
ถ้าคิดถึงเรื่องการเดินทางภายในกรุงเทพฯ หลายคนก็คงนึกถึงรถยนต์ส่วนตัว หรือรถไฟฟ้าที่คนนิยมใช้กันในปัจจุบันใช่มั้ยล่ะ น้อยคนมากที่นึกถึง ‘เรือโดยสาร’ เพราะฟังดูแล้วดูเหมือนจะเป็นเรื่องไกลตัว ด้วยความที่การสัญจรโดยเรือยังไม่ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดในกรุงเทพฯ และการใช้งานก็ยากลำบาก เพราะเราไม่รู้ว่าเรือจะมาเมื่อไหร่
แต่เมื่อปีที่แล้วกระทรวงคมนาคม ได้ประกาศแผนพัฒนาการสัญจรทางเรือ ด้วยงบลงทุนหลักหลายพันล้าน !! … งบลงทุนระดับนี้จะทำให้ “เรือ” กลับมาเป็นตัวเลือกหลักของคนกรุงเทพฯ ได้หรือไม่
ในครั้งแรกที่เราได้ยินข่าวนี้ บอกตามตรงว่าค่อนข้างแปลกใจ แต่เป็นทางที่ดีนะ เพราะแม้กรุงเทพฯ จะเติบโตมาจากลำน้ำ แต่ระบบเดินทางโดยเรือกลับค่อยๆ ถูกลดบทบาทลงเมื่อเมืองพึ่งพาถนนและรถไฟฟ้ามากขึ้น หลังๆมานี้จึงเน้นพัฒนาเส้นทางรถไฟฟ้าเสียมากกว่า
ถ้าเรามองย้อนกลับไปในอดีต เรือเคยเป็นการเดินทางหลักของคนกรุงเทพฯ … ไม่สิ ในยุคนั้น เราคงต้องเรียกตัวเองว่าชาวสยาม ตอนนั้น ไม่ว่าจะเป็นบ้านเรือน , วัดวาอารามและสถานที่สาธารณะต่างๆ มักอยู่ติดกับแม่น้ำลำคลอง แล้วต่อมามีการขยับขยายเมือง รวมไปถึงชาวตะวันตกได้นำเอารถมาใช้งาน มีการถมคลองหลายแห่งไปสร้างเป็นถนน ทำให้การเดินทางโดยเรือถูกกลืนกินไป
แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าปัจจุบันมีที่พักอาศัยมากมายที่อยู่ใกล้กับแม่น้ำ ลำคลอง ทั้งชุมชนบ้านดั้งเดิม และคอนโด ซึ่งคนที่พักอาศัยในย่านนี้ก็เดินทางไปใช้เรือได้สะดวก แต่ข้อจำกัดในการใช้เรือก็ดันมีเยอะซะเหลือเกิน เริ่มจากปัญหาคลาสสิก คือความคาดเดาไม่ได้ของเวลาเดินทาง และเดินทางไปเชื่อมต่อกับจุดอื่นๆยากอีกด้วย
การคมนาคมจึงได้วางแผนแก้ปัญหาเพื่อให้เรือเป็นอีกการเดินทางหลักของคนกรุงเทพฯ โดยเริ่มจาก Update เส้นทางใหม่ให้มีจุดเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้ามากขึ้นและปรับท่าเรือเป็น Smart Pier
แผนพัฒนาครั้งนี้มีประโยชน์ยังไง
ถ้าแผนนี้เกิดขึ้นได้จริง สิ่งแรกที่น่าจะเปลี่ยนที่สุดคงเป็น “ตัวเลือกในการเดินทาง” ของคนกรุงเทพฯ เพราะเรืออาจไม่ได้เป็นแค่ระบบขนส่งทางเลือกอีกต่อไป แต่กลายเป็นอีกหนึ่งเส้นทางหลักที่ช่วยให้คนเข้าถึงจุดหมายได้สะดวกขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ที่อยู่ใกล้แม่น้ำหรือคลอง
และเมื่อมีคนเริ่มกระจายตัวไปใช้ระบบเดินทางมากขึ้น ภาระบนถนนก็อาจลดลงตามไปด้วย แม้จะไม่ได้แก้รถติดได้ทันที แต่ในระยะยาวก็มีโอกาสช่วยลดการพึ่งพารถยนต์ส่วนตัวได้ระดับหนึ่ง
อีกมุมที่น่าสนใจคือเรื่องค่าใช้จ่าย เพราะค่าโดยสารเรือในหลายเส้นทางยังอยู่ในระดับที่เข้าถึงง่าย เพียงประมาณ 17–36 บาทตลอดสาย (ขึ้นอยู่กับแต่ละเส้นทาง) ทำให้กลายเป็นอีกตัวเลือกสำหรับคนที่ต้องเดินทางเป็นประจำทุกวัน
ผลกระทบไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องการเดินทาง เพราะเมื่อระบบคมนาคมเข้าถึงง่ายขึ้น พื้นที่รอบท่าเรือก็อาจเริ่มได้รับความสนใจมากขึ้นตามไปด้วย ทั้งในมิติของการอยู่อาศัยและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ แม้อาจไม่ได้สร้างมูลค่าเพิ่มได้เทียบเท่าพื้นที่ติดรถไฟฟ้า แต่ก็มีโอกาสทำให้ทำเลเหล่านี้ถูกมองเห็นมากขึ้นกว่าที่เคย
และหากบางท่าเรือกลายเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญ มีผู้ใช้งานหนาแน่นขึ้น เราอาจได้เห็นความอุดมสมบูรณ์ค่อยๆ เติบโตตามมา ทั้งร้านค้า ตลาด หรือพื้นที่เชิงพาณิชย์รูปแบบใหม่ คล้ายกับสิ่งที่เคยเกิดขึ้นตามแนวระบบขนส่งในอดีต
สุดท้ายแล้ว คำถามสำคัญอาจไม่ใช่ว่าเรือจะกลับมาแทนรถหรือรถไฟฟ้าได้ไหม แต่คือระบบใหม่นี้จะทำให้คนรู้สึกว่า “การเดินทางทางน้ำ” กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันได้จริงหรือเปล่า
Interchange ในปัจจุบัน
เดิมทีกรุงเทพฯมีท่าเรือทางหมด 45 ท่า แบ่งเป็นเส้นทางตามคลองต่างๆตั้งแต่ช่างสะพานฟ้าลีลาศ-วัดศรีบุญเรือง 27 ท่าเรือ และเส้นทางเดินเรือในเเม่น้ำเจ้าพระยาอีก 18 ท่าเรือ แต่มีเพียง 12 ท่าเรือเท่านั้น ที่สามารถเชื่อมต่อไปยังรถไฟฟ้าสายต่างๆได้ ซึ่งได้แก่
คลองแสบ
- ท่าเรือสะพานหัวช้าง เชื่อมต่อกับ BTS สถานีราชเทวี / สนามกีฬาแห่งชาติ
- ท่าเรืออโศก เชื่อมต่อกับ MRT สถานีเพชรบุรี
- ท่าเรือรามหนึ่ง เชื่อมต่อกับ ARL รามคำแหง
- ท่าเรือบางกะปิ เชื่อมต่อกับ MRT สายสีเหลือง สถานีแยกลำสี-บางกะปิ / เพชรบุรี
- ท่าเรือตลาดมีนบุรี เชื่อมต่อกับ MRT สายสีชมพู สถานีมีนบุรี / ตลาดมีนบุรี
คลองผดุงกรุงเกษม
- ท่าสถานีรถไฟหัวลำโพง เชื่อมต่อกับ MRT สายสีน้ำเงิน สถานีหัวลำโพง
แม่น้ำเจ้าพระยา
- ท่าสะพานพระนั่งเกล้า เชื่อมต่อกับ MRT สายสีม่วง สถานีสะพานพระนั่งเกล้า
- ท่าบางโพ เชื่อมต่อกับ MRT สายสีน้ำเงิน สถานีบางโพ
- ท่าราชินี เชื่อมต่อกับ MRT สายสีน้ำเงิน สถานีสนามไชย
- ท่าไอคอนสยาม เชื่อมต่อกับ BTS สายสีทอง สถานีเจริญนคร
- ท่าสาทร เชื่อมต่อกับ BTS สายสีเขียวเข้ม สถานีสะพานตากสิน
- ท่าตลาดเอี่ยมสมบัติ เชื่อมต่อกับ MRT สายสีเหลือง สถานีศรีนุช
ในอนาคตทั้งกรุงเทพฯและปริมณฑลจะมีรถไฟฟ้าสายใหม่ๆ และส่วนต่อขยายจากสายเดิมอีกทั้งหมด 14 สาย รวมทั้งหมด 554 กิโลเมตร โดยระยะอันใกล้ 2-5 ปี จะมีรถไฟฟ้าสายสีส้มมาเปิดใหม่ และรถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อน , สายสีม่วงมีส่วนต่อขยายเพิ่มเติม ส่วนรถไฟฟ้าสายอื่นๆก็มีแผนพัฒนาตามมาเช่นกัน
เมื่อรถไฟฟ้าเปิดให้บริการสายใหม่และส่วนต่อขยายของสายเดิมแบบสมบูรณ์ จะทำให้เราเดินทางไปโซนต่างๆของเมืองสะดวกขึ้น ทั้งทางทิศเหนือ-ใต้ของกรุงเทพฯโดยใช้รถไฟฟ้าสายสีเขียว และทางทิศตะวันออก-ตะวันตกโดยใช้รถไฟฟ้าสายสีส้ม ทั้งนี้มีรถไฟฟ้าหลายสายที่วิ่งตัดกับลำคลองหรือแม่น้ำเจ้าพระยา จึงเกิดเป็นจุดเชื่อมต่อ ‘รถ-ราง-เรือ’ ได้
ดูแผนพัฒนารถไฟฟ้ากันไปแล้ว มาดูแผนพัฒนาเส้นทางการเดินทางทางน้ำกันบ้าง เดิมทีเราจะเห็นว่ามีคลองแสนแสบ , คลองผดุงกรุงเกษม , แม่น้ำเจ้าพระยา เป็นเส้นทางหลัก แต่ทางสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) มีแผนจะเพิ่มเส้นทางต่อขยายและเปิดเส้นทางใหม่ รวมทั้งหมด 7 เส้นทาง
โดยแบ่งเป็นเส้นทางในแผนระยะสั้น 4 เส้นทาง คือ คลองลาดพร้าว / คลองแสนแสบ / คลองขุดมหาสวัสดิ์ – คลองบางกอกน้อย / คลองเปรมประชากร ซึ่งคลองเหล่านี้ก็มีการเตรียมกัน เคลียร์เส้นทางคลอง เตรียมทำท่าเรือไปบางส่วนแล้ว และระยะเวลาที่กำหนดแล้วเสร็จก็ประมาณ 3-4 ปี ซึ่งสอดคล้องกับแผนของรถไฟฟ้า เราจึงมองว่ามีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดขึ้นจริง
ส่วนเส้นทางในแผนระยะยาว มีทั้งหมด 3 เส้นทาง คือ คลองเปรมประชากร / แม่น้ำเจ้าพระยาส่วนต่อขยาย / คลองขุดมหาสวัสดิ์ ซึ่งเป็นเส้นทางที่เราอาจต้องรอดูกันไปยาวๆนะคะ ว่าจะเกิดขึ้นจริงมั้ย
ในแผนพัฒนาการคมนาคมทางเรือครั้งนี้ จะเพิ่ม’จุดเชื่อมต่อการเดินทาง ล้อ – ราง – เรือ’ เป็นทั้งหมด 47 จุด จากทั้งหมด 132 ท่าเรือ โดยจะแบ่งแผนพัฒนาเป็น 2 ช่วง คือ ระยะสั้นในปี 2568- 2572 ส่วนระยะยาวในปี 2573-2577
ระยะสั้นในปี 2568- 2572
คลองลาดพร้าว
คลองลาดพร้าวเป็นเส้นทางใหม่ที่จะเปิดเป็นทางสัญจร แต่ทุกคนอย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่าเป็นคลองขุดใหม่นะคะ เพราะคลองลาดพร้าวมีตั้งแต่แรกแล้ว เพียงแต่ไม่ได้ใช้เดินเรือโดยสาร สำหรับเราแล้วคลองลาดพร้าวจะส่งผลต่อการใช้ชีวิตคนกรุงเทพฯอย่างมาก เพราะจะเป็นเส้นทางที่ยาวถึง 25.7 กิโลเมตร ตั้งแต่โซนสายไหมไปยังพระโขนง เรียกว่าใช้ข้ามเมืองทีเดียวค่ะ แล้วยังมาตัดกับคลองแสนแสบอีกด้วยนะ ทำให้เราสามารถเปลี่ยนเส้นทางเดินเรือไปยังโซนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยหรือมีนบุรีก็ได้
นอกจากนี้คลองลาดพร้าวยังตัดกับเส้นรถไฟฟ้าอีกหลายสาย จนเกิดเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างท่าเรือและรถไฟฟ้าถึง 7 จุด ดังนี้
- ท่าเรือตลาดยิ่งเจริญ เชื่อมต่อกับ BTS สายสีเขียวอ่อน สถานีสะพานใหม่
- ท่าเรือราชภัฏพระนคร เชื่อมต่อกับ MRT สายสีชมพู สถานีราชภัฏพระนคร
- ท่าเรือบางบัว เชื่อมต่อกับ BTS สายสีเขียวอ่อน สถานีบางบัว
- ท่าคลองบางบัว เชื่อมต่อกับ MRT สายสีน้ำตาล สถานีคลองบางบัว
- ท่าถนนลาดพร้าว เชื่อมต่อกับ MRT สายสีเหลือง สถานีโชคชัย 4
- ท่าถนนจำเนียรเสริม เชื่อมต่อกับ MRT สายสีเทา สถานีวัดพระราม 9
- ท่าถนนสุขุมวิท 71 เชื่อมต่อกับ ARL สถานีรามคำแหง
หากใครต้องการใช้รถไฟฟ้าสาย BTS สีเขียวอ่อนเป็นหลักจะมีจุดเชื่อมต่อกับสถานีรถไฟฟ้าถึง 2 จุด คือท่าเรือตลาดยิ่งเจริญและท่าเรือบางบัว แล้วถ้าต้องการเปลี่ยนไปใช้รถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน ได้ที่สถานีหมอชิตถึงห่างจากสถานีบางบัวเพียง 6 สถานีเท่านั้นเอง ทำให้คนที่อยู่ใกล้กับคลองลาดพร้าว เดินทางมาใช้รถไฟฟ้าง่ายขึ้น และมีตัวเลือกให้ใช้หลากหลายสาย
แม้ว่าท่าเรือทั้งหมดนี้จะอยู่ในแผนระยะสั้น ที่มีกำหนดเปิดใช้งานช่วงปี 2568-2572 แต่เรามองว่าท่าคลองบางบัว , ท่าถนนจำเนียรเสริม อาจไม่ได้เป็นเป็นไปตามแผนนะคะ เพราะโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาลและสีเทา ยังอยู่ในช่วงเตรียมดำเนินการ จึงไม่น่าจะเสร็จทันกำหนด
คลองแสนแสบ
แผนพัฒนาการสัญจรคลองแสนแสบ
สำหรับเส้นทางเดินทางโดยเรือคลองแสนแสบมีอยู่ก่อนมานานมากแล้ว เดิมทีคลองแสนแสบมีเส้นทางเดินเรือตั้งแต่ช่วงสะพานผ่านฟ้าลีลาศถึงวัดศรีบุญเรือง รวมระยะทาง 17.3 กิโลเมตร หรือ 27 ท่าเรือ แต่ปัจจุบันมีส่วนต่อขยายไปถึงวัดบางเพ็งใต้ได้เลย เพิ่มระยะทางมาอีก 6.8 กิโลเมตร หรือเพิ่มขึ้นมา 11 ท่าเรือ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการทดลองใช้งานส่วนต่อขยายไปบ้างเมื่อปลายปีที่แล้ว ส่วนตอนนี้ก็กำลังปิดปรับปรุงต่อ
แต่หากเเล้วเสร็จเมื่อไหร่ เราเชื่อว่าจะอำนวยความสะดวกให้คนเป็นอย่างมาก ทำให้คนจากโซนมีนบุรี มาทำงานในเมืองได้สะดวกมากขึ้น ทั้งอโศก , ชิดลม , อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยได้สะดวกมากขึ้น
ตามจริงคลองแสนแสบมีจุดเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าอยู่แล้วนะ ซึ่งจะเป็นจุดเชื่อมต่อกับ MRT สายสีน้ำเงิน และ ARL (Airport Rail Link) แต่ในแผนพัฒนาจะมีการต่อขยายเส้นทางเพิ่ม แล้วก็เพิ่มท่าเรือใหม่ด้วย ทำให้มีจุดส่วนต่อขยายเพิ่มอีก ดังนี้
- ท่าเรือสะพานผ่านฟ้าลีลาศ เชื่อมต่อกับ MRT สายสีส้ม สถานีอนุสาวรีย์ ประชาธิปไตย
- ท่าเรือประตูน้ำ เชื่อมต่อกับ MRT สายสีส้ม สถานีประตูน้ำ
- ท่าเรือสะพานวิทยุ เชื่อมต่อกับ MRT สายสีฟ้า สถานีเพชรบุรี
- ท่าเรือซอยทองหล่อ เชื่อมต่อกับ MRT สายสีเทา สถานีแจ่มจันทร์/ เพชรบุรี-ทองหล่อ
- ท่าเรือชาญอิสระ เชื่อมต่อกับ MRT สายสีเทา สถานีแจ่มจันทร์/ เพชรบุรี-ทองหล่อ
- ท่าเรือเดอะมอลล์ 3 เชื่อมต่อกับ MRT สายสีส้ม สถานีรามคำแหง 12
- ท่าเรือม. รามคำแหง เชื่อมต่อกับ MRT สายสีส้ม สถานีม.รามคำแหง
- ท่าเรือสะพานมิตรมหาดไทย เชื่อมต่อกับ MRT สายสีส้ม สถานีการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.)
- ท่าเรือวัดกลาง เชื่อมต่อกับ MRT สายสีส้ม สถานีรามคำแหง 40
- ท่าเรือวัดศรีบุญเรือง เชื่อมต่อกับ MRT สายสีน้ำตาล สถานีแยกลำสาลี
- ท่าโรงเรียนพร้อมมิตร เชื่อมต่อกับ MRT สายสีส้ม สถานีแยกลำสาลี
- ท่าเรือพาซิโอ เชื่อมต่อกับ MRT สายสีส้ม สถานีคลองบ้านม้า
- ท่าตลาดมีนบุรี เชื่อมต่อกับ MRT สายสีชมพู สถานีตลาดมีนบุรี / MRT สายสีส้ม สถานี มีนบุรี
จุดเชื่อมต่อส่วนใหญ่เป็นรถไฟฟ้าสายสีส้ม ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง หากเป็นสถานีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยและแยกร่มเกล้า มีกำหนดเปิดให้บริการในปี 2571 ซึ่งเป็นอีกไม่กี่ปีนี้เองค่ะ ส่วนสถานีบางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ก็จะเปิดให้บริการในปี 2573 ส่วนรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาลและสีเทา ที่ยังคงอยู่ระหว่างการเตรียมการอยู่ ส่วนตัวจึงคิดว่าอาจใช้เวลานานทีเดียว กว่าจะเป็นรูปเป็นร่างนะ
ส่วนตัวเราเคยไปใช้งานเมื่อหลายปีก่อน แล้วรู้สึกว่ามีกลิ่นควันไม่พึงประสงค์อยู่เยอะพอสมควร แต่ปัจจุบันมีการเปลี่ยนมาใช้เรือไฟฟ้าบ้างแล้ว ทำให้ลดปัญหาเหล่านี้ไปได้ เราคิดว่าจะช่วยดึงคนกลับไปใช้งานได้เยอะทีเดียว
คลองขุดมหาสวัสดิ์ -คลองบางกอกน้อย
คลองขุดมหาสวัสดิ์ -คลองบางกอกน้อย เป็นคลองที่เชื่อมต่อกัน โดยคลองขุดมหาสวัสดิ์ เป็นคลองขุดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 โดยเส้นทางนี้ไม่ได้ใช้เป็นเส้นทางของเรือโดยสารมาก่อน จะมีเพียงเรือขนของทั่วไปๆ แต่ในแผนพัฒนาเส้นทางเดินทางโดยเรือจะใช้คลองนี้เป็นทางสัญจรด้วยนะ
หากเรามีการเปิดใช้งานคลองนี้จะเริ่มตั้งแต่ช่วงประตูน้ำฉิมพลีถึงศิริราช รวมระยะทาง 17.1 กิโลเมตร 18 ท่าเรือ เอื้อประโยชน์ให้กับคนที่อยู่ที่อาศัยอยู่โซนตลิ่งชัน , เดินทางมาศิริราชได้ง่ายขึ้น ที่สำคัญคลองนี้เชื่อมต่อกับแม่น้ำเจ้าพระยา เราจึงสามารถเปลี่ยนไปใช้เรือด่วนเจ้าพระยาได้บริเวณท่าเรือศิริราช จึงสามารถเดินทางไปโซนปากเกร็ดหรือสาทรได้ง่ายขึ้น
เมื่อเปิดใช้งานเส้นทางเดินทางโดยเรือนี้ จะทำให้มีท่าเรือที่ใกล้กับรถไฟฟ้า สามารถเดินหรือต่อรถไปใช้รถไฟฟ้าได้ 3 จุด ดังนี้
- ท่าเรือศิริราช เชื่อมต่อกับ MRT สายสีส้ม/แดงอ่อน สถานีศิริราช
- ท่าเรือบางขุนนนท์ เชื่อมต่อกับ MRT สายสีน้ำเงิน / ส้ม / แดงอ่อน สถานีบางขุนนนท์
- ท่าเรือประตูน้ำฉิมพลี เชื่อมต่อกับ MRT สายสีแดงอ่อน สถานีกาญจนาภิเษก / รถไฟสายใต้สถานีพุทธมณฑลสาย 2
เส้นทางนี้ช่วยเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มคนที่อยู่ชานเมืองเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะคนที่อยู่โซนกาญจนาภิเษก มีตัวเลือกในการเดินทางมากขึ้น เพราะจากโซนนี้จะเดินทางเข้าเมืองโดยรถยนต์เป็นเรื่องที่ลำบากทีเดียว เพราะต้องเผชิญกับรถติด การมีเส้นทางเดินเรือคลองขุดมหาสวัสดิ์ -คลองบางกอกน้อย ทำให้เดินทางมาเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าได้ง่ายขึ้น
คลองเปรมประชากร
ถัดมาคือคลองเปรมประชากร ที่ใช้เป็นเส้นทางเดินเรืออยู่แล้ว คลองนี้เราสามารถแบ่งออกเป็น 2 ช่วง คือช่วงท่าเรือ SCG ถึงสวนสาธารณะ ปตท. ระยะทาง 6.6 กิโลเมตร 7 ท่าเรือ ซึ่งเป็นแผนท่าเรือระยะสั้น ส่วนช่วงท่าเรือสวนสาธารณะ ปตท. ถึงวัดรังสิต ระยะทาง 13.7 กิโลเมตร 12 ท่าเรือ แผนท่าเรือระยะยาวนะคะ
หากเส้นทางนี้เปิดใช้งาน ก็ทำให้เราเปลี่ยนไปใช้รถไฟฟ้าสายสีแดงเข้มและสีน้ำเงิน ทำให้คนที่อยู่โซนบางเขนเดินทางมาบางซื่อได้ไม่ยาก แล้วยังเปลี่ยนไปใช้รถไฟฟ้าได้ทั้ง 2 เส้น ทำให้เดินทางไปแหล่งทำงานได้ง่าย เช่น พระราม 9 , อโศก
เส้นทางนี้ถือว่ามีความพร้อมมากทีเดียวทั้งรถไฟฟ้าที่สร้างเสร็จอยู่ก่อนแล้ว เหลือแค่รถไฟฟ้าสายสีน้ำตาลและ Airport Rail Link ส่วนต่อขยาย ดังนั้นหากสร้างท่าเรือและเปิดเส้นทางเมื่อไรประชาชนก็สะดวกมากขึ้น
- ท่า SCG เชื่อมต่อกับ MRT สายสีน้ำเงิน / แดงเข้ม / ARL สถานีบางซื่อ
- ท่าสถานีสูบน้ำบางซื่อ เชื่อมต่อกับ MRT สายสีแดงเข้ม สถานีจตุจักร
- ท่าวัดเสมียนนารี เชื่อมต่อกับ MRT สายสีแดงเข้ม สถานีวัดเสมียนนารี
- ท่าสถานีบางเขน เชื่อมต่อกับ MRT สายสีแดงเข้ม / น้ำตาล สถานีบางเขน
- ท่าสวนสาธารณะ ปตท. เชื่อมต่อกับ MRT สายสีแดงเข้ม สถานีทุ่งสองห้อง
คลองผดุงกรุงเกษม
สุดท้ายของแผนพัฒนาเส้นทางเดินทางโดยเรือระยะสั้น คือคลองผดุงกรุงเกษม เป็นคลองที่มีการเดินเรืออยู่แล้ว แต่ปกติจะมีท่าเรือเพียง 1 ท่า ล่าสุดมีแผนจะเพิ่มเข้ามาอีก 2 ท่าเรือ ซึ่งจะกลายเป็นจุดเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้า สายสีม่วง สถานีหอสมุดแห่งชาติ ดังนี้
- ท่าเทเวศร์ เชื่อมต่อกับ MRT สายสีม่วง สถานีหอสมุดแห่งชาติ
- ท่าตลาดเทวราช เชื่อมต่อกับ MRT สายสีม่วง สถานีหอสมุดแห่งชาติ
การเชื่อมต่อท่าเรือกับรถไฟฟ้าอาจต้องเดินต่อสักหน่อย หรือต่อรถไปเพื่อขึ้นรถไฟฟ้านะ แต่ตอนนี้ไฟฟ้าสายสีม่วงช่วงเตาปูน – ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) กำลังอยู่ระหว่างดำเนินการนะคะ โดยมีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2573
ระยะยาวในปี 2573-2577
สำหรับแผนระยะยาว เราอาจจะยังไม่พูดถึงรายละเอียดมากนัก เพราะยังอยู่ในช่วงเตรียมการ เราคิดว่าคงต้องกันอีกยาวๆ หลังจากแผนระยะสั้นเสร็จสมบูรณ์ อาจมีการพิจารณากันอีกที โดยแผนพัฒนาช่วงนี้จะมีทั้งหมด 3 เส้นทาง คือ คลองเปรมประชากร , คลองขุดมหาสวัสดิ์และแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งมีกำหนดแล้วเสร็จช่วงปี 2573-2577
คลองเปรมประชากร
สำหรับคลองเปรมประชากร ช่วงท่าเรือสวนสาธารณะ ปตท. ถึงวัดรังสิต มีระยะทาง 13.7 กิโลเมตรและ 12 ท่าเรือ ตลอดเส้นทางจะมีแนวสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง กันน้ำกัดเซาะตลิ่ง โดยเส้นทางนี้ จะมีท่าเรือที่เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าได้ทั้งหมด 3 จุด ดังนี้
- ท่าเรือหลักสี่ เชื่อมต่อกับ MRT สายสีแดงเข้ม/ชมพู สถานีหลักสี่
- ท่าเรือดอนเมือง เชื่อมต่อกับ MRT สายสีแดงเข้ม สถานีดอนเมือง
- ท่าเรือหลักหก เชื่อมต่อกับ MRT สายสีแดงเข้ม สถานีหลักหก
หากสังเกตดีๆจะเห็นว่ารถไฟฟ้าที่เชื่อมต่อกับท่าเรือเสร็จเรียบร้อยหมดแล้ว ดังนั้นถ้าแผนคลองเปรมประชากรระยะสั้นสำเร็จแล้ว มีคนใช้งานเยอะ จนแผนระยะยาวได้ดำเนินต่อ เมื่อเปิดใช้เส้นทางก็จะมือว่ามีจุดเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าครบ 3 จุดในทันที
คลองขุดมหาสวัสดิ์
ต่อมาคือคลองขุดมหาสวัสดิ์ ก็จะมีจุดเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อน แต่สำหรับเส้นทางนี้ ต้องรอให้ทางเส้นทางเดินเรือและเส้นรถไฟฟ้าเปิดใช้งานนะคะ
- ท่าวัดสาลวัน เชื่อมต่อกับ MRT สายสีแดงอ่อน สถานีศาลายา
แม่น้ำเจ้าพระยา
ในอนาคตเส้นทางเดินเรือโดยสารของแม่น้ำเจ้าพระยาจะต่อไปจนถึงปทุมธานีเลยค่ะ รวมทั้งหมด 15 กิโลเมตร แต่มีเพียง 3 ท่าเรือเท่านั้น ไม่ได้แวะจอดบ่อยๆ ทำให้คนจากปทุมธานีเข้ามายังนนทบุรี หรือตัวเมืองสาทรได้ เมื่อรถไฟฟ้าสายสีม่วงสร้างเสร็จจะมีท่าเรือที่เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าได้ 1 ท่าเรือ คือ
- ท่าเกียกกาย เชื่อมต่อกับ MRT สายสีม่วง สถานีรัฐสภา
ท่าเรือ Smart Pier
หากใครเคยใช้บริการก็จะทราบกันดีว่า เวลานั่งรอเรือจะไม่สบายนัก เนื่องจากอากาศร้อน แล้วเราก็ไม่รู้ว่าเรือจะมาตอนไหน ต้องรออีกนานแค่ไหน ทำให้การเดินทางโดยเรือคาดระยะเวลาในการเดินทางยาก ดังนั้นอีกหนึ่งสิ่งที่จะมีการเปลี่ยนแปลง คือท่าเรือแบบ Smart Pier เพื่อให้การเดินทางโดยเรือสะดวกมากขึ้น
สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) วางแผนจะสร้างท่าเรือ Smart Pier ไว้ทั้งหมด 18 ท่า ในปี 2570 ปัจจุบันสร้างเสร็จไปแล้ว 1 ที่ คือท่าเรือพระราม 7 และมีอีก 4 ท่าเรือที่กำลังทำการก่อสร้าง
ท่าเรือพระราม 7 คือโมเดลแรกที่ทำออกมาเป็นท่าเรือ Smart Pier ออกแบบมาเป็นอาคารแบบ Indoor ชัดเจน บริเวณท่าเรือมีระบบแจ้งเตือนการรับน้ำหนักโป๊ะเทียบเรือ เพื่อความปลอดภัยของคนที่มายืนรอขึ้นเรือ
เริ่มจากทางเข้า Smart Pier จะมีจุดสแกนใบหน้าเพื่อตรวจจับอุณหภูมิ หากใครที่มีอุณหภูมิในร่างกายสูง เสี่ยงที่จะไม่สบาย เป็นไข้ ก็จะผ่านเข้าไปนั่งรอด้านในไม่ได้นะคะ
ภายในเป็นห้องติดเครื่องปรับอากาศ ทำให้นั่งรอได้อย่างชิลล์ๆ แถมมีกระจกให้คอยมองดูเรือโดยสารด้วยนะ ภายในมี CCTV ช่วยเรื่องความปลอดภัยด้วยค่ะ
ภายใน Smart Pier มีตารางเวลาเรือโดยสารแต่ละเส้นทางมาให้ดู พร้อมหน้าจอบอกเวลาการเดินเรือ Real Time เราจะได้รู้เวลาที่เรือจะมา เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่เปิดใช้ระบบ เพราะยังมีเพียงท่าเรือเดียว ที่เป็นท่าเรือตัวอย่างเท่านั้น
ไม่ใช่เพียงแค่ท่าเรือที่มีการเปลี่ยนแปลงนะ แต่เรือโดยสารก็เปลี่ยนมาใช้เป็นระบบไฟฟ้ามากขึ้นแล้ว ยิ่งทำให้การใช้งานสะดวกสบายมากขึ้น ช่วยแก้ปัญหาความร้อนและกลิ่นควัน ซึ่งเป็นปัจจัยเดิม ที่ทำให้คนเลือกใช้ระบบขนส่งอื่นแทนเรือค่ะ
ภายในปี 2572 จะมีการเพิ่มเส้นทางการเดินทางโดยเรือ 4 เส้นทาง และเพิ่มท่าเรือที่เป็นจุดเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าจาก 12 ท่า เป็น 41 ท่า
ภายในปี 2577 จะมีการต่อขยายเส้นทางเดิมเพิ่มอีก 3 เส้นทาง และเพิ่มท่าเรือที่เป็นจุดเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าอีก 6 ท่า ทำให้มีจุดเชื่อมต่อทั้งหมด 47 ท่า
ในภาพนี้เราได้สรุปจุดเชื่อมต่อ ‘ล้อ ราง เรือ’ พร้อมยกตัวอย่าง จุดเชื่อมต่อสำคัญๆ สถานีรถไฟฟ้าที่มีอยู่แล้วในปัจจุบัน แล้วมีแผนพัฒนาจะเชื่อมต่อกับท่าเรือ รวมถึงรถไฟฟ้าสายสีส้มที่กำลังดำเนินการก่อสร้างอีกด้วย
ส่วนตัวเรามองว่า เมื่อการเชื่อมต่อการเดินทาง ‘ล้อ ราง เรือ’ ดีขึ้นถ้าระบบเชื่อมต่อดีขึ้น ก็เป็นโอกาสที่ดี ให้คนจากโซนต่างๆเดินทางได้สะดวกขึ้น คนกลุ่มแรกที่ได้ประโยชน์เต็มๆคือ คนเดินทางด้วยเรือเป็นหลัก เพราะเส้นทางค่อนข้างครอบคลุมเพื้นที่ในกรุงเทพฯเยอะทีเดียว เราสามารถไปไหนมาไหนได้โดยที่ไม่ต้องจากปัญหารถติด และยังมีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่าการนั่งรถไฟฟ้าอีกด้วยนะ
อีกกลุ่มคือ คนที่อยู่ไกลจากรถไฟฟ้า ก็มีสิทธิ์มาขึ้นรถไฟฟ้าสายต่างๆได้ง่ายขึ้น แล้วตอนนี้ยังมีการผลักดัน ระบบตั๋วร่วม ที่ใช้บัตรเดียว แตะจ่ายได้ทั้งเรือและรถไฟฟ้าด้วย ยิ่งทำให้ใช้งานสะดวกเข้าไปอีก ช่วยลดความยุ่งยาก
เป็นยังไงกันบ้างคะ สำหรับบทความ ทุ่มงบหลายพันล้าน เพิ่มเส้นทางเรือ-จุดเชื่อมรถไฟฟ้า จะเดินทางง่ายขึ้นจริงไหม? ช่วยทำให้เพื่อนๆเข้าใจและเห็นการเดินทางในอนาคตของกรุงเทพฯมากขึ้นมั้ยคะ ไว้โอกาสหน้าเรามีเรื่องอะไรน่าสนใจ จะเอามาทำเป็นบทความให้ทุกคนได้อ่านกันนะ 🙂
