ครั้งนี้ Habitat จับมือกับ List Group บริษัทจากญี่ปุ่น ร่วมเปิด 2 โครงการแบรนด์ Walden ตัวใหม่ในทำเลทองหล่อ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ Walden ทองหล่อ 13 ในซอยทองหล่อ 13 ใกล้แหล่งร้านอาหาร ใกล้โรงพยาบาลสมิติเวช

หากใครกำลังมองหาคอนโดยูนิตไม่มาก มีบริการครบสูตรตามฉบับ Service Apartment ด้วยในราคาเริ่มประมาณ 6.9 ล้านบาท เราไปดูห้องตัวอย่างกันเป็นน้ำย่อยกันเลยค่ะ

Fact @ 26 SEPTEMBER 2019

Walden Thonglor 13 (วาลเด้น ทองหล่อ 13 )
Habitat Group list2 co.,ltd
LUXURY CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
โครงการตั้งอยู่ : ในซอย ทองหล่อ 13 เขต วัฒนา
ที่ดินประมาณ 1-0-23 ไร่
คอนโด Low Rise 8 ชั้น 1 อาคาร จำนวน 122 ยูนิต
ยูนิตต่อชั้นสูงสุด n/a ยูนิต
ที่จอดรถประมาณ 79 คัน คิดเป็น 64%
เริ่มก่อสร้าง : Q1 2020
คาดว่าจะแล้วเสร็จ : Q4 2021
1 bedroom 36 – 50 ตร.ม.
1 bedroom plus 41 – 46 ตร.ม.
2 bedroom 51 – 68 ตร.ม.
ฝ้าเพดานสูง 2.60 เมตร
ราคาห้องเริ่มต้น 6.9 ล้านบาท
ราคาเฉลี่ยทั้งโครงการ AVERAGE ประมาณ 184,000 บาท/ตร.ม.
EIA (การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม) : n/a
เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
โทร : 091-713-1111

พิกัด Google Maps Sale Gallery : 13.729808, 100.579551
หรือสามารถ :  คลิกที่นี่

พิกัด Google Maps โครงการ : 13.736795, 100.578857
หรือสามารถ :  คลิกที่นี่

ที่ตั้งโครงการ Walden ทองหล่อ 13 ตั้งอยู่ในซอยทองหล่อ 13 (หน้าปากซอยเป็นอาคาร HomePlace) และเลี้ยวเข้ามาในซอยต่อศักดิ์ 1 โดยจากโครงการจะห่างจากหน้าปากซอยไปประมาณ 700 ม.

บรรยากาศในซอยนี้คึกคักเลยนะคะ เพราะด้านในนอกจากจะมีร้านอาหารชื่อดังต่างๆ  Community Mall ด้านหน้าปากซอยแล้ว ยังเป็นซอยหลักที่หลายคนใช้เดินทางไปโรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท อีกด้วย ซึ่งถ้าใครชอบบรรยากาศที่คึกคักมีร้านอาหารใกล้ๆ คอนโดในระยะเดินไปก็ง่าย เรียกรถก็สะดวก และอุ่นใจใกล้โรงพยาบาล ทำเลนี้ก็น่าสนใจดีนะคะ


โครงการ Walden ทองหล่อ 13 เป็นหนึ่งในโครงการที่ทาง Habitat ร่วมทุนกับ List Group บริษัทจากญี่ปุ่น โดยพัฒนาโครงการมาเป็นรูปแบบคอนโด Low Rise จำนวนยูนิต 112 ยูนิต จุดเด่นของโครงการนี้นอกจากเรื่องจำนวนยูนิตไม่มากแล้ว ก็จะเป็นเรื่องของการออกแบบและ Facilities ที่หลากหลายดีนะคะ รวมไปถึงการนำ JALUX Serviced Residence การบริการเซอร์วิส อพาร์ทเม้นท์ชั้น มาดูแลลูกบ้านในงานบริการต่างๆ เช่น ซักรีด ทำความสะอาด การซ่อมบำรุงภายในห้อง ไปจนถึงอินเทอร์เน็ตทีวีญี่ปุ่น รถรับส่ง หรือ บริการรับส่งสนามบิน ประกันภัยสำหรับผู้เช่า และความช่วยเหลือเร่งด่วนตลอด 24 ชม. ร่วมไปถึงทีมงานที่พูดภาษาญี่ปุ่น อังกฤษ ไทย พร้อมตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าโดยตรงของโครงการที่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นชาวต่างชาติ อย่างญี่ปุ่นที่มา EXPAT อยู่เยอะค่ะ

อย่างการออกแบบที่นี่ได้แนวคิดมาจาก “เปลือกไม้” เพื่อให้ได้บรรยากาศอบอุ่นและกลิ่นอาย Japanese Tropical เข้าถึงธรรมชาติมากขึ้น นอกจากนี้ก็มี Gimmick การทำ Planter หรือกระถางต้นไม้ให้แต่ละยูนิตด้วย เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้มากขึ้นนะคะ แต่ต้องบอกว่าชั้นล่างที่เป็นพื้นที่สวนรอบโครงการ ทางโครงการตั้งใจออกแบบให้เป็นสวนป่าเน้นต้นไม้ขนาดใหญ่สูง ได้บรรยากาศพื้นที่สีเขียวและยังช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัว บังสายตาจากคนภายนอกได้ด้วยนะคะ

อีกจุดเด่นนึงที่เรากล่าวไปข้างต้นก็จะเป็นเรื่อง Facilities ซึ่งที่นี่ยกไว้ให้อยู่ชั้นดาดฟ้าแบบเต็มชั้นเลย ซึ่งทั้งชั้นดาดฟ้านี้ก็มีการจัดโซนให้มี Activities ที่หลากหลาย ไม่ได้มีแค่สระว่ายน้ำ สวนเท่านั้น แต่ก็มีมุมนั่งเล่น มุม BBQ สนามเด็กเล่น เป็นต้น

ภาพจำลองบรรยากาศภายในโครงการ

Image 1/16
ภาพบรรยากาศภายนอกโครงการ

ภาพบรรยากาศภายนอกโครงการ


ห้องตัวอย่างโครงการ Walden ทองหล่อ 13

สำหรับห้องตัวอย่างที่ Sale Gallery โครงการจะมี 2 ห้องให้ชมกันนะคะ ก็คือ

  • 1 Bedroom plus ขนาด 41-46 ตร.ม. (ขนาดในห้องตัวอย่าง 44 ตร.ม.)
  • 2 Bedroom ขนาด 51-68 ตร.ม.  (ขนาดในห้องตัวอย่าง 66 ตร.ม.)

โดยรูปแบบการขายจะเป็น Fully Furnished เลยนะคะ เรามองว่าโครงการระดับนี้ส่วนใหญ่ไม่ค่อยจะให้เฟอร์ครบชุดเลยเท่าไหร่ เพราะกลุ่มลูกค้าหลายคนอาจจะต้องการตกแต่งห้องเอง แต่การให้เฟอร์ครบของโครงการนี้จะตอบโจทย์กลุ่มคนอีกแบบที่ต้องการความพร้อมครบทุกอย่าง ไม่เสียเวลาตกแต่งเพิ่มอีก หรือรองรับการลงทุนได้ด้วยสำหรับใครที่ต้องการซื้อไว้เพื่อลงทุนต่างๆ

ซึ่งหน้าตาของเฟอร์นิเจอร์อาจจะไม่ได้ตรงกับในห้องตัวอย่างทั้งหมดนะคะ ที่จะตรงจะเป็น Built-in ต่างๆ และสุขภัณฑ์ในห้องน้ำ ส่วนที่เป็นเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวส่วนใหญ่จะเป็นของตกแต่ง ของที่ได้จริงอยากให้สอบถามกับทางโครงการอีกรอบเพื่อดู Furniture List ที่ได้เลย ซึ่งจะเป็นเฟอร์นิเจอร์ Custom Made จากโครงการโดยเฉพาะ เพื่อให้พอดีกับพื้นที่ห้อง และสไตล์ที่ตรงกันเลย

เรามาดูห้องแรกกันนะคะ คือ 1 Bedroom plus ขนาด 44 ตร.ม. ห้องนี้ความน่าสนใจอยู่ที่ “การปรับเปลี่ยน” ภายในห้องได้ตามความต้องการเราในช่วงเวลานั้นๆ อย่างวันไหนเราต้องต้อนรับเพื่อนและต้องการให้พื้นที่บางส่วน เช่น ห้องนอน ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนตัวแยกส่วนกับ Common Area ที่ต้องต้อนรับเพื่อนก็สามารถกั้นประตูบานเลื่อนแบ่งพื้นที่ได้เลย ในขณะเดียวกันหากวันไหนต้องการพื้นที่กว้างขวาง รับแสงธรรมชาติเต็มที่ก็เปิดประตูบานเลื่อนได้เลย ทำให้พื้นที่เชื่อมต่อกันเป็นพื้นที่เดียว ช่วยให้ภายในห้องโปร่งโล่งมากขึ้นไปเลยค่ะ

สำหรับห้องนี้อีกจุดเด่นนึงเรามองว่าเป็น “ห้องอเนกประสงค์” ที่อยู่ติดกับระเบียงด้านข้างและอยู่ด้านหน้าห้อง ทำให้ห้องนี้ได้แสงจาก 2 ฝั่งดูโปร่งดีเลยค่ะ และห้องนี้สามารถจัดได้ทั้งพื้นที่ทำงาน นั่งเล่น หรือจะเป็นห้องนอนขนาดเล็กก็ได้เช่นกันนะคะ ขนาดจะวางเตียง 3.5 ฟุตได้พอดีๆ

เข้ามาภายในห้องจะเป็นส่วนพื้นที่ครัวและพื้นที่รับประทานอาหารอยู่ในบริเวณเดียวกันนะคะ สำหรับพื้นที่รับประทานอาหารนี้จะเหมาะกับวางโต๊ะเก้าอี้สำหรับ 2 ที่นั่งกำลังดีนะ เพราะตรงพื้นที่ทางเดินครัวไม่ได้เล็กมาก เราวางโต๊ะกินข้าวขนาดกว้างหน่อยได้ค่ะ

และเฉพาะส่วนครัวตรงนี้ทางโครงการจะปูพื้นเป็น Porcelain ให้เลย ทำให้ตรงส่วนครัวเราทำความสะอาดพื้นได้ง่าย มีความคงทนและเหมาะกับการใช้งานส่วนครัวดีค่ะ

สำหรับเคาน์เตอร์ครัวจะได้ตามห้องตัวอย่างเลยนะคะ โดยชุดครัวที่นี่ทำมาให้สวยดีนะ และจัดมาสมราคาดี หลักๆ จะเป็นเรื่องวัสดุอย่าง ท็อปครัวหินสังเคราะห์ มีเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างไมโครเวฟ จาก Bertazzoni ชุดครัวชื่อดังจากอิตาลี, Hob & Hood จาก Teka รูปแบบ Hood เป็นแบบ Exhausted หรือต่อท่อออกด้านนอก

ด้านข้างที่เห็นเป็นบานเปิดตู้นั้น ด้านซ้ายจะเป็นชั้นเก็บของ สำหรับเก็บของต่างๆ และรองเท้าได้ สำหรับรองเท้าเราแนะนำให้ใส่กล่องพลาสติกก่อนเก็บนะคะ จะเป็นระเบียบมากกว่า ส่วนตู้เย็นที่นี่ใช้ยี่ห้อ gorenje แบรนด์ดังจากประเทศสโลวีเนีย

สำหรับพื้นที่ครัวที่เชื่อมกับพื้นที่ Common Area ด้านในนี้ ในห้องจริงจะเป็นเหมือนห้องตัวอย่างเลยคือไม่ได้กั้นพื้นที่ไว้ให้ แต่ถ้าใคร Concern ในเรื่องการใช้งานครัวที่เป็นสัดส่วน โดยเฉพาะคุณแม่บ้านที่ชอบทำกับข้าวกินเอง เราแนะนำให้กั้นประตูบานเลื่อนกระจกในส่วนนี้เลยนะคะ จะได้พื้นที่ครัวที่เป็นสัดส่วนมากขึ้นเลย และจะทำอาหารหนัก ผัด ทอด ได้สบายใจ กลิ่นอาหารไม่ฟุ้งไปเกาะเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ด้วย

เข้ามาที่พื้นที่ Common Area ตรงนี้ถ้าเปิดพื้นที่ทั้งหมดมุมนี้กว้างมากนะ เพราะแสงเข้าได้ทั้งจากห้องอเนกประสงค์และห้องนอนด้วย โดยมุมนี้สามารถวางชุดโซฟาขนาด 3 ที่นั่งได้นะคะ แต่ถ้าใครต้องการทางเดินเข้าห้องนอนสบายๆ หน่อยก็ควรจะเลือกเป็นโซฟา 2 ที่นั่งแทน

สำหรับพื้นส่วนนี้ปรับจาก Porcelain เป็น Engineering Wood ปูรูปแบบ Herringbone Pattern (ก้างปลา) สวยดี เดี๋ยวนี้โครงการระดับ High Class ขึ้นไปมักนิยมปูรูปแบบนี้กันนะ

สิ่งที่เราชอบในมุมนี้คือผนังฝั่งตรงข้ามโซฟา ที่ชอบเพราะเป็นผนังผืนใหญ่ดีไม่มีมุมเสาต่างๆ ทำให้เราสามารถ Built-in ชั้นวางของขนาดใหญ่ได้เต็มพื้นที่เลย ถ้าเราลองจัดดีๆ มุมนี้สามารถเป็นพื้นที่เก็บของแนวตั้งที่เก็บของได้เยอะได้เลยนะ

ถัดมาที่ห้องอเนกประสงค์ตรงนี้จะกั้นด้วยประตูบานเลื่อนกระจก 3 ตอน สูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน

อีกหนึ่งวัสดุที่น่าสนใจคือด้านในกระจกของประตูบานเลื่อนนี้มีการบุผ้าทอโปร่งอยู่ด้านในด้วย ที่สามารถบังสายตาได้ระดับนึงเลยนะคะ และแสงก็ยังลอดผ่านได้ด้วย จริงๆ ดูของจริงมาเราค่อนข้างชอบนะ แต่ถ้าใครไม่ชอบสไตล์นี้ก็สามารถเลือกเป็นชุดประตูบานเลื่อนกระจกธรรมดาได้ค่ะ

สำหรับห้องอเนกประสงค์สิ่งที่จัดมาดีคือการได้กระจกทั้ง 2 ฝั่งเลย ทำให้ห้องนี้โปร่งกว่าที่เราคิดไว้นะ แต่สิ่งที่แลกมาก็คือการจัดเฟอร์นิเจอร์ก็จะยากมากขึ้นหน่อย สำหรับใครที่จะปรับเป็นห้องนอน เพราะการวางเตียงมุมนึงจะต้องติดกับประตูฝั่งระเบียง การเข้า-ออกส่วนระเบียงจะยากหน่อย ส่วนใครจัดเป็นห้องทำงาน หรืออื่นๆ ไม่มีปัญหาค่ะ ขนาดห้องประมาณนี้สามารถจัดสบายๆ

ถัดมาที่ห้องนอนกันต่อตรงนี้กั้นด้วยประตูบานเลื่อนกระจกที่ด้านในบุด้วยผ้าทอเช่นเดิม ซึ่งใครจะเลือกเป็นกระจกใสก็ได้เช่นกันนะคะ มาพูดถึงความรู้สึกจากการลองจับประตูบานเลื่อนดูแล้ว เราชอบที่ส่วน Fitting ค่อนข้างดีเลย แข็งแรง และอีกอย่างคือบานประตูแต่ละบานขนาดใหญ่ดี ยิ่งบานใหญ่นอกจากราคาสูงแล้ว จริงๆ มีส่วนช่วยให้บรรยากาศห้องโปร่งมากขึ้นได้เลยนะ เพราะไม่มีกรอบบานกระจกมาบังสายตาเพิ่ม

เข้ามาภายในห้องนอน ลักษณะการวางผังห้องนอนจะเป็นแนวกว้าง ทำให้ภายในห้องนอนเราสามารถแบ่งฟังก์ชันการใช้งานได้หลายฟังก์ชันมากกว่าการวางเตียงนอนอย่างเดียว ด้านข้างสามารถจัดเป็นพื้นที่นั่งเล่นริมระเบียงได้ และอีกฝั่งเป็นมุมตู้เสื้อผ้า มุมแต่งตัวของคุณผู้หญิงได้

ติดกับพื้นที่นั่งเล่นริมเตียงนอนจะติดกับประตูบานเลื่อนออกไปยังระเบียง

ขนาดของระเบียงนี้ไม่เล็กไม่ใหญ่ไปนะคะ แต่ต้องเลือกระหว่างเป็นระเบียงชมวิวหรือระเบียงใช้งาน ซึ่งถ้าดูจากการจัดผังแล้ว โครงการน่าจะตั้งใจให้คนอยู่ใช้ระเบียงนี้เป็นระเบียงชมวิวสูดอากาศมากกว่านะ ส่วนงาน Service ต่างๆ เราสามารถส่งให้ทาง JALUX จัดการให้ได้

ถัดมาอีกฝั่งนึงของเตียงเป็นพื้นที่ตู้เสื้อผ้าและตรงไปในสุดจะเป็นห้องน้ำค่ะ จุดสังเกตจากรูปอีกอย่างนึงคือด้านบนฝ้าเพดาน ลักษณะแอร์ที่ได้เค้าจะมีการฝังฝ้าหรือ Concealed ไว้ให้เรียบร้อยดูสวยงาม ภายในจะเป็นแอร์ Split Type มาตรฐานนะคะ

ตู้เสื้อผ้า Built-in ได้ตามในห้องตัวอย่างเลย หน้าบานเป็นบานเลื่อนกระจกสีชาทอง ด้านใน Built-in ชั้นวางของต่างๆ ให้พร้อมติดตั้งหลอดไฟส่องสว่างเรียบร้อย

อีก Highlight ของห้องก็จะเป็นห้องน้ำขนาดใหญ่ และยี่ห้อสุขภัณฑ์ที่ให้มาอย่างอ่างอาบน้ำอ่างล้างมือ จาก Villeroy & Boch, โถสุขภัณฑ์อัตโนมัติของ TOTO

อีกฝั่งเป็นพื้นที่อาบน้ำ ซึ่งกั้นด้วยฉากกั้นกระจกมาให้เรียบร้อย ภายในติดตั้งฝักบัวสายอ่อนและ Rain Shower พร้อมช่องวางแชมพู ครีมอาบน้ำต่างๆ ไว้ให้เรียบร้อย

เรามาดูอีกห้องตัวอย่างกันนะคะ ห้องนี้เป็นห้องขนาดใหญ่ขึ้นมาอีกหน่อย รองรับสำหรับสมาชิกครอบครัว 3 – 4 คนได้เลย คือ 2 Bedroom ขนาด 66 ตร.ม. เข้ามาในห้องจะเป็นส่วนครัวก่อนเลย ซึ่งจะเป็นทางยาวๆ นะคะ แต่พอเข้ามาส่วน Common Area ส่วนนี้จะได้อารมณ์ Shock Space ระดับนึงเลย เพราะจากหน้าแคบส่วนครัวมาเป็นหน้ากว้าง พร้อมกระจก 2 ฝั่งเปิดรับแสงได้ดี เลยได้บรรยากาศที่โปร่งโล่งดีมาก ซึ่งในส่วนนี้รองรับมุมโซฟาขนาดใหญ่ และโต๊ะรับประทานอาหารสำหรับ 4 ที่นั่งได้สบายๆ

ถัดมาอีกโซนที่เป็นโซน Private ประกอบด้วยห้องนอน 2 ห้อง จะเชื่อมพื้นที่ด้วยโถงทางเดิน เพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวมากขึ้นให้กับห้องนอนทั้ง 2 ห้อง โดยลักษณะการจัดวางห้องนอนทั้ง 2 ห้องที่เราชอบส่วนตัวคือได้ห้องน้ำในตัวห้องนอนเลย สะดวกในการใช้งานดี

เข้ามาภายในห้องจะเป็นส่วนครัวก่อนนะคะ ซึ่งชุดครัวนี้จะใช้สเปคเดียวกับห้อง 1 Bedroom เลย

ถัดมาเป็นส่วน Common Area มุมพื้นที่รับประทานอาหารที่สามารถรองรับโต๊ะรับประทานอาหารได้ถึง 4-6 ที่นั่งเลยนะคะ

ส่วนมุมห้อง ทางโครงการออกแบบให้เป็นมุมพื้นที่นั่งเล่น ซึ่งตรงนี้เราสามารถวางชุดโซฟาขนาดใหญ่พร้อมเก้าอี้โซฟาได้สบายเลย ซึ่งเราเข้าใจว่าใน Furniture List ที่ทางโครงการจัดมาให้ก็น่าจะเป็นโซฟาไซส์ใหญ่ตามขนาดห้องอยู่แล้วนะคะ

มุมผนังส่วนนี้สามารถวางทีวีขนาดใหญ่ได้ตามใจชอบเลย และจะ Built-in ชั้นวางของขนาดใหญ่ไว้วางของโชว์ ของสะสมต่างๆ ได้สบาย

เข้ามาโซน Private จะมีจุด Transition อารมณ์บรรยากาศให้เข้าสู่โซนพักผ่อนด้วยโถงทางเดิน ซึ่งจริงๆ ถ้าใครต้องต้อนรับแขกบ่อยๆ และต้องการความเป็นส่วนตัวในโซนนี้จะกั้นเป็นประตูเปิดก่อนเข้าสู่โถงทางเดินนี้ก็ทำได้นะคะ

สำหรับฝั่งขวามือจากรูปก่อนหน้าเป็นทางเข้าห้องน้ำ ซึ่งห้องน้ำห้องนี้เป็นห้องใช้รวมระหว่างโซน Common Area และห้องนอน 2 ซึ่งทางโครงการก็ออกแบบให้การใช้งานจากทั้ง 2 ฝั่งสะดวกมากที่สุดจึงได้เป็นประตูเปิด 2 บาน จากบานแรกมาจากโถงทางเดิน และอีกบานเชื่อมเข้าห้องนอน 2

บรรยากาศภายในห้องน้ำนี้แยกโซนเปียกและแห้งมาให้เป็นสัดส่วนด้วยฉากกั้นกระจกนะคะ ส่วนสเป็คอื่นๆ เหมือนห้อง 1 Bedroom ก่อนหน้าเลย แต่จะตัดอ่างอาบน้ำออก เพราะจะมีแค่ในห้อง Master Bedroom นะคะ

ถัดมาเป็นห้องนอนเล็ก ซึ่งขนาดเตียงที่เราวางได้พอดีๆ จะเป็นขนาด 3.5 ฟุต วางตำแหน่งเดียวกับชุดโซฟาในห้องตัวอย่างน่าจะเป็นมุมที่ลงตัวสุด

เข้ามาภายในห้อง Master Bedroom เราจะเจอกับห้องน้ำฝั่งซ้ายมือก่อนนะคะ โดยบรรยากาศและสเป็คภายในห้องน้ำจะเหมือนกับห้องน้ำของห้องอื่นๆ เลย ต่างกันแค่การวาง Layout

และสำหรับ โซนเปียกจะพิเศษกว่าห้องที่แล้วคือมีอ่างอาบน้ำเพิ่มขึ้นมาให้อยู่ภายในโซนเปียกเลย

ออกมาด้านหน้าห้องน้ำก็จะเป็นมุมแต่งตัว โดยตู้เสื้อผ้าที่ได้ก็จะเป็นรูปแบบ Built-in รูปตัว L ตามในห้องตัวอย่างเลยค่ะ

ถัดมาเป็นมุมเตียงนอนขนาดพื้นที่นี้รองรับเตียงขนาด 5-6 ฟุตสบายๆ มีพื้นที่ข้างหัวเตียงทั้ง 2 ฝั่งให้วางโต๊ะข้างเตียงได้

จุด Highlight ของห้องนอนนี้คือกระจกเข้ามุมสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานที่เปิดวิว 2 ฝั่งอย่างเต็มที่เลย

รับสิทธิพิเศษอีกมากมายได้ในงานเปิดจองครั้งแรก VVIP DAY 26-27 ตุลาคมนี้ ณ สำนักงานขาย ทองหล่อ ซ.5
ลงทะเบียนได้ที่ >> https://bit.ly/2mjshqC

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ


ติดตามพวกเราได้ที่
Website : www.thinkofliving.com
Twitter : www.twitter.com/thinkofliving
YouTube : www.youtube.com/ThinkofLiving
Instagram : www.instagram.com/thinkofliving
Facebook : ThinkofLiving