หลังจากที่โครงการ ‘บ้านชาวไทย’ ได้เปิดตัวเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา เชื่อว่าหลายๆคนน่าจะมีความสนใจ แต่ก็อาจเต็มไปด้วยคำถามมากมายที่ยังมีความสงสัย เพราะโครงการใหม่นี้มีความพิเศษของรูปแบบการขายที่แตกต่างจากคอนโดทั่วไปที่เราคุ้นชินกัน เช่น

  • ไม่ต้องวางเงินจอง ไม่ต้องเสียเงินดาวน์ ไว้รอผ่อนกับธนาคารทีเดียวตอนสร้างเสร็จ >> มีข้อดีหรือแตกต่างกับการไปซื้อคอนโดทั่วไปอย่างไร?
  • ธอส. เป็นคน Pre-Approve การลงทะเบียนรอบแรก คือยังไง? มีการกำหนดคุณสมบัติอะไรเหมือนโครงการบ้านเพื่อคนไทยก่อนหน้านี้ไหม?
  • ได้รับดอกเบี้ยพิเศษ 1.54% จาก ธอส. จริงหรือเปล่า?
  • เป็นคอนโดที่ทำมาเพื่อผู้มีรายได้น้อยจริงหรือ? ทั้งๆที่ราคาเริ่มต้นล้านปลายๆ ไม่ต่างจากคอนโดทั่วไปเลย

ดังนั้น Thinkofliving จึงขอเป็นตัวแทนไป Survey เพื่อเก็บข้อมูล และสอบถามกับเจ้าหน้าที่ประจำโครงการ + เจ้าหน้าที่ธนาคาร ธอส. มาให้อย่างละเอียด เพื่อที่จะได้ไขข้อสงสัยและเป็นประโยชน์สำหรับคนที่กำลังสนใจโครงการ ‘บ้านชาวไทย’ ไว้เป็นข้อมูลในการพิจารณาครับ

สำหรับโปรเจค ‘บ้านชาวไทย’ เป็นโครงการคอนโดมิเนียมจาก BTS Group ซึ่งเป็นคนละโปรเจคกับบ้านเพื่อคนไทยของรัฐที่เป็นกระแสเมื่อปีที่แล้วนะครับ โดยโครงการนี้จะเป็นของบริษัทเอกชนทำเอง เลยเป็นที่คาดหวังของใครหลายๆคนว่าจะสร้างได้สำเร็จจริง และได้เป็นเจ้าของคอนโดในทำเลที่ดี ใกล้รถไฟฟ้า และมีราคาจับต้องได้ง่าย

ซึ่งนั่นก็เป็นหนึ่งในปณิธานของ คุณคีรี กาญจนพาสน์ (ประธานกรรมการ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)) ที่ได้ตั้งเอาไว้เมื่อตอนคิดคอนเซ็ปต์โปรเจคนี้ขึ้นมา แต่ด้วยความที่ชื่อโครงการ ‘บ้านชาวไทย’ มีความคล้ายกับบ้านเพื่อคนไทย เลยทำให้มีหลายๆคนเข้าใจผิด คิดว่านี่เป็นคอนโดราคาต่ำกว่าล้าน หรือเพียงล้านต้นๆ และถูกเปรียบเทียบกับบ้านเอื้ออาทร หรือโครงการในเครือของการเคหะจากทางภาครัฐ แต่จริงๆแล้วไม่ใช่เลยครับ

‘บ้านชาวไทย’ เป็นโครงการคอนโดมิเนียมที่เปิดตัวมา 2 ทำเลพร้อมกันในชื่อ D:CRAFT คลองหลวง และ D:CODE ศรีนครินทร์ มีราคาเริ่มต้น 1.6 และ 1.89 ล้านตามลำดับ ซึ่งเป็นราคาเปิดตัวเหมือนๆกับคอนโดทั่วไปเลยครับ แต่จุดเด่นของเค้าจริงๆคือ ‘ความคุ้มค่า’ ของสเปควัสดุและแปลนของที่เรียกได้ว่ากินขาดในคอนโดระดับราคา Segment เดียวกัน

ไม่ต้องวางเงินจอง ไม่ต้องเสียเงินดาวน์ ไว้รอผ่อนกับธนาคารทีเดียวตอนสร้างเสร็จ

หนึ่งในความพิเศษที่ทำให้เป็นที่สนใจของใครหลายๆคน คือ โครงการนี้ไม่ต้องวางเงินจองและไม่ต้องมีเงินดาวน์ แต่เราสามารถเป็นเจ้าของคอนโดได้ในราคา 0 บาท เหมาะกับคนที่ยังไม่อยากมีภาระทางการเงินในตอนนี้ แล้วค่อยไปผ่อนกับธนาคาร ธอส. ในตอนที่โครงการนี้สร้างเสร็จเลยทีเดียว (คาดว่าน่าจะเสร็จช่วงเดือน ธ.ค. 2571) โดยเฉพาะ First Jobber ที่เพิ่งเริ่มทำงานแล้วอาจยังไม่มี Statement ก็มีสิทธิ์ได้เป็นเจ้าของคอนโดลักษณะนี้ได้เช่นกัน

ซึ่งรูปแบบการขายนี้มีความแตกต่างจากการซื้อขายคอนโดทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็มีข้อที่ต้องพิจารณาอยู่พอสมควรดังนี้

  1. การลงทะเบียนในรอบแรกนี้ จะเป็นเพียงการลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์ในการจับฉลากเท่านั้น และจะประกาศผลในวันที่ 20 กพ. เท่าที่สอบถามมาน่าจะเป็นการ Live สดผ่านช่องทางของโครงการครับ (และน่าจะมีการแจ้งเตือนผ่านข้อความต่างๆ ตามที่ได้ลงทะเบียนเอาไว้ด้วย)
  2. หลังจากที่ทราบผลแล้ว ผู้ที่ได้รับสิทธิ์จะต้องเข้ามาเผื่อจองตำแหน่งห้องพักอีกครั้ง (วันและเวลาทางโครงการน่าจะประกาศให้ทราบอีกที แต่ที่แน่ๆคือ จะเป็นหลังวันประกาศผลนั่นแหละครับ) โดยช่วงเวลานี้เป็นช่วงสำคัญมาก ใครมาก่อนก็มีสิทธิ์ได้จองตำแหน่งห้องดีๆไปก่อน

จากตารางเราอาจสรุปได้ว่า โครงการบ้านชาวไทยถูกทำมาเพื่อตอบโจทย์คนที่อยากมีบ้าน แต่ยังไม่อยากมีภาระทางการเงินในตอนนี้ ซึ่งอาจต้องการระยะเวลาเตรียมตัวเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนจะเข้าอยู่อาศัยอีกสัก 1 – 2 ปี อีกทั้งยังได้ Benefit จากเรทอัตราดอกเบี้ยพิเศษของ ธอส. และเฟอร์นิเจอร์ที่ครบครันไม่ต้องเตรียมงบเพิ่ม ทำให้ต้นทุนในการอยู่อาศัยค่อนข้างสบายกระเป๋ากว่าคอนโดทั่วไป

แต่ทั้งนี้ก็มีข้อชวนพิจารณาข้อใหญ่อยู่อีกอย่างหนึ่ง เพราะรายละเอียดของโครงการที่ในปัจจุบันยังมีหลายๆส่วนที่เรายังไม่ทราบแน่ชัด ไม่ว่าจะเป็นผังโครงการ จำนวนยูนิต และฟังก์ชันส่วนกลาง เพราะตอนนี้ทางโครงการก็ยังอยู่ในขั้นตอนขอ EIA โดยการลงทะเบียนในรอบนี้เราคิดว่า เป็นเหมือนการทดสอบและดูยอดการลงทะเบียนว่ามีผู้สนใจมาก-น้อยขนาดไหน

ซึ่งพอทราบจำนวนแล้วก็อาจมีการเปลี่ยนแปลงตัวโครงการ เพื่อปรับให้เหมาะสมกับ Demand ความต้องการของตลาดอีกที โดยอันนี้เป็นส่วนที่ทางเราคิดและวิเคราะห์เอาเอง ไม่ได้เป็นข้อมูลอย่างเป็นทางการจากโครงการแต่อย่างใด ผิดถูกอย่างไรหรือคนอื่นๆมีความคิดเห็นแบบไหนก็สามารถแชร์กันเพิ่มเติมได้นะครับ

ธอส. เป็นคน Pre-Approve การลงทะเบียนรอบแรก คือยังไง? มีการกำหนดคุณสมบัติอะไรเหมือนโครงการบ้านเพื่อคนไทยก่อนหน้านี้ไหม?

อย่างที่บอกไปแล้วว่ามีหลายๆคนเข้าใจผิด คิดว่าโครงการบ้านชาวไทยเป็นเหมือนกับโครงการบ้านเพื่อคนไทย ซึ่งอาจมีการกำหนดคุณสมบัติของผู้ลงทะเบียนเหมือนกันหรือเปล่า? เช่น รายได้ไม่เกิน 50,000 บาท หรือต้องเป็นบ้านหลังแรกเท่านั้น เป็นต้น แต่จากที่สอบถามมาแล้วทางผู้ใหญ่ยังไม่มีการกำหนดอะไรแบบนั้นครับ

ปัจจุบันมีข้อกำหนดเพียงข้อเดียวเลยก็คือ จำกัดสิทธิ์ 1 บัตรประชาชนต่อ 1 สิทธิ์เท่านั้น เพื่อลดโอกาสการกว้านซื้อห้องหลายยูนิตเพื่อเกร็งกำไรของนักลงทุน เพราะความตั้งใจของผู้พัฒนาคือ อยากให้คนไทยได้มีโอกาสเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยในราคาที่คุ้มค่า และโฟกัสไปที่กลุ่มคนอยู่อาศัยจริงเป็นหลัก

โดยเจ้าหน้าที่จากธนาคาร ธอส. จะเข้ามาทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้านสินเชื่อ วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อประเมินความสามารถในการผ่อนชำระของผู้กู้ และออกแบบโครงสร้างอัตราดอกเบี้ยให้เหมาะสมกับโครงการ โดยกำหนดเงื่อนไขที่ผ่อนคลาย ไม่มีการวางเงินดาวน์ และเริ่มผ่อนชำระเมื่อเข้าอยู่อาศัย

ได้รับดอกเบี้ยพิเศษ 1.54% จาก ธอส. จริงหรือเปล่า?

ต้องบอกว่ามีอยู่จริง แต่นี่ไม่ใช่ตัวเลข Standard ที่จะได้ทุกคนนะครับ โดยจากที่สอบถามจากพี่เจ้าหน้าที่ธนาคารมาเบื้องต้น อัตราดอกเบี้ยปีแรก = 2.9 / ปีที่ 2 = 3.9 / ปีที่ 4 = 4.3 (ปล.นี่เป็นข้อมูลอย่างไม่เป็นทางการ และเป็นตัวเลขโดยประมาณ อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้เสมอ)

ส่วนตัวเลข 1.54% ที่บางคนอาจเคยเห็นผ่านตากันมาบ้าง จะเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์สินเชื่อบ้าน GHB ที่มีการกำหนดคุณสมบัติและเงื่อนไขพิเศษต่างๆ รวมถึงจะมีระยะเวลากำหนดเอาไว้ชัดเจน โดยโครงการบ้านชาวไทยจะสร้างเสร็จและเริ่มกระบวนการขอสินเชื่อจริงๆ ก็อีก 2 ปีให้หลัง ซึ่งในตอนนั้นก็อาจมีแคมเปญใหม่ออกมาอีกแน่นอน ยังไงเราก็ต้องปรึกษากับทางธนาคารใหม่อีกครั้งอยู่ดีครับ

สิ่งที่น่ากลัวจริงๆสำหรับคนที่จะกู้ซื้อโครงการบ้านชาวไทยก็คือ ‘เวลา’ เพราะในระหว่าง 2 ปีที่รอโครงการสร้างเสร็จ เราจำเป็นต้องมีวินัยทางการเงินเป็นอย่างมาก เพราะหากในระหว่างนี้เราสร้างภาระหนี้เพิ่มเติม หรือทำให้เครดิตบูโรเสีย พอถึงเวลาจริงก็จะไม่มีความสามารถที่จะกู้ขอสินเชื่อกับธนาคารได้ครับ นั่นก็จะทำให้เราเสียสิทธิ์ไปโดยทันที และกระบวนการต่อไปของทางโครงการก็จะสามารถนำห้องนั้นๆไปปล่อยต่อได้ (อารมณ์เหมือนห้องหลุดจองของคอนโดทั่วไปนั่นแหละครับ)

อันที่จริงกระบวนการนี้เป็นแนวคิดที่ทำมาเพื่อกลุ่มอาชีพอิสระ พ่อค้าแม่ค้า นักศึกษา และ First Jobber ที่ปกติจะขอสินเชื่อได้ยากกว่าพนักงานที่มีเงินเดือนประจำครับ โดยเป็นกระบวนการออมเงินล่วงหน้าประมาณ 1 – 2 ปี เพื่อสร้างวินัยทางการเงินและ “โปรไฟล์ผู้กู้” ก่อนเข้าสู่การยื่นกู้จริงนั่นเอง

โครงการบ้านชาวไทยไม่ใช่คอนโดราคาถูกของผู้มีรายได้น้อย แต่เป็นคอนโดที่ให้ของสเปคคุ้มค่า ในราคาที่ยังจับต้องได้

โครงการบ้านชาวไทยเป็นคอนโดที่ยังอยู่ในกลุ่ม Economy Class โดยมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 50,000 – 60,000 บาท/ตร.ม. แต่ด้วยขนาดห้องเริ่มต้นเป็นไซส์ใหญ่ 30 ตร.ม.++ เลยทำให้มีราคาเริ่มต้น 1.6 – 1.89 ล้านบาท แทบจะไม่ต่างอะไรจากคอนโดทั่วไปในตลาดเลยครับ แต่นั่นก็เป็นเพียงเปลือกนอกในเชิงตัวเลขที่เราเห็นกันเท่านั้น

จริงๆแล้วโครงการบ้านชาวไทยเป็นคอนโดที่มีจุดแข็งเหนือกว่าคู่แข่งอยู่ 2 อย่างหลักๆคือ

  1. แปลนห้อง
  2. สเปควัสดุและเฟอร์นิเจอร์ที่ให้ภายในห้อง

Image 1/6
1 Bedroom

1 Bedroom

Image 1/5
2 Bedrooms

2 Bedrooms

Image 1/7
3 Bedrooms

3 Bedrooms

เริ่มจาก ‘แปลนห้อง’ ของโครงการบ้านชาวไทยจะมีให้เลือกทั้งหมด 3 แบบ โดยทุกแบบจะเป็นห้องหน้ากว้างทั้งหมดเลยครับ ซึ่งต่างจากคอนโดในกลุ่ม Segment เดียวกันที่มักจะเริ่มต้นด้วยห้องไซส์ที่เล็กกว่า และส่วนใหญ่ก็จะเป็นห้องหน้าแคบด้วย

นั่นเลยทำให้คนที่ได้มาดูห้องตัวอย่างที่ Sale Gallery ที่ศรีนครินทร์มีความรู้สึกประทับใจ กับบรรยากาศที่โปร่งโล่งสบาย เป็นสัดส่วน และน่าอยู่ไม่น้อย ซึ่งห้องที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษก็คือ ห้อง 30 ตร.ม. ที่เป็นไซส์เริ่มต้น เพราะคนส่วนใหญ่ตั้งใจที่อยากอยู่คนเดียวหรือ 2 คน อย่างวันที่เราไปดูห้องก็ได้เจอกับผู้ปกครองที่ตั้งใจจะซื้อให้ลูกอยู่ และยังมีคุณป้าที่ตั้งใจจะอยู่คนเดียวชิลๆด้วยนะ

ส่วนห้องไซส์ใหญ่ 2 – 3 Bedrooms ก็ได้รับความสนใจไม่น้อย วันนั้นมีกลุ่มพนักงานโรงงานชวนมาดูด้วยกัน แล้วบอกว่าอยากมาแชร์ค่าห้องอยู่ด้วยกัน เพราะห้องใหญ่อยู่สบาย แต่ทั้งนี้ก็ต้องบอกก่อนว่าห้องเหล่านี้ส่วนใหญ่จะเป็นห้องมุม มีจำนวนไม่มากนักในโครงการ ใครสนใจก็ต้องเสี่ยงดวงกันแล้วล่ะครับว่าจะจับฉลากได้มั้ยน้อ

สำหรับ ‘สเปควัสดุ’ เป็นส่วนที่เรารู้สึกว้าววว~ มากที่สุดในวันนี้เลยครับ โครงการบ้านชาวไทยขายแบบ Fully Furnished คือให้เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นตามที่เห็นภายในห้องตัวอย่าง (ยกเว้นของตกแต่ง) แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นครับ

..ประเด็นอยู่ที่ พื้นเป็นกระเบื้องลายหินอ่อนทั้งห้อง บางคนบอกว่าแปลกตรงไหน? ก็ถ้าเป็นบ้านหรือทาวน์โฮมมันก็ไม่แปลกหรอกครับ แต่นี่มันคอนโดนะ!! เพราะปกติเรามักจะเจอวัสดุปูพื้นเป็นลามิเนตหรือไวนิลกันมากกว่า ซึ่งราคาและความทนทานมักต่างกันมากๆ (ถ้าพื้นแบบนี้เราจะเจอแค่ในคอนโดที่ Luxury ขึ้นมาหน่อย หรือไม่ก็เป็นคอนโดเก่าสมัย 10 กว่าปีโน่นเลย)

อีกอย่างคือ ‘เครื่องใช้ไฟฟ้าครบชุด’ เราก็จะได้ครบทุกชิ้นที่เห็นในห้องหมดเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นเตาไฟฟ้า ไมโครเวฟ ทีวี ตู้เย็น เครื่องซักผ้า แอร์ ไปจนถึงโคมไฟ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่โครงการให้มาเป็นมาตรฐานทุกห้อง ต่างจากคอนโดทั่วไปที่มักจะให้แค่บางชิ้นหรือแถมเป็นโปรโมชั่นเท่านั้น เรียกได้ว่าหิ้วกระเป๋าเข้ามาอยู่ได้เลยจริงๆ

และนี่ก็เป็นข้อมูลทั้งหมดที่ Thinkofliving ได้รวบรวมมาให้ในวันนี้ครับ สำหรับใครที่สนใจก็ยังมีเวลาในการลงทะเบียนเพื่อไปลุ้นการจับฉลากอีกทีได้จนถึงวันที่ 20 ก.พ. นี้นะครับ