รีวิวคอนโดตึกเสร็จพร้อมอยู่ย่านปุณณวิถี กับโครงการ The Privacy S101 จากพฤกษา ซึ่งแบรนด์นี้กลับมาลงสนามคอนโด Low Rise อีกครั้ง โดยตั้งอยู่ซอยสุขุมวิท 101 ไม่ไกลจาก BTS ปุณณวิถี จุดชูโรงของโครงการนี้คือ Vertical Green Condo เป็นคอนโดใจกลางเมืองที่รายล้อมด้วยพื้นที่สีเขียว บรรยากาศร่มรื่น เน้นห้อง 1  Bedroom เหมาะอยู่อาศัย 1-2 คนกำลังดี ไปดูรายละเอียดที่น่าสนใจอื่นๆ

  • ทำเล : คอนโดในย่านปุณณวิถี ในซอยสุขุมวิท 101 เดินทางเข้าออกเมืองได้สะดวก โดยย่านนี้มีโครงการ Mixed-Used ขนาดใหญ่ อย่าง 101 True Digital Park ที่หาของกินได้ง่าย รวมถึงภายในซอยสุขุมวิท 101 บรรยากาศน่าเดินใช้งาน มีร้านค้า ร้านอาหารตลอดแนว
  • รถไฟฟ้า : คอนโดห่าง BTS ปุณณวิถีเพียง 490 เมตร (วัดระยะโดยทีมงาน Think of Living) ที่ไม่ได้อยู่ในระยะเดินสบายมากนัก แต่เราลองเดินดูแล้วก็ไม่ได้เหนื่อยมาก หรือถ้าใครขี้เกียจทางโครงการก็มี Shuttle Service บริการรับ-ส่งด้วยนะคะ
  • อาคาร+พื้นที่สีเขียว : ตัวอาคารออกแบบในสไตล์ Modern Contemporary โทนสีส้มอิฐเฉพาะของแบรนด์ Privacy ทำให้ตัวอาคารโดดเด่น ที่น่าสนใจคือการเพิ่มพื้นที่สีเขียวไปในทุกจุดของอาคาร ร่มรื่นดี
  • พื้นที่ส่วนกลาง : ออกแบบมาในสไตล์คาเฟ่ ที่ทำให้เราไม่รู้สึกเบื่อ ซึ่งแต่ละฟังก์ชันก็มีการตกแต่งมาในสไตล์ที่แตกต่างกันไปใส่ใจดีเทลต่างๆในการใช้งาน ที่น่าสนใจคือพื้นที่ส่วนกลางชั้น 1 และชั้นที่ 2 มีทางเดินเชื่อมกันได้โดยไม่ต้องขึ้นลิฟต์ ให้ความรู้สึกต่อเนื่องกัน นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ Co-Creative Space เปิด 24 hours เหมาะกับ Freelance ที่ทำงานไม่เป็นเวลา
  • ความเป็นส่วนตัว : ซอยสุขุมวิท 101 เป็นพื้นที่ชุมชนรายล้อมด้วยบ้านพักอาศัย ทำให้บรรยากาศภายในค่อนข้างเงียบสงบ พร้อมต้นไม้ตลอดซอยที่ให้ความรู้สึกแตกต่างกับซอยสุขุมวิทอื่นๆ นอกจากนี้ภายในโครงการยังแบ่งเป็นคอนโด Low Rise 2 อาคาร ช่วยกระจายห้องพักอาศัยไม่ให้หนาแน่นมากเกินไป
  • ห้องพักอาศัย : เน้นเป็นห้อง 1 Bedroom 26-30.83 ตร.ม. เหมาะอยู่อาศัย 1-2 คนกำลังดี ส่วนห้องไฮไลท์ของโครงการคือ 1 Bedroom Pocket Garden เป็นพื้นที่สีเขียวติดระเบียง ที่ทำให้คนพักอาศัยได้ใกล้ชิดธรรมชาติได้มากขึ้น ซึ่งปกติเราจะเห็นในคอนโดระดับ Luxury กันนะคะ ส่วนราคาห้องนี้เริ่มต้น 3.19 ล้านบาทค่ะ

พิเศษ!! เฉพาะโปรโมชั่นช่วง Public Opening นี้ ราคาพิเศษเริ่ม 2.69 ล้านบาท* รับคืนสูงสุด 600,000 บาท* ฟรีเฟอร์นิเจอร์ทุกยูนิต* ฟรีเครื่องใช้ไฟฟ้าครบเซ็ท*
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด

ข้อมูลโครงการ

The Privacy S101 (เดอะ ไพรเวซี่ สุขุมวิท 101) ณ วันที่ 7 กันยายน 2564

 ชื่อโครงการ  The Privacy Sukhumvit 101 (เดอะ ไพรเวซี่ สุขุมวิท 101)
 ชื่อผู้ประกอบการ  บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด
 SEGMENT CLASS  MAIN CLASS (รายละเอียดของ Segment คอนโดปี 2021 )
 โครงการตั้งอยู่  ซอยสุขุมวิท 101 เขตพระโขนง
 ที่ดิน   3 ไร่
 ประเภทคอนโด  Low Rise 8 ชั้น 2 อาคาร
 จำนวนยูนิต  383 ยูนิต แบ่งเป็นอาคาร A : 214 ยูนิต อาคาร B : 169 ยูนิต
 ยูนิตต่อชั้นสูงสุด  34 ยูนิตที่อาคาร A
 ที่จอดรถ  ประมาณ 43% (รวมจอดซ้อนคัน)
 เริ่มก่อสร้าง  ปี 2563
 คาดว่าจะแล้วเสร็จ  สร้างเสร็จพร้อมอยู่
 ประเภทห้องพัก
  • 1 Bedroom 26-30.83 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 2.69 ล้านบาท
  • 1 Bedroom Pocket Garden 27.12-28.42 ตร.ม
    – ราคาเริ่มต้น 3.19 ล้านบาท
  • 1 Bedroom Plus 35.29-36.60 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 4.69 ล้านบาท
  • 2 Bedrooms 45.19-57.40 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 5.20 ล้านบาท

 ฝ้าเพดานสูง 2.5 เมตร
 ราคาเริ่มต้น  2.69 ล้านบาท
 ราคาเฉลี่ยทั้งโครงการ  ประมาณ 105,000 บาท/ตร.ม.
 ช่วงราคาต่อตารางเมตร(ต่ำสุด-สูงสุด)  n/a
 EIA (ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม) EIA Approvd
 เว็บไซต์โครงการ https://www.pruksa.com/theprivacy/s101
 Call Center  1739

ทำเลที่ตั้ง

พิกัด Google Maps : 13.690895, 100.612945
หรือสามารถ : คลิกที่นี่

มาทำความรู้จักกับทำเล “ปุณณวิถี” กันก่อนสักนิดนะคะ เดิมปุณณวิถีเป็นทำเลชุมชน ที่มีความคึกคักอยู่แล้ว มีร้านค้า ร้านอาหารครบครัน ซึ่งปัจจุบันสำนักงานนวัตกรรมร่วมกับ True Digital Park มีแผนจะพัฒนาให้ย่านนี้เป็นหนึ่งในย่านนวัตกรรมที่สำคัญของกรุงเทพ โดยจะพัฒนาเป็นศูนย์กลางด้านดิจิทัล ทั้งแหล่งสร้างสรรค์งานวิจัย นวัตกรรม สตาร์ทอัพ เป็นต้น พร้อมทั้งรวบรวมผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศ ทำให้ย่านนี้กำลังเป็นจุดสนใจ สิ่งที่ตามมาก็คือความคึกคักและความเจริญ

The Privacy S101 ตั้งอยู่ภายในซอยสุขุมวิท 101 (ปุณณวิถี) เป็นซอยที่มีความคึกคัก เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และยิ่งจะเกิดการพัฒนาพื้นที่ในอนาคต ทำให้ทำเลนี้ดูเป็นอีกทำเลที่น่าสนใจเลยทีเดียว ภายในซอยส่วนใหญ่จะเป็นตึกแถว ร้านค้า ร้านอาหาร มีร้านสะดวกซื้อกระจายเป็นจุดๆ ของกินเรียกว่าเดินหาง่ายมากๆค่ะ และข้อดีของการอยู่ในซอยสุขุมวิท 101 เป็นซอยที่มีต้นไม้ปลูก 2 ฝั่ง(ตลอดแนว) บรรยากาศร่มรื่น ซึ่งแตกต่างกับซอยสุขุมวิทอื่นๆ

ตัวโครงการอยู่ภายในซอยย่อยของถนนสุขุมวิท ซึ่งเป็นช่วงซอยที่เพิ่งขึ้นหลักร้อยมาหน่อย สำหรับทำเลในย่านนี้จะมีซอยที่สำคัญๆอยู่ 2 ซอย คือซอยสุขุมวิท 101 (ปุณณวิถี) กับ ซอยสุขุมวิท 101/1 (วชิรธรรมสาธิต) โดยซอยสุขุมวิท 101 (ปุณณวิถี) เป็นซอยที่ตั้งของโครงการ จะเป็นซอยตันไม่ได้มีความคึกคักเท่ากับ 101/1 ที่มีความเงียบสงบมากกว่า แต่มีซ.ปุณณวิถี 28 ที่เชื่อม 2 ซอยนี้เข้าด้วยกัน เพื่อไปทะลุออกถนนสายสำคัญได้อีกค่อนข้างเยอะ ซึ่งซอยสุขุมวิท 101/1 สามารถไปออกถนนศรีนครินทร์ ขับไปห้างสรรพสินค้า Seacon Square, Paradise Park , สวนหลวงร. 9 และถนนสุขุมวิท 77 (อ่อนนุช) ได้อีกด้วยนะ

การเดินทางด้วยรถสาธารณะ : ทำเลนี้ค่อนข้างสะดวกทั้งรถยนต์และรถสาธารณะ สำหรับใครที่ไม่มีรถอย่างที่บอกค่ะ โครงการห่างรถไฟฟ้า BTS ปุณณวิถี 490 เมตร (วัดระยะโดยทีมงาน Think of Living) ที่สามารถเดินไปใช้งานได้ หรือถ้าใครขี้เกียจโครงการมีบริการ Shuttle Service รับ-ส่งบริเวณ BTS หรือจะออกมาขึ้นรถสาธารณะอื่นๆ เช่น รถประจำทาง แท็กซี่ วินมอเตอร์ไซค์ แทนก็ได้

การเดินทางด้วยรถยนต์ : ถือว่าค่อนข้างสะดวกโดยหน้าปากซอยจะเป็นฝั่งสุขุมวิทฝั่งขาออก ที่สามารถเลี้ยวเข้าถนนบางนา-ตราด หรือตรงไปสมุทรปราการได้ แต่หากใครอยากเข้าเมืองก็ให้ไปกลับรถที่หน้าซอยสุขุมวิท 64/1 แล้วขับเข้าเมืองไปทางเอกมัย-ทองหล่อ อโศกจนถึงสยามได้เลย ซึ่งถนนสุขุมวิทนี้เป็นที่รู้กันดีว่ารถติดมากในช่วงเวลาเร่งด่วน การใช้ทางลัด จึงเป็นตัวเลือกหนึ่งที่ดีในการเดินทางอย่างถนนสุขุมวิท 101/1 (วชิรธรรมสาธิต) เป็นเส้นทางไปทะลุออกถนนเส้นต่างๆได้เช่น อุดมสุข-อ่อนนุช-ศรีนครินทร์

ทางด่วน : มีให้เลือกใช้ทั้งหมด 2 ด่าน (ด่านสุขุมวิท 62, ด่านบางนา) ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญที่ใช้เลี่ยงสุขุมวิทเพื่อวิ่งเข้าเมือง โดยอยู่ห่างจากโครงการประมาณ 3-5 กม. 1. จากด้านหน้าโครงการขับไปหาที่กลับรถ ขับไปแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าซอยสุขุมวิท 62  2.ขับตรงไปบริเวณสี่แยกบางนา ให้เลี้ยวเข้าด่านบางนาแทนก็ได้ ซึ่งข้อดีคือมีทั้งเข้าเมืองไปกาวคะนอง-ดินแดง-แจ้งวัฒนะ แล้วขับออกไปทางพระราม 9-รามอินทราได้

ความอุดมสมบูรณ์ : ภายในซอยบรรยากาศคึกคักมีร้านค้า ร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อในระยะ 50 เมตร เดินไปใช้งานได้สบายๆเลย นอกนั้นหลักๆจะเกาะอยู่บนถนนสุขุมวิท อาทิเช่นธนาคาร, ปั๊มน้ำมัน, ร้านค้า ร้านอาหาร, โชว์รูมรถ รวมไปถึง Community Mall และออฟฟิศสำนักงานต่างๆ ซึ่งอาคารสำนักงานเหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีพนักงานรวมแล้วหลายพันคนซึ่งต้องการทั้งที่อยู่อาศัยใกล้ที่ทำงานทั้งสิ้น นอกนั้นในแง่ความเจริญ ทำเลแถวนี้ค่อยๆเติบโตขึ้นเรื่อยๆจากการขยายตัวของเมือง และการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากร โดยจะเห็นว่าปัจจุบันมีคอนโดอยู่บนถนนใหญ่ และตามซอยย่อยมากมายทั้งสุขุมวิทฝั่งขาเข้าและฝั่งขาออก เพื่อรองรับผู้อยู่อาศัยที่มีความต้องการที่มากขึ้น

สำหรับย่านนี้ก็มี Community Mall และศูนย์การค้าเกิดใหม่ที่น่าสนใจหลายที่ ทั้งโครงการ Phyll สุขุมวิท 54 (เปิดตัวไปแล้ว) และก็มี Century Movie Plaza Onnut (นับเป็นห้างที่มีโรงหนังใกล้โครงการที่สุดแล้วค่ะ), 101 True Digital Park (โครงการ Mixed-use ที่ทำให้ย่านปุณณวิถีมีความน่าสนใจมากขึ้น) และปิดท้ายด้วย Bangkok Mall โครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ที่ปัจจุบันเริ่มก่อสร้างบางส่วนแล้วนะคะ

  • Century Movie Plaza อ่อนนุช : ตั้งอยู่ข้างๆ BTS อ่อนนุช เป็นโครงการแบบ Mixed-Use พื้นที่เชิงพาณิชย์ Shopping complex , โรงภาพยนตร์
  • The Phyll : ตั้งอยู่บริเวณปากซอยสุขุมวิท 54 ข้างสำนักงานเขตพระโขนง เป็น Hybrid-Lifestyle Mall ที่ผสมความเป็นศูนย์การค้าแบบเปิด (Open-Air Mall), แบบปิด (Enclosed Mall) และชั้นใต้ดินแบบกึ่ง Opened-Air ด้วยพื้นที่ขาย 5,200 ตารางเมตร และประเภทร้านค้าที่หลากหลาย
  • 101 True Digital Park : เป็น Mixed use ขนาดใหญ่มูลค่ากว่า 30,000 ล้านบาท โดยภายในจะมีทั้งพื้นที่สวนสาธารณะขนาดใหญ่, คอนโดรวมห้องพักอาศัยเกือบ 2,000 ยูนิต, พื้นที่สำนักงานขนาดใหญ่ และ Community Mall ที่มีโซนเปิด 24 hours ตอบโจทย์คนทำงานที่เปลี่ยนแปลงไป บนเนื้อที่กว่า 43 ไร่
  • Bangkok Mall : ตั้งอยู่บริเวณถนนบางนา-ตราดตัดกับสุขุมวิท ตามแพลนออกแบบเป็นศูนย์การค้า Hall แสดงคอนเสิร์ตสินค้า และออฟฟิศบนที่ใหญ่เป็น 3 เท่าของสยามพารากอน ปัจจุบันอยู่ระหว่างก่อสร้างบางส่วน ยังไม่มีกำหนดการที่ชัดเจนนะคะ

ในช่วงหลายปีมานี้ทำเลแถบสุขุมวิทตอนปลาย มีคอนโดเกิดขึ้นมาตามรถไฟฟ้าค่อนข้างเยอะ สภาพชุมชนจึงค่อยๆพัฒนาไปตามจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น เชื่อว่าเมื่อ Community Mall และศูนย์การค้าเหล่ายิ่งทำให้ทำเลแถบนี้มีความเจริญมากขึ้นไปอีกนะ

เส้นทางการเดินทาง

เริ่มต้นกันที่ BTS ปุณณวิถี ห่างจากโครงการประมาณ 490 เมตร (วัดระยะโดยทีมงาน Think of Living)

เมื่อสแกนบัตรออกจากรถไฟฟ้า ให้เราชิดขวาเพื่อใช้ทางออกหมายเลข 1

เดินมาแล้วถ้าหันไปมองฝั่งซ้ายมือจะเป็นบันไดเลื่อนขาขึ้นค่ะ ซึ่งเช้าๆถ้าใครมาใช้งานก็สะดวกดีนะ ไม่ต้องเดินให้เหงื่อออก ส่วนฝั่งขวาคือบันไดทางลงปกติค่ะ

เมื่อลงมาแล้วให้หันหลังกลับ ดินไปทางอ่อนนุชค่ะ ด้านข้างมีร้านค้า ร้านอาหารต่าง ให้ซื้อของกินเดินไประหว่างกลับบ้านได้นะ

เดินต่อมาประมาณ 100 เมตร พบทางเข้าหน้าปากซอยสุขุมวิท 101 ค่ะ

หน้าปากมีพี่วินมอเตอร์ไซค์รอให้บริการเยอะเลย แสดงให้เห็นถึงความคึกคักของซอยนี้

เดินเข้าไปภายในซอยสุขุมวิท 101 มีทางเท้ายกระดับสูงขึ้นจากถนนเดินใช้งานได้สะดวก

ถนนภายในสองข้างทางส่วนใหญ่จะเป็นตึกแถว ร้านค้าและร้านอาหาร ซึ่งต้องบอกเลยว่าของกินมีให้เลือกไม่ขาดสาย

เดินตรงต่อเข้ามาจะพบซอยเข้าไปเป็นรร.สหะพาณิชย์ บริหารธุรกิจ ทำให้ภายในซอยมีบรรยากาศของนักเรียน นักศึกษาอยู่ด้วยนะ

ระหว่างทางไปมีร้านซัก-อบรีด ที่เปิดให้บริการ 24 ชม. ที่ห่างจากโครงการเพียง 100 เมตร พร้อมที่จอดรถขับมาใช้บริการได้สะดวกนะ

ที่ตั้งโครงการ The Privacy S101 อยู่ระหว่างซ.ปุณณวิถี 14 และ 18 นะคะ

สังเกตตั้งแต่หน้าปากซอย เราจะเห็นต้นไม้ตลอด 2 ฝั่งทาง ซึ่งปัจจุบันต้นไม้โตเต็มวัยกลายเป็นอุโมงค์สวยงาม บรรยากาศร่มรื่น แตกต่างกับซอยสุขุมวิทที่อื่นๆนะคะ

เดินมาอีกนิดเราจะเห็นโครงการอยู่ฝั่งขวามือค่ะ โดยวางตัวอาคารเป็นแนวยาวลึกเข้าไปด้านใน ทำให้ได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้นนะ

กลับมาด้านหน้าโครงการฝั่งตรงข้ามทางเข้า-ออกหลัก มีร้านส้มตำเปิดให้บริการ

ส่วนถ้าเดินต่อไปอีกนิดจะมีร้านค้า ร้านอาหาร ร้านขายยา ร้านน้ำขายยาวตลอดแนว รวมถึงมีร้านสะดวกซื้อ 7-11 ในระยะไม่เกิน 50 เมตร

สภาพแวดล้อมรอบโครงการ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้

มาดูพื้นที่รอบๆโครงการกันบ้างค่ะ ตัวโครงการตั้งอยู่บนที่ดิน 3 ไร่ เป็นลักษณะสี่เหลี่ยมผืนผ้าตอนลึก ทางเข้าออกหลักติดถนนซอยสุขุมวิท 101 รายล้อมด้วยบ้านพักอาศัย บรรยากาศจะค่อนข้างเงียบสงบ โดยห้องพักอาศัยส่วนใหญ่หันไปทางทิศตะวันออกและตะวันตกเป็นหลัก โดยรอบโครงการจะได้วิวค่อนข้างโปร่งโล่งในทุกฝั่งนะคะ

  • ทิศเหนือ : เป็นทางเข้า-ออกหลักของโครงการ(ซ.สุขุมวิท 101) ฝั่งตรงข้ามเป็นบ้านพักอาศัยแนวราบ ห้องพักอาศัยทางด้านนี้จะเห็นรถเข้า-ออก รวมถึงมองเห็นพื้นที่สีเขียวด้านหน้าโครงการและต้นไม้ใหญ่บริเวณซอยได้ชัดเจน
  • ทิศตะวันออก : ติดกับตึกแถวสูง 2-4 ชั้น โดยมีซ.ปุณณวิถี 18 กั้นกลาง ทำให้มีระยะห่างพอสมควร บรรยากาศค่อนข้างเงียบสงบ ไม่วุ่นวายดี
  • ทิศใต้ : เป็นทิศที่กันออกโรงเรียน Chanapatana International School แต่ก็มีระยะห่างพอสมควร เป็นทิศที่ไม่โดนแดดแรงนะคะ
  • ทิศตะวันตก : เป็นทิศไฮไลท์หันหน้าเข้าพื้นที่ส่วนกลางของโครงการ โดยมีระยะห่างกับพื้นที่ข้างเคียงพอสมควร และเป็นฝั่งที่มีห้อง Pocket Garden ขายอีกด้วย ที่ช่วยลดความร้อนที่จะเข้ามาในห้องโดยตรง

วิว Rooftop ฝั่งทิศตะวันตก : มองเข้ามาในพื้นที่ส่วนกลางของโครงการ มองออกไปเป็นบ้านพักอาศัยแนวราบที่ค่อนข้างหนาแน่น และถ้ามองออกไปไกลๆ เราจะเห็นตึกสูงที่ติดกับถนนสุขุมวิทด้วยนะคะ

วิว Rooftop ฝั่งทิศใต้ : มองออกไปเห็น Chanapatana International Design Institute แต่เป็นอาคารไม่สูงมากนัก ส่วนฝั่งขวามือเห็นคอนโด Whizdom บนพื้นที่ 101 True Digital Park และฝั่งซ้ายมือเป็นเจดีย์ของวัดธรรมมงคล

วิว Rooftop ฝั่งทิศตะวันออก : มองออกไปเป็นบ้านพักอาศัยแนวราบ กระจายตัวอยู่ บรรยากาศดูเงียบสงบ และโปร่งโล่งดี

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

ห้างสรรพสินค้า / ตลาด

  • True Digital Park ~ 1 km.
  • The Phyll ~ 2.9 km.
  • Tesco Lotus อ่อนนุช ~ 3.2 km.
  • Century Movie Plaza ~ 4.6 km.
  • Gateway เอกมัย ~ 5.4 km.
  • Central บางนา ~ 5.7 km.
  • Mega Bangna ~ 11 km.

โรงพยาบาล

  • โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท 2 ~ 2.2 km.
  • โรงพยาบาลสุขุมวิท ~ 6 km.

โรงเรียน

  • Anglo-Singapore International School ~ 1.2 km.
  • Berkeley International School ~ 3.2 km.
  • Bangkok Pattana School ~ 6.4 km.

สถานที่ราชการ/อื่นๆ

  • BTS สถานี ปุณณวิถี ~ 490 m. (วัดระยะโดยทีมงาน Think of Living)

รายละเอียดโครงการ

สำหรับ “ย่านปุณณวิถี” เป็นย่านที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น โดยเป็นครั้งแรกที่พฤกษาเอาแบรนด์ Privacy มาลงในย่านนี้ เนื่องจากทาง Developer เล็งเห็นความพรีเมี่ยมที่มากขึ้น โดยกลับมาเป็นคอนโด Low Rise ในซอยอีกครั้ง ภายใต้คอนเซ็ปต์ Stylish Living Condo เป็นคอนโดที่ให้มากกว่าการพักผ่อน พร้อมมอบประสบการณ์ Live Sukhumvit Moment ที่เป็นการมอบความสุขให้กับลูกบ้าน บรรยากาศใกล้เคียงกับช่วงโซนสุขุมวิทตอนต้น ทำให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่เหมือนใคร

The Privacy S101 คอนโด Low Rise 8 ชั้น 383 ยูนิตบนที่ดินขนาด 3 ไร่กว่า มีทางเข้า-ออกหลักติดซอยสุขุมวิท 101 ตัวอาคารวางเป็นรูปตัว U และ L ข้อดีของการแยกอาคารทำให้แต่ละอาคารมียูนิตไม่มาก ได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น โดยชั้นล่างจะเป็นพื้นที่จอดรถทั้งหมด 43% (รวมจอดซ้อนคัน) ส่วนห้องพักอาศัยจะเริ่มที่ชั้น 2-8 ส่วน Main Facilities วางอยู่ชั้นที่ 2 ที่เดินขึ้นมาจากชั้นล็อบบี้ได้เลย ปิดท้ายด้วย Sky Garden บนชั้น Rooftop เดินไปดูวิวมุมสูงของโครงการ พร้อมนั่งเล่นชิวๆ

อาคารออกแบบมาในสไตล์ Modern Contemporary เลือกโทนสีส้มอิฐ ที่ทำให้ตัวอาคารมีเอกลักษณ์ชัดเจน พร้อมการตกแต่งและเฟอร์นิเจอร์ที่มีลักษณะโค้งมน ได้แรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติ ทำให้ดูนุ่มนวลมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้พื้นที่ส่วนกลางสไตล์คาเฟ่หลากหลายอารมณ์ดี ทำให้ช่วงเวลา Work Form Home แบบนี้แล้วไม่รู้สึกเบื่อ + พื้นที่สีเขียว ทำให้อาคารดูมีมิติมากยิ่งขึ้น

ถัดเข้ามาดู Master Plan กันก่อนนะคะ ภายในพื้นที่อาคารวางผังมาค่อนข้างดี ทางเข้า-ออกหลัก 1 ทาง ติดถนนสุขุมวิท 101 โดยชั้นล่างเป็นพื้นที่จอดรถประมาณ 43% (ไม่รวมจอดซ้อนคัน) ถือว่าไม่เยอะมาก แต่ด้วยทำเลที่เดินทางไป BTS ได้ไม่ยาก ก็ถือว่าเข้าใจได้อยู่นะคะ ส่วนที่จอดรถมีทั้งส่วนใต้อาคาร(ในร่ม) และริมรั้ว(กลางแจ้ง) ลักษณะทางเดินรถ One Way ตามลูกศรเลยนะคะ

พื้นที่ชั้นล่างในอาคารมีทั้งส่วนของ Service ต่างๆ และส่วนของลูกบ้านจะเป็นพื้นที่ Lobby + Mailbox แยกกันแต่ละอาคาร ซึ่งทั้ง 2 Lobby จะมีทางเดิน Relaxing Space เชื่อมกันอยู่ให้เดินใช้งานได้ง่าย พร้อมทางเข้าห้อง Co-Creative Space ซึ่งบริเวณจะเปิดให้บริการตลอด 24 ชม. พร้อมบันไดที่เชื่อมขึ้นไป Main Facilities ชั้นบนด้วยนะ ซึ่งโครงการนี้ใช้นิติของทาง LPN ที่มั่นใจการดูแลจัดการระบบภายในได้เลยค่ะ

2nd Floor Plan : อาคาร A มีห้องพักอาศัย 23 ยูนิต ส่วนอาคาร B มีห้องพักอาศัย 24 ยูนิต เป็นชั้นที่ยูนิตน้อยที่สุดภายในโครงการ และสำหรับอาคาร A เป็นชั้นที่มีทางเดินไป Main Facilities ได้เลย แต่โครงการจะมีประตูแยกเป็นสัดส่วนที่ไม่รบกวนห้องพักอาศัยในชั้นนี้ ซึ่งเหมาะกับคนที่ชอบเดินไปใช้พื้นที่ส่วนกลางบ่อยๆนะคะ โดยฟังก์ชันมีทั้ง The Pool, Endless Pool, Workout Space และ Yoga & Yoga Fly

สำหรับห้องพักอาศัยที่ติดกับพื้นที่สระว่ายน้ำ โครงการได้ออกแบบสวนหย่อม + ต้นไม้สูง มาไว้ด้านข้างสระแล้วเรียบร้อย ที่มองเห็นพื้นที่สีเขียวจากในห้องได้เลย เสมือนมีสวนส่วนตัวให้ความรู้สึกผ่อนคลายดีนะ

3rd Floor Plan : อาคาร A มีห้องพักอาศัย 29 ยูนิต ส่วนอาคาร B มีห้องพักอาศัย 24 ยูนิต  ส่วนลิฟต์โดยสารมีอาคารละ 2 ตัว อัตราส่วนลิฟต์ตึก A 107:1, B 85:1 ถือว่าหนาแน่นน้อย-กลางกำลังดี

  • อาคาร A : ตัวอาคารเป็นรูปตัว U โดยวางลิฟต์ไว้ชิดฝั่งขวา ซึ่งทำให้ห้องพักอาศัยบางตำแหน่งต้องเดินไกลสักหน่อย จุดเด่นของอาคาร A คือทางเดินมี Vertical Green ช่วยให้บรรยากาศภายในดูโปร่งโล่ง รวมถึงห้องพักอาศัยบางห้องกลายเป็น Single Corridor ที่ได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น
  • อาคาร B : ตัวอาคารเป็นรูปตัว L โดยวางลิฟต์ไว้ตรงกลาง ให้เดินใช้งานได้ง่ายทั้ง 2 ฝั่ง ทางเดินเป็นแบบ Double Corridor ที่วางห้อง 2 ฝั่ง พร้อมช่องแสงเข้า 4 จุด ซึ่งอาจจะมีบางจุดที่ไม่ค่อยสว่างมากนัก

สำหรับห้องพักอาศัยเน้นไปที่ 1 Bedroom 26.12-27.23 ตร.ม. โดยมีทั้งแบบห้องธรรมดาและห้อง Pocket Garden ซึ่งวันนี้เราจะพาไปดูห้องตัวอย่างกัน นอกนั้นจะมีบางห้องที่น่าสนใจคือ

  • 1 Bedroom 28.30-28.42 ตร.ม. (สีชมพู) : ห้องพักอาศัยมีกระจกแบบ Bay window โดยมีชั้นละ 1 ห้องที่เปิดให้มองวิวสระและส่วนกลางภายในโครงการได้กว้างขึ้น
  • 1 Bedroom 30.82 ตร.ม. (สีชมพู) : มีชั้นละ 1 ห้องในตำแหน่งอาคาร A โดยเป็นห้องที่มี Walk in Closet เพิ่มขึ้นมาเหมาะกับคนที่มีเสื้อผ้าเยอะๆ
  • 1 Bedrooms Plus 35.29-36.60 ตร.ม. (สีฟ้า) : แบบห้องหน้ากว้าง ห้องนอน ห้องนั่งเล่นติดริมอาคาร แสงส่องเข้าได้เต็มที่
  • 2 Bedrooms 45.52 ตร.ม. (สีฟ้า) : แบบห้องตอนลึกที่มีพื้นที่ Walk in Closet ภายในห้องนอนใหญ่ เหมาะกับสาวๆทีชอบช้อปปิ้งที่มีพื้นที่เก็บของเยอะหน่อย

4-8th Floor Plan : อาคาร A มีห้องพักอาศัย 34 ยูนิต ส่วนอาคาร B มีห้องพักอาศัย 25 ยูนิต  ซึ่งอาคาร B จะมีจำนวนน้อยกว่าอาคาร A ได้ความเป็นส่วนตัวดี แต่ก็แลกกับพื้นที่ Main Facilities ที่ไกลกว่าหน่อยนะคะ

สำหรับห้องพักอาศัยชั้นนี้จะมีเพิ่มห้อง 2 Bedroom 2 Bath ขนาด 52.21-57.40 ตร.ม. ซึ่งเป็นลักษณะห้อง Combine Type : 1 Bedroom ที่เชื่อมเป็นห้องเดียวกัน เหมาะกับคนที่อยากพักอาศัยอยู่กัน 2-4 คนก็ได้นะ

Rooftop : ดาดฟ้าเป็นพื้นที่สีเขียวพักผ่อนด้านบน บรรยากาศเงียบสงบ พร้อมมองวิวมุมสูงของโครงการ โดยมีฟังก์ชัน Sky Space, Sky Garden, Sky Jogging Track, Functional Training รายล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่ ร่มรื่นดี

Highlight ของโครงการ คือ พื้นที่สีเขียวที่กระจายทั่วโครงการ

  • พื้นที่ส่วนกลาง : มีต้นไม้กระจายตัวอยู่ทั่วเลย ตั้งแต่ชั้นที่ 1 เป็นส่วนต้อนรับ ขึ้นไปชั้นที่ 2 เป็น Main Facilities ปิดท้ายด้วยชั้น Rooftop
  • Vertical Green Space : บริเวณอาคาร A มีช่องแสง Skylight ลักษณะเปิดโล่ง ส่องเข้ามาพื้นที่ทางเดิน ทำให้มีแสงส่องเข้ามาได้ บรรยากาศโปร่งโล่งดี และลูกค้าสามารถชมวิวสวนแนวตั้งได้ด้วยนะ
  • Pocket Garden : กระจายอยู่ตามชั้นพักอาศัย โดยจะเป็นพื้นที่กรรมสิทธิ์ของโครงการนะคะ ซึ่งโครงการจะมีระบบรดน้ำอัตโนมัติ เราไม่ต้องกลัวยุ่งยากนะคะ

เริ่มต้นที่ทางเข้า-ออกหลักของโครงการกันก่อน ตัวอาคารเป็นโทนสีส้มอิฐตามสไตล์แบรนด์ PRIVACY ฝั่งซ้ายมือเราเห็นพื้นที่สีเขียวกลมกลืนไปกับอาคาร ซึ่งเป็นสิ่งที่ขาดสำหรับคนพักอาศัยในคอนโด โดยมีการทำ Pocket Garden ที่วางต้นไม้ใหญ่สลับกับ Vertical Green Garden หรือระแนงต้นไม้ เวลาต้นไม้โตเต็มวัยจะได้ไม่ชนกันเอง ซึ่งปกติคอนเซ็ปต์แบบนี้เราจะเห็นในคอนโดระดับ LUXURY นะคะ

เรามาดูบรรยากาศจริงกันเลย พื้นถนนปู Concrete Stamp สวยงามดี ด้านหน้ามีพื้นที่ก่อนเป็นไม้กั้นกระดก ที่ติดตั้งด้วยระบบ RFID (ไม่ต้องเปิดกระจกมาแตะบัตร) ก่อนที่เลี้ยวเข้าไปด้านใน ฝั่งขวามือมีป้อมรปภ.ดูแลความปลอดภัยตลอด 24 ชม.

สำหรับทางเดินรถเป็น One Way ให้เราเลี้ยวซ้ายเข้าไปใต้อาคารและวนกลับมา โดยที่จอดรถเป็นลักษณะ First Come First Serve ใครมาก่อนได้จอดก่อนเลยนะคะ

บริเวณพื้นที่จอดรถมีทั้งส่วนในร่มและกลางแจ้ง โดยพื้นปู Concrete Stamp สวยงามดี ส่วนรั้วโครงการเป็นพุ่มไม้ + ต้นไม้สูง บรรยากาศดูร่มรื่นดี ส่วนฝั่งซ้ายมือปัจจุบันเป็น Sales Gallery ในอนาคตจะรื้อออกเป็นที่จอดรถของลูกบ้านนะคะ

ภายใน Sales Gallery ปัจจุบันมีชุดโซฟาหลากหลายชุดรอต้อนรับอยู่นะคะ ด้านหลังมีพื้นที่วางต้นไม้สูงทะลุขึ้นไปชั้นที่ 2  ที่แสงส่องเข้ามาด้านล่างได้เต็มที่ ทำให้พื้นที่บริเวณนี้ดูโปร่งโล่งมากยิ่งขึ้น

เข้ามาดู Lobby Lounge ของอาคาร A กันก่อน ภายในตกแต่งด้วยโทนสีขาวตัดขอบสีทอง พร้อมฝ้าเพดานสูงให้ความรู้สึกหรูหราดีนะ

บริเวณ Lobby A วันที่เราเข้าไปถ่ายยังไม่เรียบร้อยดีนะคะ เราเลยขอพาข้ามไปดูพื้นที่ Relaxing Space ซึ่งเป็นพื้นที่เดินเชื่อมกันระหว่าง Lobby A และ B ที่ดูต่อเนื่องกันดี รวมถึงมีบันไดขึ้นสระว่ายน้ำชั้นที่ 2 ของโครงการด้วยนะคะ

บริเวณ Relaxing Space มีมุมนั่งเล่น Outdoor ที่ออกแบบมาเป็นสไตล์ Loft คาเฟ่ ดูเท่ๆไปอีกแบบ เหมาะกับสาย Social ที่เอาไว้มาถ่ายรูปลงงานเก๋ๆ หรือเอางานลงมานั่งทำรับลมชิวๆ เปลี่ยนบรรยากาศภายในห้องเหมาะกับช่วงเวลา WFH แบบนี้เลยนะคะ

บันไดเป็นรูปตัว U วนขึ้นไปชั้นที่ 2 โดยออกแบบมาในสไตล์ Loft ดูเก๋ๆไปอีกแบบ ผสมผสานกับพื้นที่สีเขียวได้อย่างลงตัว

เดินขึ้นมาเจอ ทางขึ้นไปสระ Endless Pool ขนาด ที่เอาไว้นั่งเล่นผ่อนคลายส่วนตัว รายล้อมด้วยพื้นที่สีเขียว บรรยากาศร่มรื่น

เดินขึ้นมาเราจะเจอ Endless Pool พร้อมระบบ Jet pool แบบว่ายน้ำทวนกระแส ลึก 1.25 เมตร ขนาด 3×1.5 เมตร เหมาะสำหรับคนที่ชอบว่ายน้ำออกกำลังกาย และการทำกายภาพบำบัด

มีพื้นที่เปิดโล่งเชื่อมต่อกับสระว่ายน้ำของโครงการ พร้อมความสูง Double Volume ทำให้บรรยากาศบริเวณนี้โปร่งโล่ง พร้อมลมพัดผ่านได้ดีเลย

สระว่ายน้ำกลางแจ้งระบบเกลือ ขนาด 5×20 เมตร ลึก 1.25 เมตร ขนาดใกล้เคียงกับ Half Olympic ที่เราสามารถว่ายน้ำจริงจังได้เลย  นอกจากนี้ถ้าต้นไม้โตเต็มวัยจะมีต้นไม้ใหญ่ที่ให้ร่มเงามากยิ่งขึ้น / บริเวณปลายสระมีที่นั่งเล่นชิวๆได้เพิ่มเติมอีกด้วยนะคะ

ม้านั่งคอนกรีตยาวริมสระสลับกับต้นไม้สูง ที่ได้ร่มเงา บรรยากาศร่มรื่นดี

เวลาเรามองขึ้นไปจะเห็น Pocket Garden กระจายในชั้นพักอาศัย โดยวางต้นไม้สลับกันไปในแต่ละชั้น เผื่อต้นไม้โตเต็มวัยจะได้ไม่ชนกันเองค่ะ นอกจากนี้บริเวณนี้จะเป็นพื้นที่ส่วนกลาง ซึ่งโครงการจะมีระบบน้ำรดอัตโนมัติดูแลเรียบร้อย

ด้านข้างสระมี Day Bed มาให้นอนอาบแดด พร้อมร่มเงาจากต้นไม้ใหญ่ ช่วยบดบังแสงแดดได้นิดหน่อย

ด้านข้างมีทางเดินขึ้นไป Workout Space หรือ Fitnessของโครงการนั้นเอง

บรรยากาศภายในห้องออกกำลังกายออกแบบมาเหมือนฟิตเนสตามห้างเลยนะคะ มีพื้นที่นั่งพักผ่อน และมีห้อง Multi-Purpose Area  ที่เอาไว้ทำกิจกรรมต่างๆได้เพิ่มเติมด้วย

ภายในพื้น Multi-Purpose Area เป็นห้องเปล่า+หน้าต่างสูง รับแสงธรรมชาติได้เต็มที่ โดยทางโครงการเตรียมเชือก Yoga Fly แบบแขวนฝ้าเพดานมาให้เรียบร้อย ซึ่งเราสามารถใช้งานพร้อมกัน 4-6 คนกำลังดี

ห้องออกกำลังกายเปิดแอร์ให้ใช้งาน ที่เราสามารถใช้งานได้ตลอดทั้งวัน ส่วนผนังออกแบบเป็นทรงโค้ง สวยงาม พร้อมฝ้าเพดานโค้งที่มีดีไซน์เก๋ๆ โดยรวมดูดีทีเดียว

ภายในมีอุปกรณ์ครบครันทั้งโซน Weight Training ที่มีทั้งเครื่องออกกำลังกาย, อุปกรณ์เวท และกระสอบทรายเอาไว้ต๋อยมวยได้เพิ่มเติม

นอกจากนี้ยังมีเครื่อง Cardio ครบครัน รายล้อมรอบด้วยกระจก Full-Height มองออกไปเห็นรถขับเข้า-ออก, สระว่ายน้ำ และพื้นที่สีเขียว บรรยากาศร่มรื่นดี

ถัดไปด้านในมีเครื่องปั่นจักรยานมาให้ 4 ตัว พร้อมทีวีเอาไว้ปั่นตามได้เลย เรียกว่าอุปกรณ์ครบครันไม่ต้องไปสมัครฟิตเนสแล้วนะคะ^^

กลับมาพื้นที่ Relaxing Space ชั้นล่าง ซึ่งเป็นทางเดินเชื่อมต่อระหว่างตึก A และตึก B โดยเราจะพาไปดู Lobby B กันต่อค่ะ

บริเวณ Relaxing Area เป็นพื้นที่เปิดโล่งนั่งรับลมชิวๆ พร้อมต้นไม้จัดเต็มดูร่มรื่นดี นอกจากนี้ยังออกแบบให้มีม่านน้ำตกให้ความรู้สึกใกล้ชิดธรรมชาติมากยิ่งขึ้น

เดินมาดูบรรยากาศภายใน Lobby B รายล้อมด้วยหน้าต่าง Full-Height 2 ฝั่ง แสงส่องเข้ามาได้เยอะ บรรยากาศโปร่งโล่ง ส่วนอีกฝั่งเชื่อมต่อกับพื้นที่จอดรถใต้อาคาร

ภายใน Lobby Lounge มีเก้าอี้หลากหลายรูปแบบ เน้นไปทางธีมสีน้ำเงิน สวยงาม ผสมกับผนังและโค้งไฟทรงโค้ง บรรยากาศเหมือนคาเฟ่ดูเก๋ไก๋ไปอีกแบบ เหมาะเอางานลงมานั่งทำหรือเป็นส่วนต้อนรับแขกได้นะ

ภายในมีพื้นที่ Mailbox ที่ออกแบบมาในธีมเดียวกันกับเฟอร์นิเจอร์ของล็อบบี้ มีบ้านเลขที่หน้าตู้มองเห็นชัดเจน พร้อมไฟซ่อนทำให้ดู Luxury มากยิ่งขึ้น

สำหรับทางเข้า-ออกส่วนพักอาศัยจะมีประตูกั้นอีกรอบ โดยต้องใช้ Key Card Access ในการเข้า-ออก เพื่อความปลอดภัย

ลิฟต์โดยสารมี 2 ตัว/อาคาร ซึ่งชั้น G ตกแต่งมาได้สวยงามทีเดียวมีความพรีเมี่ยม

ก่อนไปดูห้องตัวอย่าง เราจะพาไปดูชั้น Rooftop กันก่อน ซึ่งชั้นบนจะไม่มีลิฟต์โดยสารให้ใช้งาน เราต้องใช้บันไดหนีไฟขึ้นไปเท่านั้น ซึ่งพื้นปูกระเบื้องมาให้เรียบร้อย เดินใช้งานได้สะดวก พร้อมหน้าต่างบานกระทุ้งเปิดระบายอากาศ

Rooftop เป็นพื้นที่สีเขียวกลางแจ้งที่ปูพื้นหญ้ามาให้เรียบร้อย โดยมีส่วนที่เป็นแนวยาวหรือฟังก์ชัน Sky Jogging Track ให้เราสามารถวิ่งหรือเดินเล่นชิวๆ

ชั้นบนมีที่นั่งเล่นพร้อมเบาะผ้ามาให้เรียบร้อย รายล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่บรรยากาศร่มรื่น พร้อมมองวิว 360 องศาได้รอบโครงการเลยนะคะ

ชั้นบนมีที่นั่งเล่น Sky Space ออกแบบมาให้นอนเล่นได้เลย ซึ่งบริเวณนี้รั้วกระจกนิรภัยสูงมองเห็นวิวภายนอกได้ชัดเจน

ทางเดินหน้าห้องแบบ Double Corridor ที่ประตูห้องพักอาศัยตรงกันบางจุด ที่อาจจะมีคนมองเข้ามาภายในห้องได้ด้วย

จุดเด่นของอาคาร A จะมีต้นไม้ในทุกชั้น ซึ่งบริเวณนี้ค่อนข้างโปร่งโล่งดี พร้อม Skylight ด้านบน ภายในอากาศหมุนเวียนและแสงส่องเข้ามาได้เต็มที่ พร้อมพื้นที่สวนแนวตั้งที่ดูดีไปอีกแบบ ให้ความรู้สึกต่อเนื่องกันไปหมดค่ะ

ทำให้บริเวณทางเดินมีช่องแสงส่องเข้ามาได้เยอะมากยิ่งขึ้น

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • ชั้นที่ 1
    – Drop Off
    – Lobby Lounge A, B
    – Connecting Lounge
    – Co-Creative Space 24 hours
    – Relaxing Space
  • ชั้นที่ 2
    – The Pool ระบบเกลือ ขนาด 5×20 เมตร ลึก 1.25 เมตร
    – Endless Pool พร้อมระบบ Jet pool ลึก 1.25 เมตร ขนาด 3×1.5 เมตร
    – Workout Space
    – Yoga & Yoga Fly
  • ชั้นที่ 8
    – Sky Space
    – Sky Garden
    – Sky Jogging Track
    – Functional Training
  • ลิฟต์โดยสาร 4 ตัวทั้งโครงการ
  • อัตราส่วนลิฟต์รวมทั้งโครงการ 192 : 1
  • อัตราส่วนลิฟต์ตึก A 107:1
  • อัตราส่วนลิฟต์ตึก B 85:1
  • ที่จอดทั้งหมด 43% (รวมจอดซ้อนคัน)
  • ระบบรักษาความปลอดภัยในโครงการ CCTV / Key Card

แบบห้อง

ห้องพักอาศัยของโครงการ The Privacy S101 มีแบบห้องให้เลือกหลากหลายรูปแบบ โดยขายแบบ Fully Furnished ครบครัน ซื้อเฟอร์นิเจอร์บางจุด และเครื่องใช้ไฟฟ้าก็สามารถเข้าอยู่ได้เลย

  • 1 Bedroom 26-30.83 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 2.69 ล้านบาท
  • 1 Bedroom Pocket Garden 28.42 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 3.19 ล้านบาท
  • 1 Bedroom Plus 35.29-36.60 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 4.69 ล้านบาท
  • 2 Bedrooms 54.40-57.50 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 5.20 ล้านบาท

โดยห้องตัวอย่างที่เราจะพาไปดูวันนี้เป็นห้อง 1 Bedroom Pocket Garden 27.12-28.42 ตร.ม. โดยเป็นห้องแบบเดียวกับ 1 Bedroom ที่เป็น Standard ของโครงการ ซึ่งมีจำนวนมากที่สุด ลักษณะห้องเป็นแนวยาวตอนลึก ไปดูรายละเอียดกันค่ะ

1 Bedroom 27.23 ตร.ม. ลักษณะห้องหน้าแคบลึก โดยแบ่งพื้นที่เป็น 2 ฝั่ง ระหว่างส่วนพักอาศัยและส่วน Service เปิดประตูเข้ามาเป็นพื้นที่เปิดโล่งจนถึงหน้าต่าง ที่ใช้งานได้ต่อเนื่องกัน โดยพื้นที่ Common Area จะอยู่ด้านในที่ไม่ได้ดูวิวแต่ก็ได้แสงสว่างจากห้องนอน ในทางกลับกันห้องนอนก็ขยับไปอยู่ริมหน้าต่างที่มองวิวจากบนเตียงได้เลย ส่วนอีกฝั่งเป็นพื้นที่ Service ที่มีห้องน้ำ + ห้องครัว ต่อเนื่องจนถึงระเบียง ข้อดีคือสามารถทำอาหารจริงจังได้สบายๆ เพราะช่วยระบายกลิ่นออกไปด้านนอกได้ดี

ทางเข้าเป็นประตูลายไม้สูงเต็มผนัง 2.5 เมตร พร้อมธรณีประตูมีการยกพื้นสูงกว่าทางเดินด้านนอกเล็กน้อย ป้องกันฝุ่นต่างๆเข้ามาด้านในห้องนะคะ

มือจับ Digital Door lock ของ Unicor ที่ใช้งานได้ทั้ง Keycard, กุญแจ และ Password

เปิดประตูเข้ามาเป็นพื้นที่ Common Area ก่อนนะคะ โดยรวมพื้นที่ Living + Dining ไว้ด้วยกัน พื้นห้องบริเวณนี้เป็นพื้นไม้ลามิเนตหนา 8 mm. ที่ไม่ค่อยทนความชื้นมากนัก ต้องระวังน้ำหกลงพื้นด้วยนะ ความสูงพื้นถึงฝ้าเพดานสูง 2.5 m. / เฟอร์นิเจอร์ในห้องนี้เป็นตัวอย่างเท่านั้น ส่วนหน้าตาเฟอร์นิเจอร์ของจริง เดี๋ยวเราพาไปดูกันในห้องถัดไปค่ะ

ระยะดูทีวีประมาณ 2 m. ไซส์ทีวีที่เหมาะสมคือประมาณ 42″-50 จอใหญ่เต็มสายตาพอดี

ด้านข้างชั้นวางทีวีมีพื้นที่เหลือ เราแนะนำให้ทำตู้เพิ่มเติมสำหรับวางรองเท้า ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับการอยู่คอนโดนะคะ

สำหรับโซฟาในห้องพักอาศัย เป็นลักษณะที่นั่งขนาดกลาง 2-3 คนกำลังดี ด้านข้างโซฟาเป็นตำแหน่งวางโต๊ะกินข้าวแบบ 2 ที่นั่งนะคะ

ถัดไปเป็นพื้นที่ห้องนอนกั้นด้วยประตูบานเลื่อน 3 ตอน แบบ Full-Height โดยบานประตูเปิดได้ 2 ฝั่ง ซึ่งพอเปิดสุดแล้วทำให้ห้องพักอาศัยดูกว้างขึ้น แต่ถ้าใครอยากได้ความเป็นส่วนตัวแนะนำให้ติดผ้าม่านเพิ่มเติมเองค่ะ

ภายในห้องนอนวางเตียงขนาด 5 ฟุตกำลังดี พร้อมพื้นที่เหลือด้านข้าง 1 เมตร สามารถวางตู้เสื้อผ้า+โต๊ะเครื่องแป้งภายในห้องได้ด้วย

โครงการให้ฐานเตียงขนาด 5 ฟุตมาให้เรียบร้อย เพียงเราซื้อฟูกมาก็เข้าอยู่ได้เลย ข้อดีคือเราสามารถนอนดูวิวจากบนเตียงได้เลย

ถัดไปด้านข้างเตียงโครงการมีตู้เสื้อผ้าให้มาเป็นมาตรฐานขนาดไม่ใหญ่มาก เหมาะใช้งานได้ 1-2 คนกำลังดี

ตู้เสื้อผ้าสูงเต็มผนัง โดยมีบานประตูฝั่งหนึ่งเป็นกระจกเต็มบาน ที่เอาไว้ส่องตัวเองเวลาแต่งตัวเสร็จได้ ภายในมีรางให้แขวนผ้าเรียบร้อย พร้อมลิ้นชักสำหรับใส่ชุดชั้นในต่างๆ ส่วนด้านบนมีพื้นที่เหลือวางกระเป๋าเดินทางเพิ่มเติมได้

พื้นที่ปลายเตียงมีขนาดเหลือประมาณ 50 cm. ซึ่งเดินผ่านได้กำลังดี ถ้าใครอยากติดทีวีเพิ่มเติม เราแนะนำให้ติดทีวีแบบแขวนผนังแทนนะคะ / ด้านข้างมีพื้นที่เหลือวางโต๊ะเครื่องแป้งให้ใช้งานได้นะ

สำหรับส่วนพักอาศัยฟังก์ชันดูต่อเนื่องกันดีนะคะ

ทางเข้าส่วน Service จะมีประตูบานเลื่อนกั้นที่ดูเป็นสัดส่วนมากยิ่งขึ้น โดยพื้นที่บริเวณนี้ปูด้วยกระเบื้องเซรามิค เช็ดทำความสะอาดได้ง่าย

เปิดประตูมาเป็นพื้นที่ห้องครัวต่อเนื่องจนถึงระเบียง ส่วนฝั่งซ้ายมือเป็นห้องน้ำ

ภายในห้องน้ำแยกโซนเปียก-แห้งชัดเจน ที่มีฉากกั้นกระจก Tempered Glass พร้อมมือจับที่เอาไว้แขวนผ้าเช็ดตัวได้ / พื้นและผนังเป็นกระเบื้องเซรามิคหน้าตาแบบนี้เลย

พื้นห้องน้ำยกขอบขึ้นเล็กน้อย ป้องกันน้ำไหลออกด้านนอกค่ะ / อุปกรณ์ภายในห้องน้ำยี่ห้อ Cotto หรือเทียบเท่า

อ่างล้างหน้า ขนาด 45 x 30 cm. พร้อมลิ้นชักเก็บของด้านล่าง โดยเป็นลักษณะแบบแขวนติดผนัง ที่ทำให้ล้างห้องน้ำได้ง่าย + กระจกสีดำสวยงาม / โถสุขภัณฑ์ยี่ห้อ Cotto พร้อมสายชำระ และที่ใส่กระดาษทิชชู่

พื้นที่ยืนอาบน้ำขนาดประมาณ 1.00 x 0.84 m. เป็นระยะที่ยืนใช้งาน 1 คนกำลังดี พร้อมฝักบัว Hand Shower ขนาดพอดีมือ

ฝ้าเพดานฉาบเรียบทาสีขาว พร้อมไฟ LED Downlight + พัดลมดูดอากาศ

พื้นที่ห้องครัวติดกับระเบียงด้านนอกที่เปิดระบายอากาศได้ดี

สำหรับชุดครัว Built-in ได้หน้าตาแบบนี้เลย หน้าบานเป็นเมลามีนที่เวลาเปื้อน เราสามารถเช็ดทำความสะอาดได้ง่าย โดยชั้นบนเป็นสีครีม ชั้นล่างเป็นโทนสีน้ำตาลอ่อน ส่วนรายละเอียดอื่นๆเราจะพาไปดูในห้อง Standard กันค่ะ

พื้นที่ระเบียงขนาดกำลังดี โครงการแขวน Condensing Unit มาให้ และมี Grill ระบายความร้อนออกด้านนอก พร้อมราวกั้นตกมาให้เรียบร้อย

ความพิเศษห้องพักอาศัยนี้ มีตำแหน่ง Pocket Garden ติดพื้นที่ระเบียง ซึ่งจะเป็นที่ยื่นออกไปจากอาคาร โดยปลูกต้นไม่ใหญ่พร้อมระบบน้ำหยดอัตโนมัติทุกวัน หากต้นไม้แตกกิ่งก้านสาขาเพิ่มขึ้น ทางโครงการก็จะให้เจ้าหน้าที่เข้ามาตัดแต่งกิ่งไม้ โดยการโรยตัวจากด้านนอกไม่ต้องผ่านเข้าห้องของลูกบ้านเลยนะคะ ซึ่งในส่วนของ Pocket Garden System เป็นพื้นที่ของส่วนกลางไม่ใช่กรรมสิทธิ์ของห้องพักอาศัยนั้นๆ

ข้อดีของการวางต้นไม้ใหญ่บริเวณนี้ ทำให้ใกล้ชิดธรรมชาติ และช่วยบดบังสายตาจากคนภายนอก ได้ความเป็นส่วนตัวดี แต่ก็แลกกับการมองวิวที่อาจจะไม่เต็มที่มากนัก

มองลงไปด้านล่างปลูกต้นไม้กระจายทั่วโครงการ บรรยากาศแตกต่างจากโครงการที่อื่นๆ ได้ความร่มรื่นไม่แตกต่างจากบ้านพักอาศัยเลยนะคะ

ปลั๊กและสวิตซ์ยี่ห้อ legrand

ถัดมาเราพามาดูเฟอร์นิเจอร์ Standard ที่โครงการจัดมาให้กันค่ะ เนื่องจากโครงการขายแบบ Fully Furnished ที่เราจะได้รายการตามภาพนี้เลยนะคะ

Image 1/22
เปิดประตูมาเป็นพื้นที่ Common Area ยาวจนถึงระเบียง

เปิดประตูมาเป็นพื้นที่ Common Area ยาวจนถึงระเบียง

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

แบบแปลน

1 Bedroom Plus 35.29 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 4.69 ล้านบาท ความพิเศษคือมีห้องน้ำมีประตูทางเข้า-ออกได้ 2 ฝั่ง

เฟอร์นิเจอร์ภายในห้องพักอาศัย ขายแบบ Fully Furnished

1 Bedroom 28.42 ตร.ม. พื้นที่ระเบียงเป็นมุมปาดที่ทำให้มองเห็นวิวได้มากยิ่งขึ้น

1 Bedroom 30.82 ตร.ม. มีพื้นที่ Walk-in Closet เพิ่มขึ้นมา

2 Bedrooms 45.19-45.54 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 5.20 ล้านบาท บริเวณห้อง Master Bedroo มีพื้นที่ Walk in Closet ขนาดใหญ่เหมาะกับสาวๆสายช้อปปิ้ง

2 Bedrooms 52.21 -57.40 ตร.ม. ลักษณะปรับมาจากห้อง 1 Bedroom ธรรมดา ที่เอามา Combine กัน โดยมีการปรับพื้นที่ครัวเป็นพื้นที่ Walk-in Closet เหมาะสำหรับคนที่มีเสื้อผ้าเยอะนะคะ ^^

ราคา

The Privacy S101 ณ วันที่ 7 กันยายน 2564

  • 1 Bedroom 26-29.1 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 2.69 ล้านบาท
  • 1 Bedroom Pocket Garden 27.12-28.42 ตร.ม ราคาเริ่มต้น 3.19 ล้านบาท
  • 1 Bedroom Plus 35.29-36.60 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 4.69 ล้านบาท
  • 2 Bedrooms 45.19-57.40 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 5.20 ล้านบาท

  • รูปแบบการขาย Fully Furnished
  • ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน 2.50 เมตร
  • Kitchen & Sink / ท็อปหินสังเคราะห์
  • Hob & Hood / ของยี่ห้อ FRANKE
  • มีรถ Shuttle Bus ไปกลับ BTS ปุณณวิถี ค่าบริการ 10 บาท
  • จองเริ่มต้น 5,000 บาท
  • ทำสัญญา 0 บาท
  • ค่ากองทุน 500 บาท/ตร.ม.
  • ค่าส่วนกลาง 57 บาท/ตร.ม./เดือน

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ

บทสรุป

ทำเล :

The Privacy S101 ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 101 (ปุณณวิถี) เป็นซอยที่มีความเจริญค่อนข้างสูง คึกคัก เดินทางสะดวกทั้งขาเข้าและขาออกเมือง ภายในซอยมีความโดดเด่นบรรยากาศโดยรอบมีความเป็นชุมชนที่ค่อนข้างเงียบสงบ เดินหาของกินได้ง่าย จุดเด่นคือภายในซอยมีต้นไม้ตลอดแนวถนน ร่มรื่นดี แตกต่างกับซอยอื่นๆ พร้อมทางลัดเลาะที่เชื่อมไปยังถนนหลักสายต่างๆได้ง่าย

ความอุดมสมบูรณ์ในแง่อาหารการกิน และไลฟ์สไตล์ในการใช้ชีวิต ทำเลแถวนี้ค่อยๆเติบโตไปตามการขยายตัวของเมือง และมีประชากรที่มากขึ้น โดยจะเห็นว่าปัจจุบันมีคอนโดอยู่บนถนนใหญ่และตามซอยย่อยมากขึ้น เพื่อรองรับผู้อยู่อาศัยของคนกลุ่มนี้ นอกจากนี้บริเวณถนนสุขุมวิทยังมี Mega Project &Community Mall อย่าง 101 True Digital Park, Phyll, Century Movie, Tesco Lotus สุขุมวิท 50 สะดวกทั้งนั่งรถไฟฟ้าและรถยนต์ แต่ถ้าอยากจะไปห้างสเกลใหญ่ก็ต้องขับออกไปไกลๆหน่อยอย่างบางนาตราดที่มี Bangkok Mall, เซ็นทรัลบางนา และ Mega Bangna หรือไม่ก็ไปโซนศรีนครินทร์ที่มีห้าง Seacon Square, Paradise Park เป็นต้น

การเดินทางโดยใช้รถ :

ค่อนข้างสะดวก เนื่องจากโครงการอยู่ในซอยสุขุมวิท 101 ที่ห่างปากซอยถนนสุขุมวิท 450 เมตร ขับรถไปไม่ไกลมาก โดยโครงการอยู่ฝั่งขาออกขับตรงไปเลี้ยวซ้ายเข้าถนนบางนา–ตราด หรือตรงไปสมุทรปราการได้ แต่หากใครอยากเข้าเมืองก็ให้ไปกลับรถที่หน้าซอยสุขุมวิท 64/1 แล้ววิ่งตรงๆเข้าเมืองได้เลย อีกทั้งยังอยู่ไม่ไกลจากจุดขึ้นลงทางด่วนเฉลิมมหานครเพียง 3 กม.เท่านั้น นอกจากนี้ภายในซอยยังเชื่อมไปออกถนนสุขุมวิท 101/1 โดยที่ไม่ต้องขับออกไปถนนใหญ่ ซึ่งซอยสุขุมวิท 101/1 เป็นทางที่ออกไปถนนศรีนคริทร์ และถนนสุขุมวิท 55 (อ่อนนุช) ได้ด้วย ตัวโครงการให้ที่จอดรถประมาณ 43% (รวมจอดซ้อนคัน) ไม่ได้เยอะมาก แต่ถ้าเทียบกับโครงการที่อยู่ใกล้รถไฟฟ้าก็ถือว่าเหมาะสมแล้วค่ะ

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ :

โครงการห่าง BTS ปุณณวิถี490 เมตร (วัดระยะโดยทีมงาน Think of Living) ที่ไม่อยู่ในระยะเดินสบายมากแต่ก็เดินไปโครงการได้ไม่ยาก นอกจากนี้ทางโครงการยังมี Shuttle Service ให้บริการรับ-ส่ง ที่เราไม่ต้องเดินให้เมื่อยด้วยนะ หรือเราจะโบกพี่วินมอเตอร์ไซค์ไปหน้าปากซอยเองก็ได้ นอกจากนี้บนถนนสุขุมวิท เป็นถนนเส้นหลักที่มีรถประจำทาง รถแท็กซี่ขับผ่านไปผ่านมาตลอดทั้งวัน

การออกแบบ :

การออกแบบอาคารสไตล์ Modern Contemporary โทนสีส้มอิฐตามสไตล์แบรนด์ PRIVACY ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นชัดเจน ดึงดูดสายตาของคนผ่านไปผ่านมา ซึ่งจุดเด่นของโครงการนอกจากทำเลนั่นก็คือการแบ่งออกเป็น 2 อาคาร ทำให้แต่ละยูนิตมีไม่เยอะมาก อัตราส่วนลิฟต์ของโครงการถือว่ากำลังดี มาพร้อมคอนเซ็ปต์ Vertical Green Garden ที่รายล้อมด้วยพื้นที่สีเขียว บรรยากาศร่มรื่น แถมโครงการยังรายล้อมด้วยบ้านพักอาศัยแนวราบ ที่ไม่โดนบังวิวภายในห้องพักอาศัย

เน้นห้องพักอาศัย 1 Bedroom 26-30.83 ตร.ม. เหมาะอยู่อาศัย 1-2 คนกำลังดี แต่ห้องไฮไลท์คือ 1 Bedroom Pocket Garden 27.12-28.42 ตร.ม ซึ่งบริเวณระเบียงจะมีกระถางพร้อมวางต้นไม้ขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนกลางที่เราไม่ต้องรดน้ำต้นไม้เอง แต่ข้อดีคือเราได้ใกล้ชิดธรรมชาติมากขึ้น ส่วนฟังก์ชันภายในห้องกั้นเป็นสัดส่วนดี ที่ชอบเลยคือห้องครัวปิดทุกห้อง พร้อมบานหน้าต่างขนาดใหญ่

วัสดุ :

วัสดุภายในห้องถือว่าจัดมาให้ตามมาตรฐาน เริ่มที่โครงการขายแบบ Fully Furnished ให้มาครบเหมือนกันนะ ทั้งโซฟา โต๊ะข้างโซฟา ตู้วางทีวี โต๊ะทานข้าว ชุดครัว ตู้เสื้อผ้าไปจนถึงฐานเตียง เรียกได้ว่าซื้อฟูกกับเครื่องใช้ไฟฟ้าก็เข้าอยู่ได้เลย นอกจากนี้ประตูทางเข้ายังได้เป็น Digital Door Lock พื้นส่วนพักอาศัยเป็นลามิเนตหนา 8 มม. ส่วน Service เป็นกระเบื้องเซรามิคที่เช็ดทำความสะอาดได้ง่าย ห้องน้ำเป็นสุขภัณฑ์ของ Cotto ทั้งหมด และยังได้ฉากกั้นกระจก Tempered เอาไว้แยกส่วนเปียกส่วนแห้ง เหมาะกับคนที่มีงบประมาณจำกัดไม่ต้องเผื่องบประมาณในการตกแต่งมากนัก

สาธารณูปโภค :

สาธารณูปโภคให้มาเหมาะสมกับจำนวนยูนิต ที่ชอบมี 3 ส่วน ได้แก่

  1. พื้นที่สีเขียวกระจายทั่วโครงการทั้งพื้นที่ส่วนกลาง และบริเวณห้องพักอาศัย โดยเฉพาะชั้น Rooftop ที่เอาต้นไม้ใหญ่ขึ้นไปวางด้วย ถ้าในอนาคตต้นไม้โตเต็มวัย บรรยากาศน่าจะร่มรื่นดีเลยนะคะ
  2. การออกแบบสไตล์คาเฟ่ให้ความรู้สึกแตกต่างกันในแต่ละฟังก์ชันใช้งาน เหมาะกับช่วงเวลา Work from Home แบบนี้ เปลี่ยนบรรยากาศได้ไม่รู้สึกเบื่อ มีทั้งโซน Indoor และ Outdoor ให้เลือกใช้งานหลากหลาย
  3. พื้นที่ส่วนกลางกระจายตัวอยู่ที่ชั้น 1,2 และ Rooftop ที่กระจายการใช้งานไม่หนาแน่นจนเกินไป นอกจากนี้พื้นที่ส่วนกลางชั้นที่ 1 และ 2 เดินบันไดเชื่อมต่อกันได้ ให้ความรู้สึกต่อเนื่องกันดี โดย Main Facilities วางอยู่ที่ชั้น 2 คนที่อยู่อาคาร B ก็อาจจะเดินไกลหน่อยนะคะ


Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับช่วงราคาเฉลี่ยแบบทั้งโครงการ AVG 105,000 บาท/ตร.ม., 7 กันยายน 2564

  • ทำเล 7.75/10 – ตั้งอยู่ภายในซอยสุขุมวิท 101  มีความอุดมสมบูรณ์ในระยะเดิน
  • เดินทางด้วยรถ 7.75/10 – มีเส้นทางให้ลัดเลาะไปยังถนนหลักสายต่างๆ ใกล้ทางด่วนเข้า-ออกเมืองได้สะดวก ที่จอดรถ 43% (รวมจอดซ้อยคัน)
  • ไม่ใช้รถ 7.75/10 – ห่าง BTS ปุณณวิถี 490 เมตร เดินไปใช้งานได้ไม่ไกลมาก พร้อม Shuttle Service ให้บริการ
  • วัสดุ 7.5/10 – โครงการขายแบบ Fully Furnished พร้อมอยู่
  • แบบ 8/10 – แบ่งเป็น 2 อาคารทำให้ยูนิตไม่หนาแน่นจนเกินไป มีทางเดินเชื่อมต่อกันให้ความรู้สึกต่อเนื่องกันดี ห้องพักอาศัยแบ่งเป็นสัดส่วนชัดเจน
  • สาธารณูปโภค 8.25/10 – พื้นที่ส่วนกลางเอกลักษณ์ชัดเจน เน้นพื้นที่สีเขียวในโครงการ ทำให้ตัวอาคารมีมิติมากขึ้น

  • MAIN CLASS
  • 7.78 / 10.00

The Privacy S101 เหมาะกับใคร

คนที่ต้องการอยู่ย่านปุณณวิถีที่มีเอกลักษณ์ชัดเจน เดินทางสะดวกด้วยรถยนต์และรถไฟฟ้า พร้อมจุดชูโรงคือ Vertical Green Garden พื้นที่สีเขียวกระจายทั่วโครงการ บรรยากาศร่มรื่นดี ส่วนกลางออกแบบมาในสไตล์คาเฟ่ เหมาะกับช่วงเวลา Work From Home เน้นห้องพักอาศัย 1 Bedroom เหมาะอยู่อาศัย 1-2 คนกำลังดี ขายพร้อมเฟอร์นิเจอร์ครบครัน งบประมาณเริ่มต้น 2.69-5.2 ล้านบาท หรือกำลังผ่อน 21,000-35,000 บาท/เดือนขึ้นไป


ThinkofLiving มี LINE Official Account แล้วนะ
ไม่อยากพลาดข้อมูลข่าวสารก็ Add เลย > https://lin.ee/svACOxc