รีวิวฉบับที่ 1850 …  The Room พญาไท เป็นคอนโด High Rise ตั้งอยู่บนถนนศรีอยุธยา ห่าง Airport Rail Link สถานีราชปรารภประมาณ 250 เมตรและห่าง BTS พญาไทประมาณ 700 เมตร ใกล้แหล่ง Shopping อย่าง King Power และ Central World ตัวโครงการมาใน Concept Panoramic Living โดยออกแบบยก Facilities หลักขึ้นไปไว้ชั้นบน ให้เราได้ชมวิวได้เต็มที่  ห้องพักเป็นห้องหน้ากว้าง ฝ้าเพดานสูง 2.80 เมตร พร้อมมีนวัตกรรม Air Ventilation มาให้ทุกห้องอีกด้วย ในราคาเริ่มต้น 5.3 ล้านบาท เราไปชมกันค่ะ

Fact @ 23 April 2019

  • The Room Phayathai (เดอะรูม พญาไท)
  • บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน)
  • LUXURY CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ : ถนนศรีอยุธยา เขตราชเทวี
  • ที่ดินประมาณ  2-2-22.9 ไร่
  • คอนโด High Rise 38 ชั้น 1 อาคาร จำนวน 437 ยูนิต
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 17 ยูนิตที่ชั้น 8-15
  • ที่จอดรถประมาณ 64% รวมจอดซ้อนคัน
  • เริ่มก่อสร้าง :  ปี 2561
  • คาดว่าจะแล้วเสร็จ :  ปี 2564
  • Studio 27.5-28.7 Sq.m.
  • 1 Bedroom 37.8-38.3 Sq.m.
  • 2 Bedroom 64.7-73.7 Sq.m.
  • ฝ้าเพดานสูง 2.8 เมตร
  • ราคาห้องเริ่มต้น 5.3 ล้านบาท (Promotion)
  • ราคาเฉลี่ยทั้งโครงการ AVERAGE ประมาณ 195,000 บาท/ตร.ม.
  • EIA (การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม) : ผ่านแล้ว
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่ 
  • Call Center : 1198

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างค่ะ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด Google Maps : 13.756624 , 100.540770

หรือสามารถ :  คลิกที่นี่

จากแผนที่โครงการ The Room พญาไท จะตั้งอยู่บนถนนศรีอยุธยา ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าสายสีเขียวอ่อนสถานีพญาไทและรถไฟฟ้า Airport Rail Link สถานีราชปรารภ ในอนาคตจะมีรถไฟฟ้าสายสีส้มผ่านทางเส้นราชปรารถอีกสายหนึ่งด้วย โดยจะมีจุด Interchange ทั้ง Airport Rail Link สถานีพญาไท ( Interchange กับสายสีเขียว) และ Airport Rail Link สถานีราชปรารภ (Interchange กับสายสีส้มในอนาคต) ทำให้โครงการใกล้กับรถไฟฟ้าทั้ง 3 สาย

ที่ตั้งโครงการ The Room พญาไท อยู่ติดกับถนนศรีอยุธยา ตรงข้ามเยื้องๆกับรพ.พญาไท 1 และอยู่ไม่ไกลจาก BTS+ARL ถือว่าเป็นพื้นที่อยู่ในใจกลางกรุงเทพฯ เดินทางไปไหนมาไหนสะดวก โดยในละแวกจะมีถนนหลักที่สำคัญอยู่ 3 เส้นได้แก่

  • ถนนพญาไท เริ่มจากอนุสาวรีย์ฯ ไปจรดถนนพระราม 4 ที่แยกปทุมวัน จะผ่านหน้า MBK และสยาม
  • ถนนศรีอยุธยา มุ่งหน้าทางทิศ ตะวันออก – ไปเรื่อยๆจะเจอถนนจตุรทิศ วิ่งลอยฟ้าไปพระราม 9 ได้ / ส่วนทางทิศตะวันตก – วิ่งผ่านถนนพระราม 6 ไปเรื่อยๆจะไปสุดที่ถนนสามเสน
  • ถนนเพชรบุรี ซึ่งเป็นถนนเส้นหลักอีกเส้น ทางทิศตะวันออกมุ่งหน้าไปอโศก ผ่านแยกประตูน้ำ, ชิดลม, และไปเข้าสุขุมวิททางซอยนานาได้

ทางขึ้นทางด่วน ใช้ได้หลายจุด คือ 1) ด่านสนามเป้า ซึ่งสามารถไปลงได้ทุกจุด 2) ด่านอุรุพงษ์ (ยมราช) ถนนพระรามหก ใช้เวลาไปหัวลำโพง, สีลม, ถนนจันทน์ ฯลฯ 3) ดอนเมืองโทลล์เวย์ บนถนนวิภาวดีรังสิต ทางขึ้นทั้งหมดนี้ถือว่าอยู่ในระยะที่ค่อนข้างใกล้ทีเดียว

ตัวโครงการตั้งอยู่ติดกับถนนศรีอยุธยา ซึ่งการจราจรแถวหน้าโครงการถือว่าหนาแน่นระดับนึงและติดอีกนิดตรงที่ว่าหาที่กลับรถยากพอสมควร ทำให้ตำแหน่งของที่อยู่อาศัยตรงนี้มีผลต่อการจราจรมาก เพราะเป็นเขตในเมืองแล้วแต่ถ้านับแค่ระยะทางการจะไปทั้งอนุสาวรีย์ฯ ราชเทวี เพชรบุรี สยาม ก็ถือใกล้ๆทั้งหมด

อย่างที่บอกไปว่าการจราจรบริเวณหน้าโครงการค่อนข้างติดขัด แต่เนื่องจากที่ตั้งโครงการอยู่ติดกับซอยศรีอยุธยา2 ซึ่งใช้เป็นซอยลัดจากถนนราชวิถีหรือถนนรางน้ำเข้ามายังโครงการได้แบบ One Way ซึ่งเราสามารถใช้เลี่ยงรถติดจากถนนหลักได้ค่ะ

ส่วนการเดินทางโดยไม่ใช้รถก็มีครบทั้งวินมอเตอร์ไซค์ รถเมล์ หรือจะเรียกแท็กซี่ก็ง่ายเพราะโครงการอยู่ติดถนนใหญ่ นอกจากนั้นโครงการยังใกล้กับอนุสาวรีย์ชัยฯที่เป็นจุดรวมของรถราต่างๆ จะไปที่ไหนก็สะดวกค่ะ ส่วนรถไฟฟ้านั้น ตัวโครงการจะใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าสายสีเขียวอ่อน BTS สถานีพญาไทประมาณ 750 เมตร สถานีนี้เป็น Interchange เชื่อมไปยัง Airport Rail Link พญาไทได้ ถือว่าสะดวกมากๆกับคนที่ต้องการจะเดินทางไป-กลับจากสนามบินสุวรรณภูมิและข้ามไปอีกแค่ 2 สถานีก็ถึง สยาม ซึ่งที่เป็นเซ็นเตอร์แหล่งความเจริญสุดๆของบ้านเราแล้ว นอกจากนั้นยังใกล้กับ Airport Rail Link สถานีราชปรารภ ระยะห่างประมาณ 250 เมตรใช้ไปสนามบินสุวรรณภูมิได้เหมือนกันและในอนาคตจะมีรถไฟฟ้าสายสีส้มผ่านทางเส้นราชปรารถอีกสายหนึ่ง อย่างที่บอกไปว่าจะมีจุด Interchange ทั้ง Airport Rail Link สถานีพญาไท และราชปรารภ (อนาคต) ค่ะ 

สภาพแวดล้อมเเละชุมชน… ถึงแม้ว่าที่ตั้งจะอยู่ติดกับถนนศรีอยุธยา แต่ก็ใกล้กับย่านพญาไท ซึ่งพญาไทนั้นเป็นย่านที่ไม่ได้มีความอุดมสมบูรณ์ของห้างร้านอะไรมากมาย แต่จริงๆจุดเด่นของพญาไทในโซนนี้เป็นแหล่งทำงานและ “ใกล้สยามกับจุฬาฯ” กับ “เชื่อมกับแอร์พอร์ทลิงค์” มากกว่าทำให้กลายมาเป็นมุมที่ฮิตที่อยู่อาศัยไปเลย ตามริมถนนจะมีพวกตึกแถวร้านค้า ร้านอาหารสิ่งใช้ในชีวิตประจำวัน มีพวก Minimart และ ธนาคารเต็มไปหมด รวมไปถึงมีร้านกินดื่มแฮงก์เอาท์อยู่นิดหน่อย

แต่ถ้าจะเดินเป็นห้างใหญ่ๆ หรือ Community Mall ง่ายเลยคือไปแถวสยาม ชิดลม พระราม 1 นั่นเองทั้งสยามสแควร์ Siam Paragon และ Central World เป็นต้น ต้องคือเรียกว่าเป็นศูนย์กลางของห้างทั้งหลาย และเป็นที่เดินช้อปที่ใหญ่สวย และของให้เลือกเยอะที่สุดในกรุงเทพแล้วก็ว่าได้ ในวันที่เราไปเดินสำรวจจะเห็นกลุ่มนักศึกษาของจุฬาฯ เดินผ่านไปมาในย่านนี้ก็ไม่น้อยเช่นเดียวกัน

การเดินทางในวันนี้เราเลือกใช้ Airport Rail Link สถานีราชปรารภซึ่งเป็นรถไฟฟ้าที่อยู่ใกล้กับโครงการมากที่สุด เราจะเดินตามเส้นทางสีแดง จากสถานีตรงมาเลี้ยวเข้าถนนศรีอยุธยา แล้วขึ้นสะพานลอยข้ามฝั่งมาก็จะถึงกับโครงการเลย (ส่วนอีกทางเลือกหนึ่งคือจากสถานีราชปรารภเดินข้ามสะพานลอยแล้วเดินตรงตามถนนศรีอยุธยา ตามเส้นทางสีน้ำเงินก็จะถึงโครงการ เส้นทางนี้จะเดินใกล้กว่าค่ะ)

เริ่มจาก Airport Rail Link สถานีราชปรารภนะคะ สถานีนี้ในอนาคตจะเป็น Interchange กับรถไฟฟ้าสายสีส้มด้วยแหละ เราสามารถนั่งเชื่อมต่อไปยังประตูน้ำได้สบายๆเลย

พอลงมาถ้าใครขี้เกียจเดินกลับบ้านก็สามารถเรียกใช้วินมอเตอร์ไซค์ได้ค่ะ

มาดูอัตราค่าโดยสารกัน มีติดราคาไปยังสถานที่สำคัญใกล้เคียง ในช่วงเวลาเร่งด่วนนอกจากรถไฟฟ้าแล้วก็พี่วินนี่แหละที่เป็นที่พึ่งพา

จากตัวสถานีมองออกมาเราจะเห็นถนนราชปรารภ เส้นนี้ถ้ามุ่งหน้าไปทางขวามือก็จะถึงประตูน้ำและ Central World ได้เลย

เดินมาซักเล็กน้อยจะเจอกับซอยที่ใช้ลัดไปออกถนนศรีอยุธยาบริเวณใกล้ๆกับโครงการได้เลย

แวะดูซอยนี้กันหน่อย บริเวณหน้าปากซอยมีร้านอาหารตามสั่งอยู่ สามารถแวะทานได้ สภาพแวดล้อมในซอยนี้ส่วนใหญ่เป็นตึกแถวและอาคารพาณิชย์ แต่เราจะใช้ทางที่ติดกับถนนใหญ่เดินต่อไปนะคะ

จากสถานีเราเดินมาตามทางมุ่งหน้าไปถนนศรีอยุธยา จะเห็นว่าข้างทางส่วนใหญ่เป็นอาคารพาณิชย์

พอเดินมาจนสุดทางให้เราเลี้ยวซ้าย

หันมามองด้านข้างนิดนึง จากแยกนี้ถ้าเราซ้ายจะเป็นถนนศรีอยุธยาที่มุ่งหน้าไปทางพญาไท ส่วนถ้าตรงต่อไปจะยังคงเป็นถนนราชปรารภ ที่มุ่งหน้าไปทางถนนราชวิถี

พอเลี้ยวมาทางฝั่งขวามือของเราจะเป็นถนนศรีอยุธยาแล้วนะคะ

เดินตรงไปเรื่อยๆตามทาง ฝั่งซ้ายจะผ่านโรงแรมอครา

พอเดินมาจนเห็นซอยนี้นี่คือซอยที่เราใช้ลัดจากซอยข้างสถานีราชปรารภได้ค่ะ ชื่อว่าซอยซี.เอส.ที

บริเวณหน้าซอยมีขายของกินอยู่พอสมควรนะคะ

เราเดินกันต่อ ใกล้ถึงโครงการแล้วค่ะ พอถึงบริเวณนี้ให้เราหันไปมองฝั่งตรงข้าม

ถ้าเราเห็นเจ้าพระยา2 โครงการของเราจะอยู่ข้างๆกันเลยค่ะ จริงๆแล้วสามารถเดินข้ามไปได้เลยนะแต่ไม่แนะนำเพราะถ้ารถขับมาเร็วๆอาจจะเกิดอันตรายได้ เดี๋ยวจะพาไปเดินข้ามสะพานลอยและพาไปชมสภาพแวดล้อมรอบๆโครงการเพิ่มเติมนะ

เดินต่อมาจะเจอกับตึกแถวที่มีร้านอาหารอยู่หลายร้าน รวมถึงมี 7-11 ด้วย ^^

ตรงนี้มีร้านอาหารอยู่หลายร้านคะ ตั้งอยู่ข้างๆโรงพยาบาลพญาไท จากโครงการเดินข้ามมาทานได้

มีร้านก๋วยเตี๋ยว ร้านตามสั่ง ข้าวหมูแดง-หมูกรอบ ข้าวหน้าเป็ด กระเพราะปลา เรียงๆกันไป อร่อยอยู่นะคะ

ติดๆกับร้านข้าวมี 7-11 แบบที่มี All Cafe อยู่ด้วย ดึกๆก็มาหาอะไรทานได้ ถ้าเดินถัดจากตรงนี้ไปจะเป็นโรงพยาบาลพญาไทค่ะ

เดินต่อมาจะเจอกับโรงพยาบาลพญาไท 1 โรงพยาบาลชื่อดังในย่านนี้ ด้านในมีศูนย์อาหารแบบติดแอร์ด้วยนะคะ เป็นอีกทางเลือกในการหาของกินระยะใกล้กับโครงการ

เราจะเดินข้ามสะพานลอยนี้ไปค่ะ

ขึ้นสะพานลอยแล้วมองย้อนกลับมาก็จะเห็นตำแหน่งของโครงการ The Room พญาไทอยู่ตามที่ลูกศรชี้

พอข้ามฝั่งมาแล้วเดินตามทางมาเรื่อยๆบริเวณซอยศรีอยุธยา6 จะเจอกับธนาคารกรุงไทย

เดินต่อมาอีกนิดก็จะถึงกับซอยศรีอยุธยา 2 ติดๆกับซอยนี้จะเป็นที่ตั้งของโครงการเลยค่ะ

ซอยนี้เป็นซอยลัดแบบ One Way ที่เชื่อมมาจากถนนรางน้ำ ใช้ลัดออกมาหน้าซอยก็เลี้ยวเข้าโครงการได้เลยค่ะ

ถัดจากซอยศรีอยุธยา 2 ก็จะเป็นโครงการ The Room พญาไทค่ะ

อีกเส้นทางเราจะพาเดินจากรถไฟฟ้า BTS พญาไท เดินตรงไปเลี้ยวเข้าถนนศรีอยุธยา จากนั้นตรงมาเรื่อยๆตามทางก็จะเจอกับโครงการซึ่งจะอยู่เยื้องกับโรงพยาบาลพญาไท 1


ลงบันไดมาให้เราตามประตูทางออกที่ 4 เอาไว้ เราจะลงฝั่งเดียวกับโรงแรมเดอะสุโกศล กรุงเทพฯ

สถานีนี้เป็นสถานี Interchange เชื่อมไปยัง Airport Rail Link ซึ่งสะดวกมากกับคนที่ต้องการจะเดินทางเชื่อมไปสนามบินสุวรรณภูมิ สามารถลากกระเป๋าขึ้น Airport Rail Link แล้วนั่งยาวไปถึงสนามบินสุวรรณภูมิได้เลย

มองลงไปจะเห็นแยกพญาไท จะเห็นว่าปริมาณรถที่มาจากถนนศรีอยุธยาเลี้ยวเข้ามาที่ถนนพญาไทจะเยอะมาก

ลงที่บันไดทางขึ้นลง ทางออกหมายเลข 4 ตรงนี้ค่ะ

การข้ามถนนบริเวณแยกนี้ต้องข้ามทั้งหมด 4 ช่วงด้วยกัน เนื่องจากเป็นแยกขนาดใหญ่นะคะ การซอยช่วงทั้งหมด 4 ช่วงด้วยกันทำให้ข้ามได้ง่ายขึ้น

บริเวณถนนใหญ่ ทางม้าลายจะมีไฟจราจรสำหรับคนเดินให้ เพิ่มความปลอดภัยได้มากขึ้น ข้ามถนนอีก 2 ตอนก็จะอยู่ฝั่งอาคารวรรณสรณ์ซึ่งเป็นอาคารหัวมุมแยกพญาไทนี้แล้ว

เดินตามทางริมฟุตบาทไปเรื่อยๆนะคะ หลังจากผ่านโค้งตึกวรรณสวรณ์แล้ว ทางซ้ายมือก็จะเป็นอาคารสิริภิญโญ

ระหว่างทางจะมีร้าน Coffee เล็กๆเก๋ๆอยู่อย่าง “เช้าคอฟฟี่” ก็แวะซื้อได้

หลังจากนั้นจะผ่านตัวโรงแรมเก่าแก่ในย่านนี้ อย่าง The Sukosol Bangkok

เดินต่อกันค่ะ จะเห็นว่าสะพานข้ามแยกของแยกพญาไทจะมาลงบรรจบถนนตรงนี้ และช่วงเวลาสายๆวันธรรมดา การจราจรก็ยังหนาแน่นอยู่

ทางซ้ายมือผ่านอาคารศรีอยุธยา นี่เดินผ่านมามีแต่ตึกออฟฟิศ สำนักงาน โรงแรม ตามริมถนนใหญ่ทั้งนั้น เห็นสะพานลอยอยู่ เดี๋ยวเราจะขึ้นไปเก็บภาพบรรยากาศมุมสูงสักหน่อย

ขึ้นมาที่สะพานลอยกันแล้ว ขอถ่ายย้อนศรกลับไปยังแยกพญาไทที่เราเดินมาก่อน จะเห็นว่าประมาณรถที่วิ่งบนเส้นศรีอยุธยานี้จะไปกระจุกตัวเพื่อผ่านหน้าโครงการแล้วเลี้ยวเข้าสู่ถนนพญาไทค่อนข้างหนาแน่นมาก ซึ่งตอนนี้เป็นเวลาคนกำลังทำงานอยู่นะคะ ถ้าเป็นช่วงเลิกงานคาดว่าจะหนักกว่านี้

ลงจากสะพานลอยมาเดินกันต่อ ตรงนี้เป็นทางลัดส่วนบุคคล เพื่อเข้าไปยังโรงแรม Pull Man และก็ King Power รางน้ำ ซึ่งสามารถเข้าจากฝั่งถนนศรีอยุธยานี้ได้ด้วย

มาถึงโรงเรียนศรีอยุธยาในพระอุปถัมภ์ฯ แล้ว โรงเรียนนี้ถือเป็นโรงเรียนเก่าแก่ในพื้นที่นี้ พื้นที่ดินขนาดใหญ่พอสมควรเกือบๆ 17 ไร่

เดินต่อมามองไปฝั่งตรงข้ามจะเห็น รพ.เอกชนอย่างพญาไท 1 อยู่ตรงข้ามเยื้องๆกัน

จากนั้นให้เราเดินตรงมาเรื่อยๆจะผ่านธนาคารกรุงไทย ตามทางเดิมที่เราพาเดินกันในเส้นทางที่ 1

พอเลยซอยศรีอยุธยา 2 ก็จะถึงโครงการ The Room พญาไทค่ะ

ตอนนี้สำนักงานขายสร้างเสร็จเรียบร้อยพร้อมให้เข้าชม

บรรยากาศด้านในมีการตกแต่งให้มีความคล้ายกับ Lobby ของโครงการนะคะ ทั้ง Space ที่โปร่งโล่ง รวมถึงวัสดุและเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ด้วย

ด้านหลังจะมีห้องตัวอย่างแบบ VR ให้เราได้ชมห้องแบบเสมือนจริง ส่วนห้องตัวอย่างที่จะพาไปชมจะอยู่ที่ชั้นบนอีก 2 ห้องค่ะ

ห้องตัวอย่างแบบ VR นี้ เข้ามาจะเจอกับที่นั่งซึ่งเราจะต้องใส่อุปกรณ์ก็จะเห็นห้องแบบเสมือนจริงได้เลย

อุปกรณ์ที่เราจะต้องใส่จะหน้าตาประมาณนี้ค่ะ ใครอยากลองเล่นก็แวะมาที่โครงการได้นะ

ส่วนชั้นบนจะเป็นห้องตัวอย่างอีก 2 ห้อง ซึ่งเดี๋ยวเราจะพาเข้าไปชมกันค่ะ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

โครงการตั้งอยู่ติดถนนศรีอยุธยา ข้างๆซอยศรีอยุธยา2 สภาพแวดล้อมโดยรอบจะไม่มีตึกสูงบังในระยะประชิด เพราะส่วนใหญ่จะเป็นตึกแถวและอาคารพาณิชย์ที่ไม่สูงมาก แต่ถ้าห่างหน่อยทางทิศตะวันออกจะมีอาคารมหานครยิบซั่ม ทิศตะวันตกจะมีคอนโด Supalai Elite พญาไท สูง 31 ชั้น และทางทิศใต้จะเยื้องๆกับโรงพยาบาลพญาไท 1 โดยสรุปแต่ละด้านของโครงการจะติดกับ

  • ทิศเหนือ – ติดกับอพาร์ทเม้นท์สูงประมาณ 10 ชั้น
  • ทิศตะวันออก – ติดกับเจ้าพระยา2 และอาคารมหานครยิบซั่ม 
  • ทิศใต้ – ติดกับถนนศรีอยุธยา ฝั่งตรงข้ามเป็นแนวตึกแถว เยื้องๆกันจะเป็นโรงพยาบาลพญาไท 1
  • ทิศตะวันตก – ติดกับซอยศรีอยุธยา 2 บ้านพักอาศัยและอพาร์ทเม้นท์

ทิศเหนือ หรือด้านหลังโครงการติดกับอพาร์ทเม้นท์สูงประมาณ 10 ชั้น

ทิศตะวันออก ติดกับเจ้าพระยา2 ที่ด้านหน้าเป็นลานจอดรถโล่งๆ และถัดไปเป็นอาคารมหานครยิบซั่ม 

ทิศใต้ ติดกับถนนศรีอยุธยา ฝั่งตรงข้ามเป็นแนวตึกแถว เยื้องๆกันจะเป็นโรงพยาบาลพญาไท 1

ทิศตะวันตก ติดกับซอยศรีอยุธยา 2 บ้านพักอาศัยและอพาร์ทเม้นท์

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น (ระยะทางรวมกลับรถ)

  • โรงพยาบาลพญาไท 1 ~ 290 เมตร
  • โรงพยาบาลเดชา ~ 750 เมตร
  • สวนสันติภาพ ~ 800 เมตร
  • โรงแรมเดอะสุโกศล กรุงเทพฯ ~ 900 เมตร
  • King Power Complex และโรงแรม Pullman King Power ~ 900 เมตร
  • โรงเรียนสันติราษฎร์วิทยาลัย ~ 1 กิโลเมตร
  • โรงเรียนศรีอยุธยา ~ 1.3 กิโลเมตร
  • อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ~ 1.5 กิโลเมตร
  • อาคารวรรณสรณ์ ~ 1.5 กิโลเมตร
  • โรงพยาบาลราชวิถี ~ 1.7 กิโลเมตร
  • โรงเรียนอำนวยศิลป์ ~  1.7 กิโลเมตร
  • Century The Movie Plaza ~ 1.8 กิโลเมตร
  • อาคารพญาไท พลาซ่า ~ 1.8 กิโลเมตร
  • C.P. Tower 3 ~ 2 กิโลเมตร
  • Heap Cafe & Restaurant ~ 2 กิโลเมตร
  • โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ~ 2.1 กิโลเมตร
  • พระราชวังพญาไท ~ 2.3 กิโลเมตร
  • โรงพยาบาลรามาธิบดี ~ 2.4 กิโลเมตร
  • วิทยาลัยพยาบาลกองทัพบก ~ 2.5 กิโลเมตร
  • สำนักงานเขตราชเทวี ~ 2.7 กิโลเมตร
  • วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า ~ 2.7 กิโลเมตร


เจาะลึกตัวโครงการ

The Room พญาไท เป็นคอนโด High Rise 38 ชั้น 1 อาคาร มีห้องพักทั้งหมด 437 ยูนิต โครงการนี้ออกแบบโดยใช้แนวคิด Panoramic Living ซึ่งถูกนำไปใช้ในการวางผังโดยยกพื้นที่ส่วนกลางหลักๆเอาไปไว้ชั้นบนสุดเพื่อให้เห็นวิวได้แบบพาโนรามา ส่วน Facilities อื่นๆจะก็การออกแบบให้มีผนังกระจกขนาดใหญ่หรือไม่ก็มีฝ้าเพดานที่ค่อนข้างสูง ทำให้เวลาเรามาใช้งาน Space นั้นๆแล้วรู้สึกโปร่ง โล่ง ส่วนห้องพักโครงการนี้ออกแบบมาเป็นห้องหน้ากว้างและมีการปรับฝ้าเพดานให้สูงถึง 2.80 เมตร ทำให้อยู่สบาย ไม่อึดอัด

ถ้าดูจากโมเดลเข้ามาเราจะเจอกับสวนหย่อมก่อน ที่จอดรถจะอยู่ในชั้น 1-7 พื้นที่ส่วนกลางชั้น 1 มี Lobby Lounge , Meeting Room , Co-Working Space ที่สามารถเดินขึ้นชั้นบนไปยัง Mini Theatre และ Social Lounge มุมพักผ่อนที่มี Pool Table และ Table Soccer ให้เล่นด้วย พื้นที่ส่วนกลางชั้นล่างนั้นถือว่าเลือกมาเพื่อตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่ชอบนั่งทำงานนอกบ้าน หรือกลุ่ม Freelance ธุรกิจส่วนตัว เพราะมีพื้นที่ให้ลงมานั่งทำงานค่อนข้างเยอะ สามารถนัดประชุมย่อยๆที่โครงการได้เลยโดยไม่ต้องขึ้นไปรบกวนส่วนพักอาศัยชั้นบน ที่จะอยู่ในชั้น 8-36 ชั้น 8 จะมีสวนหย่อมอยู่อีกจุดหนึ่ง เป็น Private Garden ลูกบ้านเท่านั้นถึงจะมาใช้ได้  ส่วน Facilities อื่นๆที่เน้นการ Take View ทั้งหมดจะยกไปไว้ในชั้นบนสุด โดยชั้น 37 เป็นสระว่ายน้ำ สวนหย่อม ห้องน้ำแยกชายหญิงที่มีห้อง Steam ส่วนชั้น 38 เป็นฟิตเนสที่มีผนังกระจกเห็นวิวได้โดยรอบค่ะ

มาดูภาพจำลองบรรยากาศภายนอกโครงการ ในมุมเดียวกันกับโมเดลบ้างจะเห็นว่าตัวอาคารออกแบบมาในสไตล์โมเดิร์น เรียบหรู ด้านบนจะเป็น Sky Facilities ค่ะ

เรามาดู Master Plan กันบ้าง เริ่มจากทางเข้า-ออกของโครงการจะมีทางเดียวนะคะ พอเข้ามาจะเจอกับสวนหย่อม รถจะเดินทางเดียววนรอบโครงการโดยจะมีทางขึ้นที่จอดรถอยู่ด้านข้าง ซึ่งดีตรงที่จะไม่มีรถวิ่งสวนกันซึ่งจะช่วยลดอุบัติเหตุลงได้ ภายในอาคารชั้นนี้จะมี Lobby Lounge , Meeting Room , Co-Working Space มีลิฟต์โดยสารอยู่ 3 ตัว อัตราส่วนลิฟต์รวมทั้งโครงการเท่ากับ 146 : 1 + Service Lift อีก 1 ตัว

ด้านหน้าโครงการจัดเป็นสวนหย่อมซึ่งต้นไม้จะสามารถ Screen ความวุ่นวายจากภายนอกทั้งเสียง ฝุ่น และมลภาวะต่างๆ ช่วยกันให้ลูกบ้านที่อยู่ด้านในมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น และช่วยเพิ่ม O2 ให้กับโครงการ อีกทั้งความร่มรื่นของต้นไม้เวลาที่เราเห็นหรือเดินผ่านจะช่วยให้ผ่อนคลายความเครียดได้อีกด้วย

ภาพจำลองบรรยากาศบริเวณหน้าโครงการ สังเกตว่าจะมีลงต้นไม้ใหญ่มาให้ด้วย ส่วน Facilities ด้านหน้าโครงการก็ถูกออกแบบมาให้มีผนังกระจกบานใหญ่ที่สามารถรับวิวสวนหย่อมด้านหน้าได้

ภายใน Lobby จะเป็น Double Space ฝ้าเพดานสูง (บริเวณนี้จะแต่งคล้ายๆกับสำนักงานขายนะคะ) มีจัดชุดที่นั่งมาให้หลายจุดทั้งแบบส่วนตัวนั่งกันไม่กี่คนและแบบที่นั่งกันเป็นกลุ่ม เผื่อใครจะนัดเพื่อนมาคุยงานหรือประชุมก็ใช้พื้นที่ตรงนี้ได้

อีกฝั่งหนึ่งชั้นล่างจะเป็นห้อง Co-Working Space สามารถมาใช้นั่งทำงานได้ มีบริการ Free-WiFi ถ้าเบื่อๆก็สามารถเดินขึ้นไปพักผ่อนที่ชั้นบนซึ่งจะมี Mini Theatre และ Social Lounge ที่มีที่นั่งพักผ่อน Pool Table และ Table Soccer ให้เราเล่นเพื่อ Relax ได้ค่ะ พื้นที่บริเวณนี้ผนังด้านหน้าถูกออกแบบมาให้เป็นกระจกบานใหญ่ที่หันรับวิวสวนหย่อมหน้าโครงการ นั่งอยู่ด้านในก็จะมองเห็นวิวพื้นที่สีเขียวด้วยค่ะ

ถ้าใครจะจอดรถ พอเข้าโครงการมาแล้วรถจะเดินทางเดียวรอบโครงการเข้าที่จอดทางด้านข้างอาคาร ซึ่งที่จอดรถจะอยู่ในชั้น 1-7 จอดแบบรวมซ้อนคันได้ 64%

พอขึ้นมาที่ชั้น 8 จะมีสวนหย่อมรวมอยู่กับห้องพักอาศัย สวนนี้จะเป็น Private Garden มีความเป็นส่วนตัวมากกว่าสวนชั้นล่างเพราะลูกบ้านเท่านั้นถึงจะขึ้นมาใช้ได้ ถ้าใครอยู่ห้องเบื่อๆก็ลงมานั่งเล่นพักผ่อนชิลล์ๆได้

ภาพจำลองบรรยากาศของสวนชั้น 8 ค่ะ ออกแบบมาเป็นสวนแบบเล่นระดับ มีมุมพักผ่อนกระจายอยู่หลายจุด มีพื้นที่จัดปาร์ตี้ทำ Bar B Q หรือสามารถเดินขึ้นไปนั่งเล่นแบบเป็นส่วนตัวได้บนพื้นที่ยกระดับ

ชั้น 8 จะเริ่มมีห้องพักอาศัยแล้วค่ะ การวางผังจะนำเอาห้อง 2 Bedroomมาไว้เป็นห้องมุม ส่วนห้อง Studio และ 1 Bedroom จะอยู่ตรงกลาง ชั้นนี้จะมีสวนหย่อมรวมอยู่ด้วย ออกมานั่งเล่นพักผ่อนได้ ถ้าสังเกตในแปลนจะเห็นว่าที่สุดทางของโถงทางเดินทั้ง 2 ฝั่งจะมีช่องเปิดเพื่อให้ลมพัดผ่าน ระบายอากาศได้ดีและช่วยลดความร้อนในตัวอาคารได้ด้วย รวมถึงเราก็จะได้แสงสว่างเข้ามาด้านในโถงทางเดิน ทำให้โถงสว่าง แทบไม่ต้องเปิดไฟในเวลากลางวันซึ่งจะช่วยลดการใช้ไฟฟ้าได้ด้วยค่ะ

ส่วนชั้น 9-15 จะวางผังคล้ายกับชั้น 8 แต่ไม่มีพื้นที่ส่วนกลางรวมอยู่ด้วยแล้ว โดยมีจำนวนยูนิตต่อชั้นเท่ากับ 17 ยูนิต ตำแหน่งโถงลิฟต์จะวางค่อนมาทางด้านซ้ายทำให้จะมีห้องที่ใกล้ลิฟต์และไกลลิฟต์ สังเกตว่าห้องทางฝั่งซ้ายมือของลิฟต์จะมีอยู่ไม่กี่ยูนิตเท่านั้น บริเวณนี้เป็นส่วนตัวพอสมควรและเป็นตำแหน่งที่เดินใกล้ลิฟต์ด้วยค่ะ ส่วนห้องทางฝั่งขวาห้องในๆที่ต้องเดินไกลลิฟต์หน่อยก็จะได้ความเป็นส่วนตัวเข้ามาแทนค่ะ

ชั้น 16-29 จะมีจำนวนยูนิตน้อยลงเท่ากับ 15 ยูนิต เนื่องจากมีการปรับห้องแบบ Studio ในตำแหน่งที่วงสีแดงๆไว้เป็นห้องแบบ 2 Bedroom แทนค่ะ

พอขึ้นมาที่ชั้น 31-36 ห้องพักจะปรับเป็นแบบ 2 Bedroom เกือบทั้งหมดเลยค่ะ จะเหลือห้องแบบ Studio อยู่ 4 ห้องเท่านั้น จำนวนยูนิตต่อชั้นจะเหลือเท่ากับ 13 ยูนิต โซนนี้จะเหมาะกับคนที่อยากได้ห้องใหญ่ๆและอยากได้วิวมุมสูง

พอขึ้นมาชั้นบนสุดจะเป็นส่วนของ Sky Facilities ซึ่งมีข้อดีตรงที่เราสามารถใช้พื้นที่ส่วนกลางพร้อมชมวิวไปด้วยได้ โดยจะมีทั้ง สระว่ายน้ำ สวนหย่อมและฟิตเนส

มาดูภาพจำลองบรรยากาศกันค่ะ อันนี้เป็นภาพรวมนะ จะเห็นว่าเราจะได้ชมวิวขณะที่ใช้งานพื้นที่ส่วนกลางด้วย ซึ่งดีกว่าโครงการที่เอาส่วนกลางไว้ชั้นล่างในเรื่องของบรรยากาศ อีกอย่างการแยกส่วนกลางขึ้นมาด้านบนจะช่วยให้ส่วนพักอาศัยมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้นอีกด้วยค่ะ

สระว่ายน้ำ หรือที่ทางโครงการเรียกว่า Panoramic Sky Pool ปูด้วยกระเบื้องโทนสีขาวทั้งหมดและมีเล่น Lighting ในตอนกลางคืนด้วย สระนี้เป็นระบบน้ำเกลือออกแบบมาให้เป็น Infinity Edge  Pool  หรือสระที่มองเห็นวิวเสมอกับผิวน้ำ และรอบๆสระมีราวกันตกที่วัสดุเป็นกระจกกั้นอยู่ นอกจากช่วยเพิ่มความปลอดภัยแล้วยังทำให้เรามองเห็นวิวมุมสูงได้แบบไม่มีอะไรมาบดบังอีกด้วย ข้างๆสระจัดเป็นพื้นที่นั่งเล่นพักผ่อนอยู่ในร่ม ซึ่งจะมีม้านั่งยาวที่ปรับระดับของพนักพิงได้  ถ้าใครไม่อยากว่ายน้ำก็มาเดินเล่นชมวิวที่สวน Sky Garden ที่อยู่ข้างๆสระได้

มองอีกมุมนึงเราจะเห็นห้องฟิตเนสอยู่ที่ชั้นบนนะคะ สามารถเดินขึ้นจากบันไดที่อยู่ด้านขวามือได้เลย

ห้องฟิตเนสออกแบบให้ผนังด้านหนึ่งเป็นกระจกโดยรอบเลย สามารถชมวิวได้เต็มที่ ตรงกลางมีชุดที่นั่งไว้ให้นั่งพักผ่อน ส่วนทางฝั่งขวาเป็นผนังที่ทำเป็นลวดลายเฉพาะของทางโครงการ

อย่างที่บอกไปว่าชั้น 37-38 เป็น Sky Facilities ทั้งหมด โดยชั้น 37 นอกจากสระว่ายน้ำและสวนหย่อมแล้ว ก็ยังมีห้องน้ำแยกชาย-หญิงที่มีห้อง Steam มาให้ด้วย

ขึ้นมาถึงชั้นบนสุดของอาคาร ถ้าไม่พูดถึงวิวเลยก็กระไรอยู่ โดยภาพรวมโครงการนี้ไม่มีตึกสูงในระยะประชิดนะคะ แต่ถ้าในระยะที่ไกลหน่อยก็มีตึกสูงอยู่บ้าง เป็นระยะที่ไม่ได้กระทบกับการอยู่อาศัยหรือทำให้อึดอัดค่ะ เราสรุปให้ตามนี้นะคะ

  • ทิศใต้ – หรือวิวฝั่งหน้าโครงการที่ติดกับถนนศรีอยุธยา จะเห็นวิวทางฝั่งประตูน้ำ มองออกไปจะเห็นแนวรถไฟฟ้า Airport Rail Link และตึกที่เด่นที่สุดก็คือตึกใบหยกนั่นเอง
  • ทิศตะวันตก – เป็นวิวฝั่งมุ่งหน้าไปทางพญาไท เราจะเห็นคอนโด Supalai Elite พญาไท  และแนวรถไฟฟ้า BTS สายสีเขียว ถ้ามองไกลๆจะเห็นคอนโดปทุมวัน รีสอร์ท ตึกสีขาวแดง ที่เป็นคอนโดเก่าแก่ในย่านนี้อีกด้วย
  • ทิศเหนือ – หรือด้านหลังโครงการ มุ่งหน้าไปถนนรางน้ำ อนุสาวรีย์ชัยฯ ส่วนใหญ่เป็นวิวเปิดโล่งนะคะ
  • ทิศตะวันออก – เป็นวิวฝั่งมุ่งหน้าไปถนนจตุรทิศ ซึ่งจะเห็นทางด่วนและพื้นที่บริเวณมักกะสัน

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • Front Garden
  • Lobby Lounge
  • Co-working Space
  • Social lounge (Pool table and Table soccer)
  • Mini theatre
  • Multi-purpose room
  • Smart Locker
  • Private Garden
  • Panorama Sky pool
  • Sky kid pool and parent lounge
  • Sky Fitness
  • Steam room
  • Sky Garden
  • ลิฟต์โดยสาร 3 ตัว/อาคาร
  • อัตราส่วนลิฟต์รวมทั้งโครงการ 146 : 1
  • Service Lift 1 ตัว
  • ที่จอดรถประมาณ 64% รวมจอดซ้อนคัน
  • ระบบ CCTV / Access Card


Product Walkthrough

ต่อมาก็ถึงคิวของห้องตัวอย่างค่ะ วันนี้เราจะพาไปชมห้องแบบ Studio 27.8 ตารางเมตรและ 2 Bedroom 69.5 ตารางเมตร โครงการนี้ขายแบบ Fully Fitted +เฟอร์นิเจอร์ Built-in บางรายการ จะเป็นอย่างไรไปชมกันค่ะ

ห้อง Studio 27.8 ตารางเมตร ถือเป็น Studio ที่มีขนาดใหญ่ทีเดียวเมื่อเทียบกับโครงการอื่นในสมัยนี้ ห้องนี้ถูกออกแบบมาให้เป็นห้องหน้ากว้าง ดังนั้นข้อดีคือเราจะได้ความโปร่ง โล่งเนื่องจากห้องจะได้ช่องแสงที่มากขึ้น และยังทำให้สามารถจัดวางแปลนให้มีพื้นที่นั่งดูทีวีที่กว้างกว่าห้องแบบหน้าแคบ ห้องนี้เข้ามาจะเจอกับครัวก่อน เป็นครัวเปิดดังนั้นจึงเหมาะกับคนที่ไม่เน้นทำอาหาร  ฝั่งตรงข้ามครัวเป็นห้องน้ำซึ่งจุดที่ชอบคือ เค้ามีการเจาะช่องแสงให้มีแสงสว่างส่องผ่านไปยังห้องน้ำได้ จึงทำให้ห้องน้ำไม่มืดและไม่อับชื้น ด้านในสุดจะเป็นห้องนั่งเล่นที่อยู่ติดกับห้องนอน พื้นที่ตรงนี้จะค่อนข้างกว้าง ตำแหน่งของเตียงนอนจะอยู่หลบมุมเข้ามาด้านใน ดังนั้นคนที่อยู่หน้าห้องจะมองไม่เห็นเตียงนอนนะคะ เพราะมีห้องน้ำบังอยู่ ดังนั้นจึงเป็นส่วนตัวพอสมควรเลย สำหรับระเบียงห้องนี้จะอยู่บริเวณห้องนั่งเล่น สามารถออกไปยืดสูดอากาศหรือซักล้างได้ค่ะ

ประตูทางโครงการให้มาแบบนี้เลย วัสดุเป็นไม้ปิดผิวด้วยลามิเนตติดคิ้วสีโครเมี่ยม โดยจะมีนวัตกรรม Air Ventilation ของทาง Land & Houses ที่มีชื่อเรียกว่า Air Post อยู่ด้านข้างของประตู ซึ่งจะมีช่องระบายอากาศ สามารถเปิดให้อากาศในห้องถ่ายเทได้ พร้อมติดตั้ง Digital Door Lock มาให้ที่ประตูด้วยค่ะ

Digital Door Lock ที่ติดตั้งมาให้เป็นของ MAZI สามารถรองรับการใช้งานได้ถึง 4 ระบบทั้ง สแกนลายนิ้วมือ คีย์การ์ด กุญแจ และ การกดรหัส หรือ กดสร้าง Pattern เป็นรูป

ที่หน้าประตูทางโครงการติดตั้งมาให้ครบทั้ง บ้านเลขที่พร้อมไฟส่องสว่าง กริ่งสัญญาณ ช่องระบายอากาศ และช่องใส่จดหมาย สำหรับโครงการนี้ช่องใส่จดหมายจะอยู่ที่หน้าห้องของเราเลย โดยนิติจะมาหย่อนจดหมายให้ที่หน้าห้องใครห้องมัน เราไม่ต้องไปหยิบเองค่ะ

มาดูประตูฝั่งด้านในห้องกัน จะเห็นว่าช่องจดหมายดีไซน์มาให้ดูกลมกลืนกับประตู แต่สามารถเปิดออกมาเอาจดหมายได้และมีช่องสำหรับวางของและกุญแจมาให้ด้วย ด้านล่างเป็นช่องระบายอากาศ

ด้านหลังของบานเปิดตู้จดหมายเป็นแม่เหล็ก เราสามารถใช้ติด Note แบบนี้ได้นะคะ

ช่องระบายอากาศ Air Post ของโครงการนี้เป็น Version ใหม่ที่เปลี่ยนตำแหน่งของช่องระบายอากาศจากที่อยู่ด้านหน้ามาด้านข้าง (แต่มีมุ้งลวดอยู่ด้านในเหมือนเดิมนะ) ถ้ามองด้านหน้าจะดูเรียบเสมอกับประตู แต่ถ้าเรากดตามรูปด้านบน จะเป็นการเปิดช่องระบายอากาศด้านข้างออก ซึ่งข้อดีของการย้ายช่องระบายอากาศมาด้านข้างจะช่วยให้เรามองไม่เห็นห้องที่อยู่ด้านใน ทำให้มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น

เข้ามาในห้องทางฝั่งซ้ายคือครัว ห้องน้ำจะอยู่ฝั่งตรงข้าม ส่วนห้องนั่งเล่นและห้องนอนจะอยู่ด้านในสุด เนื่องจากห้องนี้ถูกออกแบบมาให้เป็นห้องหน้ากว้าง 5.6 เมตร ดังนั้นเราจะได้พื้นที่ของห้องนั่งเล่นที่กว้างและได้ช่องแสงจากบานหน้าต่างเพิ่มมากขึ้น ฝ้าเพดานของห้องนี้สูง 2.80 เมตร วัสดุพื้นเป็นไม้ลามิเนตหนา 12 มม.

มุมมองฝั่งหน้าห้องที่เป็นครัวและห้องน้ำ ฝ้าเพดานบริเวณนี้จะต่ำกว่าส่วนอื่นหน่อยเพราะเป็นพื้นที่ของงานระบบแอร์

แอร์เป็นระบบแบบฝังฝ้าเพดาน (Conceal Type) โดย Return ของแอร์ออกแบบมาให้ดูสวยงามมากขึ้นโดยทำคล้ายๆช่องหลืบฝ้าเพดาน ส่วนช่อง Service สำหรับซ่อมบำรุงจะอยู่ตามที่ชี้ในรูปค่ะ

สำหรับห้องนี้เราได้เป็นครัวเปิดซึ่งจะเหมาะกับคนที่ไม่เน้นทำอาหารเท่าไหร่ เคาน์เตอร์ครัวได้ของ RCD วัสดุปิดผิวเคาน์เตอร์ด้านล่างเป็นลามิเนต ส่วนตู้ด้านบนปิดผิวด้วยกระจกผิวด้านสี Satin บานตู้เป็น Soft Close ทั้งหมดค่ะ

ข้างตู้เย็นทางโครงการมีพื้นที่สำหรับวางเครื่องซักผ้าพร้อมเดินงานระบบเอาไว้ให้ครบครัน แต่เครื่องซักผ้าไม่ได้ให้นะคะ

ถัดมาเป็นตู้เก็บของ ซึ่งพอเปิดตู้ด้านล่างออกมาจะเจอกับอุปกรณ์ต่างๆ ทางโครงการเค้าให้มาแบบนี้เลยค่ะ

ถาดวางช้อนส้อม มีการปูแผ่นยางมาให้ซึ่งสามารถช่วยกันช้อนส้อมเคลื่อนที่ เวลาเปิดปิดลิ้นชักได้

Top ครัวและผนังกันเปื้อนด้านหลังเป็นเป็นหินควอทซ์สีขาว ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษ แข็งแรง ทนรอยขีดข่วน ไม่ซึมน้ำ เหมาะกับการใช้งานในครัว โดยอุปกรณ์ต่างๆรวมถึงไฟ LED ยกเว้นของตกแต่งทางโครงการให้มาด้วยนะคะ

อ่างล้างจานเป็นแบบหลุมเดียวของ Teka ซึ่ง Top ด้านข้างมีบางส่วนที่มีระดับต่ำลงมาเล็กน้อย เพื่อกันน้ำไหลและเอาไว้ใช้เป็นที่วางจานค่ะ

ตู้ด้านบนมีชั้นวางของที่สามารถดึงลงมาได้ เหมาะกับคนตัวเล็ก ทำให้ไม่ต้องเอื้อมมือไปหยิบของในชั้นสูงๆ

ชั้นด้านบนมีมือจับสามารถดึงลงมาได้แบบนี้เลยค่ะ พอใช้งานเสร็จก็ดันกลับไปที่เดิมได้ง่าย

สำหรับในห้อง Studio จะไม่มีเตาไฟฟ้ามาให้ แต่จะได้ไมโครเวฟมามาแทน ใช้อุ่นอาหารทานง่ายๆในห้องได้

ห้องน้ำนอกจากประตูทางเข้าแล้ว ทางโครงการได้เจาะช่องแสงที่ผนังด้านข้างมาให้แบบนี้ ซึ่งข้อดีคือทำให้มีแสงสว่างเข้ามาในห้องน้ำได้ ช่วยให้ห้องไม่มืดทึบและไม่อับชื้น สามารถลดการใช้ไฟในตอนกลางวันได้ค่ะ

ภายในห้องน้ำแบ่งพื้นที่เป็นส่วนแห้งส่วนเปียกเป็นสัดส่วน กั้นด้วยฉากกั้นอาบน้ำกระจกนิรภัย ทั้งพื้นและผนังปูกระเบื้อง Porcelain สีขาวลายหินอ่อนมาให้แบบนี้เลย รวมถึงได้หลืบฝ้าซ่อนไฟมาให้ด้วย

อ่างล้างหน้าเป็นแบบวางบนเคาน์เตอร์ ให้มาพร้อมกับกระจกเงาส่องหน้าที่มีไฟตามแบบนี้ สาวๆที่ชอบแต่งหน้าน่าจะชอบค่ะ

อ่างล้างหน้าได้เป็นของ KÄSCH เป็นแบบวางบนเคาน์เตอร์

ก๊อกน้ำก็เป็นของ KÄSCH เช่นกัน ดีไซน์เป็นสีดำดูสวยแปลกตาดีค่ะ

ตู้ด้านล่างสามารถเปิดออกมาเก็บของเล็กๆน้อยๆได้ ช่วยให้ในห้องน้ำไม่มีของวางเกะกะ

ตู้ด้านล่างนอกจากจะมีชั้นวางของแล้ว จะเป็นตำแหน่งสำหรับติดตั้งเครื่องทำน้ำร้อนด้วย

ที่ผนังด้านข้างอ่างล้างหน้า จะมีปลั๊กที่มีหน้ากากครอบกันน้ำมาให้ด้วย เอาไว้สำหรับเสียบไดร์เป่า เครื่องม้วนผม

โถสุขภัณฑ์ได้ของ KÄSCH พร้อมอุปกรณ์ ได้แก่ สายฉีดชำระ และ ที่แขวนทิชชู่ ที่ออกแบบมาเป็นสีดำเช่นเดียวกัน

ซูมสายฉีดชำระให้ดูค่ะ

ฉากกั้นอาบน้ำเป็นบานกระจก Tempered แบบบานเลื่อน 2 ตอน ช่วยกันไม่ให้น้ำไหลไปโดนส่วนแห้งได้

พื้นที่อาบน้ำของห้องนี้มีขนาด 1.60 x 1.15 เมตร ค่อนข้างกว้าง สามารถยืนอาบได้สบายๆ ถ้าใครอยากหาเก้าอี้มานั่งอาบก็ได้ค่ะ

พื้นห้องน้ำจะมีระดับต่ำกว่าพื้นด้านนอกซึ่งจะสามารถช่วยกันน้ำไม่ให้ไหลไปโดนส่วนอื่นๆได้ สำหรับส่วนเปียกจะมีขอบยกขึ้นมาช่วยกันน้ำได้

พื้นที่อาบน้ำมีมาให้ทั้งฝักบัวและ Rain Shower ที่ผนังด้านข้างจะมีช่องสำหรับวางของมาให้ด้วย เราสามารถติดตั้งชั้นเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยได้นะคะ

ชุดฝักบัวของ KÄSCH เป็นระบบน้ำร้อน-น้ำเย็น

ถัดเข้ามาด้านในจะเป็นพื้นที่นั่งเล่นเชื่อมต่อกับเตียงนอน บริเวณนี้ค่อนข้างกว้างและดูโปร่ง โดยผนังห้องฝั่งนี้จะมีช่องแสงทั้งที่เป็นหน้าต่างและประตูออกไปที่ระเบียง

ระยะดูทีวีของห้องนี้เท่ากับ 2.7 เมตร ถือว่ากว้างมากทีเดียว ทำให้มีพื้นที่สำหรับวางโต๊ะกลางด้านหน้าได้สบายๆ

เฉพาะห้องแบบ Studio เราจะได้ชั้นวางทีวีมาด้วยนะคะ หน้าตาแบบนี้เลย

ประตูทางออกไปที่ระเบียงเป็นบานเลื่อนกรอบบานอลูมิเนียมสีดำ โดยกระจกฝั่งที่อยู่ด้านนอกอาคารทั้งหมดจะเป็นกระจกลามิเนต แต่กระจกที่อยู่ทางทิศตะวันตกจะเป็นกระจก Low E หรือกระจกสะท้อนความร้อน ที่เคลือบสารฉนวนกันรังสีอินฟาเรดไว้ด้านในของกระจก ซึ่งจะช่วยป้องกันความร้อนแผ่เข้าสู่ตัวอาคาร ทำให้สามารถควบคุมปริมาณความร้อนที่เข้าภายในอาคารได้ ส่งผลให้ภายในห้องเย็นสบาย ลดการทำงานและยืดอายุของระบบปรับอากาศ รวมทั้งประหยัดค่าไฟฟ้าอีกด้วย

มีการทำหลืบเอาไว้ซ่อนผ้าม่านแบบนี้ โดยผ้าม่านจะมีแต่ม่านทึบมาให้ ส่วนม่านโปร่งนั้นเราก็สามารถหามาติดตั้งเองได้ไม่ยากค่ะ

พื้นที่ระเบียงมีขนาด 1.87 x 0.74 เมตร เราสามารถออกมาใช้งานได้เต็มที่เลย เพราะเครื่องซักผ้าถูกนำไปไว้บริเวณครัวแล้ว

Condensing Unit ของแอร์นั้นแขวนอยู่ด้านบน หันตัวเครื่องออกด้านนอก ดังนั้นเวลาเราออกมาที่ระเบียงก็จะไม่โดนลมร้อนค่ะ นอกจากนั้นยังมีก๊อกน้ำมาให้สำหรับซักล้าง และมีการทำร่องระบายน้ำซึ่งจะช่วยให้ไม่มีน้ำขังบริเวณระเบียงด้วยค่ะ

ที่ผนังจะมีติดตั้งไฟกิ่งเอาไว้ให้ ถ้าเราออกมาใช้งานตอนกลางคืนก็เปิดเพื่อเพิ่มความสว่างได้

ห้องนี้ราวกันตกบริเวณระเบียงออกแบบมาให้เป็นระแนงที่ด้านบานเลื่อนเปิดได้แบบนี้ ซึ่งระแนงนี้สามารถช่วยกันแดดและช่วยบังบริเวณซักล้างให้มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ตากผ้าได้ ไม่มีใครมองเห็นและช่วยให้ภาพรวมของอาคารดูดีเป็นระเบียบเรียบร้อยด้วยค่ะ

ถัดจากพื้นที่นั่งเล่นจะเป็นห้องนอนเชื่อมต่อกันแบบนี้เลย บริเวณนี้พื้นที่ค่อนข้างกว้างและเนื่องจากผนังข้างเตียงเป็นกระจก จึงทำให้ได้แสงสว่างและวิว ส่วนข้างเตียงอีกฝั่งหนึ่งเป็นตู้เสื้อผ้าค่ะ

มุมนี้จะเห็นว่าโซฟาวางติดกับเตียงนอนแบบนี้เลย ถือเป็นข้อดีของห้องหน้ากว้างที่ทำให้จัดแปลนห้อง Studio ในรูปแบบนี้ได้ ในแง่ของการใช้งานถ้าเราดูทีวีอยู่แล้วง่วงก็สามารถกลิ้งไปนอนได้เลยนะ ^^

พื้นที่ข้างเตียงทั้ง 2 ฝั่งสามารถวางโต๊ะข้างเตียงหรือวางโคมไฟตกแต่งได้ค่ะ

ผนังข้างเตียงเป็นหน้าต่าง นอกจากเราจะได้แสงสว่างแล้วยังสามารถนอนดูวิวได้ด้วยนะ

หน้าต่างส่วนใหญ่จะเป็นบาน FIX แต่บานด้านนอกสุดจะเป็นบานกระทุ้งที่เปิดระบายอากาศได้

ตู้เสื้อผ้าเราจะได้หน้าตาแบบนี้เลย โดยทางโครงการออกแบบมาให้ใช้งานได้เต็มที่ ด้านข้างเปิดออกมาเป็นชั้นวางของและมีกระจกเงาเอาไว้ส่องตอนแต่งตัวได้ด้วย ส่วนตู้อีกฝั่งแบ่งเป็นทั้งราวแขวนผ้าและลิ้นชักเก็บของ หน้าบานเป็นกระจกสีชาแบบนี้เลย

ลิ้นชักภายในตู้เสื้อผ้าถูกออกแบบให้เก็บเสื้อในและของเล็กๆน้อยๆได้ เป็นสัดส่วนดีค่ะ

ด้านบนเป็นชั้นเอาไว้เก็บของชิ้นใหญ่หรือของที่นานใช้ที แนะนำว่าให้หากระเป๋าหรือกล่องมาใส่ของอีกชั้นจะได้เป็นระเบียบและกันฝุ่นได้ด้วย ภายในตู้มีติดตั้งไฟ LED มาให้ด้วย ซึ่งเราสามารถใช้งานตู้ตอนกลางคืนหรือตอนที่แสงน้อยได้โดยไม่ต้องเปิดไฟห้อง

เราสามารถเปิดไฟในตู้เสื้อผ้าโดยการกดปุ่มที่อยู่ด้านข้าง และ ตู้ในโครงการนี้มีการออกแบบโดยการติดตั้งบานพับอยู่ด้านล่างและด้านบน มีการเลือกบานพับที่มีดีไซน์ที่สวยงาม ช่วยให้ตู้สวยขึ้น

ส่วนสวิทช์และปลั๊กได้ของ Siemens ค่ะ

ห้อง 2 Bedroom 69.5 ตารางเมตร ก็เป็นห้องแบบหน้ากว้าง 11 เมตร ครัวของห้องนี้ออกแบบมาเป็นครัวปิดซึ่งเหมาะกับกลุ่มครอบครัว สามารถใช้ทำอาหารต้มผัดแกงทอดได้สบายๆ โดยผนังที่กั้นห้องครัวจะเป็นกระจกใส ช่วยให้ภาพรวมของห้องดูโปร่งโล่งขึ้น แต่สำหรับผนังกระจกต้องเช็ดทำความสะอาดให้ดีเพราะอาจจะมีคราบน้ำมันไปติดเวลาทำอาหารได้ค่ะ ถัดเข้ามาในห้องจะเจอกับพื้นที่รับประทานอาหารที่จัดได้ 4 ที่นั่ง และติดๆกันเป็นพื้นที่นั่งเล่นที่เชื่อมต่อกับระเบียงค่ะ ระเบียงห้องนี้ยาวพอสมควร เราสามารถออกมานั่งเล่นได้สบายๆ โดยจะมีฝั่งหนึ่งจัดเป็นพื้นที่สำหรับวางเครื่องซักผ้าและ Condensing Unit ของแอร์เป็นสัดส่วน ห้องนอนแบ่งออกเป็น 2 ห้องอยู่ทางฝั่งขวาทั้งหมด ห้องนอนเล็กจะต้องใช้ห้องน้ำรวมกับคนอื่นๆ แต่ห้องนอนใหญ่จะมีห้องน้ำในตัวค่ะ

การจัดผังในลักษณะนี้ นอกจากหน้ากว้างที่เป็นข้อดีแล้ว ยังมีการแบ่งส่วนทำกิจกรรมร่วมกันในครอบครัวและส่วนพักผ่อนออกจากกันชัดเจน ฝั่งซ้ายเป็นส่วนทำกิจกรรมใครจะนั่งเล่น จัดปาร์ตี้ ดูหนัง ก็ไม่รบกวนส่วนพักผ่อนที่อยู่ทางฝั่งขวา ทางเดินไปห้องนอนมีการทำเป็นโถงเล็กๆร่นระยะเข้าไปเล็กน้อยด้วย ซึ่งจะช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับคนที่อยู่ในห้องนอนได้ เนื่องจากคนที่อยู่ในห้องนั่งเล่นมองเข้าไปจะไม่เห็นภายในห้องนอนค่ะ

ห้องนี้ถึงแม้ว่าครัวจะอยู่หน้าห้องแต่ก็ไม่รู้สึกว่าทึบ เพราะผนังเป็นกระจกใส มองเข้าไปจะเห็นถึงพื้นที่ทานข้าวและนั่งเล่นเลยค่ะ วัสดุต่างๆจะเหมือนกับห้องก่อนหน้านะคะ

บริเวณหน้าห้องจะเป็นครัว ซึ่งผนังกระจกจะอ้อมมาถึงด้านในเลยและเป็นผนังแบบเข้ามุมด้วย สามารถมองดูคนที่ทำอาหารได้เลยว่าใกล้เสร็จรึยัง ^^

ประตูทางเข้าครัวเป็นกระจกบานเลื่อนสูงจากพื้นถึงฝ้า ที่ไม่มีรางด้านล่างค่ะ

เคาน์เตอร์ครัวที่เราได้เป็นรูปตัว L มีตู้มาให้ทั้งด้านล่างและด้านบน ทางฝั่งซ้ายจะเป็นพื้นที่สำหรับวางตู้เย็น

ตู้ด้านล่างเปิดออกมาเก็บของได้แบบนี้ พื้นบริเวณครัวจะเป็นกระเบื้อง Porcelain ซึ่งเหมาะกับการใช้งานในห้องครัว เพราะเช็ดล้างทำความสะอาดง่าย

ได้อุปกรณ์ครบครันเลยค่ะ ทั้งถาดเก็บจาน ชาม ช้อม ส้อม ได้มาแบบนี้ทำให้เก็บของได้เป็นสัดส่วนดี ไม่ต้องหาซื้อเพิ่ม

อ่างล้างจานได้แบบหลุมเดียวของ Teka แบบวางอยู่ด้านล่าง Top หินควอทซ์สีขาว เช่นเดียวกับห้องก่อนหน้า

สำหรับห้องแบบ 1 ห้องนอนขึ้นไปจะได้เตาไฟฟ้าด้วย โดยห้องนี้จะได้เป็นเตาแบบ 4 หัวของ Teka ซึ่งเหมาะกับห้องที่มีจำนวนสมาชิกในครอบครัวเยอะขึ้น

ส่วนตู้ด้านบนเปิดออกมาจะมีช่องเก็บของ เครื่องดูดควันจะเป็นแบบต่อท่อออกนอกโครงการ

เครื่องดูดควันได้เป็นของ Teka

พื้นที่ด้านข้างสามารถวางตู้เย็นขนาดใหญ่แบบ 2 ประตูได้เลย เหมาะกับห้องที่มีสมาชิกในครอบครัวเยอะอย่างห้อง 2 Bedroom

ถัดเข้ามาด้านในเป็นพื้นที่รับประทานอาหารและนั่งเล่น ด้านในสุดเป็นระเบียงค่ะ

โต๊ะทานข้าวจัดได้ 4 ที่นั่ง ตำแหน่งอยู่ใกล้กับห้องครัว สามารถยกอาหารมาทานได้สะดวกและสามารถดูได้ด้วยว่าอาหารใกล้เสร็จรึยัง เพราะผนังเป็นกระจกค่ะ ^^

พื้นที่นั่งเล่นมีระยะดูทีวีที่กว้างถึง 3.2 เมตร วางทีวีได้ขนาดใหญ่เต็มที่ ห้องนี้ตู้วางทีวีไม่มีให้แล้วนะคะ เราสามารถ Built-in ได้ตามความชอบเลย

ฝ้าเพดานได้มาแบบนี้ ทั้งหลืบฝ้าที่เป็นเส้นสีดำและไฟดาวน์ไลท์

สำหรับระเบียงห้องนี้ค่อนข้างกว้างมีขนาด 3.85 x 0.95 เมตร เอาเก้าอี้ออกมาวางนั่งชมวิวได้เลย

สำหรับระเบียงห้องนี้ไม่ได้กั้นระแนงเหมือนห้องแบบ Studio ทำให้เห็นวิวได้กว้าง แต่จะมีมุมหนึ่งที่ต้องใช้เป็นพื้นที่วางเครื่องซักผ้า โดยทางโครงการเดินงานระบบต่างๆมาให้ครบ

อีกฝั่งหนึ่งจะเป็นห้องน้ำและห้องนอนอีก 2 ห้อง ซึ่งทางเข้าส่วนพักผ่อนถูกออกแบบให้เป็นโถงเล็กๆ ประตูทางเข้าห้องนอนอยู่ด้านข้าง ดังนั้นถ้ามองจากมุมนี้เราจะไม่เห็นด้านในห้องนอนเลย ช่วยให้คนที่อยู่ด้านในมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น

สำหรับห้องน้ำการตกแต่งและวัสดุจะเหมือนกับห้องแบบ Studio ที่เราพาไปชมกันเมื่อสักครู่ มีการแบ่งพื้นที่ออกเป็นส่วนแห้งส่วนเปียกชัดเจนค่ะ

สุขภัณฑ์ทั้งหมดได้เป็นของ KÄSCH

เราเข้ามาดูที่ห้องนอนใหญ่กัน ซึ่งหน้าห้องจะเป็นตู้เสื้อผ้าและห้องน้ำอยู่ตรงข้ามกันเลย พออาบน้ำเสร็จก็ออกมาแต่งตัวได้สะดวก

ตู้เสื้อผ้าได้ดีไซน์แบบนี้เลยนะคะ เป็นบานเปิดเก็บของได้ทั้งชั้นล่างและชั้นบน

เปิดให้ดูค่ะว่าฟังก์ชั่นด้านในให้มาครบ ทั้งชั้นวางของ ลิ้นชักเก็บเสื้อผ้าแบบพับ ราวแขวนผ้า และด้านบนยังใช้เก็บของชิ้นใหญ่ๆได้อีก

สำหรับห้องน้ำในห้องนอนใหญ่มีการตกแต่งที่ดูหรูหราขึ้น มีหน้าต่างเอาไว้เปิดระบายอากาศได้ ส่วนวัสดุและอุปกรณ์ต่างๆเหมือนเดิมค่ะ

บริเวณอ่างล้างหน้าจะได้เคาน์เตอร์ขนาดใหญ่ขึ้น ด้านข้างมีพื้นที่สำหรับวางของใช้ กระจกเงาส่องหน้าที่ด้านหลังจะสามารถเปิดออกมาเป็นตู้เก็บของได้

สำหรับกระจกเงามีการออกแบบให้มีบานเล็กทั้ง 2 ฝั่งเฉียงทำมุม 45 องศา ซึ่งเอาไว้ใช้มองได้รอบด้านเวลาแต่งตัวหรือแต่งหน้า

ห้องนี้จะมีหน้าต่างเอาไว้รับแสงและเปิดระบายอากาศด้วย เป็นแบบบานกระทุ้ง ถ้าใครอยากได้ความเป็นส่วนตัวก็สามารถติดสติกเกอร์ฝ้าได้

โถสุขภัณฑ์เป็นของ KÄSCH โดยผนังด้านหลังก่อเป็น Low Wall ที่สามารถใช้วางของเล็กๆน้อยๆได้

พื้นที่อาบน้ำค่อนข้างกว้าง ยืนอาบได้สบายๆหรือจะเอาเก้าอี้มาวางเพื่อนั่งอาบก็ได้ โดยส่วนเปียกจะกั้นด้วยฉากกั้นบานกระจกเป็นสัดส่วนค่ะ

ห้องนี้ก็มีการเจาะช่องแสงในห้องน้ำเหมือนกันและเป็นแบบกระจกเข้ามุมด้วย ช่วยให้แสงส่องเข้ามาด้านในได้มากขึ้น

ถัดเข้ามาด้านในจะเป็นส่วนพักผ่อนซึ่งวางเตียงได้แบบ King Size ถือว่าเป็นห้องที่กว้างพอสมควร

พื้นที่ข้างเตียงทั้ง 2 ฝั่งสามารถวางโต๊ะข้างเตียงได้

ปลายเตียงสามารถวางตู้วางทีวีแล้วยังมีระยะให้เดินผ่านได้สบายๆ

ปลายเตียงทางโครงการไม่ได้ให้เฟอร์นิเจอร์มานะคะ แต่เราสามารถ Built-in ได้เต็มแผงแบบนี้เลย

ส่วนผนังข้างเตียงเป็นหน้าต่างทั้งแผงใช้นอนชมวิวได้เลย อีกทั้งยังช่วยให้ห้องมีความโปร่งมากขึ้นอีกด้วย

มองออกไปที่ฝั่งหน้าห้องเราจะเห็นห้องน้ำที่มีช่องแสง เวลามีคนเข้าไปใช้งานจะ Sexy นิดนึง ถ้าใครอยากได้ความเป็นส่วนตัวก็สามารถหาม่านมาปิดได้ค่ะ

แอร์ในห้องนอนทางโครงการติดตั้งให้เป็น Wall Type นะคะ

สุดท้ายเรามาดูห้องนอนเล็ก ห้องนี้ไม่ได้มีเฟอร์นิเจอร์อะไรแถมมาให้เป็นห้องโล่งๆ ที่สามารถวางเตียงเล็กได้ มีหน้าต่างบานกระทุ้งเปิดระบายอากาศ

ส่วนฝั่งตรงข้ามจะมีพื้นที่สำหรับวางตู้เสื้อผ้าได้ค่ะ

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

ราคาและเงื่อนไขการขาย @  23 April 2019

  • Studio 27.5-28.7 Sq.m. ราคาเริ่มต้น 5.5 ล้านบาท
  • 1 Bedroom 37.8-38.3 Sq.m. ราคาเริ่มต้น 7.5 ล้านบาท
  • 2 Bedroom 64.7-73.7 Sq.m. ราคาเริ่มต้น 13 ล้านบาท

  • รูปแบบการขาย Fully Fitted 
  • ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน 2.80 เมตร
  • Kitchen & Sink 
  • Hob & Hood 
  • เงินจอง

  • Studio 50,000 บาท
  • 1 Bedroom 100,000 บาท
  • 2 Bedroom 200,000 บาท

  • ทำสัญญา – บาท
  • ดาวน์ 20% ผ่อนดาวน์ 20 งวด
  • ค่ากองทุน 65 บาท/ตร.ม.
  • ค่าส่วนกลาง 600 บาท/ตร.ม./เดือน
  • **ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ


    เจาะลึกรวบยอด

    ทำเล : The Room พญาไท ตั้งอยู่บนถนนศรีอยุธยา ข้างซอยศรีอยุธยา 2 ซึ่งจะใกล้ Airport Rail Link สถานีราชปรารภมากกว่า BTS พญาไท แต่ก็จัดเป็นทำเลที่ใกล้กับย่านพญาไท ในระยะใกล้โครงการถือว่ามีความอุดมสมบูรณ์อยู่พอสมควรเพราะตั้งอยู่เยื้องๆกับรพ.พญาไท 1 โดยย่านพญาไทนั้นจุดเด่นจะอยู่ที่เป็นแหล่งทำงานและ “ใกล้สยามกับจุฬาฯ” กับ “เชื่อมกับแอร์พอร์ทลิงค์” มากกว่าทำให้กลายมาเป็นมุมที่ฮิตที่อยู่อาศัยไปเลย ตามริมถนนจะมีพวกตึกแถวร้านค้า ร้านอาหาร รวมไปถึงมีร้านกินดื่มแฮงก์เอาท์อยู่นิดหน่อย แต่ถ้าจะเดินเป็นห้างใหญ่ๆ หรือ Community Mall ง่ายเลยคือไปแถวสยาม ชิดลม พระราม 1 ซึ่งจะมีแหล่งช้อปปิ้งชื่อดังอย่าง สยามสแควร์ Siam Paragon และ Central World เป็นต้น

    การเดินทางโดยใช้รถ : ถือว่าสะดวก สามารถใช้เส้นทางได้หลากหลายทั้งถนนพญาไทใช้เดินทางไปสยาม , ถนนศรีอยุธยาใช้ไปถนนจตุรทิศและสามเสน และ ถนนเพชรบุรีที่ใช้ไปอโศกได้ อีกทั้งยังขึ้นทางด่วนได้หลายจุด อีกหนึ่งจุดเด่นคืออยู่ข้างซอยศรีอยุธยา 2 ซึ่งเป็นซอยลัดแบบ One Way ที่มาจากถนนรางน้ำ หรือถนนราชวิถี ใช้หนีรถติดในช่วงเวลาเร่งด่วนได้

    การเดินทางโดยไม่ใช้รถ : ตั้งอยู่ติดถนนใหญ่จึงเรียกรถสาธารณะได้ง่าย ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าสายสีเขียวอ่อน BTS สถานีพญาไทประมาณ 750 เมตร สถานีนี้เป็น Interchange เชื่อมไปยัง Airport Rail Link พญาไทได้ ถือว่าสะดวกมากๆกับคนที่ต้องการจะเดินทางไป-กลับจากสนามบินสุวรรณภูมิและข้ามไปอีกแค่ 2 สถานีก็ถึงสยามแล้ว นอกจากนั้นยังใกล้กับ Airport Rail Link สถานีราชปรารภ ระยะห่างประมาณ 250 เมตรใช้ไปสนามบินสุวรรณภูมิได้เหมือนกันและในอนาคตจะมีรถไฟฟ้าสายสีส้มผ่านทางเส้นราชปรารถอีกสายหนึ่ง โดยจะมีจุด Interchange ทั้ง Airport Rail Link สถานีพญาไท และราชปรารภ (อนาคต) ค่ะ 

    วัสดุ : ให้มาแบบ Fully Fitted + Built in บางรายการ มีระบบระบายอากาศ Air Post มาให้ทุกห้อง พื้นเป็นลามิเนต กระเบื้อง Porcelain เคาน์เตอร์ครัวจาก RCD โดย Top ครัวเป็นหินควอทซ์ เตาไฟฟ้า อ่างล้างจาน เครื่องดูดควันของ Teka สุขภัณฑ์เป็นของ KÄSCH ระบบแอร์แบบ Conceal Type

    การออกแบบ : ทำออกมาได้ค่อนข้างดี โครงการนี้ออกแบบโดยใช้แนวคิด Panoramic Living ซึ่งถูกนำไปใช้ในการวางผังโดยยกพื้นที่ส่วนกลางหลักๆเอาไปไว้ชั้นบนสุดเพื่อให้เห็นวิวได้แบบพาโนรามา ส่วน Facilities อื่นๆจะก็การออกแบบให้มีผนังกระจกขนาดใหญ่หรือไม่ก็มีฝ้าเพดานที่ค่อนข้างสูง ทำให้เวลาเรามาใช้งาน Space นั้นๆแล้วรู้สึกโปร่ง สบาย ส่วนห้องพักโครงการนี้ออกแบบมาเป็นห้องหน้ากว้างเพื่อให้อยู่สบาย ไม่อึดอัด เพราะจะได้ช่องแสงที่มีขนาดใหญ่รับแสงเข้ามาในห้องได้เต็มที่ และมีการปรับฝ้าเพดานให้สูงขึ้นถึง 2.80 เมตร

    สาธารณูปโภค :  ให้มาหลากหลายและน่าใช้งาน ชั้น 1 มี Lobby Lounge , Meeting Room , Co-Working Space ที่สามารถเดินขึ้นชั้นบนไปยัง Mini Theatre และ Social Lounge มุมพักผ่อนที่มี Pool Table และ Table Soccer ชั้น 8 จะมีสวนหย่อมอยู่อีกจุดหนึ่ง เป็น Private Garden ลูกบ้านเท่านั้นถึงจะมาใช้ได้  ส่วน Facilities อื่นๆที่เน้นการ Take View ทั้งหมดจะยกไปไว้ในชั้นบนสุด โดยชั้น 37 เป็นสระว่ายน้ำ สวนหย่อม ห้องน้ำแยกชายหญิงที่มีห้อง Steam ส่วนชั้น 38 เป็นฟิตเนสที่มีผนังกระจกเห็นวิวได้โดยรอบค่ะ

    Judgement

    การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

    ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

    เทียบกับช่วงราคาเฉลี่ยแบบทั้งโครงการ AVG 195,000 บาท/ตร.ม.,  23 April 2019

    • ทำเล 7.5/10 – ติดถนนใหญ่ศรีอยุธยา อยู่ในย่านพญาไทที่มีความอุดมสมบูรณ์
    • เดินทางด้วยรถ 8/10 – เดินทางเข้าเมืองสะดวกและหลากหลาย มีซอยลัดที่มาจากถนนรางน้ำ ใช้หนีรถติดได้ ได้ที่จอดรถ 64%
    • ไม่ใช้รถ 7.75/10 – อยู่ติดถนนใหญ่เรียกรถสาธารณะได้ง่าย มีตัวเลือกทั้ง BTS สถานีพญาไท ห่าง 750 เมตร และ Airport Rail Link สถานีราชปรารภห่าง 250 เมตร 
    • วัสดุ 8/10 – ให้มาดี เฟอร์นิเจอร์ได้ Fully Fitted + Built in บางรายการ ฝ้าเพดาน 2.80 เมตร + ระบบ Air Post 
    • แบบ 8.5/10 – ชอบการวางผังให้มีความเป็นส่วนตัว ออกแบบห้องได้ลงตัว ชอบแบบห้องที่เป็นหน้ากว้าง 
    • สาธารณูปโภค 8.25/10 – มีให้ใช้ครบครันและหลากหลาย มี Sky Facilities

    • LUXURY CLASS
    • 7.83/ 10.00

    BOTTOM LINE

    The Room พญาไท เป็นโครงการที่เหมาะกับคนที่มองหาคอนโด High Rise ติดถนนใหญ่ ที่เดินทางไปย่านพญาไทได้สะดวก ชอบทำเลที่มีซอยลัดใช้หนีรถติดได้ เดินทางไปใช้รถไฟฟ้าสะดวก อยากได้พื้นที่ส่วนกลางที่ใช้นั่งทำงานได้และSky Facilities ชอบห้องหน้ากว้าง มีงบประมาณ 5.5 – 13 ล้านบาท หรือมีกำลังผ่อนประมาณ 39,000 – 91,000 บาทต่อเดือน