Fashion Island มีคู่แข่งแล้ว! หลังจากที่เป็นห้างใหญ่ ตัวตึงเพียงแห่งเดียวของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกมานานกว่า 30 ปี แต่รู้กันมั้ยว่าทาง The Mall ได้แอบซุ่มเก็บที่ดินขนาดใหญ่ 122 ไร่ (ใหญ่กว่า Fashion Island ที่มีขนาด 100 ไร่) มานานแล้ว แถมอยู่ติดถนนรามอินทราและ MRT สถานีบางชันแบบ 0 เมตรคล้ายกับทำเลของ Fashion Island เลย

ซึ่งข่าวล่าสุดก็คือทาง The Mall อยู่ในระหว่างเจรจากับเจ้าของที่ดินเพื่อต่อสัญญาเช่าออกไปอีก ประกอบกับมีการเปลี่ยนสีผังเมืองในปี 2570 จากสีส้มเป็นสีแดง ทำให้สามารถทำเป็นห้าง The Mall รามอินทรา (ชื่อไม่เป็นทางการ) ได้แล้วนั่นเอง จึงดูมีวี่แววว่าเราจะเห็น The Mall รามอินทรา ในเร็วๆนี้ค่ะ

แต่ห้างใหม่บนทำเลนี้ไม่ได้มีแค่ The Mall รามอินทรา นะ เพราะยังมี LIVE RAMINTRA / Lotus’s East Ramintra / Lifestyle Mall จาก Central Group ดังนั้นพอมีห้างใหม่มาเปิดตัวแบบนี้ ก็จะดึงดูดความเจริญต่างๆเข้ามา เพิ่มความสะดวกสบายให้กับคนในย่าน อีกทั้งยังดันราคาบ้าน-คอนโดขยับสูงขึ้นด้วย

ถ้าใครที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยโซนรามอินทรา-มีนบุรีในช่วงนี้ เรามองว่าเป็นโอกาสที่ดีในการเลือกซื้อบ้าน-คอนโดในราคาจับต้องได้ง่ายอยู่ ซึ่งเราได้รวบรวมบ้าน-คอนโดมือหนึ่งในรัศมี 2 กม. จาก The Mall รามอินทรา มาให้เลือกชมกันรวมถึง 10 โครงการ แต่จะมีโครงการไหนบ้าง? แล้วห้างใหม่ทั้ง 4 แห่งบนทำเลนี้จะมีรายละเอียดอย่างไร? ตามไปดูกันต่อได้เลยค่ะ


Fashion Island ห้างใหญ่หนึ่งเดียวของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก

ปัจจุบันโครงการบ้านแนวราบฝั่งกรุงเทพฯ ตะวันออกยังมีการขยายตัวต่อเนื่องโดยขยับออกไปยังโซนรอบเมืองมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นโซนเกษตรนวมินทร์, โซนเลียบถนนกาญจนาภิเษก, โซนพระยาสุเรนทร์-ปัญญาอินทรา-เลียบคลองสองและโซนรามคำแหง-มีนบุรี เป็นต้น ทำให้ฝั่งกรุงเทพฯ ตะวันออกกลายเป็นแหล่งชุมชนขนาดใหญ่แห่งใหม่นั่นเอง

แต่ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่บนย่านนี้กลับมีเพียง Fashion Island ที่เปิดบริการมาตั้งแต่ปี 2538 หลังจากนั้นจึงมี The Promenade เป็นห้างที่มีเจ้าของเดียวกันมาเติมเต็มความต้องการคนบนทำเล จนถึงปัจจุบันก็จะมีเพียงร้านต่างๆทั่วไปหรือไม่ก็เป็น Community Mall ไม่มีห้างใหญ่ๆให้เห็นเลยค่ะ ทำให้ Fashion Island จึงกลายเป็นห้างใหญ่เพียงแห่งเดียวของโซนกรุงเทพฯ ตะวันออก

Image 1/4
Fashion Island และ The Promenade

Fashion Island และ The Promenade

Fashion Island เป็นศูนย์การค้าขนาดใหญ่บนเนื้อที่ 100 ไร่ รวมพื้นที่ใช้สอย 350,000 ตรม. พร้อมร้านค้าชั้นนำกว่า 600 ร้าน แต่ Highlight สำคัญก็คือจอดรถได้ฟรีตลอดทั้งวันนั่นเอง แถมรองรับการจอดรถได้กว่า 12,000 คัน/วัน ทำให้วนหาที่จอดรถได้ง่าย เดินช้อปปิ้งได้นานๆ แบบไม่ต้องเสียเงินค่าจอดเหมือนห้างในเมืองนั่นเอง จึงทำให้มีปริมาณผู้คนหมุนเวียนกว่า 120,000 คน/วันเลยนะคะ

Image 1/2
Fashion Island และ The Promenade

Fashion Island และ The Promenade

นอกจากนั้นที่ดินข้างๆของ Fashion Island จะเป็น The Promenade ที่เป็นห้างที่มีเจ้าของคนเดียวกัน ทำให้ทั้ง 2 ห้างนี้เหมือนเป็นห้างพี่น้อง ออกแบบมีทางเชื่อมบริเวณชั้น 2 ของทั้ง 2 ห้างด้วย เราจึงเดินเชื่อมไปทั้ง 2 ห้างได้สะดวกเลย แต่ถ้าถามถึงจุดแตกต่างของทั้ง 2 ห้างนี้ เรามองว่า The Promenade จะมีขนาดโครงการที่เล็กกว่าและออกแบบเป็น Lifestyles Mall ที่เน้นเดินเล่นชิลๆ ในบรรยากาศสบายๆกว่า Fashion Island แต่ก็ยังคงมีร้านค้า ร้านอาหารครบครัน รวมถึงยังจอดรถได้ฟรีเหมือนกันค่ะ

ดังนั้นจึงไม่แปลกใจเลยที่ Fashion Island และ The Promenade ถึงครองใจชาวรามอินทราและคนในย่านกรุงเทพฯ ตะวันออกมาตลอด 30 ปี กลายเป็น Node ความอุดมสมบูรณ์หลักของทำเลให้เรามาช้อปปิ้งกันได้ง่ายๆ ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางเข้าเมืองเพื่อไปห้างใหญ่อื่นๆ

“The Mall รามอินทรา” แซง Fashion Island ขึ้นแท่นห้างใหม่ใหญ่สุดในโซน

แต่ Fashion Island อาจไม่ใช่ห้างใหญ่เพียงแห่งเดียวอีกต่อไป เพราะทาง The Mall ได้เช่าที่ดิน 122 ไร่ บนถนนรามอินทรา แถมติด MRT สายสีชมพู สถานีบางชัน แบบ 0 เมตร มานานมากๆ แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้าอะไรเลยจนถึงปัจจุบัน ล่าสุดก็ได้มีข่าวอัปเดตว่าทาง The Mall อยู่ในระหว่างเจรจากับเจ้าของที่ดินเพื่อต่อสัญญาเช่าออกไปอีกนั่นเอง ประกอบกับการเปลี่ยนสีผังเมืองในปี 2570 ทำให้สามารถพัฒนาห้างขนาดใหญ่เป็น The Mall รามอินทรา (ชื่อไม่เป็นทางการ) ได้ จึงมีวี่แววว่าจะเริ่มพัฒนาในเร็วๆนี้และขึ้นแท่นเป็นห้างใหญ่สุดในโซนนี้ค่ะ

สีผังเมืองเปลี่ยน กลายเป็นศูนย์พาณิชยกรรมใหม่ของกรุงเทพฯ ตะวันออก

จากผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2556 ที่ใช้ในปัจจุบันจะมีการปรับปรุงและเปลี่ยน “สีผังเมืองใหม่” ในร่างผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร (ปรับปรุงครั้งที่ 4) เพื่อให้ใช้ประโยชน์ที่ดินและควบคุมการพัฒนาที่ดินให้เป็นไปอย่างมีคุณภาพ ไม่ให้กระทบหรือส่งผลเสียต่อบริเวณโดยรอบ อีกทั้งยังสอดคล้องกับเมืองในปัจจุบันที่มีความเจริญและเปลี่ยนแปลงไปจาก 13 ปีก่อนนั่นเอง

ซึ่งโซน “รามอินทรา – มีนบุรี” ก็เป็นอีก 1 โซนที่มีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงจากในอดีตเยอะมาก ไม่ว่าจะมีแนวเส้นทางรถไฟฟ้าตัดผ่านทั้ง MRT สายสีชมพู ช่วงมีนบุรี-แคราย และ MRT สายสีส้มตะวันออก ช่วงศูนย์วัฒนธรรมฯ-มีนบุรี ประกอบกับมีโครงการที่อยู่อาศัยทั้งบ้านแนวราบและคอนโดต่างๆเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง กลายเป็นแหล่งชุมชนขนาดใหญ่

ดังนั้นในร่างผังเมือง กทม. ฉบับใหม่ จึงมีการปรับพื้นที่บางส่วน รวมถึงที่ดินของ The Mall รามอินทรา (ชื่อไม่เป็นทางการ) จาก พื้นที่สีส้ม ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง (ย.6) ไปสู่พื้นที่ที่รองรับความหนาแน่นสูงขึ้น (ย.6-ย.8) รวมถึง พื้นที่สีแดง ที่ดินประเภทพาณิชยกรรม (พ.5) ในบริเวณศูนย์พาณิชยกรรมชานเมืองมีนบุรี เป็นการเพิ่มศักยภาพของพื้นที่ในโซนนี้กลายเป็นศูนย์กลางของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก ทั้งในแง่ที่อยู่อาศัย ห้างสรรพสินค้า คอนโด ออฟฟิศ โรงแรม สำนักงานและโครงการ Mixed-Use ในอนาคต อีกทั้งสามารถสร้างเป็นอาคารที่มีพื้นที่ใช้สอยได้สูงสุดถึง 7 เท่าของขนาดที่ดินเลยค่ะ (FAR 7:1) โดยจะมีการประกาศใช้ผังเมืองใหม่นี้ในปี 2570

ทุกคนคงสงสัยกันแล้วว่า “The Mall รามอินทรา จะถูกออกแบบมายังไง?” แต่จริงๆแล้วเราก็ยังไม่รู้เหมือนกันค่ะ รวมถึงคนอื่นๆด้วย เพราะว่าทาง The Mall ยังไม่ได้มีรายละเอียดอะไรเปิดเผยออกมาเลย

หากถามจากมุมมองของเรา ด้วยขนาดที่ดินขนาดใหญ่ + ผังเมืองที่ปรับเป็นสีแดง ก็เป็นไปได้มากๆที่จะเป็น Mixed-Use ขนาดใหญ่ ที่นอกจากจะมีห้างให้เรามาเดินเล่น ช้อปปิ้งกันอีกแห่งแล้ว อาจจะมีส่วนของคอนโดมิเนียม สำนักงานและโรงแรมด้วยก็ได้ ยังไงเราก็ต้องรอข่าวสารจากทาง The Mall โดยตรงอีกที หากมีข้อมูลเพิ่มเติมแล้ว เราจะมาอัปเดตกันอีกครั้งค่ะ

ห้างใหม่โซนรามอินทรา – มีนบุรี ไม่ได้มีแค่ “The Mall รามอินทรา” เท่านั้น

โซน “รามอินทรา – มีนบุรี” ยังคงเป็นทำเลที่ฮอตขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในแง่การเป็นย่านอยู่อาศัยใหม่ มีโครงการบ้านจัดสรรและคอนโดมาเปิดตัวกันมากขึ้น โดยส่วนหนึ่งมาจากการขยายตัวจากในเมืองที่มีโครงการอยู่อย่างหนาแน่นและการจราจรที่เริ่มติดขัด ประกอบกับผังเมือง กทม. ฉบับใหม่ ที่ปรับสีผังเมืองเป็นสีแดง อย่างที่เราได้พูดถึงไปก่อนหน้านี้ จึงเป็นการเปิดโอกาสในการพัฒนาอาคารเชิงพาณิชยกรรมมากขึ้น อย่างปัจจุบันที่นอกจากจะมีแผนพัฒนาของ The Mall รามอินทรา ยังมีห้างหรือ Community Mall อีก 3 แห่งที่กำลังจะมาเปิดตัวในย่านนี้

  • LIVE RAMINTRA
  • Lotus’s East Ramintra
  • Lifestyle Mall จาก Central Group

LIVE RAMINTRA

Image 1/4
LIVE RAMINTRA

LIVE RAMINTRA

Community Mall แห่งใหม่บนที่ดิน 15 ไร่ มูลค่า 330 ล้านบาท ที่นอกจากจะอยู่ติดกับถนนรามอินทราแล้ว ยังอยู่ติดรถไฟฟ้า MRT สายสีชมพู สถานีคู้บอนแบบ 0 เมตรด้วยนั่นเอง รวมถึงยังมี Skywalk ให้เดินเชื่อมจากรถไฟฟ้าไปยังภายในโครงการได้เลย

โดยออกแบบเป็นอาคาร 2 ชั้น ประกอบด้วยร้านค้าและร้านอาหารต่างๆที่ส่วนใหญ่จะออกแบบเป็นพื้นที่แบบ Semi Outdoor พร้อมพื้นที่จอดรถประมาณ 190 คัน ถึงแม้จะมีทำเลที่ดูคล้ายกับ Fashion Island และ The Mall รามอินทรา แต่ขนาดที่ดินจะเล็กกว่านะคะ ทำให้เราสามารถเปลี่ยนบรรยากาศมาเดินเล่นชิลๆที่ LIVE RAMINTRA ที่ตั้งอยู่บนถนนรามอินทราและติดรถไฟฟ้าได้เหมือนกัน ซึ่งปัจจุบันได้เปิดบริการแล้ว แต่ยังไม่คึกคักมากนัก เพราะหลายๆร้านกำลังทยอยมาเปิดอยู่ค่ะ

สำหรับ Lotus’s East Ramintra จะตั้งอยู่ติดถนนรามอินทรา เยื้องกับ The Mall รามอินทรา โดยจะอยู่ใกล้ๆกับซอยรามอินทรา 119 หรืออยู่ระหว่าง MRT สถานีบางชันและเศรษฐบุตรบำเพ็ญนั่นเอง แต่ปัจจุบันยังอยู่ในระหว่างการจัดทำและยื่นขอ EIA จึงไม่มีรายละเอียดมากนัก รวมถึงยังมี Lifestyle Mall ใหม่จาก Central Group ที่ตั้งอยู่ติดถนนรามคำแหง ตรงข้ามกับไทวัสดุ สุขาภิบาล 3 แต่ปัจจุบันทาง Central Group ยังไม่ได้เปิดเผยชื่อโครงการหรือข้อมูลอย่างเป็นทางการเหมือนกัน เราคงต้องรอลุ้นอีกทีค่ะ


บ้าน-คอนโดในรัศมี 2 กม. จาก The Mall รามอินทรา

หลังจากเห็นถึงศักยภาพในอนาคตของโซน “รามอินทรา – มีนบุรี” ที่กำลังเติบโตต่อเนื่องแล้ว เราจึงรวบรวมบ้าน-คอนโดมือหนึ่งในรัศมี 2 กม. จาก The Mall รามอินทรา มาให้อ่านกันด้วย เพราะปัจจุบันถือเป็นทำเลที่มีราคาจับต้องได้ง่าย มีโอกาสเลือกซื้อก่อนที่ The Mall รามอินทรา และห้างอื่นๆจะสร้างเสร็จและดันราคาบ้าน-คอนโดปรับสูงขึ้นค่ะ งั้นเราไปดูกันต่อเลย

คอนโดมิเนียม

  • The Celine Bangchan Station (เดอะ ซีลีน บางชัน สเตชั่น)
    – ราคาเริ่มต้น 1.42 ล้านบาท*
    – พรีวิว >> คลิกที่นี่
  • The Origin Setthabut Station (ดิ ออริจิ้น เศรษฐบุตร สเตชั่น)
    – ราคาเริ่มต้น 1.49 ล้านบาท*
    – รีวิวเจาะลึก >> คลิกที่นี่
  • Atmoz Flow Minburi (แอทโมซ โฟลว์ มีนบุรี)
    – ราคาเริ่มต้น 1.69 ล้านบาท*
    – รีวิวเจาะลึก >> คลิกที่นี่
  • JW Station @Ramintra (เจดับบลิว สเตชั่น แอท รามอินทรา)
    – ราคาเริ่มต้น 3.59 ล้านบาท*
    – พรีวิว >> คลิกที่นี่

บ้านแนวราบ

  • PLENO รามอินทรา – บางชันสเตชั่น 2
    – ทาวน์โฮม 2 ชั้น จำนวน 164 ยูนิต พื้นที่ใช้สอย 160 ตร.ม.
    – ราคาเริ่มต้น 2.99 ล้านบาท*
  • CURATOR Ramintra 117 (คิวเรเตอร์ รามอินทรา 117)
    – ทาวน์โฮม 2 ชั้น จำนวน 151 ยูนิต พื้นที่ใช้สอย 101-160 ตร.ม.
    – ราคาเริ่มต้น 3.09 ล้านบาท*
    – รีวิวเจาะลึก >> คลิกที่นี่
  • Grande Pleno Ramintra – Bangchan Station (แกรนด์ พลีโน่ รามอินทรา-บางชัน สเตชั่น)
    – ทาวน์โฮมและบ้านแฝด 2 ชั้น จำนวน 123 ยูนิต พื้นที่ใช้สอย 119 – 155 ตร.ม.
    – ราคาเริ่มต้น 3.99-4.99 ล้านบาท*
    – พรีวิว >> คลิกที่นี่
  • CENTRO RAMINTRA 2 (เซนโทร รามอินทรา 2)
    – บ้านเดี่ยว 2 ชั้น จำนวน 194 ยูนิต พื้นที่ใช้สอย 193 – 274 ตร.ม.
    – ราคาเริ่มต้น 8.79 – 12 ล้านบาท*
    – พรีวิว >> คลิกที่นี่
  • Milton Residence Ramintra (มิลตัน เรสซิเดนซ์ รามอินทรา)
    – บ้านเดี่ยว 2 ชั้น จำนวน 121 ยูนิต พื้นที่ใช้สอย 281 – 477 ตร.ม.
    – ราคาเริ่มต้น 11.99-18.99 ล้านบาท*
    – รีวิวเจาะลึก >> คลิกที่นี่
  • Grand Bangkok Boulevard Ramintra – Kasetnawamin (แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด รามอินทรา – เกษตรนวมินทร์)
    – บ้านเดี่ยว 2 ชั้น จำนวน 70 ยูนิต พื้นที่ใช้สอย 420-772 ตร.ม.
    – ราคาเริ่มต้น 29.9 – 80 ล้านบาท*
    – รีวิวเจาะลึก >> คลิกที่นี่


คอนโดมิเนียม

The Celine Bangchan Station (เดอะ ซีลีน บางชัน สเตชั่น)

ราคาเริ่มต้น 1.42 ล้านบาท*

Image 1/7
The Celine Bangchan Station

The Celine Bangchan Station

ถือเป็นคอนโดที่มีราคาจับต้องได้ง่ายที่สุด ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 1.42 ล้านบาท* รวมถึงยังมีจำนวนยูนิตเพียง 79 ยูนิตเท่านั้น เหมาะกับคนที่ชอบความเป็นส่วนตัวสูง บรรยากาศภายในโครงการที่เงียบสงบ

ออกแบบเป็นคอนโด Low Rise 6 ชั้น จำนวน 79 ยูนิต พร้อมพื้นที่จอดรถประมาณ 39% ตั้งอยู่ในซอยรามอินทรา 115 ที่ปากซอยจะเป็นรถไฟฟ้า MRT สถานีบางชันที่ห่างเพียง 150 เมตร จึงเดินทางด้วยรถยนต์หรือรถไฟฟ้าก็สะดวก

ด้วยตัวโครงการที่มีขนาดเล็ก พื้นที่ส่วนกลางจึงไม่ได้มีขนาดใหญ่มากนัก แต่ก็ออกแบบฟังก์ชันหลักๆมาครบครันทั้ง Fitness, สระว่ายน้ำ และสวนลอยฟ้า สำหรับแบบห้องของโครงการจะมีตั้งแต่ 1 Bedroom-2 Bedroom Duo ขนาด 25-54 ตร.ม. พร้อมความสูงจากพื้นถึงฝ้าอยู่ที่ 2.7-4.2 เมตร จึงได้บรรยากาศภายในห้องที่โปร่งสบายมากๆนั่นเอง

 

The Origin Setthabut Station (ดิ ออริจิ้น เศรษฐบุตร สเตชั่น)

ราคาเริ่มต้น 1.49 ล้านบาท*

Image 1/14
The Origin Setthabut Station

The Origin Setthabut Station

จุดเด่นของโครงการนี้ก็คือทำเลที่ติดถนนใหญ่สุวินทวงศ์ เชื่อมไปยังถนนหลักได้หลายสาย ที่สำคัญคืออยู่ติด Big C สุวินทวงศ์ด้วย จึงหายห่วงเรื่องการใช้ชีวิตและอาหารการกินเลย เพราะเดินไปช้อปปิ้งได้สะดวกมากๆนั่นเอง แต่รถไฟฟ้าที่ใกล้สุดจะเป็น MRT สถานีเศรษฐบุตรบำเพ็ญที่ห่างออกไป 850 เมตร ด้วยระยะห่างที่ไม่ได้ใกล้มากนัก ทางโครงการจึงมีรถรับ-ส่งไปยังสถานีรถไฟฟ้าแทนค่ะ

ตัวโครงการออกแบบเป็นคอนโด Low Rise 8 ชั้น 2 อาคาร จำนวน 520 ยูนิต พร้อมพื้นที่จอดรถ 36% รวมจอดซ้อนคัน อีกทั้งแยกพื้นที่ส่วนกลางออกจากอาคารพักอาศัย เพื่อช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวและเหมาะแก่การพักผ่อนมากขึ้น โดย Clubhouse สูง 2 ชั้นจะอยู่ตรงกลางระหว่าง 2 อาคาร ไม่ว่าลูกบ้านจะอยู่อาคารไหนก็ใช้งานได้ง่าย ซึ่งชั้น 1 จะมีสระว่ายน้ำยาว 27 เมตร, Live Studio 2 ห้อง, Co-Working Space Free WIFI และ Fitness ส่วนชั้น 2 เป็น Green Relaxing Area ค่ะ

แบบห้องจะเน้น 1 Bedroom เป็นหลัก พื้นที่ใช้สอย 24-48.7 ตร.ม. อยู่อาศัย 1-2 คนได้ เหมาะทั้งกลุ่มคนทำงานและคู่รัก ออกแบบพื้นที่ภายในห้องแบ่งเป็นสัดส่วน มีประตูกระจกบานเลื่อนกั้นระหว่างห้องนั่งเล่นและห้องนอน แถมได้ครัวปิดทุกห้อง ทำอาหารได้จริงจัง อีกทั้งขายในรูปแบบ Fully Fitted พร้อมเฟอร์ฯ Built-in ทั้งห้องด้วย

 

Atmoz Flow Minburi (แอทโมซ โฟลว์ มีนบุรี)

ราคาเริ่มต้น 1.69 ล้านบาท*

Image 1/14
Atmoz Flow Minburi

Atmoz Flow Minburi

คอนโด Low Rise 8 ชั้น 3 อาคาร จำนวน 739 ยูนิต พร้อมพื้นที่จอดรถ 32% ตั้งอยู่ติดกับถนนสีหบุรานุกิจ ใกล้ MRT สถานีตลาดมีนบุรีประมาณ 500 เมตร แถมมี Mingle Hill มีนบุรี เป็น Community Mall อยู่บริเวณด้านหน้าทางเข้า-ออกโครงการ ทำให้ลูกบ้านมาจับจ่ายใช้สอยได้ง่ายเลย

พื้นที่ส่วนกลางถือเป็น Highlight ของโครงการนี้ตามสไตล์ AssetWise นั่นเอง เพราะออกแบบมีพื้นที่ส่วนกลางกว่า 35 ฟังก์ชัน ให้มาเยอะกว่าคอนโดเพื่อนบ้าน โดยชั้น 1 จะเป็นพื้นที่สระว่ายน้ำและสวนสีเขียว ชั้น 2 เป็นพื้นที่ออกกำลังกายและสังสรรค์ ส่วนชั้น 3 และชั้นดาดฟ้าเป็นโซนชมวิว นอกจากนั้นยังจัดพื้นที่ส่วนกลางนี้อยู่บริเวณตรงกลางโครงการ ถือเป็นการออกแบบที่นิยมในคอนโด Low Rise แบบนี้ เพราะห้องพักส่วนนึงจะได้วิวส่วนกลางสวยๆนั่นเอง

สำหรับแบบห้องของโครงการจะมีให้เลือกตั้งแต่ 1 Bedroom 23 ตร.ม. – 1 Bedrooms Plus 32 ตร.ม. ที่ออกแบบฟังก์ชันครบครัน พื้นที่ครัวปิดที่ทำอาหารได้จริงและระเบียงส่วนตัวขนาดใหญ่ที่สามารถตากผ้าได้สบาย นอกจากนั้นยังได้หน้าต่างบานใหญ่มองเห็นวิวได้กว้างอีกด้วย รวมถึงยังขายในรูปแบบ Fully Furnished ให้เฟอร์นิเจอร์มาครบทั้ง Built-in และลอยตัว จึงประหยัดเงินไปได้เยอะเลยค่ะ

JW Station @Ramintra (เจดับบลิว สเตชั่น แอท รามอินทรา)

ราคาเริ่มต้น 3.59 ล้านบาท*

Image 1/9
JW Station @Ramintra

JW Station @Ramintra

ถือเป็นคอนโดแห่งเดียวในบทความนี้ที่ออกแบบเป็นคอนโด High Rise 20 ชั้น มีจำนวน 275 ยูนิต พร้อมพื้นที่จอดรถประมาณ 39% โดยตั้งอยู่บนถนนรามอินทรา ใกล้แยกมีนบุรี รวมถึงเป็นคอนโดที่ใกล้รถไฟฟ้ามากที่สุดในบทความนี้ เพราะห่างจาก MRT สถานีเศรษฐบุตรบำเพ็ญประมาณ 100 เมตรเท่านั้น จึงเดินทางเข้าเมืองได้ง่ายๆเลยค่ะ

นอกจากนั้นข้อดีของคอนโด High Rise แบบนี้ก็คือได้พื้นที่ส่วนกลางเปิดรับวิวเมืองมุมสูง ด้วยการออกแบบสวนพักผ่อนลอยฟ้า ทั้ง Sky Garden และ Sky Lounge อยู่ชั้นบนสุดนั่นเอง ส่วนสระว่ายน้ำระบบเกลือ พร้อม Jacuzzi, ห้อง Fitness จะอยู่ที่ชั้น 4 นะคะ

ห้องพักของโครงการจะมีทั้ง 1 Bedroom, 1 Bedroom Plus, 2 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 23.90 – 57 ตร.ม. ที่ออกแบบพื้นที่ภายในห้องเป็นสัดส่วน พร้อมห้องครัวแบบปิดทุกห้อง ถูกใจคนที่ชอบทำอาหารเลย นอกจากนั้นยังออกแบบฝ้าเพดานสูง 2.7 เมตร เพิ่มบรรยากาศโปร่งสบาย ไม่อึดอัด พร้อมตกแต่งแบบ Fully Furnished พร้อมเข้าอยู่ด้วย

บ้านแนวราบ

PLENO Ramintra – Bangchan Station 2 (พลีโน่ รามอินทรา บางชัน สเตชั่น 2)

ราคาเริ่มต้น 2.99 ล้านบาท*

Image 1/10
PLENO Ramintra – Bangchan Station 2

PLENO Ramintra – Bangchan Station 2

หลังจาก PLENO รามอินทรา – บางชัน สเตชั่น ได้ Sold Out ไปแล้ว ก็ได้ต่อยอดเป็นโครงการ PLENO รามอินทรา – บางชันสเตชั่น 2 มีจุดเด่นอย่างราคาเริ่มต้น 2.99 ล้านบาท* แถมออกแบบเป็นทาวน์โฮม 2 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 160 ตร.ม. จำนวน 164 ยูนิต บนที่ดินประมาณ 15 ไร่ครึ่ง ถือว่ามีพื้นที่ใช้สอยคุ้มค่าราคาเลยค่ะ

ถึงแม้จะมีแบบบ้านให้เลือกแบบเดียว แต่เป็นบ้านหน้ากว้าง 5.5 เมตร ฟังก์ชันครบ 3 ห้องนอน / 2 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ จึงอยู่เป็นคู่รักหรือครอบครัวขนาดเล็กได้สบาย ส่วนพื้นที่ส่วนกลางก็ครบครันทั้ง Clubhouse, Fitness, Co-Working Space, สระว่ายน้ำระบบเกลือ, สวนสีเขียว รวมถึงออกแบบมีผืนน้ำ ช่วยสร้างบรรยากาศใกล้ชิดธรรมชาติได้ดีมากๆ แถมเป็นวิวสวยๆให้กับตัวบ้านด้วย ถือว่าหาได้ยากนะกับโครงการทาวน์โฮมระดับราคานี้แต่ได้ผืนน้ำอยู่กลางโครงการ

ส่วนที่ตั้งของโครงการจะอยู่ในซอยรามอินทรา 117 ผ่านซอยเจริญพัฒนาเข้าไปด้านในอีก สามารถไปยังซอยหทัยราษฎร์ 15 เพื่อไปเส้นหทัยราษฎร์ที่เต็มไปด้านร้านค้า ร้านอาหาร ตลาดสดและร้านสะดวกซื้อได้ง่ายเลย อีกทั้งอยู่ไม่ไกลจากศูนย์การค้า Fashion Island, The Promenade, Big C, Lotus’s, Makro รวมถึงสถานศึกษาและโรงพยาบาลหลายแห่ง

 

CURATOR Ramintra 117 (คิวเรเตอร์ รามอินทรา 117)

ราคาเริ่มต้น 3.09 ล้านบาท*

Image 1/15
CURATOR Ramintra 117

CURATOR Ramintra 117

โครงการนี้จะตั้งอยู่ในซอยเจริญพัฒนา ที่เชื่อมต่อกับซอยรามอินทรา 117 ใกล้ๆกับโครงการก่อนหน้านี้เลยนะ แต่จุดเด่นของโครงการนี้จะเป็นเรื่องดีไซน์บ้าน โดยออกแบบเป็นทาวน์โฮม 2 ชั้น ที่ดินเริ่มต้น 17.10-25 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 101-160 ตร.ม. จำนวน 151 ยูนิต บนที่ดิน 13-3-68.5 ไร่ โดยเลือกได้ถึง 3 แบบบ้าน ซึ่งเราไม่ค่อยเห็นโครงการที่มีแบบบ้านทาวน์โฮมให้เลือกเยอะแบบนี้ ส่วนใหญ่จะมีเพียง 1-2 แบบ ซึ่งแต่ละแบบบ้านก็จะออกแบบมีจุดเด่นที่แตกต่าง เช่น ฝ้าเพดานสูง 3.40 เมตร มี Double Volume และ Skylight ภายในบ้าน รวมถึงออกแบบผนังบางส่วนให้สามารถทุบหรือต่อเติมตามการใช้งานได้

สำหรับพื้นที่ส่วนกลางจะอยู่ด้านหน้าโครงการ จึงเป็นมุมต้อนรับที่สวยงาม ส่วนโซนบ้านก็เงียบสงบ อาคาร Clubhouse ประกอบไปด้วย Co-Working Space, สระว่ายน้ำระบบเกลือ ทั้งเด็กและผู้ใหญ่, ห้องออกกำลังกาย เชื่อมต่อกับสวนสีเขียวที่มีสนามเด็กเล่น ทำให้ใช้งานได้ต่อเนื่อง นอกจากนั้นด้วยที่ดินโครงการที่เป็นแนวยาวและลึก จึงทำให้บ้านทุกหลังอยู่ติดถนน ช่วยให้เข้า-ออกบ้านได้ง่ายดีเลย

 

Grande Pleno Ramintra – Bangchan Station (แกรนด์ พลีโน่ รามอินทรา-บางชัน สเตชั่น)

ราคาเริ่มต้น 3.99-4.99 ล้านบาท*

Image 1/10
Grande Pleno Ramintra – Bangchan Station

Grande Pleno Ramintra – Bangchan Station

ที่ตั้งของโครงการนี้ก็อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจาก 2 โครงการด้านบน เพราะอยู่ในซอยรามอินทรา 117 ก่อนจะเลี้ยวไปซอยเจริญพัฒนานั่นเอง ออกแบบเป็นโครงการ Mixed Product ทาวน์โฮมและบ้านแฝด 2 ชั้น จำนวน 123 ยูนิต บนที่ดิน 21 ไร่ ทำให้รองรับทั้งกลุ่มที่มีงบจำกัดก็เลือกซื้อทาวน์โฮมได้หรือถ้าเป็นครอบครัวขยายก็ขยับไปเลือกบ้านแฝดนั่นเอง สำหรับแบบบ้านทาวน์โฮมจะมีเพียงแบบเดียว มีที่ดินเริ่มต้น 23.6 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 119 ตร.ม. ฟังก์ชัน 3 ห้องนอน / 3 ห้องน้ำ / 2 ที่จอดรถ แต่ออกแบบเป็นบ้านหน้ากว้าง 6.65 เมตร แตกต่างจากทาวน์โฮมทั่วไป (หน้ากว้าง 5.0-5.6 เมตร) จึงดูสวยงามและเปิดรับแสงธรรมชาติ-วิวได้มากขึ้น ส่วนบ้านแฝดจะมีให้เลือกถึง 4 แบบ ที่ดินเริ่มต้น 35.2-44.6 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 146 – 155 ตร.ม. รองรับได้ 3-4 ห้องนอนเลยค่ะ

สำหรับพื้นที่ส่วนกลางก็จะออกแบบอยู่ด้านหน้าโครงการ พร้อมฟังก์ชันครบครัน ทำให้ลูกบ้านพักผ่อนได้เป็นส่วนตัวมากขึ้น ส่วนสวนสีเขียวก็อยู่ใกล้ๆ โดยจะออกแบบเป็นสวนแนวยาว ที่นอกจากจะเป็นพื้นที่กิจกรรมให้ใช้งานแล้ว ยังสร้างบรรยากาศร่มรื่นในโครงการด้วย

 

CENTRO RAMINTRA 2 (เซนโทร รามอินทรา 2)

ราคาเริ่มต้น 8.79 – 12 ล้านบาท*

Image 1/10
CENTRO RAMINTRA 2

CENTRO RAMINTRA 2

ก่อนหน้านี้ก็มี CENTRO รามอินทรา แล้ว จากนั้นก็ต่อยอดเป็น CENTRO RAMINTRA 2 (เซนโทร รามอินทรา 2) นั่นเอง และเป็นอีกโครงการที่ตั้งอยู่ภายในซอยเจริญพัฒนา แต่จะอยู่ช่วงต้นซอยจึงเชื่อมต่อไปซอยรามอินทรา 117 และซอยหทัยราษฎร์ 15 ได้ง่าย ออกแบบเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น จำนวน 194 ยูนิต บนที่ดิน 48 – 3 – 19.8 ไร่ ทำให้คนที่อยากมีบ้านเดี่ยวบนทำเลนี้แต่มีงบไม่เกิน 10 ล้านบาทก็เลือกซื้อได้นั่นเอง

โดยตัวบ้านจะเป็นสไตล์ Modern ดูเรียบง่าย แตกต่างจากโครงการเพื่อนบ้านที่ออกแบบในสไตล์ยุโรป มีพื้นที่ใช้สอย 193 – 274 ตร.ม. ฟังก์ชัน 3-4 ห้องนอน / 3-5 ห้องน้ำ / 2-3 ที่จอดรถ จึงรองรับครอบครัวเล็ก-ใหญ่ได้สบายๆ

สำหรับพื้นที่ส่วนกลางทั้ง Clubhouse และสวนสีเขียวจะอยู่บริเวณด้านหน้าโครงการ เพื่อเพิ่มบรรยากาศที่เงียบสงบและเป็นส่วนตัวให้กับโซนบ้านนั่นเอง แต่ที่เราชอบก็คือการออกแบบพื้นที่สีเขียวแนวยาวและมีขนาดใหญ่บริเวณตรงกลางโครงการ ใกล้ๆซุ้มประตู เพราะนอกจากจะสร้างบรรยากาศร่มรื่นเวลาเข้า-ออกโครงการ ยังสร้างความน่าอยู่อาศัยและเป็นวิวสีเขียวให้ตัวบ้านด้วยนั่นเอง

 

Milton Residence Ramintra (มิลตัน เรสซิเดนซ์ รามอินทรา)

ราคาเริ่มต้น 11.99-45.95 ล้านบาท*

Image 1/15
Milton Residence Ramintra

Milton Residence Ramintra

จุดเด่นของโครงการนี้จะเป็นที่ตั้งของโครงการ เพราะอยู่ติดถนนใหญ่รามอินทรา ช่วงระหว่างซอยรามอินทรา 119 และ 121 จึงเดินทางได้ง่าย ไม่ต้องเข้าซอยลึก อีกทั้งยังใกล้ MRT สถานีเศรษฐบุตรบำเพ็ญเพียง 270 เมตร ทำให้มีตัวเลือกในการเดินทางได้หลากหลาย

พื้นที่ส่วนกลางก็จะมี Clubhouse ด้านหน้าโครงการ ที่มีฟังก์ชันครบครันทั้ง Lobby, สระว่ายน้ำ, Fitness, Lounge รวมถึงมีพื้นที่สวนสีเขียวอยู่ตรงกลางโครงการด้วย ขนาดประมาณ 1-2-94 ไร่ จึงทำให้ลูกบ้านเข้าถึงพื้นที่ส่วนกลางได้ง่าย

ส่วนตัวบ้านจะออกแบบเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้นในสไตล์ American Luxury Comfort จำนวน 121 ยูนิต บนที่ดิน 79-1-8 ไร่ โดยมีที่ดินเริ่มต้น 75-108 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 281-477 ตร.ม. รองรับ 4 ห้องนอนได้ทุกหลัง จึงอยู่เป็นครอบครัวขนาดใหญ่ พร้อมผู้สูงอายุได้สบายๆ รวมถึงยังจอดรถได้ตั้งแต่ 4 คันไปจนถึงสูงสุด 6 คันเลยนะ ทำให้ถือว่าเป็นบ้านที่ได้ฟังก์ชันครบ คุ้มค่าราคาเลยนั่นเอง

 

Grand Bangkok Boulevard Ramintra – Kasetnawamin (แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด รามอินทรา – เกษตรนวมินทร์)

ราคาเริ่มต้น 29.9 – 80 ล้านบาท*

Image 1/17
Grand Bangkok Boulevard Ramintra – Kasetnawamin

Grand Bangkok Boulevard Ramintra – Kasetnawamin

เป็นโครงการระดับ Luxury ที่มีราคาเริ่มต้น 29.9 – 80 ล้านบาท* ที่เราไม่ค่อยเห็นกันบ่อยๆในย่านนี้ จึงถือเป็น Product หายากนั่นเอง อีกทั้งยังเน้นความเป็นส่วนตัวในการอยู่อาศัยด้วยจำนวนเพื่อนบ้านเพียง 70 ยูนิต บนที่ดิน 47-0-2.1 ไร่

ตัวบ้านก็ออกแบบเป็นบ้านหลังใหญ่ ที่ดินเริ่มต้น 82-112 ตร.วา แต่มีที่ดินใหญ่สุดถึง 300 ตร.วาด้วยนะ เหมาะกับคนที่อยากได้เนื้อที่รอบบ้านเยอะๆค่ะ นอกจากนั้นยังมีแบบบ้าน NEW SERIES ที่เพิ่งเปิดตัวในช่วงที่ผ่านมาให้เลือกด้วย โดยจะมีพื้นที่ใช้สอย 420-772 ตร.ม. ได้ห้องนอนชั้นล่างทุกหลังพร้อมที่จอดรถ 3 – 5 คัน รวมถึงเน้นฟังก์ชันแบบ Double ทั้ง Grand Double Living Area , Grand Double Master Bedroom และ Double Volume พื้นที่ฝ้าเพดานสูง

การออกแบบพื้นที่ส่วนกลางจะได้แรงบันดาลใจมาจากมหาวิหารเมือง Florence ทำให้อาคาร Clubhouse ที่อยู่ด้านหน้าโครงการจะได้กลิ่นอายหรูหราแบบอิตาลี เป็นมุมต้อนรับที่สวยงาม โดยมีพื้นที่ใช้สอยถึง 1,500 ตร.ม. ประกอบด้วย Grand Lobby, สระว่ายน้ำ, Co – Working Space, Meeting Room, Fitness, Recreation Room และ Private Studio รวมถึงยังมีพื้นที่สวนหย่อมแนวยาวขนาดกว่า 1 ไร่อยู่ด้านในสุดของโครงการ พร้อมเดินสายไฟลงดินทั้งโครงการ ได้ทัศนียภาพที่สวยงามสะอาดตาสมเป็นโครงการบ้านหรูค่ะ


Source of Information :