
Test
กรุงเทพ – เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ เตรียมสร้างนิยามใหม่ของ Thailand’s First Outdoor-inspired Indoor Shopping Centre แลนด์มาร์กแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ ตอนเหนือ ก่อนเปิดประตูต้อนรับอย่างเป็นทางการในวันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคมนี้ “เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์” เผยโฉม First Look กับหลากมุมสวยที่พร้อมเป็นจุดเช็กอินแห่งใหม่ ภายใต้แนวคิด “The New District of North Bangkok” ที่มาพร้อม Biophilic Design ผสานธรรมชาติและการใช้ชีวิตเมืองอย่างลงตัวในทุกๆ วัน
หัวใจของงานสถาปัตยกรรมคือการออกแบบให้ผู้คน “รู้สึกเชื่อมโยงกับธรรมชาติ” ต้อนรับผู้มาเยือนด้วยโซนไฮไลต์อย่าง The Cloud โดดเด่นด้วยแลนด์มาร์ก “น้ำตกที่ซ่อนอยู่”, The Hill พื้นที่ Community รองรับทุกไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ Indoor Forest ขนาดใหญ่กว่า 500 ตารางเมตร, Playville, Petville, Jogging Track 450 เมตร ที่น้องหมาวิ่งคู่ไปกับเจ้าของได้ และ Urban Park เพื่อรองรับ Active Lifestyle ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของคนทุกเจนเนอเรชัน
สะท้อนความงดงามของธรรมชาติผ่าน 5 องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ Light, Stone, Wood, Plant และ Earth ถ่ายทอดเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละโซน สร้างประสบการณ์การเดินที่แตกต่างด้วยวัสดุและพื้นผิวจากธรรมชาติ ทั้งโครงการโอบล้อมด้วยพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ ให้บรรยากาศเสมือนเดินอยู่ในสวนกลางเมือง ตอบโจทย์ในมิติของ Well-being, Mindfulness และ Longevity
พร้อมรวมที่สุดของทุกความสุขไว้กว่า 300 ร้านค้า ร้านอาหาร และไลฟ์สไตล์เดสติเนชันที่เข้ามาเติมเต็มย่านกรุงเทพฯ ตอนเหนือ เช็คอินให้ครบทุกมุม สัมผัสมิติใหม่ของการใช้ชีวิตที่ สมดุลมากขึ้น ณ “เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์” พร้อมเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ วันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม 2569 นี้ เดินทางง่ายๆ ด้วย MRT สายสีม่วง สถานีแยกนนทบุรี 1
ติดตามความเคลื่อนไหวเซ็นทรัลพัฒนา คลิก https://www.centralpattana.co.th/th/shopping/shopping-update/lifestyle-activities
###
test1
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่: แผนกประชาสัมพันธ์ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน)
ทัตเทพ หัสขันธิ์เปี่ยมสุข (อั้มมี่) โทร. 092-414-9542 Email: [email protected]
นินัสรีน มะทา (มีมี่) โทร.082-426-3914 Email: [email protected]
าพบรรยากาศ Sales Gallery ของโครงการ โดยจะตั้งอยู่ตรงทางเข้า-ออกของที่ตั้งโครงการเลยนั่นเอง
ภาพงานก่อสร้างของโครงการ
ภาพบรรยากาศของโครงการ LIFE Sukhumvit – Rama 4 ที่ปัจจุบันอยู่ในระหว่างก่อสร้างแล้ว คาดเสร็จในเดือนกุมภาพันธ์ 2571 ค่ะ และจะเห็นโครงการ ASPIRE สุขุมวิท-พระราม 4 ที่ตั้งอยู่ด้านหลังโครงการด้วย
1 Central-Northville
ข้อมูลโครงการ
รีวิว LIFE Sukhumvit – Rama 4 (ไลฟ์ สุขุมวิท – พระราม 4) ณ วันที่ 20 พฤษภาคม 2569
| ชื่อโครงการ | LIFE Sukhumvit – Rama 4 (ไลฟ์ สุขุมวิท – พระราม 4) |
| ชื่อผู้ประกอบการ | บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) |
| SEGMENT CLASS | MAIN-UPPER CLASS (รายละเอียดของ Segment คอนโดปี 2023 ) |
| โครงการตั้งอยู่ | ถนนพระราม 4 แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพฯ |
| ที่ดิน | 4-3-10.5 ไร่ |
| ประเภทคอนโด | High Rise 46 ชั้น 1 อาคาร |
| จำนวนยูนิต | 1,054 ยูนิต และร้านค้า 2 ยูนิต |
| ที่จอดรถ | 430 คัน คิดเป็น 41% |
| เริ่มก่อสร้าง | ก.ค. ปี 2568 |
| คาดว่าจะแล้วเสร็จ | ก.พ. ปี 2571 |
| ประเภทห้องพัก |
|
| ราคาเริ่มต้น | 2.99-6.59 ล้านบาท |
| ราคาเฉลี่ยทั้งโครงการ | ประมาณ 118,000 บาท/ตร.ม. |
| EIA (ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม) | ผ่านแล้ว |
| เว็บไซต์โครงการ | คลิกที่นี่ |
| Call Center | 1623 |

ทำเลที่ตั้ง
พิกัด Google Maps : 13.712488380407025, 100.58851888525018
หรือสามารถ : คลิกที่นี่
Highlight
- ทางเข้า-ออกโครงการติดถนนพระราม 4 ใกล้แยกพระโขนง สามารถเดินทางไปโซนธุรกิจทั้งสีลม, สาทร, ชิดลม และเอกมัย-ทองหล่อได้ง่าย
- ใกล้ทางด่วน 2 สายในระยะไม่เกิน 2.5 กิโลเมตร ทั้งทางพิเศษฉลองรัชและเฉลิมมหานคร ใช้เป็นเส้นทางเลี่ยงรถติดเดินทางไปนอกเมืองได้
- อยู่ไม่ไกลจาก BTS พระโขนง และมี Shuttle Service รถรับ-ส่ง จากที่ตั้งโครงการห่างจาก BTS ประมาณ 550 เมตร แต่ก็มีรถบริการไปยัง BTS ด้วย
- ใกล้ความอุดมสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นย่านพระราม 4 , สีลม-สาทร หรือย่านสุขุมวิทเอกมัย-ทองหล่อ, ชิดลม-อโศกก็สามารถชอปปิ้ง ซื้อของกินของใช้ได้หลากหลาย Lifestyle ทั้งในระยะเดิน ใช้รถสาธารณะ หรือใช้รถยนต์ส่วนตัวก็สะดวก
แผนที่จากโครงการ
LIFE Sukhumvit – Rama 4 ตั้งอยู่ตรงไหน?
ทางเข้า-ออกของโครงการจะอยู่ติดถนนพระราม 4 เกือบถึงแยกพระโขนงเลยค่ะ โดยจากที่ตั้งโครงการจะมีระยะห่างจากรถไฟฟ้า BTS สถานีพระโขนง 550 เมตร ถือเป็นระยะที่เดินไปใช้งานรถไฟฟ้าได้ แต่ใครที่ไม่อยากเดินเหนื่อย ทางโครงการก็ได้จัดเตรียม Shuttle Service รถรับ-ส่งจากโครงการไปยัง BTS พระโขนงมาให้ค่ะ
สำหรับที่ตั้งของโครงการ LIFE Sukhumvit – Rama 4 ที่อยู่บนถนนพระราม 4 ฝั่งเข้าเมือง ทำให้เราสามารถเดินทางไปยังโซนสีลม สาทรได้ง่าย รวมถึงมีจุดกลับรถห่างจากโครงการประมาณ 110 เมตร เราจึงกลับรถเพื่อไปยังเส้นถนนสุขุมวิทขับไปทางสยาม ชิดลม เอกมัยหรือออกเมืองไปทางอ่อนนุช บางนาได้สบายเลย
นอกจากนั้นทำเลพระราม 4 ถือเป็นทำเลเก่าแก่ที่มีผู้คนอยู่อาศัยมายาวนาน และมีการพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่อย่าง One Bangkok (วัน แบงค็อก) และ Dusit Central Park (ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค) ทำให้เพิ่มความคึกคัก รวมถึงมูลค่าที่ดินในทำเลพระราม 4 ที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆด้วย
ทำเลนี้จึงเหมาะสำหรับคนที่อยากอาศัยอยู่ใกล้ๆตัวเมือง เพราะสามารถเดินทางไปทำงานในเมืองอย่างโซนสีลม, สาทร, ชิดลม, เอกมัยและทองหล่อได้สะดวก แต่ราคาเข้าถึงได้ง่ายกว่าคอนโดติดถนนสุขุมวิท โซนอโศก, พร้อมพงษ์และเอกมัย รวมถึงคอนโดในย่านพระราม 4 ช่วงสีลม-จุฬาค่ะ
ทางพิเศษเฉลิมมหานคร
โครงการ LIFE Sukhumvit – Rama 4 จะใกล้ทางด่วนถึง 2 สาย ทำให้เดินทางเข้า-ออกเมืองได้ง่ายเลย
- ทางพิเศษเฉลิมมหานคร ออกจากโครงการเลี้ยวซ้ายเข้าแยกกล้วยน้ำไทและจะเจอกับจุดขึ้นทางด่วน มีระยะทางประมาณ 1.4 กิโลเมตร ใช้เดินทางไปโซนพญาไทหรือจตุจักร
- ทางพิเศษฉลองรัช ห่างจากโครงการประมาณ 2.4 กิโลเมตร ทางขึ้นอยู่ตรงสะพานข้ามคลองพระโขนง ต้องขับเลยสุขุมวิท 71 ไปเล็กน้อย ใช้เดินทางไปยังโซนพระราม 9, ลาดพร้าว และรามอินทราได้
อย่างที่เราได้บอกไปนะคะว่าโครงการ LIFE Sukhumvit – Rama 4 จะอยู่ห่างจาก BTS พระโขนง 550 เมตร ถือเป็นระยะที่เดินได้นะ แถมทางเท้าตลอดเส้นทางก็มีขนาดใหญ่ เดินได้ง่ายค่ะ แต่ทางโครงการก็ได้เตรียม Shuttle Service รถรับ-ส่งจากโครงการไปยัง BTS พระโขนงมาอำนวยความสะดวกลูกบ้าน ก็ช่วยทำให้ไปใช้งานรถไฟฟ้าได้ง่ายมากขึ้นค่ะ
คอนโดพระราม 4 ราคาเท่าไหร่?
ภาพรวมของคอนโดพระราม 4 ส่วนใหญ่ที่ยังเปิดขายในปัจจุบันจะมีราคาเริ่มต้น 3 ล้านกลางๆไปถึง 4 ล้านต้นๆ ราคาเฉลี่ยทั้งโครงการประมาณ 130,000 บาท/ตร.ม. ขึ้นไป แต่โครงการ LIFE Sukhumvit – Rama 4 ที่ตั้งอยู่บนถนนพระราม 4 ใกล้แยกพระโขนง ทำราคาออกมาได้ดีเลย เพราะเริ่มต้น 2.99 ล้านบาท ราคาเฉลี่ยทั้งโครงการอยู่ที่ 118,000 บาท/ตร.ม. ทำให้โครงการนี้จึงมีราคาที่จับต้องได้ง่ายเป็นอันดับต้นๆบนเส้นพระราม 4 นั่นเอง จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่อยากอาศัยอยู่ใกล้ๆตัวเมือง แบบเดินทางไปทำงานโซนใกล้เคียงได้ง่าย รวมถึงในแง่ซื้อลงทุนปล่อยเช่าโดยเฉพาะชาวต่างชาติ
ประกอบกับเป็นคอนโดแบรนด์ LIFE ที่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามของบรรยากาศในโครงการและพื้นที่ส่วนกลางอยู่แล้ว จึงออกแบบ Main Facilities ชั้นบนสุด เปิดรับวิวโค้งแม่น้ำเจ้าพระยาและบางกระเจ้าแบบเต็มที่ ส่วนตัวห้องก็เน้นออกแบบเป็นห้องหน้ากว้าง (แตกต่างจากคอนโดส่วนใหญ่ที่เป็นห้องตอนลึก) จึงได้บรรยากาศโปร่งสบายภายในห้อง เปิดรับแสง-วิวได้กว้าง และมี Layout ให้เลือกหลากหลายที่มีจุดเด่นแตกต่างกันชัดเจนจึงเลือกซื้อได้ง่ายเลยค่ะ
สภาพแวดล้อมรอบโครงการ
สภาพแวดล้อมรอบๆโครงการ LIFE Sukhumvit – Rama 4 ส่วนใหญ่จะเป็นอาคารแถวตลอดแนวถนนพระราม 4 รวมถึงมีอาคารพาณิชย์ ที่อยู่อาศัยทั้งแนวราบและแนวสูงหลายแห่ง ทำให้บรรยากาศทำเลค่อนข้างคึกคัก มีคนเดินอยู่ตลอดโดยเฉพาะช่วงเวลาเช้า-เย็น ส่วนตัวอาคารของโครงการจะขยับเข้ามาด้านใน มีระยะห่างจากถนนใหญ่ประมาณ 110 เมตร ช่วยลดเสียงดังรบกวนและฝุ่นควันจากรถยนต์
สำหรับวิวโดยรอบโครงการจะค่อนข้างเปิดโล่ง ในชั้นสูงๆจะมองเห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยาและบางกระเจ้าด้วย แต่บริเวณด้านหลังโครงการจะเป็นที่ตั้งของ ASPIRE สุขุมวิท-พระราม 4 คอนโดสูง 38 ชั้น ทำให้มีห้องที่หันไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้และทิศใต้เพียงบางส่วนถูกบล็อกวิวค่ะ (เพราะทางโครงการออกแบบห้องส่วนใหญ่หันไปทางทิศอื่น) นอกจากนั้นยังมีพื้นที่ด้านหน้าโครงการที่ปัจจุบันเป็นโกดังเก็บสินค้า หากในอนาคตมีการซื้อ-ขายเปลี่ยนมือเจ้าของที่ดินแล้วพัฒนาเป็นอาคารสูง ก็จะทำให้ห้องพักที่หันไปฝั่งถนนพระราม 4 จะถูกบล็อกวิวบางส่วนด้วยเช่นกัน
- ทิศเหนือ ติดกับ ถนนพระราม 4
- ทิศตะวันออก ติดกับ บ้านพักอาศัยสูง 2 ชั้น, สถานีบริการน้ำมัน ปตท., ลำรางสาธารณะ
- ทิศใต้ ติดกับ โครงการ ASPIRE สุขุมวิท – พระราม 4 คอนโดสูง 38 ชั้น
- ทิศตะวันตก ติดกับ ถนนทางเข้า-ออก โครงการ ASPIRE สุขุมวิท – พระราม 4, อาคารพักอาศัยสูงไม่เกิน 4 ชั้น
ภาพบรรยากาศฝั่งตรงข้ามโครงการ
ภาพบรรยากาศบริเวณด้านหน้าโครงการ LIFE Sukhumvit – Rama 4 โดยจะมีทางเข้า-ออกอยู่ติดถนนพระราม 4 และบริเวณด้านข้างจะเป็นโครงการ ASPIRE สุขุมวิท-พระราม 4
Sales Gallery ของโครงการ
ภาพบรรยากาศ Sales Gallery ของโครงการ โดยจะตั้งอยู่ตรงทางเข้า-ออกของที่ตั้งโครงการเลยนั่นเอง
ภาพงานก่อสร้างของโครงการ
ภาพบรรยากาศของโครงการ LIFE Sukhumvit – Rama 4 ที่ปัจจุบันอยู่ในระหว่างก่อสร้างแล้ว คาดเสร็จในเดือนกุมภาพันธ์ 2571 ค่ะ และจะเห็นโครงการ ASPIRE สุขุมวิท-พระราม 4 ที่ตั้งอยู่ด้านหลังโครงการด้วย
สถานที่สำคัญใกล้เคียงต่างๆ เช่น
ห้างสรรพสินค้า / ตลาด / แหล่งไลฟ์สไตล์
- Summer Hills ~ 650 เมตร
- W District ~ 700 เมตร
- Ace of Clubs ~ 700 เมตร
- Dib Bangkok ~ 1 กิโลเมตร
- Gateway เอกมัย ~ 1 กิโลเมตร
- Park Lane ~ 1.7 กิโลเมตร
- Big C อ่อนนุช ~ 1.8 กิโลเมตร
- สวนเพลิน มาร์เก็ต ~ 2 กิโลเมตร
- Emporium, EmQuartier & Emsphere ~ 4.2 กิโลเมตร
- One Bangkok ~ 5 กิโลเมตร
- Central Park ~ 5.7 กิโลเมตร
- Terminal 21 ~ 6 กิโลเมตร
โรงพยาบาล
- รพ.กล้วยน้ำไท ~ 170 เมตร
- รพ.วิมุต-เทพธารินทร์ ~ 1.3 กิโลเมตร
- รพ.สุขุมวิท ~ 1.4 กิโลเมตร
- รพ.สมิติเวช สุขุมวิท ~ 3.4 กิโลเมตร
โรงเรียน
- Bangkok Forest International Kindergarten ~ 550 เมตร
- โรงเรียนเซนต์แอนดรูส์อินเตอร์เนชันแนล กรุงเทพ ~ 1.3 กิโลเมตร
- Bangkok Prep International School ~ 1.8 กิโลเมตร
- Wells International School ~ 2.8 กิโลเมตร
- โรงเรียนนานาชาติเอกมัย ~ 3.2 กิโลเมตร
รายละเอียดโครงการ
Highlight
- Main Facilities อยู่ชั้นบนสุด เปิดรับวิวเมืองมุมสูง รวมถึงโค้งแม่น้ำเจ้าพระยาและพื้นที่สีเขียวบางกระเจ้า
- วางผังอาคารออกมาได้ไม่บังวิวกันเอง ส่วนใหญ่ตำแหน่งห้องจะหันไปทางทิศตะวันออกและทิศตะวันตกที่ได้วิวเปิดโล่ง
- โครงการตั้งอยู่ด้านใน ได้ความเป็นส่วนตัวขึ้น เพราะมีระยะห่างจากถนนพระราม 4 ประมาณ 110 เมตร จึงลดเสียงดังรบกวนและกลิ่นควันจากรถยนต์
โครงการ LIFE Sukhumvit – Rama 4 เป็นคอนโด High Rise 46 ชั้น 1 อาคาร บนที่ดิน 4-3-10.5 ไร่ รวมทั้งหมด 1,054 ยูนิต และร้านค้า 2 ยูนิต พร้อมพื้นที่จอดรถแบบ Conventional Parking 430 คัน คิดเป็น 41%
โดยมีแนวคิดในการออกแบบเป็น AMBIVERT DESIGN RESIDENCE (ปรัชญาออกแบบสองขั้ว) ไม่ว่าจะเป็น
- DUAL LOCATION ทำเลสองบุคลิก — เต็มพลังแบบชีวิตเมืองสุขุมวิท แต่เปิดมุมสงบด้วยวิวสีเขียวของโค้งน้ำบางกระเจ้า
- OPEN ARCHITECTURE — ดีไซน์เปิดรับทุกมุมฟ้า เมือง และธรรมชาติ ให้การใช้ชีวิตโปร่งกว้างและเชื่อมถึงกัน
- PRIVATE-IN-PUBLIC — ดีไซน์ที่ซ่อนความสงบในความเป็นสาธารณะ สร้างพื้นที่ส่วนตัวที่เยียวยาและเติมพลัง
ทำให้ทางโครงการจึงออกแบบพื้นที่ส่วนกลางชั้นล่างเป็น Garden-enveloped Spaces มีพื้นที่สวนโอบล้อมฟังก์ชันภายในอาคาร เปิดรับวิวสีเขียว สร้างความร่มรื่นและน่าอยู่อาศัยภายในโครงการมากขึ้น ส่วนพื้นที่ส่วนกลางชั้นบนจะเป็น Sky-enveloped Living ทำให้เวลาที่ลูกบ้านใช้งานพื้นที่ส่วนกลางก็เหมือนถูกโอบล้อมด้วยท้องฟ้า อีกทั้งยังมองเห็นวิวโค้งแม่น้ำเจ้าพระยาและพื้นที่สีเขียวของบางกระเจ้าด้วยนั่นเอง
นอกจากนั้นยังมี AP CODE เป็นระบบมาตรฐานการก่อสร้างที่เอพี ไทยแลนด์พัฒนาขึ้น เพื่อยกระดับคุณภาพโครงการคอนโดมิเนียมให้ดียิ่งขึ้น โดยคำนึงถึงโครงสร้างหลัก 4 ส่วนที่มีความสำคัญของอาคาร ได้แก่ เสา (Column), เสาเข็มและฐานราก, Shear Wall (ผนังรับแรงเฉือน) อย่างแรงลมและแรงแผ่นดินไหว, ระบบพื้นอัดแรง (Post-Tension Slab) รองรับน้ำหนักได้มากขึ้น โดยไม่มีคาน รวมถึงมีระบบเซนเซอร์ตรวจจับแผ่นดินไหวในลิฟต์ (Seismic Sensor – Earthquake Emergency Operation in Elevator) และรับประกันโครงสร้างอาคารชุดพักอาศัยนาน 10 ปี ทำให้ลูกบ้านรู้สึกมั่นคงและอยู่อาศัยได้อย่างสบายใจค่ะ
การจัดฟังก์ชันส่วนกลางภายในโครงการสรุปได้ดังนี้
- ชั้น G : Arrival Hall / Lobby / Extraordinary Lounge / The Commons / Vitality Garden / Outdoor Powerbuild Gym / Eclipse Haven Pavillion / Crescent Yard
- ชั้น 2-7 : Parking
- ชั้น 8 : Barrique Garden
- ชั้น 46 : Serene Co-Working Space / Sky Horizon Garden / Ambivert Sky Lounge / Creative Room / Assembly Room / Sky Enveloped Terrace / Sky Deck / Health Club / Powerbuild Gym / Panoramic Pool / Sunset Pool พร้อม Jacuzzi / Steam & Sauna
- ชั้น Rooftop : Skyline Garden
MASTER PLAN
เราพามาเริ่มกันที่ Master Plan โครงการกันก่อนเลยนะคะ โดยโครงการนี้จะออกแบบมีทางเข้า-ออกโครงการอยู่ติดถนนพระราม 4 และมีทางเข้า-ออกอยู่ 2 จุดด้วยกัน
Main Entrance จะเป็นทางเข้า-ออกของทั้งรถยนต์และคนเดิน ส่วน Pathway Entrance จะเป็นทางเข้า-ออกสำหรับคนเดินผ่านเท่านั้น ทำให้ลูกบ้านสามารถเข้า-ออกได้ 2 ทางเลยค่ะ สำหรับตัวอาคารของโครงการก็จะตั้งอยู่ด้านใน มีระยะห่างจากถนนด้านหน้าโครงการประมาณ 110 เมตร ทำให้ได้ความเงียบสงบและเป็นส่วนตัวในการอยู่อาศัยมากขึ้น เพราะไม่ถูกเสียงดังและกลิ่นควันจากรถยนต์บนถนนด้านหน้าโครงการรบกวนการอยู่อาศัย
ทางเข้า-ออกโครงการทั้ง 2 จุด
Main Entrance จะออกแบบมีป้อม รปภ. และรั้วกั้นไม้กระดกที่มีระยะร่นจากถนนเข้ามา เพื่อไม่ให้รถยนต์ลูกบ้านไปติดขัดการจราจรตรงถนนด้านหน้าโครงการ สำหรับระบบการเข้า-ออกโครงการเป็นแบบ KATSAN LIVING SECURITY SYSTEM ระบบอ่านป้ายทะเบียนรถยนต์และจักรยานยนต์ตามมาตรฐานของ AP รวมถึงมีระบบการรักษาความปลอดภัยภายในโครงการทั้งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง, CCTV ส่วนกลาง ประมาณ 284 จุด และรั้วทึบสูง 2.20 เมตร ส่วน Pathway Entrance ก็จะมีติดตั้งระบบเข้า-ออก เพิ่มความปลอดภัยให้แก่ลูกบ้านด้วยเช่นกันค่ะ ซึ่งจาก Pathway Entrance ก็จะเชื่อมต่อกับ Vitality Garden พื้นที่สวนสีเขียวด้านหน้าโครงการและ Outdoor Powerbuild Gym พื้นที่ออกกำลังกายกลางแจ้งด้วย
ชั้น G
ทางโครงการออกแบบ บริเวณชั้น G ของโครงการเป็นพื้นที่ส่วนกลางและที่จอดรถที่แบ่งแยกโซนชัดเจน โดยฟังก์ชันส่วนกลางในชั้น G จะมี Vitality Garden พื้นที่สวนสีเขียวและ Outdoor Powerbuild Gym พื้นที่ออกกำลังกายกลางแจ้งอยู่บริเวณด้านหน้าโครงการ อีกทั้งยังเชื่อมต่อกับ Pathway Entrance
มี Arrival Hall เป็นจุด Drop-Off รับ-ส่งลูกบ้าน เชื่อมต่อไปได้ทั้ง The Commons หรือเดินเข้าไปในอาคารจะเจอกับ Lobby และ Extraordinary Lounge ให้มานั่งพูดคุย พักผ่อนได้ นอกจากนั้นบริเวณด้านข้างของอาคารจะเป็นพื้นที่สวนสีเขียวอีกจุดที่มี Eclipse Haven Pavillion ศาลานั่งพักผ่อนและ Crescent Yard พื้นที่นั่งแบบ Step ภายในสวน ซึ่งพื้นที่สวนนี้ก็จะเป็นวิวสีเขียวและมุมพักสายตาให้ฟังก์ชันส่วนกลางภายในอาคารนั่นเอง
โครงการนี้ยังมี Shuttle Service บริการรถรับ-ส่งลูกบ้านจากโครงการมายัง BTS สถานีพระโขนงด้วยนะคะ ทำให้สะดวกสำหรับคนที่ต้องขึ้นรถไฟฟ้าเพื่อไปทำงานเป็นประจำ
พื้นที่ส่วนกลางชั้น G
ทางโครงการจะออกแบบ Arrival Hall จุด Drop-Off รับ-ส่งลูกบ้านที่สามารถขับรถวนออกนอกโครงการได้เลย ทำให้เราไม่ต้องเสียเวลาไปขับรถวนรอบอาคารเพื่อออกจากโครงการ นอกจากนั้นลูกบ้านก็สามารถยืนคอยรถได้โดยไม่ร้อนแดดหรือโดนฝนด้วยค่ะ
ซึ่งจาก Arrival Hall นี้ก็สามารถเลือกไปนั่งเล่น-พูดคุยที่ The Commons หรือ Lobbyที่อยู่บริเวณเดียวกับ Extraordinary Lounge ได้ แต่จะมีการติดตั้งระบบ Face Scan พร้อม CCTV ส่วนกลาง ประมาณ 284 จุดด้วย ทำให้หากมีครอบครัว เพื่อนๆหรือแขกต่างๆมาเยี่ยม ลูกบ้านจะต้องลงมารับค่ะ ถึงจะดูยุ่งยากหน่อย แต่ก็เป็นการเพิ่มความปลอดภัยในการอยู่อาศัยของลูกบ้านภายในโครงการนั่นเอง
ภาพจำลองบรรยากาศ ชั้น G บริเวณ Lobby และ Extraordinary Lounge โดยจะออกแบบอยู่บริเวณเดียวกัน ทำให้ใช้งานได้ต่อเนื่อง ประกอบกับออกแบบเป็นห้องฝ้าเพดานสูง ก็ยิ่งทำให้ได้ความโปร่งสบาย ไม่อึดอัดด้วย
ภายในห้องจะออกแบบเน้นโทนสีขาว-ครีมที่ดูสวยงามและสบายตา แต่ก็จะเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีสีสันมาตัด เพื่อเพิ่มลูกเล่น ไม่ให้บรรยากาศภายในห้องดูเรียบง่ายเกินไป
บริเวณด้านข้างของ Lobby และ Extraordinary Lounge จะเป็นพื้นที่สวนสีเขียว ประกอบด้วย Eclipse Haven Pavillion และ Crescent Yard ทำให้พื้นที่สวนนี้จะเป็นวิวสีเขียวและมุมพักสายตา สร้างบรรยากาศผ่อนคลายให้ฟังก์ชันในอาคารนั่นเอง
ภาพจำลองบรรยากาศ ชั้น G บริเวณ Eclipse Haven Pavillion ออกแบบเป็นศาลานั่งพักผ่อนในสวนสีเขียว ถัดมาจะเป็น Crescent Yard พื้นที่นั่งแบบ Step ให้มานั่งเล่นพักผ่อนภายในสวนได้อีกจุดค่ะ
ชั้น 2-7
ชั้น 2
ทางโครงการได้ออกแบบ พื้นที่จอดรถเริ่มตั้งแต่ชั้น 1 ไปจนถึงชั้น 7 เลย โดยจะเป็นที่จอดรถปกติ Conventional Parking สามารถจอดได้ 430 คัน คิดเป็น 41% พร้อม EV Charger ภายในโครงการ จำนวน 13 ช่องจอด แบ่งออกเป็น ที่จอดรถชั้น 1 จำนวน 7 ช่องจอด และที่จอดรถชั้น 2 จำนวน 6 ช่องจอด รองรับลูกบ้านที่ใช้รถยนต์ไฟฟ้าด้วย เพราะปัจจุบันหลายๆคนก็หันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้ากันมากขึ้นด้วยค่ะ
ชั้น 8
สำหรับพื้นที่ส่วนกลางในชั้น 8 นี้จะมี Barrique Garden เป็นพื้นที่สวนสีเขียว ทำให้ลูกบ้านมานั่งเล่นท่ามกลางธรรมชาติได้
ซึ่งทางโครงการจะออกแบบบริเวณโถงลิฟต์มีประตูเชื่อมไปยังพื้นที่สวนเลย ทำให้ลูกบ้านในชั้นอื่นๆออกจากลิฟต์มาก็เดินไปยังสวนได้ โดยไม่ต้องเดินผ่านด้านหน้าห้องพัก ดังนั้นลูกบ้านในชั้นนี้ก็ยังคงได้ความเป็นส่วนตัวในการอยู่อาศัยและมาใช้งานส่วนกลางได้ง่ายด้วยนั่นเอง
ส่วนกรอบสี่เหลี่ยมที่เราวงตำแหน่งห้องไว้ จะขอเอาไปพูดใน Part ของชั้นพักอาศัยนะคะว่า ตำแหน่งพวกนี้น่าสนใจยังไงบ้าง
พื้นที่ส่วนกลางชั้น 8
Barrique Garden ออกแบบเป็นสวนสีเขียวที่ดีไซน์แบบ Step ให้เรามานั่งเล่นพักผ่อนท่ามกลางสวนสีเขียวได้ อีกทั้งยังมีปลูกต้นไม้ใหญ่อยู่โดยรอบ เพื่อบังแสงแดดและเป็นร่มเงา ลูกบ้านจึงมานั่งเล่นได้นานขึ้นด้วยค่ะ
ชั้น 46
ทางโครงการได้ออกแบบ Main Facilities ของโครงการอยู่ชั้นบนสุดของโครงการกลายเป็น Sky Facilities ต่อเนื่องจากชั้น 46 ไปจนถึง Rooftop ด้วยแนวคิดแบบ Open Architecture สถาปัตยกรรมเปิดรับท้องฟ้า จึงมองเห็นวิวเมืองมุมสูง รวมถึงวิวแม่น้ำเจ้าพระยาและพื้นที่สีเขียวของบางกระเจ้าด้วยนั่นเอง
สำหรับชั้น 46 นี้จะออกแบบมี ชั้น Lower ด้วยนะ จะมี Serene Co-Working Space ห้องนั่งเล่น-นั่งทำงานและ Sky Horizon Garden มุมนั่งพักผ่อนในสวน ซึ่งจะมีบันไดเชื่อมชั้น Lower นี้ไปยังชั้น 46 ที่เป็นพื้นที่ส่วนกลางชั้นหลักค่ะ ทำให้หากจะมาใช้งานพื้นที่ส่วนกลางในชั้นนี้จะต้องขึ้นลิฟต์มายังชั้น 46 และเดินบันไดลงมายังชั้น Lower นี้นั่นเอง
ชั้น 46 ที่เป็นชั้นพื้นที่ส่วนกลางหลัก จะประกอบด้วย Ambivert Sky Lounge พื้นที่นั่งพักผ่อนชมวิวมุมสูง เชื่อมกับ Creative Room ห้องทำงานแบบกลุ่มและ Assembly Room ห้องประชุม-ทำงาน ซึ่งภายในห้องนี้จะมีบันไดวนขึ้นไปยังชั้นลอยที่เป็น Active Facilities อย่าง Health Club และ Powerbuild Gym ห้อง Fitness พร้อมอุปกรณ์ออกกำลังกายชั้นนำจาก Technogym เป็นแบรนด์พรีเมียมจากอิตาลีที่ได้รับการยอมรับในเรื่องคุณภาพระดับโลกเลยค่ะ รวมถึงมี Steam & Sauna ห้องสตีมและห้องซาวน่าในห้องน้ำชายและหญิงมาให้ใช้งานด้วยนะ
นอกจากนั้นยังเดินเชื่อมไปยัง Sky Enveloped Terrace พื้นที่นั่งชมวิวเมืองและโค้งน้ำบางกระเจ้ามุมสูงแบบกลางแจ้งและ Sky Deck จุดยืมชมวิวเมืองฝั่งสุขุมวิท ซึ่งบริเวณนี้จะมีบันไดเดินลงไปชั้น Lower ที่เราพาไปดูเมื่อกี้นะ อีกทั้งมี Panoramic Pool เป็นสระว่ายน้ำระบบเกลือ ขนาด 4.5×25 เมตร ลึก 1.20 เมตรและ Sunset Pool พร้อม Jacuzzi ที่จะออกแบบมีบันไดให้เดินลงไปชั้น Lower ได้อีกจุดค่ะ
ชั้น 46
พอทางโครงการออกแบบพื้นที่ส่วนกลางแบบ Sky Facilities ก็ทำให้เวลาลูกบ้านมาใช้งานพื้นที่ส่วนกลางก็จะเปิดรับวิวโดยรอบ พร้อมวิวแม่น้ำเจ้าพระยาและพื้นที่สีเขียวของบางกระเจ้า
สำหรับพื้นที่ส่วนกลางที่อยู่ฝั่งด้านหน้าโครงการจะเน้นเป็นพื้นที่สวนสีเขียวและจุดชมวิวอย่าง Sky Enveloped Terrace และ Sky Deck เพราะหันไปฝั่งถนนพระราม 4 และได้วิวเปิดโล่งนั่นเอง แต่ก็มี Serene Co-Working Space ที่ออกแบบเป็นห้องนั่งเล่น-นั่งทำงานอยู่บริเวณนี้ให้ใช้งานค่ะ
ภาพจำลองบรรยากาศ ชั้น 46 ที่เป็น Sky Facilities ที่นอกจากจะเปิดรับวิวโดยรอบมุมสูงแล้ว ลูกบ้านก็สามารถมาใช้งานพื้นที่ส่วนกลางได้ต่อเนื่องกันด้วย
ภาพจำลองบรรยากาศ ชั้น 46 บริเวณ Sky Enveloped Terrace, Sky Deck และ Serene Co-Working Space เป็นฟังก์ชันส่วนกลางที่หันไปถนนพระราม 4 ฝั่งด้านหน้าโครงการนั่นเอง
ภาพจำลองบรรยากาศ ชั้น 46 บริเวณ Serene Co-Working Space ออกแบบเป็นโทนสีขาว-ครีมและตัดด้วยเฟอร์นิเจอร์สีส้ม ภายในห้องจะจัดวางโต๊ะ-เก้าอี้ให้เรามานั่งทำงานหรือนั่งพักผ่อนได้ ส่วนผนังห้องทั้ง 3 ฝั่งจะเป็นกระจก เพื่อเปิดรับแสงธรรมชาติและวิวได้กว้าง
ภาพจำลองบรรยากาศ ชั้น 46 บริเวณ Sky Enveloped Terrace พื้นที่นั่งเล่นชมวิวเมืองและโค้งน้ำบางกระเจ้ามุมสูงแบบกลางแจ้ง เหมาะขึ้นมานั่งชมวิวในช่วงค่ำๆเลยค่ะ
ภาพจำลองบรรยากาศ ชั้น 46 บริเวณ Panoramic Pool และ Sunset Pool พร้อม Jacuzzi โดย Panoramic Pool จะออกแบบเป็นสระว่ายน้ำระบบเกลือ ขนาด 4.5×25 เมตร ลึก 1.20 เมตร ทำให้เราสามารถมาออกกำลังกายได้จริงจัง ส่วน Sunset Pool ก็จะมี Jacuzzi ให้เรามานั่งแช่น้ำผ่อนคลายได้
ภาพจำลองบรรยากาศ ชั้น 46 บริเวณ Panoramic Pool และ Sunset Pool พร้อม Jacuzzi ซึ่งจากบริเวณสระว่ายน้ำนี้ก็จะมองเห็นโค้งแม่น้ำเจ้าพระยาและพื้นที่สวนสีเขียวบางกระเจ้าด้วย
ชั้น Rooftop
ทางโครงการได้ออกแบบ Skyline Garden เป็นพื้นที่สวนสีเขียวตรงชั้นดาดฟ้าด้วยนะ ทำให้ลูกบ้านในโครงการมีพื้นที่สวนให้มาเดินเล่นอีกจุดเลย แต่หากจะขึ้นมายังชั้นนี้จะต้องใช้บันไดหนีไฟเดินขึ้นมานะคะ
พอออกแบบ Skyline Garden เป็นสนามหญ้ากว้างๆ ไม่มีต้นไม้ใหญ่ช่วยบังแดด ทำให้ในตอนกลางวันจะร้อนแดดมากๆ เรามองว่าเหมาะเป็นพื้นที่มาเดินเล่นในช่วงเช้าๆหรือตอนค่ำๆนะคะ
แปลนชั้นพักอาศัย
ชั้น 8
ชั้นห้องพักอาศัยของโครงการ จะเริ่มที่ชั้น 8 เป็นต้นไป มีจำนวนยูนิตต่อชั้นสูงสุดอยู่ที่ 28 ยูนิต โดยลักษณะการวางผังอาคารจะเป็นรูปตัว L ออกแบบให้มีโถงลิฟต์เยื้องมาทางฝั่งซ้ายด้านหน้าโครงการ ทำให้ห้องฝั่งด้านหลังอาคารจะมีระยะเดินที่ไกลกว่า ส่วนโถงทางเดินเป็น Double load Corridor ที่ออกแบบประตูห้องไม่ชนกัน ช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ออกแบบมีลิฟต์โดยสารทั้งหมด 5 ตัว อัตราส่วนลิฟต์รวมทั้งโครงการ 210 : 1 และระบบในการเข้า-ออกและขึ้น-ลงอาคารจะเป็น Face Scan ค่ะ
สำหรับ Typical Floor Plan ของโครงการนี้จะเป็นชั้น 9-29 ที่ห้องส่วนใหญ่จะเป็น 1 Bedroom ส่วนชั้น 30-35 จะปรับตำแหน่งห้อง 21-26 จากชั้น 9-29 เป็น 1 Bedroom Plus สำหรับชั้น 36-44 ก็ปรับตำแหน่งห้อง 12-15 ในชั้น 30-35 เป็น 1 Bedroom Plus ด้วย ทำให้ภาพรวมของชั้น 36-44 ส่วนใหญ่เป็น 1 Bedroom Plus นั่นเอง และในชั้น 45 ที่เป็นชั้นห้องพักอาศัยชั้นบนสุดจะมีจำนวนยูนิตเพียง 18 ยูนิตที่มีแบบห้องเหมือนกับชั้น 36-44 ค่ะ
นอกจากนั้นทางโครงการได้ออกแบบตำแหน่งห้องพักส่วนใหญ่หันไปทางทิศตะวันออกและทิศตะวันตกที่ได้วิวเปิดโล่ง เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกคอนโด ASPIRE สุขุมวิท-พระราม 4 สูง 38 ชั้นที่ตั้งอยู่ด้านหลังโครงการมาบดบังวิวกันเอง ซึ่งถือเป็นการออกแบบที่เลี่ยงเรื่องการบล็อกวิวได้ดีเลยนะคะ
งั้นมาดูกันต่อว่าตำแหน่งห้องที่เรามองว่าน่าสนใจในโครงการนี้จะมีตำแหน่งไหนบ้าง?
- กรอบสีน้ำเงิน : ห้องราคาดี ติดเพื่อนบ้านด้านเดียว เหมาะกับคนที่มีงบจำกัด แต่ก็อยากได้ความเป็นส่วนตัวในการอยู่อาศัย แต่ก็จะมีมุมมองเปิดรับวิวที่จำกัด เพราะหันไปทางคอนโด ASPIRE สุขุมวิท-พระราม 4 นั่นเอง
- กรอบสีแดง : ห้องที่ได้ความเป็นส่วนตัวสูง อยู่ตำแหน่งมุมอาคารหรือติดกับบันไดหนีไฟ จึงลดเสียงดังรบกวนไปได้ฝั่งนึง เหมาะกับคนที่ชอบความเงียบสงบ เป็นส่วนตัว
- กรอบสีเขียว : ห้องที่เปิดรับวิวสวนสีเขียว เป็นตำแหน่งที่มองเห็นวิวสวนตรงชั้น 8 นั่นเอง จึงได้ความใกล้ชิดธรรมชาติและวิวสวยๆ แต่ห้องพักในชั้น 8 ที่เดินมาใช้งานพื้นที่สวนส่วนกลางได้ง่ายกว่า ก็จะมีเรื่องความชื้นจากสวนที่ต้องคำนึงถึงด้วยเหมือนกัน ดังนั้นใครที่ซีเรียสเรื่องความชื้นหรืออยากได้ความเป็นส่วนตัวขึ้นมาหน่อยก็เลือกห้องพักตำแหน่งนี้ในชั้น 9-11 ได้นะคะ เพราะยังได้วิวสวนแบบชัดๆอยู่ค่ะ
สรุปสิ่งอำนวยความสะดวก
- ชั้น G
– Arrival Hall จุด Drop-Off รับ-ส่งลูกบ้านแบบในร่ม
– Lobby พื้นที่ต้อนรับ-พักคอย
– Extraordinary Lounge พื้นที่นั่งเล่น-พูดคุย
– The Commons พื้นที่นั่งพักผ่อน พูดคุย ทำงาน สามารถนั่งทานอาหารและดื่มเครื่องดื่มได้
– Vitality Garden พื้นที่สวนสีเขียวด้านหน้าโครงการ เชื่อมต่อกับประตูเข้า-ออก แบบเดินเท้า
– Outdoor Powerbuild Gym พื้นที่ออกกำลังกายกลางแจ้ง
– Eclipse Haven Pavillion ศาลานั่งพักผ่อนในสวน
– Crescent Yard พื้นที่นั่งแบบ Step ภายในสวน - ชั้น 8
– Barrique Garden พื้นที่สวนสีเขียว - ชั้น 46 Lower
– Serene Co-Working Space ห้องนั่งเล่น-นั่งทำงาน
– Sky Horizon Garden มุมนั่งพักผ่อนในสวน - ชั้น 46
– Ambivert Sky Lounge พื้นที่นั่งพักผ่อนชมวิวมุมสูง
– Creative Room ห้องทำงานแบบกลุ่ม
– Assembly Room ห้องประชุมและทำงาน
– Panoramic Pool สระว่ายน้ำระบบเกลือ ขนาด 4.5×25 เมตร ลึก 1.20 เมตร
– Sunset Pool พร้อม Jacuzzi
– Steam & Sauna ห้องสตีมและห้องซาวน่า ในห้องน้ำชายและหญิง
– Sky Enveloped Terrace พื้นที่นั่งชมวิวเมืองและโค้งน้ำบางกระเจ้ามุมสูงแบบกลางแจ้ง
– Sky Deck จุดยืมชมวิวเมืองฝั่งสุขุมวิท - ชั้น 46 Mezzanine
– Health Club ห้อง Fitness พร้อมอุปกรณ์ชั้นนำจาก Technogym
– Powerbuild Gym ห้อง Fitness โซน Weight Training อุปกรณ์ชั้นนำจาก Technogym - Rooftop
– Skyline Garden พื้นที่สวนสีเขียวตรงชั้นดาดฟ้า - พื้นที่ส่วนกลางรวมทั้งหมด 5,800 ตร.ม.
- EV Charger ภายในโครงการ จำนวน 13 ช่องจอด แบ่งออกเป็น ที่จอดรถชั้น 1 จำนวน 7 ช่องจอด และที่จอดรถชั้น 2 จำนวน 6 ช่องจอด
- รถ Shuttle Service รับ-ส่งจากโครงการไปยัง BTS พระโขนง
- ลิฟต์โดยสาร 5 ตัว/อาคาร
- อัตราส่วนลิฟต์รวมทั้งโครงการ 210 : 1
- Service Lift 1 ตัว
- ที่จอดรถประมาณ 430 คันคิดเป็น 41%
- ระบบรักษาความปลอดภัยในโครงการ
– รูปแบบประตูทางเข้า-ออกโครงการ : รั้วกั้นไม้กระดก
– ระบบในการเข้า-ออกโครงการ : KATSAN LIVING SECURITY SYSTEM ระบบอ่านป้ายทะเบียนรถยนต์และจักรยานยนต์
– ระบบในการเข้า-ออก (เดินเข้าออก ขึ้นลงอาคาร) : Face Scan
– CCTV ส่วนกลาง ประมาณ 284 จุด
– รูปแบบรั้วรอบโครงการ : รั้วทึบสูง 2.20 เมตร
– เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง
แบบห้อง
Highlight
- เน้นห้องเล็ก อยู่ 1-2 คน แต่ก็มี 2 Bedroom รองรับครอบครัวขนาดเล็กได้ด้วย
- ห้องหน้ากว้าง ออกแบบห้องส่วนใหญ่ได้ห้องหน้ากว้าง นอกจากจะได้บรรยากาศภายในห้องที่ดูกว้างขวางมากขึ้นแล้ว ยังเปิดรับแสง-วิวได้เยอะด้วย
- เลือกซื้อง่าย แต่ละแบบห้องมีจุดเด่นแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นได้ครัวปิดติดระเบียง, มีพื้นที่ Walk-in Closet, มี Foyer พื้นที่ต้อนรับ, ห้องอเนกประสงค์ ปรับเปลี่ยนได้ หรือ ห้องนอน 2 ห้อง
โครงการ LIFE Sukhumvit – Rama 4 มีรูปแบบห้องพักอาศัยหลักๆทั้งหมด 3 แบบด้วยกัน โดยจะเน้น 1 Bedroom และ 1 Bedroom Plus เป็นหลัก สามารถอยู่อาศัย 1-2 คนได้สบายๆ จัดฟังก์ชันภายในห้องมาลงตัว อีกทั้งออกแบบห้องส่วนใหญ่เป็นห้องหน้ากว้าง เปิดรับแสง-วิวได้กว้าง นอกจากนั้นแต่ละแบบห้องก็มี Layout ที่หลากหลายและมีจุดเด่นที่แตกต่างกันจึงเลือกได้ตรงไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนเลย ส่วนรูปแบบการขายจะเป็น Fully Fitted เราจึงเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์มาตกแต่งตามความชอบได้เอง โดยจะมีราคาเริ่มต้น 2.99-6.59 ล้านบาท
ขอแอบบอกเลยว่าโครงการนี้มี Layout ห้องใหม่และอัปเกรดสเปคห้องบางส่วนเพิ่มขึ้นจากคอนโด LIFE ที่ผ่านมาด้วยนะ แต่จะมีอะไรบ้าง? ตามอ่านกันต่อเลยค่ะ
วัสดุภายในห้อง
– พื้นห้อง : พื้นสำเร็จรูป (SPC) หนา 4 มม.
– พื้นระเบียง : กระเบื้องเซรามิก ขนาด 30×30 เซนติเมตร
– ความสูงพื้นถึงฝ้า 2.55 เมตรและความสูงพิ้นถึงฝ้าภายในห้องน้ำ 2.40 เมตร
– ผนังห้องฉาบเรียบทาสีขาว
– ไฟดาวน์ไลท์
– วัสดุกรอบบานหน้าต่าง : กรอบบานอลูมิเนียม
– กระจกบริเวณหน้าต่าง : กระจกเขียวตัดแสง
– เครื่องปรับอากาศแบบ Wall Type จาก Mitsubishi Electric จำนวน 2-3 เครื่อง โดยจำนวนเครื่องปรับอากาศ ขึ้นอยู่กับแต่ละแบบห้องพัก
วัสดุห้องครัว
– พื้นห้องครัว : กระเบื้องแกรนิตโต้ ขนาด 60×60 เซนติเมตร หรือ พื้นสำเร็จรูป (SPC) หนา 4 มม.
– เคาน์เตอร์ครัว Top Counter เป็นหินสังเคราะห์ พร้อม Built-in ชั้นวางของด้านบน-ล่าง
– Backsplash : กระเบื้องลายหิน ขนาด 60×60 เซนติเมตร
– อ่างล้างจาน, Hob, Hood จาก TEKA
วัสดุห้องน้ำ
– พื้น : กระเบื้องผิว MATT ขนาด 60×60 เซนติเมตร
– อ่างล้างหน้า, ก๊อกน้ำ, โถสุขภัณฑ์, Hand-Rain Shower จาก COTTO
– ฉากกั้นกระจกอาบน้ำแบบกระจกนิรภัย (Tempered Glass) หนา 10 มม.
– เดินสายไฟสำหรับติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นไว้ให้
**รายละเอียดของวัสดุต่างๆเช่น ยี่ห้อ และรุ่น ของจริงอาจจะเป็นรุ่นนี้หรือเทียบเท่านะคะ
1 Bedroom (Type B2) พื้นที่ใช้สอย 31.20-31.50 ตร.ม.
ห้องตัวอย่างห้องแรกที่เราจะมาเจาะลึกก็คือ 1 Bedroom (Type B2) พื้นที่ใช้สอย 31.20-31.50 ตร.ม. ที่เป็น Layout ห้องเดียวของโครงการนี้ที่มีพื้นที่ Walk-in Closet กั้นเป็นสัดส่วนมาเลย จึงถือเป็นจุดเด่นของห้องนี้นั่นเอง นอกจากนั้นยังได้พื้นที่นั่งเล่นอยู่ติดระเบียงและกั้นห้องครัวอยู่ด้านหน้าห้องมาเรียบร้อยเลย ส่วนตำแหน่งของแบบห้องนี้ส่วนใหญ่จะหันไปทางทิศตะวันออกที่ไม่โดนแดดโดยตรงและเปิดรับวิวเมือง
- ห้องครัวแบบปิดอยู่ด้านหน้าห้อง ทำให้พื้นที่พักผ่อนอยู่ด้านใน ได้ความเงียบสงบ เป็นส่วนตัวและยังทำอาหารจริงจังได้
- Common Area เชื่อมพื้นที่นั่งเล่น-รับประทานอาหาร ทำให้ได้พื้นที่ภายในห้องกว้างๆและโปร่งสบาย
- ระเบียงอยู่ติด Common Area ช่วยเปิดรับแสงธรรมชาติและวิว อีกทั้งแขวน Condensing Unit ไว้ด้านบน จึงมีพื้นที่ด้านล่างใช้งานได้
- Walk-in Closet ภายในห้องนอน สามารถเก็บเสื้อผ้าได้เยอะ
- ห้องน้ำ แบ่งเป็นสัดส่วน ใช้งานได้ง่าย
ห้องครัวแบบปิด
เมื่อเราเข้ามาภายในห้องจะเจอกับ ห้องครัวแบบปิด เลย มีขนาด 1.60×2.35 เมตร ปูพื้นเป็นกระเบื้องแกรนิตโต้ ขนาด 60×60 เซนติเมตร ที่สามารถเช็ดทำความสะอาดได้ง่าย ซึ่งทางโครงการจะ Built-in เคาน์เตอร์ครัวมาให้อยู่ฝั่งนึงของห้อง ส่วนอีกฝั่งก็เป็นพื้นที่วางตู้เย็นและตู้เก็บรองเท้าหรือตู้เก็บของเหมือนห้องตัวอย่างได้เลย
อีกทั้งยังออกแบบกั้นห้องครัวด้วยประตูกระจกบานเลื่อน เราจึงทำอาหารได้จริงจัง ไม่ต้องกลัวกลิ่นหรือควันจากการทำอาหารจะลอยไปติดเฟอร์นิเจอร์ภายในห้องนั่นเอง
ชุดเคาน์เตอร์ครัว
ชุดเคาน์เตอร์ครัว ที่ทางโครงการ Built-in มาให้จะได้หน้าตาเหมือนห้องตัวอย่างนะคะ โดยจะมี Top Counter เป็นหินสังเคราะห์ พร้อม Built-in ชั้นวางของด้านบน-ล่าง อย่างตู้ด้านบนก็เก็บพวกอุปกรณ์และวัตถุดิบการทำอาหาร ส่วนตู้ด้านล่างก็เก็บอุปกรณ์ทำความสะอาดต่างๆนั่นเอง อีกทั้งมีเว้นช่องสำหรับตั้งเครื่องซักผ้าฝาหน้ามาให้เรียบร้อยเลยนะ
ส่วนพื้นที่บนเคาน์เตอร์ก็กว้าง จึงวางของและเตรียมอาหารได้ง่าย ซึ่งทางโครงการก็ได้เลือกติดตั้งอ่างล้างจาน, Hob และ Hood ที่ต่อท่อดูดควันไปสู่ภายนอกจาก TEKA นอกจากนั้นยังติด Backsplash เป็นกระเบื้องลายหิน ขนาด 60×60 เซนติเมตร จึงเช็ดทำความสะอาดได้ง่ายดี นี่ถือเป็น Spec ที่ทางโครงการได้อัปเกรดจากเมื่อก่อนที่ติดเป็นกระเบื้องมาเป็น Backsplash กระเบื้องลายหินแทน ทำให้ดูสวยงามมากขึ้น
ทางโครงการได้ติดตั้ง ประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอนระหว่างห้องครัวและ Common Area เพื่อป้องกันไม่ให้กลิ่น-ควันจากการทำอาหารลอยเข้าไปติดเฟอร์นิเจอร์ภายในห้องนั่นเอง นอกจากนั้นตำแหน่งห้องครัวที่อยู่ด้านหน้าห้องแบบนี้ก็ถือเป็น Buffer Zone ป้องกันเสียงดังจากโถงทางเดินไม่ให้รบกวนพื้นที่ภายในห้อง เราจึงได้ความเงียบสงบและเป็นส่วนตัวมากขึ้นค่ะ
Common Area
Common Area มีขนาดใหญ่ 2.25×3.80 เมตร ด้วยการออกแบบ Open Plan เชื่อมพื้นที่นั่งเล่นและรับประทานอาหารอยู่บริเวณเดียวกัน นอกจากจะใช้งานได้ต่อเนื่องกันแล้ว ยังจัดวางเฟอร์นิเจอร์ได้ยืดหยุ่นตามการใช้งานและสร้างบรรยากาศโปร่งโล่งภายในห้องด้วย
ส่วนวัสดุปูพื้นจะเป็นพื้นสำเร็จรูป (SPC) หนา 4 มม. ลายไม้ จึงได้บรรยากาศที่เหมาะแก่การพักผ่อน อีกทั้งยังมีคุณสมบัติที่ทนทานต่อรอยขีดข่วนและความชื้นด้วย ทำให้เราสามารถใช้งานได้ยาวนาน ส่วนผนังห้องจะฉาบเรียบทาสีขาว พร้อมติดตั้งไฟดาวน์ไลท์ มีวัสดุกรอบบานหน้าต่างเป็นกรอบบานอลูมิเนียมและกระจกเขียวตัดแสง สำหรับความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานอยู่ที่ 2.55 เมตรค่ะ
พื้นที่นั่งเล่น
พื้นที่นั่งเล่น จะมีขนาด 2.20×2.25 เมตร ซึ่งเราสามารถตกแต่งเหมือนห้องตัวอย่างได้เลย ไม่ว่าจะเป็นวางโซฟา 2-3 ที่นั่ง ตั้งชั้นวางทีวีพร้อมทีวีขนาด 40 นิ้วได้ เพราะมีระยะดูทีวีอยู่ที่ 1.95 เมตร รวมถึงยังมีพื้นที่ตั้งโต๊ะกลางเล็กๆไว้วางของได้ด้วย มีพื้นที่เดินผ่านไป-มาได้สบายค่ะ
ด้านข้างของพื้นที่นั่งเล่น จะเป็น พื้นที่รับประทานอาหาร กว้างประมาณ 1.80 เมตร สามารถวางโต๊ะ-เก้าอี้ 2 ที่นั่งได้เหมือนห้องตัวอย่างเลยค่ะ อีกทั้งอยู่ใกล้ห้องครัวด้วย ก็จัดเสิร์ฟอาหารได้ง่ายดี
ทางโครงการติดตั้ง เครื่องปรับอากาศ แบบ Wall Type จาก Mitsubishi Electric มาให้ด้วยนะคะ โดยห้อง 1 Bedroom และ 1 Bedroom Plus จะได้ทั้งหมด 2 เครื่อง ส่วนห้อง 2 Bedroom จะได้ทั้งหมด 3 เครื่องค่ะ
หลายๆคนอาจจะเลือกซื้อแต่เฟอร์นิเจอร์ที่มีรูปทรงหรือสีเรียบๆ แต่จริงๆแล้วการซื้อพวกของตกแต่งที่ลวดลาย Pattern ต่างๆมาเสริม ก็ช่วยสร้างความมีชีวิตชีวาภายในห้องได้ดีเลยนะคะ
ระเบียง
ทางโครงการได้ออกแบบระเบียงอยู่ติดกับ Common Area เลย (แตกต่างจาก 1 Bedroom แบบอื่นๆของโครงการนี้) จึงช่วยดึงแสงธรรมชาติเข้ามาภายในห้องดูสว่าง นอกจากนั้นยังเปิดรับวิวด้านนอกด้วยนะ สร้างบรรยากาศน่าอยู่อาศัยมากขึ้น
สำหรับ ระเบียง จะมีขนาด 0.80×2.75 เมตร ปูพื้นเป็นกระเบื้องเซรามิก ขนาด 30×30 เซนติเมตร ที่ดูแลทำความสะอาดได้ง่ายและแขวน Condensing Unit ไว้ด้านบน จึงมีพื้นที่ด้านล่างใช้งานเป็นมุมต้นไม้ เพิ่มวิวสีเขียวภายในห้องหรือตั้งราวตากผ้าก็ได้เหมือนกัน พร้อมออกแบบระแนงพรางสายตาตรงพื้นที่ Condensing Unit ทำให้ดูเรียบร้อยดีเมื่อมองจากด้านนอกอาคารค่ะ
ต่อมาเราจะพามาดู โซนห้องนอน ที่อยู่อีกฝั่งของห้องกันบ้าง โดยจะประกอบด้วยห้องนอน พื้นที่ Walk-in Closet และห้องน้ำในตัวนั่นเอง
ห้องนอน
ห้องนอน มีขนาดประมาณ 2.60×3.00 เมตร โดยสามารถวางเตียงนอน 5-6 ฟุตได้ จะมีพื้นที่ด้านข้างเตียงกว้างประมาณ 1 เมตร จึงตั้งโต๊ะทำงานได้เหมือนห้องตัวอย่างเลย แต่ใครที่อยากติดตั้งทีวีไว้ในห้องนอน เราก็แนะนำให้ใช้เป็นทีวีแบบแขวนแทนนะคะ เพราะจะมีพื้นที่ด้านข้างและปลายเตียงกว้างประมาณ 0.50 เมตร เพียงพอให้เดินขึ้น-ลงเตียงได้เท่านั้นนั่นเอง
ถัดจากพื้นที่เตียงนอนจะเป็นโซน Walk-in Closet และห้องน้ำในตัว ค่ะ
Walk-in Closet
พื้นที่แต่งตัวแบบ Walk-in Closet จะเป็น Highlight ของห้องนี้เลย เพราะเป็นแบบห้องเดียวในโครงการนี้ที่มีพื้นที่ Walk-in Closet แบบนี้ ทำให้เราสามารถ Built-in ตู้เสื้อผ้าเต็มผนังได้เลย แถมตั้งโต๊ะแต่งหน้าได้ด้วย โดยจะมีขนาด 1.35×2.60 เมตร และพื้นที่ยืนแต่งตัวกว้างประมาณ 0.75 เมตร นอกจากนั้นยังอยู่ด้านหน้าห้องน้ำ จึงใช้งานได้ต่อเนื่องกันด้วย
การตกแต่งห้องที่นอกจากจะใช้โทนสีเดียวกันแล้ว ก็มีเทคนิคการเลือกสีใช้คู่ตรงข้ามได้ด้วย อย่างห้องนี้ที่เลือกใช้สีม่วงและสีเหลืองก็ทำให้ภายในห้องดูมีสีสันมากขึ้น
ห้องน้ำ
ห้องน้ำ ขนาด 1.35×2.30 เมตร มีการออกแบบแบ่งโซนแห้ง-เปียกเป็นสัดส่วน ปูพื้นเป็นกระเบื้องผิว MATT ขนาด 60×60 เซนติเมตร มีความสูงพิ้นถึงฝ้าภายในห้องน้ำ 2.40 เมตร พร้อมติดตั้งสุขภัณฑ์ในห้องน้ำทั้งหมดจาก COTTO พร้อมติดตั้งตู้เก็บของด้านล่างอ่างล้างมือ จึงเก็บอุปกรณ์ของใช้ในห้องน้ำได้
ส่วนพื้นที่อาบน้ำมีความกว้างประมาณ 0.90 เมตร พร้อมเจาะช่องตรงผนังด้านข้างเพื่อวางอุปกรณ์อาบน้ำต่างๆ รวมถึงยังเดินสายไฟสำหรับติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นไว้ให้และติดตั้งฉากกั้นกระจกอาบน้ำแบบกระจกนิรภัย (Tempered Glass) หนา 10 มม. เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำกระเด็นไปเลอะบริเวณอื่นด้วยค่ะ นอกจากนั้นทางโครงการได้อัปเกรด Spec บางอย่างด้วยทั้งการติดตั้ง Rain Shower ในทุกยูนิต รวมถึงผนังด้านนึงของห้องน้ำจะปูเป็นกระเบื้องลายหินอ่อนแบบนี้ ทำให้ดูสวยงามมากๆเลย
1 Bedroom Plus (Type C4) พื้นที่ใช้สอย 35.00 ตร.ม.
ต่อมาเราจะพามาดู 1 Bedroom Plus (Type C4) พื้นที่ใช้สอย 35.00 ตร.ม. ซึ่งถือเป็น Layout ใหม่เลยนะคะ โดยจะออกแบบมี Foyer เป็นพื้นที่ต้อนรับนั่นเอง นอกจากนั้นยังออกแบบห้องน้ำเข้า-ออกได้ 2 ทางและมีห้องอเนกประสงค์ไว้ใช้งานด้วย สำหรับตำแหน่งของแบบห้องนี้จะอยู่ชั้น 30 ขึ้นไปและหันไปทางทิศตะวันออกและทิศตะวันตก จึงเปิดรับวิวเมืองและโค้งแม่น้ำเจ้าพระยา-บางกระเจ้าในมุมสูงค่ะ
- โซน Service อยู่ด้านหน้าห้อง ทำให้พื้นที่พักผ่อนอยู่ด้านใน ได้ความเงียบสงบ เป็นส่วนตัว
- Foyer พื้นที่ต้อนรับ เหมาะตั้งตู้รองเท้าหรือตู้เก็บของ
- Common Area ขนาดใหญ่ ใช้งานได้ต่อเนื่อง ได้บรรยากาศโปร่งโล่ง
- ห้องน้ำเข้า-ออกได้ 2 ทาง ใช้งานได้สะดวกทั้งจาก Common Area และห้องนอน
- ห้องอเนกประสงค์ สามารถปรับเป็นห้องนอนเล็กๆอีกห้อง หรือใช้เป็นห้องทำงานและออกกำลังกายได้
- ห้องนอน วางเตียง 5 ฟุตได้สบาย มีพื้นที่ด้านข้างตั้งตู้เสื้อผ้าและระเบียงส่วนตัว
Foyer
เมื่อเข้ามาภายในห้องจะเจอกับ Foyer เป็นพื้นที่ต้อนรับนั่นเอง มีขนาดประมาณ 1.25×1.80 เมตร ทำให้เราสามารถตั้งเป็นชั้นวางของพร้อมของตั้งโชว์และกรอบรูปเหมือนห้องตัวอย่างได้เลย ก็ดูสวยงามและสร้างความประทับใจแรกได้ดี นอกจากนั้นยังเหมาะตั้งตู้เก็บรองเท้าด้วยนะ
ถัดจาก Foyer เข้ามาจะเจอกับ พื้นที่ครัวแบบเปิด นั่นเอง ซึ่งการออกแบบให้ Foyer, พื้นที่ครัวและห้องน้ำอยู่โซนด้านหน้าห้องจะทำให้พื้นที่พักผ่อนที่อยู่ด้านในได้ความเงียบสงบและเป็นส่วนตัวนั่นเอง
พื้นที่ครัวแบบเปิด
ทางโครงการออกแบบ พื้นที่ครัวแบบเปิด ขนาดประมาณ 1.80×2.35 เมตร ทำให้เหมาะสำหรับทำอาหารง่ายๆ โดยทางโครงการก็จะ Built-in ชุดเคาน์เตอร์ครัวมาให้เหมือนห้องตัวอย่างเลย ทั้ง Top Counter เป็นหินสังเคราะห์ พร้อม Built-in ชั้นวางของด้านบน-ล่าง จึงเก็บของได้เยอะดี ส่วนอ่างล้างจาน, Hob และ Hood ที่ต่อท่อดูดควันไปสู่ภายนอกก็เลือกใช้จาก TEKA อีกทั้งมี Backsplash เป็นกระเบื้องลายหิน ขนาด 60×60 เซนติเมตร จึงเช็ดทำความสะอาดได้ง่ายและผนังไม่เป็นคราบเลอะจากการทำอาหารด้วยค่ะ
Common Area
ทางโครงการออกแบบ Common Area เชื่อม Foyer, พื้นที่ครัว, พื้นที่รับประทานอาหารและพื้นที่นั่งเล่นอยู่บริเวณเดียวกันเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ประมาณ 3.80×4.90 เมตร ทำให้มีข้อดีทั้งได้พื้นที่ใช้งานต่อเนื่องกัน, จัดวางเฟอร์นิเจอร์ได้ตามการใช้งานและได้บรรยากาศโปร่งโล่งด้วยนั่นเอง
โดยจะปูพื้นเป็นพื้นสำเร็จรูป (SPC) หนา 4 มม. ลายไม้ สร้างบรรยากาศอบอุ่น เหมาะแก่การพักผ่อน อีกทั้งยังทนทานต่อรอยขีดข่วนและความชื้น ส่วนผนังห้องจะฉาบเรียบทาสีขาว พร้อมติดตั้งไฟดาวน์ไลท์ มีวัสดุกรอบบานหน้าต่างเป็นกรอบบานอลูมิเนียมและกระจกเขียวตัดแสง สำหรับความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานอยู่ที่ 2.55 เมตรนะคะ
สำหรับ เครื่องปรับอากาศ จะเป็นแบบ Wall Type จาก Mitsubishi Electric โดยแต่ละแบบห้องจะได้จำนวนชิ้นต่างกัน อย่าง 1 Bedroom และ 1 Bedroom Plus จะได้ทั้งหมด 2 เครื่อง ส่วนห้อง 2 Bedroom จะได้ทั้งหมด 3 เครื่อง
พื้นที่รับประทานอาหาร จะอยู่ใกล้กับพื้นที่ครัวเลย ทำให้สามารถจัดเสิร์ฟอาหารได้ง่ายดี โดยเราสามารถตั้งโต๊ะ-เก้าอี้เหมือนที่ห้องตัวอย่างได้ตกแต่งเป็นไอเดียได้เลยค่ะ
พื้นที่นั่งเล่น
พื้นที่นั่งเล่น มีขนาดประมาณ 2.35×2.35 เมตร เราจึงวางโซฟา 3 ที่นั่ง พร้อมชั้นวางทีวีได้ มีระยะดูทีวีจะอยู่ที่ 2.05 เมตร จึงเลือกทีวี 40 นิ้วขึ้นไปได้ ส่วนพื้นที่เดินผ่านไป-มาก็กว้าง เดินผ่านได้สบาย รวมถึงยังสามารถหาโต๊ะกลางเล็กๆมาตั้งเพิ่มได้ด้วย
ห้องอเนกประสงค์
ห้องอเนกประสงค์ จะอยู่ถัดจากพื้นที่นั่งเล่นเลย โดยจะมีการออกแบบกั้นประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอนไว้ ทำให้เปิด-ปิดได้กว้างและกั้นห้องเป็นสัดส่วนดี โดยภายในห้องจะมีขนาด 2.05×2.35 เมตร ใช้เป็นห้องนอนได้อีกห้องเลย หรือจะปรับเป็นห้องทำงานเหมือนที่ทางห้องตัวอย่างตกแต่งให้ดูเป็นไอเดียได้ด้วย ทั้งวางโต๊ะ-เก้าอี้นั่งทำงานและ Sofa Bed ไว้นอนเล่น ส่วนด้านข้างก็มีช่องหน้าต่างขนาดใหญ่เปิดรับแสงและวิวได้กว้างเลยค่ะ
ถัดจาก Common Area จะมีประตูเปิดเชื่อมไปยัง ห้องนอน ที่เราจะพาไปดูกันต่อนั่นเอง
ห้องนอน
ห้องนอน มีขนาด 2.55×3.20 เมตร ซึ่งเราสามารถตกแต่งเหมือนห้องตัวอย่างได้เลยไม่ว่าจะเป็นวางเตียงนอน 5-6 ฟุต, ติดตั้งทีวีแบบแขวนและมีพื้นที่ด้านข้างตั้งโต๊ะแต่งหน้า-ตู้เสื้อผ้าได้ นอกจากนั้นจะมีประตูบานเลื่อน 3 ตอนเปิดออกไปยังระเบียงส่วนตัวด้วยค่ะ
ระเบียงในห้องนอน
ทางโครงการออกแบบ ระเบียงอยู่ภายในห้องนอน โดยมีขนาด 0.80×2.50 เมตร ปูพื้นเป็นกระเบื้องเซรามิก ขนาด 30×30 เซนติเมตร พร้อมออกแบบระแนงพรางสายตาตรงพื้นที่ Condensing Unit ทำให้ดูเรียบร้อยสวยงามดี
นอกจากนั้นยังแขวน Condensing Unit ไว้ด้านบน จึงมีพื้นที่ด้านล่างให้เราทำเป็นมุมต้นไม้ เพื่อเป็นวิวสีเขียวให้ภายในห้องนอนได้นั่นเอง
ห้องน้ำเข้า-ออกได้ 2 ทาง
สำหรับห้องน้ำของ 1 Bedroom Plus ทุกห้องในโครงการนี้จะออกแบบเป็น ห้องน้ำที่เข้า-ออกได้ 2 ทาง ทำให้ใช้งานได้สะดวกทั้งจาก Common Area และห้องนอนนั่นเอง โดยจะมีขนาด 1.35×2.40 เมตร และออกแบบคล้ายๆกับห้องก่อนหน้านี้ ทั้งแบ่งโซนแห้ง-เปียกแยกกันชัดเจน มีวัสดุปูพื้นเป็นกระเบื้องผิว MATT ขนาด 60×60 เซนติเมตร ความสูงพิ้นถึงฝ้าภายในห้องน้ำ 2.40 เมตร ส่วนสุขภัณฑ์ในห้องน้ำทั้งหมดเลือกใช้จาก COTTO อีกทั้งมีติดตั้งตู้เก็บของด้านล่างอ่างล้างมือด้วย
พื้นที่อาบน้ำก็มีความกว้างประมาณ 0.90 เมตร พร้อมติดตั้งฝักบัวแบบ Hand-Rain Shower จาก COTTO และออกแบบเจาะช่องตรงผนังด้านข้างจึงหยิบอุปกรณ์อาบน้ำได้ง่ายดี อีกทั้งเดินสายไฟสำหรับติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นมาให้เรียบร้อย เราจึงซื้อเครื่องทำน้ำอุ่นมาติดตั้งเพิ่มได้เลย นอกจากนั้นยังติดตั้งฉากกั้นกระจกอาบน้ำแบบกระจกนิรภัย (Tempered Glass) หนา 10 มม. มาให้ครบ จึงไม่ต้องกลัวน้ำกระเด็นไปเปียกบริเวณอื่นด้วยค่ะ ส่วนผนังด้านนึงของห้องน้ำก็จะปูเป็นกระเบื้องลายหินอ่อนในทุกยูนิตเลย
แบบแปลน
1 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 26.00-31.50 ตร.ม.
1 Bedroom
1 Bedroom Plus พื้นที่ใช้สอย 35.00 ตร.ม.
1 Bedroom Plus
2 Bedroom 2 Bathroom พื้นที่ใช้สอย 50.00-60.50 ตร.ม.
2 Bedroom 2 Bathroom
ราคา
LIFE Sukhumvit – Rama 4 ราคาเท่าไหร่ (ณ วันที่ 20 พฤษภาคม 2569)
ราคาผ่อนต่อเดือนยกตัวอย่างจาก ดอกเบี้ย 4% ระยะเวลาผ่อน 30 ปี*
สามารถคลิกดูอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันได้ที่ >> อัปเดต! ดอกเบี้ยบ้าน 2568 ทุกธนาคาร
- 1 Bedroom (S) พื้นที่ใช้สอย 26.00 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 2.99 ล้านบาท
– ราคาผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 14,274.72 บาท
– ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 1,278.4 บาทต่อเดือน
– ค่ากองทุนเริ่มต้น 14,960 บาท - 1 Bedroom (M) พื้นที่ใช้สอย 31.00-31.50 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 3.59 ล้านบาท
– ราคาผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 17,139.21 บาท
– ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 1,457-1,480.5 บาทต่อเดือน
– ค่ากองทุนเริ่มต้น 17,050-17,325 บาท - 1 Bedroom Plus พื้นที่ใช้สอย 35.00 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 4.29 ล้านบาท
– ราคาผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 20,481.12 บาท
– ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 1,645 บาทต่อเดือน
– ค่ากองทุนเริ่มต้น 19,250 บาท - 2 Bedroom 2 Bathroom (M) พื้นที่ใช้สอย 50.00-55.00 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 6.59 ล้านบาท
– ราคาผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 31,461.67 บาท
– ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 2,350-2,585 บาทต่อเดือน
– ค่ากองทุนเริ่มต้น 27,500-30,250 บาท - 2 Bedroom 2 Bathroom (L) พื้นที่ใช้สอย 60.20-60.50 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 8.59 ล้านบาท
– ราคาผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 41,009.97 บาท
– ค่าส่วนกลางเริ่มต้น 2,829.4-2,843.5 บาทต่อเดือน
– ค่ากองทุนเริ่มต้น 33,110-33,275 บาท - รูปแบบการขาย Fully Fitted
- ค่าจอง 20,000-50,000 บาท
- ค่าทำสัญญา 20,000-50,000 บาท
- ดาวน์ 8% ผ่อนดาวน์ 22-27 งวด
- ค่ากองทุน 550 บาท/ตร.ม. (จ่ายครั้งเดียว)
- ค่าส่วนกลาง 47 บาท/ตร.ม./เดือน
- Promotion : ส่วนลดสำหรับลูกค้าลงทะเบียนออนไลน์สูงสุด 100,000 บาท ภายใน 30 ก.ย. 2569
**ราคาที่เอามาลงในบทความเป็นราคา ณ วันที่เข้าไปเก็บข้อมูลทำรีวิว ดังนั้นราคาต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ
Tips : แนะนำการขอสินเชื่อกับธนาคาร
เกณฑ์การพิจารณาการขอสินเชื่อจากธนาคาร ควรมีเงื่อนไขตรงกับข้อไปนี้ค่ะ
- มีรายรับชัดเจน สม่ำเสมอ(ไม่ผันผวน) ต่อเนื่องนานกว่า 6 เดือน และสามารถตรวจสอบได้
- ควรมีภาระหนี้รวมทั้งหมด (ทั้งบ้าน รถยนต์ บัตรเครดิต และอื่นๆ) ไม่เกิน 40% ของรายได้ต่อเดือน
- มีรายได้ต่อเดือนมากกว่าค่าผ่อนชำระสินเชื่อบ้าน 3 เท่าขึ้นไป
หากต้องการผ่อนบ้านให้หมดไว แนะนำให้โปะเพิ่มประมาณ 10% ของงวดผ่อน จะช่วยลดระยะเวลาผ่อนลงได้ 4 – 7 ปี (ขึ้นอยู่กับอัตราดอกเบี้ย) และควร Refinance หรือ Retention เพื่อให้ดอกเบี้ยลดลงทุกๆ 3 ปี ทั้งนี้อย่าลืมเผื่อค่าใช้จ่ายในการซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าและตกแต่ง*ก่อนเข้าอยู่เพิ่มเติมด้วยนะคะ
อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
>>โปะบ้านหมดไว คำนวณได้เอง
>>โอนบ้านจบ อย่าใช้เงินหมด! ค่าใช้จ่ายแฝงเพียบ
บทสรุป
ทำเล :
LIFE Sukhumvit – Rama 4 มีทางเข้า-ออกโครงการอยู่ติดถนนพระราม 4 ใกล้แยกพระโขนง จึงเดินทางไปโซนธุรกิจทั้งสีลม, สาทร, ชิดลม และเอกมัย-ทองหล่อได้ง่าย มีทางด่วน 2 สายให้เดินทางเข้า-ออกเมือง รวมถึงรถไฟฟ้า BTS ก็อยู่ไม่ไกล จึงมีภาพรวมการเดินทางที่สะดวกสบาย ส่วนความอุดมสมบูรณ์ทั้งบนย่านพระราม 4 เองก็ครบครัน หรือจะไปโซนสีลม-สาทร, สุขุมวิทเอกมัย-ทองหล่อ, ชิดลม-อโศกก็มีแหล่งช้อปปิ้งอยู่หลากหลายเลยค่ะ
การเดินทางโดยใช้รถ :
ถือว่าสะดวกเลยค่ะ เพราะอยู่บนถนนพระราม 4 จึงเดินทางไปยังสีลม สาทร ได้ง่าย มีเส้นทางลัดเลาะเลี่ยงรถติดไปยังถนนสุขุมวิทหรือถนนเลียบทางรถไฟสายเก่าปากน้ำได้ รวมถึงจะใช้เส้นถนนสุขุมวิทเพื่อเข้าเมืองไปทางสยาม ชิดลมหรือออกเมืองไปทางอ่อนนุช บางนาก็สะดวก อีกทั้งใกล้ทางพิเศษฉลองรัชและเฉลิมมหานครในระยะไม่เกิน 2.5 กิโลเมตร ส่วนพื้นที่จอดรถในโครงการเป็นแบบ Comventional Parking 430 คัน คิดเป็น 41%
การเดินทางโดยไม่ใช้รถ :
จากที่ตั้งโครงการจะมีระยะห่างจาก BTS พระโขนง ประมาณ 550 เมตร ซึ่งเป็นระยะที่เดินไปขึ้นรถไฟฟ้าได้ มีทางเท้าขนาดใหญ่ตลอดทั้งเส้นทาง แต่ใครไม่อยากเดินเหนื่อย ทางโครงการก็มี Shuttle Service รถรับ-ส่ง ไปยัง BTS ด้วย นอกจากนั้นยังมีรถประจำทาง, วินมอเตอร์ไซค์และ Taxi ผ่านไป-มา ทำให้สามารถเรียกรถได้ง่าย
วัสดุ :
รูปแบบการขายจะเป็น Fully Fitted ที่เราจะต้องเผื่องบบางส่วนในการซื้อของตกแต่งห้องเอง แต่ก็มีข้อดีที่เราตกแต่งห้องได้ตามความชอบเลย โดยวัสดุปูพื้นเป็นพื้นสำเร็จรูป (SPC) หนา 4 มม., เครื่องปรับอากาศแบบ Wall Type จาก Mitsubishi Electric จำนวน 2-3 เครื่อง, ชุดเคาน์เตอร์ครัว พร้อมอ่างล้างจาน, Hob, Hood จาก TEKA, สุขภัณฑ์ในห้องน้ำจาก COTTO ซึ่งทางโครงการได้อัปเกรดสเปคจากคอนโด LIFE เดิมอย่าง Backsplash เป็นลายหิน, ติดตั้งฝักบัว Rain Shower และผนังห้องน้ำฝั่งนึงเป็นกระเบื้องลายหินอ่อนทุกยูนิต
การออกแบบ :
ทางโครงการออกแบบตัวอาคารตั้งอยู่ด้านในและมีระยะห่างจากถนน ทำให้มีข้อดีที่ช่วยลดเสียงดังรบกวนและกลิ่นควันจากรถยนต์ จึงได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ส่วนตำแหน่งห้องส่วนใหญ่ก็ออกแบบหันไปทางทิศตะวันออกและทิศตะวันตกที่ได้วิวเปิดโล่ง ไม่ถูกบล็อกวิวด้วยนะ สำหรับ Main Facilities ก็จะอยู่ชั้นบนสุด ทำให้เวลาลูกบ้านมาใช้งานส่วนกลางก็ได้วิวสวยๆเลยนั่นเอง ซึ่งคอนโดแบรนด์ LIFE จะโดดเด่นเรื่องพื้นที่สวยงามและโอ่อ่าอยู่แล้ว ดังนั้นภาพจำลองบรรยากาศของโครงการนี้ก็ดูสวยงามและน่าใช้งานเลยค่ะ
รูปแบบห้องของโครงการจะมีทั้งหมด 3 แบบ เน้นห้องเล็ก อยู่ 1-2 คน แต่ก็มี 1 Bedroom Plus และ 2 Bedroom รองรับครอบครัวขนาดเล็กได้ด้วย อีกทั้งยังออกแบบห้องส่วนใหญ่เป็นห้องหน้ากว้าง ห้องจึงดูใหญ่และเปิดรับแสง-วิวได้เยอะ ที่สำคัญแต่ละแบบห้องมีจุดเด่นแตกต่างกัน จึงเลือกซื้อได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นได้ครัวปิดติดระเบียง, มีพื้นที่ Walk-in Closet, มี Foyer พื้นที่ต้อนรับ, ห้องอเนกประสงค์ ปรับเปลี่ยนได้ หรือ ห้องนอน 2 ห้องนั่นเอง
สาธารณูปโภค :
พื้นที่ส่วนกลางออกแบบกระจายอยู่ที่ชั้น 1, 8, 46 และ Rooftop พร้อมออกแบบแยกจากส่วนพักอาศัยชัดเจน เพื่อความปลอดภัยและเป็นส่วนตัวของลูกบ้าน โดยชั้น 1 จะเน้นเป็นฟังก์ชันต้อนรับ-พูดคุย ส่วนชั้น 8 จะเป็นสวนสีเขียว และชั้น 46 ที่เป็น Main Facilities ถือเป็น Sky Facilities ทำให้ลูกบ้านมาใช้งานพื้นที่ส่วนกลาง พร้อมชมวิวมุมสูง เปิดรับโค้งแม่น้ำเจ้าพระยาและพื้นที่สีเขียวบางกระเจ้าได้ด้วยนั่นเอง
Judgement
การให้คะแนน ให้แบบ Weight Average โดยมุ่งหาความคุ้มค่า เทียบกับราคาที่จ่ายไป โดยมีส่วนที่พิจารณาดังนี้
ทำเล 35%, การเดินทางโดยใช้รถ 15%, การเดินทางโดยไม่ใช้รถ 15%, วัสดุ 15%, การออกแบบ 10% และสาธารณูปโภค 10%
เทียบกับช่วงราคาเฉลี่ยแบบทั้งโครงการ AVG 118,000 บาท/ตร.ม., 20 พฤษภาคม 2569
MAIN-UPPER CLASS
| หมวดหมู่ | คะแนน |
หมายเหตุ |
| ทำเล | 8/10 | ติดถนนพระราม 4 ใกล้แยกพระโขนง หาของกินง่าย |
| เดินทางด้วยรถยนต์ | 8/10 | ใกล้ทางด่วน 2 สาย เข้าเมืองสะดวก |
| เดินทางด้วยรถสาธารณะ | 8.25/10 | ห่าง BTS พระโขนง 550 เมตร แต่มีรถรับ-ส่ง เรียกรถง่าย |
| วัสดุ | 7.75/10 | Fully Fitted แต่มีผนังห้องน้ำลายหินอ่อนและ Rain Shower ทุกยูนิต |
| การออกแบบ | 8.25/10 | Main Facilities อยู่ชั้นบนสุด แบบห้องหน้ากว้าง มีหลาย Layout ให้เลือก |
| สาธารณูปโภค | 8.25/10 | มีส่วนกลางครบครัน สวยน่าใช้งาน |
| รวมคะแนน | 8.05 | จาก 10 คะแนน |
LIFE Sukhumvit – Rama 4 ดีไหม?
โครงการ LIFE Sukhumvit – Rama 4 เหมาะกับคนที่มองหาคอนโดทำเลเมือง ใกล้รถไฟฟ้าและทางด่วน เดินทางไปโซนพระราม 4, สีลม, สาทรหรือเอกมัย-ทองหล่อได้ง่าย มีรถรับ-ส่งสถานีรถไฟฟ้า BTS พร้อมแบบห้องหน้ากว้าง มี Layout ให้เลือกหลากหลาย และพื้นที่ส่วนกลางให้ใช้งานครบ มองเห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยาและบางกระเจ้าได้ มีงบประมาณ 2.99-6.59 ล้านบาท หรือมีกำลังผ่อนต่อเดือนที่ 14,274.72 – 41,009.97 บาท
ตัวอย่างโครงการคอนโดพระราม 4
Think of Living รวบรวมมาให้แล้ว!
โครงการเปิดใหม่ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮมและคอนโดมิเนียม ในทำเลทั่วกรุงเทพและปริมณฑล ในทุกๆเดือนย้อนหลัง ใครที่กำลังมองหาบ้านห้ามพลาด อาจจะมีโครงการในราคาและทำเลที่เพื่อนๆ ตามหาอยู่ก็เป็นได้นะ
เข้ามาชมบทความรายเดือนได้เลย คลิกที่นี่

