รีวีวฉบับที่ 1922 ,, สำหรับคอนโดราคาแพงแล้ว การบริการและความพึงพอใจจัดเป็นปัจจัยอันดับต้นๆในการเลือกซื้อที่พักอาศัย.. ซึ่งวันนี้ผมจะพาทุกคนมาชม The Residences At Mandarin Oriental Bangkok คอนโด High Rise 52 ชั้น สุดหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยา ติด ICONSIAM ที่มีการบริการและจัดการโดยแบรนด์โรงแรมระดับตำนานอย่าง Mandarin Oriental จะหรูหราและอลังการขนาดไหน ตามผมเข้าไปดูรายละเอียดภายในกันเลยครับ

Fact @ 7 August 2019

  • The Residences At Mandarin Oriental Bangkok (เดอะ เรสซิเดนซ์ แอท แมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ)
  • บริษัท ดิ ไอคอนสยาม ซูเปอร์ลักซ์ เรสซิเดนซ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด
  • ULTIMATE CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ในเขต : ถนนเจริญนคร เขตคลองสาน
  • คอนโด High Rise 52 ชั้น 146 ยูนิต
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 4 ยูนิต
  • ที่จอดรถแบบ Automated Parking คิดเป็น 220 %
  • ที่ดินประมาณ 4.9 ไร่
  • เริ่มก่อสร้าง : ไตรมาส 1 ปี 2559
  • แล้วเสร็จ 14 ตุลาคม 2562
  • 2 Bedrooms 127.87-165.40 ตร.ม.
  • 3 Bedrooms 222.21-228.88 ตร.ม.
  • Penthouse 380.93-383.98 ตร.ม.
  • Penthouse Duplex 386.12-707.28 ตร.ม.
  • ฝ้าเพดานห้องปกติสูง 3.2 เมตร / ห้อง Duplex สูง 6.4 เมตร
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตร 550,000 – 750,000 บาท/ตร.ม. (Fully Furnished)
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • โทร : 02-0124555

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างครับ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด Google Maps : 13.727454, 100.510976
หรือสามารถ :  คลิกที่นี่

แผนที่จากทางโครงการครับ ตัวโครงการตั้งอยู่บนถนนเจริญนครใกล้กับแยกคลองสาน

“ถนนเจริญนคร” เป็นถนนสายสำคัญในย่านฝั่งธน โดยตั้งชื่อล้อกับ “ถนนเจริญกรุง” ที่อยู่ในแนวขนานกันของฝั่งพระนคร และยังเป็นถนนสายแรกที่สร้างด้วยความกว้างถึง 30 เมตร ทำเลนี้เคยเป็นย่านที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจและสังคมในอดีตของทางฝั่งธน เดิมมีโรงสีและโกดังจำนวนมาก (ยังมีให้เห็นกันบ้างในปัจจุบัน) สมัยก่อนจะเน้นการขนส่งสินค้าทางรถไฟและทางน้ำเป็นหลัก จึงมีการตัดทางรถไฟสายคลองสาน-วงเวียนใหญ่-มหาชัยขึ้น ทำให้ย่านเจริญนครกลายเป็นตลาดค้าส่งสินค้าขนาดใหญ่ ที่ทำหน้าที่ในการกระจายสินค้าออกจากกรุงเทพฯ ไปยังพื้นที่ต่างๆ ต่อมาการสัญจรทางน้ำและรถไฟถูกลดบทบาทลงไปค่อนข้างเยอะ จึงทำให้ย่านนี้ถูกลดความสำคัญลงตามเช่นกัน (สถานีรถไฟคลองสานถูกรื้อไป) แต่สภาพแวดล้อมในปัจจุบันยังสะท้อนให้เห็นชุมชนเก่าแก่และวิถีชีวิตดั้งเดิม ที่เห็นชัดๆเลยคือชุมชนแบบห้องแถวที่หัวซอยติดถนนและท้ายซอยติดแม่น้ำเจ้าพระยา (ที่ตั้งของเราก็เช่นกัน) ปัจจุบันพื้นที่โดยรอบกลายเป็นแหล่งที่ตั้งของโรงแรม3-5 ดาว คอนโดมิเนียมระดับ Hi-End และ Community Mall หลายแห่ง รวมถึงการมาของ ICON SIAM ดึงดูดให้ย่านนี้กลับมาคึกคักอีกครั้ง

ที่สำคัญทำเลช่วงนี้ของแม่น้ำเจ้าพระยา จัดเป็นทำเลที่ได้วิวโค้งแม่น้ำทั้งสองฝั่ง เป็นพื้นที่ริมแม่น้ำที่ได้วิวพิเศษกว่าจุดอื่นๆ เลยล่ะครับ

ตัวโครงการจะอยู่ในโครงการ ICONSIAM ซึ่งมีขนาดพื้นที่ประมาณ 50 ไร่ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยมีทางเข้าออกที่ถนนเจริญนคร เขตคลองสาน โดยถนนเจริญนครเป็นถนนสายสำคัญสายหนึ่งที่ตัดเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งธนบุรีซึ่งสามารถข้ามไปยังย่าน CBD ของกรุงเทพฯได้ง่าย จึงเป็นทำเลที่ไม่ห่างจากตัวเมืองและมีพื้นที่ที่ติดริมน้ำทำให้สามารถเห็นวิวเจ้าพระยาทั้งสาย จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ถนนเส้นนี้จะเป็นที่ตั้งของโรงแรมระดับ 5 ดาวหลายๆโครงการ เช่น Millennium Hillton และ Peninsula Bangkok

การเดินทางโดยใช้รถส่วนตัว สามารถเดินทางได้โดยใช้ถนนเจริญนคร ที่จะตัดกับแยกกรุงธนบุรี ใช้เข้าเมืองไปยังถนนสาทรได้โดย สามารถเลี้ยวขวาขึ้นสะพานตากสินข้ามเข้าสาทรไปได้เลย (ตามลูกศรสีฟ้าในแผนที่) ส่วนถ้าจะวิ่งออกนอกเมืองไปราชพฤกษ์ก็ทำได้ไม่ยากโดยเลี้ยวขวาแล้วเลียบข้างสะพานตากสิน ตรงไปเรื่อยๆจะเข้าสู่ถนนราชพฤกษ์แล้ว ภายในโครงการยังมีพื้นที่จอดรถให้รวมถึง 220% ซึ่งจะแบ่งแยกให้สำหรับห้อง 2 Bedrooms และ 3 Bedrooms สิทธิ์ห้องละ 2 ที่จอด ส่วนห้อง Penthouse จะได้สิทธ์ในการจอดรถทั้งหมด 4 ที่จอดนะครับ

ที่ตั้งโครงการมีระยะห่างจากทางขึ้นลงทางด่วนใกล้ๆกันถึง 2 จุด โดยทางด่วนที่ใกล้กับโครงการคือทางด่วนศรีรัช ซึ่งทางด่วนนี้มีจุดขึ้นลงอยู่บนถนนสาทรระหว่างสถานีตากสินกับสถานีสุรศักดิ์ ทางขึ้นทางด่วนจะอยู่ 2 ฝั่งถนนซึ่งจะพาไป 2 ฝั่งของเมืองที่แตกต่างกัน

  • หากวิ่งจากสะพานตากสินเข้าสาทรจุดขึ้นทางด่วนฝั่งซ้ายจะพาไปทิศเหนือของเมือง ได้แก่ ย่านจตุจักร ดอนเมือง
  • ส่วนทางขึ้นทางด่วนอีกฝั่งจะเชื่อมไปย่าน พระราม 3 และยังสามารถเชื่อมไปยังทิศตะวันออกของเมืองอย่างบางนา ออกไปชลบุรีได้อีกเช่นกัน

ส่วนการเข้าถึงโครงการ

  • จากทางด่วนฝั่งมาจากจตุจักรให้ลงทางออกถนนสีลม จากนั้นเลี้ยวขวาข้ามสะพานตากสินมาลงบนถนนเจริญนคร และวนรถเข้าตัวโครงการ
  • ถ้ามาจากฝั่งพระราม 3 ให้ลงทางออกถนนสาทร จากทั้ง 2 ทางจะมาบรรจบกันที่ถนนสาทร หลังจากนั้นให้ข้ามสะพานตากสิน แล้ววนรถซ้ายตามป้ายถนนเจริญนคร (เส้นประสีเหลือง) เมื่อลงจะสะพานเรียบร้อยแล้วให้เลี้ยวซ้ายที่สามแยกกรุงธนบุรีเพื่อเข้าสู่ถนนเจริญนคร ตรงไปเรื่อยๆ โครงการจะอยู่ฝั่งขวามือครับ

ตัวโครงการยังมีรถไฟฟ้าโมโนเรลสายสีทองให้สามารถใช้งานได้ด้วยนะ  ตัวรถไฟเป็นรูปแบบรถไฟฟ้ารางเดี่ยว (Monorail) รวมทั้งหมด 4 สถานี ในระยะทางรวม 2.8 กิโลเมตร โดยโครงการนี้ถูกแบ่งออกเป็น 2 เฟส

  • เฟส 1 จะเริ่มที่สถานีกรุงธนบุรี ที่จะเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีเขียว และสถานีเจริญนคร ที่เชื่อมต่อเข้า ICONSIAM คาดว่าจะเสร็จให้ใช้งานกันในปี 2563
  • เฟส 2 จะต่อไปอีก 2 สถานีที่เหลือคือ สถานีคลองสานที่จะไปเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีแดง เข้มที่สถานีคลองสานและ สถานีประชาธิปกที่จะไปเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีม่วงที่สถานีสะพานพุทธ ซึ่งโครงการรถไฟฟ้าสายสีทอง คาดว่าจะเปิดให้บริการทั้งเส้นในปี 2566

การเดินทางสาธารณะก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ ลดระยะเวลาในการเดินทางและหลีกเลี่ยงรถติดได้ เรียกว่ามีให้เป็นตัวเลือกแบบครบครันเช่นกัน โดยเบื้องต้นเราสามารถไปใช้การเดินทางสาธารณะของ ICON SIAM ได้ทุกส่วน ทั้งรถประจำทางบนท้องถนน เรือด่วนเจ้าพระยา และเรือข้ามฟากไปโรงแรมต่างๆ หรือจะเป็น

Shuttle Bus : 2 เส้นทาง

  • BTS กรุงธนบุรี ทุกๆ 10 นาที (ตั้งแต่ 8.00 – 24.00 น.)
  • วงเวียนใหญ่ ทุกๆ 30 นาที (ตั้งแต่ 9.30 – 22.00 น.)

Shuttle Boat : 4 เส้นทาง

  • ท่าเรือสาทร ทุกๆ 10 นาที (ตั้งแต่ 8.00 – 23.30 น.)
  • ท่าเรือตึกกสท. ทุกๆ 10 นาที (ตั้งแต่ 9.00 – 23.00 น.)
  • ท่าเรือสี่พระยา ทุกๆ 10 นาที (ตั้งแต่ 9.00 – 23.00 น.)
  • ท่าเรือราชวงศ์ ทุกๆ 15 นาที (ตั้งแต่ 9.00 – 23.00 น.)

นอกจากนั้นยังมีส่วนของโครงการเองอีกโดยจะมีท่าเรือสำหรับลูกบ้านไว้รอเรือสาธารณะจากที่ต่างๆ ที่จะมาแวะรับ ตามเวลาของแต่ละที เช่น เรือจากทางโรงแรมต่างๆ ก็สามารถขึ้นได้จากจุดนี้เลย หรือสามารถนำเรือยอร์ชส่วนตัวเข้ามาจอดรับส่งได้เช่นกัน ส่วนบนท้องถนนทางโครงการก็มีรถระดับ Luxury ที่จะคอย Service ลูกบ้านโดยเฉพาะ ด้วยการสำรองล่วงหน้าหากต้องการใช้งาน ซึ่งทางโครงการกำลังดีลกับแบรนด์รถชั้นนำอยู่นะครับ แต่ตอนนี้ยังไม่ประกาศออกมาเป็นทางการ หากเรียบร้อยแล้วจะมาอัพเดทให้อีกทีนะครับ ซึ่งระดับนี้แล้ว.. รับรองว่าว้าวแน่นอนครับ

ก่อนอื่นเลยต้องบอกก่อนว่าโครงการของเรามีความพิเศษกว่าโครงการทั่วไปตรงที่เป็นที่พักอาศัยติดกับห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่อย่าง ICON SIAM หรือจะเรียกง่ายๆก็คืออยู่ด้วยกันเลยก็ว่าได้ ทำให้เรื่องของการจับจ่ายใช้สอย หาของกิน เดินเล่น เที่ยว Shopping นั้นทำได้ทั้งสะดวกและครบเลย เพราะภายในนั้นมีทั้งข้าวของเครื่องใช้ทุกประเภทที่คุณต้องการ ห้างชื่อดังจากญี่ปุ่น ตลอดจนสินค้าแบรนด์ดังระดับโลกมากมาย ถ้าเรื่องอาหารการกิน ก็บอกได้เลยว่าครบทุกภาคของประเทศไทย หรือจะเป็นอาหารนานาชาติทุกประเภทมีให้เห็นกันตั้งแต่ร้านที่เราคุ้นตากันบนห้างสรรพสินค้าทั่วไป จนถึงภัตตาคารหรูระดับ Michelin Stars ดังนั้นก็แทบจะพูดได้เลยว่าตอบโจทย์เรื่องของความอุดมสมบูรณ์ได้ครบทุกข้ออย่างไม่ต้องสงสัย

ลองมองขยายออกมานอกพื้นที่โครงการอีกหน่อย ก็จะมีความอุดมสมบูรณ์ในด้านอื่นๆ อีกค่อนข้างเยอะ เช่น ด้านการศึกษาก็จะมี โรงเรียนนานาชาติ Shrewburry, โรงเรียนอัสสัมชัญ บางรัก, โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย, โรงเรียนเพาะปัญญา, รพ.ตากสิน, รพ.สมิติเวช มี Community Mall อีก 2-3 แห่งบนถนนเจริญนคร เช่น SENA Fest, Light House, Vue และเหล่าโรงแรมหรู 5 ดาว ที่เรียงรายตามแนวแม่น้ำเจ้าพระยา Mandarin Oriental Hotel Bangkok, Shangri-La Hotel Bangkok, The Peninsula Hotel Bangkok, Millennium Hilton Bangkok, Chatrium Hotel Riverside Bangkok

สำหรับการเดินทางวันนี้ผมจะเริ่มที่สะพานพระปกเกล้า ซึ่งเป็นเส้นทางที่มาจากทางถนนสายสำคัญหลายเส้นทางฝั่งพระนคร เช่นถนนเจริญกรุง ถนนมหาดไทย และถนนเยาวราช เราเริ่มต้นด้วยการข้ามสะพานพระปกเกล้ามาจากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าถนนสมเด็จเจ้าพระยาที่บริเวณนหอนาฬิกาวงเวียนเล็ก ตรงมาเรื่อยๆอีกประมาณ 1.4 กิโลเมตร จะถึงกับแยกคลองสาน จากนั้นให้เลี้ยวขวาเข้าถนนเจริญนคร ตรงไปอีกประมาณ 250 เมตร จะเห็นโครงการ The Residences At Mandarin Oriental Bangkok อยู่ทางซ้ายมือครับ

วันนี้เราเริ่มต้นบนสะพานพระปกเกล้า ฝั่งมุ่งหน้าไปยังวงเวียนใหญ่นะครับ

สะพานพระปกเกล้าเป็นสะพานคู่ขาไปและขากลับ มีฝั่งละ 3 เลน เป็นสะพานที่ขนานกับสะพานพระพุทธยอดฟ้า หรือที่เราเรียกกันว่าสะพานพุทธ ทั้งสองสะพานเป็นสะพานที่เชื่อมระหว่างฝั่งพระนคร และฝั่งธนบุรี ซึ่งในปัจจุบันสะพานพระปกเกล้ากำลังถูกปรับกลายเป็นสวนสาธารณะลอยฟ้า ชื่อโครงการ “สะพานพระปกเกล้าสกายปาร์ค” จากการปรับปรุงโครงสร้างเดิมของโครงการรถไฟฟ้าลาวาลินที่สร้างค้างและไม่ได้รับผลประโยชน์ มีระยะทาง 280 เมตร พร้อมมุมพักผ่อน ทางเดิน และทางจักรยาน เชื่อมการสัญจรฝั่งธนบุรีเข้ากับฝั่งพระนคร คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณต้นปี 2563 นะครับ

เมื่อลงสะพานพระปกเกล้ามาให้ตรงต่อมาอีกหน่อย จะพบกับหอนาฬิกาวงเวียนเล็กทางฝั่งซ้ายมือ ให้เราเลี้ยวเลยครับ เพื่อเข้าไปยังถนนสมเด็จเจ้าพระยาครับ

เมื่อเข้าสู่ถนนสมเด็จเจ้าพระยา ให้เราตรงต่อไปทางฝั่งแยกคลองสานครับ ทางฝั่งซ้ายมือจะเห็นวัดอนงคารามวรวิหาร ซึ่งเป็นพระอารามหลวงที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 ซึ่งในระแวกนี้ก็จะมีวัดเก่าแก่เช่นนี้ให้เห็นกันอยู่เรื่อยๆนะครับ

เมื่อถึงแยกคลองสาน ให้เราเลี้ยวขวาเข้าถนนเจริญนครครับ จากตรงนี้เราก็สามารถมองเห็นตัวโครงการของเราได้อย่างชัดเจนเลยนะ ทั้ง The Residences At Mandarin Oriental Bangkok โครงการของเรา และ Magnolias Waterfront Residences โครงการข้างเคียง รวมถึง ICONSIAM ด้วยเช่นกัน

จากแยกตลองสานเราตรงมาบนถนนเจริญนครประมาณ 250 เมตร ก็จะเจอทางเข้าโครงการ The Residences At Mandarin Oriental Bangkok ทางซ้ายมือครับ ส่วนถนนตอนนี้กำลังก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีทอง ที่จะมีสถานีเชื่อมต่อกับ ICONSIAM ด้วยครับ ซึ่งเราจะมาใช้งานได้สะดวกมากทีเดียว

โครงการของเรามีขนาดพื้นที่ประมาณ 4.9 ไร่ ตั้งอยู่บนพื้นที่ของ ICONSIAM ที่ตั้งอยู่ริมน้ำเจ้าพระยา 2 อาคาร อาคารหนึ่งคืออาคาร ICONSIAM (Main Retail & Entertainment)  มีพื้นที่ 580,000 ตารางเมตร ติดกับถนนเจริญนครในบรรยากาศ Indoor และ Outdoor รวมกว่า 500 ร้านค้า 100 ภัตตาคารจาก 30 ประเทศ และยังมีพื้นที่พิเศษบน Rooftop Garden ซึ่งจะมี Sport Complex ขนาดใหญ่ อีกทั้งยังมีศูนย์ประชุมระดับโลกขนาด 3,500 ที่นั่งรวมอยู่ที่นี่ด้วย ส่วนอีกอาคารคือ ICONLUXE (Luxury Wing) ที่มีพื้นที่ 25,000 ตารางเมตร ด้านหน้าอาคารทอดยาวขนานกับแม่น้ำเจ้าพระยา ที่อาคารนี้จะเป็นการรวบรวมสินค้าแบรนด์ดังระดับโลกมากมาย รวมไปถึงภัตตาคารหรูระดับ Michelin Stars

มาดูในส่วนของโครงการริมแม่น้ำโดยรอบกันบ้าง เริ่มจากฝั่งเจริญนครไล่มาจากหัวมุมถนนฝั่งคลองสานนะครับ อาคารสูงอาคารแรกคือโรงแรมระดับ 5 ดาวอย่าง Millennium Hillton สูง 32 ชั้น ที่ติดอยู่กับโครงการ The Residences Mandarin Oriental Bangkok เลย ถัดมาจะเจอตึกสูงอีกตึกหนึ่งไม่ได้อยู่ในระยะประชิดนะ คือโรงแรม The Peninsula Bangkok มีความสูง 40 ชั้น ถัดไปคือโครงการ The River เป็นคอนโดมิเนียม 2 อาคารที่มีความสูง 73 ชั้นและ 43 ชั้น

ส่วนอีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำคือฝั่งถนนเจริญกรุง เริ่มกันที่ River City Shopping Complex อาคาร 4 ชั้นติดกับท่าเรือสี่พระยา อาคารถัดมาคืออาคารไปรษณีย์กลาง เป็นสถาปัตยกรรมสไตล์นีโอคลาสสิค มีความสูง 5 ชั้น และติดกันคืออาคารสำนักงาน Cat Tower สูง 30 ชั้น  ต่อมาคือ Mandarin Oriental Hotel ซึ่งเป็นผู้ให้การบริหารจัดการโครงการพร้อมทั้งให้บริการและอำนวยความสะดวกให้กับผู้พักอาศัยที่ The Residences Mandarin Oriental Bangkok ของเราด้วยนะ ถัดไปคือ Shangri-La Hotel ที่มีความสูง 25 ชั้น

สรุปพื้นที่รอบๆโครงการในแต่ละทิศดังนี้ครับ

ทิศเหนือ – จะติดกับโรงแรม Millennium Hillton สูง 32 ชั้น ริมถนนเจริญนครจะเป็นอาคารตึกแถว ร้านค้าต่างๆ ทิศนี้ก็จะมีห้องที่อยู่ทางฝั่งทิศตะวันออกเฉียงเหนือของอาคาร 1 ห้อง / ชั้น ได้เห็นวิวโค้งแม่น้ำทางฝั่งทิศเหนือนะครับ

ทิศตะวันออก – เป็นวิวหลักของโครงการครับ เพราะทุกห้องพักอาศัยของโครงการจะหันไปทางทิศนี้ นั่นก็คือวิวแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งทางฝั่งตรงข้ามจะมี CAT Tower สูง 30 ชั้น เยื้องๆจะมี Royal Orchid Sheraton สูง 28 ชั้น

ทิศใต้ – จะเห็นโค้งน้ำทางฝั่งสะพานสาทร ซึ่งทางนี้จะมีอาคารใกล้เคียงคือ Magnolias Waterfront Residences สูง 70 ชั้น และ ICONSIAM แต่จะอยู่เยื้องๆด้านหลัง ทำให้ไม่มีผลกับวิวแม่น้ำของห้องพักอาศัย จะได้เห็นกันบ้างทางด้านข้างครับ จะได้ Magnolias Waterfront Residences ช่วยบังแดดช่วงเที่ยง-บ่ายด้วยเล็กน้อย สำหรับห้องพักอาศัยทางฝั่งทิศใต้ กับพื้นที่ส่วนกลางครับ

ทิศตะวันตก – เป็นฝั่งของอาคารที่ไม่มีวิวห้องพักอาศัยหันไปทางฝั่งด้านนี้เลย จะเป็นฝั่งถนนเจริญนครที่เป็นทางเข้าออกของโครงการ วิวจะเป็นที่พักอาศัยแนวบราบซะส่วนใหญ่ ซึ่งไม่ค่อยมีพื้นที่ที่ได้รับวิวทางฝั่งนี้เท่าไรนัก

พื้นที่ข้างๆโครงการนะครับบนถนนเจริญนคร ลองเดินไปดูฝั่งคลองสานกันก่อนนะครับ ด้านข้างจะมีทางเดินยกระดับให้ครับ ค่อนข้างปลอดภัย

บริเวณนี้จะเป็นทางเดินขนาดประมาณ 2-3 เมตร แต่มีร้านค้าแผงลอยด้านข้าง จำนวนขนม ผลไม้ ของทานเล่น จึงทำให้บางช่วงเหลือทางเดินไม่กว้างนัก

บริเวณนี้มีสะพานลอยข้ามไปยังฝั่งตรงข้ามได้สะดวกครับผม

ถัดมาจะมีพื้นที่เต็นท์ขายอาหาร ที่สำหรับรับประทานได้ง่ายๆ ไม่ได้มีโต๊ะนั่งกินจริงจังอะไรนักครับ

ถัดมาอีกจะเป็นโครงการ Millennium Hillton โรงแรม 5 ดาว สูง 32 ชั้น จะมีทางเข้าจากถนนเจริญนคร แต่ตัวอาคารจะไปตั้งด้านในติดแม่น้ำเจ้าพระยานะครับ

ถัดไปอีกก็จะเป็นทางเดินเช่นเดิมเหมือนที่เราเดินมาครับ

มีร้านค้าแผงลอยตลอดแนวทางเดิน ค่อนข้างคึกคักทีเดียว

รวมถึงร้านค้า เสื้อผ้ายิบย่อยก็มีให้คนแถวนี้มาเดินจับจ่ายกันได้ เพราะเป็นส่วนที่ขยายมาจาก คลองสาน Plaza ด้านหน้าครับ

ถัดมาบริเวณนี้เป็นคลองสาน Plaza ภายในจะขายตั้งแต่อาหาร ของทานเล่น ของสด ไปจนถึงแหล่งช็อปปิ้งแบบง่ายๆ ของคนแถวนี้ครับ มีวินมอเตอร์ไซค์ขนาดใหญ่ประจำอยู่บริเวณนี้ มีให้ใช้บริการค่อนข้างเยอะครับ

ด้านในจะเป็นร้านค้าร้านอาหารค่อนข้างหลากหลาย รวมถึงมีท่าเรือคลองสานด้านในด้วย จึงทำให้พื้นที่บริเวณนี้ค่อนข้างคึกคักครับ

ส่วนอีกฝั่งหนึ่งของตัวโครงการ จะเป็น ICONSIAM ที่เป็นห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ที่พึ่งเปิดใหม่กันเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งก็ได้อธิบายพื้นที่ภายในของโครงการนี้ไปให้ฟังกันบ้างแล้วนะครับ

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ ~ 850 ม.
  • เสนาเฟส ~ 900 ม.
  • Chartered Square ~2.5 กม.
  • โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน ~ 3 กม.
  • โรบินสัน บางรัก ~ 3 กม.
  • โรงเรียนอัสสัมชัญ ~ 3.1 กม.
  • Chartered Square ~3.1 กม.
  • Cat Tower ~ 3.7 กม.
  • Asiatique~ 6.3 กม.


เจาะลึกตัวโครงการ

The Residences At Mandarin Oriental Bangkok เป็นอีกหนึ่งโครงการที่พักอาศัยโดย ICONSIAM ที่ตามโครงการ Magnolias Waterfront Residences ที่อยู่ข้างกันมาติดๆ เป็นคอนโด High Rise สูง 52 ชั้น กับจำนวนห้องเพียง 146 ยูนิต  ตัวอาคารภายนอกจะมีการออกแบบแนวเดียวกันกับ Magnolias Waterfront Residences แต่โครงการ Magnolias จะมีความสูงที่สูงกว่าคือ 70 ชั้น โครงการนี้ได้แรงบรรดาลใจในการออกแบบมาจากการเดินทางล่องแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงกรุงเทพฯมาช้านาน โดยสีทองที่เป็นสีหลักของโครงการนั้นได้มาจากประกายแสงที่สะท้อนผิวน้ำ จึงถูกนำมาใช้เป็น Fin สีทองอยู่ที่ฐานและตรงกลางของตัวตึก เป็น Element ที่จะสร้างหรูหราและความโดดเด่นให้กับตัวตึก รวมถึงการเปิดมุมมองอาคารให้ห้องพักอาศัยทุกห้องได้รับวิวแม่น้ำ และลดความร้อนจากภายนอกด้วยการคำนวนรูปทรงอาคารและระบบภายในอาคารที่เป็นเทคโนโลยีขั้นสูงมากมาย เช่น

  • กระจกกันแสงทั้งอาคาร Insulated (IGU Glass) ทีมีคุณสมบัติคือลดความร้อน ช่วยประหยัดพลังงาน รวมถึงลดการส่งผ่านของเสียงด้วย
  • ระบบป้องกันเสียงรบกวน – โดยใช้ผนังกั้นระหว่างห้องที่มีความหนาพิเศษ โดยจะให้ค่า STC ใกล้เคียง 60 ซึ่งจัดว่าสูงกว่าผนังของอาคารระดับ Luxury  ทั่วไป หรือถ้าพูดให้เห็นภาพก็คือจะไม่ได้ยินเสียงเวลาห้องข้างๆทะเลาะกันครับ
  • ระบบเติมอากาศและระบายอากาศประสิทธิภาพสูง (Energy Recovery Ventillator : ERV) – เพื่อช่วยทำให้เกิดการหมุนเวียนของอากาศจากภายนอกที่เป็น Fresh air มาแลกเปลี่ยนอุณหภูมิกับอากาศภายใน ทำให้ได้อากาศที่ถ่ายเทและลดอุณหภูมิภายใน ก่อนนำไปสู่ระบบปรับอากาศ ซึ่งจะช่วยในเรื่องการประหยัดพลังงานด้วย
  • อาคารระบบป้องกันอัคคีภัยซึ่งสูงกว่ามาตรฐาน – มีการจัดเตรียม lift ให้สามารถใช้เป็น fireman lift ได้ถึง 2 ตัว และระบบการแจ้งเตือนที่สามารถระบุตำแหน่งการเกิดเพลิงไหม้ได้ชัดเจน ไม่ใช่แค่ระบุ zone
  • ผ่านเกณฑ์มาตรฐานอาคารเขียวของสหรัฐอเมริกา(Leadership in Energy & Environmental Design : LEED) โดยทางโครงการตั้งเป้าให้ได้ LEED ระดับ GOLD
  • การประหยัดน้ำ : นำน้ำฝนและน้ำที่ใช้แล้วมาบำบัดเพื่อกลับมาใช้ใหม่สำหรับชำระล้างทั่วไป

และอีกหนึ่งไฮไลท์ที่เป็นจุดขายของโครงการนี้คือการที่ บริษัท ดิ ไอคอนสยาม ซูเปอร์ลักซ์ เรสซิเดนซ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด จับมือกับแบรนด์โรงแรมระดับตำนานอย่าง Mandarin Oriental ที่มีโรงแรมหรูอยู่ใน 25 ประเทศทั่วโลก และได้รับรางวัลต่าง ๆ มากมาย มาเป็นผู้ดูแลเรื่องการบริการและจัดการภายใน ย่อมทำให้โครงการนี้มีความพิเศษมากกว่าที่อื่นอย่างแน่นอน และก็คงจะปฎิเสธไม่ได้ว่ากลุ่มลูกค้าของโครงการระดับนี้นั้นให้ความสำคัญกับความพึงพอใจและการบริการมากกว่าคำว่าคุ้มค่าในเรื่องของวัสดุและรายละเอียดยิบย่อยอย่างแน่นอน ผู้อยู่อาศัยจะได้รับการบริการตามมาตรฐานเครือแมนดารินและสิทธิพิเศษอื่นๆที่ทำให้โครงการมีลักษณะเป็น Service Condominium ได้แก่

  • 24-Hour Concierge Service
  • 24-Hour Doorman
  • 24-Hour Car Valet
  • 24-Hour Security
  • ท่าเรือรับ-ส่ง สำหรับลูกบ้าน
  • รถระดับ Luxury ที่จะคอย Service ลูกบ้านโดยเฉพาะ (ยังไม่สรุปรายละเอียด)

บริการที่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม (A-La-Carte Services)

  • Housekeeping & Maid Services
  • Laundry, Dry Cleaning, Pressing, Seamstress Services
  • Personal Chef & Catering
  • Maintenance Services
  • 24 Hours Dining
  • Private Butler
  • Personal Assistance / Secretarial Services
  • Personal Shopper
  • Personal Fitness Trainer
  • Pet Service (Walking, Sitting, Etc.)
  • Baby Sitting
  • Translation Services
  • Shoe Shine Services
  • Courier Services
  • และอื่นๆ

นอกจากนั้นยังได้รับสิทธิพิเศษจากทาง Mandarin Oriental และ ICONSIAM ตามมาด้วยเช่นกัน

  • สมาชิก Residences Elite Programme ของแมนดาริน โอเรียนเต็ลที่จะได้รับสิทธิพิเศษที่ครอบคลุมทั่วโลก เช่น Early Check-In และ Late Check-Out รวมถึง Discount ในแต่ละที่ทั่วโลก (แต่ละที่จะไม่เท่ากัน)
  • ได้รับสิทธิพิเศษและการยอมรับระดับ VIP เมื่อใช้บริการหรือซื้อของกับร้านค้าภายในโครงการไอคอนสยาม

มาเริ่มในส่วนของ Masterplan อาคารกันก่อนเลยครับ ตัวอาคารจะหันหน้าเข้าแม่น้ำเจ้าพระยา มีทางเข้าออกที่ถนนเจริญนคร โดยชั้นนี้จะไม่มีห้องพักอาศัยนะครับ จะเริ่มที่ชั้น 6 ขึ้นไป

การเดินรถและจอดรถภายในโครงการ – การเดินรถภายในโครงการจะเดินรถแบบสวนทางกันอ้อมตัวอาคาร ซึ่งจะมาเดินรถทางเดียวที่หน้าทางเข้าอาคาร และจะวนออกหลังแนวช่องจอด Automatic Parking และออกทางเดิม ส่วนฝั่งซ้ายมือที่ติดกับ The Millennium Hilton จะเป็นทางลงไปจอดรถชั้นใต้ดินที่มีทางเข้าออกสองทางเดินรถสวนกันทั้งสองทาง  โดยในรูปภาพส่วน A คือส่วนของ Automatic Parking ที่มีพื้นที่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา จะมีให้บริการทั้งหมด 4 ช่องจอด สามารถจอดรถทิ้งไว้ที่ Lobby ทางเข้า และจะมีพนักงานอำนวยความสะดวกนำรถไปจอดให้ได้ครับ

พื้นที่ส่วนกลาง – ถัดมาในอาคารพื้นที่แรกคือส่วน C หรือ Grand Residential Lobby เป็นส่วนโถงทางเข้าของโครงการ พื้นที่ส่วนถัดไปจะแยกออกเป็นซ้ายและขวาโดยมีส่วน D คือ The Chao Phraya Lounge เป็นพื้นที่ที่ผู้พักอาศัยมาใช้นั่งพักพูดคุยกันได้ หรือจะมีการขอจัดเป็น Private Meeting ในส่วนนี้ก็สามารถทำได้เช่นกัน ส่วนอีกฝั่งจะเป็นพื้นที่ส่วน B หรือ The Mandarin Gallery เป็นที่พักนั่งเล่น ซึ่งมีเครื่องดื่มเบาๆให้บริการ ตรงกลางจะมีลิฟต์ที่ขึ้นมาจากชั้นจอดรถ แอบเสียดายที่พื้นที่ส่วนนี้อยู่ติดแม่น้ำ แต่ไม่ได้เห็นวิวแม่น้ำอย่างใกล้ชิด จึงเน้นการตกแต่งภายในที่ดูหรูหราอลังการแทน ส่วนอีกฝั่งของอาคารด้านในจะเป็นส่วนของโถงลิฟต์เพื่อขึ้นไปยังชั้นต่างๆจะอยู่ด้านหลังส่วน Lobby ครับ โดยจะมีลิฟต์ในส่วนของผู้พักอาศัย 8 ตัว มีอัตราส่วนลิฟต์เฉลี่ยทั้งส่วนพื้นที่พักอาศัย 1 : 18 ยูนิตเท่านั้น ส่วนลิฟต์อีก 2 ตัวเป็นลิฟต์ Service สำหรับพนักงาน ในส่วนของบันไดหนีไฟจะเชื่อมกับโถงลิฟต์​ครับ

ตรงหน้าโครงการเป็นกลีบดอกแมกโนเลีย ที่ลอยอยู่บนน้ำ เป็นดอกที่แสดงถึงความสง่างาม ตัวดอกมีรูปลักษณ์ภายนอกงามละมุนตา แต่เมื่อเข้าไปสัมผัสใกล้ชิดจะรู้ว่ากลีบแท้จริงแล้วมีความแข็งแรงและหนาทนทานต่อลมพายุ จะร่วงหล่นไปก็ต่อเมื่อถึงกาลเวลาของมันเท่านั้นออกแบบให้ใช้เป็นสีทองซึ่งเป็นสีหลักของโครงการ กลีบดอกเกิดจากจากร้อยเรียงของเส้นสายและรูปทรงข้าวหลามตัดชิ้นเล็กๆ ที่เป็น Pattern หลักที่ใช้ในโครงการ ตั้งอยู่บนแผ่นน้ำที่มีเงาสะท้อน ส่วนโคนกลีบดอกมีลายไทยที่เขียนไว้บนโลหะผสานทรงโค้ง สะท้อนกับน้ำด้านล่างทำให้เกิดเงาและดูโดดเด่น มีความละเอียดอ่อนและหรูหรามีมูลค่า

ด้านข้างจะมีพื้นที่สำหรับเป็นทางเดินเท้าเข้าไปภายในโครงการทั้งสองฝั่งเลย

ฝั่งทางนี้จะเป็นทางเข้าของรถ ซึ่งจะเป็นพื้นคอนกรีตพิมพ์ลายทั้งหมด ยาวเข้าไปด้านใน มีแนวพุ่มไม้ประดับทั้งสองข้างทาง

ด้านข้างฝั่งนี้ก็มีแนวทางเดินเข้าไปภายในเช่นกัน แต่ถ้าฝนตกจะเดินยากหน่อยนะครับสำหรับบริเวณนี้

เข้ามาทางด้านในจะเจอกับป้ายโครงการขนาดใหญ่ ของเราจะมีป้ายอยู่ทางฝั่งซ้ายมือ ส่วนโครงการ Magnolias จะมีป้ายอยู่ทางขวาครับ ตรงกลางจะมีประตูเหล็กสีทองบานใหญ่ ปิดกั้นความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวในช่วงเวลากลางคืน

หน้าโครงการจะมีพระพิฆเนศ ที่มีความเชื่อว่าเป็นเทพในศาสนาฮินดู ทรงเป็นเทพแห่งความสำเร็จ ทั้งยังเป็นเทพแห่งศิลปวิทยาการและการประพันธ์ด้วย

อย่างที่บอกว่าทางฝั่งขวามือจะเป็นโครงการ Magmolias Waterfront Residences นะครับ มีป้อม รปภ. แยกกั้นชัดเจน

ของเราจะตรงเข้ามาด้านในเลยครับ เป็นรั้วกั้นไม้กระดก เข้าออกด้วยระบบ Easy Pass ถนนจะเป็นคอนกรีตพิมพ์ลายทั้งหมด มีแนวต้นไม้เกาะกลางกั้นระหว่างเลนเข้าและออกชัดเจน ปลอดภัย

ด้านข้างเป็นแนวทางเดินยกระดับสูงจากถนนยาวเข้าไปด้านในครับ

บริเวณนี้เป็นส่วนด้านหลังของอาคาร ห้องพักทุกห้องจะมองเห็นวิวแม่น้ำทั้งหมด ส่วนที่หันมาทางด้านนี้จึงจะไม่ใช่ส่วนหลักของพื้นที่พักอาศัยเท่าไรนัก

รั้วโครงการมีช่วงสูงที่สุดอยู่ที่ 6 เมตร ซึ่งบริเวณนี้น่าจะประมาณ 3 เมตร ประดับด้วยสีทอง มีไฟกิ่งตามทาง ใช้ลวดลายเหมือนฐานอาคารที่เป็นสีทอง และเป็นลายข้าวหลามตัดเช่นกัน มีความเชื่อมโยงกันให้เห็นตลอด

เข้ามาภายในจะพบกับประตูด้านข้าง ส่วนนี้จะเป็นเส้นทางสำหรับ Service ครับ ส่วนถ้าเข้าออกโครงการปกติก็ตรงเข้าไปด้านในเลยครับ

ด้านในบริเวณนี้จะติดกับทางโครงการ Magnolias นะครับ เหมือนที่เห็นภายในภาพ แต่จะแยกทางเข้าออกกันชัดเจน มีแนวรั้วต้นไม้ทึบสูงประมาณ 2 เมตร บังสายตาไว้เรียบร้อย

ด้านหน้าจะมีทางเดินเชื่อมต่อกันได้ของทั้งสองโครงการครับ สำหรับการเดินไป ICONSIAM เราต้องเดินผ่านเส้นทางนี้นะครับ

เลี้ยวซ้ายเข้ามาดูพื้นที่ของโครงการกัน จะเป็นพื้นที่ของ Drop Off และพื้นที่จอดรถอัตโนมัติ บริเวณนี้จะมีบริการต่างๆสำหรับลูกบ้านดังนี้ครับ

  • 24-Hour Concierge Serviceให้บริการผู้ช่วยพิเศษสำหรับลูกค้าวีไอพี ในการจัดการหรือดำเนินการกิจธุระสำคัญต่างๆ
  • 24-Hour Doorman พนักงานคอยเปิดประตู ยกของให้
  • 24-Hour Car Valet พนักงานรับจอดรถ สำหรับนำรถไปจอดให้ รวมถึงนำรถมารอเวลาจะออกไปข้างนอกด้วย
  • 24-Hour Security พนักงานดูแลรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง

พื้นที่ทางฝั่งขวามือเป็นที่จอดรถสำหรับ Automated Parking 4 ช่องจอด รวมทั้งหมด 220% ซึ่งส่วนนี้เราไม่จำเป็นต้องจอดเองนะครับ สามารถจอดรถไว้ให้พนักงานนำไปจอดให้ได้ และช่วงขาออกก็สามารถโทรลงมาบอก Concierge Service ให้เตรียมรถมารอได้ครับ

เป็นช่องจอดทรงกลมกระจกใส เห็นรถได้จากภายนอก ซึ่งด้านในจะเป็นแผ่นที่สามารถหมุนได้ ทำให้มีช่องรถเข้ากับช่องรถออก แยกออกเป็นคนละทาง

ที่ด้านหน้ามีจอสำหรับเลือกประเภทรถในการเข้าจอดครับ

ด้านบนจะมีจอไว้สำหรับบอกประเภทรถที่จะเข้าจอดครับ

พื้นที่ตรงกลางมีขนาดค่อนข้างกว้าง สำหรับใครที่ต้องการแค่มา Drop Off หรือ รับลูกบ้าน ก็ให้วนออกไปด้านในเลยครับ

เมื่อตรงออกมาด้านหลังจะมีชั้นใต้ดินสำหรับจอดรถ Service และ รถที่มีขนาดใหญ่กว่าปกตินะครับ

ถ้าไม่ลงไปจอดรถด้านล่าง ก็ให้กลับรถมาเพื่อวนออกทางด้านนี้ครับผม

สำหรับทางฝั่งขาออกนี้ ก็จะมีทางออกของช่องจอดมาทางฝั่งนี้เลยนะครับ เพื่อให้การเดินรถภายในไม่ทับเส้นทางกัน

ด้านข้างจะมีน้ำและสวนที่จัดไว้ให้เป็นบรรยากาศให้กับพื้นที่บริเวณนี้ด้วย เดี๋ยวเราไปดูกันครับ

บริเวณหัวมุมด้านหลังนี้จะมีสวนและทางเดินไปยังท่าเรือรับส่งสำหรับลูกบ้านครับ

ด้านในมีมุมที่จัดไว้สวยงาม สวนของที่นี่จะใช้วัสดุหลักเป็นหินแกรนิตและไม้เพื่อให้ความรู้สึกหรูหราและเข้ากับธรรมชาติ

มีสวนโล่งๆริมน้ำให้ออกมาออกมาเดินสูดอากาศรับลมกันได้สบายใจเลย พื้นที่สวนแห่งนี้ถูกออกแบบให้มีระดับพื้นสูงกว่าระดับควบคุมน้ำท่วมถึง 4 เมตร พร้อมระบบเขื่อนป้องกันน้ำท่วมที่แข็งแรงและมีต้นทุนในการก่อสร้างที่สูง

ด้านข้างจะมีลานหินให้เดินเล่น หรือออกกำลังกายเบาๆกันได้ครับ

ส่วนพื้นที่ริมน้ำจะใช้เป็นบ่อน้ำ เพื่อให้เกิดการเชื่อมต่อของความรู้สึกจากแม่น้ำเจ้าพระยา

ย้อนกลับมาที่ทางเข้านะครับ อีกฝั่งหนึ่งจะเป็นทางเดินไปยังท่าเรือรับส่งสำหรับลูกบ้าน

เส้นทางนี้จะมีแนวทางเดินหินแกรนิตตรงไปยังท่าเรือ ด้านข้างมีแสงส่องสว่างให้ตลอดแนวทางเดินสำหรับช่วงเวลากลางคืนครับ

กลับเข้ามาทางฝั่งถนนเข้าออกโครงการ จะมีพื้นที่เชื่อมต่อกับโครงการ Magnolias นะครับ ซึ่งในอนาคตจะปิดเพื่อความเป็นส่วนตัวของโครงการครับ

วนกลับเข้ามาภายในอาคารกันเถอะ ด้านหน้าทางเข้าจะมีลักษณะเป็น Symmetry (สมมาตร) เพื่อให้ดูภูมิฐาน หนักแน่นมีพลัง น่าเชื่อถือและมั่งคง ใช้ความนิ่งของน้ำทั้งสองฝั่งช่วยให้ดูนุ่มนวล เพื่อเชื้อเชิญในการเข้าถึง และเงาของแนวกระจกที่สะท้อนบนผิวนำก็ทำให้ดูหรูหรามากยิ่งขึ้นเช่นกัน

เปิดมาจะเจอกับ Grand Residential Lobby ภายในยังคงตกแต่งด้วยความเป็น Symmetry ยกเพดานสูงแบบ Double Volume พื้นและผนังตกแต่งด้วยหิน ด้านหลังตกแต่งด้วยแผนที่มุมสูงของแม่น้ำเจ้าพระยา เพราะเป็นหนึ่งในแนวคิดการออกแบบของโครงการนี้ โดยผู้ออกแบบได้เปรียบแม่น้ำเจ้าพระยาไว้เหมือนเป็น Golden River เพราะเป็นแม่น้ำสายสำคัญของกรุงเทพฯและเป็นจุดเด่นของทำเลที่ตั้งโครงการ จึงทำให้เราเห็นเส้นสายของสีทองเป็นสีหลักของโครงการนั่นเอง

พื้นที่ภายในนี้จะออกแบบโดย Joyce Wang นักออกแบบหญิงชาวฮ่องกงที่ฝากผลงานไว้หลายแห่งบนโลก ทั้ง London, Las Vegas, Los Angeles, Hamburg, Vancouver, Shanghai, Hong Kong และอีกหลายที่ ส่วนใหญ่เป็นพวก Residential และ Restaurant ซึ่ง Joyce Wang ได้นิยามความหรูหราของโครงการนี้ผ่านการจัดพื้นที่ใช้สอย ระบบแสงสว่าง การจัดวางและรูปแบบของเฟอร์นิเจอร์ ทั้งพื้นที่ส่วนกลางและภายในห้องพักอาศัย

ลองไปดูฝั่งด้านถนนเจริญนครกันก่อนนะครับ เป็นแนวทางเดินที่มีความสูงเท่ากันทั้งชั้น

ด้านข้างมีแนวประตูกระจกสูง เพื่อให้พื้นที่ยังดูโล่งโปร่งอยู่ ผนังด้านในจะเป็นผนังลายไม้สีทอง

ทางฝั่งด้านนี้จะเชื่อมไปยังโถงลิฟต์ด้านหลังครับ ก่อนจะเข้าไปยังโถงลิฟต์เราไปดูพื้นที่ส่วนกลางกันให้ครบก่อนนะ

ด้านในนี้คือ The Chao Phraya Lounge พื้นที่รับรองที่สามารถจัดเป็นห้องจัดงานต่างๆได้ ห้องนี้จะไม่เห็นวิวแม่น้ำนะครับ จะมีประตูทะลุออกทางด้านหลังอาคารที่เราเดินเข้ามากัน

ภายในมีชุดเก้าอี้ชุดใหญ่ตรงกลาง เน้นความโล่ง ไม่อึดอัด เป็นชุดเฟอร์นิเจอร์ Custom made by designer Joyce Wang นะครับ

มีแนวกระจกใหญ่ด้านข้างรับวิวภายนอก จะเห็นความเคลื่อนไหวของพื้นที่ด้านหน้า

ลองเดินไปดูอีกฝั่งหนึ่งของชั้นนี้กันครับ เป็นลักษณะทางเดินคล้ายกับทางฝั่งก่อนหน้านี้ครับ

พื้นที่ส่วนนี้จะเรียกว่า The Mandarin Gallery พื้นที่ที่ดูใกล้เคียงกับ Lobby ที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคยกันครับ เพราะเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ จัดวางที่นั่งเป็นมุมต่างๆภายในนี้ มีระดับฝ้าแบบ Double Volume เช่นเดิม

พื้นที่นั่งเล่นจัดแยกเป็นหลายมุม ให้สำหรับเลือกใช้งานได้หลากหลาย เน้นความ โอ่โถง ดูสง่า สังเกตว่าชุดเฟอร์นิเจอร์แต่ละพื้นที่หน้าตาจะไม่เหมือนกันซะทีเดียว แต่จะเป็นรูปแบบเดียวกัน ทั้งการเลือกใช้โทนสี ลักษณะพื้นผิว และรูปทรง ทำให้รู้ว่ามาจากที่เดียวกัน มีความเชื่อมต่อ ทั้งหมดเป็น Custom made by designer Joyce Wang นะครับ

มีสำหรับเป็นโต๊ะยาวสำหรับหลายท่าน ให้เลือกตามการใช้งาน ทางขวาเป็นลิฟต์ที่เชื่อมต่อกับชั้นจอดรถใต้อาคารได้

พื้นที่ด้านในจะเป็นแนวโถงลิฟต์ยาวด้านหลังที่จะเชื่อมต่อกับทางฝั่ง Chao Phraya Lounge ที่ผมพาไปชมกันมาก่อนหน้านี้

ด้านหลังจะมาแนวทางเดินยาว ซึ่งจะมีจุดโถงลิฟต์กระจายอยู่ 4 โถงต์ มีลิฟต์โถงละ 2 ตัวครับ ผนังจะมีรายละเอียดที่ทำเป็นเส้นๆมีความโค้ง ซึ่งมีที่มาของการออกแบบจากลักษณะของคลื่นที่เกิดในแม่น้ำครับ

ส่วนของโถงลิฟต์จะมีหน้าตาลักษณะนี้ครับ ใช้งานเป็นคู่ๆ ซึ่งภายในห้องพักอาศัยเองก็สามารถใช้งานได้ทั้งสองตัวเลยนะครับ เข้าถึงห้องได้เหมือนกัน เพื่อให้ไม่ต้องใช้ลิฟต์ร่วมกับใคร ได้ความเป็นส่วนตัวอย่างแท้จริง

ชั้น 2 / 3 จะเป็นชั้นจอดรถ Automatic Parking ทั้งหมด เราเลยมาต่อกันที่ชั้น 4 นะครับ เป็นชั้นพื้นที่ส่วนกลางทั้งชั้น โดยสัดส่วนของพื้นที่จะมีลักษณะเหมือนชั้นหนึ่ง คือพื้นที่ด้านหน้าฝั่งติดแม่น้ำจะเป็นพื้นที่ส่วนกลางให้ใช้งานทั้งหมด ทั้ง Indoor และ Outdoor ส่วนพื้นที่ด้านหลังอาคารฝั่งถนนเจริญนครจะเป็นโถงลิฟต์ และส่วน Back Of House ครับ

ขึ้นลิฟต์มาที่ชั้น 4 ครับ เป็นชั้นพื้นที่ส่วนกลางชั้นแรก โดยชั้น 2-3 จะเป็นพื้นที่จอดรถ Automatic Parking ภายในชั้นนี้จะเป็นพื้นที่ส่วนกลางที่มีลักษณะเป็นพื้นที่รับประทานอาหาร พื้นที่สำหรับเด็ก และห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าสำหรับพื้นที่สระว่ายน้ำภายนอก ส่วนพื้นที่ภายนอกจะเป็นพวกกิจกรรมกลางแจ้งได้รับวิวแม่น้ำ ทั้งสระว่ายน้ำ พื้นที่ริมสระ สวน และส่วนระเบียงจัดปาร์ตี้

เริ่มที่พื้นที่ตรงกลางของชั้น เปรียบเสมือน Lobby ของชั้นนี้ ที่ทำหน้าที่เป็นพื้นที่แจงไปยังส่วนต่างๆครับ มีลักษณะพื้นที่เป็น Double Volume ยกเพดานขึ้นสูงประมาณ 8.3 เมตร ภายในจะจัดให้มีมุมนั่งเล่น นั่งพักคอยกันหลายรูปแบบ รวมถึงเป็นพื้นที่รับประทานอาหารเล็กๆน้อยๆด้วยก็ได้เช่นกัน

เพราะด้านข้างจะมีมุม Kitchen ให้สำหรับทำอาหารหรือของทานเล่นกันได้ครับ

ถัดมาจะเป็นห้อง Game Room ที่จัดเป็นพื้นที่นั่งเล่นที่มีความคึกคักได้มากขึ้น เพราะสามารถปิดประตูบังกั้นสัดส่วนได้ เพื่อไม่ให้เสียงออกไปรบกวนพื้นที่อื่น ภายในก็จะมีโต๊ะพูลให้เล่น รวมถึงมุมนั่งเล่นหลากหลายส่วนเช่นเคย มีลักษณะเป็น Double Volume เหมือนกันกับห้องก่อนหน้านี้ พร้อมแนวกระจกบานใหญ่รับวิวสระว่ายน้ำภายนอก และแม่น้ำเจ้าพระยา

มุมนั่งเล่นจัดเป็นชุดโซฟาขนาดใหญ่ ใช้งานได้หลายคน จะมาเป็นกลุ่มหรือมาน้อยก็สามารถนั่งได้สบายเลย โดยผนังจะใช้เป็นผ้าไหมสีทอง ผสมผสานกับเฟอร์นิเจอร์สีโทนร้อนให้ดูคึกคักสนุกสนานมากขึ้น

ลองเดินไปดูพื้นที่ส่วนด้านในสุดกันครับ จะมีแนวทางเดินยาวไปด้านในแยกเป็นอีก 2 ห้องใหญ่ๆ

ส่วนแรกคือห้อง Dining Room ที่จัดเป็นโต๊ะรับประทานอาหารแบบจริงจัง ขนาดพื้นที่กว้าง รองรับได้หลากหลายที่นั่ง มีประตูและแนวกระจกเชื่อมต่อกับภายนอกได้ มีลักษณะพื้นที่เป็น Double Volume ยกเพดานขึ้นสูงให้ดูโปร่งโล่ง และรับวิวกับแสงภายนอกได้เยอะมากยิ่งขึ้น

บริเวณนี้ก็สามารถกั้นห้องแบ่งเพื่อนความเป็นส่วนตัวได้นะครับ โดยด้านในจะมีอีกห้องนึงให้รับรองด้วย

บริเวณแนวกระจกจะมีประตูให้เชื่อมต่อไปยังพื้นที่ภายนอกด้วยเช่นกัน เราลองออกไปเดินดูกันนะครับ

ภายนอกที่ตรงกับส่วนห้องอาหารนี้จะเป็นพื้นที่สวนกว้างรับวิวแม่น้ำ มีแนวทางเดินหินแกรนิตยาวตลอดแนว

พื้นที่สวนบริเวณนี้ก็จะจัดเป็น Terrace สำหรับจัดงานปาร์ตี้สังสรรค์กันได้ พื้นที่ติดน้ำจะประดับด้วยสระบัว เพื่อใช้เป็นแนวระเบียงกันตกไปในตัว ไม่ต้องมีระเบียงขึ้นมาบังวิวสวยๆเหล่านี้ และได้ความเชื่อมต่อกับแม่น้ำเจ้าพระยา

ด้านข้างก็เป็นประตูที่เราพึ่งเดินออกมาครับ มีแนวประตูเข้าออกทั้งสองฝั่งของห้องรับประทานอาหาร สามารถจัดงานเลี้ยงขนาดไม่ใหญ่นักได้สบายๆ

สวนบริเวณนี้เป็นสนามหญ้าที่มีการดูแลอย่างดี เป็นพื้นที่สีเขียวโล่งที่มี background เป็นแม่น้ำเจ้าพระยา

ถัดมาจะเจอกับพื้นที่สระว่ายน้ำ ซึ่งจะมีพื้นที่ริมสระทั้งสองฝั่งเป็นพื้นที่นั่งเล่นรับวิวแม่น้ำ ส่วนอีกฝั่งจะติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา

เป็นสระระบบเกลือขนาด 35 x 8 เมตร ลึก 1.2 เมตร แบบ Infinity Edge Pool หรือสระไร้ขอบ ซึ่งจะช่วยให้เราเห็นแม่น้ำเจ้าพระยาได้ชัดเจนยิ่งขึ้น เป็นขนาดที่ว่ายน้ำออกกำลังกายได้เลย

ด้านข้างจะได้รับวิวแม่น้ำเจ้าพระยาและ ICONSIAM โล่งลักษณะนี้เลย การที่สระว่ายน้ำไม่ได้ตั้งอยู่ที่ชั้นดาดฟ้า ก็มีข้อดีที่ทำให้รู้สึกเชื่อมต่อกับแม่น้ำเจ้าพระยาได้มากขึ้น เห็นกระแสน้ำที่ไหลไปมาได้อย่างใกล้ชิด

พื้นที่ข้างสระอีกฝั่งจะ มีขนาดค่อนข้างกว้าง สามารถจัดเป็นปาร์ตี้ริมสระได้สบายๆ ซึ่งในเวลาปกติก็จะมี Sunbed ตั้งไว้ให้ใช้งานรับวิวสระว่ายน้ำและแม่น้ำเจ้าพระยาครับ

สระว่ายน้ำที่ด้านมุมน่าจะเป็นมุมโปรดของใครหลายๆคน เพราะคงจะเป็นบรรยากาศที่ดีไม่น้อย ในการนอนแช่ Jacuzzi รับวิวแม่น้ำเจ้าพระยา

วิวด้านข้างสระฝั่งนี้จะเห็นสระว่ายน้ำของโครงการ Magnolias Riverfront Residences ที่อยู่เยื้องๆไปทางด้านหลังครับ ด้วยตำแหน่งและความสูงทำให้เขาจะไม่เห็นพื้นที่ภายในของเรานะ

ลองเดินเข้าไปดูพื้นที่ภายในนะครับ ด้านข้างจะขนาบด้วยสวนที่ถูกจัดไว้ด้วยไม้พุ่ม และมีต้นไม้ให้ร่มเงาอยู่ตามทาง

จะมีมุมที่เป็นสนามเด็กเล่นและสระว่ายน้ำสำหรับเด็ก รวมถึงมีพื้นที่ด้านข้างให้สำหรับผู้ปกครองด้วย

ด้านในมีสระเด็กขนาดเล็ก และพื้นที่ด้านข้าง ส่วนนี้จะไม่ได้วิวแม่น้ำแต่จะอยู่ในพื้นที่ที่ค่อนข้างปลอดภัย ใกล้สายตาผู้ปกครอง

ด้านข้างมีประตูเชื่อมต่อเข้าไปภายในอาคาร ลองเข้าไปดูกันครับ

เมื่อเข้ามาจะมีพื้นที่แบ่งเข้ามายังห้องเล่นสำหรับเด็ก ภายในมีมุมให้เล่นหลายส่วน และยังมีพื้นที่สำหรับผู้ปกครองด้วยเช่นกัน

ไม่ใช่เพียงแค่เอาของเล่นมาวาง แต่ภายในถูกจัดให้มีมุมปีนป่ายที่ built-in ขึ้นมาเลย

ด้านข้างจะมีห้องน้ำที่เป็นห้องเปลี่ยนชุดของพื้นที่สระว่ายน้ำด้วยเช่นกัน ภายในมีรายละเอียดและขนาดค่อนข้างเยอะ เข้าไปดูกันเลยครับ

ภายในห้องน้ำตกแต่งด้วยโทนสีเข้มตัดด้วยสีทอง ดูหรูหรา ภายในแบ่งออกเป็นมุมต่างๆ โดยมีอ่างล้างหน้าตรงกลางห้อง

มีพื้นที่ของห้องอาบน้ำ ให้ 3 ห้อง ตกแต่งด้วยหินอ่อนสีขาว

ส่วนด้านในของห้องน้ำจะมีประตู Service ห้อง Sauna และ ห้อง Stream ตามลำดับ

ห้อง Sauna ตกแต่งด้วย Mosiac สีขาว จัดเป็นที่นั่งที่นั่งได้ประมาณ 4-5 คน

ด้านข้างมีห้องอบไอน้ำตกแต่งด้วยลายไม้และผนังหิน นั่งได้ประมาณ 4-5 ที่นั่งเช่นกัน

ส่วนอื่นภายในห้องน้ำยังประกอบไปด้วยล็อคเกอร์ที่ไม่ต้องมีกุญแจ แต่ใช้เป็น Password แทน

ด้านในมีห้องน้ำและโถปัสสาวะ สำหรับใช้งานได้หลายท่านพร้อมๆกัน

เขยิบขึ้นมาที่ชั้นบนอีกชั้น จะเป็นพื้นที่ส่วนกลางที่เชื่อมต่อกัน แต่จะเฉพาะภายในอาคารเท่านั้น และมีขนาดพื้นที่เล็กลงเพราะมีบางส่วนเป็นพื้นที่ Double Volume ของชั้นที่ 4 ด้วย โดยชั้นนี้จะประกอบไปด้วย

  • Fitness & Wellness และ Private Studio – ส่วนห้องออกกำลังกายที่มีการแบ่งสัดส่วนพื้นที่ภายในออกเป็นหลายๆกิจกรรม
  • Golf Simulator & Virtual Game Room – ห้องเล่นเกมและตีกอล์ฟ มีเคาน์เตอร์บาร์ให้นั่งภายใน

เริ่มต้นที่ห้องออกกำลังกายเลยครับ ภายในห้องนี้แบ่งออกเป็นหลายๆกิจกรรม โดยแยกสัดส่วนพื้นที่ภายในชัดเจน

มุมแรกเป็นส่วนของ Weight Training มีมุมที่เป็นพื้นที่ยืนเล่นเองได้

ด้านข้างมีน้ำดื่มและผ้าขนหนูให้บริการครับ

และส่วนเครื่องเล่นต่างๆ ใช้ของ Life Fitness ทั้งหมด เป็นแบรนด์อุปกรณ์ออกกำลังกายชั้นนำ ที่มักจะเห็นกันตามโครงการราคาสูงเท่านั้นครับ

บริเวณนี้มีแนวกระจกเชื่อมต่อกับพื้นที่ Game Room ด้านล่างด้วย ซึ่งเราเองก็จะได้ความโล่งและช่องแสงของห้องออกกำลังกายมากยิ่งขึ้น

ถัดมาจะเป็นพื้นที่สำหรับ Cardio ทั้งลู่วิ่งและเครื่องปั่นจักรยาน รับวิวแม่น้ำและสระว่ายน้ำของโครงการ

ด้านหลังมีอุปกรณ์สำหรับออกกำลังกายได้หลากหลายยิ่งขึ้น

ด้านในจะมีห้องที่เป็นพื้นที่กว้างสำหรับเป็นห้อง Private Studio ได้ ซึ่งจะสามารถจัดเป็น Class ออกกำลังกายส่วนตัวได้ ทางโครงการก็มีบริการ Personal Fitness Trainer and Classes ด้วยนะครับ

อีกฝั่งหนึ่งของชั้นจะเป็นพื้นที่ส่วนกลางภายในห้องครับ ใกล้กับโถงลิฟต์ ลองเข้าไปดูภายในกัน

ภายในเป็นห้องห้อง Golf Simulator & Virtual Game Room มีเคาน์เตอร์สำหรับนั่งเล่น นั่งพักได้ด้วย แยกไฟส่องสว่างภายในให้สำหรับพื้นที่นั่งเล่นด้วยเช่นกัน สามารถนำอาหารและเครื่องดื่มเข้ามานั่งรับประทานไปด้วยได้

เป็นห้องสำหรับตีกอล์ฟ หรือเล่นเกมที่ใช้เป็นระบบ Simulator ครับ ภายในห้องส่วนนี้จะค่อนข้างมืดหน่อย เพื่อที่สามารถใช้งานจอได้อย่างชัดเจน

ข้ามมาที่ชั้นพื้นที่ส่วนกลางชั้น 36 กันบ้างครับ เป็นชั้นพื้นที่ส่วนกลางที่ได้รับวิวจากมุมสูง พื้นที่ภายในชั้นนี้จะเน้นไปที่ห้องที่มีลักษณะเป็นพื้นที่รับรอง หรือพื้นที่เงียบสงบ ไม่มีกิจกรรแบบ Active มากนัก โดยทุกส่วนนี้จะได้รับวิวแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งหมดครับ ภายในจะประกอบไปด้วย

  • The Oriental Salon – คำว่า Salon ไม่ได้แปลว่าร้านตัดผมนะครับ ในภาษาผรั่งเศษจะแปลว่าห้องนั่งเล่น หรือการจัดแสดงงาน ซึ่งในโครงการนี้ก็เหมือนเป็นห้องนั่งเล่น และพื้นที่จัดแสดงงานครับ
  • The Library – ห้องสมุดที่สามารถนั่งอ่านหนังสือ ทำงาน ได้ และยังปิดกั้นพื้นที่เพื่อความเป็นส่วนตัวได้ด้วย
  • Siam Salon – เป็นห้องโล่งที่ไว้สำหรับจัดงานต่างๆ ไม่ว่าจะแสดงสินค้า หรือแถลงข่าว ก็บริเวณนี้เลยครับ
  • Lotus Business Suite – ห้องประชุมนั่นเอง สำหรับนักธุรกิจที่ต้องการ conference

เรามาเริ่มที่ส่วนในสุดกันก่อนเลยครับ เป็นห้อง The Oriental Salon เป็นห้องสำหรับนั่งเล่น พักผ่อน และจัดแสดงงาน มีพื้นที่สำหรับจัดงานต่างๆด้วย

ด้านในมีเคาน์เตอร์และพื้นที่สำหรับจัด Catering สำหรับงานต่างๆในพื้นที่บริเวณนี้ได้ครับ

เคาน์เตอร์ส่วนนี้จะเป็นลายหินอ่อน ส่วนด้านในมีผนังที่ตกแต่งด้วยสีทอง มีเตาไฟฟ้า ตู้เย็น เตาอบ พร้อมเลยครับ สำหรับจัดทำอาหารว่างต่างๆได้สะดวก

มีพื้นที่โล่งแสดงงานศิลปะ วางบนพื้นลายหินอ่อนที่ 4 แผ่นที่มาจากแผ่นใหญ่แผ่นเดียว ลายเดียวกันทั้งหมดครับ

ห้องถัดมาเป็นห้อง Siam Salon ซึ่งจะเป็นห้องโล่งกว่า สามารถปิดประตูแบ่งกั้นห้องได้ทั้งสองฝั่ง แถมยังมีกระจกยาวตลอดแนวรับวิวแม่น้ำเจ้าพระยา หรือจะออกไประเบียงภายนอกก็ได้

ด้านนอกนี้มีระเบียงไม้พร้อมราวกันตกกระจกรับวิวแม่น้ำเจ้าพระยาได้อย่างเต็มที่เลยครับ

หากมองลงไปจะเห็น ICONSIAM และแม่น้ำเจ้าพระยาค่อนข้างชัดเจน

อีกห้องด้านในจะเป็นห้องประชุม ซึ่งสามารถจัดเป็น Conference ส่วนตัว รวมถึงมีจอให้ Present งานกันในนี้ได้ด้วยครับ

ด้านนอกจะมีพื้นที่นั่งเล่นทำงาน ซึ่งจะเป็นเคาน์เตอร์ที่มีปลั๊กไฟให้พร้อมเลยครับ สำหรับเตรียมงานในการประชุมได้เลย

ด้านข้างมีห้องน้ำให้ด้วย แยกเป็นชายหญิงรวมถึงห้องผู้สูงอายุและคนพิการ ภายในตกแต่งด้วยหินอ่อนสีขาว และผนังสีทองเช่นเดิม ดูหรูหราและสะอาดดี

ได้แสงส่องสว่างจากภายนอกค่อนข้างเยอะ ด้วยแนวกระจกขนาดใหญ่ด้านข้าง ทำให้ห้องสว่างตลอดในเวลากลางวัน

วิวของห้องน้ำบริเวณนี้จะได้เห็นโค้งแม่น้ำเจ้าพระยาด้วยครับ

ขึ้นมาที่ชั้น 6-42 จะเป็นชั้นพักอาศัยส่วนใหญ่ของเราครับ ยกเว้นชั้น 36 ที่เป็นพื้นที่ส่วนกลางที่ผมพึ่งจะพาไปชมมา ชั้นพักอาศัยของเรานี้จะมีทั้งหมด 4 ยูนิต/ชั้น เท่านั้น ประกอบด้วยห้องแบบ 2 Bedroom จำนวน 3 ห้องและห้องแบบ 3 Bedroom จำนวน 1 ห้องทางฝั่งทิศเหนือของอาคาร ซึ่งห้องพักในชั้นนี้มีขนาด 127-222 ตร.ม. ทั้งชั้นจะมีลิฟต์โดยสาร 8 ตัว แบ่งให้ใช้งานห้องละ 2 ตัว โดยในพื้นที่โถงลิฟต์ของแต่ละห้องจะมีประตูเชื่อมไป 2 ฝั่ง ฝั่งหนึ่งจะเชื่อมไปยังประตูหลักของห้องพักอาศัย ส่วนอีกฝั่งหนึ่งจะเชื่อมไปยังประตูของส่วน Service ที่เรียกว่า Back of house จะเป็น Corridor ด้านนอกที่เชื่อมต่อไปยังลิฟต์ของพนักงาน สำหรับให้บริการผู้พักอาศัยโดยไม่ต้องใช้ลิฟต์ตัวเดียวกัน ทำให้เกิดความเป็นส่วนตัวในการอยู่อาศัยมากขึ้น สำหรับเรื่องวิวจากห้องพักอาศัย ทุกยูนิตจะได้วิวแม่น้ำทั้งหมด เนื่องจากห้องพักอาศัยจะอยู่ด้านที่หันหน้าเข้าแม่น้ำครับ รวมถึงยังมีขอบอาคารที่ช่วยให้แต่ละห้องจะไม่เห็นกันและกันด้วย ได้เรื่องของความเป็นส่วนตัวไปอีกขั้น

โถงทางเดินด้านหลังนี้อาจจะไม่ค่อยได้ใช้งานนักสำหรับลูกบ้าน ซึ่งจะขึ้นลิฟต์มาโดยตรงแล้วเข้าห้องไปเลย ส่วนด้านนี้จะเป็นส่วนของแม่บ้านที่จะใช้งานเป็นหลักครับ เพราะจะเชื่อมต่อไปยังบันไดหนีไฟ ห้องขยะ และลิฟต์สำหรับ Service

ส่วนของลิฟต์ Service จะใกล้กับบันไดหนีไฟและห้องขยะ แยกออกจากพื้นที่พักอาศัย และลิฟต์โดยสารของลูกบ้านอย่างชัดเจนเลย

ชั้น 43-47 จำนวนห้องต่อชั้นจะลดลงเหลือเพียง 3 ห้อง แต่จะเป็นห้องที่มีขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 150-228 ตร.ม. โดยจะเปลี่ยนเป็นห้องแบบ 2 Bedroom จำนวน 1 ห้องและห้องพักอาศัยแบบ 3 Bedroom จำนวน 2 ห้อง เน้นอยู่อาศัยแบบครอบครัวใหญ่ ห้องที่อยู่ตรงกลางจะครอบคลุมพื้นที่โถงลิฟต์ 2 จุด ซึ่งจะมีเปิดให้ใช้เพียง 1 โถงเท่านั้นนะครับ

ชั้น 48 แปลนอาคารจะเหมือนชั้นพักอาศัยอื่นๆ ส่วนที่แตกต่างคือจะเหลือห้องพักต่อชั้นเพียง 2 ห้อง ซึ่งเป็นห้อง Penthouse ทั้ง 2 ห้อง ห้องด้านซ้ายของอาคารจะเป็น Penthouse แบบ Duplex มีขนาด 386 ตร.ม. และขึ้นไปยังชั้นบนอีกหนึ่งชั้น ส่วนอีกห้องหนึ่งเป็น Penthouse ชั้นเดียวมีขนาด 380 ตร.ม.

ชั้น 49 จะมีแปลนเหมือนชั้น 48 เลยครับ ห้องพักอาศัยยังมีแค่ Penthouse 2 ยูนิตเท่านั้น โดยยูนิตด้านซ้ายมือเป็นชั้นบนของห้องแบบ PD ชั้นบนจะมีเนื้อที่น้อยกว่าชั้นล่างอยู่ที่ 160 ตร.ม. ส่วนด้านขวาก็ยังเป็นห้อง Penthouse 1 ชั้นแบบ ชั้น 48 นะครับ

ส่วนชั้น 50 จะเป็น Penthouse ห้องเดียวทั้งชั้นเลย ขนาด 383.98 ตร.ม. ซึ่งตั้งแต่ชั้นนี้ตัวอาคารจะเหลือแค่ฝั่งขวาฝั่งเดียวแล้วครับ

ชั้นบนสุดที่ชั้น 51-52 จะเป็น  Penthouse ห้องเดียวแบบ Duplex (2 ชั้น) เป็นห้องที่ใหญ่ที่สุดมีขนาด 707 ตร.ม. ได้ 2 ชั้นบนสุดของอาคารไปเลย

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

พื้นที่ส่วนกลางภายในโครงการ

  • The Chao Phraya Lounge
  • The Mandarin Gallery
  • River Terrace
  • Outdoor Infinity Swimming Pool & Jacuzzi
  • Poolside Barbecue Terrace
  • Garden Loft
  • Golf Simulator & Virtual Game Room
  • Game Room
  • Private Fitness & Wellness Studio
  • Stream Room & Sauna
  • Separate Female and Male Changing Rooms
  • Children’s Pool
  • Children’s Playroom
  • Playground
  • The Oriental Salon
  • Siam Salon
  • Lotus Business Suite
  • The Library
  • Garden Loft
  • ลิฟต์โดยสารส่วนพักอาศัย 8 ตัว/อาคาร อัตราส่วนลิฟต์ของส่วนพักอาศัยเฉลี่ยทั้งโครงการ 18 : 1
  • Service Lift 2 ตัว
  • ที่จอดรถประมาณ 324 คันคิดเป็น 220%
  • ระบบรักษาความปลอดภัยในโครงการ  CCTV / Key Card / Finger Scan

Service Condominium ได้แก่

  • 24-Hour Concierge Service
  • 24-Hour Doorman
  • 24-Hour Car Valet
  • 24-Hour Security

บริการที่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

  • Housekeeping & Maid Services
  • Laundry, Dry Cleaning, Pressing, Seamstress Services
  • Personal Chef & Catering
  • Maintenance Services
  • 24 Hours Dining
  • Private Butler
  • Personal Assistance / Secretarial Services
  • Personal Shopper
  • Personal Fitness Trainer
  • Pet Service (Walking, Sitting, Etc.)
  • Baby Sitting
  • Translation Services
  • Shoe Shine Services
  • Courier Services
  • และอื่นๆ

Property Management by MOHG

  • สมาชิก Residences Elite Programme ของแมนดาริน โอเรียนเต็ลที่จะได้รับสิทธิพิเศษที่ครอบคลุมทั่วโลก เช่นกัน Early Check-In และ Late Check-Out รวมถึง Discount ในแต่ละที่ทั่วโลก (แต่ละที่ไม่เท่ากัน)
  • ได้รับสิทธิพิเศษและการยอมรับระดับ VIP เมื่อใช้บริการหรือช้อปกับร้านค้าภายในโครงการไอคอนสยาม


Product Walkthrough

ห้องพักอาศัยของที่นี่จะมีให้เลือกทั้งแบบ Fully Fitted ที่จะได้เฉพาะ Built-in บางส่วน กับแบบ Fully Furnished ที่ได้เฟอร์นิเจอร์เหมือนกับห้องตัวอย่าง ที่ออกแบบทั้งหมดโดย Joyce Wang ครับ โดยจะมีมูลค่าที่แตกต่างกันดังนี้

  • 3 Bedroom แบบ Fully Furnished จะต้องเพิ่มเงินอีก 16 ล้านบาท
  • 2 Bedroom แบบ Fully Furnished จะต้องเพิ่มเงินอีก 10 ล้านบาท

มาดูห้องพักอาศัยของเรากันบ้าง ห้องนี้เป็นห้อง 3 Bedroom ขนาด 222.21 ตร.ม. เป็นห้องขนาดใหญ่เหมาะกับการอยู่กันเป็นครอบครัว ที่จะอยู่ที่ชั้น 6-47 เป็นห้องทางทิศเหนือของอาคาร ตำแหน่งนี้เป็นห้องเดียวต่อชั้นที่จะเห็นโค้งแม่น้ำฝั่งท่าเรือสี่พระยา และก็ยังเห็นโค้งแม่น้ำทางฝั่งสะพานสาทรเหมือนที่ห้องอื่นๆเห็นกันด้วย ภายในห้องมี 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ ซึ่งจะทำให้ได้ความเป็นส่วนตัวในทุกพื้นที่ แบ่งแยกส่วนหลังบ้าน (Back Of House) ชัดเจน

เริ่มที่ทางเข้าหลักของห้องนี้จะมาจากโถงลิฟต์ด้านหน้า ที่เราจะได้ Private Lift ถึงสองตัว ให้เราเลือกใช้งานได้ พื้นที่ส่วนโถงหน้าลิฟต์จะมีตู้สำหรับแขวนเสื้อผ้าหรือรองเท้าที่เราต้องการให้แม่บ้านนำไปทำความสะอาด ถัดเข้ามาภายในห้อง จะมีพื้นที่ด้านหน้าเป็น Foyer ด้านข้างมีพื้นที่สำหรับเก็บอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในห้อง ด้านนอกออกมาจะเป็นแนวทางเดินยาวมีชั้นวางรองเท้า built-in มาให้ติดผนัง ฝั่งตรงข้ามมีห้องนอนรองพร้อมห้องน้ำในตัว ทั้ง 2 ห้อง และห้องน้ำหลักของพื้นที่ภายนอก จะเป็นห้องแบบ Powder Room ไม่มีส่วนอาบน้ำ เข้ามาถึงพื้นที่ส่วนกลางของห้องตรงกลาง จะประกอบไปด้วยส่วนครัวที่เป็นเคาน์เตอร์แนวยาวติดผนัง มี Island กั้นแบ่งส่วนระหว่างครัวกับพื้นที่นั่งเล่นที่จะเชื่อมออกไปยังระเบียงแนวยาวรับวิวแม่น้ำของเราได้ ด้านข้างมีห้องนอน Master Bedroom พร้อมห้องน้ำในตัว ส่วนอีกฝั่งจะเป็นพื้นที่รับประทานอาหารรับวิว และประตูเชื่อมต่อไปยังพื้นที่หลังบ้านที่ประกอบไปด้วยครัวปิดด้านใน และห้องซักล้าง โดยพื้นที่ภายนอกของห้องก็จะมี back of house ของพนักงานที่คอยดูแลรายละเอียดเล็กๆน้อยๆของห้องเราอีกที เช่นการดูแลทำความสะอาด และการจัดการเสื้อผ้าหรืออะไรก็ตามที่เราต้องการ

เมื่อลิฟต์เปิดออกมา เราจะมาที่หน้าโถงลิฟต์ของห้องเลย ซึ่งก็จะเห็นลิฟต์อีกตัวที่เขามีให้ใช้งานนะครับ พื้นที่ส่วนนี้จะมีสูง 3 เมตร พื้นเป็นหินอ่อนนำเข้าจากอิตาลี ผนังเป็นผ้าไหมเส้นใยสีทอง by Fromental of London

ด้านข้าง ฝั่งตรงข้ามประตูเข้าห้องจะมีตู้อยู่ตัวหนึ่งครับ และประตูสำหรับเส้นทาง Service ของพนักงาน จะทะลุออกไปยัง Corridor ด้านนอกนั่นเอง

ตู้ตัวนี้มีความพิเศษคือทำหน้าที่เป็น Valet Box ระบบเดียวกับของโรงแรม Mandarin Oriental คือตู้นี้สามารถเปิดจากอีกฝั่งด้านหลังได้ เวลาที่ผู้พักอาศัยต้องการส่งซักรีด หรือนำรองเท้าไปซัก ก็สามารถนำมาแขวนหรือวางไว้ที่ตู้นี้ แล้วพนักงานที่อยู่ในส่วนของ Back of house จะมาเปิดตู้จากด้านหลังเพื่อเอาเสื้อไปซักและเอามาส่งไว้ในตู้ได้โดยไม่ต้องเข้ามาในห้องพักอาศัย ทำให้การพักอาศัยเป็นส่วนตัวมากขึ้น

ฝ้าเพดานจะดร็อปมาให้ลักษณะนี้เลย แถมยังย่อมุมให้ด้วย มีรายละเอียดด้านบนที่เป็นซี่ระแนงไม้ ส่วนขอบจะถูกเก็บมุมอย่างเรียบร้อยด้วยขอบสีทองครับ

ส่วนฝั่งตรงข้ามตู้ Valet Box คือประตูเข้าห้องของเรานั่นเอง มาพร้อม Digital Door Lock ของ Yale

ซึ่งจะมีไซส์ที่ใหญ่กว่าประตูปกติ ตัวกรอบบานจะสูงติดฝ้าเพดาน และบานประตูจะสามารถเปิดบานเล็กด้านข้างได้อีก 25 เซนติเมตร สำหรับนำของขนาดใหญ่เข้าออกก็สะดวกขึ้นเยอะครับ

ส่วนแรกจะเจอกับพื้นที่ Foyer ขนาดประมาณ 2.5 x 2.1 เมตร ซึ่งพื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่รับรองก่อนเข้าไปยังส่วน Living อื่นๆ หรือเป็นพื้นที่สำหรับเช็คความเรียบร้อยก่อนออกนอกห้อง นอกจากนั้นยังช่วยให้พื้นที่ภายในห้องได้รับความเป็นส่วนตัวมากขึ้น เพราะประตูห้องไม่ได้ติดกับส่วนนั่งเล่นในทันที ด้านบน Drop ฝ้าหลุมย่อมุมเช่นเดียวกับด้านหน้า ส่วนพื้นตรงกลางจะมีลวดลายพิเศษคือใช้ลายของหินมาตกแต่ง ซึ่งลายสี่เหลี่ยมนี้จะต้องเป็นหินอ่อนชิ้นเดียวกันมาตัดเป็น 4 ส่วนแล้วนำมาต่อกันครับ

ด้านข้างจะมีห้องสำหรับเก็บอุปกรณ์ตู้ไฟฟ้าภายในห้อง ซึ่งถ้าเป็นคอนโดทั่วไปที่เราคุ้นเคย มักจะซ่อนอยู่บนเคาน์เตอร์ครัว หรือติดตู้ไว้แถวๆหน้าประตูห้อง แต่ที่นี่ให้มาเป็นห้องเลยครับ

ขนาดห้องเก็บอุปกรณ์ไฟฟ้าของที่นี่ก็ยังไม่ธรรมดา มีแนวกระจกรับวิวแม่น้ำในห้องให้ซะด้วย

สำหรับใครที่มาจัดการระบบไฟฟ้าก็สามารถดูวิวแม่น้ำไปด้วยได้ หรือจะจัดเป็นห้องเก็บของ นั่งอ่านหนังสือ หรือมุมที่เงียบสงบก็ได้นะครับ เพราะตัวห้องเองมีขนาดค่อนข้างกว้างประมาณ 2 x 2.4 เมตร จริงๆวางเตียง 3.5 ฟุตนอนได้เลย

ให้ฝ้าเพดานแบบฉาบเรียบมาให้ พร้อมไฟ Downlight 2 ดวงครับ

ออกจากห้องมาจะพบกับแนวทางเดินยาวเข้าไปภายในตัวห้องครับ พื้นในส่วนนี้จะเปลี่ยนเป็นพื้นไม้ Engineering Wood ผิวไม้โอ๊ค ซึ่งจะปูลายเฉพาะนะครับ ฝั่งขวามือจะเป็นแนวตู้รองเท้า ส่วนฝั่งซ้ายคือห้องนอนรอง

ตู้รองเท้าขาวตลอดแนว แบ่งออกมาเป็น 5 บาน สามารถเก็บของได้ตั้งแต่พื้นถึงฝ้าด้านบนเลย ทั้งรองเท้า กระเป๋า หรือสิ่งของทั่วไปก็สามารถครับ

ที่จับเป็นหินขัดทรงกระบอกเล็กๆ สามารถจับได้ถนัดมือครับ

ถัดมาเป็นห้องน้ำของพื้นที่ส่วนกลางของห้อง เข้าไปดูภายในกัน

ขนาดเพียงพอกับการใช้งาน ไม่อึดอัด ประมาณ 2.2 x 1.6 เมตร เป็นห้องน้ำแบบ Powder Room ไม่มีส่วนอาบน้ำ ซึ่งถ้าซื้อแบบ Fully Furnished ก็จะได้แบบในห้องตัวอย่างนี้เลยครับ พื้นและเคาน์เตอร์และผนังฝั่งอ่างล้างหน้าจะเป็นหินนะครับ ส่วนผนังหลังโถสุขภัณฑ์ครึ่งล่างจะเป็นไม้ ด้านบนจะได้ Wallpaper ที่สั่งทำพิเศษเฉพาะสำหรับโครงการเท่านั้น

อ่างล้างหน้าจะมีแนวกระจกซ่อนไฟไว้ให้สามารถเปิดได้แบบในรูปครับ

ตัวอ่างล้างหน้านี้เป็นจุดหนึ่งที่เรียกว่าพิเศษเลยทีเดียว เพราะเขาใช้หินก้อนเดียวมาคว้านตรงกลางออก จึงทำให้ไร้รอยต่อและลวดลายของหินในแต่ละห้องจะแตกต่างกันด้วย โดยจะใช้ก็อกน้ำเป็นของ Waterworks แบรนด์อุปกรณ์ภายในห้องน้ำสุดหรูจากอเมริกา

โถสุขภัณฑ์เป็นแบบอัตโนมัติรุ่น Neorest จาก TOTO Washlet ครับ แบบฝาเปิดเองอัตโนมัติ

ด้านข้างมีรีโมทคอนโทลพร้อมที่วางไว้ให้เรียบร้อย เป็นรุ่นล่าสุดที่มีนวัตกรรมใหม่ๆรองรับมากมาย ทั้งการปรับระดับอุณหภูมิน้ำ อุณหภูมิฝารองนั่ง รูปแบบการปล่อยน้ำที่หลากหลายมากขึ้น รวมถึงการจดจำสรีระของผู้ใช้งานได้ถึง 2 บุคคล

ฝ้าเพดานฉาบเรียบทาสีให้ไฟ Downlight 2 ดวงครับ

ออกมาต่อที่พื้นที่ตรงกลางห้องครับ บริเวณนี้จะเป็นพื้นที่โล่งที่รวมพื้นที่หลายๆส่วนไว้ด้วยกัน ส่วนแรกที่เราจะพบเลยคือครัวที่อยู่ด้านใน จะมาพร้อมเคาน์เตอร์ Island ซึ่งที่พื้นจะเปลี่ยนเป็นหินอ่อนนำเข้าจากอิตาลีไว้ให้ด้วยสำหรับง่ายแก่การทำความสะอาด ดูรายละเอียดส่วนนี้กันก่อนเลย

ส่วนนี้จะอยู่ใต้พื้นที่ของแอร์แบบ Concealed Type ทำให้มีระดับพื้นถึงฝ้าที่ 3 เมตร จะได้เคาน์เตอร์หน้าบานสีทองแบบนี้เลยครับ

เคาน์เตอร์แนวยาวตลอดแนวผนัง ซึ่งจะเป็นพื้นที่เคาน์เตอร์สำหรับใช้งาน 2.5 เมตร ด้านในจะเป็นตู้อบและตู้เย็นตามลำดับ

ชั้นด้านบนจะเป็นช่องเก็บของต่างๆ ส่วนด้านล่างจะมีทั้งส่วนเครื่องล้างจาน พื้นที่เก็บของขนาดใหญ่ใต้อ่าง และลิ้นชักสำหรับเก็บของแบ่งตามประเภท ทั้งหมดเป็นของ Bulthaup เป็นแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ครัวคุณภาพสูงจากเยอรมัน

ส่วนตรงกลางจะได้ Top และ Backsplash เป็น Quatz Stone Royal Brown Pearla มีความกว้างประมาณ 2.5 เมตร

เตาแม่เหล็กไฟฟ้า 2 หัว พร้อมเครื่องดูดควันแบบต่อท่อออกภายนอกจาก Gaggenau แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าชั้นนำจากเยอรมัน

ส่วนอ่างล้างจานสเตนเลสแบบหลุมเดี่ยวจาก Franke ครับ

ด้านข้างจะมี Island มีระยะห่างจากเคาน์เตอร์ครัวประมาณ 1 เมตร เดินได้สะดวก ตัว Island มีขนาด 2.4 x 1 เมตร ปิดผิวด้วย Quatz Stone Royal Brown Pearla เช่นเดียวกับ Top ครัว และ Backsplash ครับ

ด้านล่างของ Island มีช่องเก็บของให้ทั้งลักษณะนี้ 2 ช่อง

อีกฝั่งจะเว้นพื้นที่ไว้สำหรับให้นั่งเป็นเคาน์เตอร์บาร์ได้ มีสวิทช์ไฟด้านข้างให้ด้วย เผื่อจะนั่งทำงาน หรือชาร์จแบทบริเวณนี้ได้

ด้านข้างเคาน์เตอร์ครัวยังจะมีส่วนของอุปกรณ์ในห้องครัวที่ Built-in มาให้เป็นชุดเดียวกันอีกนะครับ โดยจะเป็นส่วนของตู้เย็น และตู้อบ

ตู้เย็นจะเป็นของ Siemens ที่มีปุ่มปรับได้หลากหลายให้มา 2 ฝั่ง 4 บานเลย ด้านข้างมีเตาอบจาก Gaggenau ด้วยครับ เรียกได้ว่าครบครัน

ด้านข้างยังมีประตูไปต่อยังส่วนนี้อีก ลองทายกันดูว่ากันคือประตูอะไร

เปิดเข้ามาภายในจะเจอกับห้องโล่งๆครับ เป็นเคาน์เตอร์ครัวตั้งอยู่ที่แนวผนังด้านซ้าย คือห้องครัวปิดนั่นเอง สำหรับจะทำอาหารแบบจริงจังหน่อย จะได้ไม่ต้องให้กลิ่นออกไปรบกวนภายนอก พื้นที่ภายในห้องยังเหลือด้านในอีกนะครับ สามารถ Built-in เป็นชั้นวางของ หรือโต๊ะเล็กๆ ได้สบายๆ

ต้องบอกก่อนว่าของภายในนี้อาจจะไม่ได้สเปคเทียบเท่าเคาน์เตอร์ภายนอกนะครับ แต่ก็จัดว่ามีมาให้ใช้งานได้ครบเลย ขนาดก็จัดว่ากว้างสำหรับยืนทำสองคนได้สบายๆ มีบานเปิดเป็นไม้ทั้งด้านบนและชั้นล่างมีช่องเก็บของค่อนข้างเยอะ เพราะให้เคาน์เตอร์ยาวตลอดแนวผนัง

เตาไฟฟ้าพร้อมเครื่องดูดควันแบบต่อท่อออกภายนอกจาก Siemens

อ่างล้างจานสเตนเลสแบบหลุมเดี่ยวจาก Franke

ด้านในมีประตูอีกบานครับ เชื่อมต่อไปยังห้องด้านหลัง

ห้องด้านหลังนี้จะเป็นห้องสำหรับซักรีด ซึ่งมีขนาดพอที่จะวางทั้งเครื่องซักผ้า เครื่องปั่นผ้า รวมถึงพื้นที่ให้รีดผ้าด้วย

ส่วนต่อไปภายในห้องคือห้องนั่งเล่น พื้นที่นี้จะมีระยะจากพื้นถึงฝ้าที่ 3.2 เมตร พื้นที่โดยรวมมีขนาดค่อนข้างกว้างเลย ที่สำคัญคือมาพร้อมแนวกระจกที่รับวิวภายนอกได้เต็มๆ ทำให้พื้นที่ภายในสว่างทั้งห้อง

ในส่วนของพื้นที่นั่งเล่นด้านบนจะมีการดร็อปฝ้าให้พร้อมโคมไฟแบบนี้เลย ด้วยระยะแล้วสามารถจัดวางโซฟาได้หลากหลายรูปแบบทีเดียว หรือจะวางแบบห้องตัวอย่างก็นั่งได้สบายๆ

โดยจะมีระยะดูทีวีอยู่ที่ประมาณ 5 เมตร สามารถวางโต๊ะกลางขนาดใหญ่ หรือจะจัดเป็น 2 ฝั่งแบบนี้ก็ได้ เพื่อให้สามารถนั่งได้เยอะและหลากหลายยิ่งขึ้น แนะนำให้ใช้ทีวีขนาดใหญ่กว่า 60 นิ้วขึ้นไปครับ

ชั้นวางทีวีจะถูกออกแบบมาด้วยลวดลายของ Mandarin Oriental ภายในมีช่องเก็บของถึง 7 ชั้น ใส่ของได้จากพื้นถึงฝ้าเลยครับ

ชุดโซฟาที่ออกแบบมาให้สำหรับนั่งได้หลายรูปแบบ จะนอนยืดขาดูทีวีหรือ นั่งหันหน้าออกหาระเบียงชมวิวแม่น้ำก็ได้ ซึ่งเราก็จะได้มาแบบนี้เลยนะครับ ส่วนโต๊ะก็จะได้ Top หินที่ลบมุมไว้ให้ทุกฝั่ง ด้านข้างเป็นผ้าไม่ต้องกลัวจะเดินเตะเลยครับ เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้น Custom made by designer Joyce Wang นะครับ

ริมระเบียงจะมีหน้าต่างกรอบบานอลูมิเนียมใช้เป็นกระจก Insulated (IGU Glass) ที่เกิดจากการนำกระจกสองแผ่นมาติดตั้งโดยคั่นกลางด้วยกรอบอลูมิเนียมที่ใส่สารดูดความชื้นโดยรอบ ทำให้เกิดช่องอากาศเป็นฉนวนคั่นกลางกระจก จากนั้นจึงซีลขอบด้วยซิลิโคนอีกทีมีคุณสมบัติคือลดความร้อน ช่วยประหยัดพลังงาน รวมถึงลดการส่งผ่านของเสียงด้วย ซึ่งประตูบานนี้มีระยะเปิดกว้างที่สุดอยู่ที่ 2.4 เมตร

พื้นระเบียงจะเป็นกระเบื้องลายไม้ ซึ่งแตกต่างจากพื้น Engineering Wood ในห้องนั่งเล่นแต่ก็ยังถูกคุมโทนสีให้เป็นโทนเดียวกัน พื้นทั้ง 2 ส่วนอยู่ในระนาบเดียวกันและถูกกั้นด้วยรางของประตูกระจกสไลด์ซึ่งขนาดของรางจะมีขนาดใหญ่เพื่อรองรับบานประตูกระจกที่ค่อนข้างหนักและหนาทีเดียว

มีราวกันตกกระจกนิรภัยใส่ ทำให้สามารถรับวิวได้โล่งมากยิ่งขึ้น ขนาดพื้นที่สามารถจัดเป็นชุดเก้าอี้นั่งจิบกาแฟยามเช้าได้เลย

มองกลับเข้าไปด้านในห้อง จะเห็นว่าห้องเราใช้เครื่องปรับอากาศแบบ Concealed Type ซึ่งจะเป็นระบบ VRF (Variable Refrigerant Flow) อธิบายง่ายๆ คือ จะควบคุมอุณหภูมิภายในได้แม่นยำกว่าแอร์ระบบทั่วไป และที่สำคัญคือไม่ต้องมี Condensing Unit มาติดตั้งภายในห้อง แต่จะไปรวมอยู่ที่เดียวของอาคารครับ ทั้งยังติดตั้งระบบ Fresh Air Intake System หรือ ERV Energy Recovery Ventilation คือระบบแลกเปลี่ยนความร้อนและความชื้นระหว่างอากาศภายในและภายนอก ทำให้ปรับความชื้นภายในห้องให้อยู่ในระดับที่สมดุล จะช่วยทําให้อากาศภายในหมุนเวียน และลดพลังงานโดยจะทำให้ระบบปรับอากาศทํางานน้อยลง

ระหว่างห้องนั่งเล่นและครัวยังมีพื้นที่ว่างให้ค่อนข้างเยอะ ไม่อึดอัด ซึ่งด้านในจะเป็นพื้นที่สำหรับรับประทานอาหารที่จัดไว้ให้เข้ามุมรับวิวแม่น้ำ

บริเวณพื้นที่ส่วนนี้จะมีลักษณะพื้นที่ที่ค่อนข้างแปลกนิดนึง เพราะมีทรงเป็น 3 เหลี่ยม จึงอาจจะวางเฟอร์นิเจอร์เองได้ยากสักหน่อย การเลือกวางโต๊ะกลมก็ทำให้พื้นที่ดูลงตัวมากขึ้นนะ ซึ่งก็จะได้โต๊ะชุดนี้มาด้วยเลย ด้านข้างมีแนวกระจกสูง 2.85 กว้าง 1.55 เมตร รับวิวแม่น้ำได้เต็มที่ครับ

มาดูห้องข้างๆกันต่อครับเป็นห้อง Master Bedroom ของห้องนี้ ถ้าซื้อแบบ Fully Furnished จะได้ประตูหน้าตาแบบนี้เลยนะ เป็นสัญลักษณ์ของ Mandarin Oriental เข้าไปดูภายในกัน

เปิดประตูเข้ามาภายในห้อง มีระยะสูง 3.2 เมตร พื้นภายในห้องนอนจะเป็นไม้ Engineering Wood เหมือนภายนอก แต่จะเป็นลายแบบปูแนวตรงปกติ ด้านในของห้องนอนจะมีส่วนของ Walk-in Closet และห้องน้ำ

ที่บริเวณหน้าประตูจะมีไฟส่องสว่างสำหรับนำทางด้านล่าง เพื่อให้แสงสว่างเวลาลุกจากที่นอนมาเข้าห้องน้ำกลางดึกก็จะไม่มืดจนเกินไป และไม่สว่างเกินไปจนรบกวนบริบทอื่นๆภายในห้อง

สำหรับห้องนอนก็จะมีการดร็อปฝ้าไว้ให้ รวมถึงโคมไฟด้วยเช่นกัน ภายในห้องมีขนาดกว้าง รับแสงได้เต็มที่ด้วยแนวกระจกด้านข้าง ด้วยขนาดห้องทำให้สามารถวางโซฟาและชุดโต๊ะกลางที่ปลายเตียงได้ สำหรับนั่งดูทีวี หรือชมวิวแม่น้ำ

วางเตียง 6 ฟุตแล้วยังเหลือพื้นที่ซ้ายและขวาของเตียงสามารถวางโต๊ะข้างเตียงได้ เดินขึ้นลงสะดวก

ทุกๆจุดหัวเตียงของทุกๆห้องในโครงการนี้จะให้สวิทช์ไฟที่เป็นแบบพอร์ตสากล 1 ช่อง และเต้าเสียบ USB 1 ช่อง พร้อมสวิทช์ไฟหัวเตียง

มีไฟที่หัวเตียงสำหรับนอนอ่านหนังสือทั้งสองฝั่ง เป็นก้านพลาสติกที่สามารถโยกปรับองศาได้ และพับเก็บให้เรียบร้อยได้ครับ

พื้นที่ปลายเตียงมีขนาดค่อนข้างกว้าง วางได้ทั้งโต๊ะทำงาน และชั้นวางทีวี อีกฝั่งก็มีพื้นที่สำหรับวางโคมไฟได้ หรือจะจัดเป็นชั้นวางของเพิ่มได้ก็ครับ

ซูมเข้ามาดูรายละเอียดของผนังหลังทีวี เป็นผนังไม้ที่ทำเซาะร่องเว้นเป็น Pattern โดยจะมีที่มาของการออกแบบนี้มาจากลักษณะของคลื่นที่เกิดในแม่น้ำ

พื้นที่ข้างเตียงฝั่งในห้องจะมีตู้เสื้อผ้า Built-in มาให้ครับ แต่ส่วนนี้อาจจะติดเล็กน้อยนะครับ สำหรับบานด้านในที่จะเปิดแล้วชนกับโต๊ะหัวเตียง ส่วนกระจกตรงกลางขนาดประมาณ 1.6 x 1.7 เมตร จะเป็นกระจกเชื่อมต่อกับห้องน้ำ Master Bedroom ที่จะเป็น Sexy Bathroom ครับ เดี๋ยวผมจะพาเข้าไปชมกัน

ด้านนี้ติดผนังภายนอกจะได้เป็นแนวกระจกยาว ซึ่งจะสามารถเปิดออกไปเชื่อมต่อกับระเบียงของส่วนห้องนั่งเล่นได้ครับ

มีระยะเปิดสุดที่ 1.2 เมตร เดินเข้าออกได้สบายๆ

ฝ้าเพดานจะดร็อปให้พร้อมโคมไฟตรงกลาง ให้ไฟ Downlight 4 ดวง รอบๆ ครับ

มาดูอีกมุมของห้องกันครับ จะเป็นอีกฝั่งของประตูทางเข้า ด้านในมีตู้เสื้อผ้าจัดเข้ามุมไว้ให้เป็นตัว L ครับ ส่วนอีกฝั่งเป็นทางเข้าห้องน้ำ

ตู้เสื้อผ้าทั้งสองตู้ที่ให้มาจะมีพื้นที่ภายในเป็นสีทอง แต่มีรายละเอียดภายในไม่เหมือนกัน เพื่อจัดเก็บของได้หลากหลายประเภทมากยิ่งขึ้น

บริเวณนี้จะได้ไฟ Downlight 3 ดวงเลยนะ หน้าห้องและส่วนหน้าห้องน้ำ

ประตูห้องน้ำจะเป็นประตูบานเลื่อน จะช่วยประหยัดพื้นที่วงสวิง ประตูเป็นกรอบบานอลูมิเนียมมีตัวจับให้ แบบรางแขวนอยู่ด้านบน ตรงกลางเป็นกระจกโปร่งแสง ทำให้ดูโล่งมากขึ้น ไม่ทึบเกินไป

ที่พื้นภายในห้องน้ำจะมีระดับเดียวกันกับห้องนอนเลยครับ แต่จะมีขอบหินสูงขึ้นประมาณ 1 เซนติเมตร ขนาดเท่าผนังมากั้นไว้ให้ ทำให้ดูกลมกลืนไปกับพื้น ระดับที่ไม่แตกต่างกันทำให้เดินสบาย แต่ช่วยกันน้ำไม่ให้ออกมาภายนอกได้

พื้นและผนังตกแต่งด้วยหินนำเข้าจากประเทศอิตาลี ฝ้าเพดานจะดร็อปไว้ให้ด้วย ภายในมีขนาดค่อนข้างกว้างจัดเป็นมุมต่างๆได้ค่อนข้างหลากหลายเลย

พื้นที่ภายในค่อนข้างกว้าง เดินเข้าออกได้สะดวก สามารถใช้งานได้พร้อมกันหลายคน เพราะพื้นที่ภายในถูกแบ่งสัดส่วนการใช้งานไว้เป็นมุมที่ค่อนข้างชัดเจน ไม่รบกวนกัน

รวมถึงมีอ่างล้างหน้า 2 จุด เป็น His & Her โดยจะมีโต๊ะเครื่องแป้งสำหรับวางอุปกรณ์อาบน้ำ และเครื่องสำอางไว้ตรงกลางได้

เป็นโต๊ะที่สามารถยกตรงกลางขึ้นเพื่อเป็นกระจกส่องได้ด้วย โดยที่ยังเหลือพื้นที่ตรงกลางไว้วางของด้านข้างได้นะครับ มีเก้าอี้เก็บไว้ด้านล่าง ทำให้สามารถเดินผ่านไปมาได้สะดวก

ที่ใต้อ่างล้างหน้าแต่ละอันก็มีตู้เก็บของให้ด้วยนะ

ส่วนตรงกลางคืออ่างอาบน้ำจาก Waterworks เป็นอ่างแบบลอยตัวซึ่งมีราคาสูงกว่าแบบก่อฐาน ภายในอ่างเป็น Jacuzzi ด้านข้างมีช่องสำหรับวางอุปกรณ์อาบน้ำให้เรียบร้อย

ส่วนใกล้ประตูคือพื้นที่ของโถสุขภัณฑ์ ซึ่งจะสะดวกแก่การใช้งาน เพราะเป็นส่วนที่ใช้งานบ่อยที่สุด ตั้งอยู่ภายในมีประตูปิดชัดเจน ทำให้สามารถใช้ส่วนอื่นไปด้วยได้

ด้านในมีโถสุขภัณฑ์อัตโนมัติรุ่น Neorest จาก TOTO Washlet พร้อมรีโมทด้านข้าง พื้นตรงกลางจะเป็นกระเบื้อง Mosiac สีขาว-ดำ

ส่วนนี้ไม่ใช่กระเบื้อง Mosiac ธรรมดานะครับ ภายในจะเป็นการนำหินสีขาวและสีดำมาต่อกัน พูดง่ายๆก็เหมือนเป็นกระเบื้อง Mosiac ในกระเบื้อง Mosiac อีกที จะได้ลวดลายที่หลากหลาย ไม่เหมือนกัน รวมถึงมีร่องเยอะช่วยป้องกันการลื่นได้ดีด้วย

บริเวณนี้จะเป็นฝ้าฉาบเรียบทาสีให้ไฟ Downlight มา 1 ดวง

ด้านในของห้องมีกระจกบานใหญ่ที่เป็นช่องแสงหลักให้กับห้องน้ำห้องนี้ แต่แอบเสียดายที่ไม่สามารถเปิดช่องระบายอากาศได้ จึงต้องใช้พัดลมดูดอากาศช่วยแทน โดยหน้าต่างนี้จะมีขนาดประมาณ 1.45 x 2.55 เมตร รับวิวได้กว้าง

วิวที่ได้ของห้องน้ำส่วนนี้จะเป็นวิวโค้งแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งท่าเรือสี่พระยา เห็นยาวไปจนถึงตึกใบหยกอยู่ไกลๆเลยล่ะครับ

พื้นที่อาบน้ำจะถูกแบ่งกั้นพื้นที่ไว้ชัดเจน เช่นเดียวกันกับพื้นที่โถสุขภัณฑ์ครับ ด้วยประตูกระจกนิรภัย

พื้นที่อาบน้ำภายในจะมีขนาดประมาณ 1 x 1.5 เมตร พื้นตรงกลางจะเป็นกระเบื้อง Mosiac สีขาว-ดำ เช่นเดิม

นอกจากพื้นที่ยืนอาบน้ำแล้ว ด้านข้างจะมีที่นั่งหินสำหรับนั่งอาบน้ำได้ด้วย มีช่องเก็บอุปกรณ์อาบน้ำไว้ให้เรียบร้อย

โดยจะมี Hand Shower จาก Waterworks ครับ

ด้านบนจะมี Rain Shower ที่เรียบไปกับฝ้าเลย เป็นของ Hansgrohe แบรนด์สุขภัณฑ์ชั้นนำจากเยอรมัน

ฝ้าเพดานจะได้แบบดร็อปให้แบบนี้ และมีโคมไฟตรงกลางให้มาด้วยครับโดยรอบๆจะมีไฟ Downlight 4 ดวง

ออกมาดูห้องต่อไปกันนะครับ เป็นห้องนอนรองลงมานะครับ ซึ่งพื้นที่ภายในก็จัดมาให้อย่างดีเช่นกัน ไปดูกันเลย

ภายในห้องนี้ก็จะมีลักษณะเหมือนกับห้อง Master Bedroom เลยนะครับ ที่ช่วงทางเข้าจะเป็นส่วนของพื้นที่ห้องน้ำด้วย มีแนวตู้เสื้อผ้ายาวด้านข้างตรงข้ามกับห้องน้ำ ส่วนพักผ่อนจะอยู่ด้านใน การวางผังแบบนี้จะช่วยให้พื้นที่ภายในห้องได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ไม่ได้เปิดเข้ามาแล้วเจอเตียงเลย หรือเวลาคนที่อยู่ภายนอกมองเข้ามาก็จะไม่เห็นพื้นที่เตียงของเรา เลี้ยวเข้าไปดูห้องน้ำกันก่อนเลยนะครับ

ภายในจัดมาให้ขนาดไม่ได้ใหญ่นัก แต่ก็เพียงพอสำหรับการใช้งาน ไม่อึดอัดครับ แบ่งแบกพื้นที่ส่วนเปียกส่วนแห้งมาให้อย่างชัดเจน

พื้นที่ภายในค่อนข้างโล่ง ใช้งานได้สะดวก เหมาะกับการใช้งานทีละคนนะ

ด้านหน้าจะได้แนวกระจกเงาซ่อนไฟมาให้ แถมเปิดเก็บอุปกรณ์ต่างๆภายในได้เช่นเดิม อ่างล้างหน้าเป็นหินก้อนเดียว พร้อมอุปกรณ์จาก Waterworks เช่นเดิมครับ มีพื้นที่วางของรอบๆ และตู้เก็บของด้านล่างให้พร้อมเลย

โถสุขภัณฑ์เป็นแบบอัตโนมัติรุ่น Neorest จาก TOTO Washlet พร้อมรีโมทด้านข้าง เช่นเดิมครับ

ส่วนอาบน้ำจะได้อุปกรณ์เหมือนห้องก่อนหน้านี้เลย มีที่นั่งอาบน้ำให้เหมือนเดิม เพียงแต่จะไม่ได้อ่างอาบน้ำมาด้วยนะ

ส่วนพื้นที่อาบน้ำจะมีขนาด 1.4 x 1.2 เมตร พื้นเป็น Mosiac หินสีขาว-ดำ เช่นเดิมครับ

ส่วนด้านบนก็มี Rain Shower มาให้เช่นเดิมครับ

ส่วนห้องนอนมีช่องแสงให้ด้วย แต่อาจจะไม่เยอะนัก ภายในห้องนี้เหลือพื้นที่ภายในให้จัดเป็นพื้นที่อื่นๆด้วยนะ เช่นโต๊ะทำงาน และชั้นวางทีวี

พื้นที่ข้างเตียง หลังจากวางเตียง 5 ฟุตแล้วยังเหลือวางโต๊ะข้างเตียงทั้งสองฝั่ง เดินรอบและขึ้นลงได้สะดวก

พื้นที่ปลายเตียงสามารถวางชั้นวางทีวีและโต๊ะทำงานได้ หรือจะตกแต่งเป็นชั้นวางของด้านบนก็ได้นะครับ

ช่องแสงของห้องนี้ได้ไม่ใหญ่นัก แต่แต่ก็สามารถรับวิวได้ชัดเจนเลย มีขนาดประมาณ 1.45 x 2.55 เมตร

หัวเตียงของห้องนี้ก็ได้ไฟส่องสว่างให้ด้วย สำหรับอ่านหนังสือก่อนนะ ได้แบบนี้ทั้งสองฝั่ง ซึ่งจะยาวกว่าของห้องนอนหลักนะครับ สามารถปรับองศาได้หลากหลายกว่า

ฝ้าเพดานจะดร็อปให้ รวมถึงได้ไฟ Downlight รอบๆ 4 ดวง

มาดูห้องนอนห้องสุดท้ายกันครับ จะใกล้กับส่วนของพื้นที่ Foyer ด้านหน้าห้อง ห้องนี้จะเข้าออกง่าย และได้ความเป็นส่วนตัวจากพื้นที่ Living Room ด้วยครับ

ภายในห้องจะมีลักษณะเหมือนห้องที่ผ่านมาครับ พื้นที่พักผ่อนจะอยู่ด้านใน ส่วนด้านหน้าจะเป็นพื้นที่ห้องน้ำ ถัดมาจะเป็นกระจกเงา และได้ไฟส่องสว่างด้านล่างเช่นเดิม บริเวณนี้มีระยะจากผนังถึงผนังห้องน้ำอยู่ที่ประมาณ 1.4 เมตร เดินเข้าออกสบาย เลี้ยวเข้าไปดูห้องกันก่อนนะ

ห้องน้ำห้องนี้จะได้เป็นห้องตอนลึก จุดเด่นคือมีแนวกระจกอยู่ด้านใน ทำให้พื้นที่ห้องน้ำสว่างทั้งห้อง และได้รับวิวแม่น้ำด้วยเช่นกัน พื้นห้องนี้จะเป็น Mosiac หินขาว-ดำ ทั้งห้อง ผนังเป็นหินนำเข้าจากประเทศอิตาลีเช่นเดิมครับ

ภายในมีพื้นที่ค่อนข้างกว้าง จัดแบ่งส่วนแห้งส่วนเปียกไว้ได้เป็นสัดส่วน

ด้านหน้าจะได้แนวกระจกเงาซ่อนไฟมาให้ แถมเปิดเก็บอุปกรณ์ต่างๆภายในได้เช่นเดิม อ่างล้างหน้าเป็นหินก้อนเดียว พร้อมอุปกรณ์จาก Waterworks เช่นเดิมครับ มีพื้นที่วางของรอบๆ และตู้เก็บของด้านล่างให้พร้อมเลย

โถสุขภัณฑ์เป็นแบบอัตโนมัติรุ่น Neorest จาก TOTO Washlet พร้อมรีโมทด้านข้าง เช่นเดิมครับ

ส่วนอาบน้ำได้ฉากกั้นอาบน้ำสูงถึงฝ้าเลยครับ เว้นช่องระบายอากาศไว้ด้านบน

ด้านข้างของประตูถูก Sealed ด้วยขอบยาง เพื่อไม่ให้กระจกกระแทกกับหินอ่อน

พื้นที่อาบน้ำของห้องนี้ค่อนข้างกว้างครับ มีขนาดประมาณ 2 x 1.25 เมตร

พื้นที่อาบน้ำจะมีที่นั่งหินมาให้เช่นเดิม พร้อมอุปกรณ์อาบน้ำทั้ง Hand Shower และ Rain Shower ด้านข้างมีพื้นที่วางอุปกรณ์อาบน้ำ จะใช้สีดำตัดกับผนังหินสีขาว ทำให้ดูโดดเด่น

ที่สำคัญมีแนวกระจกขนาดใหญ่รับวิวและแสงได้เต็มที่

ภายในห้องน้ำจะได้ฝ้าเพดานแบบฉาบเรียบทาสีพร้อมไฟ Downlight 3 ดวง

ห้องนอนมีขนาดค่อนข้างกว้างเลย ประมาณ 3 x 5.5 เมตร จัดภายในได้หลากหลายเลยครับ มีพื้นที่กว้าง

สามารถวางเตียงขนาด 6 ฟุตได้สบาย มีพื้นที่ด้านข้างสำหรับวางโต๊ะหัวเตียงได้ ด้านข้างจะวางโต๊ะทำงาน หรือโต๊ะเครื่องแป้งได้สบายๆ

พื้นที่ปลายเตียงสามารถแขวนทีวีได้ แล้วยังเหลือพื้นที่ให้เดินสบายๆ ด้านในห้องจะมีแนวกระจกขนาดใหญ่

ขนาดประมาณ 2 x 2.55 เมตร ทำให้รับวิวภายนอกได้เยอะ และทำให้ห้องนอนสว่างในช่วงเวลากลางวัน

พื้นที่ภายในห้องด้านในสามารถจัดเป็นตู้่เสื้อผ้า ได้นะครับ เพราะในห้องตัวอย่างยังไม่มีตู้เสื้อผ้าตกแต่งให้ ส่วนโต๊ะทำงานสามารถนำไปวางทางฝั่งใกล้หน้าต่างได้ครับ

ฝ้าเพดานดร็อปให้เช่นเคย พร้อมไฟ Downlight 4 ดวง รอบฝ้า

สวิทช์ไฟภายในห้องทั้งหมดจะได้เป็นของ Bticino ที่มีดีไซน์เข้ากับห้องครับ

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะครับ

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 7 August 2019

  • ราคาห้องเริ่มต้นที่ 450,000 บาท/ตร.ม. (Fully Fitted) และ 550,000 บาท/ตร.ม. (Fully Furnished)
  • รูปแบบการขายมีให้เลือกทั้ง Fully Fitted และ Fully Furnished โดยจะมีมูลค่าดังนี้

  • 3 Bedroom แบบ Fully Furnished จะต้องเพิ่มเงินอีก 16 ล้านบาท
  • 2 Bedroom แบบ Fully Furnished จะต้องเพิ่มเงินอีก 10 ล้านบาท

Fully Furnished : Custom made by designer Joyce Wang all the features of the fully fitted option, plus:
– Loose furniture
– Carpets
– Curtains
– Wallpaper
– Tailor-made headboards by Fromental of London
– Lighting fixtures

  • ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานห้องปกติสูง 3.2 เมตร / ห้อง Duplex สูง 6.4 เมตร
  • Kitchen & Sink / ท๊อป Quatz Stone Royal Brown Pearla
  • Hob & Hood / ของยี่ห้อง Gaggenau
  • จอง 300,000 บาท สำหรับ 2-3 Bedroom และ 500,000 บาท สำหรับ Penthouse
  • ทำสัญญา 10% บาท
  • ค่ากองทุน 1,200 บาท/ตร.ม.
  • ค่าส่วนกลาง 160 บาท/ตร.ม./เดือน

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ครับ


เจาะลึกรวบยอด

ทำเล : ตัวโครงการตั้งอยู่ภายในพื้นที่ของ ICONSIAM ดังนั้นเรื่องความอุดมสมบูรณ์ทั้งของกินของใช้ และความบันเทิงต่างๆ คงไม่ต้องพูดถึง เพราะภายในก็มีให้ครบเลยในระยะเดิน ตัวโครงการมีทางเข้าออกที่ถนนเจริญนคร ซึ่งจะไปเชื่อมต่อกับถนนสายสำคัญอีกหลายสาย ทั้งถนนกรุงธนบุรีข้ามไปทางฝั่งสาทร-สีลมได้ง่ายจึงเป็นทำเลที่ไม่ห่างจากตัวเมือง หรือจะไปยังวงเวียนใหญ่ที่กระจายออกไปได้อีกมากมาย ทำให้ออกเมืองก็ทำได้สะดวก นอกจากนั้นยังเป็นพื้นที่ริมน้ำที่ได้เห็นโค้งแม่น้ำทั้งสองฝั่ง จัดเป็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยาที่ได้มุมมองที่แตกต่างจากโครงการริมแม่น้ำอื่นๆ ไม่มีโครงการไหนบังแน่นอน

การเดินทางโดยใช้รถ :  เหมาะกับการใช้รถเป็นที่สุด เพราะภายในโครงการจัดพื้นที่จอดรถมาให้ถึง 220% มีเส้นทางการเข้าออกที่ง่ายและไม่ซับซ้อน สามารถเดินทางได้โดยใช้ถนนเจริญนคร ที่จะตัดกับแยกกรุงธนบุรี ใช้เข้าเมืองไปยังถนนสาทรได้ง่าย เพียงเลี้ยวขึ้นสะพานตากสินข้ามเข้าสาทรไปได้เลย ส่วนถ้าจะวิ่งออกนอกเมืองไปราชพฤกษ์ก็ทำได้ไม่ยาก แต่อาจจะได้ผลกระทบเรื่องรถติดมาจาก ICONSIAM สักหน่อย

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ : มีทั้งส่วนของรถไฟฟ้าสายสีทองที่หน้า ICONSIAM ในอนาคตโดยจะมีเฟสแรกให้ใช้งานได้ในปี 2563 นี้ และคาดว่าจะแล้วเสร็จทั้งสายในปี 2566 นอกจากนั้นก็มีทั้งรถรับส่งและท่าเรือของ ICONSIAMให้ใช้งานด้วย หรือจะเลือกใช้ท่าเรือรับส่งสำหรับลูกบ้าน นอกจากนั้นทางโครงการยังจะมีรถระดับ Luxury ที่จะคอย Service ลูกบ้านโดยเฉพาะ ด้วยการสำรองล่วงหน้าหากต้องการใช้งาน ซึ่งทางโครงการกำลังดีลกับแบรนด์รถชั้นนำอยู่ หากสรุปได้แล้วจะมาอัพเดทให้ภายหลังนะครับ

วัสดุ : สำหรับวัสดุภายในโครงการค่อนข้างจะมีที่มาที่ไปชัดเจนนะครับ โดยในแนวคิดในการออกแบบชัดเจนและวัสดุที่นำเข้าจากต่างประเทศรวมถึงใช้ Designer ระดับโลกอย่าง Joyce Wang ทั้งภายในพื้นที่ส่วนกลางและห้องพักอาศัย รวมถึงเฟอร์นิเจอร์ต่างๆด้วย ภายในห้องพักอาศัยจะเริ่มตั้งแต่ Digital Door Lock จาก Yale พื้น Engineering Wood ผิวไม้โอ๊คและหินอ่อนนำเข้าจากอิตาลี ผนังผ้าไหมสีทอง by Fromental of London ครัวจะได้วัสดุปิดผิวและ Backsplash เป็น Quatz Stone Royal Brown Pearla ชุด Hob & Hood และเตาอบ ของ Gaggenau อ่างล้างจานของ Franke ชุดเคาน์เตอร์ของ Bulthaup และ ตู้เย็น Built-in จาก Siemens ตัวห้องใช้กระจก Insulate มีระบบผนังกันเสียง ระบบปรับอากาศแบบ VRF และระบบเติมอากาศและระบายอากาศประสิทธิภาพสูง ภายในห้องน้ำจะได้อ่างล้างหน้าแบบหินใหญ่ก้อนเดียวคว้านตรงกลางออก โถสุขภัณฑ์ TOTO Washlet รุ่น Neorest มี Hand Shower และ Rain Shower รวมถึง อ่างอาบน้ำแบบลอยตัวในห้อง Master Bedroom อุปกรณ์ต่างๆจาก Waterworks และ Hansgrohe พื้นห้องน้ำเป็นหินและกระเบื้อง Mosiac หินขาว-ดำ

การออกแบบ : ตัวโครงการออกแบบให้ใช้สีทองเป็นสีหลักและนำ Element ของความเป็นไทยและแม่น้ำเจ้าพระยาเข้ามาใช้กับตัวโครงการ ขอเริ่มที่การใช้พื้นที่ Set Back ริมแม่น้ำจัดเป็นสวนขนาดใหญ่ เพื่อเป็นพื้นที่พักผ่อนริมแม่น้ำและเป็นวิวที่ทุกห้องต้องเห็นเมื่อมองลงมา ตั้งโอบล้อมตัวอาคาร และยังเป็นมุมมองที่สวยงามจากทางฝั่งแม่น้ำมองเข้ามาด้วย แถมยังยกให้สูงกว่าระดับป้องกันน้ำท่วมถึง 4 เมตร โครงการนี้เน้นห้องขนาดใหญ่ และทุกยูนิตจะได้วิวแม่น้ำ ภายในโครงการมีจำนวนยูนิตไม่เยอะนัก สูงสุดที่ 4 ยูนิต/ชั้น แบ่งพื้นที่ส่วนกลางกระจายไว้ที่ชั้น 1, 4, 5 และ 36 เพื่อแยกลักษณะการใช้งานและจำนวนผู้ใช้ ได้ความเป็นส่วนตัว มีลิฟต์โดยสายทั้งหมด 8 ตัว ให้ Private Life ถึงยูนิตละ 2 ตัว ทำให้อัตราส่วนลิฟต์ทั้งโครงการอยู่ที่ 1 : 18 ยูนิต แบ่งพื้นที่ส่วนพักอาศัยและส่วน Back Of House ออกจากกันอย่างชัดเจน พื้นที่จอดรถให้ Automatic Parking ถึง 4 ช่องจอด เพื่อความสะดวกแก่การใช้งาน นอกจากนั้นยังออกแบบอาคารให้มีโครงสร้างผนังที่กั้นแต่ละห้องค่อนข้างหนา มีเรื่องระบบป้องกันเสียงรบกวน ตัวอาคารมีระบบป้องกันอัคคีภัยที่สูงกว่ามาตรฐาน มีการนำน้ำเสียไปบำบัดและนำกลับมาใช้ชำระล้างภายในโครงการ คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก ดูได้จากการผ่านเกณฑ์มาตรฐานอาคารเขียวของสหรัฐอเมริกา

สาธารณูปโภค : สิ่งที่ต้องพูดถึงหลักๆเลยคือเรื่องการบริการระดับโรงแรม เพราะมีบริการต่างๆมากมายโดย Mandarin Oriental เอง ทั้งในแบบที่พอจะมีให้เห็นกันบ้างในโครงการทั่วไปเช่น 24-Hour Concierge Service, Doorman, Car Valet, Housekeeping & Maid Services, Security และในระดับที่ไม่ค่อยจะเห็นในโครงการไหนๆ เช่น Personal Chef & Catering, Personal Assistance, Private Butler, Translation Services, Baby Sitting และอีกมากมาย รวมถึงได้จะได้เป็นสมาชิก Residences Elite Programme ของแมนดาริน โอเรียนเต็ลที่จะได้รับสิทธิพิเศษที่ครอบคลุมทั่วโลก และได้รับสิทธิพิเศษและการยอมรับระดับ VIP เมื่อใช้บริการหรือช้อปกับร้านค้าภายในโครงการ ICONSIAM

สำหรับพื้นที่ภายในโครงการจะก็จัดมาให้เรียกว่าครบและหลากหลายตามมาตรฐานโครงการระดับนี้นะครับ มีพื้นที่รองรับสำหรับกิจกรรมของกลุ่มลูกค้าราคานี้ เช่น ห้องรับประทานอาหาร, ห้องจัดงานเลี้ยง, พื้นที่เปิดตัวสินค้า, ห้องแถลงข่าว, รวมถึงห้องประชุม และในส่วนของการอยู่อาศัยทั่วไปก็มีมาให้เช่นเดิม เช่นสระว่ายน้ำที่มาพร้อมพื้นที่โดยรอบ, ห้องออกกำลังกาย, สวนขนาด 1,800 ตร.ม., ห้องสมุด, Lounge ต่างๆ, ก็จัดให้รับวิวแม่น้ำแบบจัดเต็มทั้งหมด หรือจะเป็นห้องกิจกรรมภายในอาคารเช่น Golf Simulator, Sauna, Stream, ห้องกิจกรรมสำหรับเด็ก และส่วนอื่นๆอีกมากมาย


 

Judgement

ราคาของคอนโดระดับ ULTIMATE CLASS ความคุ้มค่าด้านราคาไม่ใช่ปัจจัยหลักเพียงอย่างเดียวในการตัดสินใจซื้อ ซึ่งผู้ที่ต้องการซื้อคอนโดในระดับนี้คงต้องมีความพึงพอใจและความชอบจนมองข้ามราคาไปอย่างแน่นอน ดังนั้นความคุ้มค่าด้านอารมณ์คือปัจจัยหลักอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งตราบเท่าที่ทางเรายังไม่สามารถวัดค่ามาตรฐานทางอารมณ์ได้ จึงมิอาจให้คะแนนได้ครับ

BOTTOM LINE

โครงการ The Residences At Mandarin Oriental Bangkok เหมาะกับคนที่ต้องการคอนโดหรูริมแม่น้ำ ที่ได้บริการระดับโรงแรม ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกหลักอย่าง ICONSIAM ในระยะเดิน ชื่นชอบความเป็นส่วนตัว มีพื้นที่ส่วนกลางหรูหราให้ใช้งาน เน้นห้องพักขนาดใหญ่ ที่ได้รับการตกแต่งจากดีไซน์เนอร์ระดับโลก มีงบประมาณระดับ 75 ล้านบาทขึ้นไป


ติดตามพวกเราได้ที่
Website : www.thinkofliving.com
Twitter : www.twitter.com/thinkofliving
YouTube : www.youtube.com/ThinkofLiving
Instagram : www.instagram.com/thinkofliving
Facebook : ThinkofLiving