Singha Complex ถือเป็น Mixed-Use โครงการแรกที่ Singha Estate พัฒนาขึ้น โดยภายในโครงการประกอบด้วย คอนโดมิเนียม ศูนย์การค้า และสำนักงาน มูลค่ารวมๆ แล้วเกือบ 10,000 ลบ. ซึ่งวันนี้ก็ได้ฤกษ์เปิดตัว THE ESSE @SINGHA COMPLEX คอนโดสุดหรูมูลค่ากว่า 4,500 ลบ.

ทางคุณนริศ เชยกลิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน)  เปิดเผยเกี่ยวกับเทรนด์ของอสังหาริมทรัพย์ทั่วโลกว่า  ปัจจุบันผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทั่วโลก ให้ความสำคัญในการพัฒนาโครงการแบบมิกซ์ยูส (Mixed-Use) มากยิ่งขึ้น ในบางประเทศโครงการมิกซ์ยูสจะถูกนำไปรวมกับการวางแผนสร้างเมืองใหม่ จากสถิติเวิลด์แบงก์ ในปี 2030 จะมีเมืองระดับ Mega City ที่มีประชากรมากกว่า 10 ล้านคน มากกว่า 50 เมือง และ คน 2 ใน 3 จะอยู่อาศัยในเขตเมือง ซึ่งแต่ละเมืองจะมีเสน่ห์ที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพื้นที่สีเขียวและการออกแบบภูมิทัศน์, การอนุรักษ์วัฒนธรรมและการอยู่ร่วมกับชุมชนเดิมอย่างกลมกลืน, ความเป็น Smart city ที่มี High Technology ขณะที่สิ่งที่ได้ตามมาคือ ความสะดวกสบาย ครบครันด้วยปัจจัยพื้นฐานของการใช้ชีวิตเมือง การลดลงของอาชญากรรม และนำมาซึ่งคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นนั่นเอง

สำหรับในประเทศไทยในอีก 3 ปีนี้จะมี Mixed-Use เกิดใหม่ในหลายทำเล  จากข้อมูลของ CBRE มีโครงการที่กำลังจะเกิดขึ้นไม่น้อยกว่า 9 โครงการ มูลค่ากว่า 300,000 ล้านบาท และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยยังเน้นการสร้าง Condominium, Service Apartment, อาคารสำนักงาน ศูนย์การค้า และโรงแรม ในพื้นที่เดียวกัน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้อยู่อาศัย ควบคู่ไปกับการเพิ่มมูลค่าสูงสุดให้กับโครงการ

SINGHA COMPLEX เป็นโครงการมิกซ์ยูส พื้นที่ 11 ไร่ บนถนนอโศกมนตรี แบ่งเป็น 2 อาคารหลัก คือ ส่วนออฟฟิศ รีเทล และคอนโดมิเนียม มีการออกแบบอาคารที่สวยงามมีเอกลักษณ์ เป็นอีกหนึ่ง Iconic Building ของกรุงเทพมหานคร ระบบอาคารมีความทันสมัย ทั้งเรื่องความปลอดภัย ประหยัดพลังงานและรักษาสิ่งแวดล้อม ให้การบริการในระดับโรงแรม ขณะที่ส่วนรีเทลมี Indoor Garden ในพื้นที่ Common area แบบ Amphitheatre มีร้านอาหารที่หลากหลาย ไลฟ์สไตล์คาเฟ่ ธนาคาร  ไลฟ์สไตล์สปอร์ต พร้อมเน้นพื้นที่สีเขียวทั้งในส่วนอาคาร บริเวณด้านรอบ และหน้าอาคารมีพื้นที่สำหรับต้นก้ามปูใหญ่ 3 ต้น ซึ่งอยู่คู่ถนนอโศกมนตรีมานานมา

สำหรับ THE ESSE @SINGHA COMPLEX นี้ ราคาเริ่มต้นต่อยูนิตอยู่ที่ 8.6 ล้านบาท เริ่มก่อสร้างในช่วงไตรมาส 1/2560 และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือน ต..2562