…ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ มีการประมาณการไว้ว่าในอีก 20 ปีข้างหน้า จะมีประชากรผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น 20 ล้านคน หรือมากกว่า 30% ของจำนวนประชากรทั้งหมดในประเทศ

ซึ่งถ้าใครกำลังมองหาที่พักสำหรับบั้นปลายชีวิตอยู่ วันนี้ผมมีโครงการหนึ่งมาฝากคือ Senior Complex ศูนย์ที่พักอาศัยสำหรับผู้สูงอายุแบบครบวงจร ที่เกิดความร่วมมือระหว่าง กรมธนารักษ์ และคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี โดยมี Highlights ความน่าสนใจดังต่อไปนี้

  • เป็นต้นแบบที่พักอาศัยสำหรับผู้สูงอายุแห่งแรกของรัฐบาล ที่ถูกสร้างมาเพื่อรับมือกับภาวะสังคมผู้สูงอายุในอนาคต
  • ภายในแบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 โซน มีทั้งโรงพยาบาล อาคารพักฟื้นผู้ป่วย(บ้านพักคนชรา) และที่พักอาศัยรูปแบบคอนโดมิเนียมให้เช่าถือครองระยะยาว (Leasehold)
  • เป็นโครงการที่มีกฎเกณฑ์ในการคัดเลือกผู้อยู่อาศัยที่เคร่งครัด ไม่เหมือนที่อื่น และยังได้สิทธิพิเศษอื่นๆจากโครงการและโรงพยาบาล
  • นอกจากค่าเช่าห้องแล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายและค่าบริการอื่นๆอีกที่จำเป็นต้องรู้

ข้อมูลโครงการ

19 January 2021

  • Senior Complex ศูนย์ที่พักอาศัยสำหรับผู้สูงอายุแบบครบวงจร
  • บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด ร่วมกับ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี
  • ECONOMY CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดปี 2020 ได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ : อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ
  • ที่ดินประมาณ 72-1-97 ไร่
  • คอนโด Low Rise 8 ชั้น 7 อาคาร 921 ยูนิต
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 28 ยูนิตที่อาคาร B1 และ B2
  • ที่จอดรถประมาณ n/a คัน คิดเป็น n/a%
  • เริ่มก่อสร้าง : ปี 2563
  • คาดว่าจะแล้วเสร็จ : ปี 2566
  • Type 1 : ห้อง 1 Bedroom 31.71 – 33.68 ตร.ม. ช่วงราคา 1.82 – 2.1 ล้านบาท
  • Type 2 : ห้อง 1 Bedroom 45.72 – 49.66 ตร.ม. ช่วงราคา 2.8 – 2.99 ล้านบาท
  • ฝ้าเพดานสูง n/a เมตร
  • ราคาห้องเริ่มต้น 1.82 ล้านบาท / หรือตร.ม.ละ 57,395 บาท (เฟสที่ 1 ปัจจุบัน Sold Out)
  • EIA (การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม) : ผ่านแล้ว
  • ว็บไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • โทร : 02-032-1230

ทำเลที่ตั้ง

พิกัด Google Maps : 13.519667, 100.751614
หรือสามารถ :  คลิกที่นี่

โครงการตั้งอยู่บนถนนเลียบคลองส่งน้ำสุวรรณภูมิ ซึ่งเชื่อมต่อระหว่างถนนสุขุมวิท ถนนเทพารักษ์ และถนนบางนา-ตราด เป็นทำเลที่เงียบสงบ โดยถ้าต้องการจับจ่ายใช้สอยที่ใกล้ที่สุด สามารถมาแถวๆตำหรุ-บางปูได้ครับ เพราะจะมีทั้งตลาด ซูเปอร์มาร์เก็ต สถานตากอากาศ และร้านอาหารริมทะเลอร่อยๆเยอะ หรือจะไปแถวๆบางพลี-เทพารักษ์ก็ได้ครับ ซึ่งจะมีตลาด บิ๊กซี และโรงพยาบาลตั้งอยู่ แต่ถ้าใครอยากไปเดินห้างใหญ่ๆเลยก็ให้เลยไปอีกหน่อย ก็จะถึงเมกาบางนาแล้วล่ะครับ

ส่วนภาพนี้เป็นบรรยากาศถนนเลียบคลองส่งน้ำสุวรรณภูมิด้านหน้าโครงการนะครับ จะเห็นว่ารอบๆส่วนใหญ่จะเป็นที่ว่างไม่ค่อยมีอะไรเท่าไหร่ และปัจจุบันเค้ามีการนำรั้วมาปิดกั้นทางเข้า-ออกด้านหน้าโครงการไว้แบบนี้แล้วครับ

ผลเลยถ่ายภาพถนนทางเข้าด้านหน้ามาฝากแทนนะครับ ซึ่งปัจจุบันเค้าก็กำลังจะเริ่มก่อสร้างโครงการกันอยู่ด้านใน ส่วนถนนก็มีการแบ่งทางสัญจรชัดเจน พร้อมกับปลูกต้นไม้ริมทางเอาไว้สองข้างแบบนี้ครับ

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • ตลาดตำหรุ ~ 10.2 km.
  • ตลาดนัดบางปูแลนด์ ~ 10.9 km.
  • สถานตากอากาศบางปู ~ 12.3 km.
  • Tesco Lotus บางปู ~ 12.7 km.
  • โรงพยาบาลบางพลี ~ 18.3 km.
  • Big C บางพลี ~ 18.3 km.
  • HomePro สุวรรณภูมิ ~ 20.4 km.
  • เมกาบางนา ~ 24.3 km.
  • มหาวิทยาลัยหัวเฉียว เฉลิมพระเกียรติ ~ 26.6 km.
  • สนามบินสุวรรณภูมิ ~ 29.5 km.

รายละเอียดโครงการ

Highlights

  • เป็นศูนย์ที่พักอาศัยสำหรับผู้สูงอายุแบบครบวงจรแห่งแรกของรัฐบาล เพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า และใช้เป็นต้นแบบของโครงการที่พักผู้สูงอายุอื่นๆของรัฐต่อไป
  • ภายในมีฟังก์ชันที่จำเป็นครบ ทั้งที่โรงพยาบาล พื้นที่พักฟื้นฟูสุขภาพ (บ้านพักคนชรา) และที่พักอาศัยรูปแบบคอนโดมิเนียม
  • การออกแบบอาคารและพื้นที่ส่วนกลาง ซึ่งเน้นหลัก Universal Design และพื้นที่สีเขียวในทุกจุด ทำให้ผู้สูงอายุสามารถออกมาใช้ชีวิต และมีปฏิสัมพันธ์กันภายนอกห้องได้จริง
  • มีบริการทางการแพทย์ที่ครบครัน สามารถเข้าถึงได้ง่ายและรวดเร็ว
  • มีเกณฑ์ในการคัดเลือกผู้พักอาศัยที่เข้มงวด ต่างจากบ้านพักคนชรา หรือที่พักผู้สูงอายุทั่วไป
  • ได้สิทธิประโยชน์บางอย่างจากโครงการ ธนาคาร และโรงพยาบาล

  1. มีสัญชาติไทย อายุไม่ต่ำกว่า 58 ปี ณ วันที่จองสิทธิ หรือมีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ณ วันที่เข้าพักอาศัยจริง
  2. มีสุขภาพแข็งแรง ช่วยเหลือพึ่งพาตัวเองได้ดี ไม่มีอาการของโรคที่เป็นอุปสรรคในการเข้าพักอาศัยภายในโครงการฯ ตามความเห็นของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี เช่น ภาวะสมองเสื่อม มีอาการป่วยทางจิตรุนแรง โรคติดต่อที่ต้องมีการควบคุมโรค เป็นต้น
  3. มีความสามารถทางการเงินในการรับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นในการพักอาศัยภายในโครงการฯ ยอมรับเงื่อนไขการขอสินเชื่อกับธนาคารที่เข้าร่วมโครงการได้ (เฉพาะกรณีที่ผู้สูงอายุหรือบุตรหลาน ที่มีความประสงค์ขอรับสินเชื่อ) และมีรายได้หลังเกษียณอย่างน้อย 30,000 บาท/เดือน โดยอาจเป็นรายได้โดยตรงของผู้สูงอายุ เช่น เงินบำนาญ เงินฝาก เงินออม หรือเงินสนับสนุนจากบุตรหลาน
  4. สามารถมาทำสัญญาภายในระยะเวลาที่กำหนด
  5. หลักเกณฑ์อื่นๆ ซึ่งคณะกรรมการบริหารโครงการพิจารณาแล้วเห็นสมควรกำหนดเป็นหลักเกณฑ์ประกอบการพิจารณา โดยจะได้ประกาศให้ประชาชนทราบโดยทั่วกัน

ต้องบอกก่อนว่า ปัจจุบัน ณ วันที่ผมเขียนรีวิวนี้ เค้าเพิ่งมีการแถลงข่าวประกาศผลการจับสลากรายชื่อผู้ได้สิทธิ์กันไปนะครับ โดยตอนนี้อยู่ระหว่างการคัดกรองสุขภาพ ซึ่งถ้าผลตรวจของใครออกมา “ผ่าน” นอกจากจะได้สิทธิ์ในพักอาศัยและทำสัญญาแล้ว ยังได้สิทธิประโยชน์อื่นๆจากโครงการและโรงพยาบาล ดังนี้

1. สิทธิประโยชน์ในการเข้าพักอาศัยในโครงการ

ผู้สูงอายุจะได้รับสิทธิการพักอาศัย 30 ปี สามารถพักอาศัยได้ไม่เกิน 2 คน/ยูนิต และไม่สามารถซื้อขายหรือโอนสิทธิให้บุคคลอื่นได้ เว้นแต่ขายคืนให้แก่ผู้บริหารโครงการ

กรณีที่ประสงค์จะออกจากโครงการก่อนกำหนด หรือสุขภาพทรุดลงจนไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ (ตามหลักเกณฑ์ของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี) และกรณีเสียชีวิต สิทธิการพักอาศัยจะถูกระงับทันทีโดยไม่ตกทอดแก่ทายาท (ต้องย้ายออก) เว้นแต่คู่สมรสที่ถูกต้องตามกฎหมายที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป และมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงตามที่กำหนด จะสามารถพักอาศัยในโครงการต่อได้จนครบอายุสัญญาได้ครับ

ทั้งนี้ บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด หรือ ธพส. ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงการคลัง ในฐานะผู้จัดสร้างและบริหารโครงการ จะมีข้อกำหนดในการคืนเงินของผู้ได้รับสิทธิอยู่อาศัยทั้ง 2 กรณี ให้กับผู้รับผลประโยชน์ในข้อเสนอโครงการ โดยจะคืนเงินให้ภายหลังจากที่หาผู้เข้าพักรายใหม่ได้แล้ว

2. สิทธิประโยชน์ด้านการดูแลรักษาพยาบาล

  • กรณีเจ็บป่วยฉุกเฉิน สามารถใช้บริการของสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ หรือโรงพยาบาลอื่นๆ ตามสิทธิของบุคคลนั้นๆ หรือหากเจ็บป่วยในระดับปฐมภูมิ สามารถใช้บริการห้องตรวจผู้ป่วยนอก หรือ Extended OPD ที่ศูนย์เรียนรู้และพัฒนาสุขภาวะผู้สูงอายุแบบครบวงจรและบริบาลผู้ป่วยระยะท้าย (มีค่าใช้จ่ายตามสิทธิการรักษา)
  • โครงการมีการจัดทำโครงการส่งเสริมสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ โดยใช้ระบบสมาชิก หรือรูปแบบผลิตภัณฑ์สุขภาพ หรือ Health Package ให้เลือกตามค่าใช้จ่ายที่คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี โดยศูนย์เรียนรู้และพัฒนาสุขภาวะผู้สูงอายุแบบครบวงจรและบริบาลผู้ป่วยระยะท้าย
  • เมื่อเข้าสู่ภาวะติดเตียง และเป็นผู้ป่วยระยะท้าย สามารถใช้บริการ Nursing Home Zone หรือพื้นที่ส่วนให้การดูแลสำหรับผู้สูงอายุที่ต้องการการพักฟื้น และฟื้นฟูสุขภาพ บริหารโดย คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี และ Hospice Zone หรือพื้นที่ส่วนให้การดูแลผู้สูงอายุที่เป็นผู้ป่วยระยะท้าย บริหารโดยศูนย์เรียนรู้และพัฒนาสุขภาวะผู้สูงอายุแบบครบวงจรและบริบาลผู้ป่วยระยะท้าย โดยมีหลักเกณฑ์และค่าใช้จ่ายตามที่คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีกำหนด
  •  สิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพอื่นๆ ตามที่คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดีกำหนด

3. สิทธิประโยชน์ด้านสินเชื่อ เงื่อนไขผ่อนปรนพิเศษ จากสถาบันการเงินเฉพาะกิจและธนาคารรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงการคลัง

ผู้สูงอายุหรือบุตรหลานที่มีความประสงค์เข้าร่วมโครงการ สามารถขอรับสินเชื่อเงื่อนไขผ่อนปรนพิเศษ เพื่อเช่าที่พักอาศัยผู้สูงอายุ รามาฯ – ธนารักษ์ จากธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารออมสิน หรือ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ตามเงื่อนไขของแต่ละธนาคาร

ผู้เข้าร่วมโครงการ สามารถนำสิทธิการพักอาศัยไปผูกพันในการกู้เงิน กับสถาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการได้ตามระเบียบของทางราชการ ทั้งนี้ ธนาคารทั้ง 3 แห่ง ขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาสินเชื่อตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ธนาคารแต่ละแห่งกำหนด

“ศูนย์ที่พักอาศัยสำหรับผู้สูงอายุแบบครบวงจร” (Senior Complex) ตั้งอยู่บนที่ดินราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียนที่ สป.623 (บางส่วน) และ สป.646 (บางส่วน) รวมเนื้อที่ประมาณ 72-1-97 ไร่  ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกรมธนารักษ์ ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ซึ่งแบ่งเป็น 3 ส่วนใหญ่ๆคือ

  1. ศูนย์เรียนรู้และพัฒนาสุขภาวะผู้สูงอายุแบบครบวงจรและบริบาลผู้ป่วยระยะท้าย (Hospice Zone) เนื้อที่ 41-1-90 ไร่
  2. พื้นที่สำหรับผู้สูงอายุที่ต้องการการพักฟื้นหรือฟื้นฟูสุขภาพ (Nursing Home Zone) เนื้อที่ 11-0-07 ไร่
  3. พื้นที่พักอาศัยสำหรับผู้สูงอายุ (Senior Housing Zone) ภายใต้ชื่อ “ที่พักอาศัยผู้สูงอายุ รามาฯ – ธนารักษ์” เนื้อที่ 20-0-00 ไร่

FYI : คำว่า “บางส่วน” ที่เกริ่นในตอนแรก หมายความว่าจริงๆแล้วที่ของราชพัสดุตรงบางพลียังมีเนื้อที่มากกว่านี้อีกครับ ซึ่งทางรัฐบาลคาดว่าอาจมีการขยายเฟส 2 และ 3 เพิ่มขึ้นอีกได้ในอนาคต (เห็นว่าน่าจะประมาณ 50 ไร่) โดยจะดูจากผลตอบรับและความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันเป็นหลัก

ซึ่งกรมธนารักษ์เองก็ยังมีที่ดินทำเลอื่นๆอยู่อีก ก็อาจนำมาทำเป็นโครงการสำหรับผู้สูงอายุเพิ่ม โดยใช้โครงการที่บางพลีเป็นต้นแบบครับ (นาย ยุธนา หยิมการุณ อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าว) ซึ่งอนาคตถ้าใครสนใจโครงการแบบนี้ก็อดใจรอกันสักหน่อย และศึกษาหรือดูรายละเอียดโครงการจากรีวิวนี้ที่ผมได้รวบรวมมาก่อนได้นะครับ

1. Hospice Zone : ศูนย์เรียนรู้และพัฒนาสุขภาวะผู้สูงอายุแบบครบวงจรและบริบาลผู้ป่วยระยะท้าย ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง โดยคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี

ภาพจำลองของโซน Hospice ซึ่งจะมีหลากหลายอาคารเลยครับ เช่น โรงพยาบาลขนาด 400 เตียง เพื่อดูแลผู้สูงอายุที่มีอาการเจ็บป่วยหรืออยู่ในระยะสุดท้าย และอาคารศูนย์การเรียนรู้ต่างๆ

2. Nursing Home Zone : พื้นที่สำหรับผู้สูงอายุที่ต้องการการพักฟื้นหรือฟื้นฟูสุขภาพ มีทั้งห้องเดี่ยวและห้องรวม ซึ่งจะมีทีมแพทย์คอยดูแล และผู้บริบาลดูแลผู้สูงวัยจำนวนกว่า 1,000 คน

ภาพจำลองอาคารในโซน Nursing Home หรือถ้าแปลตรงตัวเลยก็คือ “บ้านพักคนชรา” ซึ่งเป็นพื้นที่สำหรับดูแลผู้สูงอายุทั่วไป ที่เริ่มดูแลหรือช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ โดยจะมีขนาดประมาณ 500 เตียง

3. Senior Housing Zone : พื้นที่พักอาศัยสำหรับผู้สูงอายุแบบครบวงจร

โซนนี้จะเป็นโซนหลักที่เราจะมาพูดถึงในวันนี้ครับ เป็นกลุ่มอาคารพักอาศัย Low Rise สูง 8 ชั้น 7 อาคาร จำนวน 921 ยูนิต ประกอบด้วย

  • อาคาร A1 – A3 มีจำนวนห้องพัก 111 ยูนิต/อาคาร รวม 333 ยูนิต
  • อาคาร B1 – B2 มีจำนวนห้องพัก 189 ยูนิต/อาคาร รวม 378 ยูนิต
  • อาคาร C1 – C2 มีจำนวนห้องพัก 105 ยูนิต/อาคาร รวม 210 ยูนิต

โดยระหว่างโซนที่พักอาศัยและโรงพยาบาล จะมีบึงน้ำขนาดใหญ่คั่นกลางอยู่ สามารถเดินข้ามฝั่งหากันได้ด้วยสะพานนี้ หรือจะใช้วิธีขับรถที่ถนนรอบนอกโครงการก็ได้ครับ และจากภาพจำลองจะเห็นว่า โครงการมีบรรยากาศที่ค่อนข้างร่มรื่น และมีต้นไม้น้อยใหญ่อยู่เยอะเลยครับ ซึ่งนั่นเป็นเพราะเค้ามี “แนวคิดการออกแบบ” คือ

  1. ธรรมชาติบำบัด (Natural Healing)
  2. สังคมบำบัด (Social Healing)
  3. กิจกรรมบำบัด (Activity Healing)
  4. จิต-ปัญญาบำบัด (Spiritual Healing)

ตรงกลางของกลุ่มอาคารที่พักอาศัยจะเป็น Clubhouse ทำให้แต่ละอาคารสามารถมาใช้งานได้สะดวกครับ (โดยเฉพาะอาคาร A1 และ A2 จะอยู่ใกล้ที่สุด) มีความสูง 2 ชั้น ประกอบด้วยฟังก์ชันหลักๆคือ

  • สระว่ายน้ำ
  • ห้องออกกำลังกาย
  • ห้องพยาบาล
  • ห้องภาวนา
  • สิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆสำหรับผู้สูงอายุ

และนี่คือภาพจำลองบรรยากาศ ภายในห้องออกกำลังกายบนชั้น 2 นะครับ การตกแต่งจะเป็นวัสดุประเภทไม้ที่ทำให้ดูอบอุ่นสบายตา รวมถึงผนังรอบๆยังเป็นกระจก ที่สามารถออกกำลังกายไปและชมวิวภายนอกไปพร้อมกันได้ด้วยครับ

ส่วนผังอาคารจะมีความน่าสนใจอยู่ 4 จุดด้วยกัน ดังนี้

  1. พื้นที่พาณิชยกรรมในอนาคต (กรอบสีแดง) : ซึ่งผมคาดว่าน่าจะเป็นร้านค้า ร้านอาหาร หรือ Community Mall เล็กๆ เพื่อรองรับผู้พักอาศัยและบุคคลากรทางการแพทย์ในโครงการครับ เพราะอย่างที่ทราบว่าพื้นที่โดยรอบจะไม่ได้มีแหล่งจับจ่ายใช้สอยใหญ่ๆเท่าไหร่นัก ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้น ก็จะทำให้กลุ่มอาคาร A1, B1 และ C1 ที่อยู่ด้านซ้ายของ Clubhouse มีความสะดวกในการเดินลงมาซื้อของมากขึ้น แต่ก็แลกกับความเป็นส่วนตัวที่ลดลงบ้าง เพราะเป็นพื้นที่สาธารณะที่ทุกคนจะต้องมาใช้งานครับ
  2. ห้องทางทิศตะวันตกของอาคาร B (ที่อยู่ในกรอบสีน้ำเงิน) : ถ้าเป็นประมาณชั้น 3 – 4 ขึ้นไป ซึ่งเป็นระยะที่พ้นพุ่มไม้ในสวนแล้ว จะเป็นห้องที่ได้ทั้งวิวสวนที่อยู่ตรงกลาง และวิวบึงน้ำขนาดใหญ่ที่อยู่ถัดออกไปได้แบบเต็มๆ โดยไม่ต้องมองเฉียงด้านข้างเหมือนห้องอื่นครับ
  3. อาคาร A1 และ A2 จะอยู่ใกล้ Clubhouse มากที่สุด : เหมาะกับคนชอบใช้งานพื้นที่ส่วนกลางบ่อยๆ เช่น ห้องออกกำลังกาย สระว่ายน้ำ และห้องภาวนา เป็นต้น เพราะสามารถเดินมาใช้งานได้สะดวกครับ
  4. กลุ่มอาคาร B และ C ทั้งหมด จะอยู่ใกล้กับพื้นที่จอดรถที่อยู่รอบนอก : เหมาะกับคนที่มีรถยนต์ใช้ หรืออาจมีญาติมาเยี่ยมหาบ่อยๆก็ได้

Image 1/7
แปลนอาคาร A1

แปลนอาคาร A1

ถ้าเป็นกลุ่มอาคารย่อยของ A, B หรือ C จะมีแปลนอาคารที่เหมือนกันเลยครับ โดยอาคาร B จะเป็นอาคารเดียวที่มีรูปทรงเป็นตัว L และมีจำนวนยูนิตหรือความหนาแน่นมากที่สุดอีกด้วย ซึ่งอาคารทั้ง 3 แบบ ยังมีลักษณะที่ต่างกันออกไปดังนี้

เริ่มที่ชั้น 1 ของอาคารทั้ง 3 จะเห็นว่ามีเฉพาะอาคาร A และ C เท่านั้น ที่มีห้องพักอาศัยเริ่มต้นที่ชั้น 1 ซึ่งเป็นห้องที่เหมาะกับคนชอบความใกล้ชิดกับธรรมชาติ อย่างสวนหรือต้นไม้ และอาจไม่สะดวกขึ้น-ลงลิฟต์สักเท่าไหร่นัก ส่วนอาคาร B จะมีพื้นที่จอดรถใต้อาคารเข้ามาแทนครับ ซึ่งก็เหมาะกับคนที่มีรถยนต์ส่วนตัวที่ใช้งานเป็นประจำ

กับอีกจุดหนึ่งคือฟังก์ชันส่วนกลางใต้อาคาร ซึ่งอาคาร C จะไม่มีทั้งห้องซักรีด และห้องพยาบาลเหมือนอาคาร A และ B แต่ด้วยลักษณะของผังโครงการที่อาคาร B กับ C จะอยู่ใกล้กัน และโถงล็อบบี้ก็จะอยู่ไม่ห่างกันมาก ดังนั้นคนที่อยู่อาคาร C ก็อาจต้องเดินมาใช้งานที่ใต้อาคาร B แทนครับ

ในส่วนของอาคาร A1 – A3 หากมองจากภายนอกจะเห็นลักษณะอาคาร ที่ลดหลั่นกันเป็นขั้นบันไดแบบนี้ครับ

นั่นเป็นเพราะ… ยิ่งชั้นที่สูงขึ้นจำนวนห้องพักก็จะยิ่งลดลง ทำให้ชั้นบนๆได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น โดยพื้นที่ที่หายไปในแต่ละชั้น ทางโครงการได้ออกแบบเป็นพื้นที่ระเบียงและบันได ให้สามารถเดินเชื่อมต่อกันได้ทุกชั้น พร้อมกับปลูกต้นไม้เพิ่มความร่มรื่น ซึ่งผู้สูงอายุสามารถออกมาเดินเล่นออกกำลังกาย นั่งพักผ่อน และมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกันได้นั่นเองครับ

อีกทั้งยังสามารถออกมายืนชมวิวบึงน้ำขนาดใหญ่ได้แบบเต็มๆด้วยนะ จะได้ไม่ต้องใช้วิธีมองแบบเฉียงๆด้านข้างเหมือนเวลาอยู่ในห้องพักครับ

ส่วนอาคาร B กับ C เค้าจะอยู่ใกล้กัน และโอบล้อมพื้นที่สวนตรงกลางเอาไว้ เหมาะกับคนที่รักธรรมชาติ ชอบอยู่ใกล้ต้นไม้ร่มรื่น หรือจะมาเดินเล่น และทำกิจกรรมที่สวนเป็นประจำ

ซึ่งกิจกรรมภายในสวนก็จะมีหลายโซนเลยครับ เช่น ลานออกกำลังกาย รำไทเก็ก โยคะ บอร์ดเกมส์ ธาราบำบัด ลานปิกนิก เต้นลีลาศ แอโรบิค ที่นั่งเล่นใต้ต้นไม้ ศาลาริมน้ำ การวาดภาพ เส้นทางจักรยาน เป็นต้น โดยภายในสวนก็จะมีทั้งราวจับ ทางลาด และพื้นยาง เพื่อความปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุ ตามหลักการออกแบบ Universal Design อีกด้วยครับ

ส่วนบนดาดฟ้าของแต่ละอาคารก็จะมีการทำ Urban Farm ปลูกพืชผักสวนครัวในกระบะ ให้ผู้สูงอายุมีกิจกรรมช่วยกันดูแลรดน้ำ และเก็บผลผลิตไปทานได้ด้วยครับ

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • อาคาร Clubhouse
  •  สระว่ายน้ำ
  •  ห้องออกกำลังกาย
  •  ห้องพยาบาล
  • ห้องภาวนา
  • สวนสาธารณะและลานกิจกรรม
  • ห้องซักรีด
  • ระเบียง สวน และแปลงปลูกผักบนอาคาร
  • ลิฟต์โดยสาร 2 ตัว/อาคาร
  • อัตราส่วนลิฟต์รวมทั้งโครงการ 65 :  1
  • อัตราส่วนลิฟต์ตึก A 55 : 1
  • อัตราส่วนลิฟต์ตึก B 94 : 1
  • อัตราส่วนลิฟต์ตึก C 52 : 1
  • ที่จอดรถประมาณ n/a คันคิดเป็น n/a%
  • ระบบรักษาความปลอดภัยในโครงการ  CCTV / มีพยาบาลคอยดูแลใต้อาคารตลอด 24 ชม.

แบบห้อง

Highlights

  • เป็นสิทธิ์การเช่าถือครองระยะยาว 30 ปี (หรือ Leasehold) ซึ่งผู้พักอาศัยจะไม่ได้กรรมสิทธิ์ในการเป็นเจ้าของ ที่จะสามารถนำไปขายต่อ หรือดัดแปลงห้องเองได้ตามใจชอบ (ซึ่งจริงๆแล้วห้องไซส์ใหญ่มีเนื้อที่มากพอ ให้กั้นห้องอเนกประสงค์เล็กๆเพิ่มได้ครับ)
  • ห้องพักออกแบบด้วยหลัก Universal Design เหมาะกับผู้สูงอายุหรือผู้ใช้วีลแชร์
  • มีเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้ามาให้ พร้อมอยู่อาศัย
  • เป็นห้องขนาดเล็ก เหมาะกับการอยู่อาศัย 1 – 2 คน

โครงการจะมีแค่เฉพาะห้อง 1 Bedroom เท่านั้นนะครับ ซึ่งจะมีทั้งหมด 5 ขนาด และสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 Type ใหญ่ๆ ตามลักษณะความกว้างของพื้นที่ใช้งานคือ

  • Type 1 : ห้อง 1 Bedroom 31.71 – 33.68 ตร.ม. ช่วงราคา 1.82 – 2.1 ล้านบาท
  • Type 2 : ห้อง 1 Bedroom 45.72 – 49.66 ตร.ม. ช่วงราคา 2.8 – 2.99 ล้านบาท

ซึ่งเราลองนำตัวอย่างของห้องทั้ง 2 แบบมาเปรียบเทียบกันดูดีกว่าครับว่า จะมีความเหมือนหรือความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง และเป็นห้องที่เหมาะกับใคร

  • กรอบสีแดง : นอกจากภายนอกอาคารแล้ว ฟังก์ชันภายในห้องพักอาศัยก็ถูกออกแบบตามหลัก Universal Design เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถใช้งานได้ง่าย ได้แก่ มีระยะให้รถวีลแชร์สามารถหมุนตัวได้อย่างน้อย 1.5 m. ประตูทุกบานใช้เป็นประตูบานเลื่อน เพื่อประหยัดพื้นที่เวลาเปิด-ปิด และคนนั่งรถวีลแชร์อยู่ก็ใช้งานได้ รวมถึงห้องน้ำจะไม่มีพื้นต่างระดับ และมีราวจับต่างๆในการช่วยพยุงตัว ป้องกันอุบัติเหตุจากการลื่นล้มครับ
  • กรอบสีน้ำเงิน : ห้องที่มีขนาดใหญ่จะได้เคาน์เตอร์ครัว และพื้นที่วางโต๊ะทานอาหารที่มีขนาดใหญ่ขึ้น เหมาะกับคนที่ชอบทำอาหารทานเองในห้อง รวมถึงอาจเป็นคนที่มีแขกมาทานอาหารร่วมกันหลายคนบ่อยๆ เช่น ลูกหลาน หรือเพื่อนบ้าน เป็นต้น
  • กรอบสีชมพู : ห้องใหญ่จะมีมุมอเนกประสงค์ข้างหน้าต่างเพิ่มขึ้นมา เหมาะกับผู้สูงอายุที่ยังต้องการพื้นที่ทำงาน อยากได้มุมอ่านหนังสือ หรือมุมทำงานอดิเรกดีๆสักจุด เพราะเป็นตำแหน่งที่ได้แสงธรรมชาติและชมวิวภายนอกได้ด้วยครับ ซึ่งช่องหน้าต่างนี้เองก็จะทำให้ Common Area มีความกว้างและโปร่งโล่งมากขึ้นอีกด้วย และจากแปลนเราจะเห็นว่าพื้นที่หลังโซฟาเหลือค่อนข้างมาก นั่นเป็นเพราะเค้าเว้นระยะเผื่อสำหรับคนที่ต้องใช้วีลแชร์ด้วยนั่นเอง แต่หากผู้สูงอายุท่านไหนที่ไม่ได้ใช้ก็สามารถขยับโซฟาให้ถอยหลังมาได้อีกหน่อย เพื่อเพิ่มระยะดูทีวีให้ไกลและสบายตามากขึ้นอีกได้

ส่วนภาพบรรยากาศในห้องจะเป็นอย่างไร สามารถเลื่อนชมใน Gallery ด้านล่างนี้ได้เลยครับ

Image 1/4

แบบแปลน

ราคา

19 January 2021

ผู้สูงอายุต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเพื่อเข้าพักอาศัย โดยมีประมาณการค่าใช้จ่ายประกอบด้วย

1. ราคาห้องพัก จาก ธพส. มี 5 ระดับราคา ดังนี้

2. ค่าใช้จ่ายส่วนกลางในการดูแลรักษาอาคาร เริ่มต้นประมาณเดือนละ 2,000 บาท/ปี กำหนดล่วงหน้า 3 ปี

3. ค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพ เดือนละ 2,000 บาท/คน/เดือน กำหนดล่วงหน้า 1 ปี

4. ต้องเปิดบัญชีเงินฝากกับธนาคารพันธมิตรโครงการ ได้แก่ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารออมสิน หรือ บมจ. ธนาคารกรุงไทย ในลักษณะเงินฝากประจำ หรือ Escrow Account จำนวนเงิน 300,000 บาท (สามแสนบาทถ้วน) โดยมีเงื่อนไขในการเบิกจ่ายเพื่อให้เป็นทุนสำรองในการดำรงชีพขณะอยู่ในโครงการเท่านั้น และจะต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้บริหารโครงการในการถอนหรือปิดบัญชี

5. ค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ชำระตามจริง… ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายดังกล่าวให้เป็นไปตามที่ ธพส. และคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีกำหนด โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารโครงการ โดยสงวนสิทธิในการปรับปรุงค่าใช้จ่ายดังกล่าวให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ครับ

บทสรุป

โครงการ Senior Complex รามาฯ – ธนารักษ์ ถือเป็นที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุแบบครบวงจรแห่งแรกของภาครัฐ ซึ่งมีทั้งโรงพยาบาล ศูนย์พักฟื้นฟูสุขภาพ (หรือบ้านพักคนชรา) และคอนโดผู้สูงอายุ หรือพูดง่ายๆก็คือ นอกจากจะมีที่พักอาศัยที่มีบรรยากาศดี ออกแบบตามหลัก Universal Design แล้ว ยังอุ่นใจเพราะได้อยู่ใกล้หมออีกด้วยครับ

โดยคนที่จะสามารถพักอาศัยที่คอนโดของ Senior Complex แห่งนี้ได้ จำเป็นต้องมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ช่วยเหลือตัวเองได้ รวมถึงชื่นชอบโครงการที่ร่มรื่นไปด้วยพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ มีกิจกรรมให้ทำที่หลากหลาย และมีความสามารถในการผ่อนชำระได้ตามที่กำหนด

ซึ่งปัจจุบันที่กำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเข้าไปทุกทีนะครับ เลยทำให้เกิดที่อยู่อาศัยเพื่อรองรับคนกลุ่มนี้กันมากขึ้น ซึ่งปกติแล้วเราจะคุ้นเคยกับโครงการประเภท บ้านพักคนชราหรือคอนโดมิเนียมของเอกชน กันซะมากกว่า แต่สำหรับโครงการ Senior Complex รามาฯ – ธนารักษ์ จะเป็นรูปแบบสิทธิ์การเช่าถือครองระยะยาว 30 ปี (หรือ Leasehold) ซึ่งหากลองมาเปรียบเทียบกับโปรดักส์อื่นๆในตลาด จะเป็นดังนี้ครับ

จากตารางเมื่อเราลองคำนวณค่าใช้จ่ายในช่วง 30 ปีจะเห็นว่า โครงการ Senior Complex จะมีค่าห้องและค่าส่วนกลางรวมกันอยู่ในช่วงประมาณ 2.54 – 3.72 ล้านบาท ซึ่งเป็นราคาที่ถูกกว่าบ้านพักคนชราบางแห่ง แต่จะมีข้อจำกัดที่ต่างจากบ้านพักคนชราทั่วไปคือ ต้องสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ เช่น ความสะอาดห้องเอง และหาอาหารทานเอง (มีค่าอาหารที่ต้องรับผิดชอบเองเพิ่มขึ้น) แต่เราก็จะได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้นกว่าเดิมครับ

และถ้าเราลองเทียบกับคอนโดผู้สูงอายุของเอกชน ก็ยังถือว่ามีราคาที่ถูกกว่าเยอะ ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะค่าส่วนกลางของ Senior Complex เค้าคิดเป็นรายคน ไม่ได้คิดตามขนาดพื้นที่ห้องเหมือนคอนโดครับ แต่ถ้าห้องไหนที่อยู่ด้วยกัน 2 คน ผมก็คิดว่าค่าส่วนกลางน่าจะพอๆกับที่อื่น แต่มีอีกสิ่งหนึ่งที่ต่างจากคอนโดส่วนใหญ่คือ Senior Complex จะเป็นการเช่าระยะยาว 30 ปีไม่ใช่ขายขาดนั่นเองครับ


BOTTOM LINE

โครงการ Senior Complex เหมาะกับคนที่มองหาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุแบบครบวงจรของภาครัฐ ที่เป็นรูปแบบสิทธิ์การเช่าถือครองระยะยาว 30 ปี (หรือ Leasehold) ซึ่งมีราคาจับต้องได้ง่ายกว่าคอนโดของเอกชน และอยู่ในการดูแลของคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มีสภาวะแวดล้อมที่สวยงามร่มรื่น และถูกออกแบบตามหลัก Universal Design โดยมีงบประมาณอยู่ที่ 1.82 – 2.99 ล้านบาท


ThinkofLiving มี LINE Official Account แล้วนะครับ
ไม่อยากพลาดข้อมูลข่าวสารก็ Add เลย > https://lin.ee/svACOxc