รีวิวฉบับที่ 2203 … สร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่กันแล้วสำหรับThe Shade สาทร 1 คอนโด Low Rise 2 อาคาร ในซอยศรีบำเพ็ญ ใกล้สาทรและทางด่วน มี Shuttle Service รับส่ง MRT สถานีลุมพินี ภายในจัดส่วนกลางมาให้แบบน่าใช้งาน และอาคาร Clubhouse 3 ชั้น ห้องก็มีให้เลือกตั้งแต่ 1 Bed ไปจนถึง 2 Bed 2 Bath เลยครับ มาพร้อม Home Automation เครื่องใช้ไฟฟ้าบางส่วน และเฟอร์นิเจอร์ ในราคาเริ่มต้นที่ 3.99 ล้านบาท ตามผมเข้าไปชมกันเลยครับ

ข้อมูลโครงการ

3 March 2021

  • The Shade Sathon 1 (เดอะ เชดด์ สาทร 1)
  • บริษัท สถาพร เอสเตท จำกัด
  • HIGH CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment บ้านได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ใน : ซอยสาทร 1 แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา
  • คอนโด Low Rise 8 ชั้น 2 อาคาร 282 ยูนิต
  • อาคาร A จำนวน 166 ยูนิต, อาคาร B จำนวน 112 ยูนิต
  • จอดรถที่ชั้น 1 และลงใต้ดินอีก 3 ชั้นที่อาคาร B
  • ที่จอดรถช่องจอด 142 คัน ไม่ซ้อนคิดเป็น 50% (แบบซ้อนคันคิดเป็น 63%)
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 26 ยูนิตที่อาคาร A
  • ที่ดินประมาณ 2-1-73 ไร่
  • เริ่มก่อสร้าง : ต้นปี 2562
  • 1 Bed 1 Bath ขนาด 30 – 47.5 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 3.99 ล้านบาท
  • 2 Bed 1 Bath ขนาด 54.7 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 7.29 ล้านบาท
  • 2 Bed 2 Bath ขนาด 61.77 ตร.ม.ราคาเริ่มต้น 8.29 ล้านบาท
  • ฝ้าเพดานสูง 2.50 เมตร
  • ราคาห้องเริ่มต้น 3.99 ล้านบาท
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรทั้งโครงการ 139,000 บาท/ตร.ม.
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • โทร : 087-669-1111

ทำเลที่ตั้ง

พิกัด Google Maps : 13.718429, 100.550467
หรือสามารถ :  คลิกที่นี่

แผนที่จากทางโครงการครับ

The SHADE สาทร 1 ตั้งอยู่ในซอยศรีบำเพ็ญ ถนนพระรามสี่ เดินทางได้สะดวกสบายสำหรับการใช้รถยนต์ และรถสาธารณะ ใกล้ MRT สถานีลุมพินีและคลองเตย เป็นทำเลในซอยที่สามารถออกถนนหลักสำคัญได้หลายเส้นอย่างพระราม 4, เชื้อเพลิง, สาทร โดยรอบๆจะไม่ไกลจากห้างสรรพสินค้า Community malls สถานการศึกษาทุกระดับชั้น โรงพยาบาล โรงภาพยนตร์ สถานบันเทิงและสวนสาธารณะที่เป็นปอดของกรุงเทพฯ อย่างสวนลุมพินีก็อยู่ไม่ไกล

อีกหนึ่งจุดเด่นของโครงการคือใกล้จุดขึ้นลงทางด่วนครับ

ไม่ไกลทั้งทางด่วนเฉลิมมหานคร (ขึ้นลงทางพระราม 3) / จุดขึ้นลงทางด่วนบ่อนไก่ที่แยกพระราม 4 – คลองเตย / หรือจะไปขึ้นตรงแยกด่วนสาธุ เพื่อใช้ไปได้ทั้งสีลม-สาทร หรือดาวคะนองก็ได้ เรียกว่าเป็นทำเลที่ใช้ทางเลือกทางด่วนได้หลากหลายจริงๆ

การเดินทางโดยใช้รถ สามารถใช้เส้นทางไปลัดออกถนนต่าง ๆ ได้หลากหลายเลย ทั้งถนนเย็นอากาศ ถนนนางลิ้นจี่ ถนนสาทร ถนนพระราม 4 ถนนจันทน์ ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ ถนนพระราม 3 ซึ่งล้วนแต่เป็นถนนสายหลักที่มีทั้งอาคารสำนักงาน และโรงเรียนชื่อดัง รวมไปถึงความอุดมสมบูรณ์ในแง่อาหารการกินและของใช้ต่างๆก็มีให้เลือกหลายจุดรอบพื้นที่โครงการเลย

สภาพแวดล้อมรอบโครงการ

มาลองดูการวาง Zoning ของอาคารกันบ้าง ตัวโครงการแยกออกเป็น 2 อาคารครับ โดยจะเป็นอาคาร A ลักษณะตัว C วางอยู่ด้านหน้าทางเข้าโครงการ ข้อดีคือเข้าออกและใช้งานร้านค้าด้านล่างได้ง่าย สะดวก แต่แลกมากับมีคนผ่านไปมาเยอะหน่อย อาจจะมีเรื่องของเสียง และความวุ่นวายบนอาคาร เพราะมีจำนวนยูนิตสูงกว่า ด้านในพื้นที่โครงการจะมีอาคาร B ที่มีลักษณะเป็นตัว I ตั้งอยู่ อาจจะเข้าออกลึกหน่อย แต่ได้ความเป็นส่วนตัวมากกว่า โดยจะมีพื้นที่ส่วนกลางหลักๆ วางอยู่ระหว่าง 2 อาคารนี้ครับ

เรื่องการวางมุมมองห้องพักอาศัย ก็ทำออกมาได้สอดคล้องกับลักษณะพื้นที่ดินครับ

  • อาคาร A จะเปิดมุมมอง 3 ฝั่ง คือทิศเหนือ ฝั่งหน้าทางเข้าออกโครงการ และทิศใต้ที่จะเห็นแนวอาคารของอาคาร B ซึ่งด้วยลักษณะตัวอาคารที่เป็นตัว C ทำให้มีห้องบางส่วนที่หันเข้าด้านในพื้นที่โครงการ จะมองเห็นห้องฝั่งตรงข้าม อาจจะเสียความเป็นส่วนตัวไปบ้าง นอกจากนั้นก็จะมีห้องที่หันไปทางทิศตะวันออกอีกจำนวนชั้นละ 2 ยูนิตครับ มุมมองจะโดนบีบแคบหน่อย แต่ได้พื้นที่สวนด้านล่างมาให้ ส่วนทางฝั่งทิศตะวันตกที่ติดกับอาคารสูงจะไม่มีห้องที่หันไปทางฝั่งนี้เลย จะทำเป็นแนวทางเดินที่รับแต่แสงและลมเท่านั้น
  • อาคาร B จะมีห้องที่เปิดทิศหลักๆเพียง 2 ฝั่งเลยคือฝั่งทิศเหนือที่หันเข้าอาคาร A จะมองเห็นห้องพักอาศัยฝั่งตรงข้ามก็จริง แต่ได้พื้นที่ส่วนกลางด้านล่างมาช่วยเป็นวิวที่สวยงามสำหรับฝั่งนี้ (เช่นเดียวกันกับทิศใต้ของอาคาร A) ส่วนฝั่งทิศใต้ที่หันออกนอกโครงการ จะได้วิวที่ค่อนข้างเงียบสงบครับ มีแต่บ้านพักอาศัย 1-2 ชั้น ทำให้ชั้นสูงหน่อยจะได้วิวที่ค่อนข้างโล่งเลย ลองไปชมภาพบรรยากาศจริงในแต่ละฝั่งกันครับ

Image 1/9
มุมมองทางฝั่งทิศเหนือจากอาคาร A ชั้น 6 : จะเห็นวิวเมืองครับ ที่หันไปทางหน้าโครงการ จะเห็นอาคารสูงบนถนนพระราม 4 ซึ่งด้านบนก็จัดว่าโล่งเลย เพราะฝั่งตรงข้ามเป็นอาคาร 1-2 ชั้น ไม่ได้บังวิวส่วนนี้นัก

มุมมองทางฝั่งทิศเหนือจากอาคาร A ชั้น 6 : จะเห็นวิวเมืองครับ ที่หันไปทางหน้าโครงการ จะเห็นอาคารสูงบนถนนพระราม 4 ซึ่งด้านบนก็จัดว่าโล่งเลย เพราะฝั่งตรงข้ามเป็นอาคาร 1-2 ชั้น ไม่ได้บังวิวส่วนนี้นัก

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • Crescent International school ~ 550 m.
  • โรงแรมไอบิส สาทร ~ 600 m.
  • โรงเรียนอนุบาลบ้านสานฝัน ~ 650 m.
  • Garden International school ~ 750 m.
  • สวนเฉลิมพระเกียรตินวมินทราชินี ~ 1 km.
  • MRT คลองเตย ~ 1 km.
  • Tops Market Nanglinchee ~ 1.4 km.
  • โรงแรมสุโขทัย ~ 2.2 km.
  • สวนลุมพินี ~ 2.2 km.
  • Makro สาทร ~ 2.5 km.
  • Silom Complex ~ 2.6 km.
  • โรงพยาบาล BNH ~ 2.7 km.
  • The Up Rama 3 ~ 3 km.
  • โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน ~ 3.1 km.
  • โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ ~ 3.6 km.
  • Vanilla Moon ~ 3.9 km.
  • Central Plaza Rama 3 ~ 4.4 km.

รายละเอียดโครงการ

Ground Plan การเดินรถภายในโครงการนี้ทั้งหมดจะเป็นแบบทูเวย์สามารถสวนทางกันได้ จอดรถได้ที่ชั้น 1 ใต้อาคาร และที่ด้านในอาคาร B จะมีทางลงไปใต้ดินได้อีก 3 ชั้นเป็นพื้นที่จอดรถ ซึ่งจะมีช่องจอด 142 คัน คิดเป็น 50% (แบบไม่ซ้อนคัน) และที่จอดรถแบบคาดว่าซ้อนคัน 175 คันคิดเป็น 63%

ฝั่งด้านหน้าโครงการ จะเป็นส่วนของอาคาร A มีการแบ่งพื้นที่เป็น 7-Eleven Premium ขนาดใหญ่ที่เปิดให้คนนอกสามารถมาซื้อและใช้งานได้ ด้านในจะมี Grand Lobby ที่ภายในจะมีพื้นที่ Double Volume รับวิวสวนด้านนอกให้ด้วย และที่อาคาร B ก็มี Lobby แยกให้เช่นกันนะ แต่จะเป็นแบบชั้นเดียว ระหว่างอาคาร A, B จะเป็นพื้นที่ส่วนกลางหลักเริ่มจากสระว่ายน้ำระบบเกลือ 5×22 เมตร และมีอาคาร ClubHouse ที่แยกตัวออกมา 3 ชั้น ซึ่งชั้น 1 จะเป็นส่วนของห้องน้ำห้องแต่งตัวแยกชายหญิงครับ ไปลองชมบรรยากาศจริงกันเลย

บริเวณด้านหน้าโครงการริมถนนศรีบำเพ็ญจะเปิดเป็น 7-Eleven Premium ขนาดใหญ่ที่กินพื้นที่ทั้งหมด 4 ห้องเลยทีเดียว สะดวกสบายไม่ต้องออกไปซื้อนอกโครงการเลยครับ

ทางเข้าออกโครงการจะเป็นถนน 2 เลน สวนกันครับ มีหลังคาด้านบนให้ ไม่ต้องกังวลแดดและฝน

เข้ามาด้านในจะเป็นรั้วกั้นไม้กระดกอัตโนมัติ ระบบ Easy Pass เหมือนทางด่วนไม่ต้องลดกระจกมาทาบบัตรให้เสียเวลา

ด้านข้างเป็นอาคาร A ครับ ซึ่งจะเป็นส่วนของ Grand Lobby ที่เป็น Lobby ต้อนรับส่วนแรกของโครงการ ข้อดีคือของคนที่อยู่อาคารนี้คือเข้าออกได้ง่าย Drop Off อยู่หน้าโครงการเลย ไม่ต้องเดินไปรอรถที่ไหน แต่แลกมากับมีคนผ่านไปมาเยอะหน่อย อาจจะวุ่นวายกว่าอาคารด้านในอย่างอาคาร B นิดนึง

ก่อนจะเข้าไปภายในอาคาร เลยไปดูพื้นที่รอบๆกันก่อนนะครับ เลยมาหน่อยจะเป็นพื้นที่ Visitor ด้านข้างครับ ส่วนฝั่งตรงข้ามก็เป็นสวนภายนอกครับ

สวนตรงนี้จะเป็นพื้นที่นั่งเล่นพักผ่อน ที่ปลูกต้นไม้ล้อมรอบไว้ ซึ่งจะช่วยเป็นวิวและจุดพักสายตาให้กับห้องพักอาศัยของอาคาร A ด้านบนที่โอบล้อมพื้นที่นี้อยู่ด้วยครับ

เลยมาอีกหน่อยจะเป็นพื้นที่จอดรถใต้อาคาร A ครับ ก็จัดว่าสะดวกดี สำหรับใครที่อยู่อาคารนี้

ตรงออกมาอีกจะเป็นทางเชื่อมต่อไปยังอาคาร B ครับ ซึ่งจะมีที่จอด Visitor ให้อีกหน่อย และด้านข้างฝั่งตรงข้ามจะเป็นพื้นที่ส่วนกลางหลักของโครงการครับ

ใต้อาคาร B ด้านในจะมีทางลงไปใต้ดินได้อีก 3 ชั้นเป็นพื้นที่จอดรถ ซึ่งรวมทั้งโครงการจะมีช่องจอด 142 คัน คิดเป็น 50% (แบบไม่ซ้อนคัน) และถ้าคิดแบบซ้อนคันจะมีที่จอดรถประมาณ 175 คันคิดเป็น 63% ครับ

หันมาดู Main Facilities ของโครงการกันครับ จะตั้งอยู่ระหว่างอาคาร A และ อาคาร B ข้อดีคือเป็นช่องลมที่จะช่วยให้ลมพัดผ่านพื้นที่นี้ แถมยังได้แนวอาคารช่วยบังแดดทางฝั่งทิศเหนือและใต้ให้ด้วย ทำให้สามารถใช้งานพื้นที่ส่วนนี้ได้หลากหลายเวลามากยิ่งขึ้นครับ ลองเข้าไปชมภายในกันเลย

ด้านข้างเป็น Sunken Seat สำหรับนั่งริมสระว่ายน้ำ ลดระดับลงมาเพื่อให้ใกล้ชิดสระว่ายน้ำมากยิ่งขึ้น

มีแนวทางเดินริมสระฝั่งเดียวนะครับ ข้อดีคือง่ายแก่การจัดการและดูแลรักษา จะล้อมรอบด้วยแนวต้นไม้ทั้งไม้สูงและไม้พุ่มครับ

เลยมาหน่อยจะเป็นจุดล้างตัวครับ ใกล้กับทางเข้าออกที่มาจากฝั่งอาคาร B มีแนวทางเดินเชื่อมต่อไปยังอาคาร Clubhouse ด้วย

ตัวสระว่ายน้ำของที่นี่จะมีขนาด 22 x 5 เมตร มีขนาดใหญ่กว่าโครงการใกล้เคียงนี้พอสมควรเลย สามารถว่ายออกกำลังกายได้จริง พื้นที่สระว่ายน้ำจะเปิดให้บริการ 8.00-20.00 น. ครับ

หรือใครต้องการจะพักผ่อนก็มีพื้นที่โซน Jacuzzi แยกให้นั่งพักผ่อนได้ด้วย

ด้านข้างฝั่งนี้ก็มี Sunken Seat ให้อีกจุดครับ

ต่อไปเป็นอาคาร Clubhouse 3 ชั้น ครับ แยกอาคารออกมาจากอาคารพักอาศัยอย่างชัดเจน ข้อดีคือไม่รบกวนกัน ไม่ต้องมีคนขึ้นลงลิฟต์หรือเดินตามแนวโถงทางเดินภายในอาคารพักอาศัย ได้ความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังง่ายแก่การจัดการและดูแลด้วยครับ พื้นที่ส่วนกลางภายในอาคาร Clubhouse จะเปิดให้บริการ 8.00-00.00 น. เลย

ผังอาคาร Clubhouse 3 ชั้นครับ ชั้น 1 จะเป็นห้องน้ำแยกชายหญิง ขนาดใหญ่เลยทีเดียว ส่วนชั้น 2 จะเป็นห้องออกกำลังกาย เป็น Studio ออกกำลังกาย หรือห้องโยคะ ส่วนชั้น 3 จะเป็น Fitness ครับ ฝั่งที่หันมาทางสระว่ายน้ำจะทำเป็นผนังกระจกทั้งหมดเพื่อรับวิวสระและสวน

เริ่มที่ชั้น 1 เปิดประตูเข้ามาแอบตกใจนิดนึง เพราะพื้นที่ภายในค่อนข้างกว้างเลยครับ ให้บรรยากาศเหมือนห้องน้ำบนห้างสรรพสินค้า ใช้งานได้หลายคนเลย

ภายในประกอบไปด้วยอ่างล้างหน้าแบบเคาน์เตอร์ยาววางอ่าง 3 อัน มาพร้อมแนวกระจกเงา ตรงข้ามเป็น Locker ครับ ให้มาหลายช่องเลย ด้านในจะเป็นห้องน้ำและห้องอาบน้ำ สำหรับห้องผู้ชายก็ได้โถปัสสาวะมา 4 ตำแหน่งครับ

ขึ้นมาชั้น 2 จะเป็นห้องสตูดิโอครับ จะเป็นคลาสออกกำลังกาย หรือห้องโยคะก็ได้ครับ ได้แนวกระจกเงามาเต็มแผงเลย เพื่อรับวิวสระว่ายน้ำและสวนด้านล่าง

บรรยากาศวิวจะประมาณนี้ครับผม ร่มรื่นทีเดียว

ส่วนชั้น 3 จะเป็นห้องออกำลังกายครับ ขนาดพื้นที่ค่อนข้างกว้างเลยนะครับ ด้วยการตกแต่งที่ใช้กระจกเงาทั้งห้อง และมีแนวกระจกรับวิวภายนอกเหมือนชั้น 2 ก็ช่วยให้ห้องดูสว่างและกว้างยิ่งขึ้นไปอีก

มีส่วน Weight Training แยกไว้ด้านในครับ ใกล้กับแนวผนังกระจกเงา

ส่วน Cardio Training จะอยู่ริมหน้าต่างที่รับวิวสระว่ายน้ำและสวนภายนอกครับ

เข้ามาดูส่วนของอาคาร A ด้านหน้ากัน เป็น Grand Lobby ด้านหน้าที่ยกฝ้าเพดานสูงแบบ Double Volume ทำให้ดูโล่งและสว่างมากยิ่งขึ้น รับวิวสวนภายนอกด้วย

มีพื้นที่นั่งพักผ่อนแยกออกเป็นหลายๆมุมครับ แล้วแต่ลักษณะการใช้งาน

ด้านในก็มีมุมแยกรับวิวสวนด้านข้างให้ มีม่านสำหรับบังแดดได้ด้วย

ด้านในจะเป็นห้องทำงานที่ได้ความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้นด้วย บรรยากาศและวัสดุจะดูอบอุ่นมากยิ่งขึ้น

พื้นที่ก่อนเข้าโถงลิฟต์จะมีโซฟาให้นั่งพักผ่อนด้วย ได้ Smart Locker สำหรับรับของได้ตลอดเวลา ไม่ต้องกังวลว่ากลับบ้านมาไม่ทันนิติบุคคลแล้วจะไม่ได้ของนะครับ

โถงลิฟต์ของอาคาร A ภายในจะหน้าตาประมาณนี้ครับ เข้าออกด้วยระบบ Keycard ด้านในจะเป็น Mail Box ให้ด้วย ได้ความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น ได้ลิฟต์โดยสาร 2 ตัว มีอัตราส่วนลิฟต์อยู่ที่ 1 : 83 ครับ

โถงทางเดินของอาคาร A จะแยกออกเป็นหลายแบบ เนื่องจากตัวอาคารมีหลายช่วงครับ โถงลิฟต์จะมีช่องแสงมาให้ ค่อนข้างสว่างเลย โถงทางเดินทางฝั่งทิศตะวันตกจะไม่มีห้องพักอาศัย ทำให้ได้เป็นแบบ Single Corridor และเจาะเป็นช่องแสงและช่องลมไว้ให้ ส่วนฝั่งที่เป็น Double Corridor ก็มีช่องแสงที่สุดทางเดินให้เช่นกันครับ มีช่อง Void ที่ได้ช่องแสง ทำให้โถงทางเดินภายในแทบจะไม่ต้องเปิดไฟเลยครับในเวลากลางวัน

ขึ้นมาที่ชั้นดาดฟ้า จะมีพื้นที่สวนเล็กๆให้สำหรับขึ้นมาพักผ่อนได้ มีพื้นที่แยกออกเป็นหลายๆส่วนครับ

ทั้งมุมนั่งเล่น รับวิวมุมสูง จะมีแนวต้นไม้โอบล้อมอยู่รอบๆครับ

มีมุมสนามหญ้าสำหรับมานั่งเล่นหรือเดินเล่นได้ด้วย

ย้ายมาที่อาคาร B ก็จะมี Lobby เช่นกัน แต่จะไม่ได้พื้นที่ Double Volume มาให้แล้วนะครับ แต่พื้นที่การใช้งานก็แยกออกเป็นหลายส่วนด้วยกัน

ด้านในก็มีพื้นที่นั่งเล่นพักผ่อนอีกจุดครับ พร้อมห้องน้ำสำหรับเข้าใช้งาน

ด้านหน้าจะมี Smart Locker เช่นเดียวกันกับอาคาร A ครับ

เข้ามาข้างในเป็นโถงลิฟต์เข้าออกด้วย Keycard Access มีส่วนของ Mail Box และ ลิฟต์โดยสาร 2 ตัวเช่นกัน อัตราส่วนลิฟต์อยู่ที่ 1 : 56 ยูนิต ครับ

โถงลิฟต์ด้านบนจะมีลักษณะประมาณนี้ครับ ใกล้เคียงกันกับของอาคาร A ได้แนวช่องแสงขนาดใหญ่ พร้อมบานกระทุ้งเปิดรับลมระบายอากาศได้ด้วย

โถงทางเดินของอาคาร B จะเป็นแบบเดียว เพราะมีห้องพักอาศัยแค่ทางฝั่งทิศเหนือและทิศใต้ครับ

Image 1/3
ที่ชั้น 2 เป็นส่วนชั้นพักอาศัยแรก โดยเริ่มที่อาคาร A ด้านหน้าก่อน อาคารนี้จะเป็นรูปทรงตัว U ที่เอาตำแหน่งลิฟต์ไว้ตรงกลาง จะได้เฉลี่ยการเดินไปห้องพักของลูกบ้านทั้งสองฝั่งไม่ไกลมาก จะมีบางส่วนเป็น Void จากล็อบบี้ชั้นล่าง โดยห้องพักหลักจะเป็น 1 Bed และมี 2 Bed แค่ห้องเดียวเท่านั้น โดยทั้งชั้นจะมีจำนวน 15 ยูนิตครับ ส่วนอาคาร B ด้านหลังจะเป็นรูปทรงตัว I เข้าใจง่ายๆ โดยเลือกเอาตำแหน่งลิฟต์ไว้มุมใกล้กับอาคาร Clubhouse ทำให้มีห้องที่ต้องเดินไกลอยู่บ้าง จะสังเกตได้อย่างนึงว่าห้องที่ตำแหน่งอยู่ด้านในวิวส่วนกลาง จะเป็นไซส์ขนาดใหญ่หน่อยอย่าง 38, 60 ตร.ม. และห้องไซส์เล็กหันออกด้านนอกอาคารทางทิศใต้ (แต่ฝั่งนี้ก็ไม่ได้โดนบังวิวอาคารสูงใดเป็นบ้านพักอาศัยทั่วไป) ซึ่งจะมีจำนวน 16 ยูนิต/ชั้น

ที่ชั้น 2 เป็นส่วนชั้นพักอาศัยแรก โดยเริ่มที่อาคาร A ด้านหน้าก่อน อาคารนี้จะเป็นรูปทรงตัว U ที่เอาตำแหน่งลิฟต์ไว้ตรงกลาง จะได้เฉลี่ยการเดินไปห้องพักของลูกบ้านทั้งสองฝั่งไม่ไกลมาก จะมีบางส่วนเป็น Void จากล็อบบี้ชั้นล่าง โดยห้องพักหลักจะเป็น 1 Bed และมี 2 Bed แค่ห้องเดียวเท่านั้น โดยทั้งชั้นจะมีจำนวน 15 ยูนิตครับ ส่วนอาคาร B ด้านหลังจะเป็นรูปทรงตัว I เข้าใจง่ายๆ โดยเลือกเอาตำแหน่งลิฟต์ไว้มุมใกล้กับอาคาร Clubhouse ทำให้มีห้องที่ต้องเดินไกลอยู่บ้าง จะสังเกตได้อย่างนึงว่าห้องที่ตำแหน่งอยู่ด้านในวิวส่วนกลาง จะเป็นไซส์ขนาดใหญ่หน่อยอย่าง 38, 60 ตร.ม. และห้องไซส์เล็กหันออกด้านนอกอาคารทางทิศใต้ (แต่ฝั่งนี้ก็ไม่ได้โดนบังวิวอาคารสูงใดเป็นบ้านพักอาศัยทั่วไป) ซึ่งจะมีจำนวน 16 ยูนิต/ชั้น

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

อาคาร A

  • ชั้น 1 : Grand Lobby Double Volume
  • ชั้น 2 : Living Room แบบ Double Volume
  • ชั้น ดาดฟ้า : Rooftop Gaden

อาคาร B

  • ชั้น 1 : Pocket Lobby

Main Facilities

  • ชั้น 1 : Retail Shop : ร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven Premium
  • ชั้น 1 : สระว่ายน้ำออกกำลังกายระบบเกลือ 5 x 22 เมตร ลึก 1.2 เมตร แยกโซนจากุชชี่
  • ชั้น 1 : Pool Deck / Pool Bed / Pavillion
  • ชั้น 1 : อาคาร Club House 3 ชั้นประกอบไปด้วย W.C./ Multipurpose / Fitness
  • Smart Locker
  • Co-Inspiration Space
  • ลิฟต์โดยสาร 2 ตัว/อาคาร , ไม่มี Service Lift
  • จอดรถที่ชั้น 1 และลงใต้ดินอีก 3 ชั้นที่อาคาร B
  • ที่จอดรถช่องจอด 142 คัน ไม่รวมซ้อนคันคิดเป็น 50% (รวมคันคิดเป็น 63%)
  • Shuttle Car Service ไป MRT ลุมพินี (รายละเอียดขึ้นอยู่กับนิติบุคคล)
  • ระบบ CCTV / Access Card

แบบห้อง

รูปแบบห้องพักอาศัยที่นี่จะมีทั้งหมด 3 แบบหลักๆนะครับ ประกอบไปด้วย

  • 1 Bed 1 Bath ขนาด 30 – 47.5 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 3.99 ล้านบาท
  • 2 Bed 1 Bath ขนาด 54.7 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 7.29 ล้านบาท
  • 2 Bed 2 Bath ขนาด 61.77 ตร.ม.ราคาเริ่มต้น 8.29 ล้านบาท

โดยโครงการจะมีรูปแบบการขายทั้งแบบ Fully Furnished และ Fully Fitted เลย ต่างกันตรงที่บางห้องจะได้เฟอร์นิเจอร์ Built-in และลอยตัว พร้อมเครื่องซักผ้าอบผ้าจาก Electrolux ขนาดซักผ้าได้ 8 kg. และ อบผ้าได้ 5 kg.มาด้วย กับบางห้องที่จะไม่ได้ในส่วนนี้ (ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของแต่ละห้อง) แต่ของที่ได้แน่ๆในทุกห้องจะมีดังนี้ครับ ชุดครัวจะได้ Top ครัวจะเป็นหินแกรนิตสีดำ Backsplash เป็นวัสดุเป็นไวนิล (ลายหินธรรมชาติสีขาว) และส่วนของ Hob&Hood ได้เป็นของ FRANKE, พื้นเป็นกระเบื้องยางไวนิล, Floor to Ceiling 2.50 เมตร และในห้องน้ำได้ของ TOTO ฉากกั้นกระจก เครื่องทำน้ำอุ่นของ Stiebel Eltron (แบรนด์จากเยอรมัน) Rain Shower, แอร์ในทุกห้องนอน ของ Panasonic ระบบ Nanoe-X (ยับยั้ง PM2.5 และ เชื้อ Covid-19) Digital DoorLock จาก Mazi (แบรนด์จากเกาหลี) แบบ 4 Way Access และระบบ Home Automation (ควบคุมไฟ,แอร์,ทีวี)

มาดูห้องตัวอย่างของโครงการนี้กันครับ กับห้อง 1 Bedroom ขนาด 34.90 ตร.ม. จัดฟังก์ชันออกมาลงตัวทีเดียว แบ่งพื้นที่ต่างๆออกเป็นสัดส่วน ข้อดีคือได้ครัวปิดขนาดใหญ่ เหมาะสำหรับคนที่ชอบประกอบอาหารเอง แถมยังปูพื้นเป็นกระเบื้องให้ด้วย ง่ายแก่การทำความสะอาด สามารถใช้ประตูกั้นระหว่างระเบียงช่วยเสริมในเรื่องของการระบายกลิ่นได้ แต่พื้นที่ระเบียงจะค่อนข้างเล็กหน่อย แค่พอออกไปยืนสูดอากาศได้เท่านั้น เพราะครึ่งนึงเป็นพื้นที่วางคอมแอร์ฯ ตำแหน่งห้องน้ำสามารถเข้าใช้งานได้ง่ายจากทุกพื้นที่ภายในตัวห้อง ที่ส่วนตัวผมชอบคือให้ส่วนอาบน้ำมาใหญ่กว่าปกติ ส่วนห้องนั่งเล่นก็ยังได้ระยะดูทีวีที่ค่อยข้างกว้าง ทำให้สามารถวางโต๊ะกลางได้ ทั้งยังเหลือพื้นที่ด้านข้างไว้วางชุดโต๊ะรับประทานอาหารได้อีก ส่วนห้องนอนจะได้ความเป็นส่วนตัวด้วยประตูบานทึบ แต่ข้อเสียคือแสงจะเข้ามาไม่ถึงห้องนั่งเล่น ลองไปชมรายละเอียดกันครับ

อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าทั้ง 4 ชิ้นในรูปด้านบนนี้เป็นสิ่งที่โครงการให้มาเพิ่มเป็นมาตรฐานอีกนะครับให้เห็นภาพกัน ประกอบไปด้วย

  • เครื่องซักผ้า 8 kg. และอบผ้าได้ 5 kg. ของ Electrolux
  • แอร์ในทุกห้องนอน ของ Panasonic ระบบ Nanoe-G
  • Digital Door Lock ของ MAZI (แบรนด์จากเกาหลี) แบบ 4 Way Access
  • เครื่องทำน้ำร้อนของ Stiebel (แบรนด์จากเยอรมัน)
  • ระบบ Home Automation สั่งการเปิดปิด ไฟ แอร์ ทีวี

หน้าห้องจะได้ประตู HDF และ Digital Door Lock ของ MAZI ครับ เข้าออกได้ 4 ระบบ ออกแบบเป็นคันโยก ในกรณีที่ยกของก็สามารถดันเข้าไปได้เลย

เข้ามาในห้องส่วนแรกเป็น Common Area ที่รวมฟังก์ชันระหว่างห้องโถงนั่งเล่นรับแขก กับส่วนรับประทานอาหารครับ เราจะเห็นว่า Space ในพื้นที่นี้ค่อนข้างกว้างพอสมควร ตัวพื้นในห้องจะเป็นกระเบื้องไวนิลลายไม้ โทนสีอ่อน และความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานคือ 2.50 เมตร

จะเห็นว่าเฟอร์นิเจอร์ Built-In ของที่นี่ทำออกมาในธีมเดียวกัน เน้นใช้สีโทนอ่อนที่ช่วยให้ห้องดูสว่างมากยิ่งขึ้น ใช้วัสดุเป็นไม้ให้ความอบอุ่น เข้ากับสีพื้นและง่ายแก่การตกแต่งต่อ สิ่งที่เราจะได้คือชั้นวางของ 2 ชุดที่อยู่ติดผนังประตูห้อง และชุดชั้นวางทีวีทั้งแผงนี้เลยครับ โดยระยะนั่งดูทีวีจะอยู่ที่ประมาณ 2.60 เมตร เลือกทีวีไซส์ 40-50 นิ้วกำลังเหมาะครับ ส่วนเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวก็จะได้โซฟา และโต๊ะกลางด้วย

ชุด Built-In นี้ทางโครงการก็ทำมาให้ สำหรับห้องที่ได้รูปแบบการขาย Fully Furnished นะครับ ด้านบนเป็นชั้นวางของได้เยอะเลย ส่วนของด้านล่างก็จะเป็นแบบลิ้นชัก 4 ช่องครับ ด้านใต้สามารถวางพวกรองเท้าเพิ่มได้นะครับ เอาใส่กล่องเก็บรองเท้าเอาไว้ หรือถ้าอยากได้พื้นที่เก็บของเพิ่ม ก็เอาทีวีแขวนผนังซะ จะได้พื้นที่ในการวางของเพิ่มนั่นเอง

ทางฝั่งซ้ายมือจะเห็นชุดเฟอร์ชิ้นแรกที่โครงการทำมาให้เลยคือ “ตู้เก็บรองเท้า” ซึ่งตำแหน่งค่อนข้างดีเหมาะในการใช้ นอกจากจะเก็บรองเท้าแล้ว ภายในตู้ชิ้นนี้มีการแบ่งสัดส่วนให้เก็บของชิ้นทรงยาวอย่างร่ม ถุงกอล์ฟ ไม้กวาด อะไรพวกนี้ได้อีกด้วยนะ

ชุดตู้ที่ติดผนังอีกฝั่งตรงนี้ก็ดูดีครับ แบ่งช่องในการเก็บของได้คุ้มค่ากับพื้นที่มากๆ พวกตัว Fitting เป็น Soft Closed ทั้งหมด เลือกเก็บของได้หลากหลายเลย

จะได้ชุดโซฟาแบบ 2-3 ที่นั่งในห้องตัวนี้ด้วย ด้านล่างก็มีซ่อนที่เก็บของลิ้นชักบานเลื่อนได้ จะเห็นว่าค่อนข้างให้ความสำคัญต่อพื้นที่การเก็บของในห้องตามมุมต่างๆพอสมควรเลยครับ ส่วนโต๊ะกลางอีก 2 ตัวนี้เราก็จะได้มาด้วยเช่นกัน วางพรมสวยๆตามห้องตัวอย่างก็ทำให้ห้องดูอบอุ่นยิ่งขึ้นไปอีก

ถัดมาข้างๆกับพื้นที่วางโซฟา จะเป็นมุมของโต๊ะรับประทานอาหาร (หรือจะเป็นโต๊ะนั่งทำงานไปด้วยก็ได้) เนื่องจากผังห้องนี้เอา Living Area ไว้ชิดด้านใน และกั้นทุกโซนเป็นสัดส่วนหน่อย เลยจะทำให้ไม่ได้แสงธรรมชาติมากนัก มุมนี้ผมแนะนำให้ติดไฟส่องสว่างเพิ่มขึ้น หรือจะทำแบบห้องตัวอย่างที่เป็นไอเดียมาให้เลยก็ได้ครับ

ด้านข้างทางซ้ายมือจะเป็นส่วนของประตูทางเข้าห้องครัว ซึ่งโครงการจะให้เป็นประตูกระจกใสบานเลื่อนแบบรางเลื่อนด้านบนมาให้ด้วย (ซึ่งทำรางบนแบบนี้คือช่วยในเรื่องการข้ามโซนจะได้ไม่ต้องกลัวเดินสะดุด) และพื้นในโซนครัวจะเปลี่ยนเปกระเบื้องแกรนิตโต้สีสว่าง เพื่อที่จะได้ทำความสะอาดง่าย ทนน้ำเหมาะกับพื้นที่ครัว และประตูบานทึบด้านข้างจะเป็นห้องนอนครับ

ชุดโต๊ะรับประทานอาหารจะได้หน้าตาประมาณนี้ครับ สามารถนำเก้าอี้อีกตัวมาเพิ่มสำหรับ 3 ที่นั่งได้ ในกรณีที่มีแขกมาเยี่ยม

มาดูห้องครัวกันต่อเลย ผมชอบตรงที่พื้นที่ภายในนี้กว้างมากครับ ชนิดที่ตั้งโต๊ะรับประทานอาหารภายในนี้ได้เลย ถ้าย้ายโต๊ะรับประทานอาหารจากห้องนั่งเล่นเข้ามาทานในนี้ ก็จะสามารถควบคุมกลิ่นได้มากยิ่งขึ้น แถมในห้องนั่งเล่นก็สามารถใช้ประโยชน์จากมุมนั้นเป็นพื้นที่อื่นๆได้อีกด้วย เช่น พื้นที่ออกกำลังกาย ทำโต๊ะทำงาน หรือจะเพิ่มขนาดโซฟาเป็นชุดยาวก็ยังได้

ชุดครัวก็จะได้มาในธีมเดิม เข้ากับเฟอร์นิเจอร์ Built-In อื่นๆภายในห้อง ด้านบนก็จะเป็นส่วนของตู้แขวนผนังทั้งหมดยาวต่อเนื่องเก็บของแบบจุใจเลย ทางซ้ายมือสุดเป็นทางเข้าห้องน้ำ และขวามือติดกับเป็นที่วางตู้เย็น และทางออกไประเบียง

มีช่องเก็บของได้เยอะและเป็นแบบกันกระแทกทั้งหมด ให้ช่องพอดีกับตัวเครื่องซักผ้ามาเลย

โดยสำหรับห้องที่ได้แบบ Fully Furnished ทางโครงการเค้ามีเครื่องใช้ไฟฟ้ามาให้ 1 ชิ้นด้วยนะตรงนี้ ก็คือ “เครื่องซักผ้าและอบผ้าในตัว” ของ Electrolux แบบในห้องตัวอย่างมาให้เลย เป็นไซส์ซักผ้าได้ 8 kg., อบผ้าได้ 5 kg.

ในส่วนของ Top ครัวจะเป็นหินแกรนิตสีดำ ผนังต่อเนื่องด้านหลังที่เป็น Backsplash จะมีมาให้ด้วย เป็นวัสดุเป็นไวนิล (ลายหินธรรมชาติสีขาว) ซึ่งมันดูสวยงามดีนะ Contrast กับท็อปครัวดี / และส่วนของ Hob&Hood ได้เป็นของ FRANKE ครับ

ด้านในจะเป็นระเบียงห้องครับ ซึ่งพื้นจะกั้นด้วยธรณีก่อขึ้นมาระดับนึงเพื่อกันน้ำฝนสาด และบานกระจกกั้นครึ่งนึงเป็นพ่นฝ้า (เพื่อไม่ให้เห็นส่วนคอมแอร์, อีกครึ่งนึงเป็นบานใส)

พื้นที่ระเบียงครึ่งนึงฝั่งซ้ายจะเป็นตำแหน่งวางแขวนคอมเพรสเซอร์แอร์ หันลมร้อนออกด้านนอก และมีระแนงเหล็กกั้นสายตาจากภายนอก ส่วนของพื้นที่ใช้งานระเบียงไม่ได้กว้างมาก พออออกไปยืนสูดอากาศได้ จริงๆแล้วพื้นที่ระเบียงไม่ต้องใหญ่มากนักสำหรับตากผ้า เพราะว่าให้เครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างอบผ้าในตัวมาให้แล้วครับ

ในส่วนของห้องน้ำจัดการใช้งานได้ดี โดยจะเรียงตัวกันตั้งแต่ อ่างล้างมือ สุขภัณฑ์ และด้านในสุดเป็นพื้นที่อาบน้ำแยกส่วนเปียกส่วนแห้งไว้ชัดเจน ซึ่งเราจะได้ตามนี้ทั้งหมดเลย อุปกรณ์และสุขภัณฑ์ต่างๆจะได้ของ TOTO ครับ และได้ฉากกั้นอาบน้ำนิรภัยมาด้วย

อ่างล้างมือจะมาเป็นชุดเคาน์เตอร์เลย มีพื้นที่วางของและเก็บของด้านล่าง ส่วนโถสุขภัณฑ์จะได้แบบ 2 ชิ้นครับ มีพื้นที่วางของด้านหลังเล็กน้อย

ด้านในเป็นฉากกั้นประตูกระจกนิรภัยแบบเปิดครับ

พื้นที่อาบน้ำค่อนข้างกว้างกว่าปกติเลย ขนาดประมาณ 1.3 x 1 เมตร สามารถอาบด้วยกัน 2 คนได้สบายๆ หรือจะวางชั้นวางอุปกรณ์อาบน้ำก็ได้ครับ ไม่อึดอัด ซึ่งผนังตรงส่วนนี้เขาก็เจาะช่องสำหรับวางอุปกรณ์อาบน้ำมาไว้ให้แล้ว ส่วนอาบน้ำจะได้ทั้ง Hand Shower และ Rain Shower เลย

ย้อนกลับมาดูห้องนอนกันบ้าง เป็นห้องขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็ก กำลังพอดีสำหรับ 1-2 คน ครับ ซึ่งนอกจากจะวางเตียง 5 ฟุตแล้ว ก็ยังมีพื้นที่ด้านข้างเหลือให้ใช้งานได้อีกหลายส่วนเลย ทั้งโต๊ะทำงานและตู้เสื้อผ้า

ตัวเตียงจะได้ลิ้นชักสำหรับเก็บของมาให้ด้วย 2 จุด เหมาะกับห้องที่มีขนาดพื้นที่ไม่เยอะนักแบบนี้เป็นอย่างยิ่ง

สำหรับห้อง Fully Furnished ด้านข้างจะมีชุดโต๊ะทำงานมาให้ด้วยนะครับ ขนาดพอดีกับพื้นที่เลย

ที่ปลายเตียงจะได้ในส่วนของโต๊ะเครื่องแป้ง และตู้เสื้อผ้าแบบบานเลื่อน ด้านข้างจัดช่องแสงมาให้เต็มที่ ทั้งบาน Fixed และ บานกระทุ้งเปิดรับลมระบายอากาศ

.

.

.

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะครับ

ราคา

3 March 2021

  • 1 Bed 1 Bath ขนาด 30 – 47.5 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 3.99 ล้านบาท
  • 2 Bed 1 Bath ขนาด 54.7 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 7.29 ล้านบาท
  • 2 Bed 2 Bath ขนาด 61.77 ตร.ม.ราคาเริ่มต้น 8.29 ล้านบาท

  • รูปแบบการขาย Fully Furnished และ Fully Fitted
  • ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน 2.50 เมตร
  • Kitchen & Sink / ท็อปหินแกรนิตสีดำ
  • Hob & Hood / ของยี่ห้อ FRANKE
  • มีรถ Shuttle Bus ไปกลับ MRT ลุมพินี (รายละเอียดแล้วแต่นิติบุคคลอีกที)
  • จอง 5,000 บาท
  • ทำสัญญา 35,000 บาท
  • ค่ากองทุน 600 บาท/ตร.ม.
  • ค่าส่วนกลาง 55 บาท/ตร.ม./เดือน

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ครับ

บทสรุป

ทำเล : โครงการ The SHADE สาทร 1 จัดเป็นโครงการคอนโดมิเนียมใจกลางเมือง อยู่ในตำแหน่งของทำเลซอยที่ไม่ใช่ถนนใหญ่ เป็นทำเลที่มีทางลัดเลาะออกถนนรอบข้างได้เยอะมาก แม้ว่าในช่วงเวลาเร่งด่วนที่รถติดมาก ๆ ก็ยังพอมีทางหนีทีไล่ไปออกถนนต่างๆได้เกือบทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นพระรามที่ 4, พระรามที่ 3, สาทร, ถนนจันทน์, ถนนนราธิวาสฯ, ถนนเชื้อเพลิง ไม่ว่าจะเข้าหรือออกจากทางไหนก็อิงความเจริญพื้นที่โดยรอบได้ทุกฝั่งเลย และอีกจุดเด่นนึงเลยคือใกล้กับจุดขึ้นลงทางด่วนหลายจุด ทำให้เป็นทำเลที่เหมาะกับคนที่มีรถยนต์ส่วนตัวมากกว่าคนที่ไม่ได้ใช้รถยนต์นะครับ

การเดินทางโดยใช้รถ : จัดว่าสะดวกเลย เพราะอย่างที่บอกไปว่าสามารถใช้เส้นทางลัดไปออกถนนหลักต่าง ๆ ได้หลากหลาย ที่มีทั้งอาคารสำนักงานและเป็นย่านธุรกิจ แถมยังมีโรงเรียนชื่อดัง ตลาด โรงพยาบาล ทางขึ้นและลงทางด่วนทั้งสองสายอย่างเฉลิมมหานครและด่วนศรีรัช เรียกว่าค่อนข้างครบในทุก ๆ แง่เลย โดยโครงการเองให้พื้นที่จอดรถ 142 คัน คิดเป็น 50% (แบบไม่ซ้อนคัน) ถ้ารวมซ้อนคันจะได้ประมาณ 175 คันคิดเป็น 63% ครับ

การเดินทางโดยไม่ใช้รถ : ทางโครงการจัดให้มี Shuttle Service รองรับพาลูกบ้านไปยัง MRT ลุมพินี (ที่ห่างออกไปประมาณ 1 กิโลเมตร) แต่ด้วยจำนวนเพียงคันเดียว อาจจะต้องรอกันนานหน่อย และรายละเอียดอื่น ๆ ก็จะขึ้นอยู่กับทางนิติบุคคลอีกทีนะครับ แต่ถ้าไม่อยากรอก็เดินออกไปหน้าโครงการไม่ถึง 100 เมตร จะมีพี่วินมอเตอร์ไซค์ให้เรียกใช้ได้ง่ายเลย ส่วนใครที่อยากนั่ง Taxi ก็สะดวกเช่นกัน เพราะซอยนี้เป็นซอยที่มีผู้อยู่อาศัยหนาแน่นระดับนึง และคนนิยมใช้เป็นทางลัดไม่น้อย ทำให้มี Taxi วิ่งผ่านหน้าโครงการอยู่บ่อย ๆ เรียกง่ายครับไม่ต้องกังวลว่าไม่อยู่ติดถนนใหญ่จะเรียกใช้ยากเลย

วัสดุ : โครงการจะมีรูปแบบการขายทั้งแบบ Fully Furnished และ Fully Fitted เลย ต่างกันตรงที่บางห้องจะได้เฟอร์นิเจอร์ Built-in และลอยตัว พร้อมเครื่องซักผ้าอบผ้าจาก Electrolux ขนาดซักผ้าได้ 8 kg. และ อบผ้าได้ 5 kg.มาด้วย กับบางห้องที่จะไม่ได้ในส่วนนี้ (ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของแต่ละห้อง) แต่ของที่ได้แน่ๆในทุกห้องจะมีดังนี้ครับ ชุดครัวจะได้ Top ครัวจะเป็นหินแกรนิตสีดำ Backsplash เป็นวัสดุเป็นไวนิล (ลายหินธรรมชาติสีขาว) และส่วนของ Hob&Hood ได้เป็นของ FRANKE, พื้นเป็นกระเบื้องยางไวนิล, Floor to Ceiling 2.50 เมตร และในห้องน้ำได้ของ TOTO ฉากกั้นกระจก เครื่องทำน้ำอุ่นของ Stiebel Eltron (แบรนด์จากเยอรมัน) Rain Shower, แอร์ในทุกห้องนอน ของ Panasonic ระบบ Nanoe-X (ยับยั้ง PM2.5 และ เชื้อ Covid-19) Digital DoorLock จาก Mazi (แบรนด์จากเกาหลี) แบบ 4 Way Access และระบบ Home Automation (ควบคุมไฟ,แอร์,ทีวี)

การออกแบบ :การวางผังอาคารที่หลบเลี่ยงวิวอาคารสูงจากเพื่อนบ้านทั้งสองฝั่ง ทำได้ดี รวมถึงมีการคิดเรื่องทางลม Flow ไหลผ่านระหว่างอาคารมาด้วยครับ หน้าตาตัวอาคารเป็นสไตล์ Modern Contemporary ร่วมสมัยทั่วไป | รูปแบบห้องพักที่นี่เน้นไปที่ห้อง 1 Bedroom เป็นหลัก แต่ก็รองรับกลุ่มอื่นๆด้วย ห้อง 1 Bed Plus ไปจนถึง 2 Bed 2 Bath เลย รองรับหลายขนาดครอบครัว ทำให้มี Layout ห้องค่อนข้างหลากหลาย ซึ่งทั้งหมดเราจะเห็นว่าเอาส่วนห้องห้องนั่งเล่นชิดด้านใน ห้องนอนรับแสงธรรมชาติติดผนังด้านนอก แยกครัวปิด เรียกว่ากั้นเป็นสัดส่วนทั้งหมด แต่จะให้ความสำคัญกับพื้นที่ระเบียงน้อยหน่อยเพราะว่าไม่ต้องตากผ้านั่นเอง (ให้เครื่องซักและอบผ้า) ส่วนพื้นที่ส่วนกลางก็แยกออกจากตัวอาคารอย่างชัดเจน ทำให้จัดการและดูแลรักษาง่าย ไม่ต้องรบกวนและใช้แนวทางเดินร่วมกับห้องพักอาศัยบนอาคารเยอะ ทำให้จะได้ความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้นในหลายๆพื้นที่ แถมพื้นที่ส่วนกลางเองก็ยังสามารถเป็นวิวให้กับห้องพักอาศัยด้านบนได้ด้วย

สาธารณูปโภค : มองผิวเผินถึงจำนวนยูนิต ที่สองร้อยปลายๆแล้ว อาจจะเยอะหน่อยสำหรับโครงการ  Low Rise แต่อย่าลืมว่าพื้นที่โครงการก็ 2 ไร่กว่า ๆ และส่วนกลางที่ให้มาก็จัดมาเหมาะสมกับสัดส่วนเลย เช่น สระว่ายน้ำไซส์ใหญ่ยาว 22 เมตร พื้นที่นั่งเล่นรอบสระ Lobby แยกแต่ละอาคาร สวนดาดฟ้า มีการจัดเอา Smart Locker มาให้ และมีการทำอาคาร ClubHouse 3 ชั้น แยกส่วนออกมาให้อีกจุดทั้งห้องอเนกประสงค์และก็ Fitness ด้วยครับ นอกจากนั้นก็ยังมีร้านค้าขนาดใหญ่อย่าง 7-Eleven Premium ให้ด้วย ผมว่าก็เหมาะสมกับจำนวนยูนิตนะครับ อาจจะเรียกได้ว่าเป็นคอนโด Low Rise ที่ให้ส่วนกลางเยอะ มีแชร์ริ่งเยอะหน่อย เราจะได้สเกลความใหญ่ของส่วนกลางมากกว่าอาคารที่มียูนิตน้อยกว่านั่นเองครับ จะเหมาะกับคนที่ชอบใช้งานพื้นที่ส่วนกลางนะครับ

Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับช่วงราคาเฉลี่ยแบบทั้งโครงการ AVG 139,000 บาท/ตร.ม., 3 March 2021

  • ทำเล 7.75/10 – ทำเลในเมืองใกล้สาทร พระราม 4 ไม่ติดถนนใหญ่ อยู่ในซอยแต่ลัดเลาะออกง่าย ใกล้ทางด่วน
  • เดินทางด้วยรถ 8/10 – เดินทางสะดวก ลัดเลาะได้หลากหลาย ใกล้ทางด่วนหลายจุด และมีที่จอดรถเยอะ
  • ไม่ใช้รถ 7.25/10 – ห่างจาก MRT ประมาณ​ 1 กิโลเมตร มีรถ Shuttle รับ-ส่ง, ใกล้วิน, เรียก Taxi ไม่ยาก
  • วัสดุ 8.25/10 – Fully Furnished และ Fully Fitted เครื่องใช้ไฟฟ้า และ Home Automation
  • แบบ 7.5/10 – วางแผนตำแหน่งอาคารได้ดีไม่โดนบังวิวเพื่อนบ้าน คำนึงถึงช่องลม แบบห้องหลากหลาย เน้นให้ห้องนอนเป็นตัวรับแสงหลัก ห้องโถงอยู่ด้านใน ครัวปิด
  • สาธารณูปโภค 7.75/10 – แยกส่วนชัดเจน สระขนาดใหญ่ Clubhouse 3 ชั้น ล็อบบี้เพดานสูง ห้องทำงาน แต่จำนวนเพื่อนบ้านก็เยอะตามส่วนกลาง มี Smart Locker และ สวนดาดฟ้าด้วย

  • HIGH CLASS
  • 7.76 / 10.00

BOTTOM LINE

The SHADE สาทร 1 เหมาะสำหรับคนที่ต้องการหาบ้านในเมืองโซนสาทร ลดงบลงมาจากโครงการริมถนนใหญ่ มีสมาชิกได้ตั้งแต่ 1-3 คน ใช้รถยนต์ส่วนบุคคลเดินทางเป็นหลัก สะดวกใกล้ทางด่วน ที่ไม่อยากเสียเวลากับการเดินทางเข้าเมืองมาทำงาน ไม่ต้องแต่งห้องเพิ่มเยอะ อาจจะซื้อไว้เพื่อการลงทุนหรือซื้อไว้เพื่อเป็นบ้านหลังที่ 2 ก็ได้ มีงบประมาณ 3.99 – 8.5 ล้านบาทหรือมีกำลังผ่อนต่อเดือนประมาณ 28,000 – 60,000 บาท


ThinkofLiving มี LINE Official Account แล้วนะครับ
ไม่อยากพลาดข้อมูลข่าวสารก็ Add เลย > https://lin.ee/svACOxc