รีวิวฉบับที่ 963 สวัสดีค่ะ วันนี้เราจะพาไปอัพเดตคอนโดตึกเสร็จ H2 Stone คอนโด Low Rise 1 ใน 7 คอนโดภายใต้ชื่อ H2 โครงการแยก 1 อาคาร 1 นิติบุคคล ออกแบบภายใต้แนวคิด Modern Loft ผนวกกับนำคาแร็กเตอร์ของหิน ซึ่งเป็นชื่อโครงการมาตกแต่ง ที่ตั้งโครงการอยู่ในซอยรามอินทรา 21 สามารถเดินทางได้ 2 ทางทั้งจาก ถนนรามอินทรา และ ถนนตัดใหม่อย่างถนนพหลโยธิน – รัตนโกสินทร์สมโภช โครงการจะเป็นอย่างไรตามไปดูกันเลยค่ะ ^^

โครงการ H2 นั้นทางทีมงานเคยได้รีวิวกันมาก่อนหน้านี้แล้วในช่วงเปิดตัวแรกๆ เดือนมีนาคม 2014 สนใจอ่าน คลิกที่นี่

Fact @ 03 Nov 2015

  • H2 Stone (เอช ทู สโตน)
  • บริษัท เอสเตท คิว จำกัด
  • ECONOMY CLASS (อ่านรายละเอียดของ Segment คอนโดได้ที่นี่)
  • โครงการตั้งอยู่ในเขต : บางเขน
  • คอนโด Low Rise 8 ชั้น 73 ยูนิต
  • ยูนิตต่อชั้นสูงสุด 13 ยูนิต
  • ที่จอดรถประมาณ 25 คันคิดเป็น 32% รวมจอดซ้อนคัน คิดเป็น 50%
  • ที่ดินประมาณ 200 ตร.วา
  • เริ่มก่อสร้าง : เมษายน 2557
  • 1 Bedroom  21.87 – 23.74 ตร.ม.
  • 1 Bedroom Exclusive 27.19 – 29.43 ตร.ม.
  • 1 Bedroom (Plus) 31.06 – 39.59 ตร.ม.
  • 2 Bedroom 41.56 – 54.88 ตร.ม.
  • 2 Bedroom Exclusive 48.47 – 59.95 ตร.ม.
  • ฝ้าเพดานสูง 2.45 เมตร
  • ราคาห้องเริ่มต้น (ปัจจุบัน) 2.04 ล้านบาท
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรทั้งโครงการ 67,130บาท/ตร.ม.
  • ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรต่ำสุด-สูงสุด 64,000 – 72,000 บาท/ตร.ม.
  • เวปไซต์โครงการ : คลิกที่นี่
  • โทร  : 085 – 106 – 2121

เพียงแค่การกด Like ก็เท่ากับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจาก Think of Living แล้วค่ะ

สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อต่างๆได้โดยกดปุ่มด้านล่างนะ


เจาะลึกเรื่องทำเลที่ตั้ง

พิกัด : 13.864388,100.616945

ที่ตั้งโครงการ H2 Stone ตั้งอยู่บนถนนรามอินทราขาออกมุ่งหน้าไปทางมีนบุรี ในซอยรามอินทรา 21 ลึกประมาณ 150 ม. ในอนาคตใกล้กับรถไฟฟ้าสายสีชมพูสถานี รามอินทรา 19 ประมาณ 150 ม. ในละแวกนี้รัศมีไม่เกิน 5 กม. มีห้างสรรพสินค้าอย่าง เซ็นทรัลรามอินทรา, Big C และ Foodland

ที่ตั้งโครงการตั้งอยู่ในโซนรามอินทราซึ่งเป็นแถบที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่ตอนบนฝั่งตะวันออกของกทม. โครงการส่วนใหญ่เป็นโครงการแนวราบทั้งหมู่บ้านเดี่ยวจัดสรร, ไม่จัดสรร และทาวน์โฮม รวมทั้งคอนโด Low Rise ที่เริ่มเยอะขึ้นมาตามแนวรถไฟฟ้าสายสีชมพู

การเดินทางด้วยรถยนต์สะดวกทีเดียวค่ะ โดยใช้ถนนรามอินทราเป็นหลักในการเดินทาง อีกทั้งที่ตั้งโครงการอยู่ในซอยรามอินทราต้นๆ ใกล้ถนนที่มาตัดหลายสายทั้ง ถนนพหลโยธิน, ถนนลาดปลาเค้า, ถนนพหลโยธิน – รัตนโกสินทร์สมโภช (ถนนตัดใหม่ที่ใกล้จะเปิดใช้อย่างเป็นทางการ), สุขาภิบาล 5 รวมทั้งทางด่วนรามอินทรา – อาจณรงค์อีกด้วย จึงทำให้มีความสะดวกในการเดินทางไปยังที่ต่างๆ ถึงแม้ว่าถนนรามอินทราจะเป็นถนนที่มีการจราจรหนาแน่นทั้งเช้าและเย็น ก็ยังมีเส้นทางหลบหลีกได้ค่ะ

ในเรื่องความอุดมสมบูรณ์ในละแวกนี้ก็มีพอสมควรค่ะ ที่เห็นจะใกล้ๆ เลยก็มี Big C ที่ห่างจากโครงการประมาณ 850 ม. เซ็นทรัลรามอินทรา ห่างประมาณ 1.9 ม. และ Foodland ห่างประมาณ 1.2 ม. ค่ะ ซึ่งถือว่าสะดวกในการจับจ่ายซื้อของพอสมควรนะคะ แต่ถ้าหากวัดเรื่องความอุดมสมบูรณ์จริงๆ นั้นต้องยกให้แถบสะพานใหม่บนถนนพหลโยธินที่มีตลาดยิ่งเจริญ และแหล่งชุมชนที่ค้าขายเป็นเวลานาน ซึ่งห่างจากโครงการไปประมาณ 5.5 ม. หรือจะเป็นแถบย่านวัชรพลนั้นก็มีร้านค้า ร้านอาหารอร่อยๆ มากมายให้เลือกมากมายเลยค่ะ จากโครงการสามารถลัดเข้าถนนตัดใหม่พหลโยธิน – รัตนโกสินทร์สมโภช แล้วทะลุเข้าวัชรพลได้ไม่ยากเลยค่ะ ^^

สำหรับการเดินทางโดยไม่ใช้รถส่วนตัวนั้น ในปัจจุบันนั้นสามารถพึ่งพาพี่แท็กซี่ รถตู้ วินมอเตอร์ไซต์ และรถเมล์ที่มีให้เลือกไปหลากหลายเส้นทางกันไปก่อน โดยระยะห่างจากโครงการถึงป้ายรถเมล์ประมาณ 150 ม. ค่ะ จัดว่าอยู่ในระยะเดินได้สบายๆ รวมทั้งซอยรามอินทรา 21 ถือเป็นซอยค่อนข้างใหญ่และมีรถเข้า – ออกตลอดเวลาจึงไม่เปลี่ยวเลยถ้าสาวๆ จะเดินเข้า – ออกซอยในเวลากลางคืน

และต่อไปในช่วงปี 2562 ตามกำหนดการสร้างเสร็จของรถไฟฟ้าสายสีชมพู (อาจจะคลาดเคลื่อนไปบ้างสักปีสองปี) ก็จะได้ใช้รถไฟฟ้าในการเดินทางได้สะดวกยิ่งขึ้นค่ะ โดยสถานีที่อยู่ใกล้โครงการมากที่สุด คือ สถานีลาดปลาเค้า ซึ่งตั้งอยู่บริเวณหน้าปากซอยรามอินทรา 19 กับ 21 พอดีค่ะ ^^

ภายในซอยรามอินทรา 21 นั้นมีสวนกีฬารามอินทรา ซึ่งมีพื้นที่ 59 ไร่ 36 ตร.วา ที่มีสำนักสวัสดิการสังคมจึงได้เข้ามาดูแล เมื่อปี พ.ศ.2535 ทำให้ดูร่มรื่นสวยงามและเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ และในปี 2546 ได้จัดเป็นศูนย์กีฬาขึ้นเพื่อพัฒนาให้เมืองให้น่าอยู่ ภายในมีทั้งสนามกีฬาทั้งกลางแจ้งและในร่ม รวมทั้งสวนสุขภาพเพื่อรองรับประชาชนในพื้นที่นี้ โดยสวนกีฬานี้ห่างจากโครงการประมาณ 2 กม. สามารถขี่จักรยานเข้าไปออกกำลังกายเดินเล่น พักผ่อนยามเช้า – เย็นได้สบายๆ เลยค่ะ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

เข้ามาดูระยะใกล้ขึ้นอีกหน่อยค่ะ อัพเดตจากรีวิวแรกที่เริ่มมี H2 Steel, Stone, Wood, Metal ซึ่งปัจจุบันกำลังสร้างเสร็จพร้อมโอนแล้วนะคะ ในขณะที่ Glass และ Chrome กำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง และมีโครงการ H2 น้องใหม่สุดท้องเป็นโครงการที่ 7 ภายใต้ชื่อ H2 Glo ตั้งอยู่บริเวณ Sales Gallery เดิม ตอนนี้อยู่ในช่วงเริ่มเปิดตัวค่ะ

อธิบายเพิ่มเติมว่า H2 ทั้ง 7 อาคารนี้ ผู้พัฒนาโครงการเป็นเจ้าเดียวกันแต่ไม่ใช่โครงการเดียวกันนะคะ จะเป็นการแยกโครงการ แยกนิติบุคคลเรียบร้อย ไม่มีพื้นที่ใช้สอยร่วมกันแต่อย่างไรค่ะ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

ในส่วนของโครงการ H2 Stone ทางเข้าจะอยู่ในซอยรามอินทรา 19 แยก 2 บริเวณโดยรอบส่วนใหญ่เป็นพื้นที่พักอาศัยทั้ง บ้าน, หอพัก, ทาวน์เฮาส์ โดยในทิศตะวันตกมีพื้นที่ติดกับ H2 Steel ทางด้านทิศเหนือติดกับตึกแถวที่มีความสูงประมาณ 4.5 ชั้น และถัดไปอีกแปลง ในอนาคตจะเป็นโครงการ H2 Glo ซึ่งมีความสูง 8 ชั้น ทำให้ในทิศนี้โดนบล็อกวิวในอนาคตแน่นอน ในส่วนของทิศตะวันออกติดกับซอยรามอินทรา 21 และหอพักที่มีความสูง 4 ชั้น ในทิศนี้สามารถมองเห็นวิวที่ไกลออกไปได้หน่อย เนื่องจากมีพื้นที่เว้นระยะออกไปหน่อยค่ะ และในทิศใต้นั้นติดกับหอพักสูง 4 ชั้น

ดังนั้นถ้าต้องการเน้นวิว ควรเลือกห้องชั้นบนๆ ตั้งแต่ชั้น 5 ขึ้นไปก็จะเห็นวิวละแวกนี้ได้แล้วค่ะ ^^

เราจะเริ่มจากหน้าปากซอยรามอินทรา 21 กันเลยนะคะ เนื่องจากรีวิวก่อนหน้านี้ได้พาไปดูทำเลละเอียดพอสมควรแล้ว สนใจอ่านทำเลเพิ่มเติม (คลิกที่นี่)

หน้าปากซอยนั้นมีซุ้มวินมอเตอร์ไซต์คอยให้บริการด้วยค่ะ แต่ด้วยระยะจากโครงการห่างจากหน้าปากซอยเพียง 150 ม. จึงไม่จำเป็นต้องพึ่งพี่วินเข้าโครงการก็ได้ค่ะ

ราคาค่าตัวพี่วินไปสถานที่ต่างๆ

ภายในซอยรามอินทรา 21 เป็นถนน 2 เลน ด้านข้างทางจะเห็นว่ามีรถจอดตลอดข้างทาง และมีรถเข้า – ออกตลอดเวลา ภายในซอยค่อนข้างคึกคักด้วยร้านค้าขายของ ขายอาหาร และมีชุมชนที่อยู่กันมาเก่าแก่

เดินเข้ามาประมาณ 90 ม. จะเห็นโครงการอยู่ทางซ้ายมือ แต่ต้องเลี้ยวซ้ายเข้าซอยรามอินทรา 21 แยก 2 นะคะ เพราะทางเข้าโครงการอยู่ในแยก 2 นั่นเองค่ะ

ภายในซอยรามอินทรา 21 แยก 2 เป็นถนน 2 เลน สวนกันเล็กๆ ที่สามารถทะลุออกซอยรามอินทรา 19 ได้ค่ะ

**รูปนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการแบบคร่าวๆไม่สามารถใช้อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้นะคะ

มาดูกันค่ะว่าวิวในแต่ละทิศจะเป็นอย่างไร เมื่อมองจากชั้นดาดฟ้าโครงการ

ในทิศ A หรือทิศใต้ที่ติดกับหอพักสูง 4 ชั้น เมื่อเลยความสูงชั้น 4 ไปวิวที่เห็นจะค่อนข้างโล่งและมองไปได้ไกล ถึงแม้ในอนาคตโครงการฝั่งตรงข้ามถนนรามอินทราที่มีความสูงเท่ากันจะสร้างเสร็จก็ไม่มีผลกระทบเรื่องวิวมากนัก เพราะอยู่มีระยะห่างที่ไกลพอสมควร

ในทิศ B หรือทิศตะวันตกนั้นติดกับ H2 Steel ในระยะที่หันหน้ามาทักทายกันสบาย สำหรับใครที่อยู่ทิศนี้คงต้องรูดม่านลงตลอดเวลาเพื่อความเป็นส่วนตัวให้มากขึ้น

ทิศ C หรือ ทิศเหนือนั้น ในปัจจุบันยังสามารถมองเห็นวิวภายในซอยรามอินทรา 19 และ 21 ได้ในระยะไกล แต่สำหรับอนาคตนั้นบริเวณ Sales Gallery ของโครงการ H2 จะเป็นพื้นที่ของโครงการ H2 Glo ซึ่งเป็นคอนโดสูง 8 ชั้นเช่นเดียวกันมาบังวิวในทิศนี้ไป แต่เนื่องจากยังพอมีระยะจากการคั่นของตึกแถวจึงทำให้ห้องพักบริเวณกลางๆ ของทิศนี้ไม่เสียความเป็นส่วนตัวไปค่ะ

ทิศ D หรือทิศตะวันออกเฉียงเหนือนั้นจะเห็นว่าโครงการอยู่เยื้องกับโครงการ H2 Glass และ Chrome ที่อยู่ในระหว่างการก่อสร้าง ในส่วนของซอยรามอินทรา 21 นั้นเป็นซอยที่สามารถลัดเลาะไปทะลุออกถนนตัดใหม่ พหลโยธิน – รัตนโกสินทร์สมโภชได้ที่เป็นถนนคู่ขนานรามอินทรา ในช่วงเวลาเร่งด่วนก็สามารถใช้เป็นเส้นทางการหลีกเลี่ยงจากถนนรามอินทราได้ค่ะ

และทิศตะวันออกติดกับหอพักสูง 4 ชั้น และซอยรามอินทรา 21 แยก 2 ที่เป็นซอยสามารถทะลุเข้า – ออกซอยรามอินทรา 23 ได้ ในทิศนี้ได้วิวโล่งมากกว่าทุกๆทิศ และมีพื้นที่สีเขียวให้เห็นบ้าง มองไกลออกไปหน่อยบนถนนรามอินทราจะเห็น Big C Extra รามอินทรา ที่เป็นห้างใกล้ๆ ไว้สำหรับจับจ่ายซื้อข้าวของได้

 

สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น

  • Big C ~ 850 ม.
  • Foodland ~ 1.2 ม.
  • เซ็นทรัลรามอินทรา ~ 1.9 ม.
  • มหาวิทยาลัยเกริก ~ 2.2 ม.
  • สนามมวยลุมพินีใหม่ ~ 2.3 ม.
  • สนามกอล์ฟทหารบก ~ 2.6 ม.
  • โรงพยาบาลเซ็นทรัลเยนเนอรัล ~ 4.5 ม.
  • ตลาดนัดยิ่งเจริญ ~ 5.6 ม.
  • มหาวิทยาลัยศรีปทุม ~ 6.2 ม.
  • มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ~ 7.8 ม.

 


เจาะลึกตัวโครงการ

โครงการ H2 Stone คอนโด Low Rise 8 ชั้น 73 ยูนิต (จำนวนยูนิตน้อยที่สุดในโครงการ H2 ทั้งหมด) ตกแต่งในสไตล์ Modern Loft โดยการใช้โทนสีเทาอ่อน – เข้ม การออกแบบเน้นการเล่นระดับส่วน Facility ระหว่าง H2 Steel เพื่อเปิดมุมมองในระยะที่อาคารประชิดกัน ทำให้ห้องพักในด้านที่ติดกับโครงการ H2 Steel นั้นไม่อึดอัดจนเกิดไป และสามารถใช้ Facility อีกโครงการเป็นวิวได้ด้วย ส่วนโครงการเป็นอาคารเดี่ยวแยกนิติบุคคล และเนื่องด้วยเป็นพื้นที่และจำนวนยูนิตทำให้โครงการไม่ต้องยื่นขออนุญาต EIA

มาเริ่มกันตั้งแต่ทางเข้าโครงการกันเลยค่ะ โดยชั้นล่างจะเป็นชั้นจอดรถทั้งหมด

พื้นที่ช่องจอดทั้งหมดในโครงการสามารถจอดได้ 25 คัน หรือ 30% สามารถจอดซ้อนคันได้ถึง 50% ด้านขวาเป็นป้อมยามชั่วคราวนะคะ ต่อไปจะมีป้อมถาวรมาตั้งให้ค่ะ

รั้วโปร่งปลูกต้นไม้พุ่มกั้นระหว่างโครงการ H2 Steel

รั้วกำแพงทึบกั้นระหว่างที่ดินข้างเคียงที่เป็นบ้านเดี่ยวค่ะ

พื้นที่จอดรถอีกด้านนึง

ขนาดช่องจอดมาตรฐาน

ด้านหน้าโครงการกั้นด้วยรั้วโครงปลูกไม้พุ่มเพิ่มความสวยงาม ส่วนด้านข้างเป็นรั้วทึบค่ะ

ในชั้นนี้ไม่มี Lobby นะคะ จะเป็นห้องนิติบุคคลทางซ้าย และทางเข้าโถงลิฟต์ทางขวา โดยต้องสแกนบัตรเข้าโถง

ภายในโถงลิฟต์มี Mail Box ด้านข้างค่ะ สำหรับลิฟต์โดยสารนั้นมีเพียงตัวเดียวทั้งโครงการ

H2 Stone อยู่ทางด้านขวาแนวนอนนะคะ ในชั้น 2 นี้เป็นชั้นสระว่ายน้ำ และห้องพัก โดยตำแหน่งของสระว่ายน้ำอยู่ทางซ้ายติดกับโครงการ H2 Steel จัดว่าอยู่ในตำแหน่งที่ดีนะคะ เพราะช่วยเพิ่มระยะห่างระหว่างอาคาร รวมทั้งห้องพักของ H2 Steel 3 ห้องที่ติดกับโครงการ ก็จะได้รับวิวสระว่ายน้ำของโครงการด้วย ในส่วนของลิฟต์โดยสารมีเพียง 1 ตัวทั้งโครงการ ด้วยอัตราส่วนลิฟต์อยู่ที่ 73 : 1 ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีค่ะ ไม่หนาแน่นจนเกินไป เพียงแต่ถ้าลิฟต์เสียก็ไม่มีลิฟต์สำรองอีกตัวค่ะ

และสำหรับชั้นที่มี Facility นั้นจะค่อนข้างพลุกพล่านมากกว่าชั้นอื่นๆ นะคะ เพราะลูกบ้านทุกๆ ชั้นนั้นลงมาใช้งานในส่วน Facility ดังนั้นชั้นนี้น่าจะเหมาะกับคนที่ไม่เน้นความสงบเท่าไหร่นัก และเน้นความสะดวกในการใช้งาน Facility ค่ะ

ขึ้นมาบนชั้น 2 กันค่ะ ซึ่งเป็นชั้นสระว่ายน้ำ

สระว่ายน้ำยกสเต็ปขึ้นจากชั้น 2 ขึ้นมา โดยวางงานระบบไว้ด้านล่าง พื้นทางเดินเป็นลามิเนตมีตกแต่งลายอลูมิเนียม

ด้านข้างเป็นห้องพัก(ส่วนห้องนอน) ที่อยู่ต่ำกว่าสระว่ายน้ำจะขาดความเป็นส่วนตัวมากกว่าห้องอื่นๆ เพราะจากสระว่ายน้ำสามารถมองเข้าไปในห้องได้ ซึ่งทางโครงการได้ปลูกต้นไม้เล็กๆ กั้นห้องพักและสระว่ายน้ำเมื่อต้นไม้โตขึ้นหน่อยก็สามารถช่วยบังสายตาได้ดีขึ้นค่ะ แต่ที่แน่ๆ คือห้องนี้คงต้องรูดม่านลงตลอดทั้งวัน

ทางเดินไปยังสระว่ายน้ำ ตรงไปเป็นส่วน Shower และห้องน้ำ

ด้านข้างเป็นห้องพักอีกห้อง สำหรับห้องนี้ถูกจัดวางไว้ดีกว่าห้องอีกด้าน เนื่องจากภายในห้องพักที่ติดกับทางเดินเป็นบริเวณห้องนั่งเล่น ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวน้อยกว่าห้องนอน แต่ถึงอย่างไรห้องนี้น่าจะเหมาะกับคนที่ไม่ซีเรียสเรื่องความสงบและเป็นส่วนตัวมากนักค่ะ

Shower และห้องน้ำจะอยู่ก่อนทางขึ้นบันไดไปสระว่ายน้ำค่ะ แต่ไม่มีห้องอาบน้ำและห้องแต่งตัวให้นะคะ

สระว่ายน้ำขนาด 3 x 10 เมตร ลึก 1.20 ม. ระบบเกลือ พื้นที่บริเวณสระว่ายน้ำยกระดับเป็น Double Space (ฝ้าเพดานมีความสูงเท่ากับ 2 ชั้น) ช่วยให้พื้นที่สระว่ายน้ำที่มีขนาดไม่ใหญ่มากนัก ดูโอ่โถงและเปิดโล่งมากขึ้น บริเวณด้านข้างสระทั้งสองด้านวาง Day Bed และเก้าอี้สนามสามารถนั่งเล่นนอนเล่นพักผ่อนบริเวณนี้ได้ ลักษณะของสระแบบ Semi Outdoor (สระในร่ม) นั้นเหมาะกับสาวๆ ที่กลัวแดดดีเลยค่ะ เพราะสามารถว่ายได้ทุกเวลา ไม่เหมือนแบบ Outdoor ที่ต้องรอแดดร่มก่อน 

ด้วยขนาดโครงการเล็กแบบนี้ส่วนใหญ่จะไม่ได้ให้สระว่ายน้ำมาเพราะเน้นการทำพื้นที่ขายมากกว่า แต่โครงการนี้ทำสระว่ายน้ำมาให้ด้วยนะ ซึ่งน่าจะเหมาะกับคนที่ชอบใช้ส่วนกลางแบบไม่พลุกพล่านมากนัก เพราะมียูนิตทั้งหมดเพียง 73 ยูนิต

จากสระว่ายน้ำชั้น 2 นี้ มองเงยขึ้นไปจะเห็นสระว่ายน้ำของ H2 Steel ซึ่งเป็น Double Space เช่นกัน ช่วยให้ส่งเสริมกันและกันในเรื่องของวิวและลดทอนความอึดอัดจากระยะที่ค่อนข้างประชิดกันได้ดีทีเดียวค่ะ

ด้านข้างสระว่ายน้ำมีขอบหินขาวโรยรอบๆ สระว่ายน้ำและไฟ Uplight ส่องเสาดูสวยงามดีค่ะ

เงยหน้าหันกลับมาเห็นห้อง Fitness

ชั้น 3 บริเวณพื้นที่สระว่ายน้ำถูกเว้นไว้เป็น Double Space เพื่อให้บริเวณสระว่ายน้ำดูโปร่งโล่งน่าใช้งาน และในชั้นนี้มีห้อง Fitness ที่อยู่สุดทางเดิน โดยมุมมองจากห้อง Fitness สามารถมองเห็นวิวสระว่ายน้ำได้ด้วยค่ะ

ขึ้นมาต่อที่ชั้น 3 ที่เป็นชั้น Fitness และห้องพัก

ภายในห้อง Fitness สามารถวางเครื่องเล่นได้ประมาณ 5 ตัว

เครื่องเล่นหันหน้าออกไปยังสระว่ายน้ำ เพื่อชมวิวภายในโครงการ

มองลงไปจากเครื่องเล่นจะเห็นแบบนี้เลยค่ะ

มองออกไปเห็นบ้านเดี่ยวหลังคาใหญ่ๆ อยู่ติดกับโครงการเลย

บริเวณโถงทางเดินเรียบร้อย มีไฟส่องสว่างเพียงพอค่ะ ^^

ชั้น 4 เป็นชั้นที่ห้อง 2 ห้องที่อยู่ด้านติดกับ H2 Steel ได้รับวิวสระว่ายน้ำเต็มๆ ซึ่งห้องที่มองเห็นสระว่ายน้ำนั้นเป็นห้องขนาดใหญ่ทั้ง 54.88 และ 38.86 ตร.ม.

ในชั้น 5 ห้องริมที่ติดกับ H2 Steel ก็ยังสามารถมองเห็นวิวสระว่ายน้ำได้ เนื่องจากการ Double space ของ H2 Steel ทำให้เกิดช่องว่างสามารถมองเห็นวิวได้สบาย และเริ่มตั้งแต่ชั้น 5 จะเป็นชั้นที่มีแต่ห้องพักโดยมียูนิตสูงสุดต่อชั้นที่ 12 ยูนิตค่ะ ถือว่ามีความหนาแน่นกำลังดีค่ะ ถ้าเทียบกับโครงการ Low Rise ใน Segment นี้

ในชั้น 6 จำนวนยูนิตเท่ากับชั้น 5 เลยค่ะ และสำหรับห้องริมทางซ้ายล่างนั้นยังพอสามารถมองเห็นวิวสระว่ายน้ำได้บ้าง และมีระยะร่นระหว่างอาคารที่ไม่อึดอัดจนเกินไป

ชั้น 7 เป็นห้องพักอาศัยแบบเต็มชั้นทั้ง 2 อาคาร จึงไม่มีวิวในส่วนของ Facility แล้วนะคะ ดังนั้นห้องพักอาศัยในทิศที่ไม่ถูกอาคารใกล้ๆ มาบดบังอย่างทิศตะวันออกและทิศใต้นั้นจึงมีข้อได้เปรียบในเรื่องวิวภายนอกได้ดี

ชั้น 8 เหมือนกันกับชั้น 7 จะแตกต่างกันแค่ตรงที่ไม่มีระเบียงยื่นออกมาที่ปลายอาคารด้านหน้าค่ะ

 

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก

  • สระว่ายน้ำ 1 สระ ระบบเกลือ ขนาด 3 x 10 เมตร ลึก 1.2 เมตร
  • ห้องออกกำลังกาย 1 ห้อง ใส่เครื่องออกกำลังกายประมาณ 5 เครื่อง
  • ลิฟท์โดยสาร 1 ตัวต่อหนึ่งอาคาร 73 : 1
  • ที่จอดรถ 25 คันคิดเป็น 32% รวมจอดซ้อนคัน 38 คันคิดเป็น 50%
  • ระบบ CCTV / Access Card

 


Product Walkthrough

รีวิวนี้จะพามาอัพเดตห้องมาตรฐานที่เสร็จแล้วกันนะคะ โดยรูปแบบการขายจะเป็นแบบ Fully Furnished ค่ะ สำหรับใครที่ยังไม่เคยชมห้องตัวอย่างสามารถย้อนหลังไปอ่านรีวิวได้ในส่วนของ Product Walkthrough (คลิกที่นี่)

สำหรับผังห้องแบบ 1 Bedroom ที่มีขนาดพื้นที่ใช้สอย 21.87 ตร.ม. นั้นตัวห้องเป็นแบบหน้าแคบลึก การจัดวางฟังก์ชันลงตัวดีค่ะ แต่ขาดพื้นที่ในการวางโต๊ะรับประทานอาหาร ซึ่งต้องคงต้องพึ่งโซฟาเป็นที่นั่งรับประทานอาหารกันไป ใครที่รู้สึกไม่ถนัดนั้นสามารถซื้อโต๊ะพับเก็บหรือโต๊ะล้อเลื่อนขนาดเล็กๆ มานั่งรับประทานอาหารได้ค่ะ ในส่วนของห้องครัวจัดเป็น Pantry เดี่ยวใช้งานสะดวกในพื้นที่ที่จำกัด แต่ตำแหน่งของครัวอาจจะไม่เหมาะกับการทำอาหารหนักๆ เท่าไหร่นะคะ ถัดมาบริเวณห้องนั่งเล่นมีขนาดอยู่สบายพอดีๆ ระยะการดูทีวีเหมาะสมวางทีวีขนาดใหญ่ได้ สังเกตได้ว่าทางเดินบริเวณพื้นที่นั่งเล่นค่อนข้างกว้างพอสมควร สามารถตั้งโต๊ะพับรับประทานอาหารชั่วคราวแล้วพับเก็บได้สบายๆ ค่ะ

ในส่วนของห้องนอนกั้นประตูกระจกบานเลื่อนเป็นสัดส่วนเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้ห้องนอนมากขึ้น ภายในห้องนอนสามารถวางเตียง 5 ฟุต พร้อมตู้เสื้อผ้าขนาดเล็ก ระเบียงจะอยู่นอกห้องนอนขนาดระเบียงไม่ใหญ่มากนัก การตากผ้าซักผ้าอาจจะไม่ถนัดเท่าไหร่นักค่ะ

ประตูห้องที่ให้มาหน้าตาแบบนี้ค่ะ ใช้วัสดุเป็น HDF ปิดผิวด้วยไม้ น้ำหนักประตูกำลังดีและแข็งแรงพอสมควรค่ะ

ธรณีประตูเป็นหินเทียมสีดำมีอายุการใช้งานที่ยาวกว่าและทำความสะอาดได้ง่ายกว่าขอบตัวจบไม้สำเร็จรูป พื้นภายในห้องใช้วัสดุกระเบื้อง Vinyl ลายไม้ โดยข้อดีของกระเบื้อง Vinyl คือมีความทนทานต่อความชื้นและขีดข่วนมากกว่าพื้นไม้ลามิเนต และไม่มีปัญหาเรื่องปลวกเพราะไม่ใช่ผงไม้มาอัดเป็นแผ่น ทนต่อการติดไฟมากกว่าพื้นไม้ อายุการใช้งานโดยประมาณ 5-10 ปี การบำรุงรักษาก็ไม่ยากค่ะโดยเวลาเสียก็ลอกแผ่นที่เสียออกแล้วปะแผ่นใหม่เข้าไป แต่ผิวสัมผัสก็จะแข็งๆหน่อยอันนี้ก็ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคนค่ะ

กลอนประตูได้แบบมือจับก้านโยก แถม Digital Door Lock ของ Samsung ตัวกลอนประตูด้านในถ้าเรากดปลด Lock แล้วไม่ได้เปิดประตูสักพักมันจะ Lock กลับให้แบบอัตโนมัติค่ะ

ด้านล่างมี Door Stopper ให้เรียบร้อย ช่วยให้กลอนประตูไม่ชนกับกำแพงเป็นรอย

ภายในจะเจอในส่วนครัว ด้านซ้ายเป็นห้องน้ำ และถัดเป็นเป็นพื้นที่ห้องนั่งเล่น ด้านในสุดเป็นส่วนของห้องนอนค่ะ ในส่วนของพื้นครัวไม่ได้ให้เป็นกระเบื้องมา ดังนั้นการทำความสะอาด หรือเวลาทำอาหารแล้วเลอะเทอะก็อาจจะมีปัญหาในการทำความสะอาดและซ่อมแซม แต่ก็ยังพอทนความชื้นได้บ้างค่ะ เนื่องจากพื้นเป็นกระเบื้องยาง ส่วนของครัวลักษณะนี้เป็นครัวเปิด อาจไม่สะดวกมากนักสำหรับการทำอาหารหนักๆ เพราะจะมีปัญหาในเรื่องของควันและกลิ่นอาหารที่จะคลุ้งไปทั่วห้อง

Pantry ครัวที่ได้เหมือนกันกับห้องตัวอย่างเลยค่ะ ตัว Top เป็น Particle ปะด้วยเมลานีน ซึ่งควรระวังเรื่องความชื้นเป็นพิเศษหน่อยนะคะ เพราะวัสดุประเภทนี้ไม่เหมาะกับการโดนน้ำแช่นานๆ ส่วนผนังด้านหลังเป็นฉาบปูนเรียบธรรมดา แนะนำให้ปูกระเบื้องหรือกรุกระจกเพื่อให้ง่ายต่อการทำความสะอาด

ประตูห้องน้ำเป็นประตูสำเร็จรูป PVC ใช้ทนน้ำได้ดีไม่บวมค่ะ

ส่วนห้องน้ำก็จัดมาให้ครบ มีฉากกั้นอาบน้ำมาให้เรียบร้อยเป็นสัดส่วนดีค่ะ ขนาดห้องอาบน้ำไม่ใหญ่มากอาจจะยืดแขนขาได้ไม่เต็มที่เท่าไหร่นักในส่วนของลักษณะการเปิด-ปิดของฉากกั้นห้องอาบน้ำเป็นแบบเลื่อน 2 ด้าน เพราะพื้นที่มีจำกัดการทำแบบช่วยให้เข้าออกง่ายขึ้น ส่วนตัวรางที่พื้นจะสูงขึ้นมาหน่อยกันน้ำออก แต่เดินได้สบายนะคะไม่ลำบาก ส่วนกระจกเป็น Tempered Glass ค่ะ

โถสุขภัณฑ์ จาก Mogen และอุปกรณ์ห้องน้ำจาก American Standard โดยระยะนั้นไม่ได้กว้างมากนักประมาณ 0.8 ม. ซึ่งถ้าคนตัวใหญ่ๆหน่อยก็อาจจะเบียดไปหน่อยนะคะ

อ่างล้างมือขนาดกำลังพอดี ด้านข้างมีพื้นที่เหลือวางข้าวของได้เล็กน้อย ด้านล่าง Built in เป็นชั้นวางของได้เล็กน้อย

ฝักบัวสายอ่อน และที่วางสบู่จาก American Standard พร้อมต่อท่อสำหรับติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นเรียบร้อย

บริเวณพื้นที่นั่งเล่นมีพื้นที่เหลือหน้าชุดโซฟาขนาด 2 ที่นั่งค่อนข้างมากนะคะ ที่ให้มากว้างแบบนี้ก็เพราะว่าเบาะโซฟาสามารถแบออกมาเป็นที่นอนได้ด้วยค่ะ

ฝั่งตรงข้าม Built in ชั้นวางทีวีให้เรียบร้อยเหมือนในห้องตัวอย่าง ในส่วนระยะการดูทีวีนั้นค่อนข้างไกลสามารถวางทีวีขนาดใหญ่ได้สบายๆ เลยค่ะ ในพื้นที่ทางเดินที่เหลือเยอะนั้นสามารถนำโต๊ะพับมาตั้งเป็นโต๊ะรับประทานอาหารบริเวณนี้ได้เช่นกันนะคะ

ก่อนเข้าห้องนอนกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน หากใครต้องการความเป็นส่วนตัวมากขึ้นสามารถแปะฟิล์มขุ่นได้นะคะ ภายในห้องนอนสามารถวางเตียงได้ขนาด 5 ฟุต และตู้เสื้อผ้า

รางประตูบานเลื่อนคั่นระหว่างห้องนอนและห้องนั่งเล่น มีลักษณะแบบเป็นร่องไม่นูนขึ้น ช่วยให้ไม่สะดุด พื้นที่ทางเดินทั้งปลายเตียงละด้านซ้ายเหลือพื้นที่ทางเดินได้สะดวก

ในด้านขวาเหลือพื้นที่ทางเดินประมาณ 50 ซม.

ด้านปลายเตียงแบ่งพื้นที่เป็น 2 ส่วน ด้านขวา Built in ตู้เสื้อผ้าสูงถึงฝ้าเพดาน (สูง 2.45 ม.) และด้านซ้ายเป็นพื้นที่ระเบียง

ระเบียงขนาดประมาณ 1.5 x 0.9 ม. ด้านข้างติดตั้งงานระบบสำหรับวางเครื่องซักผ้า และก๊อกสนาม แต่เมื่อวางเครื่องซักผ้าก็จะแทบไม่เหลือพื้นที่ระเบียงสำหรับตากผ้าเลยค่ะ

วิวที่มองมาจากห้องในทิศใต้จะเห็นวิวเป็นหอพักแบบนี้ค่ะ

ห้องนอนแบบ 1 Bedroom Plus ขนาดห้อง 32.59 ตร.ม. ลักษณะห้องเป็นแบบสี่เหลี่ยม (เกือบ) จัตตุรัส เป็นห้องมุมของอาคาร มีช่องเปิด 2 ทาง การออกแบบจัดวางฟังก์ชันให้ทุกห้องมีช่องเปิดระบายอากาศและแสงแดดส่องทั่วถึงค่ะ ด้วยพื้นที่ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมา และการจัดวางฟังก์ชันทำให้ห้อง Type นี้ลงตัวและใช้อยู่อาศัยได้สบายกว่าห้องแบบ 1 Bedroom ค่ะ

เข้ามาจะเจอส่วน pantry ครัวและห้องน้ำที่อยู่ฝั่งซ้าย ติดกับ Pantry เป็นพื้นที่รับประทานอาหารสำหรับ 2 ที่นั่ง และถัดไปเป็นพื้นที่นั่งเล่น โดยจะมีขนาดและระยะห่างระหว่างโซฟาและทีวีน้อยกว่าห้องแบบ 1 Bedroom ในส่วนของระเบียงนั้นมีพื้นที่ยาวกว่าแบบ 1 Bedroom สามารถใช้งานระเบียงได้จริง

ในส่วนของห้องนอนใหญ่นั้นสามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุตได้พอดีๆ และตู้เสื้อผ้าค่ะ สำหรับห้องนอนเล็กสามารถวางเตียงแบบ 3.5 ฟุต หรือเตียง Single Bed พร้อมตู้เสื้อผ้าขนาดเล็ก หรือถ้าใครอยู่กันเพียง 2 คนก็สามารถจัดห้องนอนเล็กเป็นห้องอเนกประสงค์ได้นะคะ เช่นทำเป็นห้องทำงาน หรือห้องเก็บสะสมงานอดิเรก ส่วนข้อเสียของห้องนอนเล็กคือเสียพื้นที่ให้กับทางเดินเยอะไปหน่อยนะคะ

มาดูห้องจริงพร้อมส่งมอบกันเลยค่ะ เมื่อเปิดประตูเข้ามาจะเจอกับส่วน Pantry ครัว และห้องน้ำที่อยู่ทางด้านซ้าย ลึกเข้าไปหน่อยเป็นพื้นที่รัปประทานอาหารและพื้นที่นั่งเล่นค่ะ

ในส่วนของ Pantry ครัวเหมือนกันกับห้องแบบ 1 Bedroom เลยค่ะ เเตกต่างกันตรงโทนสีของไม้ที่สามารถเลือกโทนสีอ่อน – เข้มได้

ห้องน้ำเหมือนกันกับห้อง 1 Bedroom ทั้งยี่ห้อและตำแหน่งการจัดวางค่ะ ^^

ถัดเข้ามาด้านในเป็นพื้นที่รับประทานอาหาร และพื้นที่นั่งเล่น ด้านนอกสุดคือระเบียง ในส่วนของด้านซ้ายเป็นห้องนอนทั้ง ห้องนอนเล็กและใหญ่ค่ะ

ชุดโต๊ะรับประทานอาหารและเก้าอี้ 2 ตัวที่ได้ มีระยะการใช้งานแบบพอดีๆ ไม่เบียดจนเกินไป

ระยะการดูทีวีอยู่ที่ประมาณ 1.8 ม.ค่ะ สามารถวางทีวีขนาด 40 – 42 นิ้วได้สบายๆ

ชุดโซฟาที่ได้เป็นขนาด 2 ที่นั่ง สีและแบบตามนี้เลยค่ะ ซึ่งชุดโซฟานี้สามารถยืดเบาะออกมาเป็นที่นอนได้ด้วยนะ

สวิชต์ไฟที่ได้เป็นแบบนี้ค่ะ จาก Siemens

ระเบียงขนาดประมาณ 2 x 0.7 ม. ใหญ่กว่าแบบ 1 Bedroom มีพื้นที่ใช้สอยมากกว่าและใช้งานได้สะดวกกว่า

ด้านบนเป็นที่วางคอมเพรสเซอร์แอร์เป่าลมมาด้านข้าง สำหรับใครอยากมายืนเปลี่ยนบรรยากาศนอกระเบียงบ้างก็อาจจะร้อนเกินไปถ้ามีลมร้อนจากคอยด์แอร์เป่า แนะนำให้ติดกริลเบี่ยงทิศทางลมจะช่วยได้ดีมากเลยค่ะ หรือถ้าใครใช้ระเบียงเป็นที่ตากผ้าอย่างเดียวก็อาจจะไม่จำเป็นต้องติดกริลก็ได้ค่ะ ส่วนด้านล่างติดตั้งก็อกสนามและเดินท่อน้ำทิ้งไว้เรียบร้อยเพื่อวางเครื่องซักผ้า

ภายในห้องนอนใหญ่วางเตียงขนาด 5 ฟุต พร้อมตู้เสื้อผ้า built in ด้านข้างได้ ขนาดห้องไม่ใหญ่เท่าไหร่นักแต่ไม่รู้สึกแคบหรืออึดอัดเพราะมีช่องเปิดและกระจกให้มาค่อนข้างมาก จึงช่วยให้ห้องดูโปร่งโล่งมากขึ้น

พื้นที่ทางเดินปลายเตียงมีระยะพอให้เดินพอสมควรค่ะ ในด้านซ้ายถ้าไม่ได้เปิดตู้เสื้อผ้าก็สามารถเดินได้สบายๆ แต่เนื่องจากตู้เสื้อผ้าที่ได้เป็นเเบบบานเปิดเมื่อเปิดใช้งานก็จะกินพื้นที่ทางเดินไปพอสมควรทีเดียว

ทางเดินด้านขวาแคบไปนะคะสำหรับระยะเดิน

ตู้เสื้อผ้า Built in เป็นแบบบานเปิด 3 บาน ขนาดใหญ่ใส่เสื้อผ้าได้มากอยู่ค่ะ

ด้านปลายเตียงได้ชั้นวางทีวีและชั้นวางลอยด้านบน ส่วนด้านข้างเป็น Bay Window เปิดมุมมองให้เห็นด้านนอกได้มากขึ้น

เข้ามาที่ห้องนอนเล็กกันต่อค่ะ ลักษณะผังห้องนอนเล็กจะมีทางเดินเข้าไปก่อนค่อยเป็นพื้นที่เตียง ทำให้เสียพื้นที่ในการใช้สอยไปเป็นทางเดินแทน ด้วยขนาดห้องนอนที่ค่อนข้างเล็กนี้ ถ้าอยู่กันแค่ 2 คนก็สามารถปรับเปลี่ยนเป็นห้องนี้เป็นห้องอเนกประสงค์ได้นะคะ

ตู้เสื้อผ้าที่ได้ในห้องนอนเล็กนี้จะมีขนาดเล็ก และมีพื้นที่เหลืออยู่หน่อย ถ้าใครมีเสื้อผ้ามากๆ หน่อยก็สามารถซื้อตู้ลิ้นชักมาวางบริเวณช่องว่างนี้ได้นะคะ

ภายในวางเตียงขนาด Single Bed ได้ และมีพื้นที่ทางเดินเหลือสบายๆ ทั้งด้านซ้ายและปลายเตียง

ในส่วนของด้านขวาก็มีพื้นที่ทางเดินได้สบายๆ เช่นเดียวกัน

และในห้องนอนเล็กได้ช่องเปิดเป็นหน้าต่างบานเลื่อน และ Bay Window เช่นเดียวกันกับห้องนอนใหญ่เลยค่ะ ^^

**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ

ราคาและเงื่อนไขการขาย @ 03 November 2015

  • 1 Bedroom Exclusive ชั้น 3 ห้อง SN307 เนื้อที่ 28.29 ตร.ม. ราคา 2.04 ล้านบาท หรือ 72,100 บาท/ตร.ม.
  • 2 Bedroom ชั้น 5 ห้อง SN501 เนื้อที่ 50.14 ตร.ม. ราคา 3.26 ล้านบาท หรือ 65,000 บาท/ตร.ม.
  • 2 Bedroom ชั้น 7 ห้อง SN709 เนื้อที่ 54.88 ตร.ม. ราคา 3.53 ล้านบาท หรือ 64,300 บาท/ตร.ม.

  • Fully Furnished
  • เพดานสูง 2.45 เมตร
  • Kitchen & Sink
  • จองและทำสัญญา 1,000 บาท
  • ค่ากองทุน 500 บาทต่อตารางเมตร
  • ค่าส่วนกลาง 45 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน

**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ


เจาะลึกรวบยอด

โครงการ H2 Stone อยู่ในย่านรามอินทราตอนต้นซึ่งเป็นทำเลที่อยู่อาศัยเป็นส่วนใหญ่ ตัวโครงการเป็น 1 ใน 7 ของโครงการ H2 โดยแยกอาคารเป็น 1 อาคาร 1 นิติ ทางเข้าโครงการอยู่ในซอยรามอินทรา 21 แยก 2 ห่างจากถนนรามอินทราประมาณ 90 ม. ภายในซอยรามอินทรา 21 นี้เป็นซอยหลักที่สามารถเชื่อมเข้าซอยพหลโยธิน 48 ซึ่งเป็นแหล่งพักอาศัยและมีหมู่บ้านขนาดใหญ่ๆ เยอะมาก และสามารถทะลุออกไปถนนตัดใหม่ อย่างถนนพหลโยธิน – รัตนโกสินทร์สมโภชได้ ภายในซอยนี้นอกจากจะมีความอุดมสมบูรณ์สูงทางอาหารการกิน (ในราคาไม่แพง) แล้วยังมีศูนย์กีฬารามอินทรา ภายในมีทั้งสวนสาธารณะ สนามกีฬาทั้งในร่มและกลางแจ้ง สระว่ายน้ำ สนามเด็กเล่น โดยห่างจากโครงการประมาณ 2 กม. ถือว่าตัวโครงการเองไม่ห่างจากพื้นที่สีเขียวและศูนย์กีฬามากนักนะคะ สามารถขี่จักรยานไปใช้บริการได้

นอกจากความอุดมสมบูรณ์ภายในซอยแล้ว ไกลออกไปหน่อยบนถนนรามอินทราก็มีห้างเซ็นทรัลรามอินทรา และ Big C รามอินทราที่สามารถซื้อข้าวของได้ไม่ไกลมากนักค่ะ ในส่วนของตลาดซื้อของสดต่างๆก็มีทั้ง ตลาดลาดปลาเค้า ที่อยู่ห่าง 450 ม. เดินได้สบายๆ ถ้าตลาดใหญ่หน่อยจะอยู่ไกลออกไปอย่างตลาดยิ่งเจริญ (ถนนพหลโยธิน) และตลาดถนอมมิตร (ถนนวัชรพล)

การเดินทางแบบพึ่งพารถสาธารณะถือว่าสะดวกพอสมควร เพราะมีให้เลือกใช้บริการได้หลากหลายอยู่นะคะ ทั้งพี่วิน รถตู้ รถสองแถว รถเมล์ ซึ่งป้ายรถเมล์อยู่ห่างจากโครงการประมาณ 150 ม. และไม่เปลี่ยวมากนักถ้าจะเดินเข้า – ออกซอย เนื่องจากตัวโครงการไม่ได้อยู่ในซอยลึกมาก สำหรับในอนาคตการเดินทางแบบไม่ใช่รถก็จะยิ่งสะดวกมากขึ้นเมื่อรถไฟฟ้าสายสีชมพูสร้างเสร็จ เพราะสถานีลาดปลาเค้าจะตั้งอยู่บริเวณหน้าปากซอยพอดีค่ะ อดใจรอกันต่อไปนะคะ ^^

การออกแบบเรียบง่ายตามสไตล์ Modern Loft มีการดึงลูกเล่น (Gimmick) ของวัสดุหินมาเป็นแนวคิดได้น่าสนใจ การจัดวางผังเรียบง่ายใช้งานได้จริง เด่นในเรื่องตำแหน่งสระว่ายน้ำที่เป็น Double Space ของโครงการ Stone และ Steel แชร์วิวสระว่ายน้ำให้ห้องพักได้ทั้ง 2 โครงการ ทำให้ระยะระหว่างอาคารดูไม่อึดอัด ในส่วนของห้องพักอาศัยแบบ 1 Bedroom ฟังก์ชันครบ ขาดแต่พื้นที่รับประทานอาหาร ส่วนระเบียงใช้งานได้ยากเพราะมีพื้นที่ค่อนข้างจำกัด ในส่วนของห้องนอนแบบ 1 Bedroom Plus จัดผังออกมาได้ลงตัวดี อยู่สบาย มีห้องอเนกประสงค์เพิ่มมาอีกห้องนึง หากใครไม่ได้ใช้นอนสามารถดัดแปลงเป็นห้องอเนกประสงค์ได้ค่ะ เช่นห้องทำงาน หรือห้องเก็บสะสมงานอดิเรกก็ได้นะคะ

วัสดุที่ได้ถือว่าได้ครบ และคุณภาพดีเมื่อเทียบกับระดับ Segment นี้นะคะ ด้วยรูปแบบการขายแบบ Fully Furnished สิ่งที่ได้คือ Built-in จะมีเคาน์เตอร์ครัว, ตู้เสื้อผ้า, ชั้นวางของในห้องนั่งเล่น ส่วนเฟอร์ลอยตัวก็มี โซฟา, โต๊ะกลาง, ชุดโต๊ะทานอาหาร  (รายของแถมในห้องแบบ 1 Bedroom, 1 Beedroom Plus และ 2 Bedroom จะแตกต่างกันนิดหน่อย)  พื้นห้องได้เป็นกระเบื้องยาง Vinyl ที่ทนความชื้นและรับแรงกระแทกได้ดีกว่าพื้นไม้ลามิเนต ชุดสุขภัณฑ์ใช้ของ Mogen และอุปกรณ์ใช้ของ American Standard พร้อมกับได้ Digital Door Lock จาก Samsung กับ Bluetooth Sound System ด้วยค่ะ

สาธารณูปโภคที่ได้น่าใช้งาน และครบ ทั้งสระว่ายน้ำและ Fitness ซึ่งมีขนาดเพียงพอเมื่อเทียบกับจำนวนยูนิตโครงการที่มีเพียง 73 ยูนิต ความหนาแน่นค่อนข้างต่ำ และหนาแน่นน้อยกว่า H2 อื่นๆ ด้วย ทำให้โครงการมีความเป็นส่วนตัวสูง จำนวนลิฟต์โดยสารมี 1 ตัวไม่มีลิฟต์ Service ด้วยความหนาแน่นที่ค่อนข้างต่ำนั้นการใช้งานลิฟต์อาจจะไม่ต้องแย่งกันมากนัก แต่ถ้าลิฟต์เสียก็จะลำบากหน่อยเพราะไม่มีลิฟต์สำรองให้ใช้เลย ในเรื่องที่จอดรถทั้งหมดรวมซ้อนคัน 50% ถือว่าโอเคนะคะเมื่อเทียบกับ Segment นี้ และความสะดวกในการเดินทางแบบไม่ใช้รถส่วนตัว

 

Judgement

การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้

ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%

เทียบกับราคา 67,130 บาท/ตร.ม., 03 November 2015

เนื่องจากตอนนี้เหลือยูนิตเพียง 3 ห้องเลยใช้ราคาเฉลี่ยจากห้องที่เหลือมาคิดคะแนนนะคะ

  • ทำเล 7.5/10 – อยู่ในซอยไม่ลึกมาก มีความอุดมสมบูรณ์สูง ใกล้ศูนย์กีฬารามอินทรา
  • เดินทางด้วยรถ 7.0/10 – สะดวก มีทางเลือกไปได้หลายเส้นทาง
  • ไม่ใช้รถ 7.0/10 – ห่างจากป้ายรถเมล์ไม่มาก ในอนาคตใกล้รถไฟฟ้า
  • วัสดุ 8.0/10 – Fully Furnished ให้ครบ และเยอะ คุณภาพดีเมื่อเทียบกับราคา
  • แบบ 7.5/10 – เด่นเรื่องการแชร์วิวสระว่ายน้ำกับ H2 Steel แบบห้องเป็นสัดส่วนดี ฟังก์ชันครบ
  • สาธารณูปโภค 7.5/10 – Facility ครบ ขนาดพอดีไม่ต้องแย่งกันใช้ และโครงการยูนิตน้อยกว่า H2 อื่นๆ

  • ECONOMY CLASS
  • 7.43 / 10.00

BOTTOM LINE

H2 Stone เหมาะกับคนทำงานหรือคนในย่านรามอินทรา ทำเลสะดวกเลือกเดินทางได้หลากหลายเส้นทาง คาดหวังการใช้รถไฟฟ้าในอนาคต ต้องการมีพื้นที่สีเขียวในระยะใกล้ ชอบความเป็นส่วนตัวยูนิตไม่เยอะ พร้อมแพคกระเป๋าเข้าอยู่ไม่ต้องแต่งเพิ่ม มากนัก เน้นการใช้ Facility มีงบประมาณ 1.2 – 3.5 ล้านบาท หรือมีกำลังผ่อนต่อเดือนประมาณ 8,000 – 28,000 บาท

 

ถ้ามีความเห็นว่ารีวิวตัวนี้มีประโยชน์ ช่วยกด LIKE ให้หน่อยนะคะ จะได้มีกำลังใจในการทำรีวิวต่อไป

สมัครสมาชิกพร้อมรับข่าวสารเพิ่มเติม (คลิกที่นี่ )