
Mega Project ที่อาจพลิกโฉม “ภาคใต้” จากสวรรค์ของนักท่องเที่ยว กลายเป็นศูนย์กลาง Logistic ระดับโลกในพริบตาเดียว… พร้อมคำถามใหญ่ที่ไม่ได้มีแค่เรื่องเศรษฐกิจ แต่ยังมีคำถามเกี่ยวกับวิถีชีวิตของผู้คน สิ่งแวดล้อม ธรรมชาติ และทิศทางของเมืองในอนาคต เมื่อท่าเรือ ถนน รถไฟ และอุตสาหกรรมกำลังจะเข้ามาแทนที่ความสงบของชายฝั่ง วันนี้โอกาสการลงทุนอาจจะมา…แต่ความไม่แน่นอน และความสงสัยก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน แล้วอสังหาฯ ภาคใต้กำลังจะไปทางไหนกันแน่ บทความนี้เรามาวิเคราะห์โครงการ Land Bridge (แลนด์บริดจ์) พร้อมหาคำตอบไปพร้อม ๆ กันครับ
Land Bridge (แลนด์บริดจ์) คืออะไร
“Land Bridge (แลนด์บริดจ์)” คือเส้นทางการขนส่งที่เชื่อมต่อระหว่าง ทะเลฝั่งอันดามันและทะเลฝั่งอ่าวไทย มีโครงการจากฝั่งทะเลอันดามัน บริเวณแหลมอ่าวอ่าง ต.ราชกรูด อ.เมือง จ.ระนอง ไปถึงฝั่งอ่าวไทย บริเวณแหลมริ่ว ต.บางน้ำจืด อ.หลังสวน จ.ชุมพร มีระยะทางรวมประมาณ 89.35 กิโลเมตร โดยจะประกอบด้วยโครงสร้างหลัก ๆ ได้แก่ ท่าเรือน้ำลึก, ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (Motorway), ทางรถไฟ และท่อส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ
แนวเส้นทางโครงการ Land Bridge
แนวโครงการ Land Bridge (แลนด์บริดจ์) จะเป็นโครงการที่เชื่อมท่าเรือน้ำลึกทั้ง 2 ฝั่งระหว่างทะเลอันดามันและอ่าวไทย เพื่อประโยชน์ด้านการขนส่งสินค้าต่าง ๆ โดยจะเชื่อมต่อกันด้วยทางหลวงพิเศษ (Motorway) ทางรถไฟสำหรับขนส่งสินค้าและโดยสาร มีระยะทางรวมประมาณ 89.35 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดชุมพรและจังหวัดระนอง
ท่าเรือน้ำลึก (แหลมริ่ว) จ.ชุมพร
ท่าเรือน้ำลึกแหลมริ่ว เป็นท่าเรือฝั่งอ่าวไทย จะตั้งอยู่บริเวณแหลมริ่ว ต.บางน้ำจืด อ.หลังสวน จ.ชุมพร ตัวท่าเรือจะอยู่ห่างจากแหลมริ่วประมาณ 680 เมตร มีสะพานยาวประมาณ 2.5 กิโลเมตร เพื่อเชื่อมทางรถไฟและถนน Motorway โดยท่าเรือมีขนาดประมาณ 2,970 x 4,643 เมตร ถือว่ามีขนาดใหญ่เกือบ ๆ 14 ตารางกิโลเมตรเลยทีเดียว หรือประมาณ 8,700 กว่าไร่ เทียบให้เห็นภาพคือมีขนาดใหญ่กว่าท่าอากาศยานดอนเมืองประมาณ 2.2 เท่าเลยทีเดียว (ท่าอากาศยานดอนเมือง มีขนาดประมาณ 6.12 ตารางกิโลเมตร) บริเวณท่าเรือจะมีคลัง Container สำหรับขนส่งขึ้น-ลงเรือ ท่าเทียบเรือ มีการทำแนวเขื่อนกันคลื่น ขุดลอกทะเล ถมทะเล และระบบสาธารณูปโภคต่าง ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกบนท่าเรือ
ท่าเรือน้ำลึก (แหลมอ่าวอ่าง) จ.ระนอง
ท่าเรือน้ำลึกแหลมอ่าวอ่าง เป็นท่าเรือฝั่งทะเลอันดามัน จะตั้งอยู่บริเวณแหลมอ่าวอ่าง ต.ราชกรูด อ.เมือง จ.ระนอง ตัวท่าเรือจะอยู่ห่างจากแหลมอ่าวอ่างประมาณ 800 เมตร มีสะพานยาวประมาณ 2.48 กิโลเมตร เพื่อเชื่อมกับพื้นดินมีทางรถไฟและถนน Motorway เพื่อขนส่งสินค้าต่าง ๆ ไปลงท่าเรือฝั่งอ่าวไทย ที่จังหวัดชุมพร ได้สะดวก โดยท่าเรือแหลมอ่าวอ่างจะมีขนาดประมาณ 5,953 x 3,291 เมตร ถือว่ามีขนาดใหญ่เกือบ ๆ 20 ตารางกิโลเมตรเลยทีเดียวครับ หรือประมาณ 12,500 ไร่เทียบให้เห็นภาพคือมีขนาดใหญ่กว่าท่าอากาศยานดอนเมืองประมาณ 3 เท่าเลยทีเดียว (ท่าอากาศยานดอนเมือง มีขนาดประมาณ 6.12 ตารางกิโลเมตร) บริเวณท่าเรือจะมีคลัง Container สำหรับขนส่งขึ้น-ลงเรือ ท่าเทียบเรือ มีการทำแนวเขื่อนกันคลื่น ขุดลอกทะเล ถมทะเล และระบบสาธารณูปโภคต่าง ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกบนท่าเรือ เช่นกัน โดยท่าเรือแหลมอ่าวอ่างจะตั้งอยู่ใกล้กับเกาะพยาม ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติของจังหวัดระนอง ที่มีคนตั้งฉายาไว้ว่าเป็นมัลดีฟส์เมืองไทยครับ
ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (Motorway) สาย MR-8 (ชุมพร – ระนอง)
โครงการ Land Bridge (แลนด์บริดจ์) จะมีการตัดทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (Motorway) สาย MR-8 (ชุมพร – ระนอง) เชื่อมต่อระหว่างท่าเรือ 2 ฝั่ง โดยจะมีทางแยกต่างระดับอยู่ 3 จุด จุดพักรถขนาดเล็ก 2 จุด ในพื้นที่ ต.วังตะกอ
อ.หลังสวน จ.ชุมพร และในพื้นที่ ต.พะโต๊ะ อ.พะโตะ จ.ชุมพร รวมถึงมีศูนย์บริการทางหลวง (Service Center) ในโครงการจะมีที่พักริมทางขนาดใหญ่ 1 แห่ง ในพื้นที่ ต.พะโต๊ะ อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร
- ทางแยกต่างระดับนาขา : เป็นการทำทางแยกต่างระดับกับทางหลวงหมายเลข 41 (ชุมพร – สุราษฎร์ธานี) บริเวณใกล้ตัวอำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร รองรับการเดินทางเชื่อมต่อจังหวัดชุมพรและจังหวัดสุราษฎร์ธานี
- ทางแยกต่างระดับพะโต๊ะ : เป็นการทำทางแยกต่างระดับกับทางหลวงหมายเลข 4006 (หลังสวน – พะโต๊ะ – ราชกรูด) บริเวณใกล้ตัวอำเภอพะโต๊ะ รองรับการเดินทางเข้า-ออกบริเวณอำเภอพะโต๊ะ จังหวัดชุมพร
- ทางแยกต่างระดับราชกรูด : เป็นการทำทางแยกต่างระดับกับทางหลวงหมายเลข 4006 (หลังสวน – พะโต๊ะ – ราชกรูด) รองรับการเดินทางเชื่อมต่อจังหวัดระนองและจังหวัดพังงา
โดยแนว ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (Motorway) สาย MR-8 (ชุมพร – ระนอง) ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองขนาด 4 – 6 ช่องจราจร จะมีความกว้างช่องจราจรละ 3.60 เมตร ไหล่ทางด้านในกว้าง 1.00 เมตร ไหล่ทางด้านนอกกว้าง 3.00 เมตร มีเกาะกลางแบบแผงกั้นคอนกรีต (Concrete Barrier) เขตทางของทางหลวงพิเศษฯ กว้าง 80 เมตร ขนานไปกับทางรถไฟสายชุมพร – ระนอง ที่มีเขตทางกว้าง 45 เมตร รูปแบบนี้จะมีเขตทางรวม 125 เมตร ส่วนกรณีผ่านพื้นที่ชุมชน จะมีทางถนนบริการเชื่อมต่อโครงข่ายถนนเดิมเป็นช่วง ๆ ตามความจำเป็น ขนาด 2 ช่องจราจร กว้างช่องจราจรละ 3.50 เมตร ไหล่ทางกว้าง 1.00 เมตร บนเขตทางกว้าง 15 เมตร ส่วนบริเวณพื้นที่ที่เป็นภูเขาสูง หรือบริเวณที่แนวเส้นทางตัดผ่านพื้นที่สูงต่ำสลับซับซ้อน และบริเวณที่เป็นทางน้ำธรรมชาติ แม่น้ำหรือคลอง รวมถึงป่าชายเลน จะเป็นสะพานขนาด 4 – 6 ช่องจราจร
นอกจากนี้บริเวณที่เป็นภูเขาสูงไม่สามารถก่อสร้างรูปแบบทั่วไปหรือรูปแบบสะพานได้ จะพิจารณาออกแบบถนนโครงการเป็นรูปแบบอุโมงค์ของทางหลวงพิเศษฯ เป็นแบบ 2 อุโมงค์ แยกทิศทางการจราจร
ทางรถไฟสายชุมพร – ระนอง
แนวทางรถไฟสายชุมพร – ระนอง มีแนวเส้นทางขนานไปกับ ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (Motorway) สาย MR-8 (ชุมพร – ระนอง) มีการสร้างสถานีรวม 5 สถานี ดังนี้
- สถานีท่าเรือระนอง : ตั้งอยู่ใกล้กับท่าเรือฝั่งอันดามัน แหลมอ่าวอ่าง ต.ราชกรูด อ.เมือง จ.ระนอง
- สถานีราชกรูด : ตั้งอยู่ใกล้กับสามแยกราชกรูด (จุดตัดถนนเพชรเกษมกับทางหลวงหมายเลข 4006) ต.ราชกรูด อ.เมือง จ.ระนอง นอกจากนี้คาดว่าจะมี Spur Line แยกไปยังสนามบินระนองและตัวเมืองระนอง เพื่อรองรับการโดยสารของประชากรบริเวณตัวเมืองระนองด้วยครับ
- สถานีพะโต๊ะ : ตั้งอยู่ใกล้กับทางหลวงหมายเลข 4006 ใกล้ตัวอำเภอพะโต๊ะ ต.พะโต๊ะ อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร
- สถานีวังตะกอ : ตั้งอยู่ในพื้นที่ ต.วังตะกอ อ.หลังสวน จ.ชุมพร ใกล้กับแยกพะโต๊ะ (จุดตัดทางหลวงหมายเลข 4006 และทางหลวงหมายเลข 41
- สถานีท่าเรือชุมพร : ตั้งอยู่ใกล้กับท่าเรือฝั่งอ่าวไทย แหลมริ่ว ต.บางน้ำจืด อ.หลังสวน จ.ชุมพร
โดยทางรถไฟจะมีจำนวน 4 ราง โดย 2 รางแรกจะเป็นรถไฟรางคู่สำหรับรถไฟโดยสาร ส่วนอีก 2 รางจะเป็นรถไฟขนส่งตู้สินค้าระหว่างท่าเรือ 2 ฝั่ง เพื่อแยกการใช้งานระหว่างทางรถไฟสำหรับโดยสารและรถไฟสำหรับขนส่ง เพิ่มความสามารถในการรองรับการจราจรที่มากขึ้นรวมถึง คาดว่าจะมีท่อสำหรับขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ อยู่ใต้ดินด้วยครับ
จุดประสงค์ของโครงการ Land Bridge (แลนด์บริดจ์)
จุดประสงค์คือ เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ในการขนส่งสินค้า แทนการผ่านช่องแคบมะละกาที่เริ่มหนาแน่น โดย Land Bridge (แลนด์บริดจ์) ของไทย มีจุดประสงค์ ดังนี้
- การนำเข้าและส่งออกสินค้าของไทยในโซนภาคใต้ ที่จากเดิมต้องไปใช้ท่าเรือปีนัง ที่ประเทศมาเลเซีย ถ้ามีโครงการ Land Bridge (แลนด์บริดจ์) จะทำให้เราสามารถนำเข้า-ส่งออกเองได้โดยตรงผ่านท่าเรือระนอง ไม่ต้องขนส่งไปที่ท่าเรือปีนัง ลดระยะเวลา และค่าใช้จ่ายด้านการขนส่ง จากปัจจุบันผ่านช่องแคบมะละกา ใช้เวลา 9 วัน ถ้าในอนาคตผ่าน Land Bridge (แลนด์บริดจ์) จะใช้เวลาเพียง 4 วัน* (ข้อมูลจาก สนข.)
- สินค้าที่จะเดินทางระหว่างมหาสมุทรแปซิฟิกและมหาสมุทรอินเดียไม่จำเป็นต้องอ้อมผ่านช่องแคบมะละกา สามารถใช้ Land Bridge (แลนด์บริดจ์) เพื่อลดเวลาในการเดินทาง และลดความหนาแน่นของการจราจรทางน้ำบริเวณช่องแคบมะละกาได้
- กระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างงานในพื้นที่ได้ถึง 280,000 ตำแหน่ง ทั้งจังหวัดระนองและชุมพร
คาดว่า GDP ของไทยจะโตขึ้นเป็น 5%
รัฐบาลวางแผนใช้งบลงทุนประมาณ 1 ล้านล้านบาทในรูปแบบร่วมทุนกับเอกชน โดยตั้งเป้าว่า “ให้เอกชนเป็นผู้ลงทุนส่วนใหญ่ แลกกับการให้สิทธิสัมปทานบริหารจัดการโครงการในระยะยาว 50 ปี” รัฐบาลจะลงทุนด้านการเวนคืนที่ดินต่าง ๆ เพื่อให้กรรมสิทธิ์ของที่ดินโครงการทั้งหมดเป็นของรัฐ และให้เอกชนลงทุนก่อสร้างและใช้พื้นที่โครงการในรูปแบบการเช่าแทน เมื่อหมดสัญญาในอนาคต โครงการจะเป็นของรัฐไม่ได้ตกเป็นของเอกชน
ข้อน่ากังวลของ Land Bridge (แลนด์บริดจ์)
พื้นที่บริเวณจังหวัดระนองและชุมพร เป็นจังหวัดริมชายฝั่งทะเลที่มีพื้นที่ทางธรรมชาติ รวมถึงระหว่าง 2 จังหวัดนี้ยังมีเทือกเขาสูง ซึ่งเป็นพื้นที่ป่า อุทยานแห่งชาติ มีพืชพันธุ์และสัตว์ป่าอาศัยอยู่เยอะ ทำให้คนในพื้นที่รวมถึงคนจำนวนมากกังวลถึงผลกระทบทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของโครงการ Land Bridge (แลนด์บริดจ์)
โครงการท่าเรือน้ำลึกแหลมอ่าวอ่าง จ.ระนอง จะกินพื้นที่ชายฝั่งทะเลอันดามันซึ่งจะใกล้กับอุทยานแห่งชาติแหลมสน, อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะระนอง ใกล้กับเกาะพยาม ในโซนนี้ถือเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำชั้นดี เพราะมีลักษณะเป็นหมู่เกาะต่าง ๆ มีพื้นที่ปะการัง พื้นที่ป่าชายเลนต่าง ๆ ซึ่งมีสัตว์น้ำอาศัยอยู่จำนวนมาก ถ้าท่าเรือก่อสร้างขึ้นจริง คาดว่าพื้นที่ธรรมชาติและสัตว์น้ำต่าง ๆ จะได้รับผลกระทบอย่างมาก เพราะมีการก่อสร้าง การขุดลอกและถมทะเล มีการจราจรของเรือขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ผ่านเข้า – ออก จำนวนมาก และเมื่อสัตว์น้ำต่าง ๆ ลดจำนวนลงไป ก็จะเกิดผลกระทบต่ออาชีพของคนในพื้นที่ ที่ทำการประมงชายฝั่งเป็นหลัก รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติตามจุดต่าง ๆ บริเวณนี้อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงไปได้ และมีความเสี่ยงต่อการรั่วไหลของสารเคมีและสิ่งแปลกปลอมต่าง ๆ จากอุตสาหกรรมขนส่งได้
แนวโครงการ Land Bridge (แลนด์บริดจ์) บริเวณอำเภอพะโต๊ะจะพาดผ่านเทือกเขาใกล้กับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าควนแม่ยายหม่อน พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติต่าง ๆ รวมถึงอุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว ซึ่งมีสัตว์ป่าอาศัยอยู่จำนวนมาก มีพันธุ์ไม้หายาก และระบบนิเวศต่าง ๆ ตามธรรมชาติ การสร้าง Land Bridge (แลนด์บริดจ์) ผ่านพื้นที่นี้ จะมีผลกระทบด้านมลภาวะทางเสียงจากการสัญจรที่มากขึ้นจาก มอเตอร์เวย์และทางรถไฟ รวมถึงมลภาวะทางอากาศจากฝุ่นควันต่าง ๆ ทั้งช่วงการก่อสร้างและการคมนาคม และยังเสี่ยงต่อการรั่วซึมของน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ เพราะมีแนวท่อขนส่งน้ำมันและก๊าซอยู่ใต้ดิน นอกจากนี้ยังมีแผนพัฒนานิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ภายใต้ชื่อ SEC ทำให้คนในพื้นที่อำเภอพะโต๊ะมีโอกาสได้รับผลกระทบจากมลพิษ และขยะอุตสาหกรรม รวมถึงผลผลิตทางการเกษตรที่อาจจะปนเปื้อนสารเคมีจากอุตสาหกรรมได้
ส่วนบริเวณชายฝั่งอ่าวไทย จังหวัดชุมพร ก็เช่นกันครับ แนวเส้นทางและท่าเรือแหลมริ่ว จะพาดผ่านพื้นที่ใกล้ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าชายเลน รวมถึงพื้นที่ชายฝั่งทะเลใกล้กับบริเวณปากน้ำหลังสวนซึ่งเป็นชุมชนประมงของตัวอำเภอ มีแนวปะการัง และสัตว์น้ำอยู่จำนวนมาก ทะเลมีความสงบสวยงาม มีรีสอร์ท ร้านอาหารและชุมชนริมชายฝั่งทะเลอยู่ในพื้นที่นี้ การมาของท่าเรือแหลมริ่ว อาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำและวิถีชีวิตของประชาชนในบริเวณนี้ได้ครับ
ต้องบอกก่อนนะครับ ว่าโครงการ Land Bridge (แลนด์บริดจ์) ในบ้านเราที่พูดถึงนี้เป็นโครงการที่ยังไม่อนุมัตินะครับ ปัจจุบันอยู่ระหว่างช่วงของการวางแผน ทำสำรวจและทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอีกเยอะเลยครับ ซึ่งก็ไม่ได้พึ่งจัดทำ แต่มีการจัดทำมาหลายปีแล้ว
ล่าสุดที่ผมเดินทางไป อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร ช่วงเดือนสิงหาคม ปี 2567 ก็เริ่มมีป้ายติดประกาศการเปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ ครั้งที่ 2 เกี่ยวกับโครงการ Land Bridge (แลนด์บริดจ์) ซึ่งในปัจจุบันน่าจะมีการเปิดรับฟังความคิดเห็นครั้งถัด ๆ ไปแล้ว และบริเวณชุมชนโดยรอบมีทั้งการติดประกาศขายที่ดินหลายแปลง รวมถึงมีป้ายคัดค้านหลายจุดจากคนในพื้นที่ เพราะมีความกังวลด้านสิ่งแวดล้อม และ ระบบนิเวศ ถูกทำลายลง จากการที่ต้องถมทะเลเป็นพื้นที่รวมกว่าหลายพันไร่ ส่งผลต่อวิถีชีวิตชุมชนเดิม การท่องเที่ยว และรายได้จากการประมงท้องถิ่นก็จะค่อย ๆ หายไป เปลี่ยนไปเป็นพื้นที่เชิงอุตสาหกรรม
การตั้งคำถามกับ “ความคุ้มค่า”
จากนักวิชาการและภาคเอกชนว่า ตัวเลขความประหยัดเรื่องเวลาและต้นทุนที่รัฐนำเสนออาจ “เกินจริง” เช่น จากที่รัฐบอก ลดเวลาขนส่งเหลือ 4 วัน แต่ในความจริงคืออาจเพิ่มเวลาขนส่งมากกว่าไปอ้อมช่องแคบมะละกา เพราะต้องมีการยกตู้สินค้าจากเรือฝั่งนึง ขึ้นรถแล้วไปยกลงเรืออีกฝั่งนึง ซึ่งใช้ทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายในการขนส่งที่สูงขึ้นกว่าเดิม ฟังดูแล้วก็ไม่น่าจะคุ้มกับธุรกิจขนส่ง รวมถึงมีความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหาย เพราะต้องมีการยกขึ้น – ยกลง หลายรอบ ทำให้น่าตั้งคำถามต่อว่า จริง ๆ แล้วคนที่ได้ผลประโยชน์อาจจะเป็นแค่คนบางกลุ่ม หรือประเทศบางประเทศรึเปล่า ?
บทเรียน Soutern Seaboard
ใครที่อยู่ภาคใต้ โดยเฉพาะในโซนจังหวัดกระบี่ ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี น่าจะคุ้นชินและเคยใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 44 (กาญจนดิษฐ์ – อ่าวลึก) ซึ่งเรียกกันว่า “ถนน Southern Seaboard (เซาเทิร์นซีบอร์ด)” เกิดขึ้นจากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2536 สมัยนายชวน หลีกภัย ดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี มีระยะทางรวมประมาณ 133 กิโลเมตร เป็นถนน 4 ช่องจราจร กำหนดเขตทางหลวงรวม 200 เมตร เพื่อกันพื้นที่สำหรับวางท่อส่งน้ำมัน และทางรถไฟในอนาคตอีก 100 เมตร
โครงการ Southern Seaboard มีจุดมุ่งหมายเหมือนโครงการ Land Bridge (แลนด์บริดจ์) ในปัจจุบันเลยครับ คือเพื่อเชื่อมระหว่างท่าเรือน้ำลึกฝั่งอันดามัน และท่าเรือน้ำลึกฝั่งอ่าวไทย แต่ด้วยความที่ตำแหน่งการสร้างท่าเรือทั้ง 2 ฝั่งยังไม่แน่ชัด จึงทำให้ก่อสร้างแค่เฉพาะทางหลวงหมายเลข 44 (กาญจนดิษฐ์ – อ่าวลึก) ช่วงกลาง 133 กิโลเมตรไปก่อน ตอนปลายของทางหลวงหมายเลข 44 ทั้งสองฝั่งรวมประมาณ 50 กิโลเมตร ที่จะไปถึงท่าเรือทั้งสองฝั่งจะก่อสร้างในภายหลัง
ปัจจุบันปี 2569 ก็ยังไม่มีการก่อสร้างอะไรเพิ่มเติม รวมถึงยังมีการออกแบบให้รองรับการวางท่อขนส่งน้ำมันบริเวณเกาะกลางถนนและแนวทางรถไฟไว้สำหรับขนส่งสินค้า ทำให้ถนนสายนี้มีพื้นที่เกาะกลางถนนที่กว้างมาก ๆ ถึงประมาณ 150 เมตร แต่จนปัจจุบันแล้วก็เป็นเพียงพื้นที่ว่างเปล่ากลางถนน และด้วยความที่ถนนสายนี้ตั้งใจสร้างขึ้นเพื่อเชื่อมท่าเรือ 2 ฝั่ง จึงตัดถนนโดยเลี่ยงการผ่านพื้นที่ชุมชน เพื่อให้สามารถทำความเร็ว และเดินทางได้สะดวก ทำให้ตลอดสองฝั่งทางของถนนสายนี้ไม่มีชุมชนอยู่เลย แม้แต่ปั๊มน้ำมันยังหาได้ยาก รวมถึงสัญญาณมือถือบางเครือข่ายยังมีสัญญาณไม่เสถียรด้วย จึงมีหลายฝ่ายยกตัวอย่างโครงการนี้เป็นบทเรียนเปรียบเทียบกับโครงการ Land Bridge (แลนด์บริดจ์) ในปัจจุบัน
นอกจากนี้ถนนเส้นนี้ในตอนกลางคืนยังมีความเปลี่ยว มืด วังเวง ไม่มีเสาไฟส่องทางในตอนกลางคืน เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ และมีเรื่องเล่าต่าง ๆ จากคนที่ขับผ่านเส้นทางนี้อยู่หลายเรื่อง ใครที่อยากรู้ลองเสิร์ชหาเรื่องเล่าเพิ่มเติมดูได้นะครับ
การมี พ.ร.บ. ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC)
เป็นกฎหมายพิเศษ ที่ให้อำนาจเบ็ดเสร็จในการตัดสินใจไว้ที่ “คณะกรรมการนโยบาย ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน” เหตุผลคือเพื่อให้เกิดความรวดเร็วในการพัฒนา การอนุมัติและมีข้อยกเว้นหลายอย่าง เช่น
- การเวนคืนที่ดินและการเปลี่ยนผังเมืองโดยไม่ต้องผ่านกระบวนการตามกฎหมายปกติ
ให้สิทธิ์ประโยชน์ เว้นภาษี ผ่อนปรนกฎหมายคนเข้าเมือง กฎหมายควบคุมการประกอบอาชีพ - สิทธิการเช่าที่ดินสูงสุด 99 ปีของชาวต่างชาติ (แต่ล่าสุดวันที่ 11 พ.ค. ที่ผ่านมา ทางเพจของพรรคภูมิใจไทยมีอัพเดทมาว่า พรบ.ฉบับนี้ตกไปตั้งแต่ 2 สมัยที่แล้ว ปัจจุบันไม่ได้เกี่ยวข้องกับโครงการ Land Bridge (แลนด์บริดจ์) ที่เป็นโครงการใหม่นี้แล้ว) และน่าจะต้องรอติดตามกันต่อไปว่า “ในอนาคตจะมีกฎหมายอะไรใหม่ ๆ เข้ามาใช้กับโครงการนี้บ้าง”
ซึ่งถ้าดูดี ๆ โครงการนี้จะคล้ายกันกับโครงการ EEC ของภาคตะวันออกบ้านเรา (โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก) ที่ก็มีกฎหมายพิเศษนี้เหล่าเหมือนกัน ทำให้โซนจังหวัดชลบุรี – ระยองมีการพัฒนาแบบก้าวกระโดดมาก ๆ แต่ความต่างคือ EEC เกิดขึ้นในพื้นที่ที่เป็นนิคมอุตสาหกรรมอยู่แล้ว แต่กับภาคใต้ไม่ใช่ เพราะเป็นแหล่งชุมชนที่มีทั้งคนพื้นถิ่นและธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ซึ่งสิ่งนี้คือสิ่งที่รัฐจะต้องไตร่ตรองให้ละเอียดมากขึ้นว่าคุ้มค่ามากแค่ไหน?
Land Bridge (แลนด์บริดจ์) ส่งผลต่ออสังหาฯ ภาคใต้ยังไง
1. ระวังก่อนซื้อบ้านและที่ดิน ซื้อแล้วอาจไม่ได้อยู่เพราะโดนเวนคืน
สำหรับ “คนที่มีแผนจะซื้อบ้านหรือที่ดินในพื้นที่ Land Bridge (แลนด์บริดจ์) นี้ต้องดูดี ๆ” เพราะโครงการนี้จะทำให้เกิดการเวนคืนที่ดินเพื่อสร้างแนวเชื่อมต่อระหว่างสองฝั่งทะเล ระยะทางประมาณ 89.35 กิโลเมตร จะไปผ่านตรงไหนบ้าง ซึ่งก่อนหน้านี้ กรมทางหลวงมีการสำรวจและปักหมุดไปบ้างแล้ว เช่น ต.วังตะกอ ต.พะโต๊ะ (จ.ชุมพร) และ ต.ราชกรูด (จ.ระนอง) แต่มีชาวบ้านในพื้นที่ออกมาคัดค้านและขอให้ถอนหมุดออกเนื่องจากกังวลเรื่องที่ทำกินและที่อยู่อาศัย ก็เลยยกไปก่อน และการมี “พ.ร.บ. SEC” ที่เป็นกฎหมายพิเศษทำให้สามารถเวนคืนที่ดินได้โดยไม่ต้องผ่านกฎหมายตามปกติ กระบวนการอาจเกิดขึ้นได้รวดเร็วจนอาจขาดการตรวจสอบที่ถี่ถ้วนรอบคอบก็ได้
2. ผังสีของเมืองที่อาจเปลี่ยนไป จากพื้นที่สีเขียวสู่โซนอุตสาหกรรม
จากร่าง พ.ร.บ. SEC ให้อำนาจคณะกรรมการนโยบายในการเปลี่ยนแปลงผังเมืองได้โดยไม่ต้องเป็นไปตามกฎหมายผังเมืองปกติ เป็นไปได้ว่าอาจจะมีการปรับเปลี่ยนผังเมืองให้เหมาะกับการพัฒนาเมืองมากขึ้น ก็เลยอาจจะเกิดเหตุการณ์ที่พื้นที่เดิมเคยถูกกำหนดให้เป็นโซนที่อยู่อาศัยหรือพื้นที่สีเขียวในปัจจุบัน อาจถูกปรับเปลี่ยนเป็นพื้นที่อุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าได้ในอนาคต ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้ซื้อบ้านต้องพิจารณาถึงความไม่แน่นอนของสภาพแวดล้อมรอบที่อยู่อาศัยด้วยครับ
3. การเปลี่ยนแปลงของราคาที่ดินและการลงทุน
จากการจ้างงานที่รัฐบาลตั้งเป้าว่าจะเพิ่มขึ้นกว่า 280,000 ตำแหน่ง จากโครงการ Land Bridge (แลนด์บริดจ์) ส่งผลให้ราคาและความต้องการที่อยู่อาศัยในพื้นที่สูงขึ้นด้วย ทำให้อนาคตที่ดินแถวนี้จะมีมูลค่าสูงขึ้นมาก จนอาจจะทำให้ต้นทุนสูงเกินกว่าจะพัฒนาทันเพราะเจ้าของที่ดินก็ขึ้นราคาที่ดินรอไปแล้ว สุดท้ายแล้วผลประโยชน์อาจตกไปอยู่กับนายทุนที่กว้านซื้อที่ดินในโซนนี้ไปก่อนแล้ว
4. คอนโดหลังสวน (ชุมพร) มาแน่ ถ้ามี Land Bridge (แลนด์บริดจ์)
ต่อยอดจากร่าง พ.ร.บ. SEC ให้อำนาจคณะกรรมการนโยบายในการเปลี่ยนแปลงผังเมืองได้โดยไม่ต้องเป็นไปตามกฎหมายผังเมืองปกติ และอัตราการจ้างงานที่จะเพิ่มมากขึ้นกว่า 280,000 ตำแหน่ง จึงคาดการณ์ได้ว่า Developer คงไม่พลาดที่จะมาเปิดโครงการรองรับการอยู่อาศัยของคนที่มาทำให้ในพื้นที่โครงการ Land Bridge (แลนด์บริดจ์) ส่งผลทำให้พื้นที่เดิมที่เป็นชุมชนพื้นบ้าน พื้นที่สวนผลไม้ พืชไร่ เกิดการเปลี่ยนแปลงกลายเป็นหมู่บ้านจัดสรร คอนโดมิเนียมและอพาร์ทเมนต์ต่าง ๆ อีกจำนวนมาก ถ้าโครงการ Land Bridge (แลนด์บริดจ์) อนุมัติแล้วก่อสร้างเสร็จ ในอนาคตเราจะได้เห็น คอนโดระนอง คอนโดหลังสวน คอนโดชุมพร และหมู่บ้านต่าง ๆ ในแนวโครงการ Land Bridge (แลนด์บริดจ์) แน่นอนครับ
5. สภาพแวดล้อมและคุณภาพการอยู่อาศัยเปลี่ยน
เพราะในอนาคตน่าจะมีการพัฒนาพื้นที่หลังท่าเรือ (Inland Duty Free) และนิคมอุตสาหกรรมต่าง ๆ ส่วนหนึ่งก็เพื่อดึงดูดให้เรือขนส่งมาลงที่ท่าเรือมากขึ้น สิ่งที่ตามมาคือ จากเมืองท่องเที่ยวเปลี่ยนเป็นเมืองอุตสาหกรรมและถ้าควบคุมไม่ดีก็อาจจะต้องเจอกับปัญหามลภาวะซ้ำรอยแบบกรณีมาบตาพุด จ.ระยอง หรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี ของภาคตะวันออกก็ได้ ซึ่งมลภาวะและการปนเปื้อนของสารพิษในอากาศและแหล่งน้ำ ส่งผลต่อสุขภาพของคนในพื้นที่โดยตรง
6. ค่าครองชีพที่สูงขึ้น
คลิปวิดีโอกรณีศึกษาจาก MGR Online
คราวนี้มาดูกรณีศึกษาที่เป็นโครงการลักษณะคล้ายกับบ้านเรา แต่เกิดขึ้นจริงแล้วกันบ้างครับ ในประเทศเม็กซิโก ได้มีการฟื้นฟูโครงการ “แลนด์บริดจ์” ที่ชื่อว่า CIIT (Tehuantepec Land Bridge) เป็นเส้นทางรถไฟและถนนขนส่งสินค้า เพื่อเชื่อมมหาสมุทรแปซิฟิกกับแอตแลนติกเข้าด้วยกัน หวังเป็นทางลัดทางเลือกแข่งกับคลองปานามาครับ
การมีแลนด์บริดจ์ในประเทศเม็กซิโก ก็เช่นเดียวกันกับไทยครับ คือคาดหวังว่าจะทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจระดับประเทศ (Macroeconomic) และกลุ่มทุนอุตสาหกรรมดีขึ้น แต่ก็มีอีกมุมที่น่าพิจารณา พบว่าด้านความคุ้มค่า (เศรษฐกิจ) คือสามารถแข่งขันกับคลองปานามาได้แค่ช่วงวิกฤติน้ำแล้ง แต่ช่วงปกติเพราะพบว่าเสียเวลาหลายวันและต้นทุนแพงกว่าการแล่นเรือผ่านตรง ๆ ดังนั้นเลยต้องมีสร้าง “นิคมอุตสาหกรรมหนัก” ตลอดแนวเส้นทาง เพื่อเป็นการเพิ่มรายได้ และสิ่งที่ตามมาก็คือ ผลกระทบต่อชุมชนและสังคมโดยรอบที่เกิดจากการเวนคืนที่ดินจากรัฐ เพื่อสร้างท่าเรือและนิคมอุตสาหกรรม
ส่วนเรื่องการสร้างงานนับแสนตำแหน่งที่เพิ่มขึ้นมา ในความเป็นจริงแล้ว งานที่ชาวบ้านทำได้มักเป็น “แรงงานไร้ทักษะ/กรรมกรก่อสร้าง” ซึ่งได้ค่าแรงต่ำ งานระดับบริหารหรือช่างเทคนิคตกเป็นของต่างชาติและคนนอกพื้นที่ซะมากกว่า และเมื่อคนเหล่านี้มาทำงาน ได้รายได้ที่ดี ทำให้ข้าวของในพื้นที่ปรับราคาสูงขึ้นตามไปด้วย ทำให้ประชาชนในท้องถิ่นประสบปัญหาค่าครองชีพที่สูงขึ้น
โดยรวมแล้วโครงการ Land Bridge (แลนด์บริดจ์) นี้ มีทั้งมุมมองของความพยายามสร้าง “แรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจตัวใหม่” ให้กับประเทศ แต่ในอีกมุมหนึ่งก็ยังเป็นคำถามที่ชวนหาคำตอบว่านี่คือสิ่งที่ “คุ้มค่าไหม” เมื่อต้องแลกกับต้นทุนทางธรรมชาติ เสน่ห์ของเมืองท่องเที่ยว และงบประมาณมหาศาลที่ต้องจ่ายไป รวมถึงยังมีบทเรียนของโครงการที่เหมือนกันในอดีตมาแล้วด้วย โครงการ Land Bridge (แลนด์บริดจ์) ชุมพร – ระนอง จะเป็นอย่างไร เราคงต้องติดตามกันต่อไปครับ
ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจากเว็บไซต์เหล่านี้ด้วยนะครับ
- https://www.landbridgethai.com/
- https://thaipublica.org/2023/11/land-bridge-chumphon-ranong-project/
- VDO โครงการศึกษาทางรถไฟ สายใหม่ ชุมพร-ระนอง แนวเส้นทาง Land Bridge (แลนด์บริดจ์) : Facebook โครงสร้างพื้นฐาน ประเทศไทย Thailand Infrastructure
- https://mr8-ranong-chumphon.com/background.php
- E-book : ผลกระทบโครงการท่าเรือน้ำลึกแลนด์บริดจ์ ชุมพร – ระนอง
- บทความ Land Bridge (แลนด์บริดจ์) : https://enlawfoundation.org/what-is-land-bridge/
- https://www.bangkokbiznews.com/business/economic/1109744
- รายงานฉบับสมบูรณ์ : โครงการศึกษาความเป็นไปได้ในการเชื่อมโยงเส้นทางขนส่งทางทะเลฝั่งอ่าวไทยและอันดามันของประเทศไทย
- https://www.greenpeace.org/thailand/story/54821/land-bridge-effect-review-local-resources/
