รีวิวฉบับที่ 1988 ครั้งก่อนหน้าเราได้พาไปชมห้องตัวอย่างกันไปแล้ว แต่ครั้งนี้กลับมาในรูปแบบรีวิวฉบับเต็ม พร้อมบทวิเคราะห์กันไปเลยนะคะ กับโครงการ Walden ทองหล่อ 13 คอนโด Low Rise ในซอยทองหล่อ 13 ซอยที่ขึ้นชื่อเรื่องของกิน ร้านอาหารต่างๆ และใกล้กับโรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิทอีกด้วยค่ะ รายละเอียดเป็นอย่างไรติดตามในรีวิวนี้กันนะคะ

Fact @ 12 NOVEMBER 2019

  • Walden Thonglor 13 (วาลเด้น ทองหล่อ 13 )
  • Habitat Group list2 co.,ltd
  • LUXURY CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ : ซอยทองหล่อ 13 ถนนสุขุมวิท 55 เขต วัฒนา
  • ที่ดินประมาณ 1-0-23 ไร่
  • คอนโด Low Rise 8 ชั้น 1 อาคาร 122 ยูนิต
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 18 ยูนิต
  • ที่จอดรถประมาณ 79 คัน คิดเป็น 64%
  • เริ่มก่อสร้าง : Q1 2020
  • คาดว่าจะแล้วเสร็จ : Q4 2021
  • ห้องพักอาศัย

  • 1 bedroom 36 – 50 ตร.ม.
  • 1 bedroom plus 41 – 46 ตร.ม.
  • 2 bedroom 51 – 68 ตร.ม.

  • ฝ้าเพดานสูง 2.6 เมตร
  • ราคาห้องเริ่มต้น 6.9 ล้านบาท
  • ราคาต่อตารางเมตรเริ่มต้นประมาณ 184,000 บาท/ตร.ม.
  • ช่วงราคาต่อตารางเมตร ต่ำสุด – สูงสุดประมาณ 184,677 – 209,164 บาท/ตร.ม.
  • EIA (การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม) : ผ่านแล้ว
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • โทร : 091-713-1111
  • สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างค่ะ


    เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

    พิกัด Google Maps : 13.737658, 100.579051
    หรือสามารถ :  คลิกที่นี่

    ทำเลโครงการ Walden ทองหล่อ 13 จัดเป็นทำเลโครงการที่อยู่ในโซนตอนกลางของย่าน “ทองหล่อ” ซึ่งโซนตอนกลางนี้เรียกได้ว่าเป็นโซนที่โดดเด่นในเรื่องความอุดมสมบูรณ์ไม่ว่าจะเป็น Community Mall อย่าง The Commons, Seenspace, 72 Courtyard, The Taste Thonglor เป็นต้น รวมไปถึงร้านอาหารชื่อดังต่างๆ อีกด้วย นอกจากนี้ที่สำคัญคืออยู่ใกล้กับโรงพยาบาลชื่อดัง 2 โรงพยาบาลอย่าง โรงพยาบาลคามิเลียน และโรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิทอีกด้วยค่ะ

    ส่วนบรรยากาศของย่านทองหล่อนี้ จะเป็นแนว Lifestyle All Day All Night คือมีความคึกคักตลอดทั้งกลางวันและกลางคืนเลยนะคะ รวมไปถึงนอกจากคนไทยแล้วยังเป็นทำเลที่มีชาวต่างชาติอาศัยอยู่มากทีเดียวค่ะ โดยเฉพาะกลุ่ม Expat ชาวญี่ปุ่น

    ที่ตั้งโครงการ Walden ทองหล่อ 13 ตั้งอยู่ในซอยพร้อมพรรค ซึ่งเป็นซอยย่อยที่สามารถเข้าถึงได้ผ่านซอยทองหล่อ 13 และซอยทองหล่อ 25 โดยความน่าสนใจของตำแหน่งที่ตั้งโครงการนี้ หลักๆ ก็คือเรื่องความคึกคักที่มีร้านอาหารเรียงรายกันช่วงต้นๆ ซอยหลายร้านเลย รวมไปถึงมี Seenspace ด้วย ทำให้หลายคนเลือกที่ตั้งทำเลนี้เพราะเหตุผลเรื่องหาของกินง่าย สะดวก

    ถัดมาคือซอยนี้เป็นซอยที่หลายคนใช้เดินทางลัดไปยังโซนใกล้เคียงอย่าง พร้อมพงษ์ ได้สะดวกโดยไม่ต้องผ่านถนนสุขุมวิทที่รถติดประจำ สามารถไปลัดออกด้านหลัง The Emquartier ได้เลย ซึ่งเราลองจับเวลาดูก็จะใช้เวลาประมาณไม่เกิน 10 นาทีเองค่ะ เรียกว่าเป็นอีกห้างที่เดินทางจากโครงการไปได้สะดวก

    เราลองซูมซอยลัดที่คิดว่าลูกบ้านที่อยู่โครงการนี้น่าจะได้ใช้กันบ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็น การเข้า-ออกโครงการ สามารถเข้าได้ทั้งจากซอยทองหล่อ 13, ทองหล่อ 23 และทองหล่อ 25

    หรือการออกไปถนนเพื่อนบ้านอย่างเอกมัยก็สามารถเชื่อมกับทองหล่อ 10 ได้ไม่ยาก ในขณะที่จะออกสุขุมวิท หากกังวลเรื่องรถติดบนถนนทองหล่อเองก็สามารถเลือกใช้ซอยย่อยได้อีก 3 ซอย คือสุขุมวิท 39 (หลัง EmQuartier), สุขุมวิท 49 และสุขุมวิท 51

    สำหรับการเดินทางในวันนี้เราเริ่มต้นที่หน้าปากซอยทองหล่อจากนั้นขับตรงมาเรื่อยๆ แล้วเลี้ยวเข้าซอยทองหล่อ 13 จากนั้นเลี้ยวขวาเข้าซอยต่อศักดิ์ และเลี้ยวขวาอีกทีเข้าซอยพร้อมพรรค ลึกประมาณ 190 ม. ก็จะเห็นที่ดินโครงการแล้วค่ะ

    Image 1/9
    เริ่มต้นเส้นทางที่ถนนสุขุมวิท 55 หรือทองหล่อ

    เริ่มต้นเส้นทางที่ถนนสุขุมวิท 55 หรือทองหล่อ

    บรรยากาศบริเวณที่ตั้งโครงการรายล้อมด้วยอาคารพักอาศัยและบ้านพักอาศัยเกือบทั้งหมด ดังนั้นเรื่องความเงียบสงบในซอยจะมีอยู่พอสมควรนะคะ เรามาพูดถึงอีกเรื่องที่สำคัญคือเรื่องวิว ซึ่งจากที่ดูแล้วนะคะ ห้องฝั่งทิศตะวันออกและทิศเหนือจะได้วิวโปร่งโล่งอยู่นะคะ ซึ่งทิศเหนือนอกจากวิวโปร่งแล้วก็จะเป็นเรื่องแดด ที่ไม่ต้องรับแดดยามบ่าย ห้องจึงไม่อมความร้อนมากนัก

     

    สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

    • J Avenue ทองหล่อ
    • 72 Courtyard
    • The Commons ทองหล่อ
    • EmQuartier
    • Emporium
    • Ekkamai mall
    • Nihonmura
    • โรงเรียนนานาชาติ Wells
    • โรงเรียนนานาชาติ Bangkok Prep
    • โรงเรียนนานาชาติ The American กรุงเทพฯ
    • โรงพยาบาล Camillian
    • โรงพยาบาลสมิติเวช
    • โรงพยาบาลกรุงเทพ


    เจาะลึกตัวโครงการ

    โครงการ Walden ทองหล่อ 13 เป็นหนึ่งในโครงการที่ทาง Habitat ร่วมทุนกับ List Group บริษัทจากญี่ปุ่น โดยพัฒนาโครงการมาเป็นรูปแบบคอนโด Low Rise จำนวนยูนิต 112 ยูนิต จุดเด่นของโครงการนี้นอกจากเรื่องจำนวนยูนิตไม่มากแล้ว ก็จะเป็นเรื่องของการออกแบบและ Facilities ที่หลากหลายดีนะคะ รวมไปถึงการนำ JALUX Serviced Residence การบริการเซอร์วิส อพาร์ทเม้นท์ชั้น มาดูแลลูกบ้านในงานบริการต่างๆ เช่น ซักรีด ทำความสะอาด การซ่อมบำรุงภายในห้อง ไปจนถึงอินเทอร์เน็ตทีวีญี่ปุ่น รถรับส่ง หรือ บริการรับส่งสนามบิน ประกันภัยสำหรับผู้เช่า และความช่วยเหลือเร่งด่วนตลอด 24 ชม. ร่วมไปถึงทีมงานที่พูดภาษาญี่ปุ่น อังกฤษ ไทย พร้อมตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าโดยตรงของโครงการที่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นชาวต่างชาติ อย่างญี่ปุ่นที่มา EXPAT อยู่เยอะค่ะ

    อย่างการออกแบบที่นี่ได้แนวคิดมาจาก “เปลือกไม้” เพื่อให้ได้บรรยากาศอบอุ่นและกลิ่นอาย Japanese Tropical เข้าถึงธรรมชาติมากขึ้น นอกจากนี้ก็มี Gimmick การทำ Planter หรือกระถางต้นไม้ให้แต่ละยูนิตด้วย เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้มากขึ้นนะคะ

    อีกจุดเด่นนึงที่เรากล่าวไปข้างต้นก็จะเป็นเรื่อง Facilities ซึ่งที่นี่ยกไว้ให้อยู่ชั้นดาดฟ้าแบบเต็มชั้นเลย ซึ่งทั้งชั้นดาดฟ้านี้ก็มีการจัดโซนให้มี Activities ที่หลากหลาย ไม่ได้มีแค่สระว่ายน้ำ สวนเท่านั้น แต่ก็มีมุมนั่งเล่น มุม BBQ สนามเด็กเล่น เป็นต้นค่ะ

    กลับมาดูภาพ Perspective โครงการกัน เริ่มจากบริเวณหน้าโครงการทางเข้า-ออกหลักติดกับถนนในซอยพร้อมพรรค ซึ่งถ้าสังเกตจากใน Perspective แล้ว ห้องด้านหน้าโครงการจะหันตรงกับถนนหน้าปากซอยในระยะค่อนข้างใกล้อยู่เหมือนกันนะคะ ซึ่งถ้าใครชอบผังห้องของแบบห้องด้านหน้าแนะนำให้เลือกชั้นบนๆ จะได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น และเสียงรถที่น้อยลงมา เพราะต้องบอกว่าซอยพร้อมพรรคนี้ แม้จะเป็นซอยย่อย แต่ก็เป็นซอยที่หลายคนใช้เดินทางลัดไปมาระหว่างซอยทองหล่อ 13, ทองหล่อ 25 หรือไปสุขุมวิท 39 (พร้อมพงษ์) เช่นกันนะ

    ส่วนที่เห็นจาก Perspective นี้แล้วมองว่าดีเลย คือ 1. ชั้นล่างตรงรั้วโครงการด้านหน้ามีการปลูกต้นไม้ใหญ่ให้ ซึ่งทางโครงการบอกว่าตั้งจัดต้นไม้มุมนี้เป็นไม้ขนาดใหญ่ให้ Concept แนวสวนป่าเน้นต้นไม้ขนาดใหญ่สูง ได้บรรยากาศพื้นที่สีเขียวและยังช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัว บังสายตาจากคนภายนอกได้ 2. ก็จะเป็นการยก Facilities ไว้ที่ชั้นบนสุดเลย เพราะจากที่เห็นรูปแบบ Low Rise แถวนี้มักจะวางไว้ On Ground กัน ซึ่งการวาง Facilities ชั้นบนก็จะได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น และวิวมุมสูงอีกหน่อย ซึ่งก็เป็นการจัดผังที่ดีนะสำหรับคอนโดพื้นที่ดินไม่มาก

    อีกรูปเน้นเป็นส่วน Facade ที่เลือกใช้วัสดุเหมือนเปลือกไม้ ซึ่งใครที่ชอบแนว Tropical ก็น่าจะชอบสไตล์นี้ และที่น่าสนใจคือทำ Facade บางมุมแบบเบี่ยงทิศทาง ช่วยในการเบี่ยงมุมมองตรงส่วนระเบียงของแต่ละห้องได้ดีนะคะ เช่น เรายืนชมวิวจากห้องเราก็จะไม่เห็นเพื่อนบ้านห้องติดกันที่ยืนชมวิวจากระเบียงของห้องเขาเหมือนกัน

    Perspective จากด้านหน้าโครงการ เราอาจจะเห็นว่าเรียบๆ ไม่สังเกตอะไรใช่ไหมคะ แต่จริงๆ ทางโครงการมีการออกแบบที่ต้องการให้ความเป็นส่วนตัวของลูกบ้านอยู่นะ คือชั้นล่างที่เป็น Lobby และพื้นที่ส่วนกลางอื่นๆ จะอยู่ในชั้น Basement คือลึกจากพื้นถนนลงไป เพื่อบังสายตาจากคนภายนอก แนวคิดนี้เวิร์คสำหรับคอนโดพื้นที่ดินไม่มาก และเน้นความเป็นส่วนตัว แต่ก็ต้องมาเช็คเรื่องของการจัดการการระบายน้ำด้วยเช่นกัน

    ลงมาชั้นล่างส่วนพื้นที่ส่วนกลาง ตรงที่ใกล้กับถนนหน้าโครงการ ก็จะได้อารมณ์เงียบสงบมากขึ้นไปในทันที และวิวก็เป็นสวนได้เต็มที่ รวมไปถึงได้ความเป็นส่วนตัวดี

    ภายในห้อง Lounge หรือ Co-Working Space นั้นจัดให้เป็นห้อง High Ceiling หรือฝ้าเพดานสูง ด้านข้างติดเป็นกระจก Full Height ทำให้ภายในโปร่งโล่งมากขึ้น ส่วนรูปแบบการจัด Interior เน้นเรียบด้วย Mood tone ของสี แต่เพิ่มความหรูด้วยโคมระย้าด้านบนเพดาน

    ส่วนด้านนอกที่จัดให้เป็นส่วน Lobby ทำเป็น Semi-Outdoor นั่งชมสระน้ำตื้นและ Water Feature ชิลๆ ซึ่งมุมนี้ของจริงเราอยากเห็นเลย คิดว่าทำออกมาแล้วน่าจะสวยทีเดียวนะคะ ส่วนตัวแล้วรู้สึกได้อารมณ์รีสอร์ทดี

    ส่วน Fitness เป็น Indoor ที่อยู่ใกล้กับ Lobby แต่จะหันไปทางด้านหลังอาคารแทน ภายในก็ได้กระจกแบบ Full Height หันออกไปชมสวนรอบโครงการได้

    สวนที่นี่ถ้าดูจาก Perspective คิดว่าไม่ได้เน้นให้เราออกไปใช้งานนะคะ แต่เน้นให้เรา “ชม” พื้นที่สีเขียว ได้พักผ่อนสายตามากกว่า ต้นไม้จึงค่อนข้างแน่นไปเลย เพื่อให้ได้ฟิลป่าสนอย่างที่ทางโครงการตั้งใจ

    ถัดขึ้นมาชั้นดาดฟ้าอาคาร ทั้งหมดเป็นพื้นที่ส่วนกลางทั้งหมดนะคะ ซึ่งที่นี่จัดมาให้หลากหลายฟังก์ชันเลยนะคะ มีมากกว่า 20 ฟังก์ชัน แต่ละฟังก์ชันจะขนาดกะทัดรัดไม่ใหญ่มากตามขนาดของโครงการนะ แต่เราคิดว่ามีหลากหลายถือว่าโอเคเลยทำให้เราได้เปลี่ยนบรรยากาศในการใช้งานได้

    แต่สำหรับสระว่ายน้ำจะที่เป็น Lap Pool ขนาดไม่เล็กไป สามารถว่ายน้ำออกกำลังกายได้และยังมีมุมอย่าง Jacuzzi ต่างๆ ไว้ให้นอนแช่น้ำชิลๆ ได้

    สิ่งที่น่าสนใจตรงมุมสระก็จะเป็นการจัดพื้นที่สระให้มีความน่าสนใจมากขึ้น โดยการทำเป็นระดับต่างๆ

    อีกฝั่งเป็นพื้นที่นั่งเล่นและสวน ที่มีการจัด Hard Scape เป็นม้านั่ง และ Pavillion ต่างๆ

    สุดท้ายคือมุม BBQ ที่จัดให้ทั้งเคาน์เตอร์ BBQ มีมุมโต๊ะเก้าอี้และม้านั่ง ให้นั่งกินข้าว สังสรรค์พร้อมชมวิวจากชั้นดาดฟ้าอาคารได้

    มาดูที่ Master Plan โครงการกันต่อเลยค่ะ อธิบายหลักๆ นะคะ ในชั้นนี้จะเป็นชั้นที่ลึกลงมาจากถนนทางเข้า-ออกอยู่นะคะ ซึ่งชั้นนี้ประกอบด้วย 3 โซนหลักๆ เริ่มต้นที่

    • การจอดรถ – โครงการนี้ใช้เป็นระบบ Auto Parking ทั้งหมด โดยมีลิฟต์โดยสารรถให้ทั้งหมด 2 ตัว รวมที่จอดรถอยู่ที่ 64% ซึ่งถ้าคิดในแง่ของการใช้งานจริงรวมไปถึงบริบทของทำเล เรามองว่าที่จอดรถควรจะมีให้เพียงพอ เพราะเป็นทำเลที่ใช้รถยนต์ส่วนตัวเองสะดวกมากกว่าอยู่ แต่หากมองกลุ่มลูกค้าที่ทางโครงการคาดหวังไว้ว่าส่วนนึงน่าจะเป็น EXPAT ด้วยก็คือว่าน่าจะเพียงพอสำหรับ 64% เพราะกลุ่มนี้มักมีรถรับ-ส่งของตัวเองเป็นส่วนใหญ่
    • พื้นที่ส่วนกลาง – มีทั้งหมด 3 โซนหลัก คือ

    • Lobby – ที่ส่วนนี้จะมีลิฟต์โดยสาร 2 ตัว และมุมนั่งเล่นแบบ Semi-Outdoor ชมวิวสระน้ำตื้นและ Water Feature
    • Lounge / Co-Working Space – เป็นพื้นที่ Indoor แบ่งโซนที่นั่งเป็นสัดส่วน ไว้สำหรับลงมานั่งทำงาน คุยงาน หรือจะมานั่งเล่นพักผ่อนเปลี่ยนบรรยากาศจากการอยู่ในห้องก็ได้เช่นกันค่ะ
    • Fitness – ห้องออกกำลังกายติดสวน และใกล้กับห้องน้ำส่วนกลางใช้งานได้สะดวก แต่จะไม่มีห้องอาบน้ำให้นะคะ

  • ห้องพักอาศัย – สำหรับชั้นนี้มีห้องพักอาศัยด้วยนะคะ โดยมีเพียง 6 ยูนิต หันออกไปยังสวนส่วนกลาง ซึ่งตอนที่สอบถามทางโครงการบอกว่าห้อง 6 ยูนิตนี้จะมีประตูเพื่อสามารถออกไปยังสวนจากห้องตัวเองได้เลย ก็จะตอบโจทย์คนที่ชอบพื้นที่สีเขียวนะคะ ส่วนเรื่องความเป็นส่วนตัวก็โอเคอยู่ เพราะมี Double Access ต้องใช้ Key Card สแกนก่อนเข้าสู่โถงทางเดินส่วนพักอาศัย และอีกอย่างคือจะได้ Single Corridor ด้วย
  • ชั้น 2 ยังเป็นชั้นที่มีจำนวนยูนิตไม่มากอยู่ที่ 12 ยูนิต สำหรับชั้นนี้มีประเด็นให้พูดอยู่ 2 จุด คือตำแหน่งห้องการจัดผัง ค่อนข้างโอเค ส่วนใหญ่ได้อารมณ์ Single Corridor และมีห้อง 209 ที่ได้ Double Access ของตัวเองเลย (หากแปลนไม่มีผิดพลาดนะคะ) อีกประเด็นคือในชั้นนี้มี สวนหย่อม ไว้มานั่งเล่นริมสวนได้ ทำให้มีประเด็นที่อยากพูดถึงในแง่คนที่จะตัดสินใจเลือกชั้นนี้ คือ จากผังไม่มี Double Access แยกห้องพักอาศัยกับสวนนะคะ ดังนั้นลูกบ้านทุกชั้นสามารถเดินผ่านหน้าห้องมาใช้สวนได้ แต่อีกแง่ก็คือเราได้อยู่ใกล้สวน การใช้งานสะดวกกว่า

    ชั้น 3-6 ชั้น Typical Floor Plan ลักษณะการวางมีทั้งจุดเด่นและด้อยอยู่ในตัวนะคะ จุดเด่นคือส่วนใหญ่โถงทางเดินจะเป็น Single Corridor ทำให้เราได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น เพราะเปิดประตูห้องมาไม่เจอกับเพื่อนบ้านฝั่งตรงข้าม ส่วนข้อด้อยมี 2 จุดนะคะ คือตรงทางเดินไม่มีช่องแสง สำหรับแสงเข้าหรือระบายอากาศในโถงเลย ซึ่งอาจจะต้องเปิดไฟส่องสว่างทั้งวันเข้าช่วย อีกจุดคือ ตำแหน่งลิฟต์โดยสาร ที่หันหน้าเข้าหาโถงทางเดินเลย เรามองว่าจะทำให้ห้องตรงกลางไม่เป็นส่วนตัวมากนัก เพราะคนจะมายืนรอลิฟต์กันบริเวณหน้าห้อง

    ชั้น 7 สังเกตว่าชั้นนี้จะมี Gimmick การจัด Green Area อยู่ในห้องพักอาศัยด้วย ซึ่งโครงการเรียกว่า Planter เป็นกระถางที่ทางโครงการจัดมาให้เลยพร้อมต้นไม้ เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับห้องพักอาศัย

    สุดท้ายของห้องพักอาศัยคือชั้น 8 ห้องนี้จำนวนห้อง 3 ห้องฝั่งทิศเหนือหายไป เพราะชั้นบนจัดไว้ให้เป็นสระว่ายน้ำ ดังนั้นก็จะได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น

    ปิดท้ายด้วยชั้นดาดฟ้าที่เป็น Main Facilities ซึ่งชั้นนี้การขึ้นมาใช้งานจะต้องขึ้นจากบันไดหนีไฟชั้น 8 ขึ้นมานะคะ โดยการจัด Facilities ในชั้นบนนี้จะเน้นส่วนสระว่ายน้ำที่ได้ตำแหน่งดีที่สุดของโครงการคือหันไปทางทิศเหนือ นอกจากไม่ร้อนแดดตอนบ่ายแล้วยังเป็นทิศที่ปัจจุบันเป็นบ้านเดี่ยวสูง 1-2 ชั้น ทำให้ชั้น 8 ได้วิวที่โล่ง

    สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

    • ชั้น 1

    • LOBBY
    • LOUNGE / C0-WORKING SPACE
    • FITNESS

  • ชั้น 2
    • GARDEN

  • ชั้น 8
    • LAP POOL
    • JACUZZI
    • VERTICLE GARDEN
    • ONZEN HOT TUB
    • WATER FEATURE
    • KIDS POOL
    • PLAYGROUND
    • FAMILY SEATING
    • PARTY AREA
    • CLIMBING WALL
    • TUBE GREEN WALL
    • EXERCISE WALL
    • BUBBLE FOOT THERAPY
    • SHALLOW POOL
    • AMPHITHEATER
    • PAVILLION
    • BARBEQUE

  • ลิฟต์โดยสาร 2 ตัว/อาคาร
  • อัตราส่วนลิฟต์รวมทั้งโครงการ 61 :  1
  • ที่จอดรถประมาณ 79 คันคิดเป็น 64 %
  • ระบบรักษาความปลอดภัยในโครงการ  CCTV / Key Card

  • Product Walkthrough

     

    ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 13 NOVEMBER 2019

    • 1 bedroom 36 – 50 ตร.ม. ราคาตั้งแต่ 7 – 7.74 ล้านบาท
    • 1 bedroom plus 41 – 46 ตร.ม. ราคาตั้งแต่ 7.76 – 10 ล้านบาท
    • 2 bedroom 51 – 68 ตร.ม. ราคาตั้งแต่ 9.7 – 14.2 ล้านบาท

    • รูปแบบการขาย Fully Furnished
    • ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน 2.60 เมตร
    • Kitchen & Sink / ท๊อปหินสังเคราะห์
    • Hob & Hood / ของยี่ห้อ TEKA
    • มีรถ Shuttle Bus ไปกลับ
    • จอง และ ทำสัญญา 5 %
    • ดาวน์ 10% แบ่งเป็นปกติ 20 งวด บอลลูน 4 งวด
    • ค่ากองทุน 800 บาท/ตร.ม.
    • ค่าส่วนกลาง 80 บาท/ตร.ม./เดือน

    **ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ


    เจาะลึกรวบยอด

    ทำเล : ที่ตั้งโครงการ Walden ทองหล่อ 13 อยู่ในซอยทองหล่อ 13 ลึกเข้าไปในซอยย่อยอย่างซอยพร้อมพรรค ซึ่งพูดถึงแง่ของทำเล เรามองว่าน่าสนใจเพราะเป็นโซนของกิน ร้านอาหารคึกคักมากๆ ได้ความอุดมสมบูรณ์สูง จะออกมาหาของกินก็ง่าย ส่วนที่ลึกเข้ามาในซอยย่อยอย่างซอยพร้อมพรรคนั้นจะมีความสงบมากขึ้น เพราะเป็นซอยเล็กที่ส่วนใหญ่เป็นบ้านพักอาศัย

    การเดินทางโดยใช้รถ : สำหรับคนที่เน้นใช้รถ จะเหมาะกับโครงการนี้นะคะ เพราะด้วยทำเลที่ตั้งแล้วการเดินทางด้วยรถยนต์ถือว่าสะดวกเลย โดยมี 2 ประเด็นที่เป็นข้อดีคือ 1 เป็นซอยที่เราสามารถลัดไปย่านพร้อมพงษ์ หรือจะไปเอกมัยก็สะดวก ซึ่งถ้าขับรถจากโครงการไปโรงพยาบาลอย่างสมิติเวช หรือคามิลเลียนใช้เวลาประมาณไม่เกิน 10 นาทีก็น่าจะถึง หรือจะไปห้างอย่าง EmQuartier ลัดเข้าหลังห้างตรงซอยสุขุมวิท 39 เราลองจับเวลาก็ใช้เวลาไม่เกิน 10 นาทีเช่นกันนะคะ อีกประเด็นคือจำนวนที่จอดรถให้มา 64% รูปแบบ Auto Parking โดยจำนวนที่จอดแล้วก็ถือว่าให้มาระดับนึง ไม่น้อยไปค่ะ

    ส่วนข้อด้อยของทำเลที่ตั้งโครงการในแง่การเดินทางโดยใช้รถเรามองว่าเป็นเรื่องความกว้างของถนนหน้าโครงการที่ค่อนข้างเล็กสำหรับรถยนต์สวนกันนะ อาจจะสัญจรไม่สะดวกเท่าไหร่ แต่ใครขับจนชินก็อาจจะไม่ซีเรียสในส่วนนี้ค่ะ

    การเดินทางโดยไม่ใช้รถ : สำหรับใครที่ไม่ใช้รถนั้นด้วยทำเลแล้วอาจจะไม่สามารถเทียบกับโครงการที่อยู่ติดถนนหลัก หรือซอยหลักที่มีรถสาธารณะวิ่งผ่านไปมาตลอดนะคะ แต่ทางโครงการจะมีบริการรับ-ส่งเป็นรูปแบบ Shuttle Service ให้ ซึ่งก็จะช่วยอำนวยความสะดวกลูกบ้านในส่วนนี้ได้ระดับนึงค่ะ

    วัสดุ : โดยรูปแบบการขายของที่นี่จะเป็น Fully Furnished เลยนะคะ เรามองว่าโครงการระดับนี้ส่วนใหญ่ไม่ค่อยจะให้เฟอร์ครบชุดเลยเท่าไหร่ เพราะกลุ่มลูกค้าหลายคนอาจจะต้องการตกแต่งห้องเอง แต่การให้เฟอร์นิเจอร์ครบของโครงการนี้จะตอบโจทย์กลุ่มคนอีกแบบที่ต้องการความพร้อมครบทุกอย่าง ไม่เสียเวลาตกแต่งเพิ่มอีก หรือรองรับการลงทุนได้ด้วยสำหรับใครที่ต้องการซื้อไว้เพื่อลงทุนต่างๆ

    ส่วนในแง่ระดับราคานี้กับสิ่งที่ได้ เรามองว่าโอเคนะ สมราคาค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเคาน์เตอร์ท็อปครัวหินสังเคราะห์ มีเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างไมโครเวฟ จาก Bertazzoni ชุดครัวชื่อดังจากอิตาลี, Hob & Hood จาก Teka รูปแบบ Hood เป็นแบบ Exhausted หรือต่อท่อออกด้านนอก รวมไปถึงตู้เย็นแบบ Built-in จาก Gorenje

    ประตูบานเลื่อนกรอบชาทองสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน, แอร์แบบ Conceal Type และสุขภัณฑ์เด่นๆ อย่างโถสุขภัณฑ์อัตโนมัติจาก TOTO และอ่างอาบน้ำจาก Villeroy & Boch

    การออกแบบ : โครงการนี้เรามองว่าออกแบบมาเน้นความเป็นส่วนตัวในหลายจุดนะคะ ซึ่งก็จะเหมาะกับคนที่ไม่ชอบความวุ่นวายและต้องการความเป็นส่วนตัวสูง โดยเราจะเห็นได้จาก รูปแบบคอนโดเป็นขนาดเล็ก ยูนิตไม่มาก  Facilitiesหลัก ที่คอนโด Low Rise ในย่านนี้มักจะอยู่ On Ground แต่โครงการนี้ยกไว้ที่ชั้นดาดฟ้า รวมไปถึงการลดระดับชั้น 1 ต่ำกว่าถนนทางเข้าโครงการ เพื่อให้พื้นที่ส่วนกลางในชั้น 1  ไม่มีคนภายนอกที่ผ่านไปมาเห็นด้านใน

    ส่วนการออกแบบที่เรามองว่าอาจจะต้องคำนึง ก็จะเป็นเรื่องตำแหน่งของห้องที่อยู่ใกล้กับลิฟต์โดยสาร ที่อาจจะไม่เป็นส่วนตัวมากนัก เพราะด้วยความที่โครงการไม่มีแยกโถงลิฟต์ไว้ให้เป็นสัดส่วน และอีกจุดคือโถงทางเดินไม่มีช่องแสงให้แสงธรรมชาติเข้าถึงได้ ซึ่งอาจจะต้องพึ่งดวงโคมแทน

    สาธารณูปโภค : Facilities ถือว่าให้มาโอเคเลย ทั้งการออกแบบและความหลากหลายนะคะ อย่างชั้น 1 ส่วน Lobby จัดเป็น Semi-Outdoor ที่มีบ่อน้ำตื้นและ Water Feature รวมไปถึง Lounge ที่มีขนาดใหญ่รองรับการใช้งานได้จริง ส่วน Main Facilities ยกไปที่ชั้นดาดฟ้ามีมุมให้ใช้งานหลากหลายดีค่ะ แม้ขนาดไม่ใหญ่มากตามขนาดโครงการ แต่ก็ทำให้เราได้เปลี่ยนบรรยากาศในการใช้งาน Facilities ได้ดี

    และเพิ่มเติมว่าโครงการนี้มีการนำ JALUX Serviced Residence การบริการเซอร์วิส อพาร์ทเม้นท์ มาดูแลลูกบ้านในงานบริการต่างๆ ด้วย ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการอยู่อาศัยมากขึ้น แต่จะมีค่าใช้จ่ายส่วนต่างนี้เพิ่มเติมนะคะ

    Judgement

    การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

    ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

    เทียบกับช่วงราคาต่อตารางเมตรเริ่มต้น 184,000 บาท/ตร.ม.,13 NOVEMBER 2019

    • ทำเล 7.75/10 – อยู่ในซอยย่อยที่สามารถลัดเข้า-ออกได้ทั้งทองหล่อ-พร้อมพงษ์ บรรรยากาศทำเลอุดมสมบูรณ์
    • เดินทางด้วยรถ 7.5/10 – สะดวกดี เพราะใช้ทางลัดได้หลากหลาย ที่จอดรถให้มาพอสมควร
    • ไม่ใช้รถ 7.5/10 – จำเป็นต้องพึ่งพารถสาธารณะเพื่อออกไปต่อ BTS หรือใช้ Shuttle Service ของโครงการ
    • วัสดุ 8/10 – ให้มาโอเคเลย เหมาะสมกับราคา รูปแบบเป็น Fully Furnished
    • แบบ 7.5/10 – รูปแบบโครงการขนาดเล็ก เน้นความเป็นส่วนตัว
    • สาธารณูปโภค 7.5/10 –  จัดมาโอเค และหลากหลายในขนาดกะทัดรัด

    • LUXURY CLASS
    • 7.66 / 10.00

    BOTTOM LINE

    โครงการ Walden ทองหล่อ 13 เหมาะกับคนที่ชอบความเป็นส่วนตัว แต่อยากได้คอนโดที่อยู่ใกล้แหล่งของกินย่านทองหล่อ ใกล้ห้าง ใกล้โรงพยาบาล ต้องการรูปแบบโครงการที่จัดมาให้พร้อมเข้าอยู่ได้เลย ทั้งตกแต่งครบ และมี Service ครบครัน ในราคาเริ่มต้น 6.9 ล้านบาท


    ติดตามพวกเราได้ที่
    Website : www.thinkofliving.com
    Twitter : www.twitter.com/thinkofliving
    YouTube : www.youtube.com/ThinkofLiving
    Instagram : www.instagram.com/thinkofliving
    Facebook : ThinkofLiving