รีวิวฉบับที่ 1658 … สวัสดีครับ วันนี้มีคอนโดย่านฝั่งธนฯมาฝากกันอีกแล้ว กับโครงการ Lumpini Vill สุขสวัสดิ์-พระราม 2 เป็นคอนโด High Rise สูง 26 ชั้น ตัวใหม่ล่าสุดจาก LPN ออกแบบด้วยแนวคิดเพื่อชุมชนน่าอยู่ ได้ใกล้ชิดธรรมชาติ เน้นพื้นที่สีเขียว มีส่วนกลางที่หลากหลาย และมีจำนวนยูนิตน้อยได้ความเป็นส่วนตัว ในราคาเริ่มต้น 1.69 ล้านบาท

Fact @ 15 August 2018

  • Lumpini Ville Suksawat-Rama 2 (ลุมพินี วิลล์ สุขสวัสดิ์-พระราม 2)
  • บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)
  • MAIN CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ในเขต : จอมทอง
  • คอนโด High Rise 26 ชั้น 1 อาคาร 377 ยูนิต และร้านค้า 1 ยูนิต
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 20 ยูนิต
  • ที่จอดรถประมาณ 127 คันคิดเป็น 34% ไม่รวมจอดซ้อนคัน
  • ที่ดินประมาณ 2-0-86 ไร่
  • เริ่มก่อสร้าง :  ส.ค. 2561
  • คาดว่าจะแล้วเสร็จ : ปลายปี 2562
  • 1 Bedroom 23 – 27 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 1.69 ล้านบาท
  • 2 Bedrooms 36 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 2.59 ล้านบาท
  • ฝ้าเพดานสูง 2.4 เมตร
  • ราคาห้องเริ่มต้น 1.69 ล้านบาท
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรทั้งโครงการ 76,600 บาท/ตร.ม.
  • EIA (การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม) : ผ่านแล้ว
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • Call Center : 02-689-6888

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วครับ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างครับ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.684323, 100.488189

แผนที่จากทางโครงการครับ ตั้งอยู่บนถนนพระราม 2 เขตจอมทอง กรุงเทพฯ

มาดูแผนที่จริงกันบ้างครับ โครงการ Lumpini Ville สุขสวัสดิ์-พระราม2 ตั้งอยู่บนถนนพระราม 2 ตัดกับถนนสุขสวัสดิ์ ตรงหัวมุมถนนที่บริเวณแยกพระราม 2 เป็นทำเลย่านฝั่งธนฯ สามารถเข้าเมืองได้ง่ายโดยใช้เส้นถนนสุขสวัสดิ์เพื่อขึ้นเหนือไปทางวงเวียนใหญ่ หรือข้ามสะพานพระราม 3 ไปฝั่งพระนครเพื่อไปยังสีลม สาทร ที่ถือเป็น CBD ที่สำคัญแห่งหนึ่งของกรุงเทพและเต็มไปด้วยแหล่งงานในตัวเมือง หรือจะลงใต้ไปทางพระประแดงก็ได้ นอกจากนี้ยังสามารถออกเมืองได้ง่ายโดยใช้ถนนพระราม2 หรือถนนสายธนบุรี-ปากท่อ เพื่อไปสมุทรสาครหรือมหาชัยซึ่งเป็นแหล่งโรงงานอุตสาหกรรมจำนวนมากได้ และอีกหนึ่งจุดเด่นของทำเลย่านนี้คือทางด่วนหรือทางพิเศษต่างๆที่ช่วยทำให้เข้า-ออกเมืองได้สะดวกมากขึ้น โดยสามารถใช้ทางพิเศษเฉลิมมหานครเพื่อเข้าเมืองไปทางพระราม 4 สีลม และสาทรได้ หรือจะใช้ทางพิเศษกาญจนาหรือวงแหวนอุตสาหกรรมกรุงเทพมหานครฝั่งใต้เพื่อไปบางนา สมุทรปราการก็สะดวก

ด้านความอุดมสมบูรณ์บนเส้นถนนพระราม2 จะอยู่บริเวณเซ็นทรัลพระราม 2 ที่รายล้อมไปด้วยตลาดและห้างสรรพสินค้าอื่นๆได้แก่ ห้างบิ๊กซี , SB , โฮมโปร , ไทวัสดุ , เทสโก้โลตัส และตลาดกรีนเดย์ไนท์ ส่วนความอุดมสมบูรณ์อีกจุดหนึ่งจะอยู่บนถนนสุขสวัสดิ์ซึ่งมีห้างบิ๊กซีกับเทสโก้โลตัสตั้งอยู่ นอกจากนี้บนถนนทั้ง 2 เส้น ยังเต็มไปด้วยโรงพยาบาลต่างๆหลายแห่งทั้ง รพ.บางปะกอก 9, รพ.บางมด, รพ.พระราม 2, รพ.บางปะกอก 1, รพ.สุขสวัสดิ์ และรพ.ราษฎร์บูรณะ มีสถานศึกษาระดับมหาวิทยาลัยคือ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ส่วนแหล่งงานและอาคารสำนักงานใหญ่ๆส่วนมากจะอยู่ทางฝั่งพระราม 3 เช่น อาคารดีสินชัย และอาคารบุญญสถิตย์ เป็นต้น

สำหรับการเดินทางโดยไม่ใช้รถนั้น ถนนสุขสวัสดิ์เป็นเส้นที่มีการวางแผนว่าจะมีโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ เตาปูนราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) ซึ่งพึ่งได้รับการอนุมัติจาก ครม. และมีแผนจะก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณปี 2566 – 2567 ใช้ระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 6 ปี โดยสถานีที่ใกล้โครงการมากที่สุดคือ สถานีดาวคะนอง ตั้งอยู่ระหว่างซอยสุขสวัสดิ์ 12 – 14 และสถานีบางปะกอก ตั้งอยู่ระหว่างซอยสุขสวัสดิ์ 23 – 25 และมีอาคารจอดรถด้วย ซึ่งถ้าหากโครงการรถไฟฟ้าเปิดใช้บริการได้สำเร็จก็จะทำให้คนในย่านนี้สามารถเดินทางเข้าเมืองได้ง่ายมากขึ้นเลยทีเดียว

ส่วนการเดินทางด้วยรถยนต์สำหรับย่านนี้นับว่าสะดวกมาก เพราะมีทางด่วนให้เลือกใช้ 2 เส้นทาง สามารถเข้าหรือออกเมืองได้ง่าย โดยมีจุดขึ้นทางพิเศษเฉลิมมหานครอยู่ตรงเส้นถนนพระราม 2 ซึ่งมีระยะห่างจากโครงการเพียง 2.1 km. เท่านั้น และในขากลับถ้ามาลงตรงจุดลงทางพิเศษเฉลิมมหานครที่ถนนพระราม 2 จะต้องไปกลับรถที่กลับรถที่ถนนสุขสวัสดิ์เพื่อมายังโครงการ โดยจะมีระยะทางประมาณ 2.1 km. เช่นกัน

แต่ถ้าใครที่ต้องการใช้ทางพิเศษเฉลิมมหานครเพื่อเข้าเมืองเป็นประจำอยู่แล้ว แต่ไม่ต้องการเสียเวลาวนมากลับรถไกลที่ถนนสุขสวัสดิ์อีก แนะนำให้ใช้ทางลงที่ถนนสุขสวัสดิ์เลยจะง่ายกว่า ซึ่งมีระยะกลับรถที่ไม่ไกลมากนักและไม่ต้องเสียเวลาขับอ้อมไปลงถึงพระราม 2 แล้วย้อนกลับมาอีกทีหนึ่ง โดยมีระยะทางรวมประมาณ 4.1 km. ส่วนเวลาขึ้นก็ใช้ทางเดิมตรงจุดขึ้นบนถนนพระราม 2 จะสะดวกที่สุดแล้วครับ

และสำหรับใครที่ต้องการใช้วงแหวนกาญจนาภิเษกเพื่อไปทางบางนา สมุทรปราการ ก็แนะนำให้ใช้ถนนสุขสวัสดิ์มุ่งหน้าลงมาทางพระประแดงเพื่อมาขึ้นวงแหวนกาญจนาที่ด้านล่างได้ โดยมีระยะทางจากตัวโครงการประมาณ 9 km. ส่วนขากลับก็เช่นเดียวกันให้ใช้จุดลงบนถนนสุขสวัสดิ์เพื่อมายังโครงการ โดยมีระยะทางประมาณ 8.5 km.

ส่วนทางขึ้นอีกจุดหนึ่งบริเวณถนนพระราม 2 นั้นจะอยู่ห่างจากโครงการประมาณ 9.8 km. ซึ่งมีระยะทางที่พอๆกันกับจุดขึ้น-ลงที่ถนนสุขสวัสดิ์ แต่สำหรับใครที่ต้องการเดินทางเข้าเมืองนั้นจะไม่แนะนำเพราะเป็นเส้นทางที่ต้องไปอ้อมเขตทุ่งครุเพื่อกลับมาข้ามแม่น้ำเจ้าพระยามาฝั่งสมุทรปราการอีกที ทำให้มีระยะทางรวมที่ไกลกว่ามาก

สำหรับการเดินทางในวันนี้ผมเลือกใช้วงแหวนกาญจนาภิเษกข้ามมาฝั่งธนฯจากสมุทรปราการ โดยใช้จุดลงวงแหวนตัดเข้าสู่ถนนสุขสวัสดิ์ มุ่งหน้าขึ้นเหนือมาทางพระราม 2 อีกประมาณ 8.5 km. ก็จะเจอที่ตั้งโครงการทางซ้ายมือตรงหัวมุมของแยกถนนพระราม2 ตัดกับถนนสุขสวัสดิ์

เริ่มต้นเมื่อลงมาจากวงแหวนกาญจนาภิเษกแล้วให้ขับรถตรงไปเรื่อยๆบนถนนสุขสวัสดิ์มุ่งหน้าไปทางพระราม 2 – ราษฎร์บูรณะ

ขับมาเรื่อยๆจะขับผ่านทางพิเศษเฉลิมมหานครที่สามารถใช้ไปดินแดง บางนาหรือแจ้งวัฒนะได้ จากตรงนี้ให้เราขับตรงไปอีกเรื่อยๆตามป้ายดาวคะนอง

ขับมาจะเจอกับแยกประชาอุทิศ ก็ให้ขับตรงต่อไปอีกครับ

สังเกตป้ายบอกทาง สุขสวัสดิ์ – พระราม2 ให้ขับตรงไปครับ

เริ่มเข้าเขตอุดมสมบูรณ์ของถนนสุขสวัสดิ์แล้ว สังเกตดูจะมีห้างเทสโก้โลตัสทางด้านขวามือ

เลยมาหน่อยมีคอนโดตึกสูงชื่อ ISSI Condo อยู่ใกล้ๆกับห้างบิ๊กซีและมีกรมสรรพากรอยู่ฝั่งตรงข้าม

ขับเลยมาอีกหน่อยตามป้ายบอกทางไปพระราม 2 ที่ต้องเลี้ยวซ้ายที่แยกข้างหน้า ให้อยู่เลนซ้ายเอาไว้นะ

ใกล้ๆถึงสะพานข้ามคลองให้ชิดซ้ายแล้วชะลอรถเพื่อเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนหน้าโครงการ (ถ้าตรงไปแล้วเลี้ยวซ้ายไปตามทางหลัก จะเป็นทางไปถนนพระราม2)

เมื่อเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนหน้าโครงการแล้วก็จะเจอกับ Sale Gallery ให้ขับตรงมาแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าสู่โครงการเพื่อจอดรถข้างๆ Sale Gallery ได้เลยครับ

หน้าตาของ Sale Gallery ดูเรียบง่ายสไตล์ Modern และใช้โทนสีเหลืองทำให้ดูเด่นสะดุดตา สังเกตได้ง่าย

เมื่อเข้ามาด้านในสิ่งแรกที่เห็นคือมีโมเดลโครงการตั้งอยู่ตรงกลาง ด้านในมีเคาน์เตอร์ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่คอยให้ข้อมูลโครงการนั่งอยู่ตลอดเวลา ส่วนทางด้านซ้ายก็มีชุดโต๊ะเก้าอี้และโซฟาคอยให้บริการอยู่หลายชุด

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะครับ

สภาพแวดล้อมโดยรอบโครงการเป็นชุมชนแนวราบ และติดถนนใหญ่ทั้ง 2 ด้าน จึงไม่มีตึกสูงมาบดบังวิวในระยะประชิด สามารถสรุปได้ ดังนี้

  • ด้านทิศเหนือ ติดกับ ถนนสุขสวัสดิ์ เห็นชุมชนแนวราบสูงไม่เกิน 4 ชั้น มีคอนโดสูง 29 – 32 อยู่ในระยะไกลและเห็นแม่น้ำเจ้าพระยาบางส่วน
  • ด้านทิศใต้ ติดกับ วัดโพธิ์แก้วกับโรงเรียนวัดโพธิ์แก้ว ชุมชนแนวราบสูงไม่เกิน 4 ชั้น และวิวแบบเปิดโล่ง
  • ด้านทิศตะวันออก ติดกับ ชุมชนแนวราบ มองเห็นถนนสุขสวัสดิ์ บิ๊กซีบางปะกอก และคอนโดสูง 24 ชั้นในระยะห่างออกไป
  • ด้านทิศตะวันตก ติดกับ ถนนหลักพระราม 2 สะพานข้ามแยกพระราม 2 และชุมชนแนวราบวิวเปิดโล่ง

มาเดินดูรอบๆโครงการกันดีกว่าครับ เริ่มที่ด้านหน้าโครงการบริเวณทางเข้าหลัก

เราลองไปดูทางด้านซ้ายกันก่อนนะครับ ซึ่งติดกันเป็นสะพานข้ามคลองบางปะกอกของถนนสุขสวัสดิ์

เส้นถนนสุขสวัสดิ์นี้เป็นเส้นทางที่ใช้เดินทางมาในตอนแรกก่อนหน้านี้นั่นเอง ลองถ่ายหันมาทางด้านซ้ายจะเห็นได้ว่าด้านหลังติดรั้วโครงการเป็นคลองบางปะกอก ซึ่งเป็นคลองที่สะอาดดี ไม่มีขยะหรือกลิ่นรบกวนนะ

เดินตรงต่อมาจะเจอทางแยกซึ่งเลี้ยวซ้ายซอยข้างหน้านี้จะเป็นถนนหน้าโครงการ แต่ถ้าเลี้ยวไปตามทางหลักจะไปถนนพระราม 2

จากภาพ ณ วันที่ไปถ่ายรีวิวจะเห็นว่ายังมีการทำทางเท้าของถนนกันอยู่ ซึ่งต้องขอบอกไว้ก่อนว่าถนนหน้าโครงการ สวน เกาะกลางถนน และทางเท้าทั้ง 2 ข้างทางนี้เป็นของกรมทางหลวงดูแล ไม่ใช่ของโครงการนะครับ ถือเป็นถนนทางสาธารณะที่คนภายนอกก็มาใช้ได้เช่นกัน

กลับมาที่ด้านหน้าโครงการ คราวนี้เราลองไปดูทางด้านขวากันบ้าง

ติดกับรั้วโครงการเป็นเหมือนโกดังเก็บของหรือโรงจอดรถ และมีตึกแถวสูง 4 ชั้นเรียงต่อกันเป็นแนวยาว ที่ใต้ตึกเปิดเป็นร้านมอไซค์และโรงรับจำนำ

ส่วนทางด้านขวาเป็นทางออกจากถนนหน้าโครงการสู่ถนนพระราม 2

ตึกแถวต่อมาเปิดเป็นสำนักงานและบริษัทต่างๆซึ่งด้านหน้ามีรถจอดอยู่เต็มไปหมด

มองตรงต่อมาจะเห็นสะพานลอยอยู่ไม่ไกล และถ้าใครเดินทางมาจากทางพระราม 2 จะพบว่า Google Map จะให้กลับรถก่อนถึงแยกพระราม 2 แล้วจะชิดซ้ายทันทีเพื่อเลี้ยวเข้ามายังถนนหน้าโครงการเพื่อขับย้อนกลับไปยังโครงการได้ แต่ในความเป็นจริงนั้นไม่สามารถทำได้เนื่องจากมีรถจอดขวางทางอยู่เต็มไปหมด และการกลับรถแล้วชิดซ้ายทันทีเพื่อเลี้ยวเข้าถนนย่อยในระยะกระชั้นชิดนั้นอันตรายเกินไป จึงแนะนำให้ไปกลับรถที่ถนนสุขสวัสดิ์จะปลอดภัยกว่าครับ

เลยมาอีกนิดมีป้ายรถเมล์อยู่ด้วย แต่ป้ายรถเมล์ของย่านนี้จะไม่มีหลังคาคลุมให้แบบในตัวเมืองที่เราคุ้นหน้าคุ้นตากันสักเท่าไหร่นะ

สะพายลอยตั้งอยู่หน้าปากซอยของพระราม 2 ซอย 1 หรือซอยวัดโพธิ์แก้ว

ด้านในซอยเป็นชุมชนตึกแถวสูง 4 ชั้น และข้างในสุดจะมีวัดโพธิ์แก้ว และโรงเรียนวัดโพธิ์แก้วตั้งอยู่ติดกับรั้วโครงการด้านหลังเลย

ถัดมาจะมีร้านกาแฟเล็กๆอยู่ตรงใต้บันไดด้วยนะ

ขึ้นมาด้านบนสะพานลอยจะมีทางยกระดับพาดผ่านและมีหลังคาคลุมให้บางส่วน ใต้ทางยกระดับไม่เตี้ยมากครับ คนสูง 180 cm. ก็เดินผ่านได้สบายๆ

หันมามองถนนทางด้านขวากันก่อนนะ เป็นถนนพระราม 2 ฝั่งมุ่งหน้าไปตัดกับถนนสุขสวัสดิ์ที่แยกพระราม 2 จะเห็นได้ว่าภาพด้านซ้ายที่เป็นฝั่งขาเข้ารถค่อนข้างเยอะมาก นี่ขนาดเป็นช่วงสายแล้วนะ ถ้าเลี้ยวซ้ายก็จะไปพระราม 3 ท่าพระ หรือวงเวียนใหญ่ได้ ส่วนภาพทางด้านขวาเป็นฝั่งขาออกและจะมองเห็นที่ตั้งโครงการที่หัวมุมถนนด้วย ถนนฝั่งนี้รถไม่เยอะมากครับ

หันกลับมาดูอีกฝั่งกันบ้าง ภาพทางด้านซ้ายเป็นถนนฝั่งขาออกต่อเนื่องจากภาพเมื่อสักครู่ เป็นเส้นทางที่สามารถใช้ไปขึ้นทางพิเศษเฉลิมมหานครได้ในระยะทางประมาณ 2.1 km. เหมือนที่เราได้ดูแผนที่กันไปแล้วก่อนหน้านี้ จะเห็นว่ารถไม่ค่อยเยอะมาก จึงสามารถไปขึ้นทางด่วนได้สะดวกและรวดเร็ว ส่วนภาพทางด้านขวาเป็นฝั่งขาเข้า รถค่อนข้างเยอะมากพอสมควร

ปิดท้ายกันด้วยภาพอาคารฝั่งตรงข้ามเป็นตึกแถวสูง 4 ชั้น ที่ใต้ตึกไม่มีร้านสะดวกซื้อหรือร้านอาหารมาเปิดเลย ฉนั้นถ้าจะหาของกินอาจต้องไปแถวๆเซ็นทรัลพระราม 2 หรือตลาดแถวๆนั้น และอีกจุดหนึ่งคือแถวๆบิ๊กซีที่ถนนสุขสวัสดิ์ครับ

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น 

  • Big C บางปะกอก – 3.5 km.
  • รพ.บางมด – 3.8 km.
  • Health Land – 4.2 km.
  • รพ. บางปะกอก 1 – 4.3 km.
  • Tesco Lotus บางปะกอก – 4.6 km.
  • รพ. สุขสวัสดิ์ – 4.7 km.
  • รพ. ราษฎร์บูรณะ – 5 km.
  • รพ. ประชาพัฒน์ – 5 km.
  • รพ. บางปะกอก 9 – 5.1 km.
  • SB HomePro Rama 2 – 5.6 km.
  • Big C Rama 2 – 5.9 km.
  • กรมสรรพกรบางขุนเทียน – 6 km.
  • รร. วรรณสว่างจิต – 6.2 km.
  • Central Rama 2 – 7.2 km.
  • มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี – 7.8 km.
  • รร. จินดาศึกษา – 8.7 km.
  • Tesco Lotus Rama 2 – 8.7 km.
  • รร. พรพิมพ์ พระราม 2 – 10 km.
  • รพ. พระราม 2 – 11.3 km.
  • ตลาดสำเพ็ง 2 – 11.7 km.
  • Makro บางบอน – 14.7 km.


เจาะลึกตัวโครงการ

ภาพจำลองบรรยากาศโครงการ Lumpini Ville สุขสวัสดิ์-พระราม2 เป็นคอนโด High Rise สูง 26 ชั้น ตั้งอยู่ตรงหัวมุมถนนพระราม 2 ตัดกับถนนสุขสวัสดิ์ บริเวณแยกพระราม 2 ตัวอาคารใช้สี Earth tone โทนสีนี้เป็นสีที่ดึงมาจากธรรมชาติที่อยู่รอบตัวเรา ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย และมีการนำเส้นสีเหลือสดช่วยเพิ่มลูกเล่นให้อาคารดูโดดเด่นไม่น่าเบื่อ

ภาพบรรยากาศจำลองทางเข้าโครงการ รั้วโครงการเป็นกำแพงสีขาวดูเรียบง่ายตัดกับต้นไม้สีเขียวช่วยเพิ่มความโดดเด่นของรั้วได้ดี ประตูทางเข้ากั้นด้วยไม้กระดกและมีป้อมยามอยู่ตรงกลางคอยตรวจสอบความปลอดภัย

ภาพบรรยากาศจำลองบริเวณสวนพักผ่อนของโครงการ ประกอบด้วยสวนรวมใจ สนามเด็กเล่น และลานพักผ่อน มีการปลูกหญ้าและไม้ยืนต้นเพิ่มความร่มรื่นของพื้นที่สีเขียวในโครงการเน้นการพักผ่อนในสวนธรรมชาติได้ดี

ภาพบรรยากาศจำลองบริเวณด้านหลังโครงการ เป็นลานพักผ่อน และลานฟิตแอนด์เฟิร์ม ซึ่งจะมีเครื่องออกกำลังกายกลางแจ้งตั้งเอาไว้คอยบริการแก่ลูกบ้านด้วย

ภาพบรรยากาศจำลอง Main Facilities ที่ชั้น 7 ประกอบด้วยสระว่ายน้ำ ฟิตเนสโซนที่อยู่ในห้องกระจกทางด้านขวา ห้องคุณหนูกับห้องเปี่ยมสุขในห้องกระจกทางด้านซ้าย และลานกิจกรรมที่อยู่ตรงกลาง โดยตัวอาคารเป็นรูปทรงตัว L จึงทำให้ห้องพักที่หันหน้ามาทางด้านนี้จะมองเห็นวิวสระว่ายน้ำได้ด้วย

มาดูโมเดลภาพรวมโครงการกันครับ โครงการ Lumpini Ville สุขสวัสดิ์-พระราม2 เป็นคอนโด High Rise สูง 26 ชั้น จำนวน 377 ยูนิต ตั้งอยู่บนที่ดินขนาด 2-0-86 ไร่ ออกแบบโดยเน้นพื้นที่พักผ่อนสีเขียวที่ชั้นล่างซึ่งเข้ากับ Facade และสี Earth tone ของอาคาร ที่ชั้นจอดรถที่ทำเป็นลายไม้และสวนแนวตั้งให้ได้สัมผัสและใกล้ชิดกับธรรมชาติมากขึ้น เข้ากับแนวคิดชุมชนน่าอยู่ที่โครงการตั้งใจให้เป็น Value ที่ลูกบ้านจะได้รับจากทุกโครงการของ LPN

ตัวอาคารสูง 26 ชั้นประกอบด้วยพื้นที่ชั้น 1 เป็นสวนพักผ่อนและพื้นที่สีเขียวรอบโครงการ ที่ใต้อาคารเป็นโถงต้อนรับและล็อบบี้ ถัดขึ้นมาที่ชั้น 2 – 6 เป็นชั้นจอดรถที่สามารถจอดได้ประมาณ 127 คันหรือคิดเป็น 34% ไม่รวมจอดซ้อนคัน ชั้น Main Facilities อยู่ที่ชั้น 7 ประกอบด้วยสระว่ายน้ำ ฟิตเนสโซนและลานกิจกรรม รวมถึงเป็นชั้นที่มีห้องพักอาศัยจำนวน 9 ยูนิต รวมอยู่ด้วย

ตั้งแต่ชั้น 8 เป็นต้นไปจะเป็นชั้นพักอาศัยทั้งหมด มีความแตกต่างกันของจำนวนยูนิตในแต่ละช่วงชั้น เริ่มที่ชั้น 8 จะมีจำนวนยูนิตพักอาศัยเพียง 18 ยูนิต และชั้น 9 – 21 จะมีจำนวนยูนิตพักอาศัย 20 ยูนิตต่อชั้น และชั้น 22 – 26 จะมีจำนวนยูนิตพักอาศัย 18 ยูนิตต่อชั้นตามลำดับ

มาดูเส้นทางเดินรถกันบ้าง ทางเข้าโครงการจะติดกับถนนหน้าโครงการซึ่งเป็นถนนสาธารณะเชื่อมต่อกับถนนพระราม 2 ได้ เป็นบริเวณที่มีการแยกออกมาแบบพิเศษจากถนนหลักจึงได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้นและรถไม่พลุกพล่าน เมื่อเข้ามาด้านในผ่านป้อมยามและไม้กั้นกระดกระบบ Key Card Access มาแล้วจะสามารถวนรถรับ-ส่งคนที่ Drop-Off บริเวณโถงล็อบบี้ได้ แล้วสามารถวนรถกลับออกมาจากโครงการได้ทันทีซึ่งสะดวกและเพิ่มความเป็นส่วนตัวได้ดีในกรณีที่นั่ง Taxi หรือคนภายนอกเข้ามาส่งจะได้ไม่เข้าไปรบกวนพื้นที่ด้านในของโครงการมากนัก ส่วนถ้าเป็นลูกบ้านที่ต้องการจอดรถในอาคารก็สามารถเลี้ยวขวาไปเพื่อขึ้นที่จอดรถด้านข้างอาคารได้

ทางด้านซ้ายของโมเดลจัดเป็นสวนพักผ่อนสีเขียวของโครงการประกอบด้วย สวนรวมใจ สนามเด็กเล่น ลานพักผ่อน และลานฟิตแอนด์เฟิร์มซึ่งจะมีเครื่องออกกำลังกายกลางแจ้งให้ลูกบ้านได้ใช้ออกกำลังกายกันด้วย

Facilities หลักของโครงการจะอยู่ที่ชั้น 7 ประกอบด้วยสระว่ายน้ำ ลานกิจกรรมซึ่งเป็นพื้นที่โล่งและมีที่นั่งสำหรับพักผ่อนรับลมที่โกรกผ่านช่องอาคารได้ดี ส่วนฟิตเนสโซนเป็นห้องกระจกที่อยู่ทางด้านหน้าอาคารและได้เป็นห้องเพดานสูงจึงมีความโปร่งโล่งมาก

ส่วนทางด้านขวาของโมเดลเป็นทางรถสำหรับไปที่จอดมอไซค์ที่ด้านข้างและที่จอดสำหรับรถส่งของทางด้านหลังอาคาร นอกจากนี้ที่ด้านหลังโครงการยังมีพื้นที่ติดกับคลองบางปะแก้วด้วย น่าเสียดายที่โครงการไม่ได้ทำสวนหรือที่นั่งริมน้ำเอาไว้ให้เพราะคลองนี้ค่อนข้างสะอาดและไม่มีกลิ่นรบกวนเลย

มาดูแปลนโครงการกันให้ชัดๆกันอีกทีนะครับ ทางเข้าโครงการทางด้านหน้าอยู่ติดกับถนนหน้าโครงการซึ่งเชื่อมต่อกับถนนพระราม 2 ได้ เมื่อผ่านป้อมยามเข้ามาด้วยระบบ Key Card Access จะมีวงเวียนซึ่งสามารถวนรถเพื่อรับ-ส่งคนที่จุด Drop-Off ตรงโถงทางเข้าล็อบบี้แล้วสามารถวนรถกลับออกไปได้ง่าย ซึ่งได้ความเป็นส่วนตัวจากบุคคลภายนอกไม่ให้เข้ามารบกวนภายในโครงการมากเกินไปได้เหมือนที่ได้กล่าวไปในส่วนของโมเดลแล้วนั่นเอง ส่วนถ้าเป็นลูกบ้านสามารถเลี้ยวขวาเพื่อไปเข้าที่จอดรถในอาคารที่อยู่ทางด้านข้างตึกได้เลยครับ นอกจากนี้ยังมีที่จอดรถมอไซค์อยู่ทางด้านหลังตึกอีกด้วย

พื้นที่ส่วนกลางที่ชั้น 1 แบ่งออกเป็นพื้นที่ส่วนกลางภายนอกประกอบด้วยสวนรวมใจ สนามเด็กเล่น ลานพักผ่อนที่จะมีโต๊ะหรือชุดเก้าอี้ให้นั่งเล่นในสวนได้ และลานฟิตแอนด์เฟิร์มซึ่งจะมีเครื่องเล่นออกกำลังกายกลางแจ้งไว้ให้เล่นกันอีกด้วย และพื้นที่ส่วนกลางภายในอาคารประกอบด้วยโถงทางเข้าทางด้านหน้าเป็นพื้นที่ Open air ซึ่งเป็นพื้นที่เปิดที่จะได้ลมธรรมชาติพัดโกรกไม่อึดอัดและยังช่วยประหยัดค่าแอร์ของลูกบ้านได้ในระยะยาว ส่วนล็อบบี้ด้านในเป็นพื้นที่ Indoor ที่จะเปิดแอร์และมีชุดโซฟาสำหรับนั่งคอยได้ ติดกันเป็นโถงลิฟต์ซึ่งต้องใช้ Key Card สำหรับลูกบ้านเท่านั้นจึงจะเข้าไปได้เพื่อความปลอดภัยครับ

แปลนอาคารชั้น 7 เป็นชั้น Main Facilities ประกอบด้วยสระว่ายน้ำและลานกิจกรรมซึ่งถือเป็นจุดเด่นของโครงการเพราะเป็นพื้นที่ที่จะได้ลมโกรกเย็นสบาย เนื่องจากเป็นพื้นที่เปิดโล่งไม่มีผนัง ห้องพัก หรืออาคารสูงโดยรอบมาบดบังทิศทางลมเลย พื้นที่ส่วนกลางภายในประกอบด้วยฟิตเนสโซนที่ได้ผนังกระจกถึง 3 ด้านทำให้ออกกำลังกายไปและ Take View ไปได้ด้วย รวมถึงมีห้องเปี่ยมสุขซึ่งเป็นห้องอเนกประสงค์สำหรับนั่งพักผ่อนหรือทำกิจกรรมของลูกบ้านได้ ติดกันเป็นห้องคุณหนูที่มีเครื่องเล่นเสริมพัฒนาการสำหรับเด็กอยู่ภายใน จากแปลนมีจุดสังเกตคือห้องน้ำของชั้นนี้ไม่มีส่วนอาบน้ำหรือที่ล้างตัวอยู่เลย สำหรับคนที่ใช้สระว่ายน้ำหรือฟิตเนสอาจต้องล้างตัวหรือขึ้นไปอาบบนห้องของตัวเองแทนนะครับ

นอกจากนี้ที่ชั้นนี้ยังมีส่วนห้องพักอาศัยจำนวน 9 ยูนิต ขนาด 23.5 – 26.5 ตารางเมตร รวมอยู่ด้วย จึงเป็นชั้นที่เหมาะกับคนที่ชอบใช้พื้นที่ส่วนกลางบ่อยๆ โดยส่วนนี้มีจุดสังเกตอีกแล้วคือ การจะเข้ามาในส่วนที่พักอาศัยของชั้นนี้ได้นั้นจะต้องใช้ Key Card Access อีกชั้นหนึ่งเพื่อความปลอดภัยและเป็นส่วนตัวซึ่งถือว่าดีครับ แต่ประตูที่ใช้แตะ Key Card ไม่สามารถเข้ามาได้ทันทีเมื่อออกจากโถงลิฟต์ แต่จะต้องออกประตูจากโถงลิฟต์ไปด้านนอกก่อนครั้งหนึ่งจึงค่อยแตะ Key Card เพื่อเข้าส่วนพักอาศัยของตัวเอง ทำให้อาจไม่สะดวกโดยเฉพาะเวลาฝนตกแรงๆอาจเปียกก่อนได้เข้าห้องได้นะครับ

แปลนอาคารชั้น 8 เป็นชั้นพักอาศัยทั้งหมด และมีพื้นที่บางส่วนทางด้านซ้ายของอาคารถูกเว้าออกไปเนื่องจากเป็นพื้นที่ของฟิตเนสโซนซึ่งเป็นห้องเพดานสูงกินพื้นที่ขึ้นมาถึงชั้น 8 นี้นั่นเอง อาคารรูปตัว L จึงทำให้ไม่บังวิวกันเอง วางโถงลิฟต์และส่วนงานระบบเอาไว้ตรงกลางของอาคารทำให้สะดวกต่อการใช้งานทั้ง 2 ฝั่ง มีบันไดหนีไฟ 2 ตำแหน่ง ชั้นนี้มีจำนวนยูนิตพักอาศัยทั้งหมด 18 ยูนิต มีลิฟต์โดยสาร 3 ตัว โดยมีอัตราส่วนลิฟต์ทั้งอาคารอยู่ที่ 126:1 ซึ่งถือว่าไม่หนาแน่นมากนัก โดยรูปแบบห้องในชั้นนี้ประกอบไปด้วย

  • 1 Bedroom : 23 – 27 ตารางเมตร จำนวน 17 ห้อง
  • 2 Bedroom : 36 ตารางเมตร จำนวน 1 ห้อง

สำหรับโครงการนี้เลือกวางตำแหน่งห้อง 2 Bedroom ไว้ช่วงกลางของอาคารฝั่งขวา และมีเพียงชั้นละ 1 ยูนิตเท่านั้น อยู่ในตำแหน่งซึ่งเป็นจุดที่ได้วิวที่ดีที่สุดทั้งสวนกับสระว่ายน้ำของโครงการที่ชั้น 7 และหน้าห้องหันไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือซึ่งแดดไม่ค่อยร้อนนัก แล้วยังได้วิวที่เปิดโล่งอีกด้วย

แปลนอาคารชั้น 9 – 21 เป็นชั้นพักอาศัยทั้งหมดและเป็นชั้นพักอาศัยแบบ Tropical floor plans คือจะเหมือนกันหมดทุกชั้น มีจำนวนยูนิตพักอาศัยทั้งหมด 20 ยูนิต/ชั้น มีลิฟต์โดยสาร 3 ตัว โดยมีอัตราส่วนลิฟต์ทั้งอาคารอยู่ที่ 126:1 ซึ่งถือว่าไม่หนาแน่นมากนัก โดยรูปแบบห้องในชั้นนี้ประกอบไปด้วย

  • 1 Bedroom : 23 – 27 ตารางเมตร จำนวน 19 ห้อง
  • 2 Bedroom : 36 ตารางเมตร จำนวน 1 ห้อง

แปลนอาคารชั้น 22 เป็นชั้นพักอาศัยซึ่งมีการลดจำนวนยูนิตพักอาศัยทางด้านหน้าออกไป 2 ยูนิต โดยพื้นที่ที่หายไปนั้นในชั้นนี้ไม่ใช่พื้นที่ที่สามารถออกไปใช้งานได้นะครับ ชั้นนี้มีจำนวนยูนิตพักอาศัยทั้งหมด 18 ยูนิต มีลิฟต์โดยสาร 3 ตัว โดยมีอัตราส่วนลิฟต์ทั้งอาคารอยู่ที่ 126:1 ซึ่งถือว่าไม่หนาแน่นมากนัก โดยรูปแบบห้องในชั้นนี้ประกอบไปด้วย

  • 1 Bedroom : 23 – 27 ตารางเมตร จำนวน 17 ห้อง
  • 2 Bedroom : 36 ตารางเมตร จำนวน 1 ห้อง

แปลนอาคารชั้น 23 – 26 เป็นชั้นพักอาศัยแบบ Tropical floor plans ต่อจากชั้น 22 โดยมีจำนวนยูนิตพักอาศัยทั้งหมด 18 ยูนิต มีลิฟต์โดยสาร 3 ตัว โดยมีอัตราส่วนลิฟต์ทั้งอาคารอยู่ที่ 126:1 ซึ่งถือว่าไม่หนาแน่นมากนัก โดยรูปแบบห้องในชั้นนี้ประกอบไปด้วย

  • 1 Bedroom : 23 – 27 ตารางเมตร จำนวน 17 ห้อง
  • 2 Bedroom : 36 ตารางเมตร จำนวน 1 ห้อง

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • ล็อบบี้
  • สระว่ายน้ำ
  • ฟิตเนสโซน
  • ห้องเปี่ยมสุข
  • ห้องคุณหนู
  • ลานกิจกรรม
  • สวนรวมใจ
  • สนามเด็กเล่น
  • ลานพักผ่อน
  • ลานฟิตแอนด์เฟิร์ม
  • ลิฟต์โดยสาร 3 ตัว/อาคาร
  • อัตราส่วนลิฟต์รวมทั้งโครงการ 126 :  1
  • ที่จอดรถประมาณ 127 คันคิดเป็น 34% ไม่รวมจอดซ้อนคัน
  • ระบบ CCTV / Access Card


Product Walkthrough

สำหรับแบบห้องของโครงการนี้จะมีห้อง 2 แบบคือ 1 Bedroom และ 2 Bedroom  ขายแบบ Fully Fitted คือเป็นห้องเปล่ามาตรฐานของโครงการ ปูพื้นไม้ลามิเนต ผนังและฝ้าฉาบเรียบทาสี รวมถึงมีชุดเคาน์เตอร์ครัว Built in มาให้ และห้องน้ำมีสุขภัณฑ์ต่างๆครบพร้อมใช้งาน ซึ่งห้องพักจะมีให้เลือกดังนี้

  • 1 Bedroom ขนาดพื้นที่ใช้สอย 23 – 27 ตารางเมตร
  • 2 Bedroom ขนาดพื้นที่ใช้สอย 36 ตารางเมตร

โดยทางโครงการมีห้องตัวอย่างให้ดูทั้ง 2 แบบ และยังมีห้องเปล่ามาตรฐานให้ดูด้วย จะเป็นอย่างไรไปชมกันเลยครับ

ห้องตัวอย่างแรกเป็นแบบ 1 Bedroom ขนาด 23.50 ตารางเมตร เมื่อเข้ามาภายในจะพบกับพื้นที่ Common area ที่ค่อนข้างเปิดโล่ง เริ่มต้นที่ด้านหน้าห้องทางด้านขวาเป็นเคาน์เตอร์ครัวและได้เป็นครัวเปิดจึงอาจไม่เหมาะที่จะทำอาหารจริงจังมากนัก แต่ยังมีพื้นที่พอให้กั้นผนังเพิ่มเติมได้ ส่วนทางด้านซ้ายเป็นพื้นที่วางตู้เย็นเชื่อมต่อกับโต๊ะทานอาหารหรือโต๊ะอเนกประสงค์ที่สามารถนั่งได้ 2 ที่นั่ง ถัดมาด้านในเป็นห้องนั่งเล่นที่มีพื้นที่เชื่อมต่อกับประตูกระจกบานเลื่อนสามารถเปิดออกไปใช้งานระเบียงภายนอกได้ นอกจากนี้ยังกั้นห้องนอนด้วยประตูกระจกบานเลื่อนจึงทำให้ภายในห้องค่อนข้างกว้างและโปร่งโล่งเพราะได้ช่องแสง 2 ช่องทั้งจากระเบียงและหน้าต่างกระจกในห้องนอน จึงเป็นห้องที่เหมาะกับคนที่ชอบพื้นที่โปร่งโล่งเป็นอย่างมาก ภายในห้องนอนก็สามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุตไว้กลางห้องและยังมีพื้นที่รอบเตียงเหลือสามารถใช้งานได้สะดวก ด้านซ้ายของเตียงเป็นหน้าต่างบานเลื่อนที่เปิดระบายอากาศได้ ส่วนทางด้านขวาสามารถวางตู้เสื้อผ้าได้ ติดกันเป็นห้องน้ำซึ่งภายในมีสุขภัณฑ์ต่างๆครบพร้อมใช้งาน

ห้องตัวอย่าง 23.5 ตารางเมตร เป็นห้องแรกทางซ้ายมือ และมีห้องเปล่าซึ่งเป็นห้องตัวอย่างแบบมาตรฐานให้ดูอยู่ฝั่งเดียวกันที่ด้านใน ซึ่งทางเข้าห้องไม่ได้ติดประตูเอาไว้ แต่จะมีประตูตัวอย่างให้ดูอยู่ฝั่งตรงข้ามห้องทางด้านขวาครับ

ประตูที่ได้เป็นประตูไม้ HDF สีแบบนี้ ได้ลูกบิดทรงกลมและมีตัวล็อคเพิ่มให้อีก 1 ตัว พร้อมช่องตาแมวมาให้อีก 1 จุด

เมื่อเข้ามาภายในห้องจะพบกับพื้นที่ Common area ขนาดใหญ่ โดยผมมีรูปห้องเปล่าเปรียบเทียบให้ดูของจริงกันด้วย จริงๆแล้วห้องนั่งเล่นและห้องนอนถูกกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อนจึงทำให้มีพื้นที่เชื่อมต่อกันมีความโปร่งโล่งมากขึ้น แต่จากมุมหน้าห้องนี้เราจะมองไม่เห็นในส่วนของห้องนอน จึงยังคงได้ความเป็นส่วนตัวจากคนภายนอกอยู่ ถือเป็น Layout ที่ดีเลยทีเดียว มีความสูงจากพื้นถึงฝ้า 2.4 m. และปูพื้นด้วยไม้ลามิเนตหนา 8 mm.

ธรณีประตูหน้าห้องมีขอบพื้นไม้ลามิเนตยกสูงขึ้นมาเล็กน้อย ช่วยป้องกันฝุ่งผงเวลาที่แม่บ้านทำความสะอาดภายนอกไม่ให้เข้ามาภายในได้

ถ่ายรูปย้อนกลับมาที่หน้าห้อง เป็นพื้นที่ครัวซึ่งจะได้เป็นครัวเปิด แต่ยังสามารถกั้นผนังเพิ่มเติมได้ถ้าเป็นคนชอบทำอาหาร ทางด้านซ้ายเป็นเคาน์เตอร์ครัว ส่วนทางขวาไว้วางตู้เย็นและโต๊ะทานอาหารได้

พื้นที่ครัวจากเคาน์เตอร์ถึงตู้เย็นกว้างประมาณ 1.55 m. สามารถเดินผ่านหรือใช้งานครัวได้สะดวก แต่พื้นเป็นไม้ลามิเนตซึ่งไม่ทนน้ำ อาจต้องระมัดระวังเวลาทำครัวกันหน่อยนะ

เคาน์เตอร์ครัวโครงการจะ Built in มาให้เป็นชุดแบบนี้ ขนาดไม่ใหญ่มากเพราะเป็นห้องที่ไม่เน้นการทำอาหารมากนัก

ตู้ด้านบนเป็นแบบชั้นไม่มีบานปิดครึ่งหนึ่งทางซ้าย และมีตู้ที่มีบานปิดทางด้านขวา ในตู้ซ่อนตัวควบคุมระบบไฟฟ้าเอาไว้ด้านในอีกชั้นหนึ่งเพื่อความเรียบร้อยแต่อาจไปกินพื้นที่เก็บของในตู้ทำให้เก็บของได้น้อยลงเล็กน้อย ส่วนบนตู้ยังมีพื้นที่เหลือสูง 50 cm. สามารถ Built ตู้เพิ่มพื้นที่เก็บของหลังตู้ได้อีกครับ

Top เคาน์เตอร์ปิดผิวลามิเนต ทนความร้อนและความชื้นได้ระดับหนึ่ง ผนังโดยรอบกรุกระเบื้องมาให้ทั้ง 3 ด้านทำให้ง่ายต่อการทำความสะอาด และสำหรับใครที่อยากประกอบอาหารจริงจังแนะนำให้ติด Hob&Hood เพิ่มเติมด้วยนะครับ เพราะทางโครงการไม่ได้ติดมาให้ ต้องติดเองนะ

อ่างล้างจานที่ได้ขนาดประมาณ 50 x 40 cm. ลึก 20 cm. และมีพื้นที่ทางด้านซ้ายกว้างประมาณ 60 cm. ไว้ใช้วางของหรือประกอบอาหารได้

ที่มุมซ้ายของเคาน์เตอร์ครัวมีปลั๊กเอาไว้ใช้เสียบเครื่องใช้ไฟฟ้าบนเคาน์เตอร์ได้ด้วย

ส่วนตู้ด้านล่างเก็บของได้พอประมาณ มีช่องวางไมโครเวฟอยู่ด้านล่างทำให้สะดวกต่อการใช้งาน

บานพับชุดตู้เป็นแบบธรรมดาไม่ได้ Soft close มาให้ ส่วนบานเปิดตู้ทำแบบปาดมุมทำให้ดูเรียบร้อยและใช้งานได้สะดวก

ฝั่งตรงข้ามเป็นพื้นที่วางตู้เย็น ติดกันห้องตัวอย่างจัดเป็นโต๊ะอเนกประสงค์ซึ่งสามารถใช้เป็นโต๊ะทานอาหารได้ด้วย พื้นที่ด้านบนยังเหลือสามารถทำตู้แขวนผนังเพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บของได้อีกครับ

ถัดเข้ามาด้านในเป็นห้องนั่งเล่นซึ่งมีพื้นที่ติดกับประตูกระจกบานเลื่อนช่วยดึงแสงเข้ามาถึงหน้าห้องทำให้ห้องสว่าง

เนื่องจากโครงการ Built ผนังทีวีเพิ่มเติมจึงทำให้ระยะแคบลงกว่าความเป็นจริง ผมจึงวัดจากพนักพิงโซฟาถึงผนังของเสาด้านในมาให้ดู ซึ่งได้ระยะดูทีวีของห้องนั่งเล่นกว้างประมาณ 2 m. สามารถใช้ทีวีขนาดประมาณ 44 – 46 นิ้วได้

จุดเด่นของห้องนี้คือประตูกระจกบานเลื่อนที่ช่วยดึงแสงธรรมชาติเข้ามาทั้ง 2 ช่องทางคือ จากประตูกระเบียงกระจก และหน้าต่างห้องนอนซึ่งกั้นพื้นที่ห้องนอนกับห้องนั่งเล่นด้วยประตูกระจกบานเลื่อนเช่นกัน จึงทำให้ภายในห้องค่อนข้างสว่างและโปร่งโล่งมาก

กรอบประตูกระจกเป็นอลูมิเนียมสีธรรมชาติ พร้อมตัวล็อคแบบเซาะร่องที่บานกรอบและตัวล็อคอีกตัวที่อยู่ตรงกลางประตูด้วย ส่วนกระจกจะได้เป็นใสเขียวหนา 6 mm.

พื้นที่ระเบียงด้านนอกมีขนาดประมาณ 2.3 x 0.75 m. สามารถออกไปใช้งานได้ ธรณีประตูสูงประมาณ 10 cm. ช่วยป้องกันน้ำฝนสาดหรือไหลซึมเข้ามาด้านใน และได้ราวกันตกเหล็กสูงประมาณ 1 m.

ภายนอกระเบียงทางด้านซ้ายต่อท่องานระบบเอาไว้สามารถวางเครื่องซักผ้าได้ ซึ่งจะใช้เครื่องซักผ้าแบบฝาหน้าหรือฝาบนก็ได้ ส่วนทางด้านขวามีก๊อกน้ำติดตั้งมาให้อีก 1 จุด

Condensing unit แขวนอยู่ด้านบนเหนือประตูกระจกบานเลื่อนทำให้ไม่บังวิวหรือเกะกะสายตาและเป่าลมร้อนออกไปด้านนอก พร้อมติดไฟส่องสว่างที่ผนังมาให้อีก 1 ดวง

ถ่ายรูปย้อนกลับมาให้ดูภายในห้องค่อนข้างสว่างและได้พื้นที่โปร่งโล่งไม่อึดอัดจากประตูกระจกและช่องแสงทั้ง 2 ด้านของห้อง

ฝ้าเพดานจะได้ไฟดาวน์ไลท์แบบฝังฝ้าตรงส่วนครัว 1 จุด กับส่วนห้องนั่งเล่นอีก 1 จุด พร้อมติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันอัคคีภัยและสปริงค์เกอร์ดับไฟมาให้ด้วย

ส่วนต่อไปเป็นห้องนอนซึ่งอย่างที่บอกว่าถูกกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อนทำให้ห้องสว่างและดูโปร่งโล่งมากขึ้นเพราะได้ช่องแสงจากทั้งส่วนของประตูระเบียงกระจกและหน้าต่างในห้องนอน ซึ่งถ้าใครต้องการความเป็นส่วนตัวสามารถทำเป็นกระจกฝ้าหรือติดม่านด้านในเพิ่มเติมได้นะครับ

ระยะทางเดินของช่องประตูกระจกบานเลื่อนกว้างประมาณ 1.1 m. สามารถเดินผ่านได้สะดวก

กรอบประตูเป็นอลูมิเนียมสีธรรมชาติ และมีที่เปิดแบบเซาะร่องไม่มีตัวล็อคมาให้แบบนี้ พร้อมติดแถบผ้ากำมะหยี่มาให้ด้วย

ภายในห้องนอนสามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุตไว้กลางห้อง และมีหน้าต่างกระจกช่วยดึงแสงธรรมชาติเข้ามาภายในทำให้ห้องสว่างและไม่อึดอัด

เมื่อวางเตียงขนาด 5 ฟุต ไปแล้วยังมีพื้นที่เหลือโดยรอบสามารถใช้งานได้สะดวก

ทางด้านซ้ายของเตียงมีความกว้างประมาณ 50 cm. สามารถลุกออกจากเตียงหรือเดินผ่านได้สะดวก

และหน้าต่างทางด้านซ้ายเป็นแบบกระจกบานเลื่อนซึ่งนอกจากจะช่วยดึงแสงธรรมชาติเข้ามาแล้วยังสามารถเปิดระบายอากาศได้ด้วย

พื้นที่ปลายเตียงกว้างประมาณ 40 cm. สามารถใช้เดินผ่านได้พอดีครับ

ส่วนทางด้านซ้ายของเตียงเป็นพื้นที่วางตู้เสื้อผ้าและติดกันเป็นทางเข้าห้องน้ำซึ่งทางโครงการไม่ได้ติดประตูมาให้ดู แต่เราจะได้เป็นประตูบานเปิด UPVC ครับ

พื้นที่หน้าตู้เสื้อผ้ากว้างประมาณ 1.2 m. สามารถใช้ยืนแต่งตัวหน้าตู้ได้สะดวก

ฝ้าเพดานฉาบเรียบทาสี ได้ไฟดาวน์ไลท์แบบฝังฝ้า 2 ดวง พร้อมอุปกรณ์ป้องกันอัคคีภัยและสปิรงค์เกอร์ดับไฟ

เข้ามาภายในห้องน้ำมีอุปกรณ์และสุขภัณฑ์ต่างๆครบพร้อมใช้งาน ซึ่งเราจะได้ทุกอย่างตามที่เห็นในห้องตัวอย่างยกเว้นอุปกรณ์ตกแต่งครับ

พื้นที่ห้องน้ำกว้างประมาณ 1.2 m. และมีธรณีประตูยกขอบสูงประมาณ 5 cm. ป้องกันน้ำกระเด็นหรือไหลซึมออกนอกห้อง

ตรงกลางเป็นอ่างล้างหน้าของ Charmer ขนาดประมาณ 60 x 40 cm. มีที่วางของด้านข้างกว้างประมาณ 13 cm. สามารถวางอุปกรณ์หรือของใช้ที่จำเป็นได้ และได้ก็อกน้ำแบบก้านโยกของ Hafele สะดวกต่อการใช้งาน

ทางด้านซ้ายเป็นโถสุขภัณฑ์ของ American Standard มีพื้นที่ด้านข้างเหลือข้างละประมาณ 20 cm. ใช้งานได้ไม่อึดอัดครับ

ติดสายชำระขนาดพอดีมือและที่แขวนกระดาษชำระมาให้พร้อมใช้งาน

ด้านบนโถสุขภัณฑ์ติดราวแขวนผ้าเช็ดตัวสแตนเลสมาให้ด้วย

ส่วนทางด้านขวาเป็นพื้นที่อาบน้ำขนาดประมาณ 0.75 x 1.2 m. สามารถใช้ยืนอาบน้ำได้สะดวก โดยพื้นจะลดระดับลงไปเพียงเล็กน้อย ไม่มีฉากกั้นอาบน้ำหรือขอบพื้นมาให้ ถ้าใครไม่อยากให้พื้นห้องน้ำเปียกหมดเวลาอาบน้ำหรือต้องการความเป็นสัดส่วนจะต้องติดตั้งเพิ่มเติมเองนะครับ

ติด Hand shower ของ American Standard ขนาดพอดีมือมาให้ เสาสามารถปรับความสูง-ต่ำได้ และได้ก๊อกน้ำของ Hafele แบบก้านโยกสามารถปรับความแรงน้ำได้ พร้อมติดที่วางสบู่แบบฝังผนังของ American Standard มาให้ทางด้านขวาด้วย

ด้านบนทางโครงการจะทิ้งช่องสำหรับติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นเอาไว้ให้บนฝ้าเพดาน พร้อมพัดลมดูดอากาศของ Panasonic อีก 1 ตัว

ฝ้าเพดานเป็นฉาบเรียบทาสี และได้ไฟดาวน์ไลท์แบบฝังฝ้า 2 จุด

ห้องตัวอย่างที่สองเป็นห้อง 2 Bedroom ขนาด 36 ตารางเมตร เข้ามาภายในจะเจอพื้นที่ Common area ขนาดใหญ่รูปตัว L ซึ่งจากหน้าประตูทางเข้าจะมองไม่เห็นพื้นที่ในห้องทั้งหมดจึงได้ความเป็นส่วนตัว ทางด้านขวามีพื้นที่วางโต๊ะทานอาหารหรือโต๊ะอเนกประสงค์ได้ ส่วนทางด้านซ้ายเป็นพื้นที่ครัวเชื่อมต่อกับพื้นที่ห้องนั่งเล่นและได้เป็นพื้นที่ครัวเปิดจึงไม่เหมาะที่จะทำอาการจริงจังและไม่เหมาะที่จะกั้นผนังทำเป็นครัวปิดเพิ่มเติมได้ และจากแปลนบริเวณหลังโซฟาจะมองเห็นเสาขนาดใหญ่อยู่กลางห้อง จึงทำให้มีช่องว่างเล็กๆเกิดขึ้นข้างๆเสาหลังโซฟา ติดกับห้องนั่งเล่นเป็นประตูกระจกบานเลื่อนที่ช่วยดึงแสงธรรมชาติเข้ามาภายในทำให้ห้องสว่างและเปิดออกไปใช้งานระเบียงภายนอกได้

ห้องนอนทั้งสองจะแยกออกจากกันคนละฝั่งเพื่อความเป็นส่วนตัว โดยห้องนอนเล็กจะอยู่ทางด้านขวาซึ่งกั้นด้วยผนังทึบจึงได้ความเป็นสัดส่วนและเป็นส่วนตัว ภายในสามารถวางเตียงขนาด 3.5 ฟุต ไว้ชิดริมผนังข้างหน้าต่างและยังมีพื้นที่ข้างเตียงอีกฝั่งสามารถวางตู้เสื้อผ้าหรือโต๊ะอเนกประสงค์ได้ ส่วนห้อง Master Bedroom อยู่ทางด้านซ้ายของห้อง ภายในสามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุตไว้กลางห้องโดยยังมีพื้นที่รอบเตียงเหลือสามารถใช้งานได้สะดวก ทางด้านขวาของเตียงมีช่องหน้าต่างกระจกบานเลื่อนที่ช่วยดึงแสงธรรมชาติเข้ามาภายในและสามารถเปิดระบายอากาศได้ ผนังปลายเตียงเป็นผนังทึบสามารถติดทีวีปลายเตียงได้ ส่วนทางด้านซ้ายของเตียงเป็นพื้นที่วางตู้เสื้อผ้าซึ่งติดกับห้องน้ำ ภายนห้องน้ำมีสุขภัณฑ์ต่างๆครบพร้อมใช้งาน และสามารถเข้าได้ 2 ทางคือจากห้อง Master Bedroom และจากครัวตรง Common area เป็นห้องน้ำที่ใช้งานร่วมกันระหว่างห้อง Master Bedroom ห้องนอนเล็ก และพื้นที่ส่วนกลาง

สำหรับห้องตัวอย่าง 2 Bedroom จะอยู่ด้านในทางด้านขวาของ Sale Gallery

เมื่อเข้ามาภายในจะพบกับพื้นที่ Common area รูปตัว L ขนาดใหญ่ ทำให้มองไม่เห็นพื้นที่ห้องทั้งหมดจึงได้ความเป็นส่วนตัว แต่ยังคงได้พื้นที่โปร่งโล่งเชื่อมต่อถึงกันดี ความสูงจากพื้นถึงฝ้า 2.4 m. และปูพื้นห้องด้วยพื้นไม้ลามิเนตหนา 8 mm.

ถ่ายย้อนกลับมาให้ดูบริเวณทางเข้า ด้านขวาของประตูเป็นพื้นที่วางโต๊ะอาหารหรือโต๊ะอเนกประสงค์ได้

ทางโครงการได้วางโต๊ะอาหารแบบ 4 ที่นั่งมาให้ดูเป็นตัวอย่าง ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 1.5 x 2 m. สังเกตได้ว่าถ้าเลื่อนเก้าอี้ออกมาใช้งานจะไม่สามารถเปิดประตูห้องได้ แนะนำให้ย้ายโต๊ะมาไว้ทางซ้ายติดกับห้องนอนจะดีกว่าครับ เพราะนอกจากจะทำให้เข้า-ออกห้องได้ง่ายขึ้นแล้วยังทำให้พื้นที่หน้าประตูดูโล่งและกว้างมากขึ้น เข้าออกได้สะดวกขึ้น

ผนังด้านหลังโครงการจัดเป็นชุดโซฟาซึ่งใช้งานร่วมกับโต๊ะทานอาหาร แล้วยังมีชั้นเก็บของด้านข้างอีกด้วยซึ่งถือว่าเป็นฟังก์ชันที่ไม่เลว แต่ยังมีพื้นที่ด้านบนเหลือซึ่งแนะนำให้ Built เป็นชั้นวางของหรือตู้แขวนผนังเพิ่มเติม เพื่อเป็นการใช้พื้นที่แนวตั้งด้านบนให้เกิดประโยชน์มากขึ้นครับ

หันมาทางด้านซ้ายเป็นห้องนอนเล็กซึ่งทางโครงการไม่ได้ติดประตูมาให้ดู แต่ประตูในห้องทั้งหมดจะได้เป็นประตูไม้บานทึบ HDF

ภายในห้องสามารถวางเตียงขนาด 3.5 ฟุตได้พอดี และมีช่องหน้าต่างช่วยดึงแสงธรรมชาติเข้ามาทำให้ห้องดูสว่างมากขึ้น

เมื่อวางเตียงชิดริมหน้าต่างทางด้านซ้ายแล้ว ยังมีพื้นที่เหลือทางด้านขวากว้างประมาณ 1.2 m. สามารถวางตู้เสื้อผ้าได้และมีพื้นที่หน้าตู้สามารถยืนแต่งตัวได้สะดวก

หน้าต่างข้างเตียงเป็นกระจกบานเลื่อนที่ช่วยดึงแสงธรรมชาติเข้ามาและสามารถเปิดระบายอากาศได้ ข้อควรระวังถ้าห้องนี้เป็นห้องเด็กเล็กแล้วเตียงนอนอยู่ชิดหน้าต่างแบบนี้ ควรเปลี่ยนตำแหน่งของเตียงให้หันไปทางอื่นเพื่อป้องกันเด็กเล็กเล่นซนปีนออกนอกหน้าต่างได้ง่ายนะครับ หรือจะใช้วิธีติดเหล็กดัดเพิ่มเติมก็ได้เหมือนกันนะ แลกกับจะไม่ได้เห็นวิวที่เปิดโล่งเหมือนเดิม

ฝ้าเพดานฉาบเรียบทาสี ติดไฟดาวน์ไลท์แบบฝังฝ้า 2 ดวง พร้อมอุปกรณ์ป้องกันอัคคีภัยและสปริงค์เกอร์ดับไฟ

พื้นที่ต่อไปด้านในห้องเป็น Common area เชื่อมต่อกันระหว่างพื้นที่ครัวกับห้องนั่งเล่นจึงทำให้ห้องกว้างและโปร่งโล่งไม่อึดอัด

เคาน์เตอร์ครัว Built in มาให้แบบนี้เหมือนห้องแรกแต่มีขนาดที่ใหญ่กว่าเล็กน้อย และได้เป็นครัวเปิดจึงไม่เหมาะกับทำอาหารจริงจังมากนัก

พื้นที่ครัววัดจากเคาน์เตอร์ถึงเสากว้างประมาณ 0.9 m. สามารถใช้งานได้สะดวก และพื้นเป็นไม้ลามิเนตซึ่งจะไม่ทนน้ำหรือความชื้น ต้องใช้งานครัวอย่างระมัดระวังกันด้วยนะ

ตู้ด้านบนมีช่องเก็บของแบบมีบานปิดเพิ่มทางด้านซ้ายอีก 1 ช่อง สามารถเก็บของได้มากขึ้นพอสมควร

Top เคาร์เตอร์เป็นไม้ลามิเนตซึ่งทนความร้อนและความชื้นได้ระดับหนึ่ง และได้พื้นที่ประกอบอาหารด้านข้างเพิ่มขึ้นจาก 60 cm. เป็น 90 cm. ทำให้สามารถวางของหรือประกอบอาหารได้มากขึ้น ผนัง 2 ด้านกรุกระเบื้องช่วยให้ทำความสะอาดได้ง่าย

ส่วนตู้ด้านล่างมีช่องเก็บของตรงกลางเพิ่มเติมทำให้เก็บของได้มากขึ้นอีกเล็กน้อย

ทางด้านซ้ายเป็นพื้นที่วางตู้เย็นได้ และยังมีพื้นที่ด้านข้างเหลืออีก 80 cm. สามารถวางตู้รองเท้าหรือชั้นเก็บของเพิ่มเติมได้

ต่อมาด้านในเป็นห้องนั่งเล่นซึ่งมีพื้นที่ติดกับประตูระเบียงกระจกบานเลื่อนที่ช่วยดึงแสงธรรมชาติเข้ามาทำให้ห้องสว่าง

ระยะดูทีวีกว้างประมาณ 2 m. สามารถใช้ทีวีขนาด 44 – 46 นิ้วได้ แต่ไม่แนะนำให้วางโต๊ะกลางเพราะจะทำให้พื้นที่ทางเดินแคบลงและใช้งานได้ไม่สะดวก

ข้อสังเกตอีกอย่างคือผนังด้านหลังโซฟาเป็นเสากลางห้อง จึงทำให้เกิดช่องขนาด 40 cm. ทางด้านซ้าย แนะนำให้ Built เป็นชั้นวางของหรือตู้ทรงสูงเพิ่มเติม จะได้ใช้พื้นที่ส่วนนี้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด

ฝ้าเพดานฉาบเรียบทาสี ได้ไฟดาวน์ไลท์แบบฝังฝ้าในส่วนห้องนั่งเล่น ครัว และโต๊ะทานอาหารจุดละ 1 ดวง พร้อมอุปกรณ์ป้องกันอัคคีภัยและสปริงค์เกอร์ดับไฟมาให้ด้วย

ประตูกระจกบานเลื่อนช่วยดึงแสงธรรมชาติเข้ามาภายในและสามารถเปิดออกไปใช้งานระเบียงภายนอกได้

ระเบียงมีขนาดพื้นที่ประมาณ 0.75 x 2.5 m. ธรณียกสูงประมาณ 10 cm. ช่วยกันฝนสาดและน้ำไหลซึมเข้ามาด้านใน และได้ราวกันตกเหล็กสูงประมาณ 1 m.

ทางด้านซ้ายของระเบียงมีก๊อกน้ำติดตั้งไว้ให้ ส่วนทางด้านขวาต่อท่องานระบบเรียบร้อย สามารถวางเครื่องซักผ้าแบบฝาบนหรือฝาหน้าก็ได้

Condensing unit แขวนอยู่ด้านบนเหนือประตูกระจกบานเลื่อนทำให้ไม่บังวิวหรือเกะกะสายตาและเป่าลมร้อนออกสู่ภายนอก พร้อมติดตั้งไฟส่องสว่างด้านข้างผนังอีก 1 ดวง

ถ่ายย้อนกลับมาภายในห้อง จะเห็นพื้นที่ Common area ขนาดใหญ่ที่กว้างและโปร่งโล่งมาก

ทางซ้ายเป็นห้อง Master Bedroom ซึ่งมีห้องน้ำในตัวด้วย ประตูของจริงจะเป็นประตูไม้บานทึบ HDF ทำให้ได้ความเป็นสัดส่วนและเป็นส่วนตัว

ภายในห้อง Master Bedroom มีพื้นที่ใช้งานค่อนข้างกว้าง สามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุตไว้กลางห้อง และมีช่องหน้าต่างกระจกช่วยดึงแสงธรรมชาติเข้ามาภายในทำให้ห้องสว่างและโปร่งโล่งมากขึ้น

ช่องหน้าต่างที่ได้เป็นหน้าต่างกระจกบานเลื่อนกรอบอลูมิเนียมสีธรรมชาติ สามารถเปิดระบายอากาศได้

พื้นที่ข้างเตียงด้านขวากว้างประมาณ 35 cm. สามารถเดินผ่านหรือลุกออกจากเตียงได้พอดี

พื้นที่ปลายเตียงกว้างประมาณ 40 cm. สามารถเดินผ่านได้พอดีเช่นกันครับ

ผนังปลายเตียงเป็นผนังทึบ สามารถติดทีวีปลายเตียงได้ โดยทางโครงการได้เตรียมปลั๊กไฟและช่องเคเบิ้ลทีวีไว้ให้พร้อมใช้งาน ส่วนกล่องสี่เหลี่ยมทางด้านซ้ายเป็นกล่อง Fiber Optic ของอินเตอร์เน็ตครับ

ทางด้านซ้ายของเตียงเป็นพื้นที่วางตู้เสื้อผ้าซึ่งมีพื้นที่หน้าตู้กว้างประมาณ 1.2 m. สามารถใช้ยืนแต่งตัวหน้าตู้ได้สะดวก ติดกันเป็นทางเข้าห้องน้ำ

ฝ้าเพดานฉาบเรียบทาสี ได้ไฟดาวน์ไลท์แบบฝังฝ้า 2 ดวง พร้อมอุปกรณ์ป้องกันอัคคีภัยและสปริงค์เกอร์ดับไฟ

ภายในห้องน้ำจะได้ตามนี้ มีสุขภัณฑ์ต่างๆครบพร้อมใช้งานเช่นเดียวกับห้องแรก แต่จะมีขนาดพื้นที่กว้างกว่าเล็กน้อยและมีการจัดวางฟังก์ชันการใช้งานที่สะดวกและลงตัวกว่าห้องแรก

พื้นที่ห้องน้ำมีขนาดประมาณ 1.4 x 1.4 m. สามารถใช้งานได้สะดวก และสามารถเข้าได้ 2 ทางคือ จากทางห้อง Master Bedroom และห้องครัว ธรณีประตูยกสูงจากพื้นห้อง 5 cm. ช่วยป้องกันน้ำกระเด็นหรือไหลซึมออกไปด้านนอก

ได้อ่างล้างหน้าของ Charmer กับก๊อกน้ำของ Hafele และโถสุขภัณฑ์ของ American Standard เหมือนกับห้องแรกเลย

ส่วนพื้นที่อาบน้ำมีขนาดประมาณ 0.8 x 1 m. ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าห้องแรกเล็กน้อยแต่ยังสามารถใช้งานได้สะดวก และสามารถติดฉากกั้นอาบน้ำเพิ่มเติมเองได้ น้ำจะได้ไม่กระเด็นเลอะทั่วห้องนะ

Hand shower ได้เป็นของ American Standard เสาสามารถปรับความสูง-ต่ำได้ ก๊อกน้ำแบบก้านโยกปรับความแรงน้ำได้ และติดที่วางสบู่แบบฝังผนังของ American Standard มาให้ด้วย

ส่วนด้านบนก็ทิ้งช่องสำหรับต่อเครื่องทำน้ำอุ่นไว้บนฝ้าให้เหมือนห้องแรกเช่นกันครับ

ฝ้าเพดานฉาบเรียบทาสี และได้ไฟดาวน์ไลท์แบบฝังฝ้า 2 จุด พร้อมพัดลมดูดอากาศอีก 1 ตัว

ส่วนสวิตซ์ไฟและปลั๊กในห้องทั้งหมดจะได้หน้าตาแบบนี้เลยครับ

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะครับ

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 15 August 2018 

  • ห้อง 1 Bedroom ขนาด 23 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 1.69 ล้านบาท
  • 2 Bedrooms 36 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 2.59 ล้านบาท

  • Fully Fitted
  • ฝ้าเพดานสูง 2.4 เมตร
  • Kitchen & Sink
  • จอง 10,000 บาท
  • ทำสัญญา n/a บาท
  • ดาวน์ n/a% ผ่อนดาวน์ n/a งวด
  • ค่ากองทุน 500 บาท/ตร.ม.
  • ค่าส่วนกลาง 40 บาท/ตร.ม./เดือน

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ครับ


เจาะลึกรวบยอด

ทำเล – โครงการ Lumpini Ville สุขสวัสดิ์-พระราม2 ตั้งอยู่บนถนนพระราม 2 ตัดกับถนนสุขสวัสดิ์ ตรงหัวมุมถนนที่บริเวณแยกพระราม 2 เป็นทำเลย่านฝั่งธนฯ สามารถเข้า-ออกเมืองได้ง่าย พื้นที่โดยรอบโครงการไม่มีตึกสูงบังวิวในระยะใกล้ แต่ด้านข้างมีพื้นที่ติดกับโรงเรียนและวัดโพธิ์แก้ว เพราะฉะนั้นห้องพักทางฝั่งนี้จึงอาจไม่เหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบเสียงดังรบกวนในเวลากลางวันหรือต้องมองเห็นวัดตลอดเวลา ด้านความอุดมสมบูรณ์จะไม่มีร้านค้าหรือตลาดอยู่ใกล้โครงการในระยะเดิน แต่จะมีอยู่บนเส้นถนนพระราม2 บริเวณเซ็นทรัลพระราม 2 ที่รายล้อมไปด้วยตลาดและห้างสรรพสินค้าอื่นๆได้แก่ ห้างบิ๊กซี, SB โฮมโปร, ไทวัสดุ, เทสโก้โลตัส และตลาดกรีนเดย์ไนท์ ส่วนความอุดมสมบูรณ์อีกจุดหนึ่งจะอยู่บนเส้นถนนสุขสวัสดิ์ซึ่งมี ห้างบิ๊กซี กับ เทสโก้โลตัส ตั้งอยู่ นอกจากนี้บนถนนทั้ง 2 เส้นยังเต็มไปด้วยโรงพยาบาลต่างๆหลายแห่ง ทั้งรพ.บางปะกอก 9, รพ.บางมด, รพ.พระราม 2, รพ.บางปะกอก 1, รพ.สุขสวัสดิ์, และรพ.ราษฎร์บูรณะ มีสถานศึกษาระดับมหาวิทยาลัยคือ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ส่วนแหล่งงานและอาคารสำนักงานใหญ่ๆส่วนมากจะอยู่ทางฝั่งพระราม 3

การเดินทางโดยใช้รถ – ถือว่าสะดวกมาก โดยที่ตั้งโครงการตั้งอยู่บนถนนพระราม 2 ตัดกับถนนสุขสวัสดิ์ สามารถใช้เส้นถนนสุขสวัสดิ์เพื่อขึ้นเหนือไปทางวงเวียนใหญ่ หรือข้ามสะพานพระราม 3 ไปฝั่งพระนครเพื่อไปยังสีลม สาทร หรือจะลงใต้ไปทางพระประแดงก็ได้ นอกจากนี้ยังสามารถออกเมืองได้ง่ายโดยใช้ถนนพระราม2 หรือถนนสายธนบุรี-ปากท่อ เพื่อไปสมุทรสาครหรือมหาชัยได้ และยังใกล้ทางด่วนหรือทางพิเศษต่างๆที่ช่วยทำให้เข้า-ออกเมืองได้สะดวกมากขึ้น สามารถใช้ทางพิเศษเฉลิมมหานครเพื่อเข้าเมืองไปทางพระราม 4 สีลม และสาทรได้ โดยมีระยะห่างจากตัวโครงการเพียง 2.1 km. หรือจะใช้ทางพิเศษกาญจนาหรือวงแหวนอุตสาหรรมกรุงเทพมหานครฝั่งใต้เพื่อไปบางนา สมุทรปราการก็สะดวก มีระยะห่างจากตัวโครงการประมาณ 9 km. แต่โครงการมีที่จอดรถประมาณ 127 คันคิดเป็น 33% ไม่รวมจอดซ้อนคัน ซึ่งถือว่าค่อนข้างน้อยไปหน่อยสำหรับทำเลที่ต้องใช้รถแบบนี้ครับ

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ – โครงการอยู่ติดถนนใหญ่ซึ่งไม่ไกลจากโครงการมีป้ายรถเมล์และมีสะพานลอยข้ามไปเรียกรถสาธารณะฝั่งตรงข้ามได้ง่าย และนอกจากนี้ถนนสุขสวัสดิ์ยังมีโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ เตาปูนราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) ซึ่งมีแผนจะก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณปี 2566 – 2567 โดยสถานีที่ใกล้โครงการมากที่สุดคือ สถานีดาวคะนอง และสถานีบางปะกอก ซึ่งถ้าหากโครงการรถไฟฟ้าเปิดใช้บริการได้สำเร็จก็จะทำให้คนในย่านนี้สามารถเดินทางเข้าเมืองได้ง่ายมากขึ้น

การออกแบบโครงการ – เป็นคอนโด High Rise สูง 26 ชั้นออกแบบโดยเน้นพื้นที่พักผ่อนสีเขียวที่ชั้นล่างซึ่งเข้ากับ Facade และสี Earth tone ให้ความรู้สึกผ่อนคลายไม่น่าเบื่อ ที่ชั้นจอดรถที่ทำเป็นลายไม้และสวนแนวตั้งให้ได้สัมผัสและใกล้ชิดกับธรรมชาติมากขึ้น มีการจัดการทางเดินรถได้ดีโดยสามารถวนรถรับ-ส่งคนที่ Drop-Off บริเวณโถงล็อบบี้แล้วสามารถวนรถกลับออกมาจากโครงการได้ทันทีซึ่งสะดวกและเพิ่มความเป็นส่วนตัวได้ดี คนภายนอกเข้ามาส่งจะได้ไม่เข้าไปรบกวนพื้นที่ด้านในของโครงการมากนัก พื้นที่ครึ่งหนึ่งของโครงการจัดเป็นพื้นที่สวนร่มรื่น แต่พื้นที่ติดตลองด้านหลังน่าเสียดายที่ไม่ได้จัดเป็นพื้นที่นั่งริมน้ำมาให้ ส่วนการวางอาคารเป็นรูปตัว L ถือว่าดีเพราะจะไม่บังวิวกันเอง และที่ชั้น 7 ทางเข้าของส่วนพักอาศัยจำเป็นต้องออกมาด้านนอกอาคารก่อนครั้งหนึ่งจึงคอยแตะ Key Card เข้าส่วนพักอาศัยอีกครั้งซึ่งไม่ค่อยสะดวกนักโดยเฉพาะเวลาฝนตกอาจเปียกฝนได้ และตัวโครงการมีจำนวนยูนิตน้อยจึงได้ความเป็นส่วนตัว แต่มีอัตราส่วนลิฟต์ทั้งอาคารอยู่ที่ 126:1 ซึ่งถือว่าหนาแน่นไปหน่อย

ารออกแบบห้องพัก – ถือว่าทำได้ดี โดยเฉพาะห้องแบบ 1 Bedroom ซึ่งเป็นดีไซน์ใหม่ของ LPN กั้นห้องด้วยประตูกระจกบานเลื่อนจึงทำให้ได้พื้นที่ที่โปร่งโล่งมาก เมื่อเปิดประตูเข้ามาภายในจะมองไม่เห็นภายในห้องนอนเนื่องจากเป็นห้องหน้ากว้าง ห้องนอนจึงอยู่ด้านข้างทำให้มีความเป็นส่วนตัวในพื้นที่พักผ่อนมากขึ้น แต่เป็นห้องที่ไม่เหมาะกับคนที่ชอบทำอาหารนักเพราะได้เป็นครัวเปิด ส่วนห้องแบบ 2 Bedroom ยังคงมีพื้นที่ Common area ที่โปร่งโล่งเชื่อมต่อกัน และยังได้ความเป็นส่วนตัวจากพื้นที่รูปตัว L ของห้องได้ดี ส่วนห้องนอนทั้ง 2 ได้เป็นผนังทึบ จึงเหมาะกับคนที่มีครอบครัวขนาดใหญ่ขึ้นมาหน่อย หรืออยู่อาศัยมากกว่า 2 คน และต้องการความเป็นส่วนตัวมากขึ้น

วัสดุ – ได้ตามมาตรฐานคอนโดระดับราคานี้ ประตูไม้ HDF และลูกบิดทรงกลม, พื้นไม้ลามิเนตหนา 8 mm., Built in เคาน์เตอร์ครัว Top ปิดผิวลามิเนต, ชุดประตูและหน้าต่างกระจกทั้งหมดเป็นกรอบอลูมิเนียมสีธรรมชาติ กระจกใสเขียวธรรมดา, อ่างล้างหน้ายี่ห้อ Charmer, ก๊อกน้ำและ Hand shower ของ Hafele, โถสุขภัณฑ์และสายชำระของ American Standard

สาธารณูปโภค – ถือว่าให้มาครบและหลากหลาย เน้นพื้นที่สีเขียวที่ชั้น 1 ประกอบด้วยสวนรวมใจ สนามเด็กเล่น ลานพักผ่อน และลานฟิตแอนด์เฟิร์ม ที่มีการทำสวนและปลูกต้นไม้ให้อย่างร่มรื่นเหมาะแก่การพักผ่อน ส่วนชั้น 7 เป็นชั้น Mail Facilities ประกอบไปด้วยสระว่ายน้ำกว้าง 8 x 15.3 m. ฟิตแนสโซน ห้องคุณหนู ห้องเปี่ยมสุข และลานกิจกรรมภายนอกซึ่งไม่มีผนังกั้นจึงทำให้มีลมพักโกรกเย็นสบายผ่านช่องอาคารตลอดเวลา เหมาะแก่การนั่งพักผ่อนสบายๆ

Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับราคา 76,600 บาท/ตร.ม., 15 August 2018

  • ทำเล 7/10 – ติดถนนหลัก แต่หาของกินยาก รอบข้างไม่มีตึกสูงบังวิวแต่ติดโรงเรียนและวัด
  • เดินทางด้วยรถ 8/10 – สะดวกมาก ใกล้ทางด่วนและวงแหวนกาญจนา แต่ที่จอดรถน้อย
  • ไม่ใช้รถ 7.5/10 – ติดถนนใหญ่ ไม่ไกลจากป้ายรถเมล์ เรียกรถสาธารณะง่าย อนาคตมีรถไฟฟ้า
  • วัสดุ 7/10 – มาตรฐานระดับราคานี้ Fully Fitted ต้องแต่งเพิ่ม
  • แบบ 8/10 – ออกแบบดี โปร่งโล่ง ได้ความเป็นส่วนตัว
  • สาธารณูปโภค 7.5/10 – ถือว่าให้มาครบและหลากหลาย เน้นพื้นที่สีเขียว

  • MAIN CLASS
  • 7.38 / 10.00

**หมายเหตุ: เรื่องการเดินทางโดยไม่ใช้รถเป็นคะแนน ณ ปัจจุบันที่รถไฟฟ้ายังไม่แล้วเสร็จ แต่ถ้าหากรถไฟฟ้าเปิดใช้บริการแล้วผู้อ่านสามารถเพิ่มคะแนนได้ด้วยตัวเองตามความเหมาะสมเลยนะครับ

BOTTOM LINE

Lumpini Ville สุขสวัสดิ์-พระราม2 เหมาะกับคนที่กำลังมองหาคอนโดใหม่ย่านพระราม 2 – สุขสวัสดิ์ มองหาคอนโดสูงได้วิวไม่โดนบัง ทำเลใช้รถยนต์เป็นหลักเดินทางสะดวกใกล้ทางด่วน อนาคตมีรถไฟฟ้าใช้ เน้นฟังก์ชันห้องที่ลงตัว โปร่งโล่ง มีความเป็นส่วนตัว มีส่วนกลางหลักๆให้ใช้ครบ ชอบพื้นที่สีเขียว มีงบประมาณเริ่มต้นประมาณ 1.69 ล้านบาทขึ้นไป หรือมีกำลังผ่อนเริ่มต้นประมาณ 12,000 บาท/เดือนขึ้นไป