..จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ผ่านมา ‘คอนโดมิเนียม’ เป็นที่อยู่อาศัยที่ได้รับผลกระทบเยอะที่สุด บางโครงการเสียหายไม่เยอะก็นับว่าโชคดีมากๆ แต่บางแห่งเสียหายหนักจนไม่สามารถอยู่อาศัยได้ในตอนนี้ก็มี ซึ่งชาวคอนโดอย่างเราก็ต้องทำการซ่อมแซมและฟื้นฟู เพื่อให้ห้องพักอาศัยพร้อมสำหรับการกลับมาเข้าอยู่ได้เหมือนเดิม

แต่ปัจจัยสำคัญตอนนี้ก็คือ ‘เงิน’ ที่จะต้องมาใช้ในการซ่อมแซม หรือซื้อเฟอร์นิเจอร์ใหม่ แน่นอนว่าคอนโดที่เจ้าของห้องไม่เคยทำประกันอะไรเอาไว้เลย ก็จะต้องควักเงินตัวเองออกมาเพื่อจ่ายค่าซ่อมเองทั้งหมด

แต่สำหรับคนที่เคยทำประกันเอาไว้กับบริษัทประกันต่างๆ จังหวะนี้แหละครับที่เบี้ยประกันทุกๆปีที่เราจ่ายไป จะส่งผลและบรรเทาไม่ให้เราต้องควักเนื้อตัวเองหนักมากนัก เพราะเราสามารถประเมินราคาค่าความเสียหาย แล้วนำไปเคลมกับบริษัทประกันเพื่อขอเป็นเงินสินไหมทดแทนได้นั่นเอง

คอนโดมีประกันความเสียหายจากแผ่นดินไหวหรือไม่?

สำหรับคอนโดมิเนียมจะมีประกันที่เรียกว่า ‘ประกันภัยอาคาร’ ซึ่งจะมีหมวดหมู่ครอบคลุมในส่วนของภัยพิบัติทางธรรมชาติต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอัคคีภัย พายุ ลูกเห็บ น้ำท่วมใหญ่ และแผ่นดินไหว โดยจะมีแบ่งแยกออกเป็น 2 กรณีคือ

1. ประกันภัยอาคารส่วนกลาง (นิติบุคคลเป็นคนทำ)

จะเป็นกรมธรรม์ที่ดำเนินการโดยนิติบุคคลของโครงการนั้นๆ ที่ปกติก็มักจะต้องทำทุกอาคารอยู่แล้วครับ ซึ่งจะคุ้มครองความเสียหายต่อตัวอาคารและส่วนกลางของโครงการเป็นหลัก ได้แก่ สิ่งปลูกสร้างตัวอาคาร รั้ว ฝ้าเพดาน ผนังโดยรอบ เครื่องจักร รวมถึงลิฟต์และงานระบบต่างๆ

แต่สำหรับประกันภัยในบางโครงการจะครอบคลุมถึงทรัพย์ส่วนบุคคลด้วย ได้แก่ ห้องชุด และเฟอร์นิเจอร์ จะขึ้นอยู่กับรายละเอียดที่ระบุไว้ในประกัน ซึ่งเราสามารถสอบถามกับนิติบุคคลได้เลยว่า โครงการที่เราพักอาศัยอยู่นี้มีประกันครอบคลุมด้วยหรือไม่

โดยบางโครงการอาจระบุไว้ว่าคุ้มครองเฉพาะเฟอร์นิเจอร์ที่ทางโครงการแถมมาให้เท่านั้น บางโครงการคุ้มครองเฉพาะเฟอร์นิเจอร์ Built-in หรือบางโครงการคุ้มครองหมดทั้งเฟอร์นิเจอร์ Built-in และลอยตัว ทั้งที่ทางโครงการแถมมาและซื้อเองภายหลัง แต่อาจไม่รวมของตกแต่งและเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ

ตรงส่วนนี้จะคุ้มครองมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับตอนทำประกันนิติบุคคลได้กำหนดความคุ้มครองเป็นแบบไหน ถ้าคุ้มครองเยอะ ค่าเบี้ยประกันก็จะสูงตาม

**ตัวอย่างแผนการประกันภัยแผ่นดินไหวจาก MSIG

2. ประกันภัยอาคารส่วนบุคคล (เจ้าของห้องทำเอง)

เป็นประกันภัยที่เจ้าของห้องชุดซื้อกับบริษัทประกันแยกเป็นของตัวเองต่างหาก ซึ่งมักจะอยู่ในหมวดหมู่ของการประกันอัคคีภัยและภัยพิบัติต่างๆ

โดยส่วนใหญ่จะเป็นการคุ้มครองฟังก์ชันหลักๆ เช่น พื้น ผนัง ฝ้าเพดาน และโครงสร้างต่างๆ แต่ถ้าเป็นทรัพย์สินอื่นๆ เช่น เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ของตกแต่งต่างๆ สามารถซื้อความคุ้มครองเพิ่มเติมได้ตามแผนของบริษัทประกันนั้นๆครับ

**ตัวอย่างความคุ้มครองประกันอัคคีภัยมาตรฐานจากกรุงเทพประกันภัย

**ตัวอย่างความคุ้มครองเพิ่มเติมจากกรุงเทพประกันภัย

ขั้นตอนการเคลมประกัน :

1. เช็คประกันของคอนโด

  • ตรวจสอบกรมธรรม์ของตัวเองว่าเรามีประกันแบบไหน ยังอยู่ในระยะเวลาคุ้มครองหรือไม่ และมีความคุ้มครองอื่นๆเพิ่มเติมหรือเปล่า
  • ถ้าคอนโดนั้นๆมีการทำประกันส่วนกลางที่ครอบคลุมห้องชุดเอาไว้ด้วย ส่วนใหญ่นิติมักจะมีการแจ้งผ่านทางไลน์ หรือช่องทางต่างๆให้กับเจ้าของห้องชุดโดยตรง เพื่อให้ส่งข้อมูลหรือแจ้งเคลมประกันกับนิติบุคคลได้เลย

2. แจ้งกับบริษัทประกัน / ตัวแทนประกัน / เจ้าหน้าที่นิติบุคคล

  • โทรแจ้งหรือติดต่อกับบริษัทเพื่อรายงานเหตุการณ์
  • กรอกข้อมูลหนังสือเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้เอาประกันภัย และเอกสารอื่นๆที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี) ให้กับเจ้าหน้าที่หรือบริษัทประกัน

3. ตรวจสอบความเสียหาย และประเมินราคา

  • เจ้าของห้องชุดสามารถให้ผู้รับเหมาประเมินราคา และส่งเป็นใบเสร็จรับเงิน / ใบเสนอราคาค่าซ่อม / ค่าอะไหล่ ไปพร้อมกับเอกสารหลักฐานต่างๆให้กับบริษัทประกัน
  • นำส่งภาพถ่ายความเสียหายเพื่อเป็นหลักฐาน (แนะนำการถ่ายภาพ ให้เราถ่ายมุมกว้างก่อน แล้วค่อยซูมเฉพาะจุด พร้อมถือไม้บรรทัดประกอบให้เห็นขนาดรอยร้าว รอยแตกตามผนัง เพดาน เสา หรือคาน)

หมายเหตุ : กรณีที่เจ้าของห้องชุดไม่ได้มีผู้รับเหมาส่วนตัวประเมินราคาเอง ทางบริษัทประกันจะประเมินเบื้องต้นจากภาพถ่าย และจากหลักฐานต่างๆที่เราส่งให้ก่อน (อ้างอิงจากราคากลางเป็นหลัก) ซึ่งอาจมีการนัดกับเจ้าของห้องชุดเพื่อให้เจ้าหน้าที่จากบริษัทเข้ามาประเมินด้วยตัวเองอีกครั้ง

4. รอรับค่าสินไหมทดแทน

  • หากการดำเนินการและประเมินราคาต่างๆผ่านไปได้ด้วยดี เราจะได้ค่าสินไหมทดแทนจากทางบริษัทประกันภัยตามวงเงินที่ได้ทำแผนประกันไว้
  • สำหรับคอนโดที่มีการทำประกันอาคารส่วนกลางเอาไว้ และนิติดำเนินการด้วยตัวเอง จะมีบางกรณีที่เราสามารถเลือกรับเป็นค่าสินไหมทดแทนเหมือนจากบริษัทประกันปกติก็ได้ หรือจะเลือกรับการบริการซ่อมแซมจากช่าง/ผู้รับเหมาของนิติบุคคลแทนก็ได้ ขึ้นอยู่กับข้อตกลงของแต่ละโครงการ

บทสรุป

..เห็นมั้ยครับว่าขั้นตอนการเคลมเงินประกันไม่ยากเลย ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้เราว่าน่าจะทำให้หลายๆคนเห็นถึงความสำคัญของการทำประกันภัยอาคาร หรือที่อยู่อาศัยกันได้มากขึ้น เพราะภัยพิบัติทางธรรมชาติเหล่านี้ไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ แต่การที่เราทำประกันเอาไว้ก็อุ่นใจได้ว่า เมื่อถึงเวลาที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ก็จะมีบริษัทประกันเนี่ยแหละที่จะเข้ามาช่วยเหลือได้

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ และทุกคนจะผ่านพ้นอุปสรรคต่างๆเหล่านี้ไปได้ด้วยดีนะครับ ครั้งหน้า Think of living จะมีบทความอะไรมาฝากกันอีก หรือใครอยากทราบ/มีปัญหาเรื่องอะไร ก็ลอง comment และติดตามกันได้นะครับ


Think of Living รวบรวมมาให้แล้ว!

โครงการเปิดใหม่ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮมและคอนโดมิเนียม ในทำเลทั่วกรุงเทพและปริมณฑล ในทุกๆเดือนย้อนหลัง ใครที่กำลังมองหาบ้านห้ามพลาด อาจจะมีโครงการในราคาและทำเลที่เพื่อนๆ ตามหาอยู่ก็เป็นได้นะ

เข้ามาชมบทความรายเดือนได้เลย คลิกที่นี่