อก็คือบริเวณ Courtyard ใจกลางบ้านนั่นเองค่ะ ลักษณะของ Courtyard อันนี้หลายคนอาจจะเข้าใจว่าเป็นสวนหย่อมปลูกต้นไม้กลางบ้าน แต่จะพูดแบบนั้นก็ไม่เชิงถูกต้องเสียทีเดียวนะคะ จากมุมมองเราคิดว่าพื้นที่นี้รูปแบบการใช้งานจะเป็นการจัด พื้นที่นั่งเล่นแบบ Semi-Outdoor ที่เราสามารถใช้งานได้จริง มีปฏิสัมพันธ์กับพื้นที่นั้นๆ เช่น การมานั่งเล่น อ่านหนังสือ พูดคุยกัน ไม่ใช่เป็นเพียงสนามหญ้ากับต้นไม้เท่านั้น อันนี้คือสิ่งที่เรามองว่าดี

    ส่วนการออกแบบพื้นที่นี้ให้น่าสนใจมากขึ้นคือทางเล่นระดับพื้นด้วยขั้นบันได ก็ทำให้มีลูกเล่นมากขึ้น และกลายมาเป็นที่นั่งได้ไปในตัวด้วย

    มาพูดถึงความสูงของพื้นที่ส่วนนี้ก็คือสูงตั้งแต่ชั้น 1 ขึ้นไปถึงหลังคาเลย รวมๆ แล้วโดยประมาณคร่าวๆ อยู่ที่ 12 ม. เลย ทำให้บรรยากาศส่วนนี้โปร่งมากทีเดียวค่ะ และถ้าดูจากรูปจะเห็นว่าไม่ว่าเราจะอยู่ชั้นไหนก็ตามของบ้านก็สามารถมองเห็น Courtyard ตรงนี้ได้

    ** ดอกจันนำหน้าไว้ก่อนเลยว่ามุมนี้ส่วนสำคัญที่ทำให้ใช้พื้นที่ได้จริงคือ หลังคาผ้าใบ ที่ทางโครงการก็จะทำให้ด้วยเป็นมาตรฐาน ลักษณะเป็นผ้าใบโครงเหล็ก เลื่อนด้วยรูปแบบ Roller และใช้รีโมทในการเปิด-ปิด ซึ่งตัว Motor จะรับประกันให้ 1 ปี ส่วนผ้าใบรับประกัน 10 ปี (การรับประกันสามารถติดต่อกับบริษัทหลังคาผ้าใบได้โดยตรง)

    มาพูดถึงฟังก์ชันของหลังคาผ้าใบที่ส่งผลให้พื้นที่ Courtyard ใช้งานได้จริงกันต่อ การทำแบบนี้เรามองว่าทำให้ Courtyard มีความยืดหยุ่นในการใช้งานมากขึ้นโดยจะเป็นพื้นที่ Outdoor ก็ได้ เป็นพื้นที่ในร่ม (Semi-Outdoor) ก็ได้ รวมถึงเหมาะกับการใช้งานในสภาพภูมิอากาศบ้านเราที่เป็นร้อนชื้น ฝนตก ได้ดีมากขึ้น

    บริเวณ Courtyard นั้นจะมีพื้นที่ให้ปลูกต้นไม้แบบลงดิน 2 จุดด้วยกัน ซึ่งทางโครงการจะทำเป็นลักษณะกระถางขนาด 1 x 1 ม. (โดยประมาณนะคะ) และมีความลึกประมาณ 1.2-1.5 ม. ซึ่งเป็นความลึกที่สามารถปลูกต้นไม้ใหญ่ได้อยู่ค่ะ ซึ่งทางโครงการเค้าจะมีพันธุ์ไม้แนะนำให้ด้วยนะคะ

    ส่วนระบบที่รองรับการปลูกต้นไม้นั้นก็จะมีการเดินสายสปริงเกอร์ให้เป็นมาตรฐาน และระบบระบายน้ำรองรับค่ะ ซึ่งนอกจากจะปลูกต้นไม้แล้ว ก็ยังสามารถทำเป็นบ่อน้ำเลี้ยงปลาแทนได้เช่นกัน
    มาพูดถึงกรณีที่เราอยากจะปลูกไม้ใหญ่สูงพอๆ กับที่บ้านตัวอย่างทำ คำถามแรกๆ ในหัวคือจะเอาต้นไม้เข้ายังไงได้บ้าง ซึ่งจริงๆ แล้วโครงการนี้เราว่าไม่ยากนะคะ เพราะสามารถใช้เครนในการขนข้ามหลังคาลงมาได้ค่ะ เพียงแต่ค่าใช้จ่ายก็จะสูงขึ้นอีกหน่อย

    เดินขึ้นมาอีก Step หนึ่งจะเป็นห้องนั่งเล่นของบ้าน ซึ่งห้องนี้จะเป็นห้องที่ได้ฝ้าเพดานสูงถึง 5.7 ม. และช่องแสงทั้งสองฝั่งสูงตั้งแต่พื้นถึงฝ้าเพดานเลยค่ะ เลยได้บรรยากาศที่โอ่โถงทีเดียว

    ห้องนี้ขนาดเต็มพื้นที่หน้ากว้างบ้านคือ 5.35 ม. ภายในจัดวางชุดโซฟา เก้าอี้ได้เต็มที่สบายๆ เลยค่ะ ทั้ง 2 ฝั่งของห้องได้ประตูบานเลื่อนรับลมทั้ง 2 ฝั่งเลย ทำให้ได้บรรยากาศเหมือนศาลานั่งเล่นติดกับสวนของบ้านที่มีพื้นที่แนวราบ เพียงแต่อันนี้ปรับเป็นแนวตั้งเท่านั้นเอง และเมื่อปิดประตูบานเลื่อนทั้ง 2 ฝั่ง ก็ทำเป็นห้อง Indoor ได้

    ติดกับห้องนั่งเล่นนี้ บริเวณฝั่งหน้าบ้านจะเป็นกระถางปูนที่ทำให้พร้อมปลูกต้นไม้ให้เป็นมาตรฐานเลยนะคะ มีต้นลีลาวดีและเหลืองชัชวาล ส่วนเรื่องการรดน้ำต้นไม้และดูแลต่างๆ ทางโครงการมีการเดินระบบสปริงเกอร์  + Timer ไว้ให้เรียบร้อย ไม่จำเป็นต้องรดน้ำเอง แค่ตั้งเวลาในการรดน้ำก็เพียงพอค่ะ

    บรรยากาศที่เชื่อมต่อระหว่างภายในและภายนอก

    เมื่อเปิดประตูทั้ง 2 ฝั่ง ตรงนี้ลม Flow ดีมาก

    ถัดมาจะเป็นโซนห้องนอนแล้วนะคะ ซึ่งโซนนี้ก็จะต้องขึ้นบันไดไป โดยลักษณะของบันไดจะเป็นบันไดเหล็ก ลูกนอนพ่นทรายล้าง การใช้งานก็จะเป็นบันไดแบบ Outdoor นั่นเองนะคะ

    บันไดที่นี่จะเป็นบันไดที่ยิงตรงยาวๆไปเลย ไม่มีชานพัก ไม่หักศอกใดๆ ซึ่งหลายคนอาจจะไม่ชอบตรงที่ไม่มีชานพักนะคะ แต่การทำแบบนี้ก็มีข้อดีเหมือนกันคือ ไม่กินพื้นที่ใช้สอยอื่นๆ เมื่อเทียบกับบันไดรูปแบบอื่นๆ เช่น บันไดรูปตัว U, L เป็นต้น เมื่อไม่กินพื้นที่ใช้สอยแล้วก็ทำให้ห้องอื่นๆ ที่ใช้งานได้ขนาดที่กว้างมากขึ้น

    สำหรับชั้นที่ 2 จะเป็นห้อง Master Bedroom ทั้งชั้นนะคะ โดยลักษณะห้องนี้เป็นห้องโล่ง ไม่ได้มีการกั้นโซนห้องนอนและห้องนอนนะ แต่จะต่างกันที่วัสดุพื้นที่ได้ อย่างโซนห้องนอนจะเป็นพื้นไวนิลแบบคลิ๊กล็อคลายไม้ (วัสดุนี้ดูเหมือนไม้มากๆ แต่ทนน้ำและปลวกไม่กิน)

    ด้วยขนาดแล้วสามารถวางเตียง 5-6 ฟุตได้ รวมถึงมีพื้นที่ด้านข้างที่สามารถจัดเป็นพื้นที่นั่งเล่นหรือมุมทำงานส่วนตัวได้ด้วยค่ะ

    มุมที่ติดกับ Courtyard จะได้เป็นหน้าต่างบานเลื่อนรับวิวต้นไม้และแสงธรรมชาติได้ดี

    สำหรับบ้านมาตรฐานอย่างที่บอกไปว่าจะไม่ได้มีกั้นโซนพื้นที่นอนและห้องน้ำให้มานะคะ แต่ลูกบ้านสามารถไป Built-in และกั้นโซนเองได้เลย เช่นเดียวกับบ้านตัวอย่างที่ทำมาให้ดู ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วเราก็แนะนำให้กั้นโซนนะคะ เพราะต้องยอมรับว่าห้องน้ำเองก็จะมีความชื้นที่มากกว่าห้องนอน แม้จะเป็นห้องน้ำในโซนแห้งก็ตาม เพื่อลดความชื้นในห้องนอนลงกั้นโซนน่าจะเหมาะสมกว่าค่ะ

    ก่อนเข้าไปดูพื้นที่โซนแห้งในห้องน้ำ จะมีพื้นที่ใต้บันไดที่ก็จะมีทำประตูไว้เป็นห้องสำหรับเก็บของได้ด้วย

    ถัดเข้ามาที่ห้องน้ำ ถ้าดูจากรูปแล้วจะเห็นว่าการออกแบบห้องโซนแห้งที่นี่แตกต่างจากห้องน้ำโครงการจัดสรรทั่วไปนะคะ เพราะเค้าใช้พื้นที่นี้ร่วมกับ Walk-in Closet ไปในตัว ลักษณะการดีไซน์แบบนี้ส่วนใหญ่จะเห็นในบ้าน Luxury พื้นที่ใช้สอยเยอะ ซึ่งที่เราค่อนข้างประทับใจคือการที่เป็นทาวน์โฮม หน้าก็ไม่ได้กว้างมาก 5.35 ม. แต่ทำให้พื้นที่ส่วนนี้ดูใหญ่และกว้างได้ดีทีเดียว

    มาพูดถึงการใช้งานจริงบ้าง ต้องยอมรับว่าเป็นห้องน้ำที่โซนแห้งที่ออกแบบมาให้แห้งจริงๆ นะคะ เพราะถ้าไม่แห้งจริงส่วนนี้จะมีปัญหาเรื่องความชื้นได้อยู่ ซึ่งปัญหาความชื้นที่เรากังวลนั้นจากที่ดูแล้วทางโครงการก็มีติดตั้งเครื่องปรับอากาศมาให้เพิ่มเติมจากเครื่องดูดอากาศด้วย ก็จะช่วยลดความชื้นไปได้ระดับหนึ่ง

    สำหรับ Walk-in Closet นี้ทางโครงการไม่ได้ทำมาให้นะคะ เราต้อง Built-in เอง ดังนั้นเรื่องฟังก์ชันการใช้งาน อยากได้เป็นบานเปิด บานปิดแบบไหนก็ให้ Interior ส่วนตัวดีไซน์เองได้เลย หรือถ้ากังวลเรื่องความชื้นต่างๆ ที่อาจจะมาทำลายกระเป๋าแบรนด์เนมได้ ก็สามารถกั้นเป็นห้องแต่งตัวไปเลยก็ได้เช่นกันค่ะ เพราะบริเวณนี้พื้นที่ค่อนข้างมากอยู่แล้วเลยมีพื้นที่ให้สามารถจัดสรรได้พอสมควร

    อีกมุมจะเป็นโซนเปียกซึ่งฝั่งซ้ายของรูปคือห้องอาบน้ำ ฝั่งขวาของรูปคือห้องโถสุขภัณฑ์

    ตรงกลางเป็นตำแหน่งของ Bath Tub จาก COTTO ที่ทางโครงการให้มาเป็นมาตรฐาน มีติดตั้งเครื่องทำน้ำร้อนไว้ให้ด้วย

    อีกมุมคือมุมอ่างล้างมือ ทางโครงการ Built-in ชั้นวางขนาดใหญ่ให้ และมีตู้กระจกยาวไว้ให้เป็นมาตรฐาน ส่วนอ่างล้างมือนี้จาก TOTO

    มุมห้องอาบน้ำ มีทำพื้นที่นั่งอาบไว้ให้ด้วยนะคะ ส่วนฝักบัวจะได้ทั้งรูปแบบ Hand Shower และ Rain Shower จาก OVAL

    ส่วนภายในห้องน้ำก็จะเป็นมุมโถสุขภัณฑ์จาก COTTO และฝั่งตรงข้ามเจาะช่องให้สำหรับใช้วางของต่างๆ ได้

    ขึ้นมาที่ชั้น 3 กันแล้ว พอขึ้นมาก็จะเป็นโซนหลังบ้านนะคะ โดยจากรูปเรียงจากซ้ายไปขวา คือห้องซักรีดและห้องนอนที่ 3

    เข้ามาในห้องซักรีดในบ้านมาตรฐานจะเป็นห้องโล่ง ติดกับระเบียงซักล้าง โดยห้องนี้มีการเดินงานระบบไว้รองรับในการวางเครื่องซักผ้าให้เรียบร้อยนะคะ พูดถึงการเลือกวางห้องซักรีก ซักล้างที่ปกติมักจะอยู่ชั้นล่างบริเวณหลังบ้านมาที่ชั้น 3 นี้มีข้อดีและข้อเสียอะไรบ้าง อย่างแรกสำหรับข้อดีคือ ทำให้ชั้นล่างได้สวนถึง 3 จุด มีมุมพื้นที่สีเขียวชั้นล่างมากขึ้น และชั้นล่างดูสวยงามมากขึ้นเมื่อเราเลือกวางห้อง Service ต่างไว้ที่อื่นแทน
    ส่วนคนที่ไม่น่าจะเหมาะกับบ้านที่เลือกวางห้องซักรีดไว้ชั้นบน คงจะเป็นคนที่มีการจ้างแม่บ้านรายวัน / ทั่วไป มาซักผ้าอยู่และต้องการความเป็นส่วนตัวไม่อยากให้ขึ้นไปซักถึงชั้น 3 เดินผ่านห้องนอนต่างๆ ไป

    บรรยากาศภายในห้องนอนเล็ก สามารถวางเตียง Size 5 ฟุต บวกกับตู้เสื้อผ้าในตัวได้

    ภายในห้องนอนเล็กมีห้องน้ำส่วนตัวแยกโซนเปียกและโซนแห้ง

    เข้ามาดูในส่วนห้องนอนที่อยู่ฝั่งหน้าบ้านกันต่อ

    ห้องนี้จริงๆ จะทำเป็นห้องอื่นที่ไม่ใช่ห้องนอนก็ได้นะคะ เพราะสำหรับห้องนี้ทางโครงการตั้งใจให้สามารถ Flexible ได้ โดยจะทำเป็นห้องนอนหรือห้องทำงานต่างๆ ก็ได้เช่นกันค่ะ

    ที่บอกแบบนี้ก็เพราะว่าผนังฝั่งที่ติดกับบันไดบ้านทางโครงการจะไม่ได้ให้มาเป็นมาตรฐาน บ้านมาตรฐานผนังส่วนนี้จะโล่งแบบไม่มีอะไรเลย ซึ่งถ้าคุณผู้อ่านอยากได้ผนังก่อ หรือ ทำเป็นกระจกต่างๆ ก็สามารถทำได้แต่จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

    สุดท้ายคือบรรยากาศในห้องน้ำภายในห้องนอนก็แยกโซนเปียกและแห้งไว้ให้เรียบร้อยเช่นกันค่ะ

    **รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

    ราคา

    29 September 2020

    • Type M ความลึก 18 ม. ที่ดินมาตรฐาน 32 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 241 ตร.ม.
      – 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 4 ที่จอดรถ
      – ราคาเริ่มต้น 14.7 ล้านบาท
    • Type L ความลึก 21 ม. ที่ดินมาตรฐาน 35.3 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 276 ตร.ม.
      – 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 4 ที่จอดรถ
      – ราคาเริ่มต้น 16.2 ล้านบาท
    • Type XL ความลึก 22 ม. ที่ดินมาตรฐาน 41.2 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 298 ตร.ม.
      – 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 4 ที่จอดรถ
      – ราคาเริ่มต้น 17.9 ล้านบาท
    • จองและทำสัญญา 100,000 บาท
    • ดาวน์ และ ผ่อนดาวน์
      – เฟส 1 ผ่อนดาวน์ 2 งวด ไซส์ L ผ่อนดาวน์ 60,000 บาท XL ผ่อนดาวน์ 100,000 บาท
      – เฟส 2 ผ่อนดาวน์ 7 งวด เดือนละ 60,000 บาท
    • ที่ดินเพิ่มลด ราคาตารางวาละ 190,000 บาท
    • ค่าส่วนกลาง 100 บาท/ตร.วา/เดือน จัดเก็บล่วงหน้า 2 ปี
    • ค่าจดจำนอง ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ
    • ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์ ผู้ซื้อแล้วผู้ขายชำระฝ่ายละครึ่ง
    • ค่าประกัน มิเตอร์ไฟฟ้า ประปา ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ

    **ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ

    บทสรุป

    BaanPuripuri Courtyard พัฒนาการ โครงการทาวน์โฮม 3 ชั้นที่เรียกว่าแตกต่างจากโครงการทาวน์โฮมจัดสรรที่เราเห็นกันทั่วไปชัดเจนมาก เราคิดว่าเป็น 1 ในวิธีการออกแบบที่สามารถแก้ข้อจำกัดของคำว่า ทาวน์โฮม ที่มีลักษณะคล้ายตึกแถวและไม่มีเนื้อที่ดินที่ทำเป็นส่วน Courtyard Outdoor ได้มากเทียบเท่ากับบ้านที่มีที่ดินรอบข้างมากกว่า เพราะที่นี่เป็นทาวน์โฮมที่สามารถมี Courtyard ขนาดใช้ได้จริงของตัวเองได้ ซึ่งบวกกับงานดีไซน์เข้ามาช่วยเพิ่มคุณภาพของฟังก์ชัน Courtyard ให้เหมาะสมและเข้าไปใช้ เข้าไปอยู่ได้จริง ที่แตกต่างจากสวนมีสนามหญ้าหน้าบ้านไว้เน้นดูวิว หรือบังสายตา ด้วยการทำเป็น Landscape ที่มีที่นั่ง / บันได / และออกแบบตำแหน่งของการวางต้นไม้ไว้ให้ ใจกลางบ้าน ได้ความเป็นส่วนตัวไม่มีคนภายนอกมองเห็นสวนส่วนตัวในบ้านเรา ทำให้ทาวน์โฮมที่นี่ตอบโจทย์กลุ่มคนที่ต้องการ พื้นที่ Outdoor + สวน + ส่วนตัว ได้ค่อนข้างน่าสนใจทีเดียวค่ะ เราเชื่อว่าข้อดีและความสวยของงานดีไซน์ที่นี่ทุกคนน่าจะได้อ่านจากตอนที่เราพาไปดูบ้านตัวอย่างกันแล้ว ในบทสรุปครั้งนี้เราจะขอขยายเรื่องที่เราควรพิจารณาเพิ่มเติม…

    อย่างแรกคือการได้มาซึ่ง Courtyard ส่วนตัวภายในนั้น ก็มีปัญหาที่ต้องถูกแก้เพื่อที่จะได้พื้นที่นี้มาคือ สภาพภูมิอากาศบ้านเรา ที่ร้อนชื้น ฝนตก คงไม่มีใครอยากให้ฝนตกลงกลางบ้าน หรือแดดร้อนแล้วกางร่มไม่ได้ ดังนั้นทางโครงการจึงทำหลังคาผ้าใบแบบรีโมทมาเพื่อให้เหมาะกับการอยู่อาศัยในสภาพภูมิอากาศบ้านเรามากขึ้น มุมมองเรามองว่าแก้ปัญหาได้จบดี ไม่รวมเรื่อง Maintenance อย่างที่ 2 คือ การติดตั้งระบบสปริงเกอร์ให้น้ำต้นไม้ + ระบบระบายน้ำส่วน Courtyard ต้องเดินระบบมาอย่างดี เพื่อให้การใช้งานส่วนนี้มีประสิทธิภาพ ไม่มีน้ำขังต่างๆ เพราะสิ่งเหล่านี้จะนำพวกความชื้นต่างๆ รวมถึงยุง แมลง มามากขึ้นด้วย ซึ่งส่วนตัวเราเห็นว่าทางโครงการก็มีการเดินพวกท่อระบายน้ำตามจุดต่างๆ ไว้ให้ระดับหนึ่ง บวกกับการออกแบบเดินสปริงเกอร์ในการให้น้ำต้นไม้มาเรียบร้อยแล้ว แต่ตอนตรวจรับบ้านก็ควรจะทดลองเรื่องการระบายน้ำโดยใช้เครื่องฉีดน้ำแรงดันดูทิศทางการไหลและน้ำขังอย่างละเอียด

    อย่างที่ 3 คือ เราต้องเข้าใจ Lifestyle ของตัวเองด้วยว่าตรงและเข้ากับงานดีไซน์นี้ไหม? เพราะส่วนตัวเรามองว่าการออกแบบบ้านที่นี่ต้องเป็นคนที่ชอบพื้นที่ Outdoor จริงๆ นะ ดูจาก Circulation ทั้งหมดภายในบ้าน ศูนย์กลางที่ต้องเจอเลยคือ Courtyard ตรงกลางนี้ ลองคิดภาพตามในลักษณะการเดินไปยังห้องต่างๆ ในบ้าน (หน้าบ้าน > Courtyard > ครัว > Courtyard > ห้องนั่งเล่น > Courtyard > ห้องนอน) ไม่ว่าจะย้ายตัวเองไปฟังก์ชันไหนก็จะเจอกับ Courtyard ตรงกลางที่เป็น Outdoor / Semi-Outdoor ดังนั้นตอนไปบ้านตัวอย่างลองจินตนาการการใช้งานของเราไปด้วยนะคะ

    และสุดท้ายคือเป็นคนที่โอเคกับการขึ้นลง Step บันได ที่นับว่าค่อนข้างเยอะกว่าแบบบ้านในโครงการอื่นๆ แน่นอนว่าอาจจะเดินเหนื่อยกว่า แต่สิ่งที่แลกมาของการเล่นระดับพื้นแบบนี้ส่วนตัวเรามองว่าคุ้มค่า เพราะได้เรื่องของฝ้าเพดานสูง อย่างห้องนั่งเล่นสูงถึง 5.7 ม.เลย และการแบ่ง Zoning ที่ชัดเจนเป็นสัดส่วนในรูปแบบการแยกระดับพื้น ไม่ใช่แค่กั้นผนังห้องแยกเท่านั้น

    สุดท้ายจุดเด่นอีกจุดที่นอกจากแบบบ้านแล้ว คือ ทำเล โครงการหลังจากที่มีการวิเคราะห์ถกกันไปมาในทีมนักรีวิวของเราแล้ว ก็เห็นพ้องต้องกันว่า ทำเล โครงการนี้ได้ทำเลดี เดินทางเข้าเมืองไปโซนทองหล่อ-เอกมัย ใช้เวลาไม่นาน รถไม่ติดก็ 10-15 นาทีถึง ซึ่งนับว่าเป็นการเดินทางที่ใช้เวลาไม่นานเลยสำหรับโครงการแนวราบแบบนี้ แต่สิ่งที่เราถกกันคือ ในราคา 15-20 ล้านบาท เราซื้ออะไรได้บ้างในย่านนี้ คำตอบคือ เรายังสามารถซื้อทาวน์โฮมได้ในราคาที่ถูกกว่าและราคาเท่ากัน แต่…ก็จะเป็นรูปแบบบ้านที่ทั่วไป ไม่ได้มีงานดีไซน์ที่แตกต่างแบบนี้ หรือถ้าเป็นบ้านเดี่ยว ก็ต้องขยับไปโซนพัฒนาการตัดใหม่ ซึ่งบรรยากาศ สภาพแวดล้อม ก็มีความแตกต่างออกไปชัดเจน ดังนั้นสรุปสุดท้ายที่เป็นจุดเด่นของโครงการ BaanPuripuri Courtyard พัฒนาการ คือ 1. แบบบ้าน+งานดีไซน์ 2. ทำเลเดินทางเข้าใจกลางเมืองสะดวก นั่นเองค่ะ

    Judgement

    การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

    ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 40%, ความปลอดภัย 15%, การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 15%, วัสดุ 10%, พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 10%,  และสาธารณูปโภค 10%

    เทียบกับแพคเกจ 15-20 ล้านบาท, 29 September 2020

    • ทำเลและความสะดวกในการเดินทาง 9/10 – เดินทางเข้าโซนเอกมัย-ทองหล่อ สะดวกใช้เวลาไม่นาน มีความอุดมสมบูรณ์โดยรอบครบ
    • ความปลอดภัย 7.75/10 – ได้ครบตามมาตรฐาน พร้อมกับ CCTV ภายในตัวบ้าน แต่ไม่มีรั้วบ้านให้
    • การออกแบบและพื้นที่ใช้สอย 8.5/10 – การออกแบบได้น่าสนใจ มีจุดเด่น 
    • วัสดุ 7/10 – ให้มามาตรฐาน เทียบกับราคาที่จ่ายไป
    • พื้นที่สีเขียวและสภาพโครงการ 8/10 – สภาพบรรยากาศโครงการสมราคา เอาเสาไฟฟ้าลงดิน
    • สาธารณูปโภค 8/10 – ครบตามมาตรฐาน เพียงพอกับจำนวนยูนิต
    • 8.34 / 10.00

    BOTTOM LINE

    BaanPuripuri Courtyard พัฒนาการ เหมาะกับคนที่ชื่นชอบ Highlight Function คือ Courtyard ใจกลางบ้าน ที่เป็น Outdoor ตรงกลาง มี Lifestyle ที่ตรงกับการออกแบบนี้ ไม่ว่าจะเป็นการใช้พื้นที่ Outdoor มากกว่าแบบบ้านทั่วไป และ การเล่นระดับพื้นของบ้าน หาบ้าน 3 ห้องนอน แต่ได้ 4 ที่จอดรถ ในทำเลพัฒนาการตอนต้น เดินทางเข้าโซนทองหล่อ-เอกมัยได้สะดวก ใช้เวลาไม่นาน และมีงบประมาณ 15-20 ล้านบาท


    ติดตามพวกเราได้ที่
    Website : www.thinkofliving.com
    Twitter : www.twitter.com/thinkofliving
    YouTube : www.youtube.com/ThinkofLiving
    Instagram : www.instagram.com/thinkofliving
    Facebook : ThinkofLiving