ศุภาลัย ลอฟท์ สาทร – ราชพฤกษ์ ถือว่าเป็นโครงการใหม่บนถนนราชพฤกษ์จากศุภาลัย ที่เปิดตัวมาแรง สวนกระแส Covid-19 เลยค่ะ โดย Highlight หรือว่าจุดเด่นของโครงการที่เรามอง มีดังนี้นะ

  • ราคา เปิดตัวมาที่ 1.69 ล้านบาท (Pre-sale) ปัจจุบันเริ่มต้น 1.99 ล้านบาท ถือว่าเป็นราคาเริ่มต้นที่น่าสนใจมากเพราะว่าราคาต่อตร.ม.ถือว่าถูกกว่าโครงการอื่นๆบนทำเลนี้ สำหรับคอนโดที่สามารถเดินไปใช้รถไฟฟ้าได้ และจากที่สอบถามมา ห้อง 2 Bedrooms ขนาด 52 ตร.ม. จะมีราคาเริ่มต้น 3.02 ล้านบาท (ประมาณ 58,000 บาทต่อตร.ม.)
  • ทำเลใกล้สถานีรถไฟฟ้า คอนโดที่อยู่ใกล้รถไฟฟ้ามักเป็นจุดดึงดูดคนอยู่เสมอ โดยโครงการนี้มาอยู่ใกล้สถานีบางหว้า ซึ่งเป็นจุด Interchange ของรถไฟฟ้า 2 สายที่เปิดใช้งานแล้วในปัจจุบัน คือ BTS สายสีเขียว และ MRT สายสีน้ำเงิน
  • ขนาดห้อง ตามสไตล์ของศุภาลัยที่มักจะจัดห้องชุดขนาดใหญ่กว่า Developer เจ้าอื่นอย่างเห็นได้ชัด และด้วยแบรนด์ ศุภาลัย ลอฟท์ ด้วย ทำให้ความสูงห้องสูง 2.7 เมตร นอกจากขนาดของห้องแล้ว ภายในห้องก็จะได้ความรู้สึกที่โปร่งด้วยค่ะ

โครงการนี้เรามองว่าเหมาะกับคนที่มองหาคอนโดราคาไม่แรง ขนาดอยู่สบาย เดินทางง่ายใกล้รถไฟฟ้า อาจจะเป็นกลุ่มคนที่ทำงานย่านสีลม-สาทร หรือว่านักลงทุน เราแนะนำให้อ่านรีวิวนี้กันต่อเลยนะคะ

ข้อมูลโครงการ

Fact @ 21 July 2020

  • ศุภาลัย ลอฟท์ สาทร – ราชพฤกษ์ (Supalai Loft Sathorn-Ratchaphruek)
  • บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน)
  • Economy CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดปี 2020 ได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ : ถนนราชพฤกษ์ เขตปากคลองภาษีเจริญ
  • ที่ดินประมาณ 3 กว่า
  • คอนโด High Rise 33 ชั้น 563 ยูนิต และร้านค้า 2 ยูนิต
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 21 ยูนิต
  • ที่จอดรถประมาณ 289 คัน คิดเป็น 51%
  • เริ่มก่อสร้าง : ปลายปี 2563
  • คาดว่าจะแล้วเสร็จ : ปลายปี 2566
  • 1 Bedroom 29 – 35 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 1.95 ล้านบาท
  • 1 Bedroom Plus 44.5 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 2.5 ล้านบาท
  • 2 Bedrooms 52- 65 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 3.02 ล้านบาท
  • 3 Bedrooms 100.5- 103.5 ตร.ม.
  • ฝ้าเพดานสูง 2.7 เมตร
  • ราคาห้องเริ่มต้น 1.95 ล้านบาท (35 ตร.ม.) / หรือตร.ม.ละ 55,715 บาท 
  • ราคาเฉลี่ยทั้งโครงการประมาณ n/a บาท/ตร.ม.
  • Website โครงการ : คลิกที่นี่
  • โทร : 1720

ทำเลที่ตั้ง

ที่ตั้งโครงการ ศุภาลัย ลอฟท์ สาทร – ราชพฤกษ์ ตั้งอยู่บนถนนราชพฤกษ์ ใกล้กับถนนเทอดไท ห่างจากรถไฟฟ้าบางหว้า ซึ่งเป็นสถานี Interchange ในระยะ 450 เมตร ประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับทำเลของโครงการมีดังนี้ค่ะ

  • โครงการอยู่บนถนนราชพฤกษ์ฝั่งขาเข้า รวมกับที่จอดรถประมาณ 50% ถือว่าเป็นโครงการที่เหมาะกับคนที่ใช้รถเข้าไปทำงานในตัวเมืองได้
  • นอกจากการใช้รถยนต์แล้ว ระบบขนส่งอย่างรถไฟฟ้าก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ สามารถเดินไปใช้งานได้ในระยะ 450 เมตร แต่ข้อจำกัดก็มีเช่นกันเพราะต้องเดินเท่านั้นค่ะ เนื่องจากเส้นทางจะเป็น Sky Walk ข้ามคลองภาษีเจริญไป ถ้ารีบเร่งก็เรียกวินมอเตอร์ไซค์ไปไม่ได้
  • บรรยากาศของเส้นทางจากโครงการเดินไปรถไฟฟ้า มีการปรับสภาพให้ดูเรียบร้อยมากขึ้น แต่ก็ยังมีจุดอับเพราะเป็นทางที่อยู่ใต้สะพาน ใกล้คลอง ทำให้ถ้าเป็นผู้หญิงและต้องใช้งานตอนกลางคืนอาจจะรู้สึกเปลี่ยวได้ (ส่วนตัวไม่ใช่คนพื้นที่จึงรู้สึกกลัวเล็กน้อยค่ะ แต่ถ้าผู้อ่านคนไหนเป็นคนคุ้นชินทำเลนี้ ลอง Comment มาเล่าเรื่องบรรยากาศเส้นทางนี้เพิ่มเติมได้นะคะ)
  • ความอุดมสมบูรณ์ เช่น ร้านอาหาร หรือว่า ร้านสะดวกซื้อ ยังไม่เห็นในระยะเดินสบายนะคะ อาจจะต้องซื้อก่อนกลับบ้านมาเลยหรือพึ่งพาร้านค้า 2 ยูนิตของโครงการแทน (ตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลว่าจะเป็นร้านประเภทใด)

พิกัด Google Maps : 13.7173166 , 100.4589638
หรือสามารถ : คลิกที่นี่

ศุภาลัย ลอฟท์ สาทร – ราชพฤกษ์  ตั้งอยู่บนถนนราชพฤกษ์ ตำแหน่งตัดกับถนนเทอดไท อยู่ในฝั่งขาเข้า สามารถเดินทางไปยังถนนสาทรใต้ได้โดยผ่านสะพานตากสินในระยะทางประมาณ 6 กิโลเมตร หรือถ้าใครทำงานย่านพระราม 3 ก็สามารถใช้งานสะพานกรุงเทพได้ โดยผ่านถนนรัชดาภิเษกค่ะ

รถไฟฟ้า ตัวโครงการจะอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าบางหว้า ซึ่งเป็นสถานี interchange ระหว่างรถไฟฟ้า BTS สายสีเขียว กับรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน ดังนั้นในแง่การใช้งานก็จะมีตัวเลือกในการเดินทางหลากหลายขึ้นค่ะ

Image 1/5
เส้นทางจะเริ่มจากทางเท้าที่มีหลังคาปกคลุม

เส้นทางจะเริ่มจากทางเท้าที่มีหลังคาปกคลุม

บรรยากาศเส้นทางจากโครงการไปยังรถไฟฟ้าค่ะ เนื่องจากโครงการนี้จะมีเส้นทางที่แปลกกว่าโครงการทั่วๆไปสักหน่อย เพราะว่าครึ่งหนึ่งของเส้นทางจะเป็นทางเท้าริมถนน และอีกครึ่งหนึ่งเป็นทางเดินบน Sky Walk รวมๆแล้วประมาณ 450 เมตร คลิกเลื่อนขวาดูรูปอื่นๆได้นะคะ

ความอุดมสมบูรณ์ :  จากที่เราลองเดินดูรอบๆ เราไม่เห็นร้านสะดวกซื้อหรือร้านอาหารเท่าไรนะคะ สำหรับคนที่จะมาอยู่คงต้องหาซื้อของกินจากที่เรียน ที่ทำงาน หรือว่ารอบๆสถานีก่อนกลับบ้านแทน (ในโครงการนี้ครัวก็ไม่ได้มีให้เตามา ดังนั้นอาจจะเหมาะกับคนที่ชอบทานข้าวนอกบ้านมากกว่าค่ะ)

ส่วนเรื่องร้านฝากท้องในระยะที่ห่างออกมาหน่อย เราสามารถใช้ถนนเทอดไทไปหาของกินอร่อยๆแถวตลาดพลูได้นะคะ (ประมาณ 2.5 กม.) หรือจากถนนราชพฤกษ์ก็สามารถใช้เดินทางไปยังโซนท่าพระได้ (ประมาณ 2.4 กม.) บริเวณนี้ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งห้างใหญ่ของคนแถวนี้เลย และอีกโซนคือบางแค (ประมาณ 6.7 กม.ด้วยรถยนต์, 3.5 กม.จากสถานีรถไฟฟ้า )บนถนนเพชรเกษมเองก็จะมีตลาดบางแคหรือ The Mall บางแคอยู่เช่นกันค่ะ เป็นตัวเลือกให้ใช้งานได้นะ

รายละเอียดโครงการ

Highlight

  • อาคาร High Rise 33 ชั้น 563 ยูนิต ถือว่าจำนวนยูนิตไม่หนาแน่นมาก
  • ส่วนกลางจัดไว้ 3 ชั้น อยู่ที่ชั้น 1, 6 และ 33 ซึ่งเป็นชั้นสูงสุดของโครงการ สามารถชมวิวได้
  • โครงการออกแบบให้ลดการสัมผัส เช่น ใช้ระบบการเข้า-ออกด้วย Face Scan และประตูบานเลื่อนอัตโนมัติที่ Lobby, Fitness และ Sky lounge
  • Pocket Courtyard ที่ชั้น 1-6 : พื้นที่สวนตรงกลาง ที่ช่วยให้อากาศถ่ายเทสะดวกและเพิ่มแสงให้กับพื้นที่กลางอาคารไม่ให้มืด (ตรงกับชั้นของที่จอดรถ)
  • ที่จอดรถ 51% หรือประมาณ 289 คัน (ส่วนตัวมองว่าโอเคกับตัวเลขที่จอดรถนะคะ เพราะเป็นโครงการราคาไม่สูงใกล้รถไฟฟ้า 2 สาย)

Project Overview

โครงการศุภาลัย ลอฟท์ สาทร – ราชพฤกษ์ เป็นอาคาร High Rise สูง 33 ชั้น สร้างอยู่บนที่ดินขนาดประมาณ 3 ไร่ มีจำนวนห้องพักอาศัยทั้งหมด 563 ยูนิต และ ร้านค้า 2 ยูนิต โดยพื้นที่ส่วนกลางภายในโครงการจะแบ่งเป็น 3 ชั้นคือ ชั้น 1, 6 และชั้น 33 ซึ่งเป็นชั้นบนสุดของโครงการ สามารถชมวิวได้แบบ Panoramic

ชั้น 1 : Lobby, Community Area, Pocket Courtyard, Play Space
ชั้น 1-5 : ที่จอดรถ 289 คัน หรือประมาณ 51%
ชั้น 6 : ห้องพักอาศัย และ พื้นที่ส่วนกลางประกอบด้วย สระว่ายน้ำ, jacuzzi, sauna, games room, สวน
ชั้น 7-32 : ห้องพักอาศัย
ชั้น 33 : ห้องพักอาศัยแบบ 3 Bedrooms และ พื้นที่ส่วนกลางประกอบด้วย  Sky lounge, Garden (หญ้าจริง)

โครงการศุภาลัย ลอฟท์ สาทร – ราชพฤกษ์ เป็นโครงการที่มีทางเข้า-ออกอยู่จุดเดียวคือจากถนนราชพฤกษ์ ซึ่งเป็นถนนใหญ่ค่ะ แต่การวางตำแหน่งอาคารจะไม่ได้อยู่ใกล้กับถนนใหญ่ซะทีเดียว เลยทำให้พื้นที่ภายในอาคารจะได้ความสงบมากขึ้น

จากถนนใหญ่จะมีระยะถอยเข้ามาอยู่พอสมควรค่ะ

ถ้าดูจาก Master Plan นี้ ตำแหน่งของ Sale Gallery จะตรงกับตำแหน่งสวนด้านหน้าโครงการเลยค่ะ ดังนั้นตัวอาคารจริงจะอยู่หลังอาคารนี้ค่ะ รอบๆดูโล่งมากเลย

Facility

ที่ชั้น 1 จะจัดเป็นพื้นที่ส่วนกลางทั้งหมดเลยค่ะ โดยจะมีสวนอยู่ 2 จุดที่อยู่กลางแจ้ง ด้านหน้าอาคาร 1 จุดที่ทางเข้า ตรงนี้เราว่าจะช่วยทำให้มองจากภายนอกเข้ามาดูร่มรื่นด้วยนะ และสวนอีกหนึ่งจุดจะอยู่ด้านในทางทิศเหนือ ตรงนี้จะออกแบบให้เป็น Play Space เดาว่าน่าจะมีพวกเครื่องเล่นต่างๆมาลงไว้ให้เด็กได้ใช้ค่ะ

ส่วนที่จอดรถจะมีทั้งกลางแจ้งและในอาคารเลย ส่วนภายในอาคารจะมีจุด Drop-off ที่เอาไว้รับส่งผู้โดยสาร และจุดรับอาหาร Delivery เป็นการจัดพื้นที่ในร่มเล็กๆ ไว้ให้พี่ๆที่ส่งอาหารได้นั่งรอกันค่ะ ส่วนภายในอาคารก็จะมีพื้นที่ Lobby ขนาดใหญ่ และ Pocket Courtyard ที่อยู่กลางอาคาร กลายเป็นพื้นที่สีเขียวที่ช่วยเพิ่มความสว่างและความสดชื่นให้กับภายในอาคารค่ะ

Image 1/3
บรรยากาศ Lobby ที่ชั้น 1

บรรยากาศ Lobby ที่ชั้น 1

ต่อมาที่ชั้น 6 จะเป็นชั้นของพื้นที่ส่วนกลางอีกชั้นค่ะ โดยที่ชั้นนี้จะมีส่วนกลางที่ Active หน่อย มีฟิตเนส มี ห้องน้ำและSauna มี Game room และ มีสระว่ายน้ำที่เป็นระบบเกลือ ขนาด 26×10 เมตร มี Jacuzzi พร้อมสระเด็กด้วยค่ะ นอกจากนี้ระหว่างฟังก์ชันต่างๆทั้งกลางแจ้งและในร่มก็จะมีแทรกพื้นที่สวนเอาไว้ ถือเป็นการสร้างบรรยากาศของพื้นที่ส่วนกลางให้ดูร่มรื่นมากขึ้นอีกค่ะ

Image 1/3
สระว่ายน้ำจะอยู่ที่ชั้น 6 ของอาคาร

สระว่ายน้ำจะอยู่ที่ชั้น 6 ของอาคาร

ที่ชั้น 33 ซึ่งเป็นชั้นสูงสุดของอาคาร จะแบ่งเป็นห้องพักอาศัย (2 ยูนิตพิเศษ ห้อง 3 Bedrooms) และ พื้นที่ส่วนกลางค่ะ โดยชั้นนี้จะมี Sky Lounge และสวนจัดไว้ สามารถขึ้นมาชมวิวรอบๆโครงการได้นะคะ

การตกแต่งภายใน Sky Lounge จะแทกต้นไม้มาพอสมควรค่ะ ซึ่งคล้ายกับการตกแต่งภายใน Sale Gallery นะ อยากสัมผัส Mood&Tone ก็ลองไปดูที่ Sale Gallery ได้ค่ะ

วิเคราะห์ห้องพักอาศัยและวิวรอบๆโครงการ

สำหรับการออกแบบห้องพักของที่นี่จะเหมือนกันทุกชั้นเลยค่ะ โดยมีจำนวนห้องอยู่ 22 ยูนิตต่อชั้น ถือว่าเยอะอยู่เหมือนกันค่ะ อยู่กันแบบอบอุ่น 🙂 มีลิฟต์โดยสารอยู่ 3 ตัว หรือเทียบเป็นอัตราส่วน ลิฟต์ 1 ตัวต่อห้อง 188 ห้อง ดูแล้วถ้าเป็นช่วงเวลาที่ทุกคนออกไปทำงานพร้อมๆกันก็อาจจะต้องรอบ้างนิดหน่อยนะคะ

ในส่วนของทางเดิน จะเป็นแบบ Double Corridor คือมีห้องอยู่ทั้ง 2 ฝั่ง แต่ก็ออกแบบให้ประตูห้องส่วนใหญ่ไม่อยู่ตรงกับห้องฝั่งตรงข้ามนะ จะช่วยเรื่องความเป็นส่วนตัวได้บ้าง และปลายทางเดินกับส่วนที่เป็นโถงลิฟต์ตรงกลางจะเป็นช่องแสงและช่องระบายอากาศให้กับทางเดินค่ะ ตรงนี้ถือว่าดีเลย ทางเดินจะได้ไม่มืดและอับชื้น

ส่วนการวางรูปแบบห้อง จะเน้นห้องขนาดใหญ่อย่าง 1 Bedroom Plus หันไปทางทิศเหนือของโครงการ ฝั่งนี้จะมองไปยังสถานีรถไฟฟ้าบางหว้าและมองลงมาเจอวิวสระว่ายน้ำของโครงการค่ะ ส่วนห้องที่อยู่ทิศใต้และทิศตะวันตกจะเป็นห้อง 1 Bedroom ส่วนห้องแบบ 2 Bedrooms มักจะจับจองตำแหน่งมุมต่างๆเอาไว้ เพราะสามารถออกแบบให้ห้องเปิดช่องแสงและหน้าต่างได้ 2 ด้าน การใช้งานภายในห้องก็จะสบายมากขึ้นค่ะ

วิวแต่ละทิศรอบๆโครงการ

เราลองมาดูเรื่องวิวกันบ้างค่ะ ด้วยตำแหน่งของโครงการจะอยู่ตรงทำเลฝั่งที่ยังไม่มีอาคารสูงหรือคอนโดมิเนียมขึ้นเยอะ ส่วนใหญ่วิวรอบๆจึงเป็นที่โล่ง แต่จะมีโครงการ Aspire ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามที่ถือว่าเป็นคอนโดสูงที่อยู่ใกล้สุดแล้วนะ ซึ่งตรงนี้เราจะเห็นว่าโครงการพยายามเอาด้านแคบหันมาฝั่งนี้ ทำให้ส่วนใหญ่แล้ววิวจากห้องพักอาศัยก็จะไม่เห็นคอนโดฝั่งนี้เลย ไม่สูญเสียความเป็นส่วนตัวค่ะ ห้องที่อยู่มุมก็จะได้วิวสองฝั่งไปเลยค่ะ

Image 1/4
วิวทิศตะวันออก : ฝั่งด้านหลังอาคาร ส่วนใหญ่เป็นที่พักอาศัย

วิวทิศตะวันออก : ฝั่งด้านหลังอาคาร ส่วนใหญ่เป็นที่พักอาศัย

แบบห้อง

Highlight

โครงการ ศุภาลัย ลอฟท์ สาทร – ราชพฤกษ์ จะมีแบบห้องให้เลือกหลาย Layout หลายขนาดมาก ตั้งแต่ห้อง 1 Bedroom ไปจนถึงห้อง 3 Bedrooms และจุดเด่นของศุภาลัยเองที่ไม่ว่าจะทำคอนโดอะไรก็มักจะเน้นห้องที่ขนาดใหญ่ ในราคาที่ไม่สูง นอกจากนั้นตัวแบรนด์ ลอฟท์ ของ ศุภาลัย จะเป็นแบรนด์ที่มีจุดเด่นอีกอย่างคือความสูงของห้อง โดยโครงการนี้กำหนดให้ทุกห้องสูง 2.7 เมตร ทำให้ภายในห้องดูโปร่ง-โล่งมากขึ้นด้วยค่ะ

Product Overview

ศุภาลัย ลอฟท์ สาทร – ราชพฤกษ์  มีรายละเอียดรูปแบบห้องขายทั้งหมดดังนี้

  • 1 Bedroom 29 – 35 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 1.95 ล้านบาท
  • 1 Bedroom Plus 44.5 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 2.5 ล้านบาท
  • 2 Bedrooms 52- 65 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 3.02 ล้านบาท
  • 3 Bedrooms 100.5- 103.5 ตร.ม.

Image 1/13
1 Bedroom Type 1A1 29 sq.m.

1 Bedroom Type 1A1 29 sq.m.

โดยห้อง 1 Bedroom ขนาด 35 ตร.ม. จะเป็นห้องที่มีจำนวนมากที่สุดของโครงการ ประมาณ 52.4% รองลงมาคือห้อง 2 Bedrooms มีขายอยู่ 28.24% ค่ะ วันที่เราเข้าไปยังโครงการขายไปแล้วถึง 70% แต่ว่าห้องทุกแบบยังมีเหลืออยู่นะคะ บางแบบนั้นอาจจะอยู่ที่ชั้นบนๆหน่อยค่ะ ซึ่งรีวิวนี้ เราได้นำห้องตัวอย่างมาให้ดูทั้งหมด 2 แบบ เป็นห้อง 1 Bedroom ขนาด 35 ตร.ม. และ 1 Bedroom Plus ขนาด 44.5 ตร.ม. แต่ละห้องจะเป็นอย่างไร ไปชมกันค่ะ

ปล.รูปภายในห้องอาจจะดูเหลืองไปหน่อย ต้องขออภัยก่อน เราปรับ white balance ของกล้องพลาดเองค่ะ T T


ห้อง 1 Bedroom ขนาด 35 ตร.ม.

สำหรับห้องตัวอย่างแรกที่จะพาไปชมกันเป็น 1 Bedroom ขนาด 35 ตร.ม.ค่ะ ภายในจะแบ่งพื้นที่ใช้สอยออกเป็นสัดส่วนเลย ได้เป็นห้องหน้ากว้างด้วย และที่น่าสนใจของห้องนี้คือขนาดของห้องนอนที่ใหญ่ และมีพื้นที่ห้องเล็กๆในห้องนอนอีก จัดเป็น Walk-in Closet หรือมุมนั่งทำงานส่วนตัวได้นะคะ

ในส่วนพื้นที่ใช้งานอื่นๆก็จะได้ living area ขนาดใหญ่ มีมุมนั่งเล่นและกินข้าว ส่วนครัวจะแยกออกไปยังอีกมุมอยู่หน้าห้องน้ำ แต่ว่าจะไม่ได้เป็นครัวปิดนะคะ ซึ่งดูจากพื้นที่แล้วเรายังสามารถติดตั้งประตูบานเลื่อนเอาทีหลังได้ค่ะ ตัวห้องน้ำจะเป็นห้องน้ำสำเร็จรูป (มีข้อดีที่ป้องกันการรั่วซึมดีกว่า เก็บงานหรือวัสดุดีกว่าแบบปกติ แต่การซ่อมบำรุงจะเรียกช่างแบบทั่วไปไม่ได้ค่ะ) ส่วนห้องนอนจะเป็นส่วนที่ติดกับหน้าต่างของห้อง ระหว่างห้องนอนกับพื้นที่นั่งเล่นจึงไม่ได้แยกขาดออกกันชัดเจน กั้นพื้นที่ด้วยประตูกระจกเพื่อให้พื้นที่นั่งเล่นยังได้แสงธรรมชาติอยู่ค่ะ

Living Area

สำหรับห้องนี้ ส่วนแรกที่เราจะเจอเลยคือ Living Area ค่ะ ประกอบด้วยพื้นที่สำหรับจัดมุมนั่งเล่น พักผ่อน หรือรับแขกได้ และมีพื้นที่เหลือสำหรับการจัดโต๊ะกินข้าว พื้นที่รองรับได้ถึง 4 ที่นั่งเลยค่ะ เผื่อใครอยากได้โต๊ะใหญ่ๆ ปรับฟังก์ชันได้ทั้งกินข้าวและทำงานหรืออ่านหนังสือไปในตัว

รูปแบบการขายจะเป็นแบบ Fully Fitted แต่จะมีแอร์ให้ มี Wallpaper ให้ค่ะ อย่าลืมเผื่องบประมาณสำหรับตกแต่งภายในกันนะคะ

Image 1/6
พื้นที่ส่วน Living Area จะเป็นส่วนที่อยู่ติดกับทางเข้า โดยพื้นที่จะโล่งต่อเนื่องกันค่ะ

พื้นที่ส่วน Living Area จะเป็นส่วนที่อยู่ติดกับทางเข้า โดยพื้นที่จะโล่งต่อเนื่องกันค่ะ

ครัว

สำหรับครัวของห้องนี้จะได้มาเป็นครัวเปิดค่ะ มีชุด Built-in มาให้ทางซ้ายมือ เป็นเคาน์เตอร์ และอ่างล้างจาน ไม่มีเตามาให้ พื้นที่ส่วนนี้จะเปลี่ยนรูปแบบพื้นเป็นกระเบื้องเพื่อให้ง่ายต่อการทำความสะอาดเช็ดถูเพิ่มเติม

Image 1/4
ในห้องตัวอย่างจะลองจัดให้พื้นที่ฝั่งเคาน์เตอร์มีเตาและเครื่องดูดควันไว้ ส่วนอีกฝั่งเอาไว้วางตู้เย็นและเครื่องซักผ้าค่ะ ถือเป็นการรวมพื้นที่ส่วน Service ไว้จุดๆเดียวเลย

ในห้องตัวอย่างจะลองจัดให้พื้นที่ฝั่งเคาน์เตอร์มีเตาและเครื่องดูดควันไว้ ส่วนอีกฝั่งเอาไว้วางตู้เย็นและเครื่องซักผ้าค่ะ ถือเป็นการรวมพื้นที่ส่วน Service ไว้จุดๆเดียวเลย

Bathroom

ตำแหน่งของห้องน้ำจะอยู่ใกล้กับครัว ส่วนตัวมองว่าไม่ได้อยู่ไกลจากห้องนอนมากเท่าไหร่ และพอวางตำแหน่งให้เข้าถึงง่ายจากส่วนรับแขกหรือพื้นที่นั่งเล่น ก็จะช่วยให้ห้องนอนได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้นด้วยค่ะ

สำหรับห้องน้ำ เราว่าวัสดุ อุปกรณ์ต่างๆดูดีเลยค่ะ เมื่อเทียบกับราคาคอนโดเรทนี้นะ แต่ว่าจะเป็นห้องน้ำสำเร็จรูป บางคนยังรู้สึกว่าไม่ชอบ แต่ตอนนี้ห้องน้ำสำเร็จรูปก็พัฒนามาไกลเหมือนกันนะคะ ลองอ่านบทความเพิ่มเติมได้ > “ห้องน้ำสำเร็จรูป” แตกต่างจากห้องน้ำทั่วไปอย่างไร ?

Image 1/4
สำหรับโครงการนี้จะได้ห้องน้ำเป็นห้องน้ำสำเร็จรูป ตัวพื้นจึงจะยกระดับสูงกว่าห้องเล็กน้อยค่ะ

สำหรับโครงการนี้จะได้ห้องน้ำเป็นห้องน้ำสำเร็จรูป ตัวพื้นจึงจะยกระดับสูงกว่าห้องเล็กน้อยค่ะ

Bedroom + Extra area + Balcony

ห้องนอนจะเป็นฟังก์ชันที่อยู่ด้านในสุดของห้อง ติดกับหน้าต่าง เลยเป็นห้องที่ได้รับแสงสว่างมากที่สุดค่ะ ในห้องแบบนี้จะมีความกว้างของห้องพอสมควร ตัวห้องนอนเลยสามารถแบ่งได้เป็น 2 ส่วน คือพื้นที่ห้องนอน และห้องอเนกประสงค์ที่อยู่ในห้องนอนอีกที โดยที่ห้องอเนกประสงค์นี้จะอยู่ติดกับระเบียงของห้องค่ะ ห้องนี้สำหรับเรามองว่าสามารถวางเตียง 5-5.5 ฟุตได้นะคะ พอมีทางเดินข้างเตียงอยู่ ส่วนทางปลายเตียงไม่เหมาะกับการจัดวางเฟอร์นิเจอร์เท่าไหร่ แต่ถ้าใครอยากติดทีวีแนะนำให้เป็นทีวีแขวนผนังเหมือนกับห้องตัวอย่างจะดีกว่าค่ะ

Image 1/4
พื้นที่ Living Area และห้องนอนจะถูกแบ่งออกจากกันด้วยประตูบานเลื่อนกระจกค่ะ ทำให้ทั้งสองส่วนเชื่อมต่อกัน ห้องดูกว้างขึ้น แต่ถ้าใครอยากได้ความเป็นส่วนตัว ลองหาสติ๊กเกอร์ขุ่นมาแปะที่กระจกก็ช่วยได้นะคะ

พื้นที่ Living Area และห้องนอนจะถูกแบ่งออกจากกันด้วยประตูบานเลื่อนกระจกค่ะ ทำให้ทั้งสองส่วนเชื่อมต่อกัน ห้องดูกว้างขึ้น แต่ถ้าใครอยากได้ความเป็นส่วนตัว ลองหาสติ๊กเกอร์ขุ่นมาแปะที่กระจกก็ช่วยได้นะคะ

ความพิเศษของห้อง Type นี้คือมีห้องอเนกประสงค์อยู่ภายในห้องนอนค่ะ โดยเป็นห้องที่มีขนาดเล็กลง อาจจะหาเตียง 3 ฟุตมาวางได้ แต่ไม่แนะนำเท่าไหร่ เรามองว่าเหมาะกับการจัดเป็นห้องทำงานหรือว่า Walk-in Closet มากกว่า

Image 1/4
ระหว่างห้องนอนและห้องอเนกประสงค์จะแยกจากกันด้วยประตูบานเลื่อนค่ะ แต่จะเป็นบานเลื่อนตอนเดียว ขนาดเล็กลง ดังนั้นโครงสร้างประตูนี้จะเป็นรางเลื่อนที่ยึดกับด้านบนเท่านั้น ทีนี้จะเดินเข้า-ออกก็จะไม่สะดุดค่ะ

ระหว่างห้องนอนและห้องอเนกประสงค์จะแยกจากกันด้วยประตูบานเลื่อนค่ะ แต่จะเป็นบานเลื่อนตอนเดียว ขนาดเล็กลง ดังนั้นโครงสร้างประตูนี้จะเป็นรางเลื่อนที่ยึดกับด้านบนเท่านั้น ทีนี้จะเดินเข้า-ออกก็จะไม่สะดุดค่ะ


ห้อง 1 Bedroom Plus ขนาด 44.5 ตร.ม.

มาดูห้องตัวอย่างห้องที่ 2 กันค่ะ ห้องนี้จะเป็นห้อง 1 Bedroom Plus โดยห้องนี้สิ่งที่เราชอบคือขนาดห้องที่ใหญ่มาก พื้นที่แต่ละส่วนแยกออกเป็นสัดส่วนชัดเจน มีห้อง Plus ที่เป็นห้องอเนกประสงค์เพิ่มมาให้ สามารถดัดแปลงเอาเตียงมาวางได้อีก 1 ที่นอน ส่วนห้องครัวที่ให้มาจะเป็นครัวเปิด แต่ก็ยังสามารถกั้นเป็นครัวปิดได้เผื่อใครชอบทำอาหาร (ในโครงการนี้ไม่มีเตาให้มานะคะ ต้องติดตั้งเพิ่มเอง) ส่วนในห้องนอนก็จะมีพื้นที่ใหญ่มาก วางเตียงขนาดใหญ่ได้เต็มที่ และมีพื้นที่วางตู้เสื้อผ้า โต๊ะเครื่องแป้งได้เต็มเปี่ยมค่ะ เป็นอีกห้องที่ดูจาก Layout แล้วน่าจะอยู่สบายไม่เบาเลย ถ้าอยู่กันสองคนต่างคนก็ต่างมีพื้นที่ส่วนตัวด้วยค่ะ

ครัว

พื้นที่ส่วนแรกที่เจอเลยจะเป็นครัวค่ะ โดยครัวของที่นี่จะมี Built-in ทางขวามือมาให้นะคะ และวัสดุที่ใช้ปูพื้นบริเวณนี้จะเป็นกระเบื้องค่ะ

Image 1/5
ตรงนี้จะออกแบบประตูทางเข้าตรงกับทางเดินตรงกลางพอดี ทำให้เราสามารถจัดพื้นที่ฝั่งซ้ายมือเป็นฟังก์ชันอื่นๆได้

ตรงนี้จะออกแบบประตูทางเข้าตรงกับทางเดินตรงกลางพอดี ทำให้เราสามารถจัดพื้นที่ฝั่งซ้ายมือเป็นฟังก์ชันอื่นๆได้

Living Area

ถัดจากส่วนครัวเข้ามาจะเป็นพื้นที่ Living Area บริเวณนี้จะเป็นพื้นที่สำหรับกินข้าว – และมุมนั่งเล่น ต้อนรับแขกค่ะ พื้นที่ตรงนี้มีความลึกพอสมควร อาจจะหาฉากกั้นมากั้นแบ่งพื้นที่กินข้าวกับนั่งเล่นให้แยกจากกันได้อีกนะ เผื่อใครชอบพื้นที่แยกเป็นสัดส่วน แต่ก็อย่าลืมเรื่องแสงสว่างธรรมชาติด้วยค่ะ เลือกวัสดุอย่างกระจก หรือโพลีคาร์บอเนตขุ่นๆหน่อยก็ได้นะคะ

Image 1/6
จาก Living Area ทางซ้ายมือจะเป็นประตูเข้าไปยังห้องนอนค่ะ โดยห้องน้ำจะอยู่ในโซนห้องนอนอีกที

จาก Living Area ทางซ้ายมือจะเป็นประตูเข้าไปยังห้องนอนค่ะ โดยห้องน้ำจะอยู่ในโซนห้องนอนอีกที

Multi purpose room

จากครัว มาพื้นที่กินข้าว มายังพื้นที่นั่งเล่น ห้องนี้ก็ยังลึกได้อีกค่ะ เพราะในสุดจะเป็นห้องอเนกประสงค์หรือว่าห้องที่ Plus เพิ่มเข้ามาอีกที โดยห้องนี้จะเป็นห้องปิดนะ มีประตูบานเลื่อนกระจกกั้น เพื่อให้แสงสว่างยังส่องเข้ามายังพื้นที่นั่งเล่นได้อยู่

Image 1/3
ตัวกระจกได้บานใหญ่พอสมควร และเป็นกระจกเข้ามุมด้วยค่ะ

ตัวกระจกได้บานใหญ่พอสมควร และเป็นกระจกเข้ามุมด้วยค่ะ

Bedroom + Balcony

มาดูที่ห้องนอนกันต่อค่ะ สำหรับห้องนอนนี้ก็จะมีขนาดใหญ่มากเลยค่ะ เท่ากับพื้นที่กินข้าว+พื้นที่นั่งเล่น+ห้องอเนกประสงค์รวมกันเลย ซึ่งส่วนที่เป็นห้องนอนนั้นจะอยู่อีกฝั่งของห้อง กั้นด้วยประตูและผนังทึบ แยกออกไปเป็นสัดส่วนชัดเจน ได้ความเป็นส่วนตัวค่ะ

Image 1/7
เมื่อเข้ามาเราจะเจอกับพื้นที่โซนแต่งตัวนะ ทางขวามือจะเป็นเตียงนอน ส่วนทางซ้ายมือเป็นห้องน้ำค่ะ

เมื่อเข้ามาเราจะเจอกับพื้นที่โซนแต่งตัวนะ ทางขวามือจะเป็นเตียงนอน ส่วนทางซ้ายมือเป็นห้องน้ำค่ะ

Bathroom

ก่อนที่จะเข้าไปยังห้องน้ำ จะมีพื้นที่สำหรับจัดเป็นมุมแต่งตัว วางตู้เสื้อผ้ากับโต๊ะเครื่องแป้งได้ค่ะ ถ้าทำ Built-in ดีๆ เก็บของได้เยอะเลยนะคะ เหมาะกับคนที่มีข้าวของเยอะๆเลย

Image 1/5
สำหรับห้องน้ำก็จะเป็นห้องน้ำสำเร็จรูปค่ะ Layout และวัสดุจะคล้ายกับห้องที่แล้วเลยค่ะ

สำหรับห้องน้ำก็จะเป็นห้องน้ำสำเร็จรูปค่ะ Layout และวัสดุจะคล้ายกับห้องที่แล้วเลยค่ะ

และนี่ก็เป็นห้องตัวอย่างทั้ง 2 ห้องที่เราพาไปดูในรีวิวนี้ คุณผู้อ่านชอบห้องไหนกันค่ะ สำหรับเรา เราชอบทั้งคู่เลยนะคะ


สรุปวัสดุและของแถมภายในห้อง

  • พื้น : ลามิเนต และ กระเบื้อง
  • ครัว : Built-in + อ่างล้างจาน (ไม่มีเตาและเครื่องดูดควัน)
  • ผนัง : Wallpaper และ กระเบื้อง
  • ห้องน้ำ : สำเร็จรูป สุขภัณฑ์ของ Cotto , เครื่องทำน้ำอุ่น, ฉากกั้นอาบน้ำแบบกระจกนิรภัย
  • ฝ้าเพดาน : สูง 2.7 เมตร ฉาบเรียบ ติดไฟดาวน์ไลท์
  • ติดตั้งเครื่องปรับอากาศ (ขนาดของ BTU เหมาะกับขนาดพื้นที่ภายในห้อง)

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

ราคา

สำหรับคนที่ทำงานในย่านสีลม-สาทร ส่วนใหญ่ถ้ามองหาคอนโดใกล้รถไฟฟ้า ก็มักจะมาดูคอนโดทางฝั่งธนบุรีนี้เนื่องจากเป็นแนวรถไฟฟ้าที่เดินทางสะดวก และไม่ต้องเปลี่ยนขบวนให้วุ่นวาย แต่เรทราคาคอนโดที่ขึ้นบริเวณสถานีที่ใกล้กับสีลม-สาทรนั้น ก็เริ่มจะสูงขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นสถานีสุดสายอย่างบางหว้า จึงกลายเป็นสถานีที่ราคายังไม่สูงมากนัก แถมเป็นสถานี Interchange ด้วยค่ะ

สำหรับเรื่องการเงินนั้น เรามองว่าคนที่อยากได้คอนโดนี้น่าจะมีงบประมาณ 2.5-5 ล้านบาทโดยประมาณ(เผื่อค่าตกแต่งและเฟอร์นิเจอร์ไว้ให้แล้ว) หรือว่ามีกำลังผ่อนอยู่ที่ 14,000-32,000 บาทต่อเดือนค่ะ

ตัวอย่างราคาห้องพักอาศัยในโครงการ ศุภาลัย ลอฟท์ สาทร – ราชพฤกษ์ ณ วันที่ 21 ก.ค. 2563

  • 1 Bedroom ขนาด 29 ตร.ม.
    ราคา 1.99 – 2.13 ล้านบาท หรือ 68,620 – 73,448 บาท/ตร.ม.
  • 1 Bedroom ขนาด 35 ตร.ม.
    ราคา 1.95 – 2.56 ล้านบาท หรือ 55,714 – 73,143 บาท/ตร.ม.
  • 1 Bedroom Plus ขนาด 44.5 ตร.ม.
    ราคา 2.50 – 3.08 ล้านบาท หรือ 56,180 – 69,213 บาท/ตร.ม.
  • 2 Bedrooms ขนาด 52 – 56 ตร.ม.
    ราคา 3.02 – 3.87 ล้านบาท หรือ 58,077 – 69,107 บาท/ตร.ม.
  • 2 Bedrooms ขนาด 65 ตร.ม.
    ราคา 3.73 – 4.38 ล้านบาท หรือ 57,385 – 67,385 บาท/ตร.ม.

ตัวอย่างเรทราคาคอนโดติดถนนใหญ่ ใกล้รถไฟฟ้า
พอเราลองมาเทียบราคาดูจะเห็นว่าช่วงราคาต่อตร.ม.ของ ศุภาลัย ลอฟท์ สาทร – ราชพฤกษ์ จะอยู่ที่ประมาณ 55,xxx – 73,xxx บาท/ตร.ม. ซึ่งยังถูกกว่าโครงการติดถนนใหญ่ทั้งหมดในโซนนี้เลยค่ะ
ดังนั้นเราจึงคิดว่า”ราคา“เป็นอีกจุดเด่นของโครงการนี้นะ

  • รูปแบบการขาย Fully Fitted
  • ฝ้าเพดานสูง 2.7 เมตร
  • ครัว Built-in + อ่างล้างจาน (ไม่มีเตาและเครื่องดูดควัน)
  • Wallpaper
  • เครื่องทำน้ำอุ่น
  • เครื่องปรับอากาศ
  • ฉากกั้นอาบน้ำแบบกระจกนิรภัย

ค่าใช้จ่ายต่างๆ

  • จอง 10,000 – 20,000 บาท
  • ทำสัญญา 29,000 – 59,000 บาท
  • เงินดาวน์ต่องวด 5,900 – 12,900 บาท (ไม่มีบอลลูน)
  • ค่ากองทุน 390 บาท/ตร.ม.
  • ค่าส่วนกลาง 39 บาท/ตร.ม./เดือน

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ

บทสรุป

โครงการศุภาลัย ลอฟท์ สาทร – ราชพฤกษ์ เป็นโครงการใกล้รถไฟฟ้าที่ทำราคาออกมาถูกเลย ตร.ม.ละ 5 หมื่นกว่าๆถึง 7 หมื่นต้นๆ เมื่อเทียบกับคอนโด High Rise ติดรถไฟฟ้าในย่านนี้ที่มักจะขายอยู่ที่ราคาประมาณ 8-9 หมื่นบาทต่อตร.ม. โครงการนี้ใกล้รถไฟฟ้าแต่ทำเลอาจจะดูเงียบๆและหาอะไรทานยากนิดนึง เหมาะกับคนที่กำลังมองหาคอนโดสำหรับอยู่อาศัยใกล้รถไฟฟ้า เดินทางมายังโซนสีลมสะดวก ชอบรูปแบบห้องที่มีขนาดใหญ่ ดูโปร่งโล่ง อยู่อาศัยได้สบาย 1-2 คนสำหรับ 1 ห้องนอน หรือจะอยู่กันเป็นครอบครัวขนาดเล็กกับห้องแบบ 2 Bedrooms ได้ แต่ก็อย่าลืมนะคะว่าเป็นโครงการเปิดตัวใหม่ กว่าจะได้อยู่อาศัยจริงอาจจะอยู่ในช่วงปลายปี 2566 หรือว่าต้นปี 2567 เลย แต่ถ้าไม่ติดเรื่องระยะเวลา ก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยเลยค่ะ 🙂