รีวิวฉบับที่ 1853 … สวัสดีค่ะ หลังจากได้ข่าวโครงการ Hyde Heritage Thonglor กันมาสักพักแล้วนะคะ วันนี้รีวิวเจาะลึกฉบับเต็มก็มากันแล้วค่ะ 😊​ โครงการนี้ต้องบอกว่าโดดเด่นทั้งทำเลติดสุขุมวิทระหว่างทองหล่อ-เอกมัย ที่ปัจจุบันรวมที่ดินได้ค่อนข้างยากแล้ว วัสดุที่ให้มาก็น่าสนใจเช่นกัน จะเป็นอย่างไรไปอ่านกันค่ะ

งาน Grand Opening โครงการจะมีในวันที่ 11-12 พฤษภาคม 2562 เวลา 10.00-18.00 หากใครกำลังสนใจโครงการนี้สามารถลงทะเบียนกันได้โดย (คลิกที่นี่)

Fact @ 18 April 2019

  • Hyde Heritage Thonglor (ไฮด์ เฮอริเทจ ทองหล่อ)
  • Grand Star Company Limited
    ( A Thai-Japanese Partership By 3 Leading Developers )
    – Grande Asset Hotels & Property Pcl.
    – Sumitomo Forestry Co.,Ltd.
    – Property Perfect Pcl.
  • ULTIMATE CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่: (ถนนสุขุมวิท เขตวัฒนา)
  • ที่ดินประมาณ 2-2-18 ไร่
  • คอนโด High Rise 45 ชั้น 1 อาคาร 311 ยูนิต
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 12 ยูนิต
  • ที่จอดรถประมาณ 299 ช่องจอด

  • 53 Conventional / 6 supercar Parking
  • 240 Mechanical Parking

  • เริ่มก่อสร้าง : Q1 2019
  • คาดว่าจะแล้วเสร็จ : Q2 2022
  • ห้องพักอาศัย
  • 1 Bedroom 40 – 58.7 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 10.5 – 15.89 ล้านบาท
  • 2 Bedroom 68.1 –  86.6 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 20.3 – 24.57 ล้านบาท
  • 3 Bedroom 112 – 187 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 42.03 ล้านบาท
  • Duplex Penthouse 235 – 325 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น n/a ล้านบาท
  • Penthouse 358 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น n/a ล้านบาท
  • ฝ้าเพดานสูง 3 เมตร
  • ราคาห้องเริ่มต้น 10.5 ล้านบาท / หรือตร.ม.ละ 262,500 บาท (โปรโมชั่น)
  • ราคาเฉลี่ยทั้งโครงการ AVERAGE ประมาณ 280,000-290,000 บาท/ตร.ม.
  • EIA (การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม) : ผ่านแล้ว
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • Line ID : https://lin.ee/lw0zQie
    Facebook : https://bit.ly/FB_HYDEHeritage
    Intragram : https://bit.ly/IG_HYDEHeritage
    Youtube : https://bit.ly/YT_HYDEHeritage
    TEL. +66 65 146 5959
  • สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างค่ะ


    เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

    พิกัด Google Maps : 13.722231, 100.581609
    หรือสามารถ :  คลิกที่นี่

    ที่ตั้งโครงการ Hyde Heritage Thonglor ตั้งอยู่ติดถนนสุขุมวิทบริเวณหน้าปากซอยสุขุมวิท 59 ตรงข้ามกับ Unesco ซึ่งอยู่ระหว่างถนนเอกมัยและถนนทองหล่อ ทำให้โครงการนี้เป็นโครงการที่อยู่ไม่ไกลทั้ง BTS ทองหล่อและเอกมัย

    สำหรับเรื่องทำเล บรรยากาศจริงและสถานที่สำคัญโดยรอบทางทีม Think of Living เราเคยได้เขียนรีวิวเจาะลึกกันไว้แล้วนะคะ หากใครต้องการอ่านทำเลฉบับเต็ม สามารถคลิกอ่านได้ที่นี่ค่ะ

    เมื่อมีรีวิวทำเลฉบับเต็มไปก่อนหน้าแล้วเราจะขอข้ามมาดูบรรยากาศรอบๆ และภายในไซต์ที่ดินกันเลยนะคะ โดยฝั่งที่เราขับรถจะมาจากทางทองหล่อผ่านซอยสุขุมวิท 59 มาหน่อยก็จะเห็นทางเข้าโครงการ ซึ่งด้านหน้าเป็น Sale Gallery ค่ะ

    บรรยากาศทางเท้าบริเวณนี้กว้างขวางเดินง่าย

    เดี๋ยวเราเข้าไปดูในไซต์ที่ดินกันนะคะ เพื่อลองสำรวจบรรยากาศรอบข้างจริงๆ ว่าจะได้วิวประมาณไหน

    หันมาด้านหน้าโครงการหรือทิศใต้จะเป็นวิวของฝั่ง Unesco โดยในชั้นโซน Low น่าจะได้บรรยากาศจากพื้นที่สีเขียวของ Unesco อยู่ค่ะ และรางรถไฟฟ้าอันนี้ถ้าใครกังวลเรื่องเสียงหรือความเป็นส่วนตัวแนะนำให้เลือกชั้น 10 ขึ้นเพื่อ Play Save จริงๆ แต่ถ้าดูจากแปลนอาคารมีการ Set Back เข้ามาอีกพอสมควร สำหรับเราคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาเท่าไหร่ค่ะ

    ส่วนโซนชั้น High นั้นวิวสวยแน่นอนน่าจะเห็นไปถึงโค้งแม่น้ำเจ้าพระยาและบางกระเจ้าเลยค่ะ

    ถัดมาที่ทิศตะวันออกมีเพื่อนบ้านคือ  Fullerton Sukhumvit คอนโด High Rise สูง 37 ชั้น ซึ่งถ้าเราลองวางตำแหน่งส่วนห้องพักอาศัยลงในไซต์คร่าวๆ จาก Map แบบ Satellite ของ Google จะเห็นว่าจะไม่บล็อกวิวกันเสียทีเดียวนะคะ มีการวางอาคารเยื้องกันอยู่บ้าง ถ้าเอา Play Save สำหรับทิศนี้ให้เลือกห้องโซนด้านหลัง

    ส่วนทิศเหนือวิวจะหันไปทางถนนเพชรบุรี ซึ่งเราว่าทิศนี้ในชั้นสูงๆ จะเป็นอีกทิศนึงที่มี City View สวย เพราะได้วิวจากอาคารสูงและบรรยากาศจากในซอยทองหล่อและเอกมัย

    สุดท้ายคือทิศตะวันตก ทิศนี้ร้อนกว่าทิศอื่นๆ หน่อยแต่แลกกับวิวโปร่งโล่งของถนนสุขุมวิท เห็น City View ในเมืองอย่างทองหล่อ-พร้อมพงษ์

    เดี๋ยวเราไปดูบรรยากาศใน Sale Gallery กัน

    ภายใน Sale Gallery ตกแต่งสไตล์ Timeless เรียบหรู อิงดีเทลมาจากบรรยากาศจริงในโครงการ

    สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น 

    • Unesco Bangkok ~27 ม.
    • T One Building ~120 ม.
    • Ascott Sukhumvit 59 ~120 ม.
    • Major สุขุมวิท ~120 ม.
    • Gateway Ekkamai ~750 ม.
    • โรงพยาบาลสมิติเวช ~1.8 กม.
    • EmQuartier ~1.6 กม.
    • Emporium ~1.7 กม.


    เจาะลึกตัวโครงการ

    โครงการ Hyde Heritage Thonglor เป็นคอนโด High Rise สูง 45 ชั้น ซึ่งเป็นโครงการที่ทางกลุ่ม Property Perfect กับ Grade Asset Hotels and Property มาจับมือกับ Sumitomo Foretry บริษัทชื่อดังด้านธุรกิจไม้และรับสร้างบ้านจากญี่ปุ่น ร่วมกันสร้าง ซึ่งโครงการนี้ใช้เงินลงทุนไปประมาณ 4,500 กว่าล้านบาทเลยทีเดียว เรียกว่าเป็นงานเอกของทาง Developer ในช่วงต้นปีนี้ก็ว่าได้ค่ะ

    พอพูดถึงของระดับ ULTIMATE Class แล้วต้องคุยกันในเรื่องของสไตล์นิดนึง โดยสไตล์ของโครงการนี้เน้นอิงบรรยากาศของบริบท หรือสภาพแวดล้อมมาก่อนนะคะ ซึ่งทำเลที่ตั้งโครงการนี้จะอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ Unesco จึงเป็นตัวนำสไตล์ Timeless หรือความหมายคือการตกแต่งที่ยังคงสวยงามในเวลานานจากรุ่นสู่รุ่นประมาณนี้ค่ะ ถ้าพูดในความหมายชาวบ้านมากขึ้นที่เราเข้าใจก็คือ สไตล์ที่ดูสวย เรียบ ซึ่งเป็นสไตล์ที่นิยมมาโดยตลอดไม่ค่อยตกรุ่นนั่นเอง

    การจัดสรรพื้นที่ของโครงการชั้นล่างสุดเป็นพื้นที่ต้อนรับอย่าง Lobby ขึ้นมาชั้น 7 จะเป็นชั้น Facilities ทั้งหมด ก่อนเริ่มส่วนชั้นพักอาศัยตั้งแต่ 8 -​39 ซึ่งจำนวนห้องจะลดหลั่นลงไปตามความสูงชั้นที่มากขึ้น และจะมีชั้นพิเศษอย่างชั้นที่ 29 ที่ได้สวนส่วนกลางด้วย

    ชั้น Main Facilities ยกขึ้นมาชั้น 40-41 ได้วิวมุมสูงแต่ยังไม่ใช่ชั้นสูงสุดนะคะ เพราะด้านบน Facilities​ นี้ทำเป็นชั้นของห้อง Penthouse

    ที่ดินโครงการมีรูปร่างหน้าแคบลึก ด้านหน้าติดถนนสุขุมวิท มีฝั่งนึงติดกับถนนซอย และอีกด้านติดกับพื้นที่ข้างเคียง

    ส่วนการสัญจรภายในโครงการจากทางเข้า-ออกหน้าโครงการ ผ่านจุด Drop-Off แล้วตรงไปจะมีทั้งทางลงที่จอดรถแบบ Conventional คิดเป็น 53 ช่องจอด หรือเลือกจอด Automatic Parking  ก็ได้เช่นกัน นอกจากนี้ทางโครงการก็มีทำที่จอดรถสำหรับรองรับ Super Car 6 ช่องจอดด้วย

    หลังจากชั้นที่จอดรถขึ้นมาจะเป็นชั้น 7 ซึ่งอาคารพักอาศัยนั้นจะ Set Back ขยับห่างจากถนนสุขุมวิทมาระดับนึงได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น พร้อมกั้นด้วยสวนและ Glass House สร้างบรรยากาศ

    ชั้น 29 จัดเป็นสวนอยู่ด้านหน้าอาคาร พื้นที่นี้เป็นของส่วนกลางนะคะ สามารถขึ้นมายืนชมวิวสูดอากาศได้

    และชั้น 40-41 จะเป็นชั้น Main Facilities ประกอบด้วยสระว่ายน้ำ, Grand Gym, Yoga Room และ Golf Simulator

    เจาะลึกกันที่บริเวณด้านหน้าโครงการส่วนนี้ถ้าสังเกตด้านบนจะเห็น Glass House ที่ค่อนข้างโดดเด่นทีเดียว ซึ่งทางโครงการก็ตั้งใจให้ Glass House นี้เป็นหนึ่งใน Point of View ของโครงการเช่นกัน เดี๋ยวดีเทลเราไปเล่าต่อในภาพของ Glass House เองเลยนะคะ

    เข้ามาภายในโครงการแล้วด้านหน้าจัด Landscape เป็นสวน + Water Feature แบบบ่อน้ำนิ่งดูเรียบหรู และนิ่งสงบดีในความคิดเราคือได้อารมณ์พักผ่อนมากขึ้น ซึ่งผู้ออกแบบ Landscape นี้ก็คือ Shma บริษัท Landscape ชื่อดังนั่นเอง

    แต่ถ้าลองหันมาด้านหน้าตรง หรือหันไปทางทางเข้าหลักจะดูโอ่อ่ามาก เพราะส่วน Lobby นี้ให้ฝ้าเพดานสูง 14 ม. หรือความสูงประมาณ 4 ชั้นไปเลยค่ะ บวกกับกระจกทรงสูงด้วยของจริงน่าจะสวยเลย

    เข้ามาส่วนนี้จะเป็นบรรยากาศภายในของ Lobby Lounge โดยตรงนี้มีความสูง 14 ม. อย่างที่บอก หากตรงไปจะเป็น Reception Lobby ซึ่งมีการจัดที่นั่งไว้สำหรับรับรองแขกมากกว่ามุมนี้ ฝ้าเพดานจะอยู่ที่ 6 ม. ลดลงมาหน่อยเป็นแบบ Double Volume แต่ก็ยังเรียกว่าสูงอยู่นะคะ

    ขึ้นมาที่ชั้น 7 เป็นหนึ่งในชั้น Main Facilities โดยจะแบ่งฟังก์ชันการใช้งาน Facilities ของชั้นนี้เป็น 2 ส่วนด้วยกัน คือ Indoor และ Outdoor เริ่มจาก Outdoor ฝั่งติดถนนสุขุมวิทหรือด้านหน้าอาคารจัดให้เป็นสวน และมี Glass House อยู่ริมอาคารเลย

    บรรยากาศภายใน Glass House ให้ความรู้สึกเหมือนโดมกระจกโค้งขนาดใหญ่ ภายในจัด Sculpture ดูหรูหราและล้อมด้วยพื้นที่นั่งเล่นให้ชมวิวระดับกลางๆ ซึ่งเราว่าของจริงน่าจะเห็นเป็นวิวสวนของทาง Unesco นะคะ ส่วนรูปแบบการดีไซน์ในส่วน Glass House ทางโครงการบอกว่าเป็นสไตล์ Newyork Art Deco ค่ะ

    เข้ามาในส่วน Indoor ของชั้น 7 นี้ ห้องแรกที่ได้วิวสวนและ Glass House นั่นก็คือ ห้องสมุด ค่ะ โดยภายในจัดชุดโซฟาไว้ให้ ดูเป็นห้องอ่านหนังสือชิลๆ นะคะ

    และอีกรูปของห้อง Library ลักษณะเป็นห้องหน้ากว้างยาว หันวิวไปทางทิศตะวันออกนะคะ ภายในจัดให้เป็นฝ้าเพดานสูงดูโปร่งโล่ง มีชั้นวางหนังสือเรียงไปแต่ละจุด ส่วนเฟอร์นิเจอร์มีทั้งชุดโซฟาไว้นั่งอ่านหนังสือ หรือจะเป็น Long Table สำหรับคุยงานได้ ปิดท้ายในรูปเห็นมีผนังเป็นลวดลายหินอ่อนขนาดใหญ่ด้วย

    ถัดมาคือห้อง Tea Lounge หรือจริงๆ จะเรียกว่าเป็นห้องมานั่งดื่มและพูดคุยกับเพื่อนก็ได้นะคะ เพราะดูจากรูปแบบการออกแบบให้ความรู้สึกเหมือน Bar & Restaurant มีเคาน์เตอร์บาร์ตรงนี้คิดว่าลูกบ้านน่าจะมาผสมเครื่องดื่มต่างๆ เองได้

    ขึ้นมาที่โซน Main Facilities ในชั้น 40-41 กันต่อนะคะ ชั้นนี้จะได้วิวมุมสูง 360 องศาเลย เพราะทางโครงการจัดตำแหน่งฟังก์ชันต่างๆ ไว้ล้อมรอบ Core กลางอาคาร

    โดยชั้น 40 จะเป็น สระว่ายน้ำที่เป็นรูปวงกลมล้อมรอบ Core อาคาร และมีการแยกฟังก์ชันการใช้งานสระเป็น สระเด็ก สระผู้ใหญ่ มุมนั่งแช่ต่างๆ ส่วนชั้น 41 จะเป็น Facilities แบบ Indoor เช่น Fitness, Yoga Room และ Golf Simulator ค่ะ

    ส่วนชั้นบนของ Main Facilities จะเป็นโซนของห้อง Penthouse ค่ะ

    เรามาดูในส่วนของ Master Plan และ Floor Plan กันต่อนะคะ โดยในชั้น 1 นี้สังเกตว่าการจัดโซนจะสามารถแบ่งออกเป็น 3 โซนด้วยกันคือ

    1. โซนต้อนรับ : อยู่บริเวณด้านหน้าโครงการนั่นก็คือ Lobby Lounge นั่นเองนะคะ
    2. โซน Back of House : โซนนี้จะมีการแยกพื้นที่ไว้สำหรับลูกบ้านเท่านั้นที่เข้าถึงพื้นที่ได้ ซึ่งการเข้าถึงโซนนี้ ดูจากแปลนแล้วใช้ลิฟต์จะสะดวกสุดค่ะ ภายในโซนนี้มี Private Storage ให้ โดยโครงการจะจัดพื้นที่ไว้ให้สำหรับทุกห้องจะมี Storage ของตัวเอง แต่ขนาดไม่เท่ากันนะคะ ห้องใหญ่จะได้ขนาดใหญ่ขึ้นมาเพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานจริง โดยแบ่งขนาด Storage ได้ดังนี้ค่ะ

    • 1 – 2 Bedroom : กว้าง x ลึก x สูง = 0.55 x 0.9 x 1
    • 3 Bedroom : กว้าง x ลึก x สูง = 0.68 x 0.9 x 3
    • Penthouse : กว้าง x ลึก x สูง = 1.8 x 0.9 x 3

    3. การสัญจรภายในโครงการ อย่างที่กล่าวไปในตอนโมเดลแล้วบางส่วนว่ามีรูปแบบการจอดรถ 2 แบบคือ Conventional และ Automatic Parking ทั้งนี้ขอเพิ่มเติมข้อมูลที่จอดรถเฉพาะห้อง 3 Bedroom และ Penthouse จะมีการ Fix ที่จอดรถให้ โดย 3 Bedroom Fix 1 คัน และ Penthouse Fix ให้ 2 คัน รวมไปถึงมีจุดบริการ EV Charger ให้ทั้งหมด 6 หัว รองรับรถได้ 12 คัน

    สำหรับชั้น 2 นี้จริงๆ แล้วจะเชื่อมกับส่วน Lobby Lounge ด้านล่าง แต่การจะขึ้นมาชั้นนี้จะสงวนไว้สำหรับลูกบ้านโดยเฉพาะนะคะ เพื่อความเป็นส่วนตัวที่มากขึ้น ส่วนการจะขึ้นไปชั้นพักอาศัยจะต้องสแกนบัตรเข้าจากโถงลิฟต์โดยสารเท่านั้นค่ะ

    ชั้น 7 เป็นชั้นที่มี Facilities ยกชั้นเลยนะคะ แบ่งโซน Indoor และ Outdoor เริ่มจาก Outdoor ติดถนนสุขุมวิทประกอบด้วย Glass House และสวน

    ส่วน Indoor ตรงกลางลักษณะจะเป็น Semi-Outdoor บริเวณ Grand Lounge ซึ่งนอกจากจะเปิดโล่งตรงด้านหน้าให้รับวิวและอากาศจากสวนได้แล้ว ด้านบนของ Grand Lounge ยังเจาะช่วงแสงสูงไปถึงชั้นที่ 28 เลยทีเดียว ทำให้อากาศและแสงเข้าถึงชั้นพักอาศัยได้ดีมากขึ้น ได้ความโปร่งโล่งดี ส่วนด้านข้าง Grand Lounge แบ่งเป็น 2 ข้าง ฝั่งทิศตะวันตกจะเป็นห้อง Library และ Co-Working Space เป็นฟังก์ชันพาร์ททำงาน อ่านหนังสือ ส่วนทิศตะวันออกจะเป็น Tea Lounge และ Kids Room

    และสำหรับโซนด้านหลังจะประกอบด้วยฟังก์ชันเสริมความงามต่างๆ เช่น ห้อง Maincure & Pedicure Room, Salon และ Spa ที่ลูกบ้านสามารถเชิญช่างส่วนตัวมาให้บริการถึงคอนโดเลย และอีกฟังก์ชันของชั้นนี้ก็คือ Theater Room ค่ะ

    ชั้น Typical Floor Plan หรือชั้น 8-20 นี้สำหรับการจัดผังพื้นเรามองว่าดีและน่าสนใจ คือ รูปแบบจะเป็น Single Corridor ที่วาง Core Lift ไว้ตรงกลางนะคะ ข้อดีของการจัดรูปแบบนี้คือได้ความเป็นส่วนตัวมากกว่า Double Corridor ทั่วไปที่มีห้องเพื่อนบ้านฝั่งตรงข้ามด้วย แต่ข้อเสียของการวางผังแบบนี้ก็จะเห็นในหลายโครงการที่ให้ช่องแสงด้านข้างมาไม่พอ จะทำให้โถงทางเดินค่อนข้างมืด ต้องพึ่งดวงโคม ซึ่งโครงการนี้ก็ออกแบบลบข้อเสียคือทำช่องเปิด (Void) ตรงกลางด้วยจึงได้แสงและความโปร่งโล่งมากขึ้น

    ส่วนจำนวนยูนิตต่อชั้นของชั้นนี้อยู่ที่ 12 ยูนิต จัดว่าไม่เยอะมาก ส่วนอัตราลิฟต์จะอยู่ที่ประมาณ 78 : 1 เรียกว่าความหนาแน่นค่อนข้างน้อยเลย จัดว่าจัดมาได้เหมาะสมกับราคาอยู่

    ชั้น 21-28 จำนวนยูนิตจะน้อยลงมาอยู่ที่ 11 ยูนิต แตกต่างจากชั้น 8-20 ตรงที่ห้องด้านหลังโครงการซึ่งหันไปทางเพชรบุรี รวบเป็นห้องขนาดใหญ่ 2 Bedroom แทน 1 Bedroom 2 ห้อง

    ชั้น 29 เป็นชั้นที่มีสวนด้านหน้า ซึ่งสวนส่วนกลางนี้ออกแบบให้ลูกบ้านทุกชั้นสามารถขึ้นมาใช้งานได้นะคะ แต่ลูกบ้านที่อยู่ชั้นนี้ยังคงได้ความเป็นส่วนตัวอยู่เนื่องจากทางโครงการทำ Double Access มาให้ด้วย ดังนั้นลูกบ้านในชั้นอื่นๆ จะไม่สามารถเดินเข้ามายังโถงทางเดินส่วนพักอาศัยชั้นนี้ได้ค่ะ

    ส่วน Type ห้องพักอาศัยนั้นจะเริ่มเป็นห้องขนาดใหญ่กันหมดแล้วนะคะ ทั้ง 2 Bedroom และ 3 Bedroom

    ชั้น 30-36 จำนวนยูนิตลดเหลือเพียง 7 ยูนิตต่อชั้นแล้ว ชั้นนี้ยังมีห้อง 1 Bedroom ให้เลือกอยู่นะคะ สำหรับใครที่ต้องการห้อง 1 Bedroom เน้นวิวมุมสูง

    ชั้น 37-38 จำนวนยูนิตเหลือ 4 ยูนิตต่อชั้นแล้วนะคะ ก็จะเน้นเป็นห้องขนาดใหญ่มากขึ้น คือห้อง 2 Bedroom ตั้งแต่ 111.30 – 160.30 ตร.ม. และห้องพิเศษคือ D-6 ที่จะมี Private Lift บริการ

    ขึ้นมาที่ชั้น 40 เป็นชั้นสระว่ายน้ำทั้งชั้นเลยค่ะ แต่แบ่งการใช้งานเป็นหลายส่วน สำหรับสระผู้ใหญ่มีความยาวอยู่ที่ 5 x 25 ม. ระบบเกลือ จัดเป็นระยะที่ว่ายออกกำลังกายได้ดี และฟังก์ชันอื่นๆ ในน้ำก็จะมีทั้ง Jacuzzi, Day Bed และสระเด็ก

    และจุด Highlight ของชั้นนี้อีก 1 จุดคือบันไดเวียนเชื่อมชั้น 40-41

    ขึ้นมาชั้น 41 จะเป็น Indoor ทั้งหมดประกอบด้วย Grand Gym. Yoga Room และ Golf Simulator

    ชั้น 42-43 เป็นห้อง Duplex Penthouse ทั้งหมด ซึ่งจะมีห้องที่หันไปทางสุขุมวิทที่ได้ Private Lift นะคะ แต่ห้องอื่นๆ ที่อยู่ชั้นนี้ก็ต้องใช้ Private Lift เหมือนกันเพียงแต่ลักษณะการใช้งานจริงจะไม่ได้ต่างจากลิฟต์ด้านล่างเพราะประตูลิฟต์เปิดมาก็ต้องเดินผ่านโถงทางเดินไปห้องตัวเองอีกทีนะคะ

    ชั้น 44 เป็นชั้นสูงสุดของโครงการ ซึ่งก็มีห้องพักแค่ 1 ห้องคือ Penthouse ขนาด 357 ตร.ม.

    สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

    • Basement, L1 & L2 Floor

    • Reception
    • Lobby Lounge
    • VIP Storage
    • Smart Locker
    • Smart Parking
    • Supercar Parking
    • EV Chager

  • 7th Floor
    • Glass House
    • Hype Garden
    • Grand Lounge
    • Co-Working Space
    • Library
    • Tea Lounge
    • Kids Room
    • Theater Room
    • Spa & Salon
    • Manicure & Pedicure

  • 39th – 41st Floor
    • Fitness
    • Sauna
    • Yoga
    • Golf Simulator
    • Grand Gym
    • Kids Pool
    • Sky Pool ระบบเกลือ ความยาว 5 x 25 ม.

  • ลิฟต์โดยสาร 5 ตัว/อาคาร
    • ลิฟต์โดยสาร : 4 ตัว
    • ลิฟต์ส่วนตัวสำหรับห้องในชั้น 29-44 : 1 ตัว

  • Service Lift 1 ตัว
  • ที่จอดรถประมาณ 299 คัน
  • ระบบรักษาความปลอดภัยในโครงการ  CCTV / Key Card
  •  


    Product Walkthrough

    ห้อง 2 Bedroom ขนาด 75.6 ตร.ม. จุดเด่นของห้องนี้มี 3 Highlight ด้วยกัน

    1. ห้องหน้ากว้าง : ข้อดีคือได้บรรยากาศที่โปร่งโล่งมากขึ้น เพราะมีช่องแสง (หน้าต่าง-ประตู) กระจกเยอะ

    2. ห้องมุม : สำหรับตำแหน่งห้องนี้จะเป็นห้องมุมอาคาร ซึ่งเรามองว่าผังห้องนี้ทางโครงการทำออกมาดีมาก ไม่ค่อยเห็นลักษณะห้องมุมแบบนี้เท่าไหร่ เพราะตรงปลายเตียงนอกจากจะได้กระจกแบบเข้ามุมแล้ว ยังมีกระจกจากห้องน้ำที่เป็น Sexy Bath ด้วย ทำให้บรรยากาศในห้องจริงโปร่งโล่งทีเดียวค่ะ

    3. พื้นที่ครัว + Pantry : สำหรับห้องนี้จัดว่าให้ความสำคัญกับครัวพอสมควร รูปแบบจะเป็นครัวฝรั่งมีเคาน์เตอร์ด้านหลังเป็นรูปตัว I +Built-in ชั้นวางของ และ Island ตรงกลางไว้เตรียมอาหาร พร้อมกับพื้นที่นี้ก็หันไปได้วิวภายนอกอีกด้วย ตอบโจทย์คนชอบทำอาหาร และใช้เวลาในพื้นที่ส่วนนี้ค่อนข้างมาก แต่ต้องบอกว่าลักษณะครัวที่เป็นรูปแบบเปิดนั้นอาจจะไม่ได้เหมาะกับการทำอาหารที่มีกลิ่นแรงมากนักนะคะ

    ส่วนรูปแบบการขายจะเป็น Fully Fitted สิ่งที่ได้หลักๆ ดังนี้

    • ชุดครัว + เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัว
    • สุขภัณฑ์
    • เฟอร์นิเจอร์ Built-in เช่น ตู้เสื้อผ้า และโต๊ะเครื่องแป้ง
    • Digital Door Lock / VDO Door Phone / Home Automation
    • เครื่องปรับอากาศ

    เริ่มต้นมาดูที่หน้าประตูกันเลยค่ะ สังเกตที่ขนาดของประตูมีขนาดใหญ่มาก สูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน ซึ่งที่นี่จัดความสูงฝ้าอยู่ที่ 3 ม. ก็เรียกว่าขนาดประตูสูง 3 ม.เลยทีเดียว วัสดุประตูเป็น Solid Core และปิดผิวด้วยลามิเนตลายหนัง

    Digital Door Lock ที่นี่ใช้ยี่ห้อ Yale เกรดสูงสามารถรองรับได้ทั้งหมด 4 ระบบด้วยกัน คือ Password, Finger Scan, Keycard และกุญแจมาตรฐาน

    ถัดมาเป็น Home Automation จาก zipato ซึ่งทางโครงการจะติดตั้งระบบที่สั่งได้ทั้งหมด 3 แบบ คือ Digital Door Lock, แสงสว่าง และเครื่องปรับอากาศ

    มาดูภายในห้องกันต่อนะคะ เริ่มจากส่วนพื้นห้องใช้เป็นกระเบื้อง Porcelain ขนาด 1.2 x 0.6 ม. ลายหินอ่อนสวยงามดีค่ะ ลักษณะลายจะตามห้องตัวอย่างเลยนะคะ

    เข้ามาจะเป็นส่วน Common Area ก่อนเลย ซึ่งประกอบด้วยพื้นที่ครัว, พื้นที่รับประทานอาหาร และนั่งเล่นนะคะ

    เริ่มจากบริเวณพื้นที่รับประทานอาหารกันก่อน บริเวณนี้สามารถรองรับได้ถึง 4 ที่นั่งกำลังพอดี และหันวิวไปทางระเบียงภายนอก ซึ่งก็สามารถนั่งกินข้าวและชมวิวไปได้ด้วย

    ติดกับพื้นที่รับประทานอาหารจะเป็นส่วนระเบียง ซึ่งกั้นด้วยประตูบานเลื่อนกระจกสีชานะคะ ใครที่ไม่ชอบให้แสงเข้ามาแรงๆ เราว่ากระจกสีชาช่วยได้อยู่

    พื้นที่ระเบียงเน้นเป็นขนาดกะทัดรัดให้ออกมายืนสูดอากาศได้ ส่วนพื้นจะเป็นแกรนิตโต้แบบหยาบกันลื่นได้ระดับนึง ราวกันตกให้มาสวยตามราคาคือเป็น กระจก Flamess

    ด้านซ้ายของระเบียงออกแบบเป็นประตูกระจกซึ่งเชื่อมกับห้องนอนเล็ก

    ส่วนอีกฝั่งกั้นพื้นที่แยกระหว่างระเบียงและส่วน CDU เครื่องปรับอากาศ ด้วยฉากกั้นระแนง

    เปิดระแนงออกมาจะเห็นว่า CDU แอร์หันออกไปนอกอาคารนะคะ ข้อดีคือลมร้อนไม่เป่าเข้าส่วนระเบียง ส่วนพื้นที่ด้านล่าง CDU นั้นเหมาะกับการวางอุปกรณ์ทำความสะอาดต่างๆ นะคะ ส่วนเครื่องซักผ้าทางโครงการติดตั้งงานระบบไว้ที่ส่วนครัวแทน

    มาดูที่ฟังก์ชันถัดไปคือส่วนนั่งเล่น บริเวณนี้มีขนาดค่อนข้างใหญ่เลย วางชุดโซฟาแบบ 3 ที่นั่งพร้อมเก้าอี้โซฟาได้ด้วย ส่วนระยะทีวีอยู่ที่ประมาณ 2.5 ม. ระยะนี้จะเหมาะกับขนาดทีวีประมาณ 42 -​ 50 นิ้ว กำลังดีกับสายตา

    หันมาทางฝั่งตรงข้ามจะเป็นพื้นที่ครัวขนาดใหญ่ ลักษณะจะเป็น Island ยาว มีเคาน์เตอร์พร้อม Hob & Hood อยู่ด้านข้าง และBuilt-in ที่เก็บของขนาดใหญ่เต็มความสูงฝ้าเพดาน

    เงยหน้ามาด้านบนส่วนฝ้าเพดานจะให้แอร์แบบ Conceal ดูเรียบร้อยดีค่ะ

    Top ของ Island ใช้เป็นหิน Quartz ด้านล่างจัดชั้นไว้สำหรับใช้งานได้ บานเปิดเป็น Soft Close ทั้งหมดและปิดผิวด้วย Satin Glass ลักษณะจะเป็นผิวด้านไม่เป็นรอยนิ้วมือ

    Sink ล้างจานให้เป็น 2 หลุมลึก

    ส่วนด้านล่างมี Built-in​ ถังขยะ และชั้นวางของไว้ให้

    ส่วนอีกด้านทำเป็นลิ้นชักเก็บของและอุปกรณ์เล็กๆ เช่น ช้อนส้อม ต่างๆ

    ส่วนที่เราชอบคือการที่โครงการจัด Built-in ชั้นวางของขนาดใหญ่มาให้ เพราะคอนโดมิเนียมพื้นที่มักจะจำกัดต่างจากบ้าน ปัญหาที่หลายคนเจอคือไม่มีที่เก็บของเป็นสัดส่วน สุดท้ายก็ต้องซื้อชั้นมาวาง หรือ Built-in เพิ่ม ซึ่งถ้าโครงการทำมาให้เพียงพอเลยก็จะไม่เสียเวลา Built-in​ เองอีกรอบ

    ด้านในก็มี Detail ด้วยนะคะ ไม่ได้เป็นชั้นวางปกติ อย่างด้านล่างที่ติดกับประตูทางเข้าห้องก็ทำเป็นชั้นวางรองเท้าที่สามารถเลื่อนเข้า-ออกได้ ซึ่งสะดวกในการใช้งานดีค่ะ

    ถัดมาเป็นที่เก็บเครื่องซักผ้า ขนาดที่วางได้ใหญ่สุดคือ 8 กิโลกรัม ความสูงของช่องเก็บของจะวางได้เฉพาะเครื่องซักผ้าแบบฝาหน้าเท่านั้นนะคะ

    ด้านหลังของบานเปิดติดชั้นวางของและตัวแขวนเล็กๆ ให้

    ถัดมาเป็นตู้เย็นแบบ Side by Side จาก Kuppersbusch ซึ่งหน้าตาก็จะได้ตามห้องตัวอย่างเลยค่ะ แอบเสียดายหน่อยตรงที่ไม่ได้เป็นตู้เย็น Built-in​ หน้าบานเหมือนตู้เลย 

    ถัดมาเป็นเคาน์เตอร์ครัว จัดให้เป็นมุมทำอาหารโดยเฉพาะ วัสดุของเคาน์เตอร์เหมือนกับ Island คือ Top หิน Quartz และหน้าบานเป็น Satin Glass

    ด้านบนแบ่งเป็นส่วน Hood และช่องเก็บของ

    โดยความสูงของชั้นนี้สำหรับความสูงของผู้หญิงทั่วไป ประมาณ 150-160 ม. จะเรียกว่าสูงเกินเอื้อมหรือใช้งานลำบากหน่อย ซึ่งทางโครงการก็ทำชั้นแบบดึงได้และใช้เป็นแบบโช้คด้วย ทำให้ใช้งานเต็มที่และสะดวกดีค่ะ

    ส่วน Hob จะเป็นเตา Induction แบบ 4 หัว จาก Kuppersbusch

    ส่วนด้านล่างเคาน์เตอร์ทำชั้นสำหรับเก็บของให้เยอะนะคะ และตรงกลาง Built-in Microwave + Oven จาก Kuppersbusch ไว้ให้เป็นมาตรฐาน

    จากส่วน Common Area หันมาฝั่งห้องนอนเล็กกันต่อและค่อยไปดูฝั่งห้อง Master Bedroom นะคะ

    ก่อนไปดูจะขออธิบายรูปแบบการจัดวางห้อง 2 Bedroom แบบหน้ากว้างอีกหน่อย หลักๆ จะมีการจัดวางอยู่ 2 แบบ

    1. การแยกโซน Common Area กับ Bedroom ชัดเจน โดยห้องนอน 2 ห้องอยู่ติดกัน แบบนี้จะเหมาะกับคนที่ต้องการโซนเตียงนอนเป็นมุมสงบ เป็นส่วนตัว และเวลาใช้เสียงดังหรือปาร์ตี้กินข้าวเฉพาะโซน Common Area อย่างเดียว

    2. การวาง Common Area ตรงกลาง และแยกห้องนอนไว้ 2 ฝั่ง เหมือนผังห้องนี้ ข้อดีคือการเข้าถึง Common Area ได้สะดวกสำหรับทั้ง 2 ห้องนอน ส่วนเรื่องความเป็นส่วนตัวจะเป็นอีกแนวกับแบบแรก คือ ห้องนอนทั้ง 2 ห้องที่แยกกันจะมีความเป็นส่วนตัวในห้องมากขึ้น เช่น ลูกเปิดเพลงเสียงดังในห้องตอนกลางคืน คุณพ่อคุณแม่ที่นอนอยู่อีกห้องก็จะไม่ได้ยินมากนัก เพราะมี Common Area วางคั่นอยู่ ไม่ได้ผนังติดกัน

    สำหรับฝั่งห้องนอนเล็กจะมี 2 ฟังก์ชันคือ ห้องน้ำรวม และห้องนอนเล็ก

    สำหรับห้องน้ำรวมนี้จะเปิดประตูได้จาก 2 ฝั่งคือจาก Common Area และจากห้องนอนเล็กเลย ทำให้ความสะดวกในการใช้ห้องน้ำจากห้องนอนเล็กสะดวกมากขึ้น

    พื้นใช้เป็น Porcelain ลายหินอ่อนแบบหยาบกันลื่น เช่นเดียวกันกับผนัง และท็อปเคาน์เตอร์เป็นลายเดียวกันทั้งหมดแต่วัสดุท็อปจะเป็นหินแท้

    อ่างล้างมือเซรามิกจาก TOTO พร้อม Built-in ชั้นเก็บของด้านล่างให้

    ส่วนโถสุขภัณฑ์​ได้เป็นแบบชิ้นเดียว จาก TOTO

    ผนังด้านบนกรุด้วยตู้กระจกซ่อนไฟด้านล่างสวยงามดีค่ะ

    มีฝั่งนึงที่ทำเป็นชั้นวางของด้านในด้วย

    ส่วนพื้นที่อาบน้ำกั้นด้วยฉากกั้นกระจกขนาดใหญ่ สูงเกือบถึงฝ้าเพดานและได้เป็นแบบ Frameless

    ภายในเจาะช่องไว้ให้สำหรับวางของเครื่องใช้ต่างๆ เช่น ครีมอาบน้ำ แชมพู

    ฝักบัวจะได้เป็นแบบทั้งสายอ่อนและ Rain Shower จากยี่ห้อ Hansgrohe ส่วนระบบน้ำเป็นระบบน้ำร้อน Boiler ส่วนฝ้าเพดานตรงนี้มีซ่อนไฟเพิ่มดีเทลดูสวยงาม

    เข้ามาดูในห้องนอนเล็กกันต่อ ขนาดของห้องนี้รองรับเตียง 5-6 ฟุตได้สบายๆ ส่วนพื้นห้องนอนทั้งห้องนอนเล็กและ Master Bedroom จะได้เป็นพื้น Engineering Wood ท็อปเป็นไม้ Oak

    หากใครวางเตียงขนาด 5 ฟุตจะมีพื้นที่ด้านข้างเตียงเหลือพอสมควรเลย สามารถวางโต๊ะเครื่องแป้ง หรือโต๊ะทำงานขนาดเล็กได้สบายๆ รวมไปถึงมีพื้นที่สำหรับบานเปิดตู้เสื้อผ้าด้วย

    อีกฝั่งด้านข้างของเตียงได้ชุดบานกระจกขนาดใหญ่ เกือบสูงเต็มผนัง ถ้าได้เต็มผนังจะเด็ดมากๆ และกระจกนี้ใช้เป็นกระจกลามิเนต 2 Layers ติดฟิล์มตรงกลางพร้อมสุญญากาศ ใช้กันความร้อนได้

    อีกฝั่งเป็นตู้เสื้อผ้าและทางเข้าห้องน้ำจากห้องนอน

    สำหรับตู้เสื้อผ้า Built-in ที่ได้เป็นมาตรฐาน หน้าบานใช้เป็นกระจกสีชา ภายในมีทั้งราวแขวนเสื้อ ลิ้นชัก และชั้นวางเป็นระเบียบ พร้อมไฟแสงสว่างที่เปิดบานเปิดมาก็เปิดไฟให้อัตโนมัติ​

    หลังจากดูห้องนอนเล็กเสร็จแล้ว เรากลับมาดูอีกฝั่งคือห้องนอนใหญ่กันต่อ

    เข้ามาภายในแบ่งเป็น 2 โซนชัดเจน ฝั่งซ้ายคือส่วนเตียงนอน ฝั่งขวาคือห้องน้ำ แต่ความรู้สึกของ 2 โซนนี้ดูเชื่อมต่อกัน เนื่องจากห้องน้ำในห้องนี้ได้เป็นแบบ Sexy Bath จึงได้เปรียบในเรื่องบรรยากาศห้องที่ได้ความโปร่งโล่งมากขึ้น

    เตียงนอนห้องนี้วางขนาด 6 ฟุตได้กำลังพอดี พร้อมพื้นที่เหลือให้วางโต๊ะข้างเตียงทั้ง 2 ฝั่ง

    ส่วนปลายเตียงเราชอบมาก ถือเป็น Highlight ของห้องนี้เลยค่ะ ถ้าดูจากรูปจะเห็นว่าได้ชุดกระจก 2 ฝั่ง และอีกฝั่งเป็นกระจกห้องน้ำซึ่งถ้าเราเปิดกระจกห้องน้ำให้เป็นแบบใสด้วยก็จะทำให้ปลายเตียงได้วิวถึง 3 ฝั่ง

    เดี๋ยวเราเข้าไปดูภายในห้องน้ำกันต่อ

    ก่อนเข้าห้องน้ำจะเป็นพื้นที่ Walk-in Closet ได้ตู้เสื้อผ้าแบบ Built-in เหมือนห้องนอนเล็ก ขนาดก็ใกล้เคียงกัน ไม่ใหญ่มาก

    ความพิเศษของห้องน้ำห้องนี้คือเป็นห้องน้ำที่อยู่ติดกับภายนอกอาคารจึงได้วิวภายนอกด้วย และยังเป็นห้องน้ำแบบ Sexy Bath ที่เราได้บอกกันไปก่อนหน้า ดังนั้นวิวที่ได้ก็จะกว้างมากขึ้นด้วยค่ะ เดี๋ยวเราไปดูด้านในกัน

    เริ่มต้นที่ส่วนแห้งของห้องน้ำจะอยู่ด้านหน้าสุด เป็นชุดเคาน์เตอร์อ่างล้างมือพร้อม Low Wall ด้านหลัง และ Built-in ตู้กระจกให้เรียบร้อย

    สุขภัณฑ์ส่วนอ่างล้างมือจาก TOTO เช่นเดียวกับห้องน้ำรวมก่อนหน้า แต่ห้องนี้พิเศษขึ้นมาคือโถสุขภัณฑ์ที่ให้เป็น TOTO Washlet รุ่น Neorest เป็นรุ่นที่เราลองเสริชราคาแล้วอยู่ที่ประมาณ แสนกว่าบาทเลย

    ถัดมาเป็นโซนเปียกกั้นด้วยฉากกั้นกระจกแบบ Framless ที่สูงถึงฝ้าเพดานเลย

    ส่วนพื้นที่อาบน้ำมีการลดระดับลงมาเล็กน้อยกันน้ำไหลย้อน ขนาดพื้นที่อยู่ที่ราวๆ 1 x 0.9 ม.

    ฝักบัวรวมทั้งสายอ่อนและ Rain Shower จาก Hansgrohe มีเซาะร่องด้านข้างและทำชั้นไว้ให้สำหรับวางครีมต่างๆ พร้อมกับผนังเฉพาะส่วนฝักบัวนี้ที่เปลี่ยนเฉดสีกระเบื้องเป็นสีดำลายหินอ่อนขาวดูตัดกับกระเบื้องด้านข้างทำให้โดดเด่นมากขึ้นดีค่ะ

    นี่คือจุด Highlight เลยอย่างที่บอกไปว่าตรงอ่างจะเห็นวิวประมาณนี้เลยค่ะ ซึ่งจากที่เราไปดูห้องจริงมาเราชอบมาก สามารถนอนแช่อ่างพร้อมชมวิวภายนอกได้สบายๆ แนะนำว่าใครที่เล็งห้องนี้อยู่ควรเลือกชั้นสูงๆ นะคะ จะได้ Benefit ในเรื่องวิวมากขึ้น

    อ่างอาบน้ำจาก TOTO เช่นกัน ความยาวประมาณ 1.5 ม. ให้นอนแช่ได้สำหรับสาวๆ ส่วนคุณผู้ชายที่สูงหน่อยท่าแช่ก็จะเป็นการนั่งเหยียดได้ค่ะ แต่อาจจะไม่ได้เต็มตัวมาก

    สำหรับกระจกที่เป็น Sexy Bath นั้นทางโครงการให้เป็น Smart Miror คือสามารถเลือกว่าจะเป็นกระจกใส หรือฝ้าก็ได้ รูปแบบกระจกแบบนี้จะใช้ไฟฟ้าเข้ามาทำให้กระจกใส ดังนั้นหากไฟดับหรือจะไม่ใช้ไฟฟ้านั้นกระจกจะกลับมาเป็นฝ้าค่ะ

    ห้องถัดมาเรามาดูห้อง 1 Bedroom กันบ้างนะคะ สำหรับ Type ที่เราจะพาไปเจาะลึกกันคือ 1 Bedroom Type B-1 ขนาด 50.7 ตร.ม. จัดเป็นขนาดที่อยู่ด้วยกัน 2 คนกำลังสบายๆ เลย จุดเด่นของห้องนี้มีอยู่ 4 จุดด้วยกัน

    • ห้องหน้ากว้าง : ทำให้ทุกฟังก์ชันหลักในห้องได้วิวภายนอก เช่น ส่วน Common Area และห้องนอน
    • Pantry :  จะเห็นว่าชุดครัวได้ค่อนข้างใหญ่ เคาน์เตอร์รูปตัว L พร้อมกับ Built-in โต๊ะกินข้าวเชื่อมกับเคาน์เตอร์เลย 4 ที่นั่ง
    • พื้นที่อเนกประสงค์​ : มีพื้นที่อเนกประสงค์​ติดระเบียงให้จัดเป็นพื้นที่ทำงานได้
    • ห้องนอน : ได้ขนาดใหญ่ตามขนาดพื้นที่ใช้สอยห้อง มีส่วน Walk-in Closet พร้อมห้องน้ำ Sexy Bath ในห้องนอน

    เข้ามาภายในห้องจะได้บรรยากาศโปร่งโล่งพอสมควร เพราะห้องนี้ออกแบบให้ส่วนครัวเป็นครัวเปิดเชื่อมกับพื้นที่นั่งเล่นและพื้นที่อเนกประสงค์

    สำหรับวัสดุห้องนี้หลักๆ จะเหมือนกับห้อง 2 Bedroom ก่อนหน้า คือ ฝ้าเพดานสูง 3 ม. พื้นเป็น Porcelain ลายหินอ่อน

    หลังจากเดินเข้ามาแล้วเราหันกลับมายังส่วนครัวกันก่อนนะคะ ฝั่งซ้ายเป็นตำแหน่งครัวเปิด พร้อมโต๊ะกินข้าว  ส่วนฝั่งขวาทำเป็นชุด Built in สูงจากพื้นถึงฝ้า ซึ่งได้เป็นมาตรฐานเลยค่ะสำหรับห้องนี้

    ชั้น Built-in ใช้วัสดุเหมือนกับห้อง 2 Bedroom คือภายในมีการจัดพื้นที่ไว้สำหรับวางของ วางรองเท้าได้ และบานเปิดใช้วัสดุเป็น Satin Glass

    เพิ่มเติมเรื่องตำแหน่ง Built-in นี้เราว่าได้ตำแหน่งดีนะ ดีกว่าห้องก่อนหน้าด้วยเพราะเปิดใช้งานสะดวก

    หันกลับที่บริเวณเคาน์เตอร์​ครัว

    เริ่มจากส่วนโต๊ะกินข้าวจะใช้วัสดุด้วยหิน Quartz เช่นเดียวกับท็อปเคาน์เตอร์​ เชื่อมเป็นผืนเดียวกัน ขนาดสามารถรองรับเก้าอี้ได้ 4 ที่นั่ง แต่ทางโครงการไม่ได้ให้เก้าอี้มาเป็นมาตรฐาน​นะคะ ลูกบ้านต้องซื้อมาตกแต่งเอง

    ตู้เย็นห้องนี้เป็นแบบ Built-in เข้ากับชุดครัว จาก Kuppersbusch ดูสวยงามเรียบร้อยดีค่ะ

    ส่วนบริเวณพื้นที่เดิน (ไม่รวมระยะเก้าอี้)​ กว้างประมาณ 1.1 ม. เป็นระยะที่เดินได้สะดวกอยู่ค่ะ แต่ถ้ารวมระยะเก้าอี้แล้วก็จะเหลือทางเดินประมาณครึ่งนึง

    สำหรับท็อปครัวและ Back Splash ใช้เป็นหิน Quartz ทั้งผืนดูสวยและเหมาะกับการใช้งานดี

    Sink ห้องนี้จะเป็นหลุมเดี่ยวนะคะ แต่มีขนาดใหญ่และลึกระดับนึง สามารถจุจานชามได้พอสมควร

    ส่วน Hob &​ Hood เป็นแบบ 2 หัวเตาจาก Kuppersbusch​

    ส่วนเคาน์เตอร์ด้านล่างออกแบบให้มีชั้นเก็บของใช้งานได้จริง อย่างที่เราชอบคือตรงบานเปิดหัวมุมติดตั้งเป็นชั้นที่สามารถเลื่อนออกมาเองตามบานเปิดเลย ใช้งานได้สะดวกดี ไม่เสียพื้นที่ด้านในที่เราอาจจะเอื้อมไปใช้ไม่ถึง

    ส่วนใต้เตาเป็น Microwave Built-in และด้านข้างรอบๆ เป็นชั้นวางจาน ด้านบนเป็นชั้นวางช้อนส้อมต่างๆ

    ด้านบน Built-in ตู้เก็บอุปกรณ์​ทำอาหารต่างๆ ในครัวให้เป็นมาตรฐาน​

    ถัดมาที่ส่วนนั่งเล่นและพื้นที่เอนกประสงค์​ ซึ่งอยู่ติดกับชุดกระจกได้วิวภายนอก

    พื้นที่นั่งเล่นนี้มีขนาดกำลังดีนะคะ วางชุดโซฟาประมาณ 2-3 ที่นั่งพร้อมกับเก้าอี้โซฟา และโต๊ะกลางได้พอดี ส่วนระยะทีวีจะอยู่ที่ประมาณ 1.5 ม. ขนาดทีวีที่เหมาะกับสายตาคือ 32 นิ้ว

    สุดทางเป็นชุดกระจกขนาดใหญ่รับวิวภายนอกได้เยอะดี สเป็คก็จะแบบเดียวกับ 2 Bedroom

    ส่วนพื้นที่เอนกประสงค์​นี้สามารถจัดเป็นพื้นที่ทำงานขนาดย่อมๆ หรือจะเป็นพื้นที่อื่นๆ ตามไลฟ์สไตล์ของลูกบ้านได้นะคะ

    ติดกันเป็นระเบียงโดยกั้นด้วยประตูบานเลื่อนกระจกทรงสูง ซึ่งประตูบานเลื่อนนี้จะเปิดได้ทั้ง 2 ฝั่งนะคะ

    ขนาดระเบียงห้องนี้จัดว่าค่อนข้างกะทัดรัด ไม่เน้นใช้งานจริงจังนะคะ ส่วนราวกันตกได้เป็นกระจก Frameless สวยและไม่บังวิวดี

    ข้างซ้ายของระเบียงติดตั้งระแนงแยกโซน CDU ให้

    อีกฝั่งเป็นประตูออกจากทางพื้นที่นั่งเล่น ซึ่งเรามองว่าในการใช้งานอาจจะไม่ได้ใช้มากนัก เพรสะประตูทั้ง 2 นี้คือยู่ใกล้กันเลย แต่ข้อดีคือทำให้พื้นที่นั่งเล่นได้ช่องแสงมากขึ้น และชมวิวได้กว้างขึ้นด้วย

    เข้ามาในห้องนอน ฝั่งซ้ายเป็นส่วนเตียงนอน ส่วนขวามือของรูปจะเป็นห้องน้ำและ Walk-in  Closet

    สำหรับโซนเตียงนอนมีความกว้างรองรับเตียง 6 ฟุตได้สบาย พร้อมเหลือพื้นที่ด้านข้างเตียงให้เดินได้สะดวกและจะวางโต๊ะข้างเตียงเพื่อวางของหรือตกแต่งห้องก็ได้ด้วย

    สำหรับชุดหน้าต่างที่ติดกับเตียงได้มาขนาดใหญ่ รับวิวได้เต็มที่

    ส่วนอีกฝั่งจะเป็นห้องน้ำ + Walk-in Closet

    ส่วน Walk-in​ Closet Built-in ตู้เสื้อ 4 บานเปิดมาให้แบ่งกันใช้งานได้กำลังดี

    สุดทางก็ Built-in โต๊ะเครื่องแป้งให้เป็นมาตรฐาน จะเป็นโต๊ะที่ด้านใต้มีลิ้นชักไว้ใส่เครื่องสำอางค์ต่างๆ

    ถัดเข้ามาในส่วนห้องน้ำแบ่งเป็นโซนแห้งและเปียก แต่จะวางตำแหน่ง Bath tub อยู่ในโซนแห้งนะคะ เพราะตั้งใจให้ตำแหน่งอ่างอยู่ติดกับ Smart Mirror นอนแช่และชมวิวได้

    บรรยากาศในห้องน้ำ ฝั่งซ้ายเป็นส่วนอ่างล้างมือ โถสุขภัณฑ์ ฝั่งขวาคืออ่างอาบน้ำ ตรงเข้าไปในสุดคือพื้นที่อาบน้ำ

    ท็อปอ่างเป็นหินแท้โทนสีเข้มตัดกับเฉดสีกระเบื้องผนัง ส่วนสเป็คสุขภัณฑ์​เหมือนกับห้อง Master Bedroom ก่อนหน้า จากยี่ห้อ TOTO

    อ่างอาบน้ำจาก TOTO เช่นกันค่ะ

    Smart Mirror ที่ได้จะเป็นแบบเข้ามุม ทำให้ห้องน้ำนี้ได้วิวที่กว้างมากขึ้นนะคะ

    อีกมุมที่อยู่ภายนอกห้องน้ำมองผ่าน Smart Mirror มาจะเห็นบรรยากาศห้องน้ำประมาณในรูปด้านบน

    สุดท้ายคือพื้นที่ห้องน้ำกั้นด้วยฉากกั้นกระจกเช่นเดิมนะคะ ส่วนฝักบัวทั้งสายอ่อนและ Rain Shower ก็จาก Hansgrohe เช่นเดียวกันค่ะ

    **รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

    ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 18 April 2019

    • 1 Bedroom Type A ขนาดพื้นที่ใช้สอย 40.43.2 ชั้น 8 – 34 ราคา 10.5 – 15.58 ล้านบาท
    • 1 Bedroom Type B ขนาดพื้นที่ใช้สอย 50.7 – 58.7 ชั้น 8 – 19 ราคา 13.61 – 15.89 ล้านบาท
    • 2 Bedroom Type C ขนาดพื้นที่ใช้สอย 68.1 – 86.6 ชั้น 8 – 34 ราคา 20.3 – 24.57 ล้านบาท
    • 3 Bedroom Type D ขนาดพื้นที่ใช้สอย 112-187 ชั้น 34 ราคา 42.03 ล้านบาท

    • รูปแบบการขาย Fully Fitted
    • ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน 3 เมตร
    • Kitchen & Sink / ท๊อปหิน Quartz
    • Hob & Hood / ของยี่ห้อง Kupperbusch
    • จอง

    • 1 Bedroom = 50,000 บาท
    • 2 Bedroom = 100,000 บาท
    • 3 Bedroom = 120,000 บาท
    • Penthouse = 300,000 บาท

  • ทำสัญญา 5% ของราคาห้อง
  • ดาวน์ 10%
  • ค่ากองทุน 1,000 บาท/ตร.ม.
  • ค่าส่วนกลาง 100 บาท/ตร.ม./เดือน
  • **ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ


    เจาะลึกรวบยอด

    ทำเล : โครงการ Hyde Heritage Thonglor ในด้านทำเลจัดว่าเป็นตัวชูโรงโครงการเลยค่ะ เนื่องจากที่ดินโครงการอยู่ติดถนนสุขุมวิท โซนเอกมัย-ทองหล่อ ซึ่งปัจจุบันเรียกว่าจะหารวบรวมที่ดินแบบนี้ค่อนข้างยากแล้วนะคะ ซึ่งในเรื่องความอุดมสมบูรณ์นั้นเรียกว่าจัดเต็ม เพราะอยู่ระหว่างโซนใจกลางเมืองทั้ง 2 โซนอย่างเอกมัย-ทองหล่อ ที่รู้จักกันว่าเป็นย่านกินหรูอยู่ดี มีครบทั้งศูนย์การค้า Hyper Market Community Mall และร้านค้าร้านอาหารตั้งแต่รูปแบบราคาทั่วไปไปจนถึงหรูหรา

    การเดินทางโดยใช้รถ : สำหรับที่ตั้งโครงการนี้จะเหมาะกับคนที่เน้นเดินทางด้วยสุขุมวิทเป็นหลักนะคะ โดยอย่างที่รู้กันว่าถนนสุขุมวิทเป็นถนนสายหลักในการวิ่งเข้า-ออกโซนใจกลางเมืองได้สะดวกอยู่แล้ว แต่ต้องอย่างลืมคิดถึงในแง่รถติดด้วย เพราะเป็นถนนหลักที่ทุกคนใช้วิ่งเข้าใจกลางเมืองจึงไม่แปลกที่ถนนเส้นนี้โดยเฉพาะเวลาเร่งด่วนรถจะติดเป็นเรื่องปกติ ดังนั้นใครที่ขับรถและเลือกโครงการนี้เราคิดว่าควรเผื่อเวลาไว้ก่อนเดินทางนะคะ

    ส่วนเรื่องที่จอดรถทางโครงการให้มาทั้งหมด 299 ช่องจอด แบ่งเป็น 2 รูปแบบคือ Automatic Parking และ Conventional โดยจะมี Fix คันให้สำหรับห้อง 3 Bedroom และ Penthouse สำหรับมุมมองเราในแง่ที่จอดรถโครงการนี้ หากจะมองว่าให้มาเยอะหรือน้อยนั้น เราคิดว่าให้มาไม่มากและไม่น้อยค่ะ เพราะหากคิดในแง่ระดับราคาที่จ่าย + โครงการเพื่อนบ้านในระดับ Segment เดียวกันก็ให้พื้นที่จอดรถมาใกล้เคียงกัน

    การเดินทางโดยไม่ใช้รถ : เป็นตัวเลือกการเดินทางที่สะดวกเช่นเดียวกัน เพราะตัวโครงการที่ติดถนนใหญ่เลย จะเรียก Taxi, Grab หรือจะวินมอเตอร์ไซค์ก็ไม่ยาก นอกจากนี้ตัวโครงการเองอยู่ระหว่าง BTS ทองหล่อและเอกมัยในระยะประมาณ 300 ม. เท่านั้น เรียกว่าจะไปขึ้นสถานีไหนก็สะดวกและเดินไม่ไกล

    การออกแบบ : การออกแบบโครงการมาในสไตล์ Timeless เรียบหรู ยาวนาน ในแง่สไตล์นี้คุณผู้อ่านต้อง Weight ดูว่าตรงกับความชอบตัวเองหรือไม่นะคะ ส่วนเรื่องการออกแบบอื่นๆ เรามองว่าที่นี่จัดออกมาได้ดี โดยจะยกตัวอย่างส่วนที่ชอบ 3 อย่าง 1. ความหนาแน่นต่ำ อัตราส่วนลิฟต์น้อย เพราะให้ลิฟต์โดยสารมาทั้งหมด 4 ตัว + Private Lift อีก 1 ตัว 2. การจัดผังพื้น (Floor Plan) แบบ Single Corridor ที่มี Void หรือช่องเปิดด้านข้างเพื่อสร้างความโปร่งโล่งและการถ่ายเทอากาศได้ดีมากขึ้นภายในอาคาร 3. การจัดผังห้องในทุก Type จะเน้นเป็นห้องหน้ากว้าง ทำให้ฟังก์ชันหลักทั้งหมดได้วิว และแสงธรรมชาติเข้าถึงได้ดี รวมไปถึงมุม Sexy Bath ของห้อง 2 Bedroom ที่อยู่ติดอาคารด้านนอกและมีกระจกเข้ามุมด้านใน ทำให้ห้องน้ำโปร่งโล่งและได้วิวถึง 3 ด้าน สุดท้ายคือกระจกของห้องน้ำ Sexy Bath จะเป็นกระจกแบบ Smart Mirror คือสามารถเลือกเปิดเป็นกระจกฝ้าหรือกระจกใสก็ได้ หากต้องการความเป็นส่วนตัวก็ทำเป็นกระจกฝ้า หากต้องการรับวิวก็ทำเป็นกระจกใสได้

    วัสดุ : ถือว่าให้มาดี เหมาะสมกับราคาที่จ่ายนะคะ โดยรูปแบบการขายจะเป็นแบบ Fully Fitted ได้ชุดครัวพร้อมเครื่องใช้ไฟฟ้าจาก Kuppersbusch ท็อปเคาน์เตอร์และ Island เป็นหิน Quartz, ตู้ Built-in ทั้งหมดมีการจัดฟังก์ชันภายในให้เรียบร้อย เช่น ทำชั้นวางรองเท้า ทำเป็นชั้นเก็บของต่างๆ และหน้าบานใช้วัสดุ Satin Glass, ภายในห้องน้ำ ใช้สุขภัณฑ์จาก TOTO และ Hansgrohe มีกระจกแบบ Smart Mirror ท็อปเคาน์เตอร์อ่างใช้หินอ่อน และติดตั้งระบบทำน้ำร้อนแบบ Boiler ให้เป็นมาตรฐาน

    และอื่นๆ ก็จะมี  Home Automation, Digital Door Lock, เครื่องปรับอากาศแบบฝังฝ้า และฝ้าเพดานสูง 3 ม.ค่ะ

    สาธารณูปโภค : Facilities ที่นี่ให้มาหลากหลายและน่าใช้งาน สมกับระดับคอนโด Super Luxury โดยจะแบ่ง Facilities เป็น 2 โซนหลัก โซนแรกคือชั้น 7 ที่มีสวน+Glass House ด้านในมีทั้งห้อง Library + Co-Working Space, Tea Lounge, Kids Room, ห้องเสริมสวยต่างๆ เช่น ห้อง Salon, Spa, Manicure & Pedicure และ Theater Room

    อีกโซนอยู่ชั้น 40-41 เป็นสระว่ายน้ำที่ล้อมรอบ Core อาคาร ได้วิวถึง 360 องศา, ห้อง Grand Gym, Yoga Room และ Golf Simulator ที่สามารถออกกำลังกายไปก็ดูวิวมุมสูงได้ค่ะ

    Judgement

    ราคาของคอนโดนี้ถือเป็นระดับ ULTIMATE CLASS ซึ่งความคุ้มค่าด้านราคาไม่ใช่ปัจจัยหลักเพียงอย่างเดียวในการตัดสินใจซื้อ ความคุ้มค่าด้านอารมณ์คือปัจจัยหลักอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งตราบเท่าที่ทางเรายังไม่สามารถวัดค่ามาตรฐานทางอารมณ์ได้ ทาง Think of Living ขอไม่ให้คะแนนฟันธงในรีวิวเจาะลึกนะคะ เพราะมีตัวเปรียบเทียบน้อย เนื่องจากเป็นสินค้าประเภท Unique เสียส่วนใหญ่

    • ULTIMATE CLASS

    BOTTOM LINE

    โครงการ Hyde Heritage Thonglor เหมาะกับคนที่ต้องการทำเลคอนโดทำเลดีติดสุขุมวิท ย่านเอกมัย-ทองหล่อ เดินทางสะดวกทั้งขับรถหรือรถไฟฟ้า ชอบสไตล์เรียบหรู ได้ห้องหน้ากว้าง มีดีเทลภายในห้องที่ตรงกับความชอบเช่น ครัวเปิดพร้อม Built-in  ห้องน้ำแบบ Sexy Bath และสุดท้ายคือมีงบประมาณเริ่มต้น 10.5 ล้านบาท