
ปี 2568 กลายเป็นปีที่ธุรกิจอสังหาฯ ต้องวิ่งสู้ลมแรงจากทุกทิศ ตั้งแต่แผ่นดินไหวปลายมีนาคมที่ทำให้หลายค่ายชะลอเปิดคอนโดเพื่อรอความเชื่อมั่นกลับมา ไปจนถึงการปรับขึ้นภาษีของสหรัฐฯ ที่สั่นสะเทือนเศรษฐกิจโลก กดประมาณการโตเศรษฐกิจไทยไตรมาสสุดท้ายเหลือราว 2.2% จากเดิมคาด 2.8–3.3% ขณะเดียวกัน สถาบันการเงินยังเข้มงวดการปล่อยกู้ ที่อยู่อาศัยถูกปฏิเสธสินเชื่อสูงถึง 66% ช่วงกลางปี ส่งผลให้สินเชื่อที่อยู่อาศัยใหม่ครึ่งแรกปี 68 หดตัว 5.15% และสต๊อกคงค้างก็ขยับขึ้น ทั้งบ้าน (+5.1%) และคอนโด (+4.9%)
ข้อมูลจาก LWS เปิดเผยว่า ใน 9 เดือนแรก: กรุงเทพฯ–ปริมณฑลมีโครงการเปิดขายใหม่เพียง 170 โครงการ 28,853 หน่วย มูลค่า 193,713 ล้านบาท ลดลง 32%, 30% และ 29% จากปีก่อนที่เปิด 251 โครงการ 41,453 หน่วย มูลค่า 274,767 ล้านบาท ทว่ามีสัญญาณบวกเล็กๆ ซ่อนอยู่ อัตราขายได้ในวันเปิดตัวขยับจาก 15% เป็น 18% สะท้อนว่าดีมานด์ยังมี แต่ “เลือกมากขึ้น”
ท่ามกลางตลาดที่ “หดตัวแต่ขายวันแรกดีขึ้น” แบบนี้ งบ 9 เดือนของยักษ์อสังหาฯ กำลังบอกอะไรเรา ใครประคองรายได้–กำไรด้วย Backlog และวินัยทางการเงินได้อยู่ และใครกำลังเผชิญบททดสอบหนักในโค้งสุดท้ายของปี
รายได้และกําไรรอบ 9 เดือนในปี 2568 ของ 15 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ไทย ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ลดลง 16% และ 25% ตามลําดับ
ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 แสนสิริมีรายได้รวม 23,670 ล้านบาท ลดลง 18% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากรายได้การขายอสังหาริมทรัพย์ที่ลดลง 21.8% ส่งผลให้กำไรสุทธิอยู่ที่ 3,029 ล้านบาท ซึ่งลดลง 24.5% จากปีก่อน

ไตรมาส 3/2568 เอพี (ไทยแลนด์) มีรายได้รวม 9,124 ล้านบาท ลดลง 8.3% จากปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 1,155 ล้านบาท ลดลง 20.4% รายได้หลักมาจากการขาย 8,871 ล้านบาท และรายได้บริการ 253 ล้านบาท
ธุรกิจแนวราบยังเป็นตัวหลัก ทำรายได้ 8,611 ล้านบาท ใกล้เคียงปีก่อน หนุนด้วยแบ็กล็อกและการเปิดโครงการใหม่ ส่วนคอนโดทำรายได้ 125 ล้านบาท ลดลงมาก เพราะสต๊อกพร้อมโอนเหลือน้อย และมีการโอนโครงการ Aspire อรุณ พรีเว่ เสร็จในไตรมาสนี้
อัตรากำไรขั้นต้นรวมอยู่ที่ 32.0% ลดลงเล็กน้อยจากปีก่อน แต่ดีขึ้นจากไตรมาสก่อน (อสังหาฯ 30.4% บริการ 82.3%) ค่าใช้จ่ายขายและบริหาร 19.3% ของรายได้ (หรือ 17.6% หากรวมรายได้จากร่วมทุน) บริษัทรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากร่วมทุน 315 ล้านบาท จากการเริ่มโอน Aspire สุขุมวิท พระราม 4 และ Aspire อ่อนนุช สเตชั่น สถานะการเงินยังแข็งแรง อัตราหนี้สินสุทธิต่อทุน 0.70 เท่า
Land & Houses ไตรมาส 3/2568 กำไรสุทธิส่วนผู้ถือหุ้น 786.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% แม้รายได้จากการขายจะลดลง 10% เหลือ 3,110.6 ล้านบาท ส่วนงวด 9 เดือน กำไรสุทธิ 2,999.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.5% ขณะที่รายได้จากการขาย 9,868.0 ล้านบาท ลดลง 19%
อัตรากำไรขั้นต้นไตรมาส 3 อยู่ที่ 23.3% ดีขึ้นจากปีก่อนเพราะควบคุมต้นทุนได้ดี ด้านงวด 9 เดือนอยู่ที่ 24.9% ใกล้เคียงปีก่อน ส่งผลให้กำไรขั้นต้นรวมลดลงเล็กน้อย ไตรมาส 3 ลดลง 1.6 ล้านบาท และงวด 9 เดือนลดลง 617.5 ล้านบาท สะท้อนว่าการบริหารต้นทุนช่วยพยุงกำไรท่ามกลางรายได้ที่ชะลอ
ศุภาลัย (SPALI) รายงานผล 9 เดือนแรกปี 2568 มีกำไรสุทธิ 2,677.10 ล้านบาท ลดลง 36% จากปีก่อน หลักๆ เพราะรายได้จากการโอนคอนโดลดลงมาก รายได้จากการโอนอสังหาฯ รวมอยู่ที่ 16,615.75 ล้านบาท ลดลง 25% โดยมาจากบ้านและทาวน์เฮาส์ 79% และคอนโด 21% ปีนี้มีคอนโดสร้างเสร็จพร้อมโอนเพียง 1 โครงการ (เริ่มโอนปลายไตรมาส 2 ต่อเนื่องไตรมาส 3) ขณะที่ปีก่อนมีถึง 5 โครงการ ทำให้สัดส่วนแนวราบสูงขึ้นและกดอัตรากำไรขั้นต้นเมื่อเทียบปีก่อน
ด้านอื่นๆ ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม/ร่วมค้าเพิ่มขึ้นเป็น 730.39 ล้านบาท (+164%) จากโครงการในออสเตรเลียที่เริ่มโอนมากขึ้น ค่าใช้จ่ายขายและบริหารอยู่ที่ 2,825.65 ล้านบาท ลดลง 9% แต่สัดส่วนต่อรายได้รวมเพิ่มเป็น 16.3% (จาก 13.6%) เพราะรายได้หดตัว ทั้งนี้ ณ 30 ก.ย. 2568 มียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) 14,205 ล้านบาท คาดรับรู้ได้ 5,332 ล้านบาทในไตรมาส 4/2568 และที่เหลือ 8,873 ล้านบาททยอยรับรู้ใน 3 ปีถัดไป
พฤกษา โฮลดิ้งมองตลาดกรุงเทพฯ–ปริมณฑลไตรมาส 3/2568 ยังท้าทายจากอุปทานล้นและดีมานด์เปราะ เศรษฐกิจโตต่ำ หนี้ครัวเรือนสูง ทำให้ธนาคารเข้มงวดสินเชื่อถึงกลุ่มกลาง–บน มาตรการรัฐยังหนุนไม่พอ แต่ยอดขายรวมยังโต 7% YoY นำโดยคอนโดฯ +30% เด่นทำเลใกล้มหาวิทยาลัยช่วงราคา 1–2 ล้านบาท ทาวน์เฮาส์รวม -7% แต่เซ็กเมนต์เกิน 7 ล้านบาทยังดี บ้านเดี่ยว/แฝด -3% ยกเว้นระดับเกิน 50 ล้านบาทที่ยังโตแต่เริ่มชะลอ การโอนเดินตามทิศทางยอดขาย ด้านซัพพลาย เปิดโครงการใหม่ +18% YoY โดยคอนโดฯ ช่วง 2–5 ล้านบาทและทาวน์เฮาส์ 1–5 ล้านบาทกลับมาเปิดมากขึ้น ขณะที่บ้านเดี่ยว/แฝดเปิดลดลงยกเว้นช่วง 10–15 ล้านบาทและเกิน 50 ล้านบาท แม้เปิดเพิ่ม แต่มูลค่ารอขายคอนโดฯ–ทาวน์เฮาส์ลดลง สะท้อนคุมสต๊อกได้ดี ส่วนบ้านเดี่ยว/แฝดสต๊อกเพิ่ม
ผลการดำเนินงาน: ไตรมาส 3/2568 พฤกษามีรายได้รวม 3,248 ล้านบาท (-43.4% YoY) และงวด 9 เดือน 10,177 ล้านบาท (-34.8%) ตามการชะลอของรายได้อสังหาฯ ขณะที่ธุรกิจโรงพยาบาลโตต่อเนื่องจากการขยายฐานผู้ป่วยทั้งในและต่างประเทศ ธุรกิจก่อสร้าง (หลังแยกหน่วย) เริ่มรับงานนอก รับรู้รายได้ 85 ล้านบาทในไตรมาส 3 และ 229 ล้านบาทใน 9 เดือน รายได้อื่นอยู่ที่ 203 และ 771 ล้านบาท ลดลง YoY แม้รายได้หด แต่มาร์จิ้นดีขึ้น ทั้งกำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิ จากการกดต้นทุนและควบคุมค่าใช้จ่ายขาย–บริหารให้สอดคล้องรายได้ รวมถึงดอกเบี้ยจ่ายลดลงต่อเนื่องจากดอกเบี้ยนโยบายที่ผ่อนลงและการชำระหุ้นกู้ตามแผนปรับโครงสร้างการลงทุนเน้นธุรกิจหลัก
ภาพรวมผลการดำเนินงาน ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ไตรมาส 3/2568)
ตัวเลขสำคัญไตรมาส 3/2568
– โอนกรรมสิทธิ์รวม 3,055 ล้านบาท: บริษัทฯ และบริษัทย่อย 1,345.7 ล้านบาท + โครงการร่วมค้า 1,709.3 ล้านบาท ให้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม 154.9 ล้านบาท (สัดส่วนถือหุ้น 51%)
– รายได้รวม 2,444.7 ล้านบาท ลดลง 18.2% จากปีก่อน (-542.9 ล้านบาท)
– กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้น 183.8 ล้านบาท ลดลง 54.3% จากปีก่อน (-218.3 ล้านบาท)
ยอดขายและแบ็กล็อก (9 เดือนแรก)
– ยอดขายสะสม 19,086 ล้านบาท: คอนโด 81% | บ้านจัดสรร 19%
– แหล่งยอดขาย: โครงการพร้อมอยู่ 59% | โครงการใหม่/ระหว่างก่อสร้าง 41%
– แบ็กล็อก 40,983 ล้านบาท รอรับรู้ต่อเนื่องใน 4 ปีข้างหน้า
แผนและไฮไลต์ไตรมาส 4/2568
– เริ่มโอนคอนโดใหม่ 6 โครงการ: ดิ ออริจิ้น บางแค, ดิ ออริจิ้น พหล57, ดิ ออริจิ้น สุขุมวิท แพรกษา, ดิ ออริจิ้น กะทู้–ป่าตอง, ออริจิ้น เพลย์ บางแสน, ออริจิ้น เพลส ขอนแก่น กัลปพฤกษ์ โดยมียอดขายรอรับรู้รายได้ราว 72% ของมูลค่าโครงการ
– เปิดตัวไฮไลต์: Origin Residences Phuket Bangtao มูลค่า 2,400 ล้านบาท ภายใน Origin Resort World Phuket | Bangtao Beach ห่างทะเล 400 เมตร จับมือ Marriott ภายใต้แบรนด์ Tribute Portfolio ในรูปแบบ Branded Residences
– ตลอด 9 เดือนแรก เปิดขายใหม่แล้ว 4 โครงการ มูลค่ารวม 7,150 ล้านบาท และมีแผนเปิดเพิ่มในไตรมาส 4 อีก 5 โครงการ (บ้านจัดสรร 3 โครงการ คอนโด 2 โครงการ)
ไตรมาส 3/2568 (สิ้นสุด 30 ก.ย. 2568) กลุ่มบริษัทมีรายได้จากการขายและบริการ 2,581.61 ล้านบาท รายได้หลักมาจากการขายอสังหาริมทรัพย์ ทำกำไรขั้นต้น 1,126.04 ล้านบาท (อัตรากำไรขั้นต้น 43.03%) มีค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่าย 395.06 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการบริหาร 241.49 ล้านบาท ส่งผลให้มีกำไรสุทธิ 375.86 ล้านบาท (อัตรากำไรสุทธิ 14.36%) โดยกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 289.46 ล้านบาท (อัตรากำไรสุทธิ 11.06%)
งวด 9 เดือนแรกของปี 2568 กลุ่มบริษัททำรายได้ 6,066.67 ล้านบาท กำไรขั้นต้น 2,533.06 ล้านบาท (อัตรากำไรขั้นต้น 40.53%) ค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่าย 843.49 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการบริหาร 711.29 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 756.40 ล้านบาท (อัตรากำไรสุทธิ 12.10%) โดยกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 689.36 ล้านบาท (อัตรากำไรสุทธิ 11.03%)
ไตรมาส 3/2568 เดินหน้าขยายพอร์ต เปิดโครงการใหม่ 5 โครงการ (แนวราบ 4 โครงการ แนวสูง 1 โครงการ) มูลค่ารวม 7,920 ล้านบาท รวม 9 เดือนเปิดแล้ว 12 โครงการ มูลค่า 19,880 ล้านบาท ธุรกิจสำนักงานให้เช่า 120,000 ตร.ม. รักษาอัตราเช่า 95% ต่อเนื่อง ธุรกิจโรงแรมมีทั้งหมด 4 แห่ง 895 ห้อง เปิดให้บริการแล้ว 3 แห่ง 545 ห้อง โดยเพิ่งเปิด KROMO Bangkok, Curio Collection by Hilton (ก.ย. 2568) และ The Standard, Pattaya Na Jomtien (ต.ค. 2568) อีก 1 แห่ง 350 ห้องอยู่ระหว่างเตรียมก่อสร้าง ส่วนคลังสินค้าให้เช่ารวมเป้าหมายราว 200,000 ตร.ม. ณ ก.ย. 2568 สร้างเสร็จแล้ว 102,000 ตร.ม. และปล่อยเช่าเต็ม คาดสิ้นปีเสร็จรวมราว 140,000 ตร.ม.
ด้านผลการดำเนินงาน รายได้รวมไตรมาส 3 และงวด 9 เดือนลดลง 11.68% และ 9.94% เมื่อเทียบปีก่อน จากรายได้ขายอสังหาฯ ที่ชะลอ ขณะที่รายได้ค่าเช่าและบริการเติบโตต่อเนื่องตามการเปิดโรงแรมและคลังสินค้า รวมถึงรายได้ค่าที่ปรึกษา/บริหารโครงการ (รวมโครงการร่วมค้า) ที่เพิ่มขึ้น หนุนพอร์ตประเภทรายได้ประจำให้แข็งแรงมากขึ้น
Frasers Property Thailand https://www.set.or.th/th/market/product/stock/quote/fpt/factsheet
Ananda Development https://www.set.or.th/th/market/product/stock/quote/anan/factsheet
————————–
Disclaimer: ข้อมูลผลประกอบการอ้างอิงจาก www.set.or.th โปรดตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจ